ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
https://www.naewna.com/entertain/383888

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
https://www.naewna.com/entertain/383888

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
https://www.naewna.com/entertain/383887







ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
https://www.naewna.com/entertain/383857

7 เรื่องสุดเรียล! ส่งตรงจากกองถ่าย “Mia and the White Lion”
มิตรภาพจริง สร้างมหัศจรรย์ของจริง “เด็กผู้หญิง” และ “สิงโตขาว”
แฟน ๆ ชาวไทยอดใจรออีกไม่นาน “มีอา” และ “ชาร์ลี” จะเติมเต็มเทศกาลแห่งความสุข พาคุณก้าวข้ามปีใหม่นี้ด้วยความรักสุดมหัศจรรย์ จะเป็นอย่างไรถ้าเพื่อนซี้คุณเป็นสิงโต? “Mia and the White Lion มีอากับมิตรภาพมหัศจรรย์” 27 ธันวาคมนี้ ในโรงภาพยนตร์
Mia and the White Lion – Official Trailer : https://youtu.be/k8xVVogzoxE








ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
https://www.naewna.com/entertain/383855

นาทีนี้ไม่มีภาพยนตร์เรื่องใดที่ผู้ชมต่างจับตามองมากเท่ากับภาพยนตร์ดราม่า-คอมเมดี้จากเค้าโครงเรื่องจริงที่ทั้งโลกต่างตกหลุมรักอย่าง “GREEN BOOK กรีนบุ๊ค” อีกแล้ว เพราะภายหลังการจัดฉายรอบพิเศษให้ผู้ชมกลุ่มแรกในไทย รวมไปถึงที่เคยเปิดตัวฉายตามเทศกาลภาพยนตร์ชื่อดังในต่างประเทศ และคว้ารางวัลใหญ่จนสร้างกระแสเทใจยกนิ้วให้ กวาดคำชมอย่างล้นหลามมาแล้ว ล่าสุดตอกย้ำกระแสการเป็นหนังเยี่ยมที่ครองใจทุกผู้ชมอีกครั้งกับการเปิดฉายในรอบสื่อมวลชน ณ โรงภาพยนตร์ ไอคอน ซีเนคอนิค เมื่อวันอังคารที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2561 ที่ผ่านมา แน่นอนว่าในรอบนี้ยังได้เป็นการจุดกระแสฟีลกู๊ดอินแรงต่อเนื่อง โกยเสียงโหวตเอกฉันท์สู่หนังดีต้องดู
”เคมีนักแสดงนำละมุนไปหมด” – @noranartta
“สนุกมากด้วยบทสนทนาอันลื่นไหล” – MovieFFThailand
“หนังชิงรางวัลที่ดูไม่ยาก จังหวะหนังดี หัวเราะเสียงดังมาก กินใจทีเดียว” – Mori_MovieLover
“เรื่องราวมิตรภาพสุดประทับใจ เรียกรอยยิ้มและเสียงหัวเราะได้ดี 9/10” – @KimkanaMagazine
“สร้างตัวละครที่คนดูรักและผูกพัน เป็นหนังที่ทั้งตลก อบอุ่น น่าประทับใจ” – @para_na_flickz
“ประทับใจกับเส้นทางมิตรภาพของคนสองคน ที่สำคัญเคมีนักแสดงลงตัวมาก!” – ดูแล้วมาบ่น
“คู่มือยกระดับหัวใจให้ฟีลกู๊ดมาก หนังสนุก มีมุกตลกที่ลงตัว ดูไม่ยาก” – @NiaTanjararak
“สนุกเป็นบ้าและเข้าถึงง่ายมาก เต็มด้วยอารมณ์ขันชั้นดี” – คือเรื่องมันเป็นอย่างนี้นะ
“นักแสดงทั้งสองรับส่งมุขฮาต่างๆได้แบบเข้าขากันดี” – บีไมนฟอร์อะไวล
“ยกให้ติด 1 ใน 10 หนังที่ชอบที่สุดของปีนี้แบบไม่ต้องลังเล” – ดาราปังหนังเปรี้ยง
ด้านเหล่าเซเลบคนดังที่มาร่วมพิสูจน์ความสนุกครบรสในรอบสื่อมวลชนของ GREEN BOOK นั้นนำโดย คุณเอิร์ธ สยามสแควร์, คุณเกี๊ยง นันทขว้าง, คุณโกโก้ กกกร, คุณเทดดี้ โลโซ, คุณมาร์ค-คุณกัง จาก Conversationthailand, คุณแป๊ม-คุณลีโอ-คุณโฟล์ค-คุณแมค-คุณภณ-คุณภูมิ จาก Redwood Talent Agency พร้อมด้วยบรรดาสื่อมวลชน และเพจดังบนโลกออนไลน์อีกคับคั่ง
คอหนังเมืองไทยเตรียมรอคอยพิสูจน์ความยอดเยี่ยมของภาพยนตร์ตัวเก็งรางวัล “GREEN BOOK กรีนบุ๊ค” ผลงานที่จะมาจุดพลังใจ เปิดมุมมองใหม่ สร้างเสียงหัวเราะเปื้อนน้ำตารับปีใหม่ เปิดรอบพิเศษ 27 ธันวาคมนี้ รอบ 2 ทุ่มเป็นต้นไป ฉายจริง 3 มกราคม 2019 ในโรงภาพยนตร์
Green Book – Official Trailer [ ตัวอย่าง ซับไทย ] : https://youtu.be/PsBYRL6xN5g







ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
https://www.naewna.com/entertain/383853

กำกับการแสดง บียอร์น รันจ์
นักแสดง เกล็นน์ โคลส , โจนาธาน ไพรซ์, คริสเตียน สเลเตอร์
เรื่องย่อ
ทุกความสำเร็จของยอดบุรุษ ย่อมมียอดสตรีอยู่เบื้องหลังเสมอ โจอัน แคสเซิลแมน (เกล็นน์ โคลส) เป็นภรรยาของยอดนักเขียน ศาสตราจารย์โจเซฟ แคสเซิลแมน (โจนาธาน ไพรซ์) ทั้งคู่ดูเป็นคู่รักที่สมบูรณ์แบบ คนหนึ่งคือยอดนักเขียน อีกคนคือยอดนักสนับสนุนสามี คอยเป็นแรงผลักดันให้คนรักประสบความสำเร็จ แม้ว่าตัวเองต้องเธอยอมละทิ้งความสามารถ ความฝัน และความทะเยอทะยานในการเป็นนักเขียนของตัวเองเพื่อช่วยผลักดันสามีให้ไปถึงจุดสุดยอดของอาชีพก็ตาม
หากทว่าเมื่อเธอและสามีเดินทางไปรับรางวัลโนเบลสาขาวรรณกรรมที่สต็อกโฮล์ม เมื่อนั้นเอง ความลับ ความขมขื่นที่ซุกซ่อนอยู่ในชีวิตคู่ก็ปรากฏออกมามา ในขณะเดียวกันฝั่งของนักข่าว (คริสเตียน สเลเตอร์) ยังสงสัยอีกว่า ผลงานที่ทำให้ โจเซฟ ได้รางวัลมาครองนั้น ตัวภรรยาอาจมีส่วนมากกว่าที่ใครๆ คาดคิด
เกร็ด
– The Wife เป็นผลงานการกำกับของ บียอร์น รันจ์ ผู้กำกับชาวสวีเดนจากหนังเรื่อง Daybreak (Om jag vänder mig om) เมื่อปี 2003 แล้วได้เข้าชิงรางวัลมากมายจากหลายสถาบันทั่วโลก อาทิ รางวัลหมีทองคำ จากเทศกาลหนังเบอร์ลิน และยังได้รางวัล Blue Angel หรือรางวัลหนังยุโรปยอดเยี่ยมจากเทศกาลเดียวกันมาครองด้วย
– The Wife คือหนังขนาดยาวเรื่องแรกในรอบ 7 ปีของ บียอร์น รันจ์ หลังจากหนังเรื่องสุดท้ายที่เขากำกับคือ Happy End เมื่อปี 2011
– หนังดัดแปลงจากนิยายชื่อเดียวกันของนักเขียนหญิง เม็ก โวลิทเซอร์ เมื่อปี 2003 นิยายที่เล่าเรื่องผ่านมุมมองของบุคคลทีหนึ่งเรื่องแรกของเธอ และติดอันดับนิยายของดีประจำปี
– บียอร์น รันจ์ ให้สัมภาษณ์ว่าหลังจากเขาได้อ่านนิยายเรื่อง The Wife แล้วเขาหลงใหลในความรัก ความสร้างสรรค์ และความลับของตัวละครในเรื่องอย่างมาก และเมื่อเขาได้พูดคุยกับ เกล็นน์ โคลส ก็ทำให้เขาเชื่อว่าการทำหนังเรื่องนี้จะต้องหนึ่งในสิ่งที่น่าอัศจรรย์ และท้าทายอย่างมากด้วย
– ยังไม่ถึงครึ่งทางของปีแต่ ณ ตอนนี้ การแสดงอันยอดเยี่ยมของ เกล็นน์ โคลส ใน The Wife ส่งให้เธอกลายเป็นตัวเต็งออสการ์สาขานักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยมเรียบร้อยแล้ว โดยก่อนหน้านี้เธอเคยเข้าชิงออสการ์มาแล้ว 6 ครั้ง แต่ยังไม่เคยได้รางวัลไปครอง
– แม้เธอจะถือเป็นตัวเด่นของเรื่อง แต่ เกล็นน์ โคลส ให้เครดิต โจนาธาน ไพรซ์ ซึ่งรับบทเป็นสามีของเธอว่าให้การแสดงที่ยอดเยี่ยมเช่นกัน
– ใน The Wife เกล็นน์ โคลส จะได้เล่นหนังกับลูกสาวของเธอ แอนนี่ สตาร์ก ด้วย โคลส กล่าวว่าเธอเคยเล่นหนังทีวีด้วยกันตั้งแต่ตอนที่แอนนี่ยังเป็นเด็กตัวเล็กๆ จริงๆ แล้วทั้งคู่เคยเล่นหนังเรื่อง Albert Nobbs ด้วยกันแต่ในขณะที่ โคลส รับบทนำของเรื่อง แอนนี่ กลับได้รับบทเป็นตัวประกอบเดินผ่านฉากเฉยๆ เท่านั้น อย่างไรก็ตามแม่ลูกคู่นี้จะไม่ได้เข้าฉากด้วยกันในหนังเรื่องนี้แต่อย่างใด เนื่องจากทั้งคู่รับบทเป็นตัวละครตัวเดียวกันนั่นคือ โจอัน แคสเซิ่ลแมน เพียงแต่เป็นคนละช่วงวัย
– แม้จะเป็นลูกสาวของนักแสดงชั้นแนวหน้า แต่นี่คือครั้งแรกที่ แอนนี่ สตาร์ก จะได้เล่นหนังอย่างเป็นทางการ เธอให้สัมภาษณ์ว่าตอนได้รับข้อเสนอจากผู้อำนวยการสร้าง เธอรีบตอบตกลงในทันที “ฉันคิดในใจว่าเธอต้องงี่เง่ามากทีเดียวหากปฏิเสธรับบทนี้ และฉันดีใจที่ไม่ตัดสินใจโง่ๆ ลงไปในวันนั้นค่ะ”
– The Wife เปิดตัวฉายในเทศกาลหนังแล้วได้รับคำชมอย่างล้นหลาม ได้เปอร์เซ็นต์จากการประเมินของเว็บไซต์ Rotten Tomatoes ถึง 100% เต็ม!
– เกล็นน์ โคลส กล่าวติดตลกว่าเธอไม่คิดว่าจะฮอลลีวู้ดจะกล้าให้ทุนทำหนังที่มีชื่อเรื่องแค่ว่า The Wife สำหรับหนังเรื่องนี้นั้นได้ทุนสร้างส่วนหนึ่งจากประเทศสวีเดน และถ่ายทำในสวีเดนด้วย





ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
https://www.naewna.com/entertain/383852

ส่งความสุขอย่างต่อเนื่องเช่นเคยสำหรับ คลื่นวิทยุ Goodtime 98.5 FM กับช่วงดีเจสเปเชียล ที่มีนักแสดงจากช่อง 7HD สลับสับเปลี่ยน หมุนเวียนมาทำหน้าที่ดีเจคนพิเศษ โดยในสุดสัปดาห์นี้พบกับหนุ่มหล่ออารมณ์ดี “เบน -สันติราษฏร์ กุลนพเกียรติ” จากละคร “ไฮโซสะออน” ที่เพิ่งลาจอไปไม่นาน จะมารับหน้าที่ดีเจ คนพิเศษ มอบความสุขสู่คุณผู้ฟัง
“ก่อนอื่นต้องบอกว่า ขอฝากเนื้อ ฝากตัว ฝากเป็นกำลังใจให้ผมด้วยนะครับ กับบทบาทใหม่ของผม ในช่วงดีเจสเปเชียล ของคลื่น Goodtime 98.5FM อยากบอกตรง ๆ ว่า อาชีพดีเจ เป็นอาชีพที่ผมอยากทำมากที่สุด ตั้งแต่สมัยก่อนจะมาเป็นนักแสดงแล้วครับ เพราะเวลาผมขับรถไปเที่ยวกับเพื่อน ผมจะเป็นคนจัดเพลงเปิดเพลงให้เพื่อน ๆ ฟัง ซึ่งพอทุกคนได้ฟังแล้วเขาชอบ บอกว่าเบนเปิดเพลงเพราะ ผมก็รู้สึกชอบ ตอนนี้พอจะได้มาทำจริง ๆ ก็ตื่นเต้นครับ เพราะไม่เคยได้อยู่หน้าเช็ตจัดรายการจริง ๆ มาก่อน เป็นประสบการณ์ใหม่ที่ได้ลองทำครั้งแรกครับ คือผมเคยเป็นแขกรับเชิญมาที่คลื่น Goodtime เพื่อโปรโมทละครมาก่อน ตอนที่ได้เข้าไปนั่งในห้องส่งผมเห็นปุ่มอะไรเยอะแยะไปหมด ตื่นเต้นนะครับแต่ก็อยากทำ จะตั้งใจทำให้ดีที่สุด ขอให้ทุก ๆ คนช่วยเป็นกำลังใจให้ผม กับการเป็นดีเจครั้งแรกของผมด้วยนะครับ”
ติดตามฟังเพลงเพราะ ๆ จากผู้ชายอบอุ่นคนนี้ได้ใน วันเสาร์ทิ่ 22 ธ.ค.นี้ และวันอาทิตย์ที่ 23 ธ.ค. นี้ พบกับนักแสดงหนุ่มหล่อ “อ้น – กรกฏ ตุ่นแก้ว” ที่จะกลับมารับหน้าที่ดีเจสเปเชียลอีกครั้ง เวลา 21.00-23.00 น. ที่ Goodtime 98.5 FM และทางแอปพลิเคชัน Goodtime 98.5 FM หรือรับฟังผ่านทางออนไลน์และรับชมการ Live ได้ทาง www.goodtimeradio.fm รวมถึงติดตามข่าวกิจกรรมต่าง ๆ ได้ที่ Facebook Fanpage : Goodtime Radio/ Instagram และ Twitter: goodtime_radio


ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
https://www.naewna.com/entertain/383837

กลับมาอีกครั้งสำหรับละครเวทีที่หลายท่านยังคงจดจำความประทับใจได้ทุกรอบที่เปิดทำการแสดง โดยในครั้งนี้เตรียมส่งความสนุกครั้งใหม่ในละครเวทีรื่นอารมณ์ ผสมอลเวง “บ้านเรือนเคียงกันสุนทราภรณ์ เดอะมิวสิคัล”ลำดับที่7จัดโดย มูลนิธิสุนทราภรณ์ ในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ร่วมกับ บริษัท เจ เอส แอล โกลบอล มีเดีย จำกัด ได้ขนทัพนักร้องนักแสดงมากคุณภาพประชันบทบาทกันอย่างคับคั่ง ดึงคู่ขวัญป้ายแดงที่เคมีสุดเข้ากันอย่าง ปอ-อรรณพทองบริสุทธิ์และ แป้ง-พรภัสร์ชนก มิตรชัยมารับบทคู่กันร่วมด้วย ต้น–ธนษิต จตุรภุช,ซานิ-นิภาภรณ์ ฐิติธนการ, ตี๋-วิวิศน์ บวรกีรติขจร และ เนสท์-นิศาชล สิ่วไธสงพร้อมด้วยนักแสดงอีกมากมาย ที่จะมาสร้างความครื้นเครงตลอด3 ชั่วโมงเต็ม และพิเศษสุด ๆ กับนักแสดงรับเชิญสุดพิเศษที่จะมาสร้างความเซอร์ไพรส์ในทุกรอบ เขียนบทและควบคุมการผลิตโดย อั๋น-วัชระ แวววุฒินันท์กำกับดนตรีโดยอู๋-ธรรพ์ณธรปาลกะวงศ์ ณ อยุธยากำกับการแสดงโดย เจี๊ยบ-วัชระ ปานเอี่ยมเปิดการแสดงระหว่างวันที่2-31 มีนาคม พ.ศ.2562 ทุกวันเสาร์และอาทิตย์เพียง10รอบการแสดง ณ โรงละครเอ็ม เธียเตอร์ บัตรราคา2,500/ 2,000 และ1,500บาท จองบัตรได้แล้ววันนี้ที่ไทยทิคเก็ตเมเจอร์ทุกสาขา
โดยปอ-อรรณพกล่าวว่า “ดีใจที่ได้มาเล่นละครเวที ‘บ้านเรือนเคียงกัน สุนทราภรณ์ เดอะมิวสิคัล’ ลำดับที่ 7ในเรื่องจะเล่าถึงชะตาชีวิตหรือพรหมลิขิตที่ทำให้ คนสองคนที่มีฐานะแตกต่างกัน แต่ต้องมาอยู่บ้านรั้วติดกัน เรื่องราวอลเวงของคน 2 บ้าน จึงเกิดขึ้นและทําให้ความสัมพันธ์แปรเปลี่ยนจากคน ‘ไม่กินเส้น’ จนเป็น‘คนที่รู้ใจ’แต่ในระหว่างทางก็จะมีอุปสรรคสําคัญ ที่มาจากแม่ของพระเอก – นางเอก ซึ่งถือเอาเรื่อง ‘ฐานะ’ ที่ต่างกันเป็นกำแพงกั้น แค่ฟังเนื้อเรื่องก็สนุกแล้ว ยังไงก็อย่าลืมเป็นกำลังใจให้พวกเราด้วยนะครับรีบมาจับจองที่นั่งกันด่วนที่ไทยทิคเก็ตเมเจอร์ทุกสาขา แฟน ๆ สามารถติดตามความเคลื่อนไหวของพวกเราได้ที่ Facebook: บ้านเรือนเคียงกัน สุนทราภรณ์ เดอะมิวสิคัล / Instagram | Twitter : jslglobalmedia / Line : @suntarapornmusicalแล้วเจอกันนะครับ”



ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
https://www.naewna.com/entertain/383836

ถึงเวลาที่สาวกสาววายต้องโบกมือลา!สำหรับซีรีส์“Together with me the next chapter”
โดยบริษัท ทีวี ธันเดอร์ จำกัด (มหาชน)และLINE TVได้สานต่อความฮอต สุดฟิน ด้วยนักแสดงขวัญใจสุดจิ้น ที่ถูกยกออกมาให้สาววายได้ชุ่มชื่นหัวใจถึง 3 ซีซั่นกับตำนานความรักที่พร้อมปิดฉากความสัมพันธ์
โดยตลอดทั้งซีซั่น เรียกได้ว่าทวีคูณความเผ็ด ร้อนแรงของคู่รักวัยรุ่นสู่การเผชิญหน้าในโลกความจริงระหว่างกร (แม็กซ์-ณัฐพล), น็อค(ตุลย์ภากร) ที่มีครอบครัวเข้ามาเกี่ยวข้องจนกลายเป็นปัญหาอันหนักหน่วงแต่ก็สามารถจับมือกันก้าวผ่านอุปสรรคจากสังคมรอบตัวมาได้ด้วยสารพัดวิธีเอาชนะใจสุดโหดและต่อกันด้วยความอลหม่านแบบทะลุจอของโช (โทโมะ-วิศว), ยิหวา (แมงมุม-พิมพ์นิชกุล)ที่ทำเอาสาววายลุ้นกันจนวินาทีสุดท้ายว่าคู่นี้ส่อแววรักล่มหรือไม่หลังทั้งคู่เริ่มเกิดอาการรักหมดโปรโมชั่น และสาวยิหวาเองก็หันไปสนิทสนมกับหนุ่มหล่อตรงสเปกเรียกได้ว่าพายเรือกันมาจะถึงฝั่งอยู่แล้ว แต่กลับจะใกล้ล่มลงตอนจบหรือเปล่าละเนี่ย และคู่สุดท้ายที่ไม่พูดถึงไม่ได้เลย สำหรับคู่ของหมอไบร์ท (พอร์ช-อภิวัฒน์), ฟาร์ม (ซีเกมส์-ศุภวิชญ์) พ่อกระต่ายน้อยคาสโนว่า ที่ตัดพ้อหมดใจเรื่องความรักและหาวิธีแก้แค้นหมอไบร์ทสุดเผ็ด ด้วยการดึงริท(หยิ่มกี้-กลมวัชรธรรม) หนุ่มน้อยหวานใจคนใหม่ มาทำให้หึง ซึ่งก็ดูจะได้ผลดีซะด้วย
เห็นแบบนี้แล้วยิ่งใกล้จบ ยิ่งแรงต่อเนื่องและยิ่งทำให้ใครที่ได้ดูมาตลอดทั้งซีซั่นก็ยิ่งละสายตาจากตัวละครเหล่านี้ไม่ได้สักตอนเลยทีเดียว และยังแอบได้ยินมาว่าฉากส่งท้ายซีซั่นนี้ ยังส่งความหวานให้น้ำตาลนองจอกับซีรีส์ฟีลกู้ดที่กุมหัวใจด้วยเคมีการแสดงที่เข้ากันแบบกลมกล่อมดูได้จากเสียงตอบรับของคนดูชาวโซเชียลทวิตเตอร์ ที่อินไปกับเนื้อหา ผ่าน #Togetherwithmeตั้งแต่ตอนแรกยันตอนจบ
แอบเห็นว่าทิ้งท้ายตอนจบแบบกระชากน้ำหูน้ำตาคนดูให้ร้องไห้ตามตอนจบได้อดใจรอกันอีกสักนิดว่าจะเป็นอย่างไร ติดตามบทสรุปสุดท้าย พร้อมกันใน “Together with me the next chapter”ในวันพุธที่19ธันวาคม 2561 เวลา 20.00 น. บน LINE TVอินแบบนี้มีที่เดียวhttps://www.youtube.com/edit?o=U&video_id=oPULiWtDP3Y






ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
https://www.naewna.com/entertain/383835

“เสียงลือเสียงเล่าอ้าง อันใด พี่เอย
เสียงย่อมยอยศใคร ทั่วหล้า
สองเขือพี่หลับใหล ลืมตื่น ฤาพี่
สองพี่คิดเองอ้า อย่าได้ถามเผือฯ ”
คลงสี่สุภาพ วรรคทองจากลิลิตพระลอ… ต้นแบบในการเรียนการสอนวิชาวรรณคดีไทยในทุกยุคทุกสมัยลิลิตพระลอ… คุณค่า และ การเดินทางจากวรรณคดีโบราณสู่การสร้างสรรค์ละครร่วมสมัยสไตล์ภัทราวดี
“ลิลิตพระลอ” ได้รับการยกย่องจาก “วรรณคดีสโมสร” เมื่อปี พ.ศ. 2459 ให้เป็น “ยอดแห่งลิลิตของไทย” เป็นวรรณคดีที่มีบทบาทสำคัญในวงการการศึกษาด้านวรรณคดีไทยในทุกระดับชั้น ตั้งแต่ระดับประถมศึกษาจนถึงปริญญาเอก ด้วยเรื่องราวโศกนาฏกรรมแห่ง ความรักที่แฝงด้วยแง่คิดถึงสัจธรรมของชีวิต บรรจงแต่งขึ้นด้วยกวีโวหารที่ประณีตงดงาม ซึ่งสันนิษฐานว่าประพันธ์ขึ้นในสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนต้น ต่อมาในยุคสมัยต่างๆ ได้มีการนำเนื้อหาไปทำเป็นการแสดง แต่งคำร้องใส่ทำนองโดยมีบทเพลงที่เป็นที่รู้จักมากมาย อาทิ เพลงลาวสมเด็จที่กล่าวถึงพระลอ, เพลงลาวเสี่ยงเทียนที่กล่าวชมโฉมพระเพื่อนพระแพง, เพลงลาวครวญ พระลอคร่ำครวญถึงแม่ที่ริมฝั่งแม่น้ำกาหลง, เพลงระบำไก่ (สร้อยแสงแดง) ฯลฯ
ลิลิตพระลอ เคยมีผู้นำมาประยุกต์ทำเป็นละครหลายครั้ง โดยใช้ชื่อต่างกันไป เช่น บทละครเรื่อง พระลอนรลักษณ์ พระราชนิพนธ์ ในสมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาศักดิพลเสพ บทละครเรื่องพระลอ สำนวนเจ้าพระยาเทเวศร์วงศ์วิวัฒน์ และ บทละคร เรื่องพระลอ พระนิพนธ์ในพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระนราธิปประพันธ์พงศ์ และ แม้แต่นักเขียนชื่อดังในสมัยปัจจุบัน เช่น ทมยันตี ก็ได้นำมาถ่ายทอดเป็นนิยายชื่อ รักที่ต้องมนตรา
ในปี พ.ศ. 2526 คุณภัทราวดี มีชูธน ได้นำพระลอมาสร้างเป็นละครเวทีครั้งแรก โดยได้จัดแสดงขึ้นที่ หอศิลป์พีระศรี โดยมีนักแสดงนำ ได้แก่ คุณดิลก ทองวัฒนา (พระเอก) และ คุณธัญญา โสภณ (นามสกุลในสมัยที่ร่วมแสดง) โดยรับบทนางลักษณวดี ซึ่งเป็นละครเรื่อง แรกในชีวิตการแสดงของเธอ
ต่อมาในปี พ.ศ. 2552 คุณภัทราวดี มีชูธน ได้สร้างสรรค์วรรณคดีเรื่องนี้อีกครั้ง ในรูปแบบละครเพลงร่วมสมัย เรื่อง ร.รัก ล.ลิลิต ลิลิตพระลอ โดยได้นำเสนอความไพเราะของโคลงกลอนโบราณ ผ่านละครแบบร่วมสมัยที่น่าสนใจเข้าใจง่ายสำหรับคนในยุคปัจจุบัน ทำให้วรรณคดีที่ทรงคุณค่าได้รับการเผยแพร่ไปในวงกว้างทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยมีผู้สนใจชมการแสดงจำนวนมากทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ และ ได้รับเชิญไปแสดงผลงานที่ต่างเมือง อาทิ นิวยอร์ค, วอชิงตันดีซี, ชิคาโก, ฮูสตัน, ซานฟรานซิสโก และ อีกหลายเมืองใหญ่ทั้งในสหรัฐอเมริกา และ แคนาดา
เพื่อส่งเสริมให้วรรณคดีไทยเรื่องนี้เป็นที่รู้จักในหมู่นักเรียน นักศึกษา ตลอดจนประชาชนทั่วไปทั้งชาวไทยและต่างชาติ มูลนิธิละครธรรมะในพระสังฆราชูปถัมภ์ ได้จัดทำละครเวทีเรื่อง ลิลิตพระลอ 2019 ขึ้น ในรูปแบบละครเวทีร่วมสมัย นำเสนอโดยการอ่านโคลงกลอนอย่างมีสีสัน ประกอบด้วยเสียงดนตรี โดยเฉพาะไวโอลิน เครื่องดนตรีไทย เครื่องดนตรีไฟฟ้า และ เสียงขับร้อง โดยมีการวิเคราะห์และเปรียบเทียบกับเหตุการณ์ปัจจุบัน สอดแทรกอุทาหรณ์สอนใจ ปลูกฝังความรักใคร่ในเพลงไทย ประวัติศาสตร์ และ หลักธรรม โดยผสมผสานภาษาอังกฤษเข้าไปในการแสดงเพื่อให้ชาวต่างประเทศสามารถเข้าใจได้
ลิลิตพระลอ 2019 เป็นผลงานการกำกับการแสดงและร่วมแสดง โดย ครูเล็ก–ภัทราวดี มีชูธน ศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง (ละครเวที และ ภาพยนตร์) ประจำปี 2557 ร่วมแสดงโดยศิลปินมืออาชีพที่มีผลงานระดับนานาชาติทั้งชาวไทย และ ต่างชาติหลากหลายสาขา ทั้งนักร้อง นักดนตรี นักแสดง อาทิ เก่ง-ธชย ประทุมวรรณ, ศันสนีย ศีตะปันย์ ควบคุมดนตรี โดย อานันท์ นาคคง และ นักไวโอลินรับเชิญจากประเทศสหรัฐอเมริกา Kyle Dillingham ออกแบบเครื่องแต่งกายโดย สมชาย แก้วทอง ศิลปินแห่งชาติสาขาทัศนศิลป์ (การออกแบบแฟชั่น) ประจำปี พ.ศ. 2560
รอบการแสดง :
โรงละครแห่งชาติ จ.กรุงเทพมหานคร
วันศุกร์ที่ 11 มกราคม รอบเวลา 14.00 น. และ 20.00 น.
วันเสาร์ที่ 12 มกราคม รอบเวลา 14.00 น. และ 20.00 น.
วันอาทิตย์ที่ 13 มกราคม รอบเวลา 14.00 น.
โรงละครวิกหัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์
วันศุกร์ที่ 18 มกราคม รอบเวลา 14.00 และ 20.00
วันเสาร์ที่ 19 มกราคม รอบเวลา 20.00 น.
ติดต่อสอบถามและจองบัตร :
สำรองบัตรการแสดง
THAITICKETMAJOR 02-2623456
Tel : 032-827814, 065-792-9493
Line : @vichuahin
และ จุดจำหน่ายบัตรที่โรงละครแห่งชาติ (เฉพาะรอบการแสดงที่กรุงเทพฯ)
สำรองบัตรเป็นหมู่คณะ
Tel : 065-792-9493
ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า
https://www.naewna.com/entertain/383833

เท่ง เถิดเทิง ทำเซอร์ไพร์ใหญ่ส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ ปัดฝุ่นเพลงลูกทุ่งแท้ในดวงใจฮิตอมตะอย่าง “15 ที่ข้าแพ้”ซึ่งเพลงนี้เคยมีศิลปินขับร้องมาก่อนแล้วคือ ดาว สุริยะ และ สายัญห์ สัญญา ก่อนที่ เท่ง เถิดเทิง จะนำมาทำใหม่อีกครั้ง ซึ่งถือเป็นเพลงลูกทุ่งแท้ๆ เพลงแรกที่เท่ง เถิดเทิง ร้องฉีกทุกแนวเพลงทั้งหมดที่เคยร้องมาประพันธ์คำร้องและทำนอง โดย อ.ศิวะ สว่างศรี
โดย เท่ง เถิดเทิง กล่าวว่า “15 ที่ข้าแพ้ คือหนึ่งเพลงในดวงใจ ซึ่งผมชอบมาก อายุของเพลงนี้เก่ากว่า 30 ปี แต่เนื้อหาของเพลงไม่ล้าสมัยเลย เข้ากับทุกยุคมันเล่าถึงความเจ็บปวดของผู้ชาย ที่แพ้ทางรักเพราะเหตุผล 15 ข้อตามเพลงนี้ สุดท้ายไม่อยากฝากแต่อยากให้ฟัง 15 ที่ข้าแพ้”
โหลดเพลง “15 ที่ข้าแพ้” เป็นเสียงรอสายได้ที่ *494188 กด 1 โทรออก