ทีดับเบิลยูจีทีชวนเฉลิมฉลองเทศกาลคริสต์มาสอันแสนรื่นรมย์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/308180

ทีดับเบิลยูจีทีชวนเฉลิมฉลองเทศกาลคริสต์มาสอันแสนรื่นรมย์

ทีดับเบิลยูจีทีชวนเฉลิมฉลองเทศกาลคริสต์มาสอันแสนรื่นรมย์

วันจันทร์ ที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2560, 16.00 น.

กลางฤดูหนาวของทุกปีเราจะได้สนุกสนานรื่นเริงกับเทศกาลคริสต์มาส เป็นช่วงเวลาที่รอยยิ้มและเสียงหัวเราะครื้นเครงซึ่งบ่งบอกถึงความสุขปรากฏอยู่รอบกาย ทีดับเบิลยูจีที (TWG Tea) ร่วมเฉลิมฉลองเทศกาลแห่งความสุขนี้ ด้วยการรังสรรค์อาหารสูตรพิเศษ ขนมหวาน รวมไปถึงเครื่องดื่ม ซึ่งมีส่วนผสมของชาชั้นเลิศ มาสร้างความอิ่มเอมเติมเต็มประสบการณ์ที่แสนดีให้กับทุกคน ทั้งในกลุ่มเพื่อนฝูง และในครอบครัวอันอบอุ่น

เริ่มต้นเทศกาลแห่งการเฉลิมฉลองด้วย ชา จอย ออฟ คริสต์มาส ที (Joy of Christmas Tea)ชาดำรสเลิศที่บรรจงเก็บเกี่ยวและเบลนอย่างพิถีพิถันเข้ากับเปลือกส้มเครื่องเทศและช็อกโกแลตกลิ่นมอลต์อันนุ่มละมุนดุจกำมะหยี่ ให้ความรู้สึกดีไม่ว่าจะดื่มแบบร้อนหรือเย็น เหมาะกับยามเช้ากลางสายลมหนาวหรือหลังอาหารมื้อค่ำอันเปี่ยมสุข

นอกจากนั้น ทีดับเบิลยูจีที (TWG Tea) ยังได้สร้างสรรค์เครื่องดื่มพิเศษเพื่อเทศกาลคริสต์มาสโดยเฉพาะ เพื่อเติมความสุขสดชื่นให้ช่วงเวลาแห่งความสุข กับม็อคเทลผสมจากชารสดี 3 สูตร อันได้แก่ คริสต์มาส บลัช (Christmas Blush) เติมความสดชื่นด้วย ชา ไวท์ คริสต์มาส ที (White Christmas Tea) กับผลไม้ตระกูลเบอร์รี่และแอปเปิ้ล ถ้าชอบความเซอร์ไพรส์ ควรลิ้มลอง มิสเซิลโท คิส (Mistletoe Kiss)เป็นมอคเทลบลูเบอร์รี่และฮาเซลนัท ผสมกับชา โนเอล! โนเอล! ที (Noel! Noel! Tea) และสูตรสุดท้าย หอมหวานไปกับดีลิซ เดอ โนเอล (Délice de Noël)ชา โนเอล! โนเอล! ที (Noel! Noel! Tea) มิกซ์กับน้ำลิ้นจี่และมะม่วง เลือกเติมความสุขสดชื่นได้ตามชอบ ที่ราคาแก้วละ 190 บาทเท่านั้น

จานหลักสำหรับวันที่แสนอบอุ่น เชฟได้รังสรรค์สูตรพิเศษเพื่อให้สอดคล้องกับเทศกาลแห่งการเฉลิมฉลอง จานแรก คือ คริสต์มาส เวลลิงตัน (Christmas Wellington) เป็นเนื้ออกไก่ห่อกับเพสโต เห็ดทรัฟเฟิล เบคอนไก่งวง และธัญพืชในซอสเบซาเมล กับกะหล่ำปลีสีแดงต้มกับชา จอย ออฟ คริสมาสต์ ที (Joy of Christmas Tea) เสิร์ฟพร้อมครีมซอสแครนเบอร์รี  ส่วนจานที่สอง เอาใจคนรักเส้นด้วย แครนเบอร์รี่ ลิงกวินี แอนด์ โรสต์ แคลม (Cranberry Linguine and Roasted Clam) เป็นเส้นลิงกวินี หรือพาสตาเส้นแบน ผัดกับซอสมะเขือเทศและแครนเบอร์รี ที่ปรุงด้วยน้ำซุปผสมกับชา จอย ออฟ คริสมาสต์ ที (Joy of Christmas Tea) เสิร์ฟคู่กับซอสเพสโต และหอยตลับอบเนยสมุนไพร ก่อนจะโรยหน้าด้วยพาร์เมซาน ชีส และไข่แซลมอน อิ่มอร่อยในราคาจานละ 360 บาท

สำหรับผู้ที่โปรดปรานบรรยากาศการจิบชายามบ่าย  ทีดับเบิลยูจีที (TWG Tea)  มีเมนูของหวานพิเศษให้ได้ลิ้มรสในช่วงคริสต์มาสนี้ นั่นคือชาม เดอ โนเอล (Charme de Noël)ประกอบไปด้วยขนม 3 ชนิด ได้แก่ราสเบอร์รี่ ทีรามิสุ รีธ (Raspberry Tiramisu Wreath)อัลมอนด์ ซาเบล และสปอนจ์เค้ก รสวานิลลา สลับชั้นกับ ทีรามิสุ มูส เคลือบด้วยเจลลี่ราสเบอร์รี่ผสมชา ซากุระ! ซากุระ! ที (Sakura! Sakura! Tea) ตกแต่งหน้าด้วยผลไม้นานาคล้ายพวงดอกไม้คริสต์มาส ทรี มาการอง (Christmas Tree Macaron)มาการองสีเขียวสวย ประกบกานาช ชา วานิลลา เบอร์เบิน ที (Vanilla Bourbon Tea) เคียงคู่มาด้วย และ สเลห์ พาฟโลวา จอย ออฟ คริสต์มาส (Sleigh Pavlova Joy of Christmas)เป็นขนมเค้กที่ทำเป็นรูปเลื่อนหิมะ โดยมีเมอร์แรงผสมชา จอย ออฟ คริสมาสต์ ที (Joy of Christmas Tea) เป็นหลัก ตกแต่งด้วยช็อคโกแลต สตรอว์เบอร์รีสดและเปลือกส้ม

พิเศษสุดสำหรับเทศกาลแห่งความสุขด้วย ลิมิเต็ด เอดิชั่น จอย ออฟ คริสต์มาส ที มาการอง (limited edition Joy of Christmas Tea Macaron)ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากความแวววาวของเกล็ดหิมะขาว ความฉ่ำของทับทิมสีแดงและสีทองอร่าม ทีดับเบิลยูจีที (TWG Tea) แปลงโฉมมาการอง ขนมหวานซิกเนเจอร์ให้กลายเป็นอัญมณีชิ้นพอคำที่สามารถรับประทานได้ โดยผสมชา จอย ออฟ คริสมาสต์ ที (Joy of Christmas Tea) ลงไปในมาการองกรุบกรอบผสมอัลมอนด์สีขาวสะอาดก่อนปิดทองบนผิวหน้า จากนั้นบรรจงสอดไส้กานาชสีแดงกำมะหยี่ ที่หอมกลิ่นสับปะรดและเครื่องเทศ เป็นขนมหวานที่เหมาะสำหรับสร้างความสุขสดใสให้กับคนที่คุณรัก

เฉลิมฉลองเทศกาลคริสต์มาสอันแสนรื่นรมย์ ด้วยอาหาร ขนมหวานและเครื่องดื่มสูตรพิเศษ ได้ณทีดับเบิลยูจีทีซาลอนแอนด์บูติคทุกสาขาตั้งแต่วันที่ 27 พฤศจิกายน 2560 – 7 มกราคม 2561 นี้เท่านั้นสอบถามเพิ่มเติมโทร. 0-2259-9510

นิทรรศการจิตรกรรม ประติมากรรม ‘เทิดทูน เทิดไท้องค์ราชัน’ ผลงานศิลปินดัง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/308046

นิทรรศการจิตรกรรม ประติมากรรม ‘เทิดทูน เทิดไท้องค์ราชัน’ ผลงานศิลปินดัง

นิทรรศการจิตรกรรม ประติมากรรม ‘เทิดทูน เทิดไท้องค์ราชัน’ ผลงานศิลปินดัง

วันจันทร์ ที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ลลิสา จงบารมี, ศิริลักษณ์ ไม้ไทย และ อ.ดินหิน รักพงษ์อโศก

เพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ที่ทรงวิริยะอุตสาหะบำเพ็ญพระราชกรณียกิจนานัปการ และเพื่อเทิดไท้องค์ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร รัชกาลที่ 10 คณะกรรมการมูลนิธิธารศิลป์รักษ์จิตรกร นำโดย ลลิสา จงบารมี และคณะศิลปินจิตรกร ประติมากร จัดงานเปิดนิทรรศการจิตรกรรม ประติมากรรม “เทิดทูน เทิดไท้องค์ราชัน” ผลงานโดยศิลปินชื่อดัง อาทิ อ.แนบ โสถติพันธุ์, อ.ศุภกิจอุตตรนคร, อ.อุดมลักษณ์ ทรงสุวรรณรวมไปถึงผลงานประติมากร ทีมงานสร้างพระเมรุมาศ โดยมี ดร.จรัลธาดา กรรณสูตองคมนตรี เป็นประธานเปิดงาน พร้อมด้วยท่านผู้หญิงภรณี มหานนท์ รองราชเลขานุการในพระองค์สมเด็จพระบรมราชินีนาถ, คุณหญิงแสงเดือน ณ นคร ประธานคณะกรรมการที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ มูลนิธิธารศิลป์รักษ์จิตรกร, คุณหญิงโรส บริบาลบุรีภัณฑ์ ประธานที่ปรึกษากรรมการกิตติมศักดิ์ มูลนิธิธารศิลป์รักษ์จิตรกร, ศิริลักษณ์ ไม้ไทย และ ดร.ศุลีมาศ สุทธิสัมพัทน์ให้เกียรติมาร่วมงาน ณ ชั้น G (ใกล้บันไดเลื่อน-MCLUB) ดิ เอ็มโพเรียม ช็อปปิ้ง คอมเพล็กซ์

ลลิสา จงบารมี ประธานคณะกรรมการบริหารมูลนิธิธารศิลป์รักษ์จิตรกร และประธานจัดงาน กล่าวว่า การจัดนิทรรศการจิตรกรรม ประติมากรรม “เทิดทูน เทิดไท้องค์ราชัน”เพื่อเป็นการน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ที่ทรงวิริยะอุตสาหะบำเพ็ญพระราชกรณียกิจนานัปการ และเพื่อเป็นการเทิดไท้องค์ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูรรัชกาลที่ 10 รวมทั้งเพื่อจัดหารายได้สมทบกองทุนเป็นค่ารักษาพยาบาลและผ่าตัดแก่จิตรกรและประติมากรในมูลนิธิธารศิลป์รักษ์จิตรกร และเพื่อเป็นสวัสดิการส่งเสริมศิลปิน จิตรกร ประติมากร สร้างแรงบันดาลใจให้แก่เด็กและเยาวชนไทยได้อนุรักษ์งานศิลปะ พร้อมทั้งเป็นที่ชื่นชมของชาวต่างชาติด้วย ทั้งนี้ รายได้ส่วนหนึ่งมอบให้แก่โครงการในพระราชดำริ เช่น มูลนิธิพระดาบส เพื่อสร้างงาน สร้างอาชีพ เป็นลำดับต่อไป

ผลงานที่นำมาจัดแสดงในครั้งนี้มีทั้งงานจิตรกรรม โดยศิลปินชื่อดัง อาทิ อ.แนบ โสถติพันธุ์, อ.ศุภกิจ อุตตรนคร, อ.อุดมลักษณ์ทรงสุวรรณ รวมไปถึงการเขียนภาพสดโดย อ.สมยศ คำแสง ปาดเกรยอง วาดภาพพญาครุฑ, อ.ดินหิน รักพงษ์อโศก วาดเส้นชาโคลภาพรัชกาลที่ 9 และศิลปินเด็กอัจฉริยะน้องภูผา ด.ช.ปรวุธ จิรมิตรมงคล ที่วาดลายเส้นปากกาสีทอง ภาพรัชกาลที่ 10 ส่วนผลงานประติมากรรม โดย พิทักษ์ เฉลิมเล่า ทีมงานที่สร้างพระเมรุมาศ ทั้งนี้ จะมีการประมูลเพื่อการกุศล สมทบกองทุนค่ารักษา พยาบาลและผ่าตัดแก่ศิลปินในมูลนิธิฯ และมูลนิธิพระดาบส รวมถึงใช้เป็นสวัสดิการในการส่งเสริมศิลปิน สำหรับการสร้างแรงบันดาลใจให้กับเยาวชน เพื่ออนุรักษ์งานด้านศิลปะ

ด้าน อ.ศุภกิจ อุตตรนคร เลขาธิการ และกรรมการมูลนิธิธารศิลป์รักษ์จิตรกร เผยว่า สำหรับภาพที่ตนเขียนได้แรงบันดาลใจมาจากช่วงเวลาที่ประชาชนชาวไทยได้สูญเสียกษัตริย์ที่เคารพรัก นับถือ และเทิดทูนไว้เหนือหัว และในขณะเดียวกัน สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร รัชกาลที่ 10 ทรงเป็นมิ่งขวัญให้กับประชาชนคนไทย จึงเขียนอยู่ในภาพเดียวกันด้วยเทคนิคสีน้ำมัน

พิทักษ์ เฉลิมเล่า ประติมากร และทีมงานที่สร้างพระเมรุมาศ เผยถึงแรงบันดาลใจในการสร้างผลงานทั้ง 4 องค์ว่า องค์แรก คือ “ใจ” ถึงแม้พระองค์ท่านไม่อยู่แล้ว แต่ว่าใจของพระองค์ท่านยังอยู่กับพวกเราตลอด เหมือนดั่งพญาครุฑที่ดูแลปกป้องแผ่นดินนี้ ที่ทำให้เรายืนหยัดต่อสู้, องค์ที่ 2 คือ “พ่อ” หมายถึงทุกอย่างที่เกิดมาจากพ่อที่ทำให้ลูกๆ ทุกคนตระหนักและเห็นความสำคัญ และในหลวงรัชกาลที่ 10 ทรงคอยปกป้องสถาบัน ปกป้องสิ่งที่พ่อทำทั้งหมดทั้งมวลให้เกิดเป็นรูปธรรมในอนาคตต่อไป, องค์ที่ 3 คือ “แผ่นดินธรรม” เป็นเรื่องของธรรม คือการมีธรรมแต่ต้องลงมือทำ บวกกับสิ่งที่พระองค์มองประเทศไทยของเราตลอดเวลา อยากให้ทุกคนลงมือทำด้วยตัวเองเหมือนพระองค์ท่านที่ได้ลงมือทำทุกอย่างด้วยพระองค์ท่านเอง และ องค์สุดท้าย คือ “แผ่นดินทอง” หมายถึง การที่เราเห็นพระองค์ท่านเหมือนพระที่เดินธุดงค์ ที่เสด็จฯไปทุกๆ ที่ในประเทศไทย เพื่อช่วยเหลือประชาชน จึงเกิดเป็นแผ่นดินทองนี้ขึ้นมา

ทั้งนี้ นิทรรศการจิตรกรรม ประติมากรรม “เทิดทูน เทิดไท้องค์ราชัน” เปิดให้เข้าชมตั้งแต่วันนี้-20 ธันวาคม 2560 เวลา 10.00-20.30 น. ณ ห้องแสดง ชั้น G(ใกล้บันไดเลื่อน-MCLUB) ดิ เอ็มโพเรียม ช็อปปิ้ง คอมเพล็กซ์

อ.ศุภกิจ อุตตรนคร

อ.ศุภกิจ อุตตรนคร
พิทักษ์ เฉลิมเล่า กับผลงานประติมากรรม องค์ที่ 2 คือ “พ่อ”

พิทักษ์ เฉลิมเล่า กับผลงานประติมากรรม องค์ที่ 2 คือ “พ่อ”
ดร.จรัลธาดา กรรณสูต องคมนตรี เป็นประธานเปิดงาน พร้อมด้วย ท่านผู้หญิงภรณี มหานนท์, คุณหญิงแสงเดือน ณ นคร, คุณหญิงโรส บริบาลบุรีภัณฑ์, ลลิสา จงบารมี, ศิริลักษณ์ ไม้ไทย, ดร.ศุลีมาศ สุทธิสัมพัทน์, จิระพันธ์ อุลปาทรและ Mr.Timothy Eldredge

ดร.จรัลธาดา กรรณสูต องคมนตรี เป็นประธานเปิดงาน พร้อมด้วย ท่านผู้หญิงภรณี มหานนท์, คุณหญิงแสงเดือน ณ นคร, คุณหญิงโรส บริบาลบุรีภัณฑ์, ลลิสา จงบารมี, ศิริลักษณ์ ไม้ไทย, ดร.ศุลีมาศ สุทธิสัมพัทน์, จิระพันธ์ อุลปาทรและ Mr.Timothy Eldredge
ดร.จรัลธาดา กรรณสูต องคมนตรี และ ลลิสา จงบารมี

ดร.จรัลธาดา กรรณสูต องคมนตรี และ ลลิสา จงบารมี
ศิลปินเด็กอัจฉริยะ น้องภูผา-ด.ช.ปรวุธ จิรมิตรมงคล

ศิลปินเด็กอัจฉริยะ น้องภูผา-ด.ช.ปรวุธ จิรมิตรมงคล

100 เรื่องเล่าของผู้หญิงเปลี่ยนโลก ส่งต่อแรงบันดาลใจให้(เด็ก)หญิงทั่วประเทศ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/308089

100 เรื่องเล่าของผู้หญิงเปลี่ยนโลก ส่งต่อแรงบันดาลใจให้(เด็ก)หญิงทั่วประเทศ

100 เรื่องเล่าของผู้หญิงเปลี่ยนโลก ส่งต่อแรงบันดาลใจให้(เด็ก)หญิงทั่วประเทศ

วันจันทร์ ที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

คิม จงสถิตย์วัฒนา และ น้ำทิพย์ เทือกสุบรรณ

สมกับเป็นหนังสือสร้างแรงบันดาลใจเล่มพิเศษ สำหรับ “100 เรื่องเล่าของผู้หญิงเปลี่ยนโลก (Good Night Stories For Rebel Girls)” ที่นานมีบุ๊คส์ จับมือ บีทูเอส ร่วมกันจัดงานเปิดตัวหนังสือส่งท้ายปี เพื่อส่งต่อแรงบันดาลใจให้ (เด็ก) หญิงทั่วประเทศกล้าลุกขึ้นมาเปลี่ยนแปลงตัวเองและสร้างสิ่งที่มีคุณค่า ผ่านเรื่องจริงของ 100 ผู้หญิงธรรมดาที่ไม่ธรรมดาของโลก แต่เต็มเปี่ยมไปด้วยไฟฝันและแรงบันดาลใจ กล้าคิดต่างอย่างสร้างสรรค์จนสามารถสร้างสิ่งที่มีคุณค่าให้กับโลกใบนี้

บรรยากาศภายใน ร้าน B2S ชั้น 4 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ จึงเต็มไปด้วยความอบอุ่นและเป็นกันเองของผู้ที่มาร่วมงาน ซึ่งนอกจากจะได้รับแรงบันดาลใจดีๆ จากหนังสือแล้ว ยังได้แง่คิดจากแขกรับเชิญคนดังอย่าง หนิง-ศรัยฉัตร กุญชร ณ อยุธยา จีระแพทย์ หนึ่งในผู้แปล เกม-ดวงพร ปฐวีกานต์, จูน-จุฑาศรี คูวินิชกุล ผู้ร่วมก่อตั้ง Grab Taxi และ สุผจญ กลิ่นสุวรรณ ที่มาร่วมเสวนา ส่งต่อความรู้สึกสุดประทับใจที่ได้รับจากการอ่านหนังสือเล่มดังกล่าว พร้อมบอกเทคนิคสร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้หญิงให้ยืนหยัดได้ด้วยตัวเอง ตามคอนเซ็ปต์ของหนังสือที่ว่า “ทุกความสำเร็จเป็นไปได้แค่ไม่กลัวล้มเหลว” ทำเอาผู้บริหารอย่าง คิม จงสถิตย์วัฒนา กรรมการผู้จัดการ บริษัท นานมีบุ๊คส์ จำกัด ชลวีร์ อิ่มแสง ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ฝ่ายการตลาด บริษัท บีทูเอส จำกัด และเพื่อนๆ ที่มาร่วมให้กำลังใจ อาทิ น้ำทิพย์ เทือกสุบรรณ, สุกานดา มีมารยาตร์, นาวา ศุภกรชัย เป็นต้น

คิม จงสถิตย์วัฒนา กรรมการผู้จัดการ บริษัท นานมีบุ๊คส์ จำกัด กล่าวว่า ผู้หญิงจำนวนไม่น้อยต้องเผชิญกับอุปสรรคมากมาย ทั้งข้อจำกัดของเพศสภาพที่สังคมตั้งค่าให้ ทั้งการถูกดูแคลนนานา เพียงเพราะว่าพวกเธอเป็น “ผู้หญิง” เช่นเดียวกับ เอเลนา ฟาวิลลี และ ฟรันเชสกา คาวัลโล สองนักเขียนชาวอิตาลี ต้องพบอุปสรรค เจอคนดูถูกและไม่เชื่อใจ เพียงเพราะเป็น “ผู้หญิง” จึงกลายเป็นแรงบันดาลใจให้ทั้งสองลุกขึ้นมาเขียนหนังสือ “100 เรื่องเล่าของผู้หญิงเปลี่ยนโลก (Good Night Stories For Rebel Girls)” เล่มนี้ ในรูปแบบเรื่องเล่าแบบนิทานก่อนนอน เพื่อหวังให้เด็กหญิงรับรู้ถึงการเดินตามความฝัน และการต่อสู้ของผู้หญิงในประวัติศาสตร์โลกจำนวน 100 คน ทั้งที่ยังมีชีวิตอยู่ และเสียชีวิตแล้ว ไม่ว่าจะเป็นนักวิทยาศาสตร์ นักการเมือง นักเคลื่อนไหว ศิลปิน นักเขียน นักกีฬาและอาชีพอื่นๆ กับเส้นทางก้าวสู่ความสำเร็จของพวกเธอ จนกลายเป็นแรงบันดาลใจให้เด็กไม่ว่าจะหญิงหรือชาย กล้าคิดต่าง กล้าทำในสิ่งที่สร้างสรรค์ กล้าเป็นตัวของตัวเอง กล้าฝ่าฟันกับอุปสรรค และคำหมิ่นหยามนานา และนำไปสู่ความสำเร็จที่จะเปลี่ยนแปลงตัวเองและเปลี่ยนสังคมที่ดีขึ้น เพียงเชื่อมั่นว่าตัวเอง“เป็น” และ “ทำ” ได้ทุกอย่าง ถ้ามุ่งมั่นและพยายาม

อีกทั้ง หนังสือเล่มนี้ยังได้รับการแปลเป็นภาษาไทย โดยนักแปลและคุณแม่มากความสามารถ คือ สิริยากร พุกกะเวส มาร์ควอร์ท, ศรัยฉัตร กุญชร ณ อยุธยา จีระแพทย์ และพลอยแสง เอกญาติ ซึ่งคงดีไม่น้อยหากเด็กๆ ได้อ่านเรื่องราวของผู้หญิงเหล่านี้ในรูปแบบนิทานก่อนนอนทุกคืน ไม่แน่ว่าการได้เรียนรู้ผ่านเรื่องราวของผู้หญิงที่กล้าหาญเหล่านี้ จะเป็นแรงผลักดันให้เหล่าเด็กหญิงทั้งหลาย กลายเป็นบุคคลสำคัญในหน้าประวัติศาสตร์โลกในอนาคต หรือไม่หากคุณได้มีโอกาสอ่านเล่มนี้จนถึงหน้าสุดท้าย เรื่องที่ 101 อาจเป็นเรื่องของคุณก็ได้

หนังสือ 100 เรื่องเล่าของผู้หญิงเปลี่ยนโลก (Good Night Stories For Rebel Girls) ร้อยเรียงเรื่องจริงของ 100 ผู้หญิงธรรมดาที่ไม่ธรรมดาของโลก ผู้กล้าคิดนอกกรอบ และคิดต่างอย่างสร้างสรรค์ เช่น เจน ออสเตน เซเรนา และ วีนัส วิลเลียมส์ ฟรีดา กาโล มาลาลา ยูซัฟไซ โคโค ชาแนล มาร์กาเร็ต แธตเชอร์ ออง ซาน ซู จี และ ฮิลลารี คลินตัน เป็นต้น เขียนโดยเอเลนา ฟาวิลลี และ ฟรันเชสกา คาวัลโล สองเพื่อนซี้ชาวอิตาลี โดยมีแรงบันดาลใจมาจากเมื่อครั้งที่ทั้งคู่ทำงานที่ซิลิคอนแวลลีย์ สหรัฐอเมริกา ต้องพบอุปสรรค ถูกคนสบประมาท และไม่เชื่อใจ เพียงเพราะเธอ 2 คนเป็น “ผู้หญิง” จึงอยากทำหนังสือเพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้ (เด็ก) ผู้หญิงลุกขึ้นมาเปลี่ยนแปลงตัวเองและสร้างสิ่งที่มีคุณค่าให้กับโลก เพราะผู้หญิงเป็นผู้นำได้ ทั้งเป็นผู้นำชีวิตตนเองและสังคม กล้าต่อสู้เมื่อเผชิญกับความไม่ยุติธรรม ภายในเล่มมีภาพประกอบของหญิงสาว 100 คนที่ รังสรรค์ขึ้นด้วยสไตล์การวาดอันเป็นเอกลักษณ์จากศิลปินหญิงชื่อดัง 60 คนทั่วโลกอีกด้วย

อย่าปล่อยให้กำลังใจต้องหมดลงระหว่างทางก่อนจะถึงฝั่งฝัน มาเติมแรงบันดาลใจไปกับหนังสือ “100 เรื่องเล่าของผู้หญิงเปลี่ยนโลก (Good Night Stories For Rebel Girls)” มอบเป็นของขวัญให้กับตัวเอง หรือมอบเป็นของขวัญปีใหม่ให้กับคนพิเศษก็มีคุณค่าดีต่อใจ แถมเซตโปสต์การ์ดสุดสวย 6 ใบ (เฉพาะฉบับพิมพ์ครั้งแรก) จัดพิมพ์และจัดจำหน่ายโดย บริษัท นานมีบุ๊คส์ จำกัด ในราคา 695 บาท วางจำหน่ายแล้วที่ร้านบีทูเอส ร้านหนังสือแว่นแก้ว และร้านหนังสือชั้นนำทั่วประเทศ หรือสอบถามที่ Nanmeebooks Call Center 02-6623000 กด 0 www.nanmeebooks.com และ www.facebook.com/nanmeebooksfan

(ซ้าย) จูน-จุฑาศรี คูวินิชกุล, เกม-ดวงพร ปฐวีกานต์, หนิง-ศรัยฉัตร กุญชร ณ อยุธยา จีระแพทย์, ชลวีร์ อิ่มแสง และ คิม จงสถิตย์วัฒนา

(ซ้าย) จูน-จุฑาศรี คูวินิชกุล, เกม-ดวงพร ปฐวีกานต์, หนิง-ศรัยฉัตร กุญชร ณ อยุธยา จีระแพทย์, ชลวีร์ อิ่มแสง และ คิม จงสถิตย์วัฒนา
สุกานดา มีมารยาตร์ และ นาวา ศุภกรชัย

สุกานดา มีมารยาตร์ และ นาวา ศุภกรชัย
แขกรับเชิญคนดังร่วมเสวนาบนเวที

แขกรับเชิญคนดังร่วมเสวนาบนเวที

คุณแหน : 11 ธันวาคม 2560

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/308087

คุณแหน : 11 ธันวาคม 2560

คุณแหน : 11 ธันวาคม 2560

วันจันทร์ ที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

●● พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ องค์ประธานมูลนิธิร่วมจิตต์น้อมเกล้าฯ ทรงมีพระกรุณาเสด็จบำเพ็ญพระกุศลประจำปีอุทิศถวาย พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าสุทธสิริโสภา และ พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าวิมลฉัตร อดีตองค์ประธานมูลนิธิร่วมจิตต์น้อมเกล้าฯ 15 ธ.ค. เวลา  15.00 น.  ณ  พระอุโบสถวัดราชบพิธฯมี สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราชฯทรงเป็นองค์ประธานสงฆ์ และ ฉัตรชัย พรหมเลิศ ปลัดกระทรวงมหาดไทย  ม.ร.ว.พร้อมฉัตร สวัสดิวัตน์, วาสนา ขวัญเมือง  พร้อมกรรมการมูลนิธิฯรับเสด็จ..

●● ยินดีกับแบรนด์สุดโปรดของเหล่าแฟชั่นนิสต้าญี่ปุ่น “ดิษยา” (DISAYA) ล่าสุดดีไซเนอร์สาวเก๋ ออม-ดิษยา สรไกรกิติกูล จัดปาร์ตี้เปิดตัวคอลเลคชั่นใหม่ “ดิษยา สปริง/ซัมเมอร์ 2018”พบปะเซเลบริตี้ และแฟชั่นนิสต้าชาวญี่ปุ่น ที่ร้าน Wall&Wall ใจกลางกรุงโตเกียว 19 ธ.ค…

●● หลงใหลในศิลปะทุกแขนง รศ.ดร.ศิริยุพา รุ่งเริงสุข ลัดฟ้าไปราชสถานแห่งอินเดีย โดยมี พล.ร.อ.ฐนิธ กิตติอำพน ผู้เชี่ยวชาญสถาปัตยกรรมใจดีเป็นหัวหน้าทริปให้ลูกทัวร์ปลื้มแล้วปลื้มอีก..

●● เตรียมส่งความสุขส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ นันทวัฒน์ เนาวรัตน์พงษ์ศูนย์การค้าพาราไดซ์พาร์ค เนรมิตโรงงานผลิตรอยยิ้ม Smiley Factory สีพาสเทลใหญ่ยักษ์ สวยอลังการ งาน “World of Gifts”  15 ธ.ค. 16.00 น. ณ ลานรอยัลพาร์ค พลาซ่า ถ.ศรีนครินทร์…

●● ปีใหม่นี้ เนียจา เซวัก จากแบรนด์ ซันโทรี่ จัดแคมเปญปีใหม่สุดพิเศษ ขอบคุณผู้ให้ทุกคนด้วยการมอบชุดเครื่องประดับคริสตัลสวารอฟสกี้มูลค่า 2,500 บาท เมื่อซื้อชุดของขวัญแบรนด์ซุปไก่สกัดหรือแบรนด์รังนกแท้ ครบ 5,000 บาท ถึง 15 ม.ค. ประทับใจผู้ให้ ถูกใจผู้รับแน่นอน..

●● งานเปิดตัว โครงการ “รพ.ราชวิถี ดีต่อใจ…ได้ต่อบุญ” ทราบว่ามีผู้ป่วยนอกมากกว่าล้านคนต่อปี ส่วนอัตราหมอต่อคนไข้นอกเกือบ 4 พันคน…มากที่สุดมากกว่ารพ.ที่มีโรงเรียนแพทย์ทั้งหลาย นพ.มานัส โพธาภรณ์ ผอ.ใหญ่ เชิญชวนบริจาคซื้อเครื่องมือแพทย์และสร้างอาคารศูนย์การแพทย์ราชวิถีแห่งใหม่ ช่วยลดความแออัดและบริการที่ดีขึ้นอย่างทั่วถึง รับบริจาคที่ “ศูนย์การแพทย์ราชวิถี ในมูลนิธิ รพ.ราชวิถี” SCB  สาขา รพ.ราชวิถี เลขบัญชี 051-2-69056-1 โทร. 02-3547997-9 หรือ http://www.rajavithihospitalfoundation.org..

●● นักธุรกิจใจบุญ เสถียร เสถียรสุต จากไปเมื่อวันเสาร์ที่ผ่าน (เพื่อนร่วมรุ่น ดร.อำนวย วีรวรรณ, เพื่อนอัสสัมชัญและอังกฤษรุ่น สินธุ พูนศิริวงศ์, ผู้สนับสนุนบุญโข เสถียรธรรมสถาน) สวดพระอภิธรรมที่ ศาลา 10 วัดศิริพงษ์ธรรมนิมิต ถึง 16 ธ.ค. เวลา 19.00 น. หลังจากนั้น สวดทุกวันเสาร์ที่เสถียรธรรมสถาน จนถึงวันเผา 22 ก.พ…●●

คุณแหน

ดราม่าสุดขั้วอาจทำหน้าเหี่ยวก่อนวัย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/308049

ดราม่าสุดขั้วอาจทำหน้าเหี่ยวก่อนวัย

ดราม่าสุดขั้วอาจทำหน้าเหี่ยวก่อนวัย

วันจันทร์ ที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

เชื่อว่าในชีวิตประจำวัน สาวๆ อย่างเราต้องเจอกับสภาวะอารมณ์ต่างๆ มากมาย ไม่ว่าจะดีใจ เสียใจ โกรธ เครียด วิตกกังวล อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แล้วรู้หรือไม่ว่าทุกอารมณ์ที่เราแสดงออกทำให้เกิดริ้วรอยได้ และยังเป็นริ้วรอยที่ลึกที่สุด และลดเลือนได้ยากที่สุดอีกด้วย ใครจะเชื่อว่าแค่แสดงอารมณ์เพียงนิดๆ หรือดราม่าสุดขั้วก็ ทำให้เราหน้าเหี่ยวได้ด้วย

นักวิทยาศาสตร์อาร์ทิสทรี ได้เผยปัจจัยหลัก 3 ประการ ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญของการเกิดและการลดเลือนริ้วรอยจากการแสดงอารมณ์ ได้แก่ การเคลื่อนไหวบนใบหน้า เพราะเวลาที่เราแสดงอารมณ์ ผิวหน้าจะได้รับแรงกดขนาดเล็กจากการขยับของกล้ามเนื้อ โดยเฉพาะการขยับที่เราทำเป็นประจำ เช่น การยิ้ม หรี่ตา หรือขมวดคิ้ว เมื่อเกิดขึ้นซ้ำๆ จะทำให้ผิวสูญเสียความยืดหยุ่นจนกลายเป็นริ้วรอยจากการแสดงอารมณ์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น ริ้วรอยหางตา ร่องแก้ม รอยย่นบนหน้าผากและหว่างคิ้ว

ทั้งนี้ ความอวบอิ่มของผิว หมายถึง ความสามารถในการคงความเอิบอิ่มและความชุ่มชื้นภายในผิว โดย ไฮยาลูโรนิกแอซิด หรือ เอชเอ มีหน้าที่ดึงดูดและอุ้มน้ำ ควบคุมระดับความชุ่มชื้น ทำให้ผิวดูเรียบเนียน มีความยืดหยุ่น และทำให้ผิวสามารถกลับคืนสภาพได้หลังจากเคลื่อนไหว เช่น การยิ้มหรือแสดงอารมณ์บนในหน้า

แต่เมื่ออายุมากขึ้น การผลิตเอชเอในผิวจะช้าลง ทำให้ความเปล่งปลั่งของผิวลดลงไปด้วย และเมื่อมีการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อบนใบหน้า ผิวจึงไม่สามารถกลับคืนสู่สภาพเดิมได้อีกต่อไป เกิดเป็นริ้วรอยให้เห็นเด่นชัด สาวๆ หลายคนจึงเลือกต่อสู้กับริ้วรอยด้วยการฉีดฟิลเลอร์ที่มีส่วนประกอบของเอชเอ เพื่อเติมเต็มร่องลึกตามจุดที่ต้องการ แม้จะมีค่าใช้จ่ายสูงก็ตาม

สารต้านอนุมูลอิสระ เป็นหัวใจสำคัญของการคงความอ่อนเยาว์ให้กับผิว โดยช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ (Balance Anti-Oxidant) สาเหตุของโครงสร้างผิวอ่อนแอ ทำให้สามารถปกป้องและชะลอการเกิดริ้วรอยแห่งวัยได้ ซึ่งวิตามินซีได้รับการยอมรับว่าเป็นหนึ่งในสารต้านอนุมูลอิสระที่ดีที่สุดที่เคยค้นพบ ช่วยคงความแข็งแรงให้กับโครงสร้างผิว คืนความยืดหยุ่นและลดเลือนริ้วรอยลึกที่เกิดจากแสดงอารมณ์ได้อีกด้วย แต่วิตามินซีจะสลายตัวได้เร็ว เมื่ออ่อนฤทธิ์ลงจะไม่สามารถส่งต่อคุณประโยชน์ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ

แต่อย่าเพิ่งท้อใจ ยอมถอดมงกุฎเจ้าแม่ดราม่า เพราะนวัตกรรมความงามก้าวไกลไปมาก ไม่ต้องฉีดฟิลเลอร์ก็สวยได้เหมือนกัน ด้วยแรงบันดาลใจจากกระบวนการฉีดสารเติมเต็มผิวในคลินิกความงามที่มีประสิทธิภาพ นักวิทยาศาสตร์อาร์ทิสทรี จึงรังสรรค์ “อาร์ทิสทรี อินเท็นซีฟ สกินแคร์ แอดวานซ์ วิตามินซี + เอชเอ ทรีทเมนท์ (ARTISTRY INTENSIVE SKINCARE VITAMIN C + HA TREATMENT)” เพื่อจัดการกับ 3 ปัจจัยหลักของการเกิดริ้วรอยจากการแสดงอารมณ์ ด้วย 2 เทคโนโลยี อันทรงประสิทธิภาพ ไวตา-ซี คอมเพล็กซ์ และไบ-แอ๊กชั่น ไฮยาลูโรนิก แอซิด เบลนด์ ที่ทั้งช่วยลดเลือนและปกป้องการเกิดริ้วรอยจากการแสดงอารมณ์ มาพร้อมกับนวัตกรรมบรรจุภัณฑ์ แอคทิเวติ้ง แคพ ที่ช่วยคงความสดใหม่และประสิทธิภาพสูงสุดของวิตามินซีจนกว่าจะเปิดใช้ผลิตภัณฑ์

เพียงเท่านี้สาวๆ ก็ยิ้มกว้างได้อย่างมั่นใจ สดใส แสดงได้ทุกอารมณ์ไม่ต้องกังวลเรื่องริ้วรอยอีกต่อไป

เอ็กซ์คลูซีฟดินเนอร์ โชว์‘ความเลอค่า’ผสาน‘ความปลอดภัย’เหนือระดับ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/308054

เอ็กซ์คลูซีฟดินเนอร์ โชว์‘ความเลอค่า’ผสาน‘ความปลอดภัย’เหนือระดับ

เอ็กซ์คลูซีฟดินเนอร์ โชว์‘ความเลอค่า’ผสาน‘ความปลอดภัย’เหนือระดับ

วันจันทร์ ที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

อัญมณี ถือเป็น แอคเซสซอรี่ที่มีมูลค่าไม่น้อย เรื่องความปลอดภัยจึงเป็นสิ่งสำคัญ เสมือนเป็นเรื่องคู่กันที่ต้องตามกันมา ทำให้ผู้สวมใส่อุ่นใจมากยิ่งขึ้น ด้วยเหตุนี้จึงเป็นแรงบันดาลใจในการจัดงาน “เดอะแกรนด์คอลเลคชั่น ออฟ เดอะ นิว แชปเตอร์ เอ็กซ์คลูซีฟดินเนอร์ เพื่อขอบคุณลูกค้า บิวตี้ เจมส์ และ สินทรัพย์ประกันภัย จัดขึ้นโดย สุริยน ศรีอรทัยกุลกรรมการผู้จัดการ บริษัท บิวตี้ เจมส์ จำกัด และ สุรสิทธิ์ ศรีอรทัยกุล ผู้บริหาร บริษัท สินทรัพย์ประกันภัย จำกัด (มหาชน) ท่ามกลางบรรยากาศสุดโก้ในธีม สายลับ เจมส์ บอนด์ สุดลึกลับ พร้อมแฟชั่นโชว์เครื่องเพชรคอลเลคชั่นพิเศษจาก บิวตี้ เจมส์ สุดตระการตา เรียกความฮือฮาจากแขกคนสำคัญ เข้าร่วมงานพร้อมปาร์ตี้สุดพิเศษตลอดทั้งงาน ณ ห้องแกรนด์บอลรูม โรงแรมพาร์ค ไฮแอท กรุงเทพฯเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 23 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา

บรรยากาศภายในงานตกแต่งอย่างเรียบโก้ รองรับแนวคิดสายลับ เจ้าเสน่ห์ เจมส์ บอนด์ สุภาพบุรุษผู้เก่งกาจ เพียบพร้อม สมบูรณ์แบบ โดยเฉพาะเรื่องการปกป้อง สื่อถึงความเชื่อมั่น ภายใต้แบรนด์ บิวตี้ เจมส์ (Beauty Gems) ที่มี สินทรัพย์ประกันภัย เข้ามาดูแล ให้ผู้เป็นเจ้าของเครื่องประดับอันล้ำค่า เกิดความมั่นใจ รู้สึกสบายใจและสุขใจทุกครั้งเมื่อสวมใส่เครื่องประดับอัญมณีอันล้ำค่าผ่านแฟชั่นโชว์สุดตระการตา 8 ไฮไลต์ คือ The Intelligence (เดอะ อินเทลลิเจนท์),The Adorable (ดิ อะโดเรเบิล ), The Exquisite(ดิ เอ็กซ์ควูซิท), The Gorgeous (เดอะ กอเจียส),The Appealing (ดิ อะพีลริ่ง), The Charming (เดอะ ชาร์มมิ่ง), The Perfectly (เดอะเพอร์เฟกต์ลี่) และ The Snow Queen (เดอะ สโนว์ ควีน)

ท่ามกลางความสุขในงานยังมีการให้ที่ได้จากการร่วมกันทำบุญของแขกผู้มีเกียรติในงาน โดยการร่วมกันประมูลกระเป๋าจูดิธ ลีเบอร์3 ใบ ในราคาเริ่มต้นใบละ 50,000 บาท และสิ้นสุดการประมูลในราคาเดียวกัน 150,000 บาทรวมเป็นเงิน 450,000 บาท โดยผู้ที่ประมูลไปได้นั้น ได้แก่ สุณี หวังวณิชกุล,โทชิ ยานากิซาวะและ เมก้า ศรีอรทัยกุล สำหรับรายได้จากการประมูลนั้น จะมอบให้แก่ มูลนิธิคุ้มพิทักษ์และคุ้มครองเด็ก ตามความตั้งใจต่อไป

เวที ‘นางสาวถิ่นไทยงาม’ยุคประชารัฐ พร้อมประชันความงาม ต้นปี 2561

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/308044

เวที ‘นางสาวถิ่นไทยงาม’ยุคประชารัฐ พร้อมประชันความงาม ต้นปี 2561

เวที ‘นางสาวถิ่นไทยงาม’ยุคประชารัฐ พร้อมประชันความงาม ต้นปี 2561

วันจันทร์ ที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

สองพ่อลูก สมใจนึก และ สินีนารถ เองตระกูล ผู้จัดการประกวดนางสาวถิ่นไทยงาม 2561

เตรียมพร้อมสร้างประวัติศาสตร์ให้วงการนางงามไทย ภายใต้แนวคิด “ประชารัฐ” สองพ่อลูก สมใจนึก เองตระกูลประธานที่ปรึกษา และ สินีนารถ เองตระกูลประธานบริหาร กองประกวดนางสาวถิ่นไทยงามเตรียมพร้อมจัดการประกวด“นางสาวถิ่นไทยงาม 2561” เพื่อเฟ้นหาสาวงามเข้าร่วมประชันความงามบนเวที พร้อมแถลงข่าวอย่างเป็นทางการ ที่ลานกิจกรรมเอเทรี่ยม ชั้น 1 SHOW DC ถนนพระราม 9 เร็วๆ นี้

สมใจนึก เองตระกูล ประธานที่ปรึกษา กองประกวดนางสาวถิ่นไทยงามเผยว่า ได้มีโอกาสเข้ามาสนับสนุนการประกวดนางสาวถิ่นไทยงาม เป็นปีที่ 4 จากความสำเร็จที่ผ่านมา ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญในการยกระดับการประกวดนางสาวถิ่นไทยงาม เวทีประกวดที่มีสาวงามระดับแนวหน้า ที่ส่งต่อสาวงามก้าวขึ้นสู่ชัยชนะบนเวทีระดับชาติมาแล้วมากมาย ทำให้มีความคิดที่จะส่งเสริมและต่อยอดการประกวดให้ก้าวไกลจากระดับประเทศจนไปถึงระดับอินเตอร์ ซึ่งในปีนี้กองประกวดฯได้มุ่งหมายให้งานประกวดที่มีตำนานอันงดงามและยาวนานนี้ กลับมายิ่งใหญ่อีกครั้งทำให้ปีนี้การคัดสรรตำแหน่งนางสาวถิ่นไทยงามและรองฯ ทุกคน จะต้องเข้มข้นที่สุด โดยยังคงรักษาวัฒนธรรมและความงดงามในความเป็นไทยไว้อย่างสวยงามและจะผสมผสานความทันสมัยให้เข้ากันกับเอกลักษณ์ดั้งเดิมอย่างลงตัว โดยในครั้งนี้จะนำแนวคิด “ประชารัฐ” มาเป็นหัวใจสำคัญของการประกวดอีกด้วย

ด้าน สินีนารถ เองตระกูล ประธานบริหาร กองประกวดนางสาวถิ่นไทยงาม กล่าวเพิ่มอีกว่า กองประกวดฯ เชื่อมั่นว่าหากทุกภาคส่วนร่วมสร้างสรรค์พลังสามัคคี ทำความดีเพื่อการพัฒนาประเทศของเราอย่างยั่งยืนตามแนวคิด “ประชารัฐ” แล้ว ประเทศไทยก็จะเป็นเมืองที่งดงาม ประชาชนมีความสุข สมกับเป็นแดนดินถิ่นไทยงามเราจึงเลือกนำแนวคิดดังกล่าวมาเป็นแนวคิดหลักของการจัดการประกวดในปีนี้ โดยรูปแบบการประกวดก็จะส่งเสริมการใช้ผ้าไทยโดย ดีไซเนอร์คนไทย, การแสดงบนเวทีที่ผสมผสานความเป็นไทย ผนวกเข้ากับความเป็นสากล ส่วนการจัดกิจกรรมช่วงเก็บตัวเราก็เน้นการส่งเสริมการท่องเที่ยว การส่งเสริมหัตถกรรมพื้นบ้านและผลิตภัณฑ์ชุมชน รวมทั้งมีการออกหน่วยแพทย์อาสาสมัครเคลื่อนที่ และผลักดันให้ผู้เข้าประกวดทุกคนเป็นนางงามผู้มีจิตสาธารณะ โดยการประกวดรอบตัดสินจะมีขึ้นในวันที่ 21 มกราคม 2561

นักแสดงสาวสวย ธัญญาเรศ เองตระกูล กรรมการบริหาร กองประกวดนางสาวถิ่นไทยงาม กล่าวปิดท้ายว่า สำหรับผู้ครองมงกุฎนางสาวถิ่นไทยงามปีนี้นอกจากเงินรางวัล 500,000 บาทแล้วและมงกุฎเพชรที่ได้แรงบันดาลใจการออกแบบมาจากดอกกาสะลองคำ ดอกไม้ประจำจังหวัดเชียงราย ผสานกับลวดลายศิลปกรรมของวัดร่องขุ่น อันทรงคุณค่า มูลค่า 100,000 บาทแล้ว ยังมีรถยนต์ MITSUBISHI MIRAGE มูลค่ากว่า 600,000 บาท พร้อมด้วยประกันชีวิตจากทิพยประกันชีวิต และประกันภัยสำหรับผู้หญิงจากทิพยประกันภัย มูลค่ากว่า 2,000,000 บาท ถ้วยเกียรติยศและสายสะพาย, ผลิตภัณฑ์จาก BB Care รวมถึงการได้รับตำแหน่งเป็น พรีเซ็นเตอร์ของ บีบี คลินิก อีก 1 ปี นอกจากนี้ เรายังมีเงินสดและของรางวัลสำหรับตำแหน่งรองชนะเลิศ ขวัญใจช่างภาพ นางงามผิวสวย อีกด้วย ซึ่งรวมมูลค่าของรางวัลทั้งหมดกว่า 5 ล้านบาท

สาวไทยที่อายุระหว่าง 17-25 ปีสามารถสมัครเข้าร่วมประกวดเวที “นางสาวถิ่นไทยงาม 2561” ได้ด้วยตนเองที่ บีบี คลินิก (สาขารังสิต, ทองหล่อ,สุขุมวิท 11, เชียงราย) ร้าน BB Desert(สาขา มหาดไทย, รังสิต, สุขุมวิท, เชียงราย) หรือสมัครออนไลน์ผ่านทาง www.missthinnthaingarm.com ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 15 ธันวาคม 2560 นี้

นางสาวถิ่นไทยงานรุ่นพี่ โชว์มงกุฎเพชรอันเลอค่า

นางสาวถิ่นไทยงานรุ่นพี่ โชว์มงกุฎเพชรอันเลอค่า
ธัญญาเรศ เองตระกูล

ธัญญาเรศ เองตระกูล

คุม ‘เบาหวาน’ ใครๆ ก็ทำได้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/308052

คุม ‘เบาหวาน’ ใครๆ ก็ทำได้

วันจันทร์ ที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

รู้ไหมว่า? คนไทยเป็นเบาหวานมากถึง 4.8 ล้านคน หรือเท่ากับ 8.9% ของประชากรทั้งประเทศ จึงไม่ใช่เรื่องแปลก หากเราจะพบว่า มีคนใกล้ชิดหรือแม้กระทั่งตัวเองเป็นเบาหวาน เมื่อไม่ใช่เรื่องไกลตัว คนส่วนใหญ่ต่างรู้กันดีว่า คนเป็นเบาหวานจะต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกินอาหาร และออกกำลังกายอย่างเหมาะสม แต่อาจจะยังมีความเข้าใจไม่ถูกต้องเกี่ยวกับการดูแลตัวเองที่ถูกวิธีและดีต่อสุขภาพ

แผนกดูแลเบาหวาน ของบริษัท โรช ไดแอกโนสติกส์ (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งมีผลิตภัณฑ์เพื่อช่วยในการดูแลเบาหวานมากว่า 40 ปี ได้ทำการเผยแพร่ความรู้ และส่งเสริมให้ผู้มีโรคเบาหวาน สามารถใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างเป็นสุขมาอย่างต่อเนื่อง ปิ๊งไอเดียจัดกิจกรรม“กิน อยู่ เป็น กับเบาหวาน” เชิญชวนผู้เป็นโรคเบาหวานมาเรียนรู้การดูแลตัวเอง รู้จักกับเพื่อนใหม่ที่เป็นโรคเดียวกัน เพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์และเป็นกำลังใจเพื่อดูแลสุขภาพ และอยู่ให้เป็นกับโรคเบาหวาน โดยมี อาจารย์ศัลยา คงสมบูรณ์เวช อุปนายกสมาคมผู้ให้ความรู้โรคเบาหวานและประธานวิชาการสมาคมนักกำหนดอาหารแห่งประเทศไทย และนักกำหนดอาหารขึ้นทะเบียนวิชาชีพประเทศสหรัฐอเมริกา มาบอกเล่าเคล็ดลับดี ๆ เกี่ยวกับการคุมเบาหวานที่ไม่ยาก สามารถทำได้ด้วยตัวเอง

คุม “เบาหวาน” ใครๆ ก็ทำได้ วิธีที่ควบคุมโรคเบาหวานได้ดีที่สุด คือ ปรับพฤติกรรมการกินร่วมกับการออกกำลังกาย เพราะอาหารเป็นหนึ่งในปัจจัยหลักที่ส่งผลต่อค่าระดับน้ำตาลในเลือด หากอยากคุมเบาหวานให้อยู่หมัด ก็ต้องปรับ mindset หรือกรอบความคิดเสียก่อนว่า ไม่ได้กินเพื่อความ(หวาน) อร่อย แต่กินเพื่อสุขภาพ ด้วยสูตรง่ายๆ คือ “นับคาร์บ” และ “อ่านฉลากก่อนซื้อ”

นับคาร์บ คือ การนับคาร์โบไฮเดรต ซึ่งประกอบไปด้วยหมวดข้าว แป้ง ธัญพืช หมวดผลไม้ ผักที่มีแป้งมาก และหมวดนม โดยอาจจะนับเป็นจำนวนกรัม หรือหน่วยคาร์โบไฮเดรต การคำนวณจำนวนคาร์โบไฮเดรตที่เหมาะสมในแต่ละมื้อของแต่ละวัน จะช่วยให้คุมน้ำตาลให้อยู่ในเกณฑ์ที่ดี เนื่องจากคาร์โบไฮเดรตจะถูกย่อยเป็นน้ำตาลกลูโคสได้ 100% ก่อนที่จะถูกร่างกายนำไปใช้

การนับคาร์บ เทียบง่าย ๆ คือ “1 คาร์บ เท่ากับ คาร์โบไฮเดรต 15 กรัม” เช่น ข้าว 1 ทัพพี (1 อุ้งมือ) นับเป็น 1 คาร์บ ส่วนแซนด์วิช 1 คู่ (ขนมปัง 2 แผ่น) เท่ากับ 2 คาร์บ ในขณะที่โยเกิร์ตรสธรรมชาติ 1 ถ้วยตวง นับเป็น 1 คาร์บ แอปเปิ้ลขนาดเล็ก 1 ผลเท่ากับ 1 คาร์บ แก้วมังกรครึ่งลูกเท่ากับ 1 คาร์บ กล้วยหอมขนาดกลางครึ่งผลเท่ากับ 1 คาร์บเช่นกัน ทั้งนี้ ผลไม้ยิ่งแห้ง ความเข้มข้นของน้ำตาลยิ่งมากขึ้น ควรรับประทานในปริมาณที่น้อยลง อาจดูปริมาณได้จากฉลากอาหาร

โดยทั่วไปในหนึ่งวัน ผู้หญิงควรรับประทานคาร์บ 3-4 คาร์บ/มื้อ หรือประมาณ 12 คาร์บ/วัน ส่วนผู้ชายรับประทานคาร์บ 4-5 คาร์บ/มื้อ หรือประมาณ 15 คาร์บ/วัน หากจำเป็นที่จะต้องลดน้ำหนัก นักกำหนดอาหารอาจแนะนำให้ลดคาร์บลง 1คาร์บ/มื้อ หากเราฝึกนับคาร์บของอาหารที่เรารับประทานแบบนี้บ่อยๆ จนคล่อง ก็จะสามารถกะปริมาณอาหารที่ต้องรับประทานต่อมื้อได้แม่นยำมากขึ้น และควบคุมปริมาณน้ำตาลจากอาหารที่เหมาะสมต่อมื้อได้ดีขึ้นตามไปด้วย

อ่านฉลากโภชนาการก่อนซื้อ การสังเกตและอ่านฉลากโภชนาการเป็นเรื่องง่ายๆ เพื่อให้แน่ใจว่าทุกคนสามารถนำไปใช้ได้ อาจารย์ศัลยา คงสมบูรณ์เวช จึงพาผู้ร่วมกิจกรรมเดินเลือกวัตถุดิบและอาหารสดที่เทสโก้ โลตัส สาขาลาดพร้าว โดยแนะนำให้สังเกตข้อมูลโภชนาการ เริ่มจากหน่วยบริโภค ซึ่งแสดงบนผลิตภัณฑ์ นั่นคือ คุณค่าทางโภชนาการต่อการกิน 1 ครั้ง ซึ่งจะแสดงถึงปริมาณคาร์บต่อ 1 หน่วยบริโภค และจำนวนหน่วยบริโภคต่อกล่อง หรือต่อบรรจุภัณฑ์ ดังนั้น ควรแบ่งอาหารรับประทาน เพื่อช่วยควบคุมปริมาณอาหารไม่ให้เกินความต้องการของร่างกาย

หากผลิตภัณฑ์ใดไม่มีข้อมูลโภชนาการ ก็แนะนำว่า ต้องดูที่ “ส่วนประกอบที่มีปริมาณมากที่สุด 3 อันดับแรก”ของผลิตภัณฑ์ที่จะซื้อมาปรุงหรือรับประทาน หากมี “น้ำตาล และ/หรือ แป้ง” เป็นส่วนประกอบหลัก แสดงว่า ผลิตภัณฑ์นั้นมีคาร์บสูง ควรหลีกเลี่ยงเพื่อสุขภาพที่ดี โดยให้จำง่ายๆ ว่า เราไม่ควรบริโภคน้ำตาลที่เติมในอาหารเกิน 6 ช้อนชา หรือ 24 กรัมต่อวัน

แต่เราจะรู้ได้อย่างไรว่า ทำตามสูตรนี้แล้ว น้ำตาลในเลือดลดลงจริงๆ ? แค่ควบคุมอาหารอย่างจริงจังยังไม่พอ เพราะผู้ที่มีโรคเบาหวาน จำเป็นต้องเห็นตัวเลขกันชัดๆ ว่า ระดับน้ำตาลในเลือดอยู่ในระดับเป้าหมาย ตามแนวทางเวชปฏิบัติสำหรับโรคเบาหวาน ปี 2557 เป้าหมายการควบคุมเบาหวานสำหรับผู้ใหญ่แบบเข้มงวดนั้น ควรควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดขณะอดอาหารให้อยู่ระหว่าง 80 มก./ดล. และไม่เกิน 130 มก./ดล. ส่วนระดับน้ำตาลในเลือดสูงสุดหลังอาหาร 2 ชั่วโมง (โดยเริ่มนับจากอาหารคำแรก) ควรน้อยกว่า 180 มก./ดล

การตรวจสอบระดับน้ำตาลสามารถตรวจได้เองที่บ้าน โดยใช้เครื่องตรวจระดับน้ำตาลในเลือดด้วยตัวเอง ที่แสดงระดับน้ำตาลในเลือด ทั้งนี้ ตามแนวทางเวชปฏิบัติ ปี 2557 การเลือกใช้เครื่องตรวจน้ำตาล ควรให้ความสำคัญกับความถูกต้องแม่นยำของเครื่อง โดยเลือกที่ผ่านมาตรฐาน ISO 15197 ปี 2013

ในปัจจุบัน เราสามารถติดตามค่าน้ำตาลได้ง่ายขึ้น ด้วยแอพพลิเคชั่นที่ออกแบบมาให้ใช้งานร่วมกันได้ง่ายดาย ทำให้สามารถติดตามค่าน้ำตาลในเลือด วางแผนควบคุมอาหาร และดูแลตัวเองได้สะดวกมากขึ้น เพราะเพียงแค่ถ่ายรูปอาหารที่รับประทาน แอพพลิเคชั่นก็จะบันทึกภาพและรายละเอียดโดยอัตโนมัติ เก็บไว้เป็นข้อมูลสถิติดูย้อนหลังได้ ช่วยให้เปรียบเทียบปริมาณน้ำตาลในเลือดก่อนและหลังรับประทานอาหารได้ แสดงผลเป็นกราฟบนหน้าจอ ทำให้รู้พฤติกรรมการรับประทานอาหาร จึงช่วยให้สามารถควบคุมและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภคได้อย่างทันท่วงที เพื่อสุขภาพที่ดีขึ้นในการป้องกันหรือควบคุมเบาหวาน

หลังจากได้เรียนรู้เคล็ดลับดูแลตัวเองจากวิทยากรแล้ว ผู้ร่วมกิจกรรมบอกตรงกันว่า นี่เป็นหลักการง่ายๆ ที่จะเอาไปใช้ในชีวิตประจำวัน เพื่อควบคุมภาวะเบาหวานอย่างจริงจัง เพราะรู้ดีว่านี่เป็นภาวะเรื้อรัง รักษาไม่หายขาด แต่ควบคุมได้ เพื่อไม่ให้เกิดโรคแทรกซ้อน จนเป็นอันตรายต่อร่างกาย นอกจากนี้ ยังได้นัดแนะกันแล้วว่า อีกหนึ่งเดือนจะมาติดตามผลดูสิว่า หลังนำเคล็ดลับเหล่านี้ไปใช้แล้ว แต่ละคนจะคุม “เบาหวาน” ได้ดีแค่ไหน

เห็นไหมว่า การกิน อยู่ เป็น กับเบาหวาน ไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป เมื่อควบคุมอาหารได้แล้ว อย่าลืมพักผ่อนให้เพียงพอ และออกกำลังกายอย่างเหมาะสม หรืออย่างน้อย 150 นาทีต่อสัปดาห์ ก็จะอยู่กับ “เบาหวาน” ได้อย่าง “เบาใจ”

อาจารย์ศัลยา คงสมบูรณ์เวช

อาจารย์ศัลยา คงสมบูรณ์เวช

Ministries team up on startup ecosystem in Chiang Mai

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ The Nation

http://www.nationmultimedia.com/detail/Corporate/30344167

x

Ministries team up on startup ecosystem in Chiang Mai

Corporate April 28, 2018 01:00

By JIRAPAN BOONNOON
THE NATION

THE Science and Technology Ministry is joining with the Industry Ministry to set up Chiang Mai & Co as a vehicle to foster a startup ecosystem in the northern province.

 Pun-arj Chiaratana, director of the National Innovation Agency (NIA), said the collaboration between the two ministries would result in the startup hub being established on 2 rai in the Tha Phae district in Chiang Mai province.

The hub will serve as a landing path and one-stop service centre for a startup ecosystem hub in the Northern region. It also aims to extend these services to neighbouring countries such as Laos, Myanmar and Cambodia.

Chiang Mai & Co, as a startup landing path, will offer smart visas, which is a new type of visa designed to help attract skilled workers and investors who want to come to Thailand to develop the new S-curve businesses, such as startups, electronics, robotics sand healthcare.

The smart visa will allow foreigners to stay for four years. Chiang Mai & Co will provide training, a centre to facilitate connections between startups and matching funds, as well as a network centre as part of a startup ecosystem and that benefits from a cluster of business partners in the North.

Chiang Mai & Co will be officially launched by the end of this year.

“The NIA will serve as a facilitator to set up this new startup hub. I think that Chiang Mai province is one of the most popular cities for startups from abroad as well as those based locally. Chiang Mai is also a beautiful city. I also believe that Chiang Mai & Co will able to attract digi?tal nomads to the city and build up the growth potential of startups in the region,” said Pun-arj.

The NIA also said yesterday that it would provide Bt1.5 million in angel funding to each project selected in a scheme to promote a startup ecosystem in vocational colleges and universities across the country.

Pun-arj said that for the angel funding plan of Bt1.5 million per project, students studying in around 800 vocational colleges and universities nationwide would be able to develop their startup projects in the information technol?ogy field. The agency expects that by the end of this year, it would set aside a budget of around Bt150 million to support this scheme.

Accolades spur couple to boost research efforts for pipeline of innovative products

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ The Nation

http://www.nationmultimedia.com/detail/Corporate/30344166

Accolades spur couple to boost research efforts for pipeline of innovative products

Corporate April 28, 2018 01:00

By SOMLUCK SRIMALEE
THE NATION

WITH a clutch of awards for an innovative product behind them, Rene and Thanawan Pitayataratorn moved back to Thailand from Europe to set up a company for research and development (R&D) into software and hardware products with a focus on innovation and green solutions.

The couple first tasted success in business 16 years ago when, while based in Austria, they developed a personal tracking device.

“My husband Rene has received many awards over the years as a result of his long experience from research and development into innovative products,” Thanawan, who is vice president and marketing director of All Information Technologies Co Ltd, said in an interview with The Nation recently.

“Among these awards was a gold medal with special mention at the World Exhibition on Innovation, Research and New Technologies, Brussels Eureka 2001, the Merite de L’invention, Diplome de Chevalier at the same Brussels-Eureka event in 2002, and winner of the National Award with the first prize in the Science and Technology Innovation (STI) Thailand Awards 2015.

“As a result of this success, Rene had the idea to research and develop both hardware and software products to serve the demands of customers and to set up this business in Thailand.”

Thanawan said that the strong market response from the development of the tracking device provided the funds they needed to keep up research into new products.

They had been living in Austria, one of the countries that Thai-Austrian Rene has called home, when they embarked on that project.

When they had finalised the development of the tracking device, they spent an investment budget Bt50 million – from the company the couple had set up – to have the product manufactured in Thailand.

“At that time, we found there were two countries that were suitable for making our personal tracking device at a reasonable cost and at the required quality – China and Thailand. But as we have Thai nationality, we decided to go ahead with the production of our consumer products in Thailand.”

Confident in the prospects for the tracking device, Thanawan and Rene, who is president of All Information Technologies Co Ltd, decided to establish their research firm, All Information Technologies Co Ltd, with registered capital of Bt7 million in Thailand in 2004.

The company’s focus is on serving customers’ demands, she said. The company conducts its own research into promising product ideas after assessing demand in the market. It then may collaborate with other researchers to carry out more extensive R&D work.

Currently, the company is conducting research into hardware and software with about 30 researchers. Among the ideas the husband-and-wife team are looking to advance is a robot that can do welding. For some projects the research will be done in-house, Thanawan said, with outside researchers brought in as needed.

The Tukky Lamp is among the products that the company has enjoyed success with. The LED lamp has been designed by the company with energy savings in mind. With the environmentally friendly lamp, the various parts can be replaced whenever required. This helps to reduce electronic waste.

The product received the runner-up award in the energy-saving category for corporate use at the Thailand Green Design Awards (TGDA) 2018. The event was conducted by Kasetsart University’s Agricultural and Agro-Industrial Product Improvement Institute (KAPI).

Thanawan said the company took three years to develop the Tukky Lamp before testing out the market last year with about 5,000 units.

It plans to officially launch the product this year with expectations of producing 10,000 units. The couple are particularly targeting the export market with the product, which they say will be competitive with other LED lamps in the market.

“Under our plans, up to 70 per cent of the output will be exported to Europe, the USA, China, and Mexico, as we see demand for the product in these market. The remainder of the planned production will be aimed at the domestic market,” Thanawan |said.

“Our main business is the research and development of products. Producing the products for sale in the market, such as with the Tukky Lamp, generates less income for our business,” Thanawan said.

“But we see this as a challenge for us, as we are confident that our products have the quality to result in improved quality of living for our customers.”

The company generates income at an average of Bt10 million a year.

Thanawan said that research into any given product takes much time and effort. But she said they feel pride when a project is completed and the product is ready to be launched, and this approach can create a sustainable income for the company.

“For some of our research projects, we have spent more than 10 years working on them before bringing them to completion.

“This is the way that we do our business and it provides a more sustainable basis of operation than if we had merely bought the technology from others.”