สายหมอลำ ‘หน่อย’ เจ้าเก่านางเอกหลงโรง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

สายหมอลำ ‘หน่อย’ เจ้าเก่านางเอกหลงโรง (komchadluek.net)

สายหมอลำ ‘หน่อย’ เจ้าเก่านางเอกหลงโรง

 สายหมอลำ 'หน่อย' เจ้าเก่านางเอกหลงโรง

18 ธันวาคม 2563 – 19:09 น.

ปานนางเอกหมอลำ คนนอกพรรค “หญิงหน่อย” เอฟซีเยอะ วิ่งรอกช่วยเพื่อไทย 4 จังหวัด

++
    เก็บตกการหาเสียงเลือกตั้งนายก อบจ. ฤดูกาล 2563 มีความน่าสนใจจากความเคลื่อนไหวของ “คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์” ที่วิ่งรอกเดินสายราวกับ “นางเอกหมอลำ” ไปช่วยหาเสียงให้กับผู้สมัครนายก อบจ. สังกัดพรรคเพื่อไทย 4 จังหวัดภาคอีสาน ได้แก่ จ.หนองบัวลำภู, จ.ร้อยเอ็ด ,จ.กาฬสินธุ์ และ จ.นครพนม
    แม้ว่า “คุณหญิงสุดารัตน์” ได้ลาออกจากประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย และสมาชิกพรรคไปแล้ว แต่บรรดาผู้สมัครนายก อบจ.หลายจังหวัด ก็วิ่งหาคุณหญิงหน่อยไปช่วยหาเสียง
    เนื่องจากชื่อเสียง และภาพลักษณ์ของคุณหญิงหน่อย ยังเรียกเรตติ้งจากชาวอีสานได้ ประหนึ่งเป็นนางเอกหมอลำ ที่มีเอฟซีเยอะ เจ้าภาพจึงวิ่งหาถึงบ้าน

 สายหมอลำ 'หน่อย' เจ้าเก่านางเอกหลงโรง

++
ไม่สนพรรค
++
    แม้จะรายงานข่าวจากพรรคเพื่อไทยว่า มีคำสั่งห้ามเชิญคุณหญิงหน่อยไปปราศรัย หากผู้สมัครคนใดไม่เชื่อฟัง จะตัดการสนับสนุนทันที แต่ปรากฏว่า ทีมงานผู้สมัครนายก อบจ.หลายจังหวัด ต้องยอมขัดคำสั่งพรรค ขอตัวคุณหญิงหน่อยไปช่วยหาเสียง และยังขึ้นป้ายรูปคู่หญิงหน่อยในการหาเสียงด้วย 

 สายหมอลำ 'หน่อย' เจ้าเก่านางเอกหลงโรง

 อย่างช่วงโค้งสุดท้าย(วันที่ 16-18 ธ.ค.2563) คุณหญิงหน่อยออกเดินสายรวดเดียว 4 จังหวัด
    เริ่มไปช่วย วิชัย สามิตร ผู้สมัครนายก อบจ.หนองบัวลำภู พรรคเพื่อไทย ซึ่งการติดภาพคู่คุณหญิงสุดารัตน์ ที่รถหาเสียง และป้ายหาเสียงตามจุดต่างๆ
    ถัดมา วิ่งรอกไปหัวเมืองชายโขง ขึ้นเวทีปราศรัยของ สมชอบ นิติพจน์ ผู้สมัครนายก อบจ.นครพนม พรรคเพื่อไทย 
    จากนั้น ข้ามเทือกเขาภูพานไปเมืองร้อยเกิน ไปช่วย มังกร ยนต์ตระกูล ผู้สมัครนายก อบจ.ร้อยเอ็ด พรรคเพื่อไทย

 สายหมอลำ 'หน่อย' เจ้าเก่านางเอกหลงโรง

    ปิดท้ายที่เมืองน้ำดำ ช่วย “ไข่มุก” เฉลิมขวัญ หล่อตระกูล ผู้สมัครนายก อบจ.กาฬสินธุ์
    น่าสังเกตว่า ทั้ง 4 จังหวัดนี้ คุณหญิงหน่อยเดินสายมาหาเสียงช่วยเป็นครั้งที่ 2

 สายหมอลำ 'หน่อย' เจ้าเก่านางเอกหลงโรง

    ไม่ว่าเวทีไหน คุณหญิงสุดารัตน์จะย้ำว่า ต้องเลือกฝ่ายประชาธิปไตย เพื่อเอาชนะฝ่ายเผด็จการ 

เดิมพัน อบจ.ชี้อนาคต ‘แม้ว-ทอน’ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

เดิมพัน อบจ.ชี้อนาคต ‘แม้ว-ทอน’ (komchadluek.net)

เดิมพัน อบจ.ชี้อนาคต ‘แม้ว-ทอน’

 เดิมพัน อบจ.ชี้อนาคต 'แม้ว-ทอน'

18 ธันวาคม 2563 – 17:21 น.

เกมชิง อบจ. “ค่ายทักษิณ” ตัดแต้ม “ค่ายธนาธร” ส่งผลพันธมิตรข้ามพรรค เป็นตาอยู่คว้าชัยชนะ

++
    การเลือกตั้งนายก อบจ. และ ส.อบจ. ที่จะมีขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 20 ธ.ค.2563 นับว่าเป็นครั้งแรก ที่มีการเลือกตั้งท้องถิ่นตรงกันวันเดียวทั้งประเทศ
    ปกติ การเลือกตั้งท้องถิ่นไม่ได้รับความสนใจประชาชนมากนัก ต่างจากการเลือกตั้งผู้แทนฯ ยกเว้นในปีนี้ ที่มีกระแสเลือกตั้งนายก อบจ. เพราะตัวละครอย่าง “ธนาธร” และ “ทักษิณ” กระโจนมาเล่นเต็มตัว
    แถมโค้งสุดท้าย กองเชียร์ของคณะก้าวหน้า และพรรคเพื่อไทย ต้องมาปั่นกระแสโหวตเชิงยุทธศาสตร์ว่า ฝ่ายประชาธิปไตย ต้องเลือกเบอร์ใดเบอร์หนึ่ง 

++
ธนาธรปั่นกระแส
++
    จะว่าไปแล้ว ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ และปิยบุตร แสงกนกกุล เปิดแคมเปญ “เขย่าการเมืองท้องถิ่น” มาแต่สมัยพรรคอนาคตใหม่ ยังไม่ถูกยุบ
    หลังพรรคอนาคตใหม่ถูกยุบ “ธนาธร” และสหาย ถูกตัดสิทธิ์การเมือง จึงตั้งคณะก้าวหน้า เป็นองค์กรการเมืองภาคประชาชน และประเดิมด้วยการส่งคนลงสมัครนายก อบจ. และ ส.อบจ.
    ธนาธรมีเวลาเต็มที่กับคณะก้าวหน้า จึงส่งผู้สมัครนายก อบจ.ทั่วประเทศ จำนวน 42 จังหวัด
    คณะก้าวหน้าได้ถอดแบบการหาเสียงของพรรคอนาคตใหม่มาใช้ ราวกับเป็นผลงานของทีมงานการตลาดการเมืองทีมเดียวกัน
    ผู้สมัครนายก อบจ.ของคณะก้าวหน้า ร้อยละ 90 เป็นคนรุ่นใหม่ ไม่มีประสบการณ์การเมือง แต่ก็ขายความเป็น “ธนาธร”
    จาก 42 จังหวัด คณะก้าวหน้าก็คาดหวังว่า จะได้นายก อบจ.ประมาณ 10 จังหวัด เฉพาะภาคอีสาน 4 จังหวัด รวมปริมณฑลกรุงเทพฯ 5-6 จังหวัด
    อีกด้านหนึ่ง ธนาธรเชื่อว่า กระแสม็อบราษฎร มีผลต่อการเลือกตั้งท้องถิ่นไม่น้อย เนื่องจากสื่อใหม่ได้ทะลุทะลวงเข้าถึงทุกหมู่บ้าน ทุกหลังคาเรือน การรับรู้ข่าวสารเท่ากันหมด 
    ดูเหมือนว่า กระแสม็อบ 3 นิ้ว จะเป็นคุณแก่ผู้สมัครคณะก้าวหน้าระดับหนึ่ง

 เดิมพัน อบจ.ชี้อนาคต 'แม้ว-ทอน'

                 ธนาธรเดินสายราวกับเลือกตั้ง ส.ส.

++
เฮือกสุดท้ายทักษิณ
++
    เป็นเรื่องประหลาดมาก พรรคเพื่อไทย ส่งผู้สมัครในนามพรรคเป็นครั้งแรก โดยคณะกรรมการบริหารพรรคเพื่อไทย มีมติส่งผู้สมัครนายก อบจ. 25 จังหวัด
    ในอดีต “ทักษิณ ชินวัตร จะปล่อยให้การเลือกตั้งท้องถิ่น เป็นเรื่องของ ส.ส.ในพื้นที่ แข่งขันกันเอง ใครชนะก็คนของทักษิณ

 เดิมพัน อบจ.ชี้อนาคต 'แม้ว-ทอน'

                     ทักษิณส่งคลิปมาเวที อบจ.

    สำหรับปีนี้ พรรคเพื่อไทยรู้ดีว่า คณะก้าวหน้าเป็นคู่แข่งที่น่ากลัวในอนาคต จึงต้องส่งผู้สมัครในนามพรรค โดยเฉพาะภาคเหนือ และภาคอีสาน
    การเลือกตั้ง ส.ส.ครั้งที่ผ่านมา พรรคเพื่อไทยยังได้ ส.ส.เขตมาเป็นกอบเป็นกำ จากภาคเหนือตอนบน และภาคอีสาน เพราะกินบุญเก่าสมัยไทยรักไทย และชื่อทักษิณ ชินวัตร ยังขายได้
    ประเมินกันว่า 25 ผู้สมัครนายก อบจ. พรรคเพื่อไทย อาจได้รับชัยชนะ ไม่ถึงครึ่ง เพราะจะเจอผู้สมัครค่ายก้าวหน้ามาแบ่งแต้ม
    ที่สำคัญ นักการเมืองระดับชาติ ต่างพรรคต่างขั้วร่วมมือกันส่งผู้สมัครนายก อบจ. ในนาม “กลุ่มผลประโยชน์” ไม่เกี่ยวกับพรรค
    ฉะนั้น โค้งสุดท้ายของการหาเสียงเลือกนายก อบจ. จึงมีการรณรงค์ “โหวตเชิงยุทธศาสตร์” ฝ่ายประชาธิปไตยจะต้องเลือกโหวตให้ขาด พรรคใดพรรคหนึ่ง กลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง ไม่มีแทงกั๊ก 
    โหวตแบบนี้ ฝ่ายประชาธิปไตยจะเสียเปรียบ แถมยังตัดแต้มกันเอง ปล่อยให้ “พันธมิตร อบจ.” ต่างพรรค คว้าชัยไปได้ในที่สุด
    เหนืออื่นใด การเลือกตั้งท้องถิ่น จะพิสูจน์บารมี “ทักษิณ” เสื่อมถอยหรือยัง และชี้ชะตาอนาคต “ธนาธร” จะไปต่อได้หรือไม่?

‘ซินแสเข่ง’ ผ่าดวงศึกข้อพิพากสิงห์เหนือเสือใต้ ล้มช้างเชียงใหม่ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

‘ซินแสเข่ง’ ผ่าดวงศึกข้อพิพากสิงห์เหนือเสือใต้ ล้มช้างเชียงใหม่ (komchadluek.net)

‘ซินแสเข่ง’ ผ่าดวงศึกข้อพิพากสิงห์เหนือเสือใต้ ล้มช้างเชียงใหม่

 'ซินแสเข่ง' ผ่าดวงศึกข้อพิพากสิงห์เหนือเสือใต้  ล้มช้างเชียงใหม่

18 ธันวาคม 2563 – 10:10 น.

‘ซินแสเข่ง’ ผ่าดวงศึกข้อพิพากสิงห์เหนือเสือใต้ ล้มช้างเชียงใหม่ จุดประเด็นมรสุมหนักแตกแยก พรรคเพื่อไทย แม้นทักษิณจะเสริมทัพอย่างไร เสือใต้ จตุพร ก็ไม่หวั่น ชี้เจ้แดงทำทัพแตก เพราะดวงขัดแย้ง ตกเหตุแตกแยก เป็นศัตรู สู้ไปก็มีแต่โดนแฉเพราะดวงตก

“ซินแสเข่ง”   ผ่าดวงศึกข้อพิพากสิงห์เหนือเสือใต้  ล้มช้างเชียงใหม่  จุดประเด็นมรสุมหนักแตกแยก  พรรคเพื่อไทย  แม้นทักษิณจะเสริมทัพอย่างไร เสือใต้ จตุพร ก็ไม่หวั่น ชี้เจ้แดงทำทัพแตก  เพราะดวงขัดแย้ง  ตกเหตุแตกแยก   เป็นศัตรู  สู้ไปก็มีแต่โดนแฉเพราะดวงตก  หวั่นเพื่อไทยล่มสลาย  พังเพราะพี่ชายทุ่มสุดตัว  เพื่อชัยชนะ  แต่คุณศรีฟ้องยุบพรรคเพื่อไทย

“ซินแสเข่ง”  อ.ชนม์ทรรศน์  ฤทัยผ่อง  ผู้อำนวยการ  สถาบัน  โหราศาสตร์  พยากรณ์  แห่งประเทศไทย  ชี้ชะตาพรรคเพื่อไทย มรสุมหนัก  ศึกรอบด้าน หวั่นถูกยุบ เพราะพิษ  ศึก  อบจ.เชียงใหม่  ก่อเหตุยื้อเวลาล่มสลาย  จากปัญหาเหตุคุณหญิงลาออก  พร้อมสมาชิกคนในพรรคลากเป็นขบวนลาออกเพราะขัดแย้งรุนแรง  ถึงใช้ดวงคุณหญิงอ้อ  เสริมทัพหวังประสานรอยร้าว   ก็มีแต่เพิ่มความแตกแยกเอาไม่อยู่  เพราะดวงคุณหญิงก็ช่วยไม่ได้  ไม่เหมาะกับการคุมพรรค  หนักสุด  คุณทักษิณ  ชิณวัตร  ทุ่มสุดตัวหวังช่วยน้องสาวปลุกคนเชียงใหม่  ปะทะเดือดเสือใต้  จตุพร  ประธาน นปช.  ต่อต้านเผด็จการ  แฉลากไส้เจ้แดง  ปะทะเดือด  หวัง  ขัยชนะ  อบจ.เชียงใหม่  ซ้ำร้าย ซ้ำซ้อนพรรคเพื่อไทย  เจอคุณศรี  เดินหน้ายื่นฟ้องยุบพรรคเพื่อไทย  หนักสุดทัพแตกเคราะห์ซ้ำกรรมซัด  หวั่นเพื่อไทยดับเพราะดวงเจ้แดง

 'ซินแสเข่ง' ผ่าดวงศึกข้อพิพากสิงห์เหนือเสือใต้  ล้มช้างเชียงใหม่

“ซินแสเข่ง”  กล่าวเพิ่มเติมถึง  ดวงเจ้แดงว่า  ทั้งรอบปีที่ตกดวงขัดแย้ง  ทั้งในดวงชะตาของตนเอง  และดวงปะทะปี  เป็นเหตุให้ตกดวงศัตรู  สร้างความไม่ไว้วางใจ  เป็นเหตุให้ดวงตกแตกแยก  วุ่นวาย  สับสน  ต้องเจอคู่ปรับที่ไม่หวังดี  ดื้อรั้นด้วยกันทั้งคู่  จนก่อเหตุปะทะสร้างความรุนแรงให้กระทบกระเทือนไปถึงพรรคเพื่อไทย  ถึงพี่ชายอย่างคุณทักษิณ  ชินวัตร  ถึงต้องลงมาเสริมก็เอาไม่อยู่  เคราะห์ซ้ำกรรมซัด   เพราะดวงต่างใข้ความคิดของตนเองเป็นที่ตั้ง  อย่าง คุณจตุพร  พรหมพันธ์  ประธาน นปช.  ตกดวงเข้าเคราะห์  ทะเลาะเบาะแว้ง  ก่อเหตุสร้างความขัดแย้งในดวงชะตาต่างฝ่ายต่างดวงแข็ง  ไม่ยอมกัน  แต่คราวนี้ เสือใต้อย่างจตุพรดวงเหนือกว่า  อาจเป็นเหตุให้ชะตาพรรคเพื่อไทยอาจตกสุดๆ  ส่งท้ายปีเก่า  ต้อนรับปีใหม่  ถึงพิษรุนแรง  อาจล่มสลายเพราะศึกสายเลือดท้องถิ่นก็อาจจะเป็นได้  ซินแสเข่งกล่าวในที่สุด

 'ซินแสเข่ง' ผ่าดวงศึกข้อพิพากสิงห์เหนือเสือใต้  ล้มช้างเชียงใหม่

“เยาวเรศ” ออกศึก สู้เพื่อ 2 เจ๊แดนไกล #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

“เยาวเรศ” ออกศึก สู้เพื่อ 2 เจ๊แดนไกล (komchadluek.net)

“เยาวเรศ” ออกศึก สู้เพื่อ 2 เจ๊แดนไกล

"เยาวเรศ" ออกศึก สู้เพื่อ 2 เจ๊แดนไกล

18 ธันวาคม 2563 – 08:36 น.

มาแบบเงียบๆ แม่ทัพหญิง “เยาวเรศ” ตัวแทน “2 เจ๊” ผู้อยู่แดนไกล คอลัมน์… ท่องยุทธภพ โดย… ขุนน้ำหมึก

++
ในจำนวนสาวๆ ของ “ชินวัตร” ก็จะมี “สองสาว” ที่ไม่ได้ยุ่งเกี่ยวกับการเมืองมากนักคือ เยาวเรศ ชินวัตร และเยาวมาลย์ ชินวัตร หรือชื่อปัจจุบันคือ มณฑาทิพย์ โกวิทเจริญกุล    

อย่างไรก็ตาม ช่วงที่มีการหาเสียงเลือกตั้ง อบจ.เชียงใหม่ คนเมืองก็เห็น “เยาวเรศ” ที่ปรึกษาสภาสตรีแห่งชาติ ในพระบรมราชินูปถัมภ์ ลงพื้นที่หาเสียงให้ “ส.ว.ก้อง” พิชัย เลิศพงศ์อดิศร ผู้สมัครนายก อบจ.เชียงใหม่ 

อ่านข่าว…   ลุยเชียงใหม่ “ตู่” ไม่ถอย ฉีกจดหมาย “แม้ว”

ที่สำคัญ “เยาวเรศ” ต้องขึ้นเวทีปราศรัยครั้งแรกในชีวิต และอ่านจดหมายน้อยจากแดนไกล สะท้อนว่า ศึกนี้ยิ่งใหญ่มากสำหรับตระกูลชินวัตร    

นอกจากนี้ เยาวเรศยังออกเดินแนะนำตัวอนรรฆวี จำรัสวุฒิกุล ผู้สมัคร ส.อบจ.เขต 1 และ ณัฐกฤตา พ่วงตรง ผู้สมัคร ส.อบจ.เขต 2 โดยทั้งสองสาวนี้ เป็นคนใกล้ชิดเจ๊แดง-เยาวภา วงศ์สวัสดิ์

++
ผู้นำสตรี
++
สมัยที่พ่อเลิศกับแม่ยินดี ชินวัตร ยังขายกาแฟอยู่ที่ อ.สันกำแพง จ.เชียงใหม่ มีลูก 10 คน เยาวเรศสนิทสนมกับพี่ชาย-ทักษิณมาก เพราะมาเรียนหนังสือที่กรุงเทพฯ พร้อมกัน    

เส้นทางชีวิตทำงานของ เยาวเรศ เริ่มจากแอร์โฮสเตส ก่อนจะลาออกไปช่วยพี่สาว-เยาวลักษณ์ ดูแลธุรกิจโรงหนังที่เชียงใหม่    

ตอนที่ทักษิณ ก่อร่างสร้างอาณาจักรธุรกิจ ได้ร่วมกับน้องสาว-เยาวเรศ ไปเปิดร้านขายผ้าไหม ย่านสีลม แต่เห็นว่าไปไม่รอดก็เลิก    

สมัยรัฐบาลทักษิณ เยาวเรศ ได้รับการเลือกเป็นประธานสภาสตรีแห่งชาติ ระหว่างปี 2546-2552 ซึ่งหลายครั้งบทบาทของสภาสตรีไทย ก็เข้ามาเกี่ยวข้องกับการเมือง    

ตอนที่น้องสาว ยิ่งลักษณ์ เป็นนายกรัฐมนตรี เยาวเรศ ได้จัดตั้ง “สมาคมสตรีไทยดีเด่นแห่งชาติ” ขึ้น โดยตัวเธอเป็นนายกสมาคม    

ส่วนใหญ่คนไทยจะรู้จักเยาวเรศในบทบาทกรรมการอำนวยการสภาสตรีแห่งชาติ และนายกสมาคมสตรีนักธุรกิจและวิชาชีพแห่งประเทศไทย มากกว่าการเป็นนักการเมือง    

ถึงคราวจำเป็น เยาวเรศก็ออกหน้าทำงานการเมือง ไม่ต่างจากน้องสาว “เยาวภา-ยิ่งลักษณ์” ที่อยู่ดูไบ 

++
ลูกสาวกล้าชน
++
สำหรับแซนด์-ชยิกา วงศ์นภาจันทร์ ลูกสาวเยาวเรศนั้น เล่นการเมืองเต็มตัว เธอมีประสบการณ์ในฐานะทีมงานสื่อออนไลน์ของอดีตนายกฯ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร โดยทำงานร่วมกับ “เสี่ยวิม” คนสนิทเฮียเพ้ง-พงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล    

ช่วงพรรคไทยรักษาชาติ แซนด์รับหน้าที่เป็นแม่ทัพสื่อออนไลน์พรรคเช่นกัน     

แน่นอน แซนด์เปรียบเสมือนที่ปรึกษาส่วนตัวของเยาวเรศ และไม่พลาดที่จะช่วย “น้า” ที่อยู่แดนไกล

ไม่ให้ราชบุรีเป็นแค่ทางผ่าน.. “กำนันตุ้ย” หวังทำท่องเที่ยวเชิงรุก #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

ไม่ให้ราชบุรีเป็นแค่ทางผ่าน ..”กำนันตุ้ย”หวังทำท่องเที่ยวเชิงรุก (komchadluek.net)

ไม่ให้ราชบุรีเป็นแค่ทางผ่าน ..”กำนันตุ้ย”หวังทำท่องเที่ยวเชิงรุก

 ไม่ให้ราชบุรีเป็นแค่ทางผ่าน .."กำนันตุ้ย"หวังทำท่องเที่ยวเชิงรุก

18 ธันวาคม 2563 – 18:43 น.

“กำนันตุ้ย”หวังทำท่องเที่ยวเชิงรุก รักษาแหล่งเดิมสร้างแลนด์มาร์กแห่งใหม่ ไม่ให้ราชบุรีเป็นแค่ทางผ่านอีกต่อไป ชี้ทุกพื้นที่มีของดีเล็งดัน1 อำเภอ 1 ตลาดชุมชน สร้างงานสร้างรายได้ทำจังหวัดแข้มแข็ง

นายวิวัฒน์ นิติกาญจนา ผู้สมัครนายก อบจ.ราชบุรี กล่าวถึงนโยบายการสร้างรายได้ให้กับคนในจังหวัดราชบุรีว่า จังหวัดราชบุรีมีแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติมากมาย เช่น ป่า ภูเขา น้ำตก ถ้ำ ซึ่งตรงนี้สามารถส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงรุก รักษาแหล่งท่องเที่ยวเดิมและพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวให้อยู่อย่างยั่งยืนเพื่อไม่ให้จังหวัดราชบุรีเป็นแค่ทางผ่านอีกต่อไป ที่ผ่านมาคนทั่วไปอาจจะรู้จักและนิยมมาเที่ยวแค่ที่สวนผึ้ง แต่จังหวัดราชบุรียังมีสถานที่ท่องเที่ยวอีกหลายแห่งที่เราสามารถพัฒนาให้เป็นแลนด์มาร์กได้ เช่น ถ้ำจอมพล อ.จอมบึง,ถ้ำเขาบิน อ.เมือง,อ่างเก็บน้ำห้วยท่าเคย อ.บ้านคา,อุทยานแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติไทยประจัน อ.ปากท่อ และถ้ำค้างคาวร้อยล้าน วัดเขาช่องพราน อ.โพธาราม นอกจากนี้ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและวิถีดั้งเดิม เช่น ตลาดน้ำดำเนิน อ.ดำเนินสะดวก,หนังใหญ่วัดขนอน อ.โพธาราม ,โบสถ์ 100 ปีวัดพระคริสตหฤทัย อ.วัดเพลง และ สระโกสินารายณ์ อ.บ้านโป่ง รวมทั้งยังมีวัดและชุมชนอีกหลายแห่งที่สวยงามและน่าสนใจ

นายวิวัฒน์ กล่าวอีกว่า จะเห็นได้ว่า ทุกอำเภอของราชบุรีมีสถานที่ท่องเที่ยวที่สามารถพัฒนาเป็นแหล่งสร้างงานสร้างอาชีพให้กับจังหวัดได้อย่างมากมาย และยังมีผลิตภัณฑ์จากชาวบ้านในพื้นที่ ทั้งการเกษตรและหัตถกรรม เช่น มะพร้าวน้ำหอม สับปะรด องุ่น นมโค โอ่งมังกร ดังนั้นตนจึงมีแนวคิดที่จะจัดตั้งตลาดชุมชนทุกอำเภอ ส่งเสริม 1 อำเภอ 1 ตลาดชุมชนขึ้นมาด้วย เพื่อให้ชาวบ้านแต่ละอำเภอได้มีสถานที่นำสินค้ามาจำหน่ายและเจอกับนักท่องเที่ยวและผู้ที่ต้องการซื้อสินค้าได้โดยตรง และควรจะมีการจัดสร้างศูนย์การแสดงศิลปะ เพื่อเป็นแสดงศิลปะวัฒนธรรมท้องถิ่นในจังหวัด เพราะราชบุรีมีความหลากหลายทางวัฒนธรรมเป็นอย่างมาก หากเรามีศูนย์การแสดงศิลปะจะช่วยเพิ่มความน่าสนใจให้กับการท่องเที่ยวอีกด้วย นอกจากนี้เรายังควรมีสวนสาธารณที่ได้มาตรฐาน และปลอดภัย เพื่อให้คนในพื้นที่และนักท่องเที่ยวได้มาพักผ่อนและออกกำลังกายด้วย

“ผมเกิดและเติบโตที่ราชบุรี รวมทั้งการลงพื้นที่หาเสียงพร้อมผู้สมัคร ส.อบจ. กลุ่มพัฒนาราชบุรี ที่เราส่งครบทั้ง 30 เขต ทำให้รู้ว่าแต่ละพื้นที่มีปัญหาและจุดเด่นอย่างไร เราสามารถพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวและวัฒนธรรมท้องถิ่นให้คนทั่วประเทศรวมทั้งชาวต่างชาติรับรู้และอยากมาสัมผัส ซึ่งจะเป็นการสร้างงานสร้างรายได้ให้กับชาวบ้านในพื้นที่ ทำให้จังหวัดสามารถอยู่ได้ด้วยตนเอง เกิดความเข้มแข็ง หากเราทำได้สำเร็จจะเป็นแบบอย่างให้กับจังหวัดอื่นๆได้ด้วย”นายวิวัฒน์ กล่าว

“สิระ” กัดไม่ปล่อยจี้เอาผิดคนเอี่ยว “เดอะพีค เรสซิเดนท์” ทุกคน ไม่มีเว้น #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

“สิระ”กัดไม่ปล่อยจี้เอาผิดคนเอี่ยว”เดอะพีค เรสซิเดนท์”ทุกคน ไม่มีเว้น (komchadluek.net)

“สิระ”กัดไม่ปล่อยจี้เอาผิดคนเอี่ยว”เดอะพีค เรสซิเดนท์”ทุกคน ไม่มีเว้น

"สิระ"กัดไม่ปล่อยจี้เอาผิดคนเอี่ยว"เดอะพีค เรสซิเดนท์"ทุกคน ไม่มีเว้น

18 ธันวาคม 2563 – 11:32 น.

“สิระ” กัดไม่ปล่อย จี้เอาผิดคนเอี่ยว “เดอะพีค เรสซิเดนท์”ทุกคน ไม่มีเว้น เผย ยื่นศาล รธน.เอาผิด ม.157 ส.ส.57 คน เป็นของขวัญปีใหม่

นายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม.พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงศาลปกครองสูงสุด จ.นครศรีฯ ตัดสินว่า“เดอะพีค เรสซิเดนท์”สร้างคอนโดพักอาศัยบนเนินเขา ต.กะรน จ.ภูเก็ต ไม่ชอบด้วยกฎหมาย โดยให้เพิกถอนเอกสารสิทธิ์ น.ส.3 ก.โดยเฉพาะนายกเทศมนตรีตำบลกะรน ที่ให้การอนุญาตก่อสร้าง ตามพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2527 และสำนักงานที่ดิน กรณีการออกเอกสารสิทธิโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย

นายสิระ กล่าวต่อว่า ควรดำเนินการอายัดบัญชีเจ้าของโครงการทั้งหมดและตรวจสอบว่าเจ้าของโครงการเดอะพีค เรสซิเด้นท์  มีส่วนในการกระทำความผิดร่วมกับเทศบาลกะรนหรือไม่ เพราะเจ้าของโครงการอาจมีส่วนร่วมกระทำความผิด ซึ่งจะต้องดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

นายสิระ ยังกล่าวต่อว่า ในกรณีเจ้าของโครงการรู้อยู่แล้วว่าน.ส.3 ก. ไม่สามารถสร้างคอนโดขายได้แต่ยังดำเนินการก่อสร้างและโฆษณาเชิญชวนให้ลูกค้ามาซื้อ ถือว่าเป็นการฉ้อโกงประชาชนหรือไม่ หากตรวจสอบแล้วว่ามีความผิดจริง ก็จะดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
ทั้งนี้ ในวันที่ 21  ธค. ตนจะเดินทางไปยื่นหนังสือต่อผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ให้ดำเนินการสอบวินัยกับนายกเทศมนตรีเทศบาลกะรน และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดต่อไป โดยขณะนี้ได้ให้ฝ่ายกฎหมายเตรียมฟ้องดำเนินคดีข้าราชการที่เกี่ยวข้องทั้งหมดต่อศาลอาญาทุจริตฯ  และยื่นต่อ ปปช. ภายในเดือนมกราคม 2564

นอกจากนี้นายสิระ เปิดเผยว่า ในวันที่ 11 มกราคม ทีมกฎหมายของตนจะไปยื่นศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อดำเนินคดีกับ ส.ส.57 คน ที่ลงรายชื่อถอดถอนตนจากการลงพื้นที่จ.ภูเก็ต โดยจะให้ศาลพิจารณาว่ามีเจตนาหรือความผิดสำเร็จตามมาตรา 157 เพื่อเป็นเยี่ยงอย่างกับ ส.ส.ที่ใช่ว่าจะร้องใครก็ร้อง และไม่ต้องรับผิดชอบอะไรเลย ฉะนั้น ส.ส.จะต้องรับผิดชอบต่อตัวท่านเองด้วย ก็ถือเป็นของขวัญปีใหม่ให้กับ ส.ส.ทั้ง 57 คน เช่น นายการุณ โหสกุล จะได้เป็นเยี่ยงอย่าง ไม่ใช่ตำแหน่ง ส.ส.ไปกลั่นแกล้งใคร

“พิชัย” ชี้ “ประยุทธ์” ปัญหารุมเร้า #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

“พิชัย” ชี้ “ประยุทธ์” ปัญหารุมเร้า (komchadluek.net)

“พิชัย” ชี้ “ประยุทธ์” ปัญหารุมเร้า

"พิชัย" ชี้ "ประยุทธ์" ปัญหารุมเร้า

18 ธันวาคม 2563 – 10:41 น.

“พิชัย” ชี้ “ประยุทธ์” ปัญหารุมเร้า ห่วง คนไทยจะตายจาก ฝุ่นPM 2.5 พิษเศรษฐกิจ หรือ โควิด แนะ ต้องคิดล่วงหน้าไม่ใช่ตามแก้

นายพิชัย นริพทะพันธุ์ รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ด้านเศรษฐกิจ ได้ไปหาเสียง นายก อบจ. ที่จังหวัดเชียงใหม่ ให้กัน นายพิชัย เลิศพงศ์อดิศร เบอร์ 1 พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ปัจจุบันรัฐบาลพลเอกประยุทธ์มีปัญหาหลายด้านรุมเร้าและถูกวิจารณ์อย่างมาก ทั้งเรื่อง ฝุ่น PM2.5 เรื่อง “คนละครึ่ง” “เที่ยวด้วยกัน”ปัญหาการทุจริตที่ ปปช. เปิดเผย ปัญหาจะไปดวงจันทร์ทั้งที่คนจะอดตาย ปัญหาค่าเงินบาทแข็งทั้งที่เศรษฐกิจย่ำแย่ อีกทั้งความพยายามแก้ตัวเรื่องหนี้ที่จะพุ่งทะลุในปีหน้า โดยอยากอธิบายดังนี้ 

ทั้งนี้ ปัญหาฝุ่น PM 2.5 กลับมาหลอกหลอนคนไทยอีกครั้งในปีนี้ ซึ่งตลอดหลายปีที่ผ่านมาก็มีปัญหานี้มาตลอดและสถานการณ์ก็ย่ำแย่ขึ้นเรื่อยๆ พลเอกประยุทธ์กลับไม่มีแนวทางที่จะแก้ไข ทั้งๆที่มีคำแนะนำจากนักวิชาการหลายด้านและจากตนแต่กลับไม่ทำเลย เรื่องหนึ่งที่ตนได้เสนอมาหลายปีแล้ว คือการส่งเสริมการใช้รถยนต์พลังงานไฟฟ้าทดแทนรถยนต์ใช้น้ำมัน เพื่อจะลดฝุ่น อีกทั้งยังช่วยพัฒนาอุตสาหกรรมรถยนต์พลังงานไฟฟ้าภายในประเทศให้เกิดขึ้นด้วย เป็นต้น ดังนั้นจึงอยากให้รัฐบาลได้เร่งแก้ไขอย่างจริงจัง 

ปัญหาโครงการ “คนละครึ่ง” ช่วยเหลือประชาชนที่กำลังลำบาก แม้จะเป็นนโยบายที่คนสนใจกันมาก แต่ก็มีปัญหามาก เพราะแทนที่จะให้กับทุกคนกลับให้คนเข้าไปแย่งกัน ซึ่งทำให้ประชาชนจำนวนมากไม่สามารถลงทะเบียนได้ อีกทั้งคนที่ไม่สามารถเข้าถึงเทคโนโลยีก็ไม่สามารถลงทะเบียนได้เช่นกันโดยเฉพาะผู้สูงอายุ ดังนั้นจึงอยากให้รัฐบาลเปิดโอกาสให้ประชาชนเข้าถึงได้อย่างทั่วถึง เพราะสุดท้ายประชาชนทุกคนจะต้องร่วมใช้หนี้นี้ร่วมกันจากเงินที่กู้มาแจกนี้ ส่วน โครงการ “เที่ยวด้วยกัน” ก็ปรากฏมีการทุจริตจำนวนมากจนต้องหยุดโครงการชั่วคราว 

เมื่อพูดถึงการทุจริตก็ต้องโยงไปถึงเรื่องที่ ปปช. ออกมาแถลงว่ามีการทุจริตเกือบ 3 แสนล้านบาท ซึ่งสร้างความสั่นสะเทือนรัฐบาลอย่างมาก ทั้งที่ ปปช. เป็นกลุ่มคนที่รัฐบาลเลือกขึ้นมาเอง โดยเชื่อว่าเมื่อไหร่พลเอกประยุทธ์หมดอำนาจ ข้อมูลการทุจริตจะปรากฏเพิ่มขึ้นอีกมาก และการอภิปรายไม่ไว้วางใจที่จะเกิดขึ้นเร็วๆนี้ ก็จะมีการเปิดเผยข้อมูลการทุจริตให้ได้ทราบกัน 

ทั้งโครงการ “คนละครึ่ง” และ “เที่ยวด้วยกัน” จะเป็นนโยบายเพื่อช่วยประชาชนเพียงชั่วคราวเท่านั้น เหมือนโครงการ “ชิมช้อปใช้” ในอดีต ที่ใช้แล้วก็หมดไป ไม่ได้สร้างรายได้ที่ถาวรและไม่ได้เสริมศักยภาพในการแข่งขันของประเทศ อีกทั้งประโยชน์ต่อจีดีพีจะมีน้อยมากเพราะเป็นเงินจำนวนน้อยมากเมื่อเทียบกับจีดีพี อีกทั้งยังจะทำให้รัฐบาลก่อหนี้เพิ่มมากขึ้น แต่ไม่ได้แก้ปัญหาพื้นฐานของประเทศที่ขาดการลงทุน และ การส่งออกทรุด แต่อย่างใด แถมปัจจุบันค่าเงินบาทยังแข็งค่ามาก แต่รัฐบาลกับแบงค์ชาติกลับไม่ทำอะไร ยิ่งจะทำให้เศรษฐกิจทรุดหนักลงอีก ย้อนแย้งกับที่นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว. คลัง ที่ประกาศก่อนหน้านี้ว่าจะต้องเลิกแจกเงิน แล้วมุ่งพัฒนาเศรษฐกิจไม่ใช่เอาแต่เยียวยา

ในขณะที่ประชาชนกำลังลำบากกับภาวะเศรษฐกิจที่ย่ำแย่ แถมยังมาเจอฝุ่น PM2.5 แต่รัฐมนตรีในครม.พลเอกประยุทธ์กลับวาดฝันจะส่งยานอวกาศไปโคจรรอบดวงจันทร์ภายใน 7 ปี ซึ่งย้อนแย้งกับความรู้สึกของประชาชนที่กำลังลำบากอย่างมาก ประชาชนสิ้นหวังไม่แน่ใจว่าตัวเองจะตายจาก ไวรัสโควิด พิษเศรษฐกิจ หรือ ฝุ่นPM2.5 อะไรก่อนกัน แต่รัฐบาลกลับมีปัญญาคิดนอกกรอบได้แค่จะส่งยานอวกาศไปโคจรรอบดวงจันทร์

กรอบคิดเพียงเท่านี้จะไม่สามารถแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจได้ เพราะพลเอกประยุทธ์ขาดความรู้ความเข้าใจในเรื่องเศรษฐกิจและการมองล่วงหน้า แม้กระทั่งเรื่องหนี้สาธารณะก็ยังพยายามเถียงว่าในปัจจุบันมีหนี้แค่ 7.848 ล้านล้านบาท หรือ 49.34% โดยไม่ได้มองว่าในอนาคต รัฐบาลยังจะต้องกู้เงินอีกมาก วงเงินช่วยเหลือประชาชน 1 ล้านล้านบาท ยังกู้มาใช้ไม่ถึงครึ่งหนึ่งและคงต้องกู้อีก อีกทั้งงบประมาณปี 64 จะขาดดุลอีก 6.3 แสนล้าน การจัดเก็บภาษีปีนี้น่าจะขาดประมาณ 2-3 แสนล้านบาท และการจัดเก็บภาษีในปีหน้าก็น่าจะจัดเก็บได้ขาดอีก จีดีพีปีนี้ก็จะติดลบ ดังนั้นหนี้สาธารณะต่อจีดีพีในปีหน้าจะพุ่งสูงมาก ดังนั้น รัฐบาลต้องมองล่วงหน้าในทุกเรื่องไม่ใช่คิดแต่จะอ้างตัวเลขช่วงนี้ โดยไม่มองเห็นอนาคต ซึ่งเป็นแบบนี้มาตลอด 6 ปี ประเทศถึงไม่ได้พัฒนาเลย

หากจำกันได้ ตนได้เคยเตือนมาตลอดว่าประเทศไทยโชคไม่ดีที่มีปัญหาทางการเมืองในช่วงที่โลกเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว  ซึ่งหากพลเอกประยุทธ์ยังมีกรอบคิดเหมือนเดิม ที่ปรับตามโลกไม่ทัน เศรษฐกิจไทยจะย่ำแย่และล้าหลังอย่างรวดเร็วมาก ประเทศไทยจะตกยุคอย่างไม่ทันรู้ตัว และประชาชนจะยิ่งลำบากกันอีกมาก ซึ่งเชื่อว่าตอนนี้คนจำนวนมากเริ่มรู้สึกกันแล้ว และหวังว่าผลการเลือกตั้ง นายก อบจ. จะเป็นการส่งสัญญาณความไม่พอใจของประชาชนให้ไปถึงพลเอกประยุทธ์ได้ 

“แรมโบ้” ยืนยัน การดำเนินคดี ม.112 กับผู้ชุมนุมทำตามกฎหมายทุกอย่าง “นายกฯ” ไม่ใช้กฎหมายกลั่นแกล้งใคร #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

“แรมโบ้” ยืนยัน การดำเนินคดี ม.112 กับผู้ชุมนุมทำตามกฎหมายทุกอย่าง “นายกฯ” ไม่ใช้กฎหมายกลั่นแกล้งใคร (komchadluek.net)

“แรมโบ้” ยืนยัน การดำเนินคดี ม.112 กับผู้ชุมนุมทำตามกฎหมายทุกอย่าง “นายกฯ” ไม่ใช้กฎหมายกลั่นแกล้งใคร

"แรมโบ้" ยืนยัน การดำเนินคดี ม.112 กับผู้ชุมนุมทำตามกฎหมายทุกอย่าง "นายกฯ" ไม่ใช้กฎหมายกลั่นแกล้งใคร

18 ธันวาคม 2563 – 10:31 น.

“แรมโบ้” ยืนยัน การดำเนินคดี ม.112 กับผู้ชุมนุมทำตามกฎหมายทุกอย่าง “นายกฯ” ไม่ใช้กฎหมายกลั่นแกล้งใคร สวน “โฆษกพรรคก้าวไกล” ควรยอมรับความจริงบ้าง กล้าทำต้องกล้ายอมรับกับสิ่งที่จะเกิดขึ้น

18 ธ.ค.63 นายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงนายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ โฆษกพรรคก้าวไกล ระบุว่าการใช้ม. 112 ต่อผู้เข้าร่วมชุมนุมเป็นการใช้ในลักษณะเหวี่ยงแห ตีความกว้างขวางเกินตัวบทกฎหมาย และเป็นที่วิจารณ์ในแง่ละเมิดสิทธิมนุษยชน โดยมองว่าหากโฆษกพรรคก้าวไกล หรือผู้ชุมนุมยังสงสัยในกฎหมายม.112 ทางที่ดีควรเตือนไปยังกลุ่มผู้ชุมนุมไม่ให้มีการปราศรัยพูดพาดพิงสถาบันพระมหากษัตริย์ หรือควรยุติการชุมนุมไปเลยจะดีกว่า เพราะการชุมนุมไม่เป็นประโยชน์กับใคร อีกทั้งยังสร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนอย่างมาก ประเทศเกิดความเสียหาย ขณะเดียวกันตอนนี้ประเทศอยู่ในช่วงที่จะต้องช่วยกันเพื่อไม่ให้เกิดการแพร่ระบาดเชื้อโควิด-19 แต่ผู้ชุมนุมยังอยากที่จะรวมตัวกัน

นายสุภรณ์ยังกล่าวว่าที่โฆษกพรรคก้าวไกลมองว่าการใช้ม.112 เป็นที่วิจารณ์เรื่องการละเมิดสิทธิมนุษยชน โดยขอให้ย้อนมองดูพฤติกรรมการชุมนุมของผู้ชุมนุมว่าละเมิดสิทธิมนุษยชนของผู้อื่นด้วยหรือไม่ เพราะทำให้เดือดร้อน พูดจาหยาบคาย ด่าทอผู้อื่น และยังทำเรื่องเลวร้ายจาบจ้วงและหมิ่นสถาบันอย่างมาก  

“หากกลุ่มผู้ชุมนุมกล้าที่จะทำแล้ว ก็ขอให้กล้ายอมรับกับความเป็นจริง ที่จะต้องถูกดำเนินคดี ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจถือว่าปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายเช่นกัน  โฆษกพรรคก้าวไกลอย่าพูดเอาแต่ตัวเองหรือพวกพ้องที่เป็นแกนนำกลุ่มชุมนุมให้ดูดี ควรเอาความจริงมาพูดกัน อย่าทำให้ประชาชนเกิดความสับสน 

นอกจากนี้ยืนยันว่ารัฐบาลไม่เคยสั่งการหรือบังคับใช้กฎหมายกลั่นแกล้งคนอื่น ทุกอย่างเป็นไปตามกฎหมาย และไม่ได้ทำเพื่อเบี่ยงประเด็นความล้มเหลวด้านต่างๆ รวมถึงกระแสเรียกร้องให้นายกฯลาออก เพราะนายกฯทำทุกอย่างด้วยความจริงใจ และทำได้เป็นอย่างดีแล้ว ซึ่งดีกว่ารัฐบาลอื่นอีก และสิ่งสำคัญที่ผ่านมานายกฯไม่เคยทำผิดอะไร  จึงไม่จำเป็นต้องดำเนินการอะไรเพื่อกลบกระแสการลาออกของตัวเอง

“ประชาชนฝากบอกมาว่า พรรคก้าวไกล แต่ทำท่าจะไปไม่ไกล เพราะประชาชนรู้ว่า นักการเมืองที่สนับสนุนกลุ่มที่ทำผิด ม.112 คือใคร และใครที่ออกมาปกป้องคนทำผิด ม.112 นั่นแหละตัวดี ที่พยายามจะยุยงให้คนมาจาบจ้วงก้าวล่วงคิดล้มล้างสถาบัน ทั้งที่รู้อยู่แก่ใจว่า เป็นการกระทำผิดกฎหมายชัดเจน ก็ยังจะยุยงสนับสนุนให้ทำผิด ม.112 พรรคการเมืองหรือนักการเมืองเหล่านั้นสมควรที่จะต้องถูกเจ้าหน้าที่ จับตาดูว่า สมคบคิดหรือให้การสนับสนุนด้วยหรือเปล่า”

“ศรีสุวรรณ” บุก กกต.รอบ 2 นำหลักฐานคลิปทักษิณโพสต์เฟซฯ อ้อนคนเลือกคนเพื่อไทยเป็นนายก อบจ. เชียงใหม่ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

“ศรีสุวรรณ” บุก กกต.รอบ 2 นำหลักฐานคลิปทักษิณโพสต์เฟซฯ อ้อนคนเลือกคนเพื่อไทยเป็นนายก อบจ.เชียงใหม่ (komchadluek.net)

“ศรีสุวรรณ” บุก กกต.รอบ 2 นำหลักฐานคลิปทักษิณโพสต์เฟซฯ อ้อนคนเลือกคนเพื่อไทยเป็นนายก อบจ.เชียงใหม่

"ศรีสุวรรณ" บุก กกต.รอบ 2 นำหลักฐานคลิปทักษิณโพสต์เฟซฯ อ้อนคนเลือกคนเพื่อไทยเป็นนายก อบจ.เชียงใหม่

18 ธันวาคม 2563 – 09:53 น.

“ศรีสุวรรณ” บุก กกต.รอบ 2 นำหลักฐานคลิปทักษิณโพสต์เฟซฯ อ้อนคนเลือกคนเพื่อไทยเป็นนายก อบจ.เชียงใหม่

วันนี้ (18 ธ.ค.63 )ที่สำนักงาน กกต. นายศรีสุวรรณ จรรยา ได้เดินทางไปยื่นคำร้องเพิ่มเติม กรณีที่นายทักษิณ ชินวัตร อดีตผู้ก่อตั้งพรรคไทยรักไทย ได้อัดคลิปคำพูดของตนเองโพสต์ลงในเฟซบุ๊กส่วนตัวที่ชื่อ Thaksin Shinawatra เมื่อวันพุธที่ 16 ธ.ค.63 ที่ผ่านมา โดยช่วยหาเสียงให้ผู้สมัครรับเลือกตั้งนายก อบจ.เชียงใหม่พรรคเพื่อไทย ในการเลือกตั้งวันที่ 20 ธ.ค.นี้อย่างเปิดเผยนั้น

ทั้งนี้นายทักษิณ ชินวัตร เป็นนักโทษตามคำพิพากษาของศาล แต่หลบหนีการลงโทษไปอยู่ต่างประเทศ จึงมิได้เป็นผู้ช่วยหาเสียงของผู้สมัครนายก อบจ.เชียงใหม่ ที่จะต้องนำไปคำนวนเป็นค่าใช้จ่ายในการหาเสียงของผู้สมัครตามกฎหมายแต่อย่างใด และถือว่าเป็นบุคคลต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิเลือกตั้ง ตาม ม.39 และเป็นผู้ไม่มีคุณสมบัติที่จะมีสิทธิสมัครรับเลือกตั้งตาม ม.49 แห่ง พ.ร.บ.การเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ.2562 อีกทั้งตาม ม.65 ของกฎหมายดังกล่าวยังกำหนดไว้ว่า ห้ามมิให้ผู้ใดกระทำการอย่างหนึ่งอย่างใดเพื่อจูงใจให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ลงคะแนนให้แก่ผู้สมัครอื่น หรือการชักชวนให้ไป ลงคะแนนไม่เลือกผู้ใดเป็นสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น ด้วยวิธีการสัญญาว่าจะให้ประโยชน์อื่นใดไม่ว่าจะโดยตรง หรือโดยอ้อมแก่บุคคล หรือชุมชน ฯลฯ ซึ่งอาจมีความผิดตาม ม.126 ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 1 ปีถึง 10 ปี หรือปรับตั้งแต่ 2 หมื่นบาทถึง 2 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของผู้นั้นมีกำหนด 20 ปีด้วย

ดังนั้นการที่ผู้สมัครรับเลือกตั้ง นายก อบจ.เชียงใหม่ และพรรคเพื่อไทย ยินยอมให้นายทักษิณ ชินวัตร ซึ่งเป็นบุคคลที่มิใช่สมาชิกพรรคเพื่อไทย มาช่วยหาเสียงดังกล่าว จึงอาจเข้าข่ายฝ่าฝืน ม.28 และ ม.29 แห่ง พรป.พรรคการเมือง 2560 อีกฐานความผิดหนึ่งด้วย ซึ่งอาจเป็นเหตุให้พรรคเพื่อไทยถูกศาลรัฐธรรมนูญสั่งยุบพรรคและลงโทษได้ตาม ม.92(3) และ ม.108 แห่ง พรป.พรรคการเมือง 2560

ด้วยเหตุดังกล่าว สมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย จึงนำความพร้อมพยานหลักฐานที่เป็นคลิปช่วยหาเสียงของนายทักษิณ ชินวัตร มามอบให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง เพื่อประกอบในคำร้องของสมาคมฯที่ยื่นไปก่อนหน้านี้ เพื่อดำเนินการไต่สวนและสอบสวน เพื่อดำเนินการเอาผิดผู้ที่ฝ่าฝืนกฎหมายดังกล่าวหากพบว่าเป็นการฝ่าฝืนจริง และเสนอให้ศาลรัฐธรรมนูญสั่งยุบพรรคเพื่อไทยต่อไป นายศรีสุวรรณ กล่าวในที่สุด

เข้าขั้นวิกฤต “เอ๋ ปารีณา” ลั่นถึงเวลาใช้ยาแรงแก้ฝุ่น PM2.5 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

เข้าขั้นวิกฤต “เอ๋ ปารีณา” ลั่นถึงเวลาใช้ยาแรงแก้ฝุ่น PM2.5 (komchadluek.net)

เข้าขั้นวิกฤต “เอ๋ ปารีณา” ลั่นถึงเวลาใช้ยาแรงแก้ฝุ่น PM2.5

เข้าขั้นวิกฤต "เอ๋ ปารีณา" ลั่นถึงเวลาใช้ยาแรงแก้ฝุ่น PM2.5

18 ธันวาคม 2563 – 09:00 น.

“เอ๋ ปารีณา” ส.ส.คนดัง ลั่นปัญหาฝุ่นละออง PM2.5 เข้าขั้นวิกฤตแล้ว ลั่นถึงเวลาใช้ยาแรงแก้ปัญหา แนะโดยสารรถสาธารณะ งดใช้รถส่วนตัว

วันนี้ 18 ธ.ค. 2563 นางสาวปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) โพสต์ข้อความผ่านทางเฟซบุ๊กระบุถึงการแก้ปัญหาฝุ่นละออง PM2.5 ว่า เมื่อบ้านเมืองเริ่มจะเข้าสู่วิกฤตฝุ่น PM2.5 ก็อยากให้ทุกหน่วยงาน และทุกคนร่วมใจกันฝ่าวิกฤตนี้ไปด้วยกัน

เริ่มจากหน่วยงานภาครัฐ ทุกคนทราบว่า โรงงานอุตสาหกรรมเป็นส่วนหนึ่งที่สร้างมลพิษมหาศาลให้กับสิ่งแวดล้อม และทุกคนก็ทราบว่า เจ้าหน้าที่รัฐอาจปล่อยปละละเลย ไม่เอาจริง คล้ายดีแต่จับแล้วปล่อย แล้วที่ปล่อยเพราะ ได้รับเงินหรือไม่ หรือ #ไม่เอาจริง #ไม่ได้เรื่อง

ภาคเอกชน ควรมีส่วนร่วมในการรับผิดชอบต่อสังคม วันนี้เราเห็นผู้รับเหมากำลังก่อสร้างสิ่งต่าง ๆ ทั่วบ้านทั่วเมือง อุปกรณ์ก่อสร้างเรียงรายมากมาย แต่กลับไม่เห็นรถน้ำซักคัน

เช่นเดียวกับภาคประชาชน ควรตระหนัก และมีส่วนร่วมในการช่วยลดเผาป่า เผาไร่ข้าวโพด และลดใช้ทุกอย่างที่เป็นพลังงานเชื้อเพลิง

ตามนโยบายของพลเอกประยุทธ์ ทำให้ทุกวันนี้เรามีรถไฟฟ้า โครงข่ายเชื่อมทุกพื้นที่ เป็นใยแมงมุม รถไฟฟ้าสายสีเขียว สีทอง ก็กำลังนั่งฟรี ฝากทุกท่านลดใช้รถยนต์ด้วย

สุดท้าย ถึงแม้ กทม.ไม่เคยนิ่งเฉยวิกฤตดังกล่าว และเคยประกาศมาตรการ 3 ระดับคุมเข้ม

ตอนนี้ กทม. ยกระดับมาตรการขึ้นมาเป็นระดับ 2 แล้ว โดยส่วนตัวคิดว่ายังไม่เพียงพอ ขอเสนอให้ใช้ยาแรงไปเลย เช่น หากพบโรงงานอุตสาหกรรมที่กระทำผิดกฎหมายด้านสิ่งแวดล้อม ก็ให้ไล่อธิบดีกรมมลพิษออก ก่อสร้างไม่มีรถน้ำ หรือพบฝุ่นเยอะ ให้ลงโทษหยุดก่อสร้างเป็นเวลา 1 อาทิตย์ และสุดท้าย จัดโซนให้รถส่วนบุคคลวิ่ง ยกเว้นรถสาธารณะวิ่งได้หมด ไม่ให้ปิ้ง ย่าง เผา และดูดบุหรี่ ฝ่าฝืนจำคุก 2 วัน ไม่มีปรับ

https://www.facebook.com/plugins/post.php?href=https%3A%2F%2Fwww.facebook.com%2Fparina.pacharat.9%2Fposts%2F237346677752404&width=500&show_text=true&height=791&appId