Adecco แนะผู้บริหารฟังคำแนะนำ HR เร่งเตรียมความพร้อมรับมือเศรษฐกิจถดถอย #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/597047

Adecco แนะผู้บริหารฟังคำแนะนำ HR เร่งเตรียมความพร้อมรับมือเศรษฐกิจถดถอย

Adecco แนะผู้บริหารฟังคำแนะนำ HR เร่งเตรียมความพร้อมรับมือเศรษฐกิจถดถอย

วันจันทร์ ที่ 23 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 18.29 น.

คุณธิดารัตน์ กาญจนวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัทอเด็คโก้ประเทศไทย แนะองค์กรเร่งเตรียมพร้อมด้านทรัพยากรบุคคล ด้วยสูตร 3 เก่ง รักษาคนเก่ง ให้โอกาสคนเก่ง และพัฒนาคนให้เก่ง พร้อมยกระดับภาวะผู้นำให้กับผู้บริหารในองค์กร สรรหาผู้นำที่มีทักษะรอบด้าน เพื่อฝ่าวิกฤตเศรษฐกิจถดถอยในไตรมาสหลัง

“จากที่ธนาคารแห่งประเทศไทยประเมินสภาพเศรษฐกิจไทยว่ามีแนวโน้มสูงที่จะเข้าสู่ภาวะถดถอย ติดลบ 2 ไตรมาสติดต่อกันและเสี่ยงถดถอย 2 ปีซ้อน ด้านตลาดแรงงานเองก็อยู่ในสภาวะเปราะบาง แม้จะมีจำนวนคนว่างงานล้นตลาด คนตกงานเดือนละเกือบแสนคนในไตรมาสสอง แต่ในภาพรวมก็ยังขาดแรงงานที่มีทักษะหลากหลายและเป็นที่ต้องการของตลาด ทำให้คนเก่งที่มีความสามารถรอบด้านถูกแย่งตัวกันมากขึ้น โดยเฉพาะในตำแหน่งที่ต้องเข้ามาเป็นผู้นำ ไม่ว่าจะเป็นผู้จัดการหรือผู้บริหารระดับสูง สิ่งเหล่านี้เป็นสัญญาณเตือนสำคัญสำหรับองค์กรในการเร่งเตรียมความพร้อมเรื่องคนเพื่อรับมือกับความท้าทายที่รออยู่”

เตรียมความพร้อมด้าน HR ด้วยสูตร 3 เก่ง: รักษาคนเก่ง ให้โอกาสคนเก่ง พัฒนาคนให้เก่ง

“ในสถานการณ์แบบนี้สิ่งที่องค์กรต้องพยายามประคับประคองไปให้ได้คือการรักษาพนักงานเก่งๆ ไม่ให้หลุดมือเพราะพวกเขาจะเป็นฟันเฟืองสำคัญในการทำงานและสร้างรายได้ให้กับองค์กร ขณะเดียวกันก็ต้องเร่งสร้างวัฒนธรรมที่เอื้อต่อความคิดคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรมเพื่อให้โอกาสคนเก่งได้มีส่วนร่วมคิดค้นหาวิธีใหม่ๆ ในการแก้ปัญหาและพัฒนาคุณภาพสินค้าและบริการ และที่สำคัญองค์กรไม่ควรตัดงบ training ทิ้งไปโดยมองว่าเป็นรายจ่ายที่ไม่จำเป็น แต่ควรพิจารณาถึงทางเลือกที่ช่วยประหยัดค่าใช้จ่าย เช่น การเลือกคอร์สอบรมที่ราคาคุ้มค่า การจัดกิจกรรมให้พนักงานแชร์ความรู้กันในองค์กร เพราะในเวลานี้องค์กรยังจำเป็นที่จะต้องพัฒนาทักษะพนักงานให้มากขึ้นเพื่อเพิ่มศักยภาพการแข่งขัน โดยเฉพาะ Growth Mindset และ ทักษะดิจิทัล ที่จากการสำรวจของเราในหมู่ผู้บริหารและคนทำงานด้าน HR โหวตว่าเป็นทักษะที่จำเป็นต่อการทำงานในยุคนี้มากที่สุด การบริหารงานในยุคนี้ CEO อาจจำเป็นต้องฟัง HR มากขึ้น ให้เขาเป็นเพื่อนคู่คิดในการตัดสินใจเพื่อเตรียมทรัพยากรบุคคลของเราให้พร้อมกับศึกใหญ่ที่กำลังจะมาถึง” คุณธิดารัตน์ กล่าว

เทรนด์ผู้นำยุคใหม่ต้องมีทักษะรอบด้าน องค์กรต้องแข่งขันชิงตัวทาเลนท์

สำหรับเทรนด์การสรรหาผู้บริหาร คุณแอชลีย์ อัลค็อก ผู้อำนวยการส่วนงานธุรกิจ ฝ่ายสรรหาพนักงานประจำ บริษัทอเด็คโก้ประเทศไทยเปิดเผยว่า “จากรายงาน Leadership Recruitment Trends 2022 ของ Adecco เราพบว่าเทรนด์การสรรหาผู้บริหารมีการเปลี่ยนแปลงไป เราเห็นแนวโน้มจากลูกค้าของเราที่ต้องการผู้นำที่มีทักษะรอบด้านมากขึ้น ต้องการคนที่มีความคิดที่เปิดกว้างในการเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ และสามารถบริหารแบบเน้นการมีส่วนร่วม (Inclusive Leadership) เพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงให้องค์กร”

“ในแง่การดึงดูดทาเลนท์เราพบว่าหลายองค์กรประสบกับข้อจำกัดทางการเงินทำให้บางรายไม่สามารถเสนอเงินเดือนที่ดึงดูดใจผู้สมัคร ขณะที่การจ้าง expat ก็ต้องเจอกับปัญหาค่าใช้จ่ายการกักตัวในการเดินทางเข้าประเทศที่เพิ่มขึ้นตกรายละหลักแสนบาท ซึ่งเป็นอุปสรรคสำคัญในการดึงดูดคนเก่งเข้ามาร่วมงานกับองค์กร”

“เพื่อรับมือกับปัญหานี้องค์กรจึงควรหันมาโฟกัสที่การทำ employer branding มากขึ้นเพื่อสื่อสารวิสัยทัศน์และค่านิยมขององค์กรให้ดึงดูดคนที่มีแพสชันตรงกันเข้ามาร่วมงาน ให้โอกาสคนอายุน้อยที่มีฝีมือเข้ามาทำในตำแหน่งสูงเพื่อขยายโอกาสในการสรรหา และเริ่มคิดถึงสิทธิประโยชน์ทดแทนใหม่ๆ เช่น ความก้าวหน้าในอาชีพแบบ fast-track การมอบหุ้นให้กับพนักงาน สวัสดิการบ้านและที่อยู่อาศัย รวมถึงข้อเสนอการทำงานแบบยืดหยุ่นซึ่งเป็นเทรนด์ที่น่าสนใจและไม่เสียค่าใช้จ่าย เช่น การ work from home หรือ การเลือกเวลาเข้างานได้ด้วยตนเอง”

ยกระดับภาวะผู้นำให้ผู้บริหาร ด้วย 7 คุณสมบัติที่ผู้นำยุคใหม่ต้องมี

“นอกเหนือจากการสรรหาผู้บริหารที่มีคุณภาพ องค์กรเองก็ต้องไม่ลืมที่จะพัฒนาภาวะผู้นำให้กับหัวหน้าทีมผู้จัดการและผู้บริหารในองค์กร โดยเน้นเสริมสร้างคุณสมบัติผู้นำที่จะขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงใน 7 หมวด ได้แก่ การสร้าง outward mindset, การเป็นผู้นำที่สร้างแรงบันดาลใจ, แนวคิดเรื่องการเรียนรู้ตลอดชีวิต, ทักษะการสื่อสาร, ทักษะการบริหารจัดการอารมณ์, ทักษะการคิดพลิกแพลงแก้ไขปัญหา และทักษะการบริหารจัดการความเปลี่ยนแปลง ซึ่งเป็นคุณสมบัติที่จำเป็นสำหรับผู้นำในยุคนี้ ซึ่งอเด็คโก้เองก็มีบริการที่พร้อมช่วยเหลือและให้คำปรึกษาองค์กรทั้งการสรรหาผู้บริหารและหลักสูตรพัฒนาภาวะผู้นำที่เรามีความเชี่ยวชาญจากประสบการณ์ในอุตสาหกรรมกว่า 30 ปี” คุณแอชลีย์ กล่าว

MORHELLO เปิดอบรมออนไลน์เชิงวิชาการขั้นสูงด้านกัญชาทางการแพทย์ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/596775

MORHELLO เปิดอบรมออนไลน์เชิงวิชาการขั้นสูงด้านกัญชาทางการแพทย์

MORHELLO เปิดอบรมออนไลน์เชิงวิชาการขั้นสูงด้านกัญชาทางการแพทย์

วันจันทร์ ที่ 23 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

ครั้งแรกในเมืองไทย MORHELLO แพลตฟอร์มออนไลน์เพื่อสุขภาพและการแพทย์ที่ครบวงจรครอบคลุมเรื่องกัญชาทางการแพทย์หนึ่งเดียวของไทย เปิดตัวเว็บบินาร์หลักสูตรการอบรมทางออนไลน์เชิงวิชาการขั้นสูงสำหรับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านอนาคตของการดูแลสุขภาพอย่างมืออาชีพ:การศึกษากัญชาทางการแพทย์เชิงวิชาการขั้นสูง Morhello Webinar : The future & beyond of Medicinal Cannabis ร่วมแชร์ความรู้และประสบการณ์จากผู้เชี่ยวชาญระดับโลกมุ่งสร้างชุมชนผู้เชี่ยวชาญด้านกัญชาทางการแพทย์ในประเทศไทย พร้อมก้าวสู่การเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลงด้านการดูแลสุขภาพสำหรับแพทย์มืออาชีพและผู้ป่วยในอนาคต

ศิริญา เทพเจริญ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายงานการตลาด บริษัท ณุศาศิริ (มหาชน) ผู้ก่อตั้งแพลตฟอร์ม MORHELLO เปิดเผยว่า จากวัตถุประสงค์ของการก่อตั้งแพลตฟอร์มออนไลน์เพื่อสุขภาพและการแพทย์ ภายใต้แบรนด์ “MORHELLO” ซึ่งตั้งเป้าที่จะเป็นแพลตฟอร์มทางการแพทย์ขั้นสูงแห่งแรกสำหรับแพทย์ที่ให้ความช่วยเหลือผู้ป่วยรักษาด้วยการใช้กัญชาทางการแพทย์แบบครบวงจรหนึ่งเดียวของไทย MORHELLO ได้มองเห็นถึงโอกาสในการเรียนรู้ของแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ของไทย เพื่อศึกษาในเรื่องของกัญชากับการรักษาในเชิงลึกเพื่อประโยชน์ทางการแพทย์ การศึกษาวิจัยและการผลิตผลิตภัณฑ์สุขภาพ อีกทั้ง เพื่อสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจและต่อยอดวงการสาธารณสุขของไทย จึงได้เกิดการร่วมมือกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญระดับโลกในการจัดหลักสูตรการอบรมทางออนไลน์เชิงวิชาการขั้นสูงครั้งแรกขึ้นในประเทศไทยที่จะรวบรวมแพทย์และผู้เชี่ยวชาญด้านกัญชาและเอ็นโดแคนนาบินอยด์ (Endocannabinoid) ระดับโลกมาให้ความรู้ที่เป็นผลวิจัยทางการแพทย์ที่ได้รับการรับรอง เพื่อให้เกิดการเรียนรู้อย่างสูงสุด

“หลักสูตรนี้เป็นการอบรมขั้นสูงของการใช้กัญชาทางการแพทย์ครั้งแรกในประเทศไทย ที่มีเป้าหมายเพื่อให้แพทย์และบุคลากรทางการแพทย์เฉพาะด้านที่สนใจได้เรียนรู้เชิงลึก เพื่อเพิ่มองค์ความรู้และเพื่อเป็นประโยชน์ทางการรักษา มุ่งส่งเสริมมาตรฐานและความรู้ขั้นสูงจากอาจารย์หมออันทรงคุณวุฒิจากทั่วโลก เพื่อส่งเสริมการพัฒนา ค้นคว้า วิจัยด้านวิทยาศาสตร์กัญชาทางการแพทย์แบบยั่งยืน เพิ่มโอกาสใหม่ในวิทยาศาสตร์การแพทย์ขั้นสูง และเพิ่มโอกาสทางอาชีพในการเป็นแพทย์ผู้เชี่ยวชาญให้คำปรึกษาด้านการดูแลสุขภาพและการรักษาโรคเฉพาะด้าน ทั้งยังช่วยสร้างชุมชนผู้เชี่ยวชาญด้านกัญชาทางการแพทย์ในประเทศไทย ส่งเสริมให้ประเทศไทยก้าวสู่การเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลงด้านการดูแลสุขภาพด้วยกัญชาสำหรับแพทย์มืออาชีพและผู้ป่วยในอนาคตโดยจะมีการจัดอบรมหลักสูตรการเรียนการสอนเพื่อให้เป็นประโยชน์ในการต่อยอดของวงการสาธารณสุขของประเทศไทยขึ้นในเดือนตุลาคม นี้”ศิริญา กล่าว

ด้าน นายแพทย์ ดร.วรโชติ กรัณยโสภณ กล่าวว่า การจัดอบรมหลักสูตรสัมมนาออนไลน์หลักสูตรกัญชาทางการแพทย์สำหรับผู้ให้บริการ
ด้านสุขภาพครั้งที่ 1 Morhello Webinar : The future & beyond ofMedicinal Cannabis ครั้งนี้ได้รับเกียรติจาก MORHELLOAmbassador ซึ่งเป็นแพทย์ผู้เชี่ยวชาญและที่ปรึกษาระดับโลก Dr. Joseph Rosado เจ้าของร่วมคลินิก Coastal Cannabis ซึ่งเป็นกลุ่มคลินิกกัญชาทางการแพทย์ในเขตโวลูเซีย รัฐฟลอริดาประธานและผู้บริหารของ InternationalMedical Consultants ผู้อำนวยการร่วมด้านการแพทย์ของ Minoritiesfor Medical Marijuana และผู้อำนวยการทางการแพทย์ของmarijuanadoctors.com มาร่วมแบ่งปันความรู้และประสบการณ์ครอบคลุมความรู้ในเรื่องกัญชาทางการแพทย์ขั้นสูงและกฎหมายเฉพาะด้าน โดยเป็นที่ปรึกษาให้กับมลรัฐและชุมชนต่างๆ มาแล้วทั่วทั้งสหรัฐอเมริกา

นอกจากนี้ ยังได้รับเกียรติจากแพทย์ผู้มากประสบการณ์ในการรักษาและดูแลผู้ป่วยด้วยกัญชาทางการแพทย์อีก 3 ท่าน ได้แก่ Dr.Vasko Dinevผู้ร่วมก่อตั้ง Imperial Green Ltdแห่ง North Macadona ซึ่งเป็นบริษัทให้คำปรึกษาโดยเน้นเรื่องกัญชาทางการแพทย์ Dr. Mark Braunstein ผู้บริหาร ผู้ก่อตั้ง และแพทย์ประจำสถาบัน Reconscious Medicalผู้เชี่ยวชาญด้านจิตบำบัดโดยใช้เอนทิโอเจนหรือสารที่มีการออกฤทธิ์ทางจิตเป็นตัวช่วยในการรักษา และ Dr. Andrew Agius ผู้ก่อตั้งและผู้อำนวยการด้านการแพทย์ของคลินิก ThePain ซึ่งเป็นศูนย์การแพทย์แบบผสมผสานสำหรับการจัดการสหวิทยาการของอาการปวดเรื้อรัง ที่พร้อมจะมาแบ่งปันความรู้และประสบการณ์งานวิจัยทางการแพทย์จากกัญชาและสารแคนนาบินอยด์แบบเชิงลึก ในเว็บบินาร์ครั้งนี้

ทั้งนี้ หลักสูตรการอบรมทางออนไลน์เชิงวิชาการขั้นสูงด้านกัญชาทางการแพทย์สำหรับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านกำหนดจะจัดขึ้นเป็นเวลา 6 สัปดาห์ ในทุกวันเสาร์ที่ 2,9, 16, 23, 30 ตุลาคม และ 6พฤศจิกายน 2564 ระหว่าง เวลา17.00-20.00 น. ของแต่ละวัน ซึ่งจะประกอบด้วยหลักสูตรการอบรมขั้นสูงภายใต้หัวข้อการเรียนรู้เฉพาะด้าน

สามารถลงทะเบียนหรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ อีเมลregister@morhello.com เปิดรับสมัครตั้งแต่วันนี้ถึง 2 ตุลาคม 2564พิเศษลงทะเบียนภายในวันที่ 31 สิงหาคม2564 ชำระค่าอบรมหลักสูตรในราคาพิเศษเพียง 30,000 บาท

เอไอเอส สนับสนุนงบ 6.5 ล้านบาทสร้างหอผู้ป่วยกึ่งวิกฤต #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/596779

เอไอเอส สนับสนุนงบ 6.5 ล้านบาทสร้างหอผู้ป่วยกึ่งวิกฤต

เอไอเอส สนับสนุนงบ 6.5 ล้านบาทสร้างหอผู้ป่วยกึ่งวิกฤต

วันจันทร์ ที่ 23 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

เมื่อ “ไทยต้อง ช่วยไทย” การสานต่อแนวคิด “เชื่อมต่อช่วยเหลือ เพื่อคนไทย” ของ AIS ก็บังเกิดขึ้นอีกครั้ง สมชัยเลิศสุทธิวงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร AIS อาสาร่วมสนับสนุนงบประมาณ 6.5 ล้าน เพื่อสร้าง“หอผู้ป่วยกึ่งวิกฤต” (Field Cohort Ward) ให้โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์สภากาชาดไทย แบบเร่งด่วน หวังเป็นอีกหนึ่งกำลังในการช่วยเหลือขยายพื้นที่รองรับผู้ป่วยติดเชื้อCOVID-19 ที่ยังรอเตียง ลดความแออัด หลังจากยอดผู้ติดเชื้อยังเพิ่มสูงขึ้นทะลุเพดานต่อเนื่อง

ทั้งนี้ ที่ผ่านมา เอไอเอส ได้สนับสนุนภาคส่วนต่างๆ เพื่อรับมือกับวิกฤตอย่างต่อเนื่อง ส่งต่อความช่วยเหลือ ตั้งแต่เริ่มต้นการแพร่ระบาดของไวรัสดควิด-19 ในปี 2563 จนถึงปัจจุบัน โดยมุ่งเน้น 3 ด้านคือ 1.สนับสนุนเครือข่ายสื่อสาร 5G, 4G, Free WIFI หนุนการทำงานของภาคสาธารณสุข ประกอบด้วย โรงพยาบาลสนามทั่วประเทศ ล่าสุดจำนวน 101 แห่ง 25,907 เตียง พร้อมจุดฉีดวัคซีนอีก 105 จุดใน กทม.และต่างจังหวัด รวมถึง เสริมเครือข่ายในบริเวณโรงพยาบาลทั่วประเทศ 2.สนับสนุนบริการดิจิทัล อาทิ แอปพลิเคชั่น อสม.ออนไลน์ ให้แก่กลุ่ม อสม.ช่วยในการทำรายงานและคัดกรอง, หุ่นยนต์คัดกรอง ROC-Robot For Care,เทคโนโลยี 5G AI CT Scan ปอด,เทเลเมดิซีน-ระบบโทรเวชกรรม,ระบบ CLOUD Contact Center สายด่วน, ระบบ NB IoT Tracking, แพลตฟอร์มวัคซีน, ระบบคิว จองสบาย 3.สนับสนุนอุปกรณ์สื่อสาร-ไอที พร้อมซิมและค่าบริการ แก่หน่วยงานต่างๆ ทั้งหมดนี้เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนภารกิจต้านภัยโควิด-19 ของประเทศไทยให้ก้าวผ่านวิกฤตไปได้อย่างดีที่สุด (ข้อมูล ณ วันที่ 17 สิงหาคม 2564)

Telehealth กับโอกาสการรักษาพยาบาลที่เท่าเทียม #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/596757

Telehealth กับโอกาสการรักษาพยาบาลที่เท่าเทียม

Telehealth กับโอกาสการรักษาพยาบาลที่เท่าเทียม

วันจันทร์ ที่ 23 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

รศ.ดร.ศิริยุพา รุ่งเริงสุข ที่ปรึกษาบริหาร บำรุงราษฎร์อคาเดมี่ รพ.บำรุงราษฎร์ อินเตอร์เนชั่นแนล ให้ข้อมูลว่า ขณะนี้จำนวนผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 รายใหม่ของไทยอยู่ที่ประมาณวันละ 20,000 ราย ทำให้เกิดปัญหาการขาดแคลนเตียงรองรับผู้ป่วย ทั้งนี้ รัฐบาลและภาคเอกชนเองก็พยายามเร่งรัดพัฒนาและกระตุ้นเชิญชวนให้ผู้ป่วยโรคไม่ฉุกเฉินร้ายแรงให้หันมาใช้บริการการแพทย์ทางไกล(Telemedicine หรือเรียกสั้นๆ ว่า Telemed) มากขึ้นเพื่อป้องกันสถานการณ์แออัดใน รพ. เมื่อเราพูดถึง Telemed ในความหมายกว้างๆ หมายถึงการที่บุคลากรทางการแพทย์ที่ทำการดูแลรักษาและตัวผู้ป่วยที่รับการบริการนั้นอยู่คนละสถานที่กัน ไม่ได้พบหน้าค่าตากันแบบตัวเป็นๆ แต่สามารถพูดคุยเห็นหน้าเห็นตากันได้ผ่านจอคอมพิวเตอร์หรือมือถือ พูดคุยสอบถามอาการเสร็จ แพทย์ก็สามารถสั่งยาแล้วให้ทาง รพ. ส่งยาไปให้คนไข้ที่บ้านเป็นอันจบเรื่อง อย่างไรก็ตาม Telemed ไม่ได้มีความหมายแค่เพียงการพูดคุยสอบถามอาการระหว่างบุคลากรทางการแพทย์กับผู้ป่วย แท้จริงแล้ว Telemed มีความหมายครอบคลุมกิจกรรม4 รูปแบบดังนี้คือ (1) Real-time video คือการให้บริการรักษาพยาบาลผ่านระบบการประชุมทางไกลทางวีดีโอ บุคลากรทางการแพทย์และผู้ป่วยสามารถสื่อสารแบบเห็นหน้าเห็นตากันในเวลาเดียวกัน หากผู้ป่วยมีปรอทวัดไข้และมีเครื่องวัดความดันที่บ้าน ก็สามารถวัดผลและบอกผลให้แก่บุคลากรทางการแพทย์ได้ กรณีที่ต้องฉีดยาหรือเจาะเลือดหรือให้น้ำเกลือรพ.บางแห่งของไทยเราเช่น รพ.บำรุงราษฎร์ มีบริการเสริมส่งบุคลากรไปเจาะเลือด ฉีดยาให้ถึงบ้านได้ (2) Remote patient monitoring คือการติดตามอาการดูแลผู้ป่วยทางไกล เช่น ผู้ป่วยที่เพิ่งออกจาก รพ. และผู้ป่วยโรคเรื้อรัง เช่น เบาหวาน ความดัน หัวใจ เป็นต้น ที่จำเป็นต้องติดตามอาการเป็นระยะอย่างสม่ำเสมอ โดย รพ. อาจจัดให้มีเครื่องมือในการวัดค่าต่างๆ ให้ผู้ป่วยใช้ประจำอยู่ที่บ้าน เมื่อผู้ป่วยทำการวัดค่าแล้วส่งผลให้ทาง รพ. บุคลากรทางการแพทย์ก็จะนัดวันเวลาพูดคุยทางไกลกับผู้ป่วยโดยระบบประชุมผ่านวีดีโอ (3) Store and forward คือการจัดเก็บและส่งข้อมูลด้านการรักษาพยาบาลของผู้ป่วยผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ไปยังบุคลากรทางการแพทย์ เช่น เวชระเบียนของผู้ป่วย ภาพจากเอกซเรย์ ภาพจากอัลตราซาวนด์ เพื่อให้บุคลากรทางการแพทย์วินิจฉัยโรคและให้ความเห็นเรื่องการรักษาพยาบาล ในกรณีนี้ผู้ป่วยจะไม่ได้พบกับบุคลากรทางการแพทย์โดยตรง (4) Mobile health (mHealth) คือระบบการติดตามดูแลสุขภาพผ่านอุปกรณ์สื่อสารเคลื่อนที่ เช่น แท็บเลต โทรศัพท์เคลื่อนที่ที่ติดตั้งแอปพลิเคชั่นต่างๆ เช่น แอปฯวัดชีพจร แอปฯควบคุมระดับน้ำตาล ตลอดจนแอปฯ ปรึกษาปัญหาสุขภาพผ่านช่องทางออนไลน์ซึ่งปัจจุบันมีองค์กรเอกชนในไทยเริ่มให้บริการนี้แล้วโดยไม่มีค่าใช้จ่ายในช่วงไวรัสโควิด-19 กำลังระบาด เป็นต้น

Telemed เป็นเพียงส่วนหนึ่งของ Telehealth องค์กร The American Academy of Family Physician (AAFP)ได้นิยามคำว่า Telemed คือการใช้เทคโนโลยีสื่อสารเข้าช่วยในการให้การรักษาพยาบาลทางไกล โดยที่แพทย์ ผู้รักษาและผู้ป่วยอยู่คนละสถานที่ และ Telemed เป็นเพียงส่วนหนึ่งหรือ “ซับเซต”(subset)ของคำว่า Telehealth เพราะ Telehealth มีความหมายกว้างกว่าครอบคลุมถึงระบบเทคโนโลยีด้านอิเล็กทรอนิกส์ เทคโนโลยีการสื่อสาร บริการต่างๆ ทั้งที่เกี่ยวข้องกับการรักษาพยาบาลหรือบริการทางคลินิก(clinical services) และงานหรือบริการอื่นๆ ที่ไม่ใช่บริการทางคลินิก (non-clinical services) ในระบบทางไกลที่ผู้ให้และผู้รับบริการอยู่คนละสถานที่กัน ตัวอย่างบริการทางคลินิก คือ การเจาะเลือด เอกซเรย์ การฉายรังสี การจัดยาของเภสัชกร เป็นต้น ตัวอย่างบริการที่ไม่ใช่บริการทางคลินิก คือ การรณรงค์ด้านสุขภาพการฝึกอบรมให้ความรู้ด้านสุขภาพและการเฝ้าระวัง เป็นต้น คาดว่าในอนาคตอันใกล้นี้ ระบบ Telehealth จะได้รับการขยายฟังก์ชั่นการทำงานให้ครอบคลุมระบบปฏิบัติการทั้งหมดของ รพ. ตั้งแต่การประเมินผู้ป่วยก่อนพบแพทย์(เช่น วัดความดัน ชีพจร) การวิเคราะห์ผลต่างๆ(เช่น ปัสสาวะ เลือด) การปรึกษาแพทย์ทางออนไลน์ ระบบการจ่ายยาที่เชื่อมโยงคำสั่งแพทย์กับประวัติการแพ้ยาของผู้ป่วย และเชื่อมต่อกับแผนกการเงินที่จะเรียกเก็บค่าใช้จ่าย จากนั้นระบบต้องเชื่อมโยงให้ รพ. ประสานงานเรื่องการเบิกจ่ายจากกรมธรรม์ประกันสุขภาพของผู้ป่วยได้ด้วย ซึ่งระบบ Telehealth ที่สมบูรณ์จะทำให้ผู้ป่วยได้รับประโยชน์สูงสุด เพราะไม่ว่าจะเจ็บป่วยขึ้นที่ใดในโลก ก็สามารถได้รับการรักษาพยาบาลที่ดีที่สุดและเร็วที่สุด โดยแพทย์ของ รพ. ทั่วโลกสามารถติดต่อสื่อสารถึงกันได้

ระบบ Telehealth เพื่อความยั่งยืนของประชากรและชาติ “ปิงอันกู๊ดด็อกเตอร์” ผู้ให้บริการแพทย์ออนไลน์รายใหญ่ในจีนเผยว่าเมื่อโควิด-19 ระบาดหนักในจีนเมื่อปลายปี 2562 ยอดของผู้ป่วยรายใหม่ที่ใช้บริการปรึกษาแพทย์ออนไลน์เพิ่มขึ้นถึง 900% ส่วนในสหรัฐอเมริการพ.คลีฟแลนด์ คลินิก ที่มีชื่อติดอันดับโลกรายงานว่าเมื่อกลางปี 2563 มีผู้ใช้งานระบบแพทย์ทางไกลมากขึ้นถึง 20 เท่าเมื่อเทียบกับตอนที่ไม่มีโรคระบาด และเชื่อว่าการใช้ Telemed ของผู้ป่วยจะเพิ่มขึ้นอีกในอนาคตเพราะสะดวก ปลอดภัย ประหยัดเวลาและค่าเดินทาง เช่นเดียวกันกับในประเทศไทยที่ผู้ป่วยโดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ได้หันมาใช้ Telemed เป็นทางเลือกในการรับการรักษาพยาบาลมากขึ้น ยกตัวอย่างของ รพ. บำรุงราษฎร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำนวนผู้ป่วยที่ใช้ Telemed เมื่อเดือนมกราคมของปีนี้เพิ่มขึ้นเกือบ 80 เท่า จากมกราคมปีที่แล้ว ขณะที่มีเพียงคนชั้นกลางขึ้นไปที่เข้าถึงเทคโนโลยี Telemed และ Telehealth คนที่มีฐานะยากจนและที่อยู่ในชนบทห่างจากเมืองใหญ่ยังเข้าไม่ถึงบริการ Telemed รัฐบาลและภาคเอกชนจึงพึงร่วมมือกันลงทุนสร้างและพัฒนาเครือข่ายการแพทย์ทางไกลให้แพร่หลายไปทั่วประเทศ แม้ว่าจะต้องใช้ทุนทรัพย์มหาศาล แต่ในระยะยาวแล้วจะเกิดประโยชน์อเนกอนันต์ในเรื่องการให้การรักษาพยาบาลและการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนทุกระดับอย่างทั่วถึง แก้ปัญหาการขาดแคลน รพ. และบุคลากรทางการแพทย์ ลดค่าใช้จ่ายด้านสาธารณสุขลดปัญหาช่องว่างทางเศรษฐกิจ สังคม และช่วยยกระดับพัฒนาความรู้ ทักษะและความก้าวหน้าทางการแพทย์ให้แก่บุคลากรทางการแพทย์
ของไทยโดยใช้ต้นทุนที่น้อยลงด้วย

‘มาดามแป้ง’ เปิด ‘MadamePang Friends Club’ พร้อมให้คำปรึกษาปัญหาสุขภาพ พิชิตวิกฤตโควิด-19 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/596780

‘มาดามแป้ง’เปิด ‘MadamePang Friends Club’  พร้อมให้คำปรึกษาปัญหาสุขภาพ พิชิตวิกฤตโควิด-19

‘มาดามแป้ง’เปิด ‘MadamePang Friends Club’ พร้อมให้คำปรึกษาปัญหาสุขภาพ พิชิตวิกฤตโควิด-19

วันจันทร์ ที่ 23 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

เพราะสถานการณ์แพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ระลอกนี้ สร้างความวิตกกังวลมากกว่าทุกครั้ง จากจำนวนตัวเลขผู้ติดเชื้อที่พุ่งสูงจนน่ากลัว มาดามแป้ง-นวลพรรณ ล่ำซำ ซีอีโอ บมจ.เมืองไทยประกันภัย และประธานกรรมการมูลนิธิมาดามแป้ง ไม่รอช้าตั้งศูนย์บริการคำปรึกษาปัญหาสุขภาพ และการดูแลตัวเองในช่วงโควิด-19 ภายใต้ชื่อ “MadamePang Friends Club” ให้บริการ 24 ชั่วโมง ทั้งออนไลน์และออฟไลน์ ผ่านเบอร์โทรศัพท์ 02-2907979 และ Line Official Account : @madamepangfrinds พร้อมสแตนด์บายให้คำปรึกษาแนะนำข้อมูลในช่วงวิกฤตโควิด-19

นางนวลพรรณ ล่ำซำ กล่าวถึงการจัดตั้ง “MadamePang Friends Club” ว่า ด้วยสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ โควิด-19 ที่ปัจจุบันเกิดปรากฏการณ์ New High ยังมีจำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มสูงมากขึ้นต่อเนื่องจนมีปัญหาด้านต่างๆ ตามมาอีกมาก จึงเกิดการรักษาตัวในรูปแบบใหม่ขึ้น ทั้งการรักษาภายในบริเวณบ้าน (Home Isolation) และการรักษาตัวในศูนย์พักคอยประจำชุมชน (Community Isolation) ขึ้น ซึ่งการรักษาตัวสองแบบนี้ รวมถึงการรอคอยการรักษา อาจจะทำให้ผู้ป่วยเกิดความเครียด จนส่งผลกระทบต่อสุขภาพจิตของตัวผู้ป่วยและคนรอบข้างได้ เมืองไทยประกันภัย จึงร่วมกับ มูลนิธิมาดามแป้ง ตั้งศูนย์บริการนี้ขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม หลังทดลองทำในช่องทางออนไลน์มาแล้วหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา”

“สำหรับบริการจาก “Madame Pang Friends Club” เบอร์ 02-2907979 และ Line Official Account : @madamepangfriends ตั้งขึ้นเพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยเหลือและบรรเทาความกังวลใจอย่างรวดเร็ว ใน 3 กลุ่มเป้าหมาย คือ พนักงานและครอบครัว, ลูกค้าเมืองไทยประกันภัย และประชาชน โดยให้บริการคำปรึกษาในการดูแลสุขภาพ ทุกวันตลอด 24 ชั่วโมง โดยทีมอาสากล้าใหม่ที่ผ่านการอบรมหลักสูตรการแพทย์ฉุกเฉิน ซึ่งมีประสบการณ์ในการออกปฏิบัติหน้าที่ช่วยเหลือผู้ป่วยโควิด-19 ตั้งแต่วิกฤตระลอกแรกจนถึงปัจจุบัน ทุกคนจึงมีความรู้และความเข้าใจ เปรียบเสมือนเพื่อนที่พร้อมคลายข้อสงสัยและความกังวลใจ”

มูลนิธิมาดามแป้ง หวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะช่วยให้ทุกคนก้าวผ่านวิกฤตไปด้วยกันสำหรับผู้ที่ต้องการรับคำปรึกษา สามารถติดต่อรับคำปรึกษาได้ทั้งเบอร์ 02-2907979 และ Line Official Account : @madamepangfriends รวมถึง 2 แฟนเพจหลัก คือ มูลนิธิมาดามแป้ง และ เมืองไทยประกันภัย นอกจากนี้ ยังสามารถร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการให้ ด้วยการบริจาคและสมทบทุนได้ที่บัญชี ธนาคารกสิกรไทย เลขที่บัญชี 092-2-61340-0 ชื่อบัญชี มูลนิธิมาดามแป้ง เพื่อโครงการสร้างสังคมแห่งการให้ หรือร่วมสมัครเป็นทีมอาสากล้าใหม่กับเรา ได้ที่ http://bitly.ws/dsfM

Facebook ชวนคนไทย #ส่งใจเชียร์ฮีโร่พาราลิมปิกไทย ปล่อยฟีเจอร์สนุกๆ ผ่านแนวคิด ‘นับรวมคนทุกกลุ่ม’ This is for everyone* #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/596742

Facebook ชวนคนไทย #ส่งใจเชียร์ฮีโร่พาราลิมปิกไทย  ปล่อยฟีเจอร์สนุกๆ ผ่านแนวคิด‘นับรวมคนทุกกลุ่ม’This is for everyone*

Facebook ชวนคนไทย #ส่งใจเชียร์ฮีโร่พาราลิมปิกไทย ปล่อยฟีเจอร์สนุกๆ ผ่านแนวคิด‘นับรวมคนทุกกลุ่ม’This is for everyone*

วันจันทร์ ที่ 23 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

Facebook ประเทศไทย นำโดย แพร ดํารงค์มงคลกุล Country Director และ มูลนิธิคณะกรรมการพาราลิมปิกแห่งประเทศไทย นำโดย นายจุตินันท์ ภิรมย์ภักดี ประธานมูลนิธิฯ ได้ร่วมเปิดตัวแคมเปญออนไลน์ #ส่งใจเชียร์ฮีโร่พาราลิมปิกไทย เพื่อเชิญชวนให้คนไทยได้ส่งแรงใจเชียร์ทีมนักกีฬาพาราลิมปิกไทย ในการแข่งขันโตเกียวพาราลิมปิกเกมส์ 2020 และส่งเสริมค่านิยมเรื่อง Inclusion หรือการเห็นคุณค่าและนับรวมคนทุกกลุ่มผ่านแนวคิด This is for everyone*

มหกรรมกีฬาพาราลิมปิกเรียกได้ว่าเป็นสิ่งที่สะท้อนให้เห็นว่าทุกคนบนโลกได้ร่วมกันฉลองให้กับความสำเร็จ และศักยภาพของทุกชีวิตได้อย่างไร และแคมเปญล่าสุดที่ขับเคลื่อนด้วยแนวความคิดทางสังคมนี้ก็สะท้อนพันธกิจที่มีมาอย่างต่อเนื่องของ Facebook ในการสร้างความตระหนักรู้ถึงความหลากหลายของผู้คนโดยไม่มองถึงความแตกต่างทางความสามารถทางร่างกาย และการทำให้ทุกคนรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของสังคม รวมทั้งการเดินหน้าสนับสนุนผู้คนให้เติบโตไปด้วยกันเพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงที่ดีกว่าให้กับทุกชีวิต

การร่วมมือกับมูลนิธิคณะกรรมการพาราลิมปิกแห่งประเทศไทยครั้งนี้ จะเปิดโอกาสให้แฟนกีฬาชาวไทยสามารถส่งแรงเชียร์และร่วมเป็นส่วนหนึ่งของพาราลิมปิกเกมส์ได้หลายวิธี ผ่านแอปพลิเคชั่นในเครือของ Facebook เช่น แฟนกีฬาและผู้สนใจสามารถติดตามบัญชี Instagram ภายใต้ชื่อ@ThaiParaHeroes และใช้แฮชแท็ก #ส่งใจเชียร์ฮีโร่พาราลิมปิกไทย เพื่อเป็นช่องทางให้แฟนๆ ได้ส่งเสียงเชียร์ผ่านโลกออนไลน์รวมทั้งผ่านเพจ Facebook Thailand ด้วย ศิลปะบอกเล่าเรื่องราวของเหล่านักกีฬาพาราลิมปิกของไทยผ่านงานภาพถ่ายจากทีม Sculpture Bangkok ที่เป็นที่รู้จักกันดีจากผลงานชุด Photoautomat ที่นำความรู้สึกดีๆ ในวันเก่าๆ มาบอกเล่าผ่านตู้ถ่ายภาพสติ๊กเกอร์

ฟีเจอร์สนุกๆ ภายใต้แคมเปญ #ส่งใจเชียร์ฮีโร่พาราลิมปิกไทย ที่สร้างขึ้นจากแนวคิด This is for Everyone* (การเห็นคุณค่าและนับรวมคนทุกคน) นั้นรวมไปถึงกรอบรูปโปรไฟล์ที่ออกแบบมาเป็นพิเศษบน Facebook และ AR Camera Effect ฟิลเตอร์ใหม่ 3 ชุดบน Instagram ที่ผู้ใช้งานสามารถเพิ่มข้อความเพื่อส่งกำลังใจให้นักกีฬาได้ รวมทั้งสติ๊กเกอร์ภาพเคลื่อนไหว (giphy) บนไอจีชุด Virtual automat ที่ผู้ใช้งานสามารถเลือกใช้เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการแข่งขันและเชียร์เหล่านักกีฬาระหว่างการลงแข่งได้แม้ไม่มีผู้เข้าชมในสนาม มีการรายงานข้อมูลเกี่ยวกับการแข่งขันล่าสุดรวมถึงเนื้อหาสร้างแรงบันดาลใจและบอกเล่าเรื่องราวของนักกีฬาพาราลิมปิกไทยและชุมชนกีฬาผู้พิการตลอดช่วงวันที่ 24 สิงหาคม ถึง 5 กันยายน 2564

นอกจากนี้แคมเปญ #ส่งใจเชียร์ฮีโร่พาราลิมปิกไทย ยังมีการจัดทำหมวกรุ่นลิมิเต็ดเอดิชั่น This is for Everyone* ที่ออกแบบโดย Sculpture Bangkok มาในแนวมินิมัล 2 สี (สีขาวและสีกรมท่า) โดยรายได้จากการจำหน่ายหมวก This is for Everyone* จะส่งมอบให้มูลนิธิคณะกรรมการพาราลิมปิกแห่งประเทศไทยเพื่อสนับสนุนกีฬาสำหรับผู้พิการต่อไป

นายจุตินันท์ ภิรมย์ภักดี ประธานมูลนิธิคณะกรรมการพาราลิมปิกแห่งประเทศไทย กล่าวว่า “ทางมูลนิธิรู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ร่วมมือกับ Facebook ในการเปิดตัวแคมเปญ #ส่งใจเชียร์ฮีโร่ พาราลิมปิกไทย สะท้อนการให้ความสำคัญและเล็งเห็นการทำงานหนักของนักกีฬาพาราลิมปิกและเจ้าหน้าที่ทีมไทย ไม่ว่าจะเป็นผู้ฝึกสอน แพทย์ พยาบาล นักกายภาพบำบัด หัวหน้าคณะนักกีฬาและเจ้าหน้าที่ประจำทีมคณะนักกีฬาคนพิการไทย ซึ่งทำให้นักกีฬาคนพิการไทยได้แสดงความสามารถ ความเพียรพยายาม การมีน้ำใจนักกีฬาและผลงานอันเป็นเลิศให้ได้เห็นเสมอมา เราเชื่อว่าผู้ชมชาวไทยจะส่งแรงเชียร์ให้นักกีฬาคนพิการและเจ้าหน้าที่ในการแข่งขันกีฬาพาราลิมปิกเกมส์ครั้งที่ 16 นี้ แคมเปญนี้จะช่วยให้แฟนๆชาวไทยได้ร่วมส่งแรงใจและเฉลิมฉลองพลังแห่งความหลากหลายในสังคมของเรา”

แพร ดํารงค์มงคลกุล Country Director ของ Facebook ประเทศไทย กล่าวเพิ่มเติมว่า เนื่องด้วยกีฬาพาราลิมปิกในครั้งนี้จะจัดขึ้นในช่วงที่มีการระบาดของโควิด-19  Facebook รู้สึกภูมิใจที่ได้มีโอกาสทำงานผ่านแคมเปญนี้เพื่อเพิ่มช่องทางให้ผู้ชมชาวไทยได้ส่งแรงใจให้กับเหล่านักกีฬาพาราลิมปิกของไทย ซึ่งได้แสดงให้เราเห็นว่าพวกเขาสามารถเดินหน้าสู่ความสำเร็จในการแข่งขันได้อย่างงดงาม”

“ค่านิยมในเรื่อง Inclusion หรือการนับรวมคนทุกคน ถือเป็นหนึ่งในวิสัยทัศน์หลักของเราที่ Facebook โดยภารกิจที่เรายังคงเดินหน้าทำอย่างต่อเนื่องในเรื่องของการเข้าถึงโอกาสต่างๆ ก็คือการทำให้แน่ใจว่าทุกคนจะสามารถรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของชุมชน และสามารถมีส่วนร่วมในการพูดคุยและบทสนทนาต่างๆ ที่เกิดขึ้นบนแอปพลิเคชั่น
ในเครือของ Facebook ได้อย่างเท่าเทียม สำหรับการร่วมมือกับมูลนิธิคณะกรรมการพาราลิมปิกแห่งประเทศไทยในครั้งนี้ของ Facebook ประเทศไทย เป็นความภาคภูมิใจของเราและเป็นการต่อยอดภารกิจที่เราทำอย่างต่อเนื่องเพื่อสนับสนุนชุมชนที่อาจจะถูกกีดกันให้เป็นคนชายขอบ และเพื่อฉลองพลังของการเชื่อมต่อกันของผู้คน”

ทั้งนี้ การเปิดตัวแคมเปญ #ส่งใจเชียร์ฮีโร่พาราลิมปิกไทยเกิดขึ้นพร้อมกับการประกาศของ Facebook ในโครงการระดับโลกเพื่อสนับสนุนกีฬาพาราลิมปิกด้วย โดยได้ร่วมมือกับคณะกรรมการพาราลิมปิกสากล (International Paralympic Committee – IPC) เพื่อเปิดตัวภาพยนตร์สั้นซีรี่ส์แนวสารคดีเพื่อสนับสนุนแคมเปญ #WeThe15 โดยเป็นการบอกเล่าเรื่องราวของกีฬากับชุมชนผู้พิการจาก 4 ประเทศ พร้อมชี้ให้เห็นว่ากีฬาได้เข้ามาสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกให้กับพวกเขาอย่างไร โดยภาพยนตร์ดังกล่าวมุ่งสร้างการตระหนักรู้ถึงกลุ่มคนที่ต้องใช้ชีวิตอยู่กับความพิการซึ่งมีประมาณ ร้อยละ 15 ของประชากรโลก พร้อมแสดงให้เห็นว่ากีฬาจะสามารถเป็นส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนแปลงทัศนคติที่เปิดกว้างมากขึ้นได้ทั่วโลก

คุณสามารถเป็นส่วนหนึ่งของแคมเปญ#ส่งใจเชียร์ฮีโร่พาราลิมปิกไทย ได้โดยการติดตาม @ThaiParaHeroes บน Instagramหรืออ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เพจ Facebook ของFacebook Thailand รวมทั้งสามารถรับชมภาพยนตร์สั้นซีรี่ส์แนวสารคดีเพื่อสนับสนุนแคมเปญ #WeThe15 ที่มาพร้อมคำบรรยายภาษาไทยได้แล้วที่ facebook.com/FacebookThailand/posts/368808974780450 และ facebook.com/Paralympics

แอบส่อง ‘พลอย-ชิดจันทร์’ ถ่ายแฟชั่นชุดแต่งงานในรอบ 10 ปี #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/596781

แอบส่อง‘พลอย-ชิดจันทร์’ถ่ายแฟชั่นชุดแต่งงานในรอบ 10 ปี

แอบส่อง‘พลอย-ชิดจันทร์’ถ่ายแฟชั่นชุดแต่งงานในรอบ 10 ปี

วันจันทร์ ที่ 23 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

เพราะความน่ารัก สดใส เป็นธรรมชาติ และที่สำคัญคือ หุ่นเป๊ะ หน้าเด็กตลอดกาล ของมามี้ยังสาว พลอย-ชิดจันทร์เจ้าแม่คอนเทนท์ที่พวกเรามักจะได้เห็นภาพความน่ารักเธอและครอบครัว แฝงแนวคิดไลฟ์สไตล์ในการดูแลลูกๆ ทั้งสี่ ผ่านช่องทางโซเชียลทั้งแฟนเพจ อินสตาแกรม ตลอดจน ช่องยูทูบ จนมียอดกดติดตามมากมาย

ต้องบอกว่าอาชีพของ พลอย-ชิดจันทร์ ไม่ได้ง่ายและสบายอย่างที่ใครคิดภาพจำที่ทุกคนทราบดีว่าครอบครัว คือที่หนึ่งในใจของสาวสวยคนนี้ ตั้งแต่เช้าจรดเย็นต้องทุ่มสุดตัวดูแลธุรกิจและดูแลครอบครัวไป ทำหน้าที่ภรรยาและหน้าที่คุณแม่ของลูกๆ วัยกำลังโต แต่ผ่านมากี่ปีพลอย-ชิดจันทร์ ก็ยังดูเป๊ะปัง และสวยสดใสตลอดเวลา ทั้งๆ ที่แทบไม่มีเวลาของตัวเอง

ล่าสุดในยูทูบแชนแนล MomMe Chidjun https://www.youtube.com/watch v=SsIoAxnWb5c และ https://www.facebook.com/MomMeChidjun/posts/372627534221305 ที่เจ้าตัวได้เผยให้เห็นเบื้องหลังการถ่ายแฟชั่นชุดเจ้าสาวอีกครั้งในรอบ 10 ปี ก็เรียกเสียงฮือฮาและคอมเม้นท์จากแฟนๆ ให้คะแนนความสวยดูดีทั้งหุ่นทั้งผิวของคุณแม่ยังสาว แม้เจ้าตัวจะบอกว่า ขั้นตอนการเตรียมตัวเป็นเจ้าสาวอีกครั้งนั้นไม่ง่ายเลย เพราะเวลาผ่านไปร่างกายและผิวหน้าก็ย่อมเปลี่ยนไป แต่ชาวเนตต่างยอมรับว่ากาลเวลาไม่สามารถทำอะไร พลอย-ชิดจันทร์ ได้เลย

ทั้งนี้ ตัวช่วยสำคัญเห็นจะต้องยกให้กับความใส่ใจเลือกรับประทานอาหารที่ดีมีประโยชน์ และความทุ่มเทในการออกกำลังกายที่ได้ผลลัพธ์อย่างเห็นได้ชัดเจน นอกจากนี้ เรามักจะเห็นว่าสาวพลอยเป็นคนที่มีอารมณ์ที่ดีสดใสอยู่เสมอแม้จะทำกิจกรรมมากมายในแต่ละวัน

และที่ทำให้ชาวเนตได้คลายข้อสงสัยกันว่าทำไมมามี้คนสวยถึงหน้าเป๊ะ หน้าเด็กตลอดกาล ก็เห็นจะเป็นผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ชีวิตผู้หญิงยุคใหม่อย่าง CALECIM Professional Restorative Hydration Cream (RHC) คาลิซิม โปรเฟสชันแนลรีสโตร์เรทีฟ ไฮเดรชั่น ครีม (อาร์เอชซี) ซึ่งมีกรดไฮยาลูโรนิค ช่วยบำรุงและกักเก็บน้ำให้ผิวหน้าให้ชุ่มชื้น สารสกัดเข้มข้นของเยื่อบุสายสะดือกวางแดง ที่ช่วยเร่งการสร้างเซลล์ผิวใหม่ ลดริ้วรอยบางๆ ให้ความชุ่มชื่นผิวจึงดูเปล่งปลั่ง

จากข้อมูลพบว่า CALECIM Professional เป็นผลิตภัณฑ์ที่มีสารสกัดจากเยื่อบุสายสะดือกวางแดง ที่ให้ Growth Factors สูงมากที่สุดในตลาดขณะนี้ ทำให้เป็นผลิตภัณฑ์ที่นำมาใช้ในคลินิกความงามชั้นนำหลายแห่ง เพราะครีมช่วยฟื้นฟูผิวหลังทำเลเซอร์ได้ดีมาก ยิ่งทำให้พลอยมั่นใจกับผลิตภัณฑ์มากขึ้น โดยผลิตภัณฑ์สามารถดูแลผิวได้อย่างมีประสิทธิภาพ อ่อนโยนแม้กับผิวบอบบาง แพ้ง่าย เพราะมีส่วนผสมเป็นสารสกัดจากธรรมชาติ

นอกจากนี้ สำหรับผู้ที่ต้องการการบำรุงที่เข้มข้นเป็นพิเศษยังมี CALECIM Professional Multi-Action Cream (MAC)-คาลิซิม โปรเฟสชันแนล มัลติแอ๊กชั่นครีม (สูตรแมค หรือเอ็มเอซี) ที่มีส่วนผสมจากเยื่อบุสายสะดือกวางแดง มีโปรตีน Growth Factors เช่นกันแต่เพิ่มความเข้มข้นถึง 50% ซึ่งเป็นแบรนด์แรกในตลาดผลิตภัณฑ์บำรุงผิว มีคุณสมบัติช่วยบำรุงล้ำลึก เสริมการสร้างเซลล์ผิวใหม่ เมื่อบำรุงอย่างต่อเนื่องผิวหน้าจะดูกระจ่างใสเป็นธรรมชาติ อิ่มเอิบ และรู้สึกผิวกระชับยิ่งขึ้น ซึ่งจากการค้นคว้าวิจัยอย่างยาวนานเกิดผลลัพธ์เป็นผลิตภัณฑ์ทั้งสองจากCALECIM Professional สุดยอดนวัตกรรมครีมบำรุงผิวหน้าแห่งยุค ที่ใช้ได้อย่างง่ายดายและรวดเร็วในชีวิตประจำวันที่วุ่นวาย ตอบโจทย์ปัญหาผิวได้อย่างมีประสิทธิภาพที่สุด

ร่วมเปิดประสบการณ์การปรนนิบัติผิวหน้าที่ล้ำลึกกว่าใครด้วยผลิตภัณฑ์คุณภาพสามารถซื้อ CALECIM Professional ได้ที่คลินิกความงามและโรงพยาบาลเอกชนชั้นนำทั่วประเทศ หรือสั่งซื้อออนไลน์ได้ทางShopee: A.Menarini Official Storehttps://shopee.co.th/a.menarini พร้อมสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://www.facebook.com/CalecimProfessionalThailand

รพ.กรุงเทพเร่งสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ เดินหน้าฉีดวัคซีนโควิด-19 ขานรับยุทธศาสตร์สกัดเชื้อกลายพันธุ์ พาคนไทยก้าวผ่านวิกฤต #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/596774

รพ.กรุงเทพเร่งสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ เดินหน้าฉีดวัคซีนโควิด-19  ขานรับยุทธศาสตร์สกัดเชื้อกลายพันธุ์ พาคนไทยก้าวผ่านวิกฤต

รพ.กรุงเทพเร่งสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ เดินหน้าฉีดวัคซีนโควิด-19 ขานรับยุทธศาสตร์สกัดเชื้อกลายพันธุ์ พาคนไทยก้าวผ่านวิกฤต

วันจันทร์ ที่ 23 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

โรงพยาบาลกรุงเทพ เดินหน้าฉีดวัคซีนโควิด-19 ขานรับยุทธศาสตร์สกัดเชื้อกลายพันธุ์ เร่งสร้างภูมิคุ้มกันหมู่พาคนไทยก้าวผ่านวิกฤตไปด้วยกัน

จากตัวเลขผู้ติดเชื้อใหม่ ที่มีมากขึ้นทุกวัน ตอกย้ำถึงสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา 2019 โดยรวมของประเทศไทยที่อยู่ในภาวะวิกฤตจำเป็นต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด นอกจากการยกการ์ดสูง สวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลา ล้างมือด้วยแอลกอฮอล์หรือสบู่ เว้นระยะห่าง ลดการสัมผัสพื้นที่สาธารณะ วัคซีนป้องกันโควิด-19 เป็นสิ่งจำเป็น เพื่อให้เกิดภูมิคุ้มกันหมู่

ด้วยความตระหนักถึงความจำเป็นของการเร่งสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ นำพาประเทศไทยผ่านพ้นวิกฤตการณ์ในครั้งนี้โรงพยาบาลกรุงเทพร่วมสนับสนุนให้คนไทยมีสุขภาพดี สร้างภูมิคุ้มกันป้องกันการติดเชื้อโควิด-19 ลดความรุนแรงของอาการเจ็บป่วย และช่วยลดอัตราการเสียชีวิต เดินหน้าสนับสนุนการฉีดวัคซีนเป็นวาระแห่งชาติ จัดหน่วยบริการความร่วมมือฉีดวัคซีนโควิด-19 ให้กับประชาชน ทั้งหน่วยฉีดภายในโรงพยาบาลและเปิดนอกสถานพยาบาลบนพื้นที่ใจกลางเมือง ร่วมกับ สำนักอนามัย กรุงเทพมหานคร หอการค้าไทย และศูนย์การค้าสยามพารากอน ที่รอยัลพารากอน ฮอลล์ ชั้น 5 เป็นทางเลือกเสริม เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชนได้เข้าถึงการบริการอย่างรวดเร็ว ด้วยประสิทธิภาพการบริหารจัดการและมาตรฐานความปลอดภัยสูงสุด ลดความเสี่ยงจากการระบาดซ้ำ เป็นภารกิจฉีดวัคซีนแก่ประชาชนให้ได้รับวัคซีนอย่างทั่วถึงและรวดเร็ว

แพทย์หญิงเมธินี ไหมแพง รองประธานคณะผู้บริหาร กลุ่ม 1 และผู้อำนวยการโรงพยาบาลกรุงเทพ กล่าวว่า สถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 สร้างผลกระทบกับชีวิตความเป็นอยู่ของผู้คนทั้งประเทศและทั่วโลก รวมถึงมีผลกระทบต่อเศรษฐกิจโดยรวม การ
กระจายวัคซีนโควิด-19 ให้กับประชาชนเป็นเรื่องเร่งด่วนลดการแพร่เชื้อ ลดความรุนแรงของโรค และลดความสูญเสียโรงพยาบาลกรุงเทพในฐานะโรงพยาบาลที่อยู่เคียงข้างคนไทยมากว่า 50 ปี ได้จัดทีมแพทย์ พยาบาลและเจ้าหน้าที่ที่ชำนาญการพร้อมในการจัดการด้านมาตรฐานความปลอดภัย ที่ผ่านมาได้ช่วยสังคมไทยในด้านการแพทย์และสาธารณสุขในรูปแบบต่างๆ ทั้งการช่วยเหลือในด้านเวชภัณฑ์และเครื่องมือแพทย์แก่โรงพยาบาลรัฐ และการมอบอุปกรณ์ทางการแพทย์ ยาและเวชภัณฑ์ตลอดจนสิ่งของจำเป็นในชีวิตประจำวันแก่ผู้ด้อยโอกาสและชุมชน

ที่ผ่านมา โรงพยาบาลกรุงเทพ ได้เปิดหน่วยบริการวัคซีนโควิด-19 ที่ได้รับการจัดสรรจากภาครัฐ สำหรับกลุ่มผู้สูงอายุ และผู้ป่วย 7 กลุ่มโรคเสี่ยง ณ โรงพยาบาลกรุงเทพอินเตอร์เนชั่นแนล ผ่านแอปพลิเคชั่น “หมอพร้อม” เนื่องจากมีการระบาดของโควิด-19 เป็นวงกว้าง การจัดสรรพื้นที่ภายในโรงพยาบาลสำหรับการดูแลรักษาผู้ป่วยทั่วไป ยังคงมาตรการความปลอดภัยและเว้นระยะห่างทางสังคมอย่างเข้มงวด งดการเข้าเยี่ยมของญาติ เพื่อความปลอดภัยของผู้รับบริการเป็นสำคัญ

ทั้งนี้ ยังเปิดหน่วยบริการฉีดวัคซีน ที่ศูนย์การค้าสยามพารากอน ยังเป็นหนึ่งใน 25 หน่วยฉีด ให้กับ โครงการ “ไทยร่วมใจ กรุงเทพฯ ปลอดภัย” ช่วยให้ประชาชนเข้าถึงการฉีดวัคซีนได้ง่าย สามารถเดินทางได้อย่างสะดวกมากยิ่งขึ้น รวมทั้งการฉีดวัคซีนให้กับหน่วยงานต่างๆ อาทิ สมาคมสายการบินประเทศไทย พระสงฆ์ แม่ชีจากวัดต่างๆ รวมไปถึงผู้พิการทางสายตา ผู้ด้อยโอกาส ฯลฯ นอกจากการเปิดบริการฉีดวัคซีนโควิด-19 ที่จุดบริการทั้งสองแห่งของโรงพยาบาลกรุงเทพ ยังผนึกกำลังร่วมกับราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ เปิดหน่วยบริการฉีดวัคซีนทางเลือก ซิโนฟาร์ม (Sinopharm) ซึ่งถือเป็นวัคซีนตัวเลือกที่เริ่มฉีดให้แก่คนไทย โดยการจัดสรรขององค์กรและหน่วยงานภาคอุตสาหกรรมที่กระจายฉีดให้แก่ประชาชนเป็นกลุ่มแรก อีกทั้งร่วมกับสถานเอกอัครราชทูตฝรั่งเศส ดำเนินโครงการฉีดวัคซีนแจนส์เซน (Janssen) ของจอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน (Johnson & Johnson) แก่พลเมืองฝรั่งเศสที่มีอายุ 55 ปีขึ้นไป ซึ่งเป็นกลุ่มเปราะบางและมีข้อจำกัดในการเดินทางสามารถเข้าถึงวัคซีนโควิด-19 ได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว โดยดำเนินการฉีดวัคซีนใน 8 หน่วยฉีดในเครือโรงพยาบาลกรุงเทพทั่วประเทศ

นอกจากนี้ โรงพยาบาลกรุงเทพ ยังได้ร่วมส่งเสริมสุขภาพเพื่อเป็นการเสริมเกราะคุ้มกัน ลดความรุนแรงจากเชื้อไวรัสกลายพันธุ์ เตรียมเปิดให้บริการวัคซีนทางเลือกโมเดอร์นา (Moderna) ในช่วงปลายปีนี้ ด้วยความมุ่งมั่นว่าขอให้ทุกคนมีสุขภาพที่ดีและภูมิคุ้มกันมากขึ้น เพื่อก้าวข้ามภาวะวิกฤตครั้งนี้ไปด้วยกัน

พันธมิตรไฮสปีดสามสนามบิน ผนึกกำลัง ‘ครัวปันอิ่ม ร้อยเรียงใจ สู้ภัยโควิด’ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/596759

พันธมิตรไฮสปีดสามสนามบิน ผนึกกำลัง  ‘ครัวปันอิ่ม ร้อยเรียงใจ สู้ภัยโควิด’

พันธมิตรไฮสปีดสามสนามบิน ผนึกกำลัง ‘ครัวปันอิ่ม ร้อยเรียงใจ สู้ภัยโควิด’

วันจันทร์ ที่ 23 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

ศูนย์ต้านภัยโควิด-19 ร.ฟ.ท. และจิตอาสา 904 การรถไฟแห่งประเทศไทย จับมือ บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) จิตอาสาโครงการต้องรอด โดยกลุ่ม อัพ ฟอร์ ไทย (Up for Thai) และบริษัท รถไฟความเร็วสูงสายตะวันออก ร่วมแรงร่วมใจนำอาหารปรุงสุกพร้อมรับประทานแจกจ่ายให้แก่ประชาชนกว่า 42 ชุมชน ในเขตลาดพร้าว ภายใต้โครงการ “ครัวปันอิ่ม ร้อยเรียงใจ สู้ภัยโควิด” ซึ่งเป็นโครงการที่เครือเจริญโภคภัณฑ์ได้ร่วมผนึกกำลังร่วมกับองค์กรต่างๆ กว่า 100 องค์กรมูลนิธิกลุ่มจิตอาสาภาคประชาสังคมและองค์กรเอกชน แจกอาหารทั้งหมด 2,000,000 กล่อง กระจายไปสู่ชุมชนใน 40 จุดทั่วกรุงเทพฯเพื่อช่วยเหลือและให้กำลังใจประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากการแพร่ระบาดของเชื้อ
ไวรัสโควิด-19 ซึ่งมีทั้งผู้ที่ขาดรายได้ ว่างงานกลุ่มเปราะบาง กลุ่มที่ต้องแยกกักตัวดูอาการ และผู้ที่รักษาตัวที่บ้านหรือ Home Isolation โดยระดมสรรพกำลังของกลุ่มธุรกิจในเครือประกอบด้วย บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน)หรือซีพีเอฟ บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด(มหาชน) บริษัท สยามแม็คโคร จำกัด (มหาชน) บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) บริษัทเอก-ชัย ดิสทริบิวชั่น ซิสเทม จำกัด ผู้ดูแลธุรกิจโลตัส และบริษัท ซีพี โซเชียล อิมแพคท์ จำกัด

นิรุฒ มณีพันธ์ ผู้ว่าการการรถไฟแห่งประเทศไทย กล่าวว่าท่ามกลางสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ในปัจจุบัน
หลายองค์กรทั้งภาครัฐและเอกชนต่างมีเป้าหมายเดียวกันในการช่วยบรรเทาความเดือดร้อนให้กับประชาชน การรถไฟแห่งฯ โดยศูนย์ต้านภัยโควิด-19 ร.ฟ.ท. และจิตอาสา 904 การรถไฟแห่งฯ มีพันธกิจในการช่วยเหลือดูแลประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนอยู่เช่นกันการผนึกกำลังในฐานะพันธมิตรร่วมกับครัวปันอิ่ม ของเครือเจริญโภคภัณฑ์ ในการทำหน้าที่เป็นผู้นำอาหารปรุงสุก สะอาด พร้อม
รับประทาน ไปแจกจ่ายให้กับประชาชนในชุมชนที่ได้รับความเดือดร้อน หรือต้องกักตัวในที่พักอาศัยในครั้งนี้ จะยิ่งทำให้ประชาชนสามารถเข้าถึงอาหารได้อย่างทั่วถึงมากขึ้น สร้างกำลังใจให้ทุกคนสามารถผ่านวิกฤตนี้ไปด้วยกัน

ด้าน ผาติยุทธ ใจสว่าง รักษาการรองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ สายงานผลิตภัณฑ์ และผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการใหญ่สำนัก
โทรทัศน์ บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า บริษัทฯ มีพันธกิจสำคัญในการเป็น “สื่อที่ดีของสังคม ที่มีส่วนสร้างสังคมที่ดี” ท่ามกลางวิกฤตของการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ได้รายงานสถานการณ์ติดตามและรับทราบถึงความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนชาวไทยอย่างใกล้ชิดมาโดยตลอด ทำให้ทราบว่า อาหาร จำเป็นมากในภาวะวิกฤตที่เกิดขึ้นอยู่ในขณะนี้ อาหารกล่องจาก โครงการครัวปันอิ่ม จะช่วยบรรเทาความหิว แบ่งเบาค่าใช้จ่าย และความเดือดร้อนจากประชาชนได้

ขณะที่ นัทธ์ชนัน กัลปนา อาสาหัวหน้าคลังโครงการ “ต้องรอด” โดยกลุ่มอัพ ฟอร์ ไทย (Up for Thai) หนึ่งในพันธมิตรหลักของโครงการฯ ซึ่งเป็นกำลังสำคัญในการกระจายอาหารสู่ชุมชนริมคลองลาดพร้าว กล่าวว่าจากการลงพื้นที่ช่วยเหลือประชาชนอย่างต่อเนื่องในหลายชุมชนที่ผ่านมา พบว่าในแต่ละวันมีความต้องการอาหารสูงมาก และยังไม่เพียงพอต่อความต้องการของประชาชนในชุมชน คาดว่า อาหารปรุงสุขพร้อมรับประทาน 2,000,000 กล่องจากโครงการครัวปันอิ่ม ที่กระจายแจกให้กับประชาชนทั่วกรุงเทพฯอย่างต่อเนื่องในครั้งนี้จะสามารถช่วยเหลือประชาชนได้มากขึ้น

ด้าน สฤษดิ์ จิณสิทธิ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท รถไฟความเร็วสูงสายตะวันออกเชื่อมสามสนามบิน จำกัด กล่าวว่า โครงการ “ครัวปันอิ่ม ร้อยเรียงใจ สู้ภัยโควิด” นอกจากจะนำอาหารปรุงสุกสะอาดจาก ซีพีเอฟ (CPF) มอบให้กับประชาชนแล้วยังช่วยสนับสนุนร้านค้าขนาดเล็กในพื้นที่ให้มีรายได้ โดยทำการสั่งอาหารจากร้านค้ารายย่อยประมาณ 500 กล่องหมุนเวียนไปหลากหลายร้าน สมทบกับอาหารจากซีพีเอฟอีกประมาณ 500 กล่อง รวมเป็นจุดละประมาณ 1,000 กล่องต่อวัน 40 จุดทั่วกรุงเทพฯ อย่างต่อเนื่อง เพื่อฝ่าฟันวิกฤตในครั้งนี้ไปด้วยกัน

“สำหรับจุดแจกชุมชนลาดพร้าว ต้องขอบคุณศูนย์ต้านภัยโควิด-19 ร.ฟ.ท. และจิตอาสา 904 การรถไฟฯ กลุ่มจิตอาสาโครงการต้องรอด โดยกลุ่ม Up for Thai บมจ.อสมท วัดลาดพร้าว และพันธมิตรจิตอาสาในชุมชนที่ระดมสรรพกำลังมาร่วมแรงร่วมใจส่งต่อความห่วงใย ช่วยกันคนละไม้คนละมือให้ทุกคนได้อิ่มท้อง และพยายามเข้าถึงประชาชนทุกคนในชุมชนให้ได้มากที่สุด หวังว่าโครงการ “ครัวปันอิ่มร้อยเรียงใจ สู้ภัยโควิด” โดยเครือเจริญโภคภัณฑ์ในครั้งนี้จะเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยบรรเทาความเดือดร้อนให้ทุกท่านได้”นิรุฒ มณีพันธ์ ผู้ว่าการการรถไฟฯนิรุฒ มณีพันธ์ ผู้ว่าการการรถไฟฯสฤษดิ์ จิณสิทธิ์ กก.ผจญ.บจ.รถไฟความเร็วสูงสายตะวันออกฯสฤษดิ์ จิณสิทธิ์ กก.ผจญ.บจ.รถไฟความเร็วสูงสายตะวันออกฯผาติยุทธ ใจสว่าง รักษาการรอง กก.ผอ.ใหญ่ฯ บมจ.อสมทผาติยุทธ ใจสว่าง รักษาการรอง กก.ผอ.ใหญ่ฯ บมจ.อสมทพันธมิตรไฮสปีดสามสนามบิน ผนึกกำลัง ครัวปันอิ่ม ร้อยเรียงใจ สู้ภัยโควิด มอบอาหารปรุงสุก 2,000,000 กล่อง 40 จุด ทั่วกรุงเทพฯพันธมิตรไฮสปีดสามสนามบิน ผนึกกำลัง ครัวปันอิ่ม ร้อยเรียงใจ สู้ภัยโควิด มอบอาหารปรุงสุก 2,000,000 กล่อง 40 จุด ทั่วกรุงเทพฯพันธมิตรไฮสปีดสามสนามบิน ผนึกกำลัง ครัวปันอิ่ม ร้อยเรียงใจ สู้ภัยโควิด มอบอาหารปรุงสุก 2,000,000 กล่อง 40 จุด ทั่วกรุงเทพฯพันธมิตรไฮสปีดสามสนามบิน ผนึกกำลัง ครัวปันอิ่ม ร้อยเรียงใจ สู้ภัยโควิด มอบอาหารปรุงสุก 2,000,000 กล่อง 40 จุด ทั่วกรุงเทพฯพันธมิตรไฮสปีดสามสนามบิน ผนึกกำลัง ครัวปันอิ่ม ร้อยเรียงใจ สู้ภัยโควิด มอบอาหารปรุงสุก 2,000,000 กล่อง 40 จุด ทั่วกรุงเทพฯพันธมิตรไฮสปีดสามสนามบิน ผนึกกำลัง ครัวปันอิ่ม ร้อยเรียงใจ สู้ภัยโควิด มอบอาหารปรุงสุก 2,000,000 กล่อง 40 จุด ทั่วกรุงเทพฯพันธมิตรไฮสปีดสามสนามบิน ผนึกกำลัง ครัวปันอิ่ม ร้อยเรียงใจ สู้ภัยโควิด มอบอาหารปรุงสุก 2,000,000 กล่อง 40 จุด ทั่วกรุงเทพฯพันธมิตรไฮสปีดสามสนามบิน ผนึกกำลัง ครัวปันอิ่ม ร้อยเรียงใจ สู้ภัยโควิด มอบอาหารปรุงสุก 2,000,000 กล่อง 40 จุด ทั่วกรุงเทพฯพันธมิตรไฮสปีดสามสนามบิน ผนึกกำลัง ครัวปันอิ่ม ร้อยเรียงใจ สู้ภัยโควิด มอบอาหารปรุงสุก 2,000,000 กล่อง 40 จุด ทั่วกรุงเทพฯพันธมิตรไฮสปีดสามสนามบิน ผนึกกำลัง ครัวปันอิ่ม ร้อยเรียงใจ สู้ภัยโควิด มอบอาหารปรุงสุก 2,000,000 กล่อง 40 จุด ทั่วกรุงเทพฯ

บูติคนิวซิตี้ จัดโครงการ Healthy & Beautiful ส่งกำลังใจแด่ Hero ในชุดขาว #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/596761

บูติคนิวซิตี้ จัดโครงการ Healthy & Beautiful ส่งกำลังใจแด่ Hero ในชุดขาว

บูติคนิวซิตี้ จัดโครงการ Healthy & Beautiful ส่งกำลังใจแด่ Hero ในชุดขาว

วันจันทร์ ที่ 23 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

บริษัท บูติคนิวซิตี้ จำกัด (มหาชน) โดย ประวรา เอครพานิช กรรมการผู้จัดการ เดินหน้าจัดโครงการ Healthy & Beautiful (เฮลท์ตี้ แอนด์ บิวตี้ฟูล) ส่งกำลังใจให้บุคลากรทางการแพทย์ ที่ได้เสียสละปฏิบัติหน้าที่ตลอด 24 ชั่วโมง โดยมอบอาหารสุขภาพWE และบัตรของขวัญจากบูติคนิวซิตี้ฯรวมมูลค่ากว่า 810,000 บาท แด่คุณหมอและคุณพยาบาลที่กำลังสู้ภัยโควิด-19 เริ่มด้วยโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย,โรงพยาบาลพระนั่งเกล้า, โรงพยาบาลธัญบุรี,โรงพยาบาลบางใหญ่, โรงพยาบาลกลาง,โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ,โรงพยาบาลเกษมราษฎร์ รัตนาธิเบศร์,โรงพยาบาลเปาโล และ โรงพยาบาลเลิดสิน

ทั้งนี้ ประวรา เอครพานิช กรรมการ ผู้จัดการ กล่าวว่า “ขณะนี้ บุคลากรทางการแพทย์ได้เสียสละอย่างมาก เพราะต้องดูแลคนไข้ทั้งจากโรคระบาด และการเจ็บป่วยอื่นๆ ตลอด 24 ชั่วโมง บูติคนิวซิตี้ฯ อยากขอบคุณคุณหมอ คุณพยาบาล และบุคลากรในโรงพยาบาล จึงได้จัดหาอาหารมามอบให้ บูติคนิวซิตี้ฯ จัดโครงการ Healthy & Beautiful เพื่อให้ประชาชนทุกคนดูแลตนเองให้มีสุขภาพดีแต่งตัวสวยสร้างกำลังใจให้ตนเองและคนรอบตัวโดยให้บริษัทในเครือบูติคนิวซิตี้ฯ ร่วมใจกันลดราคาสินค้า อีกทั้งมอบบัตรกำนัลพิเศษให้แก่แพทย์และพยาบาลให้ได้เลือกสรรเสื้อผ้าสวยๆ อาทิ แบรนด์ Guy Laroche (กี ลาโรซ), LOFFICIEL (ลอฟฟิเซีย), GSP (จีเอสพี), C&D (ซีแอนด์ดี), JOUSSE (จู๊สส์) จากร้าน A’maze ทุกสาขาใกล้โรงพยาบาล เพื่อจะเป็นกำลังใจ และขอขอบคุณอย่างมาก ขอให้รักษาสุขภาพและเพิ่มพลังมากขึ้น บูติคนิวซิตี้ฯ ยินดีที่ให้ความร่วมมือเป็นอย่างมาก

บูติคนิวซิตี้ฯ หวังว่าโครงการ Healthy & Beautiful จะทำให้คนไทยรักษาสุขภาพ ดูแลตนเอง ไม่ให้เกิดโรคภัยไข้เจ็บ มีจิตใจที่เข้มแข็ง
และแต่งตัวสวยอย่างมีความสุข เพื่อเป็นกำลังใจให้กับตนเองและคนรอบข้างประวรา เอครพานิช ส่งกำลังใจให้บุคลากรทางการแพทย์ โดยมี ศิริลักษณ์ สิโยพุทธวงศ์ ผช.ผอ.รพ.จุฬาฯ รับมอบประวรา เอครพานิช ส่งกำลังใจให้บุคลากรทางการแพทย์ โดยมี ศิริลักษณ์ สิโยพุทธวงศ์ ผช.ผอ.รพ.จุฬาฯ รับมอบรพ.เลิดสินรพ.เลิดสินรพ.เปาโลรพ.เปาโลรพ.เกษมราษฎร์ รัตนาธิเบศร์รพ.เกษมราษฎร์ รัตนาธิเบศร์รพ.กลางรพ.กลางรพ.ธรรมศาสตร์รพ.ธรรมศาสตร์รพ.บางใหญ่รพ.บางใหญ่พญ.วีรยา สุรารักษ์ ประธานองค์กรแพทย์, พญ.สุดฤทัย โพธานันท์ แพทย์ประจำ รพ.พระนั่งเกล้ารับมอบพญ.วีรยา สุรารักษ์ ประธานองค์กรแพทย์, พญ.สุดฤทัย โพธานันท์ แพทย์ประจำ รพ.พระนั่งเกล้ารับมอบอ.มติ ดุรงค์ฤทธิ์ชัย รอง ผอ.รพ.ธัญบุรี รับมอบอ.มติ ดุรงค์ฤทธิ์ชัย รอง ผอ.รพ.ธัญบุรี รับมอบ