“รถอูเบอร์” ไร้คนขับชนคนตายรายแรก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/317169

“รถอูเบอร์” ไร้คนขับชนคนตายรายแรก

อูเบอร์,รถยนต์อัตโนมัติ,ชนคนตาย,รัฐอริโซนา

สหรัฐฯกับแคนาดา ระงับโครงการยานยนต์อัตโนมัติ หลังรถยนต์ขับเครื่องอัตโนมัติของอูเบอร์ ชนผู้หญิงเสียชีวิตในรัฐอริโซนา

 

เกิดเหตุรถยนต์ขับเคลื่อนอัตโนมัติของอูเบอร์ ชนผู้หญิงคนหนึ่งเสียชีวิตขณะกำลังข้ามถนนในเมืองเทมพี รัฐอริโซนา ของสหรัฐฯ ทำให้อูเบอร์ ซึ่งเป็นบริษัทให้บริการ

รถยนต์ร่วมโดยสาร (ride hailing) ต้องระงับโครงการยานยนต์อัตโนมัติทั้งหมดในสหรัฐฯและแคนาดา ได้แก่ อริโซนา, พิตต์สเบิร์กและโตรอนโต

อุบัติเหตุครั้งนี้ ทำให้หญิงเคราะห์ร้ายกลายเป็นเหยื่อรายแรกที่ถูกรถยนต์ขับเคลื่อนอัตโนมัติชนเสียชีวิตในสหรัฐฯ และเชื่อว่าน่าจะเป็นรายแรกของโลกด้วย

ตำรวจระบุว่า รถยนต์คันที่เกิดเหตุ อยู่ในโหมดอัตโนมัติและมีผู้ควบคุมนั่งอยู่หลังพวงมาลัย โดยมุ่งหน้าไปทางทิศเหนือ แต่หญิงเคราะห์ร้าย ได้เดินออกมานอกทางข้ามเพื่อข้ามถนนจากฝั่งตะวันตกไปยังตะวันออก และถูกชนเข้าอย่างจังจนได้รับบาดเจ็บก่อนจะไปเสียชีวิตที่โรงพยาบาล

ปัจจุบัน มีรถยนต์ขับเคลื่อนอัตโนมัติอยู่ระหว่างการทดสอบทั่วโลก แต่อุบัติเหตุที่เกิดขึ้น อาจส่งผลกระทบต่อความพยายามเนำเทคโนโลยีใหม่นี้ มาใช้ในสหรัฐฯ

ขอออกหมายจับอดีตผู้นำเกาหลีใต้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/317146

ขอออกหมายจับอดีตผู้นำเกาหลีใต้

อี มยองบัก,คอรัปชั่น,ยักยอก,รับสินบน,อดีตผู้นำเกาหลีใต้

อดีตประธานาธิบดีอี มยองบัก เป็นอดีตผู้นำเกาหลีใต้คนล่าสุดที่ถูกสอบสวนข้อหารับสินบน ยักยอกและละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยหลังจากถูกสอบปากคำแบบมาราธอน 21 ชม.

 

ล่าสุด อัยการเกาหลีใต้ขอให้ศาลออกหมายจับอย่างเป็นทางการแล้ว เนื่องจากเห็นว่าเป็นข้อหาร้ายแรง กับเชื่อว่ามีความเสี่ยงสูงที่อดีตประธานาธิบดีซึ่งปฏิเสธทุกข้อหา อาจทำลายหลักฐาน หรือสร้างพยาน หากไม่ควบคุมตัวไว้ก่อน

สื่อเกาหลีใต้รายงานคาดว่าศาลจะมีคำตัดสินภายในสัปดาห์นี้ ซึ่งหากอนุมัติการจับกุม อี มยองบัก ซึ่งดำรงตำแหน่งช่วงปี 2551–2556 จะกลายเป็นอดีตผู้นำเกาหลีใต้ที่ยังมีชีวิตอยู่คนที่ 4 ที่ถูกควบคุมตัวในข้อหาทุจริต

 

ขอออกหมายจับอดีตผู้นำเกาหลีใต้ภาพ : AFP

สำหรับข้อกล่าวหาที่นายอีเผชิญอยู่ รวมถึงกรณีซัมซุงกรุ๊ป จ่ายเงินซื้อการอภัยโทษจากประธานาธิบดีในปี 2552 ให้แก่ อี คอนฮี ประธานซัมซุงที่ต้องโทษคดีเลี่ยงภาษี กรณีรับเงินหลายล้านดอลลาร์จากอดีตประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มธนาคารของรัฐ หลังช่วยดันตำแหน่งให้ นอกจากนี้ ยังมีข้อหารับเงิน 1 แสนดอลลาร์ในกองทุนของสำนักข่าวกรอง กับยักย้ายถ่ายเทเงินหลายล้านดอลลาร์ผ่านบริษัทอะไหล่รถยนต์ ที่ตัวเองเป็นเจ้าของ แต่ใช้ชื่อพี่ชายบังหน้า

สำนักข่าวยอนฮัพ รายงานว่า อัยการยังกำลังสอบสวนข้อสงสัยว่า ก่อนเลือกตั้งประธานาธิบดีในปี 2550 นายอีรับสินบนราว 200 ล้านวอนจากพระสงฆ์รูปหนึ่งที่ต้องการให้เขาช่วยตั้งมหาวิทยาลัยพุทธศาสนา กับกำลังพิจารณาว่าจะเรียกสอบปากคำนางคิม ยูนอ็อก ภรรยาของเขาด้วยหรือไม่ เนื่องจากสงสัยว่าเธอรับเงินเกือบพันล้านวอน (30 ล้านบาท) จากสำนักข่าวกรอง

อดีตประธานาธิบดีอี มยองบัก ประณามการสอบสวนว่าเป็นการแก้แค้นทางการเมืองจากคู่อริ

เมื่อพ่ออัฟกันตั้งชื่อลูก”โดนัลด์ ทรัมป์”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/317141

เมื่อพ่ออัฟกันตั้งชื่อลูก”โดนัลด์ ทรัมป์”

ดชโดนัลด์ ทรัมป์,ออนไลน์,เฟซบุ๊ก

ชื่อของ ด.ช.โดนัลด์ ทรัมป์ กลายเป็นดราม่าอย่างแรงในโลกออนไลน์อัฟกานิสถาน เมื่อภาพบัตรประจำตัวของเด็กชายถูกโพสต์บนเฟซบุ๊กมีคนแห่เข้าไปด่าทอต่อว่า

 

ไม่กี่เดือนก่อนการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐในปี 2559 ทารกชาวอัฟกันคนหนึ่งได้ถือกำเนิดขึ้นในไร่อัลมอนด์ ข้าวสาลีและข้าวโพด ในจังหวัดไดคุนดี ทางภาคกลางของอัฟกานิสถาน ..ไซเอ็ด อัสซาดุลเลาะห์ ปูยา คุณพ่อที่เคยอ่านหนังสือว่าด้วยความสำเร็จทางธุรกิจของ โดนัลด์ ทรัมป์ ฉบับแปลเป็นภาษาเปอร์เซีย รวมถึง วิธีรวยแบบโดนัลด์ ทรัมป์ (Hoe to get rich by Donald Trump) โดยยืมมาจากห้องสมุดชุมชน เกิดความประทับใจในตัวนักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ชาวอเมริกันคนนี้ จนนำไปตั้งชื่อลูกชายว่า “โดนัลด์ ทรัมป์” หวังว่าลูกคนที่สาม จะเดินตามรอยและประสบความสำเร็จแบบเจ้าของชื่อ

ปัญหาเริ่มเกิดขึ้นเมื่อปู่กับย่ารู้ว่าลูกชายกับลูกสะใภ้ไม่ได้พูดเล่น นำชื่อที่ไม่ใช่ชื่อตามศาสนามาใช้ตั้งชื่อลูก จึงเกิดความไม่พอใจอย่างมากกระทั่งแตกหัก ไซเอ็ดตัดสินใจย้ายครอบครัวไปอยู่กรุงคาบูล อยู่ห่างจากญาติพี่น้อง

แต่เวลานี้ ชื่อของ ด.ช.โดนัลด์ ทรัมป์ กลายเป็นดราม่าอย่างแรงในโลกออนไลน์อัฟกานิสถาน เมื่อภาพบัตรประจำตัวของเด็กชายถูกโพสต์บนเฟซบุ๊ก มีคนแห่เข้าไปด่าทอต่อว่าการเลือกชื่อให้แก่ลูกชายของเขาจำนวนมาก

ผู้ใช้เฟซบุ๊กบางคนอารมณ์ขึ้นขนาดขู่ฆ่าพ่อ ฐานตั้งชื่อนอกรีต บ้างกล่าวหาไซเอ็ดว่าทำให้ชีวิตของลูกชายตัวเองตกอยู่ในอันตราย และบางคนก็วิเคราะห์ไปไกลว่า ไซเอ็ด ครูวัย 28 ปี กำลังใช้ชื่อแหวกธรรมเนียมเป็นใบเบิกทางขอลี้ภัยในสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นข้อกล่าวหาที่เขาปฏิเสธแบบหนักแน่นว่า ไม่เคยมีความคิดนี้อยู่เลย

ไซเอ็ด กล่าวว่า นึกไม่ถึงว่าชาวอัฟกันจะอ่อนไหวกับเรื่องชื่อมากถึงเพียงนี้ โดยหลังจากมีคนนำรูปไปโพสต์ ก็กลายเป็นเรื่องเป็นราวจนทำให้เขาต้องปิดบัญชีเฟซบุ๊ก นอกจากนี้ เพื่อนบ้านบางคนในย่านมุสลิมชีอะห์ของเขาในคาบูล ยังมาพูดข่มขู่ให้ย้ายออกไป

โรฮุลเลาะห์ อาห์มัดไซ ที่ปรึกษาอาวุโสของสำนักงานทะเบียนราษฎร์ในคาบูล ยืนยันว่า การตั้งชื่อลูกว่า โดนัลด์ ทรัมป์ แม้ไม่ใช่ชื่อมุสลิม แต่ไม่ได้ขัดกฎหมาย คนเป็นพ่อมีสิทธิตามกฎหมายที่ตั้งชื่อลูกอย่างไรก็ได้ ต่อให้เป็นชื่อประธานาธิบดีสหรัฐก็ตาม ขณะที่ ไซเอ็ด แม้เป็นห่วงความปลอดภัยของลูกเมื่อเข้าโรงเรียน อาจถูกเพื่อนร่วมชั้นแกล้งเอาได้ แต่พ่อรายนี้ยืนกรานว่าจะไม่เปลี่ยนชื่อลูกอย่างแน่นอน

ไฟป่าเผาวอดบ้าน 70 หลังในออสเตรเลีย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/317133

ไฟป่าเผาวอดบ้าน 70 หลังในออสเตรเลีย

ออสเตรเลีย,ไฟป่า,เผาวอด,บ้าน,รัฐนิวเซาท์เวลส์

ออสเตรเลียเผชิญไฟป่าระลอกใหญ่เมื่อสุดสัปดาห์ อาคารบ้านเรือน 70 หลังในหมู่บ้านริมทะเล ทาห์รา ทางชายฝั่งตะวันตกของรัฐนิวเซาท์เวลส์ ถูกไฟเผาราบ

 

ส่วนรัฐวิคตอเรียที่อยู่ติดกัน ไฟป่าเผาผลาญกินพื้นที่ 2.5 แสนไร่ ปศุสัตว์ล้มตายหลายร้อยตัว

เจ้าหน้าที่เตือนว่าไฟป่าจะลุกลามเป็นวงกว้างยิ่งขึ้นเพราะคาดว่ากระแสลมแรงที่มีความเร็ว 110 กม./ชม.จะทำให้เปลวไฟลุกลามอย่างรวดเร็ว แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่มีรายงานผู้บาดเจ็บหรือผู้เสียชีวิต

 

ไฟป่าเผาวอดบ้าน 70 หลังในออสเตรเลียภาพ : AFP

 

 

ไฟป่าที่ปะทุขึ้นทางตะวันออกเฉียงใต้ของออสเตรเลียครั้งนี้ บ่งว่าฤดูไฟป่าที่มักจะเกิดในฤดูร้อนช่วงเดือนธันวาคมถึงกุมภาพันธ์ กำลังยืดยาวออกไป เนื่องจากภูมิอากาศเปลี่ยนแปลง

 

ไฟป่าเผาวอดบ้าน 70 หลังในออสเตรเลียภาพ : AFP

กว่า 5 พันล้านขาดแคลนน้ำภายใน 42 ปี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/317132

กว่า 5 พันล้านขาดแคลนน้ำภายใน 42 ปี

สถานการณ์น้ำโลก,ขาดแคลน,น้ำ,เคปทาวน์,ภัยแล้ง

สหประชาชาติเผยรายงานสถานการณ์น้ำโลก เตือนว่าผู้คนกว่า 5 พันล้านอาจเผชิญปัญหาขาดแคลนน้ำภายในปี ค.ศ.2050

 

เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศโลก ความต้องการและมลพิษเพิ่มสูงขึ้น หากยังไม่ลงมือดำเนินมาตรการลดความเครียดต่อแม่น้ำ ทะเลทราย แหล่งน้ำใต้ดิน และพื้นที่ชุ่มน้ำ อาจนำไปสู่ความขัดแย้งได้ แต่มาตรการใดที่จะนำมาใช้ จะต้องเป็นหนทางอิงธรรมชาติ พึ่งพาดินกับต้นไม้เป็นหลัก ไม่ใช่เหล็กกับคอนกรีต

กิลเบิร์ต ฮุงโบ ประธานยูเอ็นวอเตอร์ ระบุว่า โลกหันไปใช้สิ่งปลูกสร้าง หรือโครงสร้างพื้นฐานสีเทาเพื่อยกระดับการบริหารจัดการน้ำมานานเกินไป การทำเช่นนั้นบ่อยครั้งมองข้ามภูมิปัญญาท้องถิ่นและชนพื้นเมืองที่ใช้แนวทางสีเขียว ขณะโลกเผชิญกับสภาพแวดล้อมเสื่อมโทรมและไคลเมทเชนจ์ เราจำเป็นต้องใช้หนทางใหม่เพื่อบริหารความต้องการแหล่งน้ำ

รายงานระบุว่า มนุษย์ใช้น้ำวันละประมาณ 4,600 ลบ.ม.ต่อปี จำนวนนี้ 70% ใช้ในภาคการเกษตร 20% ใช้ในภาคอุตสาหกรรม และครัวเรือน 10% ในช่วง 100 ปีที่ผ่านมา โลกต้องการน้ำเพิ่ม 6 เท่า และจะเพิ่มขึ้นอีกในอัตรา 1% ต่อปี แรงกดดันจะยิ่งถาโถมเพราะภายในปี 2050 ประชากรโลกจะพุ่งเป็นระหว่าง 9,400 ล้านคน-1.02 หมื่นล้านคน (จาก 7,700 ล้านคนในปัจจุบัน) โดยประชากรทุก 2 ใน 3 คนจะอาศัยในเมือง

ภัยแล้งเป็นภัยคุกคามใหญ่หลวงที่สุดจากไคลเมทเชนจ์ ซึ่งปรากฏชัดที่สุดในปีนี้ที่เมืองเคปทาวน์ ประเทศแอฟริกาใต้ ประชาชนเผชิญปัญหาขาดน้ำอันเป็นผลจากภัยแล้งรุนแรงที่สุดในรอบ 384 ปี ส่วนกรุงบราซิลเลีย เมืองหลวงบราซิล ที่เป็นเจ้าภาพจัดประชุมเวทีน้ำโลก ประชากรเกือบ 2 ล้านคนไม่มีน้ำใช้ 1 วันในทุก 5 วันเพราะภัยแล้งยาวนานผิดปกติ

รายงานคาดการณ์ว่า ภายในปี 2050 ประชากรระหว่าง 4,800-5,700 ล้านคนจะอาศัยในพื้นที่ที่น้ำขาดแคลนอย่างน้อยหนึ่งเดือนต่อปี เพิ่มจากปัจจุบัน ที่มีประชากรเผชิญภาวะเช่นนี้ 3,600 ล้านคน ขณะประชากรเสี่ยงน้ำท่วมจะเพิ่มจาก 1,200 ล้านคน เป็น 1,600 ล้านคน

“มกุฎราชกุมารซาอุ”เยือนสหรัฐ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/317039

“มกุฎราชกุมารซาอุ”เยือนสหรัฐ

มกุฎราชกุมารแห่งซาอุดิ,ทรัมป์,สหรัฐ,ซาอุดิอาระเบีบ,อิหร่าน,ภัยคุกคาม

มกุฎราชกุมารแห่งซาอุดิ จะเสด็จเยือนสหรัฐ และพบกับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ โดยคาดว่าเรื่องภัยคุกคามจากอิหร่านจะเป็นหัวข้อหลักในการหารือ

 

เจ้าชายโมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน มกุฎราชกุมารที่มีพระชนมายุ 32 พรรษา จะทรงพบกับประธานาธิบดีทรัมป์ในวันอังคารตามเวลาท้องถิ่น หลังจากเคยพบกันขณะพระองค์เยือนกรุงวอชิงตันเมื่อเดือนมี.ค.ปีที่แล้ว และขณะทรัมป์ เยือนกรุงริยาดห์ ในอีกสองเดือนถัดมา ซึ่งจะทำให้ความสัมพันธ์ของสองประเทศแน่นแฟ้นยิ่งขึ้น

สื่อคาดว่า อิทธิพลของอิหร่านในภูมิภาคตะวันออกกลางและโครงการพัฒนานิวเคลียร์ของอิหร่านจะเป็นหัวข้อหลักของการหารือ และประเด็นนโยบายอื่นๆ รวมถึง การปฏิรูปต่างๆ ในซาอุดิอาระเบีย แผนสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ของซาอุดิอาระเบีย กรณีชาติอาหรับนำโดยซาอุดิอาระเบียร่วมบอยคอตต์กาตาร์  และความล้มเหลวของทรัมป์สร้างสันติภาพระหว่างอิสราเอลและปาเลสไตน์

สหรัฐและซาอุดิอาระเบียเป็นพันธมิตรเก่าแก่ยาวยานตั้งแต่ประธานาธิบดีแฟรงคลินดี รูสเวลท์ พบกับกษัตริย์อับดุล อาซิซ บิน ซาอุด บนเรือรบสหรัฐในคลองสุเอซเมื่อปี2488 และนับจากนั้นประธานาธิบดีสหรัฐทุกคนสานสัมพันธ์เหนียวแน่นกับราชวงศ์ซาอุดิอาระเบียเรื่อยมา แต่ความสัมพันธ์ตึงเครียดสมัยประธานาธิบดีบารัก โอบามา ที่เลือกฟื้นฟูความสัมพันธ์กับอิหร่าน จนกระทั่งประธานาธิบดีทรัมป์เลือกเยือน
ซาอุดิอาระเบียเป็นชาติแรกในการเดินทางไปต่างประเทศหลังรับตำแหน่งทำให้ความสัมพันธ์ดีขึ้น

ช็อก!นักแสดงกายกรรมคณะดังพลาดตกเสียชีวิต

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/317003

ช็อก!นักแสดงกายกรรมคณะดังพลาดตกเสียชีวิต

นักกายกรรม,เสียชีวิต,คมชัดลึก

นักกายกรรมโหนเชือกที่แสดงมานาน 15 ปี พลาดตกพื้นเวที

 

ยานน์ อาร์โนด์ นักกายกรรมโหนเชือกชาวฝรั่งเศสวัย 38 ปี แห่งคณะกายกรรมเลื่องชื่อ “เซิร์ค ดู โซเลย์” เกิดพลาดตกลงมากระแทกพื้นเวที ได้รับบาดเจ็บสาหัส ก่อนไปเสียชีวิตที่โรงพยาบาล

 

ช็อก!นักแสดงกายกรรมคณะดังพลาดตกเสียชีวิต 

( อาร์โนด์กับลูกสาว / instagram ) 

 

เหตุเกิดระหว่างการแสดงชุด Volta ที่เมืองแทมปา รัฐฟลอริดา สหรัฐอเมริกา เมื่อคืนวันเสาร์ ( 17 มี.ค.)

คณะกายกรรม “เซิร์ค ดู โซเลย์” กำลังรวบรวมข้อมูลและยืนยันจะให้ความร่วมมือสอบสวนกับตำรวจอย่างโปร่งใส ขณะสื่อท้องถิ่นรายงานว่า ดูเหมือนว่าเชือกที่อาร์โนด์จับยึดระหว่างทำการแสดงลื่นหลุดมือ และตกจากความสูง 15 ฟุตศีรษะลงกระแทกพื้นนอนแน่นิ่ง ท่ามกลางเสียงกรีดร้องของผู้ชม และต้องยุติการแสดงโดยทันที รวมถึงยกเลิกรอบการแสดงที่เหลืออีก 2 รอบทั้งหมด

 

  ( คลิปการแสดงของอาร์โนด์ เมื่อ 21 ก.พ. ) 

 

อาร์โนด์อยู่กับคณะกายกรรมระดับโลกแห่งนี้มานานกว่า 15 ปี แต่ไม่ชัดเจนว่าได้ฝึกซ้อมกายกรรมโหนเชือกแบบที่แสดงครั้งสุดท้ายมานานแค่ไหน

การเสียชีวิตของอาร์โนด์ไม่ใช่โศกนาฏกรรมครั้งแรกของ “เซิร์ค ดู โซเลย์”ที่สูญเสียนักกายกรรมระหว่างซ้อมหรือแสดง  ในปี 2552 นักแสดงชาวแคนาดาพลักตกจากเตียงผ้าใบระหว่างฝึกซ้อมที่สำนักงานใหญ่ในเมืองมอนทรีออล ประเทศแคนาดา เสียชีวิตจากอาการบาดเจ็บที่ศีรษะ และในปี 2556 นักแสดงหญิงมากประสบการณ์ เสียชีวิตหลังตกจากความสูง50 ฟุตระหว่างการแสดงในลาสเวกัส

รัสเซียขับ”23ทูตอังกฤษ”ตอบโต้!! อังกฤษขับทูตรัสเซีย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/316908

รัสเซียขับ”23ทูตอังกฤษ”ตอบโต้!! อังกฤษขับทูตรัสเซีย

นัการทูต,รัสเซีย,อังกฤษ,23 คน,ตอบโต้,ออกนอกประเทศ

รัสเซีย สั่งขับนักการทูตอังกฤษ 23 คนออกจากประเทศ เพื่อตอบโต้รัฐบาลอังกฤษที่ขับนักการทูตรัสเซีย 23 คนออกนอกประเทศ

         รัฐบาลรัสเซีย สั่งขับนักการทูตอังกฤษจำนวน 23 คนออกจากประเทศ เพื่อตอบโต้รัฐบาลอังกฤษที่ขับนักการทูตรัสเซียจำนวน 23 คนออกนอกประเทศ และกล่าวหาว่ารัสเซียอยู่เบื้องหลังการโจมตีอดีตสายลับรัสเซียด้วยสารพิษทำลายระบบประสาท

         กระทรวงการต่างประเทศรัสเซียออกแถลงการณ์ว่า ทางการรัสเซียให้เวลานักการทูตอังกฤษทั้ง 23 คนนี้เป็นเวลา 1 สัปดาห์ในการเดินทางออกนอกประเทศ

ทั้งนี้ รัฐบาลรัสเซียขับนักการทูตอังกฤษออกนอกประเทศหลังจากนางเทเรซา เมย์ นายกรัฐมนตรีอังกฤษ ระบุว่า มีความเป็นไปได้อย่างมากที่รัสเซียจะอยู่เบื้องหลังการใช้สารพิษทำลายระบบประสาทเพื่อโจมตีนายเซอร์เก สกรีปอล อดีตสายลับรัสเซีย แต่ปัจจุบันได้แปรพักตร์มาอยู่ฝ่ายอังกฤษ และนางยูเลีย ลูกสาวของเขา โดยเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นที่เมืองซาลิสเบอรี ทางตะวันตกเฉียงใต้ของอังกฤษ เมื่อวันที่ 4 มี.ค. ซึ่งทำให้ขณะนี้พวกเขายังคงต้องพักรักษาตัวในโรงพยาบาล โดยมีอาการอยู่ในขั้นวิกฤต

นอกจากนี้ นางเมย์ ยังได้ขับนักการทูตรัสเซียจำนวน 23 คนออกจากอังกฤษภายในเวลา 1 สัปดาห์ ซึ่งถือเป็นการขับไล่นักการทูตจำนวนมากที่สุดในรอบกว่า 30 ปี พร้อมประกาศว่า อังกฤษจะไม่ส่งตัวแทนรัฐบาลเข้าร่วมพิธีเปิดการแข่งขันฟุตบอลโลกที่รัสเซียเป็นเจ้าภาพในปีนี้ ขณะเดียวกันอังกฤษจะระงับการติดต่อในระดับสูงกับทางรัสเซีย และจะยกเลิกคำเชิญนายเซอร์เก ลาฟรอฟ รมว.ต่างประเทศรัสเซีย ในการเดินทางเยือนอังกฤษ

ยิงสนั่น !! “คนร้าย” บุกยิงกลางห้างในแคลิฟอร์เนีย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/316901

ยิงสนั่น !! “คนร้าย” บุกยิงกลางห้างในแคลิฟอร์เนีย

แคลิฟอร์เนีย,ยิ่งสนั่น,ห้างดัง,อุกอาจ,สหรัฐอเมริกา,ช่วงเที่ยงวันเสาร์

“คนร้าย” บุกยิงอุกอาจกลางห้างในแคลิฟอร์เนีย สหรับอเมริกา เมื่อช่วงเที่ยงวันเสาร์ตามเวลาท้องถิ่น ล่าสุดมีผู้เสียชีวิตแล้ว

        เหตุคนร้ายบุกยิงล่าสุดในอเมริกาเกิดขึ้นเมื่อวานนี้ตามเวลาท้องถิ่น ณ ห้างสรรพสินค้าเดอะโอค์ส ซึ่งตั้งห่างจากเมืองใหญ่ลอสแอนเจลิสไปทางตะวันตกประมาณ 64 กิโลเมตรของรัฐแคลิฟอร์เนีย

ยิงสนั่น !! "คนร้าย" บุกยิงกลางห้างในแคลิฟอร์เนีย

         โดยเจ้าหน้าที่ในห้างได้ประกาศให้ลูกค้าที่มาจับจ่ายซื้อของบริการกันในวันหยุดสุดสัปดาห์ หาที่หลบภัย เพราะมีเหตุยิงกัน จนทำให้มีผู้เสียชีวิต 1 ราย และมือปืนก็หันเอาปืนมาจ่อยิงตัวเองจนได้รับบาดเจ็บสาหัส

ยิงสนั่น !! "คนร้าย" บุกยิงกลางห้างในแคลิฟอร์เนีย

ยิงสนั่น !! "คนร้าย" บุกยิงกลางห้างในแคลิฟอร์เนีย

         เจ้าหน้าที่ดับเพลิงได้เปิดสถานีดับเพลงใกล้ๆกับห้างสรรพสินค้าเพื่อโยกย้ายประชาชนออกมาจากห้างเนื่องจากมีหลายคนอยู่ในความตื่นตระหนก ด้านตำรวจยังไม่ได้ข้อสรุปหรือแรงจูงใจใดใดว่าคนร้ายบุกเข้ามายิงเพื่ออะไร

ยิงสนั่น !! "คนร้าย" บุกยิงกลางห้างในแคลิฟอร์เนีย

ยิงสนั่น !! "คนร้าย" บุกยิงกลางห้างในแคลิฟอร์เนีย

       ล่าสุด ได้ส่งคนร้ายที่บาดเจ็บไปยังโรงพยาบาลใกล้เคียงแล้ว

คุก 6 เดือนหญิงยิงแฟนหนุ่มดับหวังทำคลิปดัง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/316704

คุก 6 เดือนหญิงยิงแฟนหนุ่มดับหวังทำคลิปดัง

ศาลในรัฐมินเนโซตา,คลิปวีดีโอ,ยิง,ปืน,แฟนหนุ่ม

ตัดสินลงโทษ โมนาลิซา คุณแม่ลูกสองวัย 20 ปี จำคุก 6 เดือน เธอยิงแฟนหนุ่มเสียชีวิต ระหว่างทำคลิปวิดีโอยูทูบแนวหวาดเสียวหวังให้เป็นกระแสในออนไลน์

 

ผู้พิพากษาศาลในรัฐมินเนโซตา ตัดสินลงโทษ โมนาลิซา เปเรซ คุณแม่ลูกสองวัย 20 ปี จำคุก 6 เดือน จากเหตุการณ์ที่เธอยิงแฟนหนุ่มเสียชีวิต ระหว่างทำคลิปวิดีโอยูทูบแนวหวาดเสียวหวังให้เป็นกระแสในสื่อสังคมออนไลน์ แต่เกิดผิดพลาดกลายเป็นโศกนาฏกรรม

เปเรซ เชื่อว่าเปโดร ลุยซ์ พ่อของลูก จะปลอดภัยโดยใช้หนังสือหนาๆ กันไว้ ขณะใช้ปืนยิงอีกฝ่ายในระยะประชิด เมื่อเดือนมิถุนายนปีที่แล้ว ผลทำให้ลุยซ์ วัย 22 ปี เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ เปเรซ ทำความตกลงยุติคดีกับอัยการเมื่อธันวาคม โดยรับสารภาพในข้อหาฆาตกรรมโดยไม่ได้ไตร่ตรองไว้ก่อน และจะรับโทษจำคุกคราวละ 30 วันต่อปี ในระยะ 3 ปีข้างหน้า ส่วนที่เหลืออีก 3 เดือนให้รับโทษเป็นกักบริเวณในบ้าน และรอลงอาญา 10 ปี

 

คุก 6 เดือนหญิงยิงแฟนหนุ่มดับหวังทำคลิปดัง

 

เหตุไม่คาดฝันเกิดขึ้นขณะเปเรซกำลังตั้งท้องลูกคนที่สอง ลุยซ์เป็นคนบอกให้เธอใช้ปืนสั้น .50 ยิงเขาได้ในระยะห่างเพียง 1 ฟุต โดยลุยซ์ที่หวังแจ้งเกิดทางอินเทอร์เน็ต จะถือพจนานุกรมหนา 3.5 ซม.กันไว้ที่หน้าอก เขาให้เธอดูหนังสืออีกเล่มที่มีรูกระสุนด้านหนึ่งอีกด้านหนึ่งไม่มีรู เป็นหลักฐานว่าแผนการของเขาจะได้ผล

ตอนนั้น เปเรซแจ้งทางทวิตเตอร์ก่อนแสดงหวาดเสียวว่า เธอกับเปโดรกำลังจะทำคลิปยิงปืนอันตรายที่สุดเท่าที่เคยมีมา แต่ย้ำว่าเป็นแนวคิดของเปโดรไม่ใช่ของเธอ จากนั้นตั้งกล้อง 2 ตัวเพื่อบันทึกวิดีโอ ผลปรากฏว่ากระสุนทะลุหนังสือเข้าร่างของพ่อเด็ก และเสียชีวิตจากกระสุนนัดเดียวเข้าที่หน้าอก ต่อหน้าลูกสาวคนโตวัย 3 ขวบที่อยู่ในเหตุการณ์ตอนอัดคลิปซึ่งตำรวจไม่มีแผนจะเปิดเผย

ญาติของลุยซ์ กล่าวว่า ผู้ตายเคยพูดหลายหนว่าจะทำคลิปแนวนี้ พวกเขาพยายามห้ามปรามแล้ว แต่เขากล่าวว่า เราต้องการยอดเข้าชมเพิ่มขึ้น

ช่องยูทูบของทั้งคู่ในเวลานั้น มียอดผู้ติดตาม 218 ราย คลิปแนวแหวกที่ยังปรากฏอยู่ เช่น เปเรซป้อนโดนัทโรยแป้งเด็กให้ลุยซ์กิน

คลิปวิดีโอทั้งหมดมียอดเข้าชมรวม 5.3 ล้านครั้ง ทั้งนี้ ส่วนหนึ่งของข้อตกลงกับอัยการ ยังรวมถึงการที่เปเรซจะไม่แสวงหาประโยชน์จากเรื่องราวของตัวเองและห้ามครอบครองอาวุธปืน