กวินนาถ ยันชัด มติอนาคตใหม่ ขับพ้น ส.ส. #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/410674?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=politic

กวินนาถ ยันชัด มติอนาคตใหม่ ขับพ้น ส.ส.

15 มกราคม 2563 – 15:30 น.
กวินนาถ,อนาคตใหม่,ขับพ้นพรรค
เปิดอ่าน 221 ครั้ง

“กวินนาถ” ยันชัด มติพรรค ขับพ้น ส.ส. เผยเว็บไซต์ อนค.ระบุชัดเจน

เมื่อวันที่ 15 ม.ค. 2563 – ที่รัฐสภา เกียกกาย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จ.ชลบุรี พรรคพลังท้องถิ่นไท นางสาวกวินนาถ ตาคีย์ ให้สัมภาษณ์กรณีพรรคอนาคตใหม่ ไม่แจ้งมติขับออกจาก ส.ส. ต่อ กกต. โดยระบุว่า การลงมตินั้นต้องมีการแจ้งล่วงหน้าก่อน เพื่อนัดแนะผู้ที่ต้องเข้าประชุม และตามที่เคยปฏิบัติมาหากองค์ประชุมไม่ครบ จะไม่มีการประชุมเกิดขึ้น ดังนั้นจะอ้างว่าไม่ตรวจสอบการประชุมไม่ได้ ทั้งนี้ส่วนตัวไม่มองในเรื่องเจตนาแต่คิดว่ามติดังกล่าวออกมาสมบูรณ์แล้ว

นอกจากนี้ นางสาวกวินนาถ ยังไม่สามารถเข้าระบบคอมพิวเตอร์ของพรรคอนาคตใหม่ ที่สงวนสิทธิให้เฉพาะสมาชิกหลังถูกขับออกจากพรรคฯอีกด้วย ทั้งนี้ยังพบอีกว่าในเว็ปไซต์ของพรรคอนาคตใหม่ มีการระบุชัดเจนว่า นางสาวกวินนาถ ถูกขับออกโดยมติพรรค ซึ่งถือว่าเป็นที่ชัดเจนก่อนที่จะตัดสินใจหาสังกัดพรรคการเมืองอื่น ภายใน 30 วัน ตามที่กฎหมายกำหนด

โดย นางสาวกวินนาถ ยังยืนยันด้วยว่า ได้ยื่นเรื่องต่อนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร และคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ให้ทราบเรื่องว่าตนย้ายมาสังกัดพรรคพลังท้องถิ่นไทยเรียบร้อยแล้ว

สว.นัดพิจารณา ร่างกม.งบฯ63 วันที่ 21 ม.ค. #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/410660?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=politic

สว.นัดพิจารณา ร่างกม.งบฯ63 วันที่ 21 ม.ค.

15 มกราคม 2563 – 15:00 น.
สว,พิจารณาร่างกมงบฯ63,คมชัดลึก
เปิดอ่าน 67 ครั้ง

สว.นัดพิจารณา ร่างกม.งบฯ63 วันที่ 21 ม.ค.เบื้องต้นมีจำนวน 41 คน แสดงเจตจำนงขออภิปราย

รัฐสภา – 15 มกราคม 2563 -นายคำนูณ สิทธิสมาน ส.ว. ฐานะโฆษกคณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการวุฒิสภา (วิปวุฒิสภา) แถลงว่า วุฒิสภา เตรียมนัดประชุมเพื่อพิจารณา ร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2563 วงเงิน 3.2 ล้านล้านบาท หลังจากที่สภาฯ เห็นชอบในเนื้อหาแล้ว วันที่ 21 มกราคมนี้

เบื้องต้นมี ส.ว. จำนวน 41 คน แสดงเจตจำนงขออภิปราย ซึ่งวิปวุฒิสภากำหนดเวลาให้อภิปรายคนละ 10 นาที ทั้งนี้ คาดว่าจะใช้เวลาพิจารณาถึง 20.00 น. และลงมติต่อไป ทั้งนี้ ในวันดังกล่าวรัฐบาลได้ส่งนายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการคลัง เข้าร่วมประชุม.

รัฐบาล ลั่น แล้งนี้ต้องรอด โวมีน้ำอุปโภคบริโภคใช้แน่ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/410656?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=politic

รัฐบาล ลั่น แล้งนี้ต้องรอด โวมีน้ำอุปโภคบริโภคใช้แน่

15 มกราคม 2563 – 14:46 น.
ภัยแล้ง,แล้งนี้ต้องรอด,คมชัดลึก
เปิดอ่าน 92 ครั้ง

โฆษกรัฐบาล ลั่น แล้งนี้มี “น้ำกิน-น้ำใช้” แน่ เผย “บิ๊กตู่” กำชับแก้ยั่งยืน ไม่ใช่ทำปีต่อปี ด้าน “สทนช.” โว แล้งนี้ต้องรอด

              15 ม.ค.2563 – โฆษกรัฐบาล ลั่น แล้งนี้มี “น้ำกิน-น้ำใช้” แน่ เผย “บิ๊กตู่” กำชับแก้ยั่งยืน ไม่ใช่ทำปีต่อปี “สทนช.” โว แล้งนี้ต้องรอด “บิ๊กป้อม” จ่อ นำถก บูรณาการงบฯ63 เฉียด 6 หมื่นล้าน ชี้ ปี 64 ต้องบูรณาการแหล่งน้ำให้ได้ 

ที่ทำเนียบรัฐบาล นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมการประชาสัมพันธ์และสร้างการรับรู้การแก้ปัญหาภัยแล้ง โดยภายหลังการประชุม นางนฤมล แถลงภายหลังการประชุมว่า จากนี้จะมีการแถลงข่าวทุกวันจันทร์และพฤหัสบดี เพื่อให้ข้อมูลกับประชาชน และรัฐบาลยืนยันน้ำอุปโภคและบริโภคจะมีใช้ตลอดทั้งปี ส่วนน้ำทำการเกษตรนั้น หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะรณรงค์ขอความร่วมมือเกษตรกร เพื่อสร้างการรับรู้ต่อไปและจะมีการเร่งรัดการเบิกจ่ายงบกลางในการดำเนินโครงการแก้ปัญหาภัยแล้งกว่า 2,000 โครงการ นอกจากนี้นายกรัฐมนตรี ได้กำชับเรื่องการแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืนไม่ใช่เฉพาะปีต่อปีหรือแก้เฉพาะหน้า

ด้านนายสมเกียรติ ประจำวงษ์ เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ(สทนช.) กล่าวว่า สถานการณ์น้ำในปัจจุบันพบว่ามีผลกระทบบางพื้นที่ ตอนนี้ความพยายามบูรณาการจากหลายหน่วยงานเริ่มดำเนินการแล้ว โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการแก้ปัญหาระยะสั้น”แล้งนี้ต้องอยู่รอด” รวมถึงมาตการแก้ระยะกลางระยะยาว ขณะเดียวกันพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ย้ำว่าต้องมีน้ำปะปาใช้ไปตลอดฤดูแล้ง อย่างไรก็ตามขณะนี้มีเขตประสบภัยแล้งแล้ว 18 จังหวัด นอกจากนี้มีพื้นที่เสี่ยง 31 จังหวัดที่หากไม่เตรียมแผนรองรับหรือไม่มีการดำเนินการใดๆ ก็จะเกิดภัยแล้งได้

นายสมเกียรติ กล่าวว่า อย่างไรก็ตามในพื้นที่เขตกรุงเทพฯและปริมณฑลที่อยู่ในเขตการประปานครหลวงมีปัญหาน้ำเค็มรุกล้ำ แต่ได้มีการแก้ปัญหาโดยการผันน้ำจากแม่กลองขับไล่น้ำเค็มรุกล้ำเจ้าพระยาให้กลับสู่ปกติทำให้น้ำอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานแล้ว นอกจากแผนระยะสั้นแล้วยังมีแผนงานที่ต้องดำเนินการต่อโครงการขนาดใหญ่วงเงินเกิน 1,000 ล้านบาท รวม 57 โครงการ เพิ่มน้ำต้นทุน 4,398 ล้าน ลบ.ม. พื้นที่รับผลประโยชน์ 7.34 ล้านไร่

“สถานการณ์ต่างๆ ขณะนี้เป็นการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า และปัญหาระยะยาว โดยสัปดาห์หน้าพล.อ.ประวิตร จะนั่งหัวโต๊ะเป็นประธานการประชุมงบบูรณาการแก้ไขปัญหาน้ำทั้งหมดที่ได้รับการจัดสรรในงบประมาณปี 63 เกือบ 6 หมื่นล้านบาท และในปี 64 จะวางรากฐานแหล่งน้ำให้ได้ โดยมีโครงการขนาดใหญ่ เพื่อแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน นอกจากนี้ พล.อ.ประยุทธ์ มีบัญชาอย่างชัดเจนให้ทุกหน่วยงานดำเนินการแก้ปัญหาแบบนี้ โดยสั่งการพิเศษว่าในระยะ 10 วัน ต้องรู้ผลแก้ปัญหาไปถึงไหนอย่างไรบ้าง” เลขาธิการ สทนช. กล่าว

ศรีสุวรรณ มาตามนัด ร้องสอบ 32 พรรคกู้เงิน #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/410652?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=politic

ศรีสุวรรณ มาตามนัด ร้องสอบ 32 พรรคกู้เงิน

15 มกราคม 2563 – 14:39 น.
ศรีสุวรรณ,32 พรรคกู้เงิน,ร้องสอบ
เปิดอ่าน 161 ครั้ง

“ศรีสุวรรณ”ยื่นร้อง กกต.สอบงบการเงิน 32 พรรคหลังปรากฏรายการเงินกู้-เงินยืม-เงินทดรองจ่าย ในงบการเงินพรรค ชี้หากเข้าข่ายผิด ม.72 ต้องส่งเรื่องให้ศาลรธน.ยุบพรรค

คลิปที่ 1

สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) -15 ม.ค.2563 นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เข้ายื่นคำร้องให้ กกต. ตรวจสอบกรณี นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการ กกต.ออกมาเปิดเผยข้อมูลว่ามีพรรคการเมืองจำนวน 34 พรรค ที่ปรากฏรายการกู้เงินในเอกสารงบการเงินของพรรคประจำปี 2561

แต่เนื่องจาก พรรคไทยรักษาชาติถูกศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยให้ยุบพรรคไปแล้ว และพรรคอนาคตใหม่ กกต.ได้ส่งคำร้องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยแล้ว วันนี้ตนจึงยื่นเรื่องให้ กกต.ตรวจสอบพรรคการเมือง 32 พรรคที่เหลือ ได้แก่ พรรคพลังศรัทธา, พรรคพลังชาติไทย, พรรคไทยธรรม, พรรครวมพลังประชาชาติไทย, พรรครวมใจไทย, พรรคประชาธิปไตยใหม่, พรรคเพื่อสหกรณ์ไทย, พรรคพลังไทยรักชาติ, พรรคเมืองไทยของเรา, พรรคเพื่อชีวิตใหม่, พรรคเงินเดือนประชาชน, พรรคไทรักธรรม, พรรคพลังประชาธิปไตย, พรรคครูไทยเพื่อประชาชน, พรรคพลังท้องถิ่นไท, พรรคชาติพัฒนา, พรรคพลังไทยรักษาชาติ,  พรรคเพื่อสันติ, พรรคพลังประชาธิปไตย, พรรคพลังชล, พรรคพลังสหกรณ์, พรรครักษ์ผืนป่าประเทศไทย, พรรคพลังคนกีฬา, พรรคเพื่อธรรม, พรรคเพื่อไทย, พรรคชาติไทยพัฒนา, พรรคอนาคตไทย, พรรคภูมิใจไทย, พรรคประชากรไทย, พรรคมหาชน และพรรคความหวังใหม่


นายศรีสุวรรณ กล่าวอีกว่า ขอให้ กกต.ตรวจสอบว่าทั้ง 32 พรรคการเมืองดังกล่าวเข้าข่ายฝ่าฝืนมาตรา 62 ของพ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ.2560 หรือไม่ หากเข้าข่ายก็จะต้องมีการเอาผิดตามมาตรา 72 ของ พ.ร.ป.พรรคการเมือง ซึ่ง กกต.เคยวินิจฉัยกรณีเงินกู้ของพรรคอนาคตใหม่ไปแล้ว และส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยยุบพรรคตามมาตรา 92(3)พ.ร.ป.พรรคการเมืองต่อไป แต่กรณีนี้อาจจะยังมีข้อถกเถียงกันอยู่ เพราะถ้อยคำที่พรรคการเมืองใช้มีถ้อยคำที่แตกต่างกัน ทั้ง “เงินกู้” “เงินยืม” “เงินทดรองจ่าย” ซึ่ง กกต.จะต้องวินิจฉัยคำเหล่านี้เพื่อให้เป็นบรรทัดฐานเดียวกัน ว่าเงินยืม และเงินทดรองจ่าย ถือเป็นเงินตามมาตรา 62 ของพ.ร.ป.พรรคการเมืองหรือไม่ หรือเป็นเงินที่ไม่เป็นไปตามมาตรา 62 ในลักษณะเดียวกันกับเงินกู้ ซึ่งหาก กกต.วินิจฉัยว่าเงินยืม และเงินทดรองจ่ายไม่ใช่เงินกู้ ก็ต้องว่ากันไปอีกเรื่อง อย่างไรก็ตาม กกต.จะต้องตรวจสอบและทำเรื่องนี้ให้ปรากฏเพราะเอกสารและข้อมูลเรื่องงบการเงินของพรรคการเมืองก็อยู่ในมือ กกต.อยู่แล้ว

เมื่อถามว่าพรรคการเมืองจะสามารถอ้างได้หรือไม่ว่าเป็นเงินกู้ก่อนที่ พ.ร.ป.พรรคการเมือง พ.ศ. 2560 จะมีผลบังคับใช้ นายศรีสุวรรณ กล่าวว่า คงไม่สามารถอ้างอย่างนั้นได้ เพราะข้อมูลการกู้เงินดังกล่าวปรากฏอยู่ในเอกสารงบการเงินปี 2561

เคาะแล้ว..’กกต.’ประกาศแบ่งเขตเลือกตั้ง สมาชิกสภาท้องถิ่น #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/410644?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=politic

เคาะแล้ว..’กกต.’ประกาศแบ่งเขตเลือกตั้ง สมาชิกสภาท้องถิ่น

15 มกราคม 2563 – 14:20 น.
เคาะแล้ว,่ กกต,ประกาศแบ่งเขตเลือกตั้ง,เลือกตั้งท้องถิ่น,คมชัดลึก
เปิดอ่าน 1,472 ครั้ง

เคาะแล้ว “กกต.” ประกาศแบ่งเขตเลือกตั้ง สมาชิกสภาท้องถิ่น

วันที่ 15 ม.ค.2563 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) มีหนังสือ ด่วนที่สุด ที่ ลต 0012/ว 41 ลงวันที่ 15 มกราคม 2563
แจ้งเรื่อง แนวทางการแบ่งเขตเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่น

สามารถ Download เอกสารได้ที่https://drive.google.com/file/d/1zJD9_jWSChCW-Lk5Jkjz0UVBZNiIwhkw/view?usp=sharing

ปิยบุตร อ้างไม่รู้ 4 ส.ส.งูเห่า หาสังกัดพรรคใหม่ไม่ได้ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/410647?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=politic

ปิยบุตร อ้างไม่รู้ 4 ส.ส.งูเห่า หาสังกัดพรรคใหม่ไม่ได้

15 มกราคม 2563 – 14:19 น.
ปิยบุตร,4 สสงูเห่าอนาคตใหม่,คมชัดลึก
เปิดอ่าน 616 ครั้ง

ปิยบุตร อ้างตาใสไม่รู้ปมปัญหา 4 ส.ส.งูเห่าหาสังกัดพรรคใหม่ไม่ได้ เหตุปัญหาอยู่ที่เอกสารอนค.บอก 4 งูเห่าต้องรับผิดชอบตัวเอง ไม่ใช่หน้าที่พรรคต้องตามไปรับผิดชอบ

รัฐสภา – 15 มกราคม 2563 –นายปิยบุตร แสงกนกกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ  และเลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ กล่าวว่าตนตกใจที่เห็นข่าวว่า 4 ส.ส.ที่เคยสังกัดพรรคอนาคตใหม่ ซึ่งมติพรรคถูกขับออกจากความเป็นสมาชิกพรรคมีปัญหาต่อการหาสังกัดพรรคใหม่ เนื่องจาก คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ยังไม่ได้รับรายงานการประชุมส.ส.และกรรมการบริหารของพรรคที่ลงมติขับออกจากพรรค

อ่านข่าว-พุทธิพงษ์พร้อมต้อนรับ 4 อนาคตใหม่ร่วมงาน

ทั้งนี้ พรรคจะตรวจสอบรายละเอียด ส่วนของการตรวจสอบรายชื่อผู้เข้าร่วมประชุม และจะจัดทำรายงานการประชุมให้กกต. ต่อไป รวมถึงตรวจสอบลายเซ็นต์ผู้เข้าร่วมประชุม ว่าครบองค์ประชุมหรือไม่ เพราะหากทำไม่เรียบร้อยมติที่เกิดขึ้นจะกลายเป็นมติที่ไม่ชอบ และส.ส.จะไม่ถูกขับออกจากพรรคตามความเห็นของที่ประชุมส.ส.และกรรมการบริหาารพรรค

          “ผมยังไม่แน่ใจว่ามีปัญหาเรื่องใด เรื่องนี้ต้องทำให้รอบคอบ เพื่อให้เกิดผลสมบูรณ์ ส่วนเรื่องผู้เข้าร่วมประชุม พรรคอยู่ระหว่างตรวจสอบความถูกต้อง วันที่ 16 มกราคม คือ วันที่ส.ส.ทั้ง 4 คน สิ้นสภาพ และต้องหาสังกัดใหม่ภายใน 30 วัน ส่วนการสังกัดพรรคใหม่นั้น เป็นหน้าที่ กกต. หากใครสังกัดพรรคที่ซ้ำซ้อน จะถือว่าหลุดจากส.ส.ทั้ง 2 พรรค ตามแนวทางที่กกต. ทำมา  ส่วนประเด็นที่เกิดขึ้น เพราะพรรคมีหลายเรื่องมาก หากลดจำนวนคดีของเราให้น้อยหน่อย จะได้มีเวลาทำเรื่องนี้” นายปิยบุตร กล่าว

นายปิยบุตร กล่าวด้วยว่า ส.ส.ทั้ง 4 คน ไม่ต้องกังวลอะไร เพราะประกาศตัวชัดแล้ว หาก 4 ส.ส.ปรากฎชื่อซ้อนกัน 2 พรรคเป็นหน้าที่ของกกต. ทั้งนี้เรื่อการยื่นเรื่องต่อกกต. เป็นหน้าที่ของ 4 ส.ส.ที่ต้องรับผิดชอบกันเองในสิ่งที่ทำไป  ไม่ใช่พรรคอนาคตใหม่ต้องตามไปรับผิดชอบให้.

นฤมล ยัน ทำตามนโยบายนายกฯ ไม่โต้โจมตีไร้สาระ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/410632?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=politic

นฤมล ยัน ทำตามนโยบายนายกฯ ไม่โต้โจมตีไร้สาระ

15 มกราคม 2563 – 13:42 น.
โฆษกรัฐบาล,เปลี่ยนตัวโฆษกรัฐบาล,นฤมล
เปิดอ่าน 547 ครั้ง

“นฤมล” ชี้ “การเมือง” ต้นตอข่าวเปลี่ยนตัวโฆษกฯ-ไม่ยึดติดเก้าอี้ อยู่ไหนก็ทำงานได้ ไม่น้อยใจไขก๊อก เผยทำตามนโยบาย “บิ๊กตู่” งดตอบโต้โจมตี แถมให้กำลังใจตลอด 

15 ม.ค.2563-ที่ทำเนียบรัฐบาล นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกระแสข่าวการเปลี่ยนตัวโฆษกฯ ว่า เมื่อวันที่ 14 ม.ค.ที่ผ่านมา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ได้พูดเรื่องนี้ไปแล้ว ต้องยอมรับว่าการทำงาน ย่อมมีทั้งคนถูกใจ ไม่ถูกใจ ข้อถูกติงที่ว่าไม่ดีก็จะนำมาปรับปรุง

ส่วนข้อเสนอแนะที่ให้ทำงานเชิงรุกมากขึ้นนั้น บางอย่างไม่อาจพูดในรายละเอียดได้ และทราบว่าทุกฝ่ายต้องการอะไร ทราบว่าทำไมถึงมีข่าวนี้ออกมา เข้าใจดีว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องการเมือง ตนก็ได้มีการพูดภายในพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) แล้ว และเข้าใจกันแล้ว เพราะมีบางเรื่องที่เกิดความเข้าใจผิดกัน โดยยืนยันตนไม่ได้ยึดติดกับตำแหน่ง ให้อยู่ตรงไหนก็ทำงานได้ แต่ก็ไม่คิดน้อยใจ จนต้องลาออก อย่างไรก็ตาม ตนก็จะพยายามปรับปรุงการทำงานให้มากขึ้น และไม่ได้คิดว่าทุกวันนี้ที่ทำอยู่นั้นดีแล้ว

นางนฤมล กล่าวว่า ทั้งนี้ การทำงานในการประชาสัมพันธ์ผลงานของรัฐบาลนั้น สำนักโฆษกฯ เป็นเพียงหน่วยงานของคณะกรรมการประชาสัมพันธ์แห่งชาติ เราไม่สามารถควบคุมได้ทั้งหมด ไม่สามารถไปสั่งการสถานีโทรทัศน์ช่องใด ช่องหนึ่งให้นำเสนอข่าวได้ แม้กระทั่งจะไปจัดรายการช่อง 9 ก็ยังไม่สามารถทำได้ โดยตนได้ทำตามนโยบาลของพล.อ.ประยุทธ์ ที่ไม่ได้ต้องการให้ตอบโต้โจมตีในประเด็นที่จะก่อให้เกิดความขัดแย้ง โดยนายกฯ ต้องการให้ชี้แจงถึงนโยบายในการทำงานต่างๆ หากไปตอบโต้ประเด็นขัดแย้งนั้นเป็นเรื่องไร้สาระ และทุกครั้งก่อนจะออกมาให้ข่าว ตนได้ถามนายกฯอยู่ตลอด อะไรที่จะนำไปสู่ความขัดแย้ง นายกฯ ก็บอกไม่ให้ตอบโต้ ทั้งนี้ นายกฯ ยังได้ให้กำลังใจในการทำงานต่อไป

ศาลฎีกาออกหมายจับ ไวพจน์ รับโทษ 4 ปี ล้มประชุมอาเซียน #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/410627?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=politic

ศาลฎีกาออกหมายจับ ไวพจน์ รับโทษ 4 ปี ล้มประชุมอาเซียน

15 มกราคม 2563 – 13:18 น.
ศาลฎีกาออกหมายจับไวพจน์
เปิดอ่าน 869 ครั้ง

“ไวพจน์” ยังเบี้ยวนัดฟังฎีกา ศาลอ่านลับหลังยืนโทษจำคุก 4 ปี ปรับ 200 บาท โดยไม่รอลงอาญา ออกหมายจับใหม่อายุความ 10 ปี ให้ตามตัวรับโทษ

15 ม.ค.2563 – ที่ศาลจังหวัดพัทยา ศาลนัดฟังคำพิพากษาศาลฎีกา คดีหมายเลขดำ อ.3537/2552 คดีที่ “13 นปช.” ร่วมกันชุมนุม บุกรุกไปยังโรงแรม รอยัลคลิฟ บีช พัทยา ก่อความวุ่นวายขัดขวางการประชุมอาเซียน ซัมมิท ปี 2552 ที่พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการจังหวัดพัทยา เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง นายอริสมันต์ พงศ์เรืองรอง กับพวกรวม 18 คนเป็นจำเลย โดยระหว่างพิจารณามีจำเลย หลบหนี 3 คน ขณะที่ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง 2 คน นายธรชัย ศักดิ์มังกรจำเลยที่ 8 , พ.ต.อ.สมพล รัฐกาญจน์ จำเลยที่ 14 ชั้นฎีกายกฟ้อง 1 คน คือนายสมญศฆ์ พรมภาจำเลยที่ 4

โดยในวันนี้ ศาลนัดอ่านคำพิพากษาในส่วนของ พ.ต.ท.ไวพจน์ อาภรณ์รัตน์ ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) จำเลยที่ 3 หลังจากที่เมื่อวันที่ 3 ธันวาคม 2562 ศาลจังหวัดพัทยาได้ออกหมายจับเพื่อให้ติดตามตัวมาฟังคำพิพากษาฎีกาในวันนี้ แต่ปรากฎว่าเมื่อถึงเวลานัดวันนี้มีเพียงทนายความมาศาล ส่วน พ.ต.ท.ไวพจน์ ที่ศาลออกหมายจับครบ 1 เดือนแล้วยังไม่ได้ตัวมาศาล
ศาลจึงได้อ่านคำพิพากษาลับหลังจำเลย โดยศาลฎีกาพิพากษายืน จำคุก พ.ต.ท.ไวพจน์ 4 ปี และปรับ 200 บาท โดยไม่รอลงอาญา
ภายหลังอ่านคำพิพากษาศาลฎีกาแล้ว ศาลจังหวัดพัทยาได้มีคำสั่งให้ออกหมายจับ พ.ต.ท.ไวพจน์ จำเลยที่ 3 เพื่อมารับโทษตามคำพิพากษาต่อไป โดยหมายจับมีอายุความ 10 ปี ในการติดตามตัวนับจากวันนี้
สำหรับคดีนี้ในส่วนของจำเลยที่ 1,2,5,12,16 นั้น ศาลได้อ่านคำพิพากษาศาลฏีกาลับหลังจำเลยและออกหมายจับจำเลยไว้แล้วเช่นกัน
ส่วนจำเลยที่ 6,10,11,13,15,17 ที่ศาลฎีกามีคำพิพากษายืนจำคุกด้วนั้น ได้ฟังคำพิพากษาก่อนหน้านี้แล้ว และศาลได้ออกหมายจำคุกถึงที่สุดซึ่งทั้งหมดถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำ

สำหรับคดีนี้มีจำเลยที่ศาลยกฟ้องเพียง 3 คน คือจำเลยที่ 4 ,8 และ 14

โดยมีจำเลยที่หลบหนีระหว่างพิจารณา 3 คน คือ 7,9 และ 18 ซึ่งศาลให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบความไว้เป็นการชั่วคราวจนกว่าจะได้ตัวมาดำเนินคดี

วิษณุ เผย 18 พรรคกู้เงินผิดหรือไม่ โยนศาลวินิจฉัย #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/410616?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=politic

วิษณุ เผย 18 พรรคกู้เงินผิดหรือไม่ โยนศาลวินิจฉัย

15 มกราคม 2563 – 12:55 น.
วิษณุ,พรรคกู้เงิน,ศาลวินิจฉัย,18 พรรคกู้เงิน
เปิดอ่าน 131 ครั้ง

“วิษณุ” เผย “สมชัย” ปูด 18 พรรคกู้เงินไม่แปลกเปิดเผยอยู่แล้ว แต่ผิดหรือไม่แค่นั้น โยนศาลวินิจฉัย “อนค.” มีโอกาสเป็นบรรทัดฐาน นำตัวไปได้อยู่ดี 

15 ม.ค.2563-ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีนายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ออกมาเปิดเผยว่ามีพรรคการเมืองกู้เงินถึง 18 พรรค ว่า ไม่ทราบและไม่มีความเห็น เพราะเป็นกฎหมายเลือกตั้ง ส่วนจะกู้เงินได้หรือไม่นั้นตนไม่แน่ใจ คงต้องถาม กกต.ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่โดยตรง อย่างไรก็ตาม สิ่งที่นายสมชัยออกมาเปิดเผยว่ามีถึง 18 พรรค ไม่แปลก เพราะไม่ใช่เรื่องลับอะไร เนื่องจากบัญชีของพรรคการเมืองเป็นเรื่องที่ต้องเปิดเผยและรับรู้กันอยู่แล้ว เพียงแต่ว่าได้หรือไม่ได้ ถูกหรือผิดแค่นั้น

ผู้สื่อข่าวถามว่า พ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมืองฉบับเก่า กับฉบับปัจจุบัน เรื่องรายได้พรรคการเมือง มีเนื้อหาเหมือนกันหรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า ลักษณะคล้ายๆ กัน แต่จำรายละเอียดฉบับเก่าไม่ได้ จำได้แต่ฉบับปัจจุบัน และไม่แน่ใจว่าเคยเกิดกรณีนี้ขึ้นหรือไม่ ตนได้ทราบจากข่าวว่ามีพรรคการเมืองไหนบ้าง พฤติกรรมการกู้อาจจะเหมือนกันบ้าง ต่างกันบ้าง เช่น กู้แล้ว ใช้คืนแล้ว จบแล้ว หรืออาจมีบางพรรคที่ยังไม่ได้ใช้คืน อาจจะมีดอกเบี้ยหรือไม่มี อาจมีเอกสารสัญญาหรือไม่มี หรืออาจจะเรียกว่าเป็นลักษณะการยืมเงินทดรองจ่าย ตนไม่สามารถที่จะวินิจฉัยได้ว่าถูกหรือผิดอย่างไร

เมื่อถามว่า ตามกฎหมายสามารถกู้เงินได้หรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า ไม่ทราบ ก็เหมือนกับพรรคอนาคตใหม่เองที่ยังเป็นปัญหาอยู่เลยว่าได้หรือไม่ได้ เรื่องกำลังอยู่ในศาลรัฐธรรมนูญ ต้องให้ศาลวินิจฉัยก่อนจึงค่อยเอาไปเทียบกับกรณีของพรรคอื่น ศาลอาจจะบอกกรณีนี้ของพรรคอนาคตใหม่กู้ได้ แต่กรณีของพรรคอื่นอาจจะกลายเป็นไม่ได้ก็ได้ เพราะพฤติกรรมมีทั้งเหมือนและแตกต่างกันอยู่ ขึ้นอยู่กับพฤติกรรมแต่ละคดี มีทั้งที่กู้ตามกฎหมายเก่าและกฎหมายใหม่ จึงไม่เหมือนกันทุกคดี บังเอิญเรื่องอื่นยังไม่เป็นคดี ก็ตรวจสอบให้หมดจะได้หมดเรื่อง

เมื่อถามว่า เส้นทางการดำเนินการเรื่องนี้ จะต้องไปกระบวนการศาลเหมือนกับพรรคอนาคตใหม่ที่กู้เงิน 191 ล้านบาท จากนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคหรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า ไม่ทราบ ให้หน่วยงานที่มีหน้าที่รับผิดชอบไปดำเนินการแล้วกัน เมื่อถามว่า แสดงว่าคดีของพรรคอนาคตใหม่ จะเป็นบรรทัดฐานให้พรรคการเมืองอื่นใช่หรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า ก็มีโอกาส ต้องฟังที่ศาลวินิจฉัยก่อน ขณะนี้เป็นเพียงคำวินิจฉัยของ กกต. จะถูกหรือผิดยังไม่รู้ และวันที่ 21 ม.ค.ที่ศาลรัฐธรรมนูญนัดอ่านวินิจฉัย ยังไม่ใช่คดีกู้เงิน

“วิษณุ” เผย ไม่แปลก “สภา” ไม่ปล่อย “ส.ส.” ถูกดำเนินคดี “แฟลซม็อบ” ปิดสมัยประชุมนำตัวไปได้อยู่ดี เผย สถานะส.ส.ไวพจน์ ยังอยู่ จนกว่าศาลพิพากษา 

ส่วนกรณี ส.ส.ไปร่วมแฟลชม็อบแล้วถูกดำเนินคดีในสมัยประชุมสภาผู้แทนราษฎร จะสามารถเลื่อนเข้าพบเจ้าหน้าที่หรือไม่ นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ในสมัยประชุมสามารถทำได้ทุกอย่าง เพราะ ส.ส.มีเอกสิทธิ์อยู่ 2 อย่าง คือ 1.เอกสิทธิ์ และ2.ความคุ้มกัน ในส่วนของเอกสิทธิ์นั้น จะให้กรณีการอภิปรายในสภาฯ ส่วนความคุ้มกัน แปลว่าผิด แต่จะนำตัวไปดำเนินคดีอาญาในสมัยประชุมยังไม่ได้ ให้รอปิดสมัยประชุมก่อน หรือถ้าจำเป็นจะต้องดำเนินคดีในปัจจุบันทันด่วนให้ขออนุญาตต่อสภาฯ ถ้าสภาฯอนุญาตสามารถส่งตัวไปได้

แต่แม้จะส่งตัวไปไม่ได้ก็ไม่ได้หมายความว่าจะเอาไปกักขังอะไร เพียงแค่เอาไปดำเนินคดี และถึงวันที่ไม่มีการสอบปากคำก็ต้องปล่อยให้ ส.ส.กลับมาประชุมตามปกติ เว้นแต่เป็นความผิดเฉพาะหน้า หรือเป็นความผิดบางประเภท เช่น หมิ่นพระบรมเดชานุภาพ หรือคดีกำลังจะขาดอายุความ สภาฯอาจจะพิจารณาเป็นข้อยกเว้น แต่ที่ผ่านน้อยครั้งเต็มทีที่ใช้จะวิธีนี้  อย่างไรก็ตาม ไม่แปลกอะไรหากสภาฯไม่อนุญาต เพราะเมื่อปิดสมัยประชุม ก็สามารถที่จะนำตัวไปได้อยู่ดี โดยจะปิดประมาณปลายเดือน ก.พ. แต่ความผิด เมื่อมันผิดก็ต้องผิด

เมื่อถามถึงกรณีศาลพัทยานัดอ่านคำพิพากษาคดีล้มการประชุมอาเซียนเมื่อปี 2552 ของ พ.ต.ท.ไวพจน์ อาภรณ์รัตน์ ส.ส.กำแพงเพชร พรรคพลังประชารัฐ ในวันเดียวกัน (15 ม.ค.) หาก พ.ต.ท.ไวพจน์ ไม่ปรากฏตัวอีก สมาชิกภาพ ส.ส.ยังอยู่ใช่หรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า สมาชิกภาพ ส.ส.ยังอยู่ จนกว่าศาลจะอ่านคำพิพากษา และเมื่ออ่านคำพิพากษาแล้ว คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ก็สามารถกำหนดวันเลือกตั้งซ่อมที่เขต 2 จ.กำแพงเพชร ได้เลย

เมื่อถามว่า กรณีหาก พ.ต.ท.ไวพจน์ หลบหนี แล้วสถานภาพ ส.ส.จะเป็นอย่างไร นายวิษณุ กล่าวว่า จะมีผลต่อเมื่อศาลได้อ่านคำพิพากษาแล้ว ในคำพิพากษาจะบอกเลยว่ามีผลแล้ว เรื่องนี้ไม่มีปัญหาหรอก

ป.ป.ช.ฟันอดีต ผอ.สำนักพุทธ ร่ำรวยผิดปกติกว่า 600 ล. #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politic/410605?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=politic

ป.ป.ช.ฟันอดีต ผอ.สำนักพุทธ ร่ำรวยผิดปกติกว่า 600 ล.

15 มกราคม 2563 – 12:30 น.
ปปช,อดีตผอสำนักพุทธ,นพรัตน์ เบญจวัฒนานันท์,ร่ำรวยผิดปกติ
เปิดอ่าน 1,418 ครั้ง

คณะกรรมการ ป.ป.ช. ฟัน ‘นพรัตน์ เบญจวัฒนานันท์’ อดีต ผอ.สำนักพุทธ ร่ำรวยผิดปกติ กว่า 600 ล้านบาท

15 มกราคม 2563- นายวรวิทย์ สุขบุญ เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. ในฐานะโฆษก       สำนักงาน ป.ป.ช. แถลงว่า ตามที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้ไต่สวนข้อเท็จจริงกรณีมีเหตุอันควรสงสัยว่านายนพรัตน์  เบญจวัฒนานันท์ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ มีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริต ในการเบิกจ่ายเงินงบประมาณอุดหนุนบูรณปฏิสังขรณ์ที่จัดสรรให้วัดพนัญเชิงวรวิหาร ประจำปีงบประมาณ 2557

และปีงบประมาณ 2558 ซึ่งจากการตรวจสอบบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินของนายนพรัตน์ เบญจวัฒนานันท์ ที่ได้ยื่นไว้ต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. พบว่า นายนพรัตน์  เบญจวัฒนานันท์ และนางพัทธานันท์ เบญจวัฒนานันท์ (คู่สมรส) มีการนำฝากเงิน ซื้อหน่วยลงทุนในกองทุน รวมทั้งมีการซื้อที่ดิน โรงเรือนและสิ่งปลูกสร้าง ยานพาหนะ และซื้อกรมธรรม์ประกันชีวิตจำนวนมาก ซึ่งไม่สัมพันธ์กับรายได้ที่พึงมี

คณะกรรมการ ป.ป.ช. พิจารณาแล้วเห็นว่า กรณีมีเหตุอันควรสงสัยว่า นายนพรัตน์ เบญจวัฒนานันท์ มีพฤติการณ์ร่ำรวยผิดปกติ จึงมีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการไต่สวน โดยมีนางสาวสุภา ปิยะจิตติ กรรมการ ป.ป.ช.เป็นประธาน นายวิทยา อาคมพิทักษ์ กรรมการ ป.ป.ช. รวมทั้งผู้ทรงคุณวุฒิและหัวหน้าพนักงานไต่สวน เป็นกรรมการไต่สวน คณะกรรมการไต่สวนได้ดำเนินการรวบรวมพยานหลักฐานแล้ว ผลการไต่สวนข้อเท็จจริงปรากฏว่า ขณะที่ นายนพรัตน์ เบญจวัฒนานันท์ ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ระหว่างวันที่ 1 ตุลาคม 2553 – 30 กันยายน 2557 พบเงินฝากและทรัพย์สินต่างๆ ของนายนพรัตน์ เบญจวัฒนานันท์ และนางพัทธานันท์ เบญจวัฒนานันท์ (คู่สมรส) รวมทั้งบุคคลใกล้ชิด ได้แก่ นางธาริณี  ดิตถ์วัชรไพศาล (อดีตคู่สมรส) บุตรหลาน และบุคคลอื่น

โดยคณะกรรมการไต่สวนได้แจ้งข้อกล่าวหาให้บุคคลทั้ง 8 คน ชี้แจงที่มาของทรัพย์สินแล้ว แต่บุคคลดังกล่าวไม่สามารถพิสูจน์ที่มาของทรัพย์สินได้ ดังนี้

1. ทรัพย์สินที่อยู่ในชื่อของนายนพรัตน์  เบญจวัฒนานันท์  จำนวน 98,659,925.59 บาท ได้แก่ เงินฝาก จำนวน 13 บัญชี เป็นเงิน 71,974,350.59 บาท, เงินลงทุน จำนวน 4 รายการ เป็นเงิน 12,580,000 บาท และกรมธรรม์ประกันชีวิต จำนวน 12 กรมธรรม์  มูลค่า 14,105,575 บาท
2. ทรัพย์สินที่อยู่ในชื่อของนางพัทธานันท์  เบญจวัฒนานันท์  (คู่สมรส) จำนวน 196,039,741.59 บาท ได้แก่ เงินฝาก จำนวน 22 บัญชี เป็นเงิน 122,921,190.40 บาท, เงินลงทุน จำนวน 3 รายการ เป็นเงิน 6,815,695.39 บาท, ที่ดินในจังหวัดจันทบุรี จำนวน 1 แปลง มูลค่า 760,000 บาท, ยานพาหนะ จำนวน 1 คัน มูลค่า 3,809,000 บาท และกรมธรรม์ประกันชีวิต จำนวน 10 กรมธรรม์ รวมมูลค่า 61,733,855.80 บาท

3. ทรัพย์สินที่อยู่ในชื่อของนางธาริณี  ดิตถ์วัชรไพศาล (อดีตคู่สมรส) จำนวน 131,437,217.45 บาท ได้แก่ เงินฝาก จำนวน 56 บัญชี เป็นเงิน 105,151,313.88 บาท, เงินลงทุน จำนวน 25 รายการ เป็นเงิน 25,235,903.57 บาท และยานพาหนะ จำนวน 1 คัน มูลค่า 1,050,000 บาท
4. ทรัพย์สินที่อยู่ในชื่อของนายธนรัตน์ ดิตถ์วัชรไพศาล (บุตร) จำนวน 26,726,284.56 บาท ได้แก่ เงินฝาก จำนวน 10 บัญชี เป็นเงิน 20,843,037.56 บาท, ที่ดินและสิ่งปลูกสร้างในจังหวัดสมุทรปราการ 1 รายการ มูลค่า 1,800,000 บาท, ยานพาหนะ จำนวน 1 คัน มูลค่า 1,014,000 บาท และกรมธรรม์ประกันชีวิต 4 กรมธรรม์  รวมมูลค่า 3,069,247 บาท
5. ทรัพย์สินที่อยู่ในชื่อของนางสาวพิมพ์ภัสสร  ดิตถ์วัชรไพศาล (บุตร) จำนวน 68,307,397.14 บาท ได้แก่ เงินฝาก จำนวน 31 บัญชี เป็นเงิน 50,597,774.14 บาท, เงินลงทุน จำนวน 19 รายการ เป็นเงิน 9,750,000 บาท, ที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง รวม 3 รายการ (ในกรุงเทพมหานคร 2 รายการ และจังหวัดสมุทรปราการ 1 รายการ) รวมมูลค่า 5,856,489 บาท และกรมธรรม์ประกันชีวิต 3 กรมธรรม์ รวมมูลค่า 2,103,134 บาท
6. ทรัพย์สินที่อยู่ในชื่อของนางสาววรัทยา พรหมมาศ (หลานของนายนพรัตน์ เบญจวัฒนานันท์)   จำนวน 500,000 บาท ได้แก่ ห้องชุด จำนวน 1 ห้อง ในจังหวัดชลบุรี มูลค่า 500,000 บาท
7. ทรัพย์สินที่อยู่ในชื่อของนายปิยชาติ ศรีจันทร์ (บุคคลสนิทของนายนพรัตน์ เบญจวัฒนานันท์) จำนวน 4,500,000 บาท ได้แก่ ที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง 1 รายการ ในกรุงเทพมหานคร มูลค่า 4,500,000 บาท
8.ทรัพย์สินที่อยู่ในชื่อของนางสาวณัฎฐาภรณ์ ทุน (บุตรของนางพัทธานันท์ เบญจวัฒนานันท์) จำนวน 49,000,000 บาท ได้แก่ ที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง 1 รายการ ในกรุงเทพมหานคร มูลค่า 49,000,000 บาท
รวมมูลค่าทรัพย์สินที่ร่ำรวยผิดปกติทั้งสิ้นจำนวน 575,170,566.33 บาท ซึ่งคณะกรรมการ ป.ป.ช.   มีคำสั่งอายัดทรัพย์สินไว้เป็นการชั่วคราวแล้วจำนวน 176,032,978.79 บาท
คณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้พิจารณาแล้วมีมติส่งเรื่องให้อัยการสูงสุด ยื่นคำร้องต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบซึ่งมีเขตอำนาจพิจารณาพิพากษาคดี ให้มีคำพิพากษาหรือคำสั่งเพื่อขอให้ทรัพย์สินดังกล่าวตกเป็นของแผ่นดิน ตามมาตรา 122 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561