“วัฒนา” โล่งศาลฎีกานักการเมือง สั่งประกัน 5 ล้าน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/325223

“วัฒนา” โล่งศาลฎีกานักการเมือง สั่งประกัน 5 ล้าน

วัฒนา เมืองสุข,บ้านเอื้ออาทร,ทุจริต,เปิดข้อหา,อสส,พรบความผิดองค์กรรัฐฯ,เสี่ยเปี๋ยง

เปิดข้อหา “อสส.” ฟ้องทุจริตบ้านเอื้ออาทรชุดแรก 9 ราย “ไก่ วัฒนา”เจอ148,157 “เสี่ยเปี๋ยง-ลูกน้อง-บ.ก่อสร้าง” เจอผิดสนับสนุน– พ.ร.บ.ความผิดองค์กรรัฐฯ

9 พ.ค.61 – เมื่อเวลา 11.30 น. คณะทำงานอัยการคดีปราบปรามทุจริต ได้นำตัว “นายวัฒนา เมืองสุข” อายุ 60 ปี อดีต รมว.การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ยุครัฐบาลทักษิณ 2 กับพวกซึ่งเป็นเอกชน และคำฟ้องคดีโครงการบ้านเอื้ออาทรของการเคหะแห่งชาติ ที่ลงนามโดย “นายเข็มชัย ชุติวงศ์” อัยการสูงสุด พร้อมสำนวนไต่สวนของ ป.ป.ช. และเอกสารหลักฐานจำนวน 6 ลังใหญ่ ใส่รถเข็น ไปยื่นฟ้อง ต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองเป็นชุดแรก 9 ราย จากผู้ถูกกล่าวหาทั้งหมดที่ให้ฟ้อง 19 ราย

สำหรับผู้ถูกกล่าวหา ที่อัยการสูงสุดยื่นฟ้องเป็นจำเลยที่ 1-9 ในวันนี้ ประกอบด้วย 1.นายวัฒนา เมืองสุข 2.นายมานะ วงศ์พิวัฒน์ อดีตกรรมการการเคหะแห่งชาติ (กคช.) และอดีตประธานอนุกรรมการพิจารณากลั่นกรองโครงการระหว่างวันที่ 9 ก.ย.48 – 19 ก.ย.49 3.นายพรพรหม วงศ์พิวัฒน์ อดีตผอ.ฝ่ายการเงิน บริษัท ปริญสิริ จำกัด (มหาชน) ประกอบธุรกิจก่อสร้างที่พักอาศัย 4.นายอภิชาติหรือเสี่ยเปี๋ยง จันทร์สกุลพร นักธุรกิจค้าข้าวรายใหญ่ 5.น.ส.รัตนา แซ่เฮ้ง ลูกน้องคนสนิทเสี่ยเปี๋ยง 6.น.ส.กรองทอง วงศ์แก้ว พนักงาน บจก.เพรซิเดนท์อะกริ เทรดดิ้ง จำกัด 7.น.ส.รุ่งเรือง ขุนปัญญา พนักงาน บจก.เพรซิเดนท์ฯ 8.บริษัท เพรซิเดนท์ อะกริ เทรดดิ้ง จำกัด โดยนายปกรณ์ อัศวีนารักษ์ กรรมการผู้มีอำนาจกระทำการแทน 9.บริษัท ซิลเวอร์ อินเตอร์ กรุ๊ป จำกัด (เดิมชื่อ บริษัท ไทย เฉน หยู อินเตอร์เนชั่นแนลคอนสตรัคชั่น ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด) โดยนางพิมพ์วรา รัชต์ธนโรจน์ กรรมการผู้มีอำนาจกระทำการแทน เป็นจำเลยที่ 1-9 ซึ่งศาลฎีกาฯ รับเป็นคดีหมายเลขดำ อม.42/2561 โดยนัดฟังคำสั่งในวันที่ 6 มิ.ย.นี้ เวลา 10.00 น.

 

ส่วนนายอภิชาตหรือเสี่ยเปี๋ยง และ น.ส.รัตนา ลูกน้องคนสนิทเสี่ยเปี๋ยง ปัจจุบันถูกจำคุกในคดีร่วมทุจริตระบายข้าวจีทูจี

 

"วัฒนา" โล่งศาลฎีกานักการเมือง สั่งประกัน 5 ล้าน

 

ขณะที่นายมานะ , น.ส.กรองทอง และ น.ส.รุ่งเรือง ยังไม่มาพบอัยการในวันนี้

ส่วน “คำฟ้องของอัยการสูงสุด” ได้ระบุข้อหาจำเลยทั้ง 9 ดังนี้

 

“นายวัฒนา” อดีต รมว.พม.จำเลยที่ 1 ฐานเป็นเจ้าพนักงานใช้อำนาจในตำแหน่งโดยมิชอบ ข่มขืนใจหรือจูงใจเพื่อให้บุคคลใดมอบให้หรือหามาให้ซึ่งทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดแก่ตนเองหรือผู้อื่น ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 148 ระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 5-20 ปี หรือจำคุกตลอดชีวิต และปรับตั้งแต่ 100,000 – 400,000 บาท หรือประหารชีวิต และเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ม.157 ระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 1 – 10 ปีหรือปรับตั้งแต่ 20,000 – 200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับประกอบ ม.83, 91

 

“นายมานะ” อดีตกรรมการ กคช. จำเลยที่ 2 ฐานเป็นพนักงานเรียก รับ หรือยอมจะรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดสำหรับตนเองหรือผู้อื่นโดยมิชอบ เพื่อให้กระทำการหรือไม่กระทำการอย่างใดในตำแหน่งไม่ว่าการนั้นจะชอบหรือมิชอบด้วยหน้าที่ โดยเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใดหรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ พ.ศ.2502 มาตรา 6,11 และเป็นผู้สนับสนุนนายวัฒนา ตาม ม.148 ประกอบ ม.83, 86, 91ใช้อำนาจในตำแหน่งโดยมิชอบ ข่มขืนใจหรือจูงใจเพื่อให้บุคคลใดมอบให้หรือหามาให้ซึ่งทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใด แก่ตนเองหรือผู้อื่น

 

"วัฒนา" โล่งศาลฎีกานักการเมือง สั่งประกัน 5 ล้าน

 

“นายพรพรหม” อดีตผอ.ฝ่ายการเงิน บริษัท ปริญสิริฯ จำเลยที่ 3 , “นายอภิชาติหรือเสี่ยเปี๋ยง” จำเลยที่ 4 , “น.ส.รัตนา” ลูกน้องคนสนิทเสี่ยเปี๋ยง จำเลยที่ 5 , “น.ส.กรองทอง” พนักงาน บจก.เพรซิเดนท์ จำเลยที่ 6
, “น.ส.รุ่งเรือง” พนักงาน บจก.เพรซิเดนท์ฯ

จำเลยที่ 7,  “บริษัท เพรซิเด้น อะกริเทรดดิ้ง จำกัด” จำเลยที่ 8 ซึ่งเป็นบริษัทประกอบกิจการสีข้าวที่เสี่ยเปี๋ยงเป็นประธานกรรมการ , “บริษัท ซิลเวอร์ อินเตอร์ กรุ๊ป จำกัด” (เดิมชื่อ บริษัท ไทย เฉนหยู อินเตอร์เนชั่นแนลคอนสตรัคชั่น ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด) จำเลยที่ 9 เป็นผู้สนับสนุนนายวัฒนา ซึ่งเป็นเจ้าพนักงานใช้อำนาจในตำแหน่งโดยมิชอบ ข่มขืนใจหรือจูงใจเพื่อให้บุคคลใดมอบให้หรือหามาให้ซึ่งทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดแก่ตนเองหรือผู้อื่น ตาม ม.148, 86, 91 และสนับสนุนนายมานะ ซึ่งเป็นพนักงานเรียก รับ หรือยอมจะรับทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดสำหรับตนเองหรือผู้อื่นโดยมิชอบ เพื่อให้กระทำการหรือไม่กระทำการอย่างใดในตำแหน่งไม่ว่าการนั้นจะชอบหรือมิชอบด้วยหน้าที่ ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2502 ม.6

 

อย่างไรก็ดีคดีนี้ “นายเข็มชัย ชุติวงศ์” อัยการสูงสุด มีคำสั่งชี้ขาดให้ฟ้องผู้ที่กระทำผิดในการดำเนินโครงการบ้านเอื้ออาทรของการเคหะแห่งชาติ รวม 19 ราย

 

"วัฒนา" โล่งศาลฎีกานักการเมือง สั่งประกัน 5 ล้าน

 

โดยกรณีดังกล่าวสืบเนื่องจากเมื่อปี 2551 คณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ (คตส.) ได้ส่งสำนวนการตรวจสอบไต่สวนการกระทำกรณีกล่าวหา “นายวัฒนา” อดีต พม. กับพวกซึ่งเป็นเอกชนว่ากระทำความผิดฐานทุจริตต่อหน้าที่ หรือกระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ เกี่ยวกับการจัดซื้อจัดจ้างเอกชนโดยการเคหะแห่งชาติ เป็นเหตุให้เกิดความเสียหายแก่ทางราชการ ตามหมายเลขดำที่ 07-3-079/2551 มายังอัยการสูงสุดในยุคที่นายชัยเกษม นิติสิริ ดำรงตำแหน่ง เพื่อพิจารณาดำเนินคดี

 

ต่อมา ป.ป.ช.ได้ส่งรายงานที่เกี่ยวข้องกับคดีดังกล่าว ให้รวมพิจารณากับสำนวนของ คตส. ที่ได้รับไว้แล้ว ซึ่งครั้งแรกอัยการสูงสุดพิจารณาแล้วให้แจ้งข้อไม่สมบูรณ์ให้สอบสวนเพิ่มเติมพร้อมตั้งคณะทำงานร่วมระหว่างผู้แทนฝ่ายอัยการสูงสุดกับผู้แทนฝ่ายคณะกรรมการ ป.ป.ช.ให้รวบรวมพยานหลักฐานให้สมบูรณ์เพื่อหาข้อยุติในการดำเนินคดี กระทั่งปี 2560 สรุปผลเสนออัยการสูงสุด ซึ่งระหว่างปี 2560-2561 “นายเข็มชัย” อัยการสูงสุด พิจารณาแล้วเห็นว่าคดีมีมูลพอฟ้องผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 19 รายในคดีนี้ได้ จึงมีคำสั่งรับดำเนินคดี โดยดำเนินการฟ้องตามฐานความผิดดังนี้

 

กลุ่ม 1 “นายวัฒนา” อดีต รมว.พม. ฐานเป็นเจ้าพนักงานใช้อำนาจในตำแหน่งโดยมิชอบ ข่มขืนใจหรือจูงใจเพื่อให้บุคคลใดมอบให้หรือหามาให้ซึ่งทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดแก่ตนเองหรือผู้อื่น ตาม ม.148 และเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ตาม ม.157 ประกอบ ม.83, 91

 

กลุ่ม 2 “นายมานะ”อดีตกรรมการ กคช.ฐานเป็นพนักงานเรียก รับ หรือยอมจะรับทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดสำหรับตนเองหรือผู้อื่นโดยมิชอบ เพื่อให้กระทำการหรือไม่กระทำการอย่างใดในตำแหน่งไม่ว่าการนั้นจะชอบหรือ มิชอบด้วยหน้าที่ เป็นพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริตและเป็นผู้สนับสนุนนายวัฒนาฯ เจ้าพนักงานใช้อำนาจในตำแหน่งโดยมิชอบ ข่มขืนใจหรือจูงใจเพื่อให้บุคคลใดมอบให้หรือหามาให้ซึ่งทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดแก่ตนเองหรือผู้อื่นตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2502 มาตรา 6, 11 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 148, 83, 86, 91

 

กลุ่ม 3 รวม 17 คนประกอบด้วย 1.นายพรพรหม อดีต ผอ.ฝ่ายการเงิน บริษัท ปริญสิริฯ 2.นายอริสมันต์ พงษ์เรืองรอง หรือกี้ร์ อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคไทยรักไทย 3.นายอภิชาติ หรือเสี่ยเปี๋ยง นักธุรกิจค้าข้าวรายใหญ่ 4.น.ส.รัตนา ลูกน้องคนสนิทเสี่ยเปี๋ยง 5.น.ส.กรองทอง พนักงาน บจก.เพรซิเดนท์ฯ 6.น.ส.รุ่งเรือง พนักงาน บจก.เพรซิเดนท์ฯ 7.บริษัท เพรซิเดนท์ฯ ประกอบกิจการสีข้าวที่เสี่ยเปี๋ยงเป็นประธานกรรมการ 8.บริษัท พาสทิญ่า ไทย จำกัด ประกอบกิจการก่อสร้างที่พักอาศัย ผู้รับเหมาโครงการบ้านเอื้ออาทร 9.นายซาร์นน บินยาขอบ 10.นายโมฮ์ด ฮานาเปียร์ บิน อับดุล อาซิล 11.นายอาฮ์มัด บิน ฮารอน 12.นายศักดิ์สิทธิ์หรือเดชวรกุล อลังการกุล 13.บริษัท นามแฟทท์คอนสตรัคชั่น (ประเทศไทย) จำกัด ประกอบกิจการก่อสร้างอาคารที่ไม่ใช่ที่พักอาศัย 14.นายลาว ซี ฮุง 15.บริษัท ไทย เฉนหยู อินเตอร์เนชั่นแนลคอนสตรัคชั่นดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด 16.บริษัท พรินซิพเทคไทย จำกัด ประกอบกิจการรับเหมาก่อสร้าง 17.น.ส.สุภาวิดา คงสุข กรรมการและผู้มีอำนาจทำการแทน บจก.ไทยเฉนหยู

 

ฐานสนับสนุนนายวัฒนา ซึ่งเป็นเจ้าพนักงานใช้อำนาจในตำแหน่งโดยมิชอบ ข่มขืนใจหรือจูงใจเพื่อให้บุคคลใดมอบให้หรือหามาให้ซึ่งทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดแก่ตนเองหรือผู้อื่น ตาม ม.148 ประกอบ ม.86, 91 และสนับสนุนนายมานะ ซึ่งเป็นพนักงานเรียก รับ หรือยอมจะรับทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดสำหรับตนเองหรือผู้อื่นโดยมิชอบ เพื่อให้กระทำการหรือไม่กระทำการอย่างใดในตำแหน่งไม่ว่าการนั้นจะชอบหรือมิชอบด้วยหน้าที่ ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การรัฐฯ ม.6

 

ศาลให้ประกัน “วัฒนา” 5 ล้าน คดีบ้านเอื้ออาทร นัดฟังคำสั่ง 6 มิ.ย.นี้ อัยการเตือน 3 ผู้ถูกกล่าวหาไม่มาตามนัดเสี่ยงหมายจับ เผย “อริสมันต์” ร้องขอความเป็นธรรมประวิงคดี

 

ต่อมาที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ถ.แจ้งวัฒนะ เวลา 14.30 น. ภายหลังศาลพิจารณาคำร้องขอปล่อยชั่วคราวพร้อมหลักทรัพย์ของนายวัฒนา จำเลยที่ 1 และนายพรพรหม จำเลยที่ 3 แล้ว อนุญาตให้ทั้งสองประกันตัวไปโดยตีราคาประกันนายวัฒนา 5 ล้านบาท และนายพรพรหม 3 ล้านบาท พร้อมกำหนดเงื่อนไขห้ามเดินทางออกนอกประเทศเว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากศาล ส่วน บจก.เพรซิเดนท์ฯ จำเลยที่ 8 และ บจก.ซิลเวอร์ อินเตอร์ กรุ๊ป จำเลยที่ 9 นั้น เป็นการยื่นฟ้องนิติบุคคลที่เป็นบริษัท ดังนั้นทั้งสองจึงไม่ต้องยื่นหลักทรัพย์ประกัน

 

ส่วนที่ศาลฎีกาฯ นัดฟังคำสั่งในวันที่ 6 มิ.ย.นี้ เวลา 10.00 น. เป็นการนัดให้อัยการโจทก์ฟังผลการประทับฟ้อง โดยที่ในวันดังกล่าวตัวจำเลยยังไม่ต้องเดินทางมาศาล ซึ่งหากวันดังกล่าวศาลฎีกาฯ มีคำสั่งให้ประทับฟ้องของอัยการไว้พิจารณาพิพากษาแล้ว ก็จะกำหนดวันนัดพิจารณาครั้งแรกเพื่อสอบคำให้การจำเลยต่อไป โดยในวันนั้นจำเลยที่ถูกฟ้องจะต้องมาปรากฏตัวต่อศาลเป็นครั้งแรก และหลังจากที่ศาลมีคำสั่งประทับฟ้องเป็นทางการแล้ว ประธานศาลฎีกาก็จะกำหนดวันนัดประชุมใหญ่ศาลฎีกา ผู้พิพากษาศาลฎีกาที่ขณะนี้มีทั้งหมด 176 คน เพื่อลงคะแนนลับเลือกผู้พิพากษาและผู้พิพากษาอาวุโสระดับชั้นตั้งแต่ศาลฎีกาขึ้นไป 9 คน เป็นองค์คณะรับผิดชอบคดีนี้ต่อไป

 

“นายโกศลวัฒน์ อินทุจันทร์ยง” รองโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด กล่าวถึงผู้ถูกกล่าวหาที่เหลือว่า สำหรับผู้ถูกกล่าวหา 3 ราย ที่ไม่มาพบอัยการในวันนี้ (นายมานะ จำเลยที่ 2, น.ส.กรองทอง จำเลยที่ 6 และ น.ส.รุ่งเรือง จำเลยที่ 7) อัยการมองว่ามีการประวิงเวลา เราจะดำเนินการตามขั้นตอน คือเมื่อฟ้องแล้วศาลฎีกาฯ ก็จะแจ้งหมายให้จำเลยทราบ แต่หากจำเลยยังไม่มาก็จะมีกระบวนการตามกฎหมาย ซึ่งอาจถึงขั้นออกหมายจับ อย่างไรก็ดี ตามที่ศาลนัดฟังคำสั่งวันที่ 6 มิ.ย.นี้ ก็ต้องรอดูผลว่าศาลจะมีคำสั่งอย่างไร ส่วนผู้ถูกกล่าวหาอีก 10 ราย ที่ยังไม่ได้ประสานนัดตัวมาฟ้องในวันนี้ ยังติดปัญหาเรื่องการส่งหมาย และผู้ถูกกล่าวหาบางรายได้เดินทางออกนอกประเทศ ซึ่งคาดว่าจะใช้ระยะเวลาไม่เกิน 1 เดือนกว่า จะได้ตัวผู้ถูกกล่าวหามาฟ้องอีก 1 ชุด เมื่อถึงตอนนั้นจะได้ขอรวมการพิจารณา

 

เมื่อถามว่าคดีนี้มีผู้ถูกกล่าวหารายใดยื่นหนังสือร้องขอความเป็นธรรมต่ออัยการสูงสุดเข้ามาในระหว่างนี้หรือไม่ “นายโกศลวัฒน์” กล่าวว่า มีนายอริสมันต์ พงษ์เรืองรอง ผู้ถูกกล่าวหากรณีสนับสนุนนายวัฒนา ได้ยื่นหนังสือร้องขอความเป็นธรรมเข้ามา แต่อัยการพิจารณาดูแล้วเป็นเรื่องของการประวิงคดี ซึ่งทุกคนย่อมมีสิทธิที่จะร้องขอความเป็นธรรมเข้ามาได้ อัยการก็จะพิจารณาด้วยเหตุผลที่สมควรหรือไม่สมควร ทุกเรื่องอัยการมีคำตอบให้ได้ ทั้งนี้ ที่ไม่ปรากฏชื่อการสั่งฟ้องนางชวนพิศ ฉายเหมือนวงศ์ อดีตผู้ว่าการเคหะแห่งชาติ ที่เคยตกเป็นผู้ถูกร้องที่ 2 ในสำนวน เนื่องจากทาง ป.ป.ช. ไม่ได้ส่งสำนวนที่มีชื่อนางชวนพิศเข้ามา อัยการจึงไม่มีประเด็นที่จะพิจารณาในส่วนนี้

 

"วัฒนา" โล่งศาลฎีกานักการเมือง สั่งประกัน 5 ล้าน

 

ทั้งนี้ “นายวัฒนา” ให้สัมภาษณ์ภายหลังได้รับการประกันตัวว่า ศาลตีราคาประกันตน 5 ล้านบาท ซึ่งตนเห็นว่ามูลค่าหลักทรัพย์ที่ศาลกำหนดน้อยกว่าคดีอื่นๆ ของศาลฎีกาฯ ก็ถือว่าเป็นที่น่าพอใจ สำหรับจำเลยอื่นศาลตีราคาประกันคนละ 3 ล้านบาท ส่วนวันที่ตนจะต้องขึ้นศาลครั้งแรกอีกเมื่อไหร่ยังไม่ทราบ ต้องรอติดตามจากอัยการ ตนพร้อมที่จะนำหลักฐานมาพิสูจน์ความบริสุทธิ์ ขณะนี้ยังไม่เห็นรายละเอียดในคำฟ้องว่ามีประเด็นอะไรบ้าง จึงยังไม่สามารถตอบได้ว่าจะนำบัญชีพยานขึ้นเบิกความกี่ปาก ทั้งนี้ ส่วนตัวอยากให้คดีมาถึงศาลนานแล้ว เพราะเชื่อมั่นในพยานหลักฐาน และเป็นคดีที่ไม่สลับซับซ้อน ซึ่ง ป.ป.ช.ก็รู้อยู่แล้ว แต่เป้าหมายในการทำคดีก็เพื่อเป็นเครื่องมือทางการเมืองจัดการกับกลุ่มพวกตน เชื่อว่าคดีของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่อนุมัติสั่งจ่ายเงินให้ผู้เสียชีวิตในการชุมนุมเมื่อปี 2553 จะถูก ป.ป.ช.ชี้มูลความผิดให้ฟ้องคดีแน่นอน ขณะที่คดีของฝ่ายตรงข้ามตน หลักฐานมักจะสูญหาย โดนน้ำท่วม ทำให้คดีไม่คืบ อย่างเช่นคดีนาฬิกาหรู 25 เรือน ไม่ทราบว่าไปถึงไหนแล้ว

 

“นายวัฒนา” ยังกล่าวด้วยว่า ดีใจที่ได้ออกมาสนับสนุนกลุ่มคนอยากเลือกตั้ง ให้กำลังใจอย่างเปิดเผยโดยที่ไม่ต้องหลบๆ ซ่อนๆ ไม่เหมือนบางกลุ่มบางพวกที่ดูดกันเห็นๆ แล้วอ้างว่ามีอุดมการณ์ตรงกัน แห่ไปรับกันเป็นการเมืองแต่แถว่าไม่ได้เป็นการเมือง มีปืนมีรถถังแต่พูดจาขี้ขลาด ขอเชิญชวนอย่าลืมไปให้กำลังใจกลุ่มคนอยากเลือกตั้ง.

หนุ่มใจเด็ด!เจตนาทำรถชนเพื่อช่วยชีวิตผู้อื่น

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/326044

หนุ่มใจเด็ด!เจตนาทำรถชนเพื่อช่วยชีวิตผู้อื่น

ต่างประเทศ > ข่าวต่างประเทศ  :  4 ชั่วโมงที่ผ่านมา
พลเมืองดี,เจตนาทำรถชน,ช่วยชีวิตคน

แห่ชื่นชมพลเมืองดียอมให้รถตัวเองโดนชนเพื่อหยุดรถอีกคันหลังคนขับหมดสติ

ชายเกาหลีคนหนึ่งได้รับคำชื่นชมจากตำรวจและหลายฝ่าย เมื่อเขาตัดสินใจแซงรถจอดขวางคันหน้าเพื่อหยุดรถไว้อย่างไม่ลังเล เนื่องจากเห็นคนขับหมดสติ ช่วยป้องกันอุบัติเหตุใหญ่กว่านี้

 

ตำรวจเมืองอินชอนเปิดเผยเมื่อวานนี้ ว่าเหตุการณ์ในคลิปเกิดขึ้นเมื่อเช้าวันเสาร์ที่ผ่านมา บนถนนหลักสายชายฝั่งตะวันตก ซึ่งไม่ใช่เหตุรถชนธรรมดา แต่เป็นการกระทำโดยเจตนาเพื่อหยุดรถคันหนึ่งที่กำลังแล่นไถไปกับราวกลางถนนเนื่องจากคนขับหมดสติอยู่หลังพวงมาลัย

แรงกระแทกไม่ได้รุนแรงนัก คนขับรถทั้งสองคนไม่ได้รับบาดเจ็บ

ฮัน ยอง แทก วัย 46 ปี เจ้าของรถคันที่ยอมให้อีกคันชน เล่าว่า ห่วงรถตัวเองน้อยกว่าตอนที่เห็นรถอีกคันแล่นครูดราวกลางถนนไปข้างหน้าอย่างแปลกประหลาด

สื่อเกาหลีใต้ รายงานว่า คนขับรถซึ่งป่วยเป็นโรคเรื้อรัง และเกิดความเครียดในวันก่อนหน้า หมดสติกะทันหันขณะกำลังขับรถ ปล่อยรถแล่นไปเรื่อยๆด้วยสภาพเช่นนั้น ก่อนที่นายฮันตัดสินใจหยุดรถด้วยวิธีการของเขา

กล่องดำจากรถของคนป่วย แสดงให้เห็นว่า มีรถหลายคันเลือกขับแซงไปโดยไม่หยุดมอง กระทั่ง ฮันใช้รถฮุนไดทัสคานีจอดข้างหน้าให้รถคันมีปัญหาชนให้หยุด

ฮุนได มอเตอร์ กรุ๊ป ผู้ผลิตรถทัสคานี เสนอซ่อมรถให้เขาทันทีโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย

“แก๊ป”ขอโทษพิมพ์แผนที่จีนพลาดมหันต์ขาดไต้หวัน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/326014

“แก๊ป”ขอโทษพิมพ์แผนที่จีนพลาดมหันต์ขาดไต้หวัน

ต่างประเทศ > ข่าวต่างประเทศ  :  16 ชั่วโมงที่ผ่านมา
แก๊ป,ขอโทษจีน,เสื้อยืด,แผนที่จีน,แผนที่จีนไร้ไต้หวัน

ไม่ได้เจตนา!!บริษัทเสื้อผ้ารายใหญ่สหรัฐ ขออภัยความผิดพลาดเสื้อยืดลายแผนที่จีนขาดเกาะไต้หวัน สั่งทำลายทิ้ง

 

จีนซึ่งถือว่าไต้หวันเป็นมณฑลกบฎที่รอเวลาการรวมชาติ ไม่ใช่ประเทศเอกราช เพิ่งย้ำเตือนสายการบิน โรงแรมและบริษัทต่างๆตระหนักในข้อนี้ และมีหนังสือแจ้งให้แก้ไขข้อมูลบนเวบไซต์ของธุรกิจเหล่านั้นให้ถูกต้อง เมื่อเดือนที่ผ่านมา

 

ล่าสุด แก๊ป เสื้อผ้าแฟชั่นยี่ห้อดัง เป็นบริษัทต่างชาติล่าสุดที่พลั้งเผลอละเมิดนโยบายจีนเดียว จนต้องรีบออกมาขอโทษ กรณีวางจำหน่ายเสื้อยืดพิมพ์ภาพแผนที่จีนแบบไม่มีไต้หวัน เกาะเล็กๆทางตะวันออกเฉียงใต้รวมอยู่ด้วย หลังจากภาพสินค้าตัวนี้จากร้านค้าออนไลน์ของบริษัท ถูกนำไปเผยแพร่บนทวิตเตอร์ของ พีเพิลเดลีย์ กระบอกเสียงพรรคคอมมิวนิสต์จีน ขณะโกลบอลไทมส์ รายงานว่าแผนที่บนเสื้อยืด ยังไม่มีทิเบต กับทะเลจีนใต้อีกต่างหาก

ต่อมา มีผู้โพสต์ภาพเสื้อยืดพิมพ์แผนที่จีนแบบไม่ครบ วางขายในร้านสาขาที่แคนาดา และที่สุดก็กลายเป็นประเด็นร้อนแรงในสื่อสังคมออนไลน์จีน ชาวสังคมออนไลน์แดนมังกรเข้าไปร้องเรียนผ่านบัญชีผู้ใช้เวบไซต์เว่ยป๋อของแก๊ป

บริษัทเสื้อผ้าอเมริกัน ได้ออกแถลงการณ์ขอโทษผ่านเว่ยป๋อเมื่อคืนวันจันทร์ ยืนยันว่าบริษัทเสียใจอย่างยิ่งต่อความผิดพลาดโดยไม่เจตนา ขอยืนยันว่าบริษัทเคารพอธิปไตยและบูรณการทางดินแดนของจีน และกำลังตรวจสอบภายในเพื่อแก้ไขความผิดพลาดครั้งนี้โดยเร็วที่สุด บริษัทได้ถอนสินค้าที่มีปัญหาจากตลาดและทำลายทิ้งทั้งหมด และจากนี้ไปจะทุ่มเทตรวจสอบให้มากขึ้นเพื่อป้องกันความผิดพลาดซ้ำในอนาคต

มีรายงานว่าเสื้อยืดแผนที่จีนแบบขาดเกาะไต้หวัน ยังไม่เคยขายในจีน

ด้านโฆษกกระทรวงต่างประเทศจีน กล่าวว่า รับทราบเรื่องแถลงการณ์ขอโทษจากแก๊ป แต่ไม่ได้ระบุว่าทางการจีนจะร้องเรียนไปยังแก๊ปหรือไม่

กรุงเทพติดอันดับ 10 สุดยอดเมืองอาหารอร่อย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/325964

กรุงเทพติดอันดับ 10 สุดยอดเมืองอาหารอร่อย

ต่างประเทศ > ข่าวต่างประเทศ  :  20 ชั่วโมงที่ผ่านมา
กรุงเทพ,อาหารอร่อย,จัดอันดับ

เวบท่องเที่ยวดังจัดกรุงเทพมหานครติดอันดับ 10 เมืองมอบประสบการณ์ด้านอาหารดีที่สุดแก่นักท่องเที่ยว อิตาลีติด 3 เมือง

 

“ทริปแอดไวเซอร์” เวบไซต์ท่องเที่ยวใหญ่ที่สุดในโลก จัดอันดับ 10 เมืองที่เป็นแหล่งอาหารอร่อย และดีที่สุดของโลก ปรากฎว่า กรุงเทพติดด้วยอยู่ในอันดับที่ 10

โดย 10 อันดับเมืองอาหารดีที่สุดในโลก

1. กรุงโรม ประเทศอิตาลี
2. เมืองฟลอเรนซ์ ประเทศอิตาลี

3. กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส
4. บาร์เซโลนา ประเทศสเปน
5. นิว ออร์ลีนส์ สหรัฐอเมริกา
6. นิวยอร์ก ซิตี้   สหรัฐอเมริ
7. เวนิซ ประเทศอิตาลี
8. มาดริด ประเทศสเปน
9. กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น
10.กรุงเทพฯ ประเทศไทย

 

กรุงเทพติดอันดับ 10 สุดยอดเมืองอาหารอร่อย

( ร้านเจ๊ไฝ สตรีทฟู้ด มิเชลิน 1 ดาว ) 

 

เวบไซต์ ระบุว่า การท่องเที่ยวเพื่อสำรวจแหล่งอาหารอร่อยในท้องถิ่น หรือ ฟูด ทัวร์ ไม่ว่าจะเป็นการทำพิซซาในกรุงโรม หรือลิ้มลองทาปาสในกรุงมาดริด เป็นไฮไลท์ของการเดินทางเสมอ และยังเป็นหมวดท่องเที่ยวที่มีอัตราเติบโตสูงที่สุดในแง่การใช้จ่าย

ลอเรล เกรทริกซ์ โฆษกของทริปแอดไวเซอร์ กล่าวว่า ทุกวันนี้ บรรดานักเดินทางสนใจที่จะทำความรู้จักและเข้าใจความเป็นท้องถิ่นที่พวกเขาเดินทางเข้าไปหาประสบการณ์ท่องเที่ยวกันมากขึ่้น จึงเกิดการท่องเที่ยวเพื่อแสวงหาอาหารท้องถิ่นอร่อยๆ หรือแม้กระทั่งการไปเข้าคอร์สเพื่อเรียนทำอาหาร ถือเป็นประสบการณ์ไม่รู้ลืมของบรรดานักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบการเรียนรู้ ส่งผลให้เมื่อจบทริปท่องเที่ยวหนึ่ง ก็จะมีสูตรอาหารของท้องถิ่นนั้นๆหรือร้านอาหารในดวงใจแห่งใหม่ติดมือกลับบ้านเป็นของฝาก

รู้จักกับ”เจเอดี”เบื้องหลังระเบิดฆ่าตัวตายยกครัว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/325936

รู้จักกับ”เจเอดี”เบื้องหลังระเบิดฆ่าตัวตายยกครัว

ต่างประเทศ > ข่าวต่างประเทศ  :  22 ชั่วโมงที่ผ่านมา
เจเอดี,ระเบิดฆ่าตัวตาย,เครือข่ายไอเอส,อินโดนีเซีย,สุราบายา

สัปดาห์นองเลือดอินโดนีเซีย ไล่มาตั้งแต่จลาจลเรือนจำถึงถล่มโบสถ์คริสต์ เบื้องหลังคือเครือข่ายสุดโต่งฝักใฝ่ไอเอสใหญ่ที่สุดแห่งแดนอิเหนา

 

เมืองสุราบายา เมืองใหญ่อันดับสองของอินโดนีเซีย ในจังหวัดชวาตะวันออก กลายเป็นจุดร้อนในชั่วข้ามคืน จากเหตุโจมตีโบสถ์คริสต์ 3 แห่งในเวลาไล่เลี่ยกันในเช้าวันอาทิตย์ที่ผ่านมา เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 14 คน บาดเจ็บอีก 41 คน

 

และต้องอึ้งกันอีกคราเมื่อปรากฎว่ามือระเบิดก่อเหตุนองเลือดในครั้งนี้ เป็นพ่อแม่ลูก 6 คน โดยสองคนเป็นเด็กหญิงที่อายุเพียง 9 ขวบกับ 12 ขวบถูกพามาก่อนเหตุ อีกสองคนเป็นลูกชาย อายุ 16 กับ 19 ปี

ในวันเดียวกัน ยังมีความพยายามระเบิดโบสถ์อีก 2 จุดในสุราบายาแต่สกัดได้ทัน

 

รู้จักกับ"เจเอดี"เบื้องหลังระเบิดฆ่าตัวตายยกครัว

 

ผ่านมาอีกวัน สุราบายาเจอระเบิดฆ่าตัวตายระลอกที่ 4 โดยผู้ก่อเหตุมากันเป็นครอบครัวอีกครั้ง พ่อแม่ลูก 5 คน ขี่และซ้อนรถจักรยานยนต์จุดระเบิดที่ทางเข้าสำนักงานตำรวจ มีเด็กหญิงวัย 8 ขวบในครอบครัวนี้รอดชีวิตคนเดียว

เหตุระเบิดหลายระลอกในสุราบายา ที่หากรวมมือระเบิด 13 คนก็คร่าแล้วถึง 25 ชีวิตในเวลาเพียงสองวัน นับเป็นการก่อการร้ายนองเลือดที่สุดของอินโดนีเซียในรอบ 9 ปี

แต่นี่ยังไม่รวมครอบครัวที่ 3 ที่มีแผนโจมตีเช่นกัน แต่เกิดเหตุระเบิดขึ้นก่อนเวลานำมาใช้ ที่อพาร์ทเมนต์ใกล้เมืองสุราบายา ทำให้คนในครอบครัวเสียชีวิต 3 คน

 

รู้จักกับ"เจเอดี"เบื้องหลังระเบิดฆ่าตัวตายยกครัว

 

และก่อนมาเจอคลื่นระเบิดฆ่าตัวตาย ยังมีอีกเหตุการณ์ที่ถือว่าเป็นการโหมโรงนั่นคือ นักโทษคดีก่อการร้ายในเรือนจำ “มาโก บริม็อบ”ที่ได้ชื่อว่าเป็นเรือนจำมีรปภ.แน่นหนา ในเมืองดีป็อก จ.ชวาตะวันตก ก่อเหตุจลาจลจับผู้คุมเป็นตัวประกัน ก่อนจบด้วยการที่ตำรวจอินโดนีเซียถูกสังหารไปถึง 6 คน

มือระเบิดฆ่าตัวตายกันแบบยกครัวและโจมตีเรือนจำ ล้วนโยงกับเครือข่าย จามาห์ อันชารุต ดอเลาะห์ ( เจเอดี ) ที่สวามิภักดิ์กับกลุ่มก่อการร้ายไอเอส 
แล้วเจเอดี เป็นใคร 

เจเอดี ไม่ใช่กลุ่มใหม่นัก ก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 2558 สร้างชื่อครั้งแรกด้วยการส่งสมาชิก 4 คน กราดยิงและระเบิดฆ่าตัวตายโจมตีชาวต่างชาติและตำรวจกลางกรุงจาการ์ตาเมื่อ 14 ม.ค. 2559 ผลทำให้มีผู้เสียชีวิตรวม 8 คน เป็นคนร้าย 4 คนและพลเรือน 4 คน นั่นเป็นครั้งแรกที่ถือเป็นผลงานเลือดหนแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ของไอเอส ในช่วงที่กำลังผงาดอยู่ในซีเรียและอิรัก และทำท่าจะขยายสาขามาในย่านนี้

กระทรวงต่างประเทศสหรัฐ ขึ้นบัญชีเจเอดี เป็นเครือข่ายก่อการร้ายเมื่อปีที่แล้ว

 

รู้จักกับ"เจเอดี"เบื้องหลังระเบิดฆ่าตัวตายยกครัว

( อามัน อับดูร์เราะห์มาน  ) 

 

สถาบันวิเคราะห์นโยบายความขัดแย้ง ( IPAC ) ในกรุงจาการ์ตา นิยาม “เจเอดี”ว่าเป็นเครือข่ายสาวกไอเอสใหญ่สุดในอินโดนีเซีย ประกอบด้วยลูกศิษย์ของ อามัน อับดูร์เราะห์มาน นักเทศน์เจ้าอุดมการณ์ไอเอสที่ปัจจุบันถูกจำคุกอยู่ระหว่างดำเนินคดีข้อหาบงการโจมตีในจาการ์ตาและที่อื่นๆ กับสาวกของ อาบู บาคาร์ บาซีร์ อิหม่ามอาวุโสที่ก่อตั้งกลุ่ม จามาห์ อันโชรุล ตอฮิด ( เจเอที) โดยแยกออกมาจากกลุ่มเจมาห์ อิสลามิยาห์ หรือ เจไอ ที่คุ้นชื่อกันดี

 

ผู้นำจิตวิญญาณ  อามัน อับดูร์เราะห์มาน

 

เริ่มแรก เจเอดี หรือ “จามาห์ อันชารุต ดอเลาะห์” ใช้เหมือนคำสามัญ หมายถึงพลพรรคทุกคนที่สนับสนุนไอเอส แต่ปัจจุบัน เป็นคำเฉพาะใช้กับกลุ่มที่ก่อตั้งในเมืองมาลัง เมื่อเดือนพฤษภาคม 2558 โดยเลือก อามัน อับดูร์เราะห์มาน  เป็นผู้นำอุดมการณ์

อามัน ซึ่งจบการศึกษาด้านอิสลามและอาหรับศึกษา ถูกมองว่าเป็นผู้นำทางพฤตินัยของสาวกไอเอสทั้งหมดในอินโดนีเซีย เขาไม่เคยไปซีเรีย แต่เกณฑ์คนไปร่วมไอเอส สื่อสารกับบรรดาแกนนำ และเป็นคนแปลสารชวนเชื่อของไอเอสในอินโดนีเซีย

 

รู้จักกับ"เจเอดี"เบื้องหลังระเบิดฆ่าตัวตายยกครัว

 

ในปี 2547อามัน  ถูกตัดสินจำคุก 7 ปี จากแผนแผนก่อการร้ายในเมืองดีป็อก จ.ชวาตะวันตก  แต่ได้รับการปล่อยตัวก่อนกำหนดในปี 2551 เพราะเป็นนักโทษประพฤติดี

หลังได้รับอิสรภาพ 2 ปี  อามันประสานกับบาซีร์ ตั้งค่ายฝึกก่อการร้ายร่วมกัน ที่จ.อาเจะห์ รวบรวมกลุ่มสุุดโต่งหลากหลายมาอยู่ในร่มเงาเดียวกัน และนำไปสู่การถูกตัดสินจำคุกอีกครั้ง 9 ปี

แต่ถึงจะอยู่ในคุก อามัน ถูกกล่าวหาว่ามีส่วนร่วมการโจมตีด้วยระเบิดฆ่าตัวตายหลายครั้งโดยเจเอดีทั่วอินโดนีเซีย นอกจากบงการโจมตีกลางกรุงจาการ์ตาต้นปี 2559 แล้ว ยังมีระเบิดสังหารตำรวจ 3 นายในชวาตะวันออกเมื่อ 25 พฤษภาคมปีที่แล้ว และระเบิดสถานีขนส่งในจาการ์ตา บาดเจ็บ 12 คน ปาระเบิดเพลิงโจมตีโบสถ์แห่งหนึ่งคร่าชีวิตทารก และแผนโจมตีช่วงคริสต์มาสด้วยระเบิดฆ่าตัวตาย แต่ถูกสกัดไว้ได้ก่อน

ไอเอสออกมาอ้างอยู่เบื้องหลังการโจมตีหลายครั้งในอินโดนีเซีย ส่วนใหญ่เป็นผลงานของเจเอดี

สำหรับอามันและสาวก ถือว่า เจ้าหน้าที่ความมั่นคงทั้งหมด เป็นกาฟีย์ หรือผู้ปฏิเสธศรัทธาที่สามารถเข้ายึดทรัพย์หรือลงโทษได้

หลังจากนายอาบู บาการ์ อัล บักดาดี ผู้นำสูงสุดไอเอส ประกาศสถาปนาตั้งคอลิฟะ หรือรัฐอิสลาม ในเมืองโมซุล ประเทศอิรักเมื่อมิถุนายน 2557 อามันประกาศว่า การอพยพไปซีเรีย เป็นพันธกิจของเหล่าผู้สนับสนุนไอเอสทุกคน

ก่อนโจมตีจาการ์ตาเมื่อ 2 ปีก่อน อามันออกคำสั่งที่แพร่ในหมู่สุดโต่งว่า “จงไปรัฐอิสลาม และหากไปไม่ได้ ก็ให้ก่อญีฮาดด้วยจิตวิญญาณไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนก็ตาม หากไม่มีความกล้าที่จะทำ ก็ให้สมทบทุนแก่ผู้ที่พร้อมจะทำ หากไร้ทุนทรัพย์ ก็ขอให้เร่งเร้าผู้อื่นกระทำแทน”

 

รู้จักกับ"เจเอดี"เบื้องหลังระเบิดฆ่าตัวตายยกครัว

(อาวุธที่นักโทษใช้ก่อเหตุจลาจล ) 

 

มีรายงานว่า นักโทษที่ก่อจลาจลในเรือนจำ มาโก บรีม็อบ เมื่ออังคารที่แล้ว ต้องการขอพบกับอามันที่ถูกคุมขังอยู่ที่นั่น ตอนเจรจาในขั้นต้น ตำรวจก็ยอมทำตามข้อเรียกร้อง ก่อนจะเกิดเหตุยิงต่อสู้กัน

ผู้บัญชาการตำรวจอินโดนีเซียกล่าวว่า หลังเหตุจลาจลในเรือนจำ ตำรวจอินโดนีเซียปฏิบัติการบุกจับแกนนำเจเอดีหลายคน และเหตุระเบิดที่สุราบายาที่มาเป็นระลอก ก็คือการตอบโต้ล้างแค้นส่วนหนึ่ง นอกจากนี้  ยังเกี่ยวข้องกับการตัดสินคดีนายเซนัล อันชารี แกนนำเจเอดีในชวาตะวันออก ที่ถือเป็น ผู้นำหมายเลขสองของเจเอดีรองจากอามัน มีความผิดฐานลอบขนอาวุธไปให้กับกลุ่มติดอาวุธอินโดนีเซียที่อยู่ทางตอนใต้ของฟิลิปปินส์

นับจากการโจมตีจาการ์ตาครั้งแรก 2 ปีก่อน  หน่วยต่อต้านก่อการร้ายอินโดยีเซียสกัดความพยายามโจมตีอีกนับครั้งไม่ถ้วนโดยกลุ่มในเครือเจเอดีทั่วอินโดนีเซีย

แต่เหตุจลาจลเลือดในเรือนจำมาโก บริม็อบ ที่นำไปสู่การคุมเชิงประจันหน้าระหว่างนักโทษคดีก่อการร้ายกับหน่วยต้านก่อการร้ายถึง 36 ชั่วโมง และการระเบิดหลายระลอกในสุราบายา ทำคนตายเป็นเบือ บ่งชี้พัฒนาการของเจเอดีในการก่อเหตุโจมตีอย่างก้าวกระโดด

ยิวยิงดับปาเลสไตน์ 55 ศพประท้วงเปิดสถานทูตสหรัฐ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/325883

ยิวยิงดับปาเลสไตน์ 55 ศพประท้วงเปิดสถานทูตสหรัฐ

อิสราเอล,กาซา,สถานทูตสหรัฐ,เยรูซาเลม

อิสราเอลปกป้องยิงดับปาเลสไตน์ 55 ศพชายแดนกาซา เพื่อป้องกันตนเอง ขณะปาเลสไตน์ประณามสังหารหมู่

กองกำลังอิสราเอลยิงชาววปาเสไตน์เสียชีวิต 55 คน และบาดเจ็บอีกกว่า 2,400 คน ที่ชายแดนกาซา เมื่อวานนี้ กลายเป็นวันนองเลือดที่สุดนับจากสงครามกาซาเมื่อ 4 ปีก่อน
ในจำนวนผู้เสียชีวิต เป็นเด็กอายุต่ำกว่า 16 ปีจำนวน 8 คน

การประท้วงดุเดือดยืดเยื้อตลอดวัน ขณะคณะผู้แทนสหรัฐ นำโดยอิวานกา ทรัมป์ และ จาเร็ด คุชเนอร์ บุตรสาวและบุตรเขยของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ในฐานะที่ปรึกษาอาวุโสทำเนียบขาว เดินทางถึงเยรูซาเลมเพื่อเปิดสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐ ที่ย้ายมาจากกรุงเทลอาวีฟ

 

ยิวยิงดับปาเลสไตน์ 55 ศพประท้วงเปิดสถานทูตสหรัฐ

แม้เกิดเหตุนองเลือด พิธีเปิดสถานทูตดำเนินต่อไปตามแผน โดยอิวานกา ทรัมป์ เป็นประธานเปิดป้ายสถานทูตท่ามกลางแขกเหรื่อ 800 คน ส่วนทรัมป์ มีสุนทรพจน์ผ่านวิดีโอว่า ความหวังยิ่งใหญ่ที่สุดของเราคือสันติภาพ ขณะที่นายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู กล่าวชื่นชมว่า ทรัมป์ได้สร้างประวัติศาสตร์ด้วยการยอมรับประวัติศาสตร์

การย้ายสถานทูตสหรัฐจากกรุงเทลอาวีฟ  ได้สร้างความเคียดแค้นแก่ชาวปาเลสไตน์ ที่หวังให้พื้นที่ทางตะวันออกของเยรูซาเลม เป็นเมืองหลวงในอนาคต และมองว่าสิ่งที่รัฐบาลประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ทำ คือการสนับสนุนให้อิสราเอลยึดเยรูซาเลม ที่อิสราเอลยืนยันว่าเป็นเมืองหลวงแบ่งแยกมิได้

ยิวยิงดับปาเลสไตน์ 55 ศพประท้วงเปิดสถานทูตสหรัฐ

 

ห่างออกไปจากเยรูซาเลมไม่ถึง 100 กิโลเมตร ที่ชายแดนกาซา ดินแดนปาเลสไตน์ที่ถูกอิสราเอลปิดล้อม มีชาวปาเลสไตน์ทยอยชุมนุมตลอดวัน
กองทัพอิสราเอลระบุว่า มีชาวปาเลสไตน์ราว 4 หมื่นคน เข้าร่วม“การจลาจลรุนแรง” รวม 13 จุดตลอดรั้วความมั่นคงกั้นฉนวนกาซา

ปาเลสไตน์ระดมปาก้อนหินและระเบิดเพลิง ขณะทหารอิสราเอลยิงแก๊สน้ำตาและกระสุนจริง

 

ยิวยิงดับปาเลสไตน์ 55 ศพประท้วงเปิดสถานทูตสหรัฐ

แต่นายกรัฐมนตรีเนทันยาฮูปกป้องว่า ทุกประเทศมีหน้าที่ปกป้องชายแดนของตนเอง เพราะกลุ่มฮามาสประกาศเจตนารมณ์ทำลายอิสราเอลและส่งฝูงชนหลายพันพยายามรุกล้ำชายแดน ขณะที่กองทัพอิสราเอล ระบุว่าทหารยิงใส่เฉพาะกิจกรรมก่อการร้าย ไม่ได้ยิงผู้ประท้วงที่เมื่อใช้วิธีการปกติอย่างแก๊สน้ำตา พวกเขาก็สลายไป

 

ยิวยิงดับปาเลสไตน์ 55 ศพประท้วงเปิดสถานทูตสหรัฐ

การชุมนุมที่ชายแดนกาซายืดเยื้อมาร่วม 6 สัปดาห์แล้ว แต่ในวันจันทร์ เป็นวันที่ฮามาสประกาศว่า เป็นวันแห่งการกลับมาของการเดินขบวนครั้งยิ่งใหญ่ ขณะในวันนี้ จะเป็นอีกวันสุ่มเสี่ยง 15 พฤษภาคม เป็นวันครบรอบ 70 ปีก่อตั้งอิสราเอลในปี 2491 แต่สำหรับปาเลสไตน์ คือวันนักบา หรือวันหายนะ อันหมายถึงการที่ชาวปาเลสไตน์หลายแสนคนต้องออกจากบ้านเรือน หรือไร้ที่อยู่หลังจากวันนั้น
ทางการปาเลสไตน์ประกาศไว้อาลัย 3 วัน ประธานาธิบดีมาห์มูด อับบาส กล่าวว่า เป็นอีกวันที่ประชาชนของเราถูกสังหารหมู่

“เมลาเนีย”ติด1ใน1,000 ชื่อพ่อแม่นิยมตั้งชื่อลูก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/325880

“เมลาเนีย”ติด1ใน1,000 ชื่อพ่อแม่นิยมตั้งชื่อลูก

เมลาเนีย ทรัมป์,โดนัลด์ ท่รัมป์,ติด1ใน1000 ชื่อแรก,พ่อแม่,นิยมตั้งชื่อลูก

“เมลาเนีย ทรัมป์”สุภาพสตรีหมายเลขหนึ่ง เข้ารับการผ่าตัดไตผิดปกติ คาดพักรักษาตัวอยู่ที่รพ.ตลอดสัปดาห์ ระบุ”เมลาเนีย”ติด1ใน1,000 ชื่อที่พ่อแม่นิยมตั้งชื่อลูก

        สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานว่า นางเมลาเนีย ทรัมป์ สุภาพสตรีหมายเลขหนึ่งของสหรัฐ เข้ารับการผ่าตัดที่โรงพยาบาลวอลเตอร์ รีด ชานกรุงวอชิงตัน เพื่อรักษาอาการผิดปกติที่ไตชนิดไม่ร้ายแรง

 

ทั้งนี้สำนักงานสุภาพสตรีหมายเลขหนึ่งสหรัฐ เปิดเผยว่า หลังผ่าตัดแล้ว นางเมลาเนีย ทรัมป์ จะยังคงพักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลตลอดสัปดาห์นี้ โดยเมลาเนีย ทรัมป์ ซึ่งปัจจุบันอายุ 48 ปี เข้ารับการบำบัดด้วยวิธีเอมโบไลเซชัน เพิื่อรักษาอาการผิดปกติที่ไต และการผ่าตัดประสบความสำเร็จด้วยดี

 

คาดว่า เมลาเนีย ทรัมป์ สุภาพสตรีหมายเลขหนึ่งสหรัฐจะหายดีเร็วๆ นี้ และกลับมาปฏิบัติภารกิจของเธอเพื่อเด็กๆ ทั่วโลกได้ต่อไป

 

ขณะที่หน่วยงานความปลอดภัยทางสังคมของสหรัฐ เผยผลสำรวจรายชื่อเด็กเกิดใหม่ประจำปี 2560 พบว่าชื่อ เมลาเนีย ได้รับความนิยมอย่างมากติดโผเป็น 1 ใน 1,000 ชื่อแรกที่ผู้ปกครองนิยมนำไปตั้งชื่อลูกมากที่สุด

 

รายงานระบุว่าปี 2560 เด็กผู้หญิงแรกเกิดได้รับการตั้งชื่อว่าเมลาเนีย ทั้งหมด 283 คน ทำให้กระโดดจากอันดับที่ 1,650 ในปี 2559 เป็นอันดับที่ 720 ในชื่อที่ได้รับความนิยมของสหรัฐในปี2560

 

"เมลาเนีย"ติด1ใน1,000 ชื่อพ่อแม่นิยมตั้งชื่อลูก

โดนัลด์  ทรัมป์

ส่วนชื่อโดนัลด์ ได้รับความนิยมในอันดับที่ 594 จาก 1,000 รายชื่อยอดนิยมทั่วทั้งสหรัฐ และในปี 2560 มีเด็กแรกเกิดได้รับการตั้งชื่อนี้จำนวน 488 คน เท่ากับปี 2559

ครอบครัวที่สองบึ้มฆ่าตัวตายถล่มตร.สุราบายา

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/325798

ครอบครัวที่สองบึ้มฆ่าตัวตายถล่มตร.สุราบายา

สุราบายา,มือระเบิดฆ่าตัวตาย,ครอบครัว

ระเบิดฆ่าตัวตายอีกระลอกในสุราบายา ตาย 4 เป็นมือระเบิดจากครอบครัวเดียวกัน รอดคนเดียวเป็นเด็กหญิง 8 ขวบ

 

เกิดเหตุระเบิดล่าสุดที่ประตูกองบัญชาการตำรวจในเมืองสุราบายา เมืองใหญ่อันดับสองของอินโดนีเซีย ในจ.ชวาตะวันออก เมื่อเวลา 8.50 น.ตามเวลาท้องถิ่น ภาพจากกล้องวงจรปิดแสดงให้เห็นคนร้าย 5 คนนั่งซ้อนมอเตอร์ไซค์สองคัน หยุดรถที่ด่านตรวจ ก่อนจุดระเบิดฆ่าตัวตาย

 

พล.ต.อ.ติโต คาร์นาเวียน ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติอินโดนีเซีย กล่าวว่า แรงระเบิดคร่าชีวิตมือระเบิด 4 คน ซึ่งเป็นพ่อ แม่กับลูกชาย ส่วนเด็กหญิงวัย 8 ขวบรอด ทั้งหมดเป็นครอบครัวเดียวกัน นอกจากนี้ มีเจ้าหน้าที่และพลเรือนบาดเจ็บอีก 10 คน

 

 ครอบครัวที่สองบึ้มฆ่าตัวตายถล่มตร.สุราบายา

 

นับเป็นระเบิดระลอกที่ 4 แล้วที่เกิดขึ้นในเมืองสุราบายาในรอบ 24 ชั่วโมง หลังจากมีผู้เสียชีวิต 13 รายและผู้บาดเจ็บ 41 รายจากเหตุระเบิดฆ่าตัวตายโจมตีโบถส์ 3 แห่งในเมืองเมื่อวันอาทิตย์ โดยเหตุระเบิดโบสถ์เป็นฝีมือของสมาชิก 6 คนของครอบครัวหนึ่ง

 

 ครอบครัวที่สองบึ้มฆ่าตัวตายถล่มตร.สุราบายา

คุณแม่ลูก 4 มือบึ้มหญิงฆ่าตัวตายคนแรกในอินโดนีเซีย 

 

ตำรวจเชื่อว่า เหตุระเบิดโบสถ์และกองบัญชาการตำรวจมีความเกี่ยวข้องกัน เนื่องจาก
ระเบิดที่ใช้เป็นแบบเดียวกัน และต้องสงสัยเป็นสมาชิกกลุ่ม เจมาห์ อันชารุต ดอเลาะห์ (เจเอดี ) กลุ่มฝักใฝ่ไอเอสเช่นเดียวกัน

คุณแม่ลูก 4 มือบึ้มหญิงฆ่าตัวตายคนแรกในอินโดนีเซีย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/325762

คุณแม่ลูก 4 มือบึ้มหญิงฆ่าตัวตายคนแรกในอินโดนีเซีย

สุราบายา,โบสถ์,ครอบครัวมือระเบิด,มือระเบิดหญิงฆ่าตัวตาย,อินโดนีเซีย

ตำรวจอินโดนีเซียเผยแพร่ภาพครอบครัวก่อการร้าย ที่ก่อเหตุโจมตีโบสถ์คริสต์ 3 แห่ง ในเมืองสุราบายา มารดากลายเป็นมือระเบิดฆ่าตัวตายหญิงคนแรกของประเทศ

 

ตำรวจอินโดนีเซีย เผยภาพแรกของสมาชิก 6 คนของครอบครัวผู้ก่อการร้าย ที่ก่อเหตุระเบิดโจมตีโบสถ์คริสต์ 3 แห่ง ในเมืองสุราบายา เมืองใหญ่ที่สุดและคับคั่งที่สุดเป็นอันดับ 2 ของประเทศในจังหวัดชวาตะวันออก เมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม ทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 13 คน บาดเจ็บ 41 คน ในจำนวนนี้ มีตำรวจรักษาความปลอดภัยที่โบสถ์รวมอยู่ด้วย 2 นาย

 

คุณแม่ลูก 4 มือบึ้มหญิงฆ่าตัวตายคนแรกในอินโดนีเซีย  

 

ซึ่งหนึ่งในผู้ก่อเหตุคือ “นางปูจิ คุสวาตี” ที่กลายเป็นมือระเบิดฆ่าตัวตายหญิงคนแรกของประเทศ ซึ่งจากข้อมูลบนสื่อสังคมออนไลน์พบว่า เธอมีผู้ติดตามในเฟซบุ๊ค 268 คน ชอบโพสต์ภาพลำธาร ชายหาด ล่องแก่ง ป่าโกงกาง นาข้าวที่บ้านเกิด และสัตว์เลี้ยงที่มีทั้งสุนัขและแมว

การโจมตีครั้งแรกเกิดขึ้นโดยฝีมือของลูกชายวัย 17 ปี กับ 15 ปี ที่ขี่รถจักรยานยนต์พุ่งเขาไปในโบสถ์ซานตามาเรีย ก่อนจุดระเบิดที่วางอยู่บนตัก

ตามด้วยนางคุสวาตีวัย 46 ปี กับลูกสาว 2 คน วัย 9 ปี และ 12 ปี สวมนิกอบ ปิดบังใบหน้าและผม คาดเข็มขัดระเบิดไว้ที่เอว เดินเข้าไปในโบสถ์คริสเทน อินโดนีเซีย ดิโปเนโกโร ก่อนจุดชนวนระเบิด

จากนั้น นายดิตา ปริยันโต ผู้เป็นพ่อ ที่ถูกระบุว่า เป็นหัวหน้าหน่วยของกลุ่มหัวรุนแรง “จามาอะห์ อันซารุด เดาเลาะห์” หรือ เจเอดี ขับรถยนต์ติดระเบิดพุ่งชนประตูโบสถ์สุราบายา เซนเตอร์ เพนเทคอสต์ สะเทือนขวัญปิดท้าย

ที่จริงยังมีผู้สมรู้ร่วมคิดวางแผนโจมตีโบสถ์ที่ 4 คือ โบสถ์คาธีดรัล แต่ตำรวจจับผู้ต้องสงสัยได้เสียก่อน ซึ่งขณะนี้ตำรวจกำลังตามล่าหาตัวผู้เกี่ยวข้องที่เหลือ รวมทั้งผู้จัดหาระเบิดให้ครอบครัวนี้ด้วย

 

คุณแม่ลูก 4 มือบึ้มหญิงฆ่าตัวตายคนแรกในอินโดนีเซีย  

 

จากการตรวจสอบเฟซบุ๊กของนางปูจิ พบว่า มีภาพเธอกับลูกๆ เพียงภาพเดียว ที่ถ่ายหลังเสร็จจากการล่องแพ ไม่มีภาพสามี ซึ่งจบมัธยมปลายและยึดอาชีพขายของ แต่เธอหยุดเล่นเฟซบุ๊กไปราว 3 ปีครึ่ง

ภาพสุดท้ายเป็นรูปแมวที่เลี้ยงไว้ โพสต์เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม ปี 2557 และลงข้อมูลส่วนตัวไว้ว่าเคยทำงานที่ “อัซซัม คอร์ป”  เมื่อตรวจสอบพบว่า นายจ้างของเธอคือนายโรฮิม บินไช ผู้มีมีแนวคิดสุดโต่ง และโพสต์เฟซบุ๊คครั้งสุดท้าย เมื่อวันที่ 16 เมษายน ปี 2554

หลังการตรวจค้นบ้านของครอบครัวนี้ ตำรวจยังพบว่า พวกเขาเคยไปฝึกยิงธนู แต่ไม่ได้เปิดเผยรายละเอียด แต่เชื่อว่า พวกเขาเป็นเซลหนึ่งที่ซ่อนตัวอยู่เงียบๆของกลุ่มเจเอดี ที่รอเวลาลงมือ ขณะที่สื่อท้องถิ่นรายงานว่า ครอบครัวนี้เคยไปซีเรีย เช่นเดียวกับชาวอินโดนีเซียอีกหลายร้อยคนหลั่งไหลเข้าไปร่วมสู้รบกับพวกไอเอส

ข่าวโดย NationTV 

ฟ้อง”ยูไนเต็ดแอร์ไลนส์”ไล่ผู้โดยสารอ้างกลิ่นตัวแรง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/foreign/325722

ฟ้อง”ยูไนเต็ดแอร์ไลนส์”ไล่ผู้โดยสารอ้างกลิ่นตัวแรง

ยูไนเต็ดแอร์ไลนส์,ไล่ผู้โดยสาร,กลิ่นตัว,คุณแม่ไนจีเรีย

กลายเป็นคดีฟ้องร้องเมื่อสายการบินดังไม่ยอมให้คุณแม่ชาวไนจีเรียกับลูกไปต่อ ตามคำขอผู้โดยสารอีกคนที่ร้องเรียนเรื่องกลิ่นตัว

เหตุการณ์ที่นำมาสู่การฟ้องร้องเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 4 มีนาคม 2559 ควีน โอไบโอมา คุณแม่ชาวไนจีเรีย ซึ่งบินกับสายการบินยูไนเต็ดแอร์ไลนส์เป็นประจำ กำลังเดินทางจากนครลากอส ประเทศไนจีเรีย ไปยังเมืองออนตาริโอ ประเทศแคนาดา ซึ่งลูกของเธอเรียนอยู่ที่นั่น โดยต้องเดินทางเป็น 3 ช่วง

โอไบโอมา  อ้างว่า เธอกับลูกขึ้นไปบนเครื่องบินที่สนามบิน บุช อินเตอร์คอนติเนนทัล  มุ่งหน้าไปต่อเครื่องที่ซานฟรานซิสโก ปรากฎว่ามีผู้โดยสารชายผิวขาวคนหนึ่ง มาจับจองที่นั่งของเธออยู่ก่อนแล้วบนชั้นบิสเนส

เมื่อขอให้ย้าย อีกฝ่ายปฏิเสธ ลูกเรือพยายามเข้ามาช่วยเจรจา แต่ผู้โดยสารชายรายนั้นก็ยังไม่ยอม คุณแม่ไนจีเรียจึงยอมสลับที่นั่งที่อยู่ใกล้กัน

ก่อนเครื่องบินทะยานขึ้น เธอไปเข้าห้องน้ำแต่พอจะกลับไปประจำที่นั่งของตัวเอง ผู้โดยสารชายคนเดียวกันพยายามขัดขวางไม่ยอมให้เธอกลับไปนั่งอยู่หลายนาที ทั้งสองมีปากเสียงกันจนลุกลามไปถึงขั้นที่ลูกเรือที่ระบุชื่อในคำฟ้องว่า รัสเซล เอช. สั่งให้เธอลงจากเครื่องบิน เธอไม่ยอมในตอนแรก กระทั่งมีพนักงานอีกคนมาแจ้งกับเธอว่า นักบินขอให้เธอลงจากเที่ยวบินนี้ เนื่องจากผู้โดยสารชายที่นั่งใกล้กับเธอร้องเรียนว่ากลิ่นตัวเธอแรง

นางโอไบโอมา ตกใจมากและให้เหตุผลว่า ลูกๆของเธอขึ้นเครื่องบินมาแล้ว พนักงานก็เลยจัดการให้เด็กๆลงจากเครื่องด้วย

เธอกับลูกนั่งเที่ยวบินเดินทางต่อ โดยต้องเสียเวลาไปถึง 5 ชั่วโมง

คุณแม่ชาวไนจีเรียอ้างว่า เธอถูกเลือกปฏิบัติด้วยเหตุผลเชื้อชาติ และเรียกร้องค่าเสียหายพร้อมกับค่าดำเนินการทางกฎหมายทั้งหมด

โฆษกสายการบินยูไนเต็ด แอร์ไลนส์ บอกฮูสตัน โครนิเคิล ว่ายังไม่ได้รับคำฟ้อง และเนื่องจากเป็นประเด็นทางกฎหมาย ที่อยู่ระหว่างดำเนินการ จึงไม่สามารถแสดงความเห็นเพิ่มเติมได้