‘รุจ + ปู’ แชร์แรงบันดาลใจแต่งบ้าน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/385704

‘รุจ + ปู’ แชร์แรงบันดาลใจแต่งบ้าน

‘รุจ + ปู’ แชร์แรงบันดาลใจแต่งบ้าน

วันเสาร์ ที่ 29 ธันวาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

เฉลิมฉลองเปิดตัวกันอย่างต่อเนื่องกับ “Design Village” สาขาราชพฤกษ์ ภายใต้แนวคิด One Stop Happening ครบจบที่เดียว บนความเชื่อของบุญถาวรที่ว่า Ideas Never End ไอเดียดีๆ มีได้ไม่รู้จบนอกจากจัดโปรโมชั่นยาวต่อเนื่องแล้ว ยังมีกิจกรรมพิเศษ จัด Talk พิเศษ เพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์ ไอเดียการแต่งบ้าน ในหัวข้อกลยุทธ์สร้างความแตกต่างผู้รับเหมายุคใหม่ นำโดย ไผท ผดุงถิ่น CEOBuilk One Group, อิทธิเดช ชลเกตุ กรรมการผู้จัดการ I- du Architect,ภิญโญ ปะตาทายัง Managing Directior inDesign And Consultant และธีร์ บุญวาสนา กรรมการผู้จัดการบริษัท อยุธยา สร้างบ้าน จำกัด พร้อมประสบการณ์การเดินทางสร้างแรงบันดาลใจในการตกแต่งบ้านจากคนดัง กมลชนก ปานใจ,จูน เซคิโน และ รุจ-ศุภรุจ ณ Design Village สาขาราชพฤกษ์ และกิจกรรมบันเทิงปิดท้าย ด้วยมินิคอนเสิร์ตจากศิลปินชื่อดัง อาทิ รุจ-ศุภรุจ, แปม-ไกอา, ลูกหว้า-พิจิกา ที่สลับกันมาสร้างความสุข ความบันเทิง ให้คนรักบ้านและรักการดีไซน์ได้สนุกสนานเต็มอิ่มทั้ง 2 วัน

Exclusive Interview นางเอกหน้าหวาน ‘ปาร์ค มิน ยอง’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/385717

Exclusive Interview นางเอกหน้าหวาน 'ปาร์ค มิน ยอง'

Exclusive Interview นางเอกหน้าหวาน ‘ปาร์ค มิน ยอง’

วันเสาร์ ที่ 29 ธันวาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

ขึ้นชื่อว่าเป็นนางเอกเนื้อหอม ที่คอซีรี่ส์เกาหลี โดยเฉพาะสาวๆ อิจฉากันหนักมาก เพราะไม่ว่าสาว “มินยอง” หรือ “ปาร์ค มิน ยอง” คนนี้ จะเซย์เยสรับแสดงผลงานเรื่องใด เป็นต้องได้ประกบคู่พระเอกระดับ สามีแห่งชาติ แทบทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็น อี มิน-โฮ, ซง จุง-กิ, ยู อา-อิน, จี ชาง-วุค, ยู ซึง-โฮ หรือล่าสุดในเรื่อง What’s Wrong with Secretary Kim ก็จับคู่กันดังกับพ่อหนุ่ม ปาร์ค โซ-จุน ซึ่งไม่ใช่แค่งานละครเท่านั้น ที่ทำให้เธอโดดเด่น เพราะปีที่ผ่านมาเธอยังโชว์ความสามารถในรายการวาไรตี้กึ่งเรียลิตี้ จับให้ได้ ไล่ให้ทัน! (BUSTED!) ประกบพิธีกรชื่อดังระดับชาติ เอ็มซียู (ยู แจ-ซอก) จนกลายเป็นที่พูดถึงไปทั่วเอเชีย

“ทีมข่าวบันเทิงแนวหน้า” มีโอกาสได้เจอกับเธอ ระหว่างที่สาว “มินยอง” ควงคู่ผู้กำกับ “จาง ฮยอก-แจ” จากวาไรตี้ จับให้ได้ ไล่ให้ทัน! (BUSTED!) ไปโปรโมทซีซั่น 2ที่กำลังจะตามมาในงาน Netflix “See What’s Next: Asia”จึงไม่พลาดขอนั่งโต๊ะสัมภาษณ์พิเศษสาวเนื้อหอมคนนี้

BUSTED! เป็นวาไรตี้กึ่งเรียลิตี้แนวสอบสวน ที่สมาชิกไม่สามารถทราบล่วงหน้า ว่าจะต้องเจอกับสถานการณ์อะไร แต่ทำไมคุณถึงมีคอสตูม
ที่ดูดีมีสไตล์ได้ตลอดเวลา?

ฉันคิดว่าถึงเราจะไม่ใช่ทีมนักสืบที่เก่งที่สุด แต่ในด้านรูปลักษณ์เราต้องดูดีไว้ก่อนค่ะ(หัวเราะ) เพราะทีมโปรดักชั่นไม่ได้เตรียมเสื้อผ้า หรือให้ข้อมูลใดๆ เลย แล้วฉันเป็นนักแสดงคนเดียวในทีม จึงอยากพยายามทำให้ดีที่สุด ตอนที่ฉันร่วมทีมครั้งแรก พวกเขาไม่ได้ให้ความสนใจกับการแต่งตัวของฉันเท่าไหร่ แต่เมื่อฉันถ่ายทำไปเรื่อยๆ ฉันคิดว่ามันคงน่าเบื่อที่จะแต่งตัวเดิมๆ ในเมื่อรายการมีตั้ง 10 ตอน อาจเรียกได้ว่านี่เป็นโรคของ “นักแสดงหญิง” ที่คุณต้องโชว์การแต่งตัวมากมายในละคร และก็ทำแบบนั้นในรายการและในซีซั่นสองด้วย ฉันคิดว่าทุกคนพยายามพัฒนาลุคของตังเองให้ดีขึ้น พวกเรามีสไตล์มากขึ้น โดยที่ไม่ได้นัดกันค่ะ

ประสบการณ์จากการถ่ายทำรายการ ที่สามารถหยิบออกมาใช้ในชีวิตจริงได้?

เมื่อวานระหว่างที่พวกเราเล่นตัวต่อรูปชาไข่มุก ฉันเป็นคนแรกที่ไขปริศนาตัวต่อออกค่ะ (หัวเราะ) ระหว่างที่พวกเรากำลังคิดแก้ปริศนากันอยู่ ฉันคิดว่าความสามารถในการไขปริศนาของฉันเพิ่มขึ้น เช่น ความสามารถในการไขโค้ดต่างๆ ซึ่งเป็นความสามารถที่ได้จากการถ่ายทำ Busted และอย่างที่ฉันกล่าวไป นักแสดงทุกคนก็พัฒนาความสามารถในการสังเกตเหตุการณ์ต่างๆ ได้เพิ่มมากขึ้น พวกเขาไม่ปล่อยผ่านรายละเอียดเล็กๆ น้อย แต่สังเกตทุกสิ่ง เมื่อต้องดูภาพยนตร์ ฉันรู้เลยว่าใครเป็นผู้ร้ายในหนัง

ส่วนที่ยากที่สุดในการถ่ายทำรายการ?

ฉันคิดว่าพวกเขาเป็นอัจฉริยะกันจริงๆ ค่ะ (หัวเราะ) ฉันเป็นคนธรรมดาที่มีศักยภาพในการแก้โจทย์เลขได้แค่ธรรมดาๆ (หัวเราะ) หลักจากถ่ายทำร่วมกับพวกเขา ทำให้ฉันคิดว่าฉันควรเรียนเลขเพิ่ม และทำให้กลับมาขบคิดเรื่องราวตลอดชีวิตของตัวเอง แต่โชคดีที่เราชนะในซีซั่นแรก แต่เนื่องจากซีซั่นแรก เราโฟกัสไปที่เลขอย่างมาก และฉันคิดว่าทีมผู้กำกับก็ชอบเกี่ยวกับตัวเลข พวกเขาเลยให้คำถามเลขเยอะมาก สำหรับทีมนักสืบอัจฉริยะ พวกเรากลับมาเยี่ยมอีกครั้งในซีซั่น 2 ซึ่งมีความท้าทายอย่างมากสำหรับเรา ฉันรู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น แต่จะอุบไว้ก่อน รอให้ทุกคนไปชมพร้อมกันเมื่อออกอากาศค่ะ

สีสันเบื้องหลังการถ่ายทำ

ฉันถ่ายไปแล้ว 5 ตอนค่ะ สำหรับซีซั่นที่ 2 และมีโมเม้นท์ที่สนุกๆ มากมาย ฉันคิดว่าเนื่องจากผู้ร้ายไล่ล่า ยู แจ-ซอก บ่อยมาก เขาโดนลักพาตัว เมื่อถึงจุดหนึ่งเขาเริ่มชินและเป็นคนไปหาผู้ร้ายด้วยตัวเอง มันตลกมากสำหรับพวกเราที่คิดว่าเราไม่ควรไปกวน ด้วยการช่วยเขา นั่นน่าจะเป็นโมเม้นท์ที่สนุกที่สุดที่เรามีค่ะ

ความน่าสนใจที่แฟนๆ ไม่ควรพลาดBUSTED! ซีซั่น 2

คำถามนี้ ผู้กำกับ จาง ฮยอก-แจ ตอบกับเราว่า : ผมเชื่อว่าส่วนที่สนุกที่สุดของรายการ คือเดินเรื่องด้วยการไขปริศนาและเรื่องราวต่างๆ ของทีมนักแสดง แต่ภายใต้การแก้ไขปัญหา จะพบกับเรื่องราวน่าสนใจต่างๆ ที่ซ่อนอยู่ โดยทั้ง 10 ตอน จะมีหลายสิ่งที่เหนือความคาดหมายเกิดขึ้น ผมว่านั่นคือสิ่งที่ทำให้รายการเราแตกต่างจากรายการโชว์อื่นๆ การเชื่อมโยงและเหนือความคาดหมายเป็นสิ่งที่ทำให้รายการเราโดดเด่น และอย่างที่ทราบกันในซีซั่น 2 นี้เรายังได้ อี ซึง-กิ พระเอกคนดังมาร่วมงานด้วย ฝากติดตามชมกันด้วยนะครับ เร็วๆ นี้ทาง Netflix

ลูกทุ่งแนวหน้า : 29 ธันวาคม 2561

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/385699

ลูกทุ่งแนวหน้า : 29 ธันวาคม 2561

ลูกทุ่งแนวหน้า : 29 ธันวาคม 2561

วันเสาร์ ที่ 29 ธันวาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

ll “ลูกทุ่งแนวหน้า” ประจำวันเสาร์ที่ 29 ธันวาคม 2561…“จอมยุ่ง บ้านทุ่ง” พร้อมด้วย “ดีเจเอ-พีราวุธ” รับหน้าที่รายงานข่าวข้น “คนลูกทุ่ง” ll เผลอแปปเดียว ปี 2561 กำลังจะผ่านพ้นไป เรียกได้ว่าคอลัมน์ “ลูกทุ่งแนวหน้า” ทำหน้าที่มาครบ 1 ปี อย่างรวดเร็วเป็นธรรมเนียมส่งท้ายที่ต้องขอสรุปที่สุดของวงการลูกทุ่งปี 2561 เท่าที่พอจะรวบรวมได้มาให้คุณผู้อ่านได้เสพกันว่าในช่วงปี’61ที่ผ่านมาวงการลูกทุ่งเด็ดดวงขนาดไหน ll

เริ่มต้นแห่งความ “ที่สุด” แรกกับ “คดีสุดช็อก”กับข่าวช่วงต้นปี เมื่อวันที่ 31 มกราคม 2561 เมื่อศาลตัดสินจำคุก 20 ปี ยิ่งยง ยอดบัวงาม เนื่องจากการ เข้าร่วมทำธุรกิจ แล้วผิดพลาดทำเอาคนใน “วงการลูกทุ่ง” ตกใจและห่วงใยกันมากมาย แต่ในที่สุดทุกอย่างก็คลี่คลายลงได้ด้วยการเจรจา และศาลอุทธรณ์ก็ได้มีคำพิพากษา เมื่อวันที่ 17 ต.ค. 2561 ตัดสินให้รอลงอาญา 4 ปี และได้ชดใช้เงินให้ผู้เสียหายทั้งหมด ตอนนี้คดีก็สิ้นสุดลง เรียกได้ว่าหมดทุกข์หมดโศก คนที่ไม่สบายใจนอกจาก “ยิ่งยง” แล้วทางภรรยา “คุณทิพย์” ก็ทุกข์ไม่แพ้กัน เมื่อช่วงวันเกิดของยิ่งยงได้จัดงานเซอร์ไพรส์ให้ก่อนหนึ่งวันในวันที่ 24 ธ.ค. ทางภรรยาและน้องสาวถึงขั้นต้องยกพานธูปเทียนมาขอขมา เพื่อความสบายใจ จากนี้ไปปี 2562 ก็ขอให้เป็นปีทองของผู้ชายคนนี้ ยิ่งยง ยอดบัวงามll

คู่รักคู่ร้าง เป็นคู่นักร้องลูกทุ่งสุดฮอตที่หลายคนตามติดชีวิตระหว่าง เพชร-สหรัตน์ และ ตั๊กแตน-ชลดา ที่ความรักสุกงอมจนถึงขั้นจดทะเบียน สมรสกันเมื่อวันที่ 9 สิงหาคม 2559 แต่สุดท้ายก็ปไม่รอดมีอันเลิกรา โดยได้จดทะเบียนหย่ากันเมื่อต้นเดือนมีนาคม 2561 จากกรณีมีแชทหลุดการพูดคุยกันระหว่าง “หนุ่มเพชร” กับ “สาวนอกวงการ” จนเป็นที่มาของการหย่าร้าง ปิดฉากรักต่างค่ายที่แสนหวานในเวลาอันสั้นและต่างคนก็ต่างใช้ ชีวิตในแนวทางที่ตัวเองคิดและอยากทำ แต่แน่นอนทั้งคู่ยังคงทำงานและสร้างสรรค์ผลงานในวงการเพลงลูกทุ่งต่อไป ll

เพลงฉาว ในปี 2561 นักร้องบางค่ายเพลงได้ทำเพลงออกมาในแนวทางที่ค่อนข้างหวือหวา ในทางลบทั้งเนื้อหา เพลง ชื่อเพลง และวิธีการนำเสนอ แต่ที่ดูจะโดนด่ามากที่สุดคงไม่พ้นเพลง “ครางชื่ออ้ายแน” ของศิลปิน ศรีจันทร์ วีสี และ ต้าร์-เพ็ญนภา แนบชิดสังกัด ท็อปไลน์ ที่โดนครูเพลงและคนลูกทุ่งวิจารณ์อย่างหนัก หลังเอ็มวีเพลงมีเนื้อหาส่อไปในทางลามกอนาจาร แต่ก็โด่งดังสมใจในชั่วข้ามคืน มีงานโชว์ตัวต่อเนื่อง แต่ก็ต้องปรับเปลี่ยนการนำเสนอใน MV ใหม่ เป็นอีกแบบ และสุดท้ายกระแสเพลงแนวนี้ก็จางหายไปในเวลาอันรวดเร็วเช่นกัน ll

เจ็บแต่จบ มาแรงเหมือนจะเป็นหนังชีวิตเรื่องยาวกรณีการฟ้องร้องเรื่องละเมิดลิขสิทธิ์ระหว่าง อาม-ชุติมา และบริษัท ไหทองคำ โดยนายห้างประจักษ์ชัย มีการใช้พื้นที่ ในสื่อโซเชียล ซัดกันไปมาจนเป็นกระแสข่าวอยู่หลายวัน ถึงขั้นมีการนำตำรวจไปจับหลังเวที และมีการยื่นฟ้องกันวุ่นวาย เหมือนต่างฝ่ายต่างไม่มีใครยอมใคร แต่บทจะจบก็ลงกันแบบง่ายๆหลัง จากมีทนายคนดังระดับประเทศเข้ามาเกี่ยวข้อง สุดท้ายทางค่าย “ไหทองคำ” ก็ยอมฉีกสัญญา อาม-ชุติมา ในการเป็นศิลปินในสังกัดต่างฝ่ายต่างแยกย้ายไปทำมาหากิน แต่ที่ต้องรอดูคือกรณีที่มีการยื่นเรื่องให้ทางกรมสรรพากร ตรวจสอบการยื่นเสียภาษีของทางค่าย ไหทองคำ ว่าดำเนินการถูกต้องหรือไม่ก็ไม่รู้ว่า เรื่องนี้จะเงียบหายไปด้วยหรือเปล่าก็น่าสงสัย ll

ฮอตสุดในโลกโซเชียล คงไม่พ้นสาวคนนี้ ตั๊กแตน-ชลดา ที่ดังและร้อนแรงในโลกโซเชียล สุดๆ เพราะหลังรักร้างก็หันมาปรับเปลี่ยนลุคมาเป็นสาวเปิดเผยเซ็กซี่ สนุกสนานทำคลิปไลฟ์สด จัดรายการจนเป็นที่ถูกอกถูกใจแฟนเพลงมีคนติดตามดู หลายแสนคนขนาดปรับเปลี่ยนมาเป็นดีเจพบพร เปิดเพลง คนก็ตามดูกันเพียบแต่หลังๆ การไลฟ์สดเปิดเพลงเริ่มมีข้อจำกัดมากขึ้น ในเรื่องลิขสิทธิ์มากขึ้นทำให้ ต้องหยุดไปบ้าง ถึงแม้จะมีคนติดตามชมมาก แต่ก็มีทั้งคนที่มาชื่นชม และมีทั้งเข้ามาด่าว่า เปลี่ยนไปจนรับไม่ได้เรื่องแบบนี้ก็ต้องบอกว่านานาจิตตัง ll

เพลงดังสุดฮิต ต้องยกให้ 2 เพลงนี้ “เต่างอย” ของ จินตหรา พูนลาภ ดังข้ามมาจากปี 2560 มาถึง 2561 ก็ยังแรงไม่หยุดนักร้องทุกเวทีต้องนำไปร้อง เรียกได้ว่าเป็นการกลับมาแจ้งเกิดอีกครั้งของสาวเสียงพิณ “จินตหรา” หลังหมดสัญญากับค่าย “อาร์สยาม” ส่วนอีกเพลงแรงมากไม่แพ้กันกับ “ห่อหมกฮวกเอาไปฝากป้า” ที่ทุกเวทีและหลายศิลปินต้องหยิบไปร้องทำเอาสองหนุ่ม ลำเพลิน วงศกร, เต๊ะ ตระกูลตอ ที่ร้องเพลงนี้โด่งดังงานจ้าง งานโชว์แน่นตลอดปี ll

เพลง COVER สุดฮอต ต้องยกให้ของนักร้องเก่าท่านนี้ นิตยา บุญสูงเนิน เริ่มจากเพลงเจ็บนิดเดียว และตามมาด้วย ช้ำคือเรา ที่อยู่ๆ ก็กลับมาโด่งดังอีกครั้ง นักร้องในทุกสถานบันเทิงต้องร้อง ไม่เว้นแม้แต่นักร้องลูกทุ่งจำนวนไม่น้อยที่นำสองเพลงนี้มาร้องทั้งบนเวที และร้องลงยูทูบ เชื่อว่าปี 2562 เราจะได้ยินเพลงสตริงเก่า ถูกนักร้องลูกทุ่งนำมาร้องใหม่กันเพียบแน่นอน โดยเฉพาะจากค่าย แกรมมี่ และ อาร์เอสที่มีผลงานเพลงสตริงเก่า ll

เรื่องร้อนวงการเพลง ยกให้เรื่องลิขสิทธิ์เพลงถึงแม้ในวงการลูกทุ่งจะยังไม่เจอปัญหาใหญ่ๆจนเป็นข่าวแต่ในทางปฏิบัติศิลปิน นักร้องก็กลัวจะมีปัญหา กันทั้งนั้น เวลาที่เอาเพลงคนอื่นมาร้องโชว์บนเวทีความจริงทุกคนก็คงอยากซื้อเพลงมาร้องให้ถูกต้อง แต่ติดตรงที่ไม่รู้จะซื้ออย่างไร ราคากลางที่ควรจะเป็น ควรเป็นเท่าไร หลายเพลง บางค่ายก็เรียกสูงจนซื้อไม่ไหว ร้องเพลงทางทีวี.ลำบาก เดี๋ยวนี้การไลฟ์สด ทางเฟซก็แทบจะทำไม่ได้แล้ว เพราะติดเรื่องนี้ก็ไม่รู้ว่าจะมีใครขี่ม้าขาวมาช่วยพวกเราชาวลูกทุ่งกันบ้าง ถ้าจะหวังรอแก้กฎหมายเรื่องลิขสิทธิ์ มันแทบเป็นไปไม่ได้เลย หรือต้องรอให้มีเคส ตัวอย่างนักร้องลูกทุ่งร้องเพลงบนเวที แล้วโดนจับติดคุกถึงจะแก้ไขกันจริงจังครับพี่น้อง ll

เงียบเหงา คงไม่พ้นตลาดเพลงลูกทุ่งแท้หรือเพลงลูกทุ่งภาคกลางที่ดูเหมือนจะจุดไม่ติดเอาซะเลย ทั้งๆ ที่ก็มีนักร้องหลายคนทำเพลงออกมาแต่ในแง่การตลาดยังเบาบาง ไม่ได้รับความสนใจเท่าไร เหมือนทำเองฟังกันเองในวงจำกัดเผยแพร่ในยูทูบทางวิทยุก็ไม่ค่อยจะได้ยินเพลงลูกทุ่งภาคกลางเพลงใหม่ๆ สักเท่าไร ก็เอาใจช่วยอย่าเพิ่งท้อ รอดูปีหน้าอาจเป็นปีทองของลูกทุ่งภาคกลางก็เป็นได้ llล้นตลาด เพลงลูกทุ่งอีสานหรือที่เรียกว่าอินดี้อีสานที่ทำออกมากันเพียบในแนวทางเดียวกันเหมือนกันหรือแม้แต่คนที่เป็นนักร้องลูกทุ่งภาคกลางก็ยังหันไปทำเพลงแนวนี้ เพียงเพื่อหวังขอแบ่งสัดส่วนทางการตลาดทำให้เราได้ยินได้ฟังเพลงแนวนี้กันจนเอียนไปเลยก็เชื่อว่าของอะไรที่มีมากไปสุดท้ายคนที่อยู่ได้ คือตัวจริงของจริงเท่านั้นรอดูปีหน้า 2562 ว่า จะเป็นอย่างในตลาดเพลงลูกทุ่งอีสานแนวอินดี้แบบนี้จะอยู่ต่อหรือฟุบไม่ฟื้น ll

เศร้าปิดท้ายปี กับการเสียชีวิตของ พ่อดม-อุดมชวนชื่น ตลกอาวุโสด้วยโรคมะเร็งตับในวัย 83 ปี เมื่อวันที่ 24 ธ.ค. 2561 อุดม ชวนชื่น หรือ อุดม ทรงแสง เป็นทั้งลิเก, นักดนตรี นักแสดงตลก นักแต่งเพลง และมีความรู้ความสามารถในการเล่นเครื่องดนตรีหลายชนิดจนมีความเชี่ยวชาญ โดยเฉพาะระนาดและแซกโซโฟนมีเวลาว่างก็จะฝึกเป็นนักแต่งเพลงควบคู่กันไปด้วย เพลงที่โด่งดังและเป็นที่รู้จัก ทั่วประเทศคือเพลง“พิษรักพิษณุโลก” ที่ทำให้ ศรีหนุ่ม เชิญยิ้ม ไว้เป็นผู้ขับร้องll

ทั้งหมดก็เป็นการสรุปสั้นๆ สำหรับเหตุการณ์ในปี 2561 หวังหวังปี พ.ศ.2562 หรือ ค.ศ.2019 จะเป็นปีที่รุ่งเรืองของวงการลูกทุ่งขออย่าเงียบเหงา ให้ครึกครื้นเฮฮาและขอให้ทุกคนในวงการลูกทุ่งมีความสุขสุขภาพแข็งแรงงานเพียบล้นหลามกันทุกท่านขอให้โชคดีปีหมูทองเฮงๆ รวยๆ ll

Rookies : ผู้สื่อข่าวสาว ‘อิงอิง-ลลิตวดี’ มุ่งมั่น ท้าทาย เพื่อเป็นกระบอกเสียงให้ประชาชน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/385711

Rookies : ผู้สื่อข่าวสาว ‘อิงอิง-ลลิตวดี’ มุ่งมั่น ท้าทาย เพื่อเป็นกระบอกเสียงให้ประชาชน

Rookies : ผู้สื่อข่าวสาว ‘อิงอิง-ลลิตวดี’ มุ่งมั่น ท้าทาย เพื่อเป็นกระบอกเสียงให้ประชาชน

วันเสาร์ ที่ 29 ธันวาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

แฟนข่าว ช่อง MONO29 น่าจะคุ้นหน้าคุ้นตากันดีกับสาว “อิงอิง-ลลิตวดี ตั้งสิริตระกูล” คนข่าวรุ่นใหม่ไฟแรง ที่ควบทั้งงานพิธีกร และ
ผู้สื่อข่าวภาคสนาม ในรายการ “ทันข่าวเช้า” รวมถึงอ่านข่าวทางวิทยุคลื่นโมโนเฟรช 91.5 โดยเธอรับหน้าที่เกาะติดทุกประเด็นข่าว ทุกสถานการณ์ที่เกิดขึ้น จนหลายคนยกให้เป็นหนึ่งในทีมข่าวยอดเยี่ยม

แรงบันดาลสู่การเป็นคนข่าว?

เริ่มตั้งแต่ตอนเรียน ม.ปลายเลยค่ะที่โรงเรียนจะมีชมรมมัลติมีเดีย “อิง” ก็เลือกมาลงชมรมนี้ ทำกิจกรรมกับทางโรงเรียนมาโดยตลอด วันหนึ่งทางโรงเรียนพาไปดูงานที่ช่องๆ หนึ่ง ซึ่งเป็นรายการข่าวที่ดังมากๆ ในตอนนั้น ทำให้เกิดแรงบันดาลใจ และความใฝ่ฝันว่าอยากทำรายการ อยากเป็นผู้สื่อข่าว ทำให้มีเป้าหมายในการเรียนต่อเข้ามหาวิทยาลัยทางด้านนี้ จึงเลือกเรียนคณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพค่ะ

ประสบการณ์งานข่าว?

อิงเคยทำข่าวมาหลายรูปแบบแล้วค่ะ ไม่ว่าจะเป็น ข่าวบันเทิง ข่าวการเมืองซึ่งเคยมีโอกาสได้ทำข่าวผู้ชุมนุมด้วยค่ะ เรียกว่าเป็นประสบการณ์ที่ดี ที่เข้ามาในชีวิต แต่จะชอบข่าวแนวสังคม คุณภาพชีวิตมากกว่าค่ะ

ข่าวประทับใจ?

ข่าวประทับใจเป็นข่าวที่ทำเกี่ยวกับคนไทยไร้สิทธิ์ ในเคสนั้นมีกลุ่มคนที่ไม่มีบัตรประชาชนมาตั้งแต่เกิดจนอายุจะ 60 ปี แล้วก็ยังไม่มีบัตร เป็นเพราะว่าเขาอยู่ต่างจังหวัด ซึ่งเมื่อก่อนเวลาแจ้งเกิดต้องแจ้งกับผู้ใหญ่บ้าน หรือกำนัน อาจจะทำให้มีบางคนตกหล่นไปบ้าง พอพวกเขาเข้ามาอยู่กรุงเทพสิทธิต่างๆ ที่ควรจะได้รับ กลับไม่ได้รับเลย เช่น สิทธิการรักษาพยาบาล ตอนนั้นเราก็ทำหน้าที่เผยแพร่ข่าว ประสานกับหลายๆ อำเภอ และเป็นกระบอกเสียงให้พวกเขา จนตอนนี้พวกเขาได้เข้ากระบวนการทำบัตรประชาชนแล้ว รู้สึกดีใจมาก เหมือนเรามีส่วนได้ช่วยตรงนี้ ซึ่งก่อนหน้านี้เขาเคยเดินเรื่องเองแล้ว แต่ไม่ได้ ในมุมกลับกันคือเรามีบัตรแต่หลายๆ คนอาจจะไม่เห็นความสำคัญเท่าไหร่ แต่สำหรับคนที่ไม่มีบัตร ไม่มีสิทธิที่เขาควรจะได้ตั้งแต่เกิด ทำให้รู้เลยว่าสิ่งนี้มันมีค่ากับพวกเขามากค่ะ

สิ่งที่ได้จากการทำข่าว?

การที่เราได้มีโอกาสทำงานด้านสื่อ ทำให้เราได้รู้ข้อมูลรอบด้าน ข้อมูลในเชิงลึก จากการที่มีโอกาสได้คุยกับชาวบ้าน ซึ่งทำให้เรารู้ และสัมผัสได้ว่ามันมีสังคมแบบนี้อยู่ด้วยจริงๆ ที่สำคัญ อิงมองว่ามันเป็นกำไรชีวิต ซึ่งเคยคิดว่าถ้าเราไม่ได้ทำข่าวก็คงไม่มีโอกาสที่จะรู้ หรือสัมผัส และใกล้ชิดกับคนมากมายขนาดนี้

บทบาทในมุมมองของ “อิงอิง” ?

อิงมองว่าสื่อยุคนี้ขยับตัวนิดเดียวก็โดนโจมตีแล้ว เพราะทุกคนสามารถเป็นสื่อด้วยตัวเอง อย่างเช่น การกระจายข่าวในมือถือ หรือทาง
โซเชียล ก็อาจจะเป็นนักข่าวพลเมืองได้ แต่สำหรับสื่อที่ดีควรมีจรรยาบรรณด้วย ไม่ใช่มีแค่คอนเทนต์ นักข่าวที่ดีจะถูกปลูกฝังด้วยจรรยาบรรณนักข่าว ไม่ใช่เรื่องนี้ขายดี ก็จะโจมตี ขยี้ๆโดยไม่สนว่าจะกระทบกับใครบ้างมันก้ำกึ่งด้วยจรรยาบรรณ และตอบสนองความต้องการของตลาด ในมุมมองของอิง สื่อที่ดีคือทำเพื่อประชาชนค่ะ

ความใฝ่ฝัน?

ความใฝ่ฝันของอิง คืออยากมีพื้นที่หน้าจอ อ่านข่าว และได้แสดงศักยภาพอีกด้านนึงนอกเหนือจากการเก็บข้อมูลลงพื้นที่ มันคือการนั่งอยู่หน้าจอและมีสมาธิถ่ายทอดข่าวออกไปให้คนได้รับรู้ นั่นคือผู้ประกาศข่าวค่ะ

 

‘จอย บียอนด์’จัดใหญ่MV‘ชอบตรงๆชอบแรงๆ’ของขวัญอลังการปีใหม่

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/385702

‘จอย บียอนด์’จัดใหญ่MV‘ชอบตรงๆชอบแรงๆ’ของขวัญอลังการปีใหม่

‘จอย บียอนด์’จัดใหญ่MV‘ชอบตรงๆชอบแรงๆ’ของขวัญอลังการปีใหม่

วันเสาร์ ที่ 29 ธันวาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

หลังจากปล่อยซิงเกิ้ลล่าสุด “จอยบียอนด์” หรือ “จอย-หทัยทิพย์ สีสังข์” ก็ได้ฤกษ์ดีจัดเต็ม MV เพลง “ชอบตรงๆ ชอบแรง ๆ”มอบเป็นของขวัญปีใหม่ให้แก่แฟนเพลง ที่อัดแน่นไปด้วยความอลังการ โดยงานนี้ “สาวจอย” แปลงร่างเป็นหัวหน้าแก๊งแมวสุดเก๋ แฝงไปด้วยความเป็นลูกทุ่งฟู่ฟ่า ที่มาพร้อมความทันสมัย และเหล่าแดนเซอร์แมว ขี้อ้อนสุดแซบ การถ่ายทำเริ่มต้นแต่เช้า ทางกองถ่ายนัดแต่งหน้าทำผมกันแต่เช้าตรู่ ซึ่งจอยก็เตรียมพร้อมมาอย่างเต็มที่ เรียกว่ากายพร้อม ใจพร้อม ลุยกันให้สุดไปเลย จากนั้นก็เริ่มเข้าซ้อมบล็อคกิ้ง ซึ่งทั้งจอยและทีมแดนเซอร์ก็จัดเต็มกันตั้งแต่ตอนซ้อมเลยเรียกว่าไม่มีกั๊ก จนมาถึงถ่ายจริงๆ ก็ใส่ไม่ยั้งจนทีมงานและผู้กำกับแซวว่า ใช้แบตเตอรี่อะไรถึงได้ไฟเต็มตลอดเวลา ไม่ว่าทางผู้กำกับอยากได้แบบไหนสาวจอยก็จัดให้ทุกอย่างแบบสุดๆ ชนิดไม่กลัวเคล็ดกลัวยอกกันเลยทีเดียว

โดย “จอย” เผยถึงการถ่ายทำ MV ครั้งนี้ว่า “มีหลายๆ คนถามเข้ามาค่ะ ว่าเมื่อไหร่จะได้ดู MV เพลง “ชอบตรงๆ ชอบแรงๆ” กัน จะเวอร์วังสไตล์ จอย บียอนด์ แบบไหนกัน วันนี้จอยก็จัดให้แล้วนะคะ ถือว่าเป็นของขวัญปีใหม่จากจอย จอยทุ่มเทตั้งใจมอบให้แฟนๆ ที่ติดตามให้กำลังใจจอยมาตลอดด้วยเลยนะคะ MV ที่ผ่านมาก็เห็นจอยในแบบสีสันจัดจ้าน ชนิดฟูลคัลเลอร์มาแล้ว คราวนี้จอยก็อยากเปลี่ยนบ้าง แต่ยังคงความอลังการเหมือนเดิม ครั้งนี้จะมาในโทนดำ เงิน ทอง เป็นหลัก ชุดจอยก็จะเป็นแบบพอดีตัว เข้ารูปดูทะมัดทะแมงปราดเปรียว แอบเซี้ยวเบาๆ ค่ะ ก็จะเป็นคล้ายๆ แคทวูแมนในภาคลูกทุ่งน่ะค่ะ ทำไมถึงต้องเป็นแมวหรอคะ พอดีภาพแคทวูแมนมันลอยเข้ามาก่อนเลย จอยก็เลยหยิบมาเป็ยธีมของเอ็มวีเพลงนี้ แล้วจอยว่าเนื้อเพลงมันก็เข้ากับแมว คือแมวมันมีความอ้อน มีความคลอเคลีย มีความน่ารักเหมือนผู้หญิงเรานี่แหละค่ะ ชอบความชัดเจน มีลูกอ้อน อะไรทำนองนี้ค่ะ ก็เลยออกมาเป็นแบบนี้ค่ะ แล้วจอยก็เอาเรื่องราวมาผสมกับไลน์เต้นให้มันดูสนุกสนานขึ้นด้วยค่ะ ในส่วนของชุด เสื้อผ้านี่จอยตั้งใจทำมากเหมือนทุกครั้งเลยค่ะ ก็ลงทุนไปเยอะเหมือนกัน (ยิ้ม) แต่เพื่อแฟนๆยอมค่ะ ถือว่า MV ตัวนี้จอยตั้งใจมอบให้เป็นของขวัญปีใหม่แก่แฟนๆ คนฟัง และคนที่ติดตามจอยไปด้วยเลยนะคะ อย่าลืมติดตามชม MV ได้ที่ you tubeและเฟซบุ๊ค hataitip joy beyond ด้วยนะคะ ขอบคุณมากๆ ค่ะ”

‘มูลนิธิเวิร์คพอยท์’จัดต่อเนื่อง‘หนาวนี้แบ่งกันอุ่นปีที่ 2’ พาศิลปินขึ้นดอย จ.น่าน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/385701

‘มูลนิธิเวิร์คพอยท์’จัดต่อเนื่อง‘หนาวนี้แบ่งกันอุ่นปีที่ 2’ พาศิลปินขึ้นดอย จ.น่าน

‘มูลนิธิเวิร์คพอยท์’จัดต่อเนื่อง‘หนาวนี้แบ่งกันอุ่นปีที่ 2’ พาศิลปินขึ้นดอย จ.น่าน

วันเสาร์ ที่ 29 ธันวาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

มูลนิธิเวิร์คพอยท์สานต่อ โครงการ “หนาวนี้แบ่งกันอุ่น”ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนแก่ผู้ประสบภัยหนาวในถิ่นทุรกันดารโดยนำคาราวานจิตอาสา และ 3 ศิลปินไมค์ทองคำค่ายยุ้งข้าวเรคคอร์ด จ่อย รวมมิตร, ใบเฟิร์น สุทธิยาและ น้ำ-กนกวรรณ พร้อมเหล่าพนักงาน เดินทางลงพื้นที่ไปมอบผ้าห่ม, เสื้อกันหนาว, ถุงเท้า, ของเล่นและตู้กดน้ำดื่ม ไปมอบให้กับชาวบ้านใน 3 พื้นที่ คือ โรงเรียนเพียงหลวง 7 บ้านห้วยสะแตง ต.งอบ อ.ทุ่งช้าง, อบต.บ่อเกลือเหนือ และโรงเรียนบ้านสะปันอ.บ่อเกลือ จ.น่าน

ซึ่งแต่ละพื้นที่ที่มูลนิธิเวิร์คพอยท์เดินทางไป แม้จะหนทางคดเคี้ยว กว่าจะขึ้นไปถึงยอดดอย แต่ทุกคนก็ตั้งใจและมุ่งมั่นอย่างเต็มที่ ยิ่งเมื่อได้เห็นรอยยิ้มใสๆ ของเด็กๆ และชาวบ้านแล้ว ความสดชื่นและความสุขมาแบบเกินร้อย เด็กๆ และชาวบ้านบางคนเดินทางมารอคณะของมูลนิธิก่อนเวลาหลายชั่วโมงทุกคนต่างยิ้มแย้มดีใจที่ได้เสื้อกันหนาวใหม่ และถุงเท้าไปใส่คลายหนาว พร้อมกันนี้ จ่อย, ใบเฟิร์น และน้ำ ไมค์ทองคำ และจิตอาสามูลนิธิเสิร์ฟความสนุกแบบจัดเต็ม ต่างก็ชวนเด็กๆ และชาวบ้านทำกิจกรรมสร้างความสุข ทั้งร้อง เล่น เต้น แจกรางวัลให้กับชาวบ้านเรียกว่าทุกคนไม่ว่าจะผู้ให้หรือผู้รับกลับบ้านไปนอนฝันดีกันแน่นอน การเดินทางในครั้งนี้ต้องขอขอบคุณ บ.กงไกร สตีล จำกัด ที่อนุเคราะห์รถขนสิ่งของลงพื้นที่ไปมอบให้ชาวบ้าน อีกทั้งมี สภ.งอบ และ สภ.ปัว ที่ช่วยอำนวยความสะดวกในการเดินทางโครงการหนาวนี้แบ่งกันอุ่น จะจัดต่อเนื่องไปเรื่อยๆ เพื่อสานต่อพระราชปณิธานแห่งการ “ให้” ค้นหาพื้นที่ที่ยังขาดแคลน เครื่องกันหนาว และเราจะเดินทางไปมอบให้ในทุกพื้นที่

‘เมญ่า นนธวรรณ’ควงสามีฝรั่ง เคลียร์ครหา ท้องก่อนแต่ง?

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/385775

'เมญ่า นนธวรรณ'ควงสามีฝรั่ง เคลียร์ครหา ท้องก่อนแต่ง?

‘เมญ่า นนธวรรณ’ควงสามีฝรั่ง เคลียร์ครหา ท้องก่อนแต่ง?

วันศุกร์ ที่ 28 ธันวาคม พ.ศ. 2561, 18.12 น.

หลังจากที่สาวเมญ่า นนธวรรณ แต่งงานกับสามีชาวต่างชาติ ฟิลลิป บรามาส ไปไม่นานเจ้าตัวก็ตั้งท้องทันที งานนี้หลายคนก็เลยมองว่าสาวเมญ่าท้องก่อนแต่ง แถมยังถูกเม้าท์ว่าที่เธอคบสามีคนนี้เพราะเขารวย ล่าสุดเจ้าตัวควงสามี ฟิลลิป บรามาส และลูกน้อย มาเปิดใจผ่านทางรายการ คุยแซ่บShow ทางช่อง ONE31 ที่มีพีเค ปิยะวัฒน์ และชมพู่ ก่อนบ่าย เป็นพิธีกร

ตอนนี้มีความสุขขนาดไหน?

เมญ่า : มันเป็นความสุขที่ไม่เคยมีมาก่อนในชีวิต ทุกครั้งเราอาจจะมีความสุขในแบบอื่น แต่เมื่อไหร่ก็ตามที่เราได้สัมผัสกับตัวน้อยที่มีความบริสุทธิ์มากๆ แล้วก็เป็นเลืดเนื้อเชื้อไขเรา มันเป็นน้ำตาแห่งความสุข แล้วหันไปสามีบอกว่า “ยูร้องเยอะกว่าลูกมากเลย”

วัน เดือน ปีเกิด ถือว่าดีมากๆ เลย?

เมญ่า : สำหรับเมญ่ากับฟิลลิปถ้าน้องเกิดวันนั้นจะดี เราเห็นเพื่อนเกิดก่อนกำหนดเยอะมาก เราก็กังวลว่าลูกจะออกมาก่อนก็เลยไปถามหมอดูว่าพอจะมีวันอื่นที่สามารถคลอดได้มั้ย คือหนูเชื่อหมอทุกอย่างตั้งแต่เบอร์โทรศัพท์ แบบเชื่อหนักมาก ก่อนที่หนูจะประกวดหนูแอบไปเปลี่ยนเบอร์โทรศัพท์ตัวเองก็เลยเชื่อว่าเบอร์โทรศัพท์เกี่ยว ซึ่งชื่อก็สำคัญหนูนั่งคำนวณชื่อด้วย ตอนนั้นคำนวณไว้ 7 วันว่าใช้ชื่อ เบลิน เขียนแบบไหนได้บ้าง เราก็กังวลจนสามีขอว่าอย่าซีเรียสกับเรื่องนี้มาก

เป็นคนที่เชื่อในเรื่องของตัวเลขมาก ก่อนที่จะตัดสินใจเป็นแฟนกัน เอาเบอร์โทรศัพท์ไปให้หมอตรวจด้วย?

เมญ่า : เปล่าค่ะ ตรวจเอง คือโดยรวมทุกอย่างดีหมดเลย ตอนยังโสดเราก็มีคุยหลายคน เราก็เอาของทุกคนมาลิสๆ บางคนดีตรงนั้น ไม่ดีตรงนี้ เราก็ไม่เชิงเลือกแฟนจากเบอร์โทรศัพท์ เพราะตอนนั้นเราก็คุยกับเขามากที่สุดด้วย

แล้วทำไมฟิลลิปถึงอยากรีบมีลูก?

เมญ่า : คือความรู้สึกเขายังไม่เจอคนที่ใช่ แล้วเหมือนกับว่าพอมาเจอเรา เขาอยากแต่งงานตั้งแต่คบกับหนูได้ 6 เดือน ตอนนั้นเราก็คิดว่าเร็วไป ให้เขารอไปก่อน แล้วเขาก็มาขอหมั้นอีกทีตอนปลายปี

ทำไมถึงตัดสินใจแต่งงานกับเมญ่า?

ฟิลลิป : เจอกันครั้งแรกก็รู้เลยว่าคนนี้ใช่ที่สุด พอเจอปุ๊บก็เลยไม่อยากเสียเวลาที่เหลือในชีวิตก็เลยตัดสินใจมีลูก มีครอบครัวเลย

พอแต่งแล้วมีลูกเลย คนก็มองว่าเมญ่า ท้องก่อนแต่ง?

เมญ่า : ตอนที่รู้ว่าท้องตกใจ เพราะว่า ก่อนหน้านั้นแพลนกันว่าจะไปบราซิล แต่เขาก็พูดตลอดว่าอยากมีลูก เราก็ปล่อย แต่ไม่ได้คิดว่าน้องจะมาในช่วงที่เราจะไปบราซิล เพราะว่าเราต้องฉีดไข้เหลืองก่อน และตอนไปฉีดเขาก็ถามว่าท้องอยู่มั้ย เราก็บอกว่าไม่ได้เช็กแต่ไม่น่าท้อง เพราะหนูมีปัญหาเรื่องฮอร์โมนอยู่แล้ว มันจะมาไม่ค่อยตรง หมอบอกว่าสงสัยไม่ท้องหรอกค่ะ หนูบอกว่างั้นก็ฉีด ซึ่งฟิลลิปเหมือนมีเซ้นว่าเราท้องเขาก็เลยให้เราเช็ก พอเช็กปรากฏว่าท้อง คือคนท้องเขาห้ามฉีด แต่เราฉีดไปแล้วมันก็เลยกลัวจนกลายเป็นความเครียด กลัวลูกไม่สมประกอบ ก็เลยไม่สามารถพูดได้ว่ากำลังท้องอยู่

พอคนเห็นข่าวก็เลยคิดว่าเราท้องก่อนแต่ง?

เมญ่า : ใช่ คนเขาไม่รู้เหตุผลว่าทำไมหนูไม่สามารถบอกได้เท่านั่นเอง บางคนเขาไม่ได้รู้เรื่องหมั้น เขาก็เห็นเมญ่ามาเปิดตัวตอนช่วงมีนาคม แล้วทำไมแต่งงานแล้วท้องก่อนแต่ง ซึ่งหนูรู้สึกว่ามันเป็นชีวิตครอบครัวของเรา เราพร้อมที่จะดูแลลูก พร้อมที่จะมีครอบครัว และเขาเองก็เป็นพ่อที่ดี เราเองก็พร้อมที่จะเป็นแม่ที่ดี หนูรู้สึกว่าอันนี้สำคัญกว่าสิ่งที่คนอื่นพูด

แล้วจากนางงามกลายเป็นคุณแม่ชีวิตเปลี่ยนมั้ย?

เมญ่า : หนูว่าไม่เปลี่ยนนะ หนูเป็นนางงามเฉพาะบนเวที หรือแนะนำคนหรือว่าเป็นตัวแทนของคนอันนั้นเราถึงเป็นลุคที่มั่น แต่เวลาที่เราอยู่ปกติก็เป็นคนปกติก็เลยรู้สึกว่าไม่ได้เปลี่ยนอะไรมาก แค่เราอาจจะต้องมีความรับผิดชอบมากขึ้น

ถามเรื่องชีวิตคู่หน่อย เขาเป็นฝรั่ง มีฐานะด้วย กลัวมั้ยว่าเขาจะมีเมียแล้ว ?

เมญ่า : กลัวตั้งแต่อายุ พอแม่รู้ แม่บอกว่าอายุขนาดนั้นเขามีครอบครัวมาแล้วมั้ง มีลูกมาแล้วกี่คนดูให้ดี ตอนนั้นหนูก็ส่องทุกอย่าง ก็ลองเช็ก ลองถาม เขาก็บอกว่าไม่มี

แม่ค่อนข้างห่วงลูกสาว คนนี้ผ่านด่านคุณแม่ได้ยังไง?

เมญ่า : ก็อยากเหมือนกัน ต้องใช้เวลา หนูก็ดีใจที่เขาสามารถเอาชนะใจแม่ เอาชนะใจหนูได้ รู้สึกว่าต้องขอบคุณเขา ตอนแรกหนูไม่คิดว่าชีวิตนี้หนูจะได้แต่งงาน เพราะแม่ห่วงมาก

มีข่าวเม้าท์ว่าที่แต่งงานเพราะสามีรวย?

เมญ่า : ตอนที่หนูเห็นคนพูดแบบนี้ สิ่งแรกที่หนูคิด คือแบบ เอ้า…แล้วรู้เรื่องชีวิตหนูเหรอ แล้วรู้เรื่องชีวิตสามีเหรอ แล้วรู้เรื่องช่วงเวลาที่เรามาเจอกันแล้วผ่านอะไรด้วยกันมาเหรอ คือก่อนหน้านี้หนูเคยคบกับแฟนเก่ามาเกือบ 5 ปีแต่ไม่ผ่านด่านแม่ จนเราต้องเลิกกัน แต่ผู้ชายคนนี้เขาทำให้เรามั่นใจได้จากการที่เราสู้ทุกอย่างมาด้วยกัน ทำให้เรามั่นใจว่าเขาพร้อมจะดูแลเรา ซึ่งอันดับแรกที่หนูรู้จักเขา หนูไม่ได้รู้ว่าเขาเป็นเจ้าของกิจการเยอะแยะ แต่พอเจอข่าวหนูก็คิดว่าต้องโดนอยู่แล้ว อีกอย่างนึงคือสามีแก่ หนูบอกรู้ได้ไง ผมสีนี้แซ่บจะตาย คือพอหนูเห็นคอมเมนต์พวกนี้ก็เลยคิดว่าไม่รู้จะใส่ใจทำไมในเมื่อเรารู้ความจริงว่าเรารักกันเพราะอะไร หนูว่าอันนี้คือสิ่งที่สำคัญไม่ใช่สิ่งที่คนอื่นพูด

ฟิลลิป : ไม่ใส่ใจเลยว่าใครจะว่ายังไง เพราะสุดท้ายมันเป็นเรื่องของคนสองคนที่เลือกซึ่งกันและกัน มีเงินไม่มีเงินถือว่าเป็นกำไรในการใช้ชีวิต

เมญ่า : เขาไม่ได้เป็นมหาเศรษฐีสำหรับหนู เขาเป็นบุคคลที่น่ายกย่องในเรื่องของการทำงาน เขาเป็นคนขยันมาก แล้วเรารักในงานที่เขาทำ

ก่อนแต่งรู้มั้ยว่าทรัพย์สินเขามีเท่าไหร่?

เมญ่า : ไม่ค่ะ ปัจจุบันหนูยังไม่รู้เลย หนูไม่เคยถาม ไม่เคยขออะไรเขาเลย เขาก็คงสบายใจละที่ได้ภรรยาคนนี้เพราะไม่ได้อยากได้อะไรเลย

อนาคตมองไว้ยังไง?

เมญ่า : เขาจะพาหนูไปอยู่สเปน เพราะเขาบอกว่าอยากให้ลูกเติบโตในสถานที่ที่มีธรรมชาติ ส่วนงานในวงการเขาก็บอกว่า ยูก็สามารถบินกลับมาทำงานของยูได้ ก็คือไปๆ กลับๆ

ติดตามรายการ คุยแซ่บShow ได้ทุกวันจันทร์-ศุกร์ 14.00-15.00น. ทางช่อง one31 Facebook Page : คุยแซ่บShow รับชมย้อนหลังได้ที่ Youtube Channel : Orange Mama

เปิดศักราชใหม่’เฟลิซิตี้ โจนส์’พลิกทุกลุค! สวมบท’รูธ เบเดอร์ กินส์เบิร์ก’ใน On the Basis of Sex

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/385734

เปิดศักราชใหม่'เฟลิซิตี้ โจนส์'พลิกทุกลุค! สวมบท'รูธ เบเดอร์ กินส์เบิร์ก'ใน On the Basis of Sex

เปิดศักราชใหม่’เฟลิซิตี้ โจนส์’พลิกทุกลุค! สวมบท’รูธ เบเดอร์ กินส์เบิร์ก’ใน On the Basis of Sex

วันศุกร์ ที่ 28 ธันวาคม พ.ศ. 2561, 15.44 น.

เปิดศักราชใหม่ “เฟลิซิตี้ โจนส์” พลิกทุกลุค!

สวมบท “รูธ เบเดอร์ กินส์เบิร์ก” ไอคอนหญิงในตำนาน

ผู้พลิกโฉมกฎหมายอเมริกาด้วยตัวเองใน “On the Basis of Sex”

ถือเป็นนักแสดงที่ครองใจคอหนังและผู้ชมชื่นชมในฝีมือการแสดงอย่างเป็นเอกฉันท์สำหรับสาว “เฟลิซิตี้ โจนส์” ผู้ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงออสการ์นักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยมจาก The Theory of Everything และยังเคยร่วมแสดงในหนังเรื่องดังอย่าง Rogue One: A Star Wars Story, Inferno, A Monster Calls ล่าสุดเธอเตรียมพลิกทุกลุคการแสดงในหนังใหม่ “On the Basis of Sex” ผลงานดราม่า-ชีวประวัติจากเรื่องจริง ด้วยการมารับบทเป็น “รูธ เบเดอร์ กินส์เบิร์ก” หญิงแกร่งผู้มีบทบาทสำคัญในการลุกขึ้นมาต่อสู้-เรียกร้องความเท่าเทียมทางเพศ จนทำให้ชื่อของเธอกลายเป็นไอคอนชื่อดังแถวหน้าของอเมริกา อาทิ ติดอันดับ 100 ผู้หญิงที่ทรงอิทธิพลที่สุด ประจำปี 2009 ของนิตยสาร Forbes, ติดอันดับ ผู้หญิงแห่งปี 2012 ของนิตยสาร  Glamour

สำหรับ On the Basis of Sex นั้นจะเล่าเรื่องในช่วงที่ รูธ เบเดอร์ กินส์เบิร์ก ยังเป็นอัยการไฟแรงและคุณแม่มือใหม่ เธอต้องฝ่าฟันอุปสรรคมากมายในการต่อสู้เพื่อสิทธิความเท่าเทียม เมื่อรูธต้องทำคดีภาษีร่วมกับสามีของเธอ อัยการ “มาร์ติน กินส์เบิร์ก” (อาร์มี แฮมเมอร์) ซึ่งเธอรู้ว่าคดีนี้จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางอาชีพและมุมมองที่ศาลมีต่อความเท่าเทียมกันเรื่องเพศ

“ฉันมองหาบทแบบนี้มาเป็นปีๆ แล้ว” นางเอกมากฝีมือ เฟลิซิตี้ โจนส์ กล่าว “บทที่ตัวละครหญิงทุ่มเทให้กับสิ่งที่เธอเชื่อ ในเวลาเดียวกับที่เธอต้องจัดการชีวิตของตัวเอง” และสำหรับการเตรียมตัวมารับบทนี้เฟลิซิตี้ต้องถึงขั้นเก็บข้อมูลจากรูธตัวจริง “ฉันโชคดีที่ได้พบกับผู้พิพากษกินส์เบิร์กที่อพาร์ตเมนท์ของเธอในวอร์ชิงตันซึ่งมันเหมือนเป็นการเปิดโลกเลย มีรายละเอียดเยอะไปหมด ฉันไม่อยากตกหล่นอะไรไป ฉันจึงขอเธอถ่ายรูปไว้ด้วย ทั้งโต๊ะทำงานของเธอ วิธีการที่เธอวางของต่างๆ” อีกทั้งเธอยังได้เผยว่าสิ่งที่สำคัญที่สุดที่ได้จากรูธคือ “การได้สัมผัสกับวีรสตรีนักปฏิรูปที่ไม่เคยสูงเสียไฟในตัวไป”

ศักดิ์ศรีลูกผู้หญิงสร้างซูเปอร์ฮีโร่ของโลกปัจจุบัน “On the Basis of Sex” : 24 มกราคมนี้ ในโรงภาพยนตร์

On the Basis of Sex – Official Trailer [ตัวอย่าง ซับไทย] : https://youtu.be/Y5vge99gug4

‘ปีใหม่ สุมนต์รัตน์’อวดความแซ่บ นุ่งบิกินี่เที่ยวฮาวาย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/385714

'ปีใหม่ สุมนต์รัตน์'อวดความแซ่บ นุ่งบิกินี่เที่ยวฮาวาย

‘ปีใหม่ สุมนต์รัตน์’อวดความแซ่บ นุ่งบิกินี่เที่ยวฮาวาย

วันศุกร์ ที่ 28 ธันวาคม พ.ศ. 2561, 15.12 น.

28 ธ.ค.61 เรียกว่าเป็นขวัญใจหนุ่มๆ ตลอดกาล สำหรับสาวไซส์มินิที่พกความเซ็กซี่ติดตัว อย่าง “ปีใหม่ สุมนต์รัตน์” ที่ล่าสุด ได้จัดทริปไปลั้นลาเที่ยวหมู่เกาะฮาวาย สหรัฐอเมริกา พร้อมเผยความเซ็กซี่ให้เห็นเต็มที่กับชุดว่ายน้ำแบบบิกินี่ โดยทริปนี้ก็ได้ควงคู่หวานใจ “ป๋าต๊อบ ปฏิญญา ควรตระกูล” เรียกว่าเป็นทริปที่เติมความหวานได้ดีเลยทีเดียว

‘ลำยอง หน่องหินห่าว’เปิดใจเคยโดนนักร้องดังดูถูกเป็นหมอลำบ้านๆ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/385645

'ลำยอง หน่องหินห่าว'เปิดใจเคยโดนนักร้องดังดูถูกเป็นหมอลำบ้านๆ

‘ลำยอง หน่องหินห่าว’เปิดใจเคยโดนนักร้องดังดูถูกเป็นหมอลำบ้านๆ

วันศุกร์ ที่ 28 ธันวาคม พ.ศ. 2561, 09.10 น.

หลายคนคงเคยได้ยินและร้องเพลง “เอาผัวไปเทิร์น”  ได้อย่างดี ซึ่งเพลงนี้ถือว่าแจ้งเกิดให้กับนักร้องสาวหมอลำโคโยตี้สุดแซ่บ “ลำยอง หนองหินห่าว” แต่งานนี้มีข่าวเม้าท์ต่างๆ มากมาย ล่าสุดเจ้าตัวเดินทางมาเปิดใจถึงเรื่องราวต่างๆ ผ่านทางรายการ คุยแซ่บshow ทางช่อง one31 ที่มี นุ้ย สุจิรา, เป็กกี้ ศรีธัญญา และ ชมพู่ ก่อนบ่ายเป็นพิธีกร

เห็นว่าเพลง “เอาผัวไปเทิร์น” ไม่ได้ร้องมา 4 ปีแล้ว เกิดอะไรขึ้น?

ลำยอง : เพราะว่าโดนฟ้อง คือเหมือนกับว่าเพลงของเราไปละเมิดลิขสิทธิ์ของอีกเพลงหนึ่ง แต่บอกไม่ได้ เอาเป็นว่าไม่ขอพูดดีกว่าค่ะ ก็ได้มีการดำเนินคดีไปตามกฎหมาย ซึ่งระหว่างนั้นเราห้ามร้องเพลงนี้ แต่ตอนนี้คือเคลียร์เรียบร้อยแล้ว ใช้เวลาสู้คดีประมาณเกือบเกือบ 4 ปีค่ะ และสุดท้ายเราก็ชนะคดี ตอนนี้ก็ร้องได้แล้ว ก็รู้สึกสบายใจค่ะ

ย้อนกลับไปนิดนึงมาเป็น “ลำยอง หนองหินห่าว” ได้ยังไง?

ลำยอง : ย้อนกลับไปสมัยก่อนเป็นครู สอนวิชาออกแบบค่ะ ก็เป็นญาติกับอาจารย์ท่านหนึ่งแล้วก็พาเข้าวงการ สมัยก่อนชื่อ “นก สุพรรณี” ตอนหลังมาเป็นหมอลำซิ่งก็เลยกลายเป็น “ลำยอง หนองหินห่าว” มีพี่คนหนึ่งที่ทำเพลงตั้งให้ต้องการให้เป็นแบบผู้หญิงแรงๆ ต้องการตีตลาด มันเป็นชื่อที่ทำให้คนจำง่าย ฟังแล้วสนุก

แล้วเข้ามาอยู่ในค่ายเพลงได้ยังไง?

ลำยอง : มีอาจารย์ท่านหนึ่ง ซึ่งเป็นน้าอยู่แถวบ้านของเรา แล้วมีค่ายเพลงต้องการทำแนวเพลงหมอลำซิ่ง แล้วก็มีหลายๆคนแนะนำว่าให้เอา “ลำยอง หนองหินห่าว” มา ซึ่งตอนนั้นอาจารย์ก็ไม่ทราบว่าเป็นหลานของท่าน แล้วเราก็เคยสมัครร้องเพลงกับเขาตอนเด็กๆ หลังจากนั้นก็โทรศัพท์คุยกันก็เลยได้รู้จักกัน

ทำไมถึงทิ้งอาชีพครูแล้วกลายมาเป็นนักร้องหมอลำ?

ลำยอง : คือตอนที่เป็นครู เงินเดือนก็เป็นเงินเดือนปกติ แต่ตอนที่เป็นครูเราก็มีร้องเพลงในผับ ตามร้านอาหารบ้าง แล้วตอนนั้นการพักผ่อนก็ไม่เพียงพอด้วย จากที่เคยเป็นครูสอนอยู่ดีๆ ต้องตื่นเช้า ต้องขึ้นเวร ขี้เกียจไปสอนบ้าง ซึ่งพวกที่ออกแนวอาร์ตๆก็จะไม่ค่อยละเอียดเรื่องงานพวกนี้ ก็เลยมานั่งทบทวน แล้วตอนนั้นงานร้องเพลงเราก็ได้เงินเยอะพอสมควร ซึ่งอาจจะได้เยอะกว่าเงินเดือนอีก แล้วพอดีภาพลักษณ์ของนักร้องตอนนั้นคือมันโป๊ ซึ่งมันก็ขัดกับอาชีพที่เราทำอยู่ ก็เลยคิดว่าก่อนที่จะให้เขาไล่ออกลาออกเองก่อนดีกว่าไหม

คิดว่าตัดสินใจถูกไหม เพราะหลังจากนั้นเห็นว่าลำบากมาก?

ลำยอง : คิดว่าตัดสินใจถูกนะในตอนนั้น ตอนที่ลาออกแรกๆ ก็คือเข้ามาอยู่กรุงเทพฯเลย ตัดสินใจลุยมาเลย คิดว่า เขาจะพาเราไปถึงฝั่งฝันได้ ตอนแรกที่มาก็เป็นหมอลำซิ่งเปิดวงตีตลาดตามปกติยังไม่ได้สังกัดค่าย ตอนนั้นฮิตมาก เดือนหนึ่งก็จะมีงานประมาณ 50-60 งาน วันหนึ่งอาจจะเล่น 3-4 ที่ มีทุกช่วงเวลาเลยค่ะ แต่ก็มาโดนโกง แทนที่เราจะเจ็บตัวคนเดียว แต่กลายเป็นว่าโดนทั้งวงเพราะเราเอาลูกน้องนักดนตรีไปด้วย คือถ้าเขาไม่จ่ายเราคนเดียวเราก็แค่เจ็บตัวคนเดียว แต่ไม่จ่ายวงด้วย ปัญหาคือ เราต้องไปหาเงินมาจ่ายวง ก็เจอหลายงานจนไม่อยากเป็นนักร้องเลยค่ะ

มีข่าวถูกโกง เจ้าภาพหอบเงินหนีด้วย?

ลำยอง : ก็เยอะค่ะ คือประมาณว่างานที่แล้วก็ยังไม่จ่ายเรานะ เราก็ต้องเอาเงินที่เราเก็บไว้มาจ่ายแทนก่อน เพราะว่าเราต้องจ่ายนักดนตรี ที่เราจ้างมาอีกทีนึง แทนที่เราจะได้กลายเป็นว่าเราต้องมาควักเนื้อเอาเงินตัวเองจ่าย งานที่แล้วไม่ได้งานนี้ก็กะว่าอาจจะได้ของงานที่แล้วด้วย เราก็ไปอีก ก็โดนอีก หลังๆก็เลยคิดว่าถ้าคนนี้เขาจ้างงานอีกก็จะไม่ไปแล้ว คือมันกลายเป็นดินพอกหางหมูเลยค่ะ กับเจ้าเดิมนี่แหละ จนสุดท้าย รถ บ้านของเราก็โดนยึด

เคยคิดน้อยใจถึงขนาดไม่อยากอยู่บนโลกนี้แล้วด้วย?

ลำยอง : ใช่ค่ะตอนนั้นมันเครียด ถึงขนาดเคยคิดฆ่าตัวตายเลย คือตอนที่เป็นครูเรายังมีเงินผ่อนบ้าน ผ่อนรถได้ เงินเดือนครูกับเงินที่เราได้จากการร้องเพลง เราก็เอามาใช้จ่ายอุดตรงนู้นตรงนี้ ไปๆมาๆก็ไม่เหลือเลยสักบาท เงินติดตัวไม่มีแม้แต่เงินในกระปุกออมสินก็ไปทุบเอามาใช้จนหมด โทรไปขอยืมญาติ บางทีได้มา 500 บาท ก็ยังพอพยุงชีวิตไปได้ หลังๆก็ท้อแท้ ไม่อยากอยู่แล้ว ก็คิดจะกินน้ำยาล้างห้องน้ำ หรือจะผูกคอตาย หรือจะกระโดดตึก แต่ถ้าตกลงไปไม่ตายแล้วพิกลพิการจะเป็นภาระอีกไหมอะไรแบบนี้ จากอาจารย์ที่มีคนนับถือ กลายมาเป็นคนไม่มีอะไรเลย ก็คิดวนไปเรื่อยๆค่ะ

แล้วสุดท้ายทำไมเราถึงคิดได้?

ลำยอง : คือตอนนั้นนอนโทรมเลยนะคะ น้องสาวแท้ๆ บอกว่าไม่ต้องคิดมาก แล้วก็เอาเงินมาให้ แล้วก็พยายามที่จะพาเราออกไปจากตรงนั้น พาไปทำผม ทำเล็บ เสริมสวย เดินเล่นซื้อของ ดูแลตัวเอง เราเห็นหน้าน้อง เห็นหน้าหลานก็เลยรู้ว่ายังมีคนที่รักเราอยู่ ก็จิตตกอยู่นานพอสมควรเลยค่ะ เป็นปีก็ว่าได้ น้ำหนักลดเหลือประมาณ 38-39 กิโล เหมือนเนื้อติดกระดูกเลยค่ะ

เห็นว่ามีอยู่ค่ายนึง มีศิลปินดังมาก สบประมาทไว้ว่า หน้าอย่างเธอไม่น่าจะได้อยู่ค่ายนี้หรอก ณ ตอนนั้นรู้สึกยังไง?

ลำยอง : ณ ตอนนั้น ศิลปินดังมาก เขาเรียกเราว่าเจ้ อาจารย์จะเอาเจ้ไปค่ายไหน เราก็บอกไม่รู้แล้วแต่อาจารย์ อย่างเจ้ไม่เหมาะหรอกกับค่ายแกรมมี่ เพราะเจ้แต่งตัวโป๊ เขาไม่เอาหรอกหมอลำบ้านๆ พูดแค่นี้พอ ก็ที่ผ่านมาก็คิดมาเสมอว่าเราไม่เหมาะกับค่าย เพราะเราแต่งตัวเซ็กซี่มาก แต่ถ้าเข้าไปได้ก็เป็นบุญแล้ว คือตอนนั้นเราก็ไม่ได้พูดอะไร เพราะอาจารย์บอกให้เงียบๆ ไว้ก่อน

จุดไหนที่ทำให้เราลุกขึ้นมาก้าวไปต่อ?

ลำยอง : ตอนนั้นน้องสาวเปิดร้านอาหารแล้วมีหุ้นส่วนอยู่ เขาบอกให้ไปดูแลร้านให้หนูหน่อย เราก็ตัดสินใจไป แล้วเราก็ขึ้นไปร้องเพลงบนเวที เพื่อเรียกแขกเข้าร้าน แต่ตอนนั้นหมดหวังไม่อยากเป็นนักร้องที่มีชื่อเสียงแล้วนะ คิดแค่ว่าเอาพอสนุกได้ติ๊บ ได้พวงมาลัยแค่นั้นก็พอแล้ว ร้องไปเรื่อยๆ ก็เริ่มมีชื่อเสียงขึ้นมา หลายคนรู้จักเรา ชื่นชอบเรา ในขณะเดียวกันเราก็เริ่มกอบกู้ชื่อเสียงขึ้นมาเรื่อยๆ จนดังในที่สุด หลายๆค่ายจากที่เคยปฏิเสธเรา ก็ติดต่อเรากลับมาอีกครั้ง

มีข่าวว่าหลอกผู้ชายซื้อบ้านให้ 10 ล้าน จริงไหม?

ลำยอง : คือต้องบอกว่าเรื่องนี้ มีอาจารย์คนนึงที่เรานับถือ แล้วผู้ชายคนนี้เขาก็เป็นลูกศิษย์ของอาจารย์เหมือนกัน เป็นคนจีนค่ะ ก็มีการคุยกันทางโซเชียลหลายเดือนอยู่ค่ะ แล้วเขาก็บินมาเจอกันที่เมืองไทย คือเขาอยากมาดูหน้าเรา อยากทำความรู้จักตัวเราจริงๆ ก็ไปกินข้าวกันอะไรอย่างนี้ แล้วเขาก็ชอบเรา ที่จริงเขาก็ชอบเรามาตั้งแต่อยู่ในโซเชียลแล้ว กินข้าวเสร็จ เขาก็ไปส่งเราที่บ้าน เขาก็ถามเราว่าคุณอยู่แบบนี้เหรอ? เราก็บอกเขาไปว่า “ฉันเป็นคนประหยัดอยู่ยังไงก็ได้ ไม่ชอบมาฟุ่มเฟือยกับอะไรพวกนี้” หลังจากนั้นประมาณ 3-4 วัน เขาก็บอกว่าจะซื้อบ้านให้เรา เป็นเงินสดค่ะ ต้องบอกด้วยนะคะว่าเราหมั้นกันแล้ว มีแหวนเพชรและบ้านเป็นของหมั้น แล้วก็มีรถด้วยอีกคันนึงค่ะ แต่หลังจากนั้นประมาณ 6 เดือนเราก็เลิกกันค่ะ เพราะด้วยอยู่ห่างไกลกันแล้วก็ต่างคนต่างพูดคนละภาษา เวลาคุยกันก็ต้องใช้ล่าม จากที่คุยกันทุกวัน ก็เหลืออาทิตย์ละครั้ง เดือนละครั้ง เราก็ไม่ค่อยเข้าใจกันแล้วเขาก็หายไปเลย นั่นแหละค่ะ

ติดตามรายการ คุยแซ่บShow ได้ทุกวันจันทร์-ศุกร์ 14.00-15.00น. ทางช่อง one31 Facebook Page : คุยแซ่บShow รับชมย้อนหลังได้ที่ Youtube Channel : Orange Mama