LPN ร่วมดูแลสังคมไทย เป็นศูนย์ฉีดวัคซีนโควิด-19 แคมป์คนงานต่อเนื่อง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/596439

LPN ร่วมดูแลสังคมไทย เป็นศูนย์ฉีดวัคซีนโควิด-19 แคมป์คนงานต่อเนื่อง

LPN ร่วมดูแลสังคมไทย เป็นศูนย์ฉีดวัคซีนโควิด-19 แคมป์คนงานต่อเนื่อง

วันเสาร์ ที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

โอภาส ศรีพยัคฆ์ ผู้บริหาร LPN

LPN ร่วมสนับสนุน สำนักงานประกันสังคม กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน กระทรวงแรงงาน และ โรงพยาบาลเปาโล โชคชัย 4 เปิดศูนย์ฉีดวัคซีนโควิด-19 แคมป์คนงาน “ลุมพินี ทาวเวอร์ วิภาวดี” เพื่อใช้เป็นศูนย์ฉีดวัคซีนให้กับแรงงานก่อสร้างอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่วันที่ 9-31 สิงหาคม นี้ หลังจากช่วงแรกเสร็จสิ้นและประสบความสำเร็จตามเป้าหมายที่ตั้งไว้

โอภาส ศรีพยัคฆ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการ บริษัท แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) (LPN) เปิดเผยว่าบริษัทยังคงมีความเป็นห่วงถึงสถานการณ์แพร่ระบาดของโคโรนาไวรัสสายพันธุ์ใหม่ 2019(COVID-19) ที่ยังคงความรุนแรงและส่งผลกระทบในวงกว้างอย่างต่อเนื่อง ซึ่งภาครัฐได้ออกมาตรการเร่งดำเนินการฉีดวัคซีนให้มากที่สุดเพื่อควบคุมสถานการณ์ให้คลี่คลายโดยเร็ว LPN จึงขอร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการดูแลสังคมไทยอย่างต่อเนื่อง โดยยินดีให้ใช้สถานที่ของบริษัท ณ อาคาร “ลุมพินีทาวเวอร์ วิภาวดี” จัดตั้งเป็นศูนย์ฉีดวัคซีนโควิด-19แคมป์คนงานต่อเนื่อง เพื่อเพิ่มอัตราผู้ได้รับวัคซีนให้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น

ศูนย์ฉีดวัคซีนโควิด-19 แคมป์คนงาน “ลุมพินี ทาวเวอร์ วิภาวดี” ได้เปิดฉีดวัคซีนให้คนงานก่อสร้างจาก แคมป์คนงานในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานคร ทั้งคนงานชาวไทยและชาวต่างด้าว ระหว่างวันที่ 21-30 กรกฎาคม ที่ผ่านมามีเป้าหมายจัดฉีดวัคซีน 10,000 คน ซึ่งปรากฏว่าฉีดวัคซีนได้ทั้งสิ้น 10,019 คน

“LPN ยินดีที่ได้มีส่วนร่วมในความสำเร็จและได้ร่วมตอบแทนสังคม โดยเป็นผู้สนับสนุนพื้นที่อาคาร “ลุมพินี ทาวเวอร์ วิภาวดี” เป็นศูนย์ฉีดวัคซีน พร้อมทั้งการจัดเตรียมสถานที่และ
จัดเจ้าหน้าที่ไปร่วมให้บริการที่ศูนย์ฉีด นอกจากนี้ บริษัทยังได้วางมาตรการเข้มเพื่อความปลอดภัย กำหนดเพิ่มความถี่ในการดูแลทำความสะอาดและจัดฉีดพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อที่ศูนย์ฉีดเป็นประจำทุกวัน ประกอบกับมาตรการความปลอดภัยที่ สำนักงานประกันสังคม กระทรวงแรงงาน กำหนดให้กลุ่มผู้ใช้แรงงานทุกคนต้องผ่านการตรวจ Swab เพื่อหาเชื้อโควิดก่อนที่จะเดินทางมารับการฉีดวัคซีนจึงทำให้ศูนย์แห่งนี้มีความปลอดภัยและไม่เป็นแหล่งแพร่เชื้อ” โอภาสกล่าว

สำนักงานประกันสังคม กระทรวงแรงงานมีเป้าหมายเร่งฉีดวัคซีนโควิด-19 ให้กับกลุ่มคนงานจากแคมป์คนงานต่างๆ ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร รวม 611 แคมป์ จำนวนคนงาน 83,082 คน เป็นคนงานไทย 32,471 คน คนงานต่างด้าว 50,611 คน โดยดำเนินการฉีดวัคซีนให้แก่คนงานในแคมป์ไปแล้วกว่า 20,000 คนคงเหลืออีกประมาณ 60,000 คน ศูนย์ฉีดวัคซีนโควิด-19 แคมป์คนงาน “ลุมพินี ทาวเวอร์ วิภาวดี”เปิดบริการฉีดวัคซีนต่อเนื่องระหว่างวันที่ 9-31 สิงหาคม 2564 ตั้งแต่เวลา 08.00-17.00 น. มีเป้าหมายการฉีดวัคซีนให้กับแรงงานก่อสร้างทั้งชาวไทยและชาวต่างด้าวจากแคมป์คนงานก่อสร้างในพื้นที่กรุงเทพมหานครที่เป็นผู้ประกันตนตาม มาตรา 33 และผ่านการลงทะเบียนกับสำนักงานประกันสังคมโดยตั้งเป้าฉีดให้ได้วันละ 1,500 คน สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ LPN Call Center 02-689-6888 หรือ Facebook : LPN Connect หรือแอปพลิเคชั่น LINE OA ที่ @LPNConnect http://bit.ly/PR-LPN-2020

ถึงเวลาตั้งธนาคารเพื่อการท่องเที่ยว เพื่อพยุงธุรกิจสำคัญของประเทศให้เดินหน้าต่อไป #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/596461

ถึงเวลาตั้งธนาคารเพื่อการท่องเที่ยว เพื่อพยุงธุรกิจสำคัญของประเทศให้เดินหน้าต่อไป

ถึงเวลาตั้งธนาคารเพื่อการท่องเที่ยว เพื่อพยุงธุรกิจสำคัญของประเทศให้เดินหน้าต่อไป

วันเสาร์ ที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

วิกฤตโควิด-19 ทำให้ธุรกิจโรงแรมการท่องเที่ยว และบริการอื่นๆ ในหมวดการท่องเที่ยวของไทยประสบปัญหาวิกฤต ทำให้ประเทศขาดรายได้หลักจากต่างประเทศ ประชาชนจำนวนเป็นสิบล้านคนต้องไร้งานทำ ขาดรายได้ ถึงเวลาต้องตั้งธนาคารเพื่ออุตสาหกรรมการท่องเที่ยวแล้ว 

ไลฟ์ วาไรตี สัปดาห์นี้ ดร.เฉลิมชัย ยอดมาลัยนำคุณไปสนทนากับ คุณวิรัช พงศ์ฉบับนภา กรรมการผู้จัดการโรงแรมพาวิเลียน สมุย ถึงแนวทางแก้ปัญหาวิสาหกิจการท่องเที่ยวและภาคบริการของไทยให้รอดพ้นวิกฤต 

l วิกฤตโควิด-19 ที่กินเวลามาประมาณ1 ปีครึ่ง ส่งผลกระทบต่อภาคธุรกิจท่องเที่ยวไทย และบนสมุยมากเพียงใดครับ 

คุณวิรัช : หนักหนาสาหัสมากครับหนักชนิดที่ว่าไม่เคยเกิดมาก่อนในประวัติศาสตร์การท่องเที่ยวไทย ส่วนผลกระทบนั้นรุนแรงมากโรงแรม รีสอร์ทเกือบทุกแห่งกลายเป็นสุสานร้าง ธุรกิจต่อเนื่องกับอุตสาหกรรมท่องเที่ยวได้รับผลกระทบรุนแรงเป็นลูกโซ่ อย่างที่ผมพาน้องไปดูข้อเท็จจริงที่ปรากฏบนเกาะสมุยมาแล้ว พบว่าโรงแรมหลายแห่งปิดตาย ไร้อนาคต อย่าลืมว่าในช่วงเศรษฐกิจดี อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและโรงแรมไทยทำรายได้เข้าประเทศเป็นหมื่นเป็นแสนล้านบาท แต่เมื่อเกิดวิกฤตทำให้ธุรกิจนี้พังครืน โรงแรมภัตตาคาร สถานบันเทิงต้องปิด เพราะไม่มีลูกค้าต่างชาติและลูกค้าไทยด้วย ส่งผลกระทบให้ลูกจ้างพนักงานตกงานโดยปริยาย ทุกคนไม่มีงาน ไม่มีเงินแต่ทุกคนยังต้องใช้จ่ายทุกวัน นี่คือปัญหาครับ 

l ประเมินความเสียหายที่เกิดกับธุรกิจโรงแรมและการท่องเที่ยวจากวิกฤตโควิด-19ว่ามีมากแค่ไหนครับ 

คุณวิรัช : ถ้าคิดทั้งประเทศก็น่าจะหลักแสนล้านบาทครับ คือดูง่ายๆ ว่าก่อนโควิด-19 โรงแรมและการท่องเที่ยวทำรายได้ให้ประเทศมากเท่าไร แต่หลังจากโควิด-19 ระบาดหลายระลอกจนล่าสุดจึงบอกได้สั้นๆ ว่า รายได้ที่เคยมีมาก่อนนั้นอันตรธานไปทั้งหมด และที่สำคัญคือธุรกิจนี้มันจะไปไม่รอดทั้งประเทศ เพราะไม่มีเงินทุนหล่อเลี้ยงต่อ ดังนั้นเพื่อให้ธุรกิจนี้รอด และคนในธุรกิจนี้รอด รวมถึงเพื่อให้เศรษฐกิจไทยรอด จึงต้องเร่งแก้ปัญหานี้ด่วนก่อนที่อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไทยจะไม่มีลมหายใจต่อไปในยามที่นักท่องเที่ยวต่างชาติยังเข้ามาในไทยไม่ได้เหมือนช่วงก่อนโควิด รัฐบาลต้องทำทุกทางเพื่อพยุงและประคองธุรกิจนี้ให้ได้ หากยังเห็นว่าธุรกิจนี้สำคัญต่อเศรษฐกิจของประเทศ ขอย้ำว่าสมัยก่อนเราบอกว่าทุกข์ของชาวนาคือทุกข์ของแผ่นดิน เพราะชาวนามีจำนวนมาก และการเกษตรคือรายได้หลักของประเทศ แต่ยุคนี้การท่องเที่ยวทำรายได้หลักให้ประเทศ ดังนั้นต้องแก้ปัญหาให้การท่องเที่ยวโดยด่วน รัฐบาลตั้งธนาคารเพื่อการเกษตรฯ ช่วยเหลือชาวนา ดังนั้นรัฐบาลควรตั้งธนาคารเพื่อการท่องเที่ยวช่วยเหลือธุรกิจการท่องเที่ยวด้วย เพื่อให้ธนาคารนี้สามารถช่วยบรรเทาวิกฤตให้ภาคการท่องเที่ยวได้โดยไม่ต้องรอรับความช่วยเหลือจากธนาคารพาณิชย์อื่นๆ เพราะธนาคารพาณิชย์อื่นๆ เขามีภารกิจหลายด้าน จะให้เขาช่วยการท่องเที่ยวอย่างเดียวก็คงไม่ได้ ผมบอกได้เลยว่าทุกวันนี้ผู้ประกอบการโรงแรมทุกแห่งต้องแบกหนี้สินจนแทบจะรับไม่ไหวแล้ว คนที่รับไม่ได้ก็ขายโรงแรมทิ้งไป เวลาปิดโรงแรมหนึ่งโรง มันมีผลกระทบเป็นลูกโซ่ เช่น คนตกงาน supplier ทั้งหมดที่ทำธุรกิจกับโรงแรมก็ต้องขาดรายได้ไปด้วย มันกระทบเป็นลูกโซ่ น้องดูสระน้ำนี่นะครับ เราปิดไม่ได้ เราต้องเปิดเครื่องตลอดเวลา เพราะหากปิดนานๆ ก็หมายความว่าสระเสียหายไปเลย ใช้ต่อไปไม่ได้ หากจะใช้ต้องกลับมาซ่อมบำรุงขนานใหญ่ นี่คือค่าใช้จ่ายที่เราต้องจ่าย แม้ไม่มีคนเข้าพักก็ต้องจ่าย นี่คือความทุกข์ของผู้ประกอบการโรงแรมมานานประมาณหนึ่งปีครึ่ง 

l มีวิธีแก้ปัญหาระยะต้น กลาง และปลาย อย่างไรบ้างครับ 

คุณวิรัช : ผมเสนอให้ตั้งธนาคารเพื่อการท่องเที่ยวครับ ถ้าเรามีธนาคารนี้จะสามารถช่วยแก้ปัญหาให้อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวได้ครับผมเคยถามว่าทำไมเราไม่ตั้งธนาคารท่องเที่ยวทั้งๆ ที่อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของเราทำรายได้ให้ประเทศเป็นอันดับต้นๆ มาหลายทศวรรษ ขอฝากผ่านไปถึงนายกรัฐมนตรีครับ ทุกวันนี้เราได้แต่ขอให้ธนาคารพาณิชย์ที่เป็นเจ้าหนี้เราช่วยประกาศพักเงินต้นโดยขอให้ยืดเวลาไป 10-15 ปี เพราะเราไม่รู้ว่าวิกฤตินี้จะจบเมื่อไร แต่เราก็ต้องทำธุรกิจนี้ต่อไป ดังนั้นหากธนาคารช่วยพักเงินต้นให้เรา เราก็พอจะประคองธุรกิจต่อไปได้ แต่ธนาคารพาณิชย์เขาต้องคำนึงถึงรายได้ของเขา ดังนั้นหากเขามองว่าธุรกิจท่องเที่ยวไม่มีอนาคตแล้ว เขาก็ไม่ช่วย ดังนั้นเราต้องมีธนาคารเพื่อการท่องเที่ยวเพื่อช่วยการท่องเที่ยวครับถ้ารัฐบาลตั้งธนาคารนี้ขึ้นมาช่วยให้การท่องเที่ยวไปต่อได้ เมื่อหมดวิกฤตรัฐบาลก็ได้เงินคืนกลับไป ภาคการท่องเที่ยวไม่ได้ขอเงินฟรีจากรัฐบาลนะครับ เราใช้คืนให้เมื่อการท่องเที่ยวฟื้นตัว 

l แสดงว่าธนาคารพาณิชย์ที่เรามีมากมายในปัจจุบันไม่สามารถแก้ปัญหาให้ภาคการท่องเที่ยวได้ ใช่ไหมครับ 

คุณวิรัช : ผมเข้าใจว่าเขาอาจจะอยากช่วยก็ได้ แต่อย่าลืมว่าธนาคารพาณิชย์เขามองกำไรขาดทุนของเขาเป็นที่ตั้ง ในยามวิกฤตแบบนี้ ธุรกิจท่องเที่ยวมันเสี่ยงมาก ไม่มีธนาคารพาณิชย์อยากให้เงินกู้หรอกครับ มันเสี่ยงมาก เท่าที่ผมติดตามดูคือธนาคารแห่งประเทศไทยพยายามขอให้ธนาคารพาณิชย์ช่วยพวกเรา แต่ความช่วยเหลือไม่มาถึงมือเรา ผมเข้าใจว่าธนาคารพาณิชย์ไม่ต้องการแบกรับความเสี่ยง ดังนั้นผมจึงไม่อยากตำหนิเขา ดังนั้นผมจึงเน้นเรื่องการตั้งธนาคารเพื่อการท่องเที่ยวขึ้นมาเพื่อแก้วิกฤตนี้ เพราะธุรกิจท่องเที่ยวไทยมี scale ใหญ่มาก รัฐบาลจำเป็นต้องมองปัญหานี้ให้ทะลุ หลายคนอาจวิจารณ์ว่าตั้งธนาคารรัฐเป็นเรื่องยาก ผมถามว่าจะไปยากอะไร ในเมื่อมันมีเหตุจำเป็นต้องตั้ง และเราก็มี model ธ.ก.ส. ธอส. EXIM Bank และธนาคารอิสลาม ให้เห็นอยู่แล้ว ลองดูในจีนก็ได้ เขามีธนาคารเพื่อการก่อสร้าง ธนาคารเพื่อกิจการ Logistics และธนาคารเพื่อการขนส่ง เขาตั้งเพราะอุตสาหกรรมเหล่านั้นมันมีขนาดใหญ่ จึงต้องมีธนาคารเพื่อช่วยประคับประคองกิจการเหล่านั้นในยามที่ประสบปัญหา แต่หากไม่มีปัญหาธนาคารเหล่านั้นก็ทำหน้าที่ให้บริการเหมือนธนาคารพาณิชย์ทั่วไป บางคนวิตกว่าจะมีบุคลากรที่เข้าใจงานด้านนี้หรือ ผมตอบว่ามีมากมาย เพราะเรามีนายธนาคารเก่งๆ เยอะ และก็ยังมีคลังสมองจากผู้ที่อยู่ในแวดวงการท่องเที่ยว เช่น อดีตผู้ว่าการการท่องเที่ยว และอดีตรองผู้ว่าการการท่องเที่ยวเป็นต้น คนเหล่านี้สามารถเป็นบอร์ดของธนาคารได้เพราะมีความรู้ด้านการท่องเที่ยวที่ลึกซึ้ง แล้วยิ่งในขณะนี้รัฐบาลมีเสียง สว. สนับสนุนมากมาย หากรัฐบาลจะตั้งธนาคารนี้ขึ้นมา ผมยืนยันว่าผ่านฉลุยครับ ผมย้ำนะครับ ธนาคารนี้ไม่ใช่เพื่อผม แต่เพื่ออุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของไทยทั้งประเทศครับและผมยืนยันว่าธนาคารนี้จะช่วยพัฒนาการท่องเที่ยวของเราให้ดีมากยิ่งๆ ขึ้นไปครับ เพราะจะช่วยด้านการเพิ่มศักยภาพของผู้ประกอบการท่องเที่ยวด้านการรักษาสิ่งแวดล้อมของการท่องเที่ยวด้วยครับ 

l รบกวนช่วยเสนอแนวคิดว่าธนาคารเพื่อการท่องเที่ยวจะช่วยแก้ปัญหาได้อย่างไรบ้างครับ 

คุณวิรัช : เยอะแยะมากมายครับ เช่นอันดับแรก พักเงินต้นให้ผู้ประกอบการสักระยะหนึ่งโดยดูตามความจริง เช่นอาจจะตั้งแต่ 2 ปี แต่หากบางรายมีปัญหามากก็ต้องพักนานออกไป เช่น 10-15 ปี ผมมองว่าการแก้ปัญหาในปัจจุบันไม่ตรงจุด เพราะการนำเอากิจการของการท่องเที่ยวไปไว้ที่ SME แบบนี้เป็นการมองที่ไม่ตรงประเด็น แก้ปัญหาไม่ได้ ผมย้ำเหมือนเดิมว่า scale ธุรกิจการท่องเที่ยวไทยมันใหญ่มาก ดังนั้นจึงไม่ใช่เรื่องของ SME การแก้ปัญหาของธุรกิจการท่องเที่ยวต้องผ่านธนาคารเพื่อการท่องเที่ยวโดยตรงจึงจะแก้ปัญหาได้ตรงประเด็น ผมยกตัวอย่างเพิ่มว่าธนาคารนี้ช่วยแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมได้อย่างไร เช่น ถ้าตั้งหลักเกณฑ์ว่า ลูกหนี้ต้องดูแลสิ่งแวดล้อมในโรงแรมของตนเองและบริเวณรอบๆ ด้วย หากลูกหนี้ทำได้ตามเกณฑ์ก็ลดดอกเบี้ยให้ หรือบริษัททัวร์ที่เป็นลูกหนี้ทำตามเกณฑ์คือไม่ทำทัวร์แบบไร้คุณภาพนำนักท่องเที่ยวคุณภาพดีเข้ามา ไม่สร้างปัญหาเช่นไม่ใช่ทัวร์ศูนย์เหรียญ เรือนำเที่ยวได้มาตรฐานความปลอดภัย มีเสื้อชูชีพได้มาตรฐานให้กับลูกค้าทุกคน โรงแรมคุณกำจัดน้ำเสีย กำจัดขยะได้ดี ไม่สร้างภาระให้สังคม เป็นต้น แบบนี้ก็ได้ลดดอกเบี้ย ซึ่งมีการกำหนดกฎเกณฑ์ที่ชัดเจนโปร่งใสตรวจสอบได้ 

l หากมีคนแย้งว่า ถ้าแบบนี้ก็ต้องตั้งธนาคารเฉพาะกิจกันไม่รู้จบ เพราะกิจการอื่นๆ ก็ต้องขอบ้าง จะอธิบายอย่างไรครับ  

คุณวิรัช : ผมเน้นว่าต้องดู scale ของธุรกิจนั้นๆ เป็นสำคัญ หาก scale เล็ก และไม่มีผลกระทบใดๆ ต่อธุรกิจของประเทศก็ไม่ต้องตั้งครับยกเว้นว่าธนาคารพาณิชย์จะแก้ปัญหาให้ธุรกิจสำคัญได้ทั้งหมด ก็คงไม่ต้องตั้ง แต่อย่างที่ผมเน้นคือ ธนาคารพาณิชย์เขามีภารกิจหลักอยู่ที่กำไรขาดทุนของเขา ดังนั้นจึงจำเป็นต้องมีธนาคารเพื่อการท่องเที่ยว เพราะรายได้จากการท่องเที่ยวคือรายได้หลักของประเทศไทยครับ ผมเน้นที่ความจำเป็นและเน้นการแก้ปัญหาของธุรกิจหลักของประเทศครับ ผมพูดเรื่องนี้มากว่า 30 ปี แต่ไม่มีใครตอบรับ ผ่านมาหลายรัฐบาลก็เงียบครับ พูดมาก่อนตั้งธนาคารอิสลาม จนเดี๋ยวนี้มีธนาคารอิสลามแล้ว แต่ธนาคารท่องเที่ยวก็ยังไม่เกิด แต่ผมก็จะยังคงพูดต่อไปเรื่อย ๆ เพื่อประโยชน์ของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ผมเคยนำเรื่องนี้ไปหารือกับสมาคมโรงแรมไทย ก็คุยกันไปคุยกันมา แต่ก็ยังไม่มีการผลักดันอย่างจริงจัง ล่าสุดผมประสานไปทางนายกสมาคมโรงแรมคนล่าสุด คุณมาริสา สุโกศลหนุนภักดี ก็ต้องคุยกันต่อไปครับ ผมย้ำว่าเราต้องช่วยกันทุกฝ่ายเพื่อให้ธนาคารการท่องเที่ยวเกิดขึ้นให้ได้ เรื่องแบบนี้คนในภาคอุตสาหกรรมนี้ต้องส่งเสียงบอกนายกรัฐมนตรี เพราะนายกฯ งานมากอาจไม่รู้ปัญหาลึก หากเราไม่บอกท่าน ท่านก็แก้ปัญหาไม่ตรงประเด็น ผมมั่นใจว่าเราสามารถตั้งธนาคารเพื่อการท่องเที่ยวได้ เพราะเรามีบุคลากรที่มีคุณภาพด้านการเงินการธนาคาร และการท่องเที่ยวพร้อมครับ ธนาคารเพื่อการท่องเที่ยวจะช่วยกิจการการท่องเที่ยวของประเทศไทยได้อย่างแน่นอนครับ 

คุณจะได้พบรายการดีที่ครบครันด้วยสาระและความรู้ รายการ ไลฟ์ วาไรตี ออกอากาศทุกวันอาทิตย์ เวลา 16.00-16.25 น. ทางโทรทัศน์ NBT กดหมายเลข 2 และชมรายการย้อนหลังได้ที่YouTube ไลฟ์ วาไรตี

แนวหน้าฟู้ดรีวิว : อร่อยรสอาหาร เทศกาลสารทจีน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/596399

แนวหน้าฟู้ด รีวิว : อร่อยรสอาหาร  เทศกาลสารทจีน

แนวหน้าฟู้ด รีวิว : อร่อยรสอาหาร เทศกาลสารทจีน

วันเสาร์ ที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

ท็อปส์

กลับมาพบกันอีกครั้งในวันเสาร์สุดสัปดาห์กับคอลัมน์“แนวหน้า ฟู้ด รีวิว” ในช่วงของ “เทศกาลสารทจีน”คือวันไหว้บรรพบุรุษ วันสำคัญของลูกหลานชาวจีนอันเป็นประเพณีเก่าแก่ที่สืบทอดกันมานาน ซึ่งจะตรงกับวันเพ็ญ 15 ค่ำ เดือน 7 สำหรับปีนี้จะตรงกับวันอาทิตย์ที่ 22สิงหาคม 2564 และขอพาไปพบกับอาหารชุดไหว้จากห้างและร้านอาหาร 8 แห่ง เริ่มต้นกันที่

ท็อปส์ ซูเปอร์มาร์เก็ต นำเสนอสินค้าและโปรโมชั่นของไหว้สารทจีน 2564 จาก Tops Onlineทั้งเป็ด ไก่ หมู กุ้ง ปลา ขนมเทียน ขนมเข่ง ขนมเปี๊ยะ ผลไม้ ฯลฯ ในราคาพิเศษ พร้อมบริการส่งฟรีถึงบ้าน และสิทธิพิเศษเฉพาะสมาชิกเดอะวันรวมทั้งบริการใหม่ “Personal Shopper” ผู้ช่วยนักช็อปของคนชอบช็อป สะดวก ง่าย ได้ดั่งใจ เหมือนช็อปด้วยตัวเอง ที่ท็อปส์ และเซ็นทรัล ฟู้ด ฮอลล์ ทุกสาขาตั้งแต่เวลา 08.00-20.00 น. ทุกวัน เซ็นทรัล ฟู้ด รีเทลโทร.02-8317300 หรือ http://www.tops.co.th

แม็คโคร

แม็คโคร นำเสนอแคมเปญ “สารทจีนนี้ เรื่องของไหว้ไว้ใจ CP” สินค้าไหว้มงคลชั้นดี อาทิ เกี๊ยวกุ้งจักรพรรดิ, ไก่นางพญา, เป็ดนางฟ้า, ขาหมูจักรพรรดิ,ขาหมูเยอรมัน และหมูดำซีพี-คุโรบูตะ พร้อมโปรโมชั่นสุดคุ้มซื้อชุดไหว้ครบ 999 บาท รับฟรี! กระเป๋าเก็บความเย็นมูลค่า 399 บาท และซื้อครบ 1,500 บาท รับอั่งเปาส่วนลด 80 บาท หรือ Makro Click : https://www.makroclick.com/th/campaign/cpf

กูร์เมต์ มาร์เก็ต และ โฮม เฟรช มาร์ท

กูร์เมต์ มาร์เก็ต และ โฮม เฟรช มาร์ท นำเสนอชุดไหว้และของไหว้คุณภาพ ครบครันตามธรรมเนียมให้เลือกถึง 6 ชุด พร้อมรับกล่องมงคลทุกชุด และโปรโมชั่นพิเศษสำหรับสมาชิกบัตร M Card หรือสั่งสินค้าผ่านwww.gourmetmarketthailand.com พร้อมบริการจัดส่งสินค้าถึงบ้าน

ฮั่วเซ่งฮง

ฮั่วเซ่งฮง นำเสนอของไหว้และอาหารวันสารทจีน อาทิ เป็ดย่าง, ไก่ต้ม, หมูสามชั้นนึ่ง, ปลากะพงนึ่ง, หมูแดง,หมูกรอบ, หอยจ๊อ, แฮ่กึ๊น ฯลฯ สั่งจองล่วงหน้า โทร.063-0590999 หรือ http://m.me/huasenghong

ฮ่องกงนู้ดเดิ้ล

ฮ่องกงนู้ดเดิ้ล นำเสนอของไหว้สารทจีนสะดวกสบาย ทันใจ สั่งจองง่ายๆ อาทิ เป็ดย่าง (พร้อมเครื่องใน), หมูแดงย่าง, ซาลาเปามงคล 9 ลูกคละไส้,ซาลาเปาไข่เยิ้มแพ็ก 3 ลูก, บะหมี่ไข่สด ฯลฯมีจำนวนจำกัด โทร.086-0756800 หรือ https://m.me/hongkongnoodle

MK

MK นำเสนอ “ชุดเป็ดไหว้มงคล” เทศกาลสารทจีนราคา 699 บาท และของไหว้มงคล ราคาพิเศษ เริ่มต้น 139 บาท อาทิ ชุดขนมจีบหมู 9 ลูก,ชุดซาลาเปา 3 ไส้ 9 ลูก, ชุดหอยจ๊อฮ่องเต้
6 ชิ้น ฯลฯ สะดวก ครบ ปลอดภัย พร้อมส่งถึงบ้าน หรือเลือกรับได้ที่ร้าน สั่งจองล่วงหน้า โทร.1642หรือ http://www.mk1642.com

ฮองมิน

ฮองมิน นำเสนอเมนูในเทศกาลไหว้สารทจีน อาทิ ปูทะเล 1 ตัว ราคา 599 บาท หรือ ปูทะเล DUO2 ตัว ราคา 999 บาท, กระเพาะปลาน้ำแดง,ผัดหมี่ฮ่องกง, เป็ดย่าง ฟรี! เคาหยก ในราคา350 บาท โทร.088-2480123 หรือ https://goo.gl/KFJxhr

ตั้งใจอยู่ 

ภัตตาคารตั้งใจอยู่ นำเสนออาหารไหว้ในวันสารทจีน เมนูสูตรเด็ด “แฮ่กึ๊นทองคำ”กุ้งเนื้อแน่น อร่อยเต็มคำ รับประกันความอร่อยและคุณภาพเหมือนเดิม ราคาลูกละ 40 บาท ซื้อ 1 แพ็ก 5 ลูก ราคา 200 บาท สั่งและรับเองที่ภัตตาคารตั้งใจอยู่ สาขาเยาวราช หรือบริการจัดส่ง Delivery โทร.02-2242167, 083-9774433

ของไหว้สารทจีนครบครัน อร่อยได้ดังใจ สไตล์ New Normal จากห้างและร้านอาหาร 8 แห่ง พร้อมโปรโมชั่นพิเศษมากมาย สะดวกสบาย สะอาดและปลอดภัย ไปกับ “แนวหน้า ฟู้ด รีวิว”

5 ความจริง! ของการดูแลผิวหน้า…ที่คุณ (อาจ) ไม่เคยรู้มาก่อน! #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/596386

5 ความจริง! ของการดูแลผิวหน้า...ที่คุณ(อาจ)ไม่เคยรู้มาก่อน!

5 ความจริง! ของการดูแลผิวหน้า…ที่คุณ(อาจ)ไม่เคยรู้มาก่อน!

วันศุกร์ ที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 14.40 น.

วิถีการดูแลผิวในช่วง Work from homeเชื่อว่าหลายคนก็อาจจะมองหาเคล็ดลับการดูแลผิวที่เขาว่าดีว่าเด็ดมาทดลองใช้ เพื่อให้มีผิวหน้าที่เรียบเนียน แข็งแรง สดใส อยู่เสมอ เวลาที่ต้องแต่งหน้าทำคอนเทนต์อยู่บ้านหรือจะวิดีโอคอลประชุมก็ดูสวยเป็นธรรมชาติและสร้างความมั่นใจให้กับตัวเอง บ่งบอกว่าเราดูแลตัวเองดีสุดๆ แต่ก็ยังมีข้อข้องใจเกี่ยวกับปัญหาผิวบางอย่างที่แก้ด้วยวิธีไหนก็ไม่ตอบโจทย์ ไม่ทันใจ หรืออาจจะมีวิธีดูแลผิวที่เราไม่เคยรู้มาก่อนที่ตอบโจทย์กับไลฟ์สไตล์และพฤติกรรมในการใช้ชีวิตของแต่ละคน จะมีอะไรบ้างนั้น เราลองมาร่วมหาคำตอบกันเลย

เมิร์ซ เอสเธติกส์ ไทยแลนด์ ผู้นำนวัตกรรมความงามชั้นนำระดับโลกอยู่คู่ทุกความมั่นใจคุณ ได้เรียนเชิญ นายแพทย์ ดิษฐพงศ์ สัตตบงกช แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังและความงาม ที่มีประสบการณ์มากกว่า 20 ปีมาร่วมให้เกร็ดความรู้และคำแนะนำดีๆเกี่ยวกับการดูแลผิวพร้อมเคล็ดลับการดูแลผิวแบบฉบับ กวาง – วรรณปิยะ ออมสินนพกุล หรือ กวาง เดอะเฟซให้สวยใสอยู่ตลอดเวลา เพื่อสร้าง Confidence to be…สวยมั่นใจในแบบฉบับที่เป็นตัวเอง ในรายการ Woody FMรับรองว่าจะมีเทคนิคและเคล็ดลับการเสริมความงามและการดูแลผิวในแบบที่คุณอาจจะไม่เคยรู้มาก่อน!

นายแพทย์ ดิษฐพงศ์ สัตตบงกช แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังและความงามได้เผยว่า“จริงๆการดูแลผิวสามารถเริ่มต้นได้ง่ายๆจากเรื่องพื้นฐาน อย่างเรื่องของการกิน อยู่ หลับนอน คือการกินอาหารที่มีประโยชน์ การใช้ชีวิตอย่างเหมาะสม และการนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ ซึ่งเป็นสิ่งที่ทุกคนสามารถทำได้เลยและการดูแลผิวเองทั้งในแบบที่เราดูแลตัวเองที่บ้านหรือในแบบที่เข้าคลินิกเสริมความงาม โดยมีผู้เชี่ยวชาญเป็นผู้ดูแล ต่างเปรียบเสมือนการออกกำลังกาย ยิ่งเราออกกำลังกายเร็ว เราก็จะมีสุขภาพที่แข็งแรงเร็วกว่าคนที่ออกกำลังกายทีหลังเรา หรือคนที่ไม่ออกกำลังกายเลยเป็นต้น ดังนั้น หากเราเริ่มดูแลผิวเร็ว ผิวเราก็จะได้รับการบำรุงให้แข็งแรงสดใสมากขึ้นเร็วเท่านั้น อย่างเช่น กรณีของการเสริมความงาม เมื่อเทียบระหว่างคนที่เริ่มยกกระชับหน้า ด้วยเครื่องอัลเทอราปี ในอายุผิวที่น้อยกว่าและมีความสม่ำเสมอ ผิวหน้าก็จะถูกกระตุ้นและสร้างคอลลาเจน เพื่อสต๊าฟหน้าไม่ให้มีการเปลี่ยนแปลง หรือหากมีการเปลี่ยนแปลงก็จะถูกกระตุ้นให้กลับมาเหมือนเดิม เท่ากับอายุผิวในตอนที่ทำครั้งแรกนั้นทำให้ผิวยังดูยกกระชับและดูเด็กลงเหมือนเดิมไปเรื่อยๆในขณะที่คนที่มาเริ่มทำอัลเทอราปีช้ากว่าซึ่งมีอายุผิวก่อนทำที่มากกว่า ผิวที่ถูกยกกระชับและกระตุ้นให้กลับมาเป็นเหมือนเดิมก็อาจจะดูไม่เด็กเท่าคนที่มาทำเร็วกว่า เพราะอายุผิวก่อนทำมีอายุที่มากกว่าอยู่แล้ว”

ด้านนางแบบสาวสวย กวาง เดอะเฟซ ก็ได้เผยเทคนิคการดูแลผิวของตัวเองให้สวยอยู่เสมอแม้ใช้ไลฟ์สไตล์อย่างเต็มที่ว่า “กวางบ้าการดูแลผิวมาก ปัญหาผิวของกวางที่กวนใจตัวเองมากๆคือ เรื่อง รูขุมขนกว้าง ซึ่งจะทำให้หน้าเรามันและดูแก่ ไม่สดชื่น ทำยังไงก็ไม่หาย ไม่ว่าจะเลเซอร์ ยอมหน้าแดงเป็นอาทิตย์ หรือจะบินไปที่ทำที่เกาหลี และยังเคยบินไปเพื่อที่จะใช้นวัตกรรมเสริมความงามสำหรับทำให้ผิวหน้าดูฟู ดูอิ่ม ด้วย ซึ่งกวางต้องบินไปทำทุก 6 เดือน เสียค่าใช้จ่ายเกือบแสนในแต่ละครั้ง แล้วยิ่งช่วงนี้สถานการณ์โควิด คือไปไหนไม่ได้เลย ปัญหาผิวเลยกลับมา และอีกอย่างคือกวางเป็นคนชอบเที่ยวทะเล ชอบโดนแดดที่ทะเล คือมีความสุข แต่ก็กลัวว่าโดนแดดบ่อยแล้วผิวจะดูแก่เหมือนกัน เชื่อว่าทุกคนก็กลัว แต่กวางก็ต้องหาวิธีดูแลตัวเอง กวางเป็นคนที่ใส่ใจและให้ความสำคัญทั้งเรื่องการกินและการพักผ่อนที่ดี คือทานของที่มีประโยชน์ และเป็นคนที่นอนหลับเยอะมาก ต้องมีครีมที่ดีสำหรับบำรุงผิว และต้องมาสก์หน้าบ่อยๆด้วย อย่างกวางเข้าทำอัลเทอราปีทุก 6 เดือน เพื่อเป็นตัวช่วยชะลอความแก่ของกวาง ทำให้ดูกระชับ และหน้าดูเด็กลงด้วย”

โดยคุณหมอและกวาง เดอะเฟส ยังได้เผย 5 เคล็ดลับและวิธีดูแลปัญหาผิว ที่หลายคนอาจไม่เคยรู้มาก่อน ดังนี้

1.จิตเป็นนาย กายเป็นบ่าว แน่นอนว่า แทบทุกคนต้องเคยได้ยินและก็เป็นจริงดังนั้น แต่รู้หรือไม่ ว่าไม่ใช่แค่จิตใจที่ส่งผลต่อพฤติกรรมของเรา ยังส่งผลต่อความงามโดยเฉพาะเรื่องของผิวพรรณอีกด้วย หากสภาพจิตใจเราแย่หรือเวลาที่เราเครียด ร่างกายก็จะหลั่งสารที่ส่งผลเสียต่อผิวออกมา ทำให้ผิวดูหม่นหมอง ขาดความสมดุล ซึ่งเป็นสาเหตุของการเกิดสิวหรือผื่นแพ้ หรืออาจเกิดริ้วรอยขึ้นได้เช่นเดียวกับเวลาที่เราสดชื่น ร่างกายก็จะหลั่งสารเอ็นโดรฟิน ทำให้ใบหน้าและผิวดูอวบอิ่ม สดใสและแสดงให้เห็นว่าเรากำลังมีความสุข และยิ่งผิวหนัง เป็นอวัยวะที่ใหญ่ที่สุดในร่างกาย เป็นสิ่งแรกที่คนจะสังเกตเห็นได้มากที่สุดดังนั้น หากเรามีจิตใจที่แจ่มใสย่อมมีผลต่อสภาพผิวให้สดใสจากภายในสู่ภายนอกอยู่เสมออย่างแน่นอน

2.บำรุงผิวอย่างล้ำลึก ด้วยตัวช่วยที่เรียกว่า MASK การมาสก์หน้า เป็นอีกหนึ่งวิธีที่จะช่วยดูแลและบำรุงผิวได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะในช่วงสถานการณ์ WFH แบบนี้ และหลายคนอาจจะยังไม่รู้ว่า มาสก์ ไม่ได้มีดีแค่ส่วนผสมที่เข้มข้นเท่านั้น แต่ยังช่วยให้ผิวซึมซับเนื้อครีมจากมาสก์ได้ดีขึ้น และมากกว่าการทาครีมบำรุงผิวในขั้นตอนแบบปกติ ซึ่งจะช่วยให้เห็นประสิทธิภาพในการบำรุงผิวได้สูงโดยความถี่ในการมาสก์หน้าก็ขึ้นอยู่กับประเภทของมาส์กที่เราใช้ด้วย แต่โดยทั่วไปจะแนะนำให้มาสก์สัปดาห์ละหนึ่งครั้ง เพื่อป้องกันไม่ให้ผิวแห้งเกินไป

3.รูขุมขนกว้างกวนใจ แก้ยังไงก็ไม่หายสักทีเกิดได้จาก3 สาเหตุ หลัก คือต่อมไขมันใหญ่ทำให้รูขุมขนซึ่งเป็นท่อทางออกของน้ำมันที่เราสร้างขึ้นมีขนาดใหญ่ไปด้วย หรือช่วงอายุที่มากขึ้น ทำให้คอลลาเจนและอีลาสตินเริ่มเสื่อมสภาพ ทำให้รูขุมขนกว้างขึ้น และอาจเกิดจากพฤติกรรมที่เราทำบางอย่างกับผิวหน้าอย่างผิดวิธี เช่น การใช้ผลิตภัณฑ์ที่ไม่เหมาะสม มีความรุนแรงของกรดหรือด่างมากเกินไป หรือการกระทำอะไรกับผิวหน้าที่รุนแรง ก็ล้วนส่งผลให้เกิดรูขุมขนกว้าง

การเลือกใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่มีส่วนช่วยกระชับรูขุมขน ก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ดีในช่วง WFH นี้ แต่อีกหนึ่งทางออกที่คุณหมอแนะนำและเห็นผลรวดเร็วคือการใช้โบบริสุทธิ์ ด้วยเทคนิค Micro editionซึ่งเป็นการทำทรีตเมนต์ที่ต่อมไขมันในระดับชั้นผิวหนัง ซึ่งต่างการใช้โบเพื่อลดเลือนริ้วรอยซึ่งช่วยให้ผิวเรียบเนียนและลดขนาดรูขุมขนได้

4.ผิวแห้งทำง่าย แต่ผิวอิ่มฟูทำยาก นั่นเป็นเพราะการที่จะทำให้ผิวของเราอิ่มฟู แลดูสดใสตลอดเวลานั้น จะต้องอาศับความใส่ใจและสม่ำเสมอในการดูแลและบำรุง หลักๆคือต้องทำให้ผิวหน้ามีความบาลานซ์และอิ่มน้ำที่เพียงพอ ตัวช่วยช่วงนี้ของหลายคนคงหนีไม่พ้นการบำรุงด้วยครีมหรือเซรั่ม แต่ต้องอย่าลืมทานน้ำและพักผ่อนให้เพียงพอ เน้นการทานอาหารหรือวิตามินเสริมที่มีวิตามินซีและคอลลาเจนก็สามารถช่วยได้แน่นอนแต่ถ้าคลินิกเสริมความงามเปิดเมื่อไหร่ ก็เตรียมตัวทำความรู้จักกับฟิลเลอร์ในรูปแบบใหม่ที่ไม่ได้ใช้เพื่อเติมเต็มผิว แต่เป็นฟิลเลอร์ที่ช่วยเรื่องรูขุมขนและเติมเต็มผิวให้ดูอิ่มฟูโดยเฉพาะเรียกว่าSkin Radiance เป็นฟิลเลอร์เนื้อเนียนที่สามารถกลืนไปกับผิวเราได้ดีมาก และเห็นผลได้อย่างรวดเร็ว เมื่อนำไปใช้ในระดับชั้นผิวหนัง ซึ่งจะช่วยดูดน้ำเข้ามาหาตัวเนื้อฟิลเลอร์ จึงทำให้ผิวเรียบเนียนเป็นธรรมชาติ รูขุมขนกระชับ และยังแลดูชุ่มชื้น ฉ่ำวาวอิ่มน้ำ และฟู อย่างที่ต้องการอีกด้วย

5.โดนแดดบ่อยแล้วผิวแก่เร็ว ใครที่เป็นสายเที่ยวทะเล อาบแดด หรือต้องโดนแดดบ่อยๆในชีวิตประจำวัน ต้องระวัง!เนื่องจากแสงแดด เป็นตัวทำลายสิ่งที่สำคัญของผิว อย่างคอลลาเจน ซึ่งอาจทำให้หลายคนที่มีไลฟ์สไตล์ชอบเที่ยวและต้องโดดแดดบ่อยๆ อาจทำให้ผิวแก่ก่อนวัย และยิ่งช่วงอายุมากขึ้น คอลลาเจนก็ยิ่งหายด้วยเช่นกัน โดยชั้น SMAS จะเป็นชั้นผิวที่เวลาดึงหน้ากัน เขาจะผ่าตัดเพื่อเข้ามาดึงชั้นผิวนี้ให้ตึง เพื่อให้ผิวหน้าดูเด็กลง แต่ก็ยังมีอีกหนึ่งทางเลือกอย่าง เครื่องอัลเทอราปี ซึ่งเป็นเครื่องเดียวที่ลงไปถึงชั้นนี้ แล้วทำให้ชั้นผิวนั้นมีการหดตัวหรือกระชับมากยิ่งขึ้น และยังช่วยกระตุ้นคอลลาเจนใหม่ขึ้นมาด้วยโดยคุณหมอแนะนำว่า ยิ่งทำอัลเทอราปีเร็ว ก็จะยิ่งสต๊าฟหน้าไม่ให้มีการเปลี่ยนแปลง หรือหากมีการเปลี่ยนแปลงก็จะถูกกระตุ้นให้กลับมาเหมือนเดิม เรียกว่าเป็นได้ทั้งการป้องกันและแก้ไขเลยทีเดียว

เทคนิคการดูแลผิวจริงๆมีมากมาย และจะเห็นผลลัพธ์อย่างไรก็ต้องขึ้นอยู่กับความใส่ใจ และลักษณะผิวของแต่ละบุคคล รวมถึงตัวช่วยดีๆ อย่างนวัตกรรมเสริมความงามต่างๆ ทั้งนี้ควรศึกษาข้อมูลให้ถูกต้องเพื่อความสวยอย่างปลอดภัยสวยอย่างมั่นใจและไม่เสี่ยง!สามารถไปรับฟังความรู้กับคุณหมอและเคล็ดลับความงามฉบับเต็มของ กวาง เดอะเฟซกันได้ที่ https://www.youtube.com/watch?v=g_NV1SpRbjwและหากท่านใดที่สนใจ สามารถตรวจสอบคลินิกที่ให้บริการโบบริสุทธิ์ ฟิลเลอร์เนื้อเนียน จาก​สวิสเซอร์แลนด์  และเครื่องอัลเทอราปีแท้ หลังคลายล็อกดาวน์ได้ที่  www.merzclubthailand.com

ISSUE Thailand จัด LIVE ชวนช้อปช่วยคนไทยสู้โควิด-19 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/596373

ISSUE Thailand จัด LIVE ชวนช้อปช่วยคนไทยสู้โควิด-19

ISSUE Thailand จัด LIVE ชวนช้อปช่วยคนไทยสู้โควิด-19

วันศุกร์ ที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 14.17 น.

ISSUE Thailand ชวนช้อปช่วยคนไทยสู้โควิด-19  LIVE สินค้าพิเศษ วันนี้ – 22 สิงหาคมนี้ บริจาค 100% ไม่หักทุน

ISSUE Thailand (อิชชู่ ไทยแลนด์) แบรนด์เสื้อผ้าระดับแถวหน้าสัญชาติไทย นำโดย โรจ-ภูภวิศ กฤตพลนารา ครีเอทีฟไดเร็กเตอร์และผู้ก่อตั้งแบรนด์ เดินหน้าช่วยคนไทยสู้วิกฤตโควิด-19 จัด LIVE ขายสินค้าของ ISSUE Thailand ในราคาสุดว้าว พลาดไม่ได้! สายแฟชั่นร่วมรบบนสมรภูมิสงครามโรค (โควิด-19) ไปด้วยกัน และร่วมช้อปออนไลน์วันนี้ – 22 สิงหาคมนี้ ทาง LINE: @ISSUETHAILAND และ Live ผ่าน Facebook @issuethailandofficial เพื่อร่วมสมทบทุนในการจัดหา Antigen Rapid Test Kit ให้กับผู้ที่ต้องการ และสนับสนุนกิจกรรมช่วยเหลือวิกฤตโควิด-19 ต่าง ๆ ซึ่ง ISSUE จะมอบรายได้จากการขายทั้งหมด 100% โดยไม่หักต้นทุน

“เราอยากมีส่วนร่วมช่วยผู้คนที่ยากลำบากกับวิกฤตนี้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ และอยากเชิญชวนทุก ๆ คน มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการต่อสู่ครั้งนี้ และ ISSUE ตั้งใจจะเป็นกำลังใจให้ทุกคนฝ่าวิกฤตนี้ไปด้วยกัน” โรจ-ภูภวิศ กฤตพลนารา

ค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ ISSUE Thailand ได้ที่ http://www.issuethailand.com

สคช. จับมือ ม.บูรพา จัดทำมาตรฐานอาชีพสาขามวยไทย นำร่อง 4 อาชีพเบื้องหลังวงการมวย #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/596354

สคช. จับมือ ม.บูรพา จัดทำมาตรฐานอาชีพสาขามวยไทย นำร่อง 4 อาชีพเบื้องหลังวงการมวย

สคช. จับมือ ม.บูรพา จัดทำมาตรฐานอาชีพสาขามวยไทย นำร่อง 4 อาชีพเบื้องหลังวงการมวย

วันศุกร์ ที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 13.19 น.

เขย่าวงการมวย เมื่อสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ (องค์การมหาชน) หรือ สคช. จับมือมหาวิทยาลัยบูรพา ดึงผู้เชี่ยวชาญในวงการมวย จัดทำมาตรฐานอาชีพและคุณวุฒิวิชาชีพ สาขาวิชาชีพการกีฬา สาขามวยไทย เน้นพัฒนา 4 กลุ่มอาชีพเบื้องหลัง ได้แก่ ครูมวยไทยเพื่อสุขภาพ  ครูมวยไทยเพื่อการแข่งขัน ผู้ตัดสินมวยไทยซึ่งทำหน้าที่ให้คะแนน และสาขาอาชีพผู้ชี้ขาดมวยไทย ทำหน้าที่บนเวทีมวย เรียกว่าเป็นการเสริมทัพความแข็งแกร่งอย่างมืออาชีพให้กับคนเบื้องหลังนักกีฬามวยไทย

นายนคร ศิลปอาชา ประธานกรรมการสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ ในฐานะร่วมผลักดันให้เกิดการจัดทำมาตรฐานอาชีพเพื่อคนในแวดวงกีฬา กล่าวย้ำถึงความสำคัญของการจัดทำมาตรฐานอาชีพมวยไทย ซึ่งเป็นมรดกของชาติ ที่ชาวต่างประเทศยังให้ความสนใจเดินทางมาถึงประเทศไทยเพื่อฝึกศิลปะมวยไทย ทำให้เกิดการหมุนเวียนของเศรษฐกิจ และร่วมขับเคลื่อนอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง คนเบื้องหลังวงการมวยไทยจึงเรียกว่าเป็นกลุ่มคนที่มีความสำคัญ และสมควรได้รับการยกระดับเพื่อการสืบทอดศิลปะการต่อสู้ของไทยได้อย่างมีมาตรฐาน โดยการจัดทำมาตรฐานอาชีพกีฬามวยไทยครอบคลุมไปถึงครูผู้ฝึกสอน ตั้งแต่พื้นฐานไปจนถึงการแข่งขันบนเวที รวมถึงมาตรฐานของผู้ตัดสินและผู้ชี้ขาด ซึ่งต้องมีความน่าเชื่อถือในทุกสนามการแข่งขัน และขับเคลื่อนกีฬามวยไทยให้เป็นที่ยอมรับ

ดร.นาคิน คำศรี นักวิจัยและที่ปรึกษาโครงการจัดทำมาตรฐานอาชีพและคุณวุฒิวิชาชีพ สาขาวิชาชีพการกีฬา สาขามวยไทย กล่าวว่าเป็นเรื่องที่ดีที่สถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ ให้ความสำคัญร่วมผลักดันให้เกิดการยกระดับกีฬามวยไทยด้วยการจัดทำมาตรฐานอาชีพมวยไทย ให้ทัดเทียมต่างประเทศ และเป็นการผนึกกำลังคนในวงการมวยได้ร่วมกันพัฒนา สร้างสมรรถนะ ต่อยอดองค์ความรู้กีฬามวยอย่างมืออาชีพ ปัจจุบันมีคนในอาชีพ และมีแนวโน้มต่อยอดไปสู่การเป็นครูมวยและผู้ตัดสิน ในวงการมวยไทยมากกว่า 20,000 คน แต่ยังไม่เคยได้รับการการันตี ยกระดับในอาชีพมาก่อน หากมาตรฐานคลอดออกมาและนำไปสู่การประเมินก็จะนับเป็นการยกระดังวงการมวยไทยไปอีกขั้นหนึ่ง

สำหรับการจัดทำมาตรฐานอาชีพและคุณวุฒิวิชาชีพ สาขาวิชาชีพการกีฬา สาขามวยไทย เป็นหนึ่งในอาชีพ ที่มีการจัดทำและทบทวนมาตรฐานอาชีพและคุณวุฒิวิชาชีพเพื่อการพัฒนากำลังคนรองรับยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี  ซึ่งปี 2564 มีเป้าหมายเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้ประกอบการ ภาคธุรกิจและอุตสาหกรรม ให้สอดคล้องกับความต้องการกำลังคน

ซึ่งนอกจากการจัดทำมาตรฐานอาชีพใหม่ เพื่อรองรับความต้องการของประเทศแล้ว สคช. ยังทบทวนมาตรฐานอาชีพที่มีอยู่ ให้สอดรับกับความเปลี่ยนแปลงของสถานการณ์ที่เกิดขึ้นด้วย ทำให้ขณะนี้ 835 อาชีพ ใน 52 สาขาวิชาชีพ ครอบคลุมทั้งภาคธุรกิจ เกษตร อุตสาหกรรม และการบริการ ผู้ที่สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทาง 063-373-3926 หรือทางเว็บไซต์และเพจเฟซบุ๊กสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ (องค์การมหาชน)

Airbnb เอาใจ Digital Nomad เปิดตัวฟีเจอร์วัดความเร็ว WiFi ในบ้านพัก #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/596159

Airbnb เอาใจ Digital Nomad  เปิดตัวฟีเจอร์วัดความเร็ว WiFi ในบ้านพัก

Airbnb เอาใจ Digital Nomad เปิดตัวฟีเจอร์วัดความเร็ว WiFi ในบ้านพัก

วันศุกร์ ที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ส่งผลให้การใช้ชีวิตและการเดินทางเริ่มกลายเป็นเรื่องเดียวกัน ทุกคนต่างได้ค้นพบแล้วว่าเราสามารถปรับตัวในการทำงานจากที่ไหนก็ได้ จึงไม่แปลกใจเลยว่า work-cation หรือการได้เลือกไปทำงานในสถานที่ที่สามารถเที่ยวหรือพักผ่อนได้ไปในตัวด้วยจะกลายมาเป็นเทรนด์ใหม่ในยุคปัจจุบัน อ้างอิงข้อมูลของ YouGov จากการสำรวจในเดือนตุลาคม 2020 ระบุว่าจุดหมายปลายทาง 3 อันดับแรกของคนไทยคือ สถานที่ที่ได้ทำงานไปด้วยเที่ยวไปด้วย คือ ตัวเมือง (46%) ชายทะเล (41%) และชนบท (31%)

อินเตอร์เนต ถือเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยตอบสนองไลฟ์สไตล์ปัจจุบัน ยกตัวอย่างเช่น การประชุมงานผ่าน zoom, คุยวีดีโอแชทกับเพื่อนหรือครอบครัว, การเล่นเกมออนไลน์ และการสตรีมมิ่งผ่าน Twitch ดังนั้นการเชื่อมต่อระบบอินเตอร์เนตที่มีความเสถียรและมีความเร็วสูงจึงกลายเป็นเรื่องหลายคนให้ความสำคัญมากขึ้นกว่าแต่ก่อน Airbnb จึงได้เปิดตัวฟีเจอร์ใหม่ให้แขกผู้เข้าพักสามารถเช็คความเร็วของ WiFi ของที่พักก่อนทำการจองได้แล้ว ซึ่งเหมาะกับดิจิทัลโนแมด (digital nomad) เป็นอย่างยิ่ง ด้านผู้ให้บริการที่พัก Airbnb สามารถกรอกรายละเอียดความเร็ว WiFi ในรายการที่พักบนแพลตฟอร์มได้มาสักระยะหนึ่งแล้ว และปัจจุบันสามารถวัดความเร็วของ WiFi ผ่านแอปของ Airbnb ได้ซึ่งใช้งานได้ง่ายและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

สำหรับผู้ที่อยากลองเปลี่ยนไลฟ์สไตล์จาก Work from Home มาเป็น work-cation ให้ชีวิตการทำงานมีสีสันและผ่อนคลายแตกต่างไปจากเดิม สามารถลองเช็คดูบ้านพักยอดนิยมในกรุงเทพฯเหล่านี้บน Airbnb กันได้เลยเริ่มที่ Entire Vintage House บ้านไม้สีสันสดใสใกล้ BTS ช่องนนทรี Tropical Villa บ้านทาวน์เฮ้าส์ทั้งหลังติดกับ MRT ลุมพินี Big House Close to Silomบ้านหลังใหญ่ใจกลางกรุงเทพฯเดินทางไปสีลม สยาม สุขุมวิท ได้สะดวก Design House with Large Livingand Working Spaceบ้านสไตล์ลอฟท์ขนาด4 ห้องนอนใจกลางเมือง ใกล้กับซอยอารีย์ Neil B House 49 Bangkok ทาวน์เฮ้าส์แนวโมเดิร์นมีรูฟท็อปชมวิวกรุงเทพฯ Bring HYGGE into Your Townhome ทาวน์โฮมสีขาวสะอาดตาสไตล์ฮุกกะ ปรัชญาความสุขแบบเดนมาร์ก The Anonymous Townhouse Duplex ทาวน์เฮ้าส์แฝดตกแต่งสไตล์ลอฟท์ย่านสีลม ใกล้คาเฟ่และมีสกูตเตอร์ไฟฟ้าให้เช่า Renovated Townhome -Stay Like a Local ทาวน์โฮมรีโนเวทใหม่ให้น่าอยู่ขึ้นพร้อมต้นไม้สีเขียวสดชื่นภายในบ้านKIT-TI’s Art Home บ้านหลังใหญ่ดีไซน์โทนขาว-ดำ มีสวนหย่อมหน้าบ้านนั่งเล่นได้ Perfect Lake House วิลล่าขนาดพร้อมสระว่ายน้ำ ฟิตเนส และทะเลสาบขนาดใหญ่

แกร็บเอาใจแม่ค้าออนไลน์ เปิดตัว ‘GrabExpress 4 Hours’ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/596161

แกร็บเอาใจแม่ค้าออนไลน์ เปิดตัว ‘GrabExpress 4 Hours’

แกร็บเอาใจแม่ค้าออนไลน์ เปิดตัว ‘GrabExpress 4 Hours’

วันศุกร์ ที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

แกร็บ ประเทศไทย อาสาช่วยร้านค้าออนไลน์ ช่วงการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 เปิดตัว “GrabExpress 4 Hours” บริการรับส่งพัสดุด่วนภายในเวลา 4 ชั่วโมงด้วยราคาเพียง 59 บาท ที่มาพร้อมจุดเด่น “ย่อมเยา ยืดหยุ่น ปลอดภัย” ขานรับเทรนด์การซื้อขายสินค้าออนไลน์ที่พุ่งขึ้นอย่างรวดเร็ว

นางสาวจันต์สุดา ธนานิตยะอุดม ผู้อํานวยการฝ่ายการตลาด และพันธมิตรธุรกิจ แกร็บ ประเทศไทย เผยว่า “จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่เกิดขึ้นตลอดระยะเวลาเกือบสองปี ส่งผลให้พฤติกรรมของผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงไปในทุกด้านคนหันมาพึ่งพาเทคโนโลยีดิจิทัลเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มธุรกิจอี-คอมเมิร์ซหรือการซื้อขายสินค้าออนไลน์นั้นมีอัตราเติบโตแบบก้าวกระโดด ทั้งนี้ จากรายงานเศรษฐกิจดิจิทัลในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ประจำปี 2563 โดย Google, Temasek และ Bain & Company ระบุว่า ตลาดอี-คอมเมิร์ซในประเทศไทยมีการเติบโตที่รวดเร็วอย่างมีนัยสำคัญและเป็นกลุ่มธุรกิจที่มีการเติบโตรวดเร็วที่สุด โดยในปีพ.ศ.2563 มีมูลค่าสูงถึง 9 พันล้านเหรียญสหรัฐ เติบโตขึ้น 81% จากปีก่อนหน้า และคาดว่าธุรกิจดังกล่าวจะเติบโตถึง 2.4หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ ภายในอีก 5 ปีข้างหน้า 

“เทรนด์การซื้อขายสินค้าออนไลน์ที่พุ่งขึ้นอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้มีปริมาณความต้องการของบริการจัดส่งสินค้า-พัสดุเพิ่มมากขึ้น ซึ่งต้องมีทั้งความสะดวก รวดเร็ว ปลอดภัยและมีราคาที่ย่อมเยา ล่าสุด แกร็บ ประเทศไทย จึงได้เปิดตัว “GrabExpress 4 Hours” บริการจัดส่งสินค้า-พัสดุภายในระยะเวลา 4 ชั่วโมงด้วยแกร็บเอ็กซ์เพรส ในราคาเริ่มต้นเพียง 59 บาท ซึ่งถือเป็นบริการรูปแบบใหม่ล่าสุดที่ถูกออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์กลุ่มพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล โดยปิดจุดอ่อนของบริการจัดส่งพัสดุด่วนแบบเรียลไทม์ (Instant Delivery) ที่มีราคาค่อนข้างสูง และบริการจัดส่งสินค้าในวันถัดไป (Next Day Delivery) ที่แม้ราคาค่าบริการจะถูกกว่าแต่ลูกค้าต้องรอนานข้ามวัน โดยบริการ Grab Express 4 Hours นี้มาพร้อมจุดเด่น 3 ด้านที่สร้างความแตกต่าง ช่วยให้ร้านค้าออนไลน์สามารถส่งมอบสินค้าได้ทันใจและประหยัดต้นทุนไปพร้อมๆ กัน”

จุดเด่น 3 ประการของบริการ GrabExpress 4 Hours ประกอบด้วย  1)ราคาย่อมเยาเข้าถึงได้ (Affordability):ค่าบริการเริ่มต้นเพียง 59 บาท ซึ่งเป็นราคาเหมาสำหรับการจัดส่งสินค้าหรือพัสดุขนาดเล็กภายในระยะทาง 15 กิโลเมตรแรก โดยใช้เวลาจัดส่งถึงมือลูกค้าเพียง 4 ชั่วโมงนับจากเวลาที่กดใช้บริการ (อัตราค่าบริการจัดส่งเพิ่มขึ้น
กิโลเมตรละ 10 บาท ตั้งแต่ระยะทาง15-30 กิโลเมตร)

2)ความยืดหยุ่นในการให้บริการ (Flexibility): สามารถเรียกใช้บริการจัดส่งได้ตลอดวันตั้งแต่ 08.00-18.00 น.(สำหรับในพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวดจะให้บริการตั้งแต่เวลา 08.00-16.00 น.)โดยมีพาร์ทเนอร์คนขับไปรับสินค้าหรือพัสดุจากผู้ส่งถึงมือ ไม่ต้องเสียเวลาไปจัดส่งด้วยตัวเอง และ 3)ความปลอดภัยในการใช้บริการ (Service Guarantee): สามารถตรวจสอบและติดตามสถานะการจัดส่งได้แบบเรียลไทม์ผ่านแอปพลิเคชั่นGrab ทั้งยังการประกันสินค้า ครอบคลุมมูลค่าสูงสุดถึง 10,000 บาทต่อการจัดส่งในแต่ละครั้ง

“GrabExpress 4 Hours ถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือกใหม่ของบริการจัดส่งสินค้า-พัสดุแบบออนดีมานด์ ซึ่งมุ่งเน้นตอบโจทย์ให้กับกลุ่มร้านค้าออนไลน์เป็นหลัก โดยเราริเริ่มขึ้นเพื่อ
ต่อยอดโครงการ “GrabExpress Sellers Club” คู่คิดพิชิตธุรกิจออนไลน์ ที่แกร็บเพิ่งได้เปิดตัวไปเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา โดยหวังว่าบริการนี้จะช่วยเพิ่มโอกาสในการทำธุรกิจและลดต้นทุนให้แก่ร้านค้าออนไลน์ได้ ซึ่งแกร็บเตรียมขยายบริการดังกล่าวไปในจังหวัดอื่นๆ ต่อไปในอนาคต” นางสาวจันต์สุดา กล่าวทิ้งท้าย

‘ไทย เทสต์ ฮับ มหานคร คิวบ์’ เสิร์ฟเมนูสุดคุ้มทุกวันจันทร์ เพียง 99 บาท #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/596155

‘ไทย เทสต์ ฮับ มหานคร คิวบ์’ เสิร์ฟเมนูสุดคุ้มทุกวันจันทร์ เพียง 99 บาท

‘ไทย เทสต์ ฮับ มหานคร คิวบ์’ เสิร์ฟเมนูสุดคุ้มทุกวันจันทร์ เพียง 99 บาท

วันศุกร์ ที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

ไทย เทสต์ ฮับ มหานคร คิวบ์ (Thai Taste Hub Mahanakhon CUBE) ศูนย์รวมสตรีทฟู้ดระดับตำนานใจกลางย่านสาทร นำเสนอความอร่อยจากร้านระดับตำนานและมิชลินแนะนำ กับโปรโมชั่น “One Price Monday” เมนูสุดคุ้มเต็มอิ่มทุกวันจันทร์ ในราคาเพียง 99 บาท ที่พร้อมเสิร์ฟเมนูเด็ดในราคาสุดพิเศษทุกวันจันทร์ตลอดเดือนสิงหาคมและกันยายนนี้ (ถึงจันทร์ที่ 27 กันยายน 2564) ผ่านบริการ Self Pick-up พร้อมสั่งล่วงหน้าได้ผ่านไลน์ @MahanakhonCUBE ระหว่างเวลา 10.00-18.00 น.

ความอร่อยจากเมนูสุดคุ้ม “One Price Monday” ทุกวันจันทร์ในราคา 99 บาท อาทิ ยำมาม่าหมูสับไข่ดาว จากร้านเผ็ด เผ็ด เฮ่! (ราคาปกติ160 บาท) ผัดไทยไฟทะลุพร้อมไข่เป็นดาวไล่ทุ่ง จากร้านผัดไทยไฟทะลุ (ราคาปกติ 130 บาท) สุกี้ทะเลจากร้านสุกี้เมาเวอริค (ราคาปกติ 120 บาท) ข้าวหมูอบพร้อมเกี๊ยวน้ำหมูย่าง จากร้านบุญเลิศ (ราคาปกติ 110 บาท) ชุดเกาเหลาเลือดหมูพร้อมข้าวสวย จากร้านก๋วยจั๋บนายเอ็ก (ราคาปกติ 105 บาท) ปาท่องโก๋ 1 ชุด พร้อมเครื่องดื่ม 2 แก้ว จากร้าน
ชุมพลปาท่องโก๋ (ราคาปกติ 125 บาท) และข้าวเหนียวมะม่วงพร้อมขนมวุ้นใบเตยกะทิ จากร้านป้าหงษ์ขนมไทย (ราคาปกติ 140 บาท)

นอกจากนี้ ไทย เทสต์ ฮับ มหานคร คิวบ์ยังพร้อมนำเสนอเมนูความอร่อยใหม่จากร้านผัดไทยไฟทะลุ กับเมนูผัดไทยไฟทะลุไก่ย่าง เส้นผัดไทยเหนียวนุ่มซอสซึมเข้าเส้นเสิร์ฟพร้อมกับไก่ย่างชิ้นโต (ราคา 190 บาท) และแซ่บซี้ดไปกับความอร่อยในเมนูสไตล์อีสานจากร้านเผ็ด เผ็ด เฮ่! กับลาบเป็ดนครพนม (ราคา 220 บาท) ยำแหนมข้าวทอด (ราคา 185 บาท) และต้มกระดูกเป็ดมะนาวดอง (ราคา 140 บาท) รวมถึงเมนูสตรีทฟู้ดระดับตำนานอีกหลากหลายร้าน ที่พร้อมเสิร์ฟความอร่อยถึงบ้านผ่าน 3 แพลตฟอร์มฟูดเดลิเวอรี่เจ้าดังอย่าง โรบินฮู้ด(Robinhood) ไลน์แมน (Lineman) แกร๊บฟู้ด(Grab Food) และบริการ Self Pick-up สามารถสั่งได้ทุกวันระหว่างเวลา 10.00-18.00 น. ณ ชั้น 1มหานคร คิวบ์ ทั้งนี้ ค่าบริการจัดส่งขึ้นอยู่กับระยะทางและโปรโมชั่นของผู้ให้บริการแต่ละราย

‘ไทยแลนด์’ ชาติแรกของโลกที่ได้แชมป์ บาคาร์ดี เลกาซี 2 ปีซ้อน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/596167

‘ไทยแลนด์’ชาติแรกของโลกที่ได้แชมป์ บาคาร์ดี เลกาซี 2 ปีซ้อน

‘ไทยแลนด์’ชาติแรกของโลกที่ได้แชมป์ บาคาร์ดี เลกาซี 2 ปีซ้อน

วันศุกร์ ที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

ร่วมยินดีกับ “ป๊อก-ประภากร คงหลี” ผู้ชนะคนที่ 12 ของโลกจากค็อกเทลชื่อ “OUT OF SIGHT”ในการแข่งขัน BACARDÍ® LEGACYCOCKTAIL COMPETITION ประจำปี2021 และทำให้ประเทศไทยเป็นชาติแรกของโลก ที่คว้าแชมป์ติดต่อกัน 2 ปี ซ้อน

เมื่อปี 2019 บาร์เทนเดอร์ชาวไทยหนึ่ง-รณภร คณิวิชาภรณ์ คือตัวแทนประเทศไทยผู้เดินทางไปแข่งขันบน เวทีโลกBACARDÍ® LEGACY COCKTAIL COMPETITION ณ กรุงอัมสเตอร์ดัม ประเทศเนเธอร์แลนด์ นำชัยชนะคว้าแชมป์อันดับหนึ่งจากค็อกเทลที่มีชื่อว่า Pink Me Up นำความยินดีและความภาคภูมิใจสู่วงการบาร์เทนเดอร์ไทยยกระดับสู่มาตรฐานโลก ล่าสุดเมื่อเดือนมิถุนายน 2564 ที่ผ่านมา แม้สถานการณ์ทั่วโลกจะยังวิกฤติด้วยการแพร่ระบาดของ COVID-19 จนทำให้การแข่งขันในปีนี้ต้องเปลี่ยนรูปแบบการแข่งขันในรอบชิงชนะเลิศ Global Finals เป็นแบบ Virtual แทนตัวแทนของประเทศไทยก็ยังสามารถพิชิตชัยชนะคว้าแชมป์โลกมาได้เป็นปีที่สองชนะผู้เข้าแข่งขันถึง 39 คนจากประเทศต่างๆ ทั่วโลก นับเป็นชาติแรกของโลกที่ได้แชมป์สองปีซ้อน

ค็อกเทล “OUT OF SIGHT”

ป๊อก-ประภากร คงหลี คือ ตัวแทนบาร์เทนเดอร์ชาวไทย จาก Find The Locker Room ค็อกเทลบาร์ย่านทองหล่อ ผู้ชนะระดับโลกคนล่าสุดด้วยการนำเสนอค็อกเทลที่มีชื่อว่า Out of Sight ที่เขานำแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์เครื่องดื่มแก้วนี้มาจากเรื่องราวของความรักที่ตัวเองมีต่อลูกในครรภ์ภรรยาความรักอันบริสุทธิ์ที่เกิดขึ้นเพียงแรกเห็นแผ่นฟิล์มอัลตราซาวนด์ ความรักแรกเห็นที่ได้เปลี่ยนชีวิตเขาจากคนทำงานหาเช้ากินค่ำ ใช้ชีวิตเรื่อยเปื่อยไปวันๆ ให้กลายเป็นคนที่มีเป้าหมาย เขาเริ่มศึกษาหาความรู้พัฒนาทักษะ ฝึกฝนฝีมือจนก้าวสู่การเป็นบาร์เทนเดอร์มืออาชีพ เขานำส่วนผสมของค็อกเทล Out of Sight มาจากรสชาติและผลไม้ที่ภรรยาชื่นชอบอย่างสับปะรด เลมอน โยเกิร์ต ไซรัปจากอะกาเว่ใบโหระพา มาผสมผสานและเช็คเข้ากับ เหล้ารัม BACARDÍ Carta Blanca จนทำให้ค็อกเทลแก้วนี้ชนะใจคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญทั้ง 4 ท่านในรอบชิงชนะเลิศ Global Finals

“ถ้าผมเป็นนักแต่งเพลง ผมก็อยากเขียนเพลงให้ลูกสาวผม แต่ในเมื่อผมเป็นบาร์เทนเดอร์ ผมก็อยากสร้างสรรค์ค็อกเทลแก้วประทับใจให้แก่ภรรยาและลูกสาว ผมหวังว่า วันหนึ่งเมื่อลูกสาวของผมโตขึ้น จะมีบาร์เทนเดอร์ใครสักคน หรือตัวผมเองได้ชงค็อกเทล Out of Sight แก้วนี้ให้เธอได้ชิม” ประภากร เปิดใจไว้ในระหว่างการแข่งขัน

ถ้วยรางวัลชนะเลิศ บาคาร์ดี เลกาซี

ด้านของ โมนิกา เบิร์ก (Monica Berg) หนึ่งใน 4 กรรมการรอบ Global Finals ได้เผยถึงความประทับใจในดริ้งค์ Out of Sight ว่า “ฉันชอบการที่ ประภากร เชื่อมโยงส่วนผสมเครื่องดื่มเข้ากับเส้นทางในชีวิตของเขา ซึ่งเส้นทางนั้นคือสิ่งที่เชื่อมโยงกับเส้นทางของเราเช่นกัน ค็อกเทลไม่เพียงบอกเล่าที่มาของเขาได้อย่างชัดเจน แต่เป็นการแสดงความยินดี
กับเส้นทางที่เขาจะเดินต่อไป”

สำหรับของรางวัลที่ ประภากร จะได้รับนั้น BACARDÍ จะให้การสนับสนุนอาชีพของเขาในฐานะบาร์เทนเดอร์เป็นเวลาหนึ่งปี โดยสร้างสรรค์ประสบการณ์ที่เหมาะกับเป้าหมายของเขา และสนับสนุนส่งเสริมให้ค็อกเทล Out of Sight ได้เสิร์ฟในบาร์ชั้นดีและเป็นที่รู้จักไปทั่วโลก โดยตำแหน่งรองชนะเลิศ 2 รางวัลในการแข่งขันปีนี้คือ อดัม โดว (Adam Dow) จากออสเตรเลีย และ แม็ค เคอร์ซัน-ไพร์ซ (Max Curzon-Price) จากแคนาดา

BACARDÍ Legacy Cocktail Competition เป็นหนึ่งในการแข่งขันทำค็อกเทลที่ยิ่งใหญ่และทรงเกียรติที่สุดของโลก จัดโดยแบรนด์เหล้ารัมระดับโลก Bacardi ซึ่งข้อแตกต่างที่โดดเด่นที่สุดที่ทำให้รายการนี้ไม่เหมือนใคร ก็คือโจทย์ที่ชัดเจนว่าการแข่งขันครั้งนี้ต้องการมองหา“ค็อกเทลคลาสสิก” ตัวต่อไปที่จะมาขึ้นแท่นเคียงคู่กับแก้วในตำนานอย่าง Daiquiri หรือ Mojito ผ่านการตีโจทย์ค็อกเทลที่ต้องอร่อยถูกปากและทำได้ง่ายจากที่ใดก็ได้บนโลก โดยในแต่ละปีมีผู้เข้าแข่งขันกว่า 1,000 คน สำหรับปี 2021 นี้ได้บาร์เทนเดอร์ 8 คนจาก 8 ประเทศผ่านเข้ารอบ Grand Finalists เพื่อนำเสนอค็อกเทลแนว Legacy ที่มีเอกลักษณ์ในแบบของตนเองผ่านคลิปวีดีโอให้คณะกรรมการได้ตัดสิน โดยคณะกรรมการทั้ง 4 ท่าน ได้แก่ Ago Perrone จาก Connaught Hotel Bar, Sandrae Lawrence จาก The Cocktail Lovers,Ian Burrell โกลบอล รัม แอมบาสซาเดอร์และ Monica Berg จาก Tayer +Elementary

สามารถรับชมการแข่งขันรอบ Global Final ได้ที่ www.facebook.com/BacardiLegacyCocktailCompetition/www.instagram.com/bacardi.legacy