จำแทบไม่ได้! ‘แก้ม วิชญาณี’แต่งหน้าเปลี่ยนลุคสุดอินเตอร์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/320038

จำแทบไม่ได้! 'แก้ม วิชญาณี'แต่งหน้าเปลี่ยนลุคสุดอินเตอร์

จำแทบไม่ได้! ‘แก้ม วิชญาณี’แต่งหน้าเปลี่ยนลุคสุดอินเตอร์

วันอาทิตย์ ที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561, 15.07 น.

11 ก.พ.61 เรียกว่าเป็นนักร้องสาวเสียงทรงพลัง สำหรับ “แก้ม วิชญาณี เปียกลิ่น” ที่ช่วงนี้ดูมีความสวยแซ่บขึ้นทุกวันๆ ล่าสุดสาวแก้มก็ได้แปลงโฉมเปลี่ยนลุคด้วยฝีมือของช่างแต่งหน้ามือทอง อย่าง น้องฉัตร ที่ได้เนรมิตรลุคสุดอินเตอร์ สายฝ. บอกเลยว่าเปลี่ยนลุคจนจำแทบไม่ได้เลยทีเดียว

ว้าว! ‘มิ้นท์ ณัฐวรา’แหวกอกลึกถ่ายแฟชั่นชุดเจ้าสาว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/320020

ว้าว! 'มิ้นท์ ณัฐวรา'แหวกอกลึกถ่ายแฟชั่นชุดเจ้าสาว

ว้าว! ‘มิ้นท์ ณัฐวรา’แหวกอกลึกถ่ายแฟชั่นชุดเจ้าสาว

วันอาทิตย์ ที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561, 13.39 น.

11 ก.พ.61 เป็นอีกหนึ่งนักแสดงสาวสวย ที่มีความแซ่บยิ่งกว่าพริก 10 เม็ด สำหรับ “มิ้นท์ ณัฐวรา วงศ์วาสนา” ที่ล่าสุดสาวมิ้นได้มีโอกาสถ่ายแฟชั่นชุดเจ้าสาวให้กับ Vanus couture ซึ่งถืงแม้จะเป็นชุดเจ้าสาวแต่สาวมิ้นท์ก็ยังมีอินเนอร์ความเซ็กซี่พุ่งออกมา ด้วยทรวดทรงองค์เอวที่เป๊ะสุดๆ ชุดที่แหวกอกลึก บอกเลยว่าออร่าความขาวพุ่งกระจายเลยทีเดียว

ขอบคุณภาพ : vanuscouture_officialmintvongvasana

ดาราพาเที่ยว : ‘แคร์-ฉัตรฑริกา’ ตะลอนญี่ปุ่น รื้อฟื้นความทรงจำในรอบ 7 ปี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/319868

ดาราพาเที่ยว : ‘แคร์-ฉัตรฑริกา’ ตะลอนญี่ปุ่น  รื้อฟื้นความทรงจำในรอบ 7 ปี

ดาราพาเที่ยว : ‘แคร์-ฉัตรฑริกา’ ตะลอนญี่ปุ่น รื้อฟื้นความทรงจำในรอบ 7 ปี

วันอาทิตย์ ที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561, 06.00 น.

ทำเอาคนดูหมั่นไส้สุดๆ สำหรับ “ยิ่งจันทร์” ในละครเรื่อง “เสน่ห์นางงิ้ว” ที่ออกอากาศทางช่อง 3ซึ่งรับบทโดย “แคร์-ฉัตรฑริกา สิทธิพรม” นางร้ายน้องใหม่ที่กำลังมาแรง แฟนละครเกลียดกันเป็นแถว งานนี้สาวแคร์เลยขอหลบไปพักผ่อนตะลอนทัวร์ที่ญี่ปุ่น รื้อฟื้นความทรงจำในวัยเด็กอีกครั้ง ทริปนี้จะสนุกและตื่นเต้นแค่ไหนตามไปดูกัน

อยากรื้อฟื้นความทรงจำอีกครั้ง “เป็นการกลับไปญี่ปุ่นในรอบ 7 ปี จากสมัยเด็กๆ ที่เคยไปครั้งแรกแล้วญี่ปุ่นเป็นประเทศที่ชอบ และอยากไปอยู่แล้ว ล่าสุดที่ไปมาก็เมื่อปลายปีที่แล้วค่ะ แคร์รู้สึกฟินมากๆ (เน้นเสียง) เพราะตอนเราไปครั้งแรกแคร์ยังรู้สึกว่า ญี่ปุ่นน่าอยู่จัง อากาศดี โน่นนั่นนี่ดี แต่ก็ยังจำอะไรไม่ค่อยชัดเจนเท่าไหร่ พอไปครั้งนี้เรารู้เรื่องและโตขึ้นมาก เราก็สามารถเก็บรายละเอียดได้มากยิ่งขึ้น ได้รู้จักที่จะเดินทางเองเป็นครั้งแรก จัดการเองทุกอย่าง ศึกษาเส้นทางการเดินทางด้วยตัวเอง ช็อปปิ้งของที่เราชอบ ถือว่าเป็นการเดินทางที่ได้รื้อฟื้นความทรงจำเก่าๆ ที่จำไม่ค่อยได้ตอนโน้น ครั้งนี้ก็ได้มาถ่ายรูปเดินชิล ช็อปปิ้ง กิน กับแก๊งเพื่อนๆ ก็สนุกสนานคนละแบบ”

เสน่ห์ที่หลงใหลในญี่ปุ่น “วัฒนธรรมค่ะ อากาศก็ดี ต่อให้ร้อน บ้านเขาก็เย็นสำหรับเราอยู่ดี (หัวเราะ) อากาศคลีนมาก เข้าใจเลยว่าทำไมคนญี่ปุ่นสุขภาพดี อาหารการกินก็อร่อย ต่อให้เราไปกินร้านข้างถนนธรรมดา เราก็มั่นใจในคุณภาพและวัตถุดิบเขาซึ่งอาหารบ้านๆ ตามตลาดทั่วไปของเขาก็อร่อยแคร์ชอบกินปลาดิบอยู่แล้วค่ะ ก็ได้กินสมใจ แต่มีอย่างหนึ่งที่แคร์ชอบมากนั่นคือทูน่า ซึ่งอร่อยมาก (เน้นเสียง) ยิ่งได้กินที่ตลาดปลาซึกิจิ นะสุดยอด ต้องไปลองนะคะ อยู่โตเกียวต้องไปให้ได้นะคะ ตลาดปลาแห่งนี้ ของสดมาก เป็นท่าเรือรับกันมาสดๆ เลยไม่ได้มีแต่ปลาอย่างเดียวด้วย”

ทริปต่อไปยังคงติดใจญี่ปุ่น “ใช่ค่ะก็ไปญี่ปุ่นนี่แหละค่ะ ซึ่งครั้งนี้ไปทำงานด้วย แล้วก็จะถือโอกาสเที่ยวด้วย เพราะเป็นสถานที่ที่ไม่เคยไป นั่นคือ โอซาก้าหวังว่าจะเจออะไรที่ประทับใจและได้เรียนรู้ความเป็นญี่ปุ่นที่แตกต่างจากโตเกียว (ยิ้ม) แคร์ว่าญี่ปุ่นอากาศดีมากนะ เดินทางง่าย รู้สึกว่าปลอดภัย เราอยู่ได้ไปเที่ยวที่ไหนก็ได้ อาหารที่ไหนก็กินได้ แหล่งช็อปปิ้ง เสื้อผ้าก็โอเค แทบจะทุกอย่าง แต่ละสถานที่ที่ไปแคร์สามารถถ่ายรูปได้หมดเลย แค่หน้าร้านซูชิธรรมดาๆ ก็ถ่ายค่ะ (หัวเราะ)”

เที่ยวแต่ละครั้ง คือการเรียนรู้ “ใช่ค่ะ การท่องเที่ยวทำให้เราฝึกตัวเราเองในเรื่องของการจัดการ เพราะแน่นอน เวลาเราไปเที่ยวที่ไหนกันเอง จะต้องมีการวางแผนกันก่อนว่าจะไปเที่ยวที่ไหนเดินทางยังไง จัดแจงจะกินอะไร มันเป็นการวางแผนชีวิตเราเองในช่วงเวลาหนึ่ง เป็นประสบการณ์ที่แตกต่าง ต่อให้เราไปที่เดิม แต่ไปในช่วงเวลาที่เปลี่ยนไปทุกอย่างมันก็เปลี่ยนไปด้วยนะคะ รวมถึงความรู้สึกของเราด้วย ไม่ว่าจะเป็นมุมมองหรือว่าไลฟ์สไตล์การเที่ยว ตอนเด็กอาจจะไปเที่ยวแบบนี้นะ แต่พอโตขึ้นเราก็ไปอีกแบบหนึ่ง เป็นความทรงจำและประสบการณ์อย่างหนึ่งที่เปลี่ยนแปลงไป ต่อให้ไปในที่เดิมๆ ก็ตาม มันก็ไม่ได้รู้สึกว่าเบื่อค่ะ แล้วที่บ้านแคร์ถ้ามีวันหยุดยาวก็จะนัดกันออกไปเที่ยวตลอด อย่างปีใหม่ก็รวมตัวกันเคานท์ดาวน์สนุกสนานแฮปปี้อยู่กับครอบครัว”

อย่าลืมหาความสุขให้ตัวเองในทุกๆ วัน และทำให้ทุกวันเป็นวันพิเศษ เพียงแค่คุณให้โอกาสตัวเอง กินอย่างที่ชอบ เที่ยวอย่างที่ใช่ ไปในทุกที่ที่อยากจะไป แล้วเก็บเอาไว้เป็นประสบการณ์ต่อยอดการดำเนินชีวิตอย่างมีความสุข

นร.ป.4 สาธิตกรุงเทพธนบุรีเจ๋ง! คว้าแชมป์ เล่านิทานประกอบสื่อ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/319872

นร.ป.4 สาธิตกรุงเทพธนบุรีเจ๋ง!  คว้าแชมป์ เล่านิทานประกอบสื่อ

นร.ป.4 สาธิตกรุงเทพธนบุรีเจ๋ง! คว้าแชมป์ เล่านิทานประกอบสื่อ

วันอาทิตย์ ที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561, 06.00 น.

กิจกรรมก็เด่น วิชาการก็ไม่เคยด้อย ด้วยเพราะเน้น ให้โรงเรียนสาธิตกรุงเทพธนบุรีเป็นเสมือน “บ้านหลังที่สองของนักเรียน” ล่าสุด คุณเอิร์น-จิรวรรณ ชัยรุ่งเรือง รองผู้จัดการ โรงเรียนสาธิตกรุงเทพธนบุรี ขอแสดงความยินดีกับ นักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนสาธิตกรุงเทพธนบุรีประกอบด้วย ด.ช.ปุญญ เลี้ยงอำนวย, ด.ช.อัศวิน เอื้ออารีย์จิต, ด.ญ.ณัชชา ลิมป์ศิริวรารักษ์, ด.ญ.กัญญ์พรภัสร์ ดวงสิทธิสมบัติ,ด.ญ.ภิชญา รอกสุวรรณ ที่ได้รับรางวัลชนะเลิศการแข่งขันเล่านิทานประกอบสื่อ ประเภททีม ทีมละ3-5 คน ระดับประถมศึกษาตอนปลาย ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4-6 หัวข้อนิทาน “ตู้พอเพียง”ในโครงการปิ่นมาลาวิชาการ “เอกาทศวิชา เสริมสร้างปัญญาวุฒิ ครั้งที่ 2” ระหว่างวันที่ 29 มกราคม-2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561 ณ คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร วิทยาเขตพระราชวังสนามจันทร์ และได้เข้ารับโล่และประกาศนียบัตรจาก หม่อมหลวง ปนัดดา ดิศกุล ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 2 ก.พ. 2561 ที่ผ่านมาผู้ปกครองหรือนักเรียนที่สนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร.02-4081919-28, 02-4088111,02-4081555 หรือ www.satitbtu.ac.th

 

Hollywood stars : 11 กุมภาพันธ์ 2561

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/319876

Hollywood stars : 11 กุมภาพันธ์ 2561

Hollywood stars : 11 กุมภาพันธ์ 2561

วันอาทิตย์ ที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561, 06.00 น.

O จิม แคร์รี นักแสดงตลกชื่อดังชาวอเมริกันเผยว่า กำลังลบบัญชีเฟซบุ๊คและขายหุ้นเฟซบุ๊ค พร้อมกับติดแฮชแท็ก#unfriendfacebook ในทวีตเพราะไม่พอใจที่เฟซบุ๊คได้กำไรจากรัสเซียในช่วงแทรกแซงเลือกตั้งสหรัฐปี 2559 และขอให้นักลงทุนรายอื่นๆ ที่เป็นห่วงอนาคตตัวเองทำเช่นเดียวกับเขา แคร์รียังได้ให้สัมภาษณ์สถานีโทรทัศน์ซีเอ็นบีซีว่า จะต้องช่วยกันทำให้เจ้าของแฟลตฟอร์มสื่อสังคมออนไลน์เพิ่มการกำกับดูแลการบริหารงานให้มากขึ้น เพราะสื่อที่เข้าถึงง่ายดายแบบนี้จะต้องมีการบริหารที่รับผิดชอบมากกว่านี้ นักลงทุนต้องช่วยกันเคลื่อนไหวส่งสารดังๆ ให้รู้ว่าโลกทุกวันนี้ต้องการทุนนิยมที่มีสำนึกผิดชอบชั่วดี แคร์รีกล่าวด้วยว่า สหรัฐได้ประโยชน์จากสภาพภูมิศาสตร์ที่มีมหาสมุทรปกป้องทั้งสองฝั่งประเทศมานาน แต่ตอนนี้สื่อสังคมออนไลน์ได้สร้างสะพานไซเบอร์เปิดทางให้ผู้ไม่หวังดีเข้ามาโดยไม่สามารถป้องกันได้

O อัตราการฆ่าตัวตายในสหรัฐอเมริกา ก็เพิ่มขึ้นเกือบร้อยละ 10 ในปี 2014 ซึ่งเป็นปีที่ โรบิน วิลเลียมส์ นักแสดงมากฝีมือตัดสินใจจบชีวิตตัวเอง แถมจำนวนผู้ชายที่ใช้วิธีการฆ่าตัวตายด้วยการทำให้ตัวเองขาดอาการหายใจเหมือน วิลเลียมส์ ยังเพิ่มขึ้นอย่างน่าตกใจ อีกด้วย การวิจัยของมหาวิทยาลัยโคลัมเบีย ครั้งนี้ ยังพบว่า การนำเสนอข่าววิลเลียมส์ในวงกว้าง โดยเฉพาะ สื่อสังคมออนไลน์มีอิทธิพลไม่น้อยให้เกิดพฤติกรรมเลียนแบบเปรียบเทียบกับ สมัยที่ เคิร์ท โคเบนนักร้องนำวง Nirvana ฆ่าตัวตายเมื่อปี 1994 ที่ทำให้จำนวนคนที่ฆ่าตัวตายตามศิลปินน้อยกว่า วิลเลียมส์ เพราะสมัยนั้นยังจำกัดการรับรู้ของผู้คนนั่นเอง

O รักที่ปิดฉากลงของ 2 นักแสดงแถวหน้า ไมเคิล ชีน และ ซาราห์ ซิลเวอร์แมน ที่ฝ่ายหญิงออกมาประกาศผ่านทวิตเตอร์แบบขำๆ สมกับเป็นนักแสดงตลกว่าต่อไปเลิกถามถึงอีกฝ่ายนึงซะที ไม่ว่ากับเธอหรือชีน เพราะทั้งคู่แยกทางกันตั้งแต่คริสต์มาสที่ผ่านมา โดยเหตุผลหลัก มาจากรักแท้แพ้ระยะทาง เนื่องจาก ชีนย้ายกลับไปอยู่อังกฤษ เพื่อจะได้อยู่ใกล้ชิดกับลูกสาว ซึ่งเป็นลูกติดของเขากับนางเอกสาว เคท เบคคินเซล ขณะที่ซิลเวอร์แมน ยังอยู่ที่ลอสแองเจลิส

O ฮิวจ์ แกรนท์ พระเอกเมืองผู้ดี สามารถตกลงยอมความกับสื่อก๊อสซิปยักษ์ใหญ่ Mirror Group Newspapers ในคดีดักฟังโทรศัพท์ ซึ่งยืดเยื้อมานานหลายปีโดยไม่มีการเปิดเผยรายละเอียด แต่มีรายงานว่า สื่อคู่กรณี ยอมจ่ายเงินจำนวนหกหลัก ให้กับแกรนท์เพื่อให้คดีนี้จบลง ซึ่งเจ้าตัวก็นำเงินที่ได้ไปบริจาคให้กับองค์กรต่อต้านการดักฟังโทรศัพท์ Hacked Off อีกต่อหนึ่ง

O นางเอกสายสตรอง อูม่า เธอร์แมน ที่ผิดคิวกลางกองถ่ายหนังเรื่อง Kill Bill เมื่อ 15 ปีก่อน ระหว่างเข้าฉากขับรถ แต่กลับชนเข้ากับต้นไม้อย่างจัง จนส่งผลให้แธอมีปัญหาเรื่องเข่าและคอเรื้อรัง ล่าสุด เธอร์แมน ตั้งใจนำคลิปนี้มาโพสต์ในอินสตาแกรม เพื่อเรียกร้องให้โปรดิวเซอร์หนังเรื่องนี้ รับผิดชอบต่ออุบัติเหตุที่เกิดขึ้น เธอร์แมน เล่าว่าผู้กำกับ เควนติน ทาเรนติโน่ เกลี่ยกล่อมให้เธอเล่นฉากนี้เองโดยยืนยันว่าทุกอย่างจะปลอดภัย แต่ผลลัพธ์ไม่เป็นแบบนั้น จนทำให้ความสัมพันธ์ระหว่าง เธอกับทาเรนติโน่ร้าวฉานไปพักใหญ่ กระทั่งเธอขอคลิปที่ว่านี้จากทาเรนติโน่และเขาก็ยอมเสียเวลาค้นให้ ทั้งยังขอโทษเธออย่างจริงใจ นั่นทำให้เธอให้อภัยผู้กำกับคู่บุญ ผิดกับ 3 โปรดิวเซอร์ ซึ่งมี ฮาร์วีย์ ไวน์สตีน รวมอยู่ในนั้นด้วย ที่พยายามสกัดไม่ให้เรื่องนี้ออกสื่อ ซึ่งสำหรับเธอร์แมน แล้ว เธอมองว่า การเจตนาปกปิกความผิด เป็นเรื่องอภัยให้ไม่ได้จริงๆ

O นักแสดงรุ่นใหญ่ คิม แคททรอล จากซีรี่ส์ดังSex and the City ต้องสูญเสียคริสโตเฟอร์ น้องชายไปอย่างไม่มีวันกลับ เมื่อตำรวจแคนาดาแจ้งว่า พบศพของเขาแล้ว หลังจากที่เขาหายตัวออกจากบ้านหลายวันแล้ว โดยแคททรอลเผยข่าวร้ายผ่านสื่อโซเชียล พร้อมขอความเป็นส่วนตัว ในช่วงเวลาแห่งการสูญเสียนี้ด้วย แต่ไม่มีการเปิดเผยว่า น้องชายของแคททรอลเสียชีวิตด้วยสาเหตุอะไร

O ปริศนาการเสียชีวิตของนางเอกผู้ล่วงลับนาตาลี วูด เมื่อ 37 ปีก่อน ถูกรื้อขึ้นมาสอบสวนใหม่ว่าอาจไม่ใช่อุบัติเหตุ หลังมีพยานในเหตุการณ์ออกมาเปิดเผยข้อมูลที่ชี้ไปที่ นักแสดงรุ่นใหญ่ โรเบิร์ต วากเนอร์ อดีตสามีว่าอาจมีส่วนรู้เห็นกับการจมน้ำตายของวูด ย้อนไปในวันเกิดเหตุวูดถูกพบเป็นศพลอยอยู่กลางทะเลใกล้กับเกาะคาตาลิน่า ซึ่งตอนนั้น วากเนอร์ที่อยู่บนเรือกับ คริสโตเฟอร์ วอล์คเกอร์ อ้างว่า เขาเมาจนไม่รู้ว่าภรรยาหายไป แต่ตอนนี้ พยานหลายคนกลับออกมาให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า วากเนอร์มีปากเสียงกับวูด ก่อนที่เธอจะตาย แถมพอรู้ว่าภรรยาหายตัวไป เขาก็ไม่กระตือรือร้นที่จะตามหา อย่างไรก็ดี แม้ตำรวจจะเชื่อว่าวากเนอร์เป็นผู้ต้องสงสัย แต่ก็ยังไม่มีหลักฐานเอาผิด

‘ลุลา’ ขึ้นเหนือ เลี้ยงอาหารเด็กกำพร้า

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/319865

‘ลุลา’ ขึ้นเหนือ เลี้ยงอาหารเด็กกำพร้า

‘ลุลา’ ขึ้นเหนือ เลี้ยงอาหารเด็กกำพร้า

วันอาทิตย์ ที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561, 06.00 น.

เป็นอีกปีสำหรับ ลุลา-กัญญารัตน์ ติยะพรไชย ศิลปินสังกัด จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ที่ขอเป็นตัวแทนเพื่อนศิลปินร่วมกับผู้ใหญ่ใจดี ขึ้นเหนือร่วมทำบุญเลี้ยงอาหารและขนมแก่น้องๆ เด็กกำพร้าที่อยู่ในความอุปถัมภ์ของพระประชานาถมุนี เจ้าอาวาสวัดดอนจั่น ตำบลท่าศาลา อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ รวมถึงได้มอบเครื่องอุปโภค บริโภค เครื่องใช้ไฟฟ้า เสื้อผ้า เครื่องนุ่งห่มและของใช้ที่จำเป็นให้กับน้องๆ ในครั้งนี้ด้วย ลุลา เผยว่า “รู้สึกดีใจและมีความสุขมากค่ะที่ได้มาทำกิจกรรมดีๆแบบนี้อีกครั้ง ดีใจที่ได้มีส่วนร่วมในการมอบความสุขให้แก่น้องๆ ซึ่งน้องๆ ที่โรงเรียนวัดดอนจั่นน่ารักมากค่ะรู้สึกประทับใจมากน้องๆ น่ารัก ยิ้มแย้ม สนุกสนาน เป็นกันเอง และยังจำลุลาได้ เห็นน้องๆ มีความสุขแบบนี้ก็ดีใจค่ะ หากใครมีโอกาสลุลาก็ขอเชิญชวนให้มาร่วมทำบุญที่วัดดอนจั่นกันนะคะ เพราะมีน้องๆ หลายร้อยชีวิตที่ยังขาดแคลนและรอการแบ่งปันน้ำใจจากทุกคนอยู่ค่ะ”

Star Retro : 16 ปีในวงการ ‘เอ-สุรพันธ์’ขยับตามวัฏจักร ผันเป็น พ่อค้าบะหมี่

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/319895

Star Retro : 16 ปีในวงการ  ‘เอ-สุรพันธ์’ขยับตามวัฏจักร  ผันเป็น พ่อค้าบะหมี่

Star Retro : 16 ปีในวงการ ‘เอ-สุรพันธ์’ขยับตามวัฏจักร ผันเป็น พ่อค้าบะหมี่

วันอาทิตย์ ที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561, 06.00 น.

ผันตัวไปเป็นพ่อค้าบะหมี่เกี๊ยวหมูแดงจนเป็นที่ร่ำลือ สบโอกาสเจอกับหนุ่ม “เอ-สุรพันธ์ ชาวปากน้ำ” ที่ยกร้านไปเปิดในงานตลาดนัดดาราช่อง 3 จึงจับตัวนักแสดงและนายแบบคนดังมานั่งพูดคุย ล้วงลึกถึงสูตรลับ พร้อมบอกเล่าเรื่องราววันวานสุดประทับใจ

l ปัจจุบันที่เป็น

งานแสดงตอนนี้พอมีบ้าง แต่ว่าก็น้อยลงครับ จะตามอะไรก็ไม่รู้ (หัวเราะ) ตามวัฏจักรมั้งครับ แต่หลักๆ ที่ทำอยู่ตอนนี้จะเป็น food truck บะหมี่เกี๊ยวหมูแดงชื่อว่า “เกาลูนนู้ดเดิ้ล” อยู่ที่ซอยทองหล่อ18 ขายตั้งแต่วันจันทร์ถึงศุกร์ 11 โมงถึง 2 ทุ่ม ก็จะขายบนรถ หรือว่าจะไปออกงานก็ได้ ทำมาเกือบปีแล้วนะครับ ตอนแรกไม่มีสูตรเด็ดอะไรเลย แต่ว่าเพื่อนมาชวน แล้วโดยส่วนตัวผมเป็นคนที่ชอบกินบะหมี่มาก เป็นคนที่ทำอะไรแล้วตัวเองจะต้องชอบด้วย แต่ก็ไม่ได้เอาแต่ตัวเองเป็นหลักนะมองแล้วคนอื่นเขาก็น่าจะชอบด้วย ก็เริ่มทำ โดยมีรุ่นพี่คนนึงที่เขาเป็นเชฟ ก็ให้เขาช่วยคิดสูตรว่าเราจะหมักหมูแดงยังไง ต้องปรุงน้ำซุปยังไง เขาก็ช่วยคิดค้นขึ้นมาจนเราได้สูตรของเรา

l คิดค้นจนได้สูตรเด็ด

จะเหมือนใครหรือเปล่าเราก็ไม่รู้ เพราะว่าเราก็ไม่รู้ว่าคนอื่นทำยังไง แต่สูตรของเรา ผมเชื่อว่าหมูแดงมันจะมีความนุ่มหอมอร่อยในตัวเนื้อหมู คือหมูแดงบางที่ที่เราไปกิน จะขาวๆ แต่ของเราเนื้อจะนุ่มๆ หอมๆไม่กระด้าง ตอนแรกก็ยังไม่สมบูรณ์แบบ เราพัฒนาขึ้นมาเรื่อยๆ ส่วนไส้เกี๊ยว ให้น้องสาวเป็นคนคิดค้นสูตรขึ้นมาครับ เราจะมีเอกลักษณ์ของเรา คือกินแล้วมันจะฉ่ำๆเต็มคำ เรามีหลายเมนู คือ บะหมี่เกี๊ยวหมูแดง เล้งแซ่บจริงๆ ส่วนตัวผมเฉยๆ แต่ว่าเห็นเขาฮิตกันมาก ก็เลยต้องตอบโจทย์ แต่กลายเป็นว่าคนชอบ คือที่เราไปกินมาเขาจะเป็นแบบเปรี้ยวๆ รสจัดๆ แต่เรามาทำให้มันกลอมกล่อม กินกับบะหมี่แล้วเข้ากันดีมาก ซึ่งคนก็จะชอบสั่งบะหมี่เกี๊ยวหมูแดงแห้งกับเล้งคู่กัน แล้วก็มีอีกอันคือ ยำเกี๊ยวเกาลูน ก็ใช้น้ำซอสพอนสึแบบญี่ปุ่นโรยด้วยงา เราพยายามพัฒนาอยู่เรื่อยๆ ยังไม่สมบูรณ์แบบที่สุดในการเติบโต พยายามคิดเมนูขึ้นมาเรื่อยๆ หยุดนิ่งไม่ได้ เดี๋ยวจะเพิ่มไข่ออนเซ็น บะหมี่ไก่ทอด บะหมี่ขาหมู และเราขายแฟรนไชส์ด้วยครับ ตอนนี้มีคนซื้อไปประมาณ 2-3 เจ้าแล้วในส่วนของการทำแฟรนไชส์ เราดูจากคนที่เขาประสบความสำเร็จแล้ว ก็เอามาปรับปรุงแล้วประยุกต์ให้มันเหมาะกับแนวทางของบะหมี่ของเรา

l จุดประกายฝันการเป็นพ่อค้า

ต้องบอกว่าย้อนไปเมื่อ 15 ปีที่แล้วเลยนะครับ คือผมเคยเปิดร้านที่เป็นผับ เตรียมการไว้แล้ว คือทุกย่างจะต้องมีช่วงดาวน์ลงไป ก็เลยคิดไว้ว่าเราจะต้องมีอะไรมาเป็นแผนสำรอง ในตอนนั้นคือเปิดร้านเป็นผับตรงทองหล่อกับเพื่อนๆ ซึ่งตอนนั้นก็ถือว่าไปได้ดี แต่ว่าตอนนี้ปิดไปแล้ว และมาเปิดอีกร้านเป็นผับเหมือนกันชื่อว่า SYN เปิดกับรุ่นน้องอยู่แถวเอกมัย ส่วนบะหมี่เป็นธุรกิจที่เราทำเองเต็มๆ แต่ว่าตอนนี้เริ่มรู้สึกว่าเราจะต้องหาลูกน้องเข้ามาช่วยแล้วล่ะ เพราะว่าเริ่มไม่ไหวแล้ว คือเจ็บเข่าเจ็บหลังบ้างตามประสา (หัวเราะ) แล้วเราตัวสูงด้วยพอไปยืนบนรถมันก็เลยจะลำบากในด้านสรีระและสังขารนิดนึง ก็เลยจะให้น้องๆ เขามาปรุง เราก็สอนวิธีทำเขาไปเพราะเราก็ไม่หวงวิชา แต่บางคนก็บอกว่าเอไปบอกสูตรคนอื่นเขาหมดได้ยังไง เกิดเขาออกไปทำเองล่ะ เราก็บอกว่าไม่เป็นไร ถ้าเขาจะเอาไปทำ เราก็ห้ามไม่ได้อยู่แล้ว คือมันสมัยใหม่ เขาแค่เปิดยูทูบก็ทำเป็นแล้วนะ ไม่เห็นต้องปิดบังอะไรกันเลย

l หนีไม่พ้นเรื่องอาหาร

จากเดิมที่เราเปิดเป็นผับกึ่งร้านอาหารมา มันก็อยู่ในธุรกิจสไตล์พวกนี้ ซึ่งเราถนัดเรื่องเหล่านี้มากกว่า คือเกี่ยวกับอาหารเครื่องดื่มหรือว่าการให้บริการ ซึ่งเรียกว่าเราถนัดทางนี้มากกว่า แล้วบะหมี่นี่ถือเป็นธุรกิจที่เราใช้ต้นทุนไม่ได้สูงมาก คือตอนแรกที่คิดทำ ก็คิดว่าจะเปิดเป็นร้านเช่าห้องแถว แต่งร้านน่าจะหมดเป็นล้านบาท แล้วเกิดขายไม่ดี ก็จะหายไปกับร้านแล้วย้ายก็ไม่ได้ ก็เลยคิดว่างั้นเป็นรถดีกว่า สมมติว่าตรงนี้ไม่ดี หรือจะไปออกงานมันก็เหมือนกองโจรครับ หรืออย่างน้อยถ้าเราขายไม่ดี เราก็ขายรถก็ยังมีอะไรกลับมา คิดเผื่อไว้นะไม่ได้มั่นใจว่าเราจะขายดี แล้วเราก็จะต้องมีแผนสำรอง ช่วงแรกเหนื่อยเหมือนกัน แต่ว่าพอทำไปก็โอเค คือชีวิตก็ไม่เคยคิดว่าเกิดมาจะต้องมาขายบะหมี่ (ยิ้ม) แต่ว่าพอทำไปแล้วมันเลิกไม่ได้ ก็ต้องทำไปให้สุด

l จากนักแสดงสู่การเป็นพ่อค้า

มีคนเดินเข้ามาทักว่า เอ๊ะ! ใช่ดาราหรือเปล่า หน้าคุ้นๆ ซึ่งเราก็ดีใจนะ ที่เขาก็อาจจะจำเราไม่ได้หรอกว่าเป็น “เอ-สุรพันธ์” แต่ว่าอย่างน้อย เขาก็พอจำได้ว่าเป็นดารา ยิ่งเดี๋ยวนี้คนทักบ่อยมาก ประโยคที่ว่า “ไม่เล่นละครแล้วเหรอ” ซึ่งเราก็รู้สึกดีใจที่อย่างน้อยเขาจำเราได้ ดีกว่าไม่ทักอะไรเลย ไม่ได้รู้สึกว่าอาชีพนี้จะดูไม่ดีหรืออะไรยังไง แล้วคนส่วนมากจะทักว่าเราทำเองเลยเหรอซึ่งจริงๆ เราก็ทำเองอยู่แล้ว ทำเองก่อนจะได้รู้ว่ามันเป็นยังไง เราจะรู้สึกภูมิใจมากกว่านะ เรารู้ว่าน้ำเสียงหรือการทักของเขาคือเขาให้เกียรติเรา เหมือนเขาทึ่งว่าเรามาทำเองเลยเหรอ เราทำเองก็ได้ ทุกวันนี้ดารานักแสดงผันตัวเองมาเป็นพ่อค้าแม่ค้ากันเยอะมาก ซึ่งเขาก็คงจะคิดเหมือนเอ ว่าอาชีพนี้มันไม่ได้จีรังมากมาย มีหลายจังหวะที่มันเหนื่อยนะครับ ขี้เกียจแล้ว ไม่ไหวแล้ว แต่พอมองอีกทีคือมันก็ยังไปได้ มันอร่อยนะ ตอนนี้เราแค่ต้องการทีมที่เข้ามาเสริม ช่วยในสิ่งที่เราคิดและทำ และในอนาคตก็กำลังอยากจะมีเป็นร้านเหมือนกัน แต่ว่าต้องเป็นร้านที่ไม่ได้ลงทุนเยอะแยะมากมาย

l ย้อนวันวานจุดเริ่มต้นในวงการ

ตอนนั้นอายุ 21 ซึ่งตอนนี้ 40 แล้ว (หัวเราะ) ตอนนั้นเรียนอยู่เอแบค แล้ววันนั้นเป็นวันอาทิตย์ จำได้เลย เพราะว่าเราเพิ่งไปโบสถ์กลับมา คือผมเป็นคาทอลิก เสร็จแล้วก็ไปเดินอยู่เซ็นทรัลเวิลด์ ก็มีพี่เขาเดินเข้ามาหาชื่อ “พี่หนุ่ม-อภิวัฒน์ ยศประพันธ์” เข้ามาทักว่าเคยถ่ายแบบไหม หรือว่าเคยประกวดอะไรไหม แล้วพี่หนุ่มเขาก็ให้นามบัตร ซึ่งเขาทำงานอยู่ในเครืออมรินทร์พริ้นติ้งชื่อหนังสือเทรนดี้แมน พี่เขาบอกว่าให้โทรหาเขานะ แล้วมาลองถ่ายโพราลอยด์เทสต์ เราก็โทรหาเขา ยังจำได้เลยว่านั่งรถเมล์ไปไกลมาก ไปคนเดียวเลยครับ ไปถึงบริษัทอมรินทร์แถวศิริราช เขาก็ให้ถ่ายรูปตรงโรงอาหารเลย แล้วเราก็นั่งรถเมล์กลับบ้าน ตอนถ่ายมันก็ไม่ยากเท่าไหร่ เราก็ทำได้ หรืออาจจะบอนทูบีหรือเปล่าไม่รู้ (หัวเราะ) เขาบอกให้หันอย่างนี้ ทำอย่างนี้นะ ไม่ได้คิดหวังอะไรมาก ถือว่าเป็นโอกาสหนึ่งที่เราได้ไปลอง หลังจากนั้นสักพักพี่เขาก็เรียกให้มาถ่ายแบบชุดกีฬา พอถ่ายแบบเสร็จเขาก็ให้เงินมา ซึ่งเราก็ไม่รู้หรอกว่าเท่าไหร่ แต่เปิดซองออกมา อู้หู! ได้ตั้งหกหรือเจ็ดพันมั้ง สำหรับเราคือมันเยอะมากเลยครับ แค่ไปถ่ายรูปไม่กี่ชั่วโมง กลับมาบอกแม่ เขาก็ดีใจด้วย เหมือนเป็นรายได้ที่ดี แต่เราคือดีใจมาก ระหว่างนั่งรถเมล์ไปก็เพลินมาก (ยิ้ม) หลังจากนั้นเริ่มต้นถ่ายแบบเดินแบบมาเรื่อยๆ เกือบ 2 ปีครับที่อยู่วงการแฟชั่น ตอนที่เข้ามาก็เจอ “พี่ปี๊บ-รวิชญ์, พี่โอ๊ต-วรวุฒิ, ดอม เหตระกูล” ที่เข้ามาร่วมรุ่นก็มี “เอส-วรฤทธิ์,ไรอัน เจทท์, ชาย-ชาตโยดม, เบนซ์-นิพิธ” เราจะเป็นเหมือนร่วมสมัย มีทั้งรุ่นพี่และรุ่นเรา คือด้วยสรีระที่ตัวสูงใหญ่เท่ากับรุ่นพี่ๆ ก็เลยได้ร่วมงานกันกลับกลุ่มนี้จัดอยู่ในกลุ่มมนุษย์ตัวสูง

l เกือบจะโกอินเตอร์

พอผ่านมาเกือบ 2 ปี ก็คุยกับพี่หนุ่มว่าเราน่าจะไปเดินแบบที่เมืองนอกนะ ด้วยความที่เทรนด์หน้าเอเชียแบบนี้กำลังฮิตมาก แต่เริ่มต้นเราต้องไปที่สิงคโปร์ก่อน ให้สากลรู้จัก แล้วค่อยไปสู่ยุโรป แล้วเราก็ทำ Portfolio ส่งไป วางแผนแล้วว่าเราจะทำยังไง แต่บังเอิญว่า “พี่คิง-สมจริง ศรีสุภาพ” ได้ติดต่อมาทางพี่หนุ่ม ว่าอยากชวนเอไปเล่นละคร ให้ลองไปแคสดูที่โพลีพลัสปรากฏว่าชายก็ไปด้วย คือเราไปเจอกันที่นั่น เมื่อก่อนเอกับชายลุคเราจะคล้ายกัน และงานต่างๆ เวลาไปแคสหรือว่าแฟชั่นโชว์ MV ก็จะไปด้วยกันตลอด แล้วละครเรื่องแรก “รักเล่ห์เพทุบาย” ก็ได้เล่นด้วยกัน ดีใจนะเหมือนมีเพื่อน แล้วโครงการที่ว่าจะไปเดินแบบต่างประเทศก็จำเป็นต้องพับไป คือก็ไม่เป็นไร เล่นละครไปก่อนก็ได้ เพราะเรายังมีงานอีกทางหนึ่ง

l สู่งานแสดงอย่างเต็มตัว

แรกๆ เราก็ไม่ได้รู้จัก หรือคิดว่าจะต้องมาเป็นดารา มาเล่นละคร เพราะว่าอาชีพแรกของผมคือเกี่ยวกับแฟชั่น เดินแบบถ่ายแบบ แต่พอมีโอกาสเราก็ลองทำดูเป็นหนทางนึง เป็นอีกรายได้นึง พอเล่นเรื่องแรก ก็มีต่อเข้ามาเรื่อยๆ แต่ก็ยังมีแผนอยู่นะว่าจะไปเดินแบบที่เมืองนอก ผ่านไป 1 เรื่อง มันก็สนุก ชอบ มา 2 เรื่อง 3 เรื่องเขาก็ติดต่อมาเรื่อยๆ เลยไม่ไปแล้วเมืองนอก เลิก (หัวเราะ) แต่งานในบ้านเราสำหรับเดินแบบถ่ายแบบ ก็ยังมีเรื่อยๆ (เสียดายโอกาสไหม ?) ไม่ครับ เรารู้สึกว่าเรามีโอกาสที่ดีกว่า ที่เราได้มาอยู่ตรงนี้ ที่บ้านก็ไม่ได้ว่าอะไรอยู่แล้ว อยากทำอะไรก็ได้ เราถ่ายละครทำงานของเราไปแล้วก็ดีด้วย มีรายได้ หาเงินเรียนเองเลย ผ่านไป 1 เรื่อง พอเรื่องที่ 2-3 ก็ซึมซับเข้ามาเรื่อยๆ สนุกกับมัน สนุกดีที่เรามาถึงจุดนี้ เป็นนักแสดงมา 16 ปี ซึ่งจากเรื่องแรกที่ได้เล่น รู้สึกดีใจมากนะครับ เพราะว่าพระเอกนางเอกคือ “พี่วิลลี่” กับ “พี่หมิว” เป็นพระเอกนางเอกที่เราชอบตั้งแต่เด็ก เจอ 2 คนนี้คือดีใจมากเลยนะครับ พี่หมิวสวยมาก พี่วิลลี่ก็หล่อ ณ ตอนนั้นคิดว่านักแสดงเป็นอาชีพเราเลยนะ ที่เรียกว่าเป็นอาชีพ เพราะว่ารายได้ที่ทำให้เราสามารถนำมาเลี้ยงดูชีวิตเราได้ และเราก็ชอบกับมัน รักกับมันมาเรื่อยๆ ซึ่งละครเรื่องแรกถือเป็นเรื่องที่ประทับใจมาก อีกอย่างคือได้ประกบกับพี่หมิวพี่วิลลี่เป็นที่สุดแล้ว และมาเจอพี่คิงที่เป็นผู้กำกับอีก ละครของโพลีพลัสด้วย ในตอนนั้น คือสุดยอดแล้วนะ ซึ่งเรื่องนั้นผมเล่นเป็นนักดับเพลิงอยู่ทางเหนือ แล้วก็ได้มาเจอ“พี่รัก-ศรัทธา” ทำให้สนิทกันมาถึงทุกวันนี้อีก ซึ่งพี่รักก็จะช่วยสอนการแสดงและหลายๆ อย่างในตอนนั้น ได้เจอเพื่อนสนิทเป็น “ชาย-ชาตโยดม” แล้วก็ “เหนือ-อรรถกร” มันหลายอย่างมาก เลยประทับใจในเรื่องนี้ครับ

l เพื่อนสนิทในวงการ

ชายเหมือนเป็นเพื่อนซี้ที่สนิทในวงการ ทำงานด้วยกันบ่อย เจอกันตั้งแต่ก่อนเดินแบบแล้วครับ คือตอนที่เราไปแคสงานก็เจอกันอยู่เรื่อยๆ เพราะด้วยความสูงที่เท่ากัน ก็เลยจะเจอกันมาเรื่อยๆ ชายเขาเป็นคนที่สุภาพบุรุษมาก มีน้ำใจ โอบอ้อมอารีเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ คือไม่รู้จะหาอะไรไปติเพื่อนคนนี้เลย (หัวเราะ) ถ้าเกิดมีใครไปติชาย ก็ยังนึกไม่ออกเลยว่าจะติเขาเรื่องอะไร ทั้งหมดทั้งปวงเลยคือดีมากๆ สำหรับละครก็เล่นกับชายประมาณ 3-4 เรื่องครับ แต่ล่าสุดได้ร่วมงานกันในฐานะที่ชายเป็นผู้กำกับคือเรื่อง “คุณแม่เลี้ยงเดี่ยวหัวใจฟรุ้งฟริ้ง”

กับบทบาทที่หลากหลาย

ทุกวันนี้ได้มาเล่นเป็นพ่อ เป็นโจร เป็นกะเทยบ้าง หลากหลายจริงๆ เล่นได้หมดเลย ไม่ได้ซีเรียสนะ ขอให้มีอะไรให้เราได้เล่น ได้โชว์ฝีมือการแสดง และเราก็ต้องเข้าใจกับวันเวลาที่ผ่านไปด้วย มาถึงจุดนี้ได้ ผมภูมิใจแล้วแหละ คือผมก็ผ่านมาได้ตั้งสิบกว่าปี

l ยังครองความโสดอยู่

(ยิ้ม) คนก็ชอบพูดเหมือนกันว่า ดูสิเพื่อนแต่งงานไปหมดแล้ว มีลูกกันหมดแล้วนะ ก็ตอบไม่ได้เหมือนกัน บางทีมันก็ยังไม่ถึงจังหวะ ไม่ถึงเวลา ไม่ใช่ว่าไม่อยากมีนะครับ บางคนเขาบอกว่าอยากจะโสด แต่ว่าเราไม่อยากโสดแบบนั้น เพียงแต่ว่าจังหวะมันอาจจะยังไม่ลงตัว แม่ก็ไม่ได้ว่าอะไรอยู่แล้ว แล้วแต่เรา ลูกเพื่อนโตกันหมดแล้ว (หัวเราะ) แต่ไม่เป็นไร ก็ยืมลูกเพื่อนมาเล่นได้

l สิ่งที่ได้จากวงการนี้

ให้หลายด้านมากนะ ที่เรามาอยู่ถึงทุกวันนี้ที่ได้มานั่งคุยกันวันนี้ ก็เพราะว่าอาชีพในวงการบันเทิงนี่แหละครับ ที่สำคัญคือทำให้เราเจอคนเยอะมาก ทั้งในวงการบันเทิงเอง และคนภายนอกเอง ทำให้เราได้รู้จักคนหลากหลาย และหลายแบบ ด้วยความเป็นดาราคนก็จะเข้ามาหา หรือเราก็ต้องเข้าไปหาเขาด้วย ซึ่งมันหลายอย่างทำให้เราได้มองคนได้ทะลุมากขึ้น ทั้งในด้านดีและไม่ดีครับ

l ความในใจจากผู้ชายที่ชื่อ “เอ-สุรพันธ์”

อยากจะบอกว่าขอบคุณทุกท่านเลยนะครับคนแรกเลยที่ชักนำเข้ามาสู่วงการเดินแบบก็คือพี่หนุ่ม-อภิวัฒน์ แล้วพอได้มาเล่นละครก็ต้องขอบคุณพี่คิง และตึกมาลีนนท์นี่แหละครับ (หัวเราะ) ที่ให้โอกาสเราเสมอมา ส่วนแฟนละครเอง เอก็ต้องขอบคุณนะครับ คือคนที่ยังจำเราได้ก็ยังมีอยู่ บางคนก็จะบอกคลับคล้ายคลับคลา เดี๋ยวนี้เอจะเป็นแบบนี้เลยครับ คือจะมีคนเข้ามาแล้วแบบ เอ๊ะ…ใช่เอหรือเปล่า ผมก็จะตอบว่าใช่ครับ ผมชื่อ เอ-สุรพันธ์ ชาวปากน้ำอายุ 40 ปี (หัวเราะ) พอเขาได้ยินนามสกุล เขาก็ร้องอ๋อทันที มาทักทายหรือว่าอุดหนุนกันได้ เอเป็นคนอารมณ์ดีหน้าอาจจะดูโหดด้วยหนวดเครา แต่ว่าจริงๆ เป็นคนใจดีนะครับ (ยิ้ม) มาเจอกันได้ที่ทองหล่อ 18 หรือไม่ก็มางานตลาดนัดดาราที่ช่อง 3 แล้วอีกที่นึง ก็คือที่เอกมัยเป็นร้านอาหารกึ่งผับ SYN สำหรับงานแสดงยังคงรับอยู่เรื่อยๆขอให้จ้างเถอะครับ (เสียงอ้อน) ยินดีที่จะเล่นอยู่แล้ว

อยากลองลิ้มชิมรสบะหมี่สูตรเด็ดของหนุ่มเอ ตามไปอุดหนุนกันได้ตามพิกัดที่พ่อคุณเขาแจ้งเลยค่ะ

กุหลาบสีเงิน

‘ใหม่ ดาวิกา’ในลุค’เทพธิดามังกร’ สวยเปล่งประกายสะกดทุกสายตา

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/319927

'ใหม่ ดาวิกา'ในลุค'เทพธิดามังกร' สวยเปล่งประกายสะกดทุกสายตา

‘ใหม่ ดาวิกา’ในลุค’เทพธิดามังกร’ สวยเปล่งประกายสะกดทุกสายตา

วันเสาร์ ที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561, 16.58 น.

10 ก.พ.61 ไม่ว่าจะลุคไหนก็สวยสยบสายตาทุกลุคจริงๆ สำหรับดาราสาว “ใหม่ ดาวิกา” ที่ล่าสุดเจ้าตัวได้แปลงโฉมเป็น เทพธิดามังกร ต้อนรับเทศกาลตรุษจีน

โดยสาวใกม่ปรากฏตัวในชุดเดรสเกาะอกสีเหลืองทองอร่ามขับกับผิวขาวเนียนของสาวใหม่ พร้อมด้วยเครื่องประดับสุดอลังการ งานนี้ต้องบอกเลยว่าออร่าความสวยเปล่งประกายสุด

‘ชาโน’ดาราช่อง3สมัครทหารพราน เผยเป็นเกียรติได้เป็นส่วนหนึ่งในการช่วยปชช.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/319919

'ชาโน'ดาราช่อง3สมัครทหารพราน เผยเป็นเกียรติได้เป็นส่วนหนึ่งในการช่วยปชช.

‘ชาโน’ดาราช่อง3สมัครทหารพราน เผยเป็นเกียรติได้เป็นส่วนหนึ่งในการช่วยปชช.

วันเสาร์ ที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561, 16.07 น.

10 ก.พ.61 ที่กรมทหารพรานที่ 46 บ้านค่าย ม.2 ต.กะลุวอเหนือ อ.เมืองนราธิวาส นายชาโน แพมเบอร์เกอร์ อายุ 22 ปี ดารานักแสดงชื่อดัง ลูกครึ่งไทย-เยอรมัน เดินทางลงพื้นที่ จ.นราธิวาส สมัครใจเป็นอาสาสมัครทหารพรานสังกัดกรมทหารพรานที่ 46 สำหรับนายชาโน เคยเป็นทหารพราน กรมทหารพราน 33 ที่ อ.ธารโต จ.ยะลา เมื่อปี 2557 เป็นเวลา 1 ปี โดยขึ้นตรงกับค่ายสมเด็จพระเอกาทศรถ จ.พิษณุโลก และได้ทำการควบคุมการทดสอบสมรรถภาพทางร่างกายของผู้สมัครเข้ารับการคัดเลือก ทั้งสิตอัพร่างกาย วิ่ง เพื่อเข้าเป็นอาสาสมัครทหารพราน ประจำปี 2561 สังกัดกรมทหารพราน 46 โดยมีผู้สนใจมาสมัครรวมทั้งสิ้น จำนวน 100 คน

นายชาโน แพมเบอร์เกอร์ เปิดเผยว่า หลังจากได้ปลดประจำการออกมาจากการเป็นทหารแล้ว รู้สึกอยากจะกลับมาอีกครั้งหนึ่ง เพราะการที่เราได้กลับมาทำงานในพื้นที่ จ.ชายแดนภาคใต้รู้สึกเป็นเกียรติและและภาคถูมิใจอีกครั้งหนึ่งในชีวิตที่ได้กลับมาปฏิบัติหน้าที่ใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้เพื่อมาช่วยเหลือพี่น้องประชาชนในพื้นที่รู้สึกดีใจมาก และภูมิใจอย่างยิ่งที่ได้เป็นส่วนหนึ่งที่จะได้ลงมาช่วยเหลือ ถึงแม้ว่าจะเป็นเพียงส่วนหนึ่งอันน้อยนิดก็ยังดี ในส่วนของพ่อแม่นั้น แน่นอนย่อมรู้สึกเป็นห่วงซึ่งเป็นเรื่องปกติอยู่แล้ว ตนย่อมเช้าใจความรู้สึกของพ่อแม่ดี แต่อีกส่วนหนึ่งถ้าเป็นสิ่งที่เราชอบ ท่านก็อยากให้เราทำให้เต็มที่ให้ออกมาดีที่สุด

‘ไซอิ๋ว 3’ มาแรงแซงโค้ง!! คนแห่จองยอดทะลัก 50 ล้าน!!

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/319721′

'ไซอิ๋ว 3' มาแรงแซงโค้ง!! คนแห่จองยอดทะลัก 50 ล้าน!!

‘ไซอิ๋ว 3’ มาแรงแซงโค้ง!! คนแห่จองยอดทะลัก 50 ล้าน!!

วันเสาร์ ที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561, 16.00 น.

ภาพยนตร์จีนมาแรงแห่งปี เปิดศักราชความมันส์กับภาพยนตร์อลังการงานสร้างอย่าง “ไซอิ๋ว 3 ตอนศึกราชาวานรตะลุยเมืองแม่ม่าย” (The Monkey King 3) ที่วันนี้มียอดคนแห่จองก่อนฉายทะลุ 50 ล้านไปแล้ว เป็นอีกครั้งหนึ่งของภาพยนตร์มหากาพย์แห่งตำนานการอัญเชิญพระไตรปิฎกที่ทุกคนต่างรอคอย โดยในภาคนี้นอกจากได้นักแสดงนำชุดเดิมกลับมาร่วมสร้างความสนุกแล้ว ยังได้นักแสดงหญิงที่กำลังได้รับความนิยมอย่าง “จ้าวลี่อิง” เข้าร่วมประชันบทบาทกันอีกด้วย ในประเทศไทยมีกำหนดฉาย 1 มีนาคมนี้ ผลงานกำกับโดย “เจิ้งป๋อไช่”