ไลฟ์แอนด์เฮลท์ : การรักษาโรคผิวหนังอักเสบ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/312054

ไลฟ์แอนด์เฮลท์ : การรักษาโรคผิวหนังอักเสบ

ไลฟ์แอนด์เฮลท์ : การรักษาโรคผิวหนังอักเสบ

วันพุธ ที่ 3 มกราคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

โรคผิวหนังอักเสบ หรือ เอ็กซีม่า ( Eczema) เป็นโรคผิวหนังที่พบบ่อยที่สุด ที่ทำให้ผู้ป่วยต้องมาพบแพทย์ แม้ว่าจะไม่ได้อันตรายถึงชีวิต แต่ก่อให้เกิดความรำคาญและส่งผลถึงคุณภาพชีวิต เสียบุคลิกภาพที่ต้องคอยเกา รวมทั้งการนอนพักผ่อนก็ไม่เต็มที่ อาจส่งผลถึงสุขภาพร่างกายและจิตใจด้านอื่นด้วย

ข้อมูลจาก ผศ.พญ.สุวิรากร โอภาสวงศ์ ประธานฝ่ายกิจกรรมสังคม สมาคมแพทย์ผิวหนังแห่งประเทศไทย และผู้อำนวยการคลินิกสยามเดอร์มาติกส์ แนะนำว่า โรคผิวหนังอักเสบ มีลักษณะเป็นผื่น บวม แดง บางครั้งมีตุ่มน้ำ มีน้ำเหลืองซึม ลอกเป็นขุย และตกสะเก็ด ถ้าเป็นเรื้อรัง จะเป็นผื่นหนา มีขุย เห็นเส้นผิวหนังชัดเจน ลักษณะเด่น ของโรคผิวหนังอักเสบ คือ จะมีอาการคันมาก สาเหตุที่ทำให้เกิดนั้นอาจมีสาเหตุจากปัจจัยภายในร่างกาย เช่น โรคภูมิแพ้ผิวหนังในเด็ก (Atopic dermatitis)ซึ่งจะมีผิวแห้ง คัน หรืออาจมีประวัติในครอบครัวเป็นภูมิแพ้ และ มักมีภูมิแพ้ทางเดินหายใจ ร่วมด้วยส่วนสาเหตุจากภายนอกมักเกิดจากการสัมผัส ซึ่งมักจะสัมผัสกับสารระคายเคือง หรือ สารสัมผัสที่ทำให้เกิดการแพ้ เช่น โลหะนิเกิล สังเกตได้เมื่อใส่เครื่องประดับจะมีผื่นบริเวณที่บริเวณสัมผัสนั้น

จะทราบได้อย่างไรว่าเราแพ้อะไร สำหรับผิวหนังอักเสบจากภายใน สามารถวินิจฉัยได้จากประวัติ ลักษณะผื่นและตำแหน่งที่เป็นได้ ส่วนผิวหนังอักเสบจากภายนอก สามารถทำการทดสอบด้วยการทำทดสอบผิวหนังด้วยการแปะ (Patch test)โดยจะมีสารมาตรฐานที่พบได้ในชีวิตประจำวันในการทดสอบมาแปะไว้ที่หลัง 48 ชั่วโมง จะสามารถบอกได้ว่าแพ้อะไรบ้าง

แนวทางการรักษา จะขึ้นกับลักษณะของผื่น ถ้าเป็นระยะเฉียบพลัน มีผื่นแฉะ มีน้ำเหลืองไหล ควรรักษาด้วยการประคบ ด้วยน้ำเกลือ หรือน้ำด่างทับทิม ทิ้งไว้ 15-20 นาที ให้ผื่นแห้ง แล้วจึงทายารักษา สำหรับผื่นที่ไม่แฉะ จะให้ยากลุ่มที่เป็นสเตียรอยด์ทา ซึ่งการใช้ยาทาสเตียรอยด์ ต้องเลือกใช้ให้ถูกต้อง เพราะ เป็นยาที่ดีแต่ก็มีผลข้างเคียงด้วย แม้ว่ายาทาสเตียรอยด์จะสามารถลดอาการผื่นคัน ผื่นแพ้ ได้เป็นอย่างดี แต่การใช้ยาทาสเตียรอยด์ต่อเนื่องเป็นเวลานานหรือใช้ในปริมาณที่มากเกินไป อาจทำให้เกิดผลข้างเคียงได้ เช่น ผิวลาย ผิวบาง หรือสิว เป็นต้น ดังนั้นในการทายาสเตียรอยด์จึงควรมีการกำหนดปริมาณยาที่เหมาะสมตามแต่ละบริเวณของร่างกาย ไม่ให้มากหรือน้อยจนเกินไป และเลือกความแรงให้เหมาะสม จึงไม่ควรซื้อยาใช้เองให้ปรึกษาแพทย์ แพทย์ผิวหนังหรือเภสัชกรก่อน ในกรณีที่มีการติดเชื้อ อาจให้ยาปฏิชีวนะรวมด้วย

ยาทาอีกกลุ่มที่นิยมใช้ในผิวหนังอักเสบ โดยเฉพาะในเด็กที่ไม่อยากให้เกิดผลข้างเคียงจากสเตียรอยด์ยากลุ่มที่ยับยั้งแคลซินูริน (Calcineurin inhibitors) เช่น ยาไซโคลสปอริน (Cyclosporin) ทาโครลิมัส (Tacrolimus ) เป็นยาที่ช่วยเรื่องผิวหนังอักเสบได้ดี แต่ปัญหาของยากลุ่มนี้คือมีราคาค่อนข้างสูงและการเริ่มทาใหม่ๆ อาจมีอาการระคายเคืองได้

วิวัฒนาการการรักษา สำหรับผู้ที่มีปัญหาด้านการทายาไม่อยากใช้ยาสเตอรอยด์ มีการรักษาด้วยแสงอาทิตย์เทียม หรือ Phototherapy สามารถช่วยได้อย่างมีประสิทธิภาพดี การรักษาด้วยการฉายแสงนั้นจะใช้แสง ultraviolet B และ A โดยให้จำเพาะเจาะจงเลือกความยาวคลื่นที่มีผลต่อการรักษา ตัดช่วงที่เป็นอันตรายออก จะฉายบริเวณผิวหนังที่เกิดอาการของโรค เพื่อลดผลกระทบต่อผิวหนังปกติในบริเวณข้างเคียงให้น้อยที่สุด ส่วนใหญ่แล้วเครื่องฉายแสงจะอยู่ในโรงพยาบาลใหญ่ๆที่มีแผนกผิวหนังเท่านั้น ปัจจุบัน มีการพัฒนาเครื่องฉายแสงเฉพาะที่จากประเทศญี่ปุ่น ชื่อเครื่อง Thera Beam UV308 ซึ่งเป็นพลังงานแสงอาทิตย์เทียม มีความยาวคลื่นแสงที่ 308 นาโนเมตร มีคุณสมบัติในการทำลายเซลล์เม็ดเลือดขาวผิดปกติซึ่งเป็นเหตุทำให้เกิดผื่นอักเสบที่ผิวหนัง จุดเด่นสำคัญของเครื่องนี้ก็คือ การฉายแสงผ่าน Excimer Filter ซึ่งเป็นการออกแบบลิขสิทธิ์เฉพาะ ที่จะช่วยกรองแสงที่ไม่จำเป็น ทำให้ได้พลังงานที่ทำลายเซลล์เม็ดเลือดขาวผิดปกติได้อย่างแม่นยำและมีประสิทธิภาพสูงสุด ไม่มีผลข้างเคียงต่อเซลล์ปกติที่อยู่ข้างเคียงทำให้ผลการรักษา มีประสิทธิภาพสูงได้ผลดี เห็นผลได้ทันที หยุดการอักเสบและผื่นคันได้รวดเร็วกว่าวิธีการรักษาอื่นๆ โดยไม่ต้องเสี่ยงกับการทายาที่มีสารสเตียรอยด์หรือการเข้าตู้ฉายแสง ผลการรักษาคงอยู่ได้ถาวรกว่า จำนวนครั้งที่ใช้ในการรักษาน้อยกว่า ไม่มีผลข้างเคียง หรือการสะสมของสเตียรอยด์ในร่างกาย

การดูแลสุขภาพร่างกายและผิวพรรณให้ดูดีเสมอ ย่อมเป็นยอดปรารถนาของทุกคน ขอให้ใส่ใจดูแลทำความสะอาดสุขอนามัยอยู่เสมอ พร้อมกับหลีกเลี่ยงสิ่งที่แพ้ พักผ่อนนอนหลับให้เพียงพอ ทำจิตใจให้แจ่มใสเสมอ

ผศ.(พิเศษ)ดร.อภิสิทธิ์ ฉัตรทนานนท์

ประธานกรรมการ มูลนิธิคุณแม่คุณภาพ

ของขวัญชิ้นพิเศษสร้างคุณค่าให้คนที่รัก อัญมณีนํ้างามมากความหมายจาก 4 แบรนด์ดัง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/312070

ของขวัญชิ้นพิเศษสร้างคุณค่าให้คนที่รัก  อัญมณีนํ้างามมากความหมายจาก 4 แบรนด์ดัง

ของขวัญชิ้นพิเศษสร้างคุณค่าให้คนที่รัก อัญมณีนํ้างามมากความหมายจาก 4 แบรนด์ดัง

วันพุธ ที่ 3 มกราคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

ยังอยู่ในห้วงเวลา แห่งความสุข ของการเฉลิมฉลองวันปีใหม่ หลายคนก็คงคิดหาของขวัญเพื่อมอบให้กับคนพิเศษ ซึ่งหนึ่งของขวัญที่มีคุณค่าและเป็นที่หมายปองของหญิงสาวมากมายนั้นก็คือเครื่องประดับ เพราะนอกจากความงดงามแล้วอัญมณียังเป็นของที่มีมูลค่าเหมาะแก่การมอบให้แก่กัน โดยล่าสุดกูรูด้านเครื่องประดับ ดร.ฐิติพร สงวนปิยะพันธ์ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดและประชาสัมพันธ์ บริษัท เซตเต้ เพคคาติ จำกัด ได้แนะนำถึง อัญมณีน้ำงามมากความหมายจาก 4 แบรนด์ดัง ที่ควรค่าแก่การมอบเป็นของขวัญในช่วงปีใหม่

เริ่มจากแบรนด์เครื่องประดับจากประเทศอิตาลี “มิสซิส” (miSiS) ในคอลเลคชั่น “ไลเซนทัส”(Lisianthus) เครื่องประดับรูปทรงดอกไม้ไลเซนทัสที่มีความหมายแสดงถึงการใส่ใจเอาใจ หรือมิตรภาพที่ยั่งยืน และความทรงจำที่ดี ผ่านงานดีไซน์สุดประณีตของวัสดุที่ทำมาจากตัวเรือนซิลเวอร์ชุบทองคำ 18K ประดับด้วยเพชรเซอร์โคเนียสีขาว ไข่มุกหรือแม่มุก (Mother of Pearl) และคอนญัก คริสตัล (Cognac Crystal) เหมาะสำหรับมอบเป็นของขวัญแก่คนพิเศษ

ต่อมาที่เครื่องประดับดีไซน์เก๋แรงบันดาลใจจากเรื่องราวสัญลักษณ์ที่นำมาซึ่งความโชคดีในแต่ละด้านของชาวจีน แบรนด์ “ชีลิน” (Qeelin)ในคอลเลคชั่น “ยู ยี” (Yu Yi) เครื่องประดับดีไซน์เรียบโก้ สุดคลาสสิก ในดีไซน์ที่มีลักษณะคล้ายตัวล็อกรูปทรงก้อนเมฆ ซึ่งชาวจีนเชื่อว่ารูปลักษณ์ดังกล่าวเป็นสัญลักษณ์ของการมีอายุยืนยาว และยังสื่อถึงอิสรภาพ ความรัก และการช่วยบันดาลให้ความฝันกลายเป็นจริง รวมถึงคอลเลคชั่น โซลิด วูลู (Solid Wulu) เครื่องประดับรูปทรงน้ำเต้า สัญลักษณ์แห่งความโชคดี ซึ่งมีไฮไลท์เด่นอยู่ที่สร้อยคอขนาดยาว 38 นิ้ว ประดับด้วยอัญมณีรูปทรงน้ำเต้าวูลู และนิลดำ (Black Onyx) รวมถึงหินอาเกตสีแดง (Red Agate) สลับสีไปมาบนตัวเรือนโรสโกลด์ (Rose Gold) และสร้อยข้อมือเข้าชุดเหมาะสำหรับสวมใส่ได้ในทุกโอกาส

ถัดมาที่แบรนด์เครื่องประดับพลอยน้ำงาม “เซตเต้” (SETTE) ในคอลเลคชั่น “ลา จิโอยา เดลลาเนทูร่า” (LA GIOIA DELLA NATURA) บอกเล่าแรงบันดาลใจจากความงดงามทางธรรมชาติผ่านการเลือกใช้พลอย 3 เฉดสี ไม่ว่าจะเป็นสีเขียวจาก กรีนอเมทิสต์ (Green Amethyst) ตัวแทนของต้นไม้, สีน้ำตาลจากคอนญักควอทซ์ (Cognac Quartz) ตัวแทนของพื้นดิน และสีฟ้าจากลอนดอนบลูโทพาซ (London Blue Topaz) ตัวแทนแห่งสายน้ำ ผ่านเครื่องประดับที่ถูกเจียระไนโดยช่างฝีมือผู้เชี่ยวชาญ พร้อมประดับเพชรน้ำงามสีขาวบริสุทธิ์ไว้ด้านบน รวมถึงคอลเลคชั่น “ลา จิโอยา เดลลา เนทูร่า คัลเลอร์” (LA GIOIA DELLA NATURA Color) เพิ่มความพิเศษด้วยการจับคู่เฉดสีของอัญมณีให้น่าสนใจยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นคู่สีน้ำตาลดินคอนญักควอทซ์ (Cognac Quartz) กับสีใบไม้อ่อนจากกรีนซาวอไรต์ (Green Tsavorite), คู่สีเขียวเข้มกรีนอเมทิสต์ (Green Amethyst) กับสีน้ำเงินม่วงแซฟไฟร์ (Sapphire) และคู่สีฟ้าของสายน้ำลอนดอนบลูโทพาซ (London Blue Topaz) กับสีแดงกลีบดอกไม้จากทับทิม (Ruby) องค์ประกอบเหล่านี้ล้วนช่วยสร้างเสน่ห์ให้หญิงสาวผู้สวมใส่ผ่านจี้สร้อยคอ ต่างหู และแหวนที่เข้าชุดกัน

ปิดท้ายที่เทคโนโลยีอัญมณีบำบัดจากแบรนด์“วิต้าจูเวล” (VitaJuwel) ครั้งแรกในประเทศไทยกับเทคโนโลยีสุขภาพที่ช่วยประสานคุณประโยชน์ของน้ำและอัญมณีบำบัดเข้าด้วยกันที่เน้นการบำรุงส่งเสริม และฟื้นฟูสุขภาพได้อย่างน่าอัศจรรย์ ซึ่งการใช้อัญมณีเพิ่มพลังชีวิตให้น้ำนั้นเป็นประเพณีเก่าแก่ตั้งแต่สมัยกรีกโบราณ โดยธรรมชาติแล้วอัญมณีและน้ำสามารถแผ่รังสีโดยใช้คลื่นความถี่ของตัวอัญมณีสร้างพลังให้น้ำมีชีวิตชีวาและมีรสชาติมากขึ้น ซึ่งจากแนวคิดดังกล่าว “วิต้าจูเวล” (VitaJuwel) จึงได้คิดค้นผลิตภัณฑ์น้ำอัญมณีนี้ขึ้นเป็นรายแรกของโลก เพื่อมอบสุขภาพที่ดีเพิ่มคุณค่าจากการดื่มน้ำธรรมดาให้มีคุณภาพเหมือนน้ำแร่โดยวิธีธรรมชาติ

พบกับอัญมณีน้ำงามจากหลากหลายแบรนด์และน้ำแร่อัญมณีบำบัดจาก แบรนด์ “วิต้าจูเวล” (VitaJuwel) ได้แล้ววันนี้ที่ร้านเซตเต้ เพคคาติบูทีคส์ (SETTE PECCATI BOUTIQUE) ชั้น Mศูนย์การค้าสยามพารากอน หรือติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ทางอินสตาแกรมของแต่ละแบรนด์ ได้แก่ misis_th, qeelinjewellery, settepeccati และ vitajuwelthailand

ดร.ฐิติพร สงวนปิยะพันธ์ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดฯ บริษัท เซตเต้ เพคคาติ จำกัด

ดร.ฐิติพร สงวนปิยะพันธ์ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดฯ บริษัท เซตเต้ เพคคาติ จำกัด

สนช.จัดแสดงดนตรีเฉลิมพระเกียรติ ‘บทเพลงแห่งข้าวรพุทธเจ้า’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/312056

สนช.จัดแสดงดนตรีเฉลิมพระเกียรติ  ‘บทเพลงแห่งข้าวรพุทธเจ้า’

สนช.จัดแสดงดนตรีเฉลิมพระเกียรติ ‘บทเพลงแห่งข้าวรพุทธเจ้า’

วันพุธ ที่ 3 มกราคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร รัชกาลที่ 10 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้ สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) จัดการแสดงดนตรีเฉลิมพระเกียรติ “บทเพลงแห่งข้าวรพุทธเจ้า” เพื่อมอบความสุขแก่ประชาชน และน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร เมื่อค่ำวันเสาร์ที่ 23 ธันวาคม 2560 ณ พระลานพระราชวังดุสิต โดยก่อนเริ่มงาน ศ.พิเศษ พรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) พร้อมด้วย สุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) นำคณะทำพิธีถวายสักการะพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5จากนั้น ศ.พิเศษ พรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เปิดกรวยดอกไม้ธูปเทียนแพถวายราชสักการะพระบรมฉายาลักษณ์ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร รัชกาลที่ 10

การแสดงคอนเสิร์ต “บทเพลงแห่งข้าวรพุทธเจ้า”บรรเลงโดย วงดุริยางค์ราชนาวี แบ่งออกเป็น 6 ช่วง เริ่มต้นช่วง 1 “สรรเสริญพระบารมี” ได้เริ่มขึ้น โดย ศ.พิเศษ พรเพชร วิชิตชลชัย ประธาน สนช. นำสมาชิก สนช. ร่วมขับร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี, เพลงราชาทรงพระเจริญ, เพลงพระบารมีคุ้มไทย (ขับร้องโดย ด.ญ.ณฐมน อรุณประสบสุข) ต่อด้วย ช่วงที่ 2“ดั่งพระราชหฤทัย” ศ.พิเศษ พรเพชร วิชิตชลชัย ขับร้องเพลง “ชะตาชีวิต”, ม.ร.ว.เบญจาภา ไกรฤกษ์ กับบทเพลง “A Love Story” และ เรือตรี สันติ ลุนเผ่ มาโชว์พลังเสียงในบทเพลง “ความฝันอันสูงสุด” จากนั้น ช่วงที่ 3“เย็นศิระเพราะพระบริบาล” มีเพลง นิราศบางกอก เป็นการแสดงจินตลีลาประกอบเพลง, ลาวดวงเดือนขับร้องโดย ดร.จินตนันท์ ชญาต์ร ศุภมิตร, สยามเมืองยิ้มและล้นเกล้าเผ่าไทย ขับร้องโดย คริสตี้ กิ๊บสัน ก่อนจะถึงช่วงที่ 4” สยามศิวิไลซ์” มีการโชว์จากนักแสดงไวโอลิน, ติ๊ก ชีโร่ ด้วยเพลง รักไม่ยอมเปลี่ยนแปลง, มาจอยกัน โดย ติ๊ก ชีโร่ และ ด.ญ.ณฐมน, และ I will Survive ดร.จินตนันท์ ชญาต์ร ศุภมิตร ช่วงที่ 5 “สุขศานต์ ปณิธาน ปวงประชา” ทรายกับทะเล, ขอมือเธอหน่อย ขับร้องโดย ตู่-นันทิดา แก้วบัวสาย, Time to Say Goodbye เรือตรี สันติ ลุนเผ่ และนักเรียนดุริยางหญิง ไหมแพร และมีการแสดงโชว์ประกอบ, ต่อด้วยเพลง Wind Beneath My wings นักเรียนดุริยางหญิง ไหมแพร, และเพลง The Beatles Medley กิตติ วะสีนนท์ และปิดท้าย ช่วงที่ 6 “ดุจถวายชัย ชโย” เพลง อยู่อย่างพอเพียง, คำพ่อสอน ขับร้องโดย อี๊ด วงฟลาย,Jingle Bells และ Santa Claus is Coming to Townม.ร.ว.เบญจาภา ขับร้องร่วมกับสันติและคริสตี้,เพลง รื่นเริงเถลิงศก มีการแสดงกลองยาวและรำวงประกอบและเพลงพระราชนิพนธ์ “พรปีใหม่” เป็นการขับร้องหมู่ปิดท้ายที่สร้างความสุขใจให้กับผู้มาร่วมฟังได้อย่างน่าประทับใจ

สีเบเยอร์ คืนความสดใสให้มูลนิธิและโรงเรียนทั่วกรุงเทพฯ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/312068

สีเบเยอร์ คืนความสดใสให้มูลนิธิและโรงเรียนทั่วกรุงเทพฯ

สีเบเยอร์ คืนความสดใสให้มูลนิธิและโรงเรียนทั่วกรุงเทพฯ

วันพุธ ที่ 3 มกราคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

อมรรัตน์ ชัยยศบูรณะ 

แต้มสีสันความสุขให้คนไทย ภายใต้โครงการ“Beger Be Happy สีเบเยอร์ สีแห่งความสุข”มาอย่างต่อเนื่อง ล่าสุด 2 บอสใหญ่แห่งกลุ่มบริษัทสีเบเยอร์ นำโดย ดร.วรวัฒน์ ชัยยศบูรณะ และ อมรรัตน์ ชัยยศบูรณะ เดินหน้าสานต่อกิจกรรมเพื่อสังคมเป็นปีที่ 4 โดยปีนี้มอบผลิตภัณฑ์ “สีเบเยอร์” ให้กับมูลนิธิและโรงเรียนทั่วกรุงเทพฯ มูลค่ารวมกว่า 5 ล้านบาท เพื่อนำไปปรับปรุงทัศนียภาพทั้งภายในและภายนอก พร้อมชวนเซเลบริตี้สาวสวย จุ๋ย-จรสพรรณ สวัสดิวัตน์ ณ อยุธยา และ พอลลีน ล่ำซำร่วมกิจกรรมทาสี ณ ลานด้านหน้า หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา

งานนี้ ดร.วรวัฒน์ ชัยยศบูรณะ บอสใหญ่แห่งกลุ่มบริษัทสีเบเยอร์ เผยว่า “ตลอดการดำเนินงานมากว่า 57 ปีของบริษัท พันธกิจสำคัญนอกจากนโยบายทางด้านธุรกิจแล้ว บริษัทยังตระหนักถึงความสำคัญในการทำสิ่งดีๆ เพื่อตอบแทนสังคมอีกด้วย ซึ่งที่ผ่านมาเราได้ให้การสนับสนุนกิจกรรมต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นทั้งของภาครัฐหรือภาคเอกชน ในขณะเดียวกันตัวเบเยอร์เองก็มีโครงการ “Beger be Happy”ที่จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี โดยจะให้ผู้บริหารและพนักงานทุกคน ได้มีส่วนร่วมทำกิจกรรมเพื่อสังคม เพื่อเป็นการช่วยปลุกจิตสำนึกที่ดี อีกทั้งยังเป็นการสร้างเสริมประสบการณ์ใหม่ๆ นอกเหนือจากการทำงาน เพราะเราเชื่อมั่นว่าการเติบโตของธุรกิจที่ยั่งยืน ต้องควบคู่กับการตอบแทน แบ่งปัน คืนสิ่งดีๆ กลับสู่สังคม”

ด้าน อมรรัตน์ ชัยยศบูรณะ ผู้ช่วยรองประธานบริหาร กลุ่มบริษัทสีเบเยอร์แม่งานใหญ่โครงการ “BegerBe Happy สีเบเยอร์สีแห่งความสุข” กล่าวเพิ่มเติมว่า “รูปแบบโครงการ “Beger BeHappy สีเบเยอร์สีแห่งความสุข”เริ่มขึ้นในปี พ.ศ.2557 เพื่อสนับสนุนและสร้างสรรค์ จุดเริ่มต้นในการร่วมมือกันแสดงพลังแห่งความดีช่วยเหลือ ทำสิ่งที่เป็นประโยชน์ สร้างรอยยิ้ม ด้วยกิจกรรมหลากหลายรูปแบบสู่สังคมไทย โดยปีแรกได้มอบสีกันร้อนเบเยอร์คูลให้แก่ 54 สถาบันการศึกษาทั่วประเทศ เพื่อทำนุบำรุงโรงเรียนที่ขาดแคลน ซึ่งเราตระหนักถึงความสุขที่ได้รับจากโครงการนี้เป็นอย่างดี จึงเกิดการสานต่อจนเป็นโครงการดีๆ อย่าง “Beger Be Happy สีเบเยอร์ สีแห่งความสุข” ปีที่ 2 ในการเข้าไปถ่ายทอดความรู้เรื่องช่างสีและร่วมทาสีปรับภูมิทัศน์โรงเรียนพระดาบส และปีที่ 3 พนักงานเบเยอร์กว่า 1,000 ชีวิต ร่วมกันปลูกป่าชายเลนพร้อมปล่อยพันธุ์ปลาสู่ธรรมชาติ

สำหรับปีนี้ ในโอกาสที่กลุ่มบริษัทสีเบเยอร์ก้าวสู่ปีที่ 57 ในปี 2561 บริษัทยังคงเดินหน้ามอบความสุขแก่สังคม ในโครงการ “Beger Be Happyสีเบเยอร์ สีแห่งความสุข” ปี 4 ด้วยการมอบผลิตภัณฑ์สีเบเยอร์ รวมมูลค่ากว่า 5 ล้านบาท ให้กับมูลนิธิและโรงเรียนทั่วกรุงเทพฯ เพื่อนำไปปรับปรุงภูมิทัศน์ให้มีความสวยงามขึ้น

ทางด้าน จุ๋ย-จรสพรรณ สวัสดิวัตน์ ณ อยุธยา ที่มีโอกาสร่วมในกิจกรรมบอกว่า “ถ้าดูกันตามความจริงแล้ว สภาพทั่วไปของมูลนิธิและโรงเรียนในกรุงเทพฯ หลายที่จะมีสภาพที่ค่อนข้างโทรม ดูหม่นๆ ไม่สดใส อาจจะด้วยเพราะขาดแคลนงบประมาณ การที่เบเยอร์เข้าไปช่วยปรับภูมิทัศน์ในครั้งนี้ จะช่วยทำให้อาคารมีความสวยงาม มีสภาพแวดล้อมที่ดี น่าเรียนรู้มากขึ้น ผู้ที่อยู่ไม่ว่าจะเป็นเด็ก คุณครู ก็จะมีสุขภาพจิตที่ดีขึ้นด้วยค่ะ”

ส่วน พอลลีน ล่ำซำ บอกว่า “เป็นอีกหนึ่งกิจกรรมดีๆ ที่ช่วยคืนความสดใสให้กับอาคาร ให้ได้มีสภาพแวดล้อมที่ดี ไม่ว่าจะเป็นในส่วนของตึกภายนอก หรือในส่วนของห้องเรียน ทั้งอุปกรณ์การเรียน โต๊ะเรียน เครื่องเล่น ให้กลับมามีสีสันน่าใช้งานมากขึ้น และที่สำคัญผลิตภัณฑ์สีเบเยอร์ยังเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม คำนึงถึงความปลอดภัยต่อสุขภาพของผู้ใช้งาน ภายใต้แนวคิด “Eco-Wellness Innovation” อีก ต่อไปมูลนิธิและโรงเรียนก็จะมีภูมิทัศน์และสภาพแวดล้อมที่น่าอยู่สวยงามค่ะ”

นับเป็นอีกหนึ่งพันธกิจตอบแทนสังคมที่กลุ่มบริษัทสีเบเยอร์ ได้มีส่วนร่วม เพื่อเพิ่มความสวยงาม สร้างรอยยิ้มและสิ่งดีๆ ให้เกิดขึ้นในสังคมต่อไป

ดร.วรวัฒน์-อมรรัตน์ ชัยยศบูรณะ พร้อมด้วย พอลลีน ล่ำซำ และจุ๋ย-จรสพรรณ สวัสดิวัตน์ ณ อยุธยา

ดร.วรวัฒน์-อมรรัตน์ ชัยยศบูรณะ พร้อมด้วย พอลลีน ล่ำซำ และจุ๋ย-จรสพรรณ สวัสดิวัตน์ ณ อยุธยา

คณะแพทย์ มช.ระดมเงินบริจาคสมทบ สร้างศูนย์ดูแลผู้ป่วยประคับประคองและระยะท้าย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/312053

คณะแพทย์ มช.ระดมเงินบริจาคสมทบ  สร้างศูนย์ดูแลผู้ป่วยประคับประคองและระยะท้าย

คณะแพทย์ มช.ระดมเงินบริจาคสมทบ สร้างศูนย์ดูแลผู้ป่วยประคับประคองและระยะท้าย

วันพุธ ที่ 3 มกราคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

ศูนย์ดูแลผู้ป่วยประคับประคองและระยะท้าย

คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ระดมเงินบริจาคสมทบทุนมูลนิธิโรงพยาบาลสวนดอก สร้างศูนย์ดูแลผู้ป่วยประคับประคองและระยะท้าย (CMU Palliative Care Center)เพื่อเป็นศูนย์ประสานงานทั้งภายในโรงพยาบาล และเครือข่ายการดูแลผู้ป่วยแบบประคับประคอง รวมทั้งจัดตั้งธนาคารอุปกรณ์ทางการแพทย์สำหรับให้ผู้ป่วยที่อยู่ในระยะท้ายของชีวิต ยืมไปใช้ในการดูแลต่อเนื่องที่บ้าน

ศาสตราจารย์นายแพทย์บรรณกิจ โลจนาภิวัฒน์คณบดีคณะแพทยศาสตร์ มช. เปิดเผยว่า โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ คณะแพทยศาสตร์ มช. เป็นโรงพยาบาลระดับตติยภูมิที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในเขตจังหวัดภาคเหนือ มีจำนวนเตียงให้บริการ 1,400 เตียง ผู้ป่วยส่วนใหญ่มีอาการซับซ้อน มีภาวะวิกฤติ และคุกคามต่อชีวิต จากสถิติพบมีผู้ป่วยแบบประคับประคองและระยะท้าย มากถึง 52.13% ซึ่งพบปัญหาที่ทำให้ผู้ป่วยไม่สามารถกลับไปดูแลต่อที่บ้านได้ เพราะขาดแคลนอุปกรณ์ที่ใช้ในการดูแลต่อเนื่องที่บ้าน เช่น เครื่องผลิตออกซิเจน เครื่องดูดเสมหะ เป็นต้น นอกจากนี้ยังพบว่าญาติผู้ให้การดูแล ยังขาดความรู้ ความเข้าใจ ความสามารถ และทักษะในการดูแลผู้ป่วยประคับประคองที่ถูกต้องและเหมาะสม ดังนั้นศูนย์ดูแลผู้ป่วยประคับประคองและระยะท้ายแห่งนี้จะเป็นแหล่งเรียนรู้ของบุคลากรทางการแพทย์ทางด้านนี้อีกด้วย

ปีนี้คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ได้จัดกิจกรรม วิ่ง-ปั่น ปันน้ำใจ (3 gether : Run & Ride for Life ) ขึ้น ระหว่างวันที่ 22-28 กรกฎาคม 2560 ที่ผ่านมา ซึ่งได้รับความร่วมมือจาก 3 สถาบันแพทย์ภูมิภาค ได้แก่ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น และคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ เพื่อระดมเงินช่วยเหลือผู้ป่วยในภูมิภาค ซึ่งในส่วนของเชียงใหม่จะมีการวิ่งเพียงอย่างเดียว ระยะทาง 734 กิโลเมตร โดยในแต่ละวันที่มีการวิ่งผ่านแต่ละจังหวัดจะมีกิจกรรมให้ประชาชนในจังหวัดนั้นๆ เข้าร่วมการวิ่งและร่วมบริจาคเงิน สำหรับในวันสุดท้ายของการวิ่ง คือ วันที่ 28 กรกฎาคม 2560 คณะแพทยศาสตร์ มช. ยังมีการจัดงานวิ่งการกุศล “Suandok Charity Run for Life : วิ่งปันน้ำใจ เพื่อผู้ป่วยสวนดอกและผู้ป่วยในภูมิภาค” อีกด้วย

นอกจากนี้ ยังมีอีกหนึ่งกิจกรรมที่สำคัญคือ การถ่ายทอดสดรายการพิเศษ “สวนดอกร้อยดวงใจครั้งที่ 10” ซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันที่ 14 กันยายน 2560 ทางช่อง 9 MCOT HD เพื่อเทิดพระเกียรติสมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก“พระบิดาแห่งการแพทย์แผนปัจจุบันของไทย” และน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ ในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช “พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9” ที่ทรงมีต่อคณะแพทยศาสตร์ มช. ซึ่งกิจกรรมที่กล่าวมาข้างต้น คณะแพทย์ มช. ได้นำเงินบริจาคมาสร้างศูนย์ดูแลผู้ป่วยประคับประคองและระยะท้าย (CMU Palliative Care Center)

แพทย์หญิงสหัทยา ไพบูลย์วรชาติ รองผู้อำนวยการศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์ คณะแพทยศาสตร์ มช. และหัวหน้าศูนย์ดูแลผู้ป่วยประคับประคองและระยะท้าย เปิดเผยว่า การดูแลแบบประคับประคองในระยะท้ายของชีวิตทวีความสำคัญและเป็นที่ต้องการของสังคมมากขึ้นจากแนวโน้มโครงสร้างประชากรผู้สูงอายุของโลกที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องประเทศไทยเข้าสู่สังคมสูงอายุอย่างชัดเจน อุบัติการณ์ของโรคร้ายแรงและโรคที่คุกคามต่อชีวิต เช่น โรคมะเร็ง และโรคเรื้อรังที่รักษาไม่หายมีจำนวนมากขึ้น ส่งผลให้จำนวนผู้ป่วยในระยะท้าย ของชีวิตมีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว องค์การอนามัยโลกคาดการณ์ว่าในแต่ละปีจะมีประชากรประมาณ 20 ล้าน ที่มีความต้องการการดูแลในระยะท้ายของชีวิต และประมาณร้อยละ 80 เป็นผู้ที่อยู่ในประเทศที่มีรายได้ต่ำ ถึง ปานกลาง ร้อยละ 70 เป็นผู้สูงอายุ (อายุ มากกว่า 60 ปี ขึ้นไป) ในขณะที่ร้อยละ 6 เป็นเด็ก องค์การอนามัยโลกจึงได้ประกาศให้ทุกประเทศได้บูรณาการการดูแลแบบประคับประคองเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งในการรักษาตลอดช่วงชีวิต และยังพบว่า ผู้ป่วยที่ได้รับการดูแลแบบประคับประคองในระยะท้ายของชีวิตกลุ่มนี้มีปัญหาและอุปสรรคสำคัญส่วนหนึ่ง คือ มีรายได้น้อยไม่มีเงินเพียงพอ ไม่สามารถซื้ออุปกรณ์และเครื่องมือทางการแพทย์ได้ซึ่งสอดคล้องกับงานวิจัยของสถาบัน TDCI ปี 2559 ที่นำเสนองานวิจัยว่าค่าดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้ายที่บ้าน ต้องใช้งบประมาณเท่ากับ 15,000 บาทต่อเดือน ประกอบกับเมื่อติดต่อประสานงานเครือข่ายเพื่อส่งต่อผู้ป่วยกลับบ้านและขอยืมอุปกรณ์พบว่าแต่ละแห่ง ขาดแคลน จำนวนอุปกรณ์และเครื่องมือทางการแพทย์เช่นเดียวกันทำให้ผู้ป่วย ไม่สามารถกลับบ้านได้ต้องพักรักษาตัวในโรงพยาบาลมากขึ้น และไม่สามารถกลับไปเสียชีวิตที่บ้านตามที่ผู้ป่วยและญาติต้องการได้

ในส่วนของเงินบริจาคที่ได้รับจาก 2 โครงการดังกล่าว ทางคณะแพทย์ มช. มีโครงการที่จะสร้างหอผู้ป่วยและห้องตรวจการดูแลแบบประคับประครองและระยะท้ายของโรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ อีกทั้งยังจัดให้มีโครงการธนาคารอุปกรณ์และเครื่องมือทางการแพทย์ ได้แก่ เครื่องช่วยหายใจชนิดภายนอก เครื่องผลิตออกซิเจนขนาด 3 ลิตรและ 5 ลิตร เตียงพร้อมที่นอน (ไฟเบอร์ / เหล็ก /ไฟฟ้า) เครื่องวัดออกซิเจนในเลือด เครื่องดูดเสมหะ ที่นอนลม ล้อเข็น และอุปกรณ์ช่วยเดินเป็นต้น ให้ผู้ป่วยในเขตุ 8 จังหวัด ภาคเหนือตอนบน ยืมเครื่องมือทางการแพทย์ไปใช้ที่บ้าน เพื่ออำนวยความสะดวกและสร้างความมั่นใจให้แก่ผู้ป่วย และญาติผู้ป่วย อีกทั้ง ยังมีโครงการเยี่ยมบ้านผู้ป่วยในเขตเมือง นอกจากนี้ ยังจะเป็นแหล่งเรียนรู้ของบุคลากรทางการแพทย์และประชาชนทั่วไปทั้งภายในและภายนอกหน่วยงาน ตลอดจนสนับสนุนการทำวิจัยนวัตกรรมที่เกี่ยวข้องกับการดูแลผู้ป่วยแบบประคับประคองที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในระดับสากล

มูลนิธิโรงพยาบาลสวนดอก ขอเชิญผู้มีจิตศรัทธาร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการก่อสร้างศูนย์การดูแลผู้ป่วยแบบประคับประคองระยะท้ายและระยะท้าย ด้วยการบริจาคทุนทรัพย์และอุปการณ์ทางการแพทย์ ได้ที่มูลนิธิโรงพยาบาลสวนดอก โทร.053-938400 หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่งานประชาสัมพันธ์ คณะแพทยศาสตร์ มช. โทร.053-935671-2 กรณีโอนเงินผ่านธนาคาร ชื่อบัญชี มูลนิธิโรงพยาบาลสวนดอก ธนาคารกสิกรไทย สาขาศูนย์บริการเดอะวิสตอมโรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม เลขบัญชี 010-8-19988-1 ธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาโรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ เลขบัญชี 405-9-78590-2

ศ.นพ.บรรณกิจ โลจนาภิวัฒน์

ศ.นพ.บรรณกิจ โลจนาภิวัฒน์
พญ.สหัทยา ไพบูลย์วรชาติ

พญ.สหัทยา ไพบูลย์วรชาติ

ทูตน้อย Santa Kids เพื่อเพื่อนด้อยโอกาส ปี 11 มอบรายได้ส่วนหนึ่งให้ ‘มูลนิธิเด็กโรคหัวใจ’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/312049

ทูตน้อย Santa Kids เพื่อเพื่อนด้อยโอกาส ปี 11  มอบรายได้ส่วนหนึ่งให้ ‘มูลนิธิเด็กโรคหัวใจ’

ทูตน้อย Santa Kids เพื่อเพื่อนด้อยโอกาส ปี 11 มอบรายได้ส่วนหนึ่งให้ ‘มูลนิธิเด็กโรคหัวใจ’

วันพุธ ที่ 3 มกราคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

ดิศราพร อิศรางกูร ณ อยุธยา, อัชณา จิณณวาโส บก.บห.สำนักข่าว AC NEWS และทูตน้อย

คึกคักสนุกสนานสมวัย ณ ลานอินฟินิซิตี้ฮอลล์ พารากอนซีนีเพล็กซ์  เป็นกิจกรรมเด็กที่ได้รับความสนใจเป็นอย่างมากส่งท้ายปลายปี 2560 สำหรับการประกวด Santa Kids ทูตน้อยเพื่อเพื่อนด้อยโอกาส โดย บริษัท แอ็คเซส เซ็นเตอร์ จำกัด  มีเด็กๆ ได้ผ่านเวทีนี้มาหลายรุ่นแล้วและในปีนี้เข้าสู่ปีที่ 11 โดยทางบริษัทยังคงมีวัตถุประสงค์หลักเหมือนเดิม คือ คัดเด็กที่มีความน่ารักสมวัยเพื่อมารับตำแหน่ง “ทูตน้อย Santa Kids” และหลังจากได้ตำแหน่งแล้ว “ทูตน้อย Santa Kids” ชาย-หญิง จะได้ร่วมปฏิบัติภารกิจเพื่อสังคมในด้านต่างๆ อาทิ เป็นตัวแทนมอบรายได้จากการประกวดให้กับมูลนิธิต่างๆ ร่วมออกงานแสดงให้กับองค์กรทั้งภาครัฐและเอกชน และกิจกรรมอื่นๆ อีกมามาย

ดิศราพร  อิศรางกูร ณ อยุธยา  กรรมการผู้จัดการ บริษัท แอ็คเซส เซ็นเตอร์ จำกัด ผู้จัดกิจกรรมได้กล่าวว่า “เรามีความตั้งใจและความมุ่งหวังในการจัดกิจกรรม Santa Kids ทูตน้อยเพื่อเพื่อนด้อยโอกาสขึ้นมาไม่ใช่เพียงแค่การประกวดเท่านั้นแต่ความจริงแล้วเราอยากจะให้เด็กๆ ได้มีเวทีในการแสดงออก โดยเริ่มด้วยกิจกรรมที่สามารถเข้าร่วมด้วยวิธีง่ายๆ ซึ่งเด็กทั่วไปก็สามารถสมัครเข้ามาร่วมกิจกรรมของเราได้ อีกทั้งผู้ปกครองก็สามารถเข้าร่วมได้เช่นกัน  ดูได้จากกติกาที่เรากำหนดในการประกวดไม่ได้มีความซับซ้อนแต่อย่างใด  เพียงแต่งตัวเข้ากับคอนเซ็ปต์และมาเดินโชว์ความน่ารักก็อาจจะโชคดีได้ตำแหน่ง “ทูตน้อย Santa Kids” ไปครอง  ซึ่งในปีนี้เราได้รับเกียรติจาก หม่อมหลวงสราลี  กิติยากร ได้มอบถ้วยสำหรับ คู่ที่ชนะเลิศ Santa Kids ชายหญิง และยังได้รับสายสะพาย ทุนการศึกษา คนละ 5,000 บาท พร้อมของขวัญอีกมากมาย จากทางบริษัท และที่สำคัญไปกว่านั้นเด็กๆ ยังได้เข้าร่วมกิจกรรมช่วยเหลือสังคม เพราะในปีนี้ค่าสมัครของเด็กๆ เราจะนำไปสมทบทุนกับรายได้ส่วนหนึ่งของการจัดงานมอบให้ “มูลนิธิเด็กโรคหัวใจ ในพระอุปถัมภ์ของสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนากรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์” เท่ากับเป็นการช่วยเพื่อนผู้ด้อยโอกาสไปพร้อมๆ กัน”

สำหรับผลการประกวด ประเภทหญิง ด.ญ.ปภาวรินทร์ กอจิตตวณิช (ปีเก้) ได้รับ 2 รางวัล คือ รางวัลชนะเลิศทูตน้อย Santa Kids ปีที่ 11 และ รองอันดับ 1 รางวัลโหวต, ด.ญ.ไอริส เฉียบแหลม (ไอริส)  รองชนะเลิศอันดับ 1, ขจิตตาภรณ์ เวสารัชชานนท์  (มะปราง)  รองชนะเลิศอันดับ 2, ด.ญ.ธัญนภัส วิคทอเรีย เดบิทเซ (วิกกี้) ขวัญใจสื่อมวลชน, ด.ญ.ณิญาพัณณ์ โรจน์ปิยะอุดม (นามิ)  ยูเมะพลัส Vote, ด.ญ.ภูลฎา นฤพัคโภคิน (เนเน่) เมืองไทยประกันชีวิต โหวต

ส่วนผลการประกวด ประเภทชาย ด.ช.นิธิศ แซ่ลิ้ม (ออสก้า) ชนะเลิศทูตน้อย Santa Kids ปีที่ 11,ด.ช.อัฑฒ์นนท์ แซ่ลิ้ม (ออกัส) รองชนะเลิศอันดับ 1, ด.ช.วสันต์ จันทา (โชว่า) รองชนะเลิศอันดับ 2, ประเภททีมปีนี้ได้รางวัล 2 ทีม ทีม Little Twins Star ทีม Marionettes, ส่วน รางวัลโหวต ได้แก่ ด.ช.ณคุณ พฤกษานานนท์ (เจสัน)

ดิศราพร  กล่าวต่ออีกว่า “เราได้รับความอนุเคราะห์สถานที่จัดการประกวดจาก บริษัท เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ปจำกัด (มหาชน) ให้พื้นที่  อินฟินิซิตี้ ฮอลล์ พารากอนซีนีเพล็กซ์  ชั้น 5 สยามพารากอน  มาโดยตลอด  ซึ่งปีนี้ก็เช่นกันทาง เมเจอร์ฯ กรุ๊ป ก็ยังคงให้ความอนุเคราะห์เหมือนเดิม และนอกจากนั้นในปีนี้เรายังคงมีผู้ใหญ่ใจดีที่เป็นผู้สนับสนุนหลักในการประกวดมาตลอด 10 ปีที่ผ่านมา  คือ  บริษัท อีซี่บาย จำกัด (มหาชน) และ บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) และที่สำคัญต้องขอขอบคุณผู้ปกครองที่สนับสนุนให้เด็กๆ มาร่วมประกวดจนมีสมาชิก Santa Kids เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เรารู้สึกดีใจค่ะที่ในทุกวันนี้มีการประกวดเด็กเกิดขึ้นหลายเวทีแต่ผู้ปกครองก็ยังคงสนใจให้เด็กๆ มาสมัครประกวดกับเรา”

ด.ญ.ปภาวรินทร์ กอจิตตวณิช (ปีเก้) -ด.ช.นิธิศ แซ่ลิ้ม (ออสก้า) ชนะเลิศทูตน้อย Santa Kids ปีที่ 11

ด.ญ.ปภาวรินทร์ กอจิตตวณิช (ปีเก้) -ด.ช.นิธิศ แซ่ลิ้ม (ออสก้า) ชนะเลิศทูตน้อย Santa Kids ปีที่ 11
ภาสวรรณ จันทร์คู่ ผู้ช่วยกก.ผจก.บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต มอบรางวัลเมืองไทยประกันชีวิต โหวตให้ น้องเนเน่-ด.ญ.ภูลฎา นฤพัคโภคิน

ภาสวรรณ จันทร์คู่ ผู้ช่วยกก.ผจก.บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต มอบรางวัลเมืองไทยประกันชีวิต โหวตให้ น้องเนเน่-ด.ญ.ภูลฎา นฤพัคโภคิน

South Korea pin World Cup hopes on star man Son

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ The Nation

http://www.nationmultimedia.com/detail/sports/30346652

South Korea's Son Heung-min
South Korea’s Son Heung-min

South Korea pin World Cup hopes on star man Son

sports May 31, 2018 10:00

By AFP

South Korea will need their talisman Son Heung-min to bring his sparkling English Premier League form to the World Cup if they are to survive a devilishly tricky group.

The Koreans crashed out in the first round of the 2014 tournament in Brazil and have their work cut out to avoid the same fate in Russia, where they have been drawn alongside holders Germany, Sweden and Mexico.

But they boast genuine star quality in snake-hipped Tottenham attacker Son, who lit up the Premier League this season, helping Spurs finish third and secure a UEFA Champions League place.

One of the best players to emerge from Asia, the 25-year-old scored 18 goals in all competitions in a brilliant campaign with the London club and once again carries the hopes of a nation heading into the World Cup.

South Korea made history with their astonishing run to the 2002 World Cup semi-finals but the current crop of players have struggled to hit those heights — or come anywhere close.

Son almost single-handedly led the Taeguk Warriors to the Asian Cup final in 2015, where they lost to hosts Australia, but his eye-catching performances earned him a move from German club Bayer Leverkusen to Spurs, where the mercurial forward has been a big hit with supporters.

Son will be desperate to deliver for his legions of fans in South Korea and has the weapons to pose a serious threat to Sweden in their World Cup opener on June 18.

The Koreans realistically also need to take points from Mexico with world champions Germany awaiting them in their final Group F fixture in Kazan.

Pelted with toffees by fans in a traditional Korean insult on their return from Brazil four years ago, they will need star man Son to be on song in Russia to avoid a repeat.

Djokovic reaches third round at Roland Garros, Zverev survives

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ The Nation

http://www.nationmultimedia.com/detail/sports/30346651

Serbia's Novak Djokovic plays a backhand return to Spain's Jaume Munar during their men's singles second round match on day four of The Roland Garros 2018 French Open tennis tournament in Paris on May 30, 2018. / AFP PHOTO / CHRISTOPHE SIMON
Serbia’s Novak Djokovic plays a backhand return to Spain’s Jaume Munar during their men’s singles second round match on day four of The Roland Garros 2018 French Open tennis tournament in Paris on May 30, 2018. / AFP PHOTO / CHRISTOPHE SIMON

Djokovic reaches third round at Roland Garros, Zverev survives

sports May 31, 2018 07:31

By AFP

Paris – Former champion Novak Djokovic reached the French Open third round for the 13th consecutive year by beating Spanish qualifier Jaume Munar 7-6 (7/1), 6-4, 6-4 on Wednesday, while second seed Alexander Zverev staged a fightback to win a five-setter with Dusan Lajovic.

Djokovic, the 2016 Roland Garros champion and former world number one, is seeded 20 this year after struggling to rediscover his best form after returning from a right elbow injury.

He wasn’t at his best on Court Suzanne Lenglen, but goes on to face Spain’s 13th seed Roberto Bautista Agut for a place in the last 16.

The Serbian 12-time Grand Slam champion fired 39 winners but 33 unforced errors and was broken three times by Munar, the world 155.

“I am very happy to be here on Suzanne Lenglen and see so many people and see the support,” said Djokovic.

“Jaume is a great player, he has lots of quality and good concentration. I congratulate him on a great match today.”

German world number three Zverev found himself in deep trouble when trailing by two sets to one against Lajovic, but the Serbian ran out of gas as it finished 2-6, 7-5, 4-6, 6-1, 6-2.

The 21-year-old, a winner of three Masters titles, is yet to reach a Grand Slam quarter-final and was knocked out in the first round at Roland Garros last year.

But Zverev moved into round three for the second time, where he will play Bosnian 26th seed Damir Dzumhur, as he looks to become the first German man to win the title since 1937.

Fourth seed Grigor Dimitrov went the distance, too, eventually coming through a marathon with American Jared Donaldson 6-7 (2/7), 6-4, 4-6, 6-4, 10-8.

The Bulgarian was pushed all the way by world number 57 Donaldson in a match that lasted four hours and 19 minutes, but grabbed the crucial break in the 17th game of the deciding set as his opponent started to struggle with cramp.

Japan’s Kei Nishikori also staged a comeback to edge out Frenchman Benoit Paire on Philippe Chatrier court, winning 6-3, 2-6, 4-6, 6-2, 6-3 in his first Grand Slam event since Wimbledon last year after recovering from a wrist injury.

Seventh seed Dominic Thiem, a semi-finalist in each of the last two years, grabbed the third set against Greek teenager Stefanos Tsitsipas to lead 6-2, 2-6, 6-4 when darkness fell, with the pair to finish the match on Thursday.

 

– Halep fights back –

 

 

World number one Halep fought back after a disastrous opening set to beat American Alison Riske 2-6, 6-1, 6-1 in their delayed first-round match.

Halep, the runner-up in Paris in 2014 and 2017, slumped 0-5 down in the opening set to world number 83 Riske whose only win at the tournament came in 2014.

The Romanian committed 16 unforced errors in the set but stepped up a gear from that point on to book a second-round match against Taylor Townsend of the United States.

“It’s always difficult in the first round of a Grand Slam, you are always nervous,” said 26-year-old Halep after a match that was pushed back from Tuesday due to rain.

Halep needs to reach the semi-finals or better if she is to retain the world top spot.

Her main rival for the top ranking, second seed Caroline Wozniacki, joined her in the last 32 by thrashing Spanish qualifier Georgina Garcia Perez 6-1, 6-0 in only 51 minutes.

Eighth seed Petra Kvitova eased into the third round with a 6-0, 6-4 victory over Spain’s Lara Arruabarrena on Court One.

The two-time Wimbledon champion has now won 13 consecutive matches on clay after claiming titles in Prague and Madrid, and will face Estonia’s 25th seed Anett Kontaveit for a place in the last 16.

Ukrainian fourth seed Elina Svitolina reached the last 32 for the fourth straight year by brushing aside Viktoria Kuzmova in straight sets.

The 23-year-old, who arrived in Paris having won her second straight Italian Open title, saw off her Slovakian opponent 6-3, 6-4 and will next take on Romanian 31st seed Mihaela Buzarnescu.

Elsewhere, charismatic Japanese 21st seed Naomi Osaka came through a tight match with Kazakhstan’s Zarina Diyas 6-4, 7-5.

Serena Williams, who made her Grand Slam return with a singles win on Tuesday, partnered sister Venus in a 4-6, 6-4, 6-1 doubles victory over Japan’s Shuko Aoyama and Miyu Kato.

Do you speak Yorkshire? Zverev stumped by reporter’s accent

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ The Nation

http://www.nationmultimedia.com/detail/sports/30346650

Germany's Alexander Zverev eyes the ball as he plays a return to Serbia's Dusan Lajovic during their men's singles second round match on day four of The Roland Garros 2018 French Open tennis tournament in Paris on May 30, 2018. / AFP PHOTO
Germany’s Alexander Zverev eyes the ball as he plays a return to Serbia’s Dusan Lajovic during their men’s singles second round match on day four of The Roland Garros 2018 French Open tennis tournament in Paris on May 30, 2018. / AFP PHOTO

Do you speak Yorkshire? Zverev stumped by reporter’s accent

sports May 31, 2018 07:28

By AFP

Paris  – German second seed Alexander Zverev came back from two sets to one down to reach the French Open third round on Wednesday — only to be defeated by a broad Yorkshire accent.

Zverev beat Dusan Lajovic of Serbia 2-6, 7-5, 4-6, 6-1, 6-2 to continue his bid to become the first German man to take the title in Paris since 1937.

But the 21-year-old, who also speaks fluent English and Russian, was mystified when a reporter from the northern English county of Yorkshire wanted to know what it would take for him to finally win a Grand Slam.

“Where you from buddy?,” asked Zverev to the stunned journalist.

“Yorkshire,” replied his inquisitor.

“Nice. If they ever make a tournament there I’m coming just because of that accent.

“Love it. I didn’t understand a word you’re saying.”

The exchange lightened the mood for Zverev who is becoming increasingly impatient of being asked when he will make a breakthrough at the majors to match his impressive efforts on the ATP Tour.

He has a year-leading 32 wins and arrived in Paris with clay-court titles in Munich and Madrid and a runners-up finish to Rafael Nadal in Rome.

But the Slams is a different story.

His best is a run to the last 16 at Wimblesdon in 2017, just a few weeks after he was dumped out of Roland Garros in the first round.

He was defeated in the third round at the Australian Open in January by South Korea’s Chung Hyeon.

“Everybody tries to make a bigger story out of it than it is,” said Zverev who has now equalled his best run in Paris by making the third round.

“I have had great success on the ATP Tour, won three Masters, made two other finals this year. I’m not worried. I know if I’m doing the right things and if I do the right work I’ll win those long matches, and the success will come itself.”

He also recalled a morale-boosting conversation with Roger Federer at the Australian Open after he lost to Chung.

Federer, the record 20-time major winner, reminded him that it took him until he was into his 20s to get past the quarter-finals of a Slam.

Up to that point, an under-achieving Federer faced the same barrage of questions that Zverev is batting back now.

“Hearing that from the greatest player of all time is, you know, comforting, because you always think, Oh, if I’m not going to win this one, I’m never going to win one. And he’s the greatest player of all time,” he said.

Next up for the tall German in Paris is a third-round clash against Bosnia’s Damir Dzumhur, the 26th seed, for a place in the last 16.

Neymar on fast track to full fitness says Brazil teammate Danilo

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ The Nation

http://www.nationmultimedia.com/detail/sports/30346649

File Photo
File Photo

Neymar on fast track to full fitness says Brazil teammate Danilo

sports May 31, 2018 07:19

By AFP

Brazil star Neymar is getting fitter every day as the striker recovers from a broken foot, Brazil teammate Danilo said from their pre-World Cup training camp in London on Wednesday.

The Paris Saint Germain forward was injured in February and is yet to play a match since then, with two weeks to go before the World Cup kicks off in Russia.

“He’s getting better every day, getting faster, more agile and more difficult to defend against,” said Manchester City’s Danilo, who knows Neymar from his Santos days.

“He’s so fast you wouldn’t know whether to go, left, right, forwards or backwards,” Danilo said of Neymar’s trickery.

“We hope he’ll be 100% ready or as ready as is possible.”

Brazil play Croatia at Liverpool June 3 and against Austria in Vienna on June 10 before their opening World Cup game with Switzerland June 17.