ภูมิบ้านภูมอเมือง : ‘สมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี’ ๒๕๐ปีปฐมราชวงศ์กรุงธนบุรี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/311845

ภูมิบ้าน ภูมอเมือง : ‘สมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี'  ๒๕๐ปีปฐมราชวงศ์กรุงธนบุรี

ภูมิบ้าน ภูมอเมือง : ‘สมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี’ ๒๕๐ปีปฐมราชวงศ์กรุงธนบุรี

วันอาทิตย์ ที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

พระยาตากนำไพร่พลกู้้แผ่นดิน

ก่อนสิ้นปีทุกปีนั้นมีวันสำคัญที่คนไทยระลึกถึงเป็นอย่างมากคือวันที่ ๒๘ ธันวาคม เป็นวันสมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรีหรือสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ปีนี้ครบวาระ ๒๕๐ ปี แห่งวันคล้ายวันปราบดาภิเษกสมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรีขึ้นเป็นกษัตริย์ราชวงศ์กรุงธนบุรีพระราชสมภพ เมื่อวันอาทิตย์ที่ ๑๗ เมษายน พ.ศ. ๒๒๗๗ เดิมนั้นมีพระนามเดิมว่า “สิน” เล่ากันว่ามีพระบิดาเป็นพ่อค้าชาวจีนแต้จิ๋ว นามว่า “นายไหฮอง แซ่แต้” พระมารดา เป็นหญิงไทยนามว่า “นกเอี้ยง” ชาติกำเนิดนั้นด้วยเหตุที่ไม่มีหลักฐานชัดเจนจึงมีการสันนิษฐานกันหลายความพระราชประวัติของพระองค์นอกจากปรากฏในเรื่องอภินิหารบรรพบุรุษแล้วมีความเล่าไว้ว่าวัยเยาว์ พระยาจักรีได้รับเด็กชายสินเป็นบุตรบุญธรรม และนำไปฝากให้เรียนหนังสือกับพระอาจารย์ทองดี วัดโกษาวาส (วัดคลัง) ทรงศึกษาพระไตรปิฎกจนแตกฉาน เมื่อเล่าเรียนจบแล้วพระยาจักรีได้พาเด็กชายสินเข้าถวายตัวเป็นมหาดเล็กในสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศ ด้วยความเฉลียวฉลาด รอบรู้ และพูดได้ถึงสามภาษา พระองค์จึงได้โปรดเกล้าฯให้เป็นมหาดเล็กรายงานราชการทั้งหลายในกรมมหาดไทยและกรมวังศาลหลวงเมื่อสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศ เสด็จสวรรคต ในพ.ศ.๒๓๐๑ นั้น สมเด็จพระเจ้าอุทุมพร ขึ้นครองราชย์ต่อได้เพียง ๓ เดือนเศษ ได้ถวายราชสมบัติให้สมเด็จพระเจ้าเอกทัศน์ พระองค์โปรดเกล้าฯให้นายสินมหาดเล็กรายงาน เชิญท้องตราราชสีห์ขึ้นไปชำระความหัวเมืองฝ่ายเหนือ นายสินมหาดเล็กสร้างผลงานได้รับความดีความชอบ สมเด็จพระเจ้าเอกทัศน์จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งนายสินมหาดเล็กรายงานเป็นหลวงยกบัตรเมืองตาก จนกระทั่งพระยาตาก เจ้าเมืองคนเดิมถึงแก่กรรม หลวงยกบัตรเมืองตากจึงได้เลื่อนเป็นพระยาตากแทนจึงเรียกรู้กันในนามพระยาตากสินต่อมา

คราวพม่ายกทัพมารุกรานกรุงศรีอยุธยาทางตอนใต้เมื่อปี พ.ศ.๒๓๐๗ โดยมังมหานรธาเป็นแม่ทัพ พระยาตาก (สิน)ได้ยกทัพไปช่วยรักษาเมืองเพชรบุรีและตีทัพพม่าถอยกลับไปต่อมาเมื่อปี พ.ศ.๒๓๐๘ พม่าได้ยกทัพมาตีกรุงศรีอยุธยาอีกครั้ง พระยาตากก็สามารถช่วยรักษาพระนครไว้ได้อีก ความดีความชอบนี้ ทำให้สมเด็จพระเจ้าเอกทัศน์โปรดเกล้าฯแต่งตั้งพระยาตากเป็นพระยาวชิรปราการ เจ้าเมืองกำแพงเพชรโดยยังไม่ได้ครองเมืองกำแพงเพชรก็ปรากฏว่าพม่าได้ยกทัพมาตีกรุงศรีอยุธยาอีกครั้ง พระยาวชิรปราการจึงต้องเข้ากรุงศรีอยุธยาเพื่อช่วยป้องกันพระนคร ระหว่างทำการสู้รบอยู่นั้นพระยาวชิรปราการเกิดท้อแท้ใจที่แม้จะตีค่ายพม่าได้กลับถูกขัดขวางไม่มีกำลังไปหนุน ทำให้พม่ายึดค่ายกลับคืนได้อีกทั้งเห็นว่า ทัพพม่ามีกำลังมากกว่าหากออกไปรบคงพ่ายแพ้อย่างหมดทางสู้ประกอบกับตนถูกภาคทัณฑ์ที่ยิงปืนใหญ่ใส่ทัพพม่าโดยไม่ได้ขออนุญาตจากศาลาลูกขุนไว้ด้วย พระยาวชิรปราการจึงเห็นว่าคงไม่จะอยู่ป้องกันพระนครได้ยากและเชื่อว่ากรุงศรีอยุธยาคงจะต้องเสียกรุงในไม่ช้าจึงนำไพร่พลจำนวนมาก (๕๐๐ นั้นหมายถึงจำนวนนับไม่ได้มากกว่าระบุจำนวนคน) ตีหักด่านวงล้อมพม่าออกจากค่ายพิชัยไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้และเข้ายึดเมืองระยองได้สำเร็จและรวบรวมผู้คนจนไพร่พลยกย่องพระยาวชิรปราการเป็น “ขุนหลวงตาก” (ขุนหลวงเป็นคำเรียกเจ้า) หลังจากนั้นขุนหลวงตาก ได้วางแผนจะเข้ายึดเมืองจันทบูรสั่งให้ไพร่พลทำลายหม้อข้าวให้หมด เพื่อปลุกขวัญกำลังให้สู้ตีเมืองจันทบูรให้แตกโดยหวังเสบียงข้างหน้าในเมืองในที่สุดทัพขุนหลวงตากสามารถตีเมืองจันทบูรได้ เมื่อวันที่ ๑๕ มิถุนายน พ.ศ.๒๓๑๐

ต่อมาจึงมีผู้คนเข้าร่วมเป็นไพร่พลอยู่กับขุนหลวงตากจำนวนมากจนสามารถรวบรวมเสบียงและกำลังคนได้ราว ๕,๐๐๐ คน ในเวลา ๓ เดือน แล้วนำทัพเรือล่องมาจนถึงปากแม่น้ำเจ้าพระยาและยึดเมืองธนบุรีจากพม่าได้สำเร็จ จากนั้นพระองค์ได้ยกทัพเรือเข้ายึดค่ายโพธิ์สามต้นแล้วขับไล่ข้าศึกออกไปจากราชอาณาจักรโดยสามารถกอบกู้เอกราชได้สำเร็จภายในเวลา ๗ เดือน นับตั้งแต่เสียกรุงเมื่อปีพ.ศ.๒๓๑๐ หลังจากนั้นพระองค์ได้ตั้งราชธานีใหม่ที่เมืองธนบุรีศรีสมุทร ซึ่งเดิมเป็นเมืองด่านขนอนและปราบดาภิเษกเป็นพระมหากษัตริย์ เมื่อวันที่ ๒๘ ธันวาคม พ.ศ.๒๓๑๐ ในขณะพระชนมายุ ๓๔ พรรษา ทรงเฉลิมพระนามว่า สมเด็จพระบรมราชาที่ ๔ พระองค์ได้ทำการปราบปรามชุมนุมหรือก๊กต่างๆ จนรวบรวมเป็นอาณาจักรเดียวกัน และฟื้นฟูบ้านเมืองขึ้นใหม่จากความเสียหายของกรุงศรีอยุธยาอันเป็นคุณูปการที่หาได้ยากยิ่ง สมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรีทรงครองราชย์ได้ ๑๕ ปี เสด็จสวรรคตเมื่อวันที่ ๖ เมษายน พ.ศ.๒๓๒๕ สิริพระชนมายุ ๔๘ พรรษา นับเป็นวีรกษัตริย์องค์สำคัญที่กอบกู้แผ่นดินและสถาปนาราชวงศ์กรุงธนบุรีหนึ่งเดียวขึ้น

ท้องพระโรงกรุงธนบุรี

ท้องพระโรงกรุงธนบุรี
พระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี

พระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี
พระบรมราชานุสาวรีย์พระเจ้ากรุงธนบุรี (ตากสิน)

พระบรมราชานุสาวรีย์พระเจ้ากรุงธนบุรี (ตากสิน)
พระยาตากเข้าตีเมืองจันทบูร

พระยาตากเข้าตีเมืองจันทบูร
สมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี

สมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี

‘Light up Christmas Celebration’ ฉลองเทศกาลความสุขส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/311832

‘Light up Christmas Celebration’ ฉลองเทศกาลความสุขส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่

‘Light up Christmas Celebration’ ฉลองเทศกาลความสุขส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่

วันอาทิตย์ ที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

พล.ต.ท.ชินทัต มีศุข รองผู้ว่าฯ กทม. ประธานเปิดงาน “Light up Christmas Celebration” พร้อมด้วย โสภันฑ์ วงศ์ดวงคำพู ผช.ผอ.เขตปทุมวัน, กล้า กิจการ ManagementAdvisor,Siam@Siam Design Hotels and Resorts,นวพร กลิ่นบัวแก้ว ผอ.เขตปทุมวัน, พล.ต.ต.ดุสิต สมศักดิ์ ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 6, พ.ต.อ.ภพธรจิตต์มั่น ผู้กำกับ สน. ปทุมวัน และสองสาวซานตารีน่า

พล.ต.ท.ชินทัต มีศุข รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ให้เกียรติเป็นประธานเปิดงาน “Light up Christmas Celebration” เพื่อเริ่มต้นการเฉลิมฉลองเทศกาลความสุขส่งท้ายปี จัดโดย สยาม แอ็ท สยาม ดีไซน์ โฮเต็ล กรุงเทพฯซึ่งปีนี้เป็นปีแรกของการจัดงาน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเริ่มต้นการเฉลิมฉลองเทศกาลความสุขส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ มอบให้เป็นของขวัญแก่นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ รวมถึงผู้พักอาศัยในพื้นที่เขตปทุมวัน โดยภายในงานมีความบันเทิงจาก DJ, Live Band และนักร้องประสานเสียงจาก Christmas Carols งานนี้เรียกได้ว่าเป็นโครงการนำร่อง และจะขยายวงกว้างขึ้นในปีต่อๆ ไป เพื่อร่วมสนับสนุนและทำให้พื้นที่บริเวณนี้เป็นอีกหนึ่งพื้นที่ของกรุงเทพมหานคร ที่นักท่องเที่ยวจะแวะเวียนมาถ่ายรูป เพื่อส่งเสริมให้การท่องเที่ยวเติบโตขึ้นต่อไป

พล.ต.ท. ชินทัต มีศุข และ พล.ต.ต.ดุสิต สมศักดิ์ ถ่ายภาพร่วมกับซานตารีน่า

พล.ต.ท. ชินทัต มีศุข และ พล.ต.ต.ดุสิต สมศักดิ์ ถ่ายภาพร่วมกับซานตารีน่า

มื้อพิเศษสุดอลังการ จาก 10 ห้องอาหาร ต้อนรับปี 2561

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/311698

มื้อพิเศษสุดอลังการ  จาก 10 ห้องอาหาร ต้อนรับปี 2561

มื้อพิเศษสุดอลังการ จาก 10 ห้องอาหาร ต้อนรับปี 2561

วันเสาร์ ที่ 30 ธันวาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

โรงแรมโกลเด้น ทิวลิป ซอฟเฟอริน กรุงเทพ

กลับมาพบกันอีกครั้งในวันเสาร์สุดสัปดาห์กับคอลัมน์ “แนวหน้า ฟู้ด รีวิว” ที่จะคอยสรรหาเมนูจานเด็ด พร้อมโปรโมชั่นพิเศษ ให้ผู้อ่านทุกท่านได้ทราบก่อนใคร และในสุดสัปดาห์นี้ ขอพาทุกท่านเตรียมพร้อมร่วมเคานท์ดาวน์ต้อนรับปี พ.ศ.2561 ในคืนวันอาทิตย์ที่ 31 ธันวาคมนี้ พร้อมอิ่มอร่อยไปกับหลากหลายเมนูโปรโมชั่นที่เชฟแต่ละห้องอาหารบรรจงรังสรรค์ขึ้นเป็นพิเศษ ทั้งแบบอลาคาร์ทเมนู เซตเมนู หรือบุฟเฟ่ต์ จาก 10 โรงแรมชั้นนำทั่วกรุงเทพฯ เริ่มต้นกันที่

“โรงแรมโกลเด้น ทิวลิป ซอฟเฟอริน กรุงเทพ” นำเสนอบุฟเฟ่ต์ รวบรวมอาหารเมนูเด็ดของทุกห้องอาหาร อาทิ ซีฟู้ดออนไอซ์,กุ้งแม่น้ำ, หอยแมลงภู่นิวซีแลนด์, ปูอลาสก้า, ปลาแซลมอน,หอยนางรมสด, ซุ้มอาหารไทยรสจัดจ้าน, ซุ้มอาหารญี่ปุ่น ทั้งซาซิมิซูชิ เทมปุระ, ซุ้มอาหารจีน หูฉลามน้ำแดง ติ่มซำ เป็ดย่าง หมูแดงหมูกรอบสูตรตำนาน, ซุ้มของหวานแบบยุโรปและขนมหวานไทย พร้อมรับเครื่องดื่มเวลคัมดริ๊งค์และเครื่องดื่มแบบไม่อั้น ทั้งเบียร์สด น้ำผลไม้ ค็อกเทล ยาดองแบบไทยๆ พร้อมสนุกสนานไปกับเกมส์ต่างๆ พร้อมความบันเทิงอย่างเต็มรูปแบบ การแสดงพื้นบ้านแบบไทยๆ อาทิเช่น กลองสะบัดชัย การเชิดหุ่นโขน และร่วมลุ้นรางวัลตั๋วเครื่องบินไป-กลับ กรุงเทพฯ-โอซาก้า และรางวัลอื่นๆ อีกมากมาย ในราคาท่านละ5,000 บาท เด็กท่านละ 2,500 บาท เฉพาะคืนวันที่ 31 ธ.ค.ที่ห้องแกรนด์บอลรูม สอบถามและสำรองที่นั่งโทร.02-6414777


โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ เซ็นทรัลพลาซา ลาดพร้าว กรุงเทพฯ

“โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ เซ็นทรัลพลาซา ลาดพร้าว กรุงเทพฯ” นำเสนอชุดเมนูอาหารค่ำ 7 คอร์ส ในธีมงานโกลว์อินบลูสกายได้แก่ หอยนางรมฟินเดอแคลร์ เสิร์ฟพร้อม ไข่ปลาคาเวียร์,เทอร์รีนตับห่านเสิร์ฟพร้อมเจลลี่ส้มพอร์ทไวน์ ส้มโอ ซอสบัลซามิก และขนมปังถั่วพิสตาชิโอ, ซุปแชมเปญและบรีชีส เสิร์ฟพร้อมถั่ววอลนัทอบ องุ่น และน้ำมันเห็ดทรัฟเฟิล, หอยทากฝรั่งเศสผัด เสิร์ฟพร้อมมูสมันฝรั่ง ยอดผัก และพาร์สลี่ย์บด, เชอร์เบทแอปเปิ้ลเขียวและอโลเวร่า, เนื้อปลาเทอร์บอทจากมหาสมุทรแอตแลนติกเสิร์ฟพร้อมซอสกุ้งและผัดเห็ดชานเทอเรลล์ หรือเนื้อสันนอกลูกวัวนำเข้าจากเนเธอร์แลนด์อบอุณหภูมิต่ำ เสิร์ฟพร้อม ซอสเมล็ดผักชี และผัดเห็ดชานเทอเรลล์ และครีมมูสช็อกโกแลตจากเมืองมาราไกโบเสิร์ฟพร้อมโฟมมะพร้าว และสับปะรดแห้งหมักเหล้ารัม พร้อมชาหรือกาแฟเสิร์ฟกับมาการองและขนมปิดท้ายมื้ออาหาร ฟรีสปาร์คกลิ้งไวน์ 1 แก้วในราคาท่านละ 5,500 บาท++ เฉพาะคืนวันที่31 ธ.ค. ที่ห้องอาหารบลูสกายบาร์ แอนด์ ไดนิ่ง สอบถามและสำรองที่นั่งโทร.02-5411234 ต่อ 4151


โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ฯ เซ็นทรัลเวิลด์

“โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ฯ เซ็นทรัลเวิลด์” นำเสนอบุฟเฟ่ต์นานาชาติมื้อค่ำเลิศรสสุดอลังการหลากหลายชนิดจากทั่วทุกมุมโลก ไม่ว่าจะเป็นอาหารญี่ปุ่น อินเดีย อิตาเลียน หรืออาหารไทย พร้อมแพ็กเกจเครื่องดื่มเสิร์ฟตลอดคืน ในราคาท่านละ 2,999 บาท++ที่ห้องอาหารเดอะเวิลด์ หรือเซตเมนูคุณภาพจากวัตถุดิบเกรดพรีเมียม รสชาติระดับตำนานอาหารจีนกวางตุ้งดั้งเดิม เสิร์ฟพร้อมแพ็กเกจเครื่องดื่ม ในราคาท่านละ 2,999 บาท++ ที่ห้องอาหารจีนไดนาสตี้ หรือเมนูสแปนิชเซิร์ฟแอนด์เทิร์ฟ จากทะเลเมดิเตอร์เรเนียน และเนื้อเกรดพรีเมียม อีกทั้งอาหารจานหลักสั่งได้ไม่อั้น รวมไปถึงรถเข็นอาหารพร้อมเสิร์ฟถึงโต๊ะ พร้อมดื่มแชมเปญ Mumm No.1 Pink และเครื่องดื่มอื่นๆ ไม่จำกัด ในราคาท่านละ 9,999 บาท++ที่ห้องอาหารอูโนมาส หรือกาลาดินเนอร์ 8 คอร์ส พร้อมรับแชมเปญ Mumm No. 1 Pink ฟรีท่านละ 1 ขวด เมื่อสำรองที่นั่งเป็นคู่ในราคาท่านละ 15,555 บาท++ ที่ห้องอาหารเรดสกาย เฉพาะคืนวันที่31 ธ.ค. สอบถามและสำรองที่นั่งโทร.02-1006255


โรงแรมดิ เอมเมอรัลด์

“โรงแรมดิ เอมเมอรัลด์” นำเสนอบุฟเฟ่ต์ซีฟู้ดและอาหารนานาชาติจากทั่วทุกมุมโลก รวมเครื่องดื่มไวน์และน้ำอัดลมแบบไม่อั้น พร้อมเพลิดเพลินกับดนตรีอะคูสติก ชมโชว์มายากล ช่วงเคานท์ดาวน์รับสปาร์คกลิ้งไวน์ 1 แก้ว แล้วลุ้นรับรางวัลพิเศษจากหางบัตรในราคาท่านละ 1,599 บาท เด็กท่านละ 800 บาท ที่ห้องอาหารดิ เอมเมอรัลด์ ค็อฟฟี่ช็อฟ หรือดื่มด่ำกับไวน์ เบียร์สด วิสกี้ และค็อกเทล แบบไม่อั้น พร้อมอาหารทานเล่นและชีส พร้อมเพลิดเพลินกับเพลงมันส์ๆ จากดีเจมืออาชีพ ช่วงเคานท์ดาวน์รับสปาร์คกลิ้งไวน์ 1 แก้ว ในราคาท่านละ 599 บาทถ้วน เฉพาะคืนวันที่ 31 ธ.ค. ที่ห้องไวน์ไนน์ตี้ไนน์ สอบถามและสำรองที่นั่งโทร.02-2764567 ต่อ 8413


โรงแรมใบหยก สกาย

“โรงแรมใบหยก สกาย” นำเสนอบุฟเฟ่ต์อาหารระดับพรีเมียม ขนขบวนซีฟู้ดแบบจัดเต็ม ทั้งปูอลาสก้า, ปูม้า, กุ้งล็อบสเตอร์,กุ้งแม่น้ำ, กั้งกระดาน, หอยนางรม, หอยแมลงภู่นิวซีแลนด์ และเมนูเด็ดอีกมากมายอย่าง เป็ดปักกิ่ง, หมูหันฮ่องกง, ซุปหูฉลาม, ซูชิ, ซาซิมิ,สเต๊กเนื้อสันในออสเตรเลีย, สเต๊กซี่โครงแกะนิวซีแลนด์ นอกจากนี้ยังมีเมนูอาหารนานาชาติที่น่าสนใจอีกกว่า 100 รายการ พร้อมชมแสงสี พลุ และวิวรอบกรุงเทพฯแบบ 360 องศา ในราคาเริ่มต้นที่ท่านละ 2,750 บาท เฉพาะคืนวันที่ 31 ธ.ค. สอบถามและสำรองที่นั่งโทร.02-6563939


โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น

“โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น” นำเสนอบุฟเฟ่ต์คาร์นิวัลนานาชาติปรุงสดกว่า 30 เมนู นำขบวนโดยหมูย่างเมืองตรังรสนุ่ม, ก๋วยเตี๋ยวเนื้อน้ำตก, กระเพาะปลาใส่เส้นหมี่, อิตาเลียนพาสต้า และสารพัดสารพันรวมมิตรยำรสจัดจ้าน ทั้งยำซีฟู้ดทะเล, ยำวุ้นเส้น, ยำหมูยอ เลือกมิกซ์ตามใจชอบ เมี่ยงปลาทู, ส้มตำ,ไก่ย่าง, ข้าวเหนียว, ซีฟู้ดออนไอซ์ ที่ยกทะเลขึ้นบกให้เลือกอร่อยไม่อั้น พร้อมลุ้นรับรางวัลเครื่องใช้ไฟฟ้า ในราคาท่านละ 555 บาท เฉพาะคืนวันที่ 31 ธ.ค. ที่ห้องอาหารเปรมประชากร หรือติ่มซำลด 50%ทุกรายการ อาทิ ปลาหิมะนึ่งซีอิ๊ว, เป๋าฮื้อเจี๋ยนน้ำมันหอย, หอยเชลล์พริกไทยดำ, กรรเชียงปูผงกะหรี่, ซี่โครงหมูนึ่งเต้าซี่, หมูอัศวิน, สลัดปลาเงิน, หูฉลามผัดแห้งกับเนื้อปู, ซุปแซ่บแบบเสฉวน, เป็ดปักกิ่ง ฯลฯ เฉพาะวันที่ 31 ธ.ค.-1 ม.ค. ที่ห้องอาหารจีนดรากอน สอบถามและสำรองที่นั่งโทร.02-5755599


โรงแรมแมนดาริน

“โรงแรมแมนดาริน” นำเสนอเมนูชุดพิเศษ โดยเริ่มต้นที่ซุปฟักทอง, กรีนสลัด ตามด้วยพอร์คช็อปอบชีสฝรั่งเศส และอาหารเมนูอื่นๆให้เลือกอีกมากมาย ในราคา 490 บาทสุทธิ เฉพาะวันที่ 31 ธ.ค.ที่ห้องอาหารครัวหลวง สอบถามและสำรองที่นั่งโทร.02-2380230


โรงแรมเลอ เมอริเดียน กรุงเทพ

“โรงแรมเลอ เมอริเดียน กรุงเทพ” นำเสนอบุฟเฟ่ต์อาหารนานาชาติมื้อบรั้นช์ พร้อมหลากหลายเมนูพิเศษ ในราคาท่านละ1,800 บาท++ พร้อมแพ็กเกจเครื่องดื่มสปาร์คกลิ้งไวน์ ไวน์ขาวหรือแดงและเบียร์แบบไม่อั้น ในราคาท่านละ 495 บาท++ ที่ห้องอาหารเลเทส เรซิพี หรืออิ่มอร่อยไปกับปลาแซลมอนครูโด, มูสตับเป็ด,กุ้งอันดามันกระทะร้อนสไตล์ฝรั่งเศส, ซีฟู้ดปาเอยาสูตรต้นตำรับจากสเปน, สเต๊กเนื้อสันใน ฯลฯ พร้อมไฮไลท์ขนมหวานที่สามารถเข้าไปชมและชิมได้ถึงในครัว ในราคาท่านละ 1,700 บาทสุทธิ พร้อม Welcome Drink 1 แก้ว หรือท่านละ 2,200 บาทสุทธิ พร้อมสปาร์คกลิ้งไวน์ ไวน์ขาวหรือแดง และเบียร์ แบบเติมได้ไม่อั้น ที่แบมบูชิคบาร์และห้องแกรนด์ อเทลิเย่ หรืออิ่มอร่อยไปกับอาหาร เครื่องดื่มเลิศรสและความบันเทิงจากดีเจมืออาชีพ ในคอนเซ็ปต์ Street Beat พร้อมปาร์ตี้เคานท์ดาวน์ ที่ละติจูด 13 เอ้าท์ดอร์ เฉพาะวันที่ 31 ธ.ค. สอบถามและสำรองที่นั่งโทร.02-2328888


โรงแรมวินเซอร์ สวีทส์

“โรงแรมวินเซอร์ สวีทส์” นำเสนอบุฟเฟ่ต์อาหารนานาชาติและซีฟู้ดรสเลิศ มื้อค่ำสุดพิเศษ อาทิ ปูอลาสก้า, ขาแฮมอบน้ำผึ้ง,กุ้งแม่น้ำเผา, ซีฟู้ดออนไอซ์, หอยนางรมสดใหม่, ปูม้าเนื้อแน่น,กุ้งเนื้อหวาน, ปลาหมึก และหอยแมลงภู่นิวซีแลนด์ พร้อมปรุงสดในหลากหลายสไตล์ และยังมีมุมญี่ปุ่น ซูชิ ซาชิมิ ปลาแซลม่อนสด ต้มยำกุ้งแม่น้ำตัวโต ยำซีฟู้ดรสจัดจ้าน ปิดท้ายด้วยขนมหวานไทยและนานาชาติ เค้ก เบเกอรี่ ไอศกรีมและผลไม้สด พร้อมอิ่มเอมไปกับดนตรีสด ในราคาท่านละ 1,118 บาท รวมเครื่องดื่มสมุนไพร ชา กาแฟ ไวน์หรือแชมเปญท่านละ 1 แก้ว ที่ห้องอาหารเดอะ คาเฟ่ เฉพาะคืนวันที่ 31 ธ.ค. สอบถามและสำรองที่นั่งโทร.02-2621234


โรงแรมหัวช้าง เฮอริเทจ กรุงเทพฯ

“โรงแรมหัวช้าง เฮอริเทจ กรุงเทพฯ” นำเสนออาหารค่ำสไตล์บุฟเฟ่ต์รสเลิศระดับพรีเมี่ยมสุดคุ้ม อาทิ บาร์บีคิวปิ้งย่าง, แซลมอนเทราต์ย่างกับซอสพิเศษ, ตับห่านย่างกับซอสพิเศษ, ซี่โครงหมูอบซอสบาร์บีคิว และอาหารไทยระดับตำนานหาทานยาก รสชาติจัดจ้าน ครบเครื่องและเมนูอื่นๆ อีกมากมาย พร้อมเครื่องดื่มซอฟท์ดริ้งค์และสนุกสนานไปกับดนตรีสด ในราคาท่านล่ะ 1,999 บาทสุทธิ พร้อมรับไวน์ขาว 1 แก้ว เฉพาะคืนวันที่ 31 ธ.ค. สอบถามและสำรองที่นั่งโทร.02-2170777

Zonta Says ‘ORANGE THE WORLD’ รณรงค์ยุติการกระทำความรุนแรงต่อสตรี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/311726

Zonta Says ‘ORANGE THE WORLD’  รณรงค์ยุติการกระทำความรุนแรงต่อสตรี

Zonta Says ‘ORANGE THE WORLD’ รณรงค์ยุติการกระทำความรุนแรงต่อสตรี

วันเสาร์ ที่ 30 ธันวาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ซอนต้าสากล Zonta International เป็นองค์กรระหว่างประเทศ มุ่งยกระดับสถานภาพของสตรีในด้านการศึกษา กฎหมาย การเมือง เศรษฐกิจ และอาชีพ ประกอบด้วยสมาชิกระดับบริหารในอาชีพต่างๆ ที่มีคุณสมบัติเป็นผู้นำ และอุทิศเวลาให้แก่สังคม มีสมาชิกทั่วโลกประมาณ 30,000 คน ใน 66 ประเทศ

ประเทศไทยนับเป็นประเทศที่ 31 ที่ได้เข้าร่วมอุดมการณ์ของซอนต้าสากล และจัดตั้งอยู่ในเขต 6 ภูมิภาค 17 โดยมี ดร.มนวิภาประชัญคดี ดำรงตำแหน่ง ผู้อำนวยการซอนต้าสากล เขต 6 ภูมิภาค 17 คนปัจจุบัน

ซอนต้าในประเทศไทย รวม 17 สโมสรจัดกิจกรรมการรณรงค์ยุติการกระทำรุนแรงต่อสตรี มีระยะเวลา 16 วัน ระหว่างวันที่ 25 พฤศจิกายน-10 ธันวาคม 2560 ภายใต้Zonta Says No to Violence Against Womenโดยใช้การแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ด้วยสีส้มสื่อถึงอนาคตที่ปราศจากการใช้ความรุนแรง ทั้งทางกายและวาจา เป็นที่มาของการจัดงาน Zonta Says “ORANGE THE WORLD”ณ อาคารเวฟเพลส ถนนวิทยุ โดยมีวัตถุประสงค์ของการจัดกิจกรรม เพื่อสนองนโยบายของซอนต้าสากล ในสัปดาห์รณรงค์ยุติการกระทำความรุนแรงในสตรี เพื่อให้สังคมตระหนักถึงความสำคัญของปัญหา และร่วมมือกันแสดงพลังเพื่อยุติการใช้ความรุนแรงในทุกรูปแบบ เพื่อสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างองค์กรที่มีอุดมการณ์เดียวกัน และเพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์องค์กรและกิจกรรมซอนต้าสากลให้เป็นที่แพร่หลาย

ในระหว่าง 16 วัน สโมสรซอนต้าทั้ง 17 สโมสรได้ทำโครงการต่างๆ อาทิ การเดินรณรงค์ยุติการกระทำรุนแรงต่อสตรี ประกอบด้วย สมาชิกสโมสรซอนต้าในประเทศไทย, คณะตำรวจจากกองบังคับการตำรวจนครบาล 5, สมาชิกสมาคมส่งเสริมการศึกษาในถิ่นกันดารฯ กลุ่มจักรยานเล่าเรื่อง นักศึกษา ประชาชนทั่วไป และได้ร่วมทำกิจกรรมกับกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กิจกรรมพิเศษของซอนต้า คือ “STOP ! หยุดทำร้ายกัน” เป็นการประทับมือลงบนแผ่นกระดาษ เพื่อแสดงเจตนารมณ์ถึงการยอมรับที่จะไม่กระทำความรุนแรงต่อสตรี โดยผู้หญิงประทับมือด้วยสีขาว ผู้ชายประทับมือด้วยสีแดง พร้อมลงชื่อเป็นกิจกรรมที่ตั้งเป้าไว้ที่ 9,999 คน และขณะนี้ 7,500 คนโดยให้ผู้ชายในหลากหลายสาขาอาชีพมีส่วนร่วมในการรณรงค์ “ไม่ยอมรับ ไม่นิ่งเฉย ไม่กระทำความรุนแรงต่อสตรี นอกจากนั้นยังจัดกิจกรรมเสวนา คุยสบายสไตล์ซอนต้า ในหัวข้อ “คิดดี พูดดี ทำดี” และมีการจัดกิจกรรมบรรยายพิเศษ เพื่อส่งเสริมให้ความรู้ ทำความเข้าใจ และปลูกฝังให้เด็กนักเรียนตระหนักถึงความสำคัญต่อปัญหาการกระทำรุนแรงต่อสตรีและเด็ก ตามโรงเรียนต่างๆ

การกระทำความรุนแรงต่อสตรี เป็นปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อสังคมและประเทศ ส่วนหนึ่งเกิดจากทัศนคติและค่านิยม ที่เลือกปฏิบัติ โดยเฉพาะความรุนแรงในครอบครัว ที่ยังมองว่าเป็นเรื่องส่วนตัว สาเหตุหลักมาจากวิธีคิดที่ปลูกฝังกันมาว่า “ชายเป็นใหญ่” และเป็นเรื่องที่ผู้หญิงยอมรับได้ จากสาเหตุดังกล่าวจึงทำให้ระยะเวลาเกือบ 100 ปี ซอนต้าสากล ได้มุ่งเน้นที่จะให้ความช่วยเหลือสตรี ในการทำให้โลกปราศจากความรุนแรง ผ่านการให้บริการและการสนับสนุนในรูปแบบต่างๆ อย่างต่อเนื่อง

บี มาย เกสห์ : อภิชาติ สวรรค์คำธร คนเบื้องหลังโทรคมนาคม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/311721

บี มาย เกสห์ : อภิชาติ สวรรค์คำธร  คนเบื้องหลังโทรคมนาคม

บี มาย เกสห์ : อภิชาติ สวรรค์คำธร คนเบื้องหลังโทรคมนาคม

วันเสาร์ ที่ 30 ธันวาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

…ทุกสิ่งบนโลกนี้ล้วนมีการเปลี่ยนแปลง เก่าไปใหม่มา เทคโนโลยีการสื่อสารโทรคมนาคมก็เช่นกัน พูดได้ว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงและเติบโตแบบก้าวกระโดด และนับจากนี้จะยิ่งมาเร็วไปเร็วมากขึ้น…

ทุกวันนี้ ผู้คนส่วนใหญ่รอบตัวต่างใช้สมาร์ทโฟนเชื่อมต่อ รับ-ส่ง ข้อมูลกันตลอดเวลา แต่ทราบหรือไม่ว่า เบื้องหลังของการติดต่อสื่อสารแบบไร้สายและการใช้อินเตอร์เนตนั้น คือระบบโครงข่ายโทรคมนาคมที่มีประสิทธิภาพและมีเสถียรภาพสูง ซึ่งสามารถสร้างโอกาสทางธุรกิจ รวมทั้งเชื่อมโยงการสื่อสารข้อมูลระหว่างกันได้อย่างสะดวกรวดเร็ว

อภิชาติ สวรรค์คำธร ผู้จัดการฝ่ายผลิตภัณฑ์สื่อสารข้อมูล บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) หรือ CAT ผู้อยู่เบื้องหลังการวางระบบเชื่อมโยงสื่อสารโทรคมนาคมให้กับบุคคลและธุรกิจมากมาย จากคนทำงานด้านเทคนิค ที่เก็บตัวอยู่กับอุปกรณ์ ฮาร์ดแวร์ ซอฟท์แวร์ผู้ซึ่งผ่านประสบการณ์ในการพัฒนาธุรกิจสื่อสารโทรคมนาคมมาหลายยุคสมัย ประสบการณ์ต่างๆ เหล่านี้ทำให้เขาได้เห็นความก้าวล้ำของเทคโนโลยีการสื่อสารที่เข้ามามีบทบาทในเกือบทุกนาทีของชีวิตในปัจจุบัน และที่สำคัญเขามองเห็นความล้ำยุคของการสื่อสารที่จะเกิดขึ้นในอนาคตและจะเข้ามาเปลี่ยนวิถีชีวิตของคนทั่วโลกที่เราแทบไม่ทันได้สังเกตหรือรู้ตัว

อภิชาติ เริ่มงานด้าน Operation ด้วยความทุ่มเทด้วยใจรักในงานบริการ โดยนอกจากการให้บริการในช่วงเวลาปกติแล้ว การเฝ้าระวังมอนิเตอร์ระบบเครือข่ายสำหรับการใช้งานของลูกค้า ซึ่งส่วนใหญ่ในขณะนั้นจะเป็นลูกค้ากลุ่มองค์กรธุรกิจ เพื่อให้สามารถใช้งานได้อย่างต่อเนื่องถือเป็นภารกิจที่สำคัญในหน้าที่ความรับผิดชอบ

“กว่า 20 ปีก่อน เครือข่ายเชื่อมโยงสำหรับระบบโทรคมนาคมยังเป็นการลงทุนในระยะเริ่มต้น เส้นทางระบบเคเบิลใต้น้ำยังมีไม่มากนัก ทำให้การออกแบบเชื่อมโยงในเส้นทางหลัก/สำรองจะมีต้องมีการบริหารจัดการ และดูแลอย่างใกล้ชิดให้พร้อมสำหรับการเกิดเหตุฉุกเฉิน ซึ่งเราก็สามารถแก้ปัญหาต่างๆ ผ่านไปได้ด้วยดีมาโดยตลอดในยุคแรก ผู้ให้บริการของประเทศต่างๆ ที่ต้องการเชื่อมโยงผ่านหรือเข้ามาในประเทศไทยเพื่อให้บริการกับลูกค้า จะมุ่งมาที่การเชื่อมโยงกับ CAT ซึ่งเป็นผู้ให้บริการหลักสำหรับเครือข่ายระหว่างประเทศ ซึ่งทำให้ผมได้ประสบการณ์ทั้งการให้บริการในประเทศและระหว่างประเทศ อีกทั้ง มีความใกล้ชิดกับผู้ประกอบการโทรคมนาคมในนานาประเทศ ทำให้มีการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ด้านเทคโนโลยีที่ทันสมัยโดยเฉพาะจากกลุ่มประเทศพัฒนา ซึ่งส่งผลให้ได้เรียนรู้ในเรื่องของการพัฒนาด้านเทคโนโลยีและได้นำมาใช้ในงานพัฒนาธุรกิจในปัจจุบัน”

ทุกสิ่งบนโลกนี้ล้วนมีการเปลี่ยนแปลง เก่าไปใหม่มาเทคโนโลยีการสื่อสารโทรคมนาคมก็เช่นกัน พูดได้ว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงและเติบโตแบบก้าวกระโดด และนับจากนี้จะยิ่งมาเร็วไปเร็วมากขึ้น

“สังเกตกันไหมว่าเราเปลี่ยนมือถือเครื่องใหม่เกือบทุกๆ 2 ปี สำหรับการใช้งานปกติ โดยที่เรารู้สึกเหมือนว่าใช้มานานกว่านั้น และสำหรับความต้องการในเครื่องใหม่เราก็ต้องการสมรรถนะที่มากกว่าเดิม เช่น หน่วยความจำหรือพื้นที่ฮาร์ดดิสก์เพิ่มขึ้นอีกกว่าเท่าตัว หรืออาจจะต้องการมากกว่านั้น ในธุรกิจสื่อสารข้อมูลก็เช่นกัน ลูกค้า มีความต้องการแบบ Double Quality ทั้งความต้องการด้านปริมาณแบนด์วิดท์ (Double Bandwidth), คุณภาพของระบบอุปกรณ์เชื่อมต่อ และมีเดียส่งสัญญาณ

ซึ่งธุรกิจสื่อสารข้อมูลของ CAT เราเน้นในเรื่องของคุณภาพการให้บริการด้วยความซื่อสัตย์เป็นสำคัญโดยเราจะให้คำปรึกษาเกี่ยวกับรูปแบบบริการตามปริมาณความต้องการใช้งานจริงในธุรกิจของลูกค้า ซึ่งอาจจะไม่ใช่แค่ตัวเลข Double Bandwidth ในเชิงปริมาณ แต่สามารถตอบสนองความต้องการ Double Quality ของลูกค้าได้ในเชิงคุณภาพ เช่น การวางระบบสำรองเครือข่าย ข้อมูล หรือการแชร์ใช้ระบบเครือข่ายภายใน ซึ่งทำให้ลูกค้าเชื่อมั่นในการใช้บริการได้อย่างต่อเนื่องและเต็มประสิทธิภาพคุ้มค่าการลงทุน และสามารถเพิ่มผลกำไรให้กับองค์กรได้อย่างแท้จริง”

ในฐานะที่อยู่ในแวดวงนี้และเป็นผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จคนหนึ่งของ CAT อภิชาติ ให้ความเห็นเกี่ยวกับเทรนด์เทคโนโลยีของธุรกิจสื่อสารโทรคมนาคมปีหน้า หรืออนาคตจะไปในทิศทางใด

“ในอนาคตผลิตภัณฑ์ บริการด้านไอทีจะเดินไปในทิศทางของ Smart Mode เป็นหลัก คือการที่ระบบ-อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ รอบตัวเราจะสามารถรับ-ส่งข้อมูล ประมวลผล วิเคราะห์ผล และตอบสนองต่อเรา และหรือบุคคล หรืออุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องได้แบบ Real-time แม้ว่าจะมีการพูดถึงเทรนด์ของ IT, Digital Transformation, Digital Based Service หรืออื่นๆ ก็ล้วนแล้วแต่มุ่งไปยัง Smart Concept ทั้งสิ้น ความก้าวหน้าทางดิจิทัลเหล่านี้จะเข้ามามีบทบาทอย่างมากกับทุกภาคส่วนในสังคม ซึ่งสังคมได้เกิดการเรียนรู้และปรับตัวมากขึ้นในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา บุคลากรในสาขาวิชาชีพต่างๆ มีความตื่นตัวที่จะเรียนรู้ในการปรับใช้ดิจิทัลในสาขาวิชาชีพของตนเอง และนั่นจะเป็นการเพิ่มความสามารถทางการแข่งขันในระดับบุคคล ไปจนถึงระดับองค์กรและระดับประเทศต่อไป”

ในฐานะที่เราเป็นผู้ใช้บริการนอกจากจะตามให้ทันกับเทคโนโลลีการสื่อสารโทรคมนาคมใหม่ๆ ที่มีการพัฒนาเปลี่ยนแปลงกันแบบวินาทีต่อวินาทีแล้ว ที่สำคัญเรายังต้องรู้จัก “ใช้ให้เป็น” เพื่อก่อให้เกิดประโยชน์แก่ตัวเองและสังคมประเทศ ให้สมกับที่เป็นคนไทยยุค 4.0 อีกด้วย

‘ม.ล.วิสุมิตรา ปราโมช’ พาย้อนวันวาน เผยความสัมพันธ์ระหว่างไทย-จีน ยุค ‘ม.ร.ว คึกฤทธิ์’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/311730

‘ม.ล.วิสุมิตรา ปราโมช’ พาย้อนวันวาน  เผยความสัมพันธ์ระหว่างไทย-จีน ยุค ‘ม.ร.ว คึกฤทธิ์’

‘ม.ล.วิสุมิตรา ปราโมช’ พาย้อนวันวาน เผยความสัมพันธ์ระหว่างไทย-จีน ยุค ‘ม.ร.ว คึกฤทธิ์’

วันเสาร์ ที่ 30 ธันวาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช และ โจว เอินไหล

ถือเป็นบุคคลสำคัญในประวัติศาสตร์ชาติไทย สำหรับ “หม่อมราชวงศ์คึกฤทธิ์ ปราโมช” อดีตนายกรัฐมนตรีคนที่ 13 ของประเทศ โดยท่านเป็นทั้งนักปราชญ์ นักเขียน นักการเมือง และศิลปินแห่งชาติ ทั้งองค์การยูเนสโก ยังได้ประกาศยกย่องเชิดชูเกียรติ “หม่อมราชวงศ์คึกฤทธิ์” เป็นบุคคลสำคัญของโลก ใน 4 สาขา ได้แก่ การศึกษา วัฒนธรรม สังคมศาสตร์ และสื่อสารมวลชน ในวาระครบรอบ 100 ปี ชาตกาล พ.ศ. 2554

ล่าสุดรายการ “แนวหน้าวาไรตี้” ออกอากาศทุกวันอาทิตย์ เวลา 16.00-16.25 น. ทางสถานี TNN2 ช่อง 784 ดำเนินรายการโดย ดร.เฉลิมชัย ยอดมาลัย ได้รับเกียรติจากแขกรับเชิญสุดพิเศษ ม.ล.วิสุมิตรา ปราโมช ผู้เป็นทายาท พาย้อนวันวานกลับไปในอดีต เล่าเรื่องราวประวัติศาสตร์การเมือง พร้อมเผยถึงความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับจีนในยุคอเมริกาครองเมือง

ม.ล.วิสุมิตรา ปราโมช เล่าว่า “ในสมัยนั้นประเทศไทยมีสัมพันธ์ไมตรีที่ดีกับอเมริกา ส่วนคอมมิวนิสต์เพื่อนบ้านเราก็รบกันอยู่ มีหลายประเทศที่สู้รบกันทั้งเขมร ลาว เวียดนาม และประเทศจีนโดยในสมัยของท่านคึกฤทธิ์ นั้นท่านเป็นคนที่มองการณ์ไกลมาก โดยเล็งเห็นถึงการที่อเมริกามาตั้งฐานทัพในประเทศไทย การตั้งศูนย์ฟังรามสูร อู่ตะเภาตั้งเรดาร์ที่ลำปาง และอีกมากมาย ท่านถือว่าเป็นจุดสุ่มเสี่ยง สำหรับประเทศไทย ถ้าสงครามจบลงแล้วแต่ยังมีพรรคคอมมิวนิสต์ของไทยอยู่ ซึ่งเขาก็ตั้งขึ้นมาเป็นเรื่องเป็นราว ท่านก็มีความรู้สึกว่าถ้าเราไม่ได้ทำอะไรสักอย่างต้องเกิดปัญหาแน่ๆ


ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช เข้าพบ เหมา เจ๋อ ตุง

ในตอนนั้นรู้สึกว่าท่านมีปัญหากับสถานทูตอเมริกาเยอะมาก โดยทางอเมริกาได้เข้ามามีบทบาทในประเทศ ทั้งที่เราก็เป็นประเทศเอกราช และมีพระมหากษัตริย์ ทรงเป็นประมุข ซึ่งท่านคึกฤทธิ์ท่านก็รักและเทิดทูนอย่างมาก นั่นจึงเป็นจุดเปลี่ยนของประเทศไทย โดยที่เราต้องลงมือทำอะไรสักอย่างแล้ว สมัยนั้นเราไม่สามารถที่จะเดินทางเข้าไปในประเทศจีนได้เลยนะ เพราะเราก็ยังเกรงใจฝรั่งท่านยังติดพูดตลกว่า “ฉันไม่กลัวฝรั่งหรอก เราเป็นประเทศไทยเราจะไปกลัวใครทำไม” ท่านก็ส่งคณะเดินทางไปติดต่อเดินเรื่องต่างๆ วางรูปแบบทั้งหมด พอเสร็จภารกิจท่านก็รีบไปทันที ซึ่งตอนนั้น พล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ เป็นรองนายกฯ เป็นที่น่าปลาบปลื้มมากๆ ครั้งแรกที่ไปก็ได้พบ โจว เอินไหล (ผู้นำสำคัญของพรรคคอมมิวนิสต์จีน เคยเป็นนายกรัฐมนตรีของสาธารณรัฐประชาชนจีน) ช่วงนั้นก็รู้สึกว่าจะป่วยหนัก แต่เราคิดว่าอย่างน้อยก็ได้เจอ แต่ท่านประธานเหมารู้สึกจะไม่ให้เจอด้วยซ้ำ เพราะจีนเขามีระเบียบเคร่งครัด จะให้พบหรือไม่ให้พบก็ตามแต่เขา ปรากฏว่านาทีสุดท้ายก็ได้พบ และท่านประธานเหมา ท่านไม่ได้พูดภาษาจีนกลาง ซึ่งท่านจะมีล่ามของท่านต่างหาก

ท่านคึกฤทธิ์ ก็ได้มาเล่าให้พวกเราฟังว่าเจอครั้งแรกก็ถูกใจกัน คุยกันถูกคอมาก ทางคุณพ่อก็พูดติดตลก อารมณ์ขัน ท่านเป็นคนอ่อนน้อมเข้ากับใครง่ายมาก ส่วนเรื่องที่เครียด คือเรื่องที่ท่านคึกฤทธิ์ไปขอคำแนะนำจากท่านประธานเหมาว่า เราควรจะทำอย่างไรกับพรรคคอมมิวนิสต์ไทย ซึ่งกำลังมีปัญหาและทางท่านประธานเหมาก็ชอบ ถูกใจท่านประธานก็ให้คำแนะนำมาว่า “อย่าไปทำร้ายเขา เมื่อเราไม่ทำร้ายเขา เขาก็ไม่ทำร้ายเรา” ซึ่งมันก็ได้ประโยชน์เยอะ เมื่อกลับมายังประเทศไทยท่านคึกฤทธิ์ก็ดำเนินการโดยการปกป้องดูแลพรรคคอมมิวนิสต์ของไทย ในขณะเดียวกันประเทศจีนเองก็หยุดให้การสนับสนุนในเรื่องของเครื่องมืออาวุธต่างๆ ให้แก่พรรคคอมมิวนิสต์ เรื่องนี้เราก็ไม่เคยทราบมาก่อนว่าจีนเขาหยุดสนับสนุนซึ่งพรรคคอมมิวนิสต์รู้สึกไม่พอใจในการกระทำครั้งนี้ ถือว่าเป็นเรื่องดีที่หัวเรือใหญ่ที่คอยให้การสนับสนุนพรรคคอมมิวนิสต์ กลับมามีไมตรีให้กับประเทศไทย

ทั้งนี้ ประเทศไทยเหมือนกับมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์คุ้มครอง ไม่ว่าจะเจอกับปัญหาอะไรก็สามารถผ่านปัญหาต่างๆ มาได้ด้วยดี โชคดีที่ประเทศไทยในช่วงนั้นมีผู้นำประเทศที่ดี หลักแหลม มีความจงรักภักดีต่อสถาบัน ต่อประเทศชาติ รู้จักกาลเทศะ รู้ว่าอะไรควรทำหรือไม่ควรทำ

เมื่อกล่าวถึงเรื่องของทรัพย์สินเงินทองม.ล.วิสุมิตรา ปราโมช เล่าว่า “ท่านคึกฤทธิ์ได้ปลูกฝังว่า เราต้องจงรักภักดีต่อพระมหากษัตริย์ จะต้องไม่คดโกง ซื่อสัตย์สุจริต แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ได้หมายความว่าเชื้อเจ้าทั้งหมดจะซื่อสัตย์สุจริต ก็เหมือนๆ กับคนทั่วๆ ไป มีทั้งดีและไม่ดี และบังเอิญ ตระกูล ปราโมช คิดว่าเรื่องความจนมันไม่ใช่สิ่งที่น่าเสียหาย เรื่องที่น่าเสียหายขายหน้าคือ เรื่องทุจริต คดโกง มันไม่ได้ทำให้เรารู้สึกร่ำรวย เพราะอยู่บนกองเงินของคนอื่น แบบนั้นมันไม่ถูกต้อง

พบเรื่องราวดีๆ ที่ครบครันแบบนี้ได้ในรายการ“แนวหน้าวาไรตี้” ออกอากาศทุกวันอาทิตย์ เวลา16.00-16.25 น. ทาง TNN2 (และช่อง 784ทางดิจิทัลทีวี) หรือ True Visions 8 ชมรายการย้อนหลังได้ที่ youtube ผู้หญิงแนวหน้า by คุณแหน


ม.ล.วิสุมิตรา ปราโมช และพิธีกรรายการ ดร.เฉลิมชัย ยอดมาลัย

Fashion Update : (Médor band of Apple Watch Hermès Series 3

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/311728

Fashion Update : (Médor band of Apple Watch Hermès Series 3

Fashion Update : (Médor band of Apple Watch Hermès Series 3

วันเสาร์ ที่ 30 ธันวาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

Apple และ Hermès เปิดตัวคอลเลคชั่น แอปเปิ้ล วอตช์ แอร์เมส ซีรี่ส์ 3 (Apple Watch Hermès Series 3) มาพร้อมการเชื่อมต่อ Cellular โดยใช้หน้าจอในการรับส่งข้อมูล อวดโฉมมาพร้อมสายหนัง Médor ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากปลอกคอสุนัขประดับด้วยหมุดพีระมิด วันนี้สัญลักษณ์อันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ได้รับการรังสรรค์ให้อยู่ใน เมดอร์ แอปเปิ้ล วอตช์ แอร์เมส ซีรี่ส์ 3 (Médor band of Apple Watch Hermès Series 3) คือเครื่องมือขั้นสุดยอดสำหรับการใช้ชีวิตสุดโมเดิร์นที่เต็มเปี่ยมไปด้วยศาสตร์ศิลป์ และประโยชน์ใช้สอยขั้นสูงสุด

เมดอร์ แอปเปิ้ล วอตช์ แอร์เมส ซีรี่ส์ 3 มีสองขนาดด้วยกัน คือ ขนาด 38 มม. สายหนังลูกวัว Médor Double Tour ประดับด้วยหมุดพีระมิดที่ทำจากเงิน และขนาด 42 มม. สายหนังลูกวัว Médor Single Tour ประดับด้วยหมุดพีระมิดที่ทำจากเงิน

มีจำหน่ายแล้วที่ Hermès stores and Apple stores,and on hermes.com and apple.com ข้อมูลเพิ่มเติมคลิกที่ http://applewatchhermes.hermes.com หรือ www.apple.com/apple-watch-hermes

ชวนชิม ชวนช็อป ชวนใช้ ชวนชิม : 30 ธันวาคม 2560

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/311699

ชวนชิม ชวนช็อป ชวนใช้ ชวนชิม : 30 ธันวาคม 2560

ชวนชิม ชวนช็อป ชวนใช้ ชวนชิม : 30 ธันวาคม 2560

วันเสาร์ ที่ 30 ธันวาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

“Hello New Year 2018” ชวนชิมอาหารจานเด็ด ดื่มด่ำกับลานเบียร์ช็อปสินค้าแฟชั่น วันนี้-7 ม.ค. 2561 พร้อมชมมินิคอนเสิร์ตจากศิลปินชื่อดัง อาทิ เอ๊ะ จิรากร ในวันอาทิตย์ที่ 31 ธ.ค., วง Season Five ในวันจันทร์ที่ 1 ม.ค., โอ๊ต-ปราโมทย์ ปาทาน ในวันเสาร์ที่ 6 ม.ค. และวง The Toys ในวันอาทิตย์ที่ 7 ม.ค. ที่ลานเวสต์วิลเลจ และไนน์สแควร์ ศูนย์การค้าเดอะไนน์เซ็นเตอร์ พระราม 9

“คุมาโมโต้ ราเมน” ชวนชิมราเมนเส้นเหนียวนุ่มในน้ำซุปกระดูกหมูเข้มข้น ท็อปปิ้งด้วยหมูชาชูสูตรดั้งเดิม, ไข่ต้มยางมะตูมหมักซอส, เห็ดหูหนูคิคุราเกะ, สาหร่ายกรอบ และกระเทียมเจียวสับในราคาเริ่มต้นที่ 199 บาท หรือแบบเซ็ท คู่เกี๊ยวซ่า8 ชิ้น และเป๊ปซี่ 1 แก้ว ในราคาเซ็ทละ 369 บาท พร้อมแลกซื้อหนวดปลาหมึกทอดสไตล์ญี่ปุ่นได้ในราคาเพียง 49 บาท จากปกติ 89 บาท วันนี้-15 ม.ค.2561 ที่ร้านชาบูตง ทุกสาขา

“Duo Niku Tendon” ชวนชิมหมูสไลด์ชิ้นโต นำมาผัดให้เข้ากันกับซอสสไตล์ญี่ปุ่นสูตรพิเศษ เสิร์ฟพร้อมข้าวญี่ปุ่นร้อนๆ ทั้งข้าวหน้าหมูผัดซอสสไตล์ญี่ปุ่นและไข่เทมปุระ, ข้าวหน้าหมูผัดซอสสไตล์ญี่ปุ่นและไก่เทมปุระ,ข้าวหน้าหมูผัดซอสสไตล์ญี่ปุ่นและปลานามาสึเทมปุระ,ข้าวหน้าหมูผัดซอสสไตล์ญี่ปุ่นและหมูสันนอกเทมปุระ ในราคาเริ่มต้นที่จานละ 109-129 บาท หรือแบบเซตพร้อมเครื่องดื่มและซุปมิโซะ ในราคาเริ่มต้นที่เซตละ 139-159 บาท วันนี้-31 ม.ค.2561ที่ร้านเทนยะ ทุกสาขา

“Happiness Trio Deluxe Combo” ชวนชิมเมนูสเต๊กที่อัดแน่นเต็มอิ่ม เสิร์ฟมาบนกระทะร้อน พร้อมซอสสูตรพิเศษ 2 แบบ Hot Devil Sauce เผ็ดร้อนจัดจ้าน หรือ BBQ Sauce กลมกล่อมเผ็ดกำลังดี ทั้ง Salmon Trio Deluxeเนื้อปลาแซลมอนจากนอร์เวย์ พร้อมเนื้อไก่ชิ้นโตและเนื้อหมูคุณภาพแน่น, Beef Trio Deluxe เนื้อนำเข้าจาก U.S. แฮมและไก่ และ Pork Trio Deluxe เนื้อหมูคุณภาพจับคู่กับสเต๊กไก่นุ่มชิ้นโต เสิร์ฟพร้อมข้าวญี่ปุ่นร้อนๆ และซุปมิโซะ ในราคาเริ่มต้นที่ชุดละ 305 บาท หรือเสิร์ฟพร้อมข้าวญี่ปุ่น2 ถ้วยและซุปมิโซะ 2 ถ้วย ในราคา 359 บาทวันนี้-31 ม.ค. 2561 ที่ร้านเปปเปอร์ ลันช์ ทุกสาขายกเว้นสาขาดอนเมืองและศูนย์อาหาร

“Cheeseburger Pretzel Nuggets” ชวนชิมชีสเบอร์เกอร์ เพรทเซล นักเก็ตส์ แป้งเพรทเซลอบจนเป็นสีน้ำตาลทอง หอม นุ่ม อร่อย ผสานเข้ากับไส้เบอร์เกอร์ไก่นิวออร์ลีนส์ที่ให้รสชาติจัดจ้าน และปิดท้ายความอร่อยด้วยเชดด้าชีส ในขนาดพอดีคำ เต็มอิ่มจุใจ 1 กล่อง มี 12 ชิ้น ในราคากล่องละ 79 บาท สมาชิกบัตร CRG Gift Card เหลือเพียง 71 บาท หรือจะเลือกอร่อยแบบเป็นเซตคู่เครื่องดื่ม ในราคาเริ่มต้นที่เซตละ 99 บาทวันนี้-28 ก.พ. 2561 ที่ร้านอานตี้ แอนส์กว่า 140 สาขาทั่วประเทศ

“Choco Sensation” ชวนชิมไอศกรีมดาร์กช็อกโกแลต และช็อกโกแลต มิกซ์เข้ากันกับบราวนี่ อัลมอนด์ ช็อกโกแลตฟัดจ์ ตกแต่งด้วยข้าวพองเคลือบช็อกโกแลต เสิร์ฟพร้อมช็อกโกบอลแสนอร่อย ด้วยรสชาติของช็อกโกแลตแสนเข้มข้น ที่มาในรูปแบบของช็อกโกบอลสุดพรีเมียม ในราคา 169 บาท วันนี้-15 ม.ค.2561 ที่ร้านโคล สโตน ครีมเมอรี่ ทุกสาขา

“Zen Anniversary Thank YouCelebration 2018” ชวนช็อปสินค้าจากแบรนด์ดังในเมืองไทยและแบรนด์เด่นจากทุกมุมโลก ลดสูงสุด40% ด้วยสติ๊กเกอร์จากรายการ Zen Make A Wish 2018 ใช้คะแนนลดเพิ่มสูงสุด 12.5% พร้อมลุ้นรับ iPhone X 256GB, แพ็กเกจห้องพักที่อสิตาอีโครีสอร์ท อัมพวา รีสอร์ท และของขวัญพิเศษรวมมูลค่ากว่า 50,000 บาท ฯลฯ เมื่อช็อปตามเงื่อนไข วันนี้-2 ม.ค. 2561 ที่ห้างสรรพสินค้าเซน

“The Amazing Carnival” ชวนช็อปสินค้าแฟชั่น พร้อมแลกรับฟรีของพรีเมี่ยมลวดลายเก๋ไก๋ อาทิ แก้วมัค, กระเป๋าผ้า, ผ้าพันคอ ฯลฯ เมื่อช็อปครบตามเงื่อนไข พร้อมชิมอาหารแนวสตรีทฟู้ด
และมีทแอนด์กรี๊ดเหล่าคู่จิ้นสุดฮอต วันนี้-15 ม.ค. 2561 ที่ลานเอ็มบีเค อเวนิว ชั้นจี ศูนย์การค้าเอ็มบีเค เซ็นเตอร์

“World of Gifts” ชวนช็อปสินค้าแบรนด์ดังลดกระหน่ำสูงสุด 80% ช็อปครบทุก 2,000 บาท รับคูปองชิงโชค 1 ใบ เพื่อลุ้นรับรถยนต์ New Isuzu MU-X มูลค่า 1,386,000 บาท และของรางวัลอื่นๆ อีกมากมาย วันนี้-8 ม.ค. 2561 ที่ศูนย์การค้าพาราไดซ์ พาร์ค ศรีนครินทร์

“ให้เลือดก่อนปีใหม่ ท่องเที่ยวปลอดภัย โชคดีได้บุญ” ชวนผู้มีจิตศรัทธาและมีสุขภาพดีร่วมบริจาคโลหิต สร้างบุญกุศลก่อนเดินทางท่องเที่ยว วันนี้-31 ธ.ค. โดยจะปิดทำการ 1 วัน ในวันที่ 1 ม.ค. 2561 ที่ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติสภากาชาดไทย ถ.อังรีดูนังต์ โทร.02-2564300

“ฉลองปีใหม่ที่ดรีมเวิลด์” ชวนใช้บัตรเครื่องเล่นดรีมเวิลด์ทุกประเภท สนุกกับเครื่องเล่นมากมายกว่า 26 รายการ อาทิ สกายโคสเตอร์,เฮอริเคน, ทอร์นาโด, ซูเปอร์สแปลช, แกรนด์แคนยอน, วอเตอร์ฟัน พร้อมชมดินแดนโฟโตเปีย, ฮอลลีวู้ดแอ๊กชั่น ฯลฯ พร้อมรับคูปองส่วนลดรับขวัญปีใหม่และส่วนลดพิเศษทาง http://www.facebook.com/dreamworldpark วันนี้-2 ม.ค.2561 ที่สวนสนุก
ดรีมเวิลด์ โทร.02-5778666

“Take a Break” ชวนใช้ชุดผลิตภัณฑ์เครื่องเขียนดั๊บเบิ้ลเอคอลเลคชั่นใหม่ ด้วยแนวคิดการสร้างสรรค์จากแรงบันดาลใจในรูปแบบของเกม ที่ตอบโจทย์การใช้งานตามต้องการแล้วยังสามารถเล่นเกมเพื่อผ่อนคลายความเครียดหรือความเหนื่อยล้าจากการทำงาน อาทิ กระดาษโน้ตเกมซูโม่, สมุดโน้ต Jigsaw, สมุดรายงานเกม Puzzle ฯลฯ ที่ร้านดั๊บเบิ้ล เอ สเตชั่นเนอรี่ ช็อป ทุกสาขา และร้านเครื่องเขียนทั่วไป

“กระจกหกด้าน” ชวนชมสารคดีกระจกหกด้าน ตอนพอ=สุข สมการชีวิตที่ใช่ ในวันพุธที่ 3 ธ.ค. 2561 และตอนตะลุง ตะลอนอีสาน ในวันพฤหัสบดีที่ 4 ธ.ค. 2561 เวลา 15.45-16.00 น.ทางสถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7

“From CSR to Social Innovation” ชวนชมการบรรยายพิเศษ โดยศาสตราจารย์ริชาร์ด เวลฟอร์ด อาจารย์มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีซิดนีย์ และประธานบริษัท CSR Asia โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายพร้อมพบปะสังสรรค์กับศิษย์เก่าและคณาจารย์ศศินทร์ในวันพุธที่ 10 ม.ค. 2561 เวลา 18.30-21.00 น.ที่ชั้น 8 อาคารศศปาฐศาลา สถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจศศินทร์ แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โทร.02-2183852-4

“UD Town Countdown 2018” ชวนชมคอนเสิร์ตยิ่งใหญ่ส่งท้ายปีจากศิลปินชื่อดัง เอาใจชาวอุดรฯ และสปป.ลาว ทั้งนักร้องลูกทุ่ง พี สะเดิด ในวันเสาร์ที่ 30 ธ.ค. และ บอยพีซเมคเกอร์, ไอซ์-ศรัณยู, วง The Mousse ในวันอาทิตย์ที่ 31 ธ.ค. เวลา 18.00 น. เป็นต้นไปพร้อมชมกล่องของขวัญยักษ์ประดับไฟสูงกว่า 7 เมตร พลุไฟและลูกโป่งเฉลิมฉลองปีใหม่ทั่วท้องฟ้า ที่ลานกิจกรรมเดอะโลด ศูนย์การค้ายูดีทาวน์ จ.อุดรธานี

‘เบนซ์ พริกไทย’ ส่งความห่วงใยช่วงเทศกาลปีใหม่

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/311719

‘เบนซ์ พริกไทย’ ส่งความห่วงใยช่วงเทศกาลปีใหม่

‘เบนซ์ พริกไทย’ ส่งความห่วงใยช่วงเทศกาลปีใหม่

วันเสาร์ ที่ 30 ธันวาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

บรรยากาศของช่วงเทศกาลปีใหม่ที่ใครๆ ต่างก็เฝ้ารอกำลังจะมาถึง สิ่งหนึ่งที่ตามมาเป็นประจำจากหลายๆ หน่วยงาน ไม่ว่าจะเป็นภาครัฐหรือเอกชน ก็คือการร่วมกันปลูกจิตสำนึกการร่วมรณรงค์เรื่องความปลอดภัยไม่ให้เกิดเรื่องร้ายใดๆ โดยเฉพาะอุบัติเหตุจากการเดินทาง งานนี้ศิลปินสาวสวยที่เพิ่งมีข่าวดีหมาดๆ ว่ากำลังท้องลูกคนที่สอง “เบนซ์ พริกไทย” (ดรินทร์รัฎมีนะวาณิชย์) ก็เป็นอีกคนที่สนับสนุนเรื่องนี้แบบสุดๆ พร้อมขอฝากความห่วงใยมาว่า

“ใกล้เทศกาลปีใหม่แล้ว หลายๆ คนน่าจะมีแพลนไปท่องเที่ยว ทั้งไปกับครอบครัว เพื่อนสนิท หรือไปกับคนที่รัก เพื่อไปสังสรรค์ฉลองเทศกาลนี้ ไม่ว่าเดินทางไปต่างจังหวัดหรือต่างประเทศ เบนซ์ก็อยากขอฝากให้ทุกคนเดินทางด้วยความระมัดระวัง อย่าประมาท โดยเฉพาะผู้ที่ขับขี่ยานพาหนะ ควรเพิ่มความระมัดระวังมากยิ่งขึ้น เพื่อความปลอดภัยต่อตัวคุณเอง และผู้ที่โดยสารไปด้วย เนื่องจากยอดรวมผู้เสียชีวิตในเเต่ละปีเห็นเเล้วใจหาย ไม่อยากให้ช่วงเวลาที่ดีๆ ต้องมีเรื่องเศร้าเกิดขึ้นค่ะ ยิ่งช่วง 7 วันอันตรายที่ล่าสุดได้ข่าวมาว่าเพิ่มความระมัดระวังทั้ง 7 วันก่อนเทศกาล 7 วันระหว่างเทศกาลเเละ 7 วันหลังเทศกาลกันเลยซึ่งทุกคนน่าจะคิดเห็นตรงกันว่าอยากให้เที่ยวปีใหม่กันอย่างปลอดภัย สิ่งสำคัญคืออยากให้คำนึงถึงว่ามีคนที่รักรอคุณอยู่จำเป็นมากๆ ที่จะตรวจดูความพร้อมของรถและของตัวเองให้มากที่สุด ถ้าทุกคนช่วยกันระวังอุบัติเหตุก็จะไม่เกิด มีด่านตรวจก็ขอให้ช่วยให้ความร่วมมือกันนะคะ ไม่เสียเวลามากถ้าหากทุกคนร่วมมือส่วนครอบครัวเบนซ์ก็มีแพลนไปต่างจังหวัดค่ะ เเต่อาจจะรอหลังปีใหม่นิดหนึ่งเพราะกำลังท้องอ่อนๆ ถ้าต้องเจอรถติด คนมากๆ ช่วงเทศกาลอาจจะไม่สะดวกเท่าไหร่ ยังไงเบนซ์ขอให้เทศกาลปีใหม่เป็นเทศกาลที่มีแต่ความสุขมีความทรงจำดีๆขอให้เดินทางโดยสวัสดิภาพ และมีความสุขมากๆ นะคะ สวัสดีปีใหม่ค่ะ”

‘แพท’ เติมธรรมชาติในทุกมิติกับ ‘ชีวิตยกกำลัง 3’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/311720

‘แพท’ เติมธรรมชาติในทุกมิติกับ ‘ชีวิตยกกำลัง 3’

‘แพท’ เติมธรรมชาติในทุกมิติกับ ‘ชีวิตยกกำลัง 3’

วันเสาร์ ที่ 30 ธันวาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

เซ็นทรัลพัฒนา เตรียมเผยโฉมใหม่ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา พระราม 3 ชวน “แพท-ณปภา ตันตระกูล” นำขบวนTroop ร่วมกับนายแบบนางแบบไขสมการชีวิตใหม่ ผสานชีวิตคนเมืองให้ใกล้ชิดติดธรรมชาติเติมธรรมชาติในทุกมิติกับ “ชีวิตยกกำลัง 3”เปิดตัวเฟสแรก เพิ่มพื้นที่พักผ่อนและพื้นที่สีเขียวด้วยต้นไม้และวัสดุธรรมชาติทั่วทั้งศูนย์การค้า พร้อมเพิ่มพื้นที่ให้ทุกการทำงานแบบ co-working เป็นไปได้สะดวกสบายมากขึ้น เปิดให้บริการเต็มรูปแบบต้นปี 2561 โดยแพทเผยว่า

“ตื่นเต้นและดีใจที่ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการเผยโฉมใหม่ เพราะโตมาพร้อมกันเป็นที่ที่ช็อปปิ้งมาตั้งแต่เด็ก ก่อนรีโนเวทแพทชอบพาลูกไปเล่นเครื่องเล่นที่ชั้นบน ชอบที่ต้นไม้เยอะ ในเฟสใหม่มีร้านอาหารและแบรนด์แฟชั่นใหม่ๆ เรียกว่าการปรับโฉมครั้งนี้ ทำให้เข้ากับไลฟ์สไตล์ของคนเมืองอย่างแท้จริง”