นุ้ย-เกศริน เปิดเวิร์กช็อปชวนคนร่วมบุญ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/322893

นุ้ย-เกศริน เปิดเวิร์กช็อปชวนคนร่วมบุญ

นุ้ย-เกศริน เปิดเวิร์กช็อปชวนคนร่วมบุญ

วันอาทิตย์ ที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561, 06.00 น.

เดินสายทำการกุศลอย่างต่อเนื่อง สำหรับดาราสาวมากฝีมือ นุ้ย-เกศริน เอกธวัชกุล นักแสดงจากละคร “เล็บครุฑ” ค่ายไนน์บีเวอร์ฟิล์ม ที่จะมีคิวออกอากาศทางช่อง 7 สี เร็วๆ นี้ โดยผุดกิจกรรมดีๆเพื่อสังคม ในชื่อว่า Free dance Workshop ตั้งใจเปิดโอกาสให้คนที่ชอบเต้นได้มาร่วมกิจกรรมดีๆซึ่งโดยปกติแล้ว สาวนุ้ยจะจัดฟรีเวิร์กช็อป และไปสอนเต้นให้เด็กและเยาวชนเป็นประจำ แต่ครั้งนี้พิเศษกว่า เพราะเปิดกว้างสำหรับทุกคนที่ @fitness7รัชดาซอย 7 โดยร่วมกับทีม gdgm ที่ได้แชมป์ชนะเลิศจากรายการดันดารา ช่อง 3 นำเงินมาทำบุญและจัดกิจกรรมดีๆ และได้รับค่าสถานที่บางส่วนจาก #dhplusthailand ที่เห็นประโยชน์ในการจัดกิจกรรมแบบนี้ จากการเปิดฟรีเวิร์กช็อปที่ผ่านมา ได้ปัจจัยร่วมบุญรวม 7,340 บาท สาวนุ้ยขออนุโมทนาบุญกับทุกท่านและครูทุกคน รวมถึงกัลยาณมิตรที่มีส่วนร่วมในบุญนี้ และจะนำแบ่งเป็น 2 ส่วนเพื่อสร้างและซ่อมแซมห้องสุขา ที่วัดอมรคีรี สะพานพระราม 8 และร่วมบุญสร้างกุฏิสงฆ์ ที่ วัดบุญเรือง จ.น่าน ค่ะ

‘เมย์ พิชญ์นาฏ’โพสต์รูปแท็กถึง’เจ’ บอก’เป็นกำลังใจให้เสมอ’-แฟนคลับลุ้นรีเทิร์น

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/322920

'เมย์ พิชญ์นาฏ'โพสต์รูปแท็กถึง'เจ' บอก'เป็นกำลังใจให้เสมอ'-แฟนคลับลุ้นรีเทิร์น

‘เมย์ พิชญ์นาฏ’โพสต์รูปแท็กถึง’เจ’ บอก’เป็นกำลังใจให้เสมอ’-แฟนคลับลุ้นรีเทิร์น

วันเสาร์ ที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561, 15.09 น.

24 ก.พ.61 หลังจากที่ดาราสาว “เมย์ พิชญ์นาฏ” ประกาศแยกทางกับแฟนหนุ่ม “เจ ชนาธิป”นักเตะทีมชาติขวัญใจคนไทยไปเมื่อช่วงเดือน ม.ค.ที่ผ่านมา เหตุเพราะคุยเรื่องงานแต่งานไม่ลงตัว พร้อมมีกระแสครอบครัวไม่ปลื้มตามอีก จนสร้างความเสียดายให้กับเหล่าแฟนคลับที่คอยตามเชียร์อดีตคู่รักคู่นี้

ล่าสุด บนอินสตาแกรมของสาวเมย์ ได้ทำการโพสต์ขณะที่ตนเองอยู่ในสนามบอลที่ด้านหลังมีป้ายข้อความว่า “สู้ๆ J พวกเราเป็นกำลังใจให้” และแคปชั่น “เชียร์อยู่ สู้ๆนะ #เป็นกำลังใจให้เสมอ”โดยสาวเมย์ยังได้ทำการแท็กถึงหนุ่มเจด้วย งานนี้ทำเอาแฟนคลับใจชื้น ลุ้นกันว่าเป็นสัญญาณดีอาจมีรีเทิร์นหรือเปล่า?

Star Retro :

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/322918

Star Retro :

Star Retro :

วันเสาร์ ที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561, 15.06 น.

เป็นนักแสดงหนุ่มเจ้าบทบาทที่ผ่านเรื่องราวชีวิตมาแล้วมากมาย กว่าจะพบกับความสำเร็จ และจัดอยู่ในตำแหน่งพระเอกแถวหน้าของวงการบันเทิงบ้านเราแต่เมื่อกาลเวลาผ่านไป เขารับมือกับความเปลี่ยนแปลงเหล่านั้นอย่างไร สตาร์เรโทร จะพาทุกท่านไปร่วมค้นเรื่องราวชีวิตของ “เมฆ-วินัย ไกรบุตร”

“ตอนนี้ก็เล่นละครครับ ถ่ายละครอย่างเดียว มีเรื่อง สัมปทานหัวใจ, สมิงจ้าวท่า, ประกาศิตกามเทพ, ปะการังสีดำ, อังกอร์, พยัคฆา, นางครวญ ไม่เยอะหรอกครับ (หัวเราะ) แล้วคือผมก็ไปได้หลายช่อง บางทีเรื่องสองเรื่องมันเอาไม่อยู่ค่าใช้จ่ายปัจจุบันมันก็เยอะนะ แล้วเรามีลูกที่ต้องเลี้ยงดูอีก ก็เลยต้องทำเยอะๆ หาเงินค่าเทอมลูก เห็นว่าละครเยอะ แต่เราก็สามารถจัดสรรได้ครับ คือบางเรื่องเราก็รับเชิญ บางเรื่องเดือนหนึ่งไป 2-3 คิว เพราะว่าเราไม่ใช่พระเอก เลยพอจะรับได้ ตอนนี้ก็มีลูก 2 คนแล้ว คนโตชื่อ น้องมารค อายุ 5 ขวบส่วนน้องแมม 3 ขวบกว่า เรียนอีพีทั้งสองคน ผมทำหน้าที่คุณพ่อทุกอย่างเลย อาบน้ำ ป้อนข้าว รับ-ส่งลูกไปโรงเรียน”

คุณพ่อในสไตล์ของ“เมฆ-วินัย”

ไม่ค่อยนิ่มครับ เป็นคนลุยๆ สอนให้ลูกติดดิน สอนให้ลูกเหมือนเรา ติดดินไม่ติดหรู แข็งแรงอดทน สู้ คืออยากให้ลูกรู้จักความลำบาก ให้เขารู้จักเหนื่อยเล่นดินเล่นทรายได้ ไม่อยากให้เขาสบายเกิน กลัวว่าโตไปเขาจะลำบาก เขารู้ว่าพ่อเป็นดารา เป็นนักแสดง เขาเห็นผลงานของพ่อในละคร มีบู๊ยิงกันสู้กัน เป็นผีเขาก็ดูกันหมด แต่เขาก็เฉยๆ เพราะว่าเขารู้ว่าเป็นงานของเรา เขาเข้าใจเพราะว่าเราก็อธิบายบอกสอนเหตุผลให้เขาไปด้วย

หวังให้ลูกๆ เจริญรอยตาม

ลูกชายคนโตนี่ถ้าให้แสดงละครเขาแสดงได้นะ แต่ว่าชีวิตจริงขี้อาย เคยไปดูเขาแสดงละครที่โรงเรียน ก็บอกเขาเลยว่าถ้าจะแสดง พ่อก็จะไปดู แต่ถ้าจะไปยืนท่องบทจะไม่ไปนะ เขาก็ร้องไห้เสียใจเลย เพราะว่าเราไปดูวันที่เขาซ้อมแล้ว แต่ว่าเขายืนท่องบทเฉยๆ ไม่ได้แสดงละคร หลังจากวันนั้น เขาก็แสดงมีแอ๊กติ้ง ผมสอนตลอด ก่อนที่เขาจะไป ผมอยากให้ลูกเข้าวงการนะ อยากให้เขาเป็นนักแสดง เรื่องอื่นที่เขาจะไปเป็นนักธุรกิจ หรือว่าทำงานอะไร ผมไม่รู้ ก็แล้วแต่เขา แต่ว่าอยากให้เป็นนักแสดงด้วย ตามเชื้อสายเรา เหมือนอยากมีทายาทสืบทอด การที่จะเป็นนักแสดงแล้วทำธุรกิจไปด้วยก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร อยากให้สืบทอดอาชีพนักแสดงไม่ว่าน้องมารคหรือน้องแมม คนใดคนหนึ่ง หรือว่าเป็นได้ทั้ง 2 คนยิ่งดี

ภูมิใจในอาชีพนักแสดงอย่างสูงสุด

ภูมิใจมากครับ เพราะว่าชีวิตผมที่ได้ดีมาทุกวันนี้ น้องผมเรียนจบทุกคน พ่อ-แม่ผมได้สบายทุกวันนี้ และที่ผมมีชีวิตทุกวันนี้ เพราะนักแสดง ผมอาจจะไม่ได้รวยเหมือนคนอื่น ผมอาจจะไม่ได้ดังเหมือนคนอื่น แต่ว่าผมก็อยู่กับมันมาตั้งนานแล้ว และผมก็พอมีกินมีใช้ คิดดูว่าจะไม่ภูมิใจได้อย่างไร เพราะฉะนั้นไม่มีเหตุผลใดที่ผมจะไม่ให้ลูกๆ เข้ามาตรงนี้

ย้อนวันวานจากเด็กหนุ่มธรรมดาคนหนึ่ง

ชีวิตผม วินัย ไกรบุตร ไม่เคยคิดที่จะมาเป็นนักแสดง คืออยู่กระบี่เรียนจบ ปวช. และเป็นบ๋อยอยู่โรงแรม อยู่ชายทะเล แล้ววันหนึ่งก็ขึ้นมากรุงเทพฯ เข้ามาหางานทำ อยู่ๆ ก็พลิกชีวิตได้ไปเจอโมเดลลิ่ง แล้วเขาจับไปเทสต์ และได้โฆษณาแบงก์กรุงเทพ ซึ่งเป็นโฆษณาตัวแรกในชีวิตเลย ไต่เต้ามาจากเป็นนายแบบ มาเดินแบบแล้วก็มาเล่นละคร เล่นหนัง มันเป็นสเต็ปมาเลย ไม่ได้ไปประกวดชิงรางวัลเวทีไหนๆ ชีวิตผมกับชีวิตเด็กสมัยนี้มันต่างกันโดยสิ้นเชิงเลยครับ คือชีวิตรามันเป็นโชค เป็นเหมือนกับลาภที่เดินเจอ ผมไปเจอแมวมองที่ห้างมาบุญครอง แต่ว่าเด็กสมัยนี้ต้องไปประกวด ต้องไปเรียนก่อนจะมาเป็นดารา ต้องเตรียมความพร้อม

จากที่ยังไม่มีเป้าหมายในชีวิต

ชีวิตผมยิ่งกว่าเริ่มจากศูนย์อีกนะ มาจากใต้คนเดียว ไม่รู้จักใครไม่มีญาติพี่น้องที่ไหน ก็มาขออยู่บ้านเพื่อน ที่บ้านเราฐานะปานกลาง มีกินมีใช้ไม่ได้รวย แต่พอเราจบปวช.เขาก็ไม่ส่งให้เรียนต่อแล้ว ผมไม่ได้เป็นคนที่มุ่งมั่นนะ แต่เป็นคนที่ต้องอยู่ให้ได้ เพื่อมีกินมีใช้ไปวันๆ ก็ไม่ได้คิดอะไรตอนนั้น แต่หลังจากที่เข้าวงการบันเทิงก็เริ่มมุ่งมั่น รู้สึกว่างานนี้มันเป็นกอบเป็นกำ และตอนนั้นรู้สึกว่าอยากจะเรียนไปด้วยทำงานไปด้วย อาจจะล้างจานหรือว่าทำงานกลางคืน แล้วก็เรียนไปด้วย เพราะว่ามันมองอะไรไม่เห็นทาง คือจะเอาทางไหนถึงจะรวยได้เงินก้อนแรกที่ได้จากการถ่ายโฆษณาตอนนั้น 30,000 บาทถือว่าเยอะเลยครับ ผมคิดเลยว่าผมสามารถอยู่ได้6 เดือนแล้ว เราก็บอกตัวเองว่าเรารอดตายไปแล้วนะครึ่งปี แล้วพอมีงานมาอีกเรื่อยๆ เป็นแสนสองแสนก็อยู่ได้3 ปีแล้ว ไม่ได้คิดว่าจะต้องไปซื้อนู่นซื้อนี่ คิดแค่ว่าเราอยู่ได้ หลังจากนั้นก็ค่อยเริ่มคิดว่าเราต้องเก็บนะ ต้องส่งน้องเรียน ส่งแม่

ความฮอตพุ่งปรี๊ดเมื่อกลับไปกระบี่

ที่บ้านเขาก็ตกใจนะ อยู่ๆเป็นนายแบบขึ้นมาได้ยังไง กลับบ้านไปคนเรียกแต่นายแบบๆ ดังทั้งเมืองเลย เดินไปไหนมาไหนคนก็ตะโกนเรียก เขินมาก แล้วก็รู้สึกว่าตลกตัวเองว่าคนอื่นเขารู้ด้วยเหรอ เพราะว่ามันออกวันหนึ่ง20-30 รอบโฆษณาทางทีวี. คนก็เห็นทุกวัน ในกระบี่นี่ขึ้นรถไปคนตะโกน วินัย ไกรบุตร นายแบบมาๆ เพื่อนข้าๆ แต่ตังค์ในกระเป๋าเรามีอยู่แค่สองสามพันเอง (ยิ้ม) แต่เป็นนายแบบแล้ว ดูยิ่งใหญ่มาก ภูมิใจมาก

จุดพีคสุดของชีวิต

คือตอนที่เป็นพระเอกหนัง เป็นพ่อมาก ในภาพยนตร์เรื่องนางนาก จริงๆแล้วเข้าวงการมาตั้งนานก็ดังนะ มีคนรู้จักแต่มาพีคสุดๆ ของชีวิตเลยตอนเล่นนางนาก ตอนนั้นผมอายุ 30 พอดี หนังทำรายได้ร้อยกว่าล้าน ผมกลายเป็นพระเอกร้อยล้าน คนแรกในเมืองไทย ได้ฉายาจากหนังเรื่องนางนาก แต่ต้องบอกว่าตอนแรกผมไม่ได้ไปเทสต์เป็นพระเอกนะ ผมไปเทสต์เป็นเพื่อนของพระเอก เพราะผมคิดว่าตัวเองเป็นพระเอกไม่ได้อยู่แล้ว เราเป็นตัว 3 ตัว 4 ก็ไม่คิดจะบ้ายอตัวเองไปเทสต์เป็นพระเอก ก็ไปนั่งรอ แล้ว “พี่น้อย” ทีมงานก็บอกว่าให้เทสต์เป็นพี่มากคู่กับ “น้องทราย เจริญปุระ” ไปเลย พอเทสต์ปุ๊บ เราก็พูดเป็นพี่มาก เล่นดราม่าได้ด้วยเขาก็งงกัน ซึ่งปกติเราก็ไม่เคยดราม่าได้เลยในชีวิต

กลายเป็นจุดเปลี่ยนของชีวิต

เราก็ไม่ได้คิดว่ารายได้หนังจะเป็นยังไง คิดว่าคนเขาคงจะด่า ว่าเล่นแข็ง เล่นไม่ได้ ทองแดง เดี๋ยวเราก็ต้องรอรับสภาพเขาด่าอีกแหละ ผมปิดโทรศัพท์ 7 วันเลยกลัวเพื่อนจะโทร.มาด่า พอเปิดโทรศัพท์เท่านั้นแหละ เพื่อนโทร.มาด่าจริงๆ ด่าว่าปิดเครื่องทำไม นี่จะไปดูหนังแกเราก็งงว่าเพื่อนจะไปดูทำไม เพราะว่าปกติเขาไม่ดู แล้วเขาก็จะด่า แต่เพื่อนบอกว่าเรื่องนี้คนดูกันทั้งประเทศ เขาไปดู3 รอบแล้ว ก็เลยไม่มีที่นั่ง ไม่มีที่ดู คือเราก็ไม่อยากจะเชื่อนึกว่าเพื่อนโกหก ก็เลยไปเช็คข่าว โอ้โห! 7 วัน รายได้ไปถึง 60 ล้าน เดินออกจากบ้านนี่คือเอ๋อเลย คนตะโกนเรียก อ้ายมากๆ ไปเรียน คนตะโกนเรียกชื่อดังมาก คือผมเรียนอยู่ที่สวนสุนันทา เดินเข้าไปคนทั้งตึกสองข้างอ้ายมาก พี่มากขา คือมองไปเหวอหมด อะไรกันเนี่ยขนาดนี้เลยเหรอ บอกตัวเองว่านี่มันดังมากเลยนะปกติมีแค่นานๆ คนจะมอง แต่ว่านี่คือคนเรียกทั้งตึกนี่สุดๆ ของชีวิตแล้วครับ น้ำตาไหลเลย คืออย่างน้อยๆ ชีวิตหนึ่งเราได้เป็นพระเอก แล้วดังขนาดนี้ ตายก็คุ้มแล้วนะไม่เสียดายชีวิต

จากคำทำนายที่ฟังแค่ผ่านหู

ก่อนหน้านี้เคยมีคนดูดวงให้นะ 2 คน คือเพื่อนดูไพ่ยิบซีให้ ว่าปีหน้าเราจะดังแล้วดังมาก แต่ตอนนั้นเราลำบาก ละครมีเรื่องเดียว เขาเปิดไพ่ออกมาคือทั้งเงินทั้งชื่อเสียง เราก็หาว่าเพื่อนบ้าอีก แล้วต่อมาก็ไปถ่ายละครเรื่อง สุรพลคนจริงสมบัติเจริญ อยู่ๆ แม่ของเพื่อนนางเอก เขาก็มาบอกว่าปีหน้าคุณจะดังมาก ดังเป็นพลุแตกเลย เราก็ครับแม่ ขอบคุณครับ คิดว่าเขาคงจะยอเรา เพราะเห็นว่าเราจีบลูกสาวเขาหรือเปล่า (ยิ้ม) แต่พอนึกย้อนกลับไป ถึงคำพูดของทั้ง 2 คนแล้วคือโอ้โห! มันจากหน้ามือเป็นหลังมือเลย พลิกแบบตั้งตัวไม่ทัน ทำตัวไม่ถูกด้วย ต้องทำตัวยังไง ทุกคนก็บอกว่าต้องแต่งตัวอย่างนี้ ทำตัวแบบนี้ เพราะว่าเป็นพระเอกแล้วเราก็เฮ้ย! ทำไมต้องทำ เราเป็นแบบเดิมไม่ได้เหรอ ผมก็ใส่ขาสั้นเหมือนเดิม แต่งตัวไปกองถ่ายเหมือนเดิม นอกจากมีงาน ผมถึงจะแต่ง ทุกวันนี้ผมก็มาถูกทาง ผมไม่เคยไปเติมแต่งชีวิต ไม่เคยไปยกตัวเองสร้างภาพให้ตัวเองตัวจริงผมเป็นแบบนี้แหละ ไม่เสแสร้ง ตอนดังเป็นแบบนี้ตอนไม่ดังก็เป็นแบบนี้ ไม่ต้องไปแต่งตัวใส่แบรนด์เนม

กับกระแสข่าวด้านลบ

มีอยู่แล้วครับ ตามสภาพ ประมาณว่าหาว่าเราหยิ่ง คือจะเรียกผมไปก็ไปได้ แต่ถ้าวันหนึ่งมีคนเรียกผมหลายคนผมจะไปได้ยังไง คนนู้นก็เรียกมาถ่ายรูป แล้วผมจะไปทำงานยังไง ถ้าผมไปกับคนทุกคน คือทุกคนอยากเข้าถึงเรา ซึ่งเราก็คงจะไม่สามารถเข้าหาได้ทุกคน คนเลยมองว่าเราหยิ่ง เราเรื่องมาก ไปกองถ่ายก็ว่าเราเรื่องเยอะขึ้นแต่คือก็ไม่ใช่หรอก ขอหน่อยเถอะ คือมันเหนื่อยมาก ร่างกายเราไม่ไหวจริงๆ ที่ว่าเราเรื่องมาก คือบางทีถ่ายถึงตี 4 แล้วอีกเรื่องถ่าย 8 โมงเช้า ไม่ใช่เรื่องมากนะ คือให้ผมนอนสัก 2 ชั่วโมงเถอะ ไม่งั้นจะตายซะก่อน (ปรับตัวอย่างไร ?) ก็รับงานน้อยลง คือรับได้ทีละ 2 เรื่อง เพราะมันไม่ไหวจริงๆ แต่แค่นั้นก็จะตายอยู่แล้วนะ บอกเพื่อนที่ดูแลเลยว่าเราไม่ไหวจริงๆ น้ำตาร่วงเลย ตื่นแล้วแต่ตาเปิดไม่ได้ เป็นเม็ดทราย เพราะการปฏิเสธมั้ง เลยทำให้คนมองว่าเราเรื่องเยอะ

ชีวิตมีขึ้น-ลง

ตรงนี้เป็นอาชีพที่รักที่สุดในชีวิต เพราะเป็นอาชีพที่ทำให้ผมเกิดขึ้นมามีศักดิ์ศรี มีชื่อขึ้นมา คนได้รู้จักผมทั่วประเทศ เกือบทั่วโลกเลยก็ว่าได้ ไม่มีอาชีพอื่นที่ทำให้ผมเป็นแบบนี้ ทำให้ผมรู้หลายๆ อย่างเกี่ยวกับชีวิตตอนผมดัง ผมก็รู้ว่าชีวิตมันเป็นแบบไหน คนรอบข้างเป็นแบบไหน ตอนผมตก ผมก็รู้ว่าชีวิตคนเป็นแบบไหนคนรอบข้างไปไหน ชีวิตจริงกับละครมันก็เหมือนกัน เวลามีขึ้นมีลงมีรวยมีตกมันเป็นไปตามวัฏจักรซึ่งเวลาดังเพื่อนก็เข้ามาหาเยอะแยะ แต่เวลาตกไม่มีคนมอง เดินหมายังเห่าเลย(แอบน้อยใจไหม ?) ตอนนั้นก็แอบนึกน้อยใจแหละแต่ว่ามันเป็นการเรียนรู้ชีวิตของความเป็นจริง ความมายาชื่อเสียง ตำแหน่งมันไม่ได้อยู่กับเราตลอดเวลา

กับหลากหลายฉายาที่ได้รับ

ในวงการบันเทิงผมคือคนเจ้าชู้ เพลย์บอยมากเลยนะ ส่วนมากเราเป็นคนไปจีบเขา จีบนางเอก จีบดารา จีบคนนอกวงการบันเทิงเยอะแยะ แต่ผมไม่เคยมีข่าวว่าเป็นแฟนใครในวงการบันเทิง ไปหาได้เลย เพราะผมไม่อยากมี ก็คบไปตามธรรมชาติของผู้ชาย โดยอายุโดยอาชีพเรายังไม่พร้อม เลยไม่อยากมี แต่ชอบคนนู้นคนนี้ไปตามปกติ เพราะว่าผมเป็นผู้ชาย เรื่องเกย์ก็มี เรื่องกะเทยก็มี ลิ้นสว่านก็ผม พระเอกร้อยล้าน พระเอกทองแดง พระเอกร้อยเทคก็ฉายาผม เล่นเลิฟซีนก็ดุเด็ดจูบจริงในหนังไกรทอง จนได้ฉายามา ชีวิตนี้ผมได้มาหมดแล้ว ปลื้มทุกฉายา (ยิ้ม) เพราะถือว่าผมทำจริง มันถึงมีข่าวออกมา ผมตั้งใจทำจริงๆ แต่ไม่คิดว่าเขาจะมาตั้งเป็นฉายาแบบนี้

หยุดทุกอย่างไว้ที่ภรรยาและลูก

ภรรยา “น้องเอ๋” เป็นคนนอกวงการครับ เขาทำธุรกิจเกี่ยวกับเส้นผม เจอกันในเว็บไซต์ก่อน คือผมเสิร์ชหาออร์แกนิคว่ามีน้ำยาทาหนังศีรษะที่ทำให้ผมขึ้น เพราะว่าผมหัวเถิก พอคุยกัน 5-6 เดือน ก็ไปเจอที่ร้าน ขอจีบเขา คบกันมา 2 ปีก็แต่งงานเลย ผมชอบเขา ที่เขาเป็นคนธรรมดา ไม่สวยไม่รวยแต่เป็นคนใจสู้ เป็นคนนักเลง ใจกว้าง คุยกับเรารู้เรื่อง รับเราได้ที่เป็นเรา เพราะว่าเราไม่ใช่คนดี วินัย ไกรบุตร ไม่ใช่คนดี ข่าวคราวต่างๆ ของเราผ่านมาแล้ว มันก็คืออดีต จบก็คือจบ และเราก็ให้เขาทั้งใจ อาจจะไม่เป็นคนหวาน เงินก็ให้หมดทุกอย่างให้หมดแม้แต่บาทเดียวก็ไม่เอา ในแบงก์มีไม่เกิน 500 ขอวันละ 300 ถ้าไปต่างจังหวัดก็ได้ 500 เราเที่ยวมาเยอะแล้ว พอเรามาเจอคนที่เรารัก คนที่เราถูกใจก็ให้เขาไปเลยเต็มที่ พอมีลูกมีเมียแล้ว ไม่มีปาร์ตี้เลย ไม่อยากไป อยากกลับไปหาลูก อยากอยู่กับเมีย ค่ำๆ ตีแบดเสร็จก็รีบกลับไปหาลูก เพราะลูกรอ พอมีครอบครัวแล้วชีวิตเปลี่ยน แล้วเราก็เปลี่ยนตัวเองด้วย เพราะว่าเราอยากเห็นลูกเราเติบโต อยากพาลูกไปตีแบด ว่ายน้ำ ตีกอล์ฟ ไปทำนู่นทำนี่ ถ้ามีตังค์มากกว่านี้อยากจะมีลูก 4 คน นี่ยังไม่ทำหมันเลยครับ อยากมีลูกเยอะๆ ได้เลี้ยงได้ดูแลเขาคนนั้นเป็นอย่างนั้น คนนี้เป็นอย่างนี้ คนนี้เป็นดารา คนนี้ไปทำงานอย่างอื่น ชีวิตเราไม่มีอะไรแล้ว ก็รอวันตายอย่างเดียว ทำงานส่งให้เขาต่อไป ไม่มีอะไรหรอกครับชีวิต เอาอะไรไปไม่ได้ ทำอะไรก็ให้เขา

อนาคตที่วางไว้

อยากทำอาชีพอื่นเสริมเหมือนกันครับ ที่ผ่านมาทำอะไรก็เจ๊งหมด สปา ร้านอาหาร ร้านกาแฟ ปุ๋ยก็เจ๊งไปเกือบ 20 ล้าน เพราะว่าเราบริหารไม่เป็น ไม่มีความรู้ ไม่ต้องโทษคนอื่นเลยครับ เป็นคนขาดประสบการณ์คิดไม่เป็น ขอโทษตัวเองเลยที่เป็นแบบนี้ แต่ก็จะหาใหม่ที่มันลงทุนไม่เยอะ แล้วขายในโซเชียลได้ ไม่เจ็บตัวเยอะคือเรารู้แล้ว อาชีพนักแสดงก็ยังทำเป็นหลัก จะทำจนกว่าจะไม่มีแรงไม่มีคนจ้าง เป็นอาชีพหลักของผม แม้ว่าบทบาทจะเปลี่ยนไปก็ตาม ตอนนี้ผมเล่นเป็นตาแล้วนะ ไม่ซีเรียสเราสนุก สบายดีจะตาย พอเป็นคนแก่ก็จะบู๊ได้นิดหน่อย สบายเลย แต่ว่าส่วนตัวผมก็ยังพอบู๊ได้เบาๆ ละครบู๊ หรือว่าถอดเสื้อยังได้อยู่ ซิกแพ็กยังมีอยู่นิดหน่อย (ยิ้ม)

ความในใจถึงแฟนๆ

ขอบคุณแฟนคลับที่ดูแลผมตั้งแต่อายุ 23จนตอนนี้ผมอายุจะ 50 แล้ว กว่า 27 ปี ในวงการบันเทิง ขอบคุณตั้งแต่รุ่นพ่อแม่ปู่ย่าตายายมาถึงรุ่นปัจจุบัน ที่เป็นกำลังใจ ขอบคุณที่ดูผลงานผมและคอยให้กำลังใจตลอด ถ้าไม่มีพวกคุณผมก็คงไม่เกิด ผมจะทำผลงานให้ดีขึ้น เดินไปไหนมาไหนน้อยคนมากที่จะไม่รู้จักเรา แต่อย่างเดียวที่เขาบอกคือในทีวี.ทำไมตัวใหญ่ ตัวจริงทำไมตัวเล็ก แล้วในทีวี.แก่ แต่ตัวจริงไม่แก่ อันนี้เป็นคำพูดที่ได้ยินประจำ ก็ภูมิใจครับที่คนรู้จัก ไปไหนก็ลำบาก ลำบากตรงที่ว่าจะไปทำอะไรที่ไม่ดีไม่ได้ ก็ต้องทำในสิ่งดีๆ (ยิ้ม) และฝากทายาทไว้ด้วยครับ น้องมารคน้องแมม เผื่อเขาได้มีผลงานในวงการบันเทิง ก็ฝากเชียร์ฝากเป็นแฟนคลับไว้ในใจคุณผู้ชมทุกคนด้วยครับ

เรียกว่าทำหน้าที่การเป็นหัวหน้าครอบครัว และการเป็นคนของประชาชนได้อย่างไม่ขาดตกบกพร่อง สมฉายา “พระเอกร้อยล้าน” คนแรกของวงการภาพยนตร์ไทย “เมฆ-วินัย ไกรบุตร”

กุหลาบสีเงิน

แจกความสดใส ‘เกรซ’งัดชุดว่ายน้ำสีแจ่ม อวดผิวใส-หุ่นแซ่บประชันแดด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/322908

แจกความสดใส 'เกรซ'งัดชุดว่ายน้ำสีแจ่ม อวดผิวใส-หุ่นแซ่บประชันแดด

แจกความสดใส ‘เกรซ’งัดชุดว่ายน้ำสีแจ่ม อวดผิวใส-หุ่นแซ่บประชันแดด

วันเสาร์ ที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561, 14.33 น.

24 ก.พ.61 แจกความสดใสรับฤดูร้อนกันไปเลย สำหรับดาราสาว “เกรซ กาญจน์เกล้า ด้วยเศียรเกล้า” ที่ล่าสุดเจ้าตัวได้ไปเล่นน้ำทะเลคลายร้อนที่ เกาะนาวโอพี ประเทศเมียนมา

โดยทริปนี้เจ้าตัวขนชุดว่ายน้ำมาประชันแดดแบบจัดเต็ม ใส่อวดผิวขาวเนียนหุ่นเซ็กซี่ไม่ธรรดา พร้อมโพสต์รูปอวดทิวทัศน์ความงามของธรรมชาติให้ได้ชมกันอีกด้วย งานนี้ต้องบอกเลยว่าทั้งคนทั้งธรรมชาติ

สองซูเปอร์สตาร์ ‘โดม-ปกรณ์ ลัม + โตโน่-ภาคิน’ เตรียมแกรนด์ โอเพนนิ่ง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/322705

สองซูเปอร์สตาร์  ‘โดม-ปกรณ์ ลัม + โตโน่-ภาคิน’  เตรียมแกรนด์ โอเพนนิ่ง

สองซูเปอร์สตาร์ ‘โดม-ปกรณ์ ลัม + โตโน่-ภาคิน’ เตรียมแกรนด์ โอเพนนิ่ง

วันเสาร์ ที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561, 06.00 น.

สองซูเปอร์สตาร์

‘โดม-ปกรณ์ ลัม + โตโน่-ภาคิน’

เตรียมแกรนด์ โอเพนนิ่ง

‘ศูนย์การค้า ดิเอ็กซ์เพลส’

“ศูนย์การค้า ดิเอ็กซ์เพลส” โดยคุณปราช เอกพิพัฒนา ประธานบริหารจัดงานแถลงข่าวแกรนด์ โอเพนนิ่ง เปิดตัวอย่างเป็นทางการกับศูนย์การค้าดิเอ็กซ์เพลส ซึ่งในงานได้รับเกียรติจาก พล.อ.สุรยุทธ์จุลานนท์ องคมนตรี ร่วมเป็นประธานเปิดงาน และพบกับสองซุป’ตาร์ของวงการ “โดม-ปกรณ์ ลัม, โตโน่-ภาคิน” ที่จะมาโชว์พลังเสียงเข้มๆ ให้เหล่าแฟนคลับได้กรี๊ดกันสนั่นห้าง พร้อมกันนี้ภายในห้างยังสนับสนุนเปิดพื้นที่ให้ฟรีๆ เพื่อหน่วยงานราชการและเพื่อน้องๆ นิสิตนักศึกษา ในวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2561 นี้ ตั้งแต่เวลา 14.00 น. เป็นต้นไปณ ศูนย์การค้า ดิเอ็กซ์เพลส บางแค

ASIA Entertainment : 10 กุมภาพันธ์ 2561

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/322689

ASIA Entertainment :  10 กุมภาพันธ์ 2561

ASIA Entertainment : 10 กุมภาพันธ์ 2561

วันเสาร์ ที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561, 06.00 น.

คิดถึงเสมอ

สมาชิกวง SHINee ได้จัดคอนเสิร์ตล่าสุดของพวกเขาขึ้นเมื่อช่วงกลางเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ที่เมืองโอซากาประเทศญี่ปุ่น โดยในช่วงท้ายของคอนเสิร์ตก็ทำเอาแฟนคลับน้ำตาคลอ เมื่อสมาชิกทั้ง 4 ได้แก่ อนยู คีย์ มินโฮ และ แทมิน ได้เว้นพื้นที่ตรงกลางไว้ให้ “จง ฮยอน” ผู้ล่วงลับ นอกจากนี้สมาชิกทั้งสี่ได้ติดกุหลาบสีแดงไว้ที่เสื้อ หลังจากเพลงจบลงพวกเขาได้วางดอกกุหลาบไว้ที่ไมค์ของจง ฮยอนก่อนเดินลงเวทีไป หนึ่งในสมาชิกอย่าง มินโฮ ได้กล่าวในคอนเสิร์ตครั้งนี้ว่า “วันนี้ผมรู้สึกกลัวมาก แต่ก็สามารถผ่านมันมาได้ เพราะพวกคุณทุกคน ผมจะทำงานต่อไปอย่างมีความสุข โดยคิดว่าพวกเราทั้ง 5 คน อยู่บนเวทีเดียวกันเสมอ ผมขอให้พวกคุณจดจำ จง ฮยอน ไว้ตลอดไป เขาเป็นคนที่มีค่า จนไม่สามารถบรรยายออกมาเป็นคำพูดได้เลย”

มิตรภาพที่ดี

ช่วงนี้สาวน้อยร่างเล็ก ไอยู กำลังวุ่นอยู่กับการถ่ายละครเรื่องใหม่ My Ajusshi เพื่อนสนิทอย่างหนุ่ม อี ซึง กิ จึงได้เป็นพ่อบุญทุ่มจัดส่งรถกาแฟและขนมชูโรสเคลื่อนที่ไปให้ถึงกองถ่ายเลยทีเดียว พร้อมทั้งข้อความว่า “สนับสนุนจีอึน (ชื่อจริงของไอยู) และทีมงานละคร My Ajusshi นะครับ” เชื่อว่าเป็นการส่งกำลังใจได้ดีมากเลยทีเดียว ด้านหนุ่มซึงกิเองก็กำลังมีผลงานเรื่อง A Korean Odyssey ในตอนนี้ สาวๆ อย่าลืมไปสนับสนุนพระเอกใจดีคนนี้กันด้วยนะ

มาเดี่ยว

ถึงจะมาเดี่ยว แต่เชื่อว่า โซวอน (ชื่อแฟนคลับ) เนืองแน่นแน่นอน กับการมาเยือนเมืองไทยของสาว “ชเว ซู ยอง” จากวงเกิร์ลเจเนอเรชั่น หลังตบปากรับคำผู้จัดฯค่าย Do Concert ขอเปิดแฟนมีตติ้งเดี่ยวครั้งแรก ในชื่อ Choisooyoung 1st FanMeet in Bkk ในวันเสาร์ 2 มิถุนายน 2561ณ แจ้งวัฒนะฮอลล์ เซ็นทรัลพลาซาแจ้งวัฒนะ ส่วนรายละเอียดการซื้อบัตรรอกันอีกนิดจ้า

เรียนจบแล้วจ้า

เติบโตเป็นผู้ใหญ่เต็มตัวแล้ว สำหรับนักแสดงหนุ่มรอยยิ้มละลายใจสาว พัค โบ กอม วัย 24 ปี ที่เพิ่งเข้าพิธีสำเร็จการศึกษาไป หลังจากเล่าเรียนในสาขาวิชาภาพยนตร์ ที่มหาวิทยาลัยมยองจี ซึ่งเจ้าตัวก็ได้เผยว่า แม้ว่าจะกังวลเรื่องเรียนในช่วงแรก แต่ก็สามารถที่จะสำเร็จการศึกษาใน 4 ปีนี้ได้ และหนุ่มโบกอมก็ไม่ลืมที่จะขอบคุณอาจารย์ รวมถึงเพื่อนร่วมชั้น ที่คอยช่วยเหลือตลอด 4 ปีมานี้

ผลงานใหม่

แฟนคลับคุณพ่อลูกหนึ่งอย่าง เรน เตรียมกรี๊ดได้เลย เพราะเจ้าตัวตกลงรับเล่นละครเรื่องใหม่ที่มีชื่อว่า Sketch ของสถานีโทรทัศน์ JTBC หลังจากที่เคยปฏิเสธบทนี้ไปแล้วครั้งหนึ่ง โดยเป็นละครแนวแอ๊กชั่น-สืบสวนสอบสวน เรื่องราวของความรักและโชคชะตาที่มีคนพยายามจะเปลี่ยนแปลงมัน นับว่าเป็นการคัมแบ๊กเล่นละครในรอบ 2 ปี หลังจากที่ล่าสุดเขาได้ฝากผลงานไว้ในเรื่อง Please Come Back, Mister ก่อนจะพักยาวเพื่อมีทายาท โดยผลงานเรื่องใหม่นี้คาดว่าจะได้รับชมกันในช่วงกลางปีนี้

รักครั้งแรก

ห่างหายการพบปะแฟนชาวไทยไปนาน ล่าสุดรักครั้งแรกของใครหลายๆ คน อย่างหนุ่ม “คิม ฮยอน จุง” คอนเฟิร์มแล้วว่าจะบินมาหาให้ได้ใกล้ชิดที่สุด ในงาน KIMHYUNJOONG in Bkk ในวันเสาร์ที่ 7 เมษายนนี้ 6 โมงเย็นที่โรงภาพยนตร์สกาล่า งานนี้ Do Concert จัดให้ Hi-Touch ทุกที่นั่งกันเลยจ้า โดยจะเปิดขายบัตรราคา 5,500/4,500/3,500 บาท ทางไทยทิคเก็ตเมเจอร์ 10 โมงเช้าของวันอาทิตย์ 4 มีนาคมนี้

Cheese in the trap

จากเว็บตูนชื่อดัง สู่การนำมาสร้างเป็นละคร ล่าสุดแฟนๆ จะได้ชม Cheese In The Trap กันอีกครั้งในรูปแบบของภาพยนตร์ ได้พระเอกคนเดิม พัค แฮ จิน กลับมาสร้างเสียงกรี๊ดอีกครั้งในบทรุ่นพี่
ด้านนางเอกได้สาว โอ ยอน ซอมาประกบคู่เข้าเคมีใหม่ ซึ่งเมื่อวันวาเลนไทน์ที่ผ่านมา ได้มีการปล่อยทีเซอร์ภาพยนตร์ออกมาเป็นน้ำจิ้ม ท่ามกลางกระแสดี๊ดี ผู้เข้าชมทะลุ 2.4 ล้านครั้งไปเรียบร้อย ส่วนภาพยนตร์ฉบับเต็มเตรียมเข้าฉายในเกาหลีใต้ 14 มีนาคมนี้จ้า

‘จอร์จ-ฐปนัท’ ไม่ยึดติดบท ฟาดได้หมด!! ดีสุดเหว..เลวสุดขั้ว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/322703

‘จอร์จ-ฐปนัท’ ไม่ยึดติดบท ฟาดได้หมด!! ดีสุดเหว..เลวสุดขั้ว

‘จอร์จ-ฐปนัท’ ไม่ยึดติดบท ฟาดได้หมด!! ดีสุดเหว..เลวสุดขั้ว

วันเสาร์ ที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561, 06.00 น.

เป็นอีกหนึ่งนักแสดงมากความสามารถที่ขอขายฝีมือมากกว่าหน้าตาอีกคนหนึ่งของเมืองไทย กับนักแสดงหนุ่ม “จอร์จ-ฐปนัท สัตยานุรักษ์” ที่มีบทบาทการแสดงมาให้เลือกเล่นทุกแนว ทั้งดีและร้าย ล่าสุดกับบทบาทสุดท้าทายที่ใครดูแล้วจะต้องเบะปากใส่เพราะร้ายสุดขั้วเลวสุดติ่งเลยทีเดียวกับละครเรื่อง “สะใภ้นางรำ” ทางช่อง 7 สี ที่เพิ่งเปิดกล้องบวงสรวงเอาฤกษ์เอาชัยในวันตรุษจีนรับความเฮงกันไปแล้ว

โดยนักแสดงหนุ่มเผยว่า “คาแร็กเตอร์ในละครเรื่อง “สะใภ้นางรำ” ที่ผมรับเล่นเรื่องล่าสุดนี้ก็จะรับบทเป็นตัวร้าย เรื่องนี้ร้ายมากเลยครับ เลวสุดด้วย เรื่องนี้จะเข้าฉากคู่กับ “ต่าย-ชัชฎาภรณ์ ธนันทา” บทวรวิทย์ที่ผมรับเล่นในเรื่องเป็นคนที่พยายามจะฮุบกิจการของพระเอก (แอม-พีรวัศ) เลยให้พี่ต่ายไปหลอกล่อ ก็จะโกงแบบเลวมากเรื่องนี้ เป็นอีกคาแร็กเตอร์หนึ่งที่สนุกดีจะยากตรงเรื่องของอารมณ์บ้างซึ่งที่ผ่านมาผมก็จะเป็นคนดีซะส่วนใหญ่ อย่างเรื่องล่าสุด “ชาติลำชี” ก็จะเป็นคนดีที่ยึดความถูกต้อง เสียสละ ก็จะเน้นอารมณ์ดราม่าที่ดูแล้วจะสงสาร ส่วนเรื่องนี้ต้องรู้สึกว่าทำยังไงให้คนเกลียด ตรงนี้ที่ท้าทาย ถามว่ากลัวคนจะเกลียดไหม ตอบเลยว่าขอให้เกลียดเถอะ เพราะว่าผมตั้งใจถ่ายทอดบทนี้ออกมามากๆ ไม่ยึดติดเลยว่าจะต้องเล่นเป็นคนดี เท่ ถ้าจะเลวก็ขอแบบเลวสุดขั้วได้เลย อยากให้ติดตามครับ เรื่องนี้ทุกคนตั้งใจจริงๆ อยากให้คนดูอินเหมือนตอนผมเล่นเป็นคนดีๆ แบบเจ้าปะแดง (เพลิงพระนาง) ด้วยแล้วกันนะครับ  ส่วนบทบาทอื่นๆ ผมยินดี และเปิดใจที่จะรับมากครับ ใครจ้างผมเล่นเป็นเกย์ก็ยินดีมากๆ อยากลองเหมือนกันติดต่อมาเลยครับ จะรีบไปฟิตหุ่นเผื่อต้องถอดเสื้อ 555  ด้านผลงานอื่นๆ ตอนนี้มีเรื่อง “ชาติลำชี” อย่างที่บอกไปแล้ว เรื่องนี้ก็จะดีสุดๆ ไปเลย ดูแล้วอาจจะสงสารผมได้นะ มีบู๊ด้วย ครบรสเหมือนกัน อีกเรื่องที่กำลังถ่ายทำตอนนี้ก็ “เรือมนุษย์” ครับคาแร็กเตอร์เรื่องนี้จะเล่นเป็นคุณหมอเรื่องนี้เป็นเพื่อนกับพระเอก (อ๋อม-อรรคพันธ์) และจะแอบรักแอบปลื้มนางเอก ในส่วนของคาแร็กเตอร์ที่ต่างกันแล้วถ่ายในช่วงใกล้เคียงกันผมมองว่าเป็นเรื่องที่ดีนะจะได้เสริมทักษะการแสดงและมั่นใจไม่มีจำบทสลับกันแน่นอนต้องทำการบ้านให้ดี” นักแสดงหนุ่มกล่าว

ส่วนล่าสุดที่เพิ่งเปิดร้านขายข้าวไข่เจียว แล้วมีกระแสว่างานหดหรือเปล่านั้น เจ้าตัวก็เผยว่า“ใช่ครับเพิ่งเปิดร้านข้าวไข่เจียว เอาชื่อตัวเองมาตั้งเลยชื่อร้านว่า “OH พระเจ้าจอร์จ เจียว ดาว” ก็จะเป็นสูตรจาก จ.เชียงใหม่เลย ผมเป็นคนเชียงใหม่อยู่แล้วอยากให้คนกรุงเทพฯได้กินสูตรนี้ แล้วมีเวลาว่างก็จะมาเจียวเองขายเองให้ลูกค้าที่มาอุดหนุนเลยก็สามารถเลือกท็อปปิ้งได้ ซึ่งตอนนี้ก็เปิดมาได้อาทิตย์หนึ่งแล้วครับ ก็ยังมองไปถึงเรื่องเปิดแฟรนไชส์เลยเหมือนกัน ซึ่งกระแสตอบรับก็โอเคนะครับสามารถมาอุดหนุนได้อยู่ตรงตลาดปัฐวิกรณ์ ไม่ซีเรียสที่มีข่าวว่างานหด เลยต้องหันมาขายข้าวไข่เจียว เพราะยังมีงานอยู่แค่มีช่วงที่ว่างก็เลยไปทำ ไม่ซีเรียสครับที่ถูกมองแบบนี้ อยู่ที่ความคิดของคน ขำๆ อีกหน่อยผมอาจจะรวยเป็นร้อยล้านก็ได้ใครจะไปรู้ ซึ่งการจะทำธุรกิจก็ต้องเริ่มจากจุดๆ นี้แบบเล็กๆ ไปก่อน และร้านนี้ได้ทำเองทั้งหมดยังไม่มีลูกจ้างมาช่วย ตอนนี้สนุกกับการเริ่มต้นทำธุรกิจครับ”นักแสดงหนุ่มกล่าวแบบอมยิ้มถึงประเด็นนี้

‘4 โค้ช’ ชวนชายไทยสมัคร ฟาดเข่ากันบนสังเวียน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/322700

‘4 โค้ช’ ชวนชายไทยสมัคร  ฟาดเข่ากันบนสังเวียน

‘4 โค้ช’ ชวนชายไทยสมัคร ฟาดเข่ากันบนสังเวียน

วันเสาร์ ที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561, 06.00 น.

ปลอมๆ หลบไป เก่งจริงกำลังมา ของแท้ต้องฟาด (แข้ง, หมัด, ศอก ฯลฯ) กันบนสังเวียน ได้เวลา 4 โค้ช แห่งบ้านเรียลิตี้มวยไทยคุณสามารถ พยัคฆ์อรุณ, คุณเจริญทอง เกียรติบ้านช่อง, คุณสมรักษ์ คำสิงห์, คุณขาวผ่อง สิทธิชูชัย ประกาศรับสมัครหนุ่มๆ ผู้ชื่นชอบศิลปะมวยไทยลงแข่งขัน “อะเมซิ่งมวยไทยแชมเปี้ยน 2018” ชิงตำแหน่งสุดยอดเจ้าสังเวียน รับรางวัลเงินสด 100,000 บาท พร้อมเป็นแบรนด์แอมบาสซาเดอร์เวที AMT เวทีที่มุ่งอนุรักษ์ท่าทางมวยไทยให้ถูกต้องตามสโลแกน ต่อยได้ใช่ว่าต่อยเป็น ต่อยเก่งใช่ว่าท่าทางจะถูกต้อง

ทั้ง 4 โค้ชเป็นตัวแทนของ บริษัท เอ เอ็ม ที 888 กรุ๊ป จำกัด ร่วมกับ สถาบันการพลศึกษา และคณะศึกษาศาสตร์และพัฒนศาสตร์มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน เผยว่า “คนเป็นนักมวยในสายเลือดจริงๆ “ยิ่งต่อย ยิ่งรักกัน”อยากให้มาแสดงพลังกันเยอะๆ โอกาสในการอนุรักษ์มวยไทยมาถึงแล้ว ได้ทั้งเงินรางวัล ทั้งเกียรติยศ ทั้งประสบการณ์จากพวกเราที่ยินดีถ่ายทอดเต็มที่” โดยกติกา รอบคัดตัววันที่ 20-21 มี.ค.นี้ โค้ชทั้ง 4 จะเป็นผู้เลือก แง้มสเปกนักมวยที่โค้ชแต่ละท่านที่เล็งอยู่ ต่างคนต่างชอบต่างกัน อาทิ ครูขาวผ่อง สิทธิชูชัย เน้น บู๊หนัก บุกแรงสเปกมวยดุ ใจสู้, “ครูเป็ด” เจริญทอง เกียรติบ้านช่องเน้น พูดน้อย แม่ไม้หนักทุกดอก เน้นชั้นเชิง ตามสไตล์ที่ทุกคนดูต่างรู้ดีว่าเจริญทอง เป็นนักชกที่ ลีลา และ ่าทางสวยงามมาก เป็นยอดมวยใต้อีกคนที่แฟนมวยชื่นชอบในยุคนั้น และยกให้เขาเป็นยอดมวยเหลี่ยมเชิงชั้นเซียน

สามารถ พยัคฆ์อรุณ ชอบ อ่อนช้อยแต่รุนแรง สวยงามและมีสมองเน้นมวยฉลาด เนื่องจากหลายคนรู้จักครูสามารถว่าเป็น มวยหล่อ เชิงดี มีเสน่ห์ มาตั้งแต่หนุ่มๆ เมื่อพูดถึงลีลาโยกหลบที่จัดจ้านของนักมวยสัญชาติไทย ไม่มีใครเกิน ท้ายสุด สมรักษ์ คำสิงห์ อัจฉริยะด้วยฝีมือแม่ไม้มวยไทยที่แพรวพราว มาแปลก ขอนักมวยหล่อ เพราะเอาไปต่อยอด ทำอะไรได้หลายอย่าง และฝันอยากให้มวยไทยโกอินเตอร์ เป็นที่สนใจของทุกคนทั่วโลก

เตรียมพบกับ Amazing Muaythai Champion การแข่งขันเพื่อให้ได้มาซึ่ง “ยอดนักสู้ 1 เดียวในสังเวียน” บนเวทีเรียลิตี้ค้นหาสุดยอดนักมวยไทย ที่เน้นการต่อสู้ศิลปะแม่ไม้มวยไทยอย่างแท้จริง เปิดรับสมัครตั้งแต่วันนี้-20 มี.ค. 2560 ทางhttp://amazingmuaythaichampion.com
และ https://www.facebook.com/amazingmuaythaichampion/สอบถามเพิ่มเติม โทรศัพท์ 095-5395518 และ 080-6244065

Rookies : หนุ่มอารมณ์ดี โปรไฟล์เก๋ ‘ปั้น’ธนพล พีชะพัฒน์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/322698

Rookies :  หนุ่มอารมณ์ดี โปรไฟล์เก๋  ‘ปั้น’ธนพล พีชะพัฒน์

Rookies : หนุ่มอารมณ์ดี โปรไฟล์เก๋ ‘ปั้น’ธนพล พีชะพัฒน์

วันเสาร์ ที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561, 06.00 น.

โดดเด่นทีเดียว จากการเป็นพระรองในละคร “พ่อยุ่งลุงไม่ว่าง” ทาง ช่อง 3 พอได้โอกาสพบปะเจรจา “ทีมข่าวบันเทิงแนวหน้า” จึงคว้าแขน “ปั้น” ธนพล พีชะพัฒน์ มาทำความรู้จักกันค่ะ

วัยเด็ก

ปั้นมีพี่น้องทั้งหมด 3 คนครับ ปั้นเป็นคนเล็ก ผู้ชายหมดเลย ซึ่งวัยเด็กส่วนใหญ่ผมก็ตามพี่ๆ ครับ พี่ว่าไง เราก็ตาม พี่คนโตกับผมจะห่างกัน 7 ปี แต่คนกลางกับผม 2 ปี เวลาเขาจะไปเล่นอะไรกัน ส่วนใหญ่เขาจะไปกัน 2 คน เราก็อยู่กับแม่ ติดแม่มากกว่า เด็กๆ เลยจะไม่ค่อยได้ซนเท่าไหร่ มีเรียนเปียโน ประกวดเปียโนบ้าง แต่ไม่ค่อยใช่แนว เพราะผมไม่ชอบอ่านโน้ต ชอบจำนิ้วเอา เลยทิ้งๆ ไป มาช่วง ม.ปลาย เรียนโรงเรียนชายล้วน เซนต์คาเบรียล แล้วตอนนั้นเป็นยุคของดนตรี การประกวดเวทีต่างๆ ผมเลยจับเบส ฟอร์มวงกับเพื่อนตอน ม.5 ชื่อวง “โชเล่” มาจากตอนนั้นเพื่อนชอบเล่น Winning เกมฟุตบอลใน Play station จะมีจังหวะหนึ่งที่เพลงร้องว่า โชเล่ เพื่อนผมก็เลยเอามาตั้งชื่อวง (หัวเราะ) พอได้เพลง ก็ส่งประกวดฮอตเวฟกัน จนได้ติด 30 วงสุดท้าย เราก็แบบโอ้โห… ดีใจมาก เปิดวิทยุฟังประกาศกัน และก็ไปเล่นที่เซ็นทรัลเวิลด์ ตอนซ้อมนี่อย่างปึกมาก ปรากฏวันจริงมือกลองที่เก่งที่สุดในวง กลับหลุด ลืมตีอินโทร ไปตีเข้าเพลงเลย นักร้องก็ร้องผิดคีย์ หน้าซีดกันหมด ตอนนั้นเล่นเพลง “ข้าน้อยสมควรตาย” แล้วโรงเรียนผมไปเชียร์กันเยอะมาก ไปทีเป็น 100 คน ยึดหน้าเวทีกันหมดเลย เรามันส์กันมาก คนดูก็กระโดดกันมันส์ แต่สุดท้ายตกรอบ 30 วงครับ (หัวเราะ) ม.6 ก็ทำการบ้านกันใหม่ ส่งไปใหม่ ติด 30 วงได้ไปเล่นโชว์อีก แต่คราวนี้มือกลองหลุดหนักกว่าเดิมอีก เล่นเพลง “แค่นิยาย” ค่อมจังหวะเลยคราวนี้ ตกรอบเหมือนเดิมครับ

เข้ามหา’ลัย

ผมไปสอบตรง ติด SIIT วิศวะอินเตอร์ ธรรมศาสตร์ครับ พอเข้าไปเรียนก็ค่อนข้างยากมาก จนเราไม่มีเวลาจับเครื่องดนตรีอะไรเลย จนเรียนจบ 4-5 ปีไม่ได้จับเบสอีกเลยครับ แต่ก็คุยกับเพื่อนในวงอยู่เรื่อยๆ ว่าคิดถึงช่วงเวลานั้น ที่ซ้อมกันหนักมาก ตั้งแต่ 11 โมงเช้า จนข้ามวันข้ามคืนกัน เพื่อหวังจะติด 10 วงของฮอตเวฟ พอเป็นนักศึกษา ก็ได้ใช้ชีวิตแบบคนอยู่หอครับ กิน เที่ยว กับเพื่อนฝูง เวลาจะสอบก็นัดเป็นกลุ่มไปติวกัน พอนึกย้อนกลับไป มิน่าคนเขาถึงบอกว่าเป็นช่วงเวลาที่มันส์ที่สุดในชีวิตแล้ว เพราะไม่ต้องคิดอะไรเลย ตอนนั้นผมก็งงนะ มันส์อะไร ไหนจะต้องสอบ ต้องเรียน แต่พอเรามาอยู่จุดนี้มองไป เออ…หนุกจริง (หัวเราะ)

ครอบครัว

คุณพ่อคุณแม่ไม่ได้วางกรอบให้ครับ ผมเป็นคนเล็ก ถ้าพี่เดินไปทางไหนก็จะเดินไปทางนั้น พี่เรียนเซนต์คาเบรียล ผมก็เรียนเซนต์คาเบรียล เรียนกันทั้งบ้าน ธรรมศาสตร์ก็ธรรมศาสตร์ทั้งบ้าน วิศวะเหมือนกันหมดเลย(หัวเราะ) คนโตวิศวะอุตสาหกรรม คนกลางวิศวะเครื่องกล ส่วนผมตอนแรกจะไปทางอุตสาหกรรมแต่ดูแล้วมาทางการจัดการดีกว่า ก็เลยเรียนวิศวะการจัดการ เรียนเรื่องมาร์เกตติ้ง เมเนจเม้นต์ แม่บอกว่าจะเอามาจัดการพวกพี่ๆ อีกทีหนึ่ง (หัวเราะ)ธุรกิจหลักของที่บ้าน คือทำโรงงานขนมปังครับ ที่เป็นขนมปังปอนด์โยนให้ปลากิน ตอนมหา’ลัยก็ช่วยที่บ้านเยอะมาก ช่วยส่งของ ขับรถ ผมก็ชอบนะ คิดว่าโตขึ้นคงสานต่อที่บ้านแน่นอน แล้วก็แตกไลน์เป็นปังกรอบอะไรไป พี่ผมคนโตเขาทำงานอยู่ ปตท. คนกลาง อยู่เชฟรอน ที่แท่นน้ำมันเลย ก็เลยเหลือผมที่วางแผนสานต่อที่บ้าน เพราะตอนนั้นไม่ได้คิดเรื่องงานในวงการเลย

เข้าวงการ

เป็นจังหวะตอนนั้นอยู่หอ แล้วไปกินข้าวที่ร้านแถวมหา’ลัย พี่เอ-ศุภชัยก็ไปเปิดร้านอยู่แถวนั้น แกก็เข้ามาขอไลน์ เขาบอกเสียงปั้นน่าจะไปเป็นนักข่าวนะ
แล้วเดือนต่อมาแกก็บอกนัดแคสให้แล้ว ผมก็เข้าไปแคส แล้วตอนนั้นขี้อายมาก เล่นดนตรีผมก็เล่นอยู่แบ๊กอัพข้างหลัง พอต้องไปพูดกับกล้องกลัวมาก รู้ตัวเลยว่าไม่ได้เรื่อง เพราะประหม่า ตื่นเต้น แล้วก็ไม่ติดครับ ผมก็บอกพี่เขาว่าผมคงไม่เหมาะ แต่พี่เขาก็พาไปหาผู้จัดฯอยู่เรื่อยๆ จนได้เจอ อาปิ่น (ณัฏฐนันท์ฉวีวงษ์ ค่ายทีวีซีน) เข้าเห็นผมเข้าไปแคส เขาก็บอกกำลังหาคาแร็กเตอร์แบบนี้อยู่ เป็นผู้ชายดูนิ่มๆ อบอุ่น แล้วผู้กำกับพี่ฟิวส์ (กิตติศักดิ์ ชีวาสัจจาสกุล) เขาก็อยากได้คนที่ไม่เคยเล่นบทนี้มาก่อน ผมก็เลยได้เริ่มเรื่องแรก เล่น “ใต้เงาจันทร์” เป็นเพื่อนนางเอก ดีใจมากครับ ไปวันแรกก็ได้งานเลย แล้วก็ได้ไปเรียนแอ๊กติ้งเริ่มเก็ทการแสดงว่าเป็นแบบนี้นะ แต่ทฤษฎีกับปฏิบัติต่างกันเยอะมาก จำได้ว่าซีนแรกแค่ขึ้นบันไดเลื่อนแบบไม่ต้องพูดกับใคร ล่อไป 5 เทค (หัวเราะ) แล้วตอนนั้นเพิ่งจบเลยครับ ก็เลยเหมือนเป็นการลองหาประสบการณ์ให้กับตัวเองด้วย

ละครเข้ามาต่อเนื่อง

พอจบเรื่องแรก ก็เซ็นสัญญากับทั้งพี่เอ และอาปิ่น คนละ 5 ปีเหมือนกันครับ และก็ได้เล่นเรื่อง “ดั่งพรหมลิขิตรัก” ต่อ ถ่ายเสร็จไป 2 ปีแล้วครับ (หัวเราะ) ในเรื่องเป็นท่านชาย 3 คน 3 หนุ่ม 3 มุม ร่วมกับ บอมบ์-ธนิน และ เฟิร์ส-เอกพงษ์ เป็นเรื่องที่สนุกนะครับ ต้องรอดูว่าจะได้ออนแอร์เมื่อไหร่ จากนั้นก็รับเชิญมาเรื่อยๆ ครับ ชั่วโมงต้องมนต์, เพชรกลางไฟ จนมาถึง “พ่อยุ่งลุงไม่ว่าง” ที่เต็มตัวหน่อย และก็มี “หนึ่งด้าวฟ้าเดียว” กับ “ชาติเสือพันธุ์มังกร” ที่กำลังถ่ายทำครับ

ชีวิตขึ้นๆ ลงๆ

3 ปีกว่าแล้วครับ แต่ผมมีหายเป็นปีเหมือนกันก็มีคิดว่า เอ๊ะ..หรือจะไม่ใช่ทาง ก็ปรึกษาพี่ๆ หลายท่าน เขาก็บอกทุกคนต้องเจอโมเม้นต์แบบนี้ ปี 2 ปี มันจะหายไป ถามว่าคาดหวังไหม ก็ยอมรับว่ามีบ้างครับ เพราะเราเลือกที่จะเข้ามาตรงนี้แล้ว เลือกที่จะไม่เรียนต่อแต่จุดหนึ่งเราโอเค ไม่ได้ผิดหวังอะไร เพราะว่างเราก็ไปช่วยที่บ้าน ทำขนมปัง มีความสุข ไม่ได้ยึดติดกับงานในวงการ

เริ่มต้นธุรกิจตัวเอง

ทำไก่ขายอยู่ตรงทองหล่อครับ เป็นรถเข็นเล็กๆ ข้างทาง คือมีคนที่ผมรู้จักเขาทำขายมาประมาณ 3 ปีกว่าแล้ว เรากินแล้วเราชอบ ก็เลยชวนเขามารีแบรนด์กัน ด้วยความที่ไก่ทอดสามารถทดแทนมื้อหนึ่งของคนได้ และผมคิดว่ายังไงคนก็ต้องกิน ซึ่งกลุ่มลูกค้ากว้างมาก แล้วกิจการที่บ้านผมเอง ป๊าผมเขาก็ทำมาเป็น 10 ปีแล้ว เรามีความคิดอะไรใหม่ๆ อยากจะเปลี่ยนสูตร จะทำอะไร เขาก็จะบอกเปลือง อย่างนั้นอย่างนี้ เลยทำอะไรไม่ค่อยได้ แต่ก็ไม่ได้ทิ้งนะครับ ยังช่วยดูอยู่ อย่าง 2-3 ปีที่ผ่านมาก็ขยั้นขยอให้ป๊าทำแบรนด์ขนมปัง ตอนนี้ก็ได้แบรนด์ชื่อ “เพิ่มบุญ” ขึ้นมาครับ เพียงแต่เราก็อยากมีอะไรที่เป็นของตัวเองจริงๆ ดูบ้าง ก็เลยตั้งเป็นชื่อ “ไก่ทอดอร่อยเหาะ” อยู่ภายใต้บริษัทอร่อยเหาะฟู้ด เป็นบริษัทของผมเอง เราเห็นว่ากำไรดีระดับหนึ่ง ก็เลยอยากให้คนที่กำลังหารายได้หลัก หรือรายได้พิเศษเอาไปขายกัน ตอนแรกที่ผมขายแฟรนไชน์ ผมก็ขายให้เขาไปเปิดเองเลย ผมมีอันเดียวคือสาขาที่ทองหล่อ สุขุมวิท 49 ข้างๆ วิลล่า ที่เหลือคนเขาสนใจ เขาก็ขอซื้อไปเปิดกัน พอตอนหลังเพื่อนคุณพ่อเขาเป็นเจ้าของโรงงานผลิตภัณฑ์อาหารแช่แข็งสำเร็จรูป ก็เลยไปดิวกับเขา แล้วโรงงานเขาสเกลใหญ่ ได้มาตรฐานสากลครบทุกอย่าง เขาก็คิดราคาทุนๆ ให้ผม ถึงต้นทุนจะกระโดดไปเยอะมาก ถ้าเราทำเอง กำไรจะเยอะกว่า แต่ธุรกิจเราก็จะไม่โต พอเราฝากไว้ตรงนั้นปุ๊บ กำลังเราสามารถส่งได้หมดทั่วประเทศเลย เขาทำให้เราได้หมด

เตรียมโกอินเตอร์

ไก่นะครับ ไม่ใช่ผม (หัวเราะ) คือผมได้โอกาสดี จากทางปั๊ม PT เขาดิวให้ไปขายที่ปั๊มเขาได้เลย ซึ่งปั๊มเขาตั้งเป้าไว้ 100 สาขาในปีนี้ และมีทางกัมพูชา ติดต่อขอรับไปขายด้วยครับ ที่บ้านก็แฮปปี้ ที่เราทำอะไรประสบความสำเร็จด้วยตัวเอง มันก็เป็นสิ่งที่ทำให้เราภูมิใจตัวเองด้วยครับ (ไม่ได้จะสร้างรากฐาน เพื่อเตรียมสร้างครอบครัวใช่ไหม?) ยังครับ มีโอกาสเข้ามาพอดีครับ ก็เลยลองดู(หัวเราะ)

ความรัก

รักครั้งแรกของผมเกิดขึ้นสมัย ม.ปลายครับเขาอยู่เตรียมอุดมฯ แต่พอเข้ามหา’ลัยก็แยกกัน เพราะผมอยู่ธรรมศาสตร์ เขาอยู่จุฬาฯ แล้วผมอยู่หอด้วย ก็เลยห่างๆ กัน ปัจจุบันก็มีคนคุยบ้างครับ คือคุยกับคนเดียวนะ (หัวเราะ) แต่จะเป็นเหมือนเพื่อนกันมากกว่า คือศึกษากันไปก่อนครับ (สเปก?) หมวยๆ เหม่งๆ เป็นสเปกในอุดมคติมาตั้งแต่เด็กๆ เลยครับ (ถ้ายกตัวอย่างดารา?) พี่เต้ย-จรินทร์พร ครับ ผมตามพี่เขามาตั้งแต่ก่อนเข้าวงการแล้วครับ

เป็นหนุ่มหล่อคนขยันที่ไม่อยู่นิ่ง ส่วนใครที่อยากวิ่งตาม เอ้ย!! ติดตาม ชี้ช่องให้ทางไอจี @Panntp เลยค่ะ แล้วจะรู้ว่าหนุ่ม “ปั้น” เสน่ห์แรงมว๊ากก!!

‘ทรูวิชั่นส์’ ถ่ายทอดสด! ‘90th OSCARS’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/322706

‘ทรูวิชั่นส์’ ถ่ายทอดสด! ‘90th OSCARS’

‘ทรูวิชั่นส์’ ถ่ายทอดสด! ‘90th OSCARS’

วันเสาร์ ที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561, 06.00 น.

ทรูวิชั่นส์ ที่หนึ่งด้านรายการบันเทิงที่ดีที่สุด ชวนคุณมาติดตามชมการถ่ายทอดสด งานประกาศผลรางวัลยอดเยี่ยมทางภาพยนตร์ที่เก่าแก่และยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก “อคาเดมี อวอร์ดส” หรือ “ออสการ์” ซึ่งในปีนี้ได้จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 90 กับที่สุดของความเวอร์วังอลังการงานสร้าง ทั้งแสง สี เสียง รวมไปถึงเหล่าบรรดา
นักแสดง นักร้อง และเซเลบฯชื่อดัง ที่จะแต่งตัวมาร่วมงานกันแบบจัดเต็มชนิดที่ไม่มีใครยอมใคร เพื่อมาประชันกันบนสมรภูมิพรมแดง ให้เหล่าตากล้องและปาปาราซซี่ทั้งหลายได้รัวชัตเตอร์ถ่ายภาพกัน และอีกครั้งในปีนี้กับ “จิมมี่ คิมเมล” พิธีกรอารมณ์ดีจากรายการทอล์กโชว์ชื่อดัง Jimmy Kimmel LIVE! จะมารับหน้าที่เป็นผู้ดำเนินรายการและเรียกเสียงหัวเราะจากทุกๆคน ส่วนสิ่งที่จะไม่พูดถึงนั้นก็คงไม่ได้สำหรับงานนี้นั่นก็คือ ภาพยนตร์ที่ได้รับการยกย่องให้เป็นตัวเต็งของงาน ซึ่งในปีนี้ภาพยนตร์ เรื่อง “The Shape of Water” ของผู้กำกับ กิลเลอร์โม เดล โตโร ได้ถูกเสนอชื่อเข้าชิงมากที่สุดถึง 13 สาขา ด้วยกัน ตามมาด้วย Three Billboards Outside Ebbing, Missouri ที่ได้เข้าชิง 9 รางวัล และ Dunkirk ของผู้กำกับ คริสโตเฟอร์ โนแลน ที่ได้เข้าชิง 8 รางวัล

และสำหรับสมาชิกทรูวิชั่นส์ เรามีความพิเศษมามอบให้เพื่อเอาใจคอหนังให้ได้ชมกันแบบจุใจเช่นเคย กับภาพยนตร์เรื่องเยี่ยม กว่า 100 เรื่อง ที่ได้ผ่านเวทีออสการ์มาแล้ว โดยสมาชิกสามารถรับชมได้ทุกวันตลอดทั้งเดือนมีนาคมนี้ เริ่มต้นที่เวลา 19.00 น. ทางช่อง True Movie Hits (ทรูวิชั่นส์ช่อง 238), เวลา 20.00 น.ทางช่อง True Film HD (ทรูวิชั่นส์ช่อง 222) และปิดท้ายเวลา 21.00 น. ทางช่อง True Film HD 2 (ทรูวิชั่นส์ช่อง 223)มาร่วมลุ้นและร่วมเชียร์กันไปพร้อมกันว่า ภาพยนตร์เรื่องใดจะสามารถคว้ารางวัลอันทรงเกียรติในครั้งนี้ไปครองได้มากที่สุดใน “The 90th Annual Academy Awards” ทรูวิชั่นส์ถ่ายทอดสด จาก โรงมหรสพดอลบีเธียเตอร์ นครลอสแองเจลิส ประเทศสหรัฐอเมริกา เช้าวันจันทร์ที่ 5 มีนาคมนี้ตั้งแต่เวลา 06.30 น. ช่วงเดินพรมแดง และ 08.00 น. ช่วงประกาศผลรางวัล และ สำหรับใครที่พลาดในช่วงเช้า ยังสามารถรับชมได้อีกครั้งใน เวลา 18.00 น. ทางช่อง True Movie Hits (ทรูวิชั่นส์ช่อง 238) และ เวลา 20.00 น. ทางช่อง True Film HD (ทรูวิชั่นส์ช่อง 222) สนใจสมัครแพ็กเกจ แพลทินัม เอชดี และ โกลด์ เอชดีแพ็กเกจที่ดีที่สุดจากทรูวิชั่นส์ สมัครวันนี้ ฟรีค่าติดตั้ง และลดค่าประกัน 50% (จากราคาปกติ 2,000 บาท) ตั้งแต่วันนี้-31 มีนาคม 2561 สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://www.truevisionsgroup.com