เตือนภัยให้ความรู้ ผู้ประกาศ/พิธีกรช่อง 8 รับรางวัลคนดีมีคุณภาพแห่งปี #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/540997

เตือนภัยให้ความรู้ ผู้ประกาศ/พิธีกรช่อง 8 รับรางวัลคนดีมีคุณภาพแห่งปี

เตือนภัยให้ความรู้ ผู้ประกาศ/พิธีกรช่อง 8 รับรางวัลคนดีมีคุณภาพแห่งปี

วันศุกร์ ที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

เดินหน้ารับรางวัลต่อเนื่องสำหรับผู้ประกาศข่าวและพิธีกรของช่อง 8 ล่าสุดก็ได้รับรางวัลที่เตือนภัยให้ความรู้ฅรางวัลคนดีมีคุณภาพแห่งปีสำหรับนักสื่อสารมวลชน ได้เป็นขวัญและกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่ของตนเองให้ดีที่สุดรวมทั้งเป็นแบบอย่างที่ดีต่อสังคม นำโดยเต้-ปิติศักดิ์ พิธีกรจากรายการ “เฉียด”, เอ-วราภรณ์ ผู้ประกาศข่าวจากรายการ “คุยข่าวเย็น” และ พชร์ อานนท์, เอิ๊ก- พรหมพร จากรายการ “แซ่บ 108”

เต้-ปิติศักดิ์ พิธีกรรายการ “เฉียด” กล่าวว่า “ขอบคุณสำหรับดาราวาไรตี้อวอร์ด ที่มอบรางวัลพระลักษมีดาราจักรเพชร ให้กับรายการ เฉียด สาขารายการทีวีสร้างสรรค์ที่นำเสนอวิถีความปลอดภัยยอดเยี่ยมนะครับ ต้องขอบอกว่าเป็นความต้องการโดยแท้ของทีมงานเฉียดและตัวผมเองด้วยที่อยากนำเสนอการดำเนินชีวิตอย่างมีความสุขและปลอดภัยให้กับประชาชนทุกคนผ่านทางช่อง 8 ก็ถือว่าเป็นอีกหนึ่งกำลังใจให้กับผมและทีมงานทุกคนด้วยนะครับ ขอบคุณครับ”

ส่วน เอ-วราภรณ์ ผู้ประกาศข่าวสาวจากรายการ “คุยข่าวเย็น” ช่อง 8กล่าวว่า “รางวัลผู้ประกาศข่าวหญิงยอดเยี่ยม ก็ถือเป็นอีกหนึ่งรางวัลที่สร้างกำลังใจให้กับผู้ประกาศข่าวได้ทำหน้าที่ของการเป็นนักสื่อสารมวลชนที่ดีต่อไป หากใครมีเรื่องเดือดร้อนหรือต้องการความช่วยเหลือ สามารถส่งข้อมูลผ่านทางเพจข่าวช่อง 8 มาโดยตรงได้เลย พวกเราทุกคนพร้อมเป็นอีกหนึ่งกระบอกเสียงในการช่วยกันกระจายข่าวที่มีประโยชน์ให้กับคนไทยทุกคนทั่วประเทศค่ะ ขอบคุณมากค่ะ”

สุดท้าย พชร์ อานนท์ พิธีกรจากรายการ “แซ่บ 108” กล่าวว่า“ขอบคุณมากครับที่มอบรางวัลทีวีสร้างสรรค์ที่เป็นที่ชื่นชอบของประชาชนยอดเยี่ยมนี้ให้กับรายการของเรา เราก็เป็นรายการน้องใหม่ที่เพิ่งออนแอร์ แต่ได้กระแสตอบรับที่ดีมีแฟนรายการชอบกันเยอะมาก และชอบฟังพวกเรามาเล่าเรื่องในแวดวงดารา เบื้องหลังสุดแซ่บให้ฟังกัน ผมและเอิ๊ก ต้องขอขอบคุณแฟนรายการช่อง 8 ทุกคนมากครับที่ติดตามพวกเราและหวังว่าทุกคนจะให้การตอบรับที่ดีต่อไปนะครับขอบคุณมากครับ”

‘เบน-สันติราษฎร์’ แฮปปี้เสียงตอบรับ ‘ปิ่นไพร’ เริ่ด!! #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/540996

‘เบน-สันติราษฎร์’ แฮปปี้เสียงตอบรับ ‘ปิ่นไพร’ เริ่ด!!

‘เบน-สันติราษฎร์’ แฮปปี้เสียงตอบรับ ‘ปิ่นไพร’ เริ่ด!!

วันศุกร์ ที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

สร้างความประทับใจกันตั้งแต่เปิดตัวเลยทีเดียว สำหรับละครก่อนข่าวภาคค่ำ เรื่อง ปิ่นไพร ทำเอา เบน-สันติราษฎร์ กุลนพเกียรติยิ้มไม่หุบ เพราะฟีดแบ๊กกลับเข้ามาดีมากๆ พร้อมเปิดใจอยากให้แฟนละครติดตามชมกันต่อไป เพราะในเรื่องนี้สนุกครบรสทุกตอนจริงๆ โดย เบนเปิดใจว่า

“ฟีดแบ๊กที่กลับเข้ามาดีมากๆครับ มีคนเข้ามาแซวเหมือนกันว่า ยังไม่ออกจากป่าเหรอ เพราะก่อนหน้านี้ผมเพิ่งเล่นละครเรื่อง “สมบัติมหาเฮง” โลเกชั่นหลักจะอยู่ในป่า แล้วละครเรื่องนี้โลเกชั่นส่วนใหญ่ก็จะอยู่กันที่ปางช้าง ซึ่งก็จะป่าๆ อีกเหมือนกันแต่ตัวผมเองประทับใจมากๆ นะครับเพราะเป็นคนชอบเที่ยวเขา เที่ยวธรรมชาติแบบนี้อยู่แล้วก็เลยสนุก การไปทำงานทำให้เราได้เจอประสบการณ์ใหม่ๆ ตลอด และที่ผมประทับใจอีกเรื่อง คือเรื่องนี้จะมีฉากที่ต้องเข้ากับช้างบ่อยมาก ทั้งอาบน้ำช้างยืนคุย เล่นกับเขา ช้างเป็นสัตว์ที่น่ารักครับ ยอมรับว่าแรกๆ ก็กลัวเหมือนกัน เพราะเขาตัวใหญ่แต่พอเข้าฉากไปสักระยะก็เริ่มคุ้นเคยครับ แต่จะต้องระวังนิดหนึ่งเพราะบางทีเวลาเขาเอางวงแกว่งมาโดนเรา เราก็เซไปเหมือนกัน แต่คนที่แฮปปี้ที่สุดน่าจะเป็นน้องเกรซ (พัชร์สิตา อธิอนันตศักดิ์) ส่วนการทำงานกับเกรซ น้องเป็นคนเก่งมากๆ อยู่แล้ว เลยทำให้เวลาทำงานสนุกมาก เรื่องนี้นอกจากความสนุก ผมคิดว่าละครปิ่นไพร เป็นละครที่มีความซับซ้อนมากๆทั้งดราม่าโรแมนติก คอเมดี้แอ๊กชั่น เรียกว่าครบรสมากๆ ขนาดตอนที่ผมถ่ายทำ บทมาแต่ละตอนคาดเดายากมากๆ ซึ่งเวลาได้บทมาผมก็อยากอ่านต่อว่าตัวละครและเรื่องจะไปทางไหน บางครั้งเดาไปล่วงหน้าก็ยังผิด ผมเลยเชื่อว่าถ้าผู้ชมดูแล้วอาจจะคาดเดาผิดเหมือนกับผมเหมือนกันแน่ๆ ดังนั้นแนะนำเลยครับว่าต้องชมทุกตอนห้ามพลาด มาช่วยกันลุ้นไปพร้อมกันนะครับ”

‘TINN’ ส่งซิงเกิ้ลล่าสุด เป็นความเศร้าอย่างต่อเนื่อง ‘ไม่รู้เมื่อไหร่’ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/540995

‘TINN’ ส่งซิงเกิ้ลล่าสุด เป็นความเศร้าอย่างต่อเนื่อง ‘ไม่รู้เมื่อไหร่’

‘TINN’ ส่งซิงเกิ้ลล่าสุด เป็นความเศร้าอย่างต่อเนื่อง ‘ไม่รู้เมื่อไหร่’

วันศุกร์ ที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

ถ้าพูดถึงผู้ที่อยู่เบื้องหลังศิลปินที่ประสบความสำเร็จมากมาย อย่าง Wanyai, Mon Monik, Marina, ชาติ-สุชาติ ฯลฯ เป็นใครไปไม่ได้นอกจากหนุ่มมาดเซอร์
TINN (ติณณ์-นภาลัย) และยังเป็นศิลปินเดี่ยวจากค่าย Holyfox ที่มีผลงานเพลงออกมาอย่าง “แค่เพียงเท่านั้น” “จุดจบ” และ “วันที่เธอไม่อยู่”

ล่าสุดส่งเพลง “ไม่รู้เมื่อไหร่” : Someday เพลงนี้เป็นเพลงที่ติณณ์เขียนมาจากความคิดถึงคุณพ่อที่จากไปและไม่มีวันกลับมาถึงแม้ว่าในทุกๆ วัน ทุกอย่างที่ยังเหมือนเดิม แต่กลับไม่เหมือนเดิมเพราะในใจลึกๆ รู้อยู่แล้วว่าวันนี้ไม่มีคุณพ่อบนโลกใบนี้อีกแล้ว เพลงนี้ได้ โป โปษยนุกูล เป็นโปรดิวเซอร์ และเป็น lyrics director ชื่อเพลงว่า “ไม่รู้เมื่อไหร่” เพลงที่เขียนถึง ความคิดถึงคนรัก เป็นความคิดถึงมากๆ ที่ “ไม่รู้เมื่อไหร่”จะจางหายไปสักทีส่วน Artwork เพลงนี้ได้ 2 ศิลปินฝีมือเยี่ยมคือ Slverwater และ KITIKHUN  “PAN”  VONGSAYANมาช่วยวาดรูปและลงสีให้อีกด้วย

รับปีฉลู ‘ช่อง 9’ อัดแน่นคอนเทนต์ รวบครบจากทุกมุมโลก #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/540992

รับปีฉลู‘ช่อง 9’อัดแน่นคอนเทนต์ รวบครบจากทุกมุมโลก

รับปีฉลู‘ช่อง 9’อัดแน่นคอนเทนต์ รวบครบจากทุกมุมโลก

วันศุกร์ ที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

สิโรตม์ รัตนามหัทธนะ

ช่อง 9 MCOT HD หมายเลข 30 เตรียมเปิดวาร์ป รับปีฉลู พร้อมตกหัวใจแฟนหน้าจอจัดทัพซีรี่ส์ดังจากทุกมุมโลก ทั้งเอเชียฟอร์มยักษ์ ทั้งพรีเมียมจากอังกฤษทั้งอินเดียยอดนิยม ที่รับรองจี๊ดทุกเรื่อง แถมคอซีรี่ส์วาย เตรียมพบเรื่องเด็ด อีกทั้งรายการบันเทิง แฝงสาระที่ยิ่งดูยิ่งดีต่อใจ เรียกว่า รวบครบจบที่นี่

สิโรตม์ รัตนามหัทธนะ กรรมการรักษาการในตำแหน่งกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) เผยว่า “สำหรับช่อง 9 ในปี 2564 เราจัดให้แฟนหน้าจอแบบครบรส เริ่มด้วยซีรี่ส์สุดพรีเมียมจากอังกฤษ ของ BBC One ที่ครองใจนักวิจารณ์กระชากเรตติ้งสูงสุด 3 เรื่องเด็ด“The Musketeers สามทหารเสือ” และพบกับดาราดัง โคลิน มอร์แกน เจ้าของรางวัลนักแสดงยอดเยี่ยมหลายเวที ในซีรี่ส์เรื่อง “The living and the dead ท้าเป็นท้าตาย” ปิดท้ายด้วยซีรี่ส์ยอดเยี่ยม “The Kettering Incident คดีลับเมือง 2 โลก”ชมฝีมือการแสดงของนักแสดงหญิงยอดเยี่ยมแห่งออสเตรเลีย เอลิซาเบธ เดบิคกี พร้อมกันนี้ช่อง 9 จับมือกับ บริษัท เจเคเอ็น โกลบอล มีเดีย จำกัด (มหาชน) จัดทัพซีรี่ส์อินเดียลงจอครั้งแรก ประเดิมด้วยเรื่องสยองยอดนิยม “คืนปล่อยผี” ซีรี่ส์หลอนแห่งตำนานภูตผีปีศาจจากแดนภารตะ และ คอซีรี่ส์จีน เรียกว่าเตรียมสนุกกันทุกเวลา เริ่มด้วยซีรี่ส์จีน เรื่อง “เปาบุ้นจิ้น” ที่ครองใจ ครองเรตติ้งมาโดยตลอด”

พร้อมซีรี่ส์อภิมหาสงครามแดนมังกร ยิ่งใหญ่เทียบชั้น Game of Thrones “Eagle Flags แดนสนธยา ธงพญาอินทรี”มันส์ต่อเนื่องกับซีรี่ส์กำลังภายในสุดฮอต ชมการปะทะบทบาทของพระเอกหน้าหยก “เจิ้งหย่าเฉิง” กับนางเอกหน้าหวาน “อู๋เฉียน”กับเรื่อง “An Oriental Odyssey ศึกชิงไข่มุกสวรรค์ แห่งแดนบูรพา”ตามมาด้วยซีรี่ส์จีนฟอร์มยักษ์โรแมนติกแฟนตาซี ศึกชิงกระบี่แห่งตำนาน “Swords of Legends II มหัศจรรย์กระบี่จ้าวพิภพ” และ พบเรื่องราวโรแมนติกดราม่าตีแผ่วงการสูตินรีแพทย์ “OB Gynsกำเนิดชีวิต ลิขิตหัวใจ” สำหรับคอการ์ตูน เรายังคงมีอนิเมะ หลากหลายเรื่องให้ได้ชมกัน อีกทั้งเตรียมพบกับการ์ตูนคลาสสิก “โดราเอมอน” โฉมใหม่กับของวิเศษชิ้นใหม่ และคอกีฬา เราจัดให้แน่นทุกสัปดาห์กับการถ่ายทอดสด ทุกแมทช์สำคัญ ส่งตรงจากทุกสนามทั่วไทย กับศึกฟาดแข้งระดับชาติ “โตโยต้า ไทยลีก 2020” พร้อมข่าวเข้มข้นตลอดทั้งวันกับมืออาชีพ “สำนักข่าวไทย”วิเคราะห์ เจาะลึก จากกูรูจอมเก๋า ตั้งแต่เช้ายันค่ำ ข้อมูลครบจบรอบด้าน ทั้งทั่วไทยและทั่วโลก และสนุกกับรายการวาไรตี้บันเทิงหลากหลาย อีกทั้งสารคดีคุณภาพคับคั่ง”รวมคนข่าวรวมคนข่าวกำเนิดชีวิตลิขิตหัวใจกำเนิดชีวิตลิขิตหัวใจแดนสนธยา ธงพญาอินทรีแดนสนธยา ธงพญาอินทรีโตโยต้า ไทยลีก 2020โตโยต้า ไทยลีก 2020The living and the dead ท้าเป็นท้าตายThe living and the dead ท้าเป็นท้าตายThe Musketeers สามทหารเสือThe Musketeers สามทหารเสือ

‘ใบเฟิร์น-พิมพ์ชนก’ อินบท ‘อินา’ ใน ‘อ้าย..คนหล่อลวง’ คล้ายตัวเองมาก #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/540998

‘ใบเฟิร์น-พิมพ์ชนก’ อินบท ‘อินา’ ใน   ‘อ้าย..คนหล่อลวง’ คล้ายตัวเองมาก

‘ใบเฟิร์น-พิมพ์ชนก’ อินบท ‘อินา’ ใน ‘อ้าย..คนหล่อลวง’ คล้ายตัวเองมาก

วันศุกร์ ที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

นางเอกมากฝีมือ ใบเฟิร์น-พิมพ์ชนก เปิดใจบท “อินา” ในหนังภาพยนตร์ “อ้าย..คนหล่อลวง” ของผู้กำกับ “เมษ ธราธร” ค่าย จีดีเอช คล้ายตัวเองจนแยกไม่ออก ต้องขอบคุณ พี่เมษ ผู้กำกับที่ให้โอกาสมารับบทนี้ “ใบเฟิร์น” เผยว่า

 “วันแรกที่อ่านบท เฟิร์นรู้สึกคลิกกับตัวละครอินาเลยนะเพราะรู้สึกว่ามีความใกล้เคียงกับตัวเราในหลายๆ มุมมากทั้งความเฉิ่ม คิดไม่ทันเพื่อนๆ  เราเลยมีความคิดเห็นคล้ายอินาในหลายๆ เรื่อง อย่างเรื่องเชื่อคนง่ายไม่ฉุกคิด จนดูเป็นคนซื่อๆวันที่ Readthrough นักแสดงทุกคนมาอ่านบทด้วยกัน วันนั้นเฟิร์นน้ำตาไหลเลยนะ พี่เมษและทีมเขียนบท เขียนมาได้ดีมาก สมบูรณ์แบบมาก มันนำมาด้วยเสียงหัวเราะที่ไม่ทันได้คิดอะไร ตัวละครกลมมาก เพียงแค่อ่านบทพร้อมกันครั้งแรก เราก็เดินทางไปพร้อมกับตัวละครแล้ว และไปแตะจุดเดียวกันอินาที่ทำให้เราน้ำตาไหลทั้งที่มันคือหนังตลก ถือว่าเป็นความโชคดีของเฟิร์นที่ได้มารับบทนี้ในหนังของพี่เมษ ทำให้เฟิร์นได้มาร่วมงานกับนักแสดงคุณภาพอย่าง พี่ณเดชน์, แบงค์, พี่แหม่ม,พี่เผือก และพี่เต๋อ ซึ่งแต่ละคนมีฝีมือการแสดงที่ไม่ธรรมดา เป็นหนังที่เราทำงานแล้วสนุกมีพลังดีๆ กลับไปทุกครั้ง”

‘พ่อเปิ้ล-แม่จูน’ แท็กทีม ‘แม่โบว์-น้องมะลิ’ เชิญชวนสนับสนุนหน้ากากหมีเท็ดดี้บลู #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/540965

‘พ่อเปิ้ล-แม่จูน’ แท็กทีม‘แม่โบว์-น้องมะลิ’ เชิญชวนสนับสนุนหน้ากากหมีเท็ดดี้บลู

‘พ่อเปิ้ล-แม่จูน’ แท็กทีม‘แม่โบว์-น้องมะลิ’ เชิญชวนสนับสนุนหน้ากากหมีเท็ดดี้บลู

วันศุกร์ ที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

องค์การยูนิเซฟประเทศไทยจัดทำ หน้ากากหมีเท็ดดี้บลู  (TeddyBlu Mask) เพื่อให้ประชาชนทั่วไปสามารถสนับสนุนและช่วยเหลือเด็กๆ ร่วมกับยูนิเซฟโดยหน้ากากหมีเท็ดดี้บลูต้นแบบมาจากหมีเท็ดดี้บลู (Teddy Blu)สัญลักษณ์ประจำรายการ “เดอะบลูคาร์เพท โชว์ฟอร์ ยูนิเซฟ” โดยในปีนี้ “ยูนิเซฟ”ได้จัดทำหน้ากากหมี Teddy Blu Mask 2 ขนาด คือ ขนาดปกติสำหรับผู้ใหญ่ และขนาดเล็กสำหรับเด็กอายุ1-5 ขวบ ผู้สนใจสามารถสนับสนุนได้ในราคาชิ้นละ 299 บาททาง https://www.thaiticketmajor.com/teddyblumask รายได้ทั้งหมดจะนำไปสมทบทุนในรายการ “เดอะบลูคาร์เพท โชว์ ฟอร์ยูนิเซฟ”ที่จะจัดขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 17 มกราคม2564  เวลา 18.00- 20.00 น. ทางช่อง7HD เพื่อสนับสนุนงานของยูนิเซฟในการช่วยเหลือเด็กๆ ในประเทศไทยและทั่วโลกต่อไป “เปิ้ล-นาคร” เผยว่า

“ผมและครอบครัวดีใจมากๆที่ได้ร่วมงานกับยูนิเซฟเพื่อช่วยเหลือเด็กๆ อีกครั้งหนึ่ง ในฐานะที่ผมเป็นพ่อคนและมีลูกๆ ทำให้ยิ่งเข้าใจว่า ในภาวะที่ทุกคนกำลังประสบกับความยากลำบากอยู่ในขณะนี้ยังมีเด็กๆ อีกมากมาย ที่พวกเขาไม่สามารถดูแลและช่วยเหลือตัวเองได้ ต้องได้รับความช่วยเหลือจากผู้ใหญ่ยื่นมือและส่งความช่วยเหลือไปให้เพื่อให้เขาอยู่รอดและมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นรายได้จากการสนับสนุนหน้ากากหมี Teddy Blu Maskถือเป็นอีกหนึ่งความช่วยเหลือที่เราทุกคนสามารถร่วมกันส่งไปถึงเด็กๆ ที่กำลังยากลำบากได้ คนละเล็กคนละน้อยตามกำลังจะกลายเป็นพลังที่ยิ่งใหญ่ได้ ผมจึงอยากเชิญชวนให้ทุกคนมาร่วมสนับสนุนกันเยอะๆ นะครับ” #รวมใจไปด้วยกัน  #EveryoneForEveryChild  #TheBlueCarpetShow

‘ต่าย นัฐฐพนท์’ เผยเคยเฉียดตาย ซ้ำร้ายถูกโกงเงินเกือบ 10 ล้าน! #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/541022

'ต่าย นัฐฐพนท์'เผยเคยเฉียดตาย ซ้ำร้ายถูกโกงเงินเกือบ 10 ล้าน!

‘ต่าย นัฐฐพนท์’เผยเคยเฉียดตาย ซ้ำร้ายถูกโกงเงินเกือบ 10 ล้าน!

วันพฤหัสบดี ที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 19.10 น.

อดีตพระเอกชื่อดัง ตาย นัฐฐพนท์ ขอวอนหยุดเม้าท์ข่าวไม่จริงในอดีต บอกอย่าตัดสินใครจากข่าว อยากรู้เดี๋ยวเล่าเรื่องจริงให้ฟัง แถมเคยคิดทิ้งงานเบื้องหน้า เพราะเบื่อ อยากทำงานเบื้อหลังเต็มตัว พร้อมเผยนาทีเฉียดตายรถชนยับเลือดอาบหน้า ซ้ำร้ายยังถูกโกงเงินเกือบ 10 ล้าน โดยเจ้าตัวมาเล่าเรื่องราวทั้งหมดผ่านทางรายการ คุยแซ่บshow ทางช่อง วัน31 ที่มีหนิง ปณิตา และชมพู่ ก่อนบ่าย เป็นพิธีกร

ทุกวันนี้ทำไมถึงไม่เล่นละคร?

ต่าย : ก็มาทำเบื้องหลังครับ ถามว่าทำไมถึงเลิกเล่นละคร คือมีช่วงนึงที่เรามาทำโครงการให้ในหลวง แล้วเรารู้สึกเอ็นจิยกับการทำงาน ก็เลยมาทำรายการช่วยเหลือสังคม ก็เลยผันตัวมาอยู่เบื้องหลัง

ไม่ได้ทะเลาะกับค่าย ไม่ได้ทะเลาะกับใคร จริงไหม?

ต่าย : ไม่ได้ทะเลาะครับ มันเหมือนด้วยวัยด้วย คือนักแสดงมันเหมือนการรอคอย คือรอคนเลือกเราไปเล่นละคร หรือว่าเวลานั่งอยู่ที่กองเราก็รอ ซึ่งผมว่ามันเป็นช่วงจังหวะที่อยู่ดีๆ ก็อยากมาทำเบื้องหลัง อยากเปลี่ยนดูก็เลยลองมาทำ พอทำปุ๊บมันก็สนุก แต่ก็ไม้ได้เลิกซะทีเดียว แต่ก่อนรับละครทีละ 2 เรื่อง เราก็เดินไปบอกช่อง บอกพี่สมรักษ์ว่าผมขออนุญาตรับละครทีละเรื่องนะครับ เพราะอีกครึ่งอาทิตย์จะขอลองทำงานเบื้องหลัง ทำงานออฟฟิศดู

ตอนนั้นที่ตัดสินใจค่อยๆ เฟดงานเบื้องหน้า ไปทำงานเบื้องหลัง คิดว่าตัดสินใจถูกไหม?

ต่าย : ถูกนะ มันคือด้วยวันด้วยแหละ ผมว่าถ้าเกิดเราไม่ได้ทำเบื้องหลังตั้งแต่ตอนนั้น คือเปิดบริษัทมา 12 ปีแล้ว ตอนนั้นเริ่ม 28 เราก็เลยรู้สึกว่าเราอายุมากขึ้น รับบทพ่อไหม หรือว่าจะต้องประบไปรับบทยังไง ก็เคยคิดเหมือนกัน

คิดว่ารับไม่ได้กับบทพ่อ ก็เลยเปลี่ยนตัวเองก่อนดีกว่า?

ต่าย : นึกภาพไม่ออกดีกว่า ว่าเวลาไปรับบทพ่อแล้วจะเป็นยังไง

ตอนนั้นมีคนเสนอบทที่เปลี่ยนจากพระเอกบ้างหรือยัง?

ต่าย : ยังไม่มีครับ ตอนที่ตัดสินใจยังเป็นพระเอกอยู่ 

ส่วนนึงอาจจะเบื่อในบทเดิมๆ ที่ได้รับ ไม่ได้ทำอะไรใหม่ๆ?

ต่าย : อาจจะไม่ได้เกี่ยวกับเรื่องบทเดิมๆ อาจจะเรื่องการทำงานที่มัน จริงๆ เริ่มรับละครมาตั้งแต่ 19 คือมันถ่ายละครมา 10 ปี ถ่าย 7 วันตลอด ตอนที่ยังเรียนไม่จบก็จะรับทีละเรื่อง เพราะต้องไปมหาวิทยาลัย เซ็นสัญญาช่อง ตั้งแต่ปี2 พอจบปุ๊บก็รับละครเต็มที่เลย มันก็เป็นความซ้ำเหมือนกัน บทจะใกล้กันหมด

ทำงานตั้งแต่19 แล้วเป็นผู้จัดตอนอายุเท่าไหร่?

ต่าย : ประมาณ 4 ปีที่แล้ว ประมาณ 35-36 

เรียกว่าเป็นค่านิยมได้ไหม เป็นดารา ต้องเป็นผู้จัดด้วย?

ต่าย : เราก็ไม่ได้รู้สึกอย่างนั้นนะ แต่รู้สึกว่าพอมันมีทีวีดิจิตอลปุ๊บหลายคนพะวงว่าจะรอดไม่รอด แล้วทุกคนก็ยังเกาะช่องแน่นๆ คือหมายความว่าช่องหลัก คือทุกคนรู้สึกว่าช่องหลักรอด ช่องอื่นไม่รอดแน่ แต่เรารู้สึกว่ามันเป็นสิ่งใหม่ สัญญาหมดพอดี เราก็เลยตัดสินใจไม่ต่อสัญญา แล้วก็ตัดสินใจลองยื่นเพื่อที่จะผลิตละครดู ก็ผลิตกับช่องๆ นึงได้รับการอนุมัติก็เลยเริ่มมาทำเป็นเบื้องหลัง เป็นผู้จัด

เป็นผู้จัดครั้งแรกฟีดแบ็คเป็นยังไงบ้าง?

ต่าย : ก็โอเคนะ ผมว่าคนก็ยังไม่ค่อยเชื่อเราหรอก ต้องบอกว่าการทำละครมันไม่เหมือนงานอีเว้นท์ หรือเหมือนโปรเจกต์ หรือเหมือนอะไร มันต้องใช้ระยะเวลานานมากในการสร้างความน่าเชื่อถือ แล้วละคร 10 เรื่องมันดังประมาณ 2 เรื่อง ผมว่าเราจะได้รับการยอมรับก็ต่อเมื่อฟีดแบ็คละครเราติดท็อปแล้วจริงๆ ถามว่าเรื่องแรกที่ทำ ที่เอาปอย ตรีชฎา มาเป็นนางเอกเนี่ยได้รับฟีดแบ็คที่ดีไหม ดี ก็คือเข้าชิงค่อนข้างเยอะ เรตติ้งก็ดีเไป 2 กว่า ก็ถือว่าสำหรับดิจิตอลตอนนั้นที่มหม่ๆ ถือว่าฟีดแบ็คโอเค

ถ้าคนมองมาลายเซ็นหรือเอกลักษณ์การทำละครของคุณต่ายคืออะไร?

ต่าย : ยัง ตอนนี้ยังไม่ชัดเจนมาก แต่ส่วนใหญ่คนจะโน้ตว่าทำไมชอบทำละครแบบแนวผี เพราะเราทำเกี่ยวกับผีๆ มา 3-4 เรื่อง คือเป็นคนไม่กลัวผีนะ แต่เวลาอ่านซีรีส์รู้สึกอิน 

ถามตรงๆ ขาดทุนไหม กับโปรดักชั่นทีาลงทุนไป?

ต่าย : เรื่อวที่แล้วก็เจ็บครับ แต่เรื่องใหม่มีความต้องการน้อยลงเยอะ เอาภาพรวมโอเค แล้วก็คุมงบ

ทำงานหนักมาก ล่าสุดถูกหามส่งโรงพยาบาล?

ต่าย : ก็มี แต่จริงๆ ป่วยเป็นระยะ เป็นคนไฮเปอร์ เราคิดว่าเราไหว เราก็จะทำแบบเต็มที่เลย เราไม่รู้หรอกว่าร่างกายมันไม่ไหวแล้ว หรือเวลาเรานอน บางทีเราคิดเรื่องนี้อยู่ บางทีตื่นขึ้นมาปุ๊บเหมือนเราไม่ได้นอน คือเราจะรู้เลยว่าเราต้องมาตามเรื่องอะไรต่อ เหมือนรอเวลาที่จะตื่นขึ้นมาเพื่อมาโทรตามเรื่องต่างๆ ที่มันค้างอยู่ ก็คือนอนไปแบบนั้น แต่ร่างกายมันไม่หลับ แล้วล่าสุดไปออกกำลังกายแล้วรู้สึกเหมือนสวิชมันจะออฟก็เลยบอกเทรนเนอร์ว่าหยุดออกกำลังกายก่อนดีกว่า แล้วขับรถไปโรงพยาบาล พอไปถึงโรงพยาบาลจำได้ภาพสุดท้าย กวักมือเรียกรถเข็นให้เขามาเข็นแล้วภาพก็ตัดไปเลย แต่ขับรถวูบเคยเป็นนะ ผมเหมือนไม่รู้ว่าร่างกายไม่ไหวแล้ว สมัยวัยรุ่นก็มีขับรถอยู่แล้วหลับ

เรตติ้งการทำละครมีผลต่อความเครียดคุณบ้างไหม?

ต่าย : ผมเป็นคนไม่ได้ซีเรียสมากนะ เราต้องเข้าใจผู้จัดละครทุกคน ผมเชื่อว่าทุกคนตั้งใจหมด ทุกคนผ่านการคัดกรองบท นักแสดงทุกคนตั้งใจหมด แต่ว่าละครมันก็เหมือนถูกหวย คือมันอยู่ที่จังหวะเวลาด้วย ช่วงนั้นภาวะคนอยากดูละครแนวนีเไหม ละครช่องอื่นมันเป็นละครเรื่องอะไรอยู่ หรือว่าภาวะมันนำพาทุกอย่างไปหรือเปล่า

คุณโสดมา 8 ปีแล้ว ทำไมถึงปล่อยตัวเองโสดนานขนาดนั้น?

ต่าย : ถามว่าจริงๆ อยากมีคู่ไหม อยากมีนะ แต่ตอนนี้ผมตั้งใจเรื่องงานมาก ถ้ามาดูตารางมีตนิ้งเยอะมาก คือคุยจนจำไม่ได้แล้วว่าคุยเรื่องอะไรบ้าง แล้วรู้สึกว่าเวลาเราทำงานให้ลูกค้า มันจะมีความคาดหวังจากลูกค้าอยู่แล้ว ซึ่งเยอะมาก เรารู้สึกว่าอันนั้นเป็นโจทย์ที่ยังไงเราเลี่ยงไม่ได้ เรารู้สึกว่าถ้ามีชีวิตส่วนตัว จะมีคนมาแบบเหมือนมีความคาดหวังกับเราอีกในช่วงเวลาที่เราปล่อยวาง และรีแลคแล้ว

ที่ผ่านมามีคนเข้ามาขายขนมจีบคุณไหม?

ต่าย : มีทั่วไป เรารู้สึกอยากจีบเขาก็มี แต่พอจะเริ่มปั๊บไม่เอาดีกว่า

เพราะว่าปิดใจหรือเปล่า เพราะในอดีตมันมีเรื่องที่เราผิดหวัง?

ต่าย : ก็มีบ้าง แต่นั้นมันผ่านแล้วก็ผ่านเลย อันนั้นรัก ชอบมาก แต่ว่าไม่ได้รับความรู้สึกอะไรเท่าไหร่ ก็อาจทำให้เฟลบ้าง แต่มันก็เป็นประสบการณ์ ไม่ได้ซีเรียส

ไม่ว่าจะเป็นผู้หญิง เก้ง กวาง หิวคุณมาก?

ต่าย : ตอนนี้พอ 39 แล้วอาจจะเบาลง เมื่อก่อนไปตรงไหนก็ดูสปาร์คๆ เดี๋ยวนี้เบาๆ ชิลๆ ไม่ค่อยอะไรเท่าไหร่

จริงๆ สเปรของต่ายเป็นยังไง?

ต่าย : แต่ก่อนเราเน้นคนที่หน้าตา ดูแล้วสวยอิ่มเอม พออายุมากขึ้นผมว่ามันมองทะลุเข้าไป คือหน้าตามันจะเฉยๆ แล้ว แต่ว่าตอนนี้รู้สึกว่าเราเป็นคนซีเรียสไม่รู้ตัว เรารู้สึกว่าน่าจะเป็นคนเอ็นเตอร์เทน อยู่ด้วยแล้วมีความสุข มองโลกบวก

อนาคตอยากมีลูกไหม?

ต่าย : จริงๆ ผมไม่ได้ปิดกั้นนะ แต่รู้สึกว่างานมาถึงจุดนึงที่เรารู้สึกแฮปปี้กับมัน แล้วมีอย่างที่้ราอยากจะมีทุกอย่างแล้วก็พร้อม 100%

คุณจะรีไทร์ตัวเองตอนอายุ 55 ปี คุณก็เลยพยายามรีบทำงาน?

ต่าย : ก็ใช่ แต่ตอนแรก 45 นี่เขยิบเพิ่มมาอีก 10 ปี

หลังจาก 55 ปีคุณคิดว่าชีวิตคุณจะทำอะไร?

ต่าย : ผมวางไว้ ผมซื้อที่ไว้ แล้วคิดว่าชีวิตบั้นปลายอยู่ที่ไหนบ้าง ก็มีกรุงเทพฯ เขาใหญ่ เชียงใหม่ เราก็เลยรู้สึกว่าเราจะมีบ้านใน 3 ที่นี้ แต่ว่าในบ้างเองก็จะทำธุรกิจด้วย

คุณแฟร์มากกับแฟนเก่า คุณสาทารถเป็นเพื่อนได้กับทุกคน?

ต่าย : คุยได้ครับ 

คุณทำธุรกิจด้วยความระมัดระวัง คุณยังโดนโกงอีกเหรอ?

ต่าย : โดน

เห็นบอกว่าโดนโกงไป 2 ล้านกว่าบาท?

ต่าย : 2 ล้านนี่เคยโดนโกงตอนอายุ 18 ปีคือสมัยตอนเด็กงานที่ได้เงินก้อนๆ เราจะไม่ได้เอามาใช้จ่ายเลย เราจะใช้งานอีเว้นท์ งานจ้าง เราจะใช้เงินพวกนั้น แต่เงินที่เป็นก้อนๆ เราเก็บ แล้วอยู่ดีๆ ก็มีเพื่อนแม่แบบปล่อยกู้ไหม ก็ปล่อยกู้ประมาณ 2.2 – 2.4 ล้าน ปรากฎมีวันนึงแม่เดินมาหน้าเศร้ามาก บอกว่าน้าที่ต่ายฝากปล่อยกู้เขาตายแล้วนะ สุดท้ายได้คืนมา 2 แสนกว่าบาท

ล่าสุดงานอีเว้นท์โดนอีก 7 ล้าน?

ต่าย : มีๆ อันนี้ต้องบอกว่าทำธุรกิจคนสนิทไม่สนิทคือไม่ใช่ ไม่ไว้ใจนะ แต่ทุกอย่างต้องทำเป็นเอกสาร คือวันแรกเรารู้สึกรักกันแหละ พอคุยเรื่องธุรกิจ พอจะคุยเรื่องเอกสาร เอ้…ไม่ไว้ใจกันหรือเปล่า ไม่ใช่ จริงๆ ต้องขอบอก ขอเตือนมุกคนว่ายังไงต้องทำเรื่องเอกสาร นี่ก็เป็นคนสนิท นับถือกัน ก็ให้จัดงานอีเว้นท์ให้ ให้จ่ายเงินก่อน จัดงานแรกไป 3.5 ล้าน จัดงานเสร็จเรียบร้อยแล้ว เครดิตก็ยังไม่ได้จ่าย ก็วางบิล บอกขอเครดิตสัก 60 วัน แต่ว่าก็มีอีกงานก็ช่วยจัดการให้ก่อน ก็จัดงานให้เขาก่อน แล้วมีบางส่วนที่เขาขอไปหมุนด้วย อีก 3.5 ล้าน พอไปมาจัดงานเสร็จวางบิลมา 6 เดือน ยังไม่จ่ายเลย

เป็นคดีไหม ฟ้องร้องไหม?

ต่าย : ฟ้องครับ ก็ชนะคดี 2 ครั้ง ตอนนี้ได้คืนมา 2 ล้านกว่าบาท ในตลอดระยะเวลา 4 ปี 

เรื่องความเชื่อมูเตลู?

ต่าย : ตอนนี้ถ้าเปิดมาเบอร์หมอดูอยู่ในโทรศัพท์มือถือน่าจะ 20 เบอร์ ไม่ค่อยเชื่อเท่าไหร่ เป็นคนเอ็นจอยกับการดูมากกว่า ปกติเวลาไปดูเขาจะแนะนำว่าต้องไปทำ 1-2-3-4 แต่เป็นคนไม่ได้ทำอะไรเลย แต่เป็นคนมีความสุขกับการที่ไปดูแล้วเขาเดาดวงเรา ถ้าเขาเดามาไม่ดีห็หาเจ้าใหม่ดูจนกว่าจะดี เราก็จะรู้สึกสบายใจ

ออฟฟิศที่คุณอยู่เขาบอกว่าคุณทำงานหนักมาก ถ้าอยู่ต้องเปลี่ยนชื่อ คุณก็เปลี่ยน?

ต่าย : คือตอนแรกชื่อที่เปลี่ยนไม่ได้เกี่ยวกับออฟฟิศ คือผมมีความคิดตั้งแต่ตอนเด็กแล้วว่าอยากชื่อพายุ แล้วมีตอนนึงที่จะบวช เมื่อหลายปีที่แล้ว แล้วไปเปลี่ยนชื่อก่อนบวชว่าชื่อพายุ พอบวชปุ๊บก็เจอพระ พระก็บอกว่าชื่อนี้ไม่ดี ต้องกลับไปใช้ชื่อเดิม เราก็เลยใช้ชื่อเดิมก็ได้ แต่ขอให้พญัชณะที่รวมกันได้พลังที่โอเคแล้วกัน เขาก็เลยสะกดมาให้ใหม่ แต่สุดท้ายอะไรดีไม่ดี มันอยู่ที่เรา

เรื่องที่เสียใจที่สุดในชีวิตคือเรื่องอะไร?

ต่าย : จริงๆ ไม่ค่อยมีนะ เป็นคนแบบถามว่าเรรียดไหม เครียด ณ ตอนนั้น แต่จะเป็นคนที่เกิดเรื่องอะไรจะชอบคิดว่ามันเป็นอดีตไปแล้ว ตอนนี้มันเป็นปัจจุบันอยู่ แต่ว่าในอนาคตมันก็เป็นอดีต เราเอาความรู้สึกของเราเองย้ายไปเลย

สรุปเรื่องอะไร?

ต่าย : ไม่มีๆ 

ไม่ได้เกี่ยวกับข่าวก่อนหน้านี้?

ต่าย : จริงๆ มันก็มีหลายเรื่อง ถ้าตอนเด็กเสียใจ อาจจะทำตัวไม่น่ารักตอนเป็นนักแสดงบ้างกับผู้จัดต่างๆ 

เราพอรู้มานอดหน่อยว่าอาจจะเสียใจกับคนที่ตัดสินคนอื่นจากภายนอก?

ต่าย : ด้วย เรื่องพวกนั้นก็มี

อยากพูดอะไรบ้าง?

ต่าย : ผมว่านักแสดงทุกคนเป็น คือเวลาโดนข่าว บางทีเรื่องอาจจะแบบ3 โดนไป10 บางทีเรารู้สึกว่าโดนคนตัดสินเราโดยที่เราไม่ได้เป็นแบบนั้น ก็รู้สึกเสียใจ แต่ว่าหนึ่งอย่างเราไม่ได้ไปรู้สึกนอยด์กับมัน แต่สิ่งนึ่งที่เราทำได้คือ ถ้าเราไม่โอเค เราก็พยายามไม่ไปตัดสินคนอื่น มันก็ทำให้เราเปลี่ยนแปลงไป
ติดตามชมรายการคุยแซ่บShow ได้ทุกวันจันทร์-ศุกร์ 13.30-14.30 น. ทางช่อง one31 Facebook Page : คุยแซ่บShow รับชมย้อนหลังได้ที่ Youtube Channel : Orange Mama
 

Malaysia remains steadfast in championing regional trade #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ The Nation.

Malaysia remains steadfast in championing regional trade

Dec 25. 2020“As a grouping whose economies constitute about 60% of the global economy, Apec assumes a central role in spearheading post-pandemic economic recovery, ” Prime Minister Tan Sri Muhyiddin Yassin (pic), the host of this year’s Apec meetings, said in his opening remarks.“As a grouping whose economies constitute about 60% of the global economy, Apec assumes a central role in spearheading post-pandemic economic recovery, ” Prime Minister Tan Sri Muhyiddin Yassin (pic), the host of this year’s Apec meetings, said in his opening remarks.

By The Star/ANN

KUALA LUMPUR: The year 2020 is supposed to be an ambitious year for regional trade pacts.

However, progress has been hampered as the world scrambles to mitigate the challenges brought about by the Covid-19 pandemic.

The deadly virus – which had allegedly originated from an exotic meat market in Wuhan, China, and detected in Malaysia as early as in January this year – has severely damaged the global economy, and the country was not spared from its repercussions.

Like many other countries, Malaysia has resorted to taking drastic actions, including implementing international border closure and restricting interstate travels to curb the spread of Covid-19, which the World Health Organisation (WHO) had declared as a global pandemic on March 11,2020.

However, amidst the backdrop of the pandemic, Malaysia has proven its capabilities by successfully conducting and concluding its year-long Asia-Pacific Economic Cooperation (Apec) chairmanship with a strong pledge towards free, open and non-discriminatory trade and investment.

The leaders of the 21 Apec member economies vowed to strengthen cooperation during and after the Covid-19 pandemic, as they gathered online on Nov 21 for the first-ever fully virtual 27th Apec Economic Leaders Meeting (AELM).

“As a grouping whose economies constitute about 60% of the global economy, Apec assumes a central role in spearheading post-pandemic economic recovery, ” Prime Minister Tan Sri Muhyiddin Yassin, the host of this year’s Apec meetings, said in his opening remarks.

Among the leaders at this year’s AELM were the US President Donald Trump and Chinese President Xi Jinping.

Both leaders agreed to set aside their differences and recognise the importance of a free, open, fair, non-discriminatory, transparent and predictable trade and investment environment to drive economic recovery in such a challenging time.

Two years ago, Apec leaders failed to agree on a joint statement for the first time in its history amidst a trade row between Washington and Beijing, while in 2019, the AELM meeting scheduled in Chile was cancelled due to anti-government protests across the South American cities.

In a declaration issued after the virtually-held meeting in Kuala Lumpur, Apec leaders stated their commitment to combatting and mitigating the impacts of Covid-19 and improving the narrative of trade and investment.

They had also committed to implement inclusive economic participation through digital economy and technology, driving innovative and inclusive sustainability, as well as strengthening stakeholder engagement during “one of the most challenging health and economic crises of our times”. — Bernama

Mental, physical strain growing among teleworking employees in Japan #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ The Nation.

Mental, physical strain growing among teleworking employees in Japan

Dec 25. 2020

A Nissin Foods Holdings Co. employee uses a device that measures stress levels in two minutes. (The Yomiuri Shimbun)

A Nissin Foods Holdings Co. employee uses a device that measures stress levels in two minutes. (The Yomiuri Shimbun)

By The Japan News/ANN

Telework has been welcomed as a flexible way to do one’s job anywhere and at any time, but an increasing number of remote workers are suffering from stress due to a lack of communication with others or difficulty distinguishing between work and private time.

How can mental and physical disorders related to teleworking, which has spread rapidly due to the coronavirus pandemic, be prevented?

Peacemind Inc., a human resources consulting company based in Tokyo, has been receiving an increasing number of inquiries about mental and physical problems caused by prolonged teleworking. One person said: “I feel depressed because I stay home all the time. I don’t feel like eating and I’ve lost weight.” Another said, “I can’t stop crying during work these days.”

According to Peacemind, in the early days after people began to refrain from commuting because of the spread of the virus, many people expressed confusion in their inquiries about working from home, or a fear of infection. From early August on, however, they began to talk about different issues.

Their problems are believed to have been caused by stress related to teleworking. People usually work on computers alone at home, and report their work or receive instructions mainly through email and social media. Unlike working at an office, it can be difficult to determine when to talk with their bosses. People began to feel pressured or anxious when work did not progress as a result of these factors.

“People communicate through casual conversation at an office. It’s important when teleworking to create opportunities to talk regularly to reduce anxiety or irritation,” said Hidehiko Takeda, a clinical psychologist at Peacemind.

According to a survey conducted in September on people in charge of corporate general affairs around the country by Gekkan Soumu Inc. — a Tokyo-based firm that publishes a magazine for corporate employees — 73.3% of 255 respondents said they found it difficult to provide mental care to teleworking staff.

“The biggest challenge of teleworking is that you can’t see each other’s faces. It’s necessary to consider how companies can visualize the situation and health condition of employees,” said Kenichi Toyoda, editor in chief of the Gekkan Soumu magazine.

Some companies are taking measures to prevent stress related to teleworking.

Nissin Foods Holdings Co. established a team in August to prevent depression linked to remote work. About 1,360 group company employees who work from home are asked to use a device that measures their stress levels, so problems can be dealt with even before they become aware of them.

Depending on the measurements, employees receive online interviews or are encouraged to participate in a program to improve the quality of their sleep, for example. 

“Stress can accumulate before you’re aware of it. I thought unsolicited help was necessary to prevent employees from suffering from stress,” said Yasuhisa Miura, deputy manager of Nissin Foods’ business administration office and a member of the team. The company is considering expanding the system throughout the entire group.

More S’poreans may have to be vaccinated as more contagious Covid-19 strains detected: Public health school dean #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ The Nation.

More S’poreans may have to be vaccinated as more contagious Covid-19 strains detected: Public health school dean

Dec 25. 2020Current research indicates that new strains will not affect the effectiveness of vaccines. PHOTO: ST FILECurrent research indicates that new strains will not affect the effectiveness of vaccines. PHOTO: ST FILE

By Goh Yan Han
The Straits Times/ANN

SINGAPORE – With the discovery of new, more contagious strains of the Covid-19 virus in Britain and South Africa, it may now be important for more Singaporeans to get vaccinated against the coronavirus, said a health expert here.

Professor Teo Yik Ying, dean of the Saw Swee Hock School of Public Health at the National University of Singapore, said on Thursday (Dec 24): “This is the only way we can continue to ensure that the community as a whole is protected.”

This means that instead of aiming to get 80 per cent of the population here to be vaccinated against Covid-19, “we may be now looking at 90 per cent or even higher”, said Prof Teo, who was speaking in a video interview with The Straits Times on its daily online talk show The Big Story.

The Health Ministry’s chief health scientist Professor Tan Chorh Chuan previously told ST that at least 80 per cent of Singapore’s population would have to be vaccinated in order to achieve herd immunity against Covid-19.

The new B117 strain of Covid-19 circulating in Britain has been reported to be more contagious, but has not shown signs of being more lethal or severe.

Singapore recorded its first case of this strain on Wednesday – a 17-year-old Singaporean girl who had returned home from Britain.

Prof Teo said on Thursday that current research indicates that new strains will not affect the effectiveness of vaccines, though a better understanding of the new strains is needed before determining the likely impact and making appropriate policy decisions.

“Governments are concerned (about the new strains) because of the impact that they have in managing the spread of Covid-19 in the community, and also any potential impact on vaccine effectiveness and quality control measures,” said Prof Teo.

“But for individuals like you and me, as long as we continue to diligently practise the necessary safe management measures, there is no need to be overly concerned with this new mutations,” he added, referring to the new strains.

Present research also indicates that the new strains are transmitted between people in the same way as the older strains, though it is more contagious, as an infected person with the new variant may have a higher viral load in his upper respiratory tract, said Prof Teo.

This is why existing measures like wearing a mask properly and maintaining the necessary social distance, if followed, can still minimise the chance of an infected person passing on the virus to someone who is healthy, he said.

Prof Teo also advised that during the year-end festive period, Singaporeans should continue to follow safe distancing rules and measures to keep themselves, as well as their family and friends, safe from the coronavirus.