ชีวิตลำเค็ญของผู้หญิงอัฟกันใต้การปกครองของตอลิบาน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/660702

วันที่ 16 ส.ค. 2564 เวลา 20:27 น.

ชีวิตลำเค็ญของผู้หญิงอัฟกันใต้การปกครองของตอลิบานชีวิตของผู้หญิงในอัฟกานิสถานที่กำลังอยู่อย่างหวาดกลัวและสิ้นหวัง

ในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา ขณะที่กลุ่มตอลิบานเข้าควบคุมจังหวัดต่างๆ ในอัฟกานิสถาน ผู้คนหลายร้อยคนอพยพมายังคาบูลเพื่อเอาชีวิตรอด และวันนี้เมื่อตอลิบานมาถึงคาบูลและประกาศชัยชนะ ทำให้ผู้หญิงรู้สึกราวกับว่าพวกเขากำลังจะตกเป็นทาส

“พวกเขาสามารถเล่นกับชีวิตของฉันได้ตามที่พวกเขาต้องการ”

ภายใต้การปกครองของตอลิบานก่อนหน้านี้ เด็กผู้หญิงถูกกีดกันไม่ให้เข้าเรียน โดยผู้หญิงต้องสวมบุรเกาะอ์ปิดบังทั้งร่างกาย และไม่สามารถใช้ชีวิตได้อย่างอิสระ โดยผู้ที่ฝ่าฝืนกฎจะถูกเฆี่ยนตีในที่สาธารณะหรืออาจถึงประหารชีวิต

The Guardian รายงานว่าเมื่อกลุ่มตอลิบานมาถึงคาบูลบรรดาสตรีชาวอัฟกันต่างพากันรีบกลับบ้านด้วยความหวาดกลัว หญิงวัย 24 ปีคนหนึ่งที่ต้องรีบกลับบ้านหลังเลิกงานเผยว่า เธอปิดคอมพิวเตอร์ด้วยความเจ็บปวด บอกลาเพื่อนร่วมงานทั้งน้ำตา เพราะรู้ดีว่านี่คือการทำงานวันสุดท้ายของเธอ

“ในฐานะผู้หญิงฉันรู้สึกเหมือนเป็นเหยื่อของสงครามการเมืองที่ผู้ชายเป็นคนก่อขึ้นมา ฉันไม่สามารถหัวเราะ ไม่สามารถฟังเพลงโปรด ไม่สามารถไปทำงานหรือพบปะกับเพื่อนที่ร้านประจำได้อีกต่อไป ไม่สามารถสวมชุดสีเหลืองหรือทาลิปสติกสีชมพูที่ฉันชอบได้ด้วยซ้ำ”

“วันนี้ระหว่างทางกลับบ้านฉันเหลือบมองร้านเสริมสวยที่ฉันเคยไปทำเล็บ หน้าร้านที่เคยตกแต่งด้วยภาพผู้หญิงสวยๆ ถูกทาสีทับในชั่วข้ามคืน”

สิ่งที่เธอทำมาตลอด 24 ปีจบลงแล้ว ใบปริญญา รางวัลที่ได้จากมหาวิทยาลัยในสหรัฐอเมริกา หรือแม้แต่บัตรประชาชนไม่มีค่าอะไรเลย เพราะเธอใช้ทำอะไรไม่ได้ และไม่มีงานให้พวกเธอทำอีกต่อไปแล้วในอัฟกานิสถาน

เธอเผยว่าหญิงชาวอัฟกันต้องเสียสละอย่างมากเพื่อแลกกับอิสรภาพเพียงเล็กน้อย ในฐานะเด็กกำพร้าเธอต้องทำงานหนักเพื่อหาเงินส่งตัวเองเรียน และเผชิญกับความท้าทายทางการเงินมากมาย แต่เธอวางแผนสำหรับอนาคตของตัวเองไว้อย่างดีและไม่ได้คาดคิดว่าทุกอย่างจะจบลงเช่นนี้

สิ่งที่ทำให้เธอผิดหวังที่สุดคือเห็นบรรดาผู้ชายหลายคนดูมีความสุขกับการล้อเลียนผู้หญิง แทนที่จะยืนเคียงข้างกันแต่พวกเขากลับยืนข้างกลุ่มตอลิบาน

ผู้ชายบริเวณนั้นต่างหัวเราะเยาะและล้อเลียนด้วยคำพูกต่างๆ นานา ไม่ว่าจะเป็น “ไปสวมบุรเกาะอ์ซะ” “นี่เป็นวันสุดท้ายของพวกเธอแล้วที่จะได้ออกมาข้างนอก” “ฉันจะแต่งงานกับผู้หญิง 4 คนในวันเดียวเลย”

เธอเผยว่ารอบตัวที่เธอเห็นเต็มไปด้วยใบหน้าน่ารังเกียจของผู้ชายพวกนั้นที่เกลียดผู้หญิง พวกเขาไม่ชอบให้ผู้หญิงมีการศึกษา ทำงาน หรือมีอิสระ

โดยกองทุนประชากรแห่งสหประชาชาติ (United Nations Population Fund) ระบุว่า 87% ของผู้หญิงอัฟกานิสถานเผชิญกับการถูกทำร้ายร่างกายหรือล่วงละเมิดทางเพศอย่างน้อย 1 ครั้ง

ผู้หญิงในอัฟกานิสถานกลายเป็นกลุ่มที่เสี่ยงที่สุดในประเทศเมื่อกลุ่มตอลิบานร่วมกับบรรดาผู้ที่ไม่พอใจที่ผู้หญิงเข้ามามีบทบาทมากขึ้นในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา

นัสรีน สุลตานี ครูใหญ่ของโรงเรียนมัธยมศึกษาหญิงแห่งหนึ่งในกรุงคาบูลเผยต่อ NBC ว่าเธอใช้เวลาหลายปีในการต่อสู้เพื่อสิทธิของเด็กหญิงชาวอัฟกัน แต่ตอนนี้เธอต้องใช้ชีวิตอย่างหวาดกลัวเพื่อปกป้องนักเรียนของเธอ

เธอเล่าว่าเธอเคยถูกคุกคามโดยกลุ่มติดอาวุธตอลิบานซึ่งบอกกับเธอว่ามีรถทีติดระเบิดและพวกเธอทุกคนจะต้องตาย

ก่อนที่กลุ่มตอลิบานจะยึดครองอัฟกานิสถานได้ เคยมีรายงานว่ากลุ่มตอลิบานบุกเข้าบ้านต่างๆ ในจังหวัดที่ยึดครองได้เพื่อนำตัวผู้หญิงมาบังคับให้แต่งงานด้วยหรือเป็นทาสบำเรอ โดยผู้หญิงเหล่านั้นที่ถูกบังคับให้แต่งงานมีตั้งแต่เด็กอายุ 12 ปี

ทั้งนี้ กลุ่มตอลิบานก่อเหตุรุนแรงต่อเด็กและสตรีมาแล้วหลายครั้ง โดยเมื่อหลายปีก่อน มาลาลา ยูซุฟไซ เด็กนักเรียนหญิงวัย 14 ปี ถูกยิงระหว่างนั่งรถโรงเรียนกลับบ้าน โดยมือปืนตอลิบาน 2 คน ได้เรียกหยุดรถโรงเรียน และถือปืนขึ้นมาบนรถก่อนจะลั่นไกยิงเข้าที่ที่ศีรษะและคอของเธอ เพราะเธอเคยเขียนบล็อกต่อต้านกลุ่มตอลิบานและรณรงค์ให้เด็กผู้หญิงได้เรียนหนังสือ

บรรดาผู้หญิงในอัฟกานิสถานกำลังรู้สึกว่าชีวิตของพวกเธอกำลังตกอยู่ในอันตรายและมองไม่เห็นอนาคตเมื่ออยู่ภายใต้การควบคุมของตอลิบาน แม้กลุ่มตอลิบานจะยืนยันว่าจะคุ้มครองสิทธิสตรีหากยึดอำนาจได้สำเร็จ

Photo by ADEK BERRY / AFP

Elon Musk ย้ำ DOGE แข็งแกร่งที่สุดในด้านการชำระเงิน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/660720

วันที่ 16 ส.ค. 2564 เวลา 17:30 น.

Elon Musk ย้ำ DOGE แข็งแกร่งที่สุดในด้านการชำระเงินElon Musk และ Mark Cuban ประสานเสียงสนับสนุน Dogecoin

ราคาเหรียญ Dogecoin พุ่งขึ้นมากกว่า 13% ในช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา โดยขณะนี้อยู่ที่ 0.34 เหรียญสหรัฐ นับว่าเป็นราคาที่สูงที่สุดนับตั้งแต่เดือนมิถุนายน

โดยส่วนหนึ่งได้รับแรงสนับสนุนจากการที่ Mark Cuban มหาเศรษฐีและนักธุรกิจชื่อดังให้สัมภาษณ์ต่อ CNBC ว่า “Dogecoin เป็นสกุลเงินดิจิทัลที่แข็งแกร่งที่สุดในแง่ของการเป็นสื่อกลางในการซื้อขายแลกเปลี่ยนสินค้าและบริการ”

ยิ่งไปกว่านั้น Elon Musk ก็ออกมาพูดเป็นเสียงเดียวกันโดยทวีตตอบกลับบทสัมภาษณ์ของ Cuban ว่า “ผมเคยพูดแบบนี้มาสักพักแล้ว”

โดยในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมาทั้งคู่แสดงท่าทีสนับสนุน Dogecoin เช่นเดียวกัน โดยทีมบาสเก็ตบอล Dallas Mavericks ของ Cuban ประกาศรับชำระสินค้าด้วยเหรียญ Dogecoin ในเดือนมีนาคมที่ผ่านมา

นอกจากนี้ยังได้เสนอ “ราคาพิเศษ” สำหรับลูกค้าที่ซื้อสินค้าด้วย Dogecoin อีกด้วย

ขณะที่บริษัท SpaceX ของ Musk วางแผนเปิดตัวภารกิจ “DOGE-1 Mission to the Moon” ในช่วงต้นปีหน้า และยังเคยถามบรรดาผู้ติดตามว่าบริษัท Tesla ควรรับชำะด้วยเหรียญ Dogecoin หรือไม่ หลังจากที่ประกาศงดรับชำระด้วย Bitcoin เนื่องจากกังวลถึงปัญหาผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม

เมื่อวันที่ 15 ส.ค. ที่ผ่านมาบรรดาผู้สนับสนุน Dogecoin ยังร่วมกันติดแฮชแท็ก #DogeCoinTo1Dollar ผ่านช่องทางโซเชียลมีเดียต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น Twitter Facebook หรือ TikTok

การสำรวจล่าสุดโดย Finder ชี้ว่าบรรดาผู้เชี่ยวชาญคาดหวังว่าราคาของ Dogecoin จะแตะ 1.21 เหรียญสหรัฐภายในปี 2025 และ 3.60 เหรียญสหรัฐภายในปี 2030

นอกจากนี้การเพิ่มขึ้นของราคา Dogecoin อาจประกอบกับการที่ Watford สโมสรฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษสกรีนโลโก้ Dogecoin ลงบนแขนเสื้อของนักเตะสำหรับการแข่งขันพรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 2021-2022 หลังได้รับการสนับสนุนจากเว็บไซต์ Stake.com

นายกฯ มาเลเซียลาออก เซ่นพิษการเมือง-จัดการโควิดแย่ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/660676

วันที่ 16 ส.ค. 2564 เวลา 14:08 น.

นายกฯ มาเลเซียลาออก เซ่นพิษการเมือง-จัดการโควิดแย่นายกรัฐมนตรีมูห์ยิดดิน ยัสซิน ลาออกจากตำแหน่งหลังถูกกดดันอย่างต่อเนื่อง

นายกรัฐมนตรีมูห์ยิดดิน ยัสซิน ของมาเลเซียตัดสินใจออกจากตำแหน่งหลังสูญเสียเสียงข้างมากในสภา และเผชิญแรงกดดันจากหลายฝ่ายให้ลาออกจากตำแหน่งในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา รวมถึงความไม่พอใจของประชาชนในการรับมือกับการแพร่ระบาดของโควิด-19

มูห์ยิดดินยังเผชิญแรงกดดันจากการที่พรรคสหมาเลย์แห่งชาติ (อัมโน) ซึ่งเป็นพรรคการเมืองใหญ่ที่มีเสียงมากที่สุดในมาเลเซียประกาศถอนตัวจากการเป็นพรรคร่วมรัฐบาลและยุติการสนับสนุนนายกรัฐมนตรี พร้อมทั้งเรียกร้องให้มูห์ยิดดินลาออกจากตำแหน่ง

ก่อนหน้านี้มูห์ยิดดินเดินทางไปกราบบังคมทูลลาออกจากตำแหน่งต่อสมเด็จพระราชาธิบดีอัล สุลต่าน อับดุลลาห์ พระมหากษัตริย์ของมาเลเซีย หลังจากที่มูห์ยิดดินได้แจ้งความประสงค์ที่จะลาออกต่อสมาชิกพรรคเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ระหว่างที่เขากำลังเข้าเฝ้าก็มีรายงานแทรกเข้ามาว่าคณะรัฐมนตรีประกาศลาออกยกชุด

ต่อมาในช่วงบ่าย สำนักพระราชวังจึงประกาศว่าสมเด็จพระราชาธิบดีทรงรับหนังสือกราบบังคมทูลลาออกจากตำแหน่งของมูห์ยิดดิน ยัสซินแล้ว และทรงแต่งตั้งเขาเป็นนายกรัฐมนตรีรักษาการ

ต่อมามูห์ยิดดินแถลงว่าที่ต้องลาออกเพราะสูญเสียความไว้วางใจส่วนใหญ่ในรัฐสภา และกล่าวว่า “ผมจะไม่ทำงานร่วมกับพวกมีอำนาจที่ทำตัวเป็นโจร (โจราธิปไตย)” และกล่าวว่า “ผมหวังว่ารัฐบาลใหม่จะฟอร์มขึ้นมาขึ้นโดยเร็วที่สุด”

ทั้งนี้ ยังไม่เป็นที่ชัดเจนว่ารัฐบาลชุดใหม่จะเป็นใครเนื่องจากไม่มีส.ส. จากพรรคใดครองเสียงข้างมากอย่างเด็ดขาดในสภา หรือจะมีการจัดเลือกตั้งใหม่ได้หรือไม่ท่ามกลางตัวเลขผู้ติดเชื้อโควิด-19 เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

โดยรายงานระบุว่าการตัดสินใจทั้งหมดนี้คาดว่าจะขึ้นอยู่กับสมเด็จพระราชาธิบดีอัล สุลต่าน อับดุลลาห์

อย่างไรก็ตามการลาออกครั้งนี้อาจเป็นการขัดขวางความพยายามของประเทศในการฟื้นฟูเศรษฐกิจที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 และการควบคุมการแพร่ระบาด เนื่องจากยังไม่มีผู้สืบทอดตำแหน่งที่ชัดเจน นอกจากนี้การประกาศดังกล่าวยังส่งผลให้ค่าเงินริงกิตของมาเลเซียร่วงสู่ระดับต่ำสุดในรอบ 1 ปี

ทั้งนี้ มูห์ยิดดินขึ้นสู่อำนาจในเดือนมีนาคมปีที่แล้วโดยไม่มีการเลือกหลังจากการล่มสลายของรัฐบาลที่นำโดยมหาเธร์ โมฮัมหมัดที่บริหารประเทศได้เพียง 2 ปี 

แต่รัฐบาลของเขาต้องเผชิญกับความโกลาหลตั้งแต่วันแรก โดยเฉพาะปัญหาเรื่องเสียงส่วนใหญ่ในสภา และความชอบธรรมของรัฐบาลมูห์ยิดดินถูกตั้งคำถามอยู่ตลอดเวลา และเขาต้องเผชิญกับการท้าทายอย่างต่อเนื่องจากหัวหน้าฝ่ายค้านคือ อันวาร์ อิบราฮิม

Photo by Mohd RASFAN / AFP

ใกล้เข้ามาแล้ว! ‘แลมบ์ดา’ โผล่ฟิลิปปินส์ครั้งแรก #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/660681

วันที่ 16 ส.ค. 2564 เวลา 12:55 น.

ใกล้เข้ามาแล้ว! 'แลมบ์ดา' โผล่ฟิลิปปินส์ครั้งแรกฟิลิปปินส์พบโควิด-19 สายพันธุ์แลมบ์ดารายแรกของประเทศหลังระบาดในแถบอเมริกาใต้

เมื่อวันที่ 15 ส.ค. ที่ผ่านมากระทรวงสาธารณสุขฟิลิปปินส์เปิดเผยว่าพบผู้ติดเชื้อโควิด-19 สายพันธุ์แลมบ์ดารายแรกของประเทศ พร้อมเรียกร้องให้ประชาชนปฏิบัติตามมาตรการควบคุมและป้องกันโรคของรัฐบาลอย่างเข้มงวด

โดยผู้ติดเชื้อรายดังกล่าวเป็นหญิงวัย 35 ปี ซึ่งมีประวัติติดเชื้อแต่ไม่แสดงอาการโดยได้รับการยืนยันก่อนหน้านี้ว่าหายดีแล้วหลังจากที่กักตัวเป็นเวลา 10 วัน

รายงานไม่ได้เผยประวัติการเดินทางและไม่ได้ระบุว่าผู้ติดเชื้อได้เดินทางไปยังต่างประเทศหรือไม่ แต่เบื้องต้นหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังติดตามผู้ที่มีประวัติสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ติดเชื้อคนดังกล่าว

ขณะที่ฟิลิปปินส์รายงานผู้ติดเชื้อรายใหม่ทั่วประเทศเมื่อวันที่ 15 ส.ค. ที่ผ่านมาอยู่ที่ 14,749 ราย เสียชีวิตเพิ่ม 270 ราย ส่งผลให้ผู้ติดเชื้อสะสมทั้งหมดอยู่ที่กว่า 1.74 ล้านรายและมีผู้เสียชีวิต 30,340 ราย

แลมบ์ดารุนแรงแค่ไหน?

องค์การอนามัยโลก (WHO) ระบุให้โควิด-19 กลายพันธุ์สายพันธุ์แลมบ์ดาซึ่งพบครั้งแรกในเปรูเมื่อปลายปีก่อน จัดเป็นสายพันธุ์ที่น่าจับตามอง (variant of interest) หลังผลการศึกษาพบว่าเชื้อกลายพันธุ์ดังกล่าวอาจสามารถต้านภูมิคุ้มกันจากวัคซีน และมีความสามารถในการแพร่ระบาดมากกว่าสายพันธุ์ดั้งเดิมที่พบครั้งแรกในอู่ฮั่น

ทั้งนี้ เมื่อต้นเดือนที่ผ่านมาการทดลองในห้องปฏิบัติการพบว่า การกลายพันธุ์ที่โปรตีนหนาม (spike protein) ของสายพันธุ์แลมบ์ดาที่ตำแหน่ง RSYLTPGD246-253N, 260 L452Q และ F490S ช่วยให้ไวรัสสายพันธุ์นี้ต้านทานภูมิคุ้มกันที่สร้างจากวัคซีน และการกลายพันธุ์ที่ตำแหน่ง T76I และ L452Q ช่วยให้แลมบ์ดาติดต่อได้ง่ายขึ้น

โดยก่อนหน้านี้สายพันธุ์แลมบ์ดาพบการแพร่ระบาดในแถบอเมริกาใต้ แต่การพบล่าสุดในฟิลิปปินส์ส่งผลให้เกิดความกังวลว่าจะเกิดการแพร่ระบาดเป็นวงกว้างทั่วโลกเหมือนกับสายพันธุ์เดลตาหรือไม่ โดยขณะนี้แลมบ์ดาแพร่ระบาดไปแล้วราว 30 ประเทศทั่วโลก

อย่างไรก็ตามองค์การอนามัยโลกยังไม่จัดให้แลมบ์ดาเป็นสายพันธุ์ที่น่ากังวล (variant of concern) เช่นเดียวกับเดลตา และข้อมูลที่มีอยู่ในปัจจุบันยังไม่สามารถสรุปได้ว่าสายพันธุ์แลมบ์ดาร้ายแรงกว่าสายพันธุ์เดลตาหรือไม่ แต่ เคอิ ซาโตะ นักวิจัยอาวุโสของมหาวิทยาลัยโตเกียวเชื่อว่า “แลมบ์ดาอาจเป็นภัยคุกคามต่อสังคมมนุษย์ได้”

Photo by Ted ALJIBE / AFP

จีนคุมเดลตาได้อย่างไว ตัวเลขติดเชื้อลดลงต่อเนื่อง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/660678

วันที่ 16 ส.ค. 2564 เวลา 12:28 น.

จีนคุมเดลตาได้อย่างไว ตัวเลขติดเชื้อลดลงต่อเนื่องผู้ติดเชื้อโควิด-19 รายใหม่ในท้องถิ่นต่างๆ ของจีนลดลงเป็นวันที่หก

สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่าการติดเชื้อโควิด-19ในในจีนลดลงเป็นวันที่หก จากข้อมูลอย่างเป็นทางการที่เปิดเผยเมื่อวันจันทร์ เนื่องจากภูมิภาคส่วนใหญ่ควบคุมการแพร่ระบาดครั้งล่าสุดได้ แต่บางพื้นที่ยังคงเฝ้าระวังโดยเพิ่มการตรวจเชื้อจำนวนมากหรือสั่งเลื่อนการเปิดโรงเรียน

ข้อมูลจากคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (NHC) เปิดเผยว่า ในจำนวนการติดเชื้อโควิด-19 รายวันต่ำที่สุดนับตั้งแต่วันที่ 24 ก.ค. จีนรายงานผู้ป่วยโรคติดเชื้อรายใหม่ในประเทศเพียง 13 รายในวันอาทิตย์

คณะกรรมการดังกล่าวตรวจพบผู้ป่วยในท้องถิ่น 6 รายในมณฑลทางตะวันออกของมณฑลเจียงซูและมณฑลเหอหนานทางตอนกลาง โดย 1 รายอยู่ในมณฑลหูหนานทางตอนใต้

ในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา เมืองต่างๆ ของเจิ้งโจวและซ่างชิวในเหอหนานได้เริ่มการตรวจมวลชนรอบที่สี่ทั่วทั้งเมือง

สำนักข่าวซินหวาของทางการ ระบุว่าเจ้าหน้าที่ 5 คนในเมืองซ่างชิว รวมถึง 1 คนจากโรงพยาบาล ถูกปลดออกจากตำแหน่งเนื่องจากความประมาทเลินเล่อในความพยายามควบคุมไวรัส

ในแถลงการณ์เมื่อวันอาทิตย์ เจ้าหน้าที่ของเมืองกล่าวว่ามีผู้ป่วยเพิ่มเติมหลังจากมีผู้ป่วยรายหนึ่งและครอบครัวของพวกเขาไม่ยอมรายงานรายละเอียดการเดินทางได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำเพื่อให้ทางการสามารถติดตามการแพร่เชื้ออย่างทันท่วงที

ในขณะที่เมืองหนานจิงทางตะวันออกซึ่งเชื่อมโยงกับการติดเชื้อในท้องถิ่นจำนวนมากตั้งแต่ปลายเดือนกรกฎาคม มีรายงานผู้ป่วยในท้องถิ่นไม่เกิน 2 รายต่อวันตั้งแต่วันที่ 4 ส.ค. อยางไรก็ตามเจ้าหน้าที่ก็ยังไม่วางใจ โดยในวันอาทิตย์ได้เลื่อนการเปิดโรงเรียนมัธยมและโรงเรียนอนุบาลภาคการศึกษาฤดูใบไม้ร่วง จนกว่าความเสี่ยงจะลดน้อยลงไปอีก

เมื่อวันที่ 15 ส.ค. NHC มีรายงานผู้ป่วยยืนยันรายใหม่ทั้งหมด 51 รายในแผ่นดินใหญ่ รวมถึงผู้ป่วยรายใหม่ที่เดินทางมาจากต่างประเทศ

นอกจากนี้ยังรายงานผู้ป่วยที่ไม่แสดงอาการรายใหม่ 20 ราย ซึ่งจีนไม่ได้จัดว่าเป็นการติดเชื้อที่ได้รับการยืนยัน

ไม่มีรายงานผู้เสียชีวิตรายใหม่ เมื่อวันอาทิตย์ ยอดผู้ติดเชื้อในจีนแผ่นดินใหญ่อยู่ที่ 94,430 ราย โดยยอดผู้เสียชีวิตไม่เปลี่ยนแปลงอยู่ที่ 4,636 ราย

ตอลิบานประกาศชัยชนะ ยุติสงคราม 20 ปี #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/660663

วันที่ 16 ส.ค. 2564 เวลา 10:43 น.

ตอลิบานประกาศชัยชนะ ยุติสงคราม 20 ปีกลุ่มตอลิบานเตรียมจัดตั้งรัฐบาลใหม่ ด้านอดีตประธานาธิบดีอัฟกานิสถานหลบหนีออกนอกประเทศ

กลุ่มตอลิบานออกแถลงการณ์ยุติสงครามที่ต่อเนื่องยาวนานกว่า 20 ปีในอัฟกานิสถานหลังจากที่บุกเข้ากรุงคาบูลและยึดทำเนียบประธานาธิบดีได้สำเร็จ

พร้อมเผยว่ากลุ่มตอลิบานไม่ต้องการใช้ชีวิตอย่างโดดเดี่ยว และเรียกร้องความสัมพันธ์อย่างสันติกับประชาคมนานาชาติ โดยภายหลังจากนี้จะเปิดประชุมร่วมกับชาวอัฟกัน นานาชาติ และองค์กรต่างๆ เพื่อคลี่คลายและแก้ไขปัญหาต่างๆ ที่สั่งสมมานาน

โซฮาอิล ชาบีน โฆษกกลุ่มตอลิบานเผยว่าขณะนี้กำลังดำเนินการถ่ายโอนอำนาจจากรัฐบาลอัฟกานิสถาน ซึ่งยังไม่สามารถระบุได้ว่าคณะรัฐบาลใหม่จะมีใครบ้าง แต่คาดว่าจะเป็นบุคคลที่เป็นที่รู้จักกันดีและคาดว่าจะเสร็จสิ้นภายในไม่กี่วันข้างหน้านี้

ขณะที่ผู้ที่มอบอาวุธและให้ความร่วมมือกับกองกำลังตอลิบานจะได้รับการนิรโทษกรรม พร้อมยืนยันว่าประชาชนทุกคนโดยเฉพาะในกรุงคาบูลจะได้รับการคุ้มครอง รวมถึงสิทธิสตรี ผู้สื่อข่าว และทูต

ด้านอัซราฟ กานี อดีตประธานาธิบดีอัฟกานิสถานโพสต์ผ่านเฟซบุ๊กหลังหลบหนีออกจากประเทศเมื่อช่วงค่ำวานนี้ (15 ส.ค.) พร้อมด้วยรองประธานาธิบดีและเจ้าหน้าที่อาวุโสจำนวนหนึ่ง

ข้อความระบุว่าตนต้องเลือกระหว่างเผชิญหน้ากับกลุ่มตอลิบานที่กำลังบุกเข้าทำเนียบประธานาธิบดี หรือออกจากประเทศอันเป็นที่รักที่ตนปกป้องมาตลอด 20 ปี แต่เพื่อหลีกเลี่ยงการนองเลือดตนคิดว่าการออกไปคือทางเลือกที่ดีที่สุด

พร้อมเสริมว่ากลุ่มตอลิบานเอาชนะมาด้วยอาวุธ และพวกเขาต้องรับผิดชอบต่อเกียรติยศ ทรพย์สิน และศักดิ์ศรีของชาวอัฟกานิสถาน ตลอดจนให้การรับรองแก่ประชาชนทุกคน ทุกชนเผ่า รวมถึงสตรี

ขณะที่ลอยด์ ออสติน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมสหรัฐส่งกำลังทหารไปยังอัฟกานิสถานเพิ่มหลายพันนายเพื่อรักษาความปลอดภัยบริเวณท่าอากาศยานนานาชาติในกรุงคาบูล และเร่งอพยพเจ้าหน้าที่ทางการทูตและพลเมือง

ทั้งสหรัฐและสหราชอาณาจักรต่างเร่งอพยพเจ้าหน้าที่ของตนจากสถานเอกอัครราชทูตในกรุงคาบูล หลังเกิดความวุ่นวายอย่างหนักที่ท่าอากาศยานนานาชาติในกรุงคาบูลจนมีประชาชนจำนวนมากได้รับบาดเจ็บ

Photo by AFP

ประธานาธิบดีอัฟกาเผ่นออกประเทศ ตอลิบานยกทัพเข้าคาบูล #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/660641

วันที่ 15 ส.ค. 2564 เวลา 22:01 น.

ประธานาธิบดีอัฟกาเผ่นออกประเทศ ตอลิบานยกทัพเข้าคาบูล ความคืบหน้าการบึดกรุงคาบูลของกลุ่มตอลิบาน หลังจากเข้าประชิดเมืองตั้งแต่ช่วงบ่าย ผู้นำประเทศเดินทางออกไปแล้วในช่วงค่ำ

ประธานาธิบดีอัชราฟ ฆานี แห่งอัฟกันเดินทางออกนอกประเทศเมื่อวันอาทิตย์ ไม่กี่ชั่วโมงหลังจากที่กลุ่มตอลิบานสั่งให้นักรบของตนรอที่ชานเมืองเมืองหลวงหลังกองกำลังรัฐบาลพ่ายแพ้อย่างหมดทางสู้

“อดีตประธานาธิบดีอัฟกันออกจากประเทศแล้ว” อับดุลลอฮ์ อับดุลลอฮ์ หัวหน้าเจ้าหน้าที่ด้านสันติภาพของอัฟกานิสถาน กล่าวในวิดีโอบนเพจ Facebook ของเขา

อับดุลลอฮ์ อับดุลลอฮ์ เจ้าหน้าที่ด้านสันติภาพของอัฟกานิสถาน ยังกล่าวถึงอัชราฟ ฆานี นฐานะอดีตประธานาธิบดีอัฟกานิสถานในข้อความวิดีโอ ซึ่งแสดงว่าอัชราฟ ฆานีไม่มีสถานะผุ้นำอีกต่อไป

เขาตำหนิอัชราฟ ฆานี ที่มีส่วนให้เกิดสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในอัฟกานิสถาน หลายชั่วโมงหลังจากกลุ่มก่อการร้ายตอลิบานเข้าสู่กรุงคาบูล เมืองหลวง

เจ้าหน้าที่กระทรวงการต่างประเทศอัฟกานิสถานระดับสูงกล่าวเช่นกันว่าอัชราฟ ฆานี  ออกจากอัฟกานิสถานแล้ว แต่ยังไม่ชัดเจนว่าเขากำลังมุ่งหน้าไปยังประเทศใด เจ้าหน้าที่ระดับสูงของกระทรวงมหาดไทยอัฟกานิสถานกล่าวก่อนหน้านี้ว่า อัชราฟ ฆานีได้เดินทางไปทาจิกิสถานแล้ว

กลุ่มตอลิบานได้สั่งให้นักรบของตนเข้าไปในกรุงคาบูล เมืองหลวงของอัฟกานิสถาน เพื่อป้องกันการโจรกรรมหลังจากที่ตำรวจท้องที่ละทิ้งตำแหน่ง ซาบีฮุลเลาะห์ มูจาฮิด  โฆษกของกลุ่มติดอาวุธกล่าวเมื่อวันอาทิตย์

คำแถลงของซาบีฮุลเลาะห์ มูจาฮิด มีขึ้นไม่นานหลังจากอับดุลลอฮ์ อับดุลลอฮ์ หัวหน้าเจ้าหน้าที่ด้านสันติภาพของอัฟกานิสถานเผยว่าประธานาธิบดีอัชราฟ ฆานี ออกจากประเทศแล้ว

ตอลิบานเริ่มเข้าสู่กรุงคาบูลจากทุกทิศทุกทาง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/660612

วันที่ 15 ส.ค. 2564 เวลา 15:32 น.

ตอลิบานเริ่มเข้าสู่กรุงคาบูลจากทุกทิศทุกทางจุดจบของกรุงคาบูลใกล้จะมาถึงแล้ว กองกำลังตอลิบานที่ล้อมเอาไว้ด้านนอกเริ่มทำการบุก

รอยเตอร์รายงานว่ากลุ่มตอลิบานได้เริ่มเข้าสู่กรุงคาบูลเมืองหลวงของอัฟกานิสถานจากทุกทิศทุกทาง กระทรวงมหาดไทยอัฟกานิสถานกล่าวเมื่อช่วงบ่ายวันอาทิตย์ตามเวลาประเทศไทย ขณะที่เจ้าหน้าที่สหรัฐและสหภาพยุโรปพยายามหาทางคุ้มครองตัวเองให้ปลอดภัย

อย่างไรก็ตาม นักรบของกลุ่มตอลิบานได้รับคำสั่งให้รอที่ประตูเมืองคาบูลและยังไม่เข้าไปในเมือง โฆษกของกลุ่มกบฏกล่าว หลังจากการล่มสลายของกองกำลังความมั่นคงของประเทศอย่างแน่นอนแล้ว

“อิสลามเอมิเรต (ตอลิบาน) สั่งกองกำลังทั้งหมดของตนให้ประจำการอยู่ที่ประตูเมืองคาบูล อย่าพยายามเข้าไปในเมือง” โฆษกของกลุ่มตอลิบานทวีต แม้ชาวบ้านบางคนรายงานว่ากองกำลังได้เข้าไปในเขตชานเมืองชั้นนอกบางแห่งอย่างสงบแล้ว

โฆษกตาลีบันกล่าวว่ากลุ่มกำลังพูดคุยกับรัฐบาลอัฟกานิสถาน “เพื่อให้เกิดการยอมจำนนอย่างสันติ” ในกรุงคาบูล

เจ้าหน้าที่สหรัฐกล่าว สมาชิกในทีม “แกนกลาง” ของสหรัฐฯ กำลังทำงานจากสนามบินคาบูล ขณะที่เจ้าหน้าที่ของนาโต้กล่าวว่าเจ้าหน้าที่สหภาพยุโรปหลายคนได้ย้ายไปอยู่ในสถานที่ที่ปลอดภัยในเมืองหลวงและไม่เปิดเผยว่าที่ใด

หลังจากโจมตีเมืองหลวงแล้ว ตอลิบานได้สั่งให้กองกำลังของตนงดใช้ความรุนแรง อนุญาตให้ทุกคนที่พยายามจะออกไปสามารถออกไปได้อย่างปลอดภัย และขอให้ผู้หญิงเดินทางไปยังพื้นที่คุ้มครอง 

Photo by – / AFP

อีกครั้งที่อเมริกันล้มเหลว เมื่อกองทัพที่ปั้นมาไร้น้ำยาสู้ตอลิบาน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/660589

วันที่ 15 ส.ค. 2564 เวลา 12:35 น.

อีกครั้งที่อเมริกันล้มเหลว เมื่อกองทัพที่ปั้นมาไร้น้ำยาสู้ตอลิบาน ตอลิบานเผยความล้มเหลวของความพยายามของสหรัฐ ในการสร้างกองทัพอัฟกัน

สำนักข่าวสรอยเตอร์ชี้ ความพ่ายแพ้ของกองกำลังอัฟกันในขณะที่กลุ่มตอลิบานเข้ายึดครองจังหวัดแล้วจังหวัดเล่าให้คำตอบที่ชัดเจนว่าความพยายามยาวนานสองทศวรรษของสหรัฐที่จะสร้างกองทัพท้องถิ่นในอัฟกานิสถานนั้นประสบความสำเร็จหรือไม่

แม้จะมีงบประมาณประมาณ 89,000 ล้านดอลลาร์สำหรับการฝึกกองทัพอัฟกัน แต่กลุ่มตอลิบานใช้เวลาแค่หนึ่งเดือนในการทำลายกองทัพนี้ ในช่วงสองสามวันที่ผ่านมา กลุ่มผู้ก่อความไม่สงบได้ยึดเมืองใหญ่ทุกแห่งในอัฟกานิสถาน ตั้งแต่กันดาฮาร์ทางตอนใต้ไปจนถึงมาซาร์-อี-ชาริฟทางเหนือ และเฮรัตทางตะวันตกถึงจาลาลาบัดทางตะวันออก

ตอนนี้พวกเขายืนอยู่แค่ปากทางเข้ากรุงคาบูล

ประธานาธิบดีอัชราฟ ฆานี แห่งอัฟกันยกย่องกองกำลังความมั่นคงและการป้องกันอัฟกันในการปราศรัยทางโทรทัศน์สั้น ๆ เมื่อวันเสาร์ว่าพวกเขามี “จิตวิญญาณที่แข็งแกร่งในการปกป้องประชาชนและประเทศของพวกเขา”

แต่ถึงกระนั้นก็ยังมีความตกใจที่หน่วยทหารอัฟกันจำนวนมากแทบไม่ต่อต้าน บางคนละทิ้งหน้าที่ของตนและคนอื่นๆ ได้บรรลุข้อตกลงกับกลุ่มตอลิบานเพื่อหยุดการต่อสู้และมอบอาวุธและยุทโธปกรณ์ของพวกเขาให้ตอลิบาน

ในบางกรณี เจ้าหน้าที่ของสหรัฐกล่าวว่า ผู้ว่าราชการจังหวัดขอให้กองกำลังความมั่นคงยอมจำนนหรือหลบหนี บางทีเพื่อหลีกเลี่ยงการนองเลือดต่อไปเพราะพวกเขาเชื่อว่าไม่อาจหลีกเลี่ยงความพ่ายแพ้ได้

หากที่ไหนไม่มีการทำข้อตกลงกัน กองกำลังอัฟกันก็ดูเหมือนจะไม่มีตัวตนอยู่เลย

“เมื่อขวัญกำลังใจหมดสิ้นไป มันจะลุกลามอย่างรวดเร็ว และอย่างน้อยเรื่องนี้ก็มีส่วน” เจ้าหน้าที่สหรัฐคนหนึ่งกล่าว

เจ้าหน้าที่อเมริกันกังวลมานานแล้วว่าการคอร์รัปชั่นที่ลุกลามไปทั่วในหมู่ผู้นำทางการทหารและการเมืองของอัฟกานิสถานที่มีกฐานคาหนังคาเขาจะบ่อนทำลายกาขวัญกำลังใจของทหารแนวหน้าที่ได้รับค่าจ้างไม่ดี ขาดแคลนอาหาร และการจัดหายุทโธปกรณ์ที่ไม่แน่นอน ซึ่งบางคนถูกทิ้งไว้นานหลายเดือนหรือหลายปีในด่านที่ห่างไกลซึ่งกลุ่มตอลิบานสามารถโจมตีได้ง่ายๆ

หลายปีที่ผ่านมา ทหารอัฟกันหลายร้อยนายถูกสังหารในแต่ละเดือน แต่กองทัพต่อสู้ต่อไปโดยไม่มีการอพยพผู้บาดเจ็บล้มตายทางอากาศและขาดมาตรฐานการดูแลการผ่าตัดโดยผู้เชี่ยวชาญเหมือนในกองทัพตะวันตก ตราบใดที่กองทัพนานาชาติยังอยู่ที่อัฟกานิสถานพวดเขากฌ็ยังพอมีกำลังใจ แต่เมือถอนกำลังออกไป กองทัพอัฟกันก็หมดแรงใจที่จะสู้

“คุณจะสละชีวิตของคุณให้กับผู้นำที่ไม่จ่ายเงินให้คุณตรงเวลาและสนใจอนาคตของตัวเองมากขึ้นไหม” เจ้าหน้าที่สหรัฐคนที่สองซึ่งพูดโดยขอไม่เปิดเผยชื่อถาม

เป็นการวิเคราะห์บางคนในขบวนการตอลิบานเองเห็นพ้องด้วย

ผู้บัญชาการกลุ่มตอลิบานคนหนึ่งในจังหวัดฆัซนีทางตอนกลางกล่าวว่ากองกำลังของรัฐบาลเริ่มล่มสลายทันทีที่กองกำลังสหรัฐเริ่มถอนตัว “เนื่องจากพวกเขาไม่มีอุดมการณ์ใด ๆ ยกเว้นโหนอเมริกาเอาไว้”

“เหตุผลเดียวที่ทำให้จังหวัดต่างๆ ล่มสลายอย่างไม่คาดคิดก็คือความมุ่งมั่นของเราและการถอนทหารสหรัฐฯ” เขากล่าว

ความพ่ายแพ้เน้นย้ำถึงความล้มเหลวของสหรัฐในการสร้างกองกำลังต่อสู้ในภาพลักษณ์ของกองทัพที่มีความเป็นมืออาชีพสูง โดยมีความเป็นผู้นำที่ได้รับการฝึกฝนมาเป็นอย่างดี แรงบันดาลใจ อาวุธไฮเทค และการสนับสนุนด้านลอจิสติกส์ที่ราบรื่น

ตัวเลขในรายงานทางการนั้น กองกำลังความมั่นคงอัฟกานิสถานมีจำนวนทหารประมาณ 300,000 นาย ในความเป็นจริง ตัวเลขไม่เคยสูงขนาดนั้น

มันปฏิบัติการโดยกองกำลังพิเศษชั้นยอดจำนวนน้อยที่ถูกไล่ต้อนออกจากจังหวัดหนึ่งไปอีกจังหวัดหลังจากเมืองจำนวนมากตกอยู่ในกำมือกลุ่มตอลิบาน อัตราหนีทหารในกองทัพที่สูงอยู่แล้วก็เพิ่มสูงขึ้นอีก

ขณะที่กองกำลังของรัฐบาลเริ่มแตกซ่านกอง กำลังติดอาวุธในท้องถิ่นที่รับเกณฑ์กำลังมารบ ซึ่งภักดีต่อผู้นำระดับภูมิภาคที่มีชื่อเสียง เช่น ขุนศึกอับดุล ราชิด ดอสตุม ในจังหวัดฟาริยาบทางเหนือหรืออิสมาอิล ข่าน ในเมืองเฮรัต ก็รีบเร่งเข้าต่อสู้เช่นกัน

ประเทศตะวันตกระวังกลุ่มติดอาวุธดังกล่าวมานานแล้ว แม้ว่ากองกำลังท้องถิ่นและขุนศึกท้องถิ่นจะเป็นเรื่องปกติตามแนวทางเมืองอัฟกานิสถานแบบดั้งเดิมที่ความสัมพันธ์ส่วนตัว ระดับท้องถิ่น หรือชาติพันธุ์มีน้ำหนักมากกว่าความภักดีต่อรัฐชาติ กลุ่มเหล่านี้พัวพันคอร์รัปชั่นและการล่วงละเมิดจนเป็นปกติ และท้ายที่สุดกลุ่มขุนศึกเหล่านี้ไม่มีประสิทธิภาพเท่ากับองกำลังตามระบบที่ควบคุฒโดยรัฐบาล

ผลก็คือขุนศึกดอสตุม หนีไปอุซเบกิสถานเมื่อกลุ่มตอลิบานบุกเข้ามา และขุนศึกข่านก็ยอมจำนนต่อพวกตอลิบาน

แต่มันเป็นเรื่องสมเหตุสมผลหรือไม่ที่จะสร้างกองทัพแบบตะวันตกในประเทศที่ยากจนที่สุดแห่งหนึ่งของโลกด้วยอัตราการรู้หนังสือ 40% และยังมีวัฒนธรรมทางสังคมและการเมืองที่ห่างไกลจากความรู้สึกเป็นรัฐชาติที่เป็นหนึ่งเดียวเหมือนชาติที่พัฒนาแล้ว

ผู้ฝึกสอนทหารในกองทัพสหรัฐที่ทำงานร่วมกับกองกำลังอัฟกันพยายามสอนบทเรียนพื้นฐานขององค์กรทางทหารที่ทำการจัดหา บำรุงรักษาอุปกรณ์ และดูแลให้หน่วยได้รับการสนับสนุนอย่างเหมาะสมเป็นกุญแจสู่ความสำเร็จในสนามรบ

โจนาธาน ชรอเดน (Jonathan Schroden) ผู้เชี่ยวชาญจากสถาบันนโยบาย CNA ซึ่งทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาให้กับหน่วยบัญชาการกลางของสหรัฐฯ CENTCOM และกองกำลังระหว่างประเทศที่นำโดยสหรัฐในอัฟกานิสถาน กล่าวว่ากองทัพอัฟกันทำหน้าที่ได้มากเท่ากับ “โครงการจัดหางาน”มากกว่าจะเป็นกองกำลังต่อสู้ “เพราะมันเป็นแหล่งที่มาของเงินเดือน (สำหรับประชาชน) ในประเทศที่หาเงินได้ยาก”

แต่ความล้มเหลวเรื้อรังของการสนับสนุนด้านลอจิสติกส์ ยุทโธปกรณ์/อุปกรณ์ และกำลังคนในหลายหน่วย ยังผลให้ “แม้ว่าพวกเขาต้องการต่อสู้ พวกเขาก็หมดความสามารถในการต่อสู้ในระยะเวลาอันสั้น”

กองกำลังอัฟกันถูกบีบให้ยอมแพ้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า หลังการร้องขอเสบียงและกำลังเสริมไม่ได้รับคำตอบ อาจเป็นเพราะขาดความสามารถในการส่งกำลังหนุนหรือระบบไม่สามารถส่งมอบได้

แม้แต่หน่วยกองกำลังพิเศษชั้นยอดที่จมปลักจากการสู้รบในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาก็ยังได้รับความเดือดร้อน เมื่อเดือนที่แล้ว หน่วยคอมมานโดอย่างน้อยสิบกว่านายถูกสังหารโดยกลุ่มตอลิบานในจังหวัดฟายยับ ทางภาคเหนือของประเทศ หลังจากกระสุนหมดและถูกบังคับให้มอบตัว

ริชาร์ด อาร์มิเทจ (Richard Armitage) อดีตนักการทูตสหรัฐซึ่งจัดกองเรือกองเรือของกองทัพเรือเวียดนามใต้เพื่อบรรทุกผู้ลี้ภัยประมาณ 30,000 คนออกจากไซง่อนก่อนที่เรือจะล่มในเดือนเมษายน พ.ศ. 2518 ได้เฝ้าดูภัยคุกคามจากภัยพิบัติที่คล้ายกันที่เกิดขึ้นในกรุงคาบูล

ในฐานะรองเลขาธิการแห่งรัฐภายใต้อดีตประธานาธิบดีจอร์จ ดับเบิลยู บุช เมื่อสหรัฐบุกโจมตีอัฟกานิสถานในปี 2544 เขามีส่วนเกี่ยวข้องอย่างมากกับการทูตอัฟกานิสถาน เขากล่าวว่าการล่มสลายของกองทัพอัฟกันชี้ให้เห็นถึงความล้มเหลวในวงกว้างของความพยายามระหว่างประเทศกว่า 2 ทศวรรษ

“ผมได้ยินคนแสดงความไม่พอใจในหมู่สื่อมวลชนว่ากองทัพอัฟกันไม่สามารถต่อสู้ได้นาน” เขากล่าว “ผมรับรองได้เลยว่ากองทัพอัฟกันต่อสู้แล้ว สู้ได้ และถ้ามีปืนและมีบางอย่างเอาไว้สู้ พวกเขาก็สามารถใช้มันได้”

“คำถามคือ รัฐบาลนี้คุ้มที่จะต่อสู้หรือเปล่า?”

Photo by – / AFP

สหรัฐเริ่มอพยพสถานทูตในกรุงคาบูลหลังตอลิบานล้อมกรุง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/world/660584

วันที่ 15 ส.ค. 2564 เวลา 11:45 น.

สหรัฐเริ่มอพยพสถานทูตในกรุงคาบูลหลังตอลิบานล้อมกรุงตอลิบานรุกคืบถึงชานกรุงคาบูล เพียงแค่รอเวลาว่ารัฐบาลจะสู้หรือจะยอมแพ้เท่านั้น ขณะที่สหรัฐสั่งอพยพสถานทูต แม้จะมีการตรึงกำลังทหารอีกนับพัน

สหรัฐเริ่มอพยพนักการทูตออกจากสถานทูตในกรุงคาบูล เมืองหลวงของประเทศอะัฟกานิสถานแล้ว เจ้าหน้าที่สหรัฐ 2 คนบอกกับสำนักรอยเตอร์เมื่อวันอาทิตย์

เจ้าหน้าที่คนหนึ่งซึ่งไม่ประสงค์ออกนามกล่าวว่า เจ้าหน้าที่ส่วนใหญ่พร้อมที่จะออกเดินทางแล้ว สถานทูตยังคงทำงานอยู่ 

เป็นที่คาดการณ์กันว่าการอพยพของนักการทูตส่วนใหญ่จะเริ่มในวันอาทิตย์นี้ เนื่องจากกลุ่มตอลิบานยังคงเดินหน้าโจมตีแบบสายฟ้าแลบ ซึ่งคาดว่าจะมาถึงคาบูลในเวลาอีกไม่กี่วัน 

ในขณะนี้ตอลิบานได้เคลื่อนกำลังยึดเมืองสำคัญได้เกือบหมดและล้อมกรุงคาบูลเอาไว้โดดๆ เตรียมที่จะจู่โจมเมื่อใดก็ได้ และขึ้นอยู่กับว่าประธานาธิบดีอัชราฟ ฆานี ที่ปักหลักในเมืองจะประกาศต่อต้านการรุกรานหรือว่าจะยอมวางอาวุธ 

ประธานาธิบดี โจ ไบเดน สั่งให้ส่งทหารสหรัฐเพิ่มอีก 1,000 นาย เพื่อช่วยรักษาความปลอดภัยในการอพยพฉุกเฉินจากพนักงานสถานทูตในกรุงคาบูล และชาวอัฟกันหลายพันคนที่ทำงานในกองกำลังอเมริกัน 

ไบเดนกล่าวในแถลงการณ์ว่าเป้าหมายคือ “เพื่อให้แน่ใจว่าเราสามารถมีการปลดประจำการอย่างเป็นระเบียบและปลอดภัยสำหรับบุคลากรของสหรัฐ และบุคลากรพันธมิตรอื่นๆ และการอพยพชาวอัฟกันที่เป็นระเบียบและปลอดภัยซึ่งช่วยกองกำลังของเราในระหว่างภารกิจของเราและผู้ที่มีความเสี่ยงพิเศษจากการรุกของตอลิบาน” 

Photo by – / AFP