เบื้องลึก ‘สจ.นก’ ล้มช้าง เยาวภา-ยงยุทธ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

เบื้องลึก ‘สจ.นก’ ล้มช้าง เยาวภา-ยงยุทธ (komchadluek.net)

เบื้องลึก ‘สจ.นก’ ล้มช้าง เยาวภา-ยงยุทธ

เบื้องลึก 'สจ.นก' ล้มช้าง เยาวภา-ยงยุทธ

21 ธันวาคม 2563 – 19:20 น.

เชียงรายพลิกล็อก “สจ.นก” โค่น “ยิ้ม” สะใภ้หัวหน้าพรรคเพื่อไทย สะเทือนพันธมิตร “ย-ย”

คู่เอกของภาคเหนือ ไม่ได้มีเพียงสนามเชียงใหม่เท่านั้น สนามเลือกตั้งเชียงราย ก็สู้กันดุเดือด คะแนนพลิกไปพลิกมา สุดท้ายตระกูล “วันไชยธนวงศ์” ก็คว้าชัยไปได้

อ่านข่าว : “แม้ว” หนาว พท.ร่วงระนาว

ผลการนับคะแนนอย่างไม่เป็นทางการ “สจ.นก” อทิตาธร วันไชยธนวงศ์ ได้ 239,622 คะแนน ชนะ วิสาระดี เตชะธีราวัฒน์ พรรคเพื่อไทย ที่ได้ 211,956 คะแนน

ย้อนไปเมื่อปี 2562 คู่นี้ได้ต่อสู้กันเพื่อชิงการเป็นตัวแทนพรรคเพื่อไทย ลงสนามนายก อบจ.เชียงราย

เบื้องลึก 'สจ.นก' ล้มช้าง เยาวภา-ยงยุทธ

ยกแรก “ยิ้ม” วิสาระดี ชนะ เมื่อสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ได้แถลงเปิดตัววิสาระดี เตชะธีราวัฒน์ ลงสมัครนายก อบจ.เชียงราย เพียงคนเดียว

แม้ฝ่าย “สจ.นก” จะอ้างว่า เป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทย จะขอใช้เพียงโลโก้พรรคก็ไม่ได้รับอนุญาต

จากกรณีดังกล่าว ทำให้ สามารถ แก้วมีชัย อดีต ส.ส.เชียงราย ลาออกจากตำแหน่งรองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย เพราะไม่พอใจเรื่องการส่งผู้สมัครนายก อบจ.เชียงราย

นับจากนั้นมา สามารถ ได้เคลื่อนไหวหนุน “สจ.นก” พร้อมกับเครือข่ายนักการเมืองท้องถิ่นในเขต อ.เมืองเชียงราย

++

พันธมิตร “ย-ย”

++

ดังที่รู้กัน ตระกูล “ติยะไพรัช” จับมือ วิสาร เตชะธีราวัฒน์ ส.ส.เชียงราย หนุน “ยิ้ม” วิสาระดี ลงสมัครนายก อบจ.เชียงราย ในนามเพื่อไทย

ยงยุทธ ติยะไพรัช จึงตั้ง “วิสาระดี” เป็นผู้อำนวยการสโมสรฟุตบอลสิงห์เชียงราย เป็นการปูทางหาเสียงเลือกตั้งท้องถิ่น

ลึกไปกว่า คนเพื่อไทยเชียงรายทราบดีว่า “เจ๊แดง” เยาวภา วงศ์สวัสดิ์ ได้ให้การสนับสนุนวิสาระดี สะใภ้หัวหน้าสมพงษ์เช่นกัน

ยงยุทธจึงเชื่อมสนามเชียงรายกับเชียงใหม่ ด้วยกลยุทธ์ลูกหนังนำการเมือง

บวกกับทักษิณ ชินวัตร แสดงตัวให้การหนุนช่วยวิสาระดี เต็มกำลัง จึงได้เห็นทัพใหญ่ของพรรคเพื่อไทย ไปเปิดปราศรัยหาเสียงในเชียงราย

++

ทีม สจ.นก

++

ต้นเดือน ธ.ค.2562 สุธีระพงษ์ วันไชยธนวงศ์ อดีต สจ.เชียงราย พร้อมบิดา สมบูรณ์ วันไชยธนวงศ์ พร้อมพี่สาว “สจ.นก” ไปพบทักษิณ ชินวัตร ที่ฮ่องกง เพื่อเคลียร์เรื่องการลงสมัครนายก อบจ.เชียงราย แต่ไม่มีสัญญาณตอบรับจากคนแดนไกล

ตระกูลวันไชยธนวงศ์ จึงหยัดยืนบนลำแข้งตัวเอง โดยใช้ชื่อทีม “สจ.นก” ไม่ต้องอิงพรรคเพื่อไทย

สมบูรณ์ วันไชยธนวงศ์ อดีต ส.ส.เชียงราย มาแต่ปี 2535/2 สังกัดพรรคชาติพัฒนา ก่อนจะย้ายมาสังกัดไทยรักไทย ส่วนลูกชายลูกสาวคือ “สจ.เล็ก” สุธีระพงศ์ วันไชยธนวงศ์ และ “สจ.นก” อทิตาธร วันไชยธนวงศ์ เป็นนักการเมืองท้องถิ่นมาหลายสมัยแล้ว

คนแดนไกล ทั้งนายใหญ่และเจ๊ใหญ่ อาจรู้สึกไม่พอใจที่ลูกๆของสมบูรณ์ เคยลงสมัคร ส.ส.เชียงราย เมื่อปี 2554 สังกัดพรรคภูมิใจไทย แต่สอบตก

หลังเลือกตั้งครั้งนั้น ลูกๆของสมบูรณ์ ก็กลับมาสมัครสมาชิกพรรคเพื่อไทย

ส่วน รังสรรค์ วันไชยธนวงศ์ ส.ส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย มีศักดิ์เป็นหลานของสมบูรณ์

เบื้องลึก 'สจ.นก' ล้มช้าง เยาวภา-ยงยุทธ

ตระกูล “วันไชยธนวงศ์” ได้เปรียบพันธมิตร “เยาวภา-ยงยุทธ” ตรงที่อดีต ส.อบจ.เชียงราย ส่วนใหญ่เลือกอยู่กับฝ่าย สจ.นก

เหนืออื่นใด ตระกูล “โพธสุธน” ที่ลงหลักปักฐานทำธุรกิจและวางเครือข่ายการเมืองแถวชายแดนไทย-เมียนมา ได้หนุนช่วย สจ.นก เต็มที่

ทั้งหมดนี้ เป็นปัจจัยที่ทำให้ สจ.นก เอาชนะวิสาระดี สะใภ้หัวหน้าพรรคเพื่อไทยไปได้

เช็กชื่อที่นี่ไผเป็นไผ อบจ.สาย พปชร. #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

เช็กชื่อที่นี่ไผเป็นไผ อบจ.สาย พปชร. (komchadluek.net)

เช็กชื่อที่นี่ไผเป็นไผ อบจ.สาย พปชร.

เช็กชื่อที่นี่ไผเป็นไผ อบจ.สาย พปชร.

21 ธันวาคม 2563 – 15:50 น.

อบจ.สายพลังประชารัฐ พ่วงพันธมิตร โผล่คว้าชัยกว่า 20 จังหวัด

++
การเลือกตั้งนายก อบจ.ที่ผ่านมา 2 พรรคร่วมรัฐบาลคือ พรรคพลังประชารัฐ และพรรคภูมิใจไทย ประกาศไม่ส่งผู้สมัครในนามพรรค ยกเว้นพรรคประชาธิปัตย์ ที่ส่งผู้สมัครในนามเพียง 3 จังหวัดภาคใต้    

จากผลการเลือกตั้งนายก อบจ.ครั้งนี้ ปรากฏว่า ผู้สมัครนายก อบจ.สาย พปชร. ได้รับเลือกเป็นนายก อบจ.มากกว่า 20 จังหวัด

อ่านข่าว…  “แม้ว” หนาว พท.ร่วงระนาว

อ่านข่าว…  ดับฝันราษฎร “ธนาธร” พ่ายยับ บ้านใหญ่ยืนยง

เช็กชื่อที่นี่ไผเป็นไผ อบจ.สาย พปชร.

นันทิดา แก้วบัวสาย

++
ภาคเหนือ 5 จังหวัด
++ 
กำแพงเพชร : สุนทร รัตนากร กลุ่มหมอทร อดีตนายก อบจ.กำแพงเพชร พี่ชาย วราเทพ รัตนากร แกนนำพรรคพลังประชารัฐ 
พะเยา : อัครา พรหมเผ่า กลุ่มฮักพะเยา น้องชาย ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรฯ และแกนนำพรรคพลังประชารัฐ 
สุโขทัย : มนู พุกประเสริฐ อดีตนายก อบจ.สุโขทัย 3 สมัย อดีต ส.ส.สุโขทัย และพี่ชาย “เจ๊เป้า” อนงค์วรรณ เทพสุทิน
เพชรบูรณ์ : อัครเดช ทองใจสด กลุ่มรู้จักเข้าใจ รักเพชรบูรณ์ อดีตนายก อบจ.เพชรบูรณ์ 5 สมัย และลูกชาย เอี่ยม ทองใจสด ส.ส.เพชรบูรณ์ พรรคพลังประชารัฐ
ตาก : ณัฐวุฒิ ทวีเกื้อกูลกิจ อดีตนายก อบจ.ตาก หลายสมัย บิดา ธนัสถ์ ทวีเกื้อกูลกิจ ส.ส. ตาก พรรคพลังประชารัฐ และ อนันตชัย ทวีเกื้อกูลกิจ นายกเทศมนตรีเมืองตาก 

เช็กชื่อที่นี่ไผเป็นไผ อบจ.สาย พปชร.

สุนทร รัตนากร

++
ภาคกลาง 10 จังหวัด
++
กาญจนบุรี : สุรพงษ์ ปิยะโชติ กลุ่มพลังกาญจน์ อดีต ส.ส.กาญจนบุรี ปี 2554 ได้รับการสนับสนุนจาก ส.ส.กาญจนบุรี พรรคพลังประชารัฐ

ชัยนาท : อนุสรณ์ นาคาศัย อดีตนายก อบจ.ชัยนาท 3 สมัยน้องชาย อนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และ ส.ส.ชัยนาท 

สระบุรี : สัญญา บุญ-หลง อดีตนายก อบจ.นครนายก และลูกชาย เดช บุญ-หลง อดีต ส.ส.นครนายก ได้รับการสนับสนุนจากตระกูล “อดิเรกสาร” 

เช็กชื่อที่นี่ไผเป็นไผ อบจ.สาย พปชร.

กิตติ เป้าเปี่ยมทรัพย์

ชลบุรี : วิทยา คุณปลื้ม กลุ่มเรารักชลบุรี อดีตนายก อบจ.ชลบุรีพี่ชาย อิทธิพล คุณปลื้ม รัฐมนตรีวัฒนธรรม 

สระแก้ว : ขวัญเรือน เทียนทอง “กำนันกี” อดีตกำนัน ต.วัฒนานคร มารดา ฐานิสร์ เทียนทอง และตรีนุช เทียนทอง 2 ส.ส.สระแก้ว พรรคพลังประชารัฐ

ฉะเชิงเทรา : กิตติ เป้าเปี่ยมทรัพย์ กลุ่มแปดริ้วโฉมใหม่ อดีตนายก อบจ.ฉะเชิงเทรา 3 สมัย บิดา ชัยวัฒน์ เป้าเปี่ยมทรัพย์ ส.ส.ฉะเชิงเทรา พรรคพลังประชารัฐ  ได้รับการสนับสนุนจากตระกูล “ตันเจริญ”

ราชบุรี : วิวัฒน์ นิติกาญจนา กลุ่มพัฒนาราชบุรี อดีต ส.ส.ราชบุรี สามี บุญยิ่ง นิติกาญจนา ส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ

เพชรบุรี : ชัยยะ อังกินันทน์ กลุ่มรวมใจเพชร อดีตนายก อบจ.เพชรบุรี หลายสมัย บุตรชาย ปิยะ อังกินันทน์” อดีต ส.ส.เพชรบุรี 6 สมัย ผู้ล่วงลับ ได้รับการสนับสนุนจาก ส.ส.เพชรบุรี พรรคพลังประชารัฐ สายสุชาติ ชมกลิ่น

เช็กชื่อที่นี่ไผเป็นไผ อบจ.สาย พปชร.

อัครเดช ทองใจสด

สมุทรปราการ : นันทิดา แก้วบัวสาย กลุ่มสมุทรปราการก้าวหน้าอดีตรองประธานหอการค้าสมุทรปราการ ได้รับการสนับสนุนจากตระกูล “อัศวเหม” 

สิงห์บุรี : ศุภวัฒน์ เทียนถาวร กลุ่มสิงห์บุรีคนดีเมืองน่าอยู่ น้องชาย สรกฤช เทียนถาวร อดีตนายก อบจ.สิงห์บุรี 

ตระกูล “เทียนถาวร” เป็นพันธมิตรกับตระกูล “ธนาคมานุสรณ์”

เช็กชื่อที่นี่ไผเป็นไผ อบจ.สาย พปชร.

ขวัญเรือน เทียนทอง

++
ภาคอีสาน 7 จังหวัด
++
กาฬสินธุ์ : ชานุวัฒน์ วรามิตร กลุ่มกาฬสินธุ์ต้องดีกว่านี้ อดีตผู้สมัคร ส.ส.กาฬสินธุ์ พรรคพลังประชารัฐ พี่ชาย “อ้อ” ภัทรา วรามิตร เป็น ส.ว.(สายสรรหา) 
ตระกูล “วรามิตร” ได้รับการสนับสนุนจากอดีตผู้สมัคร ส.ส.กาฬสินธุ์ พรรคภูมิใจไทย และพรรคพลังประชารัฐ

นครราชสีมา : ยลดา หวังศุภกิจโกศล ทีมร่วมสร้างโคราชโฉมใหม่ ภรรยา “กำนันป้อ” วีรศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล รมช.พาณิชย์

ตระกูล “หวังศุภกิจโกศล” ได้รับการสนับสนุนจากพรรคภูมิใจไทย พรรคเพื่อไทย พรรคพลังประชารัฐ และพรรคชาติพัฒนา

ชัยภูมิ : อร่าม โล่ห์วีระ อดีต ส.ส.ชัยภูมิ และอดีต รมช.คมนาคม ได้รับการสนับสนุนจาก ส.ส.ชัยภูมิ พรรคพลังประชารัฐ 

ร้อยเอ็ด : เอกภาพ พลซื่อ อดีต ส.ส.ร้อยเอ็ด และอดีตผู้สมัคร ส.ส.ร้อยเอ็ด พรรคพลังประชารัฐ เป็นพันธมิตรกับตระกูล “จุรีมาศ”

สุรินทร์ : พรชัย มุ่งเจริญพร กลุ่มสุรินทร์รวมใจ อดีตผู้สมัคร ส.ส.สุรินทร์ เขต 7 พรรคภูมิใจไทย แต่คราวนี้ ส.ส.สุรินทร์จากทุกพรรคการเมืองรวมใจหนุนเสี่ยพรชัย 

หนองคาย : ยุทธนา ศรีตะบุตร ทีมรักหนองคาย อดีตนายก อบจ.หนองคาย 3 สมัย ได้รับการสนับสนุนจากปราการ อินทร์รอด อดีตประธานสภา อบจ.หนองคาย (บิดาของ เอกธนัช อินทร์รอด ส.ส.เขต 3 เพื่อไทย) 
ทีมรักหนองคาย เป็นทีมผสมระหว่างเพื่อไทยและพลังประชารัฐ

หนองบัวลำภู : วุฒิพงษ์ ศิริสถิตย์ (ดร.บุ๋ม) กลุ่มรักษ์หนองบัว ลูกชายอดีตประธานสภา อบจ.หนองบัวลำภู 
กลุ่มรักษ์หนองบัว ได้รับการสนับสนุนจากพรรคภูมิใจไทย พรรคพลังประชารัฐ และพรรคเพื่อไทย 

“แม้ว” หนาว พท.ร่วงระนาว #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

“แม้ว” หนาว พท.ร่วงระนาว (komchadluek.net)

“แม้ว” หนาว พท.ร่วงระนาว

"แม้ว" หนาว พท.ร่วงระนาว

21 ธันวาคม 2563 – 13:29 น.

แบรนด์ทักษิณเสื่อมจริงหรือ? ผู้สมัครนายก อบจ.เพื่อไทย พ่ายยับในสนามภาคกลางและอีสาน

++
แม้ตระกูล “ชินวัตร” จะดีใจกับชัยชนะในสนามเลือกตั้งนายก อบจ.เชียงใหม่ แต่หากมองผลคะแนนของผู้สมัครนายก อบจ. สังกัดพรรคเพื่อไทย 25 จังหวัด ก็ถือว่า แบรนด์เดิมเริ่มไม่ขลังแล้ว    

อ่านข่าว…  ฟันธง อบจ. ส่องอีสานเหนือ ‘พท.’ นำก้าวหน้า

"แม้ว" หนาว พท.ร่วงระนาว

ทักษิณ และยิ่งลักษณ์ อยู่ดูไบ ลุ้นนายก อบจ.

เนื่องจากมีผู้สมัครนายก อบจ.ของค่ายเพื่อไทย ได้รับการเลือกตั้งเพียง 8 จังหวัดเท่านั้น โดยเฉพาะภาคกลาง เพื่อไทยพ่ายเรียบ    

การเลือกตั้ง ส.ส.ครั้งที่ผ่านมา เพื่อไทยยังได้ ส.ส.เขตมาเป็นกอบเป็นกำ จากภาคเหนือตอนบน และภาคอีสาน เพราะกินบุญเก่าสมัยไทยรักไทย และชื่อทักษิณ ชินวัตร ยังขายได้    

สำหรับเลือกตั้งนายก อบจ. เพื่อไทยเสียหายค่อนข้างเยอะ เพราะมี ส.ส.เพื่อไทยจำนวนหนึ่ง ไปร่วมมือกับพรรคพลังประชารัฐ จัดทีมล้มคนของพรรค ในหลายสิบจังหวัด

++
เหนือยังเหนียว
++ 
ภาคเหนือ พรรคเพื่อไทย ส่งผู้สมัครนายก อบจ. 6 จังหวัด ปรากฏว่า พิชัย เลิศพงศ์อดิศร เชียงใหม่, อนุสรณ์ วงศ์วรรณ ลำพูน ,นพรัตน์ ถาวงศ์ น่าน, ตวงรัตน์ โล่สุนทร ลำปาง และอนุวัธ วงศ์วรรณ แพร่ ได้รับชัยชนะ    

ทักษิณอาจปลาบปลื้มที่ “สว.ก้อง” พิชัย เลิศพงศ์อดิศร เอาชนะ “เสี่ยโต๊ะ” บุญเลิศ บูรณุปกรณ์ ที่สนามเชียงใหม่ แต่ข้ามไปเชียงราย ก็เศร้าทันที    

เมื่อ “ยิ้ม” วิสาระดี เตชะธีราวัฒน์ อดีต ส.ส.เชียงราย ลูกสะใภ้ของสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ พ่ายแพ้แก่ “สจ.นก” อทิตาธร วันไชยธนวงศ์     

ทั้งที่ทักษิณฝากฝังให้ ยงยุทธ ติยะไพรัช ดูแลวิสาระดีเต็มที่ แต่ก็เอาชนะตระกูล “วันไชยธนวงศ์” ไม่ได้

"แม้ว" หนาว พท.ร่วงระนาว

ส่ง 25 จังหวัด ชนะแค่ 8 จังหวัด

++
กลางแพ้ราบคาบ
++
สนามภาคกลาง กรรมการบริหารพรรคเพื่อไทยจุกอก เพราะส่งผู้สมัครนายก อบจ. 9 จังหวัด ก็พ่ายเรียบ    

ไล่มาตั้งแต่ พล.ต.เทียมศักดิ์ สุขานุยุทธ สุพรรณบุรี, เกรียงไกร กิ่งทอง ระยอง, สิทธิชัย กิตติธเนศวร นครนายก, เกียรติกร พากเพียรศิลป์ ปราจีนบุรี, วินัย วิจิตรโสภณ นครปฐม, ธนวุฒิ โมทย์วารีศรี สมุทรสงคราม, เชาวรินทร์ ชาญสายชล สมุทรสาคร, วิชิต ปลั่งศรีสกุล ประจวบคีรีขันธ์ และสุรสาล ผาสุก สิงห์บุรี    

ในกลุ่มนี้ มีอดีต ส.ส.เพื่อไทย 3 คนคือ สิทธิชัย กิตติธเนศวร, วิชิต ปลั่งศรีสกุล และสุรสาล ผาสุก      

++
อีสานสิ้นมนต์
++
ภาคอีสานเป็นฐานที่มั่นของเพื่อไทย ส่งผู้สมัครนายก อบจ. 10 จังหวัด เหลือรอดเพียง 3 จังหวัดเท่านั้น ได้แก่ วิเชียร ขาวขำ อุดรธานี, กานต์ กัลป์ตินันท์ อุบลราชธานี และวิเชียร สมวงษ์ ยโสธร    

ส่วน 7 จังหวัดที่พ่ายได้แก่ สุชีพ เศวตกมล ชัยภูมิ, ศรีเมือง เจริญศิริ มหาสารคาม, ธนพล ไลละวิทย์มงคล หนองคาย, วิชัย สามิตร หนองบัวลำภู, เฉลิมขวัญ หล่อตระกูล กาฬสินธุ์, สมชอบ นิติพจน์ นครพนม และพ.ต.ท.จิตต์ ศรีโยหะ มุกดาธนพงศ์ มุกดาหาร     

มีข้อน่าสังเกต ส.ส.เพื่อไทย สายอีสาน ไม่ต่ำกว่า 8-9 จังหวัด ได้แตะมือกับ ส.ส.พลังประชารัฐ และภูมิใจไทย จัดทีมลงสมัครนายก อบจ.ในนามกลุ่มอิสระ     

กลุ่มลูกผสมที่ว่านี้ ได้รับเลือกตั้งเป็นนายก อบจ. และบางจังหวัดเอาชนะผู้สมัครของพรรคอีกต่างหาก   

ด่วน..เย็นนี้ นายกฯ เตรียมแถลงการณ์ ออกทีวี เกี่ยวกับสถานการณ์สำคัญ “โควิด-19” #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

ด่วน..เย็นนี้ นายกฯ เตรียมแถลงการณ์ ออกทีวี เกี่ยวกับสถานการณ์สำคัญ “โควิด-19” (komchadluek.net)

ด่วน..เย็นนี้ นายกฯ เตรียมแถลงการณ์ ออกทีวี เกี่ยวกับสถานการณ์สำคัญ “โควิด-19”

ด่วน..เย็นนี้ นายกฯ เตรียมแถลงการณ์ ออกทีวี เกี่ยวกับสถานการณ์สำคัญ "โควิด-19"

22 ธันวาคม 2563 – 14:22 น.

นายกรัฐมนตรี เผย หลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เย็นนี้ มีแถลงการณ์ ผ่านทางทีวีทุกช่อง เกี่ยวกับสถานการณ์ “โควิด”ระลอกใหม่

เมื่อเวลา 13.50 น. วันที่ 22 ธ.ค.2563 ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล ภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม พร้อมคณะรัฐมนตรี(ครม.) บางส่วนได้หารือกันนอกรอบที่ห้องสีเหลือง ตึกสันติไมตรีโดยใช้เวลาเกือบ 10 นาที โดยไม่มีการแถลงข่าวเหมือนทุกครั้ง โดยนายกรัฐมนตรี กล่าวกับผู้สื่อข่าวเพียงสั้นๆ ว่า

“ให้ฟังผล ประชุม ครม.จากคณะโฆษก ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และรอฟังเย็นนี้จะมีแถลงการณ์เรื่องสถานการณ์โควิด ขอให้เชื่อมั่นว่าเรายังคอนโทรลได้อยู่ และ เมื่อวานก็ได้บอกไปแล้ว ว่า 7-10 วัน ดูระยะความปลอดภัย” จากนั้น นายกรัฐมนตรีได้เดินขึ้นตึกไทยคู่ฟ้าไปทันที เพื่อบันทึกเทปแถลงการณ์สถานการณ์โควิดที่จะออกในช่วงเย็นวันเดียวกันนี้

ทั้งนี้ในเวลา 15.00 น. นายกฯ จะเดินทางไปเป็นประธานเปิดโครงการทดลองเรือโดยสารพลังงานไฟฟ้าในแม่น้ำเจ้าพระยา ที่ท่าเรือแคท ทาวน์เวอร์ กสท. และเปิดโครงการนำร่องท่าเรืออัจฉริยะ (SmartPier) และในเวลา 16.00น. นายกฯ จะเยี่ยมชมโครงการนำร่องในการพัฒนา ท่าเรืออัจฉริยะ (Smart Pier) ที่ท่าเทียบเรือสะพานพระพุทธยอดฟ้า

เชียงใหม่มาใช้สิทธิร้อยละ 71.98 ด้าน “บุญเลิศ” ขอบคุณชาวเชียงใหม่ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

เชียงใหม่มาใช้สิทธิร้อยละ71.98 ด้าน “บุญเลิศ” ขอบคุณชาวเชียงใหม่ (komchadluek.net)

เชียงใหม่มาใช้สิทธิร้อยละ71.98 ด้าน “บุญเลิศ” ขอบคุณชาวเชียงใหม่

เชียงใหม่มาใช้สิทธิร้อยละ71.98 ด้าน "บุญเลิศ" ขอบคุณชาวเชียงใหม่

22 ธันวาคม 2563 – 13:45 น.

กกต.เชียงใหม่ เผยตัวเลขผู้มาใช้สิทธิร้อยละ 71.98 เร่ง อบจ.รายงานผลอย่างเป็นทางการเพื่อส่งเข้า กกต. พรุ่งนี้ ส่วนบัตรเสียคาดจะมีน้อยกว่าการเลือกตั้ง ส.ส. ที่ผ่านมา ขณะ “บุญเลิศ บูรณุปกรณ์” โพสต์ ขอบคุณชาวเชียงใหม่ และแสดงความยินดี กับ”พิชัย เลิศพงศ์อดิศร”

22 ธ.ค.63 เมื่อเวลา 09.30 น.  นายเกรียงไกร พานดอกไม้ ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งจังหวัดเชียงใหม่ เปิดเผยว่า สำหรับผลคะแนนอย่างเป็นทางการ การเลือกตั้งสมาชิกสภา และ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ ทางองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบในการรวบรวมผลคะแนน และสรุปส่งมาให้กับทางสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งจังหวัดเชียงใหม่นั้น ขณะนี้กำลังอยู่ระหว่างการเร่งดำเนินการให้เสร็จภายในวันนี้ เพื่อนำส่งให้กับกกต.กลาง ในวันที่ 23 ธันวาคม 2563

สำหรับตัวเลขผู้มีสิทธิเลือกตั้งมีทั้งสิ้น 1,300,866 คน มีผู้ออกมาใช้สิทธิเลือกตั้ง 936,336 คน คิดเป็นร้อยละ 71.98 ส่วนผลคะแนนที่ทางสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งรวบรวมตัวเลขมาจากทุกอำเภอในจังหวัดเชียงใหม่ นายพิชัย เลิศพงศ์อดิศร มีคะแนนเป็นอันดับที่ 1 ด้วยคะแนน421,679 คะแนน, อันดับที่ 2 นายบุญเลิศ บูรณุปกรณ์ มีคะแนน 353,189 คะแนน ,อันดับที่ 3นายวินิจ จินใจ มีคะแนน 20,420 คะแนน, อันดับที่ 4 นายบดินทร์ กินาวงศ์ มีคะแนน 19,460 คะแนน, อันดับ 5 นายวสันต์ วัชวงษ์ มีคะแนน 4,798 คะแนน และ อันดับ 6 นายเฉลิมศักดิ์ สุรนันท์ มีคะแนน 4,534 คะแนน

ส่วนบัตรเสียที่มีข่าวว่ามีเป็นจำนวนมากนั้นยังไม่ได้รับรายงาน แต่โดยปกติ ทุกหน่วยเลือกตั้งจะมีบัตรเสียเกิดขึ้นบ้างแต่ไม่มากนัก โดยเมื่อครั้งการเลือกตั้งส.ส.ที่ผ่านมาภาพรวมของจังหวัดเชียงใหม่มีบัตรเสียร้อยละ 5.65 เท่านั้น และคาดว่าการเลือกตั้ง อบจ.ในครั้งนี้จำนวนบัตรเสียน่าจะมีจำนวนน้อยกว่าอย่างแน่นอน

เชียงใหม่มาใช้สิทธิร้อยละ71.98 ด้าน "บุญเลิศ" ขอบคุณชาวเชียงใหม่

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า จากการเข้าไปสำรวจความเคลื่อนไหวในเพจเฟซบุ๊ก “บุญเลิศ บูรณุปกรณ์” พบการเคลื่อนไหวของเพจ โดย มีการโพสต์ข้อความ“ขอบพระคุณทุกคะแนนเสียง ที่ลงคะแนนให้กับผม และกลุ่มเชียงใหม่คุณธรรม ขอบพระคุณทุกความเชื่อมั่น ความไว้วางใจ ที่อยากให้ผมและกลุ่มเชียงใหม่คุณธรรมกลับไปสานงานต่อ หลังจากนี้ผมจะยังคงตั้งใจทำหน้าที่ของตนเอง และสนับสนุนทุก ๆ การพัฒนาที่จะทำให้เมืองเชียงใหม่ดีขึ้น เพราะเชียงใหม่คือบ้านเกิดของผม และขอขอบพระคุณสำหรับแรงเชียร์ แรงใจ และการสนับสนุนจากทุกคนในตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา

เชียงใหม่มาใช้สิทธิร้อยละ71.98 ด้าน "บุญเลิศ" ขอบคุณชาวเชียงใหม่

และขอแสดงความยินดีกับ นายพิชัย เลิศพงศ์อดิศร ผู้สมัครหมายเลข 1 จากพรรคเพื่อไทย ที่ได้ดำรงตำแหน่งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ และส.อบจ. ที่ได้รับการคัดเลือกทุกท่าน หวังเป็นอย่างยิ่งว่าเมืองเชียงใหม่จะได้รับการพัฒนาเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้น ฝากความหวังไว้ที่พวกท่านทุกคนด้วยครับ” ขอบพระคุณจากใจจริงครับ บุญเลิศ บูรณุปกรณ์ หัวหน้ากลุ่มเชียงใหม่คุณธรรม

“พิธา” เผยกำลังใจยังดี หลังผู้สมัคร อบจ.คณะก้าวหน้าแพ้เลือกตั้งท้องถิ่นทุกเขต #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

“พิธา” เผยกำลังใจยังดี หลังผู้สมัครอบจ.คณะก้าวหน้าแพ้เลือกตั้งท้องถิ่นทุกเขต (komchadluek.net)

“พิธา” เผยกำลังใจยังดี หลังผู้สมัครอบจ.คณะก้าวหน้าแพ้เลือกตั้งท้องถิ่นทุกเขต

22 ธันวาคม 2563 – 13:08 น.

“พิธา” เผยกำลังใจยังดี หลังผู้สมัครอบจ.คณะก้าวหน้าแพ้เลือกตั้งท้องถิ่นทุกเขต ศาลเลื่อนนัดตรวจพยาน คดีธนาธรพร้อมพวก ร่วมกระทำผิด พรบ.ชุมนุม วันที่ 8 ก.พ.64

22 ธ.ค.63 ที่ศาลแขวงปทุมวัน ศาลนัดตรวจพยานหลักฐานกรณีร่วมกระทำผิด พ.ร.บ.ชุมนุมสาธารณะ พ.ศ. 2558 ในการชุมนุมแฟลชม็อบ บริเวณสกายวอล์ค สี่แยกปทุมวัน หน้าหอศิลปวัฒนธรรม กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 14 ธ.ค. 62 โดยมีนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า , นายปิยบุตร แสงกนกกุล  เลขาธิการคณะก้าวหน้า, น.ส.พรรณิการ์ วานิช โฆษกคณะก้าวหน้า, นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล และนายไพรัฎฐโชติก์ จันทรขจร  อดีตผู้สมัคร ส.ส. นครปฐม พรรคอนาคตใหม่ ซึ่งมีการฟ้องใน 6 ข้อหา คือ ชุมนุมสาธารณะโดยไม่แจ้งเจ้าพนักงาน , มีการชุมนุมในเขตที่ใกล้กับพระราชฐานวังสระปทุมไม่เกิน 150 เมตร , มีการขัดขวางการคมนาคมสถานีรถไฟฟ้า BTS , มีการใช้เครื่องเสียงโดยไม่ได้รับอนุญาต พนักงานได้แจ้งให้เลิกแล้วไม่ปฏิบัติตาม โดยพวกเราก็ให้การปฏิเสธทุกข้อหา ศาลได้นัดตรวจพยานหลักฐานวันนี้เวลา 10.00 น. 

โดยในวันนี้นายธนาธร นายปิยบุตร และ นางสาวพรรณิการ์ ไม่ได้เดินทางมาด้วยตัวเอง แต่มอบหมายให้นายกฤษฎางค์ นุตจรัส ทีมกฎหมายมาทำหน้าที่แทน เนื่องจากก่อนหน้านี้ไปปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่เสี่ยงเชื้อโควิด-19 จึงต้องกักตัว14วัน เพื่อเฝ้าสังเกตอาการ

นายกฤษฎางค์ กล่าวว่า เนื่องจากจำเลยทั้ง3คน ไม่มา จึงขอเลื่อนศาล วันนี้จึงได้สอบคำให้การแค่นายพิธา และ นายไพรัฎฐโชติก์ โดยทั้งหมดให้การปฏิเสธ ศาลจึงเลื่อนนัดไปตรวจพยานหลักฐานใหม่ในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2564 ในเวลา 09.00 น.

อย่างไรก็ตามคดีดังกล่าวนี้ยังมีจำเลยอีก 3 คน คือ นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือเพนกวิน แกนนำคณะราษฎร 2563 กับ น.ส.ณัฏฐา มหัทธนา หรือโบว์ อดีตแกนนำกลุ่มคนอยากเลือกตั้ง และนายธนวัฒน์ วงค์ไชย หรือบอล ขณะนี้อัยการกำลังขอพิจารณาคดีทั้งหมดอยู่ ซึ่งศาลจะสั่งในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2564 เช่นเดียวกัน 

ขณะที่นายพิธา กล่าวถึงกระแสตอบรับของประชาชนต่อการผลการเลือกตั้งสมาชิกองค์การบริหารส่วนจังหวัด และนายกองค์การส่วนจังหวัดของคณะก้าวหน้าว่า ยังไม่ย่อท้อและยังมีกำลังใจที่ดี โดยผลโดยรวมแล้วประชาชนออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งกว่า 50 เปอร์เซ็นต์ และ กว่า 2,000,000 เสียงที่ให้กับคณะก้าวหน้า ทั้งนี้ตนเชื่อว่า นายธนาธร ยังไม่ย่อท้อและมีกำลังใจที่ดี และที่สำคัญคือมีความเข้าใจฟันเฟืองของการเมืองระดับรากฐานและปัญหาของพี่น้องประชาชนมากยิ่งขึ้น และส่วนตัวในฐานะหัวหน้าพรรคก้าวไกล พูดสั้นๆได้แค่ว่า ปัญหามา ปัญญามี ปัญหามีไว้ให้แก้ ไม่ได้มีไว้ให้กลุ้ม ส่วนในเรื่องของยุทธวิธี เรื่องการทำงานการเมืองให้เข้มข้นขึ้น เป็นสิ่งต้องมาพูดคุยกันอีกที ซึ่งบ่ายนี้จะมีการประชุมซึ่งจะมีการถอดบทเรียนเกี่ยวกับการเลือกตั้งท้องถิ่น พร้อมยืนยันว่ายังทำงานอย่างเข้มแข็งและมีกำลังใจเหมือนเดิม

ศาลยกฟ้อง “จาตุรนต์” ไม่ผิดคดี 116 แถลงต้าน คสช. #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

ศาลยกฟ้อง “จาตุรนต์” ไม่ผิดคดี 116 แถลงต้าน คสช. (komchadluek.net)

ศาลยกฟ้อง “จาตุรนต์” ไม่ผิดคดี 116 แถลงต้าน คสช.

ศาลยกฟ้อง "จาตุรนต์" ไม่ผิดคดี 116 แถลงต้าน คสช.

22 ธันวาคม 2563 – 12:22 น.

ศาลอาญาพิพากษายกฟ้อง จาตุรนต์ ฉายแสง ไม่ผิดคดี 116 หลังแถลงข่าวไม่เห็นด้วยกับการรัฐประหาร คสช.ปี 57

ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลอ่านคำพิพากษายกฟ้อง นายจาตุรนต์ ฉายแสง  อดีตประธานยุทธศาสตร์พรรคไทยรักษาชาติ และอดีตแกนนำพรรคเพื่อไทย จำเลยในความผิดฐานฝ่าฝืน ขัดคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ฉบับที่ 37/2557และ พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 มาตรา 14(3)
  
คดีนี้พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา 9 เป็นโจทก์ยื่นฟ้องสรุปว่า เมื่อวันที่ 27 พ.ค.57 จำเลยได้แถลงข่าวต่อสื่อมวลชนทั้งต่อต้านการเข้าควบคุมอำนาจของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ( คสช.) โดยให้ประชาชนเห็นว่า  การเข้าควบคุมอำนาจของ คสช. เป็นสิ่งไม่ถูกต้อง และคำสั่งหรือประกาศ คสช.ก็ไม่ถูกต้องตามกฎหมาย การกระทำของจำเลยจึงเป็นการกระทำเพื่อให้ประชาชนทั่วไปต่อต้านการคุมอำนาจของ คสช. เป็นการยั่วยุปลุกปั่นทำลายความน่าเชื่อถือของคณะ คสช.เพื่อให้เกิดความปั่นป่วน กระด้างกระเดื่องถึงขนาดที่จะก่อความไม่สงบขึ้นในราชอาณาจักร  ขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116, 368, 91  พ.ร.บ.เกี่ยวกับการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 มาตรา14

โดยศาลพิเคราะห์พยานหลักฐานของโจทก์และจำเลยแล้วเห็นว่า มีปัญหาต้องวินิจฉัยว่า จำเลยทำความผิดตามฟ้องมาตรา116 หรือไม่ เห็นว่า ตามมาตรา 116 ระบุว่า กระทำให้ปรากฎแก่ประชาชนด้วยวาจา หนังสือ หรือวิธีอื่นใด อันไม่ใช่เป็นการกระทำภายในความมุ่งหมายแห่งรัฐธรรมนูญ หรือไม่ใช่เพื่อแสดงความคิดเห็นโดยสุจริต เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในกฎหมายแผ่นดินหรือรัฐบาล โดยใช้กำลังข่มขืนใจ หรือใช้กำลังประทุษร้าย เพื่อให้เกิดความปั่นป่วน หรือกระด้างกระเดื่องในหมู่ประชาชน ถึงขนาดที่จะก่อความไม่สงบขึ้นในราชอาณาจักร หรือ เพื่อให้ประชาชน ล่วงละเมิดกฎหมายแผ่นดิน

แต่จำเลยเพียงแต่ไปงานแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนต่างประเทศ มีผู้เข้าฟังประมาณ 80 คน และจำเลยได้แถลงเป็นภาษาอังกฤษใจความสรุปได้ว่า ไม่เห็นด้วยกับการยึดอำนาจของ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ ขอเรียกร้องให้คืนอำนาจให้ประชาชนโดยจัดการเลือกตั้งโดยเร็ว ขอให้ประชาชนอดทนและแสดงออกอย่างสันติวิธี 

แม้พยานฝ่ายโจทก์จะให้เหตุผลว่า จำเลยเป็นบุคคลที่เคยดำรงค์ตำแหน่งสำคัญ และตำแหน่งสุดท้ายคือ รมว.กระทรวงศึกษา เป็นคนที่มีประชาชนให้ความเชื่อถือ และการที่จำเลยได้แสดงออกว่าไม่เห็นด้วยกับคสช.ในช่วงเริ่มแรกของการยึดอำนาจ ยังมีความไม่สงบในหลายพื้นที่แการกระทำของจำเลยอาจจะเป็นเหตุให้ยุยงปลุกปั่นประชาชนให้หลงเชื่อคล้อยตาม และออกมาต่อต้านการรัฐประหาร จนเกิดความไม่สงบในบ้านเมือง 

แต่ความผิดตาม ม.116 ต้องปรากฎโดยชัดแจ้ง เป็นการละเมิดกฎหมายของแผ่นดิน การที่จำเลยไปแถลงข่าวดังกล่าว เป็นไปตามสิทธิเสรีภาพโดยสุจริตตามรัฐธรรมนูญ และเป็นการทางการแสดงออกโดยคำพูดที่ทุกคนมีสิทธิที่จะได้รับ ตามปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชนที่ประเทศไทยเป็นสมาชิก อย่างไรก็ตามไม่ปรากฎว่าหลังจากจำเลยได้แถลงข่าวแล้วมีประชาชนออกมาสร้างความปั่นป่วนวุ่นวาย ไม่สงบในสังคม และในข้อความที่จำเลยแถลงไม่มีข้อความใดที่เจตนาให้ประชาชนออกมาเคลื่อนไหวต่อต้าน คสช.

ปัญหาที่ต้องวินิจฉัยว่าจำเลยตามความผิดฐานนำเข้าสู่ระบบคอมพิเตอร์อันเป็นความผิดเกี่ยวกับความมั่นคง พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ หรือไม่ เห็นว่า โจทก์ไม่ได้มีพยานหลักฐานใดมาแสดงให้เห็นว่าจำเลยเป็นผู้นำข้อมูลเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์เฟซบุ๊ก Chaturon.FanPage” กลับได้ข้อเท็จจริงจากพยานว่าหลังจากจำเลยแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนจำเลยถูกควบคุมตัวและไม่อนุญาตให้จำเลยใช้โทรศัพท์หรือเครื่องมือสื่อสารใด ๆ สอดคล้องกับพยานจำเลยยืนยันว่าหลังจากทหารเข้าควบคุมตัวจำเลยถูกยึดโทรศัพท์มือถือและไม่มีเครื่องมือสื่อสารไม่สามารถติดต่อเครือญาติได้ เมื่อข้อความที่มีการโพสต์ในเฟซบุ๊กตามที่โจทก์ฟ้องอยู่ในช่วงระหว่างที่จำเลยถูกควบคุมตัว พยานหลักฐานของโจทก์จึงยังไม่มีมูลเพียงพอที่จะรับฟังได้ พิพากษายกฟ้อง

“ธนกร” ป้อง “บิ๊กตู่” ย้ำไม่ได้ประมาท แจงสั่งคุมเข้มโควิด-19เต็มที่ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

“ธนกร”ป้อง”บิ๊กตู่” ย้ำไม่ได้ประมาท แจงสั่งคุมเข้มโควิด-19เต็มที่ (komchadluek.net)

“ธนกร”ป้อง”บิ๊กตู่” ย้ำไม่ได้ประมาท แจงสั่งคุมเข้มโควิด-19เต็มที่

"ธนกร"ป้อง"บิ๊กตู่" ย้ำไม่ได้ประมาท แจงสั่งคุมเข้มโควิด-19เต็มที่

22 ธันวาคม 2563 – 12:21 น.

“ธนกร”ป้อง”บิ๊กตู่” ย้ำไม่ได้ประมาท แจงสั่งคุมเข้มโควิด-19เต็มที่ วอนทุกฝ่ายร่วมมือ อย่าการ์ดตก เมินฝ่ายค้านขู่ยื่นซักฟอก

 22 ธ.ค.63   นายธนกร วังบุญคงชนะ เลขานุการรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่พรรคเพื่อไทยและพรรคร่วมฝ่ายค้านออกมาขู่ว่า จะเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลกรณีประมาทเลินเล่อ ทำให้โควิด-19ระบาดรอบใหม่ว่า ตนเข้าใจพรรคเพื่อไทย และคงไปห้ามไม่ได้ แต่ควรให้ความเป็นธรรมกับรัฐบาลด้วย

ที่ผ่านมา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม บริหารจัดการคุมเข้มสถานการณ์โควิดได้ดี แต่เหตุที่จ.สมุทรสาครเกิดจากแรงงานต่างด้าวลักลอบเข้ามาตามแนวชายแดนโดยใช้เส้นทางธรรมชาติ ซึ่งรัฐบาลได้สั่งคุมเข้มชายแดนแต่ก็ยังมีเล็ดลอดเข้ามาได้ ทำให้มีการแพร่ระบาด อย่างไรก็ตาม ขณะนี้กระทรวงสาธารณสุขและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เข้าไปคุมเข้มพื้นที่แล้ว

นายธนกร กล่าวอีกว่า ส่วนกรณีที่พรรคเพื่อไทยกล่าวหาว่าอาจมีเจ้าหน้าที่ทุจริต ปล่อยให้แรงงานต่างด้าวเข้ามานั้น ที่ผ่านมาพล.อ.ประยุทธ์ได้กำชับเจ้าหน้าที่มาโดยตลอด คงจะต้องมีการตรวจสอบ แต่อย่าเพิ่งไปกล่าวหา เพราะเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายก็ทำงานกันอย่างเต็มที่ ไม่อยากให้โทษกันให้เสียกำลังใจ อยากจะให้ทุกฝ่ายมาช่วยกันจะดีกว่า สิ่งสำคัญคือ ขอให้ประชาชนอย่าการ์ดตก ที่ผ่านมาต้องชื่นชมประชาชนที่ให้ความร่วมมือ ทำให้สามารถคุมสถานการณ์ได้ ทั้งนี้ เมื่อช่วงเช้าตนได้เจอพล.อ.ประยุทธ์ ท่านมีความห่วงใยพี่น้องประชาชนอย่างมาก ไม่อยากให้เกิดสถานการณ์นี้ ท่านนายกฯ จึงได้สั่งคุมเข้ม ดังนั้น ขอให้มั่นใจ ที่สำคัญ อย่านำมาเป็นประเด็นทางการเมืองเพื่อโจมตีรัฐบาล 

ศาลอาญาสั่งยกฟ้อง “แม่จ่านิว” ไม่ผิดคดี ม.112 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

ศาลอาญาสั่งยกฟ้อง “แม่จ่านิว” ไม่ผิดคดี ม.112 (komchadluek.net)

ศาลอาญาสั่งยกฟ้อง “แม่จ่านิว” ไม่ผิดคดี ม.112

ศาลอาญาสั่งยกฟ้อง "แม่จ่านิว" ไม่ผิดคดี ม.112

22 ธันวาคม 2563 – 11:24 น.

ศาลอาญาพิพากษา ยกฟ้อง “แม่จ่านิว” คดี ม.112 ตอบแชทข้อความคำว่า “จ้า” ไม่ผิดหมิ่นเบื้องสูง

ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ศาลอ่านคำพิพากษายกฟ้อง น.ส.พัฒน์นรี หรือพัชนรี หรือหนึ่งนุช ชาญกิจ มารดาของนายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ นักเคลื่อนไหวทางการเมือง จำเลย ในความผิดฐานหมิ่นประมาทสถาบันฯ ตาม ป.อาญา มาตรา 112 และความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ โดยเป็นคดีที่โอนมาจากศาลทหาร 

คดีนี้พนักงานอัยการสำนักงานคดีอาญา 9 เป็นโจทก์ฟ้อง สรุปว่า จำเลยใช้เฟซบุ๊กแชทกับนายบุรินทร์ อินติน มีข้อความหมิ่นประมาทสถาบันฯ โดยจำเลยโพสต์ข้อความโต้ตอบนายบุรินทร์ว่า “จ้า” เท่ากับเป็นการยอมรับและมีส่วนร่วมในการโพสต์ข้อความ จึงเป็นความผิดตาม ป.อาญา และ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ ซึ่งนายบุรินทร์ถูกศาลทหารพิพากษาลงโทษจำคุกไปแล้ว สำหรับ น.ส.พัฒน์นรี จำเลยคดีนี้ให้การปฎิเสธและได้รับการประกันตัว

ศาลพิเคราะห์พยานหลักฐานโจทก์จำเลยแล้ว ระหว่างเวลา 22.00 น. ถึง 22.40 น. ของวันที่ 12 มี.ค. 2559 จำเลยได้อ่านข้อความเฟซบุ๊กของนายบุรินทร์ หลังจากผ่านไป 5 นาที จำเลยก็ตอบว่า “จ้า” ซึ่งพยานนักวิชาการเบิกความว่า คำว่าจ้าเพียงคำเดียวไม่ได้สื่อความหมายอะไร และฟังได้ว่า การที่จำเลยไม่ได้โพสต์ความอื่นๆ นอกจากคำว่าจ้า หลังจากเว้นช่วงเวลาไปนาน 5 นาที แสดงว่าจำเลยต้องการสิ้นสุดการอ่านข้อความเท่านั้น จากนั้นไม่มีความเห็นอื่นๆ จึงฟังไม่ได้ว่ามีเจตนาหมิ่นประมาทรัชทายาทฯ ตามฟ้อง พิพากษายกฟ้อง โดยหลังฟังคำพิพากษา น.ส.พัฒน์นรี ถึงกับร้องไห้

น.ส.พัฒน์นรี เปิดเผยหลังฟังคำพิพากษาว่า คดีนี้ไม่น่าเป็นคดีมาตั้งแต่แรกด้วยซ้ำ อาจเป็นเพราะตนเป็นแม่จ่านิว ถึงถูกดำเนินคดี ตนอ่านเฟซบุ๊กของนายบุรินทร์ในฐานะเพื่อนกันทั่วไปนาน 20 นาที และไม่ได้คุยอะไรนอกจากคำว่าจ้าคำเดียว หลังจากเว้นไป 5 นาที ศาลท่านมองว่าเพียงเท่านี้ ตนไม่มีเจตนากระทำผิด จึงยกฟ้อง ก็รู้สึกโล่งใจถึง 95 เปอร์เซ็นต์ ขอให้อัยการอย่าได้อุทธรณ์เลย เดิมคดีนี้อยู่ในศาลทหาร ตนรู้สึกกังวล เพราะเขาไม่ให้คนอื่นเข้าฟังการพิจารณา ส่วนคดีอื่นตนก็ได้รับการยกฟ้องไปหมดแล้ว 

“เรืองไกร” ร้อง “กกต.” เอาผิดอาญา สว. ผู้เคยเป็น สว. #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

“เรืองไกร” ร้อง “กกต.” เอาผิดอาญา สว.ผู้เคยเป็น สว. (komchadluek.net)

“เรืองไกร” ร้อง “กกต.” เอาผิดอาญา สว.ผู้เคยเป็น สว.

"เรืองไกร" ร้อง "กกต." เอาผิดอาญา สว.ผู้เคยเป็น สว.

22 ธันวาคม 2563 – 10:14 น.

“เรืองไกร”ร้อง”กกต.”ตรวจสอบ สว.ชุดปัจจุบันที่เคยเป็น สว.มาก่อนว่าจะเข้าลักษณะต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกหรือไม่หากผู้ใดรู้ว่าไม่มีสิทธิสมัครรับเลือกแต่ฝ่าฝืนไปใช้สิทธิสมัครต้องมีโทษจำคุกสูงสุด10ปีเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง20ปีและต้องคืนเงินประจำตำแหน่ง

22 ธ.ค.2563  นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ  อดีตสมาชิกวุฒิสภา เปิดเผยว่า วันนี้ตนได้ส่งหนังสือทางไปรษณีย์ EMS ขอให้ กกต. ตรวจสอบสมาชิกวุฒิสภาชุดปัจจุบันทุกคนที่เคยเป็น สว. มาก่อนว่า จะเข้าลักษณะต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกหรือไม่

นายเรืองไกร กล่าวว่า เนื่องจาก พ.ร.ป.สว. 2561 มาตรา 14 (26) บัญญัติว่า ผู้สมัครรับเลือกต้องไม่เคยเป็นสมาชิกวุฒิสภาตามรัฐธรรมนูญ

นายเรืองไกร กล่าวต่อว่า มาตรา 74 กำหนดโทษไว้ว่าหากผู้ใดรู้ว่าไม่มีสิทธิสมัครรับเลือก แต่ฝ่าฝืนไปใช้สิทธิสมัคร ต้องมีโทษจำคุกสูงสุด 10 ปี เพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง 20 ปี และต้องคืนเงินประจำตำแหน่งทั้งหมดด้วย

นายเรืองไกร กล่าวตามมาว่า เป็นที่รู้กันดีว่า สว.ชุดปัจจุบันหลายสิบคนเคยเป็น สว. มาแล้ว ดังนั้น ตนจึงต้องไปร้องให้ กกต. ตรวจสอบว่า สว.เหล่านี้จะมีความผิดทางอาญาหรือไม่ จะโดนเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งหรือไม่ และจะโดนเรียกคืนเงินหรือไม่ ซึ่งกรณีดังกล่าวอยู่ในอำนาจศาลยุติธรรม ไม่ใช่ศาลรัฐธรรมนูญ ดังนั้น กกต.ต้องไต่สวนต่อไปโดยเร็ว จะละเว้นมิได้ อีกทั้ง กกต.ต้องรู้เองว่า สว.เหล่านี้มีใครบ้าง

นายเรืองไกร กล่าวทิ้งท้ายว่า อย่างไรก็ตาม ในคำร้องที่ยื่น กกต. ตนได้แนบสำเนาบัญชีทรัพย์สินของนายสมชาย แสวงการ ที่แจ้งประวัติไว้ว่า เคยเป็นสว.สรรหามาแล้วสองรอบ ให้เป็นตัวอย่างประกอบการตรวจสอบแล้วด้วย