ประธานสภาสตรีฯ บรรยายพิเศษถึงพระมหากรุณาธิคุณ ‘ในหลวง-พระราชินี’ ทรงมีต่อพี่น้อง OTOP ทั่วประเทศ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/542125

ประธานสภาสตรีฯ บรรยายพิเศษถึงพระมหากรุณาธิคุณ  ‘ในหลวง-พระราชินี’ ทรงมีต่อพี่น้อง OTOP ทั่วประเทศ

ประธานสภาสตรีฯ บรรยายพิเศษถึงพระมหากรุณาธิคุณ ‘ในหลวง-พระราชินี’ ทรงมีต่อพี่น้อง OTOP ทั่วประเทศ

วันพฤหัสบดี ที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

ดร.วันดี กุญชรยาคง จุลเจริญ ประธานสภาสตรีแห่งชาติในพระบรมราชินูปถัมภ์และประธานชมรมแม่บ้านพัฒนาชุมชน กล่าวถึงพระมหากรุณาธิคุณของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และ สมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินี ที่ทรงมีต่อพสกนิกรชาวไทยทั่วประเทศที่ใช้ภูมิปัญญารวมกลุ่มกันผลิตผลิตภัณฑ์ต่างๆ หรือ OTOP ทุกจังหวัด โดยเฉพาะผ้าไทย ได้มีช่องทางการตลาด ทรงมีพระบรมราชานุญาตให้เปิดบูธจำหน่ายสินค้า ที่ มหาวิทยาลัยราชภัฏทั่วประเทศ ระหว่างที่เสด็จพระราชดำเนินในการพระราชทานปริญญาบัตรแก่ผู้สำเร็จการศึกษา รวมถึงพระดำริของ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ที่จะทรงรักษาและสานต่อพระราชปณิธานของ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ในการอนุรักษ์และพัฒนาผ้าไทยให้คงอยู่คู่แผ่นดินไทย

ช่วงหนึ่งของการบรรยายพิเศษหัวข้อ “การสร้างมูลค่าเพิ่มกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีและการบริหารจัดการหนี้” ในโครงการกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี สร้างพลังสร้างความสุข สร้างรายได้สู่ชุมชน เมื่อเร็วๆ นี้ ดร.วันดี กุญชรยาคงจุลเจริญ ประธานสภาสตรีแห่งชาติในพระบรมราชินูปถัมภ์ และประธานชมรมแม่บ้านพัฒนาชุมชน ได้กล่าวถึงพระราชกรณียกิจและพระมหากรุณาธิคุณที่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงมีต่อกลุ่ม OTOP ทุกจังหวัด โดยกล่าวว่า “นับเป็นมิ่งมงคลยิ่งของ สภาสตรีแห่งชาติ ในพระบรมราชินูปถัมภ์ และกรมการพัฒนาชุมชน ในโอกาสเฝ้าฯ รับเสด็จ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินในการพระราชทานปริญญาบัตรแก่ผู้สำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยราชภัฏทั่วประเทศ ประจำปีการศึกษา 2559-2560 โดยหมายกำหนดการเริ่มจากมหาวิทยาลัยราชภัฏเขตภาคตะวันออกเฉียงเหนือระหว่างวันที่ 15-20 ตุลาคม2563 ณ หอประชุมมหาวชิราลงกรณ มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร เขตภาคเหนือ ระหว่างวันที่ 8-11 ธันวาคม 2563 ณ หอประชุมทีปังกรรัศมีโชติ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ ศูนย์แม่ริม และเขตภาคใต้ ระหว่างวันที่ 15-17 ธันวาคม 2563 ณ หอประชุมมหาวชิราลงกรณ มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี

ด้วยพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงปรารถนาให้พสกนิกรชาวไทยที่ใช้ภูมิปัญญารวมกลุ่มกันผลิตผลิตภัณฑ์ต่างๆ โดยเฉพาะผ้าไทยได้มีช่องทางการตลาด จึงได้มีพระบรมราชานุญาตให้เปิดพื้นที่ให้พี่น้อง OTOP ทุกจังหวัด ได้มาตั้งบูธจำหน่ายสินค้าในพื้นที่ที่เป็นที่ตั้งของมหาวิทยาลัยราชภัฏ ที่มีพิธีพระราชทานปริญญาบัตร อีกทั้ง ได้เสด็จพระราชดำเนินทรงเยี่ยมเยียนประชาชนที่มาเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทรับเสด็จ และทอดพระเนตรบูธผลิตภัณฑ์ OTOP โครงการจัดแสดงและจำหน่ายภูมิปัญญา OTOPเชิงบูรณาการ “สืบสาน รักษา และต่อยอด” ภาคเหนือ และทรงร่วมกิจกรรมสาธิตของกลุ่มอาชีพเป็นประจำทุกวัน พสกนิกรต่างชื่นชมในพระราชจริยวัตรที่งดงามและพระเมตตาของ สมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินี ทรงเป็นแบบอย่างในการฉลองพระองค์ด้วยผ้าไทย ทรงลงพระนามาภิไธย ทรงลงอักษรชื่อร้าน ตลอดจนทรงร่วมในกิจกรรมการสาธิตอย่างไม่ถือพระองค์ ยังความรู้สึกภาคภูมิใจ ปลาบปลื้ม และซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณ มาสู่ผู้ประกอบการทุกคนที่ได้รับโอกาสอันดีนี้ ซึ่งสร้างรายได้เป็นมูลค่ากว่าล้านบาท

นอกจากนี้ มิ่งมงคลยิ่งใหญ่อีกประการหนึ่งนั้น คือ พระดำริของ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ที่จะทรงรักษาและสานต่อพระราชปณิธานของ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ในการอนุรักษ์และพัฒนาผ้าไทยให้คงอยู่คู่แผ่นดินไทย ซึ่งตลอดระยะเวลากว่า60 ปี ที่ทรงประกอบพระราชกรณียกิจเพื่อการอนุรักษ์และส่งเสริมผ้าไทยสามารถสร้างอาชีพ สร้างรายได้สร้างคุณภาพชีวิตที่มั่นคงให้กับชาวบ้านทั่วทุกแห่งของประเทศ อีกทั้ง สมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯทรงมีโอกาสเสด็จไปทรงเยี่ยมชมผ้าไทยและงานหัตถกรรมพื้นบ้านตามภูมิภาคต่างๆ ทอดพระเนตรผลงานที่ถ่ายทอดมาแต่บรรพบุรุษ 3 ภูมิภาค นำมาสู่นิทรรศการ “ผ้าไทยใส่ให้สนุก” คือ ความสุขที่ได้เลือกใช้ศิลปหัตถกรรมไทยเพื่อให้รายได้กลับเข้าสู่ชุมชน เป็นวงจรเศรษฐกิจเชิงมหภาค โดยนิทรรศการจัดแสดงผลงานการรังสรรค์ผ้าไทยที่ทรงมีพระวินิจฉัยในการออกแบบสี ลวดลาย และการตัดเย็บบนผ้าย้อมครามลวดลายพระราชทาน และเสื้อผ้าที่ทรงร่วมกับดีไซเนอร์ชั้นนำของประเทศไทย ทั้งหมด 18 ชุด ซึ่งได้จัดแสดงในงาน OTOP City 2020 ณ อาคารชาเลนเจอร์ 2 อิมแพ็ค เมืองทองธานี

อีกทั้ง ยังพระราชทานของขวัญปีใหม่แก่วงการผ้าไทย คือ ลายมัดหมี่พระราชทาน ชื่อลาย“ผ้ามัดหมี่ลายขอเจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ” ที่ทุกลวดลายเปี่ยมไปด้วย ความหมาย อาทิ ลาย S หมายถึงSirivannavari ลาย S จำนวน 10 แถว หมายถึง พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10ลายเชิงผ้ารูปหัวใจ หมายถึง ความรักของพระองค์ที่มีต่อประชาชนชาวไทยทุกคน Eternity Loveโดยเป็นผลงานจากพระวินิจฉัยเมื่อครั้งเสด็จไปยังกลุ่มทอผ้าครามบ้านดอนกอย อำเภอพรรณนานิคมจังหวัดสกลนคร ทรงร่วมทอด้ายปั่นด้าย ย้อมคราม ทอผ้ากับประชาชนอย่างใกล้ชิด และทรงออกแบบโดยไม่ละอัตลักษณ์ประจำถิ่นเดิมเพื่อเป็นการจุดประกายความคิดในการพัฒนาลวดลายผลิตภัณฑ์ผ้าไทยให้ร่วมสมัย สามารถก้าวสู่ระดับสากลเพื่อวิถีชุมชนที่ยั่งยืน

ท้ายสุด ประธานสภาสตรีแห่งชาติ ได้กล่าวถึงเรื่องน่ายินดีประการต่อมาว่า คือ ผลงานความสำเร็จชิ้นโบแดง ที่สภาสตรีแห่งชาติในพระบรมราชินูปถัมภ์ ได้สนองงานสืบสานพระราชปณิธานดำเนินโครงการ “สืบสาน อนุรักษ์ศิลป์ ผ้าถิ่นไทย ดำรงไว้ในแผ่นดิน” ซึ่งได้จับมือกับกรมการพัฒนาชุมชน ลงนาม MOU ร่วมกับ 76 จังหวัดและกรุงเทพฯ ในการสวมใส่ผ้าไทยและผลักดันรณรงค์การสวมใส่ผ้าไทย จนเป็นมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2563 เห็นชอบการส่งเสริมและสนับสนุนให้คนไทยใช้และสวมใส่ผ้าไทยอย่างน้อยสัปดาห์ละสองวัน ทั้งนี้ จึงเป็นการสร้างคุณค่าผ้าไทย กระตุ้นให้เกิดการใส่การใช้ผ้าไทย ผ้าไทยเป็นที่ต้องการมากขึ้น จากความสำเร็จนี้สภาสตรีแห่งชาติในพระบรมราชินูปถัมภ์ และกรมการพัฒนาชุมชน จะร่วมการขับเคลื่อนรณรงค์เรื่องราวผ้าอัตลักษณ์ประจำถิ่นให้เกิดรูปธรรมในระยะต่อไป

มอบรางวัลดีเด่นด้านการวิจัย #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/542119

มอบรางวัลดีเด่นด้านการวิจัย

มอบรางวัลดีเด่นด้านการวิจัย

วันพฤหัสบดี ที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

           เมื่อเร็วๆนี้   ผศ.ดร.ทนพ.ยุทธนา หมั่นดี คณบดีคณะสหเวชศาสตร์    มอบใบประกาศเกียรติคุณและรางวัลแก่บุคลากดีเด่นด้านการวิจัย ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 ภายใต้โครงการ “โครงการพัฒนาผลงานวิจัยสู่การตีพิมพ์ระดับนานาชาติ ประจำปี 2563 เพื่อสนับสนุนตัวชี้วัดหลัก (Super KPI) ด้านการวิจัยและนวัตกรรม” โดยมีบุคลากรที่ได้รับรางวัลจำนวน 2 ท่าน ได้แก่ ผศ.ดร.ทนพ.สิทธิชัย ปัญญาใส ได้รับรางวัลบุคลากรดีเด่นด้านการวิจัย ที่มีจำนวนผลงานตีพิมพ์เผยแพร่ผลงานทางวิชาการระดับนานาชาติสูงสุด โดยมีจำนวนผลงานวิจัยตีพิมพ์ในวารสารทางวิชาการระดับนานาชาติมากถึง 8 หัวเรื่อง และ ดร.ทนพ.จิรพัฒน์ คล้อยปาน ที่ได้รับรางวัลบุคลากรดีเด่นด้านการวิจัย ที่มีผลรวมค่า Impact Factor ของงานตีพิมพ์เผยแพร่ผลงานทางวิชาการระดับนานาชาติสูงสุด จากผลงานวิจัยตีพิมพ์ในวารสารทางวิชาการระดับนานาชาติในควอไทล์ที่ 1-2 จำนวน 4 หัวเรื่อง โดยการมอบรางวัลในโครงการดังกล่าวเป็นการแสดงความยินดีในความทุ่มเททำวิจัยด้วยวิริยะอุตสาหะ สามารถนำมาเป็นแบบอย่างด้านการวิจัย และยกระดับการวิจัยของคณะสหเวชศาสตร์สู่ความเป็นสากล   

เคานท์ดาวน์อยู่บ้านไม่เหงา! ‘เอไอเอส’ ผนึก ‘ช่อง 3’ มอบความสุขคอนเสิร์ตสุดลํ้าส่งท้ายปี #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/542114

เคานท์ดาวน์อยู่บ้านไม่เหงา! ‘เอไอเอส’ ผนึก ‘ช่อง 3’  มอบความสุขคอนเสิร์ตสุดลํ้าส่งท้ายปี

เคานท์ดาวน์อยู่บ้านไม่เหงา! ‘เอไอเอส’ ผนึก ‘ช่อง 3’ มอบความสุขคอนเสิร์ตสุดลํ้าส่งท้ายปี

วันพฤหัสบดี ที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

อยู่บ้านก็สุขเต็มขั้น ฟินได้ด้วยกันเหมือนเกาะขอบเวทีคอนเสิร์ตส่งท้ายปี! เมื่อ เอไอเอส และสถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3 HD มอบความสุขสุดประทับใจให้คนไทยทั่วประเทศก้าวสู่ศักราชใหม่ไปด้วยกันอย่างสนุกสุดล้ำ แบบที่โควิด-19 ก็ไม่อาจกั้นความสุขคืนเคานท์ดาวน์ชวนคนไทยมันส์แบบปลอดภัยไปกับ “AIS 5G The Future of Virtual Celebration 2021” เคานท์ดาวน์คอนเสิร์ตแบบ 5G Virtual Realityครั้งแรกในไทย จัดเต็มศิลปินดังขวัญใจคนไทยทุกเจเนอเรชั่น กว่า 30 ชีวิต นำโดย แบมแบม GOT7, เป๊ก-ผลิตโชค, เจมส์-จิรายุ, แต้ว-ณัฐพร,เต้ย-จรินทร์พร, มิว-นิษฐา, พุฒ-พุฒิชัย, วี-วิโอเลต,ทอม-อิศรา, เวียร์-ศุกลวัฒน์, เบลล่า-ราณี, ปีใหม่-เอวาริณ, แอลลี่-อชิรญา, บิวกิ้น-พุฒิพงศ์, พีพี-กฤษฏ์, สกาย-วงศ์รวี, TRINITY, Polycat, SlotMachine, Triumphs Kingdom, สาว สาว สาว และคลิปอวยพรปีใหม่สุดพิเศษจากลิซ่า BLACKPINKพาเหรดความสุขมาส่งมอบให้คนไทยได้ฟินตื่นตาตื่นใจ และโดดมันส์สุดตัวเสมือนได้อยู่ชิดติดขอบเวทีเคานท์ดาวน์คอนเสิร์ตจริงๆ 

ปรัธนา ลีลพนัง หัวหน้าคณะผู้บริหารกลุ่มลูกค้าทั่วไป เอไอเอส กล่าวว่า“ในยุคที่โควิด-19 ยังอยู่กับเราในช่วงเทศกาลส่งความสุขคืนส่งท้ายปีเช่นนี้ เอไอเอส ในฐานะผู้ให้บริการ Digital Life Service Provider ที่นำศักยภาพเครือข่าย AIS 5G เติมเต็มไลฟ์สไตล์ความสุขให้ลูกค้าและคนไทยทุกเจเนอเรชั่นในทุกมิติ จึงได้พลิกโฉมการจัดงานคอนเสิร์ตที่เคยจัดแบบ Physical มาไว้บนแพลตฟอร์มออนไลน์ เพื่อให้คนไทยได้อยู่บ้านเฉลิมฉลองความสุขร่วมกับครอบครัวได้เหมือนเดิมผ่านคอนเสิร์ตในรูปแบบ Virtual Reality (VR) หรือโลกเสมือนจริงผ่านหน้าจอสมาร์ทโฟนและโทรทัศน์ที่บ้าน ซึ่งให้ระบบภาพ แสง สี เสียง และเอฟเฟกต์เต็มอิ่มเสมือนจริงในรูปแบบมัลติมีเดีย อินเตอร์แอ๊กทีฟ 360 องศา ให้ประสบการณ์การดูคอนเสิร์ตในรูปแบบใหม่และรู้สึกใกล้ชิดกับศิลปินที่รักมากยิ่งขึ้น ถือเป็นการจุดพลุฉลองเคานท์ดาวน์ในยุคนิว นอร์มอล ที่พร้อมเปิดประตูคนไทยเข้าสู่ยุค 5G อย่างเต็มรูปแบบ สอดรับสถานการณ์ยุคโควิด-19 ที่สนับสนุนให้คนไทยรักษาระยะห่างทางสังคม (Social Distancing)โดยคนไทยทุกคน ทุกเครือข่าย รับชมคอนเสิร์ตไปพร้อมกันได้ในวันที่ 31 ธันวาคมนี้ที่ AIS PLAY พิเศษ! รับชมใกล้ชิดแบบ 360°ที่แอพพลิเคชั่น AIS 5G PLAY VR และ AIS VR 4K เริ่มตั้งแต่เวลา 18.00 น. เป็นต้นไป หรือรับชมผ่านช่อง 3 HD กด 33 แบบไม่มีโฆษณาคั่น ตั้งแต่เวลา 22.20 น. เป็นต้นไป

สุรินทร์ กฤตยาพงศ์พันธุ์ กรรมการผู้อำนวยการ สายงานธุรกิจโทรทัศน์ บริษัท บีอีซี เวิลด์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “สถานีวิทยุโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3 เป็นสถานีโทรทัศน์ยอดนิยมของคนไทยที่ส่งมอบความสุขความบันเทิงมาให้คนไทยอย่างต่อเนื่องและในโอกาสเฉลิมฉลองส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ 2564 ในยุคโควิด-19 ที่สนับสนุนให้คนไทยได้อยู่ร่วมฉลองเทศกาลความสุขกับครอบครัวที่บ้าน เรามีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ร่วมกับเอไอเอส ส่งความสุขให้ได้เต็มอิ่มกับคอนเสิร์ตสุดล้ำแห่งยุคที่พิเศษ ตื่นตาตื่นใจจากหลากหลายศิลปินชั้นนำแบบไม่มีโฆษณาคั่นผ่านทางช่อง 3 HD”

กรมการพัฒนาชุมชน ผนึก 11 พันธมิตร ลงนามความร่วมมือ สร้างสรรค์ ส่งเสริม ต่อยอด ‘โคก หนอง นา โมเดลขั้นก้าวหน้า’ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/542124

กรมการพัฒนาชุมชน ผนึก 11 พันธมิตร ลงนามความร่วมมือ  สร้างสรรค์ ส่งเสริม ต่อยอด ‘โคก หนอง นา โมเดลขั้นก้าวหน้า’

กรมการพัฒนาชุมชน ผนึก 11 พันธมิตร ลงนามความร่วมมือ สร้างสรรค์ ส่งเสริม ต่อยอด ‘โคก หนอง นา โมเดลขั้นก้าวหน้า’

วันพฤหัสบดี ที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

กรมการพัฒนาชุมชนผนึกพันธมิตร ทั้งภาครัฐ และเอกชน  ลงนามความร่วมมือ เดินหน้าขับเคลื่อนโครงการพัฒนาพื้นที่ต้นแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิตตามหลักทฤษฎีใหม่  “โคก หนอง นา โมเดลขั้นก้าวหน้า”  หวังปั้น 9 ฐานผลิตสินค้าภูมิภาคเฟ้นให้ได้ 36 ผลิตภัณฑ์นวัตกรรมจากผลผลิตทางการเกษตรจากทั่วประเทศ  ขึ้นแท่น Premium Product of Thailand กรุยทางสู่ตลาดสากล

นายสุทธิพงศ์  จุลเจริญ  อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน เปิดเผยภายหลังร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือโครงการพัฒนาพื้นที่ต้นแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิตตามหลักทฤษฎีใหม่ ประยุกต์สู่ โคก หนอง นา โมเดล ขั้นก้าวหน้า

“Premium Product of Thailand ในทุกภูมิภาคของไทย” ซึ่งจัดขึ้นระหว่างการจัดงานสัปดาห์ “OTOP CITY 2020” ณ อาคารชาเลนเจอร์ 1-3 อิมแพคเมืองทองธานี  ไปเมื่อเร้วๆ นี้ โดยมี นายนิรัตน์  พงษ์สิทธิถาวร รองปลัดกระทรวงมหาดไทย หัวหน้ากลุ่มภารกิจด้านพัฒนาชุมชนและส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น เป็นประธานในพิธี

การลงนามความร่วมมือดังกล่าว เกิดขึ้นภายหลังผลสัมฤทธิ์จากการลงนามความร่วมมือของโครงการ “โคก หนอง นา ป่าลำไย ลุ่มน้ำน่าน” ที่กรมการพัฒนาชุมชนได้ร่วมมือทำกับ 16 หน่วยงานในพื้นที่จังหวัดน่าน โดยน้อมนำเอาหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงตามพระราชดำรัสของ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9 ส่งเสริมให้เกษตรกรผู้ปลูกลำไยในพื้นที่จังหวัดน่าน เริ่มผลิตเป็นลำไยอินทรีย์ให้ได้มาตรฐาน พร้อมสนับสนุนตลาดผู้รับซื้อทำให้มีพื้นที่ของเกษตรกรผู้ปลูกลำไยอินทรีย์เพิ่มจำนวนมากขึ้น และมีผลผลิตที่สามารถใช้นวัตกรรมทางการเกษตรในการแปรรูป ต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์คุณภาพดี สามารถแข่งขันได้ในตลาดสากล เป็นการเพิ่ม Value Added ให้กับผลิตผลทางการเกษตรของไทย

กรมการพัฒนาชุมชนจึงเล็งเห็นว่าการประยุกต์ใช้หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง เป็นแนวทางพัฒนาคุณภาพชีวิตเกษตรกรไทยที่ถูกต้อง ด้วยการส่งเสริม สนับสนุน และต่อยอดผลิตผลทางการเกษตรขั้นต้น สู่งานวิจัยและพัฒนาอย่างเต็มรูปแบบ เพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์คุณภาพสูง โดยการลงนามความร่วมมือครั้งนี้เกิดขึ้นระหว่าง กรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย,สำนักงานคณะกรรมอาหารและยา,มหาวิทยาลัยเชียงใหม่,จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย,มหาวิทยาลัยขอนแก่น,มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์,สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง,สมาคมศิษย์เก่าคณะวิศวะกรรมศาสตร์มหาวิทยาลัยขอนแก่น,บริษัทเขาใหญ่ พาโนราม่า วิสาหกิจเพื่อสังคม จำกัด,บริษัทไทธนบุรี คอร์ปอเรชั่น จำกัด,และบริษัท เอิร์ธแคร์ อินโนซิส จำกัด โดยมีตัวแทนจากสถาบันการศึกษาและภาคเอกชนเข้าร่วมในพิธีดังกล่าว

ทั้งนี้ มีเป้าหมายสำคัญในการนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงเป็นแนวทางการพัฒนาต่อยอดจากโครงการพัฒนาพื้นที่ต้นแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิตตามหลักทฤษฎีใหม่ ประยุกต์สู่ โคก หนอง นา โมเดล ไปสู่ขั้นก้าวหน้า โดยทำการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ขั้นก้าวหน้า เพื่อให้เกิด “Premium Product of Thailand” ในภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคใต้ ภาคละ 9 ผลิตภัณฑ์ รวมเป็น 36 ผลิตภัณฑ์ จากนั้นจะทำการถ่ายทอดเทคโนโลยีรวมถึงการสร้างโรงงานแปรรูปผลิตภัณฑ์ที่ได้จากงานวิจัยให้กับวิสาหกิจเพื่อสังคมที่ถูกคัดเลือก จากพื้นที่เรียนรู้ชุมชนต้นแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิต (Community Lab Model for quality of life :CLM) ภาคละ 9 แห่ง ให้เข้าร่วมโครงการดำเนินการแปรรูป และผลิต จนเกิดเป็น Premium Product of Thailand จากนั้นส่งต่อให้ทีมการตลาด นำเสนอผลิตภัณฑ์ออกจำหน่ายทั้งในและต่างประเทศต่อไป

เปลี่ยนของใช้-ของแต่งบ้าน ให้เป็นของขวัญชิ้นพิเศษ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/542126

เปลี่ยนของใช้-ของแต่งบ้าน  ให้เป็นของขวัญชิ้นพิเศษ

เปลี่ยนของใช้-ของแต่งบ้าน ให้เป็นของขวัญชิ้นพิเศษ

วันพฤหัสบดี ที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

ช่วงเวลาแห่งการเฉลิมฉลองส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีฉลู 2021 สำหรับปีนี้ “อินเด็กซ์ ลิฟวิ่งมอลล์” (Index Living Mall) ได้รวบรวมไอเท็มเด่นที่จะเปลี่ยนของใช้ และของตกแต่งบ้านให้เป็นของขวัญชิ้นสำคัญ เพื่อใช้ส่งผ่านความรักความห่วงใยให้กับคนที่คุณรัก กับเทศกาลที่คุณรอคอย “Gift of Happiness 2021” #Share a Wish, Sharea Gift  แชร์ความสุขด้วยหัวใจที่รับรองว่าของขวัญในปีนี้จะทำให้ผู้รับประทับใจอย่างแน่นอน ไม่ว่าจะเป็น ชั้นวางของติดผนังที่จะทำให้ผนังบ้านมีดีไซน์ขึ้น, รูปปั้นสิงโตสีทองเพื่อแก้ฮวงจุ้ยและช่วยเรียกโชคลาภ, รูปปั้นปลากัด สื่อถึงความอุดมสมบูรณ์ มั่งคั่งร่ำรวย และเป็นสัญลักษณ์ของนักสู้ความอดทน, รูปปั้นนกฟลามิงโก้สัญลักษณ์ความรักความอบอุ่น ซื่อสัตย์ และมั่นคงในรัก, ลูกโลกตั้งโต๊ะ ไอเท็มเด่นที่คนรักบ้านและชื่นชอบการท่องเที่ยวไม่ควรพลาด,ที่รองเทียนดีไซน์เรียบหรู ช่วยสร้างบรรยากาศภายในบ้านและมุมปาร์ตี้ให้มีเสน่ห์และอบอวนด้วยกลิ่นอายความโรแมนติก,โคมไฟตั้งโต๊ะ เรียบเท่สไตล์โมเดิร์นแทนสัญลักษณ์ของความหวังและแรงบันดาลใจ, ภาพพิมพ์รูปปลาคาร์พ สัญลักษณ์ของความร่ำรวย มั่งคั่งเงินทอง, ชุดจานดีไซน์เก๋ สื่อถึงความสมบูรณ์พูนสุข และยังผลิตจากวัสดุอย่างดีสามารถนำเข้าเครื่องล้างจานและเข้าไมโครเวฟได้ เป็นต้น ทั้งนี้ สามารถเลือกช้อปได้ที่ อินเด็กซ์ลิฟวิ่งมอลล์ 31 สาขา ทั่วประเทศสอบถามโทร.1379 หรือ ช้อปออนไลน์ได้ที่ www.indexlivingmall.com

สุดยอดผลงานคอลลาบอเรชั่นแห่งปี Baking Soda x Casa Dry Clean Only #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/542129

สุดยอดผลงานคอลลาบอเรชั่นแห่งปี  Baking Soda x Casa Dry Clean Only

สุดยอดผลงานคอลลาบอเรชั่นแห่งปี Baking Soda x Casa Dry Clean Only

วันพฤหัสบดี ที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

ห้องเสื้อระดับตำนานของไทย Baking Soda เปิดตัวผลงานสร้างสรรค์ล่าสุดโดยความร่วมมือกับ Casa Dry Clean Only นำเสนอความผสมผสานความโก้กับสตรีทแวร์ ลวดลายอันเป็นเอกลักษณ์โดดเด่นของทั้งสองแบรนด์เกิดเป็นลุคที่สวยสมบูรณ์แบบพร้อมเปิดตัว Capsule Collection สุดพิเศษ วางจำหน่ายที่ Club Soda ณ ชั้น 1 สยามเซ็นเตอร์แห่งเดียวเท่านั้น ตั้งแต่วันที่นี้ – เมษายน 2564

เซอร์ไพรส์วงการแฟชั่นด้วยสุดยอดผลงานแฟชั่นลิมิเต็ดคอลเลคชั่นนี้ โดยการนำเสนอการตีความชิ้นงานที่โดดเด่นที่สุดของแบรนด์ Baking Soda มีตั้งแต่เสื้อยืดที่ได้รับแรงบันดาลใจจากแนวคิดหัวรุนแรงแบบพังก์ไปจนถึงชุดเดรสที่ตัดเย็บแปลกใหม่ผ่านมุมมองที่สดใหม่ของ Dry Clean Only 

Soda โดย เมนาท นันทขว้าง นับเป็นผู้ทรงอิทธิพลและเป็นผู้นำในวงการแฟชั่นของไทยมาโดยตลอด และยังคงยืนหยัดตำแหน่งแถวหน้าไว้อย่างน่ายกย่อง เพราะแบรนด์ผลิตสินค้าแฟชั่นและโปรเจคใหม่อย่างต่อเนื่อง และโดยเฉพาะความร่วมมือสร้างสรรค์ผลงานในครั้งนี้ นับเป็นก้าวสำคัญล่าสุดของแฟชั่นเฮาส์ที่น่าจับตามองอย่างมาก สำหรับความร่วมมือกับ Casa Dry Clean Only โดยดีไซเนอร์ของแบรนด์ ปฏิพัทธ์ ชัยภักดี หนึ่งในสาวกของแบรนด์ Soda ว่าคือแรงบันดาลใจหลักในการสร้างสรรค์คอลเลคชั่นเสื้อผ้าวินเทจที่โด่งดังไปทั่วโลก

“ผมรู้สึกชื่นชมคุณกบมาโดยตลอด ผมเคยแม้ระทั่งเขียนจดหมายแฟนคลับหาเธอตอนที่ผมยังเป็นนักเรียนอยู่ ผมจำได้ว่าผมซื้อเสื้อยืดตัวแรกของ Soda staying alive แล้วรู้สึกทึ่งมาก ว่าสิ่งที่ดูเรียบง่ายจะกลายเป็นสิ่งที่สุดพิเศษขึ้นมาได้อย่างไร โดยในที่สุดได้ลงเอยด้วยการสะสมเสื้อยืด Soda ไว้เป็นจำนวนมาก และในครั้งนี้จึงรู้สึกประทับใจอย่างที่สุดที่ได้มีโอกาสร่วมออกแบบผลงานในครั้งนี้” ปฏิพัทธ์ กล่าวถึง เมนาท นันทขว้าง ผู้ก่อตั้งและผู้อำนวยการฝ่ายออกแบบของแบรนด์ Soda

สำหรับสโลแกนในการทำงานร่วมกันครั้งนี้ คือ You only live once หรือ คุณมีชีวิตอยู่เพียงครั้งเดียว ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจมาจากเพลงของ The Strokes โดย จิรวัฒน์ ศรีเลื่อนสร้อย ผู้อำนวยการออกแบบ Dry Clean Only กล่าวถึงกระบวนการสร้างสรรค์งานออกแบบคอลเลคชั่นนี้ว่า “การออกแบบเกิดขึ้นเพื่อเป็นเกียรติและแสดงความชื่นชมต่อการใช้ชีวิตสุดคูลของคุณเมนาท และความหลงใหลในเสียงดนตรีของเธอ เราได้รับแรงบันดาลใจมาจากความผูกพันของแบรนด์ Soda กับดนตรีและวิถีชีวิตของคุณเมนาท ซึ่งผมต้องการรวบรวม DNA จากทั้งสองแบรนด์เข้าด้วยกัน เช่น ตุ๊กตาหมีของ Casa Dry Clean Only และหัวกะโหลกของ Soda”

นอกจากนี้ ลายภาพพิมพ์อื่นๆ ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากดนตรีร็อคแอนด์โรล ได้แก่ ลายดอกกุหลาบอันเป็นสัญลักษณ์ของ Soda และ ลายนกอินทรีอันโด่งดังของ Dry Clean Only ซึ่งทั้งสองอย่างนี้มีความโดดเด่นในไอเท็มสตรีทแวร์ที่ไม่ควรพลาด เช่น เสื้อฮู้ดดี้ เสื้อยืด และกางเกงขากว้าง สำหรับราคาเสื้อยืดรุ่นลิมิเต็ดเอดิชั่นคอลเลคชั่นนี้เริ่มต้นเพียง 900 บาท อีกทั้งคอลเลคชั่นนี้ ยังมีสินค้าแฟชั่นที่ไม่ซ้ำแบบให้เลือกอีกมากมาย ทั้งเดรสเสื้อยืดที่ตัดเย็บขึ้นใหม่ด้วยผ้าลูกไม้ Tulle อย่างประณีต และเสื้อเชิ้ตตัวหลวม

รูปลักษณ์ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากพังก์และธีมร็อคแอนด์โรลสะท้อนให้เห็นถึงอิทธิพลของดนตรีที่มีอยู่ใน DNA ของทั้งสองแบรนด์ “การออกแบบต้องดูเท่ห์ แต่สวมใส่ได้จริง” ซึ่งเป็นนิยามหลักในการสร้างสรรค์ผลงานนี้ จาก เมนาท นันทขว้าง

พบกับผลงานใหม่สุดล้ำจาก Baking Soda X Casa Dry Clean Only ที่ชั้น 1 สยามเซ็นเตอร์ และติดตามข่าวสารผ่าน Instagram : Clubsodabkk , @sodaxdryclean และ http://www.sodabkk.com พร้อมรอพบกับบทใหม่ของ Soda กับการความร่วมสร้างสรรค์ผลงานสุดเอ็กซ์คลูซีฟกับแบรนด์และดีไซเนอร์ชื่อดังอีกมากมายเร็วๆนี้

เปิด ‘สวนปันบุญอัสสัมชัญ’ แพลตฟอร์มการทำบุญด้วยการปลูกต้นไม้ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/542117

เปิด ‘สวนปันบุญอัสสัมชัญ’ แพลตฟอร์มการทำบุญด้วยการปลูกต้นไม้

เปิด ‘สวนปันบุญอัสสัมชัญ’ แพลตฟอร์มการทำบุญด้วยการปลูกต้นไม้

วันพฤหัสบดี ที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

สมาพันธ์สมาคมศิษย์เก่าคณะเซนต์คาเบรียลแห่งประเทศไทย โดย ดร.ธะนาชัย ธีรพัฒนวงศ์ อุปนายก CGA (ผู้แทนนายก CGA), โรงเรียนอัสสัมชัญและประชาคมอัสสัมชัญ, สมาคมอัสสัมชัญ โดย พลเรือเอก ประพฤติพร อักษรมัต นายกสมาคมอัสสัมชัญ และ สงวนรัถการโกวิท อุปนายกสมาคมฯ, มูลนิธิปลูกต้นไม้ปลูกธรรมะโดย พระอาจารย์ไพศาล วิสาโล, สวนนงนุชโดย กัมพล ตันสัจจา ร่วมในพิธีเปิด “สวนปันบุญอัสสัมชัญ” แพลตฟอร์มต้นแบบการสร้างค่านิยมในการ “มอบต้นไม้” ให้แก่กันในวาระต่างๆ เพื่อเพิ่มความสุขในสังคมแลพื้นที่สีเขียว ณ ลานอนุสาวรีย์คุณพ่อกอลมเบต์ โรงเรียนอัสสัมชัญ กรุงเทพฯ เมื่อวันพุธที่ 9 ธันวาคม ที่ผ่านมา

ภายในงานมี ภราดา วิริยะ ฉันทวโรดม ที่ปรึกษาโรงเรียนฯ, ภราดา กุลชาติ จันทะโชโต รองผู้อำนวยการฯ,คณะกรรมการ CGA, คณกรรมการ AC, คณะครู-นักเรียน-ผู้ปกครองให้เกียรติร่วมงาน โดยโครงการฯ นี้ สมาพันธ์สมาคมศิษย์เก่าคณะเซนต์คาเบรียลแห่งประเทศไทย ร่วมกับ มูลนิธิปลูกต้นไม้ ปลูกธรรมะ โดย พระอาจารย์ไพศาล วิสาโล ประธานกรรมการมูลนิธิฯ, สมาคมอัสสัมชัญ โดย พล.ร.อ.ประพฤติพร อักษรมัต นายกสมาคมฯและโรงเรียนอัสสัมชัญ โดย ภราดาดร.ศักดา สกนธวัฒน์ผู้อำนวยการโรงเรียนฯ ที่ได้ร่วมจัดทำโครงการฯขึ้น เพื่อรณรงค์ให้นักเรียนเห็นความสำคัญในการปลูกต้นไม้ ผูกพันกับต้นไม้จากประสบการณ์ตรงโดยการลงมือปลูกดูแลต้นไม้จนเติบโตด้วยตนเอง ส่งเสริมและสร้างค่านิยมการทำบุญด้วยการปลูกต้นไม้ สร้างป่าให้โลกและลูกหลาน ส่งเสริมธรรมะและเรียนรู้ธรรมะจากต้นไม้รณรงค์ให้มอบต้นไม้เป็นของขวัญในโอกาสพิเศษวาระต่างๆ หรือวาระสำคัญทางศาสนา

สมาพันธ์สมาคมศิษย์เก่าคณะเซนต์คาเบรียลแห่งประเทศไทย (CGA) มีสมาชิกประกอบด้วยสมาคมศิษย์เก่าของโรงเรียนในมูลนิธิคณะเซนต์คาเบรียลรวม 14 สมาคม ได้แก่ สมาคมอัสสัมชัญ, สมาคมศิษย์เก่าเซนต์คาเบรียล, สมาคมศิษย์เก่ามงฟอร์ตวิทยาลัย, สมาคมศิษย์เก่าอัสสัมชัญพาณิชย์, สมาคมศิษย์เก่าอัสสัมชัญศรีราชา, สมาคมศิษย์เก่าเซนต์หลุยส์ฉะเชิงเทรา,สมาคมศิษย์เก่าอัสสัมชัญลำปาง, สมาคมศิษย์เก่าอัสสัมชัญธนบุรี, สมาคมศิษย์เก่าอัสสัมชัญนครราชสีมา,สมาคมศิษย์เก่าอัสสัมชัญระยอง, สมาคมศิษย์เก่าอัสสัมชัญสมุทรปราการ และสมาคมศิษย์เก่าอัสสัมชัญเทคนิคนครพนม โดยปัจจุบัน อาคม ศุภางค์เผ่า ดำรงตำแหน่งนายกสมาพันธ์ฯ และ ดร.วัลลภ เจียรนนท์ ดำรงตำแหน่งนายกกิตติมศักดิ์

เดินหน้าสานต่อโครงการ Healthy Lung Thailand เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีของผู้ป่วยโรคหืด ปอดอุดกั้นเรื้อรัง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/542121

เดินหน้าสานต่อโครงการ Healthy Lung Thailand  เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีของผู้ป่วยโรคหืด ปอดอุดกั้นเรื้อรัง

เดินหน้าสานต่อโครงการ Healthy Lung Thailand เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีของผู้ป่วยโรคหืด ปอดอุดกั้นเรื้อรัง

วันพฤหัสบดี ที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

แอสตร้าเซนเนก้า(ประเทศไทย)จำกัด ระดมทีมลงพื้นที่อีสานตอนบน สานต่อโครงการ “Healthy Lung Thailand” จับมือ เขตสุขภาพที่ 8 กระทรวงสาธารณสุขจัดงานประชุมวิชาการ “Healthy Lung Forumเขตสุขภาพที่ 8 ครั้งที่ 1/2564”เสริมศักยภาพบริการทางการแพทย์แบบ “ปกติวิถีใหม่” รับมือโควิด-19 สำหรับผู้ป่วยโรคหืด ปอดอุดกั้นเรื้อรัง และมะเร็งปอด พร้อมยกระดับการพัฒนาองค์ความรู้ เสริมสร้างศักยภาพและการเข้าถึงการบริการเพื่อนำไปสู่พัฒนาการด้านการรักษาและจัดการโรคอย่างมีประสิทธิภาพณ โรงแรม ฟอร์จูน ริเวอร์วิว จังหวัดนครพนม เมื่อเร็วๆ นี้

นายแพทย์กิตติศักดิ์ ฐานวิเศษ รองผู้อำนวยการด้านการแพทย์ โรงพยาบาลนครพนมประธานแผนพัฒนาระบบบริการสุขภาพ โรคปอดอุดกั้นเรื้อรังและโรคหืด เขตสุขภาพที่ 8 กล่าวในโอกาสร่วมงานประชุมวิชาการHealthy Lung Forum ว่า “โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง (Chronic Obstructive Pulmonary Disease หรือ COPD) เป็นกลุ่มของโรคปอดอักเสบเรื้อรังที่พบได้บ่อย และเป็นสาเหตุของการเสียชีวิตอันดับต้น ๆ ของประชากรทั่วโลก โดยคลังข้อมูลสุขภาพ Health Data Center (HDC) จากกระทรวงสาธารณสุข ระบุว่าพบผู้ป่วยด้วยโรคปอดอุดกั้นเรื้อรังในประเทศไทยมากที่สุดในประชากรที่มีอายุ 40 ปีขึ้นไปและมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นจากร้อยละ0.75 ในปี 2560เป็นร้อยละ0.8 ในปี 2563 และสำหรับในเขตสุขภาพที่ 8ได้แก่ อุดรธานี สกลนคร นครพนม เลย หนองบัวลำภู หนองคายและบึงกาฬ พบผู้ป่วยโรคปอดอุดกั้นเรื้อรังประมาณ 14,300 คนและมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 0.67 ในปี 2560 เป็นร้อยละ 0.74 ในปี 2563 โดยจากงานวิจัย Epidemiology and Impact of COPD in Asia ในปี 2555 ความชุกของโรคในประเทศไทยควรมีมากถึงร้อยละ 6.2 หรือประมาณ 127,000 คน ที่ยังไม่สามารถเข้าถึงการวินิจฉัยและการรักษา ซึ่งปัจจุบันมีผู้ป่วยที่สามารถเข้าถึงการบริการการรักษาได้เพียงร้อยละ 11.26 เท่านั้น”

“โรคปอดอุดกั้นเรื้อรังเป็นโรคที่ไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้แต่เป็นโรคที่ป้องกันได้ หากได้รับการวินิจฉัยที่รวดเร็ว มีการตรวจสมรรถภาพปอดโดยเครื่องสไปโรเมตรีย์ จะช่วยส่งเสริมประสิทธิภาพในการรักษา อีกทั้งส่งผลให้สมรรถภาพปอดและคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยดียิ่งขึ้น ผู้ป่วยโรคปอดอุดกั้นเรื้อรังมากกว่าร้อยละ 80 มีสาเหตุจากการสูบบุหรี่ ส่วนในเขตสุขภาพที่ 8 มีปัจจัยที่หลากหลาย อาทิปัญหาของฝุ่น PM2.5 โดยเฉพาะในช่วงฤดูหนาว มักจะเกิดฝุ่น หมอกควันจากการเผาอ้อย เผาตอฟางข้าวหลังฤดูทำนา และทำสวนจากพื้นที่ในประเทศ รวมทั้งถูกลมพัดพามาจากประเทศเพื่อนบ้าน ส่งผลกระทบต่อผู้ป่วยโดยตรง ทำให้อาการกำเริบ และต้องเข้ามารับการรักษาที่โรงพยาบาลเป็นจำนวนมาก กระทรวงสาธารณสุขเป็นอีกหน่วยงานหนึ่งที่ได้ร่วมมือกับทุกภาคส่วนในการดำเนินการเฝ้าระวังและป้องกันผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับประชาชนในทุกพื้นที่ ในส่วนเขตสุขภาพที่ 8ได้กำหนด Service plan สาขาโรคปอดอุดกั้นเรื้อรังและหอบหืด (COPD & Asthma) ให้เป็นหนึ่งในกลุ่มโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง หรือNCD ที่ต้องพัฒนาระบบบริการ โดยพัฒนาคลินิกโรคปอดอุดกั้นเรื้อรังและหอบหืดคุณภาพ พร้อมทั้งวางมาตรการให้การวินิจฉัยและรักษาที่รวดเร็วในโรงพยาบาลทุกระดับ ตั้งแต่โรงพยาบาลชุมชน โรงพยาบาลทั่วไป ถึงโรงพยาบาลศูนย์ เพื่อลดอัตราการเสียชีวิต และลดการเกิดโรคโดยทำงานร่วมกับคลินิกเลิกบุหรี่คุณภาพตั้งแต่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล ถึงระดับโรงพยาบาลศูนย์ อีกทั้งยังร่วมงานกับภาคีเครือข่ายส่งเสริมให้ประชาชนและชุมชนเห็นโทษของการสูบบุหรี่และมีการเลิกสูบหรี่ในทุกกลุ่มวัย”

“และจากสถานการณ์โควิด-19 ผู้ป่วยโรคเรื้อรัง โดยเฉพาะโรคปอดอุดกั้นเรื้อรังจะมีความเสี่ยงที่จะเกิดความรุนแรงของโรคมากกว่าคนทั่วไป เนื่องจากปอดจะถูกทำลายจนมีภาวะถุงลมโป่งพอง เสี่ยงต่อการติดเชื้อได้สูงกว่าคนปกติ อีกทั้งทำให้การอักเสบของปอดเกิดได้อย่างรวดเร็ว ทำให้มีโอกาสเสียชีวิตได้มากกว่าคนที่มีปอดปกติ ดังนั้นผู้ป่วยโรคปอดอุดกั้นเรื้อรังจึงควรปฏิบัติตนได้ ดังนี้ ใช้ยาอย่างต่อเนื่องรวมถึงยากลุ่มคอร์ติโคสเตียรอยด์ตามที่แพทย์แนะนำ, สำรองยาไว้อย่างน้อย 2 สัปดาห์, หลีกเลี่ยงการเดินทางไปยังโรงพยาบาลในรายที่มีอาการปกติอาจให้ญาติไปรับยาแทน, หลีกเลี่ยงการไปในสถานที่ที่มีคนอยู่มากและหากจำเป็นต้องออกจากบ้านต้องสวมหน้ากากอนามัยเสมอ,หลีกเลี่ยงปัจจัยที่ทำให้อาการกำเริบหรือแย่ลงเช่น ฝุ่นละออง ไรฝุ่น หมอกควันต่างๆ รวมทั้งควันบุหรี่ และปฏิบัติตามข้อแนะนำด้านการรักษาสุขอนามัยในช่วงการระบาดของโควิด-19 เช่น สวมหน้ากากอนามัยเสมอเมื่อออกจากบ้าน ล้างมือ เปลี่ยนเสื้อผ้าทันทีเมื่อกลับถึงบ้าน อยู่ห่างจากผู้อื่นอย่างน้อย 2 เมตร”

นายแพทย์กิตติศักดิ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า “ในส่วนแผนพัฒนาระบบบริการสุขภาพหรือ Service plan ในโรคหลอดลมอุดกั้นเรื้อรังของเขตสุขภาพที่ 8ในปี 2564 ได้มุ่งเน้นและมีเป้าหมาย คือ “ วินิจฉัยเร็ว รักษาด่วน ล้วนลดการกำเริบของโรค” โดยมีแผนวางเครื่องตรวจสไปโรเมตรีย์ให้ทั่วทั้งในเขตสุขภาพ รวมถึงการพัฒนาคลินิกโรคหลอดลมอุดกั้นเรื้อรังคุณภาพ สามารถให้การวินิฉัยโรคและรักษาผู้ป่วยได้ในโรงพยาบาลทุกระดับ ตั้งแต่โรงพยาบาลชุมชน โรงพยาบาลทั่วไป ถึงโรงพยาบาลศูนย์ นอกจากนี้นโยบายเขตสุขภาพที่ 8 ยังได้กำหนดให้ผู้ป่วยโรคหลอดลมอุดกั้นเรื้อรังได้รับวัดซีนไข้หวัดใหญ่ 100% ซึ่งเป็นเขตสุขภาพเดียวในประเทศไทยที่มีนโยบายนี้ เพื่อลดการกำเริบและการเข้ารับการรักษาของผู้ป่วยในโรงพยาบาล ซึ่งเราทราบดีว่าการรักษาผู้ป่วยโรคหลอดลมอุดกั้นเรื้อรังมีค่าใช้จ่ายสูงมาก”

“โดยในปี 2563 นี้ เขตสุขภาพที่ 8ยังได้รับการสนับสนุนจากภาคเอกชนโดยเฉพาะโครงการที่เป็นประโยชน์อย่างเช่น โครงการ‘Healthy Lung Thailand’โดย บริษัท แอสตร้าเซนเนก้า (ประเทศไทย) จำกัดที่ให้การสนับสนุนตั้งแต่การเพิ่มองค์ความรู้ในการรักษาโรคหอบหืดและโรคปอดอุดกั้นเรื้อรังใหม่ๆ แบบ New Normal รวมถึงการสนับสนุนทุนการศึกษาอบรมการใช้เครื่องสไปโรเมตรีย์รวมมูลค่า 200,000บาท เพื่อให้การพัฒนาเครือข่ายบริการสุขภาพโรคปอดอุดกั้นเรื้อรังและหอบหืดนำไปสู่การรักษาอย่างมีประสิทธิภาพ ในด้านผู้ป่วยก็สามารถเข้าถึงการรักษาที่ได้มาตรฐาน ได้รับการวินิจฉัยที่ถูกต้องแม่นยำ ส่งผลให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น”

“แนวทางและจุดมุ่งหมายของการดูแลผู้ป่วยโรคปอดอุดกั้นเรื้อรังนั้นเป็นเพียงการบรรเทาอาการของโรคให้ลดน้อยลงการยับยั้งหรือชะลอพยาธิสภาพไม่ให้ดำเนินต่อไปอย่างรวดเร็วและเพื่อคงสมรรถภาพการทํางานของปอดไว้หรือให้เสื่อมช้าที่สุดทั้งในระยะสั้นและระยะยาวรวมทั้งทําให้คุณภาพชีวิตของผู้ป่วยดีขึ้น ดังนั้นจุดมุ่งเน้นของการดูแลตนเองของผู้ป่วยโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง คือการฟื้นฟูสมรรถภาพของปอดโดยการให้คำแนะนำให้มีการปฏิบัติตัวที่เหมาะสมและการปรับการใช้ชีวิตเช่น การงดสูบบุหรี่ การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอพักผ่อนอย่างเพียงพอ การป้องกันการกำเริบของโรค ตลอดจนการได้รับวัคซีนป้องกันการติดเชื้อในปอดทุกๆปี เช่นวัคซีนไข้หวัดใหญ่ หรือ วัคซีนที่จำเป็นอื่นๆ การดูแลตนเองของผู้ป่วยโรคปอดอุดกั้นเรื้อรังนั้นจะสามารถช่วยลดค่าใช้จ่ายทางสุขภาพ และทำให้ผู้ป่วยสามารถอยู่ในสังคมด้วยความเป็นอยู่ที่ดีและมีคุณภาพชีวิตที่ดีอีกด้วย”

เปิดเทศกาลงานศิลป์ส่งท้ายปี ฉลองการกลับมาของ ‘บลูทรี ภูเก็ต’ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/542131

เปิดเทศกาลงานศิลป์ส่งท้ายปี ฉลองการกลับมาของ ‘บลูทรี ภูเก็ต’

เปิดเทศกาลงานศิลป์ส่งท้ายปี ฉลองการกลับมาของ ‘บลูทรี ภูเก็ต’

วันพฤหัสบดี ที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

ปิดฉากลงอย่างยิ่งใหญ่ส่งท้ายปี The Living Art และ Blue Tree Phuket  จัดเทศกาลศิลปะแห่งปีของภูเก็ต “The Living Art Festival 2020 & Blue Tree Reopening”  เทศกาลแห่งความสุขในการเสพงานศิลป์ ที่รวบรวมงานศิลปะทุกแขนงจากศิลปินทั่วประเทศไทยมาไว้ในงานเดียวกัน อีกทั้ง เพื่อร่วมฉลองการกลับมาเปิดให้บริการอีกครั้งของโครงการบลูทรี ภูเก็ต โดยมี สำนักงานส่งเสริมการจัดการประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ TCEB เป็นผู้สนับสนุนหลัก (Strategic Partner) เพื่อยกระดับเมืองภูเก็ตให้เป็น Creative City Hub หรือศูนย์กลางของงานศิลป์สร้างสรรค์  

ในวันเปิดงานคับคั่งไปด้วยเหล่าคนดังที่หลงใหลงานศิลปะ  โดยมี  นายปิยพงศ์ ชูวงษ์  รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เป็นประธานเปิดงาน  พร้อมด้วย มร.แดเนียล สแตงเค่อ กรรมการผู้จัดการ บลูทรีภูเก็ต, อ้อม-สรณ์ฉัตร ไกรนรา ซีอีโอและเจ้าของงานเฟสติวัล ในฐานะผู้จัดงาน และ  นางนิชาภา ยศวีร์  รองผู้อำนวยการสายงานธุรกิจ สำนักงานส่งเสริมการจัดการประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ TCEB  ร่วมงาน  รวมทั้งศิลปินจากทุกแขนงทั่วเมืองไทย ที่พร้อมใจกันมาอวดผลงานในสไตล์ของแต่ละคน  สร้างสีสันให้ บลูทรี ภูเก็ต มีชีวิตชีวา  เต็มไปด้วยความสุข  ไฮไลท์อยู่ที่แฟชั่นโชว์จากดีไซน์เนอร์และสไตล์ลิสต์แถวหน้าของเมืองไทย ไก่-บัญชา ชูดวง  ที่ได้นำชิ้นงานปักผ้าด้วยฝีมือนักโทษชายแดน 3 จากจังหวัดเชียงราย มาออกแบบตัดเย็บเป็นเสื้อผ้าในคอลเลคชั่นชุด Dann 3 Orginal และ เจี๊ยบ-เอกกมล อรรถกมล กับคอลเลคชั่นชุด Neo Peranakan ที่นำผ้าปาเต๊ะมาออกแบบตัดเย็บให้เป็นเสื้อผ้าร่วมสมัย ใส่สบายๆ ได้ทุกโอกาส ปิดท้ายด้วยการแสดงชุด โนรา โดยฝีฝีมือระดับปรมาจารย์ของ ผศ.ธรรมนิตย์ นิคมรัตน์ อาจารย์ประจำสาขาศิลปะการแสดง คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยทักษิณ ที่มาร่ายรำตามจังหวะดนตรีที่มีการนำศิลปวัฒนธรรมของเครื่องดนตรีอย่างเปียโนของชาวตะวันตก กับ  โกโตะ เครื่องสายจากญี่ปุ่น มาผสมผสานเรียบเรียงใหม่

งานศิลปะต่างๆ ที่นำมาจัดแสดงในทศกาลนี้ จะยังมีให้ชมไปจนถึงกลางเดือนมกราคม 2564 จากนั้นสามารถเข้าชมได้ต่อที่ The Living Art Gallery ที่ตั้งอยู่ในโครงการบลูทรี ภูเก็ต ซึ่งเปิดให้เข้าชมฟรีทุกวันจันทร์-เสาร์ ตั้งแต่เวลา 10.00-20.00 น. หรือสามารถเข้าไปชมแกลเลอรี่ผ่านระบบ VR เสมือนจริง ได้ที่เว็บไซต์ http://www.thelivingartsthailand.com หรือสนใจเข้าชมเป็นหมู่คณะ  สามารถนัดล่วงหน้าได้ที่โทร.065 926 9455 หรืออีเมล: info@thelivingartsthailand.com

โครงการบลูทรี ภูเก็ต เป็นศูนย์รวมของความบันเทิงและการพักผ่อนครบวงจรของทุกครอบครัว บนพื้นที่กว่า 140ไร่ สร้างสรรค์ขึ้นมาด้วยความตั้งใจในการสืบสานการท่องเที่ยวของจังหวัดภูเก็ตให้เกิดความยั่งยืน และมอบความสุขให้กับผู้มาเยือนได้สนุกไปกับกิจกรรมมากมาย โดยเฉพาะ “บลูทรี ลากูน”  สวนน้ำและทะเลจําลองขนาดใหญ่กว่า 17,000 ตารางเมตร ที่ใช้เทคโนโลยีระดับโลกจากประเทศชิลี ทำให้น้ำสะท้อนเป็นสีฟ้าสดใสที่มาพร้อมความสะอาดปลอดภัย และรายล้อมไปด้วยเครื่องเล่นมากมาย ไม่ว่าจะเป็น สไลเดอร์ ซูเปอร์ฟลาย (Super Fly) หน้าผาจำลอง ซิปไลน์ โซนเล่นน้ำสำหรับครอบครัวธีม Tarzan & Jane และนินจา วอริเออร์ (Ninja Warrior)

5 เคล็ดลับกินดี สุขภาพดี แบบไม่มีวันหยุด ช่วงเทศกาลส่งท้ายปี #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/542122

5 เคล็ดลับกินดี สุขภาพดี แบบไม่มีวันหยุด ช่วงเทศกาลส่งท้ายปี

5 เคล็ดลับกินดี สุขภาพดี แบบไม่มีวันหยุด ช่วงเทศกาลส่งท้ายปี

วันพฤหัสบดี ที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

ช่วงเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่นี้อาจแตกต่างไปจากทุกปีด้วยสถานการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น บางคนอาจไม่ได้ไปเฉลิมฉลองกับครอบครัว ญาติ และเพื่อนฝูง และต้องระมัดระวังดูแลสุขภาพตนเอง อย่างไรก็ตาม เรายังอยากสนุกสนานกับช่วงวันหยุดยาวนี้ด้วยเมนูอาหารแสนอร่อยประจำเทศกาลทั้งคาวและหวานที่มีให้เลือกรับประทานกันแบบจุใจเมื่อเร็ว ๆ นี้เฮอร์บาไลฟ์ นิวทริชั่น ได้ทำการสำรวจชาวอเมริกัน 2,000 คน และพบว่าร้อยละ 61 ของผู้ตอบแบบสำรวจรู้สึกว่าพวกเขาสมควรจะได้อิ่มอร่อยกับอาหารอย่างเต็มที่ในช่วงเทศกาลวันหยุดนี้มากกว่าปีไหน ๆ เพราะสถานการณ์ความเครียดที่เกิดขึ้นในปี 2563 นอกจากนี้ ร้อยละ 53 ของผู้ตอบแบบสำรวจพบว่าพวกเขาเลือกรับประทานอาหารที่ไม่ดีต่อสุขภาพมากขึ้น เพื่อให้ตัวเองรู้สึกดีขึ้นเพราะต้องฉลองเทศกาลวันหยุดส่งท้ายปีนี้แบบแตกต่างไปจากทุกปี ซึ่งไม่ต่างจากความรู้สึกของคนไทยเท่าไหร่นัก      

แม้จะเป็นเรื่องปกติที่เราอยากหาอะไรอร่อย ๆ รับประทานในเทศกาลวันหยุด แต่เราก็คงไม่อยากรับประทานมากจนเกินไป เพราะอาจทำให้น้ำหนักถามหาและทำให้เรามานั่งกลุ้มใจข้ามปีได้แบบไม่รู้ตัว ซูซาน โบเวอร์แมน ผู้อำนวยการอาวุโสด้านการศึกษาและการฝึกอบรมโภชนาการระดับโลกของเฮอร์บาไลฟ์ นิวทริชั่น มีคำแนะนำดี ๆ มาแบ่งปันเพื่อให้คุณอิ่มอร่อยรับวันหยุดส่งท้ายปีได้แบบสุขภาพดีไร้กังวล

ขนมกินได้ (แต่ต้องเลือกให้ดี)

ขนมหรือของว่าง ถ้าเราเลือกให้ดีก็ถือว่ามีประโยชน์ต่อร่างกายได้เหมือนกัน ขนมที่เปี่ยมด้วยสารอาหารที่สมดุลจะช่วยเติมพลังงานให้ร่างกายระหว่างมื้ออาหารและยังช่วยคุมความหิวไม่ให้รับประทานเยอะเกินไปเมื่อถึงมื้อหลักด้วย อย่างไรก็ดี เวลาเราเครียด ๆ เราอาจเผลอกินจุกจิกแก้เครียดโดยไม่รู้ตัวเพื่อให้ลืมความรู้สึกไม่ดี จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมเราถึงควรรับประทานของว่างก่อนที่จะไปร่วมมื้อสังสรรค์วันหยุด หรือพกของว่างที่มีโปรตีนสูงติดตัวไปด้วย เช่น ถั่วไม่ใส่เกลือหรือโปรตีนบาร์ อาหารที่แข็งและกรุบกรอบช่วยลดความเครียดได้ดีเพราะกล้ามเนื้อขากรรไกรได้ทำงาน แนะนำให้รับประทานอัลมอนด์ ถั่วเหลือง หรือเบบี้แครอท

เติมเต็มน้ำให้ร่างกาย

น้ำเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการดูดซึมสารอาหาร คุณต้องดื่มน้ำให้เพียงพอเพื่อให้ร่างกายย่อยอาหารได้อย่างเหมาะสมและนำสารอาหารไปสู่เซลล์ต่าง ๆ ในร่างกาย รวมทั้งกำจัดสารแปลกปลอมที่ร่างกายไม่ต้องการ ระบบภูมิคุ้มกันของคุณยังต้องอาศัยร่างกายที่มีความชุ่มชื้นที่เหมาะสม จำไว้ว่าของเหลวอื่น ๆ ที่ไม่ใช่น้ำสามารถเติมเต็มน้ำให้แก่ร่างกายได้เช่นกัน กาแฟและชาสามารถนับรวมเป็นปริมาณของเหลวที่เราดื่มในแต่ละวันได้ แต่ดูแคลอรี่ของคุณให้ดีหากชอบดื่มเมนูเครื่องดื่มตามร้านกาแฟที่เต็มไปด้วยไขมันน้ำตาลและแคลอรี่ หากคาเฟอีนช่วยให้คุณรู้สึกตื่นตัวกระปรี้กระเปร่า จำกัดปริมาณเหลือแค่ดื่มในตอนเช้าหรือเปลี่ยนไปดื่มกาแฟที่ไม่มีคาเฟอีน (decaf coffee) หรือชาสมุนไพรเพื่อให้แน่ใจว่าคุณจะได้นอนหลับพักผ่อนเพียงพอ

เพิ่มโปรตีนและผักให้มากขึ้น

อาหารหลายเมนูที่เรารับประทานช่วงวันหยุดมักมีแคลอรี่สูง แต่มีสารอาหารและวิตามินที่ร่างกายต้องการต่ำ วิธีที่จะช่วยเราห้ามใจไม่ให้รับประทานอาหารที่ไม่ดีต่อสุขภาพคือการเพิ่มโปรตีนและผักเข้าไปในอาหารทุกมื้อ และลดปริมาณคาร์โบไฮเดรตและไขมันลง อาหารที่อุดมด้วยโปรตีนเช่นเนื้อแดง สัตว์ปีกไข่และพืชตระกูลถั่วทำให้อิ่มท้อง แถมยังมีวิตามินบีวิตามินอีธาตุเหล็กสังกะสีและแมกนีเซียม ดังนั้นเมื่อคุณเพิ่มโปรตีนและลดแคลอรีที่ไม่จำเป็นลง คุณจะได้รับประโยชน์จากสารอาหารเพิ่มเติมที่ร่างกายต้องการ และเพื่อเพิ่มผักต่อมื้อให้มากขึ้น ให้ลดปริมาณแป้งและเพิ่มผักเป็นสองเท่า เป็นวิธีง่ายๆในการลดแคลอรี่และเพิ่มกากใยที่จะช่วยให้คุณรู้สึกอิ่มด้วย

เลือกเมนูของหวานให้ดี

ของหวานและขนมเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ในช่วงวันหยุด แต่สิ่งสำคัญคือต้องเลือกให้ดี ผลสำรวจ Holiday Eating ของเฮอร์บาไลฟ์ นิวทริชั่น ยังพบอีกว่า ร้อยละ 43 ของผู้ตอบแบบสำรวจยอมรับว่าพวกเขารับประทานของหวานมากกว่า 1 เมนูต่อมื้อ ซึ่งไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจเพราะบางครั้งเราอยากกินของหวานเมื่อพลังตกหรือบางครั้งโดยเฉพาะอย่างยิ่งเวลาที่เราเครียดเราอาจหันไปหาขนมหวานเป็นของว่างหรือให้รางวัลตัวเองทว่าขนมหวานหลายชนิดอาจมีแคลอรี่สูงมากซึ่งเป็นผลเสียต่อการรักษาน้ำหนักที่ดีต่อสุขภาพ

คุณไม่จำเป็นต้องตัดของหวานออกทั้งหมด แต่ต้องเลือกให้ดี พยายามควบคุมตัวเองให้รับประทานเมนูพิเศษในปริมาณที่น้อยและรับประทานแค่ในช่วงวันหยุดเท่านั้น และพยายามหลีกเลี่ยงขนม “ประจำวัน”

เดินเพื่อย่อยอาหาร

การเดินไม่เพียงแต่ช่วยเรื่องการย่อยอาหาร แต่ยังเป็นวิธีที่ดีที่ได้ออกไปสูดอากาศข้างนอกและพักสมองอีกด้วย ช่วงเวลานี้ของปีก็สวยงามมากเช่นกันดังนั้นควรใช้เวลาออกไปข้างนอกหลังอาหารแล้วเดินเล่นชมทิวทัศน์ การออกกำลังกายเป็นประจำมีประโยชน์มากมาย เช่น เสริมการเคลื่อนไหวของข้อต่อและทำให้สุขภาพร่างกายโดยรวมแข็งแรง

เคล็ดลับทั้งหมดนี้จะทำให้คุณมีสุขภาพที่ดีในช่วงวันหยุด และจำไว้ว่ายิ่งเรายอมแพ้ ไม่ปรับนิสัยการกินเพื่อสุขภาพในปีนี้มากเท่าไหร่ก็จะยิ่งยากสำหรับปีหน้ามากขึ้นเท่านั้น

กดไลค์เราที่เฟซบุ๊ค พร้อมพบอีกหลากหลายเคล็ดลับดี ๆ เพื่อสุขภาพที่ดีและไลฟ์สไตล์ที่กระฉับกระเฉง ได้ที่

http://www.facebook.com/HerbalifeThailandOfficial  และwww.instagram.com/HerbalifeThailandOfficial