“อภ.” เตรียมเซ็นสัญญาซื้อ “ชุดตรวจโควิด” ATK “Lepu” 8.5 ล้านชุด #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/479362

“อภ.”เตรียมเซ็นสัญญาซื้อ”ชุดตรวจโควิด” ATK “Lepu ” 8.5 ล้านชุด

18 ส.ค. 2564

เดินหน้าต่อ”องค์การเภสัชกรรม” เตรียมเซ็นสัญญาซื้อ”ชุดตรวจโควิด” ATK ยี่ห้อ” Lepu” จำนวน 8.5 ล้านชุด หลังได้รับการยืนยันคุณภาพตามมาตรฐาน”อย.”

นพ.วิฑูรย์  ด่านวิบูลย์ ผู้อำนวยการองค์การเภสัชกรรม  เปิดเผยว่า คณะกรรมการองค์การเภสัชกรรม (บอร์ด) ได้ให้องค์การฯดำเนินการในขั้นตอนการลงนามสัญญาและส่งมอบชุดตรวจ ATK จำนวน 8.5 ล้านชุด ต่อไป

โดยจากการตรวจสอบในรายละเอียดแล้วเห็นว่าผลิตภัณฑ์ของ บริษัทออสแลนด์ แคปปิตอล จำกัด โดยผู้แทนจำหน่ายคือบริษัทเวิลด์ เมดิคอล อัลไลแอนซ์(ประเทศไทย)ที่ชนะการเสนอราคามีคุณภาพได้มาตรฐานตามที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา(อย.) กำหนด

รวมทั้งได้มีหนังสือยืนยันคุณภาพอีกครั้งมาแล้ว ประกอบกับเห็นว่ากระบวนการจัดซื้อจัดจ้างขององค์การฯเป็นไปอย่างถูกต้อง โปร่งใส สอดคล้องกับกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องต่าง ๆ และเป็นไปตามข้อกำหนดของ สปสช.และโรงพยาบาลราชวิถี    

ดร.ภญ.นันทกาญจน์ สุวรรณปิฎกกุล ผู้เชี่ยวชาญพิเศษ  องค์การเภสัชกรรม กล่าวว่า ในส่วนขององค์การฯ ยังมีกระบวนการประกันคุณภาพของผลิตภัณฑ์ผู้ผลิตอื่น

โดยเมื่อมีการส่งมอบผลิตภัณฑ์ ATK ให้องค์การฯในแต่ละครั้งก่อนการจัดส่งให้หน่วยบริการนั้น องค์การฯ จะมีคณะกรรมการตรวจรับสินค้าตาม TOR ตรวจประเมินใบตรวจวิเคราะห์ผลิตภัณฑ์(COA) หรือเอกสารรับรองผลิตภัณฑ์ว่ามีคุณภาพเป็นไปตาม TOR ของผู้สั่งซื้อ  

จากนั้นจะทำการสุ่มตัวอย่างไปตรวจทดสอบคุณภาพที่ห้องปฏิบัติการที่ได้รับมาตรฐานจะตรวจวิเคราะห์ในหัวข้อ ความไวเชิงวินิจฉัย (Diagnostic sensitivity)

ความจำเพาะเชิงวินิจฉัย (Diagnostic specificity) ความไม่จำเพาะต่อเชื้อ (Non-Specificity) ตามเกณฑ์การทดสอบที่ อย.กำหนด

และเมื่อได้รับผลทดสอบมาแล้วองค์การฯจะประเมินผลเทียบกับ TOR อีกครั้งหนึ่ง  

ขณะเดียวกันองค์การฯ จะทำการสุ่มตัวอย่าง เพื่อเก็บเป็นตัวอย่างอ้างอิงในการตรวจวิเคราะห์หากพบปัญหาในการใช้งาน( Retained Sample) ควบคู่กันไปด้วย

ในกรณีมีข้อร้องเรียนจากผู้บริโภคทางบริษัทผู้จำหน่ายจะต้องสืบหาสาเหตุ และแนวทางการป้องกัน แจ้งมายังองค์การฯ เพื่อประเมินและติดตามผลการแก้ไขป้องกันปัญหาดังกล่าวต่อไป

ในกรณีที่มีปัญหาคุณภาพจนต้องมีการเรียกคืนผลิตภัณฑ์( Recall )บริษัทผู้จำหน่ายต้องเรียกเก็บผลิตภัณฑ์คืน พร้อมชดใช้และแลกเปลี่ยนผลิตภัณฑ์ให้กับผู้บริโภค และทำรายงานผลการเรียกเก็บผลิตภัณฑ์คืน ส่งให้องค์การฯ ทำการประเมินประสิทธิผลของการเรียกคืนทุกครั้ง 

“จุรินทร์” แจงกรณี “ทุเรียนติดโควิด” กำลังตรวจสอบหาสาเหตุจากไทยหรือไม่ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/479340

“จุรินทร์” แจงกรณี “ทุเรียนติดโควิด” กำลังตรวจสอบหาสาเหตุจากไทยหรือไม่

18 ส.ค. 2564

“จุรินทร์” รมว.พาณิชย์ ออกโรงแจง กรณีกระแสข่าว “ทุเรียนติดโควิด” พบที่ตลาดเมืองจีนไม่ได้ตรวจพบที่ด่านทางประเทศไทย

เมื่อวันที่ 18 ส.ค. 64  “นายจุรินทร์  ลักษณะวิศิษฎ์”  รองนายกรัฐมนตรี และรมว.พาณิชย์   เปิดเผยถึง กรณีข่าว “ทุเรียนติดโควิด” ตามที่ปรากฎเป็นข่าวว่า จีนปฏิเสธการรับซื้อ เรื่องนี้กระทรวงเกษตร โดยทูตเกษตร กับทูตพาณิชย์ ได้มีการประสานงานเจรจากับทางจีนสุดท้ายได้รับข้อมูลว่าที่พบเชื้อโควิดนั้น พบที่บรรจุภัณฑ์ในตลาดแห่งหนึ่งของจีน ไม่ได้พบที่ด่าน

เพราะฉะนั้นยังวินิจฉัยไม่ได้ว่าทุเรียนไทยนั้นติดโควิด และขณะนี้จีนไม่ได้ปฏิเสธการรับซื้อ การส่งออกยังสามารถเดินหน้าไปได้

โดยเฉพาะที่เอกชนเป็นห่วงว่า จังหวัดนครพนม ซึ่งเป็นที่ตั้งด่านไทยข้ามไปลาว ผู้ว่าราชการจังหวัดมีการตรวจเข้มซึ่งส่งผลกระทบต่อการขนส่งทุเรียนส่งออกไปยังเวียดนาม เพื่อไปประเทศจีนนั้น

“ผมได้รับรายงานว่าผู้ว่าราชการจังหวัดไม่ได้มีมาตรการใดในลักษณะที่จะเป็นการสกัดการส่งทุเรียนข้ามแดนจากนครพนมไปฝั่งตรงข้ามแต่อย่างใด

และที่มีข่าวว่าล้งที่ชุมพรปฏิเสธการรับซื้อทุเรียนนั้น ก็ปรากฏแต่เพียงว่าล้งที่รับซื้อเพื่อการส่งออกหยุดรับซื้อเพียง 3 วัน ระหว่างวันที่ 16-18 สิงหาคมเท่านั้น และจากการเจรจาแล้วก็จะเปิดรับซื้อในวันพรุ่งนี้ แต่ส่วนการรับซื้อเพื่อตลาดในประเทศยังไม่ได้รับผลกระทบแต่อย่างใด 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

“เฉลิมชัย”พอใจผลงานขายทุเรียนแบรนด์ไทยไปจีนด้วยแพลตฟอร์มใหม่ระบบสั่งซื้อล่วงหน้าล็อตแรกสำเร็จ

“ทุเรียนระยอง”ยอดฮิตตลาดเกษตรดิจิตอล!

(คลิป) ทุเรียนไทย ขายดีในตลาดจีน สวนกระแสวิกฤติ โควิด-19

หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวเพิ่มเติม ถึงเรื่องราคาพืชผลการเกษตรที่ผ่านมา และการแก้ไขปัญหาทางการเกษตร ว่า ทั้งในเรื่องของตลาดในประเทศ ในเรื่องของการส่งออก ทุกอย่างก็สามารถคลี่คลายไปได้ แม้ว่าจะต้องมาเผชิญวิกฤติปัญหาหน้างาน ในเรื่องสถานการณ์โควิดอยู่ในบางช่วง บางเวลาก็ตาม แต่ทั้งหมดก็ไปได้ดี คลี่คลายได้

เช่นล่าสุดมังคุดจากภาคใต้ซึ่งมาออกในช่วงล็อคดาวน์พอดี ทำให้ติดปัญหาทั้งตลาดในประเทศ และตลาดต่างประเทศ เพราะสำหรับต่างประเทศนั้นการที่จะเคลื่อนย้ายมังคุดข้ามแดนลาว เวียดนาม เพื่อไปยังจีนซึ่งเป็นตลาดสำคัญ ก็ติดขัดในบางช่วงบางเวลา

แต่ทูตเกษตรก็ได้รับคำสั่งจากรัฐมนตรีเกษตร รวมทั้งทูตพาณิชย์ก็สามารถแก้ไขปัญหาคลี่คลายไปได้ ตลาดในประเทศ ล้งไม่สามารถเคลื่อนย้ายจากภาคตะวันออกไปรับซื้อที่ชุมพร นครศรีธรรมราช และภาคใต้ได้ ก็มีการประชุมร่วมกันกับผู้ว่าราชการจังหวัด และประชุมร่วมกันกับฝ่ายต่างๆ รวมทั้งล้งทั่วประเทศ จนในที่สุดตอนนี้สถานการณ์ก็คลี่คลาย

เพราะล้งก็สามารถเคลื่อนย้ายแรงงานจากภาคตะวันออกไปรับซื้อที่ชุมพร นครศรีธรรมราช และภาคใต้ได้ รวมทั้งโมเดิร์นเทรดต่างๆ ก็ช่วยกันกระจาย กระทรวงเกษตรก็มีโครงการเกษตรแฮปปี้ ในการช่วยกระจายมังคุด ตอนนี้สถานการณ์ก็คลี่คลายดีขึ้น ราคาก็ขยับดีขึ้น

สำหรับเรื่องราคาข้าว รมว.พาณิชย์ กล่าวว่า มีช่วงระยะเวลาที่ราคาสูง และราคาต่ำ ปีที่แล้วราคาแตะหมื่น แต่ปีนี้ราคาหย่อนลงมาพอสมควรทีเดียว ที่เป็นเช่นนั้นก็เพราะตลาดส่งออกของเรานั้นมีปัญหาในช่วงครึ่งปีแรกของปีนี้ เพราะค่าเงินบาทแข็งในช่วงก่อนหน้านั้น

ขณะเดียวกันราคาของเราไม่สามารถแข่งขันในตลาดโลกได้ ประกอบกับติดปัญหาเรื่องตู้คอนเทนเนอร์ และค่าระวางเรือที่สูงมาก บางกรณีสูงกว่าราคาข้าว จึงทำให้เราไม่สามารถแข่งขันได้ ส่งผลให้ราคาหย่อนลงมา

แต่ถึงอย่างไรก็ยังมีนโยบายประกันรายได้เกษตรกรที่จะเข้ามาช่วยประกันให้กับชาวนาว่า ถ้าข้าวเปลือกเจ้าราคาต่ำกว่า 1 หมื่น ก็จะมีเงินส่วนต่าง โดยเอา 1 หมื่นลบด้วยราคาตลาด หากราคาตลาดเหลือ 7,000 บาท

ในส่วน 3,000 บาทนี้ก็จะเป็นเงินส่วนต่างที่จะโอนให้กับเกษตรกรโดยตรงไม่หายหกตกหล่น ก็จะทำให้เกษตรกรได้รับ 7,000 + 3,000 และได้ 1 หมื่นตามรายได้ที่ประกัน ซึ่งถือเป็นตัวช่วยให้ชาวนายังยืนอยู่ได้

แต่เชื่อว่าสถานการณ์ครึ่งปีหลังในปี 64 จะมีสถานการณ์ส่งออกข้าวไทยจะดีขึ้น เพราะเงินบาทอ่อนค่าลง ทำให้เราสามารถแข่งขันในตลาดได้มากขึ้น

“โทนี่ วู้ดซัม” ของขึ้น ทนดูไม่ได้เห็นตำรวจเข้า “สลายม็อบ” แยกดินแดง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/479283

“โทนี่ วู้ดซัม”ของขึ้น ทนดูไม่ได้เห็นตำรวจเข้า”สลายม็อบ”แยกดินแดง

17 ส.ค. 2564

“โทนี่ วู้ดซั่ม”มาแล้ว “ทักษิณ” ออกอาการ”ของขึ้น”โหนกระแส”สลายม็อบ”ทนดูไม่ได้เห็นตำรวจเข้าเคลียร์ม็อบป่วนดินแดง

เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม เวลา 20.30 น. นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้เข้ามาจัดรายการ CARE Talk x CARE ClubHouse  ในหัวข้อ  ทางออกประเทศ ทางรอดประชาชน  ท่ามกลางสถานการณ์ที่มีการชุมนุมของกลุ่มมวลชนรายวันและก่อเหตุความรุนแรง จนทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดควบคุมฝูงชนเข้าสลายการชุมนุม 

ทั้งนี้ “นายทักษิณ” หรืออีกชื่อว่า “โทนี่ วู้ดซัม” ได้แสดงความเห็นออกมาว่า “…ในฐานะตำรวจเก่า ชีวิตพวกเราเกิดมาเพื่อดูแลประชาชน ดูคำปฏิญาณสิ แต่ทุกวันนี้คุณกลับมายืนตรงข้ามประชาชน มายิงแก๊สน้ำยา ยิงกระสุน เพียงเพราะนายสั่ง…”


“นายโทนี่ วู้ดซัม” กล่าวต่อไปว่า  “ผมในฐานะตำรวจเก่า สอบได้ที่ 1 โรงเรียนนายร้อยตำรวจ ผ่านการฝึกคุมฝูงชน กระโดดร่ม เหรียญเงินปืนยาวปืนสั้น ผมเข้าใจว่าความเป็นตำรวจที่ดี แต่ทุกครั้งพอปฏิวัติ ตำรวจกลายเป็นลูกไล่ทหารตลอด 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

วันนี้ตำรวจถูกสั่งให้ทำโน่นนี่ ทั้งๆที่ชีวิตพวกเราต้องเกิดมาเพื่อดูแลประชาชน ดูคำปฏิญาณพวกเราสิ เราต้องการดูแลประชาชน รับใช้และปกป้องประชาชน แต่วันนี้ คุณกลับยืนตรงข้ามประชาชน มายิงแก๊สน้ำตา ยิงกระสุน เพียงเพราะนายสั่ง เพราะผู้นำที่ไม่ยอมลงมาคุยกับเด็ก”

นอกจากนี้ อดีตนายกฯ ยังได้กล่าวถึงการบริหารวัคซีนป้องกันโควิดด้วยว่า  “…ทำไมไม่เอาวัคซีนที่มีคุณภาพมาให้ รอตังค์ทอนหรือเปล่า วัคซีนไฟเซอร์ ขอเถอะ ขอชนิดที่ฉีดแล้วไม่อมได้ไหม รักประชาชนหน่อย …”

นายโทนี่ กล่าวว่า “เรื่องวัคซีนไฟเซอร์ ขอเถอะ ขอชนิดที่ฉีดแล้วไม่อมได้ไหม ถ้าด่านหน้าได้แล้วทุกอย่างจบเลย 1.54 ล้านโดส รีบฉีดให้หมด ถ้าเหลือก็ให้พระ สัปเหร่อ เด็กส่งอาหาร วันนี้ไรเดอร์ไปซื้อของในห้างให้คุณ ยังไงก็แล้วแต่ให้คนเสี่ยงที่จะติดเชื้อ กับคนที่เขาดูแลพวกเราฉีดก่อน เอาแบบให้ภูมิเขาสูงๆ”

ครม. เคาะซื้อ “ไฟเซอร์” เพิ่ม 10 ล้านโดส เริ่มทยอยส่งมอบได้ไตรมาส 4 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/479278

ครม. เคาะซื้อ”ไฟเซอร์”เพิ่ม 10 ล้านโดส เริ่มทยอยส่งมอบได้ไตรมาส 4

17 ส.ค. 2564

“ครม.” เห็นชอบจัดซื้อวัคซีน”ไฟเซอร์”เพิ่มอีก 10 ล้านโดส รวมเป็น 30 ล้านโดส ทยอยส่งมอบไตรมาส 4 เฮ ไทยมี “วัคซีน”หลากหลายแล้ว

นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ครม. รับทราบการสั่งซื้อวัคซีนไฟเซอร์เพิ่มเติมอีก 10 ล้านโดส

พร้อมมอบให้กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุขได้ลงนามกับผู้แทนบริษัท ไฟเซอร์ (ประเทศไทย) จำกัดและไบออนเทค ทำให้การจัดซื้อวัคซีนไฟเซอร์ซึ่งเป็นวัคซีนชนิด mRNA เพิ่มจำนวนเป็น 30 ล้านโดส ซึ่งจะเริ่มทยอยจัดส่งในไตรมาสที่ 4 ของปี 2564 นี้

การทำข้อตกลงเพื่อจัดหาวัคซีนไฟเซอร์ในครั้งนี้ จะทำให้ไทยมีวัคซีนโควิด-19 กระจายให้ประชาชนเกือบครบทุกชนิด ทั้งในส่วนของ mRNA ของไฟเซอร์ และโมเดอร์นา ชนิดเชื้อตาย ของซิโนแวคและซิโนฟาร์ม ชนิดไวรัลเวกเตอร์ ของแอสตร้าเซนเนก้า

วัคซีนไฟเซอร์ ได้รับการขึ้นทะเบียนแบบมีเงื่อนไขจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา(อย.) เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2564 และเป็นวัคซีนที่ขึ้นทะเบียนให้ใช้สำหรับผู้ที่มีอายุ 12 ปีขึ้นไปได้

ด้าน นพ.โอภาส  การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค (คร.) กล่าวต่อว่า ในสัปดาห์นี้ กรมควบคุมโรคได้จัดสรรวัคซีนโควิด-19 ไฟเซอร์ Pfizer สำหรับกลุ่ม 608 เพิ่มจากสัปดาห์ก่อนที่เน้นกลุ่มบุคลากรทางการแพทย์ เพื่อฉีดในเดือนสิงหาคม 2564 จำนวน 645,000 โดส ใน 13 จังหวัดควบคุมสูงสุดและเข้มงวด

ประกอบด้วย กรุงเทพมหานคร ฉะเชิงเทรา ชลบุรี นครปฐม นนทบุรี นราธิวาส ปทุมธานี ปัตตานี พระนครศรีอยุธยา ยะลา สงขลา สมุทรปราการ และ สมุทรสาคร  รพ. หลายแห่งได้เริ่มฉีดแล้ว

เช่น สมุทรปราการ ฉะเชิงเทรา คาดว่าทุกแห่งจะดำเนินการได้ในสัปดาห์นี้ โดยตั้งแต่วันที่ 28 ก.พ. เป็นต้นมา

มีผู้ได้รับการฉีดวัคซีนแล้ว 24 ล้านโดส เป็นเข็มที่ 1 จำนวน 18.3 ล้านคน (ครอบคลุมร้อยละ 25.5) ครบ 2 เข็ม จำนวน 5.2 ล้านคน (ความครอบคลุมร้อยละ 7.1) และฉีดกระตุ้นเข็ม 3 อีก 5 แสนคน

ในจำนวนนี้เป็นผู้ที่ได้วัคซีนไฟเซอร์ Pfizer 3 แสนคน ที่เหลือเป็นวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้า AstraZeneca

โดย กลุ่ม 608 นั้น ประกอบไปด้วยประชากร 3 กลุ่มหลัก ๆ ได้แก่

กลุ่มผู้สูงอายุที่มีอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป

กลุ่มผู้ป่วยที่มีโรคประจำตัว7 โรค คือ โรคทางเดินหายใจเรื้อรัง โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคไตวายเรื้อรัง โรคหลอดเลือดสมอง โรคอ้วน โรคมะเร็ง และ โรคเบาหวาน

กลุ่มหญิงตั้งครรภ์ อายุครรภ์ 12 สัปดาห์ขึ้นไป หรือกลุ่ม 608 ขอให้มารับการฉีดวัคซีน โควิด-19 เพื่อลดความรุนแรงและเสียชีวิต

รอเก็บกู้ พบวัตถุคล้ายระเบิด 3 ลูก ตกอยู่ย่าน “อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ” #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/479275

รอเก็บกู้ พบวัตถุคล้ายระเบิด 3 ลูก ตกอยู่ย่าน “อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ”

17 ส.ค. 2564

ภายหลังการเข้าเคลียร์พื้นที่โดยรอบ “อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ” ของเจ้าหน้าที่ควบคุมฝูงชน ปรากฎว่าพบวัตถุคล้ายระเบิดจำนวน 3 ลูก ตกอยู่พื้นผิวถนน ขณะนี้ยังรอเจ้าหน้าที่เก็บกู้

เมื่อเวลา 19.00 น. วันที่ 17 สิงหาคม ที่ อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ผู้สื่อข่าวคมชัดลึก รายงานว่า เมื่อช่วงเย็นที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมฝูงชนได้กระชับพื้นที่บริเวณอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ เนื่องจากมีผู้ชุมนุมบางส่วนที่ไม่ยอมกลับทำการจุดพลุ จุดประทัด 

รอเก็บกู้ พบวัตถุคล้ายระเบิด 3 ลูก ตกอยู่ย่าน "อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ"

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทางเจ้าหน้าที่ใช้เวลาในการกระชับพื้นที่ประมาณหนึ่งชั่วโมง ก่อนที่จะควบคุมสถานการณ์ที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ได้ทั้งหมดตั้งแต่เวลา 18.00 น. ที่ผ่านมา ก่อนที่จะมีการเปิดการจราจรตามปกติ 

รอเก็บกู้ พบวัตถุคล้ายระเบิด 3 ลูก ตกอยู่ย่าน "อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ"
รอเก็บกู้ พบวัตถุคล้ายระเบิด 3 ลูก ตกอยู่ย่าน "อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ"

ทั้งนี้จากการตรวจสอบบริเวณโดยรอบพบ วัตถุถูกห่อหุ้มด้วยเทปกาวสีดำ คล้ายกับวัตถุระเบิดที่ประดิษฐ์ขึ้นเองแต่ยังไม่ระเบิด ไม่ต่ำกว่า 3 ลูก ตกอยู่บนถนน

รอเก็บกู้ พบวัตถุคล้ายระเบิด 3 ลูก ตกอยู่ย่าน "อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ"

เจ้าหน้าที่จึงได้ใช้กรวยจราจรมาทำการวางครอบไว้ เพื่อป้องกันอันตราย โดยขณะนี้ยังรอเจ้าหน้าที่เก็บกู้วัตถุระเบิดเข้ามาเก็บกู้ เพื่อนำไปตรวจสอบต่อไป 

“ม็อบ” วันนี้ สามเหลี่ยมดินแดง ยังไม่จบ คฝ.ระดมยิงแก๊สน้ำตา #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/479268

“ม็อบ” วันนี้ สามเหลี่ยมดินแดง ยังไม่จบ คฝ.ระดมยิงแก๊สน้ำตา

17 ส.ค. 2564

สถานการณ์ “ม็อบ” วันนี้ล่าสุดที่สามเหลี่ยมดินแดง ยังคงมีมวลชนกลุ่มวัยรุ่นอยู่ฝั่งเฟลตดินแดง โดยทางเจ้าหน้าที่ยังระดมยิงแก๊วน้ำตาต่อเนื่อง

เมื่อเวลา 18.40 น. วันที่ 17 สิงหาคม ที่ อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ผู้สื่อข่าวคมชัดลึกออนไลน์ รายงานสถานการณ์ม็อบ17สิงหาคม ว่า ล่าสุดขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมฝูงชนได้เข้ามายึดถนนโดยรอบอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ และปิดถนนปิดการจราจรทั้งหมด รถที่จะมุ่งหน้ามายังอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิต้องกลับรถ 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นอกจากกำลังเจ้าหน้าที่ควบคุมฝูงชนแล้ว ยังมีรถแรงน้ำแรงดันสูงจีโน่และรถน้ำ เข้ามาเสริม 

ต่อมาเวลา 18.50 น. การจราจรโดยรอบอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ เริ่มเปิดให้สัญจรแล้ว หลังจากเจ้าหน้าที่ควบคุมฝูงชนได้เข้ามาเคลี่ยร์พื้นที่ 

"ม็อบ" วันนี้ สามเหลี่ยมดินแดง ยังไม่จบ คฝ.ระดมยิงแก๊สน้ำตา

ขณะที่บริเวณสามเหลี่ยมดินแดง เจ้าหน้าที่ควบคุมฝูงชนได้เข้ายึดพื้นที่บริเวณใต้ทางด่วนดินแดงไว้หมดแล้ว รวมไปถึงบริเวณโดยรอบ หลังจากเมื่อช่วงเย็นในจุดนี้มีการปะทะกันระหว่างมวลชนม็อบกลุ่มวัยรุ่น แต่ในเวลาไม่นานทางเจ้าหน้าที่ก็สามารถเข้าควบคุมสถานการณ์ได้ 

สำหรับพื้นที่สามเหลี่ยมดินแดง หรือ แยกดินแดง ตลอดระยะเวลาที่มีการชุมนุมที่ผ่านมา จะมีกลุ่มม็อบผู้ชุมนุมมารวมตัว โดยเฉพาะกลุ่มวัยรุ่น จะมาปะทะกับทางเจ้าหน้าที่ทุกครั้ง ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ก็ต้องใช้กำลังปราบปรามทุกครั้ง 

"ม็อบ" วันนี้ สามเหลี่ยมดินแดง ยังไม่จบ คฝ.ระดมยิงแก๊สน้ำตา

ต่อมาเวลา 18.52 น. ที่ สามเหลี่ยมดินแดง เจ้าหน้าที่ยังยิงแก๊สน้ำตาไปทางเฟลตดินแดงที่มีผู้ชุมนุมหลงเหลืออยู่เป็นระยะ ขณะที่ผู้ชุมนุมก็ปาพลุ ประทัด ใส่ฝั่งตำรวจเช่นกัน 

"ม็อบ" วันนี้ สามเหลี่ยมดินแดง ยังไม่จบ คฝ.ระดมยิงแก๊สน้ำตา

ต่อมาเวลา 19.30 น. ที่ ฝั่งเฟลตดินแดง ยังมีกลุ่มมวลชนปะทะกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ยังคอยยิงแก๊สน้ำตามาเป็นอย่างต่อเนื่อง

“ชำนาญ” ลุ้นป.ป.ช.พิจารณาคำร้องสอบ “อนุรักษ์” คดีไลน์ล็อบบี้เลือก “กต.” #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/479264

“ชำนาญ”ลุ้นป.ป.ช.พิจารณาคำร้องสอบ “อนุรักษ์”คดีไลน์ล็อบบี้เลือก “กต.”

17 ส.ค. 2564

“ชำนาญ ระวิวรรณพงษ์” จับตา “ป.ป.ช.” พิจารณาคำร้อง สอบ “อนุรักษ์” วอนจับตา ก.ต. ลงมติตำแหน่งสำคัญ ชี้จะมีผลถึงโครงสร้างในอนาคต

“นายชำนาญ ระวิวรรณพงษ์” อดีตประธานแผนกคดีล้มละลายในศาลฎีกา   กล่าวถึงความคืบหน้า กรณีที่ได้ยื่นร้องเรียนการ กระทำของเจ้าพนักงานของรัฐ ต่อ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ( ปปช. )ให้ตรวจสอบการกระทำของ นายอนุรักษ์ สง่าอารีย์กุล รองประธานแผนกคดียาเสพติดในศาลอุทธรณ์  กรณี ถูกร้องเรียนว่าได้หาเสียงเลือกตั้งก.ต.บุคคลภายนอกในไลน์”สภาตุลาการ” ทั้งที่มีหน้าที่เป็น ก.ต. ว่า จากการสอบถามไปครั้งล่าสุด  ป.ป.ช. ยังไม่มีการตอบกลับถึงผลการตรวจสอบมาให้ตนทราบ ว่าผลการตรวจสอบออกมาในรูปแบบใด  แต่ตามขั้นตอน ทุกเรื่องที่เป็นเรื่องสำคัญก็ควรต้องพิจารณาโดยเร่งด่วน  เพราะจะมีลต่อการประชุม ก.ต. และ การลงมติ พิจารณาในตำแหน่งสำคัญในสำนักงานศาลยุติธรรม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

 “สำหรับเรื่องที่ผมได้ยื่นร้องเรียน ประธานศาลฎีกา ให้ตรวจสอบ การปฏิบัติหน้าที่ของนายอนุรักษ์นั้นเป็นเรื่อง การดำเนินการทางวินัย  แต่การยื่นเรื่องที่ป.ป.ช. เป็นกรณีเจ้าพนักงานของรัฐปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่มิชอบ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157    แต่จริงๆแล้ว ป.ป.ช. มีอำนาจสอบทั้งคดีอาญาและคดีวินัยทั้งสองส่วน  หากพบว่าเป็นความผิดทางคดีอาญา ก็ส่งให้อัยการดำเนินคดี   ส่วนความผิดทางวินัยก็ส่งกลับมาให้สำนักงานศาลยุติธรรมดำเนินการต่อไป

ส่วนขั้นตอนการดำเนินการนั้น เวลาที่ได้ร้องเรียนไปนั้น ป.ป.ช. จะเชิญ นายอนุรักษ์ มาให้ข้อมูลตามที่ถูกร้องเรียนหรือไม่นั้น  ไม่ทราบ เพราะ สิ่งที่ตนทวงถามความคืบหน้ากับ ปปช. เพียงแค่ต้องการทราบผลการดำเนินการ ส่วนเรื่องอื่นก็ปล่อยให้เป็นดุลยพินิจของ ป.ป.ช. เพราะ ปปช.คงทราบดี ในเรื่องของขั้นตอนการตรวจสอบ เพราะ ปปช. ก็เป็นผู้ให้คะแนนองค์กรอื่น ว่าโปร่งใส และการทำงานรวดเร็วแค่ไหน  ปปช.ก็ต้องโปร่งใส และรวดเร็วเช่นเดียวกัน”

"ชำนาญ"ลุ้นป.ป.ช.พิจารณาคำร้องสอบ "อนุรักษ์"คดีไลน์ล็อบบี้เลือก "กต."

นายชำนาญ ยังกล่าวว่า ในการประชุม ก.ต. ครั้งหน้าที่จะมีการพิจารณาตำแหน่งสำคัญ เช่นประธานแผนกคดีทุจริตฯในศาลอุทธรณ์  ที่ต้องจับตาว่า จะมีการเสนอชื่อ าน บุคคลที่ถูกร้องเรียนให้ดำรงตำแหน่งนี้ หรือไม่ เพราะหากลงมติไปแล้ว จะมีผลย้อนหลังตามมาแน่นอน และ การพิจารณาของ ก.ต.  ครั้งนี้จะเป็นครั้งสำคัญในประวัติศาสตร์ ว่าถ้า ก.ต. ปฏิบัติหน้าที่อย่างไรจะมีผลถึงอนาคตข้างหน้าของโครงสร้าง ก.ต.อย่างแน่นอน

นายนิวัติไชย เกษมมงคล  รองเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ในฐานะโฆษก ป.ป.ช.กล่าวในเรื่องนี้ว่าอยู่ระหว่างตรวจสอบข้อเท็จจริงเเละรวบรวมหลักฐาน

เเหล่งข่าวจากกรรมการป.ป.ช.กล่าวเสริมว่า ทราบว่าเรื่องนี้อยู่ระหว่างรวบรวมหลักฐาน หากมีมูลก็จะเเต่งตั้งคณะกรรมการไต่สวน หากพบว่ามีมูลก็จะชี้มูลตามขั้นตอน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  เมื่อวันที่ 16 ส.ค.ที่ผ่านมา  ที่ห้องประชุมใหญ่ศาลฎีกา สนามหลวง นางเมทินี ชโลธร ประธานศาลฎีกา เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการตุลาการครั้งที่ 21 /2564 โดยที่ประชุมมีมติเห็นชอบบัญชีโยกย้ายเเต่งตั้ง  2บัญชีจำนวน 110 รายชื่อ ยังเหลือบัญชีระนาบเดียวกัน อีก156 รายชื่อ ซึ่งคาดว่าจะมีการพิจารณาในการประชุมครั้งต่อไป ในการประชุม ก.ต.ครั้งที่22/2564ต่อไป ในวันที่ 18 ส.ค.นี้  ซึ่งจะมีการพิจารณาตำแหน่งที่จับตา คือ ประธานแผนกคดีทุจริตในศาลอุทธรณ์  ที่ก่อนหน้านี้ในบัญชีรายชื่อ มีการเสนอชื่อนาย อนุรักษ์ สง่าอารีย์กุล รองประธานแผนกคดียาเสพติดในศาลอุทธรณ์ ให้ดำรงตำแหน่งดังกล่าว  ซึ่งถูกร้องเรียนกรณีแชทไลน์หลุด   โดยนายชำนาญ รวิวรรณพงษ์ อดีตประธานแผนกคดีล้มละลายในศาลฎีกา ยื่นค้านบัญชีดังกล่าว จากกรณีถูกร้องเรียนว่าได้หาเสียงเลือกตั้งก.ต.บุคคลภายนอกในไลน์”สภาตุลาการ” ทั้งที่มีหน้าที่เป็น ก.ต.เเละตำเเหน่งที่จะย้ายไปเป็นตำแหน่งสำคัญที่จะคุมคดีทุจริตในศาลอุทธรณ์

นอกจากนี้ยังมีประเด็นการพิจารณาเรื่องมีมติเห็นชอบให้ นายปรเมษฐ์  โตวิวัฒน์ อธิบดีศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ ภาค 1 ซึ่งถูกตั้งกรรมการสอบสวนร้ายเเรง ถูกกล่าวหาว่าเเทรกเเซงคดีในศาลอาญาคดีทุจริตเเละประพฤติมิชอบภาค1 ให้เป็นู้พิพากษาอาวุโส หรือไม่  ซึ่งก่อนหน้านี้ ก.ต.มีมติให้ อนุกรรมการตุลาการไปพิจารณากลั่นกรองก่อนเสนอ ก.ต.เห็นชอบอีกครั้ง

จับตาก้าวย่าง “ฉัตรชัย พรหมเลิศ” ปลัดมหาดไทย ชีวิตและผลงานก่อนเกษียณ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/479267

จับตาก้าวย่าง”ฉัตรชัย พรหมเลิศ” ปลัดมหาดไทย ชีวิตและผลงานก่อนเกษียณ

17 ส.ค. 2564

“ฉัตรชัย พรหมเลิศ” ปลัดมหาดไทย ชีวิตและผลงานก่อนเกษียณปีนี้ จะใช้ชีวิตบั้นปลายอย่างสงบหรือเข้าสู่การเมือง

เดือนกันยายนของทุกปี เป็นวาระเกษียณอายุของข้าราชการ

“บิ๊กมหาดไทย” อย่าง ฉัตรชัย พรหมเลิศ ปลัดกระทรวงมหาดไทย คนปัจจุบันก็เช่นกัน

น่าสนใจเส้นทางการรับราชการของปลัดกระทรวงมหาดไทยคนดังกล่าว

ซึ่งเป็นอธิบดีอีกคนของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ที่ขึ้นเป็นปลัดกระทรวงมหาดไทย โดยได้รับแต่งตั้งและเข้ารับตำแหน่งตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2560

เส้นทางเติบโตในราชการของ ปลัดมหาดไทย (ปมท.) คนที่ 39 ผู้นี้ เริ่มชีวิตราชการ จากการเป็นปลัดอำเภอดงหลวง จ.มุกดาหาร จนได้เป็น หัวหน้ากิ่งฯ แม่เปิน จังหวัดนครสวรรค์

ในปี 2539 โอนไปเป็น รพช.จังหวัดสิงห์บุรี และนครสวรรค์

ในปี 2544-2545 สังกัด สำนักงานเร่งรัดพัฒนาชนบท ซึ่งเปลี่ยนเป็น กรมเร่งรัดพัฒนาชนบท ในเวลาต่อมา

เมื่อมีการปรับปรุงกระทรวงทบวงกรมฯปี 2545 รวมงานกรมเร่งรัดพัฒนาชนบทกับงานโยธาธิการบางส่วน ตั้งเป็น”กรมทางหลวงชนบท”สังกัดกระทรวงคมนาคม

ปลัดฉัตรชัยฯ จึงโยกตัวเองมาอยู่กรม ปภ.ฯ กรมที่ตั้งขึ้นใหม่ในกระทรวงมหาดไทย (มท.) รับตำแหน่ง ผอ.กองการเจ้าหน้าที่ ปภ. เมื่อเดือน ก.พ. 2546 ก่อนเลื่อนเป็น ผอ.สำนักฯและรองอธิบดีกรม ปภ.ในเดือน ธ.ค. 2548 ตามลำดับ

เมื่อวันที่ 1 ต.ค. 2552 ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นผู้ว่าฯ ลพบุรี มีผลงานที่รู้คือ เมื่อครั้งน้ำท่วมปี 2554 ประตูระบายน้ำบางโฉมศรีแตกไหลทะลักเข้ามารอบนอกของ จ.ลพบุรี

“ผู้ว่าฯฉัตรชัย”ขณะนั้น ที่ร่วมกันแก้ไขปัญหาความเดือนร้อนของประชาชน จากอุทกภัยน้ำท่วม ด้วยการการแก้ไข ปัญหาทำให้น้ำไม่ท่วมขังเข้าตัวเมือง

ถามคน จ.ลพบุรี จะรู้ดีว่า ทุก ๆ วัน จะเห็นหน้า “ผู้ว่าฯฉัตรชัย” จะออกมาลุยน้ำช่วยเหลือประชาชนจนผลงานเข้าตารัฐบาล จึงได้ขยับขึ้นเป็นอธิบดีกรมปภ.ใน 1 ต.ค. 2555 สร้างผลงาน ด้านแก้ไขปัญหาน้ำท่วม

พร้อมกำหนดนโยบายด้านความปลอดภัย สร้างระบบป้องกัน เตือนภัย ฟื้นฟูหลังเกิดภัย และการติดตามประเมินผล เพื่อให้หลักประกันในด้านความมั่นคงปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ซึ่งยังคงใช้เป็นแนวทางการแก้ปัญหาน้ำท่วมจวบจนปัจจุบัน

ก่อนได้รับการแต่งตั้งเป็น “ปลัดมหาดไทย (ปมท.)” นับเป็นอธิบดีกรม ปภ.คนที่สอง ที่ข้ามขึ้น “ปมท.” ต่อจาก วิบูลย์ สงวนพงศ์ อธิบดีกรม ปภ. ที่นำทางขึ้น ปมท. มาก่อน

พลิกโฉมของการเป็น “ปมท.” ที่ไม่จำเป็นต้องผ่านงานตำแหน่งในสายงานนักปกครอง อย่าง นายอำเภอ หรือ ปลัดจังหวัดหรือ รองผู้ว่าฯ มาก่อนก็ได้

ดังนั้น 30 ก.ย. 2564  “ปมท.” ท่านนี้จะครบเกษียณอายุการดำรงตำแหน่ง ครบ 4 ปีเต็ม อย่างเข้มแข็งและสง่างาม ด้วยความมุ่งมั่น วิริยะอุตสาหะ ในการปฏิบัติหน้า

ที่เปรียบประดุจพ่อบ้านของ มท. ที่มีผู้ว่าราชการจังหวัด ทั่วประเทศเป็นกลไก ร่วมมือแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน ทั้งในเรื่องความเป็นอยู่การทำมาหากิน

ตลอดจนถึงความปลอดภัยในชีวิต และทรัพย์สิน อันเกิดจากภัยพิบัติตลอดระยะเวลา 4 ปี ที่ดำรงตำแหน่ง ปมท. อย่างเข็มแข็ง และสง่างาม รวมทั้งภารกิจสำคัญต่าง ๆ ที่ “ปลัดฉัตรชัย” ได้รับมอบหมายให้รับผิดชอบ

โดยเฉพาะการแก้ไขปัญหาสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 เป็นหัวหน้าศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินด้านความมั่นคง ที่มี มท. เป็นหัวหน้าผู้รับผิดชอบในส่วนที่เกี่ยวกับการสั่งการและประสานกับผู้ว่าราชการจังหวัดและผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร

จนเป็นที่รู้กันว่า” ปลัดฉัตรชัย” นั้น เป็นนักปกครอง มีความรู้ ความสามารถ มากมายด้วยน้ำใจ มีบุคลิกโอบอ้อมอารีมีมนุษย์สัมพันธ์ และอัธยาศัยที่ดีงาม

มีประสบการณ์ เพียบพร้อมด้วยความเป็นผู้นำ และผู้ประสานงานกับทุกฝ่าย เพื่อแก้ไขปัญหา ในสถานการณ์บ้านเมือง ที่ต้องการสร้างความปรองดอง อย่างกลมเกลียวและมีประสิทธิภาพ

นับแต่ 1 ต.ค. 2564 เป็นต้นไป” ปลัดฉัตรชัย” จะเลือกใช้ชีวิตของข้าราชการประจำอาชีพ ที่เกษียณอายุราชการอยู่บ้านอย่างสงบเรียบง่าย

หรือจะเลือกเดินอีกเส้นทางหนึ่งเข้าสู่ถนนการเมือง ด้วยการนำประสบการณ์ของนักปกครองที่สร้างผลงานตลอดระยะเวลาที่รับราชการใน มท. จนครบอายุราชการอย่างสง่างาม

สมกับคำขวัญของ มท.ว่า “บำบัดทุกข์ บำรุงสุข” เพื่อตอบแทนบุญคุณแผ่นดิน ประเทศชาติ และประชาชน

สรุป “ม็อบ” ทะลุฟ้า 17 สิงหาคม ตร.ล้อมปราบกลางสายฝน จับผู้ชุมนุมหลายราย #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/479252

สรุป “ม็อบ” ทะลุฟ้า 17 สิงหาคม ตร.ล้อมปราบกลางสายฝน จับผู้ชุมนุมหลายราย

17 ส.ค. 2564

รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยหลังกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมฝูงชนกระชับพื้นที่ล้อมจับผู้ชุมนุม “ม็อบ” ทะลุฟ้า ก่อนที่จะมีการสลายตัวของผู้ชุมนุม

เมื่อเวลา 17.35 น. วันที่ 17 สิงหาคม 2564 ที่ แยกราชประสงค์ พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยการเข้าคลี่คลายสถานการณ์ม็อบทะลุฟ้าที่รวมตัวกันตั้งแต่ช่วงบ่ายที่ผ่านมา ว่า  

สรุป "ม็อบ" ทะลุฟ้า 17 สิงหาคม ตร.ล้อมปราบกลางสายฝน จับผู้ชุมนุมหลายราย

หลังจากผู้ชุมนุมได้เริ่มรวมตัวในเวลา 15.00น.และ ได้เคลื่อนตัวไปหน้าสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ตำรวจได้ประกาศแจ้งเตือนแล้วว่าเป็นการชุมนุมที่ผิดกฎหมาย แต่ผู้ชุมนุมยังเพิกเฉย และได้ขว้างถุงสี ระเบิดปิงปอง ขวดน้ำ และวัตถุต่างๆเข้าไปภายในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ 

พ.ต.อ.กฤษณะ กล่าวอีกว่า  ทั้งนี้ตำรวจประกาศแจ้งเตือนหลายครั้งแล้ว จากนั้นเจ้าหน้าที่จึงได้ได้ปฏิบัติตามขั้นตอนของกฎหมายโดยใช้รถฉีดน้ำแรงดันสูง ทำให้ผู้ชุมนุมแยกไป 2 ส่วน คือ ไปทางแยกราชประสงค์ และไปทางแยกเฉลิมเผ่า

สรุป "ม็อบ" ทะลุฟ้า 17 สิงหาคม ตร.ล้อมปราบกลางสายฝน จับผู้ชุมนุมหลายราย

จากนั้นตำรวจก็ได้เข้าดำเนินการจับกุมตามกฎหมาย ซึ่งสามารถจับกุมผู้ชุมนุม ได้ 6 – 7 ราย 

สรุป "ม็อบ" ทะลุฟ้า 17 สิงหาคม ตร.ล้อมปราบกลางสายฝน จับผู้ชุมนุมหลายราย

ทั้งนี้กลุ่มผู้ชุมนุมได้ยุติการชุมนุมไปแล้ว แต่พบว่าบางส่วนได้ประกาศไปยังสามเหลี่ยมดินแดงและมีการเผชิญหน้ากันเหมือนทุกครั้งนั้น

พ.ต.อ.กฤษณะ กล่าวด้วยว่า ขอฝากการชุมนุมเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายขอให้ยุติการชุมนุมและแยกย้ายกันเดินทางกลับ

สรุป "ม็อบ" ทะลุฟ้า 17 สิงหาคม ตร.ล้อมปราบกลางสายฝน จับผู้ชุมนุมหลายราย

ขณะที่ทางตำรวจมีแนวทางในการดำเนินการ และปรับแผนนการรักษาความสงบอยู่แล้ว และใช้ความปลอดภัยของประชาชนเป็นที่ตั้ง

และอยากให้ผู้ชุมนุมคำนึงถึงความเดือดร้อนของประชาชนในภาพรวมด้วยเพราะประชาชนมีผลกระทบในวงกว้าง ไม่สามารถที่จะทำมาหากินได้ตามปกติ

เจ้าของ “ร้านนวด-สปา” รุมฟ้อง “รัฐ” แก้ “โควิด” ผิดพลาด #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/479255

เจ้าของ “ร้านนวด-สปา” รุมฟ้อง”รัฐ” แก้”โควิด”ผิดพลาด

17 ส.ค. 2564

ผู้ประกอบการ “ร้านนวด-สปา” ฟ้องแพ่ง เอาผิด “ก.คลัง – สธ.-มท. -กทม. “ละเมิดบริหาร”โควิด”ผิดพลาดเรียกค่าเสียหาย 10 ล้าน ขณะที่ผู้เสียหายกว่า 150 ราย ขอดำเนินคดีเเบบกลุ่มเรียกค่าเสียหายอีก 200 ล้าน

เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 64 ที่ศาลแพ่ง ถ.รัชดาภิเษก นางอักษิกา จันทรวินิจ ตัวแทนผู้ประกอบการธุรกิจนวดเพื่อสุขภาพและสปาขนาดกลางและขนาดเล็ก น.ส.จารวี ติสันโต เจ้าของร้านจารวี นวดแผนไทย

และกลุ่มบุคคลที่ประกอบกิจการร้านนวดเพื่อสุขภาพกว่า 150 คน ร่วมกันโจทก์ยื่นฟ้อง กระทรวงการคลัง    กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงมหาดไทย และกรุงเทพมหานคร เป็นจำเลยที่ 1-4 ในความผิดฐานละเมิด เรียกค่าเสียหาย 10,796,928 บาท 

ตามโจทก์ฟ้องสรุปว่า โดยจำเลยที่ 1-4 เป็นนิติบุคคลมีอำนาจหน้าที่แตกต่างกันไปตามแต่ละหน่วยงานและเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ มีอำนาจหน้าที่ร่วมรับผิดชดใช้ค่าสินใหม่ทดแทน ตามพ.ร.บ.ความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ.2539 วรรค 5 

คำฟ้องระบุพฤติการณ์สรุปว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีเป็นผู้อำนวยการ ศบค.และประธานกรรมการวัคซีนมีอำนาจแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินฯ และได้ประกาศกฎหมายหลายฉบับ

เเต่ พล.อ.ประยุทธ์ เเละนายอนุทิน ชาญวีรกูร ร.ม.ว.สาธารณสุข ดำเนินนโยบายผิดพลาดทำให้ประเทศไทยเข้าสู่วิกฤติสาธารณสุข และด้านเศรษฐกิจ

มีผู้ติดเชื้อและเสียชีวิตจำนวนมาก เกิดจากการบริหารจัดการการแพร่ระบาดไวรัสโควิดล้มเหลวโดยสิ้นเชิง 

นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรียังได้สั่งปิดสถานที่ ซึ่งรวมถึงสถานบริการนวดเพื่อสุขภาพ

การกระทำของนายกรัฐมนตรี นายอนุทิน รวมไปถึงผู้ว่าราชการจังหวัดต่าง ๆ และผู้ว่าฯกรุงเทพมหานคร ที่ประกาศปิดสถานที่ดังกล่าว ซึ่งมีสาเหตุมาจากความประมาทเลินเล่อ ดำเนินนโยบายผิดพลาดล้มเหลว จึงต้องรับผิดชอบความเสียหายต่อโจทก์ทั้งสอง

โดยจำเลยทั้ง 4 ต้องร่วมกันชดใช้แก่โจทก์ที่ 1 เป็นเงิน 7,199,262 บาท ชดใช้โจทก์ที่ 2 เป็นเงิน 3,597,666 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 5 

โดยโจทก์ทั้งสองยังได้ยื่นคำร้องขอฟ้องคดีเเบบกลุ่ม ได้บรรยายฟ้องโดยแสดงให้เห็นถึงลักษณะเฉพาะที่เหมือนกันกับลักษณะของสมาชิกกลุ่มที่ชัดเจนเพียงพอ

เพื่อให้รู้ได้ว่าโจทก์ทั้งสอง สมาชิกกลุ่มเป็นกลุ่มบุคคลที่ประกอบกิจการร้านนวดเพื่อสุขภาพที่ได้รับความเสียหายจากการกระทำละเมิดของพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี

นายอนุทิน ชาญวีรกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข  ผู้ว่าราชการจังหวัดต่าง ๆ และผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร มีสมาชิกกลุ่มจำนวนมากกว่า 150 คน

ซึ่งถือว่าการฟ้องคดีนี้มีผู้เสียหายเข้ามาเป็นจำนวนมาก ซึ่งหากดำเนินคดีอย่างคดีสามัญแล้วจะทำให้เกิดความยุ่งยากและไม่สะดวกเพราะจะต้องสืบพยานบุคคลเป็นจำนวนมากหรืออาจต้องแยกฟ้องเป็นคดีใหม่อีกจำนวนหลายคดี

เเละการดำเนินคดีแบบกลุ่มจะเป็นธรรมและมีประสิทธิภาพมากกว่าการดำเนินคดีอย่างคดีสามัญเนื่องจากคดีนี้เป็นการฟ้องร้องหน่วยงานของรัฐให้รับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทนจากการกระทำละเมิดของเจ้าหน้าที่รัฐระดับสูง

อาจต้องออกคำสั่งเรียกพยานเอกสารที่อยู่ในความครอบครองของรัฐหรือต้องออกหมายเรียกพยานบุคคลที่เป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐหรือนักวิชาการมาเป็นพยานในคดี

ซึ่งหากให้ประชาชนแต่ละบุคคลแยกกันไปฟ้องร้องอาจไม่สามารถต่อสู้คดีกับหน่วยงานของรัฐได้ดีเท่ากับการรวมกลุ่มกัน

โจทก์ทั้งสองยังยื่นคำร้องว่า เนื่องด้วยในปัจจุบันอยู่ในสถานการณ์การระบาดรุนแรงของโรคโควิด 19 การเดินทางมาดำเนินกระบวนพิจารณาคดีที่ศาลอาจเสี่ยงให้เกิดการติดเชื้อของคู่ความและบุคลากรของศาลได้ด้วย

จึงขอให้ศาลมีคำสั่งให้พิจารณาคดีนี้โดยไต่สวนคำร้องขอดำเนินคดีแบบกลุ่มและนัดชี้สองสถานหรือสืบพยานโจทก์ผ่านระบบอิเล็ก
ทรอนิกส์ทางเว็บไซต์ Google Meet

เพื่อลดความเสี่ยงในการติดเชื้อโควิด 19 ของคู่ความและบุคลากรของศาลขอศาลได้โปรดอนุญาต

โดยศาลรับคำร้องขอดำเนินคดีเเบบกลุ่มเเละให้นัดไต่สวนวันที่ 19 ต.ค.เวลา 09.00 น. 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในการยื่นฟ้องคดีวันนี้มี น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคก้าวไกล, นายสุเทพ อู่อ้น, นายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล และทีมทนาย ร่วมเป็นตัวกลาง

นำนายพิทักษ์ โยธา นายกสมาคมจารวีเพื่ออนุรักษ์นวดแผนไทย และน.ส.อักษิกา จันทรวินิจหรือ เพรียว ตัวแทนกลุ่มธุรกิจ ร้านนวด-สปา เดินทางเข้ายื่นฟ้อง

โดยนายพิทักษ์ กล่าวว่า กลุ่มผู้ประกอบการร้านนวดได้รับผลกระทบจากนโยบายสั่งปิดกิจการร้านนวดตั้งแต่ปี 2563 และถูกสั่งปิดต่อเนื่องทุกครั้งของการ”ล็อกดาวน์”

ซึ่งร้านนวดไม่เคยเป็นสถานที่เสี่ยง และไม่เคยมีผู้ติดเชื้อเกิดขึ้น แต่รัฐก็ยังสั่งปิดร้านนวดทุกครั้งจนผู้ประกอบการบางรายต้องปิดกิจการ

จนถึงขณะนี้ยังไม่รับการเยียวยาจากภาครัฐเลยสักครั้งและในวันนี้กลุ่มผู้ประกอบการได้เรียกร้องค่าเสียหายจากภาครัฐเป็นเงินจำนวน 200 ล้านบาท

ด้าน น.ส.ศิริกัญญา ในฐานะเป็นตัวกลางยื่นฟ้องให้กลุ่มผู้ประกอบการ กล่าวว่า การฟ้องในครั้งนี้เป็นการฟ้องแพ่งแบบรวมกลุ่มหรือ Class Action ครั้งแรก

ซึ่งอยากให้คดีนี้เป็นคดีแรกและเป็นคดีในประวัติศาสตร์ที่รัฐบาลจะตัองรับผิดชอบต่อชีวิตของประชาชนและความเสียหายที่เกิดขึ้นของผู้ประกอบการทั้ง ๆ ที่เป็นมาตรการที่รัฐบาลสั่ง

แต่ไม่มีมาตรการที่จะมารองรับความเสียหายที่เกิดขึ้น ซึ่งขณะนี้ผ่านมากว่าหนึ่งปีแล้วที่ผู้ประกอบการร้านนวดเหล่านี้ยังไม่เคยได้รับการเยียวยาจากภาครัฐ

แต่ถ้าหากจะมาเยียวยาตอนนี้ก็สายเกินไปแล้ว เพราะไม่ได้สัดส่วนของความเสียหายที่เกิดขึ้นเราคิดว่ามันสายเกินไปแล้วต้องมาพึ่งศาลว่าได้กระทำการละเมิดกับประชาชนในการบริหารจัดการสถานการณ์โควิด-19 ที่ผิดพลาดขนาดนี้ ก็ต้องชดใช้ค่าเสียหายให้กับประชาชน

ซึ่งการฟ้องร้องในวันนี้เป็นคดีแรกของการฟ้องรวมกลุ่มของกลุ่มผู้ประกอบการร้านนวด และจะขยายไปยังกลุ่มผู้ประกอบการอื่น ๆ อีก เช่น ร้านอาหาร และผับ บาร์