มสด. ร่วมมือการเรียนการสอนวิทยาศาสตร์กับโรงเรียนไทรน้อย #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/595851

มสด.ร่วมมือการเรียนการสอนวิทยาศาสตร์กับโรงเรียนไทรน้อย

มสด.ร่วมมือการเรียนการสอนวิทยาศาสตร์กับโรงเรียนไทรน้อย

วันพฤหัสบดี ที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

ดร.สวงศ์ บุญปลูก รองอธิการบดีฝ่ายเทคโนโลยีสารสนเทศ และ ผศ.ดร.ฐิตินาถ สุคนเขตร์ คณบดีคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยสวนดุสิต ร่วมลงนามผ่านระบบ Online กับ นายปิติ ยางกลาง ผู้อำนวยการโรงเรียนไทรน้อย ร่วมมือการสอนด้านวิทยาศาสตร์ ซึ่งการร่วมมือในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนการเรียนการสอนด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีให้มีความเข้มแข็งพัฒนาหลักสูตรแบบบูรณาการผสมผสานกับแนวทางชีวิตใหม่ โดยใช้ดิจิทัลแพลตฟอร์ม และส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต ตลอดจนสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยสวนดุสิต กับโรงเรียนที่อยู่ในเขตพื้นที่บริการ ของมหาวิทยาลัย

ม.สงขลานครินทร์ พัฒนาด้านนานาชาติและดิจิทัล มุ่งขับเคลื่อนและยกระดับสู่มหาวิทยาลัยแนวหน้าของโลก #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/595853

ม.สงขลานครินทร์ พัฒนาด้านนานาชาติและดิจิทัล  มุ่งขับเคลื่อนและยกระดับสู่มหาวิทยาลัยแนวหน้าของโลก

ม.สงขลานครินทร์ พัฒนาด้านนานาชาติและดิจิทัล มุ่งขับเคลื่อนและยกระดับสู่มหาวิทยาลัยแนวหน้าของโลก

วันพฤหัสบดี ที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

ผศ.ดร.เถกิง วงศ์ศิริโชติ รองอธิการบดีฝ่ายวิเทศสัมพันธ์มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (ม.อ.) เปิดเผยว่า ล่าสุดในปี 2563-2564 ม.อ.เป็น 1 ใน 10 มหาวิทยาลัยทั่วประเทศ ที่ได้รับการสนับสนุนจากกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เพื่อดำเนินโครงการพลิกโฉมระบบอุดมศึกษาของประเทศไทย (Reinventing University System)  

ทั้งนี้ โครงการพลิกโฉมระบบอุดมศึกษาของประเทศไทย ม.อ. มุ่งให้สอดรับกับยุคที่โลกมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วในด้านความเป็นมหาวิทยาลัยนานาชาติและด้านดิจิทัลเพื่อรับกับโลกในปัจจุบันและอนาคต โดยจะขับเคลื่อนสู่ความเป็นนานาชาติผ่าน 4 โครงการย่อย อาทิ 1.โครงการยกระดับหลักสูตรสู่การรองรับระดับนานาชาติ (Leveraging to international Accreditation) โดยคัดเลือกหลักสูตรเด่นที่นานาชาติยอมรับและพยายามให้ได้รับการยอมรับจากนานาชาติ และการขับเคลื่อนเรื่อง Dual/Double/Joint Degree ให้มากขึ้น  2.โครงการ PSU Open Mobility โดยเชิญผู้เชี่ยวชาญจากต่างประเทศร่วมสอนพร้อมจัดสัมมนาออนไลน์ที่มีอาจารย์และนักวิจัยชาวต่างประเทศมาเป็นวิทยากร และเปิดให้นักศึกษาและบุคลากรเรียนหลักสูตรนานาชาติผ่านแพลตฟอร์มระดับโลก 3.โครงการพลิกโฉมการยอมรับในระดับสากล (Reinventing Global Visibility) มุ่งสร้างการรับรู้ให้กับ ม.อ. โดยทำงานร่วมกับองค์กรระดับโลก เช่น QS Asia-Pacific Professional Leaders in Education (QS-APPLE) Conference and Exhibition โดยจัดการประชุมร่วมกับพันธมิตรระดับโลก  และ 4.โครงการความเป็นนานาชาติภายในมหาวิทยาลัย ส่งเสริมศักยภาพพลเมืองโลกเพื่อการสร้างสรรค์นวัตกรรมและงานวิจัย (Internationalization at Home : Enhancing Global Competency for innovation creativity and research) ซึ่งจะจัดกิจกรรมที่ส่งเสริมความเป็นนานาชาติแก่นักศึกษาทั้ง 5 วิทยาเขต โดยเชิญผู้เชี่ยวชาญจากต่างประเทศมาให้ความรู้ผ่านทางออนไลน์ในช่วงที่เกิดแพร่ระบาดไวรัส COVID-19  

สำหรับการขับเคลื่อนด้านดิจิทัลภายใต้โครงการ “วิทยาศาสตร์ดิจิทัลเพื่อสร้างนวัตกรรมสำหรับการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม ทรัพยากรมนุษย์ และสิ่งแวดล้อม” เพื่อเพิ่มขีดความสามารถหลากหลายให้กับบุคลากรและองค์กรและพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนเมืองและเชื่อมโยงความเจริญสู่ชนบท เปิดหลักสูตร Data Science ในระดับปริญญาโทและปริญญาเอก มีนักศึกษารุ่นแรกประมาณ 40 คน ผ่านการเรียนรูปแบบออนไลน์ ซึ่งนักศึกษาให้ความสนใจเป็นอย่างมาก ซึ่งล่าสุดกำลังจะมีบัณฑิตคนแรกในหลักสูตรนี้ 

“ม.อ. พร้อมเดินหน้าระบบสนับสนุนการศึกษาก้าวสู่ความเป็นสากล และส่งเสริมให้นักวิชาการผลิตผลงานทางวิชาการระดับนานาชาติอย่างมีคุณภาพ โดยโครงการ Reinventing University
System มุ่งหวังให้นักศึกษาทุกระดับที่ต้องการพัฒนาตนเอง รวมทั้งอาจารย์ซึ่งมหาวิทยาลัยได้จ้างนักวิจัยรุ่นใหม่ ที่มีความเชี่ยวชาญและความสามารถสูงทั้งชาวไทยและต่างประเทศประมาณ 40 คน เพื่อร่วมแลกเปลี่ยนและสร้างสรรค์งานวิจัยร่วมกัน และสนับสนุนให้กับบุคลากรอื่นๆ ที่ต้องการพัฒนาตนเองด้านภาษาและเทคโนโลยี เพื่อเป็นมหาวิทยาลัยชั้นนำระดับโลก”ผศ.ดร.เถกิง กล่าว  

ทีเซลส์ จับมือ วีเอ็นยู เอเชีย แปซิฟิค จัดงาน Bio Asia Pacific 2021 ส่งเสริมผลงานวิจัยและนวัตกรรมด้านชีววิทยาศาสตร์สู่พาณิชย์ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/595854

ทีเซลส์ จับมือ วีเอ็นยู เอเชีย แปซิฟิค จัดงาน Bio Asia Pacific 2021 ส่งเสริมผลงานวิจัยและนวัตกรรมด้านชีววิทยาศาสตร์สู่พาณิชย์

ทีเซลส์ จับมือ วีเอ็นยู เอเชีย แปซิฟิค จัดงาน Bio Asia Pacific 2021 ส่งเสริมผลงานวิจัยและนวัตกรรมด้านชีววิทยาศาสตร์สู่พาณิชย์

วันพฤหัสบดี ที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

ดร.ศิรศักดิ์ เทพาคำ ผู้อำนวยการศูนย์ความเป็นเลิศด้านชีววิทยาศาสตร์ (TCELS : Thailand Centre of Excellence for Life Sciences) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) กล่าวว่า “อุตสาหกรรมชีววิทยาศาสตร์ (Life Sciences Industry) ในประเทศไทยซึ่งครอบคลุมอุตสาหกรรมยา (Pharmaceuticals)เครื่องมือและอุปกรณ์การแพทย์ (Medical Device and Equipment)เครื่องสำอาง-อาหารเสริม (Cosmetics and Food Supplement) และบริการสุขภาพ (Healthcare)มีมูลค่ามากกว่า 1.3 ล้านล้านบาทในปัจจุบัน  โดยมีปัจจัยหนุนมาจากความต้องการด้านการแพทย์และสุขภาพที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง รวมถึงความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่เกี่ยวข้องตั้งแต่ขั้นตอนการค้นคว้าวิจัยจนถึงกระบวนการผลิต ประกอบกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในปัจจุบัน ได้กลายเป็นตัวเร่งให้อุตสาหกรรมชีววิทยาศาสตร์ ทั้งในด้านการค้นคว้าพัฒนาวัคซีน การผลิตยา นวัตกรรมเกี่ยวกับเครื่องมือและอุปกรณ์ทางการแพทย์เติบโตขึ้นอย่างเห็นได้ชัดส่งผลให้ทิศทางของอุตสาหกรรมชีววิทยาศาสตร์ในประเทศไทยและของโลกมีแนวโน้มขยายตัวได้อีกมาก ทั้งนี้ อุตสาหกรรมการแพทย์ครบวงจร ยังเป็นในหนึ่งอุตสาหกรรมเป้าหมายเพื่อเป็นกลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจเพื่ออนาคตหรือ New S-Curve ตามแผนยุทธศาสตร์ชาติ ซึ่งจะเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้อุตสาหกรรมชีววิทยาศาสตร์ในประเทศ มีอัตราการเติบโตอย่างก้าวกระโดด

ทีเซลส์ ได้เล็งเห็นโอกาสจากการเติบโตดังกล่าวและตระหนักถึงผลกระทบที่เกิดจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ทั้งด้านคุณภาพชีวิตและเศรษฐกิจ จึงได้ร่วมมือกับวีเอ็นยู เอเชีย แปซิฟิค จัดงาน Bio Asia Pacific 2021 ขึ้น โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อส่งเสริมให้เกิดการนำผลงานวิจัยและนวัตกรรมด้านชีววิทยาศาสตร์ในทุกสาขา เข้าสู่กระบวนการผลิตเชิงพาณิชย์ รองรับความต้องการของตลาดและมีส่วนในการขับเคลื่อนและฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมในทุกมิติ หลังจากสถานการณ์โรคโควิด-19คลี่คลาย รวมถึงมุ่งหวังขยายเครือข่ายความร่วมมือทั้งในประเทศไทยและในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก ด้วยการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ เทคโนโลยี สนับสนุนให้เกิดความร่วมมือทางธุรกิจ สร้างมูลค่าเพิ่มให้กับงานวิจัยเพื่อเข้าสู่การลงทุนในอุตสาหกรรมชีววิทยาศาสตร์ และเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันในตลาดโลก

งาน Bio Asia Pacific 2021 ระหว่างวันที่ 1-3 กันยายน 2564บนแพลตฟอร์มออนไลน์ Virtual Exhibition & Conference เต็มรูปแบบ ภายใต้แนวคิด From Recovery to Resilience After COVID-19 พบกับการประชุมสัมมนาและนิทรรศการ แลกเปลี่ยนองค์ความรู้เทคโนโลยี นวัตกรรม การค้นคว้าวิจัยด้านชีววิทยาศาสตร์ในหลากหลายสาขา ร่วมเปิดมุมมองวิเคราะห์ทิศทางของอุตสาหกรรมด้านการแพทย์และสุขภาพในประเทศไทยหลังโควิด-19 จากนักวิชาการผู้เชี่ยวชาญของไทยและนานาชาติ พร้อมกิจกรรมการนัดหมายเจรจาธุรกิจทางออนไลน์ เชื่อมโยงผู้ผลิต ผู้ประกอบการ นักลงทุนและองค์กรชั้นนำของภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก สร้างโอกาสขยายการลงทุนในธุรกิจชีววิทยาศาสตร์ และการประกวดเฟ้นหาสุดยอดหุ่นยนต์ทางการแพทย์ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตคนไทย ต่อยอดเสริมศักยภาพการแข่งขันในตลาดโลก ตั้งเป้าผลักดันอุตสาหกรรมการแพทย์และสุขภาพ ให้เป็นกลไกขับเคลื่อนฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมหลังวิกฤติโควิด-19 ดูรายละเอียดเพิ่มเติมและลงทะเบียนเข้าร่วมงานได้แล้ววันนี้ ที่ www.bioasiapacific.com สอบถามข้อมูลที่ info@bio-asiapacific.com

มทร.ศรีวิชัย มอบอุปกรณ์ป้องกันการแพร่เชื้อ COVID-19 ให้โรงพยาบาลกรุงเทพหาดใหญ่ใช้ในห้องอาหารและหอผู้ป่วย #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/595852

มทร.ศรีวิชัย มอบอุปกรณ์ป้องกันการแพร่เชื้อ COVID-19  ให้โรงพยาบาลกรุงเทพหาดใหญ่ใช้ในห้องอาหารและหอผู้ป่วย

มทร.ศรีวิชัย มอบอุปกรณ์ป้องกันการแพร่เชื้อ COVID-19 ให้โรงพยาบาลกรุงเทพหาดใหญ่ใช้ในห้องอาหารและหอผู้ป่วย

วันพฤหัสบดี ที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

รศ.ดร.จารุวัฒน์ เจริญจิต รองคณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์และบุคลากรคณะวิศวกรรมศาสตร์ ร่วมส่งมอบอุปกรณ์ป้องกันเชื้อไวรัส COVID-19 ได้แก่ อุปกรณ์ฉากกั้นอะคริลิก และกล่องป้องกันการฟุ้งกระจายของเชื้อไวรัส ซึ่ง ดวงใจ นพวงศ์ ผู้ช่วยผู้จัดการฝ่ายทรัพยากรบุคคล และบุคลากรโรงพยาบาลกรุงเทพหาดใหญ่ ร่วมรับมอบอุปกรณ์ทางการแพทย์    

การส่งมอบอุปกรณ์ทางการแพทย์ให้แก่โรงพยาบาลกรุงเทพหาดใหญ่ในครั้งนี้ เพื่อนำไปใช้ในการติดตั้งป้องกันการแพร่กระจายเชื้อในห้องพักรับประทานอาหารของเจ้าหน้าที่หอผู้ป่วยใน และนำไปใช้ในการทำหัตถการกับผู้ป่วยโรงพยาบาลกรุงเทพหาดใหญ่ อีกทั้งยังช่วยลดการแพร่กระจายของเชื้อไวรัสCOVID-19 ในขณะปฏิบัติหน้าที่ต่อไป

ศธ.หนุนเดินหน้าเรียนออนไลน์ แม้โควิดกระทบ เร่งพัฒนาการเรียนการสอนให้เข้ากับสถานการณ์ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/595855

ศธ.หนุนเดินหน้าเรียนออนไลน์ แม้โควิดกระทบ เร่งพัฒนาการเรียนการสอนให้เข้ากับสถานการณ์

ศธ.หนุนเดินหน้าเรียนออนไลน์ แม้โควิดกระทบ เร่งพัฒนาการเรียนการสอนให้เข้ากับสถานการณ์

วันพฤหัสบดี ที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

ดร.คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวถึงประเด็นเสนอให้หยุดการเรียนการสอน 1 ปี เพราะมองว่าการเรียนออนไลน์จะทำให้การเรียนไม่มีประสิทธิภาพ และไม่มีคุณภาพนั้น ว่า แม้ภาคการศึกษาจะได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 แต่การเรียนการสอนยังต้องดำเนินการต่อไป ไม่ว่าจะอยู่ในรูปแบบ On-site On-air On-demand On-hand หรือ On-lineทุกอย่างไม่สามารถหยุดได้ แม้แต่ละรูปแบบการเรียนการสอนอาจจะมีปัญหาบ้าง แต่อย่างน้อยนักเรียนแต่ละระดับชั้นยังมีโอกาสเขาถึงระบบการเรียนการสอน ที่ผ่านมากระทรวงศึกษาธิการไม่ได้นิ่งนอนใจ ได้พัฒนาการเรียนการสอนโดยเฉพาะรูปออนไลน์อย่างต่อเนื่อง เช่น โครงการสอนออนไลน์ Project 14 ซึ่งจัดทำโดยสถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) โดยรวบรวมบทเรียน และจัดทำสื่อการสอนออนไลน์ตั้งแต่ชั้น ป.1-ม.6 ขึ้นมากว่า 2,000 ชุด เพื่อให้นักเรียนได้เรียนรู้ได้จากทุกที่ทุกเวลา

“ไม่ว่าจะการเรียนหรือการทำงานย่อมมีปัญหา ถึงจะไม่มีเรื่องโควิด-19 การเรียนการสอนก็ต้องมีการเปลี่ยนแปลงไปตามยุค ตามสถานการณ์อยู่แล้ว การเรียนออนไลน์ไม่ได้สร้างปัญหาทุกคน แต่อาจเกิดปัญหาบางกลุ่ม บางระดับ บางอาชีพผู้ปกครอง ซึ่งต้องขอแสดงความเห็นใจผู้ปกครองทุกท่าน น้องๆ นักเรียนที่วันนี้ต้องปรับตัวอย่างมากเพื่อให้สอดรับกับสถานการณ์ ซึ่งไม่มีใครทราบว่าจะกลับมาสู่ภาวะปกติได้อีกเมื่อไร แต่ถึงอย่างไรทุกคนก็ต้องปรับตัวภายใต้วิถีใหม่หรือ New Normal ที่จะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป ในอนาคตเชื่อว่าแม้จะสามารถกลับมาสอนในห้องเรียนตามปกติได้แล้ว แต่การเรียนการสอนในบางวิชาอาจเปลี่ยนรูปแบบไปจากเดิม ซึ่งจะดีกว่าเดิมอย่างแน่นอน”ดร.คุณหญิงกัลยา กล่าว

ดร.คุณหญิงกัลยากล่าวต่อว่า ที่ผ่านมากระทรวงศึกษาธิการได้กำหนดรูปแบบการเรียนการสอนไว้ถึง 5 รูปแบบเพื่อให้มีความเหมาะสมต่อการรับมือกับการแพร่ระบาดของโควิด-19 แต่เมื่อสถานการณ์ของโลกเปลี่ยนแปลง เราคงต้องอยู่กับวิถีชีวิตแบบใหม่ การเรียนการสอนอาจต้องผสมผสานกันทั้งในรูปแบบออนไลน์และรูปแบบเดิม รูปแบบการเรียนออนไลน์คาดว่าจะอยู่กับเราตลอดไป จึงจำเป็นต้องวางแผนพัฒนาทักษะครูและนักเรียนให้มีความพร้อมมากขึ้นทั้งการจัดหาอุปกรณ์และเทคโนโลยีให้กับทั้งผู้เรียนและผู้สอน และการปรับเปลี่ยนกฎระเบียบเพื่อให้เหมาะสมกับการเรียนออนไลน์

ส่วนเรื่องอุปกรณ์การเรียน และเทคโนโลยีนั้นถือเป็นอีกหนึ่งตัวแปรที่มีความสำคัญ จะต้องไม่เป็นอุปสรรคต่อการเรียนของเด็กไทย โดยขณะนี้กระทรวงศึกษาธิการได้ร่วมกับภาคเอกชนและสภาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งประเทศไทย ได้จัดหาอุปกรณ์ (smart devices) ประกอบการเรียนออนไลน์ให้แก่นักเรียนได้ยืมใช้งานจากโรงเรียน รวมไปถึงทางคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) จะเข้ามาให้ความช่วยเหลือทางด้านอินเตอร์เนต เพื่อลดภาระทั้งครูและผู้ปกครองเป็นเวลา 2 เดือน คือ ตั้งแต่วันที่ 15 สิงหาคม ถึง 15 ตุลาคม 2564 หรือจนกว่าสถานการณ์โควิด-19 คลี่คลาย

นอกจากนี้ กระทรวงศึกษาธิการ ยังได้ปรับแผนปฏิบัติการให้สอดคล้องกับสถานการณ์ เพื่อไม่ให้เป็นภาระเพิ่มสำหรับครู โดยยังคงเดินหน้าปฏิรูปหลักสูตร ให้การศึกษาพัฒนาเด็กไทยให้มีความรู้และทักษะให้ทำงานเป็น ใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับสังคมได้ดี โดยได้มีการปรับหลักสูตรฐานสมรรถนะใหม่ที่แตกต่างจากเดิมในสาระสำคัญ เช่น ช่วงชั้นประถมศึกษาตอนต้น หรือ ชั้น ป.1-ป.3 เวลาเรียนลดลง โดยลดจาก 1,000 ชั่วโมง เป็น 800 ชั่วโมง ปลดล็อกด้านตัวชี้วัด เด็กเรียน 7 สาระการเรียนรู้ แทน 8 สาระการเรียนรู้ เป็นต้น

ทั้งนี้คณะกรรมการอำนวยการปรับปรุงหลักสูตรฯ ได้นำแผนที่ปรับเปลี่ยนใหม่ดังกล่าว เสนอต่อคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) ไปเมื่อวันที่ 13 สิงหาคมที่ผ่านมานี้ และคาดว่าจะจัดให้นำร่องทดลองใช้หลักสูตรฐานสมรรถนะในเขตพื้นที่นวัตกรรมการศึกษา ได้ประมาณวันที่ 1 กันยายน 2564 โดยจะทยอยเผยแพร่คู่มือ หลักสูตร ที่มีตัวอย่างสถานการณ์และกิจกรรมการเรียนรู้ที่ปรับใช้ในพื้นที่และในรูปแบบการสอนออนไลน์ได้

“ดิฉันขอให้กำลังใจครู ผู้ปกครอง นักเรียน และบุคลากรทางการศึกษาทุกคน ในการก้าวผ่านภาวะวิกฤติ และขอยืนยันว่าเราจะไม่ทอดทิ้งใครไว้ข้างหลัง ดังความตั้งใจของดิฉันในการขับเคลื่อนนโยบายการศึกษาภายใต้แนวคิด ทันสมัย-เท่าเทียม-ยั่งยืน” ดร.คุณหญิงกัลยา กล่าว