‘ป๊อก, มาร์กี้’ ช่วยร้านอาหารขนาดเล็กได้รับผลกระทบล็อกดาวน์ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/594944

‘ป๊อก,มาร์กี้’ช่วยร้านอาหารขนาดเล็กได้รับผลกระทบล็อกดาวน์

‘ป๊อก,มาร์กี้’ช่วยร้านอาหารขนาดเล็กได้รับผลกระทบล็อกดาวน์

วันอาทิตย์ ที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

จากวิกฤตการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่ส่งผลให้ยอดผู้ป่วยผู้ติดเชื้อและผู้เสียชีวิตเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง จนส่งผลกระทบอย่างหนักต่อการดำรงชีพและปากท้องของประชาชน ทั้งผู้ที่ต้องกักตัวในฐานะของเป็นกลุ่มเสี่ยง รวมถึงแคมป์คนงานทั้งนี้เพื่อเป็นการช่วยเหลือแบ่งปันความเดือดร้อนให้กับพี่น้องประชาชน ป๊อก-ภัสสรกรณ์ หรือ “แดดดี้ป๊อก” และภรรยา “มาร์กี้” จากรายการ “ป๊อกกี้ On the Run The Family” จึงขอเป็นแรงสนับสนุนอีกส่วนหนึ่งในการบรรเทาความเดือดร้อน ส่งต่อความช่วยเหลือ ไปยังพื้นที่ชุมชนต่างๆรวมถึงร้านอาหารที่อยู่ในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑลช่วยสร้างรายได้ให้แก่ผู้ประกอบการร้านอาหารขนาดเล็กให้และสามารถฝ่าวิกฤติโควิดไปได้ อาหารที่นำไปช่วยเหลือแบ่งปันตามชุมชนต่างๆ เป็นการช่วยเหลือร้านอาหารขนาดเล็กที่ได้รับผลกระทบจากการควบคุมการแพร่ระบาด โดย “ป๊อก, มาร์กี้” จัดซื้ออาหารที่ปรุงใหม่สุกสะอาดตามหลักโภชนาการบรรจุกล่องถูกสุขอนามัย
ส่งต่อไปยังชุมชน-แคมป์คนงาน อาทิ

• ร้าน ก็เพราะกะเพรา จำนวน 100 กล่อง ส่งไป แคมป์คนงานไทยรามัญ (เขตคลองสาม)

• ร้าน เก้าเล้ง แกงเตี๋ยวเกี้ยวยักษ์ จำนวน 100 กล่อง ส่งไป แคมป์คนงาน ธัญบุรี คลอง 10

• ร้าน ครัวจนมุม จำนวน 100 กล่อง ส่งไปช่วยเหลือ ชุมชนมุสลิม (เพชรบุรี ซอย 7)

• ร้าน ข้าวซอยสองจอม จำนวน 100 กล่อง ส่งไปช่วยเหลือ แคมป์คนงานนนทบุรี

• ร้าน ช่อผกา จำนวน 100 กล่อง ส่งไปช่วยเหลือ แคมป์คนงานเขตทวีวัฒนา

• ร้าน ร้านฉุน จำนวน 100 กล่อง ส่งไปช่วยเหลือ ที่มูลนิธิบ้านพระพร

• ร้าน มโหฬารการกะเพรา จำนวน 100 กล่อง ส่งไปช่วยเหลือ จุดพักคอยเคหะฯ คลอง 9

• ร้าน ก๋วยเตี๋ยวไก่ พี่เสวียน จำนวน 100 กล่อง ส่งไปช่วยเหลือ บ่อนไก่ (ซอยปลูกจิตร)

โดยให้ทางร้านช่วยดำเนินการแจกจ่าย เพื่อให้เข้าถึงชุมชนและลดการแออัด ประชาชนไม่ต้องมาต่อคิวรอรับ ลดความเสี่ยงในการแพร่เชื้อ และในครั้งต่อไป “ป๊อก, มาร์กี้” จะส่งต่อความช่วยเหลือไปยังพื้นที่ชุมชนและร้านอาหารไหน ทางทีมข่าวบันเทิงจะมาอัพเดท และขออนุโมทนาบุญกุศลในครั้งนี้ด้วย

‘คนค้นฅน’ ตอน ‘วีระศักดิ์ วิจิตร์แสงศรี’ ผู้ว่าฯใจเพชร #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/594945

‘คนค้นฅน’ ตอน ‘วีระศักดิ์ วิจิตร์แสงศรี’ ผู้ว่าฯใจเพชร

‘คนค้นฅน’ ตอน ‘วีระศักดิ์ วิจิตร์แสงศรี’ ผู้ว่าฯใจเพชร

วันอาทิตย์ ที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

“สุจริต คือ เกราะป้องกันภัย ทำอะไร ก็แล้วแต่ให้ยึดความสุจริตเป็นที่ตั้ง”

ก่อนหน้านี้ เชื่อว่ามีผู้คนจำนวนมากที่ต่างก็รับรู้เรื่องราวการป่วยจากการติดเชื้อโควิด-19 ของผู้ว่าฯปู หรือ “วีระศักดิ์ วิจิตร์แสงศรีผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร เมื่อวันที่ 28 ธันวาคม ปีที่แล้ว จากการลงพื้นที่ทำงานในพื้นที่เสี่ยง จนได้รับเชื้อและเข้ารับการรักษาอาการป่วยอยู่ในโรงพยาบาลนานถึง 82 วัน ซึ่งช่วงระยะเวลาที่รักษาตัวอยู่นั้น ประชาชนทั้งในจังหวัดสมุทรสาครเองและทั่วประเทศต่างก็เฝ้าติดตามให้กำลังใจท่านกันเป็นจำนวนมาก จนท่านรอดพ้นจากภาวะวิกฤติ

หลังจากที่ออกจากโรงพยาบาลท่านก็ยังคงทำหน้าที่ผู้ว่าฯดูแลทุกข์สุขของประชาชนอย่างเต็มที่ แม้สุขภาพท่านจะไม่เหมือนเดิมยิ่งในสถานการณ์ปัจจุบันที่จังหวัดสมุทรสาครเองก็เป็นหนึ่งในพื้นที่สีแดงเข้ม ท่านเร่งสร้าง รพ.สนาม และศูนย์พักคอยคนสมุทรสาครเพื่อรองรับผู้ติดเชื้อที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยไม่รอเวลาและไม่รองบประมาณจากส่วนกลาง เพราะความเดือดร้อนของประชาชนเป็นเรื่องรอไม่ได้ นอกจากนี้สมุทรสาครยังมีปัญหาในมิติอื่นๆที่ท่านไม่ได้ละเลย ไม่ว่าเรื่องมลภาวะ น้ำเน่าเสียหรือเรื่องการทุจริต คอร์รัปชั่น บ่อยครั้งที่ท่านลงไปตรวจสอบด้วยตนเอง

ตลอดระยะเวลาในการทำหน้าที่พ่อเมืองสิ่งหนึ่งที่ผู้ว่าฯปูยึดมั่นมาตลอดนั่น ก็คือ สุจริตคือเกราะป้องกันภัยการทำงานด้วยความซื่อสัตย์สุจริตมันจะเป็นศาสตร์คุ้มครองภัยไม่ว่าจะไปทำงานที่ไหนก็จะทำให้ประสบความสำเร็จและผ่านวิกฤติต่างๆ ไปได้ และข้าราชการต้องทำงานแบบ ททท. คือ ทำทันที จนเป็นที่ยอมรับและเป็นที่รักของคนจังหวัดสมุทรสาครและจังหวัดต่างๆ ที่ท่านเคยไปปฏิบัติหน้าที่ที่ผ่านมา

ติดตามเรื่องราวการทำงานและวิธีคิดของท่านผู้ว่าฯใจเพชร วีระศักดิ์ วิจิตร์แสงศรีผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร ได้ในรายการ คนค้นฅน วันอาทิตย์ที่ 15 สิงหาคม 2564เวลา 13.00 น. ทางช่อง 9 MCOT HD หมายเลข 30

‘ภูมิ-ภูริพันธ์’ จับมือเพื่อนๆ ผุดโปรเจกท์สร้างเพจ ‘เราช่วยกัน’ ช่วยเหลือผู้ป่วยโควิด-19 !!! #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/594946

‘ภูมิ-ภูริพันธ์’ จับมือเพื่อนๆ  ผุดโปรเจกท์สร้างเพจ ‘เราช่วยกัน’ ช่วยเหลือผู้ป่วยโควิด-19 !!!

‘ภูมิ-ภูริพันธ์’ จับมือเพื่อนๆ ผุดโปรเจกท์สร้างเพจ ‘เราช่วยกัน’ ช่วยเหลือผู้ป่วยโควิด-19 !!!

วันอาทิตย์ ที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

เป็นอีกหนึ่งนักแสดงรุ่นใหม่ ที่ขอเดินหน้าทำความดี ช่วยเหลือผู้ป่วยโควิด-19 อย่างหนุ่ม “ภูมิ-ภูริพันธ์ ทรัพย์แสงสวัสดิ์” นักแสดงจากละคร “ขุมทรัพย์ลำโขง” ทางสถานีโทรทัศน์ช่อง 8 ที่ร่วมมือกับกลุ่มเพื่อนศิษย์เก่า จากมหาวิทยาลัยมหิดลศาลายา เปิดเพจเฟซบุ๊ค “เราช่วยกัน” ช่วยเหลือและส่งต่อยาสามัญประจำบ้าน พร้อมอาหารแห้ง และสิ่งของจำเป็น ส่งตรงถึงหน้าบ้านพร้อมได้นักแสดง รุ่นพี่อย่าง “อาร์ต-พศุตม์” และ “อ้น-สราวุธ”มาร่วมมือเป็นกระบอกเสียงและคอยแนะนำงานนี้เราได้มีโอกาสสัมภาษณ์หนุ่มภูมิมาเปิดใจถึงเรื่องนี้ พร้อมอัพเดตผลงานละคร ที่จะกลับมาออกอากาศใหม่อีกครั้งอย่างเรื่อง “ขุมทรัพย์ลำโขง” ว่ามีเซอร์ไพรส์คนดูแต่เรื่องราวจะเป็นอย่างไรไปอ่านบทสัมภาษณ์กัน

เพจ “เราช่วยกัน” เกิดขึ้นได้อย่างไร?

เพจนี้เพื่อนสนิทในสมัยเรียนมหาวิทยาลัยทำขึ้นกันมาก่อน และภูมิก็เข้ามาช่วยเพื่อนแชร์ไปในที่ต่างๆ ทั้งคนรู้จัก และการบอกต่อๆ ครับ จนเพื่อนเห็นว่าเราตั้งใจทำ เลยชวนเราเข้ามาร่วมเป็นส่วนหนึ่งในกลุ่มผมรู้สึกดีใจ และรู้สึกมีความสุขมาก มันบอกไม่ถูก มันเป็นความสุขที่เกิดจากการแบ่งปัน จนมาคิดว่าการทำความดี และช่วยเหลือคนที่เดือดร้อน มันเป็นสิ่งที่วิเศษที่สุดในชีวิตของเราเลย ที่จะสร้างพลังงานดีๆ เพื่อตัวเอง และคนอื่นๆ มันก็เรื่องใหญ่เหมือนกัน แต่เราจะทำในสิ่งที่เรามีความสามารถเท่าที่เราทำได้ครับ

 ตอนนี้ช่วยได้เยอะหรือยัง และของที่บริจาคส่วนมากมาจากไหน?

ปัจจุบันเราสามารถช่วยและส่งของจำเป็นต่อการกักตัวสำหรับกลุ่มผู้ป่วยสีเขียวแล้วกว่า 35 ครอบครัวครับ ซึ่งทางเราจะไม่นับการลงทะเบียนเป็นบุคคล แต่จะนับเป็นครอบครัวเลย เพราะว่าตอนนี้ หลายคนที่ติดเชื้อแบบไม่แสดงอาการ และอาศัยอยู่กับครอบครัว ระบบการจัดการลงทะเบียนจะง่ายกว่านับเป็นคนๆ ไปครับของใช้ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเครื่องอุปโภค-บริโภค และยาสามัญที่จำเป็นต่างๆ ของทั้งหมดได้มาจากคนที่ช่วยกันร่วมบริจาคผ่านมาทางเพจ และอีกส่วนก็เป็นเงินส่วนตัวของกลุ่มเพื่อนๆ ที่ร่วมมือกันรวบรวมมาครับในส่วนของยาสามัญพอดีพวกเรามีเพื่อนในกลุ่มที่เป็นพยาบาล และยังมีที่ปรึกษาเป็นหมอที่เรารู้จัก ก็จะมีการสอบถามไปครับ แต่ยาที่ให้ไปเป็นยาสามัญประจำบ้านเลย เป็นยาที่รักษาตามอาการ ป้องกัน เช่น พวกพารายาแก้ไอ ยาลดน้ำมูก มันไม่อันตรายครับ และเราก็จะมีบอกวิธีการใช้ การทานให้ไปด้วยครับ

ล่าสุดเห็นพี่ร่วมวงการอ้น-สราวุธ และอาร์ต-พศุตม์ ขึ้นอินสตาแกรมเป็นกระบอกเสียง และให้คำแนะนำ?

ใช่ครับ พอดีผมแชร์เรื่องราวดีๆ นี้ ไปในทางกลุ่มนักแสดงละครขุมทรัพย์ลำโขงพี่อ้น พี่อาร์ตก็อยู่ในกลุ่มนั้น พี่อ้นเขาเลยทักมาถามรายละเอียด และบอกผมว่าขาดเหลืออะไร ให้บอกเขาได้เลย ส่วนพี่อาร์ต ผมได้โทร.ไปสอบถามรายละเอียดต่างๆ ปรึกษาเกี่ยวกับระบบเอาของไปบริจาค การรับของต่างๆ เพราะพี่อาร์ตเคยทำมาก่อนครับ พี่อาร์ตก็แนะนำผมหลายอย่าง จากที่ไม่เคยรู้มาก่อน ก็มารู้ว่ามีขั้นตอนทำอย่างไรบ้าง และผมต้องขอบคุณพี่อ้น และพี่อาร์ตมากๆ

 สำหรับคนที่อยากบริจาคของใช้ติดต่อได้ทางไหน?

สำหรับใครที่สนใจอยากร่วม และสนใจเกี่ยวกับเพจ “เราช่วยกัน” สามารถติดตามข่าวสาร และการเปิดรับบริจาคต่างๆ ได้ผ่านทางช่องทางบนหน้าเพจเฟซบุ๊ค “เราช่วยกัน” ได้เลยครับ พวกผมจะทำข้อความติดประกาศ และแจ้งข่าวให้ทุกคนได้รับทราบว่าตอนนี้ เราได้ช่วยไปแล้วเท่าไร สิ่งของที่ผู้ป่วยต้องการมีอะไรบ้าง ซึ่งเราก็จะคอยแจ้งให้ทราบในทุกๆ วัน ส่วนผู้ป่วยสีเขียวสามารถติดต่อทางข้อความเพจได้เลยครับ ตลอดเวลา เรามีคนคอยตอบคำถาม และพร้อมให้คำปรึกษาเสมอครับ

 ละครขุมทรัพย์ลำโขงกลับมาออนแอร์อีกครั้ง ส่วนซีจีก็วาดขึ้นมาใหม่หมดเลย?

ใช่ครับ อยากบอกแฟนๆ ว่าสนุก และมันกว่าเดิมแน่นอน เพราะมีการตัดเนื้อเรื่องใหม่ ให้เข้มข้นกว่าเดิม สนุกกว่าเดิมแน่นอนซีจีต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเมืองนาคอุษา พญานาค และเทคนิคพิเศษต่างๆถูกวาดขึ้นมาใหม่หมด ยิ่งใหญ่กว่าเดิม รับรองว่าสนุก และอลังการกว่าเดิมแน่นอน เหมือนได้ละครเรื่องใหม่อีกหนึ่งเรื่อง เพื่อแฟนๆ ห้ามพลาดเลยครับ รับชมได้ทุกวันจันทร์-พฤหัสบดี 19.00 น. ทางช่อง 8 กดเลข 27และสามารถรับชมย้อนหลังได้ที่แอปพลิเคชั่น WeTVและ เว็บไซต์ http://www.WeTV.vip เท่านั้น

ทำความรู้จัก ‘เดน่า สโลเซอร์’ จากนางแบบมืออาชีพ สู่บทบาทนักแสดงนำในซีรี่ส์ ‘อิน จัน’ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/594947

ทำความรู้จัก ‘เดน่า สโลเซอร์’ จากนางแบบมืออาชีพ  สู่บทบาทนักแสดงนำในซีรี่ส์ ‘อิน จัน’

ทำความรู้จัก ‘เดน่า สโลเซอร์’ จากนางแบบมืออาชีพ สู่บทบาทนักแสดงนำในซีรี่ส์ ‘อิน จัน’

วันอาทิตย์ ที่ 15 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

ชื่อของ “เดน่า สโลเซอร์” สาวลูกครึ่งไทย-อเมริกัน ถูกรู้จักครั้งแรกในฐานะผู้ชนะเลิศรายการเรียลิตี้ระดับเอเชีย Asia’s Next Top Model ซีซั่น 6 ในปี 2018 ด้วยนัยน์ตาชวนฝัน ทำให้เธอได้รับฉายาจากผู้ชมว่า Sleepy Eyes ปัจจุบันเธอคือนางแบบระดับอินเตอร์ที่มีผลงานในต่างประเทศมากมาย

และใน ซีรี่ส์ “อิน จัน” Extraordinary Siamese Story: Eng and Chang ถือเป็นความท้าทายครั้งใหม่ ในผลงานการแสดงครั้งแรก ที่พร้อมให้แฟนๆ ของเธอได้พิสูจน์ความสามารถแล้ว บนแพลตฟอร์มสตรีมมิ่งระดับโลกอย่าง Disney+Hotstar อยู่ในขณะนี้

“เดน่า” เคยให้สัมภาษณ์ว่า เธออยากลองทำอะไรหลายอย่างนอกจากการเป็นนางแบบไม่ว่าจะเป็นช่างภาพ ครีเอทีฟ ไดเร็กเตอร์ สไตลิสต์รวมถึงการเป็นนักแสดง และเป็นอีกครั้งที่เธอพิสูจน์ให้ทุกคนเห็นว่าเธอทำได้และทำได้อย่างดี จนแทบไม่เชื่อว่านี่คือการแสดงครั้งแรกของเดน่า“เดน่า” เกิดวันที่ 30 มิถุนายน 1994 เป็นลูกครึ่งไทย-อเมริกัน เธอเติบโตที่ฮ่องกงเพราะต้องตามคุณพ่อชาวอเมริกันไปทำงานที่ฮ่องกง แต่เธอเลือกที่จะไปเรียนต่อมหาวิทยาลัย ที่นิวยอร์ก ระหว่างเรียนเธอเคยฝึกงานที่สำนักข่าว CNN และ CBS แม้แต่ฝึกงานในฐานะ Fashion PR แม้จะเป็นประสบการณ์ที่ดีแต่เดน่าก็พบว่านั่นไม่ใช่ที่ของเธอ

หลังจบการศึกษาจาก Colgate University ในสาขา Department of German เดน่าตัดสินใจบินมาเมืองไทยและเริ่มต้นอาชีพนางแบบ เธอเคยให้สัมภาษณ์ในวารสาร “Colgate University” ซึ่งเป็นวารสารของมหาวิทยาลัยที่เธอเคยเรียนว่า “สิ่งที่ฉันได้รับจากรายการ Asia’s Next Top Model คือความมั่นใจที่จะไล่ตามสิ่งที่ฉันหลงใหลต่อไป”

นี่อาจเป็นส่วนหนึ่งที่การสวมบทบาทเป็น “ซาร่า แอนน์เยทส์” สาวน้อยวัย 18 ปี ถ่ายทอดอารมณ์ความรู้สึกได้อย่างดี ทุกซีนที่เธอปรากฏไม่ว่าจะฉากรัก ฉากดราม่าเดน่าถ่ายทอดความรู้สึกของซาร่าราวกับเธอรู้จักตัวละครนี้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะฉากอารมณ์ที่ต้องถ่ายทอดมันออกมาผ่านนัยน์ตาชวนฝันนัยน์ตาที่เธอเคยบอกว่า “ฉันเคยไม่ชอบมันเอามากๆ เพราะรู้สึกว่าเป็นจุดอ่อน แต่ใครๆ ก็บอกว่านี่แหละคือ Signature Look ของฉัน”

สิ่งสำคัญที่ทำให้งานทุกชิ้นที่เธอทำออกมาดีเพราะเดน่าชอบพูดคุยกับคน ไม่ว่าจะหลังเวที กองถ่ายภาพยนตร์ เดน่าเชื่อว่า การเป็นนางแบบที่ดี คือ “การเป็นผู้ฟังที่ดี” ฟังคำกำกับจากช่างภาพ ฟังสิ่งที่ผู้กำกับบอก หรือแม้แต่พูดคุยกับช่างแต่งหน้า สไตลิสต์สิ่งเหล่านี้ล้วนให้แรงบันดาลใจใหม่กับเธอ และทำให้เธออยากทำงานของตัวเองออกมาให้ดีที่สุด

นอกจากความสามารถด้านการแสดงและการเป็นนางแบบ ยามว่าง เดน่า เจ้าของเรือนร่างสมบูรณ์แบบมักจะอวดความเพอร์เฟกต์นี้ในชุดว่ายน้ำและถ่ายภาพลงใน IG:dslozเสมอ ที่มาของหุ่นที่สาวๆ อิจฉาคือ การออกกำลังกายเป็นประจำ โยคะคือหนึ่งในกิจวัตรที่เธอโปรดปราน และถ้าย้อนไปไกลกว่านั้นเธอเล่นรักบี้ฟุตบอลและฮอกกี้กับพี่ชายมาตั้งแต่เด็กๆ เดน่าบอกว่า “มันทำให้ฉันแข็งแกร่งขึ้นในวันนี้” แฟนๆ ของ “เดน่า สโลเซอร์” สามารถติดตามการแสดงขอเธอ รวมถึง “บ็อบ-วรุตม์บราวน์” กับ “เบ็น-วราวุฒิ บราวน์”ผู้รับบท อิน-จัน และ “มารีญา พูลเลิศลาภ”ผู้รับบท อาดิเลด เยทส์ น้องสาวของซาร่าที่เธอแสดงได้ในซีรี่ส์ “อิน จัน”พร้อมติดตาม EP ใหม่ได้ ทุกวันศุกร์ที่ Disney+ Hotstar (https://www.hotstar.com/th) เท่านั้น

‘น้องเทนนิส’ ควงคุณพ่อ-โค้ชเช เผยเส้นทางจากเด็กที่เคยโดนดูถูก สู่นักเทควันโดระดับโลก! #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/594926

'น้องเทนนิส'ควงคุณพ่อ-โค้ชเช เผยเส้นทางจากเด็กที่เคยโดนดูถู สู่นักเทควันโดระดับโลก!

‘น้องเทนนิส’ควงคุณพ่อ-โค้ชเช เผยเส้นทางจากเด็กที่เคยโดนดูถู สู่นักเทควันโดระดับโลก!

วันเสาร์ ที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 13.29 น.

น้องเทนนิส พาณภัค ฮีโร่โอลิมปิก 2020 ที่วันนี้จะขอควงคุณพ่อสิริชัย และโค้ชเช ชัชชัย มาเปิดใจครั้งแรก หลังไปคว้าชัยชนะให้คนไทยทั้งประเทศ พร้อมเผยที่มาถึงเส้นทางการเป็นทีมชาติจากเด็กขี้แพ้สู่นักเทควันโดระดับโลก ผ่านทางรายการ คุยแซ่บshow ทางช่อง วัน31 ที่มีพีเค ปิยะวัฒน์ และชมพู่ ก่อนบ่าย เป็นพิธีกรดำเนินรายการ

เห็นว่าคิวแน่น คิวทอง แน่นขนาดไหน?

น้องเทนนิส : ก็มีออกงานสัมภาษณ์ มีพี่ชายคอยจัดการคิวให้

โค้ชเชหลังจากที่น้องคว้าเหรียญทองมา กลับมาถึงเมืองไทย ชีวิตเราเปลี่ยนไปไหม?

โค้ชเช : ก็มีคนรู้จักเยอะขึ้น

คุณพ่อสายโทรศัพท์ก็ไม่ว่างเลย?

พ่อ : รู้สึกภาคภูมิใจมาก ตอนนี้น้องเทนนิสเดินไปตรงไหน แม้แต่ใส่แมสก์เขาก็จำได้หมดแล้ว เขามาขอถ่ายรูปเต็มไปหมด

เหรียญทองนี้คือเป้าหมายชีวิตของโค้ชเชเลย รอมานานถึง 19 ปีด้วยกัน ตอนนั้นที่ลูกศิษย์เราได้เหรียญทอง โค้ชเชรู้สึกยังไง?

โค้ชเช : ดีใจและภูมิใจด้วย ที่ผ่านมาก็ซ้อมหนักมากครับ ผมขอบคุณเทนนิสเขาก็อดทน พยายามสู้ต่อ ผมดีใจสุดๆ ในชีวิตผม

น้ำตาไหลไหม?

โค้ชเช : แน่นอนครับ ผมร้องไห้เยอะมาก

นอกจากเหรียญทองที่รอมา 19 ปี อีกหนึ่งเรื่องที่รอเหมือนกันคือการขอสัญชาติไทย?

โค้ชเช : เมื่อเช้าผมก็ยื่นเอกสารที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ

แต่โค้ชเชก็มีชื่อไทยแล้ว?

โค้ชเช : ชัชชัย ก็เป็นเหมือนชัยนะ ท่านสมเด็จธงชัย เป็นคนตั้งให้ ก็ภูมิใจมากๆ 

ก่อนที่เทนนิสจะลงแข่ง ทั้งเทนนิสและโค้ชโทรไปหาคุณพ่อ?

น้องเทนนิส : ค่ะ คือปกติทุกครั้งที่หนูไปแข่ง พ่อจะตามไปเชียร์ได้ทุกครั้ง ไม่ว่าจะไกลแค่ไหนพ่อไปทุกที่ แต่ว่าคราวนี้ด้วยสถานการณ์โควิดทำให้พ่อเดินทางไปเชียร์ไม่ได้ โค้ชรู้ว่าเราอยากได้กำลังใจก็จะโทรหาพ่อให้ทุกครั้งที่แข่งเลย

พ่อ : พ่อบอกให้สู้เต็มที่ สู้จนวินาทีสุดท้าย เทนนิสทำให้ได้นะ เรามั่นใจว่าเราต้องทำได้

วันนั้นคุณพ่อพูดมั่นใจมากว่าวันนั้นเทนนิสได้เหรียญทอง ทำไมถึงมั่นใจขนาดนั้น?

พ่อ : ที่มั่นใจเพราะว่า เราทำการบ้านโจทย์นี้มา 3-4 ปีแล้ว โค้ชเชพาน้องเทนนิสเดินสายทั่วโลกแล้วครับ 3 ปี เราเก็บเหรียญทองได้ 19 เหรียญ  เราแข่ง 20 รายการ จนคะแนนเราเป็นที่1 ของโลก เราเลยมีความมั่นใจ ทุกมุมโลก เราเก็บเหรียญทองได้ทุกเหรียญ เหลือโอลิมปิกอยู่เหรียญเดียว คิดว่าเราคงทำได้

ถ้าไม่ติดโควิดพ่อจะขนญาติๆ ไปนั่งเชียร์ที่ญี่ปุ่นเลย?

พ่อ : ถ้าไม่ติดโควิดก็เตรียมกองเชียร์ไว้ 60 ท่าน จองเครื่องบินเรียบร้อย จองที่พัก ตั๋วเข้าชมเรียบร้อยแล้ว หมดเงินไป 3 แสนกว่าบาทแล้ว บางคนสมทบมาคนละ 30,000 บางคนไม่ต้องจ่าย พ่อก็จ่ายให้

พอติดโควิดพ่อได้เงินคืนไหม?

พ่อ : ค่าเครื่องบินเขาจ่ายคืนเป็นแต้ม ค่าตั๋วเข้าชมคนนึงประมาณ 4500 บาท จะจ่ายหลังพาราลิมปิกเสร็จ สำหรับค่าโรงแรมเขายึดไปครึ่งนึง

ตอนแข่งเหลือไม่กี่นาทีสุดท้ายพลิกมาชนะได้ ตอนนั้นในใจคิดอะไรอยู่?

น้องเทนนิส : ตอนนั้นแต้มนำอยู่ตอนแรกที่เริ่มยก3 เหลือประมาณ 40 วิก็โดนแซง ก็บอกตัวเองว่ายังพอมีเวลาค่อยๆ เก็บแต้ม เพราะคะแนนก็ห่าง 1 แต้ม ถ้าใจร้อนอาจจะทำให้แต้มไหลไปได้ พอเหลือ 10 วิสุดท้าย มันก็ยังตามอยู่ บอกตัวเองว่าต้องไปละ ถ้าวันนั้นแพ้ บอกตัวเองว่าต้องทำให้เต็มที่ก่อน ไม่อยากเสียใจแล้ว พอเราเข้าไปใส่ก็ได้แต่มกลับมา

10 วิสุดท้ายที่เราสามารถคว้าแต้มได้คิดว่าความสามารถหรือโชค?

น้องเทนนิส : หนูคิดว่าความสามารถแล้วกัน เพราะว่าตลอดเวลาที่ผ่านมาหนูทุ่มเททั้งหมดให้กับเทควันโด้ตลอดเวลา หนูไม่เบี่ยงเบนความสนใจไปที่อื่นเลย หนูเน้นอันนี้ แล้วก็อยากทำให้มันได้ แล้วหนูก็ไม่อยากรออีก 3 ปีข้างหน้าที่หนูจะกลับมาแก้ไขอันนี้ ทำให้เต็มที่ก่อน ยังมีเวลาอยู่

วันนั้นโค้ชเชได้บอกอะไรกับเทนนิสก่อนแข่ง?

โค้ชเช : บอกว่าไม่ต้องคิดถึงรอบชิง เจอสเปนแค่รอบแรก รอบชิงน่าจะกดดัน ไม่ต้องคิดเรื่องแพ้ชนะ ถ้าเล่นเต็มที่ มั่นใจปกติ เรื่องฝีมือ เรื่องเทคนิกเราดีกว่าเขาเยอะมาก เพราะฉะนั้นไม่เป็นไร เหมือนตอนที่ซ้อม ที่เตรียมมา

นอกจากคำพูดให้กำลังใจ ยังเล่นสายมูเตลูด้วย โค้ชมีพกผ้ายันต์ไปด้วย?

โค้ชเช : ก็ความเชื่อ ถ้ามั่นใจ ผมไม่เครียดก็มีโอกาสชนะ

น้องเทนนิส : นายกสมาคมเป็นคนให้มา นำมาให้ที่สนามบิน นำพระของที่บ้านที่พี่ให้มาก็ออาไปหมดทุกอย่าง ให้ทุกอย่างมันสมบูรณ์ 100% ทั้งร่างกาย จิตใจ ไม่อยากพลาดตรงไหน

นอกจากนั้นยังไปบนบาน ขอพรจากหลวงพ่อโสธรไว้ด้วย?

น้องเทนนิส : ใช่ค่ะ ไปแก้มาเมื่อวานแล้ว หนูก็ขอว่าให้ได้เหรียญทอง

มันมีตั้งหลายกีฬา ทำไมให้ลูกสาวเรียนเทควันโด?

พ่อ : บ้านเราอยู่จังหวัดสุราษฎร์ธานี ฝนตกตลอด เราเล่นกีฬาอื่นโอกาสมันน้อย แต่เทควันโดมันเล่นได้ตลอด แต่เทนนิสฝึกทุกอย่าง พาไปฝึกว่ายน้ำ กีฑา ฝึกวอลเล่บอล จักรยาน เทนนิส คือลูกๆ ทั้ง 3 คนชื่อเกี่ยวกับกีฬาหมดเลย เพราะครอบครัวเราเป็นครอบครัวกีฬา

เทนนิสที่ชอบเทควันโดเพราะพี่ชาย?

น้องเทนนิส : หนูชอบไปดูพี่ชายโดนเตะ ไปเชียร์

ได้ข้อมูลมาว่าน้องเทนนิสเหมือนโดนพ่อบังคับให้เรียน ใจเราไม่ได้อยากเรียนเทควันโดเลย?

น้องเทนนิส : ใช่ค่ะ ตอนแรกก็กลัวมากๆ เลย ไปดูพี่แข่งแต่ละครั้งคือมันรุนแรง พี่ชายแขนหักกลับมา ก็กลัวมากๆ บอกพ่อว่าหนูขอไปเล่นๆ ตามพี่ชายไปเที่ยวได้ไหม แต่ว่าไม่แข่งเด็ดขาด จนกระทั่งมีแมชต์แข่งที่ภูเก็ต หนูชอบทะเลมากๆ หนูบอกพ่อว่าหนูอยากไปเที่ยวภูเก็ตจังเลย พ่อบอกไม่ได้ ต้องลงแข่งถึงพาไป เราก็ลง แต่เป็นอะไรที่ฝังใจ โดนดูถูก ทำไมเธอเล่นอ่อนจัง ครั้งนั้นทำให้หนูอยากกลับมาซ้อมแล้วกลับไปชนะเขา ก็บอกพ่อเลยว่าต่อไปนี้มารับตอน 2 ทุ่มนะ หนูจะซ้อมรอบนักกีฬาแล้ว

จริงๆ แล้วที่มีเทนนิสและเหรียญทองได้ เพราะคำดูถูกที่ภูเก็ตเหรอ?

น้องเทนนิส : ใช่ค่ะ เพื่อนๆ แซวกันเฉยๆ 

สมมติเขาดูอยู่ตอนนี้อยากบอกอะไรเขา?

น้องเทนนิส : เราทำได้แล้วนะ ได้เหรียญทองโอลิมปิกแล้ว

เป็นนักกีฬามืออาชีพต้องขึ้นเหนือ ล่องใต้ ตอนนั้นห่วงเรื่องเดินทางไหม?

พ่อ : พ่อขับรถเองตลอด ไปทั่วประเทศ แพ้ส่วนใหญ่ ชนะน้อยมาก เพิ่งมาชนะที่อุตรดิตถ์ แล้วตั้งแต่นั้นมาประมาณ 11 ปีมาอยู่ในสนามกีฬา ซ้อม เก็บตัว ทีมชาติ

เห็นว่ามีอยู่ครั้งนึงรถเกิดแอคซิเดนเหรอพ่อ?

พ่อ : ครับ ช่วงนั้นยังไม่ติดทีมชาติ ขับรถจะมาชิงแชมป์ประเทศไทย ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ รังสิต ขับจากสุราษฯผ่านจังหวัดชุมพร ฝนมันตก พ่อก็บอกเทนนิสระวังนะ ตอนนี้รถมันควบคุมไม่ได้แล้วก็พลิกคว่ำแล้วไปฟาดกับต้นไม้ เกือบจะลงคลอง แล้วเอารถไปซ่อม แล้วขึ้นรถทัวร์มาแข่งต่อ

ที่ผ่านมาแพ้เยอะมาก แต่ทำไมใจยังสู้?

น้องเทนนิส : สำหรับหนู หนูไม่ได้กดดันตัวเองว่าหนูจะต้องเป็นแชมป์หรือเหรียญทอง เป้าหมายของหนูไม่ได้ไกลขนาดนี้คือหนูไม่คิดว่าตัวเองจะมาถึงวันนี้ ติดทีมชาติ ได้เหรียญทองโอลิมปิก มันไกลมากๆ  หนูเป็นเด็กที่ร่างกายไม่แข็งแรงเลย คือรูปร่างหนูผอมแห้ง แล้วก็แทบจะไม่มีแรงเลย สิ่งที่หนูทำแต่ละวันคือหนูทำให้ดีที่สุดในแบบของหนู หนูไม่ได้กดดันตัวเองว่าฉันจะต้องเป็นแชมป์นะ เพราะฉะนั้นหนูทำให้ดีที่สุดแล้วมีความสุขกับสิ่งที่หนูทำแต่ละวัน

พ่อ : เทนนิสได้ร่วมแข่งขัน พ่อถือว่าเป็นความสุขแล้ว ส่วนผลจะออกมาเป็นอย่างไรนั้นพ่อไม่มาย พ่อสอนเทนนิสอยู่เสมอว่าคนที่ยืนอยู่บนแท่นชนะคือคนที่ผ่านความพ่ายแพ้มาแล้วทั้งสิ้น ไม่เป็นไรเรื่องแพ้ สู้ไปได้ตลอด

เรื่องจริงไหมที่เขาบอกว่าโค้ชเชดุมากๆ?

น้องเทนนิส : ค่ะ

โค้ชเช : ดุครับ เพราะว่าผมอยากให้ทุกคนเก่งขึ้น จริงๆ ผมต้องการซ้อมหนักแต่ว่าไปแข่งเบา ผมพูดตลอดว่าตอนซ้อมเหนื่อย ร้องไห้ก็ไม่เป็นไร แต่ว่าไปแข่งเราได้ที่1 เราก็ร้องไห้อีก

ตอนซ้อมมีร้องไห้ไหม?

น้องเทนนิส : ประจำ มันร้องไห้เพราะเหนื่อย ในใจมันคิดว่าทำไมมันต้องเหนื่อยขนาดนี้ แต่ก็บอกตัวเองว่ามันต้องเหนื่อยมากกว่าคนอื่นอยู่แล้ว มันเป็นโอลิมปิกนะ ต้องเต็มที่สุดๆ จนกว่าจะแข่งขัน

เห็นว่าตอนซ้อมก็มีเรื่องเรียนด้วย คุณพ่อก็เป็นห่วงก็จะจบไม่ทัน?

น้องเทนนิส : ตอนปริญญาตรีก็เรียนหนักมาก เพราะว่าเรียนจุฬา คณะวิทยาศาสตร์การกีฬา ติดทีมชาติด้วย แล้วก็เรียนด้วย ต้องจัดการเวลาอย่างหนักเลย ตื่นเช้ามาซ้อม 6 โมง แล้วรีบขึ้นรถไปเรียน 9 โมง เลิกเรียน 4 โมงกลับมาซ้อม คือมันแน่นมากๆ 

คนนี้เขามีตำแหน่งด้วยนะ เรืออากาศหญิง ได้ตำแหน่งนั้นมาได้ยังไง?

น้องเทนนิส : ได้ตั้งแต่ก่อนไปแข่งโอลิมปิก 

ล่าสุดก็ได้ตำแหน่งฑูต?

น้องเทนนิส : การท่องเที่ยวและกีฬา

เทนนิสแพ้มาก็เยอะ ชนะมาก็เยอะ ต้องมีการแพ้ เราถึงมีวันนี้ได้?

น้องเทนนิส : จริงค่ะ หนูคิดว่าไม่ว่าจะแพ้หรือชนะ มีประสบการณ์ที่ทำให้เราได้เรียนรู้ล้ำค่าที่สุดแล้ว

เห็นบอกว่าเจอคอมเมนต์ทั้งชมและอีกฝ่ายด้วย เจออะไรมาบ้าง?

น้องเทนนิส : เจอแบบรูปร่างแบบนี้เตะเทควันโดไหวเหรอ มีแรงหรือเปล่า

มีคอมเมนต์ไหนที่เราติดใจบ้างไหม?

น้องเทนนิส : อันไหนไม่ดีหนูก็ปล่อยผ่าน ถ้าเป็นสิ่งที่ทำให้หนูปรับปรุงตัว หนูก็เอามาปรับปรุง อะไรที่เป็นคำชมก็เป็นแรงบันดาลใจให้หนูฝึกซ้อม และพัฒนาต่อไป

มีคนคุยหรือยัง?

เทนนิส : ยังไม่มีแฟน

มีคนคุยด้วยไหม?

เทนนิส : มีค่ะ ถ้าไม่มีก็อยู่คนเดียวไม่ได้ ก็เป็นเพื่อนๆ

พ่อห่วงไหม?

พ่อ : ก็ไม่ห่วง ลูกเรียนปริญญาตรี สำหรับพ่อเรียนมหาลัยก็ถือว่าโตแล้ว

แสดงว่าหนุ่มๆ ที่เข้ามาจีบพ่อไม่ห่วงเลย?

พ่อ : ไม่ว่าเลย มาเลย อยากได้คนที่เป็นผู้นำครอบครัวได้ พูดจริง ทำจริง เป็นคนดี

จูเนียร์ได้ไหม?

พ่อ : เทนนิสเป็นคนตัดสินใจเอง

เทนนิส : กับจูเนียร์ซ้อมมาด้วยกันตั้งแต่ปี 2012 

เขาบอกเป็นคู่จิ้นกันจริงไหม?

น้องเทนนิส : แฟนคลับเห็นเราไปแข่งด้วยกันสองคน ติดโอลิมปิกครั้งนี้ก็ไปกันสองคน ก็มีรูปภาพ วีดิโอต่างๆ คนก็จับมาจิ้น

สเปคของเทนนิสชอบแบบไหน?

น้องเทนนิส : ชอบคนที่เข้าใจเรา เพราะเราฝึกซ้อมกีฬา แทบจะไม่มีเวลาไปหาเลย

สมมติคนในวงการบันเทิง ชอบแบบไหน?

น้องเทนนิส : แบบไบรท์

อยากจะบอกอะไรกับไบรท์?

น้องเทนนิส : ไบรท์กับวินเลยละกันนะคะ ก็ชอบทั้งสองคน ติดตามผลงาน ถ้ามีโอกาสก็อยากจะเจอกันแล้วก็ร่วมงานนกันนะคะ

ตอนนี้ได้เหรียญทองแล้วเปิดใจไหม?

น้องเทนนิส : เปิดโอกาสมากขึ้น แต่ยังโฟกัสเรื่องของกีฬาอยู่

ติดตามชมรายการ “คุยแซ่บShow”  ทุกวันจันทร์-วันศุกร์  เวลา13.40-14.40 น. ทางช่อง one31 Facebook Page : คุยแซ่บShow รับชมย้อนหลังได้ที่ Youtube Channel : Orange Mama

 

คอสตูม ‘เบลล่า, พิ้งค์กี้’ ปั๊วปังเกินต้าน!! #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/594795

คอสตูม‘เบลล่า,พิ้งค์กี้’ปั๊วปังเกินต้าน!!

คอสตูม‘เบลล่า,พิ้งค์กี้’ปั๊วปังเกินต้าน!!

วันเสาร์ ที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

“Dare To Love ให้รักพิพากษา”ละครช่อง 3 ที่กำลังมาแรงทั้งบนหน้าจอและในโลกออนไลน์เรียกได้ว่ามีกระแสคำชมแบบถล่มทลายกันเลยทีเดียว และตอนนี้เรื่องราวก็กำลังดำเนินไปอย่างเข้มข้น ยิ่งในส่วนเรื่องราวความรักของคู่“คิว” กับ “ทิชา” และคู่ “บอสเบน” กับ “คามีเลีย” ก็กำลังจะถูกพิพากษา!! ทั้งสองคู่จะลงเอยอย่างไรต้องไปลุ้นในละคร “Dare To Love ให้รักพิพากษา” และนอกจากความสนุกของเนื้อหาละคร ยังมีเรื่องคอสตูมของสองสาวทนาย “ทิชา” ที่รับบทโดย “เบลล่า-ราณี” และทนาย “คามีเลีย” ที่รับบทโดย“พิ้งค์กี้-สาวิกา” ได้ชนะใจสาวๆ เป็นอย่างมาก ยิ่งถ้าใครเป็นสาวออฟฟิศบอกเลยว่าคอสตูมเรื่องนี้จะทำให้ร้องกรี๊ด

โดยชุดที่สองสาว “เบลล่า” และ “พิ้งค์กี้” ใส่ในเรื่องนั้นมีมากมายเหลือเกิน ไม่ว่าจะเป็นชุดสูทผู้หญิงสไตล์เกาหลีที่ทั้งสองสาวใส่แล้วดูดีดูแพงสุดๆ หรือจะเป็นเสื้อครอปทรงสูทสุดเก๋ไก๋จากนั้นเป็นเสื้อสูทผ่าแขนที่สามารถใส่คู่กางเกงขายาวหรือขาสั้นก็ดีไปหมด นอกจากนี้ ยังมีชุดเดรสสูทผู้หญิงที่สองสาวใส่แล้วสวยจับใจซึ่งชุดสูททุกสไตล์ สาวๆ สามารถเลือกสีสันให้เหมาะสมกับโอกาสต่าง ๆ ยกตัวอย่างเช่น ถ้าอยากสวยเก่งพร้อมฟาด จัดไปเลย เดรสสูทสีจี๊ดจาดแบบที่สาว พิ้งค์กี้ ใส่ในเรื่อง แต่ถ้าสาวๆ อยากเป็นผู้หญิงสง่าดูดีน่าทะนุถนอมแต่แฝงไปด้วยความเก่ง ต้องสูทสีครีม หรือสีขาว แบบที่สาว เบลล่าสวมใส่เป็นต้นซึ่งด้วยความที่ทั้งสองสาวรับบทเป็นทนายความ ดังนั้นแฟนๆก็จะได้เห็นลุคชุดทนายของพวกเธอที่สองสาวใส่แล้วความสวยยืนหนึ่งในทุกศาล ปิดท้ายด้วยชุดเดรสมัดย้อมของสาว เบลล่า ในฉากสวีทที่ทะเลกับคิวถ้าสาวๆ คนไหนรักการแต่งตัวอยากดูคอสตูมสุดปั๊วปัง ก็ไม่ควรพลาดกับละคร “Dare To Love ให้รักพิพากษา” ทุกวันพุธ-พฤหัสบดี เวลา 20.30 น.
ทางช่อง 3 กด 33 หรือติดตามความเคลื่อนไหวได้ที่ CH3Thailand และแอปพลิเคชั่น CH3Plus

‘The Weeknd’ ปล่อยซิงเกิ้ลใหม่ ‘Take My Breath’ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/594732

‘The Weeknd’ ปล่อยซิงเกิ้ลใหม่ ‘Take My Breath’

‘The Weeknd’ ปล่อยซิงเกิ้ลใหม่ ‘Take My Breath’

วันเสาร์ ที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

ซูเปอร์สตาร์สาย R&B อย่าง“The Weeknd” กลับมาพร้อมเพลงใหม่“Take My Breath” ที่ได้โปรดิวซ์ชื่อดังอย่าง Max Martin และ Oscar Holter มาร่วมงาน กับซาวนด์ดนตรี’80 ที่ยังคงเอกลักษณ์เฉพาะของ “The Weeknd” พร้อมการเล่าเรื่องผ่านมิวสิกวีดีโอที่ดูแล้วแทบลืมหายใจ กำกับโดย “Cliqua” ที่ร่วมงานกันมาตั้งแต่อั้ลบั้ม “After Hours”

“Take My Breath” ถือเป็นผลงานแรกหลังจากเปิดตัวอัลบั้ม “After Hours” ที่ปล่อยไปเมื่อปี 2020 โดยอัลบั้ม “After Hours” นั้นเป็นอัลบั้มที่ 4 ของ “The Weeknd” ที่มียอดสตรีมสูงถึง 15.7 พันล้านสตรีม จึงได้รับการรับรอง doubleplatinum จาก RIAA และนอกจากนี้ยังติดชาร์ตใน 20 ประเทศทั่วโลก โดยเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา “The Weeknd” ได้ทวิตเป็นนัยให้แฟนๆ ได้ทราบถึงเพลงใหม่ของเขาที่กำลังจะปล่อยต่อมาในวันจันทร์นิตยสาร GQ ได้เปิดตัวนิตยสารระดับโลกฉบับแรกในรอบ 90 ปี โดยมี “The Weeknd” ขึ้นปกพร้อมบทสัมภาษณ์ที่ “The Weeknd” บอกใบ้ถึงเพลงใหม่ๆ ให้ผู้อ่านอีกด้วย

“ผลงานล่าสุดของ The Weeknd เป็นโปรเจกท์ที่ดีที่สุดที่เขาเคยทำมาแทบจะเป็นไปไม่ได้เลยที่จะฟังเพลงของศิลปินท่านอื่น ทุกเพลงฟังดูนุ่มนวลหรือไม่ก็สนุกไม่มากพอ หรือบางเพลงก็มีความสุขเกินไป หรือเศร้าเกินไปเห็นได้ชัดว่านี่ไม่ใช่แค่เพลงที่ The Weeknd อยากทำออกมา แต่มันเป็นเป็นเพลงที่เราอยากให้เขาทำ”

Mark Anthony Green บรรณาธิการนักเขียนของ GQ ได้กล่าวไว้นอกจากนี้Mark Anthony Green กล่าวเพิ่มเติมอีกว่า “เพลงใหม่ของ The Weeknd อัดแน่นไปด้วยดนตรีและจังหวะที่ชวนให้รู้สึกเหมือนอยู่ในปาร์ตี้ และแน่นอนว่าไม่ใช่แนวดิสโก้ย้อนยุคเหมือนเพลงอื่นๆ อัลบั้มนี้จะมาเป็นดิสโก้แนวใหม่ที่จะทำให้คุณรู้สึกเหมือนอยู่ในปาร์ตี้ที่สนุกสุดเหวี่ยงที่สุดในชีวิตของคุณเลย”

‘Lady Gaga’ และ ‘Tony Bennett’ โคจรคัมแบ๊กร่วมงานอีกครั้ง!! ในซิงเกิ้ลล่าสุด #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/594733

‘Lady Gaga’ และ ‘Tony Bennett’ โคจรคัมแบ๊กร่วมงานอีกครั้ง!! ในซิงเกิ้ลล่าสุด

‘Lady Gaga’ และ ‘Tony Bennett’ โคจรคัมแบ๊กร่วมงานอีกครั้ง!! ในซิงเกิ้ลล่าสุด

วันเสาร์ ที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

เป็นอีกเรื่องที่น่าตื่นเต้น เมื่อซูเปอร์สตาร์เจ้าของรางวัลมากมายอย่าง“Lady Gaga” โคจรมาร่วมงานกันอีกครั้งกับศิลปินเพลงแจ๊สระดับตำนาน “Tony Bennett” ในรอบ 7 ปี หลังจากอัลบั้ม “Cheek To Cheek” เมื่อปี 2014 โดยครั้งนี้พวกเขากลับมาพร้อมอัลบั้ม “Love For Sale”สมศักดิ์ศรีการกลับมาของ“Lady Gaga”โดยจะประเดิมเพลงแรก“I Get A Kicked Out Of You” ให้แฟนๆ ได้หายคิดถึงและมีกำหนดปล่อยอัลบั้ม “Love For Sale” ในวันที่ 1 ตุลาคมนี้ผ่านทาง Columbia Records/InterscopeRecords ซึ่งอัลบั้มประวัติศาสตร์นี้จะเป็นการอัดเพลงครั้งสุดท้ายของ “Tony”เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองดนตรีแจ๊สสุดละมุน “The Cole Porter SongBook” โดยก่อนหน้านี้ “Lady Gaga” และ “Tony Bennett” เคยปล่อยอัลบั้มแจ๊สร่วมกันมาแล้วอย่าง “Cheek To Cheek”เมื่อปี 2014 และมีเพลงฮิตมากมายส่วนอัลบั้มนี้ “Lady Gaga” กล่าวว่า“ฉันรู้สึกตื่นเต้นและเป็นเกียรติมากที่ได้ร่วมงานกับ “Tony Bennett” อีกครั้งและตื่นเต้นจะที่ประกาศอัลบั้มใหม่ของเรา”

โดยเพลง “I Get A Kick Out Of You” เป็นเพลงแรกที่ได้ปล่อยออกมาของอัลบั้ม “Love For Sale” และ “Tony Bennett” ได้เฉลิมฉลองอายุ 95 ปีของเขาด้วยการแสดงในบทเพลงที่ได้สรรคสร้างมาตลอดทั้งชีวิตและได้ร่วมแสดงกับ “Lady Gaga” ที่ Radio CityMusic อีกด้วยสำหรับ MV เพลง “I GetA Kick Out Of You” รอชมได้เย็นวันนี้ “Love For Sale” รวมผลงานเพลงของ“The Cole Porter Song Book” ซึ่งเป็นไอเดียของทั้งสองคนที่ได้พูดคุยกันหลังจากอัลบั้มแรกของเขา “Cheek To Cheek” ได้อยู่อันดับ1บน Billboardalbum charts เมื่อปี 2015  อัลบั้ม “LoveFor Sale” ประกอบไปด้วยการรวมตัวของวงดนตรีมากมายไม่ว่าจะเป็น วงแจ๊ส, วงบิ๊กแบนด์ และวงเครื่องสายที่จะมาร่วมบรรเลงสร้างสรรค์ดนตรีให้ทุกคนได้เปิดประสบการณ์ด้านดนตรีแปลกใหม่ใครรู้ตัวว่าเป็นแฟนเพลงแจ๊สตัวจริงห้ามพลาด!!

‘เปาวลี’ แนะทางเลือกทำเกษตรยุคใหม่ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/594797

‘เปาวลี’ แนะทางเลือกทำเกษตรยุคใหม่

‘เปาวลี’ แนะทางเลือกทำเกษตรยุคใหม่

วันเสาร์ ที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

ในช่วงวิกฤติโควิด-19 ที่ทุกคนกำลังต้องเผชิญกับภาวะความเดือดร้อนต่างๆ มากมาย ศิลปินแกรมมี่เปาวลี-พรพิมล ตัวแทนคนรุ่นใหม่ จึงอยากชวนให้คนไทยทุกคน ลุก! ขึ้นมาแล้ว Look “ดู” สิ่งที่ทำให้ทุกคนรอดจากสถานการณ์โควิดในครั้งนี้ไปด้วยกันภายใต้แคมเปญ “ลุก (Look) แล้วรอด”เนื่องในโอกาสครบรอบ 42 ปี ศูนย์ศึกษาการพัฒนาเขาหินซ้อน อันเนื่องมาจากพระราชดำริกรมพัฒนาที่ดินโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้คนไทยสามารถปรับตัวและดำเนินชีวิตอยู่ในสถานการณ์โควิด-19 โดยพึ่งพาแนวคิดเกษตรยุคใหม่ในครัวเรือน อาทิ การปลูกฟ้าทะลายโจร สมุนไพรต้านไวรัส สร้างรายได้, การปรุงดินแบบฉบับเขาหินซ้อนเพื่อทำการเกษตรย่อมๆ ในครัวเรือน, การเพาะเห็ดนางฟ้าภูฐาน ที่เพาะง่ายให้ผลผลิตเร็ว และการทำปศุสัตว์ขนาดย่อม เป็นต้น เปาวลี-พรพิมล เปิดเผยว่า

“สำหรับแคมเปญ ลุก (Look) แล้วรอด ถือเป็นโครงการที่ดี ที่จะช่วยให้ทุกคนอยู่รอดในช่วงวิกฤตินี้ค่ะ เพราะหลายคนได้รับผลกระทบจากภาวะวิกฤติโควิด-19 ทำให้ไม่สามารถออกไปทำงานนอกบ้านได้ บางคนต้องกักตัวอยู่ที่บ้าน ทำให้สูญเสียรายได้และยังส่งผลให้สุขภาพจิตย่ำแย่ เปาคิดว่าโครงการนี้ จะช่วยให้ทุกคนสามารถสร้างอาชีพและมีรายได้ โดยไม่ต้องออกไปเสี่ยงต่อการติดเชื้อโรคโควิด-19 เป็นการทำเกษตรยุคใหม่ที่สามารถทำได้ง่ายๆ ในครัวเรือน ทำให้เรามีกินมีใช้ และการได้อยู่กับธรรมชาติ ได้ทำกิจกรรมต่างๆ จะช่วยฟื้นฟูจิตใจของเราได้เป็นอย่างดีเลยค่ะเปาขอเป็นกำลังใจให้คนไทยทุกคนฝ่าวิกฤติในครั้งนี้ไปด้วยกันนะคะ ขอให้ทุกคนลุกขึ้นสู้ ลุกขึ้นมาทำสิ่งเหล่านี้เพื่อตัวคุณเองและคนที่คุณรักค่ะ”

Dru Chen ปล่อย EP และซิงเกิ้ลใหม่ ‘Our Story’ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/594724

Dru Chen ปล่อย EP และซิงเกิ้ลใหม่ ‘Our Story’

Dru Chen ปล่อย EP และซิงเกิ้ลใหม่ ‘Our Story’

วันเสาร์ ที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

Dru Chen ศิลปินจากสังกัด Yung Lee Records ปล่อย EP “Our Story” ออกมาให้แฟนเพลงได้ฟังกันเต็มๆ พร้อมส่งซิงเกิ้ล “Our Story” ชื่อเดียวกับ EP ที่ Dru Chen ได้ร่วมกันแต่งและโปรดิวซ์โดย Joel Tan และ Paul McMurray ด้วยคอร์ดกีตาร์ที่ไพเราะโดดเด่นและจังหวะดนตรีที่ละเอียดอ่อนที่จะทำให้คนฟังได้ซึมซับไปกับเรื่องราวของเพลงนี้

ซิงเกิ้ล “Our Story” เป็นเพลงที่พูดถึงการจัดการความรู้สึก ความจริงที่เจ็บปวดที่คุณต้องยอมรับและหาหนทางอยู่กับความจริงด้วยความเข้าใจและอดทน ปล่อยให้มันเป็นไปและกลับมาเป็นตัวของตัวเอง EP “Our Story” ประกอบด้วย4 แทร็ค ได้แก่ “OurStory”, “Hold You”, “EiffelTower” และ “Replay”สามารถสตรีมมิ่งได้แล้วที่ https://bfan.link/our-story