Samut Sakhon Covid-19 cases exceed 1,000 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ The Nation.

Samut Sakhon Covid-19 cases exceed 1,000 (nationthailand.com)

Samut Sakhon Covid-19 cases exceed 1,000

NationalDec 22. 2020

By The Nation

Another 242 people tested positive in Samut Sakhon province by 1am on Tuesday, taking total cases there in the latest outbreak above 1,000.

Samut Sakhon Governor Veerasak Vichitsangsri said the number of infected people had risen to 1,063.

The total number of cases rose by 27.91 per cent, while 6,156 samples were tested for Covid-19, with 3,808 cases revealed while results were awaited for 2,348.

Nearly 90 per cent of the positive cases were migrant workers. The positive rate detection has improved from the first day with more than 40 per cent, but now the positive detections rate has dropped to 27.91 per cent.

Two biosafety mobile units were set up at Tha Chin government complex resident to detect infections among workers and their families, targeting 2,500 samples, while also checking people who requested a test.

There are many migrant workers waiting to be tested with the queue stretching for more than two kilometres because large numbers of foreign workers stay here, he said.

นักการเมืองอเมริกันโวไม่เชื่อโควิด แต่แซงคิวฉีดวัคซีนก่อนประชาชน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

นักการเมืองอเมริกันโวไม่เชื่อโควิด แต่แซงคิวฉีดวัคซีนก่อนประชาชน – โพสต์ทูเดย์ รอบโลก (posttoday.com)

วันที่ 22 ธ.ค. 2563 เวลา 16:11 น.นักการเมืองอเมริกันโวไม่เชื่อโควิด แต่แซงคิวฉีดวัคซีนก่อนประชาชนสมาชิกพรรครีพับลิกันจำนวนหนึ่งถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักหลังเข้ารับการฉีดวัคซีนเป็นกลุ่มแรกๆ ทั้งที่ไม่ใช่กลุ่มเสี่ยง

สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน สมาชิกพรรครีพับลิกันของสหรัฐจำนวนหนึ่งกำลังถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักบนโลกออนไลน์เนื่องจากพวกเขาเป็นบุคคลกลุ่มแรกๆ ที่ได้รับวัคซีนต้านโควิด-19 ของไฟเซอร์ (Pfizer)

ทั้งนี้ สมาชิกบางคนอยู่นอกเหนือเกณฑ์ที่จะได้รับวัคซีนเป็นกลุ่มแรกๆ เนื่องจากยังมีกลุ่มเสี่ยงอีกเป็นจำนวนมากทั่วประเทศ แต่พวกเขาลัดคิวการฉีดวัคซีนโดยกล่าวว่าเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ประชาชนในการเข้ารับการฉีดวัคซีน

ทั้งที่ก่อนหน้านี้พวกเขามีท่าทีไม่หวาดกลัวต่อโรคโควิด-19 มาโดยตลอด และยังไม่เชื่อถือในมาตรการเว้นระยะห่างทางสังคมและการสวมหน้ากากอนามัยซึ่งสอดคล้องกับความคิดของโดนัลด์ ทรัมป์ หัวหน้าพรรค

มาร์โก รูบิโอ วุฒิสมาชิกจากฟลอริดา โพสต์ภาพฉีดวัคซีนบนทวิตเตอร์ โดยมีประชาชนเข้ามาแสดงความคิดเห็นอย่างล้นหลาม หลายคนชี้ให้เห็นว่าเขาเพิ่งเข้าร่วมการชุมนุมครั้งใหญ่ที่ผ่านมาร่วมกับทรัมป์โดยไม่สวมหน้ากากอนามัย

เช่นเดียวกับ ลินด์เซย์ เกรแฮม วุฒิสมาชิกจากเซาท์แคโรไลนาที่สนับสนุนความคิดของทรัมป์มาโดยตลอด ต้องเผชิญกับเสียงวิพากษ์วิจารณ์หลังจากที่โพสต์ภาพเข้ารับการฉีดวัคซีนเช่นกัน

รวมถึงรองประธานาธิบดีไมก์ เพนซ์ ก็ได้รับเสียงตอบรับใกล้เคียงกันหลังเข้ารับการฉีดวัคซีนในวอชิงตีน ดี.ซี. เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา

I know I looked away from the needle And yes, I know I need a tanBut I am so confident that the #Covid19 vaccine is safe & effective that I decided to take it myself pic.twitter.com/TQbog6fu7i— Marco Rubio (@marcorubio) December 19, 2020

Thank God for nurses who help people in need and know how to use a needle. Thank God for those who produced these vaccines. If enough of us take it, we will get back to normal lives. Help is on the way. pic.twitter.com/XUWKm6H3QG— Lindsey Graham (@LindseyGrahamSC) December 19, 2020

จีนสร้างกำแพงกั้นพรมแดนเมียนมา #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

จีนสร้างกำแพงกั้นพรมแดนเมียนมา  – โพสต์ทูเดย์ รอบโลก (posttoday.com)

วันที่ 22 ธ.ค. 2563 เวลา 14:15 น.จีนสร้างกำแพงกั้นพรมแดนเมียนมา สำนักข่าวเรดิโอฟรีเอเชีย (RFA) รายงานว่า ทางการจีนกำลังก่อสร้างรั้วเหล็กโดยมีลวดหนามติดตั้งไว้ด้านบนความยาวราว 2,000 กิโลเมตรตามแนวชายแดนจีน-เมียนมา เพื่อป้องกันไม่ไห้มีการลักลอบข้ามชายแดน

ภาพจากโซเชียลมีเดียที่ RFA นำเสนอเผยให้เห็นรั้วเหล็กที่ติดตั้งลวดหนามไว้ด้านบนความสูงราว 1.8-2.7 เมตร ติดตั้งอยู่ในเมืองหวั่นติงและเมืองรุ่ยลี่ โดยทั้งสองเมืองนี้ตั้งอยู่ระหว่างพรมแดนมณฑลยูนนานของจีนและรัฐฉานของเมียนมา 

RFA ระบุว่ารั้วที่ถูกขนามนามว่า Southern Great Wall หรือกำแพงทางใต้ เริ่มก่อสร้างเมื่อต้นปีที่ผ่านมา คืบหน้าไปแล้ว 670 กิโลเมตร คาดว่าจะเสร็จสิ้นในเดือน ต.ค. 2022 โดยจะมีการปล่อยไฟฟ้าแรงสูง ติดตั้งกล้องวงจรปิดและเซ็นเซอร์อินฟราเรดในจุดหลักที่มักใช้เป็นเส้นทางข้ามพรมแดน   

สื่อในจีนรายงานว่ารั้วกั้นพรมแดนมีจุดประสงค์เพื่อป้องกันไม่ให้ชาวเมียนมาลักลอบข้ามพรมแดนเข้าจีนช่วง Covid-19 ระบาด แต่ผู้เชี่ยวชาญ 2 รายให้สัมภาษณ์กับ RFA ว่าทางการจีนมีจุดประสงค์อื่นด้วยนอกจากการสกัด Covid-19  

นักวิชาการด้านความสัมพันธ์จีน-เมียนมาเผยกับ RFA ว่า กำแพงอาจป้องกันไม่ให้พลเมืองจีนลักลอบข้ามไปยังเมียนมาหรือเวียดนามเพื่อทำธุรกิจ เนื่องจากบางคนข้ามไปแล้วไม่กลับจีนอีกเลย ซึ่งรัฐบาลจีนไม่ต้องการให้เป็นเช่นนั้น

ส่วนผู้เชี่ยวชาญอีกรายหนึ่งระบุว่า กำแพงจะช่วยป้องกันไม่ให้ชาวจีนหลบหนีไปยังประเทศอาเซียน  

เมื่อเดือนที่แล้ว เว็บไซต์ The Irrawaddy ของเมียนมารายงานว่า ทหารเมียนมาและเจ้าหน้าที่ในเมืองโกกั้งในรัฐฉานพยายามคัดค้านการก่อสร้างและระบุว่ากำแพงสร้างโดยไม่ได้แจ้งทางการเมียนมาก่อน 

นอกจากนี้ เมื่อเดือน ต.ค. RFA ภาคภาษาจีนยังรายงานว่า ทางการจีนก่อสร้างกำแพงตามแนวชายแดนติดกับเวียดนาม เพื่อป้องกันไม่ให้แรงงานชาวจีนอพยพข้ามชายแดนเพื่อหางานทำในช่วงที่ Covid-19 ระบาดหนัก

โลกผวา! แอฟริกาใต้พบไวรัสอีกสายพันธุ์ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

โลกผวา! แอฟริกาใต้พบไวรัสอีกสายพันธุ์ – โพสต์ทูเดย์ รอบโลก (posttoday.com)

วันที่ 22 ธ.ค. 2563 เวลา 13:02 น.โลกผวา! แอฟริกาใต้พบไวรัสอีกสายพันธุ์แอฟริกาใต้ยืนยันพบไวรัสโคโรนากลายพันธุ์ ซึ่งเป็นคนละสายพันธุ์กับที่ระบาดในอังกฤษ

เมื่อวันที่ 22 ธ.ค. บลูมเบิร์กรายงาน ซเวลี ไมซ์ รัฐมนตรีกระทรวงสาธารณสุขของแอฟริกาใต้เผยว่านักวิทยาศาสตร์พบว่ามีการติดเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ในแอฟริกาใต้

โดยทางการตั้งชื่อไวรัสสายพันธุ์นี้ว่า 501.V2 ซึ่งถูกตรวจพบในกลุ่มตัวอย่างมากขึ้นในช่วงสองเดือนที่ผ่านมา และมีแนวโน้มว่าสามารถแพร่ระบาดได้เร็วกว่าสายพันธุ์ก่อนหน้านี้ และยังพบผู้ป่วยโควิด-19 อายุน้อยในสัดส่วนที่มากขึ้น

อย่างไรก็ตามแม้ว่าจะแพร่ระบาดง่ายขึ้นแต่ยังไม่ชัดเจนว่าจะมีผลกระทบรุนแรงกว่าเดิมหรือไม่ รัฐบาลจึงย้ำเตือนประชาชนอย่าตื่นตระหนก และข้อมูลดังกล่าวได้ถูกส่งต่อไปยังองค์กรอนามัยโลกเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

โดยนักวิจัยกำลังดำเนินการตรวจสอบว่าวัคซีนที่มีอยู่จะยังคงมีประสิทธิภาพหรือไม่ แต่ยืนยันว่าไวรัสกลายพันธุ์ดังกล่าวเป็นคนละสายพันธุ์กับที่ระบาดอยู่ในสหราชอาณาจักร

ทั้งนี้ รัฐบาลแอฟริกาประกาศว่ามีการระบาดระลอกที่ 2 เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว เนื่องจากจำนวนผู้ป่วยรายวันเพิ่มขึ้น 2 เท่าในเดือนนี้ โดยข้อมูลของกระทรวงสาธารณสุขระบุว่ามีผู้ป่วยเกือบ 900,000 คน

Photo by LUCA SOLA / AFP

นักวิทย์ชี้เด็กมีสิทธิติดไวรัสกลายพันธุ์มากขึ้น #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

นักวิทย์ชี้เด็กมีสิทธิติดไวรัสกลายพันธุ์มากขึ้น – โพสต์ทูเดย์ รอบโลก (posttoday.com)

วันที่ 22 ธ.ค. 2563 เวลา 11:10 น.นักวิทย์ชี้เด็กมีสิทธิติดไวรัสกลายพันธุ์มากขึ้นนักวิทยาศาสตร์พบว่าการกลายพันธุ์ของไวรัสโคโรนาอาจระบาดในเด็กได้มากกว่าสายพันธุ์เดิม

รอยเตอร์สและบีบีซีรายงานว่า กลุ่มที่ปรึกษาด้านภัยคุกคามจากไวรัสระบบทางเดินหายใจที่อุบัติใหม่ (Nervtag) กำลังเร่งตรวจสอบไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ที่มีแนวโน้มว่าจะแพร่ระบาดในเด็กได้มากขึ้นกว่าสายพันธุ์เดิม

โดยศาสตราจารย์เวนดี บาร์เคลย์ ผู้เชี่ยวชาญด้านไวรัสวิทยาระบุว่าไวรัสโคโรนาสายพันธุ์เดิมพบว่าติดเชื้อในเด็กยากกว่าผู้ใหญ่ เนื่องจากเด็กมีตัวรับ ACE2 ซึ่งเป็นตัวรับที่เปิดทางให้ไวรัสเข้าสู่เซลล์ในร่างกายน้อยกว่าผู้ใหญ่ แต่การกลายพันธุ์ของไวรัสเป็นการเปลี่ยนแปลงวิธีการเข้าสู่เซลล์ของมนุษย์

ดังนั้น อาจหมายความว่าเด็กอาจอ่อนแอต่อไวรัสชนิดนี้เช่นเดียวกับผู้ใหญ่ ซึ่งแตกต่างจากสายพันธุ์ก่อนหน้า นักวิทยาศาสตร์จึงคาดว่าจะมีเด็กติดเชื้อมากขึ้นจากไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่

เช่นเดียวกับศาสตราจารย์นีล เฟอร์กูสัน นักระบาดวิทยา กล่าวว่าจากข้อมูลที่ปรากฏอยู่ขณะนี้พบว่าไวรัสสายพันธุ์ใหม่มีแนวโน้มที่จะติดเชื้อในเด็กมากขึ้น แต่ยังไม่ทราบถึงสาเหตุและรายละเอียดใดๆ เพิ่มเติม โดยทีมจะต้องรวบรวมข้อมูลเพื่อศึกษาการทำงานของไวรัสต่อไป

ทั้งนี้ นักวิทยาศาสตร์พบว่าการกลายพันธุ์ของไวรัสในสหราชอาณาจักรทำให้เชื้อสามารถแพร่ระบาดได้มากขึ้นถึง 70%

Photo by Patrick T. Fallon / AFP

เกราะป้องกันบ้านของเรามีช่องโหว่หรือไม่? #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

เกราะป้องกันบ้านของเรามีช่องโหว่หรือไม่? – โพสต์ทูเดย์ รอบโลก (posttoday.com)

วันที่ 21 ธ.ค. 2563 เวลา 21:31 น.เกราะป้องกันบ้านของเรามีช่องโหว่หรือไม่?แต่กำแพงบ้านของเราแกร่งพอหรือไม่ และภายในมีคนในชักใบให้เรือเสียหรือไม่ด้วยการทำพาหะโรคเข้ามา จนทำให้ไทยพบการระบาดใหม่ ขณะที่ภายนอกไทยก็พบสายพันธุ์ใหม่ในเวลาเดียวกัน

แม้ว่าจะถึงช่วงกลางเดือนธันวาคมแล้วพร้อมๆ กับข่าวดีเรื่องวัคซีนสูตรแล้วสูตรเล่า แต่โควิด-19 ก็ไม่มีทีท่าจะซาลงแถมยังเกิดระลอกใหม่กับสายพันธุ์ใหม่ที่จ่อคอหอยยุโรป

เศรษฐกิจยุโรปต้องฝันค้าง จากที่รอความหวังวันคริสต์มาสที่มีการจับจ่ายอย่างคับคั่งและโอกาสที่ผู้คนจะมาร่วมเฉลิมกัน ตอนนี้แทบเป็นไปได้แล้ว เพราะโควิด-19 สายพันธุ์ใหม่จู่ๆ ก็เกิดขึ้นในสหราชอาณาจักร

สิ่งที่เกิดขึ้นทำให้ต้องหวังกับวัคซีนมากขึ้นไปอีก เพราะเห็นแล้วว่าไม่มีวัคซีน ก็ไม่มีชีวิตปกติ แต่ธุรกิจบางกลุ่มที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุดอย่างการท่องเที่ยว มีผู้ออกมาบอกว่าจะให้นักท่องเที่ยวให้ฉีดวัคซีนทุกคนก่อนเดินทางนั้น ธุรกิจท่องเที่ยวพังแน่ๆ

น่าสงสัยว่าภาคธุรกิจมีข้อแม้เยอะเกินไปหรือไม่กับภาวะปกติใหม่ของชีวิตยุคหลังโควิด แต่ถ้ามองอย่างเอาใจเขามาใส่ใจเรา การให้นักท่องเที่ยวฉีดวัคซีนทำให้ธุรกิจมีต้นทุนมากขึ้นและบั่นทอนความอยากที่จะเดินทางของหลายๆ คน ฉีดหรือไม่ฉีดธุรกิจก็พังเอาง่ายๆ เหมือนกัน

มองมาที่สถานการณ์วิกฤตของไทยในช่วงกลางเดือนธันวาคม การติดเชื้อขนานใหญ่ที่มหาชัย ทำให้สังคมเกิดความหวาดระแวงขึ้นมาอีก หวาดระแวงทั้งแรงงานต่างด้าว หวาดระแวงอาหารทะเล หวาดระแวงว่ารัฐบาลอ่อนด้อยเกินไปไหม และหวาดระแวงว่ากองทัพพูดไม่จริงเรื่องชายแดนไม่มีปัญหา ฯลฯ

กรณีมหาชัยทำให้เราต้องต้องยอมรับความจริงกันอีกครั้งว่า ตราบใดที่ไม่มีวัคซีน ตราบนั้นเราจะต้องอยู่อย่างระแวงกันต่อไป ที่โฆษณากันเรื่อง “นิวนอร์มอล” หรือวิถีชีวิตปกติใหม่นั้นเป็นเพียงการปลอบใจให้เราอยู่แบบมีหวังกันไปเรื่อยๆ เท่านั้น

การอยู่อย่างหวาดระแวงไม่สามารถเรียกว่าป็นวิถีปกติ (ใหม่) ได้หรอก!

ดังนั้นสิ่งที่ทำได้ตอนนี้นอกจากป้องกันตัวเองอย่างเคร่งครัด คือการรอความหวังเรื่องวัคซีน และทำอย่างไรก็ไดไม่ให้โควิด-19 จากนอกประเทศทะลักเข้าประเทศไทย

ยิ่งตอนนี้พบการกลายพันธุ์ในยุโรป เราจะมัวมาใจที่ชายแดนอย่างเดียวไม่ได้ด้วย ไม่แน่ว่าการเดินทางด้วยเครื่องบินอาจจะต้องเข้มงวดกันอีกครั้ง

เบื้องต้นเรามาดูกันที่ชายแดนก่อนเพราะเป็นปัญหาเฉพาะหน้าและในระยะยาวก็เป็นปัญหาเช่นกัน

ประเทศไทยมีความยากลำบากอย่างหนึ่งก็คือ แวดล้อมไปด้วยประเทศที่มีการพัฒนาด้านสาธารณสุขต่ำ โชคยังดีที่เพื่อนบ้านฝั่งตะวันออกคือ ลาวและกัมพูชามีอัตราการติดเชื้อต่ำที่สุดแห่งหนึ่งในโลก เราจึงไม่ต้องกังวลจุดนี้มากนัก

คล้ายๆ กับการที่เวียดนามสามารถควบคุมโควิดได้ดีจนได้รับการยอมรับไปทั่วโลก ส่วนหนึ่งต้องพิจารณาด้วยว่าเพื่อนบ้านฝั่งตะวันตกของเวียดนามคือลาวและกัมพูชามีการติดเชื้อต่ำ ส่วนเพื่อนบ้านทางเหนือคือจีนก็ควบคุมพรมแดนเข้มงวด แถมในตอนนี้จีนยังมีสภาพเกือบจะปกติแล้ว (ไม่ใช่ปกติใหม่ แต่ปกติเหมือนเดิม)

เวียดนามจึงแทบไม่ต้องกังวลเชื้อโรคนำเข้าเลย!

ตรงกันข้ามกับไทยที่พรมแดนตะวันออกถึงจะปัญหาน้อยแต่ก็ต้องระวังอยู่ตลอดเหมือนกัน ชายแดนภาคใต้ก็ต้องระวังทั้งประเด็นเรื่องการเมืองและการลักลอบเข้าเมืองจากมาเลเซียที่การระบาดยังหนักอยู่ และชายแดนฝั่งตะวันตกที่ประชิดพม่าระยะทางยาวเหยียด นี่คือจุดเป็นจุดตายของไทยเลยทีเดียว

พรมแดนไทยเมียนมามีความยาว 2,401 กิโลเมตร ส่วนใหญ่ขวางกั้นด้วยภูเขาแต่มีช่องเขาที่เป็นจุดเข้าออกสำคัญหลายุด รวมถึงการเข้าออกทางทะเลทางจังหวัดระนอง

เสียงของประชาชนในโลกโซเชียลบอกว่า “มันจะต้องมีการลักพาแรงงานต่างด้าวเข้าประเทศแน่ๆ” ความเห็นเหล่านี้ไม่มีมูล ไม่มีหลักฐาน แต่มันสะท้อนถึงความไม่ไว้ในเนื้อเชื่อรัฐบาลและกองทัพ

กองทัพตอบสนองด้วยการยืนยันว่าไม่มีการลักลอบเข้าเมืองตามชายแดน อย่างน้อยก็ไม่มีการข้ามจากจังหวัดเกาะสองของเมียนมามายังจังหวัดระนอง แน่นอนว่าคนในโซเชียลฯ ก็ยังไม่เชื่ออยู่ดี

อะไรที่ทำให้ประชาชนไม่เชื่อ?

มันมีหลายเหตุการณ์ที่ชวนไม่ให้เชื่อว่าการักษาพรมแดนทำได้สำเร็จ ไม่ได้หมายความว่าไม่มีประสิทธิภาพ หรือเจ้าหน้าที่หย่อนยาน แต่มันมีเหตุให้ทำได้ไม่เต็มร้อย

มาดูกันที่สถิติกันก่อน เมื่อปี 2562 พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน (ในขณะนั้น) กล่าวว่าปัจจุบันมีแรงงานต่างด้าวอยู่ในประเทศไทยประมาณ 3 ล้านคน โดยก่อนหน้านั้นคือปี 2560 มีการใช้นโยบายจัดระเบียบแรงงานต่างด้าว มาตรการนี้ทำให้ภาคธุรกิจโอดครวญเพราะแรงงงานหนีกลับประเทศมากมายมหาศาล

ครั้นแล้วไทยและทั่วโลกก็เผชิญกับการระบาดใหญ่ แรงงานต่างด้าวทั้งที่ถูกและผิดกฎหมายอพยพออกจากไทยกันอีกรอบ เพราะตกงานและอยากจะกลับไปตั้งหลักที่บ้านเกิดเมืองนอนของตนเองก็มี การอพยพครั้งนี้ดูเหมือนจะสอดคล้องกับภาวะการณ์ทางเศรษฐกิจ คือไม่มีงานเหลือให้ทำอีก

หลังจากนั้นทั่วโลกก็เข้าสู่โหมดล็อคดาวน์เต็มพิกัด

แต่เมื่อสถานการณ์เริ่มเปลี่ยนไปในช่วงกลางปีนี้ มีเสียงเรียกร้องจากภาคธุรกิจให้ประเทศไทยเปิดพรมแดนรับแรงงานต่างด้าวเข้ามาอีกครั้ง เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและธุรกิจที่เริ่มจะยอบแยบแล้ว แม้แต่กระทรวงพาณิชย์เองก็รับลูกด้วยการเรียกร้องรัฐบาลกันเองด้วยให้เปิดพรมแดน

แต่ขณะเดียวกันสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ตำรวจและทหารก็กวดขันพรมแดนหนักขึ้น แต่ก็มีรายงานการลักลอบเข้าเมืองผิดกฎหมายอยู่เนืองๆ เพราะที่เมียนมาเองเมื่อกลับไปก็ไม่มีงานทำ และในไทยเองก็มีความต้องการแรงงานมากขึ้น

สถานการณ์มาเปลี่ยนอีกครั้งเมื่อเมียนมาเกิดการระบาดหนักในเดือนกันยายนจนถึงขณะนี้ คนเมียนมาไม่รู้เท่าไรที่ต้องการหนีกลับเข้าไทยเพื่อหางานทำหรืออย่างน้อยมาอยู่ในประเทศที่มีบริการสาธารณสุขดีกว่า เรื่องนี้มีผู้เตือนมาตั้งแต่เดือนกันยายนว่ากำลังเกิดระลอกคลื่นผู้อพยพไหลกลับ ซึ่งทางการไทยก็ทราบดีจึงกวดขันมากขึ้น

แต่อย่างที่บอกไว้งว่ากวดขันอย่างไรก็ทำได้ไม่เต็มร้อย จนกระทั่งมาเกิดเรื่องขึ้นที่มหาชัยอันเป็นชุมชนที่ใหญ่ที่สุดของชาวเมียนมาในประเทศไทย ทุกนิ้วก็ชี้ไปที่แรงงานต่างด้าวหรือจะให้เจาะจงลงไปอีกคือแรงงานต่าวด้าวผิดกฎหมายที่อาจกบดานทำงานอยู่ที่นั่นแล้วพาโรคมาระบาด

ในวันที่เขียนบทความนี้ (21 ธันวาคม) เรายังยืนยันไม่ได้ว่าเป็นต่าวด้าวหลบหนีเข้าเมืองผิดกฎหมายหรือว่าเป็นสาเหตุอื่นที่ทำให้มหาชัยถูกตีแตก

แต่มีข่าวหนึ่งที่กระตุกความสนใจคือสมาคมการประมงสมุทรสาครได้ประกาศมาตรการต่างๆ หลังมีรายงานการแพร่ระบาดที่สมุทรสาคร หนึ่งในมาตรการเหล่านั้นคือขอความร่วมมือเจ้าของเรือ-ผู้ควบคุมเรือ ดูแลคนงาน “ห้ามแรงงานประมงที่อยู่บนเรือขึ้นฝั่ง” ในช่วงสถานการณ์โควิด-19

มองในแง่หนึ่งอาจช่วยป้องกันไม่ให้ลูกเรือติดเชื้อเมื่อขึ้นฝั่งซึ่งถือเป็นมาตรการที่รัดกุมดี

แต่เรื่องชาวตังเกทำให้นึกถึงปมปัญหาเรื่องหนึ่งที่อุตสาหกรรมประมงมีอยู่และเป็นปัญหาระดับนานาชาติด้วยคือการค้ามนุษย์และการใช้แรงงานต่างด้าวผิดกฎหมาย

อุตสาหกรรมประมงของไทยเป็นแหล่งเงินแหล่งทองบ่อใหญ่ มีมูลค่าถึง 6,500 ล้านเหรียญสหรัฐในแต่ละปี แน่นอนว่าในเมื่อการประมงเป็นแหล่งเงินแหล่งทอง เมืองมหาชัยก็ย่อมเป็นบ่อเงินบ่อทองของวงการประมงเช่นกัน

แต่รู้กันไปทั่วโลกว่าอุตสาหกรรมประมงของไทยมีทั้งชื่อเสียงและชื่อเสีย ชื่อเสียนี้ถึงกับทำให้กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐออกรายงานเรื่องค้ามนุษย์ทีไรก็รั้งให้ไทยอยู่ในประเทศที่ต้องจับตาเรื่องการค้ามนุษย์อยู่ร่ำไปและที่เลวร้ายก็คือเจ้าหน้าที่รัฐเข้าไปพัวพันด้วย

รายงานของกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐว่าด้วยการค้ามนุษย์ในไทย (ปี 2562) บอกว่า “การทุจริตและการสมรู้ร่วมคิดของเจ้าหน้าที่รัฐทำให้การค้ามนุษย์สะดวกมากขึ้น และยังคงบ่อนทำลายความพยายามในการปราบปรามการค้ามนุษย์ องค์การนอกภาครัฐบางแห่งทราบถึงการทุจริตที่มีอยู่มากมาย จึงลังเลที่จะร่วมงานกับรัฐบาลหรือหน่วยงานบางหน่วยงานในบางคดี แม้ว่าเจ้าหน้าที่จะดำเนินคดีกับไต้ก๋งบางรายในปีก่อนๆ แต่ผู้สังเกตการณ์ยังคงรายงานว่าเจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมายบางรายลังเลที่จะสอบสวนไต้ก๋งที่เข้าใจว่ามีความเกี่ยวข้องกับนักการเมือง”

“ไต้ก๋ง” ก็คือหัวหน้าบนเรือประมง เราจะเห็นว่าไต้ก๋งไม่ถูกดำเนินคดีเพราะสายสัมพันธ์กับนักการเมืองใหญ่ อย่างน้อยถ้าเราเชื่อตามรายงานของรัฐบาลสหรัฐ

การทารุณลุกเรือตังเกตามที่รายงานระบุคือ “นักค้ามนุษย์บังคับให้ชายและเด็กชายชาวไทย พม่า กัมพูชา และอินโดนีเซียใช้แรงงานบนเรือจับปลาที่มีคนไทยและต่างชาติเป็นเจ้าของ บางคนได้รับค่าจ้างเพียงเล็กน้อยหรือได้รับไม่สม่ำเสมอ เป็นหนี้นายหน้าและนายจ้าง ทำงานมากถึง 18-20 ชั่วโมงต่อวันตลอดทั้งสัปดาห์ และไม่มีอาหาร น้ำ หรือยาที่เพียงพอ ไต้ก๋งบางคนข่มขู่ เฆี่ยนตี และผสมยาในอาหารให้กับชาวประมงเพื่อให้ทำงานได้หลายชั่วโมงมากขึ้น”

ดังนั้น อุตสาหกรรมประมงมีชะนักติดหลังเรื่องการค้ามนุษย์และทารุณกรรมหลังซื้อตัวลูกเรือมาแล้ว ถามว่าเขาค้ากันอย่างไร? แหล่งใหญ่ๆ คือการพามาจากชายแดนแล้วส่งตัวขึ้นเรือโดยที่หลายคนสิ้นอิสระตรงนั้นเอง

ต้องย้ำว่าไม่ใช่เรือประมงทุกลำที่มีปัญหานี้และเราอยากจะเชื่อว่ามันมีเพียงส่วนน้อยเท่านั้น ซึ่งรัฐบาลและองค์กรธุรกิจที่เกี่ยวข้องคงจะพยายามอย่างถึงที่สุดที่จะแก้ปัญหาให้หมดสิ้นไป

แต่รัฐบาลสหรัฐไม่อยากจะเชื่อแบบนั้นจึงสรุปในตอนท้ายของรายงานว่า “เจ้าหน้าที่รัฐที่ฉ้อฉลบางรายปกป้องสถานค้าประเวณี สถานบริการทางเพศอื่นๆ และเจ้าของเรือประมงจากการบุกตรวจค้นและการตรวจสอบ อีกทั้งยังสมรู้ร่วมคิดกับนักค้ามนุษย์ เจ้าหน้าที่รัฐบางรายได้รับประโยชน์จากสินบนและจากการมีส่วนพัวพันโดยตรงในการแสวงประโยชน์จากผู้อพยพ”

ไม่เฉพาะแต่รายงานของกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐ แต่ยังมีรายงานของ Greenpeace (เมื่อปี 2016) รายงานของ Human Rights Watch (ปี 2018) เป็นต้น ซึ่งรายงานเรื่องการค้ามนุษย์ในอุตสาหกรรมประมงของไทย ซึ่งหากจะให้ลงรายละเอียด ณ ตรงนี้ก็คงจะยาวเกินไป

แต่จุดสำคัญก็คือ การนำเข้าแรงงาน เขานำเข้าจากทางไหน? รายงานของ Human Rights Watch ทำการสัมภาษณ์แรงงานประมงหลายคน เช่น ชาวเมียนมาชื่อ Saw Win ซึ่งเข้าไทยผ่านนายหน้าที่เกาะสอง พอมาถึงไทยแล้วแทนจะได้งานดีๆ กลับถูกยัดในกระบะรถบรรทุกที่ยัดเยียดไปด้วยแรงงานผิดกฎหมายแล้วถูกส่งไปยังอำเภอกันตัง จังหวัดตรัง จากนั้น “ถูกขาย” ให้กับเรือประมงพร้อมกับแรงงงานคนอื่นๆ ต้องทำงานบนเรือโดยไม่ได้รับค่าจ้างถึง 3เดือน พอขึ้นฝั่งแทนที่จะเป็นอิสระ กลับถูกขังเอาไว้อีกแล้วขายเขาต่อไปที่สงขลา แล้วถูกขายไปเรื่อยๆ จนถึงจุดหนึ่งรวมแล้วเป็นเวลาถึง 2 ปีที่เขาอยู่งบนเรือตังเกไม่ได้เหยียบแผ่นดินเลย

นี่เป็นเพียงหนึ่งในตัวอย่างของการค้ามนุษย์ในอุตสาหกรรมประมงเท่านั้น

หลังจากที่รายงานเหล่านี้ออกมารัฐบาลไทย (โดยเฉพาะรัฐบาลปัจจุบัน) พยายามแก้ปัญหาอย่างจริงจัง อย่างน้อยก็ช่วยให้ไทยพ้นจากการถูก “ใบเหลือง” จากสหภาพยุโรปและทำให้ไทยขึ้นมาจากเทียร์ 3 (แย่ที่สุด) มาอยู่เทียร์ 2 (ต้องจับตา) ของรัฐบาลสหรัฐ

ไม่ใช่ว่าเรางัดเรื่องเก่าขึ้นมาโจมตี แต่เพื่อจะชี้ให้เห็นถึงปัญหา หากปัญหายังมีอยู่แล้วไม่ได้รับการแก้ไข มันจะไม่ใช่แค่ปัญหาสิทธิมุนษยชนอีกต่อไป มันอาจเป็นวิกฤตสาธารณสุขด้วยซ้ำไป

และที่เอ่ยถึงการค้ามนุษย์ในอุตสาหกรรมประมงมายืดยาวก็เพื่อที่จะชี้ให้เห็นว่า การปกป้องพรมแดนอย่างเดียวไม่เพียงพอ ยังต้องปกป้องน่านน้ำด้วย ดีไม่ดีอุตสาหกรรมประมงอาจเป็นจุดอ่อนด้วยซ้ำ

อย่างที่ประชาชนตั้งคำถามเรื่องการนำแรงงานต่างด้าวเข้ามาทางระนอง ซึ่งกองทัพเรือยืนยันว่าไม่มีการกระทำดังกล่าว และหากย้อนกลับไปตั้งแต่เดือนตุลาคมจะมีข่าวเป็นระยะว่ากองทัพเรือปฏิบัติหน้าที่ลาดตระเวนบริเวณนั้นอย่างเข้มข้น

กองทัพพยายามรักษาน่านน้ำและชายแดนอย่างเต็มที่ แต่มันยังไม่พอเมือเดือนตุลาคม พลโทเกรียงไกร ศรีรักษ์ แม่ทัพภาคที่ 4 กล่าวว่าต้องจับตาและไปทำความเข้าใจขบวนการบางกลุ่มบางคนด้วยว่าอย่าได้นำเข้าแรงงานต่างด้าวเข้ามาเพราะเสี่ยงที่จะพาประเทศไปสู่วิกฤตโควิด

ย้ำว่าคำกล่าวของแม่ทัพภาคที่ 4 ไม่ได้บอกว่ามีการนำเข้าแรงงานต่างด้าว

แต่มีข้อสังเกตว่า “ดูเหมือน” จะบ่งชี้ว่าในขณะนั้น “อาจจะ” ยังมีขบวนการลักลอบนำเข้าแรงงานแถบตะเข็บชายแดนเมียนมาที่ชุมพรกับระนอง เมื่อเกิดกรณีระบาดที่มหาชัยแล้วมีข่าวว่ามีการนำเข้าแรงงานผิดกฎหมายที่ระนอง ทางกองทัพบอกว่าเป็น “ข่าวปลอม”

อีกข้อสังเกตหนึ่งมาจากนายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ที่กล่าวว่าปัญหาการลักลอบเข้าเมืองของแรงงานต่างด้าวในจังหวัดสมุทรสาครเกิดจากความหละหลวมของมาตรการรัฐบาล ซึ่งมองว่ามีเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้องอย่างแน่นอน ทางรัฐบาลต้องหยุดขบวนการลักลอบนำแรงงานเข้าประเทศผิดกฎหมาย เพราะจะสร้างความเสียหาย

ประธาน ส.อ.ท. บอกมาแบบนี้คงจะมั่นใจว่ามันมีการลักลอบนำเข้าแรงงานผิดกฎหมาย แต่ประธาน ส.อ.ท. ยืนยันว่าโรงงานที่อยู่ที่จังหวัดสมุทรสาครกว่า 6,000 แห่ง ไม่มีการใช้แรงงานนอกระบบ

คำกล่าวนี้ชวนให้ขบคิดว่าในเมื่อโรงงานอุตสาหกรรมไม่มีแรงงานผิดกฎหมาย แล้วแรงงานผิดกฎหมายที่เข้ามาน่าจะไปทำงานที่ไหน?

นี่เป็นเพียงการตั้งข้อสังเกต ไม่ใช่การกล่าวหา และเป็นการเสนอเพื่อให้ตรวจสอบต้นตอของวิกฤตการณ์ หากอุตสาหกรรมประมงไม่ใช่ต้นตอของการระบาด อย่างน้อยก็ยังสามารถเป็นการตรวจสอบการค้ามนุษย์ได้ด้วยว่ายังมีอยู่มากน้อยแค่ไหน

ถ้าไม่ทำแบบนี้ ผลเสียก็จะอยู่ที่อุตสาหกรรมประมงเอง เพราะต้นตอของการระบาดอยู่ที่ตลาดอาหารทะเลและผู้ติดเชื้อนอกพื้นที่ส่วนใหญ่ในเวลาไล่เลี่ยกันเป็นคนที่มาที่ตลาดแห่งนั้น บางคนทำธุรกิจเกี่ยวกับอาหารทะเลด้วย สิ่งที่ตามมาคือความหวาดระแวงของผู้บริโภค

เรื่องนี้ยิ่งเป็นเรื่องเป็นเรื่องตายมากขึ้น เพราะขณะที่ในประเทศเราพบการระบาดครั้งใหม่ ภายนอกก็เกิดการระบาดของสายพันธุ์ใหม่จนหลายประเทศต้องปิดประเทศไม่ต้อนรับเที่ยวบินจากสหราชอาณาจักร ท่ามกลางความกังวลว่าวัคซีนจะใช้ได้กับสายพันธุ์ใหม่หรือไม่? และไทยควรจะปิดประเทศบางส่วนหรือไม่ตามรอยหลายๆ ประเทศในเวลานี้

ศึกในเราก็ต้องแก้ ศึกนอกก็ต้องเตรียมรับ กำแพงบ้านเราจะมีช่องโหว่ไม่ได้ และเกลือเป็นหนอนที่พาเชื้อเข้ามาก็ปล่อยไว้ไม่ได้เช่นกัน

Photo by Jack TAYLOR / AFP

“แพท ณปภา – สมจิตร จงจอหอ” นำเทรนด์คนยุคใหม่ใส่ใจอนามัยครอบครัว #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

“แพท ณปภา – สมจิตร จงจอหอ” นำเทรนด์คนยุคใหม่ใส่ใจอนามัยครอบครัว (komchadluek.net)

“แพท ณปภา – สมจิตร จงจอหอ” นำเทรนด์คนยุคใหม่ใส่ใจอนามัยครอบครัว

"แพท ณปภา - สมจิตร จงจอหอ" นำเทรนด์คนยุคใหม่ใส่ใจอนามัยครอบครัว

22 ธันวาคม 2563 – 16:01 น.

2 ซุปตาร์ดัง “แพท ณปภา – สมจิตร จงจอหอ” ปฏิญาณต้านโควิด-19 รีเทิร์น ร่วมโครงการ “วิถีใหม่ไกลโรค” นำเทรนด์คนยุคใหม่ใส่ใจอนามัยครอบครัว

ยุควิถีชีวิตใหม่ใครๆก็หันมาใส่ใจและดูแลสุขภาพให้แข็งแรงกันทั้งนั้น ไม่เว้นแม้แต่คนในแวดวงบันเทิง เวลาเห็นบทบาทบนหน้าจอก็สนุกสนานเอ็นเตอร์เทนเก่ง แต่พอกลับบ้านก็กลายเป็นพ่อแม่ที่ต้องดูแลลูก เป็นลูกที่ต้องดูแลพ่อแม่ หรือเป็นพี่น้องที่ต้องช่วยกันดูแลทุกคนในครอบครัวอย่างดีที่สุดเช่นกัน

"แพท ณปภา - สมจิตร จงจอหอ" นำเทรนด์คนยุคใหม่ใส่ใจอนามัยครอบครัว

ล่าสุด แพท-ณปภา ตันตระกูล ควงลูกชายสุดหล่อ น้องเรซซิ่ง และดารารุ่นพี่อย่าง สมจิตร จงจอหอ เดินหน้านำเทรนด์คนยุคใหม่ ใส่ใจอนามัยครอบครัว ขึ้นเวทีร่วมปฏิญาณต้านโควิด-19 รีเทิร์น ในโครงการ “วิถีใหม่ไกลโรค” โดยผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดฆ่าเชื้อโรคส่วนบุคคลและพื้นผิว “เดทตอล” จากบริษัท เรกคิทท์ เบนคีเซอร์ (ประเทศไทย) จำกัด ร่วมกับกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข มหาวิทยาลัยมหิดล และเทสโก้ โลตัส เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานของตัวแทนอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) ในการลงพื้นที่ชุมชนเพื่อกระตุ้นให้เกิดการตระหนักถึงความสำคัญในการปกป้องตนเองและคนที่รักให้ห่างไกลจากเชื้อโรคต่าง ๆ ด้วยการรักษาสุขอนามัย
ส่วนบุคคลและครัวเรือน ผ่านการให้ความรู้ด้านสุขอนามัยที่ถูกต้อง การล้างมือและทำความสะอาดพื้นที่ผิวสัมผัสอย่างถูกวิธี ซึ่งโครงการนี้จัดขึ้นที่จังหวัดนครราชสีมาเป็นพื้นที่นำร่อง

"แพท ณปภา - สมจิตร จงจอหอ" นำเทรนด์คนยุคใหม่ใส่ใจอนามัยครอบครัว

ภายในงานนอกจากจะมีการเปิดเวทีพูดคุยให้ความรู้เรื่องการแพร่กระจายและความรุนแรงของโรคติดเชื้อ โอกาสการติดเชื้อรอบตัวที่หลายคนมองข้าม และการรักษาสุขอนามัยอย่างถูกวิธีแล้ว ยังมีไฮไลต์อยู่ที่การทดสอบการแพร่กระจายของเชื้อด้วยเครื่อง Glow Germ ที่จะแสดงเปอร์เซ็นต์ของเชื้อที่ตกค้างอยู่ที่มือ หากล้างมือไม่สะอาดพอ

"แพท ณปภา - สมจิตร จงจอหอ" นำเทรนด์คนยุคใหม่ใส่ใจอนามัยครอบครัว

คุณแม่คนสวยสายฮา แพท ณปภา กล่าวว่า เมื่อได้ยินเรื่องราวของโครงการวิถีใหม่ไกลโรค แพทก็รู้สึกยินดีมาก
ที่ได้มาเป็นส่วนหนึ่งกับโครงการนี้ อย่างวันนี้ แพทได้ความรู้ใหม่ๆเกี่ยวกับการดูแลรักษาสุขอนามัยทั้งของตัวเองและครอบครัวเพิ่มขึ้นมาก แพทไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่ากว่า 80% ของการแพร่กระจายของเชื้อโรคเกิดขึ้นผ่านมือสัมผัส และการล้างมืออย่างถูกวิธีเป็นการตัดวงจรการติดเชื้อได้อย่างมีประสิทธิภาพแค่ไหน การได้ทดสอบกับเครื่อง Glow Germ ทำให้รู้ว่าล้างมือสะอาดหรือเปล่า เป็นอีกวิธีหนึ่งที่ช่วยกระตุ้นให้เรซซิ่งล้างมือนานขึ้นกว่าเดิม และช่วยย้ำเตือนให้แพทใส่ใจในการล้างมือในชีวิตประจำวันมากยิ่งขึ้น เพราะเราเองออกมาทำงานนอกบ้าน อาจนำเชื้อโรคติดเข้ามาโดยไม่รู้ตัว

"แพท ณปภา - สมจิตร จงจอหอ" นำเทรนด์คนยุคใหม่ใส่ใจอนามัยครอบครัว

นอกจากนี้ไม่เพียงแต่การกลับมาของโควิด-19 แต่เด็กเล็ก ๆ ก็มีโอกาสเสี่ยงต่อโรคติดเชื้อร้ายแรงได้ง่าย เช่น โรค RSV HPV ที่กำลังระบาดหนักอยู่ในขณะนี้ เราในฐานะพ่อแม่จึงต้องคอยดูแลเอาใจใส่ลูก ให้เขาสามารถปกป้องตัวเองในการใช้ชีวิตแบบวิถีใหม่ได้อย่างปลอดภัย การสอนให้เขาล้างมือบ่อย ๆ อย่างถูกวิธี เป็นสิ่งที่ทำได้ง่ายที่สุด ไม่ใช่แค่ล้างน้ำเปล่า แต่ต้องล้างด้วยสบู่ หรือเจลแอลกอฮอล์ และต้องล้างมือนานมากพออย่างน้อย 20 วินาที รวมถึงทำการความสะอาดพื้นผิวด้วยน้ำที่ผสมน้ำยาทำความสะอาด หรือน้ำยาฆ่าเชื้อโรค ในพื้นที่ที่มือสัมผัสหรือหยิบจับบ่อย ๆ และตัวช่วยของแพทคือผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมอย่างเดทตอลที่ทำให้แพทมั่นใจได้ว่า พื้นผิวสัมผัสเหล่านั้นสะอาด ปราศจากเชื้อโรค เพื่อสุขอนามัยที่ดีทั้งของเราและทุกคนในครอบครัวในทุกๆวัน

"แพท ณปภา - สมจิตร จงจอหอ" นำเทรนด์คนยุคใหม่ใส่ใจอนามัยครอบครัว

“หน่วยที่เล็กที่สุดของการใช้ชีวิตเราคือ ครอบครัว แพทเชื่อเสมอว่า ถ้าทุกครอบครัวเข้มแข็ง ร่วมแรงร่วมใจกัน ดูแลรักษาความสะอาด จากหนึ่งครอบครัวก็จะขยายไปจนทั่วประเทศ เราก็จะห่างไกลจากโรคติดเชื้อค่ะ แพทในฐานะคนหน่วยเล็กของครอบครัว ก็ขอปฏิญาณ ร่วมปกป้องลูกชาย ปกป้องครอบครัว และคนที่เรารัก ด้วยการรักษาสุขอนามัยอย่างเคร่งครัด และขอเชิญชวนทุก ๆ คนให้ความสำคัญและล้างมือให้สะอาดบ่อย ๆ อย่างจริงจัง เพื่อให้เราได้ใช้ชีวิตแบบวิถีใหม่ไกลโรคไปด้วยกันค่ะ” แพท กล่าวพร้อมรอยยิ้ม

"แพท ณปภา - สมจิตร จงจอหอ" นำเทรนด์คนยุคใหม่ใส่ใจอนามัยครอบครัว

ด้าน สมจิตร จงจอหอ ดารานักชกดีกรีเหรียญทองโอลิมปิก ที่ใส่ใจสุขภาพอนามัยมาโดยตลอด กล่าวว่า “เมื่อก่อนผมไม่ค่อยสนใจเรื่องสุขอนามัยเท่าไร อาจเพราะเมื่อยังเล็ก ผมอยู่ต่างจังหวัด ในยุคนั้นก็ไม่ได้ถูกปลูกฝังเรื่องการรักษาความสะอาดมากเท่าไร แค่อาบน้ำล้างตัวให้ดูสะอาดก็พอแล้ว แต่เมื่อผมโตขึ้นได้ชกมวย ได้ทำงานลุย ๆ หลายอย่าง ไลฟ์สไตล์เปลี่ยน ผมก็เริ่มเห็นความสำคัญของการรักษาความสะอาดมากขึ้น ยิ่งช่วงโควิดที่ผ่านมา ผมเข้าใจเลยว่า ความสะอาดเป็นสิ่งที่ทุกคนต้องให้ความสำคัญ เป็นพื้นฐานของการปกป้องตัวเอง เหมือนชกมวยที่การ์ดต้องไม่ตก ผมล้างมือบ่อยมากเท่าที่ทำได้ จนตอนนี้กลายเป็นนิสัยไปแล้ว นอกจากนี้ ยังพบว่าผมเป็นหวัดน้อยครั้งมากในแต่ละปี ยิ่งผมเปิดยิมมวยด้วยแล้ว ความสะอาดต้องมาเป็นอันดับหนึ่ง ผมทำความสะอาดอุปกรณ์และพื้นยิมด้วยผลิตภัณฑ์ฆ่าเชื้อโรคที่ผมมั่นใจอย่างเดทตอลทุกรอบ เพื่อให้ลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการได้รับความมั่นใจในเรื่องสุขอนามัยความสะอาดมากที่สุดเช่นกัน

"แพท ณปภา - สมจิตร จงจอหอ" นำเทรนด์คนยุคใหม่ใส่ใจอนามัยครอบครัว

“ผมดีใจมากที่วันนี้ได้มีโอกาสเป็นส่วนหนึ่งในโครงการวิถีใหม่ไกลโรค ซึ่งสอดคล้องกับกิจกรรมยามว่างของผม ที่มักลงพื้นที่ชุมชนห่างไกลในต่างจังหวัดเพื่อให้ความช่วยเหลือในด้านต่าง ๆ เท่าที่จะทำได้ และวันนี้ ผมขอร่วมปฏิญาณด้วยหัวใจเลยครับว่า การที่ผมได้มายืนอยู่ตรงนี้เคียงข้างกับพี่น้องอสม.ทุกท่าน ผมจะนำความรู้ด้านการส่งเสริมสุขอนามัยส่วนบุคคลและครัวเรือน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการล้างมือที่ถูกต้อง ส่งต่อไปยังพี่น้องในชุมชนทั่วประเทศ เพื่อให้พวกเขามีชีวิตที่ดีขึ้น ห่างไกลและลดโอกาสของโรคติดเชื้อครับ” สมจิตร กล่าวทิ้งท้าย

"แพท ณปภา - สมจิตร จงจอหอ" นำเทรนด์คนยุคใหม่ใส่ใจอนามัยครอบครัว

ส่อง 4 สนาม “หน่อย” หาเสียง พท. พ่ายเรียบ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

ส่อง 4 สนาม “หน่อย” หาเสียง พท.พ่ายเรียบ (komchadluek.net)

ส่อง 4 สนาม “หน่อย” หาเสียง พท.พ่ายเรียบ

ส่อง 4 สนาม "หน่อย" หาเสียง พท.พ่ายเรียบ

22 ธันวาคม 2563 – 14:46 น.

ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ “เจ๊หน่อย” ไปอีสาน หาเสียงนายก อบจ. 4 สนาม ผลเพื่อไทยแพ้ราบคาบ

++
ควันหลังจากการเลือกตั้งนายก อบจ.ที่ผ่านมา ยังมีเรื่องหนึ่งที่คอการเมืองในภาคอีสานโจษขานไม่จบสิ้น     

กรณี “เจ๊หน่อย” คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ วิ่งรอกเดินสายช่วยหาเสียงให้กับผู้สมัครนายก อบจ. สังกัดพรรคเพื่อไทย 4 จังหวัดภาคอีสาน ได้แก่ จ.หนองบัวลำภู, จ.ร้อยเอ็ด ,จ.กาฬสินธุ์ และ จ.นครพนม

อ่านข่าว…  “แม้ว” หนาว พท.ร่วงระนาว

อ่านข่าว…  สร้างรังใหม่ “หน่อย”  ไปต่อ ช่วย “พวก” ทิ้งพรรค 

ทีมงานคุณหญิงสุดารัตน์ แจกข่าวว่า แม้ตัวคุณหญิงจะได้ลาออกจากประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย และสมาชิกพรรคไปแล้ว แต่ผู้สมัครนายก อบจ.หลายจังหวัด ก็วิ่งหาคุณหญิงหน่อยไปช่วยหาเสียง เนื่องจากยี่ห้อคุณหญิงหน่อย ยังเรียกเรตติ้งจากชาวอีสานได้     

เริ่มจากไปช่วย “สมชอบ นิติพจน์” ผู้สมัครนายก อบจ.นครพนม พรรคเพื่อไทย และ “วิชัย สามิตร” ผู้สมัครนายก อบจ.หนองบัวลำภู พรรคเพื่อไทย      

ก่อนจะไปช่วย “มังกร ยนต์ตระกูล” ผู้สมัครนายก อบจ.ร้อยเอ็ด กลุ่มเพื่อไทยร้อยเอ็ด และ “เฉลิมขวัญ หล่อตระกูล” ผู้สมัครนายก อบจ.กาฬสินธุ์ พรรคเพื่อไทย    

เหมือนมีคนเขียนบท ปรากฏว่า ผู้สมัครนายก อบจ. 4 คน ที่คุณหญิงหน่อยไปช่วยหาเสียงนั้น พ่ายเรียบทั้ง 4 จังหวัด

ส่อง 4 สนาม "หน่อย" หาเสียง พท.พ่ายเรียบ

ไปร้อยเอ็ด

++
ร้อยเอ็ด
++
ผลเลือกตั้งนายก อบจ.ร้อยเอ็ด เอกภาพ พลซื่อ ได้ 221,751  คะแนน ชนะมังกร ยนต์ตระกูล อดีตนายก อบจ.ร้อยเอ็ด ที่ได้ 215,694 คะแนน

“มังกร” ลงสนามในกลุ่มร้อยเอ็ดเพื่อไทย และพี่เขย-เศกสิทธิ์ ไวนิยมพงศ์ อดีต ส.ส.ร้อยเอ็ด ได้เคลียร์ผู้ใหญ่ในพรรค จนได้ใช้โลโก้พรรคเพื่อไทย

เศกสิทธิ์ยังติดต่อให้ “คุณหญิงสุดารัตน์” มาช่วยหาเสียง เพื่อยืนยันความเป็นฝ่ายประชาธิปไตย ถึง 2 รอบ

นอกจากนั้น พงษ์เทพ เทพกาญจนา ,ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง และจาตุรนต์ ฉายแสง ยังมาช่วยหาเสียงอีก แต่ก็พ่ายคู่แค้นเจ้าเก่าตระกูล “พลซื่อ”

ส่วนเอกภาพได้รับชัยชนะ เพราะร่วมมือกับตระกูล “จุรีมาศ” จัดทัพยึด อบจ.ร้อยเอ็ด

ส่อง 4 สนาม "หน่อย" หาเสียง พท.พ่ายเรียบ

ไปหาเสียงนครพนม

++
นครพนม
++
ผลเลือกตั้งนายก อบจ.นครพนม ศุภพานี โพธิ์สุ กลุ่มนครพนมร่วมใจ ได้ 161,933 คะแนน ชนะ สมชอบ นิติพจน์ อดีตนายก อบจ.นครพนม ที่ได้ 110,596 คะแนน พรรคเพื่อไทย    

สมชอบ ย้ายมาสังกัดเพื่อไทยก่อนวันสมัครรับเลือกตั้งไม่ได้กี่วัน จึงขอให้ “คุณหญิงสุดารัตน์” มาเดินหาเสียงให้เป็นคนแรก และช่วงโค้งสุดท้าย คุณหญิงมาขึ้นเวทีปราศรัยหลายอำเภอ    

สุดท้าย “สมชอบ” ก็พ่าย “ขวัญ” ลูกสาว “ครูแก้ว” ศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาฯ กระแสพรรคเพื่อไทย กระแสสุดารัตน์ ไม่ช่วยสมชอบให้สมหวัง

ส่อง 4 สนาม "หน่อย" หาเสียง พท.พ่ายเรียบ

ไปหาเสียงหนองบัวลำภู

++
หนองบัวลำภู
++
ผลคะแนนอย่างไม่เป็นทางการของการเลือกตั้งนายก อบจ.หนองบัวลำภู วุฒิพงษ์ ศิริสถิตย์ กลุ่มรักหนองบัว ได้ 95,899 คะแนน ชนะ วิชัย สามิตร พรรคเพื่อไทย ได้ 49,151 คะแนน    

คุณหญิงสุดารัตน์ ตั้งใจมาหาเสียงช่วยวิชัย สามิตร อดีต ส.ส.หนองบัวลำภู ถึงสองครั้ง ด้วยความสนิทสนมกับพิษณุ หัตถสงเคราะห์ อดีต ส.ส.หนองบัวลำภู ซึ่งเป็นกุนซือทีม ส.ส.วิชัย    

การเดินทางมาหาเสียงที่หนองบัวลำภูของคุณหญิงหน่อย ค่อนข้างเอิกเกริก ราวกับการเสียงเลือกตั้ง ส.ส.    

ส่วนผู้ชนะอย่าง “ดร.บุ๋ม” วุฒิพงษ์ ศิริสถิต ได้รับการสนับสนุนจาก นพ.ศราวุธ สันตินันตรักษ์ อดีตนายก อบจ.หนองบัวลำภู 3 สมัย 

ส่อง 4 สนาม "หน่อย" หาเสียง พท.พ่ายเรียบ

ไปหาเสียงกาฬสินธุ์

++
กาฬสินธุ์
++ 
ผลคะแนนนายก อบจ.กาฬสินธุ์ อย่างไม่เป็นทางการ ปรากฏว่า ชานุวัฒน์ วรามิตร กลุ่มกาฬสินธุ์ต้องดีกว่านี้ ได้ 230,475 คะแนน ชนะ เฉลิมขวัญ หล่อตระกูล พรรคเพื่อไทย ที่ได้ 198,430 คะแนน    

“ไข่มุก” เฉลิมขวัญ หล่อตระกูล เป็นลูกสาว ยงยุทธ หล่อตระกูล อดีตนายก อบจ.กาฬสินธุ์ ที่มี ส.ส.เมืองน้ำดำ พรรคเพื่อไทยหนุนมาทุกสมัย    

คุณหญิงหน่อยมาช่วยหาเสียงให้เฉลิมขวัญ 2 รอบ โดยอ้างว่า รู้จักกับยงยุทธ หล่อตระกูล มานานแล้ว     

ส่วนชานุวัฒน์ อดีตผู้สมัคร ส.ส.พลังประชารัฐ ทายาทชะม้อย วรามิตร อดีตนายก อบจ.กาสินธุ์ ได้รับการสนับสนุนจากอดีตผู้สมัคร ส.ส.กาฬสินธุ์ พรรคภูมิใจไทย ,พรรคพลังประชารัฐ และพรรคประชาธิปัตย์

“ทอน” รู้ยัง รวมดาว “บ้านใหญ่” ประชาธิปไตยกินได้ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

“ทอน” รู้ยัง รวมดาว “บ้านใหญ่” ประชาธิปไตยกินได้ (komchadluek.net)

“ทอน” รู้ยัง รวมดาว “บ้านใหญ่” ประชาธิปไตยกินได้

"ทอน" รู้ยัง รวมดาว "บ้านใหญ่" ประชาธิปไตยกินได้

22 ธันวาคม 2563 – 12:47 น.

ผลเลือกตั้งท้องถิ่น สะท้อนประชาธิปไตยกินได้ ระบอบอุปถัมภ์ฝังลึก เขย่ายังไงก็ไม่ล้ม  คอลัมน์… ท่องยุทธภพ โดย… ขุนน้ำหมึก

++
หลังทราบผลคะแนนอย่างไม่เป็นทางการ จากสนามเลือกตั้งนายก อบจ. 76 จังหวัด ก็ชัดเจนว่า ผู้ได้รับชัยชนะส่วนใหญ่คือ อดีตนายก อบจ. หรือ “คนหน้าใหม่” ที่เป็นตัวแทนของกลุ่มการเมืองท้องถิ่นเจ้าเดิม    

ด้านหนึ่ง แคมเปญ “เขย่าบ้านใหญ่” ของคณะก้าวหน้า ทำให้มีการตื่นตัวและปรับตัวของตัวแทน “บ้านใหญ่” ในสนามเลือกตั้ง

อ่านข่าว… มากันครบ “บ้านใหญ่” ไม่ตายทายท้า “ธนาธร”

"ทอน" รู้ยัง รวมดาว "บ้านใหญ่" ประชาธิปไตยกินได้

ปลัดแต อุดม ไกรวัตนุสสรณ์

ที่เห็นชัดที่สุดคือ ทีมงานบ้านใหญ่ ไม่ได้ยึดการหาเสียงแบบออฟไลน์อย่างเดียว หากแต่งัดกลยุทธ์การหาเสียงออนไลน์มาใช้อย่างจริงจัง    

การเลือกตั้งทั่วไปเมื่อปี 2562 “บ้านใหญ่” อาจรับมือไม่ทันกับการหาเสียงรูปแบบใหม่ของพรรคอนาคตใหม่(พรรคก้าวไกล) แต่การเลือกตั้งท้องถิ่นเที่ยวนี้ ทีมงานนักการเมืองรุ่นเก๋าทำงานอย่างเป็นวิทยาศาสตร์ จึงเอาชนะกระแสคนรุ่นใหม่ได้    

วัฒนธรรมการเมืองอุปถัมภ์ยังฝังลึก ทัศนคติของประชาชนไม่เปลี่ยน ส.อบจ. และนายก อบจ.คือผู้รับใช้ไหว้วานได้ง่าย จึงเลือก “คนใกล้ตัว” เข้าถึง พึ่งได้ในทุกเรื่อง    

นี่คือประชาธิปไตยกินได้ ที่บรรดาเอ็นจีโอระดับตัวพ่อเคยนิยามไว้

"ทอน" รู้ยัง รวมดาว "บ้านใหญ่" ประชาธิปไตยกินได้

นายกช้าง-ปิยะ ปิตุเตชะ

++
บ้านใหญ่ผงาด
++ 
การเลือกตั้งท้องถิ่นที่สมุทรสาคร ดำเนินไปท่ามกลางกระแสข่าวโควิด และผลการเลือกตั้งนายก อบจ. อาจทำให้กองเชียร์ม็อบราษฎรช็อกเล็กๆ    

เมื่อ “ปลัดแต” อุดม ไกรวัตนุสสรณ์ กลุ่มคนทำงาน ได้131,537 คะแนน ทิ้งห่างอวยชัย จาตุรพันธ์ คณะก้าวหน้า ที่ได้ 26,463 คะแนน     

เมื่อการเลือกตั้ง ส.ส. ช่วงต้นปีที่แล้ว พรรคอนาคตใหม่ สร้างเซอร์ไพรส์ ได้ 2 ที่นั่ง และบ้านใหญ่มหาชัย (ตระกูล “ไกรวัตนุสสรณ์”) ในสีเสื้อพรรคชาติไทยพัฒนา พ่ายเรียบทั้ง 3 เขต     

"ทอน" รู้ยัง รวมดาว "บ้านใหญ่" ประชาธิปไตยกินได้

ซ้อสมทรง-สมทรง พันธุ์เจริญวรกุล

ติดกับเมืองมหาชัย สนามเลือกตั้งนครปฐม มีผลการเลือกตั้งคล้ายกัน ตอนเลือกตั้ง ส.ส. คนของบ้านใหญ่สะสมทรัพย์ พ่าย 3 เขต ส่วนพรรคอนาคตใหม่มาแรง ได้ 2 ที่นั่ง    

ผลเลือกตั้งนายก อบจ.นครปฐม เหมือนหนังคนละม้วนจิรวัฒน์ สะสมทรัพย์ ได้ 285,051 คะแนน ส่วนคณะก้าวหน้า- ชัชวาล นันทะสาร ได้แค่ 74,868 คะแนน     

ที่ระยอง บ้านใหญ่บ้านค่าย “นายกช้าง” ปิยะ ปิตุเตชะ อดีตนายก อบจ.ระยอง ได้ 158,413 คะแนน ทิ้งห่างคณะก้าวหน้า- สว่างจิตต์ เลาหะโรจนพันธ์ ได้ 61,583 คะแนน     

บ้านใหญ่อ่างทอง “กำนันตี๋” สุรเชษ นิ่มกุล อดีตนายก อบจ.อ่างทอง ได้ 81,734 คะแนน ชนะโยธิน เปาอินทร์ คณะก้าวหน้า ได้ 45,637 คะแนน     

สนามอยุธยา บ้านใหญ่วังน้อย “ซ้อสมทรง” สมทรง พันธ์เจริญวรกุล อดีตนายก อบจ.อยุธยา ได้ 251,939 คะแนน ส่วนวัสพงษ์ วิทูรเมธา คณะก้าวหน้าได้ 90,739 คะแนน     

"ทอน" รู้ยัง รวมดาว "บ้านใหญ่" ประชาธิปไตยกินได้

ตวงรัตน์ โล่ห์สุนทร

ละแวกลุ่มเจ้าพระยาป่าสัก ทั้งสระบุรี ลพบุรี ชัยนาท สิงห์บุรี สุพรรณบุรี ปรากฏว่า “บ้านใหญ่” คว้าชัยชนะได้ทุกจังหวัด    

ลามไปถึงบ้านใหญ่ฝั่งตะวันตก ราชบุรี, กาญจนบุรีและ สมุทรสงคราม บ้านใหญ่ฝั่งตะวันออก ชลบุรี,จันทบุรี, ฉะเชิงเทรา สระแก้ว และปราจีนบุรี 

++
บ้านใหญ่ภาคเหนือ
++
เมืองลำปาง มี 2 บ้านใหญ่คือ ลำปางเหนือมี “บ้านสวน” ของ ไพโรจน์ โล่ห์สุนทร ลำปางใต้ มี “บ้านดอยเงิน” ของพินิจ จันทรสุรินทร์ 

กลางปีนี้ มีข่าว “เจ้าพ่อดอยเงิน” พินิจ จะลงสมัครนายก อบจ.ลำปาง แต่ถึงเวลาจริง กลับหายหน้าหายตาไปเฉย เหมือนตอนเลือกตั้งซ่อม ส.ส.ลำปาง    

"ทอน" รู้ยัง รวมดาว "บ้านใหญ่" ประชาธิปไตยกินได้

อนุวัธ วงศ์วรรณ

ส่วน “ป๋าโรจน์” ประมุขบ้านสวน หนุนสุนี สมมี เป็นนายก อบจ.เมืองรถม้า 2 สมัย แต่หนนี้ ดันลูกสาว “หวาน” ตวงรัตน์ โล่ห์สุนทร ลงสนาม ได้ 220,284  คะแนน    

ส่วนคู่กัดเจ้าเก่า ดาชัย เอกปฐพี ได้ 43,874  คะแนน เพราะไม่มีพี่เลี้ยงหนุน    

ติดกับลำปาง สนามเมืองแพร่ บ้านใหญ่วงศ์วรรณ ยังแกร่ง อนุวัธ วงศ์วรรณ อดีตนายก อบจ.แพร่ ได้ 140,133 คะแนน ส่วน ”โกลี่” สุภวัฒน์ ศุภศิริ คณะก้าวหน้าได้ 48,571 คะแนน     

ภาคเหนือตอนล่าง ปรากฏว่า นายก อบจ.คนเก่าซุ้มเก่า คว้าชัยได้เกือบทุกสนาม ยกเว้นพิจิตร ที่เปลี่ยนจากซุ้ม เสธ.หนั่น กลับ มาที่บ้านใหญ่ภัทรประสิทธิ์

“ซินแสเข่ง” ผ่าดวงวิกฤติ รัฐแก้ทั้งปัญหาโรคระบาด การเมืองรุมเร้าต่อเนื่อง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

“ซินแสเข่ง” ผ่าดวงวิกฤติ รัฐแก้ทั้งปัญหาโรคระบาด การเมืองรุมเร้าต่อเนื่อง (komchadluek.net)

“ซินแสเข่ง” ผ่าดวงวิกฤติ รัฐแก้ทั้งปัญหาโรคระบาด การเมืองรุมเร้าต่อเนื่อง 

"ซินแสเข่ง" ผ่าดวงวิกฤติ  รัฐแก้ทั้งปัญหาโรคระบาด การเมืองรุมเร้าต่อเนื่อง 

22 ธันวาคม 2563 – 08:29 น.

ซินแสเข่ง   สรุปบทวิเคราะห์ดวงปีว่า ปี2564  จะเป็นปีแห่งความเจ้าทุกข์  ถ้าคนไทยในประเทศรู้จักปรับ เชื่อว่าจะได้เห็นความเปลี่ยนแปลงสู่ยุคใหม่ อย่างชัดเจนที่สุด

ซินแสเข่ง  ผ่าดวงวิกฤติ  จุดเริ่มวัน นี้ดาวมฤตยูทับดวงเมือง  เตือนภัยหนักสุดปี  2564  หลังจากปีผ่านมาเจอปีหนูเชื้อโรคระบาดมาแล้วทั้งโลก  มาปีนี้  2564  เจอวัวเชื้อโรคต่อ  ปีฉลูทองเพราะดวงตกโรคระบาด  อย่างที่คาดคิดตามราศีดวงปี พศ. แทนคนไทยจะได้มีสุข  กลับทุกข์หนัก  วานนี้เป็นวันเปลี่ยนดวงเป็นรอยต่อของดวงจากปีชง  ปีมะเมีย  ต่อ  ปีมะแมหนัก  ปะทะ  ดาวมฤตยู  เชื้อโรครุกลามไทยและได้ทั้งโลก  งานนี้ลากยาวหนัก ถึงเมษานี้แน่นอน

นายชนม์ทรรศน์ ฤทัยผ่อง หรือ ซินแสเข่ง หมอดูเข็มทิศทองคำ และผอ.สถาบันโหราศาสตร์พยากรณ์แห่งประเทศไทย   วิเคราะห์ถึง ปีใหม่  2564  ที่คนไทย  เตรียมทุกข์หนักค้างปี   ทั้งปัญหาภาวะบ้านเมืองขัดแย้งไม่จบสิ้น  ทั้งปัญหาการเมืองคุกกรุ่นตลอดเตรียมผลาญต่อ  ปี 2564   ปีฉลู  ธาตุทอง ที่คนไทยที่คาดหวัง  เตรียมฉลอง  แต่ต้องผิดหวัง  เพราะราศีดาวจรเคียงคู่ดาวพระเคราะห์  ระวังเหตุขัดแย้งรุนแรงในช่วงต้นปี สร้างทุกข์หนักทั้งแผ่นดิน   รัฐบาลต้องแก้ทั้งปัญหาโรคระบาดที่เตรียมกระจายไม่หยุดหย่อน   การเมืองรุมเร้าต่อเนื่อง  สถานการณ์ความขัดแย้งของเยาวชนปลดแอก และคณะราษฏร   สู่สภาวะบ้านเมืองสงบไม่ได้  ความสุขก็ไม่เกิด  บ้านเมืองทุกข์หนัก  เจอปีฉลูขี้โรค   ปีแห่งเจ้าทุกข์   ความทุกข์จากโรคระบาดที่จะเริ่มขึ้นรับปีใหม่ของโควิด 20  ที่มีผลอย่างต่อเนื่องและรุนแรงกว่าเดิม  แต่ก็เชื่อว่าจากประสบการณ์ที่ผ่านมาเชื่อว่ารัฐบาลสามารถเอาอยู่            

ซินแสเข่งวิเคราะห์เพิ่มเติม ถึงดวงเมืองรับปีใหม่ว่า  เมื่อดาวมฤตยูโคจรทับดวงเมือง  ดาวจรตกดาวพระเคราะห์ที่ถูกเปลี่ยนเส้นทางที่จะทำให้เกิดความวิบัติเกิดขึ้น  เตือนผู้ก่อเหตุรุนแรงให้ระวังดวงตกชะตาขาด   ตามดวงเมืองที่ถูกตั้งไว้เมื่อ วันที่ 21  เมษายน  2325  ที่จะย่างสู่ปีที่  240   และโรคร้ายก็ตกอยู่ในปี  ในรอบ  60  ปี  ของโหราศาสตร์  ที่จะต้องระวังภัยพิบัติปีแห่งโรคร้ายอย่างต่อเนื่อง          

ซินแสเข่ง   สรุปบทวิเคราะห์ดวงปีว่า ปี2564  จะเป็นปีแห่งความเจ้าทุกข์  ถ้าคนไทยในประเทศรู้จักปรับ เชื่อว่าจะได้เห็นความเปลี่ยนแปลงสู่ยุคใหม่ อย่างชัดเจนที่สุด ไม่ใช่จะปล่อยทุกอย่างไปตามดวง  เมื่อบ้านเมืองจะเป็นอย่างไรก็ปล่อยให้เป็นไปอย่างนั้นความเจริญรุ่งเรืองความสุขความสำเร็จก็จะไม่เกิดขึ้นอย่างแน่นอน