โตแล้วแตก “พลังประชารัฐ” บทเรียนพรรคเฉพาะกิจ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/481147

โตแล้วแตก “พลังประชารัฐ” บทเรียนพรรคเฉพาะกิจ

30 ส.ค. 2564

อลหม่านบ้านป่ารอยต่อ “พลังประชารัฐ” ซุ้มขาใหญ่กดดันปรับ ครม. ต่อรองโหวตซักฟอก คอลัมน์ท่องยุทธภพ โดยขุนน้ำหมึก

ก่อนศึกซักฟอกทุกครั้ง จะมีข่าวความปั่นป่วนภายในพรรคแกนนำรัฐบาล เป็นเรื่องปกติ เพราะคำว่า “นักเลือกตั้ง” ไม่ใช่เทพ ไม่ใช่มาร แต่เป็นคนเดินดิน ที่มีรัก โลภ โกรธ หลง ย่อมมีการชิงไหวชิงพริบ ชิงเล่นเกมเก้าอี้ดนตรี

ยิ่งเป็นพรรคการเมือง “เฉพาะกิจ” ก็มักมีชะตากรรมเช่นนี้ ขนาดพรรคสหประชาประชาไทย จัดตั้งโดยกลุ่มทหารที่ทรงอำนาจที่สุดในยุคสงครามเย็น ก็ยังเจอฤทธิ์ “นักเลือกตั้ง” กระทั่ง จอมพลถนอม กิตติขจร ทนไม่ไหวต้องยึดอำนาจตัวเอง

พรรคพลังประชารัฐ ที่ก่อกำเนิดมาจากความคิดของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หนึ่งใน 3 ป. ที่ต้องการผลักดันให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรี ผ่านการเป็นรัฐบาลมา 2 ปี รัฐนาวาลำนี้ เจอพายุโควิดซัดโครม จนเกือบเรือจม

จับอาการป่วนในพรรคพลังประชารัฐ ในนาทีก่อนศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจ จะเริ่มต้นขึ้น มีคู่ความขัดแย้งที่ชัดเจนที่สุดคือ “ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า” รมช.เกษตรและสหกรณ์ เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ กับ “สุชาติ ชมกลิ่น” รมว.แรงงาน

นัยว่า ผลคะแนนโหวตศึกซักฟอก ทั้งกรณี ชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รมว.ดีอีเอส และ สุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน จะนำมาซึ่งแรงกดดันให้มีการปรับคณะรัฐมนตรี

กลุ่มที่มีพลังมากที่สุดในพรรคพลังประชารัฐ ต้องการให้ชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รมว.ดีอีเอส ,สุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน และตรีนุช เทียนทอง รมว.ศึกษาธิการ พ้นเก้าอี้รัฐมนตรี

โตแล้วแตก “พลังประชารัฐ” บทเรียนพรรคเฉพาะกิจพล.อ.ประวิตร  วงษ์สุวรรณ

เรื่องข้างต้นนี้ ก็ยังเป็นแค่ “ข่าวปล่อย” ซึ่งจะมีการปรับ ครม.หรือไม่ ย่อมขึ้นอยู่กับนายกรัฐมนตรี และปัญหาภายในพรรคพลังประชารัฐ คงเป็นเรื่องของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคที่จะเคลียร์ใจกับหัวหน้าซุ้มต่างๆ

++

พลังป้อม

++

จุดเริ่มต้นของพรรคพลังประชารัฐ นำโดย สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ พร้อมด้วย 4 กุมารคืออุตตม สาวนายน,สุวิทย์ เมษินทรีย์,สนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ และกอบศักดิ์ ภูตระกูล แต่ผู้อยู่เบื้องหลังม่านตัวจริงคือ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ

การระดม “อดีต ส.ส.” เข้าพรรค ไม่ได้มีแค่ “สามมิตร” หากแต่มีเครือข่าย “บ้านป่ารอยต่อ” ได้ชักชวนนักเลือกตั้ง “บ้านใหญ่” เข้าสู่พรรคมากมาย เปรียบเทียบสมัยที่ “ทักษิณ ชินวัตร” ก่อตั้งพรรคไทยรักไทย ได้กวาดต้อน “อดีต ส.ส.” เข้าค่าย ก็ยังระดมผู้คนได้ไม่เท่า “บิ๊กป้อม”

ช่วงเลือกตั้งทั่วไป พลังประชารัฐร่วมใจศึกเลือกตั้ง พอหลังมีการจัดตั้งรัฐบาล ก็เริ่มเห็นร่องรอยของความแตกต่าง ความแปลกแยกระหว่าง “นักเลือกตั้ง” กับ “เทคโนแครต”

สุดท้าย “สมคิด” กับ 4 ยอดกุมาร ก็ต้องออกจากพรรคไป พร้อมกับการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างพรรค โดย “บิ๊กป้อม” ลุกออกจากหลังม่าน มาเป็นหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ เพื่อกุมสภาพ และสร้างเอกภาพภายในพรรค

พลังประชารัฐ ยุคบิ๊กป้อม จึงเป็นรวมมิตรต้มยำสูตรสีเขียว ไม่ต่างจากพรรคสามัคคีธรรมและพรรคความหวังใหม่

ที่น่าสนใจคือ การที่บิ๊กป้อม ดัน “ผู้กองมนัส” ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ขึ้นเป็นเลขาธิการพรรค เพื่อหวังผลในการสู้ศึกเลือกตั้งครั้งหน้า

++

ซุ้มใหญ่ซุ้มเล็ก

++

ดังที่ทราบกัน พลังประชารัฐเป็นแหล่งรวมนักเลือกตั้ง “บ้านใหญ่” เมื่อจำแนก “มุ้ง” หรือ “ซุ้ม” ก็อาจจะมีแค่ไม่กี่ซุ้ม แต่หากนับจริงๆ อาจจะมากถึง 10 ซุ้ม

วันนี้ “ซุ้มผู้กองมัส” ที่มี “สันติ พร้อมพัฒน์” และ “วิรัช รัตนเศรษฐ” เป็นแนวร่วม บิ๊กป้อมให้ความไว้วางใจ จึงดูเป็นซุ้มที่ใหญ่ที่สุด และมีพลังมากที่สุด

บังเอิญว่า พลังประชารัฐ มี ส.ส. “นกแล” (ส.ส.สมัยแรก) จำนวนหนึ่งในภาคกลาง และภาคใต้ เมื่อ “ผู้กองมนัส” เข้ามาดูแลชีวิตความเป็นอยู่ พวกเขาก็ไหลมารวมในซุ้มผู้กอง

รองลงก็คือ “ซุ้มสามมิตร” ของ “สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ” และ “สมศักดิ์ เทพสุทิน” มีประสบการณ์โชกโชน และเคยนำไพร่พลย้ายมาหลายพรรค จึงนิ่งเฝ้าดูสถานการณ์ ไม่ผลีผลามขยับให้เสียหายแก่ซุ้มตัวเอง

นอกจากนั้น ยังมีซุ้มบ้านใหญ่อีกเพียบ อาทิซุ้มปากน้ำ,ซุ้มชลบุรี 1,ซุ้มชลบุรี 2,ซุ้มแปดริ้ว, ซุ้มสระแก้ว,ซุ้มสระบุรี,ซุ้มนนทบุรี,ซุ้มสิงห์บุรี ฯลฯ

นักเลือกตั้งข้างต้นนี้ มีฐานเสียงของตัวเอง เลือกเมื่อไหร่ก็ชนะ จึงพร้อมจะเปลี่ยนป้ายยี่ห้อได้ตลอดเวลา ดังนั้น พวกเขาจึงเฝ้าดูการเคลื่อนไหวของซุ้มใหญ่ในพรรคอยู่เงียบๆ

ในวันที่ “พล.อ.ประยุทธ์” ตกเป้าที่ฝ่ายค้านต้องการใช้เวทีซักฟอกเขย่าให้ร่วงคาสภาฯ และมวลชนบนท้องถนนรวมพลังขับไล่ แต่ภายในพรรคพลังประชารัฐ กลับขาดเอกภาพ มีบางกลุ่มอยากได้อำนาจ และบางกลุ่มเริ่มเอาตัวรอด

โตแล้วแตก “พลังประชารัฐ” บทเรียนพรรคเฉพาะกิจร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า

เรือเหล็กของ “3 ป.” ในสถานการณ์ปัจจุบัน มิต่างอะไรกับเรือใหญ่เผชิญพายุถล่มทุกทิศทุกทาง จนเรือชนหินโสโครก ใกล้อับปาง บรรดา “ลูกเรือ” จึงดิ้นหนีเอาตัวรอด

“อภิปรายไม่ไว้วางใจ” ตกลงใครสมประโยชน์ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/481145

“อภิปรายไม่ไว้วางใจ” ตกลงใครสมประโยชน์

30 ส.ค. 2564

“อภิปรายไม่ไว้วางใจ” รัฐบาล ผลสุดท้าย อาจไม่สมใจ”ฝ่ายค้าน” แม้ชุมนุมกดดันก็ไม่มีผลอะไร แต่อาจมีใครได้รับประโยชน์

31สิงหา – 4 กันยา จะมีการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรี  นัดลงมติวันที่ 4 ฝ่ายค้านแค่ตามมาขยี้ซ้ำแผลเก่าเจ้าประจำ อย่างพลเอกประยุทธ์ นายอนุทิน และนายศักดิ์สยาม 
การปรับครม.ครั้งที่ผ่านมา เห็นได้ชัดเจนว่า กลุ่มสี่ช.ไม่มีใครสมหวัง ไม่ว่าจะเป็นนางนฤมล ภิญโญสินวัตน์ หรือร้อยเอกธรรมนัส ล้วนต้องการจะอัพเกรท โดยเฉพาะอย่างยิ่งคราวนี้ มีตำแหน่งเลขาธิการพรรค ค้ำคอ จะให้นั่งตำแหน่งรมช.คงไม่สมศักดิ์ศรีขณะที่แก๊งค์สี่ช.ในพรรคพลังประชารัฐ หลังจากนาย สันติ พร้อมพัฒ รมช.คลังพลาดเป้าจากเก้าอี้เลขาธิการพรรค ตามคำอ้างไฟเขียวจากผู้ใหญ่ ทั้งที่สัญญากันไว้ทำให้ปัจจุบันแก๊งค์นี้ เหลือกันอยู่แค่สามช.เท่านั้น

"อภิปรายไม่ไว้วางใจ" ตกลงใครสมประโยชน์

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

“พรรคร่วม”ขนาดเล็ก ตัวแปรศึก”อภิปรายไม่ไว้วางใจ”

“เฉลิมชัย” พร้อมรับมือการอภิปรายไม่ไว้วางใจ มั่นใจตอบได้ทุกประเด็น

"อภิปรายไม่ไว้วางใจ" ตกลงใครสมประโยชน์

การอภิปรายไม่ไว้วางใจของฝ่ายค้าน ที่มุ่ง เปิดจุดเปราะบาง ภายในรัฐบาล ผ่านการประสานงาน จากคนคุ้นเคยกันในสองพรรคใหญ่ทั้งเพื่อไทยและพลังประชารัฐ  เป้าหมายใหญ่ยังเป็นพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี แต่เป้าหมายที่มุ่งโจมตี คือกระทรวงแรงงาน และกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
 

การอภิปรายไม่ไว้วางใจ เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ร.อ.ธรรมนัส ได้รับคะแนนไว้วางใจสูงเป็นลำดับที่ 2 เท่ากับคะแนนของพล.อ.ประวิตร ถือว่าไม่ธรรมดา ประสานได้ทั้งพรรคเล็กพรรคใหญ่ เก็บชัยชนะมาทุกสนามเลือกตั้งซ่อม ที่สำคัญยังมีบทบาท สยบทุกปัญหาพรรคร่วมขนาดเล็ก และคราวนี้ก็เช่นกัน คะแนนพรรคร่วมขนาดเล็กราวสามสิบเสียง เพียงพอจะก่อให้เกิดการขยับปรับเก้าอี้ รัฐมนตรีได้
ส่วนเป้าหมายจะให้เกิดความเปลี่ยนแปลงรัฐบาลแม้แต่นายแพทย์ ชลน่าน ก็ยังยอมรับว่า มีโอกาศน้อยมาก ต้องยอมรับว่าความเปลี่ยนแปลงจะเกิดขึ้นหรือไม่ บรรดาพรรคเล็ก พรรคน้อย ซึ่งรวมกันแล้วราวสามสิบเสียงคือคำตอบสุดท้ายของการอภิปรายไม่ไว้วางใจคราวนี้หากนายกรัฐมนตรี ไม่ได้รับเสียงสนับสนุนตามที่รัฐธรรมนูญกำหนด มีสองทางให้เลือก คือยุบสภา หรือลาออก แต่หากรัฐมนตรีคนใดได้รับคะแนนเสียงไม่ถึงมีทางเดียวคือพ้นจากตำแหน่งและต้องปรับคณะรัฐมนตรี หรือแม้จะผ่านการอภิปรายไปได้ แต่ถ้าใครได้คะแนนน้อย งานนี้มีหนาว ส่วนการนัดชุมนุม ของกลุ่มคาร์ปาร์คกดดันนอกสภา ถ้าไม่ใช้วิธีแบบที่เคยประนามเขามา  ก็เปลี่ยนแปลงอะไรไม่ได้ 

"อภิปรายไม่ไว้วางใจ" ตกลงใครสมประโยชน์

จบ “ม็อบ 29 สิงหา” ณัฐวุฒิชุมนุมใหญ่ กดดันศึกซักฟอก #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/481047

จบ “ม็อบ29สิงหา” ณัฐวุฒิชุมนุมใหญ่ กดดันศึกซักฟอก

29 ส.ค. 2564

ยกระดับ “ม็อบ29สิงหา” ณัฐวุฒิดีเดย์ชุมนุมใหญ่ กดดันศึกซักฟอก ขยายแนวรบไล่ประยุทธ์ คอลัมน์ท่องยุทธภพ โดยขุนน้ำหมึก

ศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ 5 รัฐมนตรี ระหว่างวันที่ 31 ส.ค. ถึง 3 ก.ย. รวม 4 วัน ก่อนจะลงมติในวันที่ 4 ก.ย.2564 จะแตกต่างจากทุกครั้งที่ผ่านมา เพราะความดุเดือดในการอภิปรายฯ จะไม่ได้อยู่แค่ในสภา หากแต่นอกสภา ก็จะเต็มไปด้วย “ม็อบไล่ประยุทธ์”

มิหนำซ้ำ พรรคเพื่อไทย และกลุ่มแคร์ ได้เปิดแคมเปญเชิญชวนประชาชนร่วมลงชื่อโหวตไม่วางใจรัฐบาล ผ่านทางออนไลน์ด้วย

ดังนั้น การอภิปรายไม่ไว้วางใจในครั้งนี้ อาจเป็นครั้งสุดท้ายของ พล.อ.ประยุทธ์ ดังที่โฆษกพรรคเพื่อไทย พยากรณ์ไว้ล่วงหน้า

สถานการณ์ภายในพรรคร่วมรัฐบาล ดูจะไม่เป็นเอกภาพ พรรคภูมิใจไทยถูกจับตามองว่า อาจพลิกเล่นเกม “ถอย” กลางสภา รวมทั้งพรรคพลังประชารัฐ ที่เกิดการแย่งชิงเก้าอี้รัฐมนตรี จนส่งผลให้มีการต่อรองเรื่อง “ยกมือ” สนับสนุนรัฐมนตรีที่ถูกเชือดกลางสภา

เหตุปัจจัยภายนอกและภายใน ไม่เป็นคุณแก่ พล.อ.ประยุทธ์ มากนัก นับจากนี้ไป อุบัติเหตุทางการเมืองย่อมเกิดได้ตลอดเวลา

++

ม็อบใหญ่สไตล์ นปช.

++

ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ และ “บก.ลายจุด” สมบัติ บุญงามอนงค์ ประสานเสียงชัดเจนว่า กิจกรรมคาร์ม็อบ ในวันที่ 29 ส.ค.2564 จะเป็นนัดสุดท้าย ก่อนเปิดการชุมนุมใหญ่ไล่ประยุทธ์

แม้ “ณัฐวุฒิ” จะบอกผู้สื่อข่าวเพียงว่า “หลังจาก Car Mob-Call Out วันนี้ ก็จะมีการเคลื่อนไหวต่อเนื่อง เเล้วก็จะมีการนัดหมายแสดงพลังครั้งใหญ่ภายในอีกไม่กี่วันข้างหน้า” แต่ก็คาดเดาได้ ห้วงเวลาการชุมนุมมวลชนครั้งใหญ่ จะเกิดขึ้นพร้อมกับการอภิปรายไม่ไว้วางใจ

จบ “ม็อบ29สิงหา” ณัฐวุฒิชุมนุมใหญ่ กดดันศึกซักฟอก

ณัฐวุฒิ นัดชุมนุมใหญ่คู่ขนานศึกซักฟอก

“ณัฐวุฒิ-บก.ลายจุด” จะเลือกแบบไหน? ชุมนุมปักหลักพักค้างยาวไป 4 วัน จนถึงวันโหวตลงมติญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ หรือเลือกวันใดวันหนึ่ง ชุมนุมแบบไปกลับ

จบ “ม็อบ29สิงหา” ณัฐวุฒิชุมนุมใหญ่ กดดันศึกซักฟอก

กลุ่มทะลุฟ้า มาสภาแน่

“การอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้มีนัยสำคัญมากที่สุดทางการเมือง ประชาชนทั้งประเทศส่งเสียงพร้อมกันว่าไม่รับการบริหารของ พล.อ. ประยุทธ์ อีกต่อไป”

เลขาธิการ นปช. ยืนยันว่า “เรามีแนวทางชัดเจนคือไม่ลุย ไม่บวก ไม่ปะทะ แต่จะไม่ลดละการไล่ โดยจะมีการประกาศนัดหมายการชุมนุมใหญ่”

บก.ลายจุด แย้มว่า ดีเดย์พบกันใจกลางเมือง แต่เป้าหมายใหญ่ก็อยู่ที่สภาฯ โดยรวมพลให้มากที่สุด เพื่อส่งเสียงกดดัน พล.อ.ประยุทธ์ และพรรคร่วมรัฐบาล ให้ตัดสินใจอย่างเร่งด่วน ก่อนมวลชนจะทนไม่ไหวบุกสภาฯ

++

ทะลุฟ้าล้อมสภา

++

วันที่ 29 ส.ค.2564 กลุ่มอาชีวะพิทักษ์ประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ร่วมกับชาวสองล้อเยาวชนคนรุ่นใหม่ นำโดยม่อน อาชีวะ ได้แยกตัวไปทำกิจกรรมที่รัฐสภา โดยไม่ไปร่วมกับกลุ่มทะลุแก๊ซ ที่สามเหลี่ยมดินแดง

ในช่วงการอภิปรายไม่ไว้วางใจ คาดหมายว่า จะมีกลุ่มมวลชน ทั้งกลุ่มไล่ประยุทธ์ และให้กำลังใจรัฐบาล จะนัดหมายมาทำกิจกรรมที่ด้านหน้ารัฐสภา

“กลุ่มทะลุฟ้า” ที่กลายเป็นองค์กรหลักของฝ่ายเยาวชนคนรุ่นใหม่ คงจะได้มีการนัดทำกิจกรรมไล่ประยุทธ์ ที่รัฐสภาแน่นอน เนื่องจากวันก่อน พวกเขาเดินทางไปสภา ได้เปิดเวทีอภิปรายนอกสภามาแล้วครั้งหนึ่ง

กลุ่มทะลุฟ้า แตกหน่อมาจากกลุ่มราษฎร ในนาม UNME of Anarchy ได้ทำกิจกรรม “เดินทะลุฟ้า” ร่วมกับเครือข่าย People GO network การเดินทะลุฟ้า หมายถึง การเดินเพื่อแสดงการต่อสู้กับรัฐอย่างสันติอหิงสา และเดินเพื่อต่อสู้กับความอดทนอดกลั้นของตนเองจนกว่าจะบรรลุเป้าหมาย

จากกลุ่ม UNME of Anarchy ได้พัฒนามาเป็นกลุ่มทะลุฟ้า จัดการชุมนุมต่อเนื่อง และมีข้อเรียกร้องคือ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ต้องลาออกอย่างไม่มีเงื่อนไข ,แก้ไขรัฐธรรมนูญ และปฏิรูปองค์กรทุกสถาบัน ให้อยู่คู่ประเทศไทยอย่างเหมาะสมพอดี

ดังนั้น ศึกซักฟอก 4 วันนี้ กลุ่มทะลุฟ้า จะต้องมีกิจกรรมขับไล่ประยุทธ์อย่างเข้มข้น และถึงขั้นปิดล้อมสภาฯ หรือไม่? คงขึ้นอยู่กับ “จำนวน” ผู้เข้าร่วมชุมนุม

“สิระ” ไม่ทันเคลียร์เผชิญหน้า “ไฮโซลูกนัท” ลั่นที่นี่ไม่ใช่สนามเด็กเล่น #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/481139

“สิระ” ไม่ทันเคลียร์เผชิญหน้า “ไฮโซลูกนัท” ลั่นที่นี่ไม่ใช่สนามเด็กเล่น 

30 ส.ค. 2564

มาตามนัด “สิระ เจนจาคะ” เตรียมเงินสด 1 ล้านบาทใส่พานรอ “ไฮโซลูกนัท” ที่บ้านทรงไทย หลักสี่ ถนนแจ้งวัฒนะ เวลา 11.00 น. พร้อมมอบหากไฮโซลูกนัทตาบอดจริง

30 สิงหาคม 2564 นายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม.พรรคพลังประชารัฐ ได้เตรียมเงินสด 1 ล้านบาทใส่พานรอ นายธนัตถ์ ธนากิจอำนวย หรือ ไฮโซลูกนัท เนื่องจากได้มีการนัดหมายกันวันนี้ ที่บ้านทรงไทย หลักสี่ ถนนแจ้งวัฒนะในเวลา 11.00 น. พร้อมมอบหากไฮโซลูกนัทตาบอดจริง

นายสิระ กล่าวเพิ่มเติมอีกว่า ทาง ไฮโซลูกนัท เคยบอกว่า จะนำเงินสด 10 ล้านบาทมาวาง ต้องบอกว่าคำพูดเป็นนายเราก็ควรจะทำตามที่ตัวเองพูด เพราะถ้าตาบอดจริง ตนจะนำเงินที่ได้ไปซื้อข้าวสารแจกประชาชนชาวหลักสี่ หรือจะนำข้าวสารมาให้ในราคาเทียบเท่ากับเงินสด 10 ล้านบาทก็ได้

สิระ เจนจาคะ ไฮโซลูกนัท

โดยเจตนาของตน คือต้องการนำข้าวสารหอมมะลิไปแจกประชาชนชาวหลักสี่-จตุจักร หรือ ด้วยวิธีใดก็ตามที่สามารถนำเงินไปซื้อข้าวสารแจกชาวหลักสี่ได้ ขออย่างเดียวให้มาเจอตามที่สัญญาลูกผู้ชายที่นัดกันไว้ อย่าให้ตนต้องรอเก้อก็แล้วกัน

ซึ่ง ภายหลังไฮโซลูกนัท เดินทางมาถึง ก็ได้รีบนำเช็คเงินสด 10 ล้านบาทมาวาง และได้พบกับนายสิระ 

สิระ เจนจาคะ
โดยด้านนาย สิระ กล่าวก่อนว่า ทางด้านไฮโซลูกนัทบอกว่าจะนำเงินสดมาจ่าย ในวันที่ท้า แต่วันนี้นำเช็คมาแทน พร้อมบอกว่า “ผมไม่ใช่เพื่อนเล่น ที่นี่ไม่ใช่สนามเด็กเล่น” ก่อนที่จะวางไมค์และเดินออกไป พร้อมบอกด้วยว่า “เช็คใบละสิบบาท มาแลกกับเงินล้าน มันใช่หรอ ผมไปล่ะ ผมไม่มีเวลามาเล่นกับเด็กคนนี้ ” 

"สิระ" ไม่ทันเคลียร์เผชิญหน้า "ไฮโซลูกนัท" ลั่นที่นี่ไม่ใช่สนามเด็กเล่น 

ด้านไฮโซลูกนัท กล่าวต่อว่า ตกใจนิดหน่อยเนื่องจากคุยโทรศัพท์แล้วรู้สึกว่านายสิระเป็นผู้ใหญ่ใจดี ซึ่งก็ย้อนไปตอนสัมภาษณ์ร่วมกันในรายการหนึ่ง จึงยืนยันว่าจะนำจ่ายเป็นเช็คแทนเงินสด เลยไม่คิดว่าจะเกิดเหตุการณ์วันนี้ขึ้น 

ทั้งนี้ ไฮโซลูกนัทไม่ได้มองว่าสิ่งที่นายสิระทำนั้นเกินไป ตนมองว่าเป็นพื้นที่บ้านของสิระ และเป็นสิทธิของสิระที่จะทำ และไม่คิดว่าเป็นการเดิมพัน เพราะนายสิระได้เดินออกไปก่อน 

อย่างไรก็ตาม ไฮโซลูกนัท ยังลงมือฉีกเช็กที่เตรียมมาทิ้งก่อน โดยบอกว่า หากมีการนัดหมายอีกครั้งค่อยจัดทำใหม่

สิระ เจนจาคะ ไฮโซลูกนัท

ราเมศ ย้ำ “เฉลิมชัย” สุจริตไม่คิดโกง พร้อมชี้แจงทุกประเด็นในสภา #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/481128

ราเมศ ย้ำ “เฉลิมชัย” สุจริตไม่คิดโกง พร้อมชี้แจงทุกประเด็นในสภา

30 ส.ค. 2564

โฆษก ปชป. ราเมศ รัตนะเชวง ย้ำ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ “เฉลิมชัย ศรีอ่อน ” สุจริตไม่คิดโกง พร้อมชี้แจงซักฟอกทุกประเด็นในสภา

วันที่ 30 ส.ค.2564 นายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ ได้กล่าวถึงการเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจว่านายเฉลิมชัย ศรีอ่อน เลขาธิการพรรค ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมชี้แจงในสภาทุกประเด็น

ไม่ได้มีความกังวลใด การทำหน้าที่ของฝ่ายค้านในการตรวจสอบ ถ่วงดุลฝ่ายบริหาร เป็นไปตามครรลองของระบอบประชาธิปไตย รัฐมนตรีที่ถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจก็มีหน้าที่ชี้แจง

และพรุ่งนี้ (31 สิงหาคม 2564) เวลา 8.30 น. ที่อาคารรัฐสภา ชั้น 3 พรรคได้นัดประชุม ส.ส.ของพรรคเพื่อเตรียมความพร้อมในการประชุม การอภิปรายไม่ไว้วางใจในครั้งนี้ เชื่อว่าประชาชนจะติดตามการอภิปรายอย่างใกล้ชิด 

นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นอกจากการชี้แจงในทุกประเด็นแล้ว จะได้ชี้ให้เห็นถึงผลงานจากการทำหน้าที่ มีความสำเร็จในการสร้างประโยชน์ให้กับประชาชนโดยเฉพาะพี่น้องเกษตรกรอย่างไรบ้าง

เท่าที่ได้ร่วมเตรียมข้อมูลผลงานในช่วงที่นายเฉลิมชัย ทำหน้าที่รัฐมนตรีกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ถือว่ามีผลงานเป็นที่ประจักษ์ มากมาย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความเป็นอยู่ของพี่น้องเกษตรกรดีขึ้น เรื่องน้ำ เรื่องการแก้ปัญหาภัยแล้ง เรื่องการประมง เรื่องยางพารา

ราเมศ ย้ำ "เฉลิมชัย" สุจริตไม่คิดโกง พร้อมชี้แจงทุกประเด็นในสภา

รวมถึงการมีแนวทางส่งเสริมพี่น้องเกษตรกรอย่างยั่งยืนในทุก ๆ ด้าน การเยียวยาพี่น้องเกษตรกรอย่างเต็มที่ ประการสำคัญ นโยบายเกษตรผลิต พาณิชย์ตลาด รายละเอียดจะได้ชี้ให้เห็นในสภาว่ามีการทำงานอย่างเป็นระบบ ร่วมมือกับกระทรวงพาณิชย์เพื่อให้เกิดประโยชน์กับพี่น้องประชาชนให้มากที่สุด การทำงานที่ยึดความสุจริตไม่คิดโกง จึงมั่นใจว่าชี้แจงได้ในทุกประเด็น

“สิระ” วางเงินเดิมพัน 1 ล้านบาท เชื่อ ลูกนัท ตาไม่ได้บอดจริง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/481114

“สิระ” วางเงินเดิมพัน 1 ล้านบาท เชื่อ ลูกนัท ตาไม่ได้บอดจริง

30 ส.ค. 2564

https://www.dailymotion.com/embed/video/x83tv88

ตามนัด “สิระ”วางเงินเดิมพัน 1 ล้านบาท หาก ลูกนัท ไม่มา หมา เป็นคนเสียคำพูด เชื่อ ลูกนัท ตาไม่ได้บอดจริง ตามที่เจ้าตัวบอก ด้าน ลูกนัท โพสต์บอกกำลังไป พร้อมโชว์เช็ค สั่งจ่าย “สิระ” 10 ล้านบาท

นายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม.พรรคพลังประชารัฐ นำเงินสด 1 ล้านบาท ใส่พานสีทองเพื่อนำมาเป็นเงินเดิมพัน เพราะเชื่อว่า นายธนัตถ์ ธนากิจอำนวย หรือ ไฮโซลูกนัท ตาไม่ได้บอดจริงตามที่เจ้าตัวบอก

“สิระ” วางเงินเดิมพัน 1 ล้านบาท เชื่อ ลูกนัท ตาไม่ได้บอดจริง

นายสิระ บอกว่า ตนเองรอนายธนัตถ์มาที่บ้าน และนำเงินมาวางเดิมพันกัน ซึ่งหากนายธนัตถ์ ไม่มาตามนัด ก็จะถือว่าเป็นคนเสียคำพูด 

“สิระ” วางเงินเดิมพัน 1 ล้านบาท เชื่อ ลูกนัท ตาไม่ได้บอดจริง
“สิระ” วางเงินเดิมพัน 1 ล้านบาท เชื่อ ลูกนัท ตาไม่ได้บอดจริง

ส่วนการตรวจดวงตานายธนัตถ์ จะมีการตรวจภายหลังการอภิปรายไม่ไว้วางใจ โดยให้แพทย์ที่เป็นคนกลางที่มีความรู้ ความเชี่ยวชาญในการตรวจ

“สิระ” วางเงินเดิมพัน 1 ล้านบาท เชื่อ ลูกนัท ตาไม่ได้บอดจริง

นายสิระ กล่าวว่า ตนตัดสินใจจากประสบการณ์จริงของตน เมื่อสมัยยังเด็กตนเคยตาบอดเกือบ3เดือนเพราะเคยไปสาบานสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ถ้าไม่ทำตามสัญญาขอให้ตาบอด

ซึ่งต่อมา2อาทิตย์ ตนได้ลื่นล้มหางคิ้วกระแทกขอบโต๊ะหน้าศาลพระภูมิ ส่งผลให้ตาซ้ายบอด2-3เดือน ทำให้สมัยเด็กๆคนแถวบ้านเรียก “ไอบอดตาคลี” 

จนภายหลังเข้าเดือนที่3 ดวงตาเริ่มมองเห็นจนเป็นปกติ และมองเห็นได้ดีกว่าคนที่ไม่เคยตาบอดด้วยซ้ำ

เพราะตนสามารถมองเห็นธรรม มองเห็นความดี มองเห็นความเจริญของประเทศไทย แต่นายธนัตถ์ ตายังไม่ได้บอด และตาอีกข้างก็ยังเห็นอยู่ทำไมมองไม่เห็น มีการดูหมิ่น และแต่งตัวล้อเลียน

 วันนี้ถ้านายธนัตถ์ ไม่มา หรือมาไม่ตรงตามข้อตกลง ถือว่า “หมา”

ส่วนที่นายธนัตถ์ จะขอนำเป็นเช็คมาวาง ผมขอถามโรงสีข้าวที่ไหนรับเช็คซื้อข้าวของนายธนัตถ์ ให้ติดต่อตนมาได้ทันที ทั้งการวางเงินครั้งนี้ไม่ใช่การพนัน แต่เป็นการชวนกันไปทำบุญเท่านั้น

นายสิระ  กล่าวอีกว่า เจตนาของตนเอง ต้องการนำข้าวสารหอมมะลิไปแจกประชาชนชาวหลักสี่-จตุจักร หรือด้วยวิธีใดก็ตามที่สามารถนำเงินไปซื้อข้าวสารแจกชาวหลักสี่ได้

“สิระ” วางเงินเดิมพัน 1 ล้านบาท เชื่อ ลูกนัท ตาไม่ได้บอดจริง

ด้านไฮโซลูกนัท ผู้สื่อข่าวได้ติดต่อผ่านทางวิดิโอคอล ระบุว่า ยืนยันว่าถ้าได้รับเช็คจากธนาคารเมื่อไหร่ก็จะเดินทางมาทันที ซึ่งขั้นตอนในการเบิกเงินจำนวนมากต้องใช้เวลาและเอกสารหลายอย่าง

ตอนแรกตั้งใจว่าจะให้พนักงานส่งเอกสาร​นำเช็คไปให้พี่สิระที่บ้านเลย แต่ว่าทางธนาคารแจ้งว่าต้องนำจ่ายให้เฉพาะเจ้าของเช็คหรือบ้านของเจ้าของเท่านั้น 

“เมื่อเช็คได้เมื่อไหร่ผมจะเดินทางไปทันที ต้องขอโทษทางพี่สิระด้วย”

ผู้สื่อข่าวได้สอบถามถึงกรณีใบรับรองแพทย์ ทางไฮโซลูกนัทกล่าวว่าถ้าจะเอาแบบที่ต้องลงความเห็นแพทย์ 3 คน ต้องใช้เวลา วันนี้เป็นเพียงการนำเงินมาวางมัดจำเท่านั้น

ล่าสุด ลูกนัท ได้โพสต์ว่า กำลังไปเด้อ 

ปล.ที่นั่น มีข้าวกินมั๊ยครับ ยังไม่ได้กินข้าว  

พร้อมโชว์เช็ค ระบุจำนวนเงิน 10 ล้านบาท สั่งจ่ายนายสิระ เจนจาคะ

“สิระ” วางเงินเดิมพัน 1 ล้านบาท เชื่อ ลูกนัท ตาไม่ได้บอดจริง

Tokyo vaccine lottery leaves young people waiting, fuming #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ The Nation.

https://www.nationthailand.com/international/40005446

Tokyo vaccine lottery leaves young people waiting, fuming


A lottery system for COVID-19 vaccinations in Tokyo failed to placate young people’s demand for inoculations, despite the metropolitan government’s move to make the system fairer.

Tokyo’s new reservation-free COVID-19 vaccination center for young people in Shibuya Ward saw lines Saturday reaching at one point as far as Harajuku Station about a kilometer away. Lots were distributed to 2,226 people and about one-sixth of them, or 354, won the right to receive the vaccination the same day. Their second shot will also be available at the same location.

When this vaccination center opened at Workers’ Welfare Hall on Friday, the system was first come, first served. As only around 300 doses can be given each day, it was changed to a lottery system.

“It’s hard to get the vaccination whether by lottery or appointment,” said a 33-year-old part-time worker who waited for nearly three hours and was unsuccessful in the lottery. “Isn’t it the same in the end?”

ADVERTISEMENTx

A 17-year-old female student in her second year of high school who won the lottery said she wanted to have a normal high school life as time for her club and other activities had been cut short.

Tokyo continued with the lottery system on Sunday while also providing information about reservation-only vaccination venues at the north and south observatories at the Tokyo metropolitan government building and in the Nogizaka area of Minato Ward.

Published : August 30, 2021

[India] Afghan situation forced every country to rethink strategies: Rajnath #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ The Nation.

https://www.nationthailand.com/international/40005444

[India] Afghan situation forced every country to rethink strategies: Rajnath


The ongoing situation in Afghanistan has forced the entire world to rethink their strategies, Defence Minister Rajnath Singh said on Sunday.

With the fundamentalist Islamist group Taliban taking over Kabul on August 15, Afghanistan has plunged into a humanitarian crisis. Pakistan is seen as having played a major role in bringing Taliban back to power.

In an address at the Defence Service Staff College, Rajnath Singh said: “With the change in the global order and national security paradigm, we have not only made immediate change in our policies but also taken decision on our futuristic reforms.”

He noted that looking at the ongoing situation in Afghanistan, every country is forced to rethink its strategy. “Quad was established keeping in mind these situations,” he said. Quad, or officially the Quadrilateral Security Dialogue, brings together the US, Australia, India, and Japan.

Citing the threats from China and Pakistan, he said that India has got challenges in legacy since Independence.

About Pakistan, without naming it, he said: “The foreign enemies have tried to destabilise the country since it got Independence. If we look at 75 years of history, it seems like we have got challenges in legacy. One of our neighbouring countries initiated proxy war and made terrorism as an integral part of state policy. The country started providing arms, money and training to the terrorists to target India.”

About China, he said that that in the northern sector, there was an effort to change the status quo unilaterally, but India changed its previous response and faced the adversary with new dynamism.

“Even after lots of challenges on our borders, the common man has faith in the government that it would never compromise on the national security issues. They know that India will counter-terror activities on its land and if needed, it can also cross the boundary,” he said.

ADVERTISEMENTx

Amid a change in the global order necessitating futuristic reforms, Rajnath Singh said that the objective is to enhance the Army’s teeth to tail ratio, bring decentralisation in the decision-making process, and make a future-oriented leaner force.

About Integrated Battle Groups (IBGs), he said that his ministry is seriously considering it. “You all are aware, quick decision-making is an important factor during wartime. There would be more lethal, brigade-size and self-reliant fighters formation.”

He also lauded ‘Tour of Duty’ proposal and termed it as a game-changing reform. “With this, the average age could be reduced and be made more agile.”

On theatre commands, the Defence Minister said the discussions on its implementation have been fast-tracked.

The Department of Military Affairs under Chief of Defence Staff General Bipin Rawat is working towards the creation of Joint Military Commands for better synergy and utilisation of resources.

The minister also talked about increasing women’s role in the defence forces. “History tells us that our women warriors have always played an important role when faced with any challenges,” he said.

Published : August 30, 2021

Korea, Singapore discuss mutual recognition of vaccine certificates #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ The Nation.

https://www.nationthailand.com/international/40005442

Korea, Singapore discuss mutual recognition of vaccine certificates


Assembly speakers share views on quarantine exemption, digital partnership, Korean Peninsula

National Assembly Speaker Park Byeong-seug and his Singaporean counterpart Tan Chuan-Jin agreed on the need to mutually recognize COVID-19 vaccination certificates and to resume a reciprocal quarantine exemption arrangement at a virtual meeting held on Friday, officials said Sunday.

They also shared views on the Korea-Singapore Digital Partnership Agreement and the Korean Peninsula.

Park said, “We are keenly interested in the efforts of Singapore to strike the right balance between infection control, the economy and the people’s normal daily life.”

He expressed his hope “for swift progress in consultations for the mutual recognition of vaccination certificates and the early resumption of the reciprocal green lane.”

In September last year, Korea and Singapore agreed to establish the reciprocal green lane, which facilitates short-term essential business and official travel between the two countries.

Some 770 Koreans including business people benefited from the arrangement. But the resurgence of the coronavirus around the world led the Singaporean government to decide to suspend the mechanism in February this year. The Korean government has temporarily stopped issuing quarantine exemption certificates to Singaporeans based on the principle of reciprocity.

Expressing expectations for a resumption of the fast lane, Tan said that a review is underway for the mutual recognition of vaccination certificates. He added that “the Singaporean authorities have been reviewing which vaccines to recognize.”

ADVERTISEMENTx

With regard to the Korea-Singapore Digital Partnership Agreement, Park said, “Bilateral cooperation in the financial technology and startup sectors will lead to win-win outcomes for both countries.”

The KSDPA is designed to lay a foundation for cooperation in the innovation and digital sectors by applying nondiscriminatory and transparent regulations to the trade of digital products and services. The two countries launched negotiations in June last year with the aim to sign an agreement by the end of this year.

Regarding issues on the Korean Peninsula, Park expressed his appreciation to Singapore for their contribution to the historic summit between the US and North Korea in June 2018.

Park said he had proposed through his public speeches to hold an inter-Korean parliamentary meeting anytime, anywhere, without any preconditions. While Seoul has been waiting for a response from North Korean authorities, he added that “it would make another successful case if it could take place in Singapore.”

Park sought the continued attention and support of Singapore as a leading country in ASEAN so that ASEAN member states could speak with one voice on inter-Korean issues.

In response, Tan said though Singapore is a small country, it is “ready and willing to contribute to peace and stability in the region.” He added that Singapore would be “happy to offer support in any way possible for peace on the Korean Peninsula.”

Separately, Park also invited his counterpart to attend the 29th Annual Meeting of the Asia Pacific Parliamentary Forum to be held in Korea in December this year.

Published : August 30, 2021

[Vietnam] License for emergency use of home-grown vaccine to be considered #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ The Nation.

https://www.nationthailand.com/international/40005441

[Vietnam] License for emergency use of home-grown vaccine to be considered


HÀ NỘI — Experts will consider licensing the emergency use of the locally-made Nano Covax vaccine at a meeting scheduled for tomorrow.

The National Committee for Ethics in Biomedicine Research under the Ministry of Health announced the news in a press release issued Saturday.

The ethics committee agreed to submit the results from Nano Covax’s phase 3a clinical trials to the Advisory Council for the Registration of Circulation of Drugs and Medicinal Ingredients to consider issuing a licence for use with conditions for Nano Covax.

The Nano Covax vaccine meets the short-term safety requirements based on the data of the mid-term results of the phase 3a clinical trials, according to the release.

The committee requested Nanogen Biopharmaceuticals and the research team finalise the report, taking into account experts’ feedback, including adding more information to ensure the reliability of research results such as the range of test results and sample size of each test.

They are also required to update results of clinical trials for both the committee and the advisory council for evaluation.

If Nano Covax is licensed for use, it can only be used with conditions approved by the health ministry.

The safety of people being vaccinated needs to be followed as closely as it was during the phase 3b trial.

The ethics committee and advisory council will specify conditions of continuing or halting the circulation of vaccines when data on the safety and efficiency of the vaccine is available.

Nanogen is still conducting phase 3 trials with a total of 13,000 adult volunteers, but according to the latest guidelines from the health ministry, the vaccine could be given the emergency licence once the ethics committee approved the mid-term report.

ADVERTISEMENTx

Deputy minister of health Trần Văn Thuấn has said in the past that the issue of licence for use must be based on objective, transparent and scientific evidence reviewed and evaluated by the National Committee for Ethics in Biomedicine Research and the Advisory Council for the Registration of Circulation of Drugs and Medicinal Ingredients.

The health ministry will review licence for use for the drugs and vaccines that are approved by the independent agencies.

Vaccines are a special product that affects not only a person but the whole community, so it needs to be carefully considered, with consultation with reputable scientists and organisations such as the World Health Organization (WHO) and the US Center for Disease Control and Prevention (USCDC), according to Thuấn.

It was important to take careful steps to assess the safety (both short-term and long-term), stability and persistence of immunogenicity, especially the protective efficiency, the deputy minister said. — VNS

Published : August 30, 2021