ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/entertain/314467

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/entertain/314467

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/entertain/314466

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/entertain/314471

แม้ทีมนักแสดงจะหน้าใหม่ แต่ทีมสร้างของภาพยนตร์ไทยเรื่อง “รัก ข้าม เลือด” จัดว่าเก๋าเกมด้วยบุคลากรคุณภาพ!! และก่อนที่หนังจะเข้าฉายในโรงภาพยนตร์สุดสัปดาห์นี้ “ทีมข่าวบันเทิงแนวหน้า” ได้โอกาสเจาะลึกความเป็นมา กับเหตุผลที่ว่าทำไม ต้อ-มารุต สาโรวาท ถึงยอมหวนคืนวงการภาพยนตร์ นั่งแท่นกำกับฯ ในรอบ 10 ปี ด้วยการจับมือกับ บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์ แห่ง ค่ายบิณฑ์บูมบิสซิเนส รังสรรค์ภาพยนตร์ที่ยากจะจัดประเภท เพราะเขาว่าเป็นทั้งหนังวัยรุ่น ดราม่า เขย่าขวัญ และลึกลับ!?
ต้อ มารุต : 3- 4 ปีที่ผ่านมา พี่ต้อ ทำงานด้าน กศน. ด้านสาธารณกุศล แล้วก็เจอกับ ท็อป (บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์) อยู่เรื่อยๆ ไปช่วยกันตามจังหวัดต่างๆ แล้วช่วงเวลานั้น เขาก็ทำหนัง พี่ต้อก็บอกเขา หนัง “ปัญญาเรณู” น่ารักนะ หนัง “กรรไกร ไข่ ผ้าไหม” ก็น่ารักจังเลย ก็ชมกัน เขาก็ชมพี่ต้อว่ากำกับละครเก่ง พอไปเจอกันอีกงานหนึ่ง เขาก็ยื่นบทประพันธ์ “สิ้นแสงเทียน” ให้พี่ต้อช่วยปรับเรื่องนี้ ให้เป็นเรื่องที่ทันสมัยหน่อย เพราะมันเป็นเรื่องเก่า พออ่านเสร็จปุ๊บ อีกหนึ่งเดือนต่อมาพี่ต้อบอก โห…อ่านแล้วสนุกเลย เขาก็บอกพี่ต้อปรับเป็นบทภาพยนตร์ เราก็นึกว่าเขาตั้งใจจะทำแนวแปลก ก็เลยไปทำเป็นบทภาพยนตร์ให้ทันสมัยขึ้น แล้วก็เพิ่มเติมเนื้อเรื่อง ย้ายโครงเรื่องนิดหน่อย ตั้งชื่อออกมาเป็น “รักเร้นลับ” แต่บิณฑ์เขาบอกเป็น “รักข้ามเลือด” ไหม เสร็จเราก็คิดว่าบิณฑ์จะทำ กลายเป็นเขาบอก พี่ต้อต้องกำกับเลย อ่านเสร็จแล้วต้องพี่ต้อคนเดียว ห้ามหนีไปไหน เราก็โอ๊ย… แต่บิณฑ์ ต้องช่วยนะ บิณฑ์เขาก็สัญญาจะช่วยหมดทุกอย่างเลย อยากได้อะไรบอกมา จนตกลงกับบิณฑ์ว่า เราแคสนักแสดงใหม่เลยดีไหม พอเห็นพ้องต้องกันปุ๊บ พี่ต้อก็ได้นักแสดงทีมนี้มา จากการแคสทั้งสิ้น ไม่มีใครได้อภิสิทธิ์ใดๆ เลย รวมถึงได้ไปเอาเพื่อนฝูงมาลำบากด้วย หัวเราะ) ก็คือ ป้าโหน่ง (วสันต์ อุตตมะโยธิน) มาเป็นสายฮา, แล้วก็มี ป้าอ้วน รีเทิร์น เขาไม่มีปฏิเสธเลย แล้วก็มาคิดใครจะมารับบทร้ายๆ อีกนางหนึ่ง ก็ได้ โจแอน บุญสูงเนิน มาร่วม
l เรื่องราวของหนัง
ต้อ- มารุต : สำหรับเนื้อเรื่อง เริ่มต้นมาเหมือนหนังวัยรุ่นใสๆ ตามฝันประกวดร้องเพลง ซึ่งเกือบทุกช่องทีวีมีรายการประกวดร้องเพลงหมดเลย คนไทยคุ้นเคยกับภาพพวกนี้มาก คือประกวดเสร็จได้ตำแหน่ง โด่งดังมีชื่อเสียง แต่เรื่องไม่จบแค่นั้น จากนั้นก็เป็นเรื่องความรักความผูกพันแม่ลูก แล้วก็ผลที่ตามมาจากสิ่งที่เก็บงำเป็นความลับมาหลายปี ไปสู่บทดราม่า ฆาตกรรม และจะมีปมความลึกลับซ้อนอยู่ในภาพยนตร์อีกด้วย เราจะบอกแค่นี้ เราจะไม่บอกว่าใครเป็นฆาตกร และใครถูกฆาตกรรม ต้องไปตามดูในโรงภาพยนตร์เอง 16 มกราคมนี้ เป็นรอบเพลส และ 18 มกราคมนี้ เป็นรอบฉายจริงในโรงภาพยนตร์ทั่วประเทศ
l ทำความรู้จักนักแสดงนำ
พริ้ม-จันทร์ทิพย์ แสงรังษี : พริ้มเป็นศิลปินอยู่ที่แกรมมี่ค่ะ ต้องขอบคุณทางพี่ต้อ พี่บิณฑ์ที่ให้โอกาสพริ้มได้เล่นภาพยนตร์เรื่องแรก ได้มาลองงานด้านการแสดง ซึ่งเป็นสิ่งที่ใฝ่ฝัน แต่ยังไม่เคยมีโอกาสได้ทำ พอได้ไปออดิชั่นตอนแรก ตื่นเต้นมากกกกค่ะ หนูก็บอกเขาหนูไม่สวยนะคะ ไม่ได้เป็นพิมพ์นิยม ขาวๆ เหมือนคนอื่นพี่เขาก็บอกให้ลองพูดๆ มา คุยๆ มา ลองไปแคส ร้องเพลงนั่นนี่ เราก็ทำสุดความสามารถ ค่อนข้างที่จะทำการบ้านกับเรื่องนี้เยอะมาก ด้วยความที่เป็นภาพยนตร์ดราม่า เป็นบทที่อ่านแล้วรู้สึกว่า ถึงตัวละครจะเรียบง่าย แต่มีอะไรซ่อนอยู่ มีปมของเรื่องที่มีผลต่อตัวละครนี้มาก และผู้ที่มารับบท แม่เนตรดาว แม่ของพริ้มในเรื่องก็สวยมากกกกก คือเราเล่นกับเขาแล้วแบบ อู๊ยย..ตายไปแล้ว (หัวเราะ) หุ่นดีทุกอย่างมาเลย แต่พี่ต้อให้โอกาสให้คำแนะนำที่ดีมาก เข้ากองวันแรกเราก็กลัว เพราะพี่ต้อเป็นระดับตำนาน ระดับมือทอง เราก็คิดว่าที่เราทำมาจะใช่ไหม ปรากฏโดนเลยจ้า (หัวเราะ) หนึ่งซีนไม่ได้สักที จนพี่ต้อแบบทำไมไม่ได้นะ แต่มีอีกซีนที่พริ้มประทับใจ คือเป็นวันที่ฝนตก แล้วเราต้องยกกอง ซึ่งพริ้มเข้าใจความรู้สึกของตัวละคร ครั้งแรกแล้วอารมณ์มาเต็ม แต่อีกครั้งหนึ่งที่มันไม่มา พี่ต้อก็เดินเข้ามาหาหนูแล้วบอก เอ๊ย! ไม่เป็นไร ค่อยๆ ใจเย็นๆ ไม่ต้องรีบ ไม่มีใครรีบ เรารู้สึกว่าวันนั้นเราทำได้ดี แต่วันนี้เรายังไม่รู้สึกแบบนั้นเลย พี่ต้อก็พูดดีมาก จนสุดท้ายอารมณ์ก็มา เพราะซีนนั้นเป็นซีนสำคัญมาก พริ้มก็ไม่อยากทำให้หลายๆ คนเสียเวลา เพราะมันดึกแล้ว เป็นประสบการณ์ที่ดี และเป็นโอกาสดีๆ ที่ทางพี่ต้อและพี่บิณฑ์มอบให้พริ้ม
ต้อ-มารุต : พริ้มเขาเสียงดี เขาบอกหนูไม่ได้เป็นนางเอกสวยเก๋นะ แต่พี่ต้อว่าเขายิ่งถ่อมตัว พี่ต้อยิ่งชอบ เพราะเขาลุย เขาสู้ แล้วเขาเล่นดี ซื่อๆ แต่พอเขาร้องเพลงนะ ตายกันทั้งกอง เพราะเสียงดีมาก ตัวละครนี้จะมีปมสำคัญตรงที่บอกว่า แม่ …ไม่ได้วัดที่เพศนะ แต่วัดที่ใจ
ปุยฝ้าย-ชุติรดา จันทิตย์ : เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ 3 ของฝ้ายแล้วค่ะ แต่ก็เป็นเรื่องที่ท้าทายความสามารถมากๆ เพราะว่าแสดงบทร้ายครั้งแรก แต่รู้สึกดีมากๆ ที่ได้มาเล่นค่ะ เพราะว่าได้ร่วมงานกับ ครูต้อ ซึ่งเป็นผู้กำกับแนวหน้า (ต้อ-มารุต : อยู่เป็นนะเนี่ย อยู่แนวหน้า บอกเป็นผู้กำกับแนวหน้า) และพี่ ๆ ทุกคนก็น่ารักมาก ตอนแรกนึกว่าจะเกร็ง เพราะพี่ๆ มีทั้งอยู่แกรมมี่ อยู่ AF แต่ว่าฝ้ายก็ชอบร้องเพลง และได้รับโอกาสดีๆ พอแคสผ่าน ถูกคัดเลือก ฝ้ายดีใจมากๆ ค่ะ พี่ๆ ก็ช่วยให้คำแนะนำ ได้เวิร์กช็อปด้วยกัน ก็ยิ่งปรับตัวได้มากขึ้นค่ะ แล้วในเรื่องจะเป็นคู่ปรับพี่พริ้ม ปะทะกันตลอด ร้ายมากกก ซึ่งในชีวิตจริงหนูเรียบร้อยนะคะ (ต้อ : รีบแก้ตัวทันที) (เหินฟ้า : เขาเรียกร้อนตัวครับ) จริงๆ หนูเรียบร้อยจริงๆ ถามพี่ๆ ได้ (เหินฟ้า : เรียบร้อยครับ เหมือนผ้ายับที่พับไว้)
เหินฟ้า-สรวิศ บุญมาก (AF10) : ผมรับบทเป็นมาวินครับ ดีใจมากครับตอนที่มีโอกาสได้ไปแคส ตอนแรกเขาบอกเป็นหนังของพี่บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์ เราก็ชอบดูหนังของพี่บิณฑ์อยู่แล้ว แม่ผมก็ชอบพี่บิณฑ์อยู่แล้วด้วย เพราะเขาช่วยเหลือสังคม ตอนแรกผมก็ไม่รู้ว่าเรื่องจะออกมาประมาณนี้ (ต้อ : หลอกทุกคนเลยว่ามาทำหนังวัยรุ่นใสๆ) ใช่ครับ ตอนแรกบอกเป็นหนังวัยรุ่น มีร้อง มีเต้น ซึ่งผมเคยประกวด AF มา ก็ถนัดเรื่องการเพอร์ฟอร์มบนเวทีมาบ้าง แต่พอมาแสดงจริงๆ ด้วยความที่เป็นภาพยนตร์เรื่องแรกด้วย ก็รู้สึกกดดัน เหมือนอย่างที่น้องๆ เจอบอกผู้กำกับแนวหน้า (หัวเราะ) และบริษัท บิณฑ์บูมบิสซิเนส ก็เป็นบริษัททำหนังแนวหน้าเหมือนกัน ทำให้ตื่นเต้นเข้าไปใหญ่ แต่พอได้มาแสดงจริง พี่ต้อน่ารักมากครับ ทั้งเวิร์กช็อป สอนสั่ง ให้วิชาเองกับมือ ไม่ได้ให้ผู้ช่วยสอน ผมว่าหายากที่ผู้กำกับจะลงมาสอนเอง เราเป็นเด็กใหม่ด้วย ทำให้เรากล้าที่จะแสดงมากขึ้น พอเข้าฉากจริงก็รู้สึกง่ายขึ้นครับ
l ซีนที่ไม่อยากให้พลาด
ต้อ-มารุต: เป็นฉากที่ โหน่ง-วสันต์, โจแอน, อ้วนรีเทิร์น มาร่วมซีนกัน และทั้งสามคน แสดงได้สุดเขตประเทศไทยจริงๆ ฟาดฟันกันสนุกดี ตลกด้วย เป็นฉากที่น่าประทับใจ ที่พี่ต้อเองก็ชอบด้วย เพราะมีเพลงเก่าแก่ อย่างเพลงสุดท้าย เวอร์ชั่นหนังของ สมหญิง ดาวราย ขับร้องโดย สุดา ชื่นบาน เป็นซีนความทรงจำของนางโชว์ทุกคน และน้องเทยทั้งหลายใครๆ ต้องรู้จักและจดจำกันได้เป็นอย่างดี เพราะเป็นเพลงติดหู เป็นหนังติดตา พี่ต้อก็อยากแนะนำให้ไปดูอีกเวอร์ชั่นหนึ่งใน“รัก ข้าม เลือด” ของ เนตร-ภัทรนันท์ รวมชัย คนที่รับบท เนตรดาว กะเทยน้อยที่อ่อนต่อโลก ฉากนี้เป็นการแสดงโชว์เป็นความใฝ่ฝันของนาง ทุกคนก็ช่วยกันติวเข้มเต็มที่ เนตรเองนางก็แสดงได้ดีเกินคาด
l ทิ้งท้ายก่อนจาก
ต้อ-มารุต: “รัก ข้าม เลือด” เป็นหนังแนวใหม่ของ บิณฑ์บูมบิสซิเนส ซึ่งต่อจากนี้ก็จะมีแนวแปลกไม่ซ้ำ ทั้งตลก สนุก ผี มัดมวย แล้วก็มีดราม่าประหลาดๆ เป็นการฉีกความจำเจเดิมๆ ซึ่งเรื่องนี้ก็จะพิสูจน์ให้เห็นว่าสามารถหาหนังดราม่าดีๆ จาก บิณฑ์บูมบิสซิเนส ได้เหมือนกัน อยากให้ไปชมกันครับ มีคนบอกว่าไม่กลัวเหรอสภาพหนังไทยลำบากมาก ส่วนใหญ่จะดร็อป ไม่ค่อยบูม แต่พี่ต้อคิดว่าถ้าเรากลัว เราจะไม่ได้หนังดี ก็เลยคิดว่าเราทำเต็มที่ดีกว่า พี่ต้อมั่นใจว่าพอเราเต็มที่ เราจะได้หนังดี และคนดูก็จะตามหาของดีเจอ!!
ผู้กำกับดังการันตีขนาดนี้ “รัก ข้าม เลือด” จึงน่าจะเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกดีๆ ของคอหนังไทย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/entertain/314411

Dudsade ดุษฏี เจ้าของเพลง’ที่อยากกลับให้มาเหมือนเดิม’ศิลปินเบอร์แรกของ นัท- ศุภกร Klaybanmai สังกัด Klaybanmai Music นับเป็นความภาคภูมิใจที่ปั้นศิลปินเบอร์แรกออกมา ก็ทำให้มีชื่อเสียง และมีแฟนเพลงให้กับการต้อนรับ โดยล่าสุด Dudsade ดุษฏี ขึ้นเขย่าเวทีเป็นครั้งที่สอง สร้างความสุขให้น้องๆมัธยมต้น-มัธยมปลาย สร้างสุขให้น้องกับโรงเรียนราชวินิตนางเลิ้งเรียกเสียงกรี๊ด กระโดดกันทั้งหอประชุม เรียกได้ว่าทั้งร้องทั้งเต้นสนุก ภายในโรงเรียน Dudsade ดุษฏี จัดเต็มทั้งเพลงหนักและเพลงเบา ให้น้องๆ ได้สนุกได้โดด กันอย่างเต็มที่ ลงไปเล่นด้านล่างกับน้อง ร่วมร้องเพลง อย่างเป็นกันเอง เป็นการแนะนำตัวให้กับตัวDudsade ดุษฏี ทำให้ นัท ศุภกร Klaybanmai ได้หน้าบาน ได้รับคำชมจากผู้ใหญ่อีกหลายๆท่าน ที่มาสร้างสุขให้น้องๆ ที่โรงเรียนราชวินิต ในครั้งนี้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/entertain/314463

เรียกว่าเป็นอีกหนึ่งซีนที่ต้องใช้พลังในการแสดงสูงมาก สำหรับซีนที่สาว “เมย์” (เบสท์-ชนิดาภา)และสาว “เรนนี่” (เมญ่า-นนธวรรณ)ในละคร “สะใภ้กาฝาก” ต้องปะทะฝีมือและฝีปากกัน งานนี้ทั้ง “เบสท์”และ “เมญ่า”มีการลงไม้ลงมือกัน ทั้งหมัด ทั้งเข่า แถมยังถึงขั้นสาดครีมใส่กันอีกด้วย
สาว “เมญ่า” กล่าวว่า “เป็นอีกหนึ่งฉากที่ต้องใช้พลังงานมาก เพราะในเรื่องเราปลื้มพี่เบสท์สุดๆ แต่มาเจอเขาด่าถึงแม่ เราต้องโกรธ และเราต้องเอาคืน คือเรียกว่าเป็นมวยถูกคู่มาก ปะทะทั้งฝีปาก และมีการตบแซ่บมาก สนุกมากค่ะกับซีนนี้ ก่อนถ่ายทำจริงเราก็มีการซ้อมก่อนเข้าฉาก เพื่อกันพลาด อีกอย่างพี่เบสท์เนี่ยส่งอารมณ์มาให้เมญ่าได้ดีมาก ต้องขอบคุณพี่เบสท์เลยงานนี้”
ด้านสาว “เบสท์”เปิดเผยว่า “ซีนนี้แซ่บมาก เบสท์ยอมเปื้อนจริง ด้วยการให้น้องเมญ่าเอาครีมมาสาดใส่ที่ผม มันสนุกนะคะ แต่ก็ใช้แรงเยอะเหมือนกันค่ะในซีนนี้ เพราะเบสท์เองต้องตบกับเมญ่า มีใส่หมัดกันด้วย อยากให้ทุกคนติดตามความสนุกของซีนนี้ค่ะ”
ติดตามความสนุกและแซ่บเว่อร์!ฉากนี้ได้ในวันอังคาร ที่16 มกราคมนนี้ กับละคร “สะใภ้กาฝาก” ทุกวันจันทร์ – พฤหัสบดี เวลา 19.05 – 20.05 น. และวันศุกร์ เวลา 18.45 – 19.45 น. ทางช่อง 3 และช่อง 33

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/entertain/314396

ตั๊ก บริบูรณ์ จันทร์เรือง พร้อมด้วยเอลซี่ตัน ไอเชีย ภรรยาและน้อลบีลีฟ วัย 3 ขวบ ร่วมเปิดงานTHE MALL SHOPPING CENTER “คิดส์สนุก ปลุกไอเดีย” (JAPAN PACKAGE CRAFT)เปิดโลกจินตนาการแสนสนุกด้วยศิลปะจากกล่องกระดาษมีชีวิต ครั้งแรกในประเทศไทยกับการจัดแสดงนิทรรศการโมเดลกระดาษจากบรรจุภัณฑ์โดยศิลปินชาวญี่ปุ่นระดับโลกคุณทาคาฮาชิ คาซึมะผู้คิดค้นการปลุกไอเดียการประดิษฐ์โมเดลจากกล่องเหลือใช้ให้มีชีวิตขึ้นมาอย่างสร้างสรรค์และเต็มไปด้วยจินตนาการพร้อมชมการแสดงและร่วมสนุกกับกิจกรรมเวิร์คช็อปประดิษฐ์โมเดลจากกล่องป๊อกกี้อีกด้วย งานจัดขึ้นระหว่างวันที่ 11 – 17 มกราคม 2561 บริเวณอีเว้นท์ จีเอ ชั้น จี เดอะมอลล์ บางกะปิ
สำหรับการจัดงาน THE MALL SHOPPING CENTER “คิดส์สนุก ปลุกไอเดีย” (JAPAN PACKAGE CRAFT) มีวัตถุประสงค์เพื่อปลูกฝังให้เยาวชนใช้ทรัพยากรกระดาษอย่างรู้คุณค่า และเสริมสร้างจินตนาการและความคิดสร้างสรรค์ผ่านการประดิษฐ์โมเดลกระดาษจากบรรจุภัณฑ์ ตลอดจนปลูกฝังให้เยาวชนเห็นความสำคัญของการใช้ประโยชน์จากสิ่งของเหลือใช้พบกับครั้งแรกในประเทศไทยกับการจัดแสดงนิทรรศการโมเดลจากกล่องกระดาษเหลือใช้จากศิลปินชาวญี่ปุ่น คุณทาคาฮาชิ คาซึมะซึ่งผลงานดังกล่าวได้จัดแสดงมาแล้วทั่วโลกและในปีนี้ก็ได้นำผลงานการประดิษฐ์กล่องขนมเหลือใช้แปลงเป็นสิงโตยักษ์ ที่มีขนาดสูงกว่า 1.8 เมตร โดยประกอบขึ้นจากการกล่องบรรจุภัณฑ์ขนมกว่า140 ชิ้นซึ่งสามารถแยกชิ้นส่วนเป็นตัวสัตว์ต่างๆได้ถึง13 ชนิดโดยผลงานที่โดดเด่นชิ้นนี้ถูกทำขึ้นเป็นครั้งแรกและครั้งเดียวในประเทศไทยนอกจากนี้ ภายในงานยังมีโมเดลกระดาษอีกมากมายให้น้องๆ หนูๆ ได้ชมเพื่อความเพลิดเพลิน ชมการฉายภาพยนตร์แปลงร่างโมเดลกระดาษ, การแสดงแยกชิ้นส่วนจากสิงโตยักษ์ และสิทธิพิเศษสมาชิกบัตร M Cardรับสิทธิ์ร่วมกิจกรรมเวิร์คช็อปประดิษฐ์โมเดลจากกล่องป๊อกกี้(จำนวนจำกัด 50 สิทธิ์ต่อวัน)
ทาคาฮาชิ คาซึมะ ศิลปินชาวญี่ปุ่นกล่าวถึงการมาร่วมงานในครั้งนี้ว่า “ผมเฝ้ารอเป็นอย่างยิ่งที่จะได้มาเยือนประเทศไทย และพบปะเด็กๆ ชาวไทย ไม่ว่าจะเป็นเด็กญี่ปุ่นหรือเด็กไทยต่างก็มีความละเอียดอ่อนเหมือนๆ กัน โดยความสนุกของกิจกรรมนี้นั้นได้มาจากการใช้ความคิดสร้างสรรค์ โดยการนำกล่องกระดาษเหลือใช้มาประประดิษฐ์เป็นของเล่น ผมเชื่อว่าเด็กๆ จะได้รับการปลูกฝังความสามารถทางศิลปะ และช่วยกระตุ้นให้เด็กๆ เห็นความสำคัญของปัญหาสิ่งแวดล้อม และหันมาร่วมอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมเพิ่มขึ้นอีกด้วย”
ขอเชิญคุณน้องๆ หนูๆ และผู้สนใจมาร่วมเสริมสร้างจินตนาการและความคิดสร้างสรรค์ผ่านการประดิษฐ์โมเดลกระดาษจากบรรจุภัณฑ์ ได้ในงาน THE MALL SHOPPING CENTER“คิดส์สนุก ปลุกไอเดีย” (JAPAN PACKAGE CRAFT)งานจัดขึ้นระหว่างวันที่ 11 – 17 มกราคม 2561 บริเวณอีเว้นท์ จีเอ ชั้น จี เดอะมอลล์ บางกะปิ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/entertain/314409

อีกหนึ่งนักแสดงมากฝีมือ ที่ฝากผลงานไว้มากมายภายใต้ การกำกับของผู้กำกับรุ่นเก๋า อย่าง “ฉลอง ภักดีวิจิตรฉลอง” ไม่ว่าจะเป็น “ชุมแพ,อังกอร์” และล่าสุดกับ “พ่อตาปืนโต” ที่กำลังถ่ายทำอยู่ในขณะนี้ สำหรับ “อ้น อังกอร์” นักแสดงสายบู๊แต่ใจบุญ ล่าสุด “หนุ่มอ้น” พร้อมเหล่า KS MOTORBIKE ฝากชวนสายบุญร่วมบริจาคและแบ่งปันความสุขกับเด็กด้อยโอกาสทางสังคม (ครั้งที่ 5) ณโรงเรียนอนุบาลบ้านธรรมรักษ์จ.ลพบุรีวันเสาร์ที่ 10 มีนาคม 2561
“เนื่องด้วยทางกลุ่ม KS MOTORBIKE และกลุ่มพันธมิตรBigbikeใคร่ขอเรียนเชิญท่านผู้มีจิตเมตตาร่วมกันบริจาคและแบ่งปันน้ำใจให้กับเด็กกำพร้าและเด็กๆที่ติดเชื้อเอดส์ณโรงเรียนอนุบาลบ้านธรรมรักษ์จ.ลพบุรีทางกลุ่มฯได้จัดกิจกรรมนี้ขึ้นมาเพื่อขอรับบริจาคให้กับเด็กๆที่ติดเชื้อเอดส์จากพ่อแม่ที่เสียชีวิตไปแล้วจึงใคร่ขอให้ท่านผู้มีเมตตาจิตอันยิ่งใหญ่บริจาคทรัพย์หรือสิ่งของเล็กๆน้อยๆช่วยกันบริจาคตามกาลังที่ท่านมีให้กับเด็กๆเหล่านี้ทรัพย์หรือสิ่งของที่จาเป็นเช่นน้ายาเดทตอลชุดชั้นในผู้หญิงสื่อการเรียนรู้ที่เรามอบให้กับเด็กเหล่านั้นไม่อาจช่วยปลดเปลื้องซึ่งโรคภัยที่เด็กๆเหล่านั้นได้รับเชื้อเอดส์ให้หายขาดได้แต่เราเชื่อว่าการให้และไม่ทอดทิ้งกันด้วยใจอันบริสุทธิ์ของพวกเราทุกคนนั้นจะส่งผลต่อจิตใจของเด็กเหล่านั้นโดยตรงให้มีความสุขมีกำลังใจในการต่อสู้เชื้อร้ายต่อไปครั้งนี้ทางกลุ่ม KS MOTORBIKE ได้จัดทำเสื้อที่ระลึกราคา 250 บาทโดยเงินรายได้หลังหักค่าใช้จ่าย (ต้นทุนเสื้อตัวละ 150 บาท) จะมอบให้กับศูนย์ธรรมรักษ์
KIDHOME บ้านหลังเล็กหลังนี้ชื่อว่าบ้านเด็กธรรมรักษ์หลายๆคนอาจจะไม่คุ้นหูหรือไม่รู้จักเป็นบ้านที่สร้างขึ้นมาเพื่อรองรับเด็กๆที่ติดเชื้อเอดส์เดิมทีวัดพระบาทน้าพุยังไม่มีบ้านเด็กธรรมรักษ์แต่หลังจากมีผู้ขอเข้ารับการรักษาที่วัดอุ้มลูกมาที่วัดด้วย เมื่อพ่อแม่เสียชีวิตลูกก็ไม่รู้จะไปอยู่ที่ไหนหลวงพ่ออลงกต (พระอุดมประชาทร) เจ้าอาวาสวัดพระบาทน้าพุท่านคิดหาทางที่จะสร้างบ้านให้กับเด็กๆที่ติดเชื้อเอดส์จากแม่สู่ลูกเหล่านี้อยู่หลังจากที่มีบ้านแล้วปัจจัยพื้นฐานต่อมาก็คือการศึกษาท่านได้สร้างโรงเรียนขึ้นมาแล้วทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในรัชกาลที๙โดยมีมูลนิธิราชประชานุเคราะห์เข้ามาดูแลอีกทีหนึ่งโดยใช้ชื่อว่าโรงเรียนราชประชานุเคราะห์33 จังหวัดลพบุรีการดูแลเด็กๆที่ติดเชื้อเอดส์ไม่ได้แตกต่างจากการเด็กปกติสักเท่าไรจะต่างกันก็ตรงที่เด็กๆพวกนี้ต้องทานยาต้านไวรัสให้ตรงเวลาและควบคุมเรื่องอาหารการกินที่ถูกหลักโภชนาการให้ครบห้าหมู่ได้รับการตรวจเลือดสม่ำเสมอดูแลสุขภาพให้สมบูรณ์แข็งแรงท่านผู้สนใจอยากร่วมบริจาคหรืออยากร่วมทริปร่วมบุญสามารถติดต่อสอบถามได้ที่092-263-7000

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/entertain/314443

ผ่านไปแล้วอย่างคึกคักและส้มสดใสตลอดงานกับงาน Solf Opening ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในช่วงต้นปีนี้เลยก็ว่าได้ ในงาน“Orange Greet Day” งาน “Soft Opening Gluta NANA” ปรากฏการณ์ส้มกันทั้งเมืองที่ยิ่งใหญ่อลังการไปแล้วเมื่อวานก่อน ภายใต้บริษัทโอริช วันเวิลด์ จำกัด นำทีมส้มส้มโดย “เค้ก-วิชญ์ชยา ธนดีดิษฐ์สกุล” ประธานกรรมการบริษัทและที่ปรึกษา Brand Gluta nana (กลูต้านานะ) โดยภายในงานพร้อมเปิดตัว NEW CEO คนใหม่อย่าง “โซด้า-สิริญากุล ยงโสภณอนันท์” และ “ปอขวัญ-พิชญ์ธรา เสนี บุญภิรมย์” สองผู้บริหาร CEO Brand Gluta NaNa (กลูต้านานะ) ที่งานนี้พร้อมประกาศโปรโมชั่นสุดอลังการบ้านพร้อมที่ดิน , รถยนต์หรู porsche cayman 718 , Benz และทองคำแจกกันถ้วนหน้าแบบไม่อั้นเต็มสูบ รวมมูลค่ากว่า 20 ล้านบาท งานนี้ระดมตัวแทนที่มาในสีสันเฉดส้มกันระรานตาเต็มพื้นที่ห้องจตุรทิศ โรงแรมโกลเด้น ทิวลิป ซอฟเฟอริน
พร้อมเปิดตัวนางเอกสาวแม่ลูกอ่อน “แพท-ณปภา ตันตระกูล” ที่พร้อมมาร่วมเป็นอีกหนึ่งเสียงยืนยันและการันตีกับงานแกรนโอเพ่นนิ่งกลูต้าตัวใหม่สุดของปีอย่าง Gluta NANA (กลูต้านานะ) ทีเปี่ยมไปด้วยวิตามินซีสูงมาก ตามมาด้วยวิตามินเอ, บี1, บี2, บี6, ซี, อี, ไลโคปีน และเบต้าแคโรทีน เป็นต้น พร้อมภาคภูมิใจกับนางเอกของผลิตภัณฑ์อย่างผลไม้แห่งความงามนามว่า “ซีบัคธอร์น” เพื่อผิวขาวใส เปล่งปลั่ง กันทั้งเมืองอย่างแท้จริง งานนี้การันตีด้วยภาพแห่งความสำเร็จที่ประจักษ์สายตาใครต่อใครที่ได้เห็นแล้วอย่างปฏิเสธไม่ได้เลยจริงๆ
“วันนี้แพทก็รู้สึกยินดีและมีความสุขมากเลยที่ได้มาร่วมเป็นอีกหนึ่งเสียงในการการันตีและยืนยันถึงคุณภาพและความมั่นใจกับ Gluta NANA ในงาน Orange Greet Day งาน Solf Opening Gluta Nana (กลูต้านานะ) ที่บอกเลยว่าพลังการรวมตัวของทีมนี้เต็มพื้นที่เลยจริงๆ คนมหาศาลที่มาตอบรับที่มองไปทางไหนก็เห็นสีส้มเต็มพื้นที่ไกลสุดลูกหูลูกตา ต้องขอแสดงความยินดีด้วยกับทุกๆ คน โดยเฉพาะงานนี้ยังเปิดตัวสองผู้บริหารคนใหม่สำหรับกลูต้านานะอย่าง คุณโซด้า และ คุณปอขวัญ เรียกได้ว่าเฮงตั้งแต่ต้นปีก่อนใครเลยจริงๆ” นางเอกสาวกล่าว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/entertain/314528

ครอบครัว “สหวงษ์” เตรียมทำบุญครบรอบ 2 ปีการเสียชีวิตของพระเอกหนุ่ม “ปอ ทฤษฎี” 18 ม.ค.นี้ ณ วัดธรรมธีราราม อ.เมืองบุรีรัมย์ นิมนต์พระสงฆ์สวดมาติกาบังสุกุล ถวายภัตตาหารเพลแด่พระสงฆ์ สามเณร 35 รูป เผยแฟนคลับยังระลึกถึงปอ เดินทางมาถ่ายรูปกับเจดีย์ปอประจำทุกสัปดาห์ เตรียมจัดโรงทาน คาดประชาชน แฟนคลับแห่ร่วมงานจำนวนมาก
วันนี้ (15 ม.ค.) ผศ.สงวน สหวงษ์ บิดาของ ปอ ทฤษฎี สหวงษ์ อดีตพระเอกหนุ่มขวัญใจมหาชน พร้อมครอบครัว เตรียมประกอบพิธีบำเพ็ญกุศลทำบุญครบรอบ 2 ปีการเสียชีวิตของ “ปอ ทฤษฎี” ในวันที่ 18 มกราคม 2561 นี้ ณ วัดธรรมธีราราม (วัดป่าหลังโรงเลื่อย) ต.ในเมือง อ.เมือง จ.บุรีรัมย์


โดยมีการจัดเตรียมตกแต่งสถานที่ภายในบริเวณศาลายอดเมืองเจริญ หน้าฌาปนสถาน ข้างเจดีย์บรรจุอัฐิของ “ปอ ทฤษฎี” ภายในวัดธรรมธีรารามดังกล่าว เพื่อเตรียมประกอบพิธีบำเพ็ญกุศลทำบุญครบรอบ 2 ปีการเสียชีวิต “ปอ ทฤษฎี สหวงษ์” พระเอกหนุ่มดารานักแสดงชื่อดัง ซึ่งตามกำหนดการพิธีจะเริ่มตั้งแต่เวลา 10.00 น. พระสงฆ์สวดมาติกาบังสุกุล เวลา 11.00 น. ถวายภัตตาหารเพลแต่พระสงฆ์ สามเณร 35 รูป ถวายจตุปัจจัยไทยธรรม สังฆทาน รับพร กรวดน้ำอุทิศส่วนกุศลให้ “ปอ ทฤษฎี” เป็นเสร็จพิธี
ส่วนสถานที่ในการรองรับประชาชน รวมถึงบรรดาแฟนคลับที่จะมาร่วมงาน มีทั้งภายในศาลายอดเมืองเจริญที่สามารถจุคนได้ประมาณ 1,000 คน ได้มีการจัดเตรียมเก้าอี้ และพัดลม เพื่อคลายร้อนให้แก่ผู้มาร่วมพิธีด้วย นอกจากนี้ ยังมีแฟนคลับปอ และผู้แสดงความจำนงขอตั้งโรงทาน คาดว่าจะมีประชาชนมาร่วมงานครั้งนี้เป็นจำนวนมาก

ผศ.สงวน สหวงษ์ บิดา ของ “ปอ ทฤษฎี” กล่าวว่า ทางครอบครัว สหวงษ์ เตรียมประกอบพิธีทำบุญบำเพ็ญกุศลทำบุญครบรอบ 2 ปีการเสียชีวิตของ “ปอ ทฤษฎี” ในวันที่ 18 มกราคม นี้ ที่ศาลายอดเมืองเจริญ วัดธรรมธีราราม
ครอบครัวรู้สึกปลื้มใจทั้งขอบคุณแฟนคลับ และประชาชนยังรักและคิดถึง ปอ แม้ปอจะจากไปนาน 2 ปีแล้วก็ตาม และไม่ใช่แค่ปอ รวมถึงคนในครอบครัวสหวงษ์ ก็ได้รับความรักความห่วงใยจากแฟนคลับ ปอ อย่างต่อเนื่อง สิ่งที่แฟนคลับทำให้กับปอ ไม่ใช่แค่ความรู้สึกที่แฟนคลับ มีให้กับดาราคนหนึ่งเท่านั้น แต่เป็นความผูกพันมีให้กับคนๆ หนึ่งด้วยความจริงใจ
ส่วนสภาพจิตใจครอบครัว ปัจจุบันก็ยังรักและคิดถึงปอ ตลอดเวลา และครอบครัว ก็จะทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้กับปอ ทุกปี และยิ่งใกล้ถึงวันก็ทำให้รู้สึกยิ่งหดหู่ใจ แต่ก็เสมือนว่า ปอ ยังอยู่กับเราตลอดเวลาไม่ได้ไปไหน เพียงไปทำงานนานๆ เดี๋ยวก็กลับมาเท่านั้น
ผศ.สงวน กล่าวต่อว่า โดยปกติในทุกสัปดาห์จะมีประชาชน รวมทั้งแฟนคลับของ “ปอ ทฤษฎี” ทั้งในจังหวัดบุรีรัมย์ จังหวัดใกล้เคียง จากทั่วประเทศ รวมถึงจากต่างประเทศ เดินทางมาถ่ายรูปกับเจดีย์บรรจุอัฐิปอเพื่อระลึกถึงพระเอกในดวงใจ และความดีที่ปอได้กระทำไว้ครั้งมีชีวิตอยู่

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า นายทฤษฎี สหวงษ์ หรือ “ปอ” อายุ 37 ปี พระเอกดารานักแสดงชื่อดัง ได้เสียชีวิตลงเมื่อเวลา 11.50 น. วันที่ 18 ม.ค. 59 ด้วยอาการปอดติดเชื้อ หลังเข้ารับการรักษาอาการป่วยจากไข้เลือดออกชนิดรุนแรงตั้งแต่วันที่ 9 พ.ย. 2558 ที่โรงพยาบาลรามาธิบดี กรุงเทพฯ เป็นเวลากว่า 2 เดือน และมีพิธีพระราชทานเพลิงศพ “ปอ ทฤษฎี สหวงษ์” เป็นกรณีพิเศษ เมื่อวันที่ 24 ม.ค. 2559 ที่วัดกลางพระอารามหลวง ต.ในเมือง อ.เมือง จ.บุรีรัมย์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
http://www.naewna.com/entertain/314462

คุ้นหน้าคุ้นตาในการเป็นเน็ตไอดอล พร้อมกับมีผลงานถ่ายแบบ-โฆษณา และการแสดงมาแล้วมากมาย สำหรับสาวน้อยวัย 17 ปี “เบนซ์-ณัฐธิดา ตรีชัยยะ” ล่าสุด กับบทบาทใหม่การเป็นศิลปินเดี่ยวครั้งแรกในโปรเจค“MONO MUSIC GELATO” (โมโน มิวสิค เจลาโต้) ของ “ค่ายโมโนมิวสิค” ในเครือ โมโน กรุ๊ป ในซิงเกิ้ลแรกชื่อว่า “ฝุ่น” ซึ่ง เบนซ์ เจลาโต้ เปิดใจว่า
“ดีใจมากค่ะกับโอกาสหลายๆ อย่างในวงการบันเทิงที่เบนซ์ได้รับตลอดมา ล่าสุดกับการเป็นนักร้องโปรเจคโมโนมิวสิคเจลาโต้ ของค่ายโมโนมิวสิค ต้องบอกว่ายากมากค่ะ เบนซ์ต้องเริ่มนับหนึ่งใหม่หมดเลย ไม่ว่าเราจะร้องเพลงเป็นอยู่แล้ว พี่ที่ค่ายเพลงจะฝึกให้เราทุกพื้นฐานเพื่อให้มีความพร้อมมากที่สุดก่อน จากนั้นจะเริ่มในสเต็ปของการเป็นศิลปินและทำเพลงต่อไป ซึ่งที่ผ่านมาใช้เวลาปีกว่าๆ กว่าจะมีเพลงฝุ่นเป็นของเบนซ์เองค่ะ ซึ่งได้ทำเพลงพร้อมกับเพื่อนๆ เจลาโต้อีกหลายคนค่ะ สำหรับเพลง ฝุ่น เป็นเพลงเศร้า ช้าๆ ที่บอกเล่าความรู้สึกของผู้หญิงคนหนึ่งที่รู้สึกกับตัวเองว่าไร้ค่า เปรียบตัวเองเป็นฝุ่น แต่พอได้เจอกับคนๆ หนึ่งที่เขาเห็นคุณค่าของเรา ก็ทำให้เรามีความสุขในชีวิตมากขึ้น มีความมั่นใจมากขึ้น ซึ่งเบนซ์ชอบนะคะ เพราะอารมณ์ของเพลงก็ตรงกับตัวเราในบางครั้ง ที่แอบมีมุมเศร้าๆ เหงาๆ บ้าง เบนซ์เองก็อยากฝาก เพลง ฝุ่น ให้เพื่อนๆ ทุกคนได้ลองติดตามฟังกันค่ะ ว่าจะชอบเพลงนี้เหมือนเบนซ์รึป่าว? พร้อมรอพบกับเพลงอื่นๆ จาก เพื่อนๆ ในโปรเจคเจลาโต้ได้เร็วๆ นี้ค่ะ”
สามารถติดตามฟัง เพลง “ฝุ่น” ได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป และรอติดตามรับชมมิวสิควิดีโอ เพลง “ฝุ่น” ได้ตั้งแต่วันนี้ทาง LINE TV หรือติดตามความเคลื่อนไหวของศิลปิน เบนซ์ GELATO (เจลาโต้) และศิลปินอื่นๆ ในสังกัด โมโนมิวสิค ได้ที่ www.mono-music.com