ดาเมจแรง! ‘โบว์ เมลดา’แจกความสดใส สวมชุดว่ายน้ำแชะภาพน่ารัก #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/602372

ดาเมจแรง! 'โบว์ เมลดา'แจกความสดใส สวมชุดว่ายน้ำแชะภาพน่ารัก

วันพุธ ที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2564, 17.25 น.

15 ก.ย.64 สวยวันสวยคืนจริงๆ สำหรับ “โบว์ เมลดา สุศรี” ที่เพิ่งโสดหมาดๆ ก็มีข่าวหนุ่มๆ รุมจีบรัวๆ แถมเรื่องออร่าความสวยยังไม่เคยแผ่ว ยิ่งโต ยิ่งสวยปังรั้งไม่อยู่ 

ล่าสุด สาวโบว์ ก็ทำเอาแฟนๆ ถึงกับร้องว้าว เมื่อเจ้าตัวได้แจกความสดใส ในชุดว่ายน้ำวันพีช ในทริปไปเที่ยวพักผ่อนที่ทะเลหัวหิน โดยเป็นโมเมนต์ระหว่างที่ สาวโบว์ นั่งทานอาหารเช้าริมสระในชุดว่ายน้ำที่มีเสื้อคลุมอยู่แต่เปิดใหล่เล็กๆ แต่ดาเมจแรงมาก บอกเลยว่าหนุ่มๆ ต้องกดไลค์กันแบบรัวๆ แน่นอน

เซ็กซี่ทุกมุม! ‘จุ๊กกู้ เดอะเฟซ’อวดหุ่นสวย สวมบิกินีโชว์ผิวสีน้ำผึ้ง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/602276

เซ็กซี่ทุกมุม! 'จุ๊กกู้ เดอะเฟซ'อวดหุ่นสวย สวมบิกินีโชว์ผิวสีน้ำผึ้ง

วันพุธ ที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2564, 13.54 น.

15 ก.ย.64 เป็นสาวสวยที่มักโชว์ความแซ่บให้แฟนๆ ได้เห็นอยู่เสมอ สำหรับ นางแบบสาว “จุ๊กกู้ สลิตา กลิ่นจันทร์” สาวน้อยผิวแทนเจ้าเสน่ห์จาก The Face Thailand Season 2 และ The Face Thailand Season 4 All Stars เห็นก็ต้องบอกว่าเธอหุ่นแซ่บชวนมองไม่น้อยทีเดียว

ล่าสุด สาวจุ๊กกู้ ก็ได้ออกมาอวดหุ่นสวยในชุดบิกินีจิ๋วสีส้ม ตัดกับสีผิวน้ำผึ้ง บอกเลยว่าเซ็กซี่สุดๆ แถมยังได้เห็นหน้าท้องแบนราบสุดเซี๊ยะ เรียกว่าเป็นหุ่นที่หลายคนชื่นชอบเลยทีเดียว .-011

‘ก้อง-สหรัถ’ ชวนน้องๆ ส่งหนังสั้นเข้าประกวดชิงเงินแสน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/602063

‘ก้อง-สหรัถ’ ชวนน้องๆ  ส่งหนังสั้นเข้าประกวดชิงเงินแสน

วันพุธ ที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2564, 06.00 น.

ปีที่แล้วได้รับเชิญจาก Cat Radio (แคท เรดิโอ) ให้เป็นกรรมการการประกวดหนังสั้น Cat Film (แคท ฟิล์ม) ทำเอา “ก้อง-สหรัถ สังคปรีชา” ชักติดใจ ปีนี้เลยตอบรับเป็นกรรมการงาน “ISUZU presents Cat Film เอาเพลงมาทำเป็นหนัง” (อีซูซุ พริเซ็นต์ส แคทฟิล์ม เอาเพลงมาทำเป็นหนัง) อีกครั้งโดยปีนี้ “ก้อง” ได้เชิญชวนน้องๆ ส่งหนังสั้นเข้าประกวดเพื่อชิงเงินรางวัลรวมมูลค่ากว่าแสนบาท

“นอกจากได้ประสบการณ์แล้วยังได้ลุ้นเงินรางวัลมูลค่ากว่าแสนบาท ประกอบด้วยรางวัลที่ 1 มูลค่า 50,000 บาท รางวัลที่ 2 มูลค่า 30,000 บาท รางวัลที่ 3 มูลค่า 20,000 บาท รางวัล Popular
Vote มูลค่า 10,000 บาท รวมทั้งรางวัลพิเศษ ISUZU Best Creative Film มูลค่า 50,000 บาท ที่จะมอบให้กับหนังสั้นที่มีรถปิกอัพ ISUZU D-Max คันจริงอยู่ในหนังได้โดนใจคณะกรรมการมากที่สุด ทั้งนี้ผู้ชนะมีสิทธิ์เข้าร่วม Exclusive Workshop with Gurus คอร์สเข้มข้นกับผู้กำกับสุดยอดฝีมืออย่าง วิทยา ทองอยู่ยงรวมไปถึงนักเขียนบทมือทองอย่าง อมราพร แผ่นดินทอง ส่วนกติกาการส่งหนังสั้นเข้าประกวด เริ่มจาก ทำหนังที่มีความยาวไม่เกิน 5 นาที ตั้งชื่อหนังเป็นชื่อเดียวกับเพลงที่ปรากฏอยู่ในหนังมีรถปิกอัพ ISUZU D-Max อย่างน้อย 1 ครั้ง การถ่ายทำต้องคำนึงถึงความปลอดภัยและปฏิบัติตามมาตรการควบคุมโรคโควิด-19 ในช่วงนั้น ฯลฯอ่านรายละเอียดเพิ่มเติม แล้วส่งหนังสั้นมาที่ http://www.thisiscat.com/ISUZU-presentsCatfilm หมดเขตส่ง 30 ก.ย. 2564 เท่านั้น”

หนังชนโรง : ‘ON THE JOB’ ตีแผ่อาชญากรรมนักการเมือง ฟิลิปปินส์ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/602103

หนังชนโรง : ‘ON THE JOB’  ตีแผ่อาชญากรรมนักการเมือง ฟิลิปปินส์

วันพุธ ที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2564, 06.00 น.

“ON THE JOB” ซีรี่ส์อาชญากรรมระทึกขวัญตีแผ่อาชญากรรมนักการเมืองของฟิลิปปินส์ ที่เข้าฉายในเทศกาลหนังเมืองคานส์ และเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติเวนิส ที่ได้แรงบันดาลใจจากเหตุการณ์จริง ดำเนินเรื่องราวเป็นภาษาอังกฤษและภาษาฟิลิปปินส์ ถ่ายทำในประเทศฟิลิปปินส์ มีทั้งหมดหกตอนทาง HBO GO

อำนวยการสร้างโดย Ronald“Dondon” Monteverde, Erik Matti,Joe Caliro และ Quark Henares

นำแสดงโดย Joel Torre (Tatang), Gerald Anderson (Daniel), John Arcilla (นักข่าว Sisoy), Dennis Trillo (Roman), Joey Marquez (Joaquin), Piolo Pascual (Francis), Dante Rivero (นายกเทศมนตรี Pedring Eusebio), Christopher De Leon (Arnel) และ Lotlot De Leon (Weng)

ว่าด้วยเรื่องราวเกี่ยวกับองค์กรอาชญากรรมที่ปล่อยตัวนักโทษชั่วคราวเพื่อให้ออกมาปฏิบัติการลอบสังหารผู้มีอำนาจทางการเมือง แต่องค์กรอาชญากรรมนี้กลับมีนักการเมืองอยู่เบื้องหลังเสียเอง นักโทษมือปืน อย่าง Tatang, Daniel และ Roman ได้รับการปล่อยตัวจากคุกชั่วคราวเพื่อทำการลอบสังหารตามคำสั่งของผู้มีอิทธิพลลึกลับ ในขณะที่ตำรวจ Joaquin, นักสืบ Francis, นักข่าว Sisoy และ Arnel พยายามสืบหาและเปิดเผยความจริงของเบื้องหลังการสังหารและการหายตัวไป 

ซีรี่ส์เรื่องนี้ยังเน้นย้ำเรื่องราวเกี่ยวกับข่าวปลอมในชีวิตจริง รวมถึงการสร้างและเผยแพร่ “ความจริง” ที่สามารถทำได้อย่างง่ายดายในยุคแห่งข้อมูลข่าวสารในปัจจุบัน โดยสองตอนแรกของซีรี่ส์ On The Job ได้เข้าฉายในงานเทศกาลหนังเมืองคานส์ ประจำปี 2013 ขณะที่สี่ตอนสุดท้ายของซีรี่ส์เรื่องนี้ก็กำลังจะเข้าฉายในฐานะภาพยนตร์ที่ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลในเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติเวนิส ครั้งที่ 78 ประจำปีนี้อีกด้วย

‘เปี๊ยก-ก้อย’เปิดเส้นทางรัก 37 ปี เผยเหตุการณ์ทวงสามีคืนจากชู้ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/602199

'เปี๊ยก-ก้อย'เปิดเส้นทางรัก 37 ปี เผยเหตุการณ์ทวงสามีคืนจากชู้

วันอังคาร ที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2564, 20.06 น.

“เปี๊ยก – ก้อย” เปิดเส้นทางรัก 37 ปี ฝ่ายชายเจ้าชู้หนัก พร้อมเผยเหตุการณ์ทวงคืนสามีจากชู้

เปิดตำนานผัวฉันหาย เหลือไว้แต่ไฟแช็ค ก้อย ปาริฉัตร กับสามี เปี๊ยก สมมาตร มาเผยเส้นทางความรักกว่า 37 ปี รักของรุ่นใหญ่ใจต้องนิ่ง พร้อมอัปเดตชีวิตรักหลังทวงคืนสามี ที่ครั้งหนึ่งพี่เปี๊ยกเคยเจ้าชู้หนักมากทิ้งลูก-ภรรยา ออกจากบ้านไปนาน 2 ปี ผ่านทางรายการ คุยแซ่บshow ทางช่อง วัน31 ที่มีหนิง ปณิตา, เป็กกี้ ศรีธัญญา และ อาจารย์เป็นหนึ่ง เป็นพิธีกรดำเนินรายการ

พี่เปี๊ยก พี่ก้อย เจอสถานการณ์โควิดเป็นยังไงบ้าง มีผลกระทบบ้างไหม?
ก้อย : คือจริงๆ ตั้งแต่โควิดแรกๆ เลย ลูกชายเป็น และหลังจากนั้นก็เป็นอะไรที่กลัวแล้วก็ระแวง เซฟตัวเองมาตลอด 

พี่ก้อยระแวงขนาดไหน?
ก้อย : สมมติเซเว่นอยู่หน้าบ้าน ก็จะใส่หน้ากาก ใส่ Faceshield ใส่หมวก ใส่ทุกอย่างเดินออกไปข้างนอก แล้วต้องพกแอลกอฮอล์ตลอดเวลาคอยฉีด

ผลกระทบกับงานเป็นยังไงบ้าง เพราะทั้งคู่เล่นละคร และเป็นผู้จัด?
เปี๊ยก : จริงๆ ต้องขอบคุณโควิดที่ทำให้เมียเราระแวงโรคมากกว่าระแวงผัว พูดเล่นๆ หลายคนถามว่ากระทบไหม มันกระทบทุกอาชีพ ทุกคน นอกจากคนไม่เดือดร้อนอะไร แต่คนธรรมดาที่ทำมาหากิน ทำงานกระทบหมด ผมเชื่อไม่มีใครไม่กระทบ

เขามีวิธีจัดการเรื่องการเงินที่ดีมากๆ?
เปี๊ยก : เราพยายามประมาณตัวเอง สมัยก่อนก็มีการใช้เงินแบบทั่วๆ ไปที่เวลามีเงินเราก็ใช้ แต่พอเราผ่านวิกฤตหลายๆ เรื่อง แล้วคิดว่าจะทำอะไรสักอย่าง จริงๆ จุดประกายที่เราทำเนี่ย เริ่มที่เราทำงานที่ AIA ก่อนก็เลยรู้จักเก็บเงิน แล้วอีกอย่าง จิ๊ก เนาวรัตน์ ผมนั่งฟังเขา เขาเล่นละคร 1 เรื่อง เขาซื้อทอง 1 บาท ผมก็บอกก้อยมันเป็นวิธีการที่ดี ก็เลยทำบ้าง ซื้อเดือนละบาท บางเดือนก็ 2 บาท เพราะมีเงินปุ๊บเราก็จะใช้ๆ แต่มีทองราคาก็ขึ้นเรื่อยๆ แล้วบางทีเวลาจะขายก็อายเขา ทั้งๆ ที่เป็นทองของเรา ทำไมไม่ซื้อทองแท่ง สมัยก่อนไม่มีทองแท่ง ก็ซื้อเก็บไว้
ก้อย : อย่าถามพี่นะคะ บ้านนี้ผู้ชายเก็บเงิน

เราเป็นคนเก็บเงิน แต่ก็มีข่าวว่าเรานำทองที่เก็บออกมาด้วย?
เปี๊ยก : เราสองคนเป็นคนชอบเที่ยว ถามว่ามีทองกี่บาทก็ไม่มีใครรู้ พอจะใช้เงินก็คราวลูกจะไปเรียนเกาหลีก็เอาทองไปขาย เราซื้อตั้งแต่ราคา 4,800 บาท

เห็นบอกขายไป 20 กว่าเส้น?
เปี๊ยก : ไปเรื่อยๆ ครับ

เห็นบอกว่ามีความเข้มข้นในชีวิตคู่เยอะมาก ตอนนั้นย้อนไปกี่ปี?
ก้อย : พี่เป็นคนไม่จำตัวเลขเลย

รักกันมาทั้งหมด 37 ปี?
เปี๊ยก : ตั้งแต่ปี 29 ตอนนั้นเราไปเล่ยละครด้วยกัน ก็ได้เล่นกันทั้งคู่โดยที่ไม่รู้จักกันและมาเข้าฉากด้วยกัน ก็กลายเป็นนักแสดงหน้าใหม่ด้วยกันทั้งคู่ ได้นั่งคุยกันเยอะ
ก้อย : พี่เปี๊ยกห่างจากพี่ 9 ปี 

ณ ตอนนั้นพี่ก้อยมีคู่แฝด เจอพร้อมกันไหม?
เปี๊ยก : เขาไปด้วยกันตลอด

ทำไมถึงเลือกจีบพี่ก้อย?
เปี๊ยก : สมัยก่อนคล้ายกัน เราก็นั่งดู นิสัยสองคนไม่เหมือนกัน อย่างกล้วยก็จะมีความเป็นผู้หญิงเยอะกว่า
ก้อย : พี่กล้วยเขาทำกับข้าว ทำนู่ย ทำนี่ ช่างคุย แต่พี่ไม่เป็นแบบนั้น พี่ไม่ค่อยได้คุยเรื่องอย่างนั้น
เปี๊ยก : ก้อยความเป็นผู้ชายเยอะกว่า เราชอบไง เพราะเราเป็นคนช้า ก็เลยอยากได้ผู้หญิงที่แบบอะเลิร์ท

จีบยากไหม?
เปี๊ยก : สมัยนั้นถือว่ายากนะ เราก็พยายามรับ-ส่ง สมัยก่อน บ้านเราอยู่เกษตร บ้านเขาอยู่ท่าพระ

ตอนนั้นไม่มีใครเห็นด้วยให้พี่เปี๊ยกจีบพี่ก้อย?
เปี๊ยก : คือทางบ้านเขามากกว่า ทางบ้านเราแม่ก็เป็นคนแก่สมัยนู่น เรื่องการที่จะแต่งงานกับคนในวงการ เต้นกิน รำกินสมัยก่อน เขาไม่อยากให้เราทำงานอย่างนี้ วันนั้นผมจะไปเมืองนอก เขาอยากให้ไปเรียนมากกว่าที่จะมาคบกับศิลปิน
ก้อย : ครอบครัวพี่เปี๊ยกเป็นครอบครัวที่มมัยก่อนชอบข้าราชการ จบแล้วทีเกษียณ เงินทองมั่นคง อาชีพอย่างเราเข้ามาเขาจะมองว่าไม่มั่นคง เขาก็เลยอยากให้พี่เปี๊ยกหาคนอื่นดีไหม ในช่วงแรกๆ เข้าไป คือกล้วย ก้อย เวลาออกทีวี ผู้ใหญ่อาจจะมองเราว่าเราอาจจะเป็นผู้หญิงที่ขากลั่นเกินไป

แล้วในมุมพี่ก้อยมีใครมากระซิบบ้างไหม?
ก้อย : มีค่ะ เพราะชื่อพี่เปี๊ยกเขาจะดีมากทางผู้หญิง
เปี๊ยก : คนเขามองภายนอก ผมว่าเขาตัดสินคนผิด

ที่รู้จักพี่เปี๊ยก เขาอบอุ่น แฟมิลี่แมน ไม่เจ้าชู้?
ก้อย : ที่พี่คิดนะผู้ชายนิ่งๆ แบบนี้เวลาเขาไปไหน พวกเงียบมันได้ พี่เปี๊ยกก็จะเป็นคนประมาณอย่างนั้น

ตอนนั้นพี่ก้อยไม่ได้สนใจพี่เปี๊ยก ยิ่งจีบ ยิ่งเชิด?
ก้อย : จริง ขอเป็นแฟนตั้งหลายครั้งไม่โอเค ตอนมาจีบพี่บอกเลยของก้อยเป็นแบบนี้ ถ้าชอบก้อยก็ชอบไป ถ้าไม่ชอบก็ไม่เป็นไร ไปเลย เพราะว่าก้อยไม่เปลี่ยนแปลง

หรือพี่ก้อยเห็นอะหรบางอย่าง?
ก้อย : คือตอนที่จีบกันก้อยเด็กมากนะ ก้อยยังอายุ 20 นิดๆ แล้วยังเพิ่งเข้าวงการ ด้วยครอบครัวก้อย เป็นครอบครัวครู และทหาร ก็ไม่อยากมีชื่อว่าเข้ามาแล้วมีแฟนเลย เดี๋ยวคนจะมาเม้าท์ว่าคนนี้เล่นละครด้วยกันเดี๋ยวจะอะไรอย่างนี้ เราก็ไม่อยากมีแฟน

แต่สุดท้ายพี่ก้อยเองบอกว่าคุณเปี๊ยกแต่งงานกันไหม?
ก้อย : ตอนนั้นเรามีความรู้สึกว่าคนข้างนอกเริ่มรู้ข่าวว่าเราเป็นแฟนกัน มันก็จะมีประเด็นต่อไป สมัยก่อนคนโบราณ มันต้อง…
เปี๊ยก : ได้กันก่อนปล้ว
ก้อย : อะไรอย่างนี้ นั่นแหละ ก็กินข้าวกันแล้วแน่ๆ เลยเราก็ไม่อยาก เพราะเราเกรงใจคุณพ่อ คุณแม่ ก็เลยตัดสินใจแต่งงาน
เปี๊ยก : แต่จริงๆ ไปไหนไม่เคยไปกัน 2 คนเลยนะ มีครั้งเดียวตอนจีบ ไปดูหนังเรื่อง สองขวัญขยันหาเมีย คือเป็นการบอกว่าอยากมีเมีย
ก้อย : แล้วฉันจะเข้าใจไหม ฉันเปฌนเด็กสาวที่ต้องการอะไรที่มันโรแมนติก

ผู้หญิงขอ พี่เปี๊ยกก็แต่ง แต่พี่เปี๊ยกไม่มีเงินติดตัวเลย พี่ก้อยรู้เรื่องไหม?
ก้อย : มันอาจจะเป็นเพราะเหตุผลนี้เหมือนกัน เป็นผู้หญิงที่เกิดมาแล้วโบราณมากเลย ในความรู้สึกไม่เป็นไร เดี๋ยวเราไปกัดก้อนเกลือกินเอา แต่จริงๆ ตอนนั้นก็มีคนมาจีบเหมือนกันที่ดีกว่า แต่ก็ไม่ชอบให้คนดูถูกกันและกัน แล้วคนจะมองว่าพี่เปี๊ยกเนี่ยไปไม่รอดหรอก เลี้ยงไม่รอดหรอก แต่เรารู้สึกว่าไม่เป็นไรเราเลือกเขา ยอมที่จะกัดก้อนเกลือกินไปกับเขา
เปี๊ยก : ตอนนั้นก็ทำงาน เล่นละคร แล้วก็มาทำงานที่นิตยสาร แล้วก็เริ่มเก็บเงิน เพราะว่าเผื่อจะแต่งงานตอนนั้น แต่พอมีก้อนนึงก็มานั่งทำห้อง

เห็นว่าตอนแต่งไปยืมเงินคนอื่นมา?
เปี๊ยก : จริงๆ แล้ว ผมเป็นคนที่ทิฐินะ แม่ก็มีอยู่ แต่เราอยากรับผิดชอบตัวเอง เราก็เอาไงดี ต้องคุยกับก้อยเลย เพราะตอนนั้นไม่มี ทุกอย่างทำหมด ไปยืมเงิน ทุกอย่างได้เป็นก้อนหน่อย

งานมีแต่สินสอดอะยืม?
เปี๊ยก : ครับ

คุณพี่เปี๊ยกได้เล็งคุณแม่ยายไหมว่าแต่งแล้วเขาจะคืนให้เราไหม?
เปี๊ยก : ก็มีว่าจะคืนไหมวะ แต่แม่ก็คืน
ก้อย : คือจริงๆ ตัวพี่เปี๊ยกต้องใช้คำว่า นี่คือในอดีตที่ผ่านมาแล้วนะ เสเพล ไม่เก็บเงิน ไม่รู้แต่งงานกับเขาได้ไง ไม่เห็นมีอะไรดีสักอย่าง

พี่ก้อยก็รู้ทุกเรื่อง เรื่องไม่เก็บเงิน เจ้าชู้ แล้วเพราะอะไรตัดสินใจเลือกพี่เปี๊ยก?
ก้อย : สมัยก่อนเราก็ยังเด็กด้วย แต่ประเด็นแรกๆ ที่เรามองตอนนั้นอย่างนึงคือรัก แล้วประเด็นที่สอง เราไม่อยากให้ชื่อเสียง พ่อ แม่ หรือตระกูลเรา อย่างที่เล่าให้ฟังเราเป็นตระกูลเก่า โบราณ ไม่อยากให้คนมองว่า เราเป็นอะไรที่กินกันมาก่อน เราก็แต่งงานเลย

ความรักก็ทำให้สู้ได้ทุกอย่าง แต่เห็นว่าคลอดลูกคนแรกเงินจะเอาลูกออกจาก รพ.ไม่มี?
เปี๊ยก : ตอนนั้นก้อยก็ไม่รู้ เพราะว่าเวลาปกติจะไม่บอกเลยว่าเราเป็นยังไง ไม่อยากให้ทุกคนรู้สึกอึดอัด แม่ก็ถามว่าเข้า รพ.มีอะไรไหม เราก็บอกว่า แม่ไม่ต้องห่วง ตอนไปคลอดก็ไม่รู้ว่าลูกจะออกด้วยนะ ไปเดินๆ อยู่ก้อยเขาบอกว่าเป็นไรน้ำมันไหล
ก้อย : หมอบอกให้คลอดได้แล้ว เพราะว่าน้ำเดินหมดแล้ว แต่ก็คลอดก่อนกำหนดนิดเดียว แต่จริงๆ ก็หาหมอตามปกติ เสร็จแล้วน้ำเดินออกหมดตัวแล้ว จะแห้งแล้ว หมอก็เลยให้ผ่าตัด
เปี๊ยก : ทีนี้ลูกเราตัวเหลืองก็ต้องเข้าตู้อบหลายวัน แล้วก็นอน รพ.จริงๆ มันก็หมื่นกว่าบาทมั้ง

สุดท้ายแก้ไขปัญหาตรงนี้ยังไง?
เปี๊ยก : ตอนก่อนทำงาน มีลูกน้อง ถามว่าทำไมไม่พาก้อยออกจาก รพ.เราก็บอกไม่มีเงินรอสักพักก่อน มันก็เลยรวบรวมเงินกันมา

มีน้อยใจบ้างไหม?
ก้อย : ความรู้สึกเราเลือกผู้ชายคนนี้เราต้องเข้าใจเขา ก็เป็นเรื่องของเขาที่เขาต้องจัดการ ไม่ใช่เรื่องของก้อย ก้อยก็จะออกเมื่อไหร่ก็แล้วแต่ ก็ตามสภาพ

แล้มมีที่พี่เขาจัดการไม่ได้ แล้วพี่ก้อยต้องจัดการเองมีไหม?
ก้อย : ในชีวิตก็คงมีบ้าง

เรื่องผู้หญิงจัดระเบียบแทบไม่ลงล็อก?
ก้อย : จริงๆ ไม่ใช่ลูกคลอดได้แป๊บเดียว แต่งงานได้ 2 วันก็ขอไปเที่ยว

เที่ยวเลาจน์ทุกคืนจริงไหม?
เปี๊ยก : ก็จริง เราก็บอกก้อย พี่อะไม่ใช่ว่าแต่งงานแล้วหยุดเลยนะ พี่ก็มีเพื่อนที่จะต้องไปก็แต่งงานได้ 2 วัน ออกไปก็นั่งคุยกันว่าเราต้องมีกติกา ก้อยเขาบอกว่าอะไรก็ได้ 1.ต้องกลับบ้านก่อนแม่จะออกไปทำงาน 2.ห้ามยุ่งกับคนในวงการ 3.ห้ามเลี้ยงดู

พี่เปี๊ยกฝ่าฝืนกฎทั้งหมดเลย?
ก้อย : ห้ามกลับบ้านก่อนแม่ตื่นคือไม่กลับเลยนะบางทีอะ  แฃ้วในวงการพวกเราไปไหน เจอกันก็คุย เม้าท์กัน คือถ้าคนในวงการใครก็ได้ที่ไม่ใช่นักแสดง เดี๋ยวมันก็หลุดกันเอง สมัยก่อนไม่มีโซเชียลเยอะ แต่มันประหลาดเนอะคนเป็นเมียเนี่ย ยังไงก็รู้

พี่เปี๊ยกหายไป 2 ปี?
เปี๊ยก : แป๊บเดียว 2 ปีเอง
ก้อย : ที่บอกว่าไปท่องยุโรป
เปี๊ยก : พี่ไปเที่ยวเมืองนอกมา

แล้วตอนนั้นพี่บอกพี่ก้อยว่าไง อยู่ๆ พี่หายไปเลย?
เปี๊ยก : ไม่ได้บอกอะไร ก็ออกเลย ไม่บอกสักคำ
ก้อย : ไปเลย ตามตัวก็ไม่ได้ ก็ไม่กลับแล้ว แสดงว่าเราต้องทำใจแล้ว อ่อ…เป็นเพราะว่าพี่ถามเขาด้วยว่า ถึงจุดแล้ว ถ้าเราจะอยู่กันอย่างนี้ เราคงไม่รักกันไปกว่านี้แล้วนะ เพราะมันมีปัญหามาตลอด พี่ต้องเลือกแล้ว เพราะถ้าสมมติว่าเราทะเลาะกันแล้วเจอหน้ากันอีกไม่ได้แล้ว แล้วที่พูดไปก็คิดว่าเขาเลือกเรา พอเช้ามาเขาไปเลย

แล้วตอนนั้นรู้สึกยังไง?
ก้อย : ตอนนั้นมันเจ็บมากแล้ว มันไม่ไหว ถึงเวลาเราโทรม เราก็อยากให้เขาเลือกเรา แต่เขาเลือกอย่างนั้นเราก็เลยพูดไม่ออก ก็ตามอยู่ 2-3 วัน แล้วก็ประมาณ 2 เดือน เริ่มกลับมาดูแลตัวเอง อะไรจะเกิดมันก็ต้องเกิด

พี่เปี๊ยกไป 2 ปีความรู้สึกเป็นยังไงบ้าง?
เปี๊ยก : แรกๆ ประมาณสักเดือนนึงมันไม่รู้สึกอะไรมาก มันยังเพลิดเพลินกับชีวิตอยู่ แต่หลังจากนั้นเราเริ่มรู้สึกทีละนิด ทีละหน่อย เนื่องจากว่าหลายๆ เรื่อง มีทั้งเรื่องที่หึงหรือว่าอะไร
ก้อย : ทีนี้พอออกจากบ้านไปแน่นอนต้องมีอีกฝั่งนึง

อีกฝั่งนึงก็หึงพอสมควร มีรถรับ-ส่ง ทำให้รู้สึกอึดอัด?
เปี๊ยก : ทำให้รู้สึกว่าอยู่กับเมียกํไม่เป็นอย่างนี้เลยนะ แล้วเวลาไปไหน เราเริ่มรู้สึกอึดอัดมากขึ้น

เห็นบอกว่าอยากไปเจอลูกเขาก็ไม่ให้ไป?
เปี๊ยก : มันมีปัญหาตอนแรก กับก้อยไม่เป็นไร แต่พอกับลูกปุ๊บ เราเคยบอกแล้วว่าเราขอไปหาลูก แต่มันก็เริ่มมีอะไรบางอย่าง เราก็เริ่มรู้สึกไม่ค่อยดี ก้อยบอกว่าถ้ามาหาลูก อย่ามาหาเลย เพราะลูกรอทุกเที่ยงเลย
ก้อย : มันจะรู้สึกกดดัน เพราะเขาไม่ได้มาหาที่บ้าน เขาไปหาที่โรงเรียน พอเที่ยงลูกก็รอ เราไม่ได้สร้างปมให้ลูกเลย เราบอกลูกว่าพ่อไปทำงาน เราก็บอกว่าเราบอกอย่างนี้ อย่าไปตรงนั้นได้ไหม เพราะว่าเดี๋ยวลูกจะมีปม

พี่ก้อยคิดไหมว่าสักวันพี่เขาจะกลับมา?
ก้อย : ก้อยถามตัวเองว่าเขาทำอย่างนี้ทำไมเขาไม่เลิกกับก้อย เขาจะห่วงกางทำไม แล้วเชื่อไหมพี่ไปเที่ยวเขาก็จ้างคนไปตามพี่
เปี๊ยก : จริงๆ ผมให้เด็กที่เป็นลูกน้องขี่มอเตอร์ไซค?ตามทุกที่ที่เขาไป
ก้อย : จนเราก็มาถามตัวเองว่าจะยังไงต่อ ทีนี้ก็เป็นช่วงที่ได้กลับมาเจอกันบ้างแล้ว แล้วมีคนอื่นมาจีบเรา เราก็มาถามตัวเอง แล้วถามว่าถ้าจะเลือกใครสักคน จริงๆ แล้วมีปัญหาทุกคน เราก็จะกลับไปปัญหาเก่าก็อาจจะดีกว่า แล้วเขาเป็นพ่อของลูกด้วย

จริงๆ แล้วปัจจัยที่เกิดเหตุการณ์นี้ คำว่าเบื่อ เกี่ยวข้องไหม?
เปี๊ยก : ไม่เรียกเบื่อนะสำหรับผม แต่ว่ามันอาจจะเป็นอารมณ์มากกว่า จะว่าผู้ชาย สันดานสำหรับผม แล้วผมก็บอกกับทุกคนว่าจริงๆ ทำแบบนี้ไม่มีความสุขเลย มีแต่ความทุกข์  จะไปไหนทีก็ต้องระวัง แล้วบิ่งเราอยู่ในวงการ ไปไหน ทำอะไร แล้วเครียดเคยคิดฆ่าตัวตาย คิดหลายๆ เรื่อง รู้เลยว่าเครียดมาก เครียดทุกวันก่อนที่จะกลับมา

อีกคนนึงเขาดูแลดีไหม?
เปี๊ยก : ก็โอเคนะครับ ไปไหนไปด้วย ติดตัวตลอด
ก้อย : จริงๆ ของคู่พี่ พี่ไม่ทำตัวอย่างนั้นเลย พี่ไม่ขี้หึง พี่ไม่จุกจิก พี่ไม่อะไรเลย พี่เปี๊ยกเขายอมรับเองว่ามันเป็นสันดานเขา เขาเป็นคนที่มีใครมาหยามเขาไม่ได้
เปี๊ยก : กลัวเมียเหรอ

ถ้าเป็นทุกวันนี้มีคนมาหยามแบบนี้?
เปี๊ยก : บอกเลยว่ากลัว ไม่กลับไปแบบเดิมอีก พอถึงจุดจุดนึงเราจะรู้ไง

เห็นบอกว่าหลังกลับมาจากรอบ 2 ปีแล้วก็กิ๊กกับนักร้องอีก?
เปี๊ยก : มันก็มีบ้าง แต่ก็นานแล้ว

แล้วทำไมวันนึงกลับมาอยู่กับพี่ก้อย?
เปี๊ยก : ด้วยความที่ลูก เราเริ่มรู้สึกว่าเราทำอะไรอยู่ ลูกก็รออยู่ ก้อยก็พูดจะกลับมาไหมวันเกิด วันเกิดผมวันที่ 5 ถ้าไม่กลับก็ไม่ต้องกลับ

อะไรที่ทำให้พี่ก้อยรอ ทั้งที่ในมุมของผู้หญิงก็ถูกกระทำตลอดเวลา?
ก้อย : จริงๆ ช่วงนั้นไม่ได้เรียกว่ารอแล้วนะ พี่ตามเขามาหย่าด้วยซ้ำ แล้วเขาก็ไม่มา อย่างที่บอกว่าถ้านั่งนึกชีวิตถ้าต้องเริ่มต้นใหม่ พี่เชื่อว่าคู่ทุกคู่มันก็มีปัญหาอีก อันนี้เป็นปัญหาที่เราเรียนรู้ ผ่านมาแล้ว เขาเป็นพ่อของลูก ถ้าไปอยู่กับคนใหม่มันก็เป็นปัญหาใหม่ เหนื่อย
เปี๊ยก : คิดว่าตัวเองโชคดีที่ลูกมันดึงเรา ถ้าไม่มีลูก ถามว่าเป็นไงก็ตอบไม่ได้ แต่เราก็หลงระเริงไปแล้ว แต่ลูกมันทำให้เราคิดเรื่องนี้เยอะมากเลย

คุณพี่เปี๊ยกมีหลายตำนาน ทำให้คนค้นอักษรย่อของนางเอกเยอะที่สุดจนมาถึงทุกวันนี้?
เปี๊ยก : ใช่ ตอนนั้นเราก็มีอักษรย่อ ชื่อจริง ส. ชื่อเล่น ป.

แล้วคนในวงการบันเทิงที่ไปยุ่งด้วยเขารู้ไหมว่าพี่มีเมียแล้ว?
เปี๊ยก : รู้หมดทุกคนแหละ

พี่ก้อยทำยังไงพอมันอยู่ในวงเดียวกัน?
ก้อย : ของอย่างนี้ต้องตบมือ 2 ข้าง กับสิ่งนึง ถ้าเรารับรู้เท่ากับเรายอมรับ ก็ไม่รับรู้อะไรทั้งนั้น

แอบรู้มาว่ามีสาวไลน์มาจีบ ชวนไปกินข้าว?
เปี๊ยก : เรื่องนี้มันก็ไม่ใช่สมัยนี้หลายปีมาแล้ว 8-9 ปีแล้วเรื่องนี้ เขาก็นัดไป ก็ไปดิ ไปกินข้าว

พอเขาบอกไปโรงแรมไหม ตอบว่าไง?
เปี๊ยก : เขาไม่ได้เชิญอย่างนั้น เขาบอกอาเข้าไปอะไรไหม ตอนนั้นกำลังดังเรื่องเก็บแต้มหรือเปล่าไม่รู้

แล้วสรุปไปไหม?
เปี๊ยก : ไม่ได้ไป คือเขาอายุน้อยกว่าลูก
ก้อย : พี่เป็นคนไปส่งเขาที่เลาจน์

ทำไมพี่ถึงยอม?
ก้อย : คนนะถ้ามันจะทำซะอย่าง ห้ามยังไงมันก็ทำ
เปี๊ยก : มันก็ทำให้เราเกรงใจนะ

พี่ใช้วิธียังไงที่อดทนมาได้ถึงทุกวันนี้ ถ้าพูดชัดๆ พี่ปราบเสือยังไง?
เปี๊ยก : ขอขอบคุณหน่อย เขาดี เพราะเขามีรอบข้าง มีเพื่อน มีพี่ ที่ทุกวันนี้เรารู้สึกว่าต้องขอบคุณพี่แล้วก็เพื่อน 3-4 คน
ก้อย : ก็อยู่ในกลุ่มเพื่อน แล้วเพื่อนจะไม่เคยพูดถึงเรื่องที่เรามีปัญหา เพื่อนก็พาเราไปนู่น นี่นั่น

เสืออย่างพี่เปี๊ยก ทำไมอยู่ๆ กลายมาเป็นทาสเมีย?
เปี๊ยก : ต้องยอมรับนะเรากลับมาเราคิดเยอะมาก แล้วก็ในความดีของเขาต้องยอมรับนะ เขาไม่เคยประพฤติอะไรเลย แล้วก็ดูแลลูก จนกระทั่งเรารู้สึกว่ามันเป็นความผิดที่เราต้องชดใช้ ผมก็บอกเขาเรื่อยนะพี่กลับมาพี่จะชดใช้ในสิ่งที่พี่ทำ

พี่ก้อยบอกว่ากลับมามันคุ้มมาก?
ก้อย : คือกลับมาดูแลดีมาก ทำอะไรก็ตามใจ เพราะพี่ก็เป็นสังคมขี้เมา คือไม่ใช่ขี้เมา แต่เป็นคนชอบปาร์ตี้ พี่เปี๊ยกก็ต้องอยู่กับเราให้ได้ อยู่กับเพื่อนทุกคนให้ได้

พระเอกเบอร์ต้นๆ ของวงการตามจีบลูกสาวจริงหรือไม่?
เปี๊ยก : ไม่จริงหรอกครับ ผมว่าเขาเป็นพี่น้องกัน แล้วเป็นคอเกาหลีด้วยกัน

แล้วถ้าติดจริงๆ ล่ะ?
เปี๊ยก : เดี๋ยวนี้ไม่ได้หวงแล้วครับ ใครอยากจะจีบก็จีบไปเถอะ เชิญมาจีบเลย

สมมติพระเอกเบอร์ต้นๆ บอกโอเคจีบ คุณพ่ออนุญาตแล้ว?
เปี๊ยก : ครับ

ติดตามชมรายการ “คุยแซ่บShow”  ทุกวันจันทร์-วันศุกร์  เวลา13.40-14.40 น. ทางช่อง one31 Facebook Page : คุยแซ่บShow รับชมย้อนหลังได้ที่ Youtube Channel : Orange Mama

.-011

‘แม่แบมแบม’โพสต์ถึง’มดดำ’ บอกแม่ร้องไห้จริงแต่ไม่ได้โกรธ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/602146

'แม่แบมแบม'โพสต์ถึง'มดดำ' บอกแม่ร้องไห้จริงแต่ไม่ได้โกรธ

วันอังคาร ที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2564, 17.58 น.

14 ก.ย.64 หลังจากประเด็นดราม่าที่ร้อนแรงในทวิตเตอร์มากๆ กระทั่งแฮชแท็ก #แบนมดดำ ขึ้นเทรนด์ทวิตเตอร์ติดต่อกัน 3 วันเลยทีเดียว สืบเนื่องจากที่ มดดำ คชาภา ได้พูดใน รายการแฉ ทางช่อง GMM 25 ในเชิงลักษณะเปรียบเทียบศิลปิน นิชคุณ และ แบมแบม กับ ลิซ่า BLACKPINK จนทำให้เกิดกระแสไม่พอใจ

กระทั่งวานนี้ (13 ก.ย.) มดดำ ได้กล่าวคำขอโทษอย่างเป็นทางไปถึง แบมแบม ครอบครัวของแบมแบม และ นิชคุณ ครอบครัวของนิชคุณ ตลอดจนแฟนคลับของทั้งสองศิลปิน ผ่าน รายการแฉ โดย มดดำ ได้เริ่มต้นถึงช่วงระยะเวลาที่เกิดเรื่องในช่วงวันเสาร์-อาทิตย์ ได้ทบทวนตัวเองมาตลอด พร้อมกับบอกว่าเป็นสองวันที่เหมือนร้อยวัน ต่อจากนี้จะปรับปรุงตัว และให้การกระทำเป็นบทพิสูจน์ต่อจากนี้ พร้อมปรับเปลี่ยนเป็นคนใหม่ 

ล่าสุด คุณแม่ของแบมแบม ได้โพสต์ข้อความผ่านไอจีโดยบอกว่า มดดำ อย่าได้กังวลทำหน้าที่ของตัวเองต่อไป จะคอยติดตามอยู่เสมอ

“ไม่พูดอะไรเลย แม่เองก็ไม่สบายใจเช่นกัน แม่ขอขอบพระคุณทั้งคุณหนุ่ม และคุณมดดำ และขอเรียนให้ทราบด้วยใจจริงว่า แม่และน้องๆ ไม่ได้วิตกหรือโกรธเคืองกับเรื่องนี้มากมายตามสื่อบางที่เสนอข่าว โดยเฉพาะคุณมดดำ ขอได้อย่ากังวล และทำหน้าที่ของตนเองต่อไปด้วยความสบายใจ พวกเราฟังคุณมดดำ และถือว่าเป็นแฟนคลับด้วยซ้ำเพราะเราฟังคุณเล่าข่าวตั้งแต่รายการแฉแต่เช้ากับคุณกฤษณ์ ศรีภูมิเศรษฐ์ (เขียนถูกมั้ยคะ) ตั้งแต่เด็กๆ ยังเล็กกันเพราะช่วงแม่ขับรถส่งลูกๆ ตามโรงเรียนก็จะฟังรายการนี้ตลอดทุกวัน”

“จนทุกวันนี้ก็ยังดูรายการข่าวใส่ไข่ เรียกได้ว่าเกือบทุกวันเลย โหนกระแสของคุณหนุ่มแม่ก็ดูทุกวันนะคะ ปรบมือให้และปวดหัวแทนคุณหนุ่มอยู่ประจำๆ ฉะนั้นไม่ใช่ว่า พวกเราจะไม่รู้จักคุณมดดำเลย แม่ขอใช้คำโบราณนะคะที่เค้าพูดกันคือ คุณมดดำเป็นคนที่เรียกว่า ปากร้ายแต่ใจดี (ขอโทษนะคะตามสำนวนค่ะ) อีกอย่างแม่จะสอนเด็กๆ เสมออยู่แล้วว่า เราไม่ต้องไปแข่งกับใคร ขอแค่ให้รู้ว่า ตัวเองกำลังทำอะไรอยู่ และทำให้ดีที่สุดเท่านั้นพอ”

“สิ่งสำคัญที่สุดที่จะทำให้คนรักเรา เอ็นดูเรา คือการไม่ลืมตัว ฉะนั้นเด็กๆ เข้าใจดี ถามว่า แม่ร้องไห้จริงมั้ย ขอตอบว่าจริง แต่ด้วยความที่เราผ่านอะไรกันมามาก แม่จะเป็นคนที่อ่อนไหวกับเรื่องลูกๆ มาก ไม่ว่าลูกจะดีใจก็ร้องไห้ ลูกเสียใจก็ร้องไห้ ร้องไห้เก่งมากค่ะ ครั้งนี้ที่ร้องไห้ ยอมรับว่า ค่อนข้างเป็นห่วงความรู้สึกลูก เพราะเกือบ 2 ปีกับเรื่องโควิด ทำให้เราไม่ได้พบกันเลย และ 2 ปีนี้ เป็นช่วงที่ลูกต้องกังวลตามลำพังคนเดียว ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการย้ายค่าย การต้องทำงานกับคนใหม่ๆ ที่ไม่คุ้นเคย การต้องทำงานเพียงคนเดียวจากที่มีพี่ๆ อีก 6 คนทำด้วยกัน”

“การต้องพยายามทำงานเดี่ยวของตัวเองให้ออกมาเป็นที่ยอมรับของแฟนๆ ให้ได้ ทั้งเรื่องการแต่งเพลง และการร้องเพลงที่คนค่อนข้างจับตามองมาก แม่เลยค่อนข้างกังวลกับความรู้สึกของแบมมากกว่าเดิมค่อนข้างมาก มิได้มีจุดประสงค์ที่จะก่อดราม่าอะไรทั้งสิ้น ลูกๆ เห็นก็อาจจะเป็นห่วงแม่มากไปหน่อยเช่นกัน”

“ท้ายนี้แม่ดีใจที่ได้อธิบายให้คุณมดดำฟังเช่นกัน และอยากบอกจริงๆ ว่าอย่ากังวลมากไปจนทำงานไม่เป็นตัวของตัวเอง จะยังคงติดตามฟังคุณมดดำเล่าข่าวต่อไปนะคะ และที่ชอบที่สุด ชอบฟังคุณมดดำเล่าเรื่องผี สิ่งลี้ลับต่างๆ มากๆ ค่ะ อีกเรื่องที่ลืมบอกไม่ได้เลยคือ ขอให้คุณมดดำเข้าใจแฟนคลับของแบมค่ะ เพราะจริงๆ ส่วนใหญ่รักแบมเหมือนลูก จึงคอยปกป้องแบมอยู่เสมอ พวกเค้าเรียกตัวเองว่า แม่ทิพย์ ปัจจุบัน คุณแม่ทิพย์นี้ คอยเลี้ยงดู และดูแลแบมแบม มากกว่าแม่จริง พวกเค้าจึงหวง และห่วงแบมมากๆ ค่ะ เข้าใจแม่ๆ ด้วยนะคะ”

‘เคียร่า-ฌานิศา’กว่าจะมาเป็น ‘i’ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/602040

'เคียร่า-ฌานิศา'กว่าจะมาเป็น 'i'

วันอังคาร ที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2564, 14.21 น.

เปิดตัวไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วสำหรับมิวสิควิดีโอล่าสุด “I” (ไอ)  ผลงานซิงเกิ้ลเพลงสากล เพลงแรกในขีวิต ของสาวน้อยมากความสามารถ  KIERA SELBE“เคียร่า-ฌานิศา” ซึ่งเป็นผลงานเพลง ที่เธอแต่งเอง ร้องเอง ครั้งแรกในชีวิต

สำหรับเพลง“I” (ไอ)  ได้รับการตอบรับจากแฟนๆ อย่างดีเยี่ยม เป็นที่น่าพอใจ ทั้งในไทยและต่างประเทศหลังจากออนไลน์ไปแล้วกับMV เพลง “I” (ไอ) ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย เพราะอย่างที่ทราบกันว่า ในสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส โควิด-19ในปัจจุบัน ทำให้การถ่ายทำเป็นไปด้วยความยากลำบาก ทั้งการจำกัดทีมงาน และต้องตรวจเชื้อโควิด-19ตามมาตรการรัฐทุกคน และต้องทำงานภายใต้ “แมส” หน้ากากอนามัย อีกด้วย

แถมยังต้องทำงานแข่งกับเวลา เพราะอยู่ภายใต้ช่วงเวลาเคอร์ฟิว อีกต่างหากงานนี้“น้องเคียร่า”ทั้งร้อง ทั้งเต้น ทั้งเล่น เปียนโน ต้องเปียกน้ำซ้ำแล้วซ้ำเล่า เรียกว่ากลายเป็นเรื่องยากลำบากไปเสียทุกอย่าง สร้างแรงกดดันให้กับ “สาวน้อยเคียร่า”ที่ต้องผจญ อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ในความพยายามสร้างสรรค์ผลงาน ให้ออกมาได้คุณภาพ ให้แฟนๆ ได้ชมกันให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ แถมเป็นครั้งแรก ของสาวเจ้าอีกต่างหาก

ฝากเป็นกำลังใจให้กับสาวน้อยKIERA SELBE “เคียร่า-ฌานิศา” กับปณิธานอันมุ่งมั่นของเธอ บนเส้นทางระดับอินเตอร์ กับผลงานชิ้นแรก “I” (ไอ)   ผ่านทาง https://www.youtube.com/watch?v=6vaGBfyIrhs

ติดตามKIERA SELBE “เคียร่า-ฌานิศา” ได้ทาง

Youtube               :               KIERA SELBE

Facebook            :               Kiera Selbe

Instagram            :               kieraselbe

Tiktok                    :               kieraselbe383

014

พีพีทีวีร่วมรำลึกการจากไปของ ‘ทมยันตี’ผ่านภาพยนตร์ ‘คู่กรรม’อันเลื่องชื่อครบทุกเวอร์ชัน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/602022

พีพีทีวีร่วมรำลึกการจากไปของ 'ทมยันตี'ผ่านภาพยนตร์ 'คู่กรรม'อันเลื่องชื่อครบทุกเวอร์ชัน

วันอังคาร ที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2564, 13.53 น.

วงการบันเทิงสูญเสียครั้งใหญ่ เมื่อนักประพันธ์ชื่อดังและศิลปินแห่งชาติสาขาวรรณศิลป์ ปี 2555คุณหญิงวิมล ศิริไพบูลย์ หรือ เจียมเจริญ เจ้าของนามปากกา “ทมยันตี” จากไปอย่างสงบโดยได้ทิ้งผลงานบทประพันธ์อมตะไว้มากมายหลายเรื่อง หนึ่งในนั้นคือ นวนิยายอันเลื่องชื่อที่ครองใจแฟน ๆ มาทุกยุคทุกสมัยอย่าง เรื่อง“คู่กรรม”ซึ่งถูกหยิบมาผลิตเป็นภาพยนตร์ไทยหลายเวอร์ชัน ซึ่งเป็นช่วงเวลาเดียวกันกับที่ทาง พีพีทีวี ช่อง 36 ได้หยิบผลงาน “คู่กรรม”มาออกอากาศให้ได้ชมกับแบบครบทุกเวอร์ชันในเดือนกันยายนนี้ อีกทั้งเพื่อเป็นการร่วมรำลึกต่อการจากไปของ “ทมยันตี” ให้คอหนังได้รับชมตั้งแต่ผลงานเวอร์ชัน ปี 2538 นำแสดงโดย ธงไชย แมคอินไตย์ และ อาภาศิริ นิติพนโดยเตรียมออกอากาศให้ได้ชมกัน ในวันอังคารที่ 21 ก.ย. และ “คู่กรรม” เวอร์ชันปี 2556 นำโดย ณเดชน์ คูกิมิยะ และ อรเณศ ดีคาบาเลสจะลงจอวันอังคารที่ 28 ก.ย.นี้ในช่วง “หนังดังยามบ่าย”

“คู่กรรม” เป็นเรื่องราวเกิดขึ้นเมื่อนายช่างใหญ่ประจำอู่เรือของทหารญี่ปุ่น โกโบริ ที่มาตั้งรกรากริมคลองบางกอกน้อย ใกล้ ๆ กับบ้านของ อังศุมาลิน สาวไทยที่อาศัยอยู่กับแม่และยาย ท่ามกลางความวุ่นวายของสงคราม อังศุมาลินที่มีอคติกับทหารญี่ปุ่นอยู่แล้ว ก็พลอยไม่ชอบหน้าโกโบริเท่าไหร่นัก ซึ่งต่างจากฝ่ายชายที่มีใจให้กับฝ่ายหญิงตั้งแต่แรกเจอ เมื่อทั้งคู่ต้องแต่งงานกันด้วยเหตุผลทางการเมือง ความใกล้ชิดและรักแท้จากโกโบริ เริ่มทำให้อังศุมาลินหวั่นไหว และมีใจให้โกโบริ

มาร่วมรำลึกผลงานของ “ทมยันตี” เจ้าของบทประพันธ์ชื่อดัง ผ่านผลงานภาพยนตร์เรื่อง“คู่กรรม” ไปพร้อมกันในช่วง “หนังดังยามบ่าย” วันอังคารที่ 21 ก.ย. นี้ และวันอังคารที่ 28 ก.ย. นี้ เวลา 14.35 น. เป็นต้นไป ทางพีพีทีวี ช่อง 36

‘เคน ธีรเดช’ ขอใส่ชุดเอี๊ยม โพสต์รูปลงอินสตาแกรม #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/602019

‘เคน ธีรเดช’ ขอใส่ชุดเอี๊ยม โพสต์รูปลงอินสตาแกรม

วันอังคาร ที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2564, 13.50 น.

หลังจากสองสาวจากแก๊งเฟอร์บี้อย่าง “เต้ย จรินทร์พร จุนเกียรติ” และ “มิ้นต์ ชาลิดา วิจิตรวงศ์ทอง” Cover แต่งตัวเป็น “ปุ้ม” หรือ “มิว นิษฐา จิรยั่งยืน” จากละครเรื่อง “ดวงตาที่ 3” จนกลายเป็นกระแสมีหลายคนในวงการและแฟนคลับต่างเข้ามาคอมเม้นต์รัวๆ

ล่าสุดถึงคิว “คุณพ่อเคน ธีรเดช” ขอใส่ชุดเอี๊ยม โพสต์รูปลงอินสตาแกรม kun_Jun  พร้อมขอความ “#โคฟปุ้มอีก1พ่อข้อท้าชิงความปุ้ม ความอื่นพ่อไม่สู้ แต่ความเอี๊ยมพ่อยอมไม่ได้” ทำเอาบรรดาแฟนคลับและคนในวงการต่างเข้าไปกดไลค์และแสดงความคิดเห็นกันคึกคัก เรียกว่าเป็นทุกอย่างให้เธอแล้วจริงๆ ละครศรีภรรยา “หน่อย บุษกร” เป็นผู้จัดฯ ทั้งที  ไม่ช่วยโปรโมทได้ยังไง…ว่ามั้ยคุณพ่อ

ส่วนจะมีอะไรเชอร์ไพรส์อีกหรือเปล่าต้องรอลุ้นกัน ส่วนใครแฟนละครสามารถติดตามชม “ดวงตาที่ 3” ออกอากาศทุกวันจันทร์-อังคาร เวลา 20.30 น. ทางช่อง 3 กด 33 ติดตามชมความสนุกเพิ่มเติมได้ทาง CH3Plus ทั้งแฟนเพจและแอปพลิเคชั่น

014

ส่อง ‘ลิซ่า แบล็คพิ้งค์’ ใส่ชุด ‘แลนด์มี่’ สัมภาษณ์เป็นทางการในเมืองไทย #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/601768

ส่อง ‘ลิซ่า แบล็คพิ้งค์’ ใส่ชุด ‘แลนด์มี่’ สัมภาษณ์เป็นทางการในเมืองไทย

วันจันทร์ ที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2564, 14.17 น.

ซัพพอร์ตไอดอลสาว ลิซ่า BLACKPINK กันอย่างต่อเนื่อง หลังปล่อย MV เพลง “LALISA” ซิงเกิ้ลอัลบั้มเดี่ยวครั้งแรก  ในชีวิตของ ลิซ่า-ลลิษา มโนบาล ที่สร้างเสียงฮือฮาในโลกโซเชี่ยลจนทุบสถิติมียอดวิวของมิวสิกวิดีโอทะลุ 70 ล้านวิวภายใน 24 ชั่วโมง ล่าสุดยังมีเซอร์ไพรส์มาฝากบลิงค์ชาวไทยให้ได้ฟินกับการสัมภาษณ์พิเศษครั้งแรกในประเทศไทย ผ่านทางรายการ Woody Show วันเสาร์ที่ 11 กันยายน 2564 เวลา 17.00 น. ทางช่อง 7HD

ซึ่งนอกจากเสียงร้องและลีลาท่าเต้นแล้วใน MV แล้ว สิ่งที่แฟนๆ จับตามองก็คือการแต่งตัว ซึ่งตลอดทั้งรายการ สาวลิซ่าเลือกปรากฏตัวในโททัลลุคจากแบรนด์ไทยดีไซเนอร์อย่าง Landmeé (แลนด์มี่) จากคอลเลกชั่น Spring-Summer 2021 ที่มีชื่อคอลเลกชั่นน่ารักน่าหยิกว่า Will you Landmeé? ที่ตั้งใจถ่ายทอดความรู้สึกของความรักในรูปแบบเสื้อผ้าที่จะทำให้สาวๆ รู้สึกใจเต้นแรงราวกับว่ากำลังตกหลุมรัก บอกเล่าด้วยการดึงสัญลักษณ์ต่างๆ จากการ์ดและผ้าเช็ดหน้าวินเทจมาปรับให้เปรี้ยวซ่าตามแบบฉบับของแลนด์มี่ งานนี้เราเลยได้เห็นสาวลิซ่าสไตลิ่งลุคนี้ของตัวเองออกมาได้แบบสมาร์ทและสวยงาม ในชุดสูทสีน้ำตาลที่มีกิมมิคเล็กๆ แต่ง Pocket Square ชิ้นเล็กๆ สีฟ้าสอดไว้บนตัวสูท แมตช์เข้ากับเสื้อครอปลูกไม้สีฟ้าด้านใน เมื่อความลูกไม้ที่เป็นซิกเนอเจอร์ของแบรนด์ตัดสลับกับผ้าสูทที่ทั้งทรงและสีก็คือสวยดีงาม เรียกได้ว่ามองเพลินๆ ไม่เบื่อเลยแหละ

ตามไปช้อปลุคแบบสาวลิซ่ากันได้ที่แลนด์มี่ แฟล็กชิป สโตร์ ชั้น 2 ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เอ็มบาสซี หรือแคปหน้าจอ  มือถือแล้วสั่งช้อปออนไลน์ผ่านทาง Line Official: @landmee ได้เลย คลิกดูรายละเอียดเพิ่มเติมทาง Instagram : @landmee_official

014