‘สุดยอดศิลปิน’พบกับ‘สุดยอดสถาปัตยกรรม’ Charity Jazz Night at Muangboran with Kenny G

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/372171

‘สุดยอดศิลปิน’พบกับ‘สุดยอดสถาปัตยกรรม’ Charity Jazz Night at Muangboran with Kenny G

‘สุดยอดศิลปิน’พบกับ‘สุดยอดสถาปัตยกรรม’ Charity Jazz Night at Muangboran with Kenny G

วันพุธ ที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

(ซ้าย) ศรายุทธ สุปัญโญ, โอสถ ประยูรเวศ, เล็ก-สมชายศักดิกุล นักร้องนักดนตรีที่มีกลิ่นอายของ เคนนี่ จี

อีเว้นท์ประวัติศาสตร์ที่พลาดไม่ได้กับเคนนี่ จี (Kenny G) สุดยอดศิลปิน Contemporary Jazz ระดับโลก เดินทางมาเปิดการแสดงคอนเสิร์ตการกุศล Charity Jazz Night at Muangboran with Kenny G“สุดยอดศิลปิน” พบกับ “สุดยอดสถาปัตยกรรม” ณ เมืองโบราณ จังหวัดสมุทรปราการ รายได้ส่วนหนึ่งหลังหักค่าใช้จ่าย สมทบทุนสร้าง “อาคารนวมินทรบพิตร ๘๔ พรรษา” ของคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล เพื่อประเทศไทย

เปิดศักราชใหม่ของเมืองโบราณ จังหวัดสมุทรปราการ จัดงานแถลงข่าวคอนเสิร์ตการกุศล Charity Jazz Night at Muangboran with Kenny G โดยเชิญสุดยอดศิลปิน Contemporary Jazz ระดับโลก เดินทางมาเมืองไทยเพื่อเปิดการแสดง ภายใต้ชื่อ Charity Jazz Night at Muangboran with Kenny G เตรียมจัดแสดง ณ เมืองโบราณ จังหวัดสมุทรปราการ การโคจรมาพบกันระหว่าง “สุดยอดสถาปัตยกรรม” และ “สุดยอดศิลปิน” ครั้งแรกของเมืองไทย สำหรับคอนเสิร์ตการกุศลครั้งนี้สนับสนุนโดย “วิริยะประกันภัย” รายได้ส่วนหนึ่งหลังหักค่าใช้จ่าย สมทบทุนสร้าง “อาคารนวมินทรบพิตร ๘๔ พรรษา” ของคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล เพื่อประเทศไทย จะมีศูนย์การแพทย์เฉพาะทางที่ครบครัน ทันสมัย ทั้งเป็นการเพิ่มคุณภาพการบริการแก่ผู้ป่วยอย่างมีประสิทธิภาพและเสมอภาค ภายในงานแถลงข่าว เชิญสุดยอดศิลปินสายสมูธแจ๊สแซกโซโฟน อย่าง เทวัญ ทรัพย์แสนยากร และ รัดเกล้า อามระดิษ มาบรรเลงโชว์ภาพและบรรยากาศที่ชัดเจนของสุนทรียภาพแห่งการฟังดนตรีแจ๊ส

Kenny G

พลอยนภัส ศิริสุนทโรภาส ผู้อำนวยการกลุ่มบริษัทเมืองโบราณ เผยว่า เมืองโบราณ สมุทรปราการ พิพิธภัณฑ์เอกชนกลางแจ้งแห่งสยามประเทศ (Preserving Siamese True Heritages) และเป็นพิพิธภัณฑ์กลางแจ้งที่ใหญ่ที่สุดในโลกขอเชิญทุกท่านเข้าสู่เมืองสยามในอดีตให้คุณได้ย้อนกลับมาสัมผัสชื่นชม ความรุ่งเรืองแห่งอารยธรรมสยามประเทศ โดยผ่านสถาปัตยกรรมและโบราณสถานอันทรงคุณค่า ที่ถูกเก็บรวบรวมรักษาไว้อย่างบริบูรณ์ บนเนื้อที่กว่า 800 ไร่ พร้อมทั้งความร่มรื่นด้วยทัศนียภาพที่มีเอกลักษณ์ของบ้านเมืองในอดีต การมาเยือนเมืองโบราณจึงเสมือนให้คุณได้ย้อนเวลา สุขใจกับวิถีชีวิตในอดีตที่สวยงาม รื่นรมย์ และเพื่อให้เติมเต็มจินตนาการแห่งความสุขใจ กับการเปิดศักราชใหม่ของเมืองโบราณ

“เมืองโบราณ ยินดีและภูมิใจเสนอ ความงดงามของสถาปัตยกรรมไทยผสานอรรถรสของดนตรีแจ๊ส ผ่านการจัดงานคอนเสิร์ตการกุศล Charity Jazz Night at Muangboran with Kenny G โดยฉากหลังของคอนเสิร์ตจะอยู่บริเวณพระที่นั่งสรรเพชญปราสาท ที่มีความงดงามด้านสถาปัตยกรรม และทำให้การจัดงานคอนเสิร์ตนี้มีความลงตัวและจะสร้างความประทับใจกับผู้ร่วมงานเป็นอย่างมาก”

ทวัญ ทรัพย์แสนยากร

วิวรรณ กรรณสูต กรรมการผู้จัดการ บริษัท แม็กซ์ อิมเมจ จำกัด เผยว่า เราตั้งใจจัดคอนเสิร์ตการกุศล Charity Jazz Night at Muangboran with Kenny G ความพิเศษอยู่ที่คอนเซ็ปต์ สุดยอดศิลปิน พบกับ สุดยอดสถาปัตยกรรม ครั้งแรกของเมืองไทย โดยมีวงดนตรีบรรเลง จากวง Mahidol University Jazz Ensemble/C.U. Band ชมรมดนตรีสากล สโมสรนิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ Jazz Orchestra จากมหาวิทยาลัยรังสิต โดย คุณเด่น อยู่ประเสริฐ เข้ามาร่วมสร้างบรรยากาศในงานฯ

“ส่วนเมืองโบราณ เป็นพิพิธภัณฑ์กลางแจ้งที่เต็มเปี่ยมไปด้วยสถาปัตยกรรมโบราณของไทยมากมาย ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะนำทั้งสองสิ่งมาผสมผสานกันอย่างลงตัว กลายเป็นภาพและเสียงที่มีความอลังการ ตราตรึง เชื่อแน่ว่าจะเป็นอีกหนึ่งงานคอนเสิร์ตที่น่าประทับใจ ซึ่งไม่ใช่แค่เมืองไทย หากภาพเหล่านี้ได้สื่อออกไป คงเป็นความประทับใจในระดับโลก ฉะนั้น ขอเชิญทุกท่านได้มาเป็นส่วนหนึ่งในหน้าประวัติศาสตร์ครั้งนี้ ที่สำคัญรายได้ส่วนหนึ่งหลังหักค่าใช้จ่ายจะนำเข้าสมทบทุนสร้าง “อาคารนวมินทรบพิตร ๘๔ พรรษา” เพื่อเราจะได้ทำบุญร่วมกัน”

รัดเกล้า อามระดิษ

คอนเสิร์ตการกุศล Charity Jazz Night at Muangboran with Kenny G กำหนดเปิดการแสดงรอบเดียวเท่านั้น ในวันเสาร์ที่ 10 พฤศจิกายน 2561 ณ บริเวณพระที่นั่งสรรเพชญปราสาท เมืองโบราณ จังหวัดสมุทรปราการ ประตูเปิดเวลา 16.00 น.เริ่มเปิดขายบัตรตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปที่ ไทยทิคเก็ตเมเจอร์ โทร. 02-2623456 จำหน่ายบัตร Fixed Seats ราคา 4,500 บาท และ 3,500 บาท Festival Seats ราคา 1,500 บาท หรือสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ 086-3417377 ติดตามความเคลื่อนไหวของงานได้ที่เฟซบุ๊ค The River Jazz Festival

พลอยนภัส ศิริสุนทโรภาส

พลอยนภัส ศิริสุนทโรภาส

 วิวรรณ กรรณสูต

วิวรรณ กรรณสูต

แบรนด์หรู ‘คานิท’ (Canitt) จัดเวิร์กช็อปอวดชุดสวย ต้อนรับฤดูกาลออทั่ม/วินเทอร์ 2018

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/372134

แบรนด์หรู ‘คานิท’ (Canitt) จัดเวิร์กช็อปอวดชุดสวย ต้อนรับฤดูกาลออทั่ม/วินเทอร์ 2018

แบรนด์หรู ‘คานิท’ (Canitt) จัดเวิร์กช็อปอวดชุดสวย ต้อนรับฤดูกาลออทั่ม/วินเทอร์ 2018

วันพุธ ที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

นิดหน่อย-ขนิษฐา ดรุณเนตร

เผยลุคที่เปี่ยมด้วยเสน่ห์อันน่าค้นหาต้อนรับลมหนาว ผ่านผลงานการออกแบบล่าสุดของ นิดหน่อย-ขนิษฐา ดรุณเนตร ครีเอทีฟไดเร็คเตอร์ฝีมือเฉียบแห่งแบรนด์ “คานิท” (Canitt) ที่ได้จัดเวิร์กช็อปอวดโฉมชุดสวยดีไซน์โก้หรูในคอลเลคชั่นออทั่ม/วินเทอร์ 2018 ที่มีชื่อว่า “สกรีน ไซเรนส์” (Screen Sirens) นำเสนอแรงบันดาลใจจากผลงานการกำกับภาพยนตร์ทริลเลอร์ระดับตำนานของ “อัลเฟรดฮิตช์ค็อก” (Alfred Hitchcock) ถ่ายทอดสู่เสื้อผ้าดีไซน์โมเดิร์นที่มีความน่าค้นหาผสานเข้ากับคาแร็กเตอร์ของหญิงสาวแห่งแบรนด์ “คานิท” (Canitt) ได้อย่างลงตัว พร้อมกันนี้ทางแบรนด์ยังได้เชื้อเชิญเหล่าเซเลบริตี้สาวสวยอย่าง ปาวา นาคาศัย,พลอยพยัพ ศรีกาญจนา, ปรัชญมนบุรณศิริ, พรรษมน พิริยะเมธาร่วมกิจกรรมเวิร์กช็อปแนะนำเทรนด์การแต่งกาย ที่ร้านคานิท (Canitt)บริเวณห้างสรรพสินค้าเซน ชั้น 2 เซ็นทรัลเวิลด์

พลอยพยัพ ศรีกาญจนา, ปรัชญมน บุรณศิริ, ขนิษฐา ดรุณเนตร, ปาวา นาคาศัย ร่วมเวิร์กช็อป

นิดหน่อย-ขนิษฐา ดรุณเนตรกล่าวถึงแนวคิดหลักของการออกแบบเสื้อผ้าคอลเลคชั่นออทั่ม/วินเทอร์ 2018 ที่ชื่อว่า “สกรีน ไซเรนส์” (Screen Sirens) ว่า ทางทีมดีไซน์ได้หยิบยกแรงบันดาลใจจากภาพยนตร์ทริลเลอร์ที่มีชื่อเสียงของผู้กำกับชื่อดัง อัลเฟรด ฮิตช์ค็อก (AlfredHitchcock) อาทิ Dial M for Murder, To Catch a Thief, Vertigo และ Psycho ที่มีการเล่าเรื่องอย่างน่าสนใจ สร้างความตื่นเต้นและมีตอนจบที่ยากจะคาดเดา อีกทั้งบทบาทของเหล่านางแสดงสาวที่มีความโดดเด่นและสง่างามตรงตามแบบฉบับหญิงสาวแห่งแบรนด์ “คานิท” (Canitt) จึงได้ผสานแนวคิดถ่ายทอดเป็นชุดสวยที่สื่อถึงความแข็งแกร่งซ่อนความอ่อนหวานและเซ็กซี่อันน่าค้นหาของหญิงสาว ผ่านงานตัดเย็บที่คำนึงถึงรูปร่างของผู้หญิงเอเชียเป็นสำคัญ อย่างเทคนิคการจับจีบบนหุ่นเสื้อแบบมูลาจ (Moulage), งานปักประดับเลื่อม, งานแต่งริมพู่ระบาย

วิริฒิพา ภักดีประสงค์ 

โดยเน้นการเสริมจุดเด่นกลบจุดด้อยให้หญิงสาวมีความมั่นใจมากยิ่งขึ้น สำหรับคอลเลคชั่นนี้มีผลงานชิ้นเด่นอย่าง กางเกงทรงเอ สโมคกิ้ง แมทช์เข้าคู่กับสูทสไตล์ทักซิโด้ที่มีดีไซน์การจับเดรปช่วงเอวเพิ่มความเฟมินีน และเสื้อสายเดี่ยวปักประดับเลื่อมพร้อมขนนกให้ความหรูหรา อีกหนึ่งไฮไลท์คือ ชุดเดรสและจั๊มพ์สูท ที่ผสานหลากหลายแมททีเรียล อย่างผ้าซาตินกำมะหยี่เข้ากับผ้าเลื่อมลายทาง อีกทั้งการประดับริ้วพู่เป็นชั้นๆ ช่วยสร้างมิติยามเคลื่อนไหวได้อย่างมีเสน่ห์ พร้อมลายพิมพ์ A Star is Born ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากความทุ่มเทของเหล่านักแสดงสาวที่ต่างเฉิดฉายพลังที่เปี่ยมด้วยเสน่ห์อันแรงกล้าผ่านผลงานการแสดง

นางแบบกับคอลเลคชั่นใหม่

สำหรับโทนสีประจำฤดูกาลออทั่ม/วินเทอร์นี้ “คานิท” (Canitt) ได้สร้างความโดดเด่นด้วยเฉดสีเบสิคอย่างสีขาวและสีดำ เขาคู่กับเฉดสีที่ชวนให้นึกถึงความโก้หรูอย่าง สีแดง, สีเบจ, สีเทาอ่อน รวมถึงสีเทาควันบุหรี่ ผ่านเนื้อผ้าที่มีสัมผัสเนียนนุ่มเหมาะกับการสวมใส่ในช่วงฤดูหนาวอย่างผ้ากำมะหยี่, ผ้าไหมซาติน อีกทั้งผ้าเลื่อมที่ให้ความแวววาว และที่ขาดไม่ได้คือผ้าชีฟองสุดเฟมินีน ซึ่งจะช่วยให้หญิงสาวสนุกสนานในการมิกซ์แอนด์แมทช์สร้างลุคที่หลากหลาย ตั้งแต่ลุคการทำงานจวบจนการสังสรรค์ในยามค่ำคืน

วิทยาลัยสารพัดช่างอุดรธานี คว้าแชมป์จัดแข่งขันภาษาอังกฤษ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/372130

วิทยาลัยสารพัดช่างอุดรธานี คว้าแชมป์จัดแข่งขันภาษาอังกฤษ

วิทยาลัยสารพัดช่างอุดรธานี คว้าแชมป์จัดแข่งขันภาษาอังกฤษ

วันพุธ ที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รมว.กระทรวงศึกษาธิการมอบโล่รางวัลชนะเลิศแก่วิทยาลัยสารพัดช่างอุดรธานี

สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) จัดการแข่งขันภาษาอังกฤษภายใต้ชื่อ EchoVE Contest(เอคโค่วี คอนเทสต์) ขึ้นเป็นครั้งแรกสำหรับนักเรียนอาชีวะทุกระดับชั้น ทุกสาขาวิชาชีพ จากโครงการ “อังกฤษดี ชีวิตไกล” หวังสร้างคนรุ่นใหม่ที่จะเติบโตเป็นกำลังหลักของประเทศชาติในยุค 4.0 ต่อไป

นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เดินทางเป็นประธานในการแข่งขัน EchoVE Contest (เอคโค่วีคอนเทสต์) อันเป็นแผนงานต่อเนื่องในโครงการ “EchoVE (เอคโค่วี) อังกฤษดี ชีวิตไกล” แผนพัฒนาเชิงรุกในการเสริมสร้างทักษะภาษาอังกฤษด้วยแอพพลิเคชั่น EchoVE (เอคโค่วี) ซึ่งกระทรวงศึกษาธิการมีภารกิจในการผลักดัน และขับเคลื่อนการศึกษาให้ทันต่อยุคสมัยและเป็นเครื่องมือหลักในการศึกษาต่อและประกอบวิชาชีพ กระทรวงศึกษาธิการจึงวางนโยบายให้เกิดการปฏิรูปการศึกษาที่เหมาะสมและเอื้อต่อการเรียนรู้ของนักเรียนในปัจจุบัน ให้มีความพร้อมต่อการเปลี่ยนแปลงที่กำลังเกิดขึ้น โดยอาชีวศึกษาเป็นอีกภาคส่วนสำคัญที่ควรได้รับการสนับสนุนอย่างเต็มที่ เนื่องจากเป็นสถานศึกษาที่สำคัญที่จะผลิตบุคลากรคุณภาพของประเทศในการขับเคลื่อนวิชาชีพและการปฏิบัติงานจริงในภาคส่วนต่างๆ

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวว่า “แอพพลิเคชั่นสอนภาษาอังกฤษ EchoVe นี้ เป็นนวัตกรรมของการศึกษายุคใหม่ที่ใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยให้การเรียนการสอนมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ช่วยปรับการศึกษาไทยให้สอดคล้องกับความเปลี่ยนแปลงของศตวรรษที่ 21 ควบคู่ไปกับการขยายโอกาสการพัฒนาทักษะด้านภาษาให้ทั่วถึงแก่นักเรียน นักศึกษาทุกระดับ ทุกสาขาอย่างเท่าเทียม EchoVE จึงตอบโจทย์ยุทธศาสตร์ประเทศไทย 4.0 โดยเฉพาะสำหรับการศึกษาสายวิชาชีพที่จะกลายเป็นแรงงานสำคัญในการขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจในอนาคต ดังนั้นการส่งเสริมและสร้างทักษะทางภาษาให้ตรงตามความต้องการของภาคอุตสาหกรรม จึงเป็นการเสริมศักยภาพในการแข่งขันให้กับประเทศในอนาคตด้วยเช่นกัน ซึ่งศักยภาพของนักเรียนจากการแข่งขันในวันนี้เป็นเครื่องยืนยันได้อย่างดีถึงผลสัมฤทธิ์ของโครงการ ที่ทาง สอศ. ปฏิบัติงานเชิงรุกมาตลอดปี ต้องขอบคุณบุคลากรและวิทยาลัยของอาชีวะสำหรับความร่วมมือในการใช้แอพพลิเคชั่นในการเรียนการสอนพร้อมทั้งสนับสนุนนักเรียน-นักศึกษาในสังกัด เพื่อผลักดันให้นักเรียนอาชีวศึกษาได้พัฒนาศักยภาพและฝึกฝนทักษะภาษาอังกฤษในชีวิตจริงซึ่งจะทำให้เกิดการยกระดับคุณภาพของบุคลากรในทุกวิชาชีพต่อไป”

EchoVE Contest เป็นการแข่งขันภาษาอังกฤษของนักเรียนอาชีวะ ที่มีจำนวนวิทยาลัยตอบรับเข้าร่วมมากถึง 126 วิทยาลัย ใน 61 จังหวัดทั่วประเทศ สำหรับการแข่งขันประเภททีม
และอีก 577 วิทยาลัย สำหรับการแข่งขันในรางวัลประเภทต่างๆ โดยการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศ ระดับประเทศ เป็นการแข่งขันของ 15 ทีม ที่เป็นตัวแทนจากทั้ง 5 ภาคทั่วประเทศ ซึ่งวิทยาลัยสารพัดช่างอุดรธานีโชว์เหนือคว้าแชมป์รับรางวัลชนะเลิศการแข่งขันภาษาอังกฤษ EchoVE Contest โดยได้รับโล่รางวัลชนะเลิศ ประกาศนียบัตรทุนการศึกษามูลค่า 50,000 บาท พร้อมคอร์สเรียน TOEIC Success Guarantee Pack จากสถาบันสอนภาษาอังกฤษ XCHANGE English(เอ็กซ์เชนจ์ อิงลิช) และได้โอกาสไปศึกษาดูงานที่ประเทศสิงคโปร์ ส่วนรองชนะเลิศอันดับหนึ่งคือทีมวิทยาลัยเทคโนโลยีดรุณาโปลีเทคนิค และรองชนะเลิศอันดับสองคือทีมจากวิทยาลัยเทคนิคตราด ที่ต่างก็ทำผลงานและคะแนนในการแข่งขันได้อย่างยอดเยี่ยม

มูลนิธิบัวหลวง ชวนชมนิทรรศการ ‘Beyond Artistic Boundary: ความงามข้ามขอบเขต’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/372148

มูลนิธิบัวหลวง ชวนชมนิทรรศการ ‘Beyond Artistic Boundary: ความงามข้ามขอบเขต’

มูลนิธิบัวหลวง ชวนชมนิทรรศการ ‘Beyond Artistic Boundary: ความงามข้ามขอบเขต’

วันพุธ ที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

วีระ โรจน์พจนรัตน์ รมว.กระทรวงวัฒนธรรม ประธานในพิธี พร้อมด้วย คุณหญิงชดช้อย โสภณพนิช รองประธาน กก.บริหารหอศิลป์สมเด็จพระนางเจ้าฯ, อภิชาตรมยะรูป กก.และเลขาธิการมูลนิธิบัวหลวง,สมพันธ์ จารุมิลินท, กับศิลปิน อ.เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์,อ.ปัญญา วิจินธนสาร, อ.วิโชค มุกดามณี, อ.ปริญญา ตันติสุข ร่วมตัดริบบิ้นเปิดงาน

มูลนิธิบัวหลวง จัดงานนิทรรศการ “Beyond Artistic Boundary: ความงามข้ามขอบเขต” คู่ขนาน เทศกาลศิลปะระดับโลก Thailand Biennale 2018 และ Bangkok Art Biennale เพื่อเผยแพร่ส่งเสริมศิลปกรรมไทยร่วมสมัย เปิดโอกาส เปิดโลกทัศน์ และจุดประกายความฝันของศิลปินหลายท่านให้เป็นจริง

ในช่วงที่ประเทศไทยอบอวลไปด้วยกลิ่นอายของสุนทรียะของศิลปกรรม จากศิลปิน และผู้สนใจงานด้านศิลปะจากทั่วโลกในงานเทศกาลศิลปะ “Biennale” ซึ่งเป็นที่รู้จักดีในแวดวงศิลปะระดับนานาชาติ ที่มาจัดงานในประเทศไทยเป็นครั้งแรกในช่วง เดือนตุลาคม 2561-กุมภาพันธ์ 2562 โดยแบ่งเป็น 2 งาน คือ Thailand Biennale 2018 และ Bangkok Art Biennale ในงานได้รับเกียรติจาก วีระ โรจน์พจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เป็นประธานในพิธีเปิด พร้อมด้วย คุณหญิงชดช้อย โสภณพนิช รองประธานกรรมการบริหารหอศิลป์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ, อภิชาต รมยะรูป กรรมการและเลขาธิการมูลนิธิบัวหลวง และคณะกรรมการ ร่วมตัดริบบิ้นเปิดงาน ณ หอศิลป์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ถนนราชดำเนิน กรุงเทพฯ เมื่อวันพฤหัสบดีที่11 ตุลาคม ที่ผ่านมา

วีระ โรจน์พจนรัตน์ รมว.กระทรวงวัฒนธรรม เดินชมนิทรรศการภายในงาน

โดยงานนี้ มูลนิธิบัวหลวง ได้รวบรวมผลงานของผู้ที่รับรางวัล จากการประกวดจิตรกรรมบัวหลวงมา ที่จัดอย่างต่อเนื่องเวลากว่า 40 ปี มีศิลปินที่ได้รับรางวัลถึง 224 ท่าน ซึ่งปัจจุบันศิลปินหลายท่านเป็นศิลปินแห่งชาติและบางท่านสร้างสรรค์ผลงานอย่างต่อเนื่อง มีการพัฒนาความสามารถ เป็นที่ยอมรับทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยคณะกรรมการตัดสินรางวัลจิตรกรรมบัวหลวง ได้คัดเลือกศิลปิน จำนวน 44 ท่าน อาทิ อ.เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์, อ.อิทธิพล ตั้งโฉลก, อ.ปรีชา เถาทอง, อ.เกียรติศักดิ์ ชานนนารถ, อ.ปัญญา วิจินธนสาร, อ.ประสงค์ ลือเมือง, อ.ญาณวิทย์ กุญแจทอง,อ.ชาติชาย ปุยเปีย, อ.วิโชค มุกดามณี, อ.ถาวร โกอุดมวิทย์, อ.ปริญญาตันติสุข และ อ.ไพโรจน์ วังบอน นอกจากผลงานศิลปินเมื่อครั้งได้รับรางวัลจิตรกรรมบัวหลวง แล้วยังมีผลงานที่สร้างสรรค์ใหม่ยังไม่เคยจัดแสดงที่ใดมาก่อนอีก 1 ชิ้น เพื่อแสดงถึงความเคลื่อนไหวของงานศิลปะที่มีการเปลี่ยนแปลงไปตามยุคสมัย อีกทั้งเป็นการยกย่อง เชิดชูเกียรติ และเป็นกำลังใจให้แก่ศิลปินในการสร้างสรรค์ผลงานศิลปะต่อไป

นิทรรศการ “Beyond Artistic Boundary: ความงามข้ามขอบเขต” จัดแสดงที่หอศิลป์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ถึงวันที่ 8 มกราคม 2562 เวลา 10.00-19.00 น.(ยกเว้นวันพุธ) ณ หอศิลป์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ

ผู้บริหารร่วมถ่ายภาพกับศิลปินที่นำผลงานมาร่วมจัดแสดง

ผู้บริหารร่วมถ่ายภาพกับศิลปินที่นำผลงานมาร่วมจัดแสดง

ผู้บริหารร่วมถ่ายภาพกับศิลปินที่นำผลงานมาร่วมจัดแสดง

ผู้บริหารร่วมถ่ายภาพกับศิลปินที่นำผลงานมาร่วมจัดแสดง

9.JPG อ.เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ ซ่อมแซมผลงาน “มุมหนึ่งของชีวิต” ที่รับรางวัลจากการประกวดจิตรกรรม บัวหลวง เมื่อปี 2520

9.JPG อ.เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ ซ่อมแซมผลงาน “มุมหนึ่งของชีวิต” ที่รับรางวัลจากการประกวดจิตรกรรม บัวหลวง เมื่อปี 2520

 อ.ถาวร โกอุดมวิทย์, อ.ปริญญา ตันติสุข, พยงค์ คชาลัย

อ.ถาวร โกอุดมวิทย์, อ.ปริญญา ตันติสุข, พยงค์ คชาลัย

อภิชาต รมยะรูป กก.และเลขาธิการมูลนิธิบัวหลวง กับ คุณหญิงชดช้อย โสภณพนิช รองประธาน กก.บริหารหอศิลป์สมเด็จพระนางเจ้าฯ

อภิชาต รมยะรูป กก.และเลขาธิการมูลนิธิบัวหลวง กับ คุณหญิงชดช้อย โสภณพนิช รองประธาน กก.บริหารหอศิลป์สมเด็จพระนางเจ้าฯ

สมพันธ์ จารุมิลินท และ คุณหญิงชดช้อย โสภณพนิช

สมพันธ์ จารุมิลินท และ คุณหญิงชดช้อย โสภณพนิช

 กนกวัลย์ โฆษิตพิพัฒน์, คุณหญิงชดช้อย โสภณพนิช, อ.วิโชค มุกดามณี และ ภูวเดช ยงมหาภากรณ์

กนกวัลย์ โฆษิตพิพัฒน์, คุณหญิงชดช้อย โสภณพนิช, อ.วิโชค มุกดามณี และ ภูวเดช ยงมหาภากรณ์

เอสซีลอร์จัดกิจกรรมเพื่อสังคมวันสายตาโลก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/372167

เอสซีลอร์จัดกิจกรรมเพื่อสังคมวันสายตาโลก

เอสซีลอร์จัดกิจกรรมเพื่อสังคมวันสายตาโลก

วันพุธ ที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

กลุ่มบริษัท เอสซีลอร์ และนักศึกษาคณะทัศนมาตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง ร่วมกับ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) จัดกิจกรรมตรวจวัดสายตาและมอบแว่นสายตาให้กับผู้ขับขี่รถสาธารณะประจำสนามบินสุวรรณภูมิ จำนวนทั้งสิ้น 500 คน ณ ลานจอดรถระยะยาว สนามบินสุวรรณภูมิ เนื่องในวันสายตาโลก (World Sight Day)

วันสายตาโลก เป็นวันที่องค์การอนามัยโลกกำหนดให้มีขึ้นในวันพฤหัสบดี สัปดาห์ที่ 2 ของเดือนตุลาคมทุกปี เพื่อเป็นการเสริมสร้างความตระหนักรู้และให้ความสำคัญในการดูแลสายตาและการมองเห็น เพื่อให้สามารถดูแลสายตาและการมองเห็นได้อย่างเหมาะสมและส่งเสริมการพัฒนาคุณภาพชีวิตซึ่งสืบเนื่องจากการมองเห็น

บริษัท เอสซีลอร์ ดิสทริบิวชั่น (ประเทศไทย) จำกัด นำโดย มร.เบอร์นัว มารีรองประธานฝ่ายปฏิบัติการ ประจำภาคพื้นเอเชีย พร้อมด้วย มร.คริสตรอฟ แบริ่ง รองประธานฝ่ายทรัพยากรบุคคล ประจำฝ่ายปฏิบัติการ ภาคพื้นเอเชีย และคณะผู้บริหาร ร่วมกับ ศุภจิตร สิงหนุ รองผู้อำนวยการฝ่ายบริหารการขนส่ง ท่าอากาศยานสนามบินสุวรรณภูมิ จัดกิจกรรมเพื่อสังคม ตรวจวัดสายตาและมอบแว่นสายตาให้กับผู้ขับขี่รถสาธารณะประจำสนามบินสุวรรณภูมิ จำนวนทั้งสิ้น 500 คน ในวันสายตาโลก ณ ลานจอดรถระยะยาว สนามบินสุวรรณภูมิ เมื่อเร็วๆ นี้

กลุ่มบริษัท เอสซีลอร์ เป็นบริษัทที่อยู่ในธุรกิจเกี่ยวกับสายตา โดยมีพันธกิจหลักขององค์กรในการช่วยเสริมสร้างความตระหนักในการดูแลสายตาและการมองเห็นเพื่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตให้ดียิ่งขึ้น โดยในปีนี้ ทางบริษัทได้เล็งเห็นความสำคัญของการดูแลสายตาและการมองเห็นของผู้ขับขี่รถสาธารณะประจำสนามบินสุวรรณภูมิ เนื่องจากผู้ขับขี่รถสาธารณะประจำสนามบินสุวรรณภูมิ เปรียบเสมือนประตูต้อนรับนักท่องเที่ยวและอาคันตุกะที่เดินทางมายังประเทศไทยให้เกิดความประทับใจในบริการ และเพื่อเสริมสร้างความปลอดภัยในการขับขี่ยานพาหนะ ทั้งต่อตัวผู้ขับขี่ ผู้ร่วมทางและผู้คนบนท้องถนน

นอกจากกิจกรรมวัดสายตาในวันสายตาโลกที่จัดขึ้นทุกปีแล้ว เอสซีลอร์ยังมีเลนส์แว่นตาที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคยุคปัจจุบันที่หลากหลาย ทั้งเลนส์แว่นตาตัดแสงสีน้ำเงินอันตรายจากอุปกรณ์ดิจิทัล เลนส์แว่นตาโปรเกรสซีฟ เลนส์แว่นตามัลติโค้ท เลนส์แว่นตาปรับสีตามสภาวะแสง รวมไปถึงวัสดุเนื้อเลนส์แบบโพลีคาร์บอเนตที่มีความเบาบางและทนทาน ด้วยเลนส์แว่นตาที่หลากหลายของเอสซีลอร์จะช่วยตอบสนองความต้องการของผู้ใช้งานได้ตรงจุดมากยิ่งขึ้น เพราะเราเชื่อว่าการดูแลสายตาและการมองเห็นที่ดี จะช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิตให้ดียิ่งขึ้น

‘คาลวิน ไคลน์’ คอลเลคชั่นเพื่อคนวัยทำงาน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/372131

‘คาลวิน ไคลน์’ คอลเลคชั่นเพื่อคนวัยทำงาน

‘คาลวิน ไคลน์’ คอลเลคชั่นเพื่อคนวัยทำงาน

วันพุธ ที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

ในการทำงานของหนุ่ม-สาวยุคใหม่ คงปฏิเสธไม่ได้ว่านอกจากทักษะการบริหารงานที่เป็นเลิศแล้ว ลุคการแต่งกายที่ดูน่าเชื่อถือนั้น นับเป็นองค์ประกอบสำคัญ นอกจากการเลือกแต่งกายด้วยชุดที่เหมาะสมแล้ว การเลือกสวมเครื่องประดับสุดสมาร์ทอย่างนาฬิกาก็เป็นส่วนสำคัญที่จะช่วยเสริมบุคลิกภาพให้กับผู้ที่สวมใส่ได้เป็นอย่างดีโดยแบรนด์แฟชั่นชั้นนำระดับโลก “คาลวิน ไคลน์”(CALVIN KLEIN) ได้อวดโฉมนาฬิกาคอลเลคชั่นล่าสุดที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์หนุ่ม-สาววัยทำงาน

โดยครั้งนี้ “คาลวิน ไคลน์” (CALVIN KLEIN)ได้แนะนำเรือนเวลาหรู 2 คอลเลคชั่น ได้แก่“คาลวิน ไคลน์ ซีดิวซ์” (CALVIN KLEINSeduce) นาฬิกาเรือนสวยที่จะช่วยสร้างเสน่ห์อันน่าจดจำบนข้อมือของหญิงสาว สะท้อนออกมาเป็นงานดีไซน์ที่โดดเด่นด้วยตัวเรือนวงกลมประกบเข้ากับสายข้อมืออันเรียบลื่นและเงางาม ปรับโอบรัดกับทุกขนาดข้อมือของหญิงสาว ผลิตจากสเตนเลสสตีลผสานเข้ากับเรซิ่นในโทนสีคลาสสิกอย่างขาวและดำ ที่ช่วยเพิ่มความเรียบหรูดึงดูดทุกสายตา ที่ผสานความมินิมัลเข้ากับความเฟมินีนได้อย่างลงตัว โดยนาฬิการุ่นนี้สามารถกันน้ำที่ระดับ 30 เมตร

และคอลเลคชั่น “คาลวิน ไคลน์ อินฟินิท ทู”(CALVIN KLEIN Infinite too) เรือนเวลาหรูสำหรับบุรุษ ที่มีดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์คงความคลาสสิกเหนือกาลเวลา โดยมีกระจกหน้าปัดวงกลมผลิตจากแซฟไฟร์ที่ให้ความแข็งแรงทนทานสีของหน้าปัดมีทั้งสีดำ, สีขาว และสีน้ำเงินล้อมกรอบตัวเรือนด้วยสีสเตนเลสสตีลขัดเงาและสี PVD Pink Gold ซึ่งนาฬิกาสำหรับสุภาพบุรุษนี้จับคู่มาพร้อมกับสายหนังจระเข้สีดำและสีน้ำตาลในลุคสุดหรู และสายสเตนเลสสตีลขัดเงาในลุคสุดคลาสสิก สร้างคาแร็กเตอร์ที่เปี่ยมไปด้วยเอกลักษณ์แห่งความเรียบโก้ได้อย่างลงตัว

คุณแหน : 24 ตุลาคม 2561

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/372170

คุณแหน : 24 ตุลาคม 2561

วันพุธ ที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

ll เขาส่งกันมา จึงขอนำมาแบ่งปัน“สายสัมพันธ์มิมีวันลืมเลือน วันที่ 13 ตุลาคม ซึ่งตรงกับวันอภิเษกสมรสของสมเด็จพระราชาธิบดีจิกมี เคเซอร์นัมเกล วังชุก“กษัตริย์จิกมี”แต่พระองค์ท่านมิได้จัดงานฉลองรื่นเริงใดๆ แต่ทรงจัดงานไว้อาลัยรำลึกในหลวง ร.9ของเรา ด้วยแสงเทียนเป็นจำนวนมาก ขอจงทรงพระเจริญ ทรงเป็นมิ่งขวัญแก่พสกนิกรชาวภูฏาน และทรงเป็นที่รักยิ่งของชนชาวไทยอีกพระองค์หนึ่ง”…

llทิพาพรรณ แตงน้อย เตรียมตัวรับหลานแฝดที่จะลืมตามาดูโลกเร็วๆ นี้ผลิตผลของลูกสาวชื่อนามสกุลยาวเป็นกิโล“คริสฐาพราว อภิเทศสุรทัณฑ์”…

ll รณชิต-พญ.ศรีกร จินะดิษฐ์ บินไปฉลองครบรอบแต่งงาน 15 ปีที่สวิตเซอร์แลนด์ ฝ่ายเจ้าบ่าวในอดีต ต้องเดี้ยง ถือไม้เท้าเดินเที่ยว เพราะไปสะดุดถนนที่เป็นหินล้มตึง เลยอดเที่ยว พักจิบไวน์ 1 วัน ฉลอง 15 ปี ของชีวิตคู่…

llม.ล.ชัยนิมิตร นวรัตน ขอแจ้งเพื่อทราบว่า เดิมใช้เฟซบุ๊คเพื่อเผยแพร่เรื่องที่เคยเขียนลงสกุลไทย มาลงให้อ่านกันฟรีๆ หลังจากสำนักพิมพ์ปิดตัวไป หวังให้เป็นวิทยาทาน ไม่ได้ตั้งใจจะมาแนวที่กำลังทำนี้เลย มันเป็นความบังเอิญแท้ๆที่เกิดไปอ่านเรื่องยากๆ ที่ผู้บริหารทอท.แถลงมา แล้วเข้าใจตรงกันข้ามกับที่เขาต้องการจะให้คนไทยเชื่อ…

llวนิชา เทานอก พาลูกสาวคนสวยพลอย วาเลนตินา กลับมาจากอิตาลีแล้ว เริ่มกิจกรรมแวะเยี่ยมเยียน คุณตา-คุณยายที่บ้านพักคนชราพร้อมของฝากนมและขนมหวาน ที่บ้านสงเคราะห์คนชราโคราช ได้เห็นชีวิตอีกแบบของคนชราที่นี่…ไม่ได้รักเด็กอย่างเดียวรักคนแก่ด้วย…

ll 3 คู่ชู้ชื่น ธีระชัย-จิราพรเชมนะสิริ,นพพร-พรทิพา พิชา,ยุทธ จันทรา-อมรา ศิลปิกุล พากันท่องแคนาดา อเมริกากันอย่างสนุกสนาน ฝ่ายหญิงได้รับสมญาว่าสามแม่ครัวแล้วเพราะเข้าครัวแสดงฝีมือแทบทุกวันในขณะที่ฝ่ายชายก็ง่วนอยู่กับการท่องโลกไซเบอร์ตามอัธยาศัย…

ll ชวนกันไปอุดหนุน“ข้าวต้มเจ๊จิ๋ม”ที่ตลาดชะอำ ข้าวต้มทะเลสดๆ มี เชน ลูกชายที่เป็นนายตำรวจ เมื่อตอนเล็กๆ มาอยู่ช่วยแม่เสมอ พอเป็นนายร้อยก็มาตอนวันหยุด นี่เป็นนายพันก็ยังเห็นมาเป็นประจำทำข้าวต้ม บริการลูกค้าเอง เคยเห็นบริการพวกตำรวจยศจ่ากับนายสิบที่มากินขอชมว่า เจ๊จิ๋ม สอนลูกมาดี และรู้จักช่วยแม่ทำมาหากิน ตำรวจแบบนี้หายากในนาทีนี้…ll

หนูภาฯ

โปรมูสิกา นำเสนอคอนเสิร์ต ‘BUDDING ARTISTS’ บรรเลงเพลงคลาสสิกจากนักเปียโนรุ่นเยาว์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/372132

โปรมูสิกา นำเสนอคอนเสิร์ต ‘BUDDING ARTISTS’ บรรเลงเพลงคลาสสิกจากนักเปียโนรุ่นเยาว์

โปรมูสิกา นำเสนอคอนเสิร์ต ‘BUDDING ARTISTS’ บรรเลงเพลงคลาสสิกจากนักเปียโนรุ่นเยาว์

วันพุธ ที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

วิชมัย นุกูลวุฒิโอภาส

โปรมูสิกา วงเชมเบอร์ออเคสตราชั้นนำที่เก่าแก่ที่สุดของประเทศไทยมีผลงานการแสดงให้ได้ชมกันอย่างต่อเนื่องทั้งคอนเสิร์ตซีรี่ส์โดยนักดนตรีของวงและแขกรับเชิญสุดพิเศษที่มาร่วมบรรเลงบนเวทีการแสดง ในครั้งนี้เป็นการร่วมบรรเลงเพลงคลาสสิก โดยนักเปียโนรุ่นเยาว์เจ้าของรางวัลการันตีความสามารถจากหลายเวที ทั้งในประเทศไทยและระดับนานาชาติ รวมถึงได้มีโอกาสขึ้นแสดงในฮอลล์แสดงดนตรีระดับโลก ภายใต้การสอนของดร.พรพรรณ บรรเทิงหรรษา (Dr.Orn Studio) และ ดร.คริสโตเฟอร์ แมคคิแกนจากสถาบัน Piano Academy of Bangkok สองนักเปียโนระดับแนวหน้าของประเทศไทย อาทิ

ภัสชา เลี้ยววัฒนา

อริยา เหล่าธิติพงศ์ นักเปียโนมากประสบการณ์ เคยได้รับรางวัลมากมาย อาทิ รางวัลการแข่งขันระดับโลกที่สร้างคนดนตรีรุ่นใหม่อย่างอินเตอร์เนชั่นแนล ฟรานซ์ ลิสซ์ต คอมเพททิชั่น ยัง ปิแองนิสต์ (Inter-national FRANZ LISZT Com-petition for Young Pianists) จัดโดยมหาวิทยาลัยดนตรี ฟรานซ์ ลิสซ์ต สถาบันดนตรีที่มีชื่อเสียงของเยอรมนี, ทรินนิตี้ จันทรัช นักเปียโนดาวรุ่ง เจ้าของรางวัลชนะเลิศจากเวทีการแข่งขันโอซากา มิวสิค คอมเพททิชั่นครั้งที่ 19, ภูณ อนันตประกร นักดนตรีฝีมือเยี่ยมเจ้าของรางวัลชนะเลิศอันดับ 1รุ่นอายุ 10-14 ปี จากรายการแข่งขันคาวาอิ มิวสิค คอมเพททิชั่น แบ็งคอก (Kawai Music Competition),พสิษฐ์ วัฒนาเลขาวงศ์ นักเปียโนผู้ชนะรางวัลระดับโลกรางวัล จูเนียร์ เวิลด์ แชมเปี้ยน อินสตรูเม้นท์ ไพร์ซ (Junior World Champion Instrumentalist Prize) จากรายการ World Championships of Performing Arts 2018 (WCOPA) ณ กรุงลอสแองเจลิส ประเทศสหรัฐอเมริกา, วีร์ทิวัตถ์ศิริวัฒนากร หนุ่มน้อยอนาคตไกล ผู้ชนะรางวัลระดับนานาชาติ มีคะแนนสูงสุด จากรายการ สิงคโปร์ เปียโน อินเตอร์เนชั่นแนล มิวสิค คอมเพททิชั่น 2018 (1st FIRST PRIZE (Highest Score), The 2nd Singapore Piano Inter-national Music Competition 2018),วิชมัย นุกูลวุฒิโอภาส เจ้าของรางวัลชนะเลิศจากการแข่งขันฮ่องกง-เอเชีย โอเพ่น เปียโน คอมเพททิชั่นครั้งที่ 20 (recently won a 1st prize at the 20th Hong Kong-Asia Open Piano Competition.), ภัสชาเลี้ยววัฒนา สาวน้อยมหัศจรรย์ผู้ชนะรางวัลแกรนด์ ไพรซ์ วินเนอร์ (Grand Prize Winner) จากการแข่งขันยังอาร์ทิสต์ มิวสิค คอนเทสต์(YOUNG ARTIST MUSIC CONTEST) ณ วิทยาลัยดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดล เมื่อเดือนมิถุนายน 2561

พสิษฐ์ วัฒนาเลขาวงศ์

การแสดงครั้งนี้ นักเปียรุ่นเยาว์จะพาทุกคนโลดแล่นไปกับบทเพลงจากหลากหลายยุคตั้งแต่ศตวรรษที่ 17 จนถึงศตวรรษที่ 20 อย่างเต็มอิ่มเริ่มตั้งแต่บทเพลงอันละเอียดอ่อนและเต็มไปด้วยความสดใสจากบทประพันธ์โซนาตาสำหรับเครื่องคีย์บอร์ดของโดเมนิโค สการ์ลาตตี ซึ่งเป็นตัวแทนในยุคบาโรก ไปสู่หนึ่งในผลงานชิ้นเอกอันน่าประทับใจแห่งยุคคลาสสิก “Rage Over a Lost Penny” ของเบโทเฟน ติดตามมาด้วยบทเพลงยอดนิยมจากยุคโรแมนติก Ballade in G minor และ Scherzo No.1 และ No.3 ผลงานประพันธ์ของโชแปง

คอนเสิร์ต “BUDDING ARTISTS” จะจัดขึ้น ณ สยามสมาคมซึ่งคอนเสิร์ตครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของ Pro Musica Concert Series ในวันพุธที่31 ตุลาคม 2561 เวลา 19.00 น. บัตรราคา 600 บาท และ 100 บาท สำหรับนักเรียน และนิสิต นักศึกษา (กรุณาแสดงบัตรเพื่อรับสิทธิ์) ท่านสามารถสำรองที่นั่งและสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 02-6616470-3 หรือE-MAIL:INFO@SIAM-SOCIETY.ORG และ PROMUSICA.BKK@GMAIL.COM

ทรินนิตี้ จันทรัช

เคทีซีเปิดตัวพ็อกเก็ตบุ๊ครวม 50 ร้านอาหารระดับพรีเมียม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/372133

เคทีซีเปิดตัวพ็อกเก็ตบุ๊ครวม 50 ร้านอาหารระดับพรีเมียม

เคทีซีเปิดตัวพ็อกเก็ตบุ๊ครวม 50 ร้านอาหารระดับพรีเมียม

วันพุธ ที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

เอาใจนักชิม ประณยา นิถานานนท์ผู้อำนวยการ-ธุรกิจบัตรเครดิต “เคทีซี”หรือ บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน)เปิดตัวพ็อกเก็ตบุ๊ค “KTC Cultural Dining Experience” หนังสือที่รวบรวมและคัดสรรร้านอาหารระดับพรีเมียมและร้านอาหารที่ได้รับรางวัลจากมิชลินไกด์ 2018 รวมทั้งสิทธิประโยชน์เพื่อสมาชิกบัตรเครดิตเคทีซีโดยเฉพาะเพียงใช้จ่ายผ่านบัตรฯ รับส่วนลดสูงสุด20% และเมนูพิเศษ ตั้งแต่วันนี้-31มีนาคม 2562

หนังสือ “KTC Cultural Dining Experience” จัดทำขึ้นภายใต้แนวคิดที่ว่าอาหารเป็นสัญลักษณ์แห่งความอุดมสมบูรณ์ของเชื้อชาติ ศาสนา และวัฒนธรรม บอกเล่าและสะท้อนความเป็นชาติได้ดีกว่าคำอธิบายใดๆ พ็อกเก็ตบุ๊คเล่มนี้ให้ทั้งความสนุกและเพลิดเพลินไปกับเรื่องราวเนื้อแท้ของอาหารจากวัฒนธรรมที่แตกต่างทั้งจากโลกฝั่งตะวันตกและตะวันออก อาทิ ร้านเพสท์แบงคอก (Paste Bangkok) / ร้านเสน่จันทน์ /ร้านคั่วกลิ้งผักสด / ร้านอัพสแตร์ส แอทมิคเคลเลอร์ แบงคอก (Upstair atMikkeller Bangkok) / ร้านเล็นซี่ ทัสคันคิทเช่น (Lenzi Tuscan Kitchen) / ร้านมอซซา บาย โคคอต (Mozza by Cocotte) / ร้านซูชิ อิชิซู (SushiIchizu) / ร้านริวนาเบะ (Ryunabe Bangkok) และร้านซิน เทียน ตี้ (Xinn Tien Di)

พ็อคเก็ตบุ๊ค “KTC Cultural Dining Experience” จัดพิมพ์ครั้งแรกจำนวน 5,000 เล่ม สำหรับสมาชิกบัตรเครดิตเคทีซี วีซ่า อินฟินิท / เคทีซี – เคทีบีพรีเชียส วีซ่า อินฟินิท และเคทีซี เอ็กซ์วีซ่า ซิกเนเจอร์ ที่มียอดใช้จ่ายสูงสุด (Top Spender) ในรอบปีที่ผ่านมาโดยสมาชิกและผู้ที่สนใจสามารถดาวน์โหลดเป็นอีบุ๊คฟรีได้ที่ www.ktc.co.th/ktcculturaldiningexperience

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ KTC PHONE 02-1235000 เว็บไซต์ http://www.ktc.co.th หรือสมัครบัตรเครดิตได้ที่ศูนย์บริการสมาชิก “เคทีซี ทัช” ทุกสาขาทั่วประเทศ หรือคลิกลิงค์เพื่อสมัครบัตรเครดิตได้ที่นี่: http://bit.ly/2uPcS19

ส่องอนาคตทิศทางการดูแลสุขภาพ 10 ปีข้างหน้า เอเชียมีค่าใช้จ่ายผู้สูงอายุเพิ่ม 5 เท่า

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/371927

ส่องอนาคตทิศทางการดูแลสุขภาพ 10 ปีข้างหน้า เอเชียมีค่าใช้จ่ายผู้สูงอายุเพิ่ม 5 เท่า

ส่องอนาคตทิศทางการดูแลสุขภาพ 10 ปีข้างหน้า เอเชียมีค่าใช้จ่ายผู้สูงอายุเพิ่ม 5 เท่า

วันอังคาร ที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

เตรียมความพร้อมเพื่อรับมือกับเฮลต์แคร์ในอนาคตของเอเชีย ส่องอนาคตทิศทางการดูแลสุขภาพ วงการดูแลสุขภาพกำลังเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ในอีก 10 ปีข้างหน้า คาดว่าเอเชียจะมีค่าใช้จ่ายสำหรับประชากรผู้สูงอายุเพิ่มขึ้นถึง 5 เท่า อีกทั้งการขยายตัวของจำนวนประชากรสูงวัยร่วมกับความแพร่หลายของโรคไม่ติดต่อ (non-communicable diseases) เป็นปัจจัยที่ทำให้การจัดสรรทรัพยากรด้านการดูแลสุขภาพเพื่อให้เพียงพอต่อความต้องการที่เพิ่มสูงขึ้นนั้นเป็นเรื่องท้าทายอย่างต่อเนื่อง

ในทศวรรษหน้าคนเอเชียจะป่วยเป็นโรคเรื้อรังต่างๆ มากขึ้น อาทิ โรคมะเร็ง โรคหัวใจและหลอดเลือด รวมไปถึงโรคเบาหวาน ซึ่งสิ่งนี้ส่งผลให้ระบบการดูแลสุขภาพทั่วทั้งเอเชียแปซิฟิกนั้นต้องสั่นคลอน เป็นที่คาดการณ์ว่าจะมีผู้ป่วยด้วยโรคเบาหวานในเอเชียเป็นจำนวนสูงถึง 350 ล้านคนภายในปี 2040 ซึ่งถือว่าเพิ่มขึ้นราว 110 ล้านคน ภายในระยะเวลาเพียงแค่ประมาณ 20 ปีเท่านั้น และภายในปี 2025 ราว 80% ของการเสียชีวิตของประชากรในประเทศที่พัฒนาแล้วในเอเชียจะเกิดจากโรคไม่ติดต่อทั้งนี้ จะยังคงพบการขยายตัวของโรคควบในกลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่ด้วยเช่นกัน

ทั้งนี้ เราจะเห็นได้ว่าจำนวนประชากรผู้สูงอายุในเอเชียยังคงเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยคาดว่าภายในปี 2030 เอเชียจะมีค่าใช้จ่ายสำหรับผู้สูงอายุเพิ่มขึ้นถึงห้าเท่าเมื่อเทียบกับค่าใช้จ่ายสำหรับผู้สูงอายุในปี 20153 สิ่งนี้จะเพิ่มความยุ่งยากให้กับระบบเศรษฐกิจและการดูแลรักษาสุขภาพของทั่วทั้งเอเชีย สำหรับในประเทศไทยแนวโน้มของจำนวนประชากรสูงวัยที่เพิ่มขึ้นจะส่งผลให้ค่าใช้จ่ายในเรื่องการดูแลรักษาสุขภาพสูงขึ้นตามไปด้วยอย่างไม่ต้องสงสัย ซึ่งจะส่งผลกระทบให้ขนาดของเศรษฐกิจไทยภายในทศวรรษหน้าลดลงราว -4.4% อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ขณะที่ในภาพรวม กลุ่มชนชั้นกลางในเอเชียจะยังคงเติบโตรวดเร็วอย่างต่อเนื่องทั้งนี้ 88% ของกลุ่มชนชั้นกลางที่เพิ่มขึ้นมาใหม่จากจำนวนหนึ่งพันล้านคนทั่วโลกจะอยู่ในเอเชีย โดยส่วนมากจะอยู่ในจีนและอินเดีย ภายในปี 2030 กลุ่มชนชั้นกลางรวมจำนวนถึงสองในสามของทั่วโลกอาจจะอยู่ในเอเชีย ผลักดันให้ความต้องการด้านเฮลต์แคร์ที่มีคุณภาพเพิ่มสูงขึ้น

การสนองตอบความต้องการดังกล่าวข้างต้นนั้นเป็นเรื่องท้าทาย ในอีก 10 ปีข้างหน้าภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกจะขาดแคลนบุคลากรด้านการดูแลรักษาสุขภาพเกือบถึง 18 ล้านคน ซึ่งปัญหานี้จะยิ่งแย่ลง เนื่องจากขาดระบบบริหารจัดการด้านสาธารณสุขที่มีประสิทธิภาพ ขาดความพร้อมทางด้านโครงสร้างพื้นฐาน และมีงบประมาณในด้านการดูแลรักษาสุขภาพที่จำกัด โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในกลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่ช่องว่างระหว่างอุปสงค์และอุปทานนี้คาดว่าจะยิ่งขยายขึ้นเรื่อยๆ ทุก ๆ ปี

เพื่อรับมือกับความท้าทายนี้ ผู้ให้บริการด้านเฮลต์แคร์และทั่วทั้งภาคอุตสาหกรรมเฮลต์แคร์ จำเป็นต้องปรับเปลี่ยนต้นแบบธุรกิจใหม่โดยการใช้เทคโนโลยีนวัตกรรม เพื่อมอบการดูแลรักษาสุขภาพที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น และทั่วถึงมากยิ่งขึ้น โดยในเรื่องนี้ หลายประเทศได้ริเริ่มดำเนินโครงการ SmartHealth ไปบ้างแล้วในหลายๆ ส่วน

ความริเริ่มหลายประการภายใต้โครงการนี้มีความมุ่งหวังเพื่อที่จะย้ายงานบริการดูแลรักษาสำหรับโรคเรื้อรังจากโรงพยาบาลไปสู่ชุมชน เพื่อให้เข้าถึงและใกล้กับผู้ป่วยมากขึ้น ซึ่งไม่เพียงจะเป็นการลดปัญหาความคับคั่งของผู้คนในโรงพยาบาลเท่านั้น แต่ยังช่วยลดค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษาสุขภาพ และตอบโจทย์ความต้องการของผู้ป่วยได้ดีขึ้นอีกด้วย สิ่งนี้เกิดขึ้นได้ด้วยนวัตกรรมทางเทคโนโลยีดิจิทัลและความพร้อมในเรื่องแพลตฟอร์ม ซึ่งแพลตฟอร์มที่มีใช้กันอย่างแพร่หลายก็คือ mHealth (Mobile Health) ที่ช่วยให้แพทย์สามารถตรวจวินิจฉัยโรคของผู้ป่วยได้ผ่านทางสมาร์ทโฟน ซึ่งในอนาคตคาดว่า 40% ของการตรวจระหว่างแพทย์และคนไข้จะเปลี่ยนจากการต้องเห็นหน้ากันจริงๆ มาเป็นทางดิจิทัลผ่าน mHealth ทั้งนี้ รวมไปถึงการวินิจฉัยโรคแบบทางไกลด้วย

อีกหนึ่งแนวโน้มที่น่าสนใจในเรื่องบริการดูแลรักษาสุขภาพคือ โรงพยาบาลอินเตอร์เน็ต (Internet Hospitals) ซึ่งเห็นได้ชัดในสหรัฐอเมริกาและในจีน ต้นแบบธุรกิจนี้เป็นการส่งมอบบริการด้านเฮลต์แคร์ในรูปแบบดิจิทัล ยกเว้นในกรณีที่ต้องมีการผ่าตัด หรือในกรณีฉุกเฉิน ที่คนไข้ยังคงต้องพบแพทย์ที่โรงพยาบาล แนวโน้มนี้เติบโตพัฒนาไปอย่างรวดเร็วทั่วภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ซึ่งในเกาหลีใต้และออสเตรเลียก็กำลังวางแผนพิจารณาใช้ต้นแบบเดียวกันนี้

แม้ว่าจะมีการนำต้นแบบต่างๆ หลายตัวไปประยุกต์ใช้แล้ว แต่สภาพการณ์ของการดูแลรักษาสุขภาพนั้นมีการปรับเปลี่ยนได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งจะสร้างทั้งความท้าทายและโอกาสใหม่ๆ อยู่เสมอ เพื่อให้เข้าใจในเรื่องนี้อย่างลึกซึ้ง โรช ไดแอกโนสติกส์เอเชียแปซิฟิก จึงได้ทำการศึกษาวิจัยอย่างละเอียดในเรื่องอนาคตของทิศทางการดูแลรักษาสุขภาพในเอเชียแปซิฟิก โดยเน้นเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของการวินิจฉัยภายนอกร่างกาย (in vitrodiagnostics, IVD)

การศึกษานี้เกิดขึ้นได้ด้วยความร่วมมือของหลายภาคส่วน ทั้งภายในและภายนอกอุตสาหกรรมเฮลต์แคร์ในหลายประเทศทั่วเอเชีย โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความเข้าใจว่ารูปแบบการดูแลรักษาสุขภาพในอุดมคตินั้นควรเป็นเช่นไร ทำอย่างไรทุกคนจึงจะสามารถรับบริการได้อย่างทั่วถึง มีคุณภาพสูง ในราคาที่ไม่ไกลเกินเอื้อม การศึกษานี้ยังเจาะลึกลงไปอีกว่าสิ่งใดเป็นปัจจัยที่จะเสริมให้ผู้ป่วยสามารถเดินทางเข้าสู่ดินแดนแห่งการแพทย์ในอุดมคติ หรือ “Clinical utopia” ได้อย่างราบรื่น นอกจากนี้ ยังได้ศึกษาทบทวนถึงระบบการดูแลรักษาสุขภาพในเอเชีย ตลอดจนทิศทางในอีก 10 ปีข้างหน้า เพื่อก้าวเข้าสู่ Clinical utopia

โจซิกา ฮาไบจานิก ผู้จัดการประจำประเทศของโรช ไดแอกโนสติกส์ ฟิลิปปินส์ ซึ่งเป็นหัวหอกของงานวิจัยชิ้นนี้เมื่อครั้งยังคงดำรงตำแหน่งเป็นหัวหน้าฝ่ายพัฒนากลยุทธ์ประจำโรช ไดแอกโนสติกส์ เอเชียแปซิฟิก กล่าวว่า “การศึกษาในเรื่อง Clinical utopia นี้ทำให้เราเข้าใจถึงปัจจัยต่างๆ ที่มีบทบาทและส่งผลกระทบต่ออนาคตของการดูแลรักษาสุขภาพ แนวโน้มใหม่ๆ ที่เกิดขึ้นจะเป็นตัวกำหนดทิศทางและสร้างภาพให้เห็นว่าอนาคตจะเป็นเช่นไร ซึ่งเราเองก็ต้องการที่จะทำแผนที่ประกอบเพื่อเป็นแนวทางว่าถนนที่มุ่งสู่ Clinical utopia นั้นเป็นอย่างไร มีผลกับเรา ลูกค้าของเรา และส่วนอื่นๆ ในภาคอุตสาหกรรมเดียวกับเราอย่างไรบ้าง

อย่างไรก็ตาม สุดท้ายแล้วระดับความสามารถในการปรับใช้เทคโนโลยีให้เกิดประโยชน์เต็มประสิทธิภาพของเราจะเป็นเครื่องกำหนดอนาคตของเราในเรื่องการดูแลรักษาสุขภาพในปัจจุบันผู้ป่วยสามารถเข้าถึงบริการได้ง่ายขึ้น และต้องการบริการที่ดีขึ้น ซึ่งแนวโน้มนี้จะยังคงอยู่ตลอดไป ทำให้แนวคิดการพัฒนาที่ให้ผู้ป่วยเป็นศูนย์กลางนั้นกลายมาเป็นหัวใจสำคัญสู่การสร้างสรรค์นวัตกรรมและการส่งมอบบริการด้านเฮลต์แคร์ที่ดีขึ้นเรื่อยๆ สำหรับทั้งในวันนี้และในวันหน้า”