ดิสนีย์ครอง!

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/310202

ดิสนีย์ครอง!

ดิสนีย์ครอง!

วันศุกร์ ที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ตัวเล็กชื่อน่ารักแต่ใจใหญ่มาก บริษัทดิสนีย์ ทุ่มงบกว่า 52.4 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ หรือราวๆ 1.6 ล้านล้านบาท ลงนามซื้อกิจการ ทเวนตี้ เซ็นจูรี่ ฟ็อกซ์ โดยซื้อกิจการทั้งสตูดิโอภาพยนตร์ และโทรทัศน์ รวมถึงธุรกิจเคเบิลทีวี และธุรกิจระหว่างประเทศทั้งนี้ดิสนีย์จะได้รับหุ้น 39% จากที่ฟ็อกซ์ถืออยู่ และที่สำคัญคือ ภาพยนตร์ดังอย่าง Deadpool, Avartar, X-Men และ Fantastic 4 จะอยู่ภายใต้การดูแลของดิสนีย์อีกด้วย ถือเป็นข่าวดีสำหรับแฟนๆ เลยทีเดียว เพราะดิสนีย์ขึ้นชื่อเรื่องการทำภาพยนตร์ซูเปอร์ฮีโร่นะจ๊ะ อย่างไรก็ตามนี่คือการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่อย่างกะทันหัน ทุกอย่างจะลงตัวสมบูรณ์ภายในปี 2021

เทคนิคเนรมิตผิวเป็นประกาย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/306038

เทคนิคเนรมิตผิวเป็นประกาย

เทคนิคเนรมิตผิวเป็นประกาย

วันพฤหัสบดี ที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

เพราะประกายผิวเรืองรองเจิดจรัส คือสัญลักษณ์สะท้อนสุขภาพผิวที่ดีจากภายใน เครื่องสำอางซิสเล่ย์ เผยผิวใสในอุดมคติ บรรจุสู่เมคอัพ ไอเทมล่าสุด อินสแต็นท์ เอ-คลาท์ไพรม์เมอร์ประกายผิว เพิ่มประกายผิวเจิดจรัสเพียงสัมผัสด้วยปลายนิ้ว ผิวที่หมองโรยรา จะกลับฟื้นเป็นประกาย ผิวดูเนียนเรียบ สดใส แต่ยังคงความเป็นธรรมชาติ เนียนนุ่ม ชุ่มชื่น

ไพรม์เมอร์ประกายผิว อินสแต็นท์เอ-คลาท์ บรรจุในรูปสัมผัสแบบเจลเนื้อบางเบาลื่นละมุน ที่ส่งผ่านปลายหลอดเรียวเล็กเพื่อการกำหนดปริมาณผลิตภัณฑ์ได้แม่นยำ บีบหลอดเพียงเบาๆ เพื่อการแต่งแต้มเฉพาะจุดบีบหลอดในจังหวะที่ยาวขึ้นเพื่อการลูบไล้ทั่วใบหน้า

3 เทคนิค เพื่อเนรมิตประกายผิว สั่งได้ ทุกระดับที่ปรารถนา

1.ใช้ทั่วใบหน้าก่อนครีมรองพื้น มิติแสงบางเบาดุจกระจ่างขึ้นจากเนื้อผิวภายใน ช่วยให้รองพื้นเปล่งประกายสวยทนนานขึ้น

2.ใช้บริเวณกรอบหน้า หลังการลงรองพื้น ด้วยเทคนิคการกดแตะ แบบ สโตรบบิง:ลดการปรากฏของริ้วรอย ผิวดูเจิดจรัสรับมิติแสง

3.ใช้เดี่ยวๆเพียงชิ้นเดียว ทั่วทั้งใบหน้า

สามารถใช้ก่อนหรือหลังเมคอัพ แล้วแต่งหน้าได้ทันทีโดยไม่ต้องรอ

เนสท์เล่ปลูกจิตสำนึกเยาวชนอนุรักษ์สายน้ำ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/306044

เนสท์เล่ปลูกจิตสำนึกเยาวชนอนุรักษ์สายน้ำ

เนสท์เล่ปลูกจิตสำนึกเยาวชนอนุรักษ์สายน้ำ

วันพฤหัสบดี ที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

บริษัทเนสท์เล่ (ไทย) จำกัด ร่วมกับ องค์การกองทุนสัตว์ป่าโลกสากล สำนักงานประเทศไทย (WWF – ประเทศไทย) จัดโครงการ “เยาวชนพิทักษ์สายน้ำ ปีที่ 3” เพื่อให้ความรู้ความเข้าใจเรื่องการอนุรักษ์ทรัพยากรน้ำแก่นักเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนต้น เพื่อนำความรู้ที่ได้ไปปฏิบัติจริงในการพัฒนาคุณภาพน้ำบริเวณแหล่งน้ำรอบโรงเรียน ซึ่งสอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของผลิตภัณฑ์น้ำดื่มเนสท์เล่เพียวไลฟ์ ในการดูแลทรัพยากรน้ำและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน นำร่องที่ โรงเรียนสาคลีวิทยา อ.เสนา จ.พระนครศรีอยุธยา

ลูก้า คิโอด้า ผู้อำนวยการบริหารธุรกิจน้ำดื่ม บริษัท เนสท์เล่ (ไทย) จำกัด กล่าวว่า “โครงการเยาวชนพิทักษ์สายน้ำ เป็นกิจกรรมที่สอดรับกับเจตนารมณ์ของเนสท์เล่ ในการเพิ่มพูนคุณภาพชีวิต เสริมสร้างสุขภาพที่ดีสู่อนาคต เพื่อสร้างความยั่งยืนของสิ่งแวดล้อมให้กับโลก และมีความมุ่งมั่นในการให้ความรู้เรื่องของการอนุรักษ์น้ำ เพราะเชื่อว่าน้ำเป็นสิ่งจำเป็นต่อการดำรงชีวิต และเป็นทรัพยากรที่มีคุณค่าสำหรับเด็กและคนรุ่นต่อไปในอนาคต ซึ่งก็ได้ให้ความรู้กับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น ที่โรงเรียนสาคลีวิทยา เป็นโรงเรียนนำร่องที่ได้นำการอนุรักษ์น้ำมาใช้ในชีวิตประจำวัน เริ่มจากการสนับสนุนของคณะครูและนักเรียน สู่การสร้างแรงบันดาลใจให้กับโรงเรียนอื่นๆ และชุมชนรอบข้าง นอกจากนี้ ในอนาคตก็ได้ตั้งเป้าให้เกิดศูนย์การเรียนรู้ที่โรงเรียนสาคลีวิทยา เพื่อให้เป็นแหล่งข้อมูลที่มีคุณภาพ รวมถึงเป็นการจุดประกายและสร้างนิสัยให้กับเด็กไทยดูแลและปกป้องแหล่งน้ำในชุมชนของตนเอง”

ด้าน นพรัตน์ เนื่องจำนงค์ ผู้จัดการฝ่ายการตลาดยั่งยืน WWF ประเทศไทย กล่าวว่า “โครงการเยาวชนพิทักษ์สายน้ำ ได้ดำเนินมาเป็นปีที่ 3 แล้ว และในส่วนขององค์กร WWF ประเทศไทย เป็นองค์กรอิสระที่ทำงานเรื่องการอนุรักษ์ทั้งสัตว์ป่าและทรัพยากรของโลก และการอนุรักษ์น้ำก็เป็นทรัพยากรที่สำคัญอย่างหนึ่ง ที่เราจะต้องรักษาไว้ จึงเป็นเป้าหมายของ WWF ประเทศไทย ที่ตรงกับเนสท์เล่ ในการสร้างความยั่งยืนของการบริหารจัดการแหล่งน้ำ จึงทำให้เกิดโครงการนี้ขึ้น หวังว่าเยาวชนที่เข้าร่วมโครงการนี้ในปีที่ผ่านมา จะได้เรียนรู้ถึงความสำคัญของแหล่งน้ำในพื้นที่ที่ตนเองอาศัยอยู่ และช่วยกันดูแลรักษาและทำให้เกิดการบริหารจัดการที่เป็นระบบ การมีแหล่งน้ำที่ดีย่อมส่งผลต่อการมีคุณภาพชีวิตที่ดีและสู่อนามัยที่ดีด้วย”

นันท์นภัสร อ่อนสุวรรณ์ ครูที่ปรึกษาโครงการเยาวชนพิทักษ์สายน้ำ โรงเรียนสาคลีวิทยา เล่าว่า “เมื่อปี 2558 สภาพแวดล้อมของโรงเรียนรกมากและน้ำก็เน่า มีเศษขยะทับถมส่งกลิ่นเหม็นไปทั่ว จากนั้นทางเนสท์เล่กับ WWF ประเทศไทย ก็ได้เชิญชวนให้เยาวชนเข้าร่วมโครงการเยาวชนพิทักษ์สายน้ำ โรงเรียนเห็นว่าเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมและน่าจะได้รับประโยชน์กลับมาพัฒนาแหล่งน้ำรอบโรงเรียน จึงได้ส่งนักเรียนไปเข้าค่ายและนำความรู้กลับมาพัฒนาโรงเรียน อีกทั้ง ได้รับการสนับสนุนจาก อบต.ที่นำรถแม็คโครมาขุดรอกคูคลองจนเกิดเป็นแหล่งน้ำล้อมรอบโรงเรียน จากนั้นนักเรียนได้ช่วยกันได้พัฒนาจนสภาพแวดล้อมของโรงเรียนที่ดีขึ้น ทางโรงเรียนก็ได้แบ่งให้นักเรียนทุกระดับชั้น ตั้งแต่มัธยมศึกษาปีที่ 1-6 ทั้ง 9 ห้อง ตามเขตพื้นที่รอบโรงเรียนในการดูแลรักษาแหล่งน้ำ”

สุนิสา บุญมาก นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 แกนนำของโครงการเยาวชนพิทักษ์สายน้ำ เล่าว่า “จากการที่ได้ไปเข้าค่ายของทางเนสท์เล่และ WWF ประเทศไทย ก็ได้เรียนรู้เรื่องการวัดคุณภาพน้ำ การเก็บตัวอย่างน้ำ และการศึกษาสัตว์ที่เป็นตัวบ่งชี้คุณภาพน้ำ พอกลับจากการเข้าค่าย ก็นำความรู้มาบอกคุณครูและทุกคนในโรงเรียน และเริ่มช่วยกันพัฒนา หลังจากที่โรงเรียนมีคลองน้ำแล้วแต่คุณภาพน้ำก็ยังไม่ดี จึงนำผักบุ้งและผักกระเฉดมาปลูกเพื่อเพิ่มค่าออกซิเจนในน้ำ เมื่อค่าออกซิเจนมีมากขึ้น จึงนำปลานิลที่เป็นปลากินวัชพืชในน้ำมาปล่อย และนำปลาตะเพียนที่เป็นตัวชี้วัดคุณภาพน้ำมาปล่อย นอกจากการรู้วิธีอนุรักษ์น้ำแล้ว ยังได้ความสามัคคีของและความร่วมมือจากชุมชนด้วย”

เอท เอเลเมนท์ ภาพถ่ายขาว-ดำ ผลงาน 8 ช่างภาพสมัครเล่นเพื่อคนตาบอด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/306049

เอท เอเลเมนท์ ภาพถ่ายขาว-ดำ ผลงาน 8 ช่างภาพสมัครเล่นเพื่อคนตาบอด

เอท เอเลเมนท์ ภาพถ่ายขาว-ดำ ผลงาน 8 ช่างภาพสมัครเล่นเพื่อคนตาบอด

วันพฤหัสบดี ที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ภูมิใจ อัตตะนันทน์, ธนากร เตลาน, อนุวัต บูรพชัยศรี, พญ.อรอินทร์ เรืองวัฒนสุข, รชฏ อิศรางกูร ณ อยุธยา, ภาคภูมิ หัศบำเรอ, เบญจ์เยี่ยม ส่งวัฒนา และ วิชิรศักดิ์ เมธีวรกุลกิจ

เอท ทองหล่อ (Eight Thonglor) ไลฟ์สไตล์มอลล์ยอดนิยมย่านสุขุมวิท ภายใต้การบริหารของ ชัยรัตน์ แสงทอง กรรมการผู้จัดการ บริษัท ทองหล่อ เมเนจเม้นท์ เปิดพื้นที่จัดงานนิทรรศการภาพถ่ายขาว-ดำ เอท เอเลเมนท์ (8 Elements) ผลงาน 8 ช่างภาพสุดยอดฝีมือผู้ประสบความสำเร็จระดับนักบริหาร ให้เหล่าคนเมืองได้มาร่วมสัมผัสเสน่ห์และเรื่องราวต่างๆ จากทั่วทุกมุมโลกผ่านภาพถ่าย รายได้จากการจำหน่ายรูปภาพและหนังสือภาพ จะมอบให้กับมูลนิธิช่วยคนตาบอดแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชินูปถัมภ์ เพื่อเป็นเงินทุนช่วยเหลือและพัฒนามูลนิธิสืบต่อไป โดยสามารถเข้าชมนิทรรศการได้ตั้งแต่วันนี้ ถึงวันที่ 10 ธันวาคม 2560 ที่ “เอท ทองหล่อ” (Eight Thonglor) ชั้น G

ชัยรัตน์ แสงทอง กล่าวว่า “ทุกวันนี้ เอท ทองหล่อ เปรียบเสมือนห้องนั่งเล่นของคนเมืองที่สามารถเข้ามาใช้ชีวิตเติมเต็มความสุขได้อย่างเต็มเปี่ยม แต่นอกจากสินค้าบริการแล้ว เราก็อยากตกแต่งห้องนั่งเล่นที่เรามีอยู่นี้ ด้วยผลงานทางศิลปะที่ให้ผู้ที่มีความสนใจได้มาเข้าชม ซึ่งงานนิทรรศการภาพถ่าย เอท เอเลเมนท์ (8 Elements) ที่จัดขึ้นมาในครั้งนี้ความพิเศษอยู่ตรงที่เป็นการค้นพบผลงานภาพถ่ายของช่างภาพมือสมัครเล่น 8 ท่านที่ล้วนแต่ฝีมือไม่ธรรมดา และรู้สึกทึ่งมากเมื่อพบว่าผู้ที่ถ่ายภาพเหล่านั้นล้วนแต่เป็นผู้บริหารระดับสูงที่ประสบความสำเร็จจากต่างสาขาอาชีพ ที่มาถ่ายรูปเพียงเพราะใจรักอย่างแท้จริง ด้วยเหตุนี้ เราจึงได้นิยามทั้ง 8 ท่านว่าเป็น Undiscovered Photographers หรือช่างภาพผู้ไม่เคยถูกค้นพบที่จะสามารถสร้างแรงบันดาลใจให้คนรุ่นใหม่ได้อีกมากมาย และรายได้จากการจำหน่ายภาพหลังจากหักค่าใช้จ่ายเราจะส่งมอบให้กับมูลนิธิช่วยคนตาบอดแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชินูปถัมภ์ ต่อไป”

ชัยรัตน์ แสงทอง

สำหรับเจ้าของผลงานนิทรรศการภาพถ่ายขาวดำ “เอท เอเลเมนท์” (8 Elements) ซึ่งเป็น 8 ช่างภาพมือสมัครเล่นที่ฝีมือไม่สมัครเล่นจากหลากหลายสาขาอาชีพที่ต่างก็มีใจรักในการถ่ายภาพ ประกอบด้วย อนุวัต บูรพชัยศรี ประธานและซีอีโอบริษัทเอ็มอีซีกรุ๊ป, ภาคภูมิ หัศบำเรอ กรรมการบริหารบริษัท แอทเทเลียร์ พี จำกัด, แพทย์หญิงอรอินทร์ เรืองวัฒนสุข กรรมการบริหารบริษัท เอส.เอส.แมนูแฟคเจอริ่ง จำกัด และผู้ผลิตผลิตภัณฑ์ ภายใต้แบรนด์ ดร.สมชาย, ธนากร เตลาน ช่างภาพผู้สร้างสรรค์ศิลปะด้านไฟน์อาร์ต (Fine Art), เบญจ์เยี่ยม ส่งวัฒนา ซีอีโอแห่งบริษัท เอฟเอ็น แฟคตอรี่ เอาท์เล็ท จำกัด, รชฏ อิศรางกูร ณ อยุธยา รองประธานอาวุโสฝ่ายขายและการตลาดทั่วโลก บริษัท นาราห์เฮิร์บ จำกัด, ภูมิใจ อัตตะนันทน์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม และ วิชิรศักดิ์ เมธีวรกุลกิจ รองประธานฝ่ายหุ้นค้าปลีก 1 ธนาคารซีไอเอ็มบี

อนุวัต บูรพชัยศรี ประธานและซีอีโอบริษัทเอ็มอีซีกรุ๊ป, กงสุลกิตติมศักดิ์แห่งสาธารณรัฐโปแลนด์, เลขานุการคณะกรรมการสถาบันการธนาคารสภาผู้แทนราษฎร และเจ้าของนามแฝงในวงการถ่ายภาพที่ชื่อว่า Eyeshadow เผยถึงผลงานที่นำมาจัดแสดงในนิทรรศการครั้งนี้ว่า “คอลเลคชั่นที่เลือกมาแสดงครั้งนี้จะเป็นภาพคนทั้งหมดซึ่งมีแสงเงามาเป็นส่วนประกอบหลักในการถ่าย โดยแต่ละภาพก็จะแสดงอารมณ์แตกต่างกันออกไป แต่จะมีกลิ่นอายความดิบแฝงอยู่ เพราะผมไม่เคยแต่งภาพเวลาถ่ายก็จะจบที่หลังกล้องเลย”

ผลงานภาพถ่ายของ พญ.อรอินทร์ เรืองวัฒนสุข

แพทย์หญิงอรอินทร์ เรืองวัฒนสุข กรรมการบริหารบริษัท เอส.เอส.แมนูแฟคเจอริ่ง จำกัด และผู้ผลิตผลิตภัณฑ์ ภายใต้แบรนด์ ดร.สมชาย อีกหนึ่งช่างภาพมือสมัครเล่นหญิง เล่าถึงความหลงใหลในมุมมองหลังเลนส์ว่า “เริ่มสนใจการถ่ายภาพตอนที่ไปเรียนที่ปารีส แล้วมีโอกาสได้เห็นงานของ Henri Cartier-Bresson เป็นภาพขาว-ดำที่สวยมาก เราไม่เคยเห็นมาก่อนเหมือนถูกหยุดเวลาเอาไว้ เราก็เลยเริ่มถ่ายภาพตั้งแต่ตอนนั้นซึ่งมันทำให้เราได้หลุดเข้าไปอีกโลกหนึ่ง เราชอบถ่ายภาพชีวิตคน ชอบมองผู้คนที่กำลังมีความสุข แต่จะไม่เข้าไปรบกวนเขา เพราะเราเชื่อว่าช่วงเวลาที่ดีมีแค่ครั้งเดียว ถ้าผ่านเลยไปก็จะไม่กลับมาอีกแล้ว”

ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสมทบทุนช่วยเหลือมูลนิธิช่วยคนตาบอดแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชินูปถัมภ์ ได้โดยการสั่งซื้อภาพและหนังสือภาพผ่านช่องทางการสั่งซื้อภาพและหนังสือภาพ Line ID : @8thonglor (มี@)

ผลงานภาพถ่ายของ อนุวัต บูรพชัยศรี

ผลงานภาพถ่ายของ อนุวัต บูรพชัยศรี
ผลงานภาพถ่ายของ ธนากร เตลาน

ผลงานภาพถ่ายของ ธนากร เตลาน
ผลงานภาพถ่ายของ ภาคภูมิ หัศบำเรอ

ผลงานภาพถ่ายของ ภาคภูมิ หัศบำเรอ
ผลงานภาพถ่ายของ วิชิรศักดิ์ เมธีวรกุลกิจ

ผลงานภาพถ่ายของ วิชิรศักดิ์ เมธีวรกุลกิจ

ไทยสมายล์ให้รอยยิ้มช่วยชีวิต

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/306053

ไทยสมายล์ให้รอยยิ้มช่วยชีวิต

ไทยสมายล์ให้รอยยิ้มช่วยชีวิต

วันพฤหัสบดี ที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ไทยสมายล์ และศูนย์รับบริจาค อวัยวะสภากาชาดไทย ร่วมลงนามความร่วมมือโครงการ “ไทยสมายล์ให้รอยยิ้มช่วยชีวิต Smile for Life”

สายการบินไทยสมายล์ โดย ปรีชา นะวงศ์ รักษาการประธานเจ้าหน้าที่สายการพาณิชย์สายการบินไทยสมายล์ ร่วมกับ ศูนย์รับบริจาคอวัยวะสภากาชาดไทย โดย นายแพทย์วิศิษฏ์ ฐิตวัฒน์ ผู้อำนวยการศูนย์รับบริจาคอวัยวะสภากาชาดไทย ร่วมลงนามในบันทึกข้อตกลงโครงการ “ไทยสมายล์ให้รอยยิ้มช่วยชีวิต Smile for Life” รณรงค์การบริจาคให้แก่ผู้ป่วยที่รอคอยการรับบริจาค ผ่านการสร้างสรรค์ภาพยนตร์โฆษณาออนไลน์ชุด Happy Take Off ความยาวประมาณ 3.08 นาทีที่จัดทำขึ้นเพื่อสร้างการรับรู้เกี่ยวกับภารกิจของสายการบินไทยสมายล์ ในการรับหน้าที่เป็นพาหนะในการขนส่งอวัยวะไปยังผู้ที่รอรับการบริจาค โดยมี เนตรนภางค์ ธีรวาส ประธานเจ้าหน้าที่สายการบริการลูกค้า บริษัท ไทยสมายล์แอร์เวย์ จำกัด ร่วมงานแถลงข่าว

นอกจากนี้ ไทยสมายล์ยังได้สำรองที่นั่งพิเศษในทุกเที่ยวบิน ทุกเส้นทาง (ภายในประเทศ) เพื่ออำนวยความสะดวกในการเดินทางให้แก่ทีมแพทย์ของศูนย์รับบริจาคอวัยวะสภากาชาดไทย ณ อาคารเฉลิมพระเกียรติบรมราชินีนาถ ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย เมื่อเร็วๆ นี้

ทั้งนี้ ไทยสมายล์ และศูนย์รับบริจาคอวัยวะสภากาชาดไทย ขอเชิญชวนผู้สนใจที่ต้องการมีส่วนร่วมกับโครงการ สามารถร่วมบริจาคอวัยวะและบริจาคเงินให้แก่ศูนย์รับบริจาคอวัยวะสภากาชาดไทย ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://www.organdonate.in.th/

เปิดป๊อปอัพสโตร์ MCM เครื่องหนังแบรนด์หรูสัญชาติเยอรมัน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/306050

เปิดป๊อปอัพสโตร์ MCM เครื่องหนังแบรนด์หรูสัญชาติเยอรมัน

เปิดป๊อปอัพสโตร์ MCM เครื่องหนังแบรนด์หรูสัญชาติเยอรมัน

วันพฤหัสบดี ที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

สุวดี พึ่งบุญพระ, โอฬาร ปุ้ยพันธวงศ์, ชฎาทิพ จูตระกูล และ สลิล สุญาณเศรษฐกร

สลิล สุญาณเศรษฐกร กรรมการผู้จัดการ บริษัท พีพี แกลม จำกัด เผยว่า MCM คือแบรนด์เครื่องหนังที่นำเสนอความหรูหราให้กับกระเป๋าและเครื่องประดับสำหรับการเดินทาง นำเอาความสวยงามแบบร่วมสมัยผสมผสานควบคู่ไปกับฟังก์ชั่นการใช้งานด้วยเทคนิคใหม่ๆ อยู่เสมอ แบรนด์ MCM ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 1976 ซึ่งเป็นช่วงรุ่งเรืองในยุคเรอเนซองส์ของเมืองมิวนิก และจากการรวบรวมความงดงามทางด้านศิลปกรรมในหลากหลายแขนงผ่านยุคผ่านสมัยมาอย่าง ดนตรี เทคโนโลยี และการเดินทาง จึงทำให้ MCM ได้นำจุดเด่นเหล่านั้นมาปรับใช้ให้เข้ากับแฟชั่นสมัยใหม่ หนึ่งสิ่งที่เป็นแรงบันดาลใจให้กับ MCM ก็คือดีไซน์ที่คลาสสิกกับวัสดุที่ล้ำสมัย รวมไปถึงการนำความงดงามของมรดกทางฝั่งตะวันตกกับเอเชียมาผสมผสานกันอย่างลงตัว เหมือนกับที่แบรนด์ได้นำความงดงามของมิวนิกมาถึงกรุงโซล และสามารถดึงดูดเหล่านักเดินทางในยุคสมัยใหม่ได้ทั่วโลก เนื่องด้วยผู้ที่สนใจในแบรนด์ MCM นั้นล้วนแต่เป็นคนที่มีความทันสมัย กล้าคิดกล้าทำ และมีสไตล์อันโดดเด่นไม่ซ้ำใคร

ภายในบริเวณงานถูกประดับตกแต่งอย่างสวยงามด้วยองค์ประกอบและลูกเล่นต่างๆ วัสดุไม้และลูกโป่งสีทอง รวมไปถึงพื้นที่หน้าร้านยังคงมาในรูปแบบของลวดลายวิเซโต้ (Visetos Monogram) แพทเทิร์นอันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์MCM นอกจากนี้ยังมีไฮไลท์อีกหนึ่งอย่าง ซึ่งก็คือตุ๊กตาหมียักษ์ MCM ที่เดินทางตรงมาจากประเทศเกาหลี และจะตั้งอยู่ที่ตำแหน่งหน้าร้านป๊อปอัพสโตร์แห่งนี้ไปจนสิ้นปี 2560 เลยทีเดียว

นอกจากบรรยากาศจะเป็นไปด้วยความสนุกสนานแล้ว ยังได้ตื่นตาตื่นใจไปกับคอลเลคชั่นใหม่สุดพิเศษที่ทาง MCM จัดทำขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองการเปิดป๊อปอัพสโตร์แห่งนี้โดยเฉพาะกับ “Thailand Exclusive Elephant Charm” พวงกุญแจรูปช้างสีเบจที่มีขายเฉพาะที่ร้านป๊อปอัพสโตร์แห่งนี้ที่เดียว และผลิตออกมาในจำนวนจำกัดแค่ 80 ตัวเท่านั้น เรียกได้ว่าเหล่าแฟนๆ ของแบรนด์ MCM ไม่ควรพลาดอย่างยิ่ง

ปัจจุบันนี้ MCM มีร้านทั้งหมด 478 ร้านทั่วโลกใน 35 ประเทศ ได้แก่ มิวนิก เบอร์ลิน ลอนดอน ปารีส นิวยอร์ก ฮ่องกง เซี่ยงไฮ ปักกิ่ง โซล โตเกียว และ กรุงเทพมหานคร

วิรพร จิรเวชสุนทรกุล ถูกใจกระเป๋าสะพาย MCM

วิรพร จิรเวชสุนทรกุล ถูกใจกระเป๋าสะพาย MCM
หฤทัย ไชยันต์ ณ อยุธยา และ ศรัณย์ภัค เพ็ญชาติ

หฤทัย ไชยันต์ ณ อยุธยา และ ศรัณย์ภัค เพ็ญชาติ
กรกนก ยงสกุล กับตุ๊กตาหมียักษ์ MCM

กรกนก ยงสกุล กับตุ๊กตาหมียักษ์ MCM

แพทย์แนะคนไทยควรเช็คอัพสุขภาพ เน้นการป้องกันดีกว่ารักษา

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/306041

แพทย์แนะคนไทยควรเช็คอัพสุขภาพ เน้นการป้องกันดีกว่ารักษา

แพทย์แนะคนไทยควรเช็คอัพสุขภาพ เน้นการป้องกันดีกว่ารักษา

วันพฤหัสบดี ที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

การตรวจสุขภาพประจำปี เป็นสิ่งสำคัญที่คนเรามักจะละเลย หลายคนกลัวผลการตรวจว่าจะร้ายแรง หลายคนอ้างว่าไม่มีเวลา แต่การตรวจสุขภาพทำให้เราทราบถึงความสมบูรณ์ของร่างกาย หรือความผิดปกติภายในร่างกาย เพื่อจะได้แก้ไขได้ทัน เป็นการลดความรุนแรงที่จะเกิดขึ้น โดยล่าสุดโรงพยาบาลวิภาวดี ได้จัดงาน “V Health Fair 2017 ช้อปเพื่อสุขภาพ” เพื่อส่งเสริมสุขภาพป้องกันโรค ให้คนไทยตระหนักถึงการดูแลป้องกัน ดีกว่ารักษา ณ บริเวณชั้น G อาคาร 2 โรงพยาบาลวิภาวดี

นพ.ณัฐพล ประจวบพันธ์ศรี ผู้อำนวยการ ศูนย์สุขภาพและอาชีวอนามัย กล่าวว่า “การดูแลสุขภาพให้มีความสมบูรณ์และแข็งแรงอยู่เสมอ ต้องประกอบไปด้วย การดูแลส่งเสริมสุขภาพ และการป้องกันโรค ซึ่งมีองคประกอบหลักๆ คือ 1.การปรับเปลี่ยนพฤติกรรม การเปลี่ยนวิถีการดำเนินชีวิตที่ไม่ดี เพื่อป้องกันโรคต่างๆ โดยเฉพาะโรคไม่ติดต่อ ไม่ว่าจะเป็นเบาหวาน ความดัน หัวใจ หลอดเลือดสมอง มะเร็ง หลักง่ายๆ ในเรื่องของอาหาร ต้องลดอาหารหวาน มัน เค็ม หลีกเลี่ยงอาหารไหม้ เกรียม สุกๆ ดิบๆ เพิ่มอาหารประเภทผัก ผลไม้ เรื่องของอารมณ์ก็สำคัญ หลีกเลี่ยงความเครียด เพราะปัจจุบันความเครียดที่เกิดจากงานหรือเรื่องส่วนตัวมีตลอด ถ้าอยู่ในระดับต่ำๆ ไม่มีปัญหา แต่ถ้าอยู่ในระดับสูง จะส่งผลต่อร่างกายตามมา การออกกำลังกาย ดูเหมือนเป็นเรื่องง่ายๆ แต่หลายๆ คนก็จะบ่นว่าไม่มีเวลา นอกจากจะช่วยควบคุมน้ำหนักตัวแล้ว ยังช่วยในเรื่องของระดับน้ำตาลให้ดีขึ้น ไขมัน ความดัน ก็ดีตามมาด้วย ถ้าใครไม่มีเวลาจริงๆ ควรออกให้ได้วันละ 30 นาที อาทิตย์ละ 3 ครั้ง

เบลล์-รินทร์รตา อินทามระ, ติ-ปิติพัฒน์ ปรีดานนท์

ใครสูบบุหรี่ แนะนำว่าควรหลีกเลี่ยง นอกจากเป็นภาวะของโรคถุงลมโป่งพองแล้ว ความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งปอดแล้ว ยังมีความสัมพันธ์กับโรคภาวะหัวใจขาดเลือดอีกด้วย รวมถึงการดื่มสุรา ถ้าเลี่ยงได้ก็เลี่ยง เพิ่มเติมสำหรับผู้สูงอายุ ควรพบทันตแพทย์ทุกๆ 6 เดือน นอกจากนี้ยังมีเรื่องของสุขอนามัย กินร้อน ช้อนกลาง ล้างมือ หลีกเลี่ยงพฤติกรรมเสี่ยงในเรื่องเพศสัมพันธ์ ซึ่งจะช่วยลดโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ได้

2.การรับวัคซีน ต้องเป็นวัคซีนที่เหมาะสม ในแต่ละช่วงวัย เราจะเห็นว่าตั้งแต่เด็กเกิดมาจะมีโปรแกรมฉีดวัคซีน ซึ่งในวัยหนุ่มสาว หรือวัยสูงอายุก็จะเป็นวัคซีนอีกแบบหนึ่ง ในการดูแลสุขภาพอาจจะต้องปรึกษาแพทย์ในเรื่องของวัคซีนที่เราสมควรจะได้รับในวัยนั้นๆ เช่น วัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่

3.การตรวจคัดกรองสุขภาพ โดยการตรวจคัดกรองสุขภาพนั้นเป็นบริการเชิงป้องกันเพื่อพยายามค้นหาโรคหรือภาวะผิดปกติ ตั้งแต่ในระยะแรกเริ่ม และทำการป้องกันรักษาได้ตั้งแต่เนิ่นๆ หรือหลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยงก่อนที่จะเป็นโรคร้ายแรง ช่วยลดอัตราการป่วย และอัตราการเสียชีวิตได้เป็นอย่างดี โดยการคัดกรองนี้แบ่งออกเป็นโรคที่ไม่เกี่ยวเนื่องกับการทำงาน และโรคที่เกี่ยวเนื่องกับการทำงาน

สำหรับโรคที่ไม่เกี่ยวเนื่องกับการทำงาน คือโรคเรื้อรัง รวมถึงโรคมะเร็ง สิ่งสำคัญเราต้องรู้ก่อนว่าเรามีปัจจัยเสี่ยงอะไร เช่น คุณพ่อคุณแม่มีโรคอะไร ถ้าเขาเป็นเบาหวาน เราก็มีความเสี่ยงสูงกว่าประชากรทั่วไป ถ้าเราสูบบุหรี่ก็จะมีความเสี่ยงอีกแบบหนึ่ง ทั้งนี้ปัจจัยสำคัญคือการพบแพทย์ โดยแพทย์จะทำการซักประวัติถึงปัจจัยเสี่ยง และจะดีไซน์รายการตรวจสุขภาพที่เหมาะกับเรามากที่สุด

นพ.ณัฐพล ประจวบพันธ์ศรี

ส่วนโรคที่เกี่ยวเนื่องกับการทำงาน ที่มีปัจจัยเสี่ยงกระทบต่อสุขภาพ เช่น คนทำงานที่ต้องสัมผัสกับเสียงดัง ถ้าทำไปนานๆ หลายๆ ปี วันหนึ่งอาจเกิดภาวะหูดับ หูตึงจากการสัมผัสเสียงได้ แพทย์พยาบาลที่ทำงานในโรงพยาบาลก็อาจจะสัมผัสกับเชื้อโรคต่างๆ หรือพนักงานออฟฟิศที่นั่งโต๊ะทำงานทั้งวัน พอทำไปสักพัก ปวดหลัง ปวดต้นคอ ปวดเอวนิ้วล็อก สิ่งเหล่านี้เกี่ยวข้องกับการทำงานทั้งสิ้น ซึ่งการตรวจก็จะเป็นอีกแบบหนึ่ง จึงอยากจะแนะนำให้ตรวจกับแพทย์เฉพาะทาง คือแพทย์ทางด้านอาชีวเวชศาสตร์ เพื่อพูดคุย ซักประวัติถึงความเสี่ยงจากการทำงาน เพื่อการตรวจสุขภาพที่เหมาะสมกับแต่ละคน

ปัจจุบันศูนย์สุขภาพและอาชีวอนามัยโรงพยาบาลวิภาวดี เป็นศูนย์ที่ดำเนินการเกี่ยวกับการป้องกันโรค การส่งเสริมสุขภาพการรักษาพยาบาล ครอบคลุมทั้งโรคทั่วไปและโรคที่เกี่ยวเนื่องจากการทำงาน และการจัดการเพื่อให้ผู้ประกอบอาชีพสามารถประกอบอาชีพได้อย่างปลอดโรค ปลอดภัยทั้งชีวิตและทรัพย์สิน มีสภาวะที่สมบูรณ์ทั้งร่างกาย จิตใจ และสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล”

ดีไซเนอร์สาว เบลล์-รินทร์รตา อินทามระ เจ้าของแบรนด์ rinrata_brand ได้แชร์ประสบการณ์การดูแลสุขภาพว่า “โชคดีที่เป็นคนที่ทานอะไรแล้วไม่ค่อยอ้วน และเป็นคนที่ชอบสรรหาของอร่อยๆ ทาน โดยเฉพาะของหวาน แต่พอเราอายุเพิ่มขึ้นก็มีคนเตือนว่า กินหวานมากๆ ระวังจะเป็นเบาหวานนะ ปีที่แล้วเลยลองไปตรวจสุขภาพบ้าง ผลปรากฏว่าน้ำตาลในเลือดค่อนข้างสูง แต่ยังโชคดีที่ยังไม่ถึงระดับที่เป็นเบาหวาน จุดนั้นเองที่ทำให้เราหันกลับมาดูแลตัวเองมากขึ้น ทั้งเรื่องการรับประทาน การออกกำลังกาย และการวางแผนตรวจสุขภาพประจำปี เพื่อให้เราได้วางแผนป้องกันก่อนที่จะเกิดโรคค่ะ”

พิจิตต์-ชัยสิทธิ์ วิริยะเมตตากุล ผู้บริหารโรงพยาบาลวิภาวดี

ส่วนไฮโซหนุ่ม ติ-ปิติพัฒน์ ปรีดานนท์ ที่ปกติเป็นคนที่ดูแลสุขภาพอยู่แล้ว บอกว่า “ผมดูแลทั้งในเรื่องของการรับประทานที่จะหลีกเลี่ยงของทอด ของมัน ของหวาน น้ำอัดลม เลือกทานเฉพาะน้ำผลไม้คั้นสด ออกกำลังกายอาทิตย์ละ 4-5 วัน ครั้งละชั่วโมงครึ่งถึง 2 ชั่วโมง เราเป็นนักธุรกิจ ความเครียดก็สำคัญ ต้องพักผ่อนให้เพียงพอหรือถ้าเครียดมากก็ต้องออกไปเที่ยวบ้าง เพื่อลดความเครียด เหมือนเราได้ไปชาร์จพลังงาน

ส่วนเรื่องการตรวจสุขภาพ ผมว่าสำคัญมากครับ พอไม่ตรวจก็ไม่รู้ว่าข้างในเป็นอย่างไรโรคที่ร้ายแรงกว่าคือโรคที่ไม่แสดงอาการ จนมันวิกฤติถึงจะแสดงออกมา อย่างโรคหลอดเลือด หรือโรคมะเร็ง กว่าจะตรวจเจอก็เป็นขั้นรุนแรง รักษาไม่ทัน อย่างน้อยตรวจปีละ 1 ครั้ง เพื่อให้มั่นใจว่าเราไม่ได้เป็นโรค หรือถ้าตรวจเจอก็จะได้วางแผนรักษาแต่เนิ่นๆ ไม่อยากให้ประมาท ใช้ชีวิตต้องบาลานซ์กันครับ”

Japan Expo Thailand 2018 รวบรวมศิลปะ อาหาร แฟชั่น บันเทิงในงานเดียว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/305781

Japan Expo Thailand 2018 รวบรวมศิลปะ อาหาร แฟชั่น บันเทิงในงานเดียว

Japan Expo Thailand 2018 รวบรวมศิลปะ อาหาร แฟชั่น บันเทิงในงานเดียว

วันพุธ ที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

เตรียมจัดงานอีเว้นท์ญี่ปุ่นที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในแถบเอเชียอีกครั้ง สำหรับ Japan Expo Thailand 2018 จัดโดยบริษัท จียูครีเอทีฟ จำกัด โดยผู้บริหารคนแก่ง ยุพเรศ เอกธุระประคัลภ์ ประธานกรรมการบริหารบริษัท จี-ยู ครีเอทีฟ จำกัด (G-Yu Creative) ภายใต้คอนเซ็ปต์ Infinite Japan นับเป็นงานญี่ปุ่นที่ยิ่งใหญ่สุดอลังการ แถวหน้าระดับเอเชียที่รวบรวมเสน่ห์อันหลากหลายของความเป็นญี่ปุ่นมาไว้ในงานเดียวไม่ว่าจะเป็น การ์ตูน แอนิเมชั่น ศิลปะ วัฒนธรรม อาหาร แฟชั่น การท่องเที่ยว และการศึกษารวมทั้งทัพศิลปินไอดอลระดับแถวหน้าที่จะมาโชว์ในงานนี้โดยเฉพาะ ระหว่างวันศุกร์ที่ 26-อาทิตย์ที่ 28 มกราคม 2561 และเตรียมเนรมิต 13 โซนหลัก ทั้งลานหน้าศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์และด้านในห้าง จัดเต็มสุดอลังการ คาดว่าจะมีผู้ชมเข้าร่วมงานกว่า 6 แสนราย

ยุพเรศ เอกธุระประคัลภ์ หรือ เกิร์ลบอกเล่าถึงการเตรียมความพร้อมในการจัดงานครั้งนี้ ว่า “สำหรับงาน Japan expo ในทุกๆ ปี สิ่งที่เราค่อนข้างจะภาคภูมิใจมากก็คือจำนวนคนที่เข้ามาร่วมงานในแต่ละปีจะมีจำนวนเพิ่มขึ้นตลอด โดยงานนี้ไม่ใช่มีแต่รูปแบบความบันเทิงอย่างเดียว แต่เรายังสามารถดึงเม็ดเงินเข้ามาในประเทศมูลค่าหลายร้อยล้านบาท โดยมาจากเราทำฟีดแบ๊กให้กับร้านค้าที่มาออกงาน ซึ่งก็จะทำให้ร้านค้าทราบว่าเขาจำหน่ายอะไรได้เท่าไหร่ หลังจากนั้นก็จะมีการทำธุรกิจต่อยอดเขาจะได้คู่ค้าอะไรยังไงต่อบ้าง

ทุกๆ ปีในงานเราจะมีคอนเทนต์ที่หนาแน่นในทุกๆ โซน ก็ยอมรับว่ามันเป็นโจทย์ที่ไม่ง่าย และค่อนข้างหนักในทุกๆ ปีว่าเราจะเล่นอะไรต่อไปดีเพราะเราเล่นจัดเต็มเพิ่มทุกปี แต่ก็ดีใจที่เราสามารถมีเรื่องใหม่ๆ เข้ามาทุกปีนะ อย่างปีที่แล้วเรามีเรื่องท่องเที่ยว เรื่องของอาหาร เรื่องของศิลปะ วัฒนธรรม มีเรื่องของแฟชั่น มีเรื่องของการศึกษา

ส่วนปีนี้คอนเทนต์แต่ละเรื่องเราก็จะมีอะไรใหม่ๆ เข้ามาเติม อย่างเรื่องของบันเทิงที่เป็นเรื่องหลัก ทำให้คนสนใจ เราก็จะจัดออกมาเลย เริ่มจากอานิเมะ เราก็จะดึงสุดยอดที่ดังๆ คนรู้จักมา ซึ่งในปีนี้ก็จะมีคนที่ร้องเพลงคุริโกะ หรือพี่เบิร์ด (ธงไชย แมคอินไตย) ของญี่ปุ่นก็มาด้วย ซึ่งตอนเชิญไปร่วมงาน เจแปน เอ็กซ์โป ตอนไปจัดที่ประเทศมาเลเซียกระแสดีมาก แล้วก็มีสุดยอดของไอดอล ก็มาซึ่งที่ประกาศออกมาแล้วก็คือ ไมมิ ยาจิมะ อดีตหัวหน้าวง ℃-ute เกิร์ลกรุ๊ปลำดับต้นๆ ของประเทศญี่ปุ่น ที่มายากมาก รวมถึงยังมีไม่ได้ประกาศอีกหลายสิบวงที่กำลังจะบินมา แถมในปีนี้จะมีจัดมีทแอนด์กรี๊ดเสริมให้แน่นเข้าอีก ในเรื่องอาหารก็จะมีร้านอาหารญี่ปุ่นเด็ดๆ มาเยอะ อาทิ ร้านราเม็งที่คนต่อแถวเป็นชั่วโมงก็จะมีน้ำแข็งไสที่ทำจากสตรอเบอร์รี่ที่ฮอกไกโด ก็มาซึ่งอันนี้ไทยซื้อเฟรนไชน์มาแล้ว แล้วก็มีเมลอน มีนมจากญี่ปุ่น มีเนื้อ มีหอยจากญี่ปุ่น งานนี้เรื่องของกินจัดเต็มสุดๆ เพราะนำที่สุดของญี่ปุ่นมารวมไว้ในงานจริงๆ

นอกจากนี้ ยังได้ดึง สุมิดะ แจ๊ส เฟสติวัล อิน แบงคอก มาด้วย ซึ่งโดยปกติแจ๊สจะไม่มีในงานเจแปน เอ็กซ์โป แต่ปีนี้เราจะมีคนดังๆ ที่เล่นแจ๊สในญี่ปุ่นมาด้วย ซึ่งตอบรับมาแล้ว 5 วงโดยวางไว้ว่าปีนี้ด้านนอกจะเปิดงานเร็วขึ้น ซึ่งจะเปิดแสดงในวันศุกร์กันเลยโดยวงแจ๊สจะเริ่มแสดงตั้งแต่บ่ายสองโมงจนถึงค่ำ ซึ่งทางโน้นบอกว่าถ้าศิลปินไทยที่ชอบเพลงแจ๊สเหมือนกันจะมาร่วมแจมเขาก็ยินดีมาก เขาจะเล่นให้ดูกันสดๆ ดูฟรี พร้อมทานอาหารญี่ปุ่นๆ ไปด้วยชิวๆ มาก

นอกจากโซนที่เกี่ยวกับความบันเทิง โซนการศึกษา การท่องเที่ยวแล้ว ยังมีกิจกรรม หารายได้จะมอบให้มูลนิธิสายธารแห่งความหวัง เพื่อช่วยเด็กที่เป็นมะเร็งในขั้นสุดท้าย ใช้ชื่อโครงการว่า Hi! Project โดยได้ทำเสื้อขาย เริ่มจำหน่ายไปแล้วได้พอประมาณราคาตัวละ 288 บาท โดยรายได้ทั้งหมด ไม่มีการหักค่าใช้จ่ายเลย แล้วมอบให้กับทางมูลนิธิ

ร่วมพิสูจน์และเป็นส่วนหนึ่งกับความเป็นที่สุดของญี่ปุ่นที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในเมืองไทย และในแถบเอเชีย ระหว่างวันที่ 26-28 มกราคม 2561 ตั้งแต่เวลา 10.00-20.00 น.ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.japanexpothailand.com,www.gyucreative.com, http://www.facebook.com/japanexpointhailand

ยุพเรศ เอกธุระประคัลภ์

ยุพเรศ เอกธุระประคัลภ์

Life&Health : หลักการใช้ยาให้ถูกต้อง…ปลอดโรคปลอดภัย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/305768

x

Life&Health : หลักการใช้ยาให้ถูกต้อง…ปลอดโรคปลอดภัย

วันพุธ ที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ใครๆ ก็อยากมีร่างกายที่แข็งแรง ปราศจากโรคต่างๆ แต่ทุกวันนี้ด้วยการดำเนินชีวิต สภาพเศรษฐกิจและสภาวะแวดล้อมในยุคของสังคมดิจิทัล เราจึงไม่สามารถหลีกเลี่ยงการเจ็บป่วยได้ ส่วนจะมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับสภาพร่างกาย การดูแลเอาใจใส่สุขภาพและสุขอนามัยของแต่ละคน รวมทั้งสภาพอากาศที่เอาแน่นอนไม่ได้บ้างร้อน บ้างเย็น กระทั่งบางคนที่ร่างกายไม่แข็งแรงก็อาจปรับตัวไม่ทันและ
เจ็บป่วยขึ้นได้ง่าย

เมื่อเกิดเจ็บไข้ได้ป่วยขึ้นมา “ยา” จึงนับเป็นปัจจัยสำคัญในการรักษาอาการผิดปกติต่างๆ ในร่างกาย หรือต่อสู้กับเชื้อโรคที่รุกรานร่างกาย แต่ยาก็มีทั้งคุณและโทษ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับลักษณะและวิธีการใช้ยาชนิดนั้นๆ ส่วนใหญ่แล้วคนไทยเราถ้ามีอาการเจ็บไข้เล็กน้อย มักจะไปหาซื้อยาตามร้านขายยาก่อน แต่ยาไม่ใช่อาหารที่จะซื้อมารับประทานเองตามชอบใจ ก่อนใช้ยาในแต่ละครั้ง ไม่ว่าจะเป็นยาชนิดใดก็ตามควรทราบถึงสาเหตุและอาการ เพื่อให้สามารถเลือกยาได้ถูกกับโรค และที่สำคัญคือ ต้องใช้ให้ถูกขนาด ถูกเวลาและถูกวิธี ดังนั้นก่อนใช้ยาทุกครั้ง ควรปรึกษาเภสัชกรและศึกษาหาข้อมูลเพื่อการใช้ยาอย่างถูกต้องและปลอดภัย สำหรับข้อปฏิบัติที่ควรพิจารณาก่อนการใช้ยาให้ปลอดภัย มีดังนี้

ใช้ให้ถูกกับโรค ก่อนซื้อยารับประทานทุกครั้งควรทราบก่อนว่าป่วยด้วยโรคอะไร โดยอาจบอกอาการคร่าวๆ ให้เภสัชกรเป็นผู้จัดให้

ใช้ให้ถูกคน ยาของแต่ละบุคคลมักจะเหมาะสมเฉพาะคนนั้นๆ หากบุคคลอื่นจะนำไปใช้ ต้องศึกษาให้ดีเสียก่อนเพราะ อายุ เพศ วัย น้ำหนักที่แตกต่างกัน อาจต้องใช้ยาในปริมาณที่ต่างกัน และบางครั้งอาการของโรคคล้ายๆ กัน แต่อาจใช้ยารักษาต่างกัน จึงไม่ควรใช้ยาของคนอื่น
ดังนั้นจึงควรปรึกษาเภสัชกรหรือแพทย์ก่อน

ใช้อย่างถูกเวลา เช่น ยาก่อนอาหารควรรับประทานก่อนอาหารประมาณครึ่งชั่วโมง ส่วนยาหลังอาหารควรรับประทานหลังอาหาร 15-20 นาที ถ้าเป็นยาที่ระบุว่ารับประทานหลังอาหารทันที หรือรับประทานพร้อมอาหารไม่ควรรับประทานขณะท้องว่าง เพราะส่วนมากจะเป็นยาที่ทำให้เกิดการระคายเคืองต่อเยื่อบุกระเพาะ และถ้าเป็นยาลดกรดควรรับประทานหลังอาหาร 1-2 ชั่วโมง จึงจะให้ผลดี

ใช้อย่างถูกวิธี เช่น ยาเม็ด หรือยาแคปซูล ควรกลืนทั้งเม็ดพร้อมน้ำ ถ้าระบุว่า “เคี้ยวก่อนกลืน” ต้องเคี้ยวให้ละเอียด หากเป็นยาน้ำแขวนตะกอนควรเขย่าขวดก่อนใช้ทุกครั้ง เพื่อให้ตัวยากระจายทั่วขวด และถ้าเป็นยาผงที่ระบุให้ละลายน้ำก่อนรับประทาน อย่ารับประทานทั้งผงแห้งๆ และดื่มน้ำตาม เพราะอาจทำให้เกิดการอุดตันของทางเดินอาหารได้ สำหรับยาที่ใช้เฉพาะที่ เช่น ยาเหน็บที่ใช้สอดทวารหนัก หรือสอดทางช่องคลอด ควรนำยาจุ่มน้ำก่อนเพื่อให้ลื่นและสอดเข้าได้ง่าย ยาที่ใช้สอดเข้าทวารหนักต้องเก็บไว้ในตู้เย็น เพื่อป้องกันยาหลอมตัวและช่วยให้ยามีความแข็งพอที่จะสอดเข้าทวารหนักได้

ที่สำคัญคือ วันหมดอายุ เป็นสิ่งที่ไม่ควรลืมก่อนใช้ยาทุกครั้ง เพราะหากยานั้นหมดอายุ หรือเสื่อมสภาพแล้ว อาจก่อให้เกิดโทษต่อร่างกายได้ การดูว่ายาหมดอายุหรือไม่ ดูได้จากฉลากยาบนกล่องหรือขวดยานั้น โดยทั่วไปมักเขียนเป็นภาษาอังกฤษแสดงวัน-เดือน-ปีที่ยาหมดอายุ เช่น Exp. Date 8/11/17 หรือ Use by Nov.17 หรือ Use before Nov. 17 เป็นต้น

ดังนั้นก่อนใช้ยาทุกครั้งควรอ่านฉลากยาอย่างละเอียด เพราะบนฉลากได้มีข้อแนะนำทั้งสรรพคุณในการรักษา วิธีใช้ ขนาดที่ถูกต้อง รวมถึงวันหมดอายุของยานั้นๆ ด้วย

แม้ว่ายาจะเป็นหนึ่งในปัจจัยสี่ที่จำเป็นในชีวิตประจำวัน แต่เราทุกคนก็ไม่ควรจะละเลยควรใส่ใจในรายละเอียดต่างๆ ของการใช้ยาแต่ละชนิด ก่อนใช้ยาทุกครั้งจึงควรปรึกษาเภสัชกรก่อนทุกครั้ง เพื่อรับคำแนะนำการใช้ยาอย่างถูกต้องเหมาะสมและปลอดภัย ไร้โรคภัยตามมา อย่างไรก็ตามการดูแลร่างกายป้องกันไม่ให้ป่วยจะเป็นวิธีที่ดีที่สุด

ผศ.(พิเศษ)ดร.ภก.อภิสิทธิ์ ฉัตรทนานนท์

เลขาธิการสภาเภสัชกรรม

อาการผมมัน คัน รังแค อย่ามองข้ามโรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/305772

อาการผมมัน คัน รังแค อย่ามองข้ามโรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง

อาการผมมัน คัน รังแค อย่ามองข้ามโรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง

วันพุธ ที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

“ผม” กลายเป็นหนึ่งในปัจจัยของการดูดีแบบครบสูตร หลายคนโชคดีมีผมที่หนาและดกตลอดชีวิต จะดำหรือขาวก็แล้วแต่อายุ คนที่ผมบางอาจรักตัวกลัว “ผม” หาย และดูแลรักษาอย่างดี คนที่มีพอดีๆ อาจไม่รู้ตัวแล้วรังแก “ผม” ของตัวเองโดยไม่รู้ตัว

พญ.ชินมนัส ตั้งจาตุรนต์รัศมี ประชาสัมพันธ์สมาคมแพทย์ผิวหนังแห่งประเทศไทย เผยว่า คนเราจะมีเส้นผมโดยประมาณคนละ 100,000-150,000 เส้นผมของแต่ละคนจะดูฟูดก หยิก ตรงลีบ ขึ้นอยู่กับกรรมพันธุ์ วงจรการเติบโตของผมสามารถแบ่งได้เป็น 3 ระยะ ดังนี้ ระยะการเจริญเติบโต หรือ Anagen Phase คือระยะที่ต่อมรากผมจะอยู่ลึกที่สุดในชั้นหนังแท้ โดยมีหลอดเลือดมาหล่อเลี้ยงอยู่มากมาย และจะใช้เวลาประมาณ 1,000 วัน หรือ 3 ปี ในการเจริญเติบโตเป็นเส้นผม ประมาณ85-90% ของเส้นผมทั้งศีรษะจะอยู่ในระยะการเจริญเติบโตนี้

ระยะหยุดการเจริญเติบโต หรือ Catagen Phase คือ ระยะหยุดการเจริญเติบโต ต่อมรากผมจะหยุดการแบ่งเซลล์ แต่ต่อมรากผมจะมีการค่อยๆ เลื่อนสูงขึ้นไปเรื่อยๆ โดยทั่วไประยะนี้จะกินเวลาประมาณ 3 สัปดาห์ ระยะพัก หรือ Telogen Phase ซึ่งเป็นระยะสุดท้ายของเส้นผม เมื่อต่อมรากผมเลื่อนสูงขึ้นจนถึงบริเวณของเซลล์ต้นกำเนิด (Stem cell) แล้ว ผมของคนเราก็จะเข้าสู่ ระยะพัก ซึ่งจะเป็นเพียงช่วงสั้นๆ ประมาณ 100 วัน หรือ 3 เดือน ทั้งนี้ 10% ของเส้นผมทั้งศีรษะจะอยู่ในระยะพักนี้ ก่อนที่เซลล์ต้นกำเนิด (Stem cell) จะส่งสัญญาณให้ต่อมผมเลื่อนลงมาอีกครั้งเพื่อให้มีการสร้างผมใหม่ โดยเส้นผมใหม่ที่สร้างขึ้นจะดันผมเก่าให้หลุดร่วงไป

หลายคนคงเคยมีข้อสงสัยว่า ทั้งๆ ที่ดูแลรักษาเส้นผมและหนังศีรษะอย่างดีแล้ว แต่ทำไมยังมีอาการต่างๆ เหล่านี้ เช่น ผมมันมาก ผมร่วมผิดปกติ คันหนังศีรษะ ผมและหนังศีรษะแห้ง มีรังแคซึ่งอาการเหล่านี้ดูเผินๆ อาจจะเป็นเรื่องปกติ แต่ความจริงแล้วมันคือ สิ่งบ่งชี้ความผิดปกติของร่างกายได้เช่นกัน

“คนที่มีรังแคเยอะ และคันศีรษะมาก ส่วนใหญ่จะเป็นโรค Seborrheic Dermatitis เรียกสั้นๆ ว่าโรคเซ็บเดิร์มเป็นโรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนังอักเสบชนิดหนึ่ง ที่ยังไม่พบสาเหตุแน่ชัดในการเกิดโรค จากหลักฐานทางการแพทย์พบว่า อาจจะเกิดจากการที่หนังศีรษะมียีสต์ที่ชื่อ Malassezia furfur มากกว่าปกติ ทำให้มีการสร้างสารก่อให้เกิดการอักเสบที่ผิวหนัง จึงเกิดเป็นผื่นคันดังกล่าว ซึ่งมีปัจจัยอื่นที่อาจมีความสัมพันธ์ร่วม เช่น การที่ร่างกายมีอุณหภูมิสูงขึ้น เช่น ตากแดดหรือดื่มแอลกอฮอล์ในบางฤดู เช่น ฤดูหนาว หนังศีรษะอาจแห้งคันมากขึ้น เกิดความเครียดนอนไม่พอพักผ่อนน้อย หรือมีโรคประจำตัวบางอย่าง เช่น พาร์กินสัน, การรับประทานยาบางอย่าง เช่นยากันชัก ยา cimetidine ที่ใช้รักษาโรคกระเพาะ อาจทำให้มีโอกาสเกิดโรคเซ็บเดิร์มนี้มากขึ้นเช่นกัน แม้จะยังไม่สามารถหาสาเหตุของการเกิดโรคที่แท้จริงได้ แต่มีคนไข้ที่เป็นโรคนี้กันมาก ทั้งในหน้าร้อนและหน้าหนาว”

พญ.ชินมนัส เผยอีกว่า อาการของโรคเซ็บเดิร์ม คือ มีอาการคันที่หนังศีรษะ ผิวหนังเป็นผื่นแดง ตุ่มคัน หรือ หนังศีรษะนูนหนา มีรังแค
โรคเซ็บเดิร์มอาจมีอาการคล้ายกับโรคสะเก็ดเงินได้ แต่โรคสะเก็ดเงินจะมีผื่นแดงมากกว่า ผื่นหนากว่าและมีสะเก็ดมากกว่า โชคดีที่โรคเซ็บเดิร์มส่วนใหญ่ไม่ทำให้ผมร่วง นอกจากเป็นขั้นรุนแรง

“การรักษาไม่ยาก เพียงแต่คนไข้ควรหลีกเลี่ยงความเครียด นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอลดการดื่มแอลกอฮอล์ ซึ่งยิ่งดื่มจะยิ่งไปกระตุ้นให้อุณหภูมิในร่างกายสูงขึ้น และควรใช้แชมพูที่มีส่วนประกอบของ Ketoconazole, Tar,Salicylic acid, หรือ Ciclopiroxolamine อาจทำให้อาการคันหนังศีรษะและรังแคลดลง ในคนที่มีอาการมากอาจใช้ยาโลชั่นที่มีส่วนประกอบของยาสเตียรอยด์ร่วมด้วย โรคนี้มักมีอาการเป็นๆ หายๆมักไม่หายขาด ควรหลีกเลี่ยงปัจจัยกระตุ้นเท่าที่เป็นไปได้และทายาหรือสระผมด้วยแชมพูที่ผสมตัวยาดังกล่าว เพื่อทำให้อาการดีขึ้นและทำให้โรคอยู่ในภาวะที่ควบคุมได้จะดีกว่า”

สำหรับ เคล็ดลับทำให้ผมแข็งแรงของทั้งคุณผู้หญิงและคุณผู้ชาย คือต้องทานอาหารที่มีธาตุเหล็กให้เพียงพอ เช่น ผักใบเขียว เนื้อแดงหรือเครื่องในสัตว์ ซึ่งถ้าร่างกายเรามีธาตุเหล็กไม่เพียงพอ ผมเราก็จะเริ่มเปราะบาง และหลุดร่วงง่าย โดยปกติแล้วผมของเราจะร่วงวันละประมาณ 50-100 เส้น แต่วันที่สระผมอาจร่วงมากหน่อย คือ 100-200 เส้น

ทั้งนี้ การเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมและหนังศีรษะนั้น อย่างแรกให้เลือกใช้แชมพูยี่ห้อที่ใช้แล้วไม่คัน ไม่ระคายเคือง สำหรับอากาศแบบบ้านเราควรเลือกใช้แชมพูที่ไม่ผสมน้ำมัน เพราะจะไปกระตุ้นให้แบคทีเรีย หรือยีสต์มาเยี่ยมเยียนมากขึ้น แต่อาจเหมาะกับบางคน เช่น คนที่เป็นโรคสะเก็ดเงินหรือคนที่มีหนังศีรษะหรือผมที่แห้งมาก อย่างที่สอง คือ เรื่องการทำผม สิ่งที่ดีที่สุดสำหรับผม คือรักษาความสะอาด ดูแลผมแต่เพียงพอเหมาะ ไม่ทำร้ายผม ด้วยความร้อนหรือสารเคมีบ่อยมากจนเกินไป รักษาสุขภาพและรับประทานอาหารให้ครบห้าหมู่ก็เพียงพอสำหรับผมสวยได้ตลอด

พญ.ชินมนัส ตั้งจาตุรนต์รัศมี

พญ.ชินมนัส ตั้งจาตุรนต์รัศมี