Skip to primary content
Skip to secondary content

SootinClaimon.Com

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย2 [SartKasetDinPui2] : รวบรวม ข้อมูล เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม เกษตร ดิน น้ำ ปุ๋ย

SootinClaimon.Com

Main menu

  • Home
  • KU23-2506
  • ข้อคิดความเห็น
  • ตระกูลคล้ายมนต์
  • ผมเองครับ
  • ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย1

Monthly Archives: August 2021

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

หดหู่ใจ! สาวอุดรฯ ติดโควิดรักษาหายแล้วกลับบ้านเกิด พ่อแม่กลัวไล่ตะเพิดไม่ให้เข้าบ้าน #SootinClaimon.Com

Posted on August 19, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/595458

หดหู่ใจ! สาวอุดรฯ ติดโควิดรักษาหายแล้วกลับบ้านเกิด พ่อแม่กลัวไล่ตะเพิดไม่ให้เข้าบ้าน

หดหู่ใจ! สาวอุดรฯ ติดโควิดรักษาหายแล้วกลับบ้านเกิด พ่อแม่กลัวไล่ตะเพิดไม่ให้เข้าบ้าน

วันอังคาร ที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 09.19 น.

สาวอุดรไปทำงานภูเก็ตกลับมาบ้านที่อุดรฯ ติดโควิดระหว่างทาง แพทย์อุดรฯ นำตัวมารักษาจนหายดีเดินทางกลับบ้านที่ อ.บ้านดุง พ่อแม่ไล่พ้นออกจากบ้านต้องระหกระเหินนอนโรงพัก บขส.นานหลายวัน จิตอาสาเห็นใจให้มาพักที่บ้านสวน เจ้าตัวเผยไม่ขอเข้าบ้านอีกห่วงความรู้สึกพ่อแม่จะขอเดินทางกลับไปภูเก็ตหาสามีรอเพียงค่ารถที่สามีจะส่งมาให้อีก 2 วัน

16 ส.ค.64 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ อ.บ้านดุง จ.อุดรธานี มีเรื่องราวของหญิงสาวรายหนึ่งอายุ 43 ปี ถูกพ่อแม่ไล่พ้นบ้านเพราะเรื่องติดเชื้อโควิด  แม้สาวรายนี้จะรักษาโควิดหายแล้วก็ตามแต่พ่อและแม่แท้ๆ และญาติพี่น้องไม่ยอมให้เข้าบ้านแถมไล่พ้นบ้านให้ไปไกลๆ ต่อมาผู้สื่อข่าวเดินทางไปพบกับนายวีระพล รักเสมอวงษ์ แอดมินเพจ บ้านดุงอัพเดท Bandung Update จิตอาสาช่วยชาวบ้านติดโควิด   และเป็นจิตอาสาที่ช่วยหญิงสาวคนนี้ หลังจากต้องระหกระเหินนอนตามสถานีตำรวจ และบขส.มานานกว่า 3 วัน พร้อมกับได้พาไปทำบัตรประชาชนใบใหม่หลังจากใบเก่าได้หายไป และได้พาตัวมาพักที่บ้านสวนเพื่อรอเดินทางไปยังจ.ภูเก็ตในเร็ววันนี้

น.ส.ส้ม (นามสมมติ) อายุ 43 ปี เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า แต่ก่อนตนเองทำงานเป็นแคชเชียร์ที่บาร์ในจ.ภูเก็ต เมื่อต้นเดือนได้เดินทางกลับมาบ้านที่จ.อุดรธานี โดยนั่งรถทัวร์โดยสารมาลงที่กรุงเทพฯ จากนั้นได้ต่อรถมาที่จ.อุดรธานี พอมาถึงก็มากักตัวที่บ้านสันติสุขที่อ.บ้านดุงเป็นเวลา 14 วันและจากการตรวจหาเชื้อก็พบว่าติดเชื้อโควิดรักษาตัวที่รพ.สมเด็จพระยุพราชอ.บ้านดุง 2 วันจากนั้นไปรักษาตัวต่อที่สามพร้าวตั้งแต่วันที่ 16 ก.ค.64 จนถึงวันที่ 29 ก.ค.64 เมื่อหายแล้วทางแพทย์ได้ออกใบรับรองแพทย์ว่าหายเป็นปกติแล้วก็เดินทางกลับมาบ้านที่ อ.บ้านดุง ยังไม่พอไปกักตัวที่รีสอร์ทแห่งหนึ่งอีก 14 วัน เพื่อความสบายใจโดยมีกำนันฯ ต.บ้านดุง จัดสถานที่ให้ พอกักตัวครบแล้วก็ดีใจเดินทางกลับบ้านไปบ้านที่หมู่บ้านแห่งหนึ่งใน ต.บ้านดุง เพื่อไปพบหน้าพ่อและแม่ แต่ปรากฏว่าพอไปถึงพ่อกับแม่กับไล่ตนเอง ให้ไปไกลๆ เพราะติดโควิดแม้จะรักษาหายก็ตาม บ้านนี้มีลูกๆ หลานๆ อีกหลายคน

เมื่อได้ยินพ่อกับแม่พูดอย่างนั้น ตนเองจนสะอึกพูดอะไรไม่ออกได้แต่ร้องไห้ออกมาจากบ้าน แต่ก่อนออกมาก็พยายามพูดให้ทุกคนเข้าใจว่ารักษาหายแล้ว พร้อมกับใบรับรองแพทย์ให้ดูแต่ไม่มีใครกล้าเข้าใกล้ ตนเองจึงต้องเดินออกจากบ้านแล้วมานอน บขส.บ้าง สถานีตร.บ้านดุงบ้าง คิดแล้วช้ำใจ จะไม่ขอเข้าบ้านอีกแล้ว ไปก็โดนด่าไม่มีใครต้อนรับ ขอกลับไปภูเก็ต โดยน.ส.ส้มพูดไปเช็ดน้ำตาไป

ขณะที่นายวีระพล รักเสมอวงษ์ แอดมินเพจ บ้านดุงอัพเดท Bandung Update และเป็นจิตอาสาที่ช่วยหญิงสาวคนนี้ เปิดเผยว่า ตนเองเพิ่งกลับจากเดินทางไปรับชาวบ้านจากกรุงเทพฯมาถึงอุดรเมื่อเช้าวันนี้ก็ได้รับแจ้งจาก ตร.ว่ามีหญิงสาวรักษาโควิดหายแล้วแต่พ่อแม่และญาติพี่น้องไม่ให้เข้าบ้านมาแล้ว 3 วัน มานอนที่บขส.และสภ.บ้านดุงบ้าง และวันนี้ทราบว่าจะไปขอนอนที่วัดฯ จึงเดินทางไปตรวจสอบที่บ้านโนนกกบาก ก็พบหญิงคนนี้ไปขอนอนที่วัดกับเจ้าอาวาส แต่เมื่อชาวบ้านทราบข่าวว่าเคยติดโควิดมาก็เลยเป็นห่วง ตนเองจึงอาสาให้มานอนที่บ้านสวน และทราบว่าทำบัตรประชาชนหายด้วยก็เลยพาไปทำบัตรประชาชนใหม่ก็ได้รับความร่วมมือจากท่านายอำเภอบ้านดุงและปลัดอำเภอ จนได้บัตรประชาชนใหม่

และทางสามีที่อยู่ภูเก็ตก็โทรมาบอกว่า ขอให้ผมช่วยเขาหน่อยเพราะพ่อแม่ไล่พ้นจากบ้าน ตนเองก็ยินดี ยามนี้ต้องช่วยกัน ตอนนี้ให้มานอนที่บ้านสวนไปก่อน และเห็นทางสามีบอกว่าจะส่งเงินมาให้อีก 2 วันเพื่อเป็นค่ารถให้ภรรยากลับไปที่ภูเก็ต ช่วงนี้ก็ให้นอนที่บ้านสวนตนเองก่อน และภายใน 2 วันนี้ตนเองจะเดินทางไปรับผู้ป่วยโควิดกลับมารักษาที่กรุงเพทฯก็จะอาสาพาไปส่งภูเก็ตด้วย

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

นักวิชาการดังจับตาประชุมครม. ห่วง ‘ยัดไส้’ นิรโทษกรรมฝ่ายนโยบายสธ. #SootinClaimon.Com

Posted on August 19, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/595453

นักวิชาการดังจับตาประชุมครม. ห่วง'ยัดไส้'นิรโทษกรรมฝ่ายนโยบายสธ.

นักวิชาการดังจับตาประชุมครม. ห่วง’ยัดไส้’นิรโทษกรรมฝ่ายนโยบายสธ.

วันอังคาร ที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 09.08 น.

17 สิงหาคม 2564 น.ส.สฤณี อาชวานันทกุล นักวิชาการอิสระด้านเศรษฐศาสตร์ นักเขียน นักแปลชื่อดัง ได้โพสต์ข้อความระบุว่า….

“มีผู้หวังดีหลังไมค์มาบอกว่า สื่อมวลชนและประชาชนควรจับตาดูการประชุม ครม. วันนี้ (17 ส.ค.) อย่างใกล้ชิด เพราะอาจมีการเสนอเรื่อง แก้ไข พ.ร.บ. โรคติดต่อ เพื่อเพิ่มเนื้อหาเกี่ยวกับการคุ้มครองบุคลากร สธ. และ “ยัดไส้” เนื้อหาเกี่ยวกับการนิรโทษกรรมฝ่ายนโยบาย สธ. เข้าไป หรือไม่ก็จะเสนอให้ออก พ.ร.ก. สถานการณ์ฉุกเฉินด้านสาธารณสุข ซึ่งมีเนื้อหายัดไส้ประมาณเดียวกัน 

เพราะเรื่องนิรโทษกรรมฝ่ายนโยบายสาธารณสุขนั้นโดนประชาชนต่อต้านอย่างต่อเนื่องเลยถอยไป แต่ “เจตนา” ยังอยู่ค่ะ 

#นอกจากจะขับเคลื่อนด้วยการด่าแล้วยังต้องไม่ละสายตาด้วย “

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ชื่นชมทีมแพทย์ นั่ง จยย.พ่วงข้าง เคาะประตูบ้านฉีดวัคซีนผู้ป่วยติดเตียง #SootinClaimon.Com

Posted on August 19, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/595451

ชื่นชมทีมแพทย์ นั่ง จยย.พ่วงข้าง เคาะประตูบ้านฉีดวัคซีนผู้ป่วยติดเตียง

ชื่นชมทีมแพทย์ นั่ง จยย.พ่วงข้าง เคาะประตูบ้านฉีดวัคซีนผู้ป่วยติดเตียง

วันอังคาร ที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 08.48 น.

17 ส.ค.64 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ อ.ร่อนพิบูลย์ จ.นครศรีธรรมราช กลุ่มบุคลากรทางการแพทย์ พร้อมจิตอาสาพระราชทาน ร่วมกันลงพื้นที่ปูพรมแบบเคาะประตูบ้าน เพื่อฉีดวัคซีนกับผู้ป่วยติดเตียง ผู้สูงอายุที่ไม่สามารถเดินทางไปรับการฉีดวัคซีนตามศูนย์ฉีดวัคซีนของโรงพยาบาลได้ เนื่องจากสภาพร่างกาย อย่างไรก็ตามบ้านผู้ป่วยติดเตียง กระจายอยู่ในพื้นที่ห่างไกล ถนนหนทางค่อนข้างคบ รถยนต์ไม่สามารถเข้าถึงได้ เจ้าหน้าที่จึงต้องใช้รถจักรยานยนต์พ่วงข่าง ขนเครื่องมือแพทย์ พร้อมวัคซีน บุกถึงบ้านผู้ป่วยติดเตียง เพื่อฉีดวัคซีนป้องกันโควิด -19 ให้กับผู้ป่วยติดเตียง ซึ่งสร้างความดีใจให้กับผู้ป่วยติดเตียง เนื่องจากมีผู้ป่วยติดเตียงหลายรายที่ลงทะเบียนรับการฉีดวัคซีน แต่ไม่สามารถเดินทางไปรับการฉีดวัคซีตามศูนย์ฉีดได้ เนื่องจากปัจจัยหลายๆด้าน

อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่บุคลากรการแพทย์ ที่ลงพื้นที่ฉีดวัคซีนป้องกันโควิด – 19 ให้กับผู้ป่วยติดเตียง เป็นการอำนวยความสะดวก พร้อมกับแนะนำขั้นตอนการดูแลตัวเอง รวมทั้งผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นได้หลังการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด – 19 ให้กับผู้ป่วยติดเตียง และญาติๆ ซึ่งสร้างความดีใจให้กับญาติๆ รวมทั้งผู้ป่วยติดเตียงที่มีโอกาสเข้าถึงวัคซีนป้องกันโควิด – 19

ขณะที่นายนูรดี อับดุลรา นายอำเภอร่อนพิบูลย์ เผยว่า ทางอำเภอร่อนพิบูลย์ ร่วมกับจังหวัด และสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนครศรีธรรมราช  นำคณะบุคลากรทางการแพทย์ ทั้งแพทย์ พยาบาล อสม.และจิตอาสา ลงพื้นที่ปูพรมแบบเคาะประตูบ้าน เพื่อเร่งฉีดวัคซีนป้องกันโควิด – 19 ให้กับผู้ป่วยติดเตียง ตามนโยบายของผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช ที่สร้างการสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ให้กับกลุ่มผู้ป่วยติดเตียง และมีโอกาสเข้าถึงวัคซีนป้องกันโควิด – 19 เหมือนประชาชนชนทั่วไป จึงตั้งโครงการดังกล่าว เพื่อเร่งฉีดวัคซีนให้กับผู้ป่วยติดเตียงทั่วทั้ง 23 อำเภอ  

ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า สำหรับโครงการลงพื้นที่ปูพรมฉีดวัคซีนป้องกันโควิด – 19 ให้กับผู้ป่วยติดเตียงของจังหวัดนครศรีธรรมราช ดำเนินการตั้งแต่วันที่ 5 ส.ค.ที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบัน ทำการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด -19 ให้กับผู้ป่วยติดเตียงแล้วประกอบด้วย อ.สิชล 91 คน อ.ขนอม 37 คน อ.นบพิตำ 28 คน อ.ทุ่งใหญ่ 33 คน อ.เฉลิมพระเกียรติ 35 คน อ.เชียรใหญ่ 35 คน อ.จุฬาภรณ์ 42 คน และ อ.ร่อนพิบูลย์ 85 คน

ขณะที่สถานการณ์การแพร่ระบาดไวรัสโควิด -19 ของจังหวัดนครศรีธรรมราช ณ วันที่ 17 ส.ค.64 พบผู้ป่วยติดเชื้อรายใหม่จำนวน 68 คน เป็นผู้ป่วยติดเชื้อในจังหวัด  57 คน และผู้ป่วยคืนถิ่นจำนวน 11 คน รวมผู้ป่วยติดเชื้อสะสมจำนวน 5,769 คน และเสียชีวิตสะสมรวม 46 คน  

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ลึกลับในสนามข่าว : 17 สิงหาคม 2564 #SootinClaimon.Com

Posted on August 19, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/595402

ลึกลับในสนามข่าว : 17 สิงหาคม 2564

ลึกลับในสนามข่าว : 17 สิงหาคม 2564

วันอังคาร ที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

nn…เป็นที่ปลาบปลื้มอิ่มอก อิ่มใจที่ได้ร่วมกันทำสิ่งดีๆ เป็นประโยชน์ต่อสังคม ในช่วงเวลาแห่งความยากลำบาก ที่โควิด-19 ระบาดหนัก โดย…“แสวง บุญมี” รองเลขาธิการคณะกรรมการการ
เลือกตั้ง (กกต.) หรือ “พี่แหวง สายบุญ” ของน้องๆ นักข่าวก็ได้แบ่งปันและรับมอบสิ่งของเพื่อนำไปใช้ประโยชน์จากกลุ่มภารกิจพรรคการเมืองและผู้เชี่ยวชาญประจำกองทุนเพื่อการพัฒนาพรรคการเมือง อาทิ “ณัฏฐชา พิบูลกุลพัฒน์” หน้ากากอนามัย 400 กล่อง จำนวน 20,000 ชิ้น “เจริญ แก้วยอดหล้า” น้ำดื่มวิตามินบีและซี จำนวน 720 ขวด “พิไลวรรณ กนกฑัณฑ์” แอลกอฮอล์เข้มข้น 2 ถัง 400 ลิตร และแอลกอฮอล์ 75% จำนวน 150 ลิตร กลุ่มภารกิจพรรคการเมืองและ“พี่ชีพ” ชุด PPE 180 ชุด ฯลฯ… งานนี้“พี่แหวง” ตัวแทนกลุ่มภารกิจพรรคการเมือง สำนักงาน กกต.เดินสายนำไปส่งมอบให้รพ.อำเภอสตึก จ.บุรีรัมย์ สถานที่กักตัวชั่วคราว (local quarantine) อ.สตึก สถานที่กักชั่วคราว (local quarantine) ต.ดงพลอง อ.แคนดง ศูนย์วัฒนธรรมคลองสามวา เขตคลองสามวากทม. ชุมชนวัดพระยาไกร เขตบางคอแหลม กทม.เพื่อให้ได้ใช้ประโยชน์ในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ตามที่เห็นสมควรต่อไป…อิ่มบุญทั้งผู้ให้และผู้รับ อนุโมทนาสาธุรัวๆ กับรองฯแสวง สายบุญ ด้วยนะขอรับ…nn

nn…ส่วนหนุ่มคนนี้ ในช่วงสถานการณ์โควิด-19ระบาดหนัก มีหลายคนไถ่ถามว่าหายไปไหน ล่าสุด “สามารถ เจนชัยจิตรวนิช” อดีตผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงยุติธรรมก็ปรากฏกาย และเล่าแจ้งแก่บรรดาน้องๆสื่อว่า ไม่ได้หายไปไหน ไปซุ่มฟิตเรียนนิติศาสตร์ จนสำเร็จเป็นบัณฑิตป้ายแดงจากรั้วมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์แล้ว และยังตั้งเจตนามุ่งมั่นศึกษาต่อเนื่อง นัยว่าจะใช้ความรู้ด้านกฎหมายที่ร่ำเรียนมา ช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน…เป็นการผันตัวจากวงการ “วิศวกร” สู่แวดวง “นักกฎหมาย” ก็ต้องติดตามจับตาดูกันต่อไป กับก้าวใหม่ของหนุ่มสามารถ ในฐานะ “นิติกร”…แบบว่า เปลี่ยนวิกฤติโควิด-19 เป็นโอกาสจริงๆ…nn

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, ลึกลับในสนามข่าว, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, ลึกลับในสนามข่าว, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

บทความพิเศษ : ปิดเรียน 1 ปี ข้อเสนอที่มาจาก ‘วิกฤติศรัทธา’ #SootinClaimon.Com

Posted on August 19, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/595400

บทความพิเศษ : ปิดเรียน 1 ปี ข้อเสนอที่มาจาก ‘วิกฤติศรัทธา’

บทความพิเศษ : ปิดเรียน 1 ปี ข้อเสนอที่มาจาก ‘วิกฤติศรัทธา’

วันอังคาร ที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

ความรุนแรงของไวรัสโควิค-19 สายพันธุ์เดลต้าในช่วงเดือนที่ผ่านมา (กรกฎาคม-สิงหาคม) นอกจากจะทำให้ระบบสาธารณสุขของประเทศอยู่ในภาวะวิกฤติ เนื่องจากจำนวนผู้ป่วยเกินอัตราที่รับได้ของโรงพยาบาล และโรงพยาบาลสนาม จนต้องเปิดระบบการพักรักษาตัวที่บ้าน (Home Isolation) และศูนย์พักรักษาตัวในชุมชน (Community Isolation) แล้ว ระบบการศึกษาก็เข้าสู่ภาวะวิกฤติด้วยเช่นเดียวกัน จนเกิดข้อเสนอจากนักวิชาการด้านการศึกษากลุ่มหนึ่ง รวมไปถึงพ่อแม่ผู้ปกครองของนักเรียนอีกจำนวนไม่น้อย ที่อยากให้กระทรวงศึกษาธิการประกาศปิดเรียนเป็นเวลา 1 ปี สำหรับทุกโรงเรียน หรือตามสภาพและเงื่อนไขของแต่ละโรงเรียน และพื้นที่ชุมชนโดยรอบ ซึ่งในประเด็นนี้ยังไม่มีความชัดเจนออกมาจากผู้บริหารกระทรวงศึกษาธิการ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการประเมินวิกฤติ และการทบทวนนโยบายต่อสถานการณ์ไวรัสโควิด-19 ที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน

แน่นอนว่า ความกังวลของครู และผู้ปกครอง ต่อการระบาดของไวรัสที่รวดเร็วอันส่งผลให้นักเรียนจำนวนมากได้รับเชื้อไวรัสโควิด-19 รวมไปถึงปัญหาเรื่องประสิทธิภาพการเรียนรู้จากระบบการเรียนการสอนตามนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการในตอนนี้ ที่สร้างความยุ่งยากแก่ผู้ปกครอง และลดทอนคุณภาพการเรียนรู้ของนักเรียนอย่างรุนแรง เป็นชนวนสำคัญที่ทำให้ข้อเสนอในเบื้องต้นได้รับการสื่อสารผ่านสื่อสารมวลชนอย่างต่อเนื่องจนกลายเป็นประเด็นสนใจของสังคม ดังนั้นการทบทวนนโยบาย และประเมินสถานการณ์ของระดับบริหาร จึงเป็นสิ่งที่สำคัญ เพื่อที่จะไม่ทำให้ปัญหามันเดินหน้าไปไกลกว่าการแก้ไข เปรียบได้กับเหตุการณ์ไฟไหม้ รู้เร็วเท่าไหร่ ดับได้เร็วเท่าไหร่ ความเสียหายก็อยู่ในความควบคุมได้เร็วเท่านั้น

ต่อไปนี้ จึงเป็นการประเมินปัญหา เพื่อทบทวนนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการ ที่ผมอยากนำเสนอให้เกิดความชัดเจนในแนวทางการแก้ไขปัญหาการเรียนการสอนที่ขาดคุณภาพในช่วงสถานการณ์โควิด-19 ดังนี้

ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม 2564 กระทรวงศึกษาธิการประกาศเลื่อนเปิดเทอมจากวันที่ 1 มิถุนายน เป็นวันที่ 14 มิถุนายน และในวันที่ 9 มิถุนายน“นายอัมพร พินะสา” เลขาธิการสำนักงานการศึกษาขั้นพื้นฐาน(สพฐ.)ได้ให้สัมภาษณ์ถึงการเตรียมความพร้อมของกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อรองรับการจัดการเรียนการสอนใน 5 รูปแบบ คือ 1. การเรียนผ่านระบบโทรทัศน์(On-Air) 2. การเรียนผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์(On-Demand) 3. การเรียนแบบถ่ายทอดสด (Online) 4. การเรียนด้วยการนำส่งเอกสารที่บ้าน (On-Hand) และ 5. การเรียนการสอนแบบปกติที่โรงเรียน (On-Site) ถ้าสามารถทำได้ภายใต้เงื่อนไขตามข้อกำหนดของคณะกรรมการควบคุมโรคที่รับผิดชอบในพื้นที่นั้น ทั้งนี้รูปแบบการจัดการเรียนการสอนนี้ อาจจะผสมผสานรูปแบบต่างๆ ทั้ง 5 รูปแบบในแต่ละช่วงเวลาของแต่ละพื้นที่ได้ โดยให้โรงเรียนและผู้ปกครองร่วมกันพิจารณาเลือกรูปแบบการจัดการเรียนการสอนทางไกลให้เหมาะสมกับนักเรียน เช่น ความพร้อมของอุปกรณ์ที่จำเป็นต่อการเรียนการสอน และสัญญาณอินเตอร์เนต เป็นต้น

และเมื่อพิจารณาจากนโยบายที่เลขาธิการ สพฐ. กล่าวนี้ ก็น่าเชื่อได้ว่า การจัดการเรียนการสอนตั้งแต่ 14 มิถุนายนเป็นต้นมา ควรจะเรียบร้อย และนักเรียนสามารถเรียนรู้ได้พอสมควรจากรูปแบบการเรียนการสอนที่กระทรวงศึกษาธิการกำหนด

แต่คำถามก็คือ อะไรเกิดขึ้นกับการปฏิบัติตามนโยบาย 5 รูปแบบดังกล่าวนี้ ภายในเวลาประมาณ 2 เดือนหลังเปิดการเรียนการสอน จนทำให้ข้อเสนอปิดเรียนเป็นเวลา 1 ปี เกิดขึ้นมาในสังคม สำหรับผมแล้ว คำตอบอันชัดเจนที่สุดก็คือ รูปแบบการเรียนการสอนทั้ง 5 ทำงานไม่ได้ผล เพราะถ้าได้ผลที่ดี มีประสิทธิภาพ เสียงบ่น ข้อร้องเรียน รวมไปถึงข้อเสนอตามที่เกิดขึ้น จากนักวิชาการด้านการศึกษา พ่อแม่ผู้ปกครอง รวมไปถึงตัวนักเรียนเอง คงจะไม่กลายเป็นประเด็นรายวันตามสื่อสังคมออนไลน์เช่นนี้

สำหรับประเด็นแรกที่เห็นได้ชัดเจนก็คือ ผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงศึกษาธิการ อาจมีความสามารถในการออกแบบนโยบายที่ดูดี มีหลักการ แต่ต้องเกิดข้อผิดพลาด เพราะนโยบายนั้นไม่สามารถนำมาปฏิบัติให้เป็นผลสำเร็จได้ กลายเป็นว่า นโยบายไม่ได้มีไว้เพื่อประโยชน์สำหรับการเรียนรู้ของนักเรียนอย่างแท้จริง

ประเด็นที่สอง คือ กระทรวงศึกษาธิการไม่เข้าใจบริบทของโรงเรียนในพื้นที่ต่างๆ ดีพอ หรืออาจบอกว่า เข้าไม่ถึงสภาพความเป็นจริงของทุกๆ โรงเรียนอย่างครบถ้วน เพราะการมอบนโยบายแบบครอบทั้งประเทศ แล้วให้ผู้บริหารโรงเรียนไปปรับใช้ตามสภาพเงื่อนไขของพื้นที่ อุปสรรคที่สำคัญก็คือ ความเหลื่อมล้ำในศักยภาพที่แตกต่างกันของแต่ละพื้นที่ นั่นส่งผลให้การเอื้ออำนวยการเรียนรู้ของนักเรียนในรูปแบบ 5 On มิได้สร้างประโยชน์ทางการศึกษาอันเท่าเทียมแก่นักเรียนทุกคน

ประเด็นที่สาม เป็นเรื่องที่ผมพยายามสื่อสารมาตลอดว่า แม้กระทรวงศึกษาธิการจะมอบนโยบาย แต่กระทรวงศึกษาธิการก็ไม่ได้กระจายอำนาจอย่างจริงใจให้กับเขตพื้นที่การศึกษา และโรงเรียน ทั้งการตัดสินใจ งบประมาณ อุปกรณ์การเรียนการสอน เป็นต้น นั่นทำให้ปัญหาความเหลื่อมล้ำเกิดขึ้น โรงเรียนใหญ่ งบประมาณเยอะ เครื่องมือพร้อม ก็ง่ายต่อการปฏิบัติตามนโยบายของกระทรวง ส่วนโรงเรียนขนาดเล็ก ที่งบประมาณมีจำกัด เครื่องมือก็ไม่พร้อม การปฏิบัตินโยบายก็ไม่สามารถทำได้ แถมยังต้องตกอยู่ในสถานะ “ภาระ” ของกระทรวงศึกษาธิการ ในทัศนคติของผู้บริหารบางคนอีกต่างหาก

ทั้งหมดนี้ เป็นความชัดเจนว่า นักเรียนที่ได้รับผลกระทบจากนโยบาย 5 On ของ สพฐ. และกระทรวงศึกษาธิการ จนนำมาสู่วิกฤติทางการศึกษาในสถานการณ์โควิด-19 เช่นนี้ มาจากความผิดพลาดในการออกแบบนโยบายของผู้บริหารระดับสูงในกระทรวงศึกษาธิการ ที่ขาดความเข้าใจปัญหาทางด้านการศึกษา เข้าไม่ถึงสภาพความเป็นจริงของโรงเรียนทั่วประเทศ และไม่เคยได้สัมผัส หรือรู้สึกทุกข์ร้อนไปพร้อมๆ กับครู นักเรียน และผู้ปกครอง ที่ต้องเผชิญกับความยากลำบากทางการศึกษาในสถานการณ์โควิด-19 อย่างแท้จริง และตรงนี้เองที่ทำให้การออกแบบนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการ ยิ่งไปเพิ่มวิกฤติให้แก่ระบบการเรียนการสอนของครู และโรงเรียน รวมไปถึงการเรียนรู้ของนักเรียนอย่างน่ากังวล

ดังนั้น ผมมีข้อเสนอเร่งด่วน 2 ประการ เพื่อนำระบบการเรียนการสอนออกจากวิกฤติ และเพื่อกู้ศรัทธาให้กับกระทรวงศึกษาธิการ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมด

1. เร่งจัดสรรงบประมาณให้โรงเรียนขนาดเล็กประมาณ 20,000 แห่ง โรงเรียนละ 200,000 บาทต่อภาคการศึกษา เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายสำหรับการจัดการเรียนการสอนในสถานการณ์โควิด-19

2. เร่งพัฒนาระบบการเรียนรู้ทางออนไลน์ และการเรียนผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ (On Demand) ทันที

จากนั้น เมื่อหัวใจ และจิตสำนึกของผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงศึกษาธิการเปิดแล้ว เรามาลงรายละเอียดของกระบวนการทั้ง 2 เรื่องดังกล่าวนี้ไปด้วยกัน ว่าควรมีแนวทางอย่างไร เพราะข้อเสนอสำหรับคนที่จิตสำนึกต่ำ และ “ปิดใจ” คุยอย่างไรก็ไม่เกิดประโยชน์ครับ

กนก วงษ์ตระหง่าน

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, บทความพิเศษ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

ฮึดสู้โควิด! เจ้าแม่ออแกไนซ์ ‘เมืองลุง’ พลิกชีวิต หันปลูก ‘แคคตัส’ โกยรายได้ผ่านออนไลน์ #SootinClaimon.Com

Posted on August 19, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/595439

ฮึดสู้โควิด!เจ้าแม่ออแกไนซ์‘เมืองลุง’พลิกชีวิต หันปลูก‘แคคตัส’โกยรายได้ผ่านออนไลน์

ฮึดสู้โควิด!เจ้าแม่ออแกไนซ์‘เมืองลุง’พลิกชีวิต หันปลูก‘แคคตัส’โกยรายได้ผ่านออนไลน์

วันจันทร์ ที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 22.18 น.

ฮึดสู้โควิด!เจ้าแม่ออแกไนซ์‘เมืองลุง’พลิกชีวิต หันปลูก‘แคคตัส’โกยรายได้ผ่านออนไลน์

ในช่วงสถานการณ์โควิด ทำให้บุคคลในหลากหลายอาชีพต้องตกงาน ขาดรายได้ และหันไปหาอาชีพอย่างอื่นทำกันเพื่อความอยู่รอด เช่นเดียวกับ “กรกานต์ คงวงค์” อายุ 39ปี เจ้าแม่ออแกไนซ์ชื่อดังของ จ.พัทลุง ที่พลิกผันชีวิตของตัวเองช่วงโควิดหันมาปลูก “แคคตัส” และ “ไม้ประดับ” อย่างต้นริบบิ้นชาลี ส่งขายผ่านออนไลน์สร้างรายได้ และกำลังเป็นที่ต้องการของตลาดโดยเฉพาะในกลุ่มคนรักษ์ต้นไม้ มีการขยายพันธุ์กันแทบไม่ทัน

“กรกานต์” เล่าว่า เดิมตนรับจัดงานอีเว้นท์และงานออแกไนซ์ต่างๆทั่วพื้นที่ จ.พัทลุง และพื้นที่ใกล้เคียง จนกระทั่งเมื่อช่วงประมาณ 1 ปีที่แล้ว ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด ทำให้ตนไม่มีงาน ไม่มีรายได้ แต่เพราะเป็นคนชอบต้นไม้อย่างแคคตัสอยู่แล้ว และมักกดติดตามและสั่งต้นไม้ผ่านออนไลน์อยู่ตลอด จนวันหนึ่งได้มีเวลาอยู่กับต้นไม้มากขึ้น ได้เริ่มคิดขยายพันธุ์ เริ่มเรียนรู้ในการเพาะเมล็ดเอง และเริ่มเพลินไปกับการได้ดูแลต้นไม้ของตัวเองจนสร้างโรงเรือนขนาดเล็กใช้พื้นที่ข้างบ้านแค่ไม่กี่ตารางวา หลังจากนั้นก็มีการถ่ายภาพลงบนเฟสบุ๊คของตัวเองจนมีคนสนใจสั่งซื้อกันเป็นจำนวนมาก เรียกว่าขยายพันธุ์กันแทบไม่ทัน มีลูกค้าสั่งจองล่วงหน้าเป็นเดือนๆก็มี

นอกจากนี้ ยังมีไม้ประดับอีกอย่างที่กำลังได้รับความสนใจในกลุ่มคนชื่นชอบต้นไม้ประดับ นั่นคือ ต้นริบบิ้นชาลี คุณ กรกานต์ฯ เล่าว่าเพิ่มเติมว่า หลังจากที่ปลูกต้นแคคตัสได้สักระยะหนึ่ง ก็มีโอกาสได้เจอกับอาจารย์ท่านหนึ่งที่เขาชื่นชอบต้นไม้เหมือนกัน และปลูกริบบิ้นชาลีอยู่มาก ตนเห็นว่าต้นริบบิ้นชาลี เป็นไม้ประดับที่มีเสน่ห์ น่ารัก ดูน่าทะนุถนอม จึงสนใจและเริ่มเรียนรู้ การปลูกและขยายพันธุ์ต้นริบบิ้นชาลีด้วย และที่มีความสุขมากไปกว่านั้นคือ ตอนนี้พบว่าต้นริบบิ้นชาลีก็เป็นที่ต้องการและมีคนสนใจมากเช่นกัน

“สำหรับใครที่ท้อแท้ หมดหวังจากสถานการณ์โควิดอยู่ตอนนี้ แนะนำให้ลองหันมาปลูกต้นไม้ดู เพราะการปลูกต้นไม้ไม่ว่าต้นอะไรก็ตาม มันจะช่วยให้เรามีสมาธิ มีความสุข เพลิดเพลินไปกับต้นไม้แบบไม่รู้ตัว และมีรายได้เลี้ยงตัวเองได้อีกด้วย” กรกานต์ กล่าว

ใครที่สนใจสั่งซื้อก็สามารถติดต่อสอบถามผ่านเฟสบุ๊ค Kornkarn Kongwong ได้เลยเจ้าของร้านน่ารักและใจดี

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

‘ให้มีสติอยู่ทุกเวลา รู้ภายใน รู้กาย รู้จิตของตัวเองดีกว่า’ โอวาทธรรม หลวงปู่สิม พุทธาจาโร #SootinClaimon.Com

Posted on August 19, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/595404

'ให้มีสติอยู่ทุกเวลา รู้ภายใน รู้กาย รู้จิตของตัวเองดีกว่า' โอวาทธรรม หลวงปู่สิม พุทธาจาโร

‘ให้มีสติอยู่ทุกเวลา รู้ภายใน รู้กาย รู้จิตของตัวเองดีกว่า’ โอวาทธรรม หลวงปู่สิม พุทธาจาโร

วันจันทร์ ที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 19.06 น.

“…ใครจะมาว่าเราก็เป็นเรื่องปากของเขา จิตเรามีหน้าที่ภาวนา ไม่ต้องไปมัวว่าให้คนโน้นคนนี้ ติคนโน้น ชมคนนี้ได้ประโยชน์อะไร ภาวนาในใจดีกว่า สงบกาย สงบวาจา สงบจิตให้มีสติอยู่ทุกเวลา ยืนให้มีสติ เดินให้มีสติ ทำอะไรให้มีสติ พูดอะไรให้มีสติ อย่าเพียงแต่คิดว่า พูดอะไร พูดได้ ก็พูดไปขาดสติ จิตใจเลื่อนลอย ฟุ้งซ่านไม่มีเวลาจบสิ้น

นั่นแหละเชื่อว่าตัณหาดิ้นรนวุ่นวายไปตาม กามตัณหา ภวตัณหา วิภวตัณหา จิตใจไม่สงบระงับ ไม่ตั้งมั่นเป็นสมาธิภาวนา เพราะหลงใหลไปตามอาการภายนอก จิตไม่หยุด จิตไม่อยู่ จิตไม่รู้ภายใน รู้ภายนอก รู้ไปทำไม รู้ภายใน รู้กาย รู้จิตของตัวเองดีกว่า… “

…………………….

โอวาทธรรม พระญาณสิทธาจารย์ (หลวงปู่สิม พุทธาจาโร) วัดถ้ำผาปล่อง อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ วัดถ้ำผาปล่อง อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, ธรรมะ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

เคยกินยัง! ก๋วยเตี๋ยวจระเข้ตุ๋นรสเด็ดใส่เลือดเจ้าแรกของราชบุรีบอกเลยอร่อยมาก #SootinClaimon.Com

Posted on August 19, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/595388

เคยกินยัง! ก๋วยเตี๋ยวจระเข้ตุ๋นรสเด็ดใส่เลือดเจ้าแรกของราชบุรีบอกเลยอร่อยมาก

เคยกินยัง! ก๋วยเตี๋ยวจระเข้ตุ๋นรสเด็ดใส่เลือดเจ้าแรกของราชบุรีบอกเลยอร่อยมาก

วันจันทร์ ที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 18.29 น.

วันนี้…”ทีมเฉพาะกิจแนวหน้าออนไลน์” จะพาชิมก๋วยเตี๋ยวจระเข้ตุ๋นรสเด็ดใส่เลือด เจ้าแรกของราชบุรี บอกเลยอร่อยมาก หลังเจอปัญหาโควิด -19 จระเข้ขายไม่ได้ เจ้าของฟาร์ม จึงคิดเมนูเด็ดนำเนื้อและเลือดมาทำเป็นอาหารจานด่วน 

หนึ่งเดียวเจ้าแรกในจังหวัดราชบุรี ก๋วยเตี๋ยวจระเข้ตุ๋นใส่เลือดเลิศรส ของร้านทวีชัยฟาร์ม ตั้งอยู่ที่ริมถนนสายเขาช้าง – หนองกระทุ่ม เลียบคลองชลประทาน เลขที่ 10/1 หมู่ 8 ต.หนองกระทุ่ง อ.ปากท่อ จ.ราชบุรี ด้านหน้าเปิดเป็นร้านปิ้งย่างเนื้อจระเข้ ที่เลี้ยงจระเข้ขายลูกเพื่อขยายพันธุ์ และทำเครื่องหนังเป็นกระเป๋า เข็มขัดจากหนังจระเข้มานานกว่า 20 ปีแล้ว ช่วงแรกๆ ขายดีมากมีลูกค้าทั้งในและต่างจังหวัด เข้ามาอุดหนุนซื้อลูกจระเข้ไปเลี้ยง แต่มาเกิดช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด -19 ทำให้สินค้าระบาดไม่ออก รายได้ดึ่งลงขยายต่อไม่ได้ ทำให้พ่อแม่พันธุ์และลูกที่ออกมาใหม่ เลี้ยงอยู่ในบ่อเป็นจำนวนมาก  

นายสิทธิชัย เพ็ญชาติ อายุ 53 ปี เจ้าของทวีชัยฟาร์มที่ยึดอาชีพทำธุรกิจส่งออกจระเข้ ปัจจุบันมีจระเข้ที่เลี้ยงไว้หลายรุ่นกว่า 3,000 ตัวไม่สามารส่งออกไปขายได้ จึงได้หันมาแปรรูปนำเนื้อจระเข้มาทำเป็นเมนูอาหารจานด่วน โดยภรรยาได้คิดเมนูสูตรเด็ด เริ่มจากการนำเนื้อจระเข้ส่วนหางมาปิ้งย่างขายก่อน พอมีรายดี มีลูกค้าติดใจในรสชาติ แวะเวียนมาซื้อไปรับประทานกันมาก ต่อมาได้ต่อยอดเมนูไปอีกทำเป็นก๋วยเตี๋ยวจระเข้ตุ๋นสูตรเด็ดใส่เลือดสดก็ยังได้รับความสนใจจากลูกค้ามาซื้อไปรับประทานกัน 

นายสิทธิชัย เพ็ญชาติ เจ้าของทวีชัยฟาร์ม เปิดเผยว่า ตอนนี้การเลี้ยงจระเข้ตกต่ำลงมาก ถ้าใครคิดจะเลี้ยงยึดอาชีพนี้ต่อก็จะต้องหันมาคิดทำอย่างไรให้ครบวงจรเกี่ยวกับจระเข้ เพราะอาจจะไปรอด ช่วงนี้จึงประคองตัวไปก่อน เพื่อให้อยู่รอด จึงได้พัฒนาทำผลิตภัณฑ์มาเรื่อย ๆ อย่างที่ร้านทำปิ้งย่างขายจนเบื่อ ก็เปลี่ยนสไตล์เป็นจระเข้อบแห้ง คนก็สนใจมาลองชิม พอมีรายได้เข้ามาจุนเจือในฟาร์ม ตอนนี้มีเมนูใหม่มาอีก เป็นก๋วยเตี๋ยวเรือจระเข้ตุ๋นใส่เลือดสด ๆ ลงไปในก๋วยเตี๋ยว เพราะในเลือดจระเข้มีประโยชน์อยู่ในตัวอยู่แล้ว โดยจะใส่ลงไปในน้ำปรุงก๋วยเตี๋ยวเลย 

นอกจากนี้่ ยังมีแคปจระเข้ ลูกชิ้นจระเข้ ปรุงแต่งลงไปในชาม คุณประโยชน์ของเนื้อจระเข้เป็นสัตว์ที่มีไขมันต่ำที่ดีต่อร่างกายมนุษย์ กินแล้วทำให้ร่างกายดี เป็นความเชื่อของชาวจีน มีแนวคิดที่จะปรุงเมนูให้รวมอยู่ในเซตเดียวกัน ทั้งเลือด ทั้งเนื้อนำมารวมปรุงเป็นก๋วยเตี๋ยว ตอนนี้มีลูกค้าสั่งรับประทานเยอะมาก ช่วงโควิดแบบนี้ไม่สามารถนั่งรับประทานในร้านได้ จึงทำใส่ถุงให้ลูกค้านำกลับไปรับประทานที่บ้านได้

สำหรับที่ฟาร์มมีรุ่นพ่อแม่พันธุ์อยู่ประมาณ 380 ตัว รุ่นลูกที่ออกมาประมาณกว่า 2,000 ตัวและยังมีจระเข้น้ำเค็มอีกเกือบ 100 ตัว รวม ๆ เกือบ 3,000 ตัวก่อนหน้านี้ได้เพาะพันธุ์ขายลูกจระเข้ แต่มาติดปัญหาโควิดจึงต้องเลี้ยงเองและหาเทคนิคมาช่วย เพราะคนถ้านำไปเลี้ยงเองเจอปัญหาค่าอาหารก็ไม่คุ้ม หากเลี้ยงประมาณ 2 ปีครึ่ง – 3 ปี คิดว่าขาดทุนแน่นอน ถ้าหากทำไม่ครบวงจรแบบที่ร้านนี้ ได้นำทุกชิ้นส่วนมาทำขายได้ถึงจะไปรอด อีกส่วนยังสตาฟไว้เพื่อโชว์ ใครสนใจซื้อไปโชว์ก็ยินดีขายให้เริ่มต้นตัวละ 2,000 – 5,000 บาท 

“ยังคิดว่าจะยังเลี้ยงต่อไป เพื่อนำมาประกอบอาหารแปรรูปขาย คงต้องประคองอาชีพให้อยู่ต่อไปให้ได้ ช่วงที่ผ่านมาเคยบริการส่งชิ้นส่วนของจระเข้ขายให้กับลูกค้าต่างจังหวัด พอมีกำไรอยู่บ้าง แต่พอเจอปัญหาช่วงโควิด ทำให้สินค้าบางวันต้องส่งยาวนานหลายวันมากกว่าปกติ ทำให้เนื้อและชิ้นส่วนจระเข้ที่ส่งไปได้รับความเสียหาย ต้องคืนเงินให้กับลูกค้ามาแล้วหลายราย นอกจากนี้ ในส่วนหนังของจระเข้ที่ฟาร์มยังนำมาผลิตเป็นกระเป๋าหนังจระเข้ หลากหลายรูปแบบ มีทั้งเข็มขัด ที่ใส่ซองนามบัตร ราคาตั้งแต่หลักร้อยไปจนถึงหลักพันบาทด้วย” นายสิทธิชัย กล่าว

วันนี้ ทางร้านจัดเมนูพิเศษทำโชว์ให้ผู้สื่อข่าวได้ชิมหลากหลายเมนู เช่น จระเข้ตุ๋นหม้อไฟใส่เลือด ลูกชิ้นเนื้อจระเข้ ขายราคา 200 บาท ก๋วยเตี๋ยวเนื้อจระเข้ตุ๋น ชามละ 50 บาท เนื้อจระเข้ย่างไม้ละ 20 บาท ใช้ส่วนหางจระเข้หรือที่เรียกว่า บ้องตัน จะมีลักษณะเนื้อนุ่ม ไม่คาว ที่ร้านมีกรรมวิธีหมักเฉพาะในการทำตามสูตรของทางร้านที่มีที่นี่ที่เดียว 

นอกจากนี้ ยังมีผลิตภัณฑ์อีกหลายอย่าง เช่น ลูกชิ้นเนื้อจระเข้ขายกิโลกรัมละ 200 บาทจะใช้เนื้อจระเข้ล้วน ๆ ไม่ผสมแป้ง กินแล้วรู้สึกเด้ง ๆ ไม่มีกลิ่นคาว จระเข้แดดเดียวถุงละ 50 บาทจะใส่พริกไทยและเครื่องปรุงมีกลิ่นหอม เนื้อจระเข้สดกิโลกรัมละ 150 บาท แคปจระเข้ขายถุงละ 50 บาท นำมาใส่กินกับก๋วยเตี๋ยวได้ และยังมีไข่จระเข้แพ็คละ 4 ลูก ขายแพ็กละ  100 บาท กุนเชียงเนื้อจระเข้แพ็คละ 100 บาท เลือดจระเข้ใส่เป็นแคปซูลเป็นเม็ดขายกระปุกละ 30 เม็ด ราคา 500 บาท และยังมีจระเข้หันทั้งตัวย่างวันต่อวันที่ร้านด้วย 

สำหรับประโยชน์ทางโภชนาการและทางการแพทย์ของเนื้อจระเข้ที่ทางร้านได้ให้ข้อมูลไว้ถือเป็นอาหารที่มีประโยชน์ทางโภชนาการ เนื้อจระเข้ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน มีแคลเซียมต่ำ และมีโปรตีนสูงกว่าเนื้อสัตว์ชนิดอื่นๆ แพทย์ชาวจีนมีความเชื่อมั่นในสรรพคุณว่า เนื้อจระเข้ช่วยสร้างภูมิคุ้มกันและปรับสภาพความสมดุลของร่างกาย ในตำราแพทย์แผนจีนโบราณได้ให้ข้อมูลไว้ว่าเนื้อจระเข้มีสรรพคุณทางยา ช่วยบำบัดโรคหอบหืด เบาหวาน โรคภูมิแพ้

โดยเฉพาะผู้ป่วยที่เป็นโรคไตและปอด ที่ทำงานผิดปกติร่างกายอ่อนแอ และเจ็บไข้ให้ลองรับประทานเนื้อจระเข้ ช่วยบำบัดได้เป็นอย่างดี ส่วนเลือดจะอุดมไปด้วยโปรตีน วิตามินมีธาตุเหล็ก แร่ธาตุต่าง ๆ มีประโยชน์ต่อร่างกาย เหมาะสำหรับผู้ป่วยและบุคคลทั่วไป  ช่วยเสริมสร้างเม็ดเลือดแดง ช่วยเพิ่มเกล็ดเม็ดเลือดขาว จึงช่วยรักษาโรคโลหิตจาง และยังช่วยเสริมภูมิคุ้มกัน ทำให้ผู้ป่วยโรคหอบหืดมีอาการดีขึ้น

สำหรับที่ร้านจะเปิดขายทุกวันตั้งแต่เวลา 09.00 –  18.00 น.จะเปิดขายเนื้อจระเข้ย่าง และผลิตภัณฑ์สินค้าแปรรูปต่าง ๆ ส่วนวันเสาร์และอาทิตย์จะเปิดขายเมนูก๋วยเตี๋ยว และเมนูอื่น ๆ ซึ่งอนาคตอยู่ระหว่างกำลังทดลองทำเมนูจระเข้ยอ และจระเข้หยอง เป็นผลิตภัณฑ์ใหม่เพิ่มเติมให้ลูกค้าชิมอีกในอนาคต 

สำหรับสนใจอยากลองชิมเนื้อจระเข้ ก็สามารถโทรสั่งจองหรือสอบถามได้ที่เบอร์  098- 4819889

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

สุดรันทด 2 ผัวเมียขอความช่วยเหลือถูกพิษโควิดตกงานไม่มีเงินซื้อข้าวให้ลูกกิน #SootinClaimon.Com

Posted on August 19, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/595365

สุดรันทด 2 ผัวเมียขอความช่วยเหลือถูกพิษโควิดตกงานไม่มีเงินซื้อข้าวให้ลูกกิน

สุดรันทด 2 ผัวเมียขอความช่วยเหลือถูกพิษโควิดตกงานไม่มีเงินซื้อข้าวให้ลูกกิน

วันจันทร์ ที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 17.43 น.

เมื่อเวลา 16.30 น.วันที่ 16 ส.ค.64 ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปที่แคมป์คนงานก่อสร้าง เลขที่ 111/399 หมู่ที่ 6 ต.บางรักพัฒนา อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี หลังจากมีผู้ใช้เฟสบุ๊กชื่อ สาวน้อย ขี้ดื้อ ได้โพสต์ข้อความขอรับบริจาคสิ่งของโดยมีข้อความว่า “ใครมีเสื้อผ้าอยากจะบริจาคบ้างไหมค่ะหนูขอรับให้ลูกหนุและตัวเองค่ะแม่ไม่ค่อยจะมีเงินซื้อให้แม่ทำงานคนเดียวมีบ้างไม่มีบ้างทำพอได้กินไปวันๆพ่อเด็กป่วยน้ำท่วมปอดและหัวใจอ่อนทำงานไม่ได้มานานแล้วใครมีส่งต่อให้หนุได้น่ะค่ะ ใครมีส่งต่อได้น่ะค่ะขอบคุนมากๆค่ะ แคมป์คนงานข้างหมุ่บ้านคุนาลัยวัดลาดปลาดุกค่ะ”

จากการตรวจสอบพบว่าผู้โพสต์คือ น.ส.ณัฐญา รามศรีอายุ 33 ปี อาศัยอยู่กับสามีคือนายใจสิงห์ ศุภสร อายุ 35 ปี ลูกชาย 2 คน ลูกสาว 1 คน ชื่อ ด.ช.เมธา หรือน้องเกมส์ รามศรี อายุ 14 ปี ศึกษาอยู่ชั้น ม.2 โรงเรียนไทรน้อย ด.ช.ธีรวัฒน์ หรือน้องนิว รามศรี อายุ 10 ปีศึกษาอยู่ชั้น ป.5 โรงเรียนสมบูรณ์ศาสตร์ และ ด.ญ.ณัฐิดา หรือน้องแก้ม รามศรี อายุ 3 ปี ศึกษาอยู่ที่ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กบ้านโรงสวด ซึ่งก่อนหน้านี้ 2 สามีภรรยา ทำอาชีพคนงานก่อสร้าง แต่เนื่องจากมีการเเพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 อย่างหนัก ทำให้ภาครัฐมีคำสั่งปิดเเคมป์ก่อสร้าง จึงทำให้ครอบครัวนี้เป็นอีกหนึ่งครอบครัวที่ได้รับผลกระทบอย่างหนัก

โดยแคมป์ดังกล่าวปลูกสร้างเป็นเพิงพักสังกะสี สร้างติดกันประมาณ 20 ห้อง ซึ่งห้องนอนมีความกว้างประมาณ 3 เมตร ความยาว 2.4 เมตร อาศัยอยู่รวมกัน 5 คน เมื่อผู้สื่อข่าวไปถึงพบผู้เป็นพ่อกำลังนั่งปลอกแอปเปิ้ลซึ่งมีอยู่เพียง 1 ลูกเท่านั้น แต่ต้องแบ่งให้ลูกทั้ง 3 คน กินให้เท่าๆกัน ข้าวสารในหม้อก็แทบจะไม่มีเหลือ ต้องอาศัยกินบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ที่ทางหน่วยงานภาครัฐและผู้ใจบุญนำมาบริจาค ส่วนเพื่อนบ้านที่ทำอาชีพเดียวกัน ต่างก็ย้ายออกไปกันจนหมด เพราะไม่มีใครจ้างงาน 

น.ส.ณัฐญา กล่าวว่า ตนอยากขอความช่วยเหลือจากหน่วยงานราชการให้เข้ามาช่วยเหลือครอบครัวของตน ซึ่งหลังได้รับผลกระทบจากปัญหาโควิด-19 ทำให้แคมป์คนงานที่ตนทำงานและอาศัยอยู่ต้องปิดแคมป์ตามคำสั่ง จากเดิมที่เคยมีคนงานพักอาศัยประมาณ 30 คน ตอนนี้เหลือเพียงครอบครัวตนเท่านั้นเพราะคนอื่นเมื่อไม่มีงานทำ ต่างก็แยกย้ายกันกลับบ้านที่ต่างจังหวัดกันหมด จากเดิมหัวหน้าคนงานเคยอยู่ดูแลตอนนี้ก็ไม่อยู่แล้ว ตนไม่รู้จะทำอย่างไรเพราะลูก 3 คนก็ยังเล็กนอกจากนี้สามีที่เป็นเสาหลักของครอบครัวก็มาล้มป่วยด้วยโรคน้ำท่วมปอดและโรคหัวใจอ่อนแรงไม่สามารถทำงานได้เหมือนก่อน ทุกวันนี้สิ่งที่ตนทำได้คือออกไปหาเก็บขวด และของเก่าเอามาขาย เพื่อดูแลลูกและสามีให้รอดวิกฤตในครั้งนี้ไปให้ได้

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

กรมการแพทย์แนะเรียนออนไลน์อย่างไร…ให้สายตาไม่เสีย! #SootinClaimon.Com

Posted on August 19, 2021 by SoClaimon
Reply

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/likesara/595340

กรมการแพทย์แนะเรียนออนไลน์อย่างไร...ให้สายตาไม่เสีย!

กรมการแพทย์แนะเรียนออนไลน์อย่างไร…ให้สายตาไม่เสีย!

วันจันทร์ ที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 16.49 น.

กรมการแพทย์ โดยสถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี แนะผู้ปกครองควรดูแลสายตาลูกน้อย ระหว่างการเรียนออนไลน์โดยกำหนดระยะเวลาเรียนเวลาพักให้เหมาะสมและดูแลปรับสภาพแวดล้อมให้เหมาะกับการเรียนมีระยะห่างระหว่างตากับหน้าจอ เพื่อป้องกันผลเสียที่จะเกิดกับสายตาลูก

นายแพทย์วีรวุฒิ อิ่มสำราญ รองอธิบดีกรมการแพทย์ เปิดเผย  จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา2019 (Covid19) ทำให้สถานศึกษาหลายพื้นที่ปรับรูปแบบการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต ด้วยโปรแกรมต่างๆ โดยใช้ อุปกรณ์สื่อการเรียนการสอน เช่น คอมพิวเตอร์ แท็บเล็ต หรือ โทรศัพท์มือถือ ซึ่งเด็กต้องดูหน้าจอเป็นระยะเวลานาน ปัจจุบันพบว่า การใช้อุปกรณ์ต่อเนื่องเป็นเวลานานเกิดผลกระทบกับสายตาเด็กพอสมควร เช่น เกิดภาวะตาล้า (Digital eye strain) เด็กมีอาการปวดตา แสบตา ตาแห้ง บางรายปวดศรีษะร่วมด้วย ในบางรายเกิดภาวะสายตาสั้นเทียม อันเกิดจากการเพ่งมองในระยะใกล้อยู่นาน มีการค้างของค่าสายตาสั้นชั่วขณะ ทำให้เด็กบอกมองไกลไม่ชัด หลังใช้อุปกรณ์ ในบางรายมีอาการผิดปกติของกล้ามเนื้อตา เช่น ปวดกระบอกตา และกล้ามเนื้อตาทำงานผิดปกติได้

นายแพทย์อดิศัย ภัตตาตั้ง ผู้อำนวยการสถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี กล่าวเพิ่มเติมว่า วิธีการเหมาะสมในการใช้สายตาสำหรับการเรียนออนไลน์ คือ เว้นระยะห่างจากหน้าจอให้เหมาะสม เมื่อใช้อุปกรณ์ควรกระพริบตาให้บ่อยขึ้น มีการพักสายตาด้วยหลักการ 20-20-20 คือ เมื่อใช้สายตามองใกล้ติดต่อกัน 20 นาที ควรพักสายตาประมาณ 20 วินาที ด้วยการมองไปที่ระยะห่าง 20 ฟุต (6 เมตร) เพื่อเป็นการพักสายตา แล้วกลับมาใช้สายตาใหม่ได้ นอกจากนี้ การจัดสภาพแวดล้อมให้เหมาะสมต่อการเรียนก็เป็นเรื่องสำคัญ ควรมีไฟห้องที่สว่างเพียงพอ ลดแสงจากหน้าจอให้เหมาะสม เพิ่มขนาดตัวอักษร เด็กที่มีสายตาสั้นอยู่เดิม ควรเพิ่มกิจกรรมนอกบ้าน หรือเพิ่มการมองระยะไกลบ้างตามสมควร นอกจากนี้ ผู้ปกครองและลูกควรช่วยกันตั้งเป้าหมายในการทำกิจกรรม มีตารางเวลาในการเรียน การพัก และการได้คุย ได้เล่นกับคนรอบข้าง เพื่อเป็นการพักสายตาจากหน้าจอได้เป็นอย่างดี และลดความเครียดจากการเรียนออนไลน์ได้

Share this:

  • Share on Facebook (Opens in new window) Facebook
  • Share on X (Opens in new window) X
  • Share on LinkedIn (Opens in new window) LinkedIn
  • Share on Reddit (Opens in new window) Reddit
  • Email a link to a friend (Opens in new window) Email
  • Print (Opens in new window) Print
  • Share on Telegram (Opens in new window) Telegram
  • Share on Tumblr (Opens in new window) Tumblr
  • Share on WhatsApp (Opens in new window) WhatsApp
  • Share on Mastodon (Opens in new window) Mastodon
  • Share on Pinterest (Opens in new window) Pinterest
Like Loading...
Posted in ข่าว Like สาระ, แนวหน้า | Tagged 2564(2021), ข่าว Like สาระ, แนวหน้า, naewna | Leave a reply

Post navigation

← Older posts
Newer posts →

BamBam Family

BamBam Family

สถิติบล็อก

  • 2,935,261 hits

Join 4,117 other subscribers
Follow SootinClaimon.Com on WordPress.com

Categories

Top Posts & Pages

ชงพรก.กู้เงิน 4 แสนล้าน รับมือวิกฤตตอ.กลาง คลังเสนอครม. 5 พ.ค. นี้
เท้ง นำทัพพรรคประชาชน เดินขบวนยื่นร่างปฏิรูปประกันสังคม
ทวี ชี้ปรับโครงสร้างค่าไฟ แค่ย้ายภาระ ไม่ใช่การ แก้ปัญหา จี้แก้ให้ถูกจุด เลิกค่าไฟทิพย์
นายกฯ อวยพรวันแรงงานสากล ขอให้ทุกคนสุขภาพแข็งแรง มีความมั่นคงในชีวิต
ณัฏฐ์ชนน สวน เท้ง หงาย คนในพรรคมีแต่สีดำมะเมี่ยม ทั้งคดีทางเพศ ยาเสพติด พนันออนไลน์
คลังชงออกพรก.กู้เงิน เคาะ4แสนล. ตุนกระสุนสู้วิกฤต
ศาลสิงคโปร์สั่งปรับนักกิจกรรมหญิง 3 คน เดินขบวนหนุนปาเลสไตน์
ค่าไฟใหม่ถูกลงแน่ นายกฯ บอก อนาคตโซลาร์รูฟจะไม่แพง
ซูเปอร์มาร์เก็ตแทบแตก มิ้นท์ รัญชน์รวี ในลุค Grocery run ที่ทำเอาโซเชียลนอนไม่หลับ
เปาบุ้นจิ้นไทยภักดี หมอวรงค์ อาสาตีแผ่ความจริงกลางสภา หลังอธิบดีฝนหลวงร่อนจดหมายลาออก ชมคลิป

Recent Posts

  • สหรัฐเตรียมถอนทหาร 5,000 นายออกจากเยอรมนี หลังนายกฯ เยอรมันวิจารณ์สงครามอิหร่าน
  • ทรัมป์จ่อขึ้นภาษีนำเข้ารถยุโรปเป็น 25% จุดชนวนศึกการค้ารอบใหม่
  • สหรัฐคว่ำบาตรอิหร่านรอบใหม่ เตือนบริษัทเดินเรือห้ามจ่ายค่าผ่านทาง ช่องแคบฮอร์มุซ
  • ตำรวจตุรกียิงแก๊สน้ำตา สลายม็อบวันแรงงานในอิสตันบูล จับผู้ชุมนุมกว่า 370 คน
  • อิหร่านส่งข้อเสนอเจรจาฉบับใหม่ผ่านปากีสถาน ท่ามกลางทางตันในการเจรจากับสหรัฐ

ป้ายกำกับ

  • 2559(2016)
  • 2564(2021)
  • entertain
  • naewna
  • The Nation
  • การเมือง
  • ต่างประเทศ
  • บันเทิง
  • ผู้หญิง
  • แนวหน้า
  • RSS - Posts
  • RSS - Comments

Archives

Follow Us

  • https://soclaimon.tumblr.com/
  • https://www.facebook.com/soclaimon
  • https://www.instagram.com/sootinclaimon/
  • https://www.facebook.com/SootinClaimon/
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100001170824639
  • https://www.facebook.com/pompam.pp
  • https://www.facebook.com/toraman666
  • https://www.facebook.com/apich214
  • https://www.facebook.com/samabat.klaimon
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100005312762480
  • https://www.facebook.com/jirasuda.manomaiyanon
  • https://www.facebook.com/eikpakkred
  • https://www.facebook.com/profile.php?id=100003091451547
Blog at WordPress.com.
  • Subscribe Subscribed
    • SootinClaimon.Com
    • Join 1,657 other subscribers
    • Already have a WordPress.com account? Log in now.
    • SootinClaimon.Com
    • Subscribe Subscribed
    • Sign up
    • Log in
    • Report this content
    • View site in Reader
    • Manage subscriptions
    • Collapse this bar

Loading Comments...

    %d