งานศิลป์จากโลกมืด สู่ความสุขที่สัมผัสได้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/311353

งานศิลป์จากโลกมืด สู่ความสุขที่สัมผัสได้

งานศิลป์จากโลกมืด สู่ความสุขที่สัมผัสได้

วันพฤหัสบดี ที่ 28 ธันวาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

เพราะศิลปะไม่ได้จำกัดอยู่แค่ภาพวาดบนผืนผ้าใบ ไม่มีถูก ไม่มีผิด แต่คือการสร้างสรรค์ผ่านประสบการณ์ สิ่งรอบตัว และจินตนาการ ทุกคนจึงสามารถสร้างสรรค์ศิลปะได้ ผู้พิการทางสายตาก็เช่นกัน แม้พวกเขาอยู่ในโลกแห่งความมืด มองไม่เห็นแสงสี แต่จินตนาการที่ไร้ขีดจำกัดของเขาเหล่านั้นสามารถรังสรรค์งานศิลป์ออกมาได้น่าสนใจไม่แพ้กัน

ด้วยเหตุนี้ ธนาคารยูโอบี (ไทย) จึงได้ดำเนินโครงการ UOB Please Touch หรือ “โครงการกรุณาสัมผัส” ขึ้นตั้งแต่ปี 2559 โดยมุ่งยกระดับการเรียนการสอนศิลปะให้กับผู้พิการทางสายตาที่มีความสนใจด้านศิลปะ อายุระหว่าง 10-60 ปี เพื่อสร้างโอกาสสู่การเป็นศิลปินอาชีพ โดยจัดเป็นกิจกรรมเวิร์กช็อป “ศิลปะสัมผัสได้”

สัญชัย อภิศักดิ์ศิริกุล กรรมการรองกรรมการผู้จัดการใหญ่การเงินและสนับสนุนธุรกิจ ธนาคารยูโอบี(ไทย) เผยว่า ทางธนาคารยูโอบี ได้มีแนวทางที่ชัดเจนในเรื่องของการสนับสนุนโครงการทางด้านศิลปะ การศึกษา และเยาวชน ในทุกประเทศที่องค์กรตั้งอยู่ กิจกรรมเวิร์กช็อป “ศิลปะสัมผัสได้” นอกจากจะเป็นการเติมเต็มจินตนาการผ่านงานฝีมือให้กับผู้พิการทางสายตา โดยมีอาจารย์ผู้เชี่ยวชาญด้านศิลปะเพื่อผู้พิการทางสายตา ร่วมด้วยอาสาสมัครพนักงานธนาคารยูโอบีแล้ว กิจกรรมนี้ยังสามารถทำเป็นงานฝีมือและยังสามารถต่อยอดให้เกิดเป็นอาชีพสร้างรายได้ได้ ที่สำคัญช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้พิการทางสายตาในการใช้ชีวิตอีกด้วย

รศ.ทักษิณา พิพิธกุล อาจารย์คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ สะท้อนมุมมองว่า ศิลปะคือการสร้างสรรค์ที่หลากหลาย ไม่ได้จำกัดขอบเขตเฉพาะคนที่มองเห็นเท่านั้น เพราะปัจจุบันทัศนศิลป์มีการขยายขอบเขตที่กว้างมากขึ้น มีการใช้สื่อและวัสดุที่หลากหลายมากขึ้น งานบางชิ้นสามารถจับต้องได้ สามารถเล่นกับชิ้นงานได้ ถือเป็นการชมศิลปะได้ครบถ้วนสมบูรณ์แบบ

“น้องๆ ผู้พิการทางสายตาจึงเข้ากันได้ดีกับงานศิลปะ สร้างความภูมิใจกับผลงานศิลปะที่น้องๆ ได้ทำ เพราะเค้ารู้ว่าสามารถทำอะไรบางอย่างที่เกิดขึ้นในใจ ให้เกิดเป็นชิ้นงานขึ้นมาได้ สร้างความภูมิใจ ความสนุก เรียนรู้จากตัวเองว่าเรามีความสามารถอะไร เป็นการเปิดโอกาสให้กับตัวเองในอนาคต ซึ่งอาจกลายเป็นศิลปินในอนาคตได้ หรือการนำแนวคิดตรงนี้ไปทำเป็นอาชีพก็ได้ ซึ่งในอนาคตพิพิธภัณฑ์ในประเทศไทยเริ่มมีนโยบายในการปรับตัวพิพิธภัณฑ์ที่จะต้อนรับกับคนที่มีความต้องการพิเศษมากยิ่งขึ้น ในอนาคตถ้าน้องๆ อยากที่จะทำงานในพิพิธภัณฑ์ก็จะมีความเป็นไปได้ยิ่งขึ้น”

ด้าน น้องนุช ผู้พิการทางสายตา โรงเรียนสอนคนตาบอดกรุงเทพ ที่เข้าร่วมกิจกรรมเวิร์กช็อป เล่าให้ฟังว่า ก่อนหน้านี้ถ้าพูดถึงงานศิลปะอย่างมากก็แค่ระบายสี แล้วก็วาดรูป ซึ่งชอบงานศิลปะมาก แต่ก็ไม่มีโอกาสได้ทำ พอได้เข้ามาเรียนรู้ถึงความหมาย ทฤษฎีต่างๆ รูปทรง เทคนิคการสร้างผลงาน ก็รู้สึกดีใจและชอบมาก พอได้ลงมือทำงานศิลปะ การใช้เชือก การถัก การปัก ก็ดีใจมาก อยากทำแบบนี้มานานแล้วตั้งแต่เด็กๆ

“หนูมาร่วมเข้าเรียนเวิร์กช็อปเกือบทุกครั้ง เพราะชอบมาก ไม่มีโอกาสได้ทำแบบนี้ ประสบการณ์ ทักษะที่ได้รับดีมาก สามารถนำไปพัฒนาเป็นอาชีพได้ ผลงานศิลปะบางชิ้นอาจนำไปขายสร้างรายได้ โตขึ้นหนูอากเป็นครูสอนศิลปะ และถ้าหากหนูพัฒนาฝีมือขึ้นไปอีก หนูก็อยากเป็นศิลปินสร้างผลงานให้คนได้รับรู้และจดจำ และให้คนอื่นรู้ว่าผู้พิการทางสายตาก็มีความสามารถไม่แพ้คนมองเห็นปกติ”

ฟลอราลเล่ บาย ไทรอัมพ์ ที่สุดแห่งความหรูหรา

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/311375

ฟลอราลเล่ บาย ไทรอัมพ์  ที่สุดแห่งความหรูหรา

ฟลอราลเล่ บาย ไทรอัมพ์ ที่สุดแห่งความหรูหรา

วันพฤหัสบดี ที่ 28 ธันวาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

สโรชา ซบินเด้นท์ ผู้อำนวยการฝ่ายพาณิชย์ บริษัท ไทรอัมพ์ อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) จำกัด ผู้นำเข้าแบรนด์ชุดชั้นในไทรอัมพ์ ขอแนะนำชุดชั้นในพรีเมียมน้องใหม่ของแบรนด์อย่าง “ฟลอราลเล่บาย ไทรอัมพ์ (Florale by Triumph)” ชุดชั้นในที่หรูหรา ออกแบบอย่างพิถีพิถันสวยงาม สวมใส่สบายรองรับสรีระของผู้หญิงได้ดีเยี่ยม สอดคล้องกับชื่อเสียงของ ไทรอัมพ์ที่โด่งดังมานานกว่า 131 ปี ในฐานะผู้เชี่ยวชาญทางด้านการออกแบบและผลิตชุดชั้นในสตรีด้วยฝีมือตัดเย็บอย่างพิถีพิถันฟลอราลเล่เป็นคอลเลคชั่นที่เน้นทรวดทรงของรูปร่างตกแต่งโดยใช้ผ้าลูกไม้ เพิ่มความหรูหราและความมีเสน่ห์ด้วยรายละเอียดวัสดุสีโรสโกลด์ชุดชั้นในหลากสไตล์และหลายทรงให้เลือกสรร รวมถึงกางเกงชั้นในที่ถูกออกแบบมาเพื่อพรางสัดส่วนให้เข้ากับรูปร่างโดยเฉพาะ มีทั้งหมด 3 ซีรี่ส์ ได้แก่ ฟลอราลเล่ วอเตอร์ ลิลลี่ (Florale Water Lily), ฟลอราลเล่ พีโอนี่ (Florale Peony), ฟลอราลเล่ โรส (Florale Rose) เสื้อชั้นใน 2,590 บาท กางเกงใน 990 และ 1,990 บาท

ฟลอราลเล่ วอเตอร์ ลิลลี่ (Florale Water Lily) ได้รับแรงบันดาลใจมาจากความชดช้อย อ่อนหวานของเถาวัลย์ดอกไม้สู่การตัดเย็บที่พิถีพิถันประณีต สวยงาม หรูหรา และคล่องตัวให้รูปลักษณ์ที่ดูเป็นผู้หญิง สวมใส่สบาย ยกกระชับทรวงอก และเผยให้เห็นร่องอกอย่างมีระดับในเวลาเดียวกัน ตัดเย็บด้วยผ้าลูกไม้ไล่เฉดสีเพื่อเพิ่มมิติให้สวยโดดเด่น เสื้อชั้นในเก็บกระชับทรงครึ่งเต้าแบบใหม่ที่สามารถถอดใส่แผ่นดันทรงได้ คัพทรงด้านในเนื้อผ้าผลิตจากเส้นใยขนแกะให้สัมผัสนุ่มพิเศษ สายบ่าในตัวแบบพิเศษด้านหน้ามีขนาดใหญ่กว่าด้านหลัง ช่วยยกกระชับคัพทรงได้เป็นอย่างดี กางเกงในแบบแม็กซี่เต็มตัว เก็บกระชับสะโพกได้ถึงช่วงเอว มี 2 สี ได้แก่ สีเนื้อ, สีชมพูกลีบบัว

ฟลอราลเล่ พีโอนี่ (Florale Peony) ดอกไม้ที่มีความงดงามและสวยสง่าเปรียบเสมือนราชินีของบุปผาทั้งปวง ซีรี่ส์นี้จึงหยิบยกเอาความงามของดอกพีโอนี่มาเป็นลวดลายของผ้าลูกไม้ที่ทำให้ชุดดูสวยโดดเด่น ผ้าลูกไม้ยืดหยุ่นจากเส้นใย ไลคร่าและคัพทรงกลมอันเป็นเอกลักษณ์สวมใส่สบาย เหมาะกับคุณผู้หญิงที่ต้องการเก็บกระชับรูปร่าง แต่ยังคงไว้ซึ่งรูปลักษณ์แบบที่สวยงามมีรสนิยม เสื้อชั้นในเก็บกระชับมี 2 แบบ แบบมีโครงคัพบาง คัพตัดเย็บเป็นทรงกลมเน้นทรวงอก มี 3 สี ได้แก่ สีน้ำเงินคราม, สีดำ, สีม่วงอ่อน และแบบคัพใหญ่แบบเต็มทรงไม่มีโครงคัพทรงด้านในมีไซส์ซัพพอร์ทด้านข้างช่วยโอบกระชับเต้าทรง มี 1 สีสีแดง กางเกงในแบบฟลูฮิปเตอร์ ดีไซน์หรูหรา ด้านหน้าตัดเย็บด้วยผ้าลูกไม้สัมผัสนุ่ม เอวสูงช่วยเก็บกระชับหน้าท้องและสะโพกได้อย่างดี และกางเกงในแบบยกกระชับสะโพก มีผ้าพาวเวอร์เนตด้านในช่วยเก็บกระชับเนื้อหน้าท้องและยกสะโพกให้กลมกลึง

ฟลอราลเล่ โรส (Florale Rose) ได้รับแรงบันดาลใจมาจากดอกไม้แสนโรแมนติก รุ่นนี้นำเสนอเสื้อชั้นในทรงกลมที่ทำให้หน้าอกกลมชิดเป็นธรรมชาติ พร้อมเก็บกระชับได้อย่างดีเยี่ยม และยังให้ความรู้สึกสวมใส่สบาย เพิ่มความเซ็กซี่ด้วยผ้าลูกไม้ปักลาย ผสมผสานกันด้วยผ้าเนื้อแมทและเงาไล่สีกันอย่างลงตัวชวนให้หลงใหล เสื้อชั้นในเก็บกระชับแบบมีโครง คัพทรงด้านหน้ามีทั้งแบบเนียนเรียบและแบบตกแต่งด้วยผ้าลูกไม้ลายปักดอกไม้ที่มีมิติ ดูหรูหราละเอียดอ่อน มี 3 สี ได้แก่ สีน้ำตาลอมแดง,สีขาว, กรมท่า กางเกงในแบบแม็กซี่ ค้นพบความหรูหราอย่างมีสไตล์ ได้ที่เคาน์เตอร์ชุดชั้นในไทรอัมพ์ในห้างสรรพสินค้าชั้นนำทั่วไป

ADENAAศาสตร์และศิลป์แห่งคิ้ว รังสรรค์ความงามผ่านลายเส้นสุดประณีต

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/311294

ADENAAศาสตร์และศิลป์แห่งคิ้ว รังสรรค์ความงามผ่านลายเส้นสุดประณีต

ADENAAศาสตร์และศิลป์แห่งคิ้ว รังสรรค์ความงามผ่านลายเส้นสุดประณีต

วันพุธ ที่ 27 ธันวาคม พ.ศ. 2560, 16.00 น.

ADENAA (เอดีน่า) คลินิกเสริมความงามเฉพาะทางที่โดดเด่นและเป็นที่ยอมรับอันดับต้นๆ
ของเมืองไทยในการรังสรรค์คิ้วที่สวยงามรับกับรูปหน้า ภายใต้การดูแลและบริหารงานโดย
อาจารย์เอ-รุ่งนภา ผู้เชี่ยวชาญซึ่งเป็นที่ยอมรับในฐานะ Eyebrows Artist ชื่อดังของเมืองไทยพร้อมมอบประสบการณ์ระดับพรีเมี่ยมในการเติมแต่งลายเส้นสุดพิถีพิถันเพื่อให้คิ้วเป็นดั่งมงกุฎของใบหน้า
สำหรับทุกคนอย่างแท้จริง

หากเอ่ยถึงเรื่อง “คิ้ว” ADENAA น่าจะเป็นที่หนึ่งในใจของใครหลายคน ด้วยทักษะและฝีมือที่สามารถสร้างสรรค์คิ้วให้เข้ากับรูปหน้าของแต่ละคนได้อย่างน่าอัศจรรย์ ในส่วนของบริการที่นี่มีความแตกต่างจากสถาบันทำคิ้วอื่นๆด้วยทีมนักออกแบบและทีมทางการแพทย์ที่ตอบโจทย์และสามารถแก้ปัญหาในการเพ้นท์คิ้ว3 มิติให้กับลูกค้าทุกคนได้อย่างรอบด้าน เพราะในการเพ้นท์คิ้ว3 มิติเราไม่เพียงแค่คำนึงถึงเรื่องความสมจริงเท่านั้นแต่รวมถึงเรื่องความปลอดภัยเป็นสำคัญด้วย

ด้วยเหตุนี้บุคลากรทุกคนของ ADENAA จึงมีความรู้ความสามารถเฉพาะทาง ประกอบด้วยผู้เชี่ยวชาญด้านการออกแบบศิลปะลายเส้น และเจ้าหน้าที่พยาบาลซึ่งร่วมกันฝึกฝนทดสอบตลอดจนทำงานร่วมกันแบบProfessional Duoเพื่อให้การเพ้นท์คิ้ว 3 มิติมีความแม่นยำ สวยงาม ตอบโจทย์เรื่องของคิ้วได้ครบในทุกๆด้านอย่างแท้จริง และด้วยหลักการทำงานนี้เอง จึงเป็นที่มาของเทคนิคการเพ้นท์คิ้วขั้นสูง เพื่อความงามอันลงตัวที่เรียกว่าเทคนิค Adenaroซึ่งทีมนักออกแบบจะร่วมกันคิดวิเคราะห์รูปแบบทรงคิ้วและลายเส้นใหม่ๆให้สอดคล้องกับยุคสมัยที่เปลี่ยนแปลงไปเพื่อให้เกิดความงามที่ลงตัวภายใต้มาตรฐานเรื่องความเหมาะสมและรับกับใบหน้าส่วนทีมทางการแพทย์จะเป็นผู้ทดสอบและวิเคราะห์เรื่องสีรวมถึงอุปกรณ์ต่างๆเพื่อให้สะดวกและมีความปลอดภัยในการให้บริการรวมถึงเหมาะสมกับลูกค้าแต่ละคน

ทั้งนี้จากประสบการณ์กว่า 20 ปีในการทำงานที่เรียกได้ว่าเป็นการสร้างสรรค์งานจิตรกรรมบนใบหน้า จนถือกำเนิดเป็นคลินิกเสริมความงามเฉพาะทาง ADENAA ที่ได้รับความไว้วางใจจากผู้เข้ารับบริการกว่า 50,000 รายตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาอาจารย์เอผู้ก่อตั้งยึดมั่นอยู่เสมอว่า “ความพึงพอใจของลูกค้าคือสิ่งสำคัญที่สุด”ดังนั้น  ADENAA จึงใส่ใจกับทุกความต้องการของลูกค้าภายใต้ความเหมาะสมและรับกับรูปหน้าตามเทคนิคการเพ้นท์คิ้วขั้นสูงAdenaro ที่มองถึงองค์ประกอบต่างๆ4 ด้าน คือบุคลิกภาพ,โครงหน้า,ไลฟ์สไตล์ความชอบส่วนตัวหรือความต้องการของลูกค้าและสุดท้ายคืออารมณ์ของคิ้วเป็นหลักซึ่งจะส่งผลต่อการออกแบบทรงคิ้วของแต่ละบุคคลให้มีลักษณะที่แตกต่างกันไปซึ่งทุกขั้นตอนล้วนผ่านกระบวนการวิเคราะห์และไตร่ตรองอย่างพิถีพิถันโดยคำนึงถึงการสะท้อนและหักเหของแสงเงาเพื่อความสวยสมบูรณ์แบบในทุกองศาสำหรับใบหน้าของแต่ละคน จึงเรียกได้ว่าที่ ADENAAเรามีความเข้าใจที่เหนือไปกว่าความต้องการที่ลูกค้าคาดว่าจะได้รับ เพื่อผลลัพธ์คือความประทับใจและพึงพอใจอย่างสูงสุด

นอกเหนือจากการเพ้นท์คิ้ว 3 มิติ ADENAAยังให้บริการด้านอื่นด้วย โดยเฉพาะการลบรอยสักคิ้วด้วยเลเซอร์ซึ่งได้รับความนิยมอย่างมากเนื่องจากการลบรอยสักคิ้วไม่เหมือนการลบรอยสักบริเวณอื่นๆของร่างกายเพราะต้องคำนึงถึงการขึ้นใหม่ของขนคิ้ว อีกทั้งเมื่อลบแล้วยังต้องสักคิ้วหรือเพ้นท์คิ้วได้ติดดังเดิมADENAAจึงไม่เพียงเลือกสรรนวัตกรรมที่ตอบสนองความต้องการตรงจุดนี้ของลูกค้า แต่ยังมีทีมนักออกแบบร่วมประเมินความเหมาะสมควบคู่กับทีมทางการแพทย์ด้วยจนทำให้มีลูกค้าที่เข้ามาลบรอยสักคิ้วไม่ต่ำกว่า 20,000รายแล้ว ซึ่งนับว่ามีส่วนแบ่งทางการตลาดมากที่สุดในทุกบริการของ ADENAAไม่ว่าจะเป็นการเพ้นท์คิ้ว 3 มิติ การตกแต่งทรงคิ้วเพ้นท์หนังศรีษะและดีไซน์ความงามส่วนตัว

กว่าที่จะมาถึงวันนี้ วันที่ ADENAA ก้าวขึ้นเป็นสถาบันเพ้นท์คิ้วอันดับ 1 ของเมืองไทยไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะที่ADENAAมีมาตราฐานสำคัญ5 ประการคือ1) มีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านการเพ้นท์คิ้ว3 มิติ2) มีความประณีตละเอียดอ่อน3) มีความสมจริงเป็นธรรมชาติ4) มีความเหมาะสมและรับกับรูปหน้า5) มีความสะอาด ใส่ใจกับ Hygiene Care ในทุกส่วนของการทำงาน และด้วยมาตรฐานเหล่านี้เองที่ส่งให้ ADENAAก้าวขึ้นสู่การเป็นผู้นำตลาดเพ้นท์คิ้วในภูมิภาคเอเชียได้อย่างเต็มภาคภูมิ ปัจจุบัน ADENAA ไม่เพียงทำตลาดในประเทศ แต่ยังขยายฐานลูกค้าไปยังตลาดต่างประเทศด้วยการสื่อสารผ่านเว็บไซต์และช่องทางการตลาดออนไลน์ต่างๆเพื่อให้ความรู้และข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องคิ้วจนทำให้มีส่วนแบ่งทางการตลาดลูกค้าต่างประเทศประมาณ 20% และมีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง

ล่าสุดเพื่อตอบรับกระแสความนิยมที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆADENAA จึงได้ขยับขยายย้ายสถานที่ตั้งจากเดิม
มาอยู่บนชั้น 5 โซนออฟฟิศของศูนย์การค้าเกตเวย์ เอกมัย ด้วยขนาดพื้นที่ที่กว้างขวางขึ้นเพื่อให้ลูกค้าเข้ามารับบริการได้สะดวกยิ่งขึ้น อีกทั้งยังออกแบบสถานที่ให้สอดรับกับการทำงานของช่างเทคนิคทั้งในด้านแสงไฟและมุมมองในการทำงาน อันจะส่งผลให้สามารถสร้างสรรค์งานคิ้วให้กับลูกค้าได้อย่างดีและมีประสิทธิภาพที่สุด

สำหรับเป้าหมายที่ADENAA มุ่งหวัง คือการก้าวไปสู่การเป็น Eyebrow Artist Hub ที่รวบรวม
นักออกแบบลายเส้นผู้มีความชำนาญเฉพาะทาง ตลอดจนทีมทางการแพทย์ที่มีความชำนาญเข้าไว้ด้วยกัน เพื่อให้บริการทุกแขนงที่เกี่ยวข้องกับคิ้วและเส้นขนแบบครบวงจรแก่ลูกค้าในมาตรฐานระดับพรีเมี่ยม
อย่างแท้จริง

ร่วมสัมผัสความงามผ่านลายเส้นที่รังสรรค์อย่างพิถีพิถันโดยผู้เชี่ยวชาญจากเอดีน่า คลินิกสอบถามรายละเอียดได้ที่ โทร.093-365-0700 (ทุกวันทำการ) หรือ http://www.adenaa.com

แนวหน้าวาไรตี้ สัมภาษณ์พิเศษ ม.ล.วิสุมิตรา ปราโมช : 24 ธันวาคม 2560

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/311281

แนวหน้าวาไรตี้ สัมภาษณ์พิเศษ ม.ล.วิสุมิตรา ปราโมช : 24 ธันวาคม 2560

แนวหน้าวาไรตี้ สัมภาษณ์พิเศษ ม.ล.วิสุมิตรา ปราโมช : 24 ธันวาคม 2560

วันพุธ ที่ 27 ธันวาคม พ.ศ. 2560, 11.18 น.

ฉลองครบ 90 ปีแบรนด์จิวเวลรี่หรู ‘การัต’ สวยคลาสสิกด้วยฝีมือช่างไทย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/311146

ฉลองครบ 90 ปีแบรนด์จิวเวลรี่หรู ‘การัต’  สวยคลาสสิกด้วยฝีมือช่างไทย

ฉลองครบ 90 ปีแบรนด์จิวเวลรี่หรู ‘การัต’ สวยคลาสสิกด้วยฝีมือช่างไทย

วันพุธ ที่ 27 ธันวาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

มานะ-ฉวีวรรณ วิจิตเกษมกิจ, ดร.มนูญศรี โชติเทวัญ และ อรรถพล วิจิตเกษมกิจ

การมีเครื่องประดับที่มีมูลค่าไว้ในครอบครองนั้นนับเป็นความใฝ่ฝันของผู้หญิงทุกคน ซึ่งคงจะดีไม่น้อยถ้าเรารู้วิธีการเลือกประดับให้ได้คุณภาพดีสมตามราคาของแต่ละชิ้น โดยล่าสุด อรรถพล วิจิตเกษมกิจ กรรมการบริหาร บริษัท เพชรการัต จำกัดผู้จำหน่ายแบรนด์เครื่องประดับ “การัต” (Karat) ได้จัดงานเฉลิมฉลองครบรอบ 90 ปี เพื่อตอกย้ำภาพลักษณ์ผู้นำด้านเครื่องประดับหรูดีไซน์คลาสสิกที่อยู่คู่เหล่าจิวเวลรี่เลิฟเวอร์มากมายมาอย่างยาวนานที่ร้านการัต ศูนย์การค้าสยามพารากอน ชั้น M

โดยภายในงานได้รับเกียรติจากเหล่าเซเลบริตี้ผู้ชื่นชอบเครื่องประดับเข้าร่วมงานกันอย่างคับคั่ง อาทิ ดร.ฐิติพร สงวนปิยะพันธ์, กรองกาญจน์ ชมะนันทน์, ศิริพร-สุรพร ภาษาประเทศ, แพทย์หญิงณัฐธิดา-สมลักษณ์ แสงปราสาท, นารีรัตน์ ชินธรรมมิตร์,อาภา รังสิมันโตฬาร, ดร.ประเสริฐ–พิจิตรา เฮงสกุล, ดร.มัญชุมาส เพราะสุนทร, พัชรินทร์ เดชเทวัญดำรง และอีกมากมาย

“การัต” (Karat) แบรนด์เครื่องประดับหรูสัญชาติไทย ก่อตั้งโดยนายเอี๋ยว แซ่แต้ ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2470 โดดเด่นด้านงานฝีมือที่ผลิตขึ้นโดยทีมช่างผู้เชี่ยวชาญชาวไทยจากการทำมือทุกชิ้นและทุกขั้นตอนสืบทอดมาจนถึงยุคปัจจุบัน ส่งผลให้เครื่องประดับของการัตเป็นงานผลิตที่มีความประณีตละเอียดอ่อน ผ่านการดีไซน์ที่มีความคลาสสิกสามารถสวมใส่ได้ในทุกยุคทุกสมัย ตั้งแต่ดีไซน์เรียบง่ายเหมาะต่อการสวมใส่เป็นเครื่องประดับประจำตัว ไปจนถึงดีไซน์ที่ผสมผสานลูกเล่นทางแฟชั่นเหมาะต่อการเก็บสะสมหรือสวมใส่ออกงาน

อรรถพล วิจิตเกษมกิจ ได้กล่าวถึงจุดเด่นของแบรนด์ “การัต” (Karat) ที่ทำให้สามารถอยู่คู่วงการเครื่องประดับมาได้ถึง 90 ปี “โดยธรรมชาติของคนไทยแล้วจะชื่นชอบการเลือกใช้ของสวยและคุณภาพดี ซึ่งแบรนด์การัตก็ตอบโจทย์ตามคุณสมบัติข้างต้นทุกประการ เพราะเพชรและพลอยของเรามีใบรับรองคุณภาพทุกชิ้นซึ่งลูกค้าสามารถตรวจสอบได้ และที่สำคัญคือ “การัต” โดดเด่นด้วยดีไซน์ที่งดงาม ทุกชิ้นงานจะถูกผลิตโดยฝีมือช่างชาวไทยล้วนๆ เพราะบางรายละเอียดเครื่องจักรก็ไม่สามารถทำให้ออกมางดงามได้เหมือนกับฝีมือของช่าง ซึ่งอีกหนึ่งข้อดีของการทำเครื่องประดับด้วยมือนั้น เราจะสามารถซ่อมแซมหรือปรับเปลี่ยนดีไซน์ได้หากลูกค้าต้องการได้เสมอ ซึ่งตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาเราก็ได้ปรับเปลี่ยนดีไซน์ให้เหมาะสมตามยุคสมัย แต่จะอยู่บนพื้นฐานของความคลาสสิก เพราะอยากให้การัตเป็นเครื่องประดับที่สามารถใส่ได้ในทุกโอกาส”

โดยไฮไลท์เด่นของงานครบรอบ 90 ปีนี้ทางแบรนด์ “การัต” (Karat) ได้จัดแสดงตู้โชว์เครื่องประดับของแต่ละยุคสมัยที่มีเรื่องราวและเสน่ห์ให้สัมผัสตามกาลเวลา เริ่มจาก ของที่ระลึกพระราชทานในสมัยรัชกาลที่ 5 สมบัติของ บรรพบุรุษที่ตกทอดกันมาจากรุ่นสู่รุ่น เป็นกล่องอเนกประสงค์สี่เหลี่ยมที่ทำจากเงินและเคลือบด้วยทอง แกะสลักลวดลายดอกพิกุลและเถาองุ่น นำเสนอถึงงานศิลปะแบบไทยในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์

ถัดมาที่ เครื่องใช้ที่ทำจากทองคำและเงินในยุค ค.ศ.1800-1900 ได้แก่ กระโถนบ้วนน้ำหมากทรงปากแตรทองคำแท้ แกะดุนลายเทพพนมและลายเครือเถากนกเปลว รวมถึงกระเป๋าเงินแท้และทองคำแท้ที่ถักด้วยมืออย่างประณีต

ต่อมาที่ อัญมณีนพเก้า เครื่องประดับโบราณที่ถ่ายทอดศิลปะแห่งความเป็นไทยได้อย่างวิจิตรงดงาม ซึ่งอัญมณีนพเก้า หมายถึง อัญมณี 9 ชนิด ได้แก่ เพชร, ทับทิม, ไพลิน, มรกต, บุษราคัม, โกเมน, มุกดาหาร, เพทาย และไพฑูรย์ เชื่อกันว่าเป็นอัญมณีที่เป็นสิริมงคลแก่ผู้สวมใส่ ผู้ได้ครอบครองอัญมณีทั้ง 9 ชนิดนี้ จะมีความเจิรญรุ่งเรือง

อัญมณีมรกต อัญมณีสีเขียวที่แสดงถึงความอุดมสมบูรณ์ เชื่อว่าเป็นเครื่องประดับที่จะนำมาสู่โชคลาภ และสำหรับผู้ที่เกิดเดือนพฤษภาคม อัญมณีชนิดนี้จะช่วยส่งเสริมเรื่องความรัก และปรับสมดุลธาตุภายในร่างกาย

และเครื่องประดับโบราณจากยุคแรกเริ่มเปิดกิจการของแบรนด์ “การัต” (Karat) เครื่องประดับทองคำแท้ประดับเพชรและอัญมณีล้ำค่า ออกแบบและผลิตโดยช่างฝีมือชาวไทย แรงบันดาลใจจากศิลปะตะวันตกในยุคอาร์ตนูโว ผสมผสานกับศิลปะการทำเครื่องประดับไทยโบราณ สร้างเอกลักษณ์อันโดดเด่นให้กับแบรนด์ในยุคแรกได้เป็นอย่างดี

เพิ่มคุณค่าให้การแต่งตัวดูดีมีสง่า และน่าค้นหาด้วยเครื่องประดับอัญมณีหรู “การัต” (Karat)ได้แล้ววันนี้ที่ศูนย์การค้าสยามพารากอน ชั้น M

ศันสนีย์ สุธีวงศ์ และ อมรรัตน์ ชัยยศบูรณะ

ศันสนีย์ สุธีวงศ์ และ อมรรัตน์ ชัยยศบูรณะ

คอนเสิร์ตการกุศล ‘แสงเทียนบันดาลใจ’ นำรายได้ส่วนหนึ่งมอบให้กับองค์กรสงเคราะห์ทหารผ่านศึก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/311134

คอนเสิร์ตการกุศล ‘แสงเทียนบันดาลใจ’  นำรายได้ส่วนหนึ่งมอบให้กับองค์กรสงเคราะห์ทหารผ่านศึก

คอนเสิร์ตการกุศล ‘แสงเทียนบันดาลใจ’ นำรายได้ส่วนหนึ่งมอบให้กับองค์กรสงเคราะห์ทหารผ่านศึก

วันพุธ ที่ 27 ธันวาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

อดีตนายกรัฐมนตรี ชวน หลีกภัย และ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ, ม.ล.สราลี กิติยากร, บุญชัย โชควัฒนา, ชาติชาย พยุหนาวีชัย, ดร.สมพร สืบถวิลกุล, ดร.ศศมณฑ์ สงวนสิน

นับเป็นอีกหนึ่งปรากฏการณ์ครั้งสำคัญของเมืองไทยที่ บรรดาคนดัง ศิลปินนักร้อง นักแสดง ต่างพร้อมใจกันเข้าร่วมแสดงคอนเสิร์ตการกุศล “แสงเทียนบันดาลใจ” ที่จัดโดย บริษัท แบรนดาเบิลจำกัด เจ้าของสำนักข่าวเอซีนิวส์ ร่วมกับบริษัท แอ็คเซส เซ็นเตอร์ จำกัด เพื่อนำรายได้ส่วนหนึ่งมอบให้กับองค์กรสงเคราะห์ทหารผ่านศึก สมทบกองทุนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ เพื่อการศึกษาของบุตรทหารผ่านศึก เมื่อเร็วๆ นี้ ณ หอประชุมใหญ่ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย

ในงานจัดให้ชมนิทรรศการภาพสีน้ำ ผลงานของ อ.ไพรวัลย์ ชัยรัตน์ จิตรกรสีน้ำ ที่ถ่ายทอดมาจากบทเพลงพระราชนิพนธ์ ภาษาไทย และภาษาอังกฤษ ได้แก่บทเพลงพระราชนิพนธ์ แสงเทียน – Candlelight Blues, ชะตาชีวิต – H.M. BLUES, ยามเย็น – Love at sundown, สายฝน – Falling Rain, ใกล้รุ่ง – Near dawn, อาทิตย์อับแสง – Blue day, ดวงใจกับความรัก – Never Mind the Hungry Men’s Blues, แผ่นดินของเรา – Alexandra, แสงเดือน – Magic Beams และเพลงพระราชนิพนธ์รัก พร้อมเปิดให้มีการจำหน่ายภาพวาดโดยนำเงินรายได้สมทบเข้าโครงการอีกทางหนึ่งด้วย

สำหรับการแสดงคอนเสิร์ต “แสงเทียนบันดาลใจ” ซึ่งเป็นการรวมเหล่าพสกนิกร คนดัง ศิลปิน ดาราหลากหลายสาขาอาชีพ ได้เข้ามาร่วมร้องเพลงพระราชนิพนธ์เพื่อสานต่อพระอัจฉริยภาพทางดนตรีของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร อาทิ อดีตนายกรัฐมนตรี ชวน หลีกภัย มาเป่าแซกโซโฟน เพลงพระราชนิพนธ์ “รัก” อดีตนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ขับร้องเพลง ชะตาชีวิต ร่วมด้วย ม.ล.สราลี กิติยากร, Mr.Glyn T. Davies เอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกา,บุญชัย โชควัฒนา, ชาติชาย พยุหนาวีชัย,ดร.สมพร สืบถวิลกุล, ดร.ศศมณฑ์ สงวนสิน,เกียรติ สิทธิอมร, อรุณศรี สรรพเพทย์พิศาล, วิชชุดา ไตรธรรม,  ภาณิชา สัตยาประเสริฐ, ร.ต.อ.วัฒนรักษ์ สุรนายุทธ์,ดลชัย บุณยะรัตเวช, ฝนพา ปราโมท ณ อยุธยา, พริมรตา เดชอุดม, วสุ แสงสิงแก้ว, สบชัย ไกรยูรเสน, นนทิยา จิวบางป่า, นภาดา สุขกฤต, วิรุฬ สกุลทรัพย์ไพศาล, ดิศราพร อิศรางกูร ณ อยุธยา และเยาวชนจากโครงการซานต้าคิดส์ ทูตน้อยเพื่อเพื่อนด้อยโอกาส พิเศษสุดในช่วยท้ายคอนเสิร์ต นักร้องกิตติมศักดิ์ได้ร่วมเชิญชวนผู้ชมทั้งหอประชุมร่วมกันขับร้องหมู่บทเพลงพระราชนิพนธ์ “แสงเทียน” โดยมี“อาจารย์ธนิสร์ ศรีกลิ่นดี” ศิลปินแห่งชาติที่จะมาบรรเลงขลุ่ยถึง 15 บทเพลง และการบรรเลงแซกโซโฟน โดย โก้ มิสเตอร์แซกแมน” มิวสิกไดเร็คเตอร์งานคอนเสิร์ตในครั้งนี้”

สำหรับผู้ที่อยากเก็บความประทับใจทางคณะผู้จัดงาน ยังได้จัดทำCD-MP3 บทเพลงพระราชนิพนธ์ บรรจุลงในหนังสือ สีน้ำป๊อปอัพ โดยมี ศรายุทธ สุปัญโญ (อ๊อด แกรนด์เอ็กซ์) เรียบเรียงดนตรี เพลงพระราชนิพนธ์ “แสงเทียน”ศีลลาภ แช่มบุตร เรียบเรียงดนตรีเพลงพระราชนิพนธ์ “แสงเดือน” และ พงศ์พิธาน ธุวัชชัย เป็นโปรดิวเซอร์ ในงานเพลงชุดนี้ได้ในราคาชุดละ 999 บาท โดยสั่งจองได้ที่หน้างาน หรือทาง Fanpage แสงเทียนบันดาลใจ

พริมรตา เดชอุดม, วสุ แสงสิงแก้ว, ดิศราพร อิศรางกูร ณ อยุธยา บริษัท  แอ็คเซส เซ็นเตอร์ จำกัด, อัชณา จิณณวาโส บริษัท แบรนดาเบิล จำกัด

พริมรตา เดชอุดม, วสุ แสงสิงแก้ว, ดิศราพร อิศรางกูร ณ อยุธยา บริษัท แอ็คเซส เซ็นเตอร์ จำกัด, อัชณา จิณณวาโส บริษัท แบรนดาเบิล จำกัด

CAT หนุนเด็กไทยพัฒนาอุปกรณ์ IoT ช่วยอุทยานฯเขาใหญ่

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/311133

CAT หนุนเด็กไทยพัฒนาอุปกรณ์ IoT ช่วยอุทยานฯเขาใหญ่

CAT หนุนเด็กไทยพัฒนาอุปกรณ์ IoT ช่วยอุทยานฯเขาใหญ่

วันพุธ ที่ 27 ธันวาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

CAT นำโครงข่าย LoRa IoT หนุนการแข่งขันทักษะสมองกล เฟ้นหาสุดยอดนวัตกรรมตอบโจทย์อนุรักษ์ทรัพยากรพื้นที่เขาใหญ่บนคอนเซ็ปต์ “อุทยานแห่งชาติ 4.0”ในงาน TOP GUN Rally 2018 หวังผลักดันนักพัฒนารุ่นใหม่ต่อยอดผลงานเชิงพาณิชย์ทั้งในไทยและในต่างประเทศ

ณัฏฐวิทย์ สุฤทธิกุล ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานสื่อสารไร้สาย บมจ. กสท โทรคมนาคม (CAT) เปิดเผยว่า การก้าวสู่ยุคไทยแลนด์ 4.0 จะเกิดอุปกรณ์ต่างๆที่จะเชื่อมต่ออินเตอร์เนต หรือ IoT (Internet of Things) ปริมาณมากโดยคาดว่าจะเพิ่มจำนวนอย่างรวดเร็วถึง 270 ล้านอุปกรณ์ภายใน 5 ปี และจะมีผู้ใช้งานอุปกรณ์ IoT ในประเทศกว่า 1,080 ล้านชิ้นCAT จึงได้เตรียมความพร้อมในการสร้างโครงข่ายรองรับอุปกรณ์เหล่านี้ด้วยโครงข่ายLoRa (Long Range Wide Area Network)ซึ่งเป็นโครงข่ายสื่อสารไร้สาย เพื่ออุปกรณ์ IoT โดยเฉพาะ ทั้งนี้ได้เร่งดำเนินการขยายโครงข่ายดังกล่าวให้ครอบคลุมพื้นที่ที่มีความต้องการพร้อมกับเตรียมเปิดให้บริการในเชิงพาณิชย์ในช่วงต้นปี 2561 ภายใต้ชื่อ “LoRa IoT by CAT”

ด้วยคุณสมบัติดังกล่าว ล่าสุดโครงข่าย LoRa ได้มีบทบาทเป็นโครงข่ายรองรับการพัฒนานวัตกรรมด้านสมองกลฝังตัวสนับสนุนงานอนุรักษ์ดูแลผืนป่าและสัตว์ป่าที่เขาใหญ่ ในงานประกวด TOP GUN Rally 2018 ซึ่ง CAT ร่วมกับ TESAกรมป่าไม้ และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ (ปราจีนบุรี) ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 7-13 มกราคม 2561โดยนำโครงข่าย LoRa ติดตั้งบนพื้นที่เขาใหญ่เพื่อทำหน้าที่เป็นโครงข่ายกลางในการสื่อสารของอุปกรณ์สมองกลที่นักศึกษาจากมหาวิทยาลัยทั่วประเทศจะประชันคิดค้นขึ้นในการแข่งขันเพื่อตอบโจทย์อุทยาน 4.0 ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ขณะเดียวกันกิจกรรมดังกล่าวยังเป็นการส่งเสริมพัฒนาบุคลากรด้านเทคโนโลยีของประเทศ

“ประเทศไทยขาดบุคลากรทำให้วันนี้ยังต้องนำเข้าเทคโนโลยีจากต่างประเทศ CAT จึงพยายามสนับสนุนกิจกรรมที่ช่วยให้เกิดนักพัฒนารุ่นใหม่มากขึ้นโดยเฉพาะทางด้านสมองกลฝังตัว เพื่อเพิ่มโอกาสให้เยาวชนได้สร้างสรรค์เทคโนโลยีสำหรับใช้งานในประเทศไทย เป็นการลดการพึ่งพาเทคโนโลยีจากต่างชาติช่วยให้เงินไม่ต้องไหลออกนอกประเทศ และยังมองถึงช่องทางต่อยอดให้ผลงานเหล่านี้ได้ขยายผลในเชิงพาณิชย์ทั้งไทยและประเทศอื่นๆ ที่มีความต้องการใช้งานต่อไป”

‘เจ้าฟ้าหญิงจุฬาภรณ์’ ทรงปาฐกถาพิเศษ ‘การได้รับสารหนูกับการเกิดโรคมะเร็ง’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/311141

‘เจ้าฟ้าหญิงจุฬาภรณ์’ ทรงปาฐกถาพิเศษ  ‘การได้รับสารหนูกับการเกิดโรคมะเร็ง’

‘เจ้าฟ้าหญิงจุฬาภรณ์’ ทรงปาฐกถาพิเศษ ‘การได้รับสารหนูกับการเกิดโรคมะเร็ง’

วันพุธ ที่ 27 ธันวาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี ทรงปาฐกถาหัวข้อ “การได้รับสารหนูกับการเกิดโรคมะเร็ง”

สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์อัครราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินเป็นประธานเปิดการประชุมวิชาการนานาชาติเฉลิมพระเกียรติ ภายใต้แนวคิด “INNOVATION IN CANCER RESEARCH AND CARD” หรือนวัตกรรมด้านการวิจัยและรักษาโรคมะเร็ง ซึ่งราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์จัดขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติในโอกาสทรงเจริญพระชนมายุ5 รอบ 4 กรกฎาคม 2560 พร้อมทรงปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ “การได้รับสารหนูกับการเกิดโรคมะเร็ง โดยมี ศาสตราจารย์ นายแพทย์นิธิ มหานนท์ เลขาธิการราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ คณะผู้บริหารสถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ และคณะผู้บริหารสถาบันบัณฑิตศึกษาจุฬาภรณ์ เสด็จ ณ อาคารศูนย์ประชุม สถาบันวิจัยจุฬาภรณ์

ในโอกาสนี้ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี ทรงปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ “การได้รับสารหนูกับการเกิดโรคมะเร็ง” มีความว่า “การต่อสู้กับมะเร็ง จะไม่มีทางสำเร็จถ้าไม่มีเรื่องของการป้องกันเป็นหลัก การป้องกันนั้นจำเป็นต้องใช้ 2 วิธี คือ การหาสารมะเร็ง และการเข้าใจการทำงานของสารนั้น โดยในช่วงก่อนและแรกเกิดเป็นช่วงที่มีความเสี่ยงสูงสุดเนื่องจากอวัยวะต่างๆ กำลังได้รับการพัฒนา หากเกิดความเสียหายต่อ DNA อาจทำให้เกิดมะเร็งได้ในที่สุด ทั้งนี้ สารหนู เป็นสารก่อมะเร็งชนิดหนึ่ง ซึ่งประชากรกลุ่มเสี่ยงต่อการปนเปื้อนของสารหนูในน้ำดื่มมีมากกว่า 200 ล้านคนทั่วโลก เช่นใน บังกลาเทศ อินเดีย เวียดนาม จีน และอเมริกา โดยการได้รับสารหนูเป็นเวลานานในระดับสูงกว่า 500 ไมโครกรัม/ลิตร อาจทำให้มีผู้เสียชีวิตได้ถึง 1 ใน 10 โดยการได้รับสารหนูอาจก่อให้เกิดโรคต่างๆ เช่น โรคเบาหวาน โรคหลอดเลือดและหัวใจโรคระบบทางเดินอาหาร และระบบประสาท

นอกจากนี้ อาจทำให้ทารกแรกเกิดมีน้ำหนักน้อยเสี่ยงติดเชื้อในปอด และเป็นโรคปอดอื่นๆ รวมถึงการทำงานของปอดลดลง โดยสารหนูมีกระบวนการในการทำงานคือ การเปลี่ยนแปลงในระดับเอพิจีเนติก รวมถึงการอักเสบที่เพิ่มขึ้น ยกตัวอย่างเช่น ใน อำเภอร่อนพิบูลย์ จังหวัดนครศรีธรรมราช ที่เด็กจำนวนมากได้รับสารหนูจากการทำเหมืองดีบุก แสดงให้เห็นว่าในเด็กที่ได้รับสารหนู มีการเปลี่ยนแปลงการแสดงออกของยีนถึง 447 ชนิด โดยในที่สุดความเสียหายของ DNA นั้นอาจจะมาซึ่งการก่อเกิดมะเร็งได้”

จากนั้น เสด็จทอดพระเนตร “นิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ 60 พรรษา” การทรงงานเพื่อสานต่อพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร โดยได้ทรงอุทิศพระวรกายปฏิบัติพระกรณียกิจด้วยพระวิริยอุตสาหะ เพื่อพสกนิกรชาวไทยจนเป็นที่ประจักษ์ทั้งในและต่างประเทศ ทรงได้รับการถวายพระสมัญญา “เจ้าฟ้านักวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี” ทรงให้ความสำคัญด้านการค้นคว้าวิจัยโรคมะเร็งมาเป็นเวลานาน โดยทรงวางรากฐานการดำเนินงานด้านโรคมะเร็ง ทรงจัดตั้งสถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ เพื่อหาสารเคมีที่มีคุณสมบัติฆ่าเซลล์มะเร็ง และโรงพยาบาลจุฬาภรณ์ เพื่อเป็นโรงพยาบาลเฉพาะทาง ที่เน้นการวิจัยเพื่อสร้างองค์ความรู้ใหม่ในการรักษาโรคมะเร็ง และทรงก่อตั้งราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ให้เป็นสถาบันการศึกษาวิจัย และพัฒนาแพทย์ชั้นนำ ประกอบด้วย วิทยาลัยวิทยาศาสตร์การแพทย์เจ้าฟ้าจุฬาภรณ์ และสถาบันบัณฑิตศึกษาจุฬาภรณ์ เพื่อพัฒนาและถ่ายทอดองค์ความรู้ที่ทันสมัย โดยมีโรงพยาบาลจุฬาภรณ์เป็นหน่วยงานในกำกับ เพื่อให้บริการทางการแพทย์ และสนับสนุนการวิจัยและการศึกษาในหลักสูตรต่างๆ ของวิทยาลัย ก่อนเสด็จกลับฯ

ศาสตราจารย์นายแพทย์ นิธิ มหานนท์ เลขาธิการราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ กล่าวว่า โครงการประชุมวิชาการนานาชาติจัดขึ้นเป็นครั้งแรก ภายใต้แนวคิด “INNOVATION IN CANCER RESEARCH AND CARE” หรือ นวัตกรรมด้านการวิจัยและรักษาโรคมะเร็ง เพื่อเผยแพร่พระปรีชาสามารถในด้านวิทยาศาสตร์ และการแพทย์ขององค์ประธานสภาราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ และมุ่งหวังให้การประชุมครั้งนี้ เป็นเวทีแลกเปลี่ยนความรู้ ประสบการณ์ และข้อมูลทางวิชาการ ในการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีต่างๆ ในการค้นคว้าวิจัย การตรวจวินิจฉัย และการรักษาโรคมะเร็ง เพื่อบูรณาการองค์ความรู้สู่การพัฒนาวิชาชีพและประโยชน์ของการพัฒนางานด้านวิชาวิทยาศาสตร์การแพทย์ให้กับประเทศไทยต่อไป โดยการประชุมวิชาการนานาชาติเฉลิมพระเกียรติในครั้งนี้ มีผู้เชี่ยวชาญหลากหลายสาขาในสถาบัน และมหาวิทยาลัยชั้นนำระดับโลกเข้าร่วมบรรยายในหัวข้อต่างๆ ของความก้าวหน้าในด้านการศึกษาค้นคว้าวิจัย และการดูแลรักษาโรคมะเร็ง อาทิ สหรัฐอเมริกา, เยอรมนี, เนเธอร์แลนด์, อังกฤษ และออสเตรีย ร่วมด้วยผู้เชี่ยวชาญจากสถาบันการศึกษาชั้นนำในประเทศไทย อาทิ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาลมหาวิทยาลัยมหิดล คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล เป็นต้น

เสด็จทอดพระเนตร “นิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ 60 พรรษา”

เสด็จทอดพระเนตร “นิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ 60 พรรษา”
นิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ 60 พรรษา

นิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ 60 พรรษา

พัฒนาอาชีพมัคคุเทศก์ไทยรองรับการท่องเที่ยว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/311132

พัฒนาอาชีพมัคคุเทศก์ไทยรองรับการท่องเที่ยว

พัฒนาอาชีพมัคคุเทศก์ไทยรองรับการท่องเที่ยว

วันพุธ ที่ 27 ธันวาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

สถาบันคุณวุฒิวิชาชีพผนึกสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สมาคมมัคคุเทศก์และสมาคมโรงแรมไทย เตรียมหาแนวทางพัฒนาระบบคุณวุฒิวิชาชีพในอาชีพมัคคุเทศก์ ท่องเที่ยวและโรงแรม ตอบรับนโยบายรัฐที่มุ่งผลักดันไทยเป็นฮับด้านการท่องเที่ยวในภูมิภาคอาเซียน

จุลลดา มีจุล ผู้อำนวยการสำนักผู้อำนวยการ สถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ (องค์การมหาชน) หรือ สคช. เปิดเผยภายหลังเป็นประธานในการประชุมร่วมกับ สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สมาคมมัคคุเทศก์ และสมาคมโรงแรมไทย เพื่อหารือแนวทางในการขับเคลื่อนมาตรฐานอาชีพและคุณวุฒิวิชาชีพให้กับสาขาวิชาชีพที่จะสนับสนุนธุรกิจการท่องเที่ยวไทยให้มีความเข้มแข็งเพื่อเตรียมความพร้อมในการเป็นฮับท่องเที่ยวในภูมิภาคอาเซียน   โดยสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ ซึ่งเป็นหน่วยงานที่ขึ้นตรงกับนายกรัฐมนตรี มีบทบาทหน้าที่ในการดำเนินงานด้านการพัฒนากำลังคนในมิติที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นการส่งเสริมให้มีการจัดทำมาตรฐานอาชีพในสาขาวิชาชีพต่างๆ ที่สอดคล้องตามนโยบาย Thailand 4.0 และได้ตระหนักดีว่า อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวทำรายได้ให้แก่ประเทศ ดังนั้นไม่เพียงแต่จะให้การสนับสนุนอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวเท่านั้น แต่ยังจะส่งเสริมให้ทุกอาชีพที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวได้รับการยกระดับ มีความก้าวหน้า และมั่นคงในวิชาชีพอีกด้วย

ชาติ จันทนประยูร นายกสมาคมมัคคุเทศก์ กล่าวว่าอาชีพมัคคุเทศก์ซึ่งมีความใกล้ชิดที่สุดกับนักท่องเที่ยว ควรที่จะได้รับการยกระดับ และกำหนดทิศทางการเติบโตในสายงาน เพื่อความเจริญก้าวหน้า และมีความมั่นคง ที่สำคัญการที่สถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ เป็นหน่วยงานของรัฐ
ภายใต้การกำกับดูแลของนายกรัฐมนตรี จะเข้ามาให้การรับรองคุณวุฒิวิชาชีพให้แก่อาชีพที่เกี่ยวข้องในธุรกิจการท่องเที่ยว จึงเป็นนิมิตหมายที่ดี และทางสมาคมก็พร้อมที่จะให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่

ที่จะเป็นหน่วยประเมินสมรรถนะให้กับมัคคุเทศก์ และพร้อมที่จะเป็นสถาบันในการจัดอบรมมัคคุเทศก์ใหม่ให้มีความเป็นมืออาชีพ ตลอดจนส่งเสริมให้มัคคุเทศก์มืออาชีพพัฒนาตนเองเป็นผู้อบรมอาวุโส ที่จะถ่ายทอดความรู้ เทคนิคการให้บริการอย่างมืออาชีพให้กับมัคคุเทศก์รุ่นใหม่ อันจะทำอาชีพนี้ได้รับการย่องย่องเชิดชูว่า เป็นอาชีพที่มีเกียรติ มีความก้าวหน้า และมั่นคง

ส่วน อารดา หรูสกุล ผู้ก่อตั้งบริษัทท่องเที่ยว บริษัท แดร์ ทู ดรีมทราเวิล เมท จำกัด ผู้คร่ำหวอดในวงการมัคคุเทศก์มากว่า 2 ทศวรรษ กล่าวว่า อาชีพมัคคุเทศก์ เป็นอาชีพที่เปรียบเสมือนทูตการท่องเที่ยว แต่กลับเป็นอาชีพที่ถูกมองว่าไม่มั่นคง รายได้น้อย ไม่มีเกียรติ คนที่ประกอบอาชีพนี้ส่วนใหญ่มาจากแรงบันดาลใจส่วนตัวที่รักการเดินทางมีความอิสระ แต่เมื่อยึดเป็นอาชีพ กลับขาดโอกาสด้านสวัสดิการหลายๆ อย่างดังที่อาชีพอื่นๆ ได้รับ  อาทิ สิทธิ์ในการได้รับประกันสังคม หรือโอกาสในการได้รับการพิจารณาสินเชื่ออสังหาริมทรัพย์จากสถาบันการเงิน  สิ่งที่น่าเป็นห่วงสำหรับอาชีพมัคคุเทศก์ในปัจจุบัน คือ ความเป็นมืออาชีพที่มีคุณภาพอย่างแท้จริง มัคคุเทศก์รุ่นเก่าจะมีความอดทน  มีใจรักบริการ ใฝ่หาข้อมูล ถ่ายทอดความรู้เกี่ยวกับสถานที่ท่องเที่ยวให้นักท่องเที่ยวฟังอย่างฉะฉาน แม่นยำ และสนุกสนาน แต่ปัจจุบัน เด็กจบใหม่แม้ว่าจะจบด้านการท่องเที่ยว ไม่ได้มีความอดทนมากพอ หรือทำการบ้านมากพอที่จะให้ข้อมูลสถานที่ท่องเที่ยวได้ เอเจนซี่ส่วนใหญ่จึงมักจะเลือกใช้มัคคุเทศก์ที่มีประสบการณ์มากกว่าเด็กจบใหม่ ดังนั้น หากประเทศเราจะเป็นศูนย์การการท่องเที่ยวเพื่อรองรับอัตรานักท่องเที่ยวที่เพิ่มมากขึ้น จึงต้องพัฒนาตนเองอยู่ตลอดเวลา

จุลลดา มีจุล ผอ.สำนักผู้อำนวยการ สถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ

จุลลดา มีจุล ผอ.สำนักผู้อำนวยการ สถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ

สวยรับเทศกาลปีใหม่ 2018

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/311130

สวยรับเทศกาลปีใหม่ 2018

สวยรับเทศกาลปีใหม่ 2018

วันพุธ ที่ 27 ธันวาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.
St.James & Trend เอาใจสาวๆ ร่วมมอบของขวัญต้อนรับเทศกาลปีใหม่จัดโปรโมชั่นพิเศษ โดยมอบส่วนลด 30-80% ทั้งกระเป๋าและรองเท้า ทุกคอลเลคชั่นทุกโชว์รูม St.James ทั่วประเทศไทย งานนี้พลาดไม่ได้เลยจริงๆ