3 ปีผ่านไป…กับการป้องกันโควิด-19

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/704578

3 ปีผ่านไป...กับการป้องกันโควิด-19

3 ปีผ่านไป…กับการป้องกันโควิด-19

วันอังคาร ที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ผ่านไปอย่างรวดเร็วตั้งแต่มีการระบาดครั้งแรกของโควิด-19 ตั้งแต่ปลายปีพ.ศ. 2562 และมีการประกาศให้เป็นโรคระบาดไปทั่วโลกเมื่อเดือนมีนาคม พ.ศ. 2563 จนถึงเวลานี้นับเป็นเวลาประมาณ 3 ปี ได้มีองค์ความรู้ใหม่เกิดขึ้นอย่างมากมาย ตัวอย่างเช่น ในช่วงแรกยังไม่ทราบว่าเกิดจากการติดเชื้ออะไร ต่อมาทราบว่าเป็นไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 และมีการกลายพันธุ์เป็นสายพันธุ์ย่อยมากมาย ทำให้อาการและอาการแสดงเปลี่ยนไปจากที่เคยรุนแรงทำให้เกิดปอดอักเสบและเสียชีวิตจนตอนนี้เป็นเพียงการติดเชื้อของทางเดินหายใจส่วนบนที่มีอาการคล้ายไข้หวัดในคนส่วนใหญ่ ต่อจากนั้นก็ได้มีการพัฒนาวัคซีนสำหรับป้องกัน ซึ่งถือได้ว่าเป็นการพัฒนาวัคซีนที่รวดเร็วมาก เพราะโดยปกติแล้วกว่าที่จะพัฒนาวัคซีนเพื่อป้องกันโรคใดโรคหนึ่งจะใช้เวลาหลายปี วัคซีนป้องกันโควิด-19 ที่ฉีดให้กับประชาชนเข็มแรกเมื่อปลายปีพ.ศ. 2563 คือ วัคซีนชนิด mRNA ของบริษัทไฟเซอร์ หลังจากนั้นก็มีวัคซีนหลายชนิดที่พัฒนาอย่างต่อเนื่อง

คำแนะนำสำหรับการป้องกันโควิด-19 ที่ควรทำเป็นอันดับแรก คือ “DMHT” ซึ่งได้แก่

– D (distancing) การเว้นระยะห่าง

– M (mask wearing) การสวมหน้ากาก

– H (hand washing) ล้างมือบ่อยๆ และ

– T (testing) การตรวจ ATK เมื่อมีอาการเข้าได้กับโควิด-19 เพื่อแยกตนเองอย่างน้อย 5 วัน ไม่ให้แพร่เชื้อไปสู่ผู้อื่น

ส่วนคำแนะนำอันดับต่อไปคือ “วัคซีน” วัคซีนยังเป็นเครื่องมือที่ดีสำหรับการปัองกันโควิด-19 ถึงแม้ว่าวัคซีนจะไม่สามารถป้องกันการติดเชื้อได้ แต่มีการศึกษามากมายที่ยืนยันแล้วว่าวัคซีนมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลในการลดความรุนแรงของโรค ซึ่งหมายถึงการใส่ท่อช่วยหายใจและหรือการนอนโรงพยาบาล รวมไปถึงการเสียชีวิต ดังนั้นในผู้ที่ไม่ได้มีข้อห้ามการรับวัคซีนโควิด-19 แนะนำให้รับวัคซีนโควิด-19 ตามคำแนะนำของกระทรวงสาธารณสุข โดยกลุ่มเสี่ยง 608 (ได้แก่ ผู้ที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไปหรือมีโรคประจำตัวเรื้อรัง เช่น โรคไต โรคปอด โรคหัวใจ โรคมะเร็ง หรือได้รับยากดภูมิคุ้มกัน) ควรได้รับวัคซีนอย่างน้อย 4 เข็ม ซึ่งหมายถึง 2 เข็มแรกที่เป็นชุดแรกและอีก 2 เข็มที่เป็นเข็มกระตุ้น โดยเข็มที่ 4 ฉีดได้หลังจากเข็มที่ 3 อย่างน้อย4 เดือนขึ้นไป ส่วนผู้ที่ไม่ได้เป็นกลุ่มเสี่ยง 608 และมีร่างกายแข็งแรงดีก็สามารถรับวัคซีนเข็มที่ 4 ตามความสมัครใจ

เครื่องมือสำหรับการป้องกันโควิด-19 อีกอย่างหนึ่งคือ “LAAB” (long-acting antibody) หรือภูมิคุ้มกันสำเร็จรูปที่ออกฤทธิ์ยาว ใช้สำหรับผู้ใหญ่และวัยรุ่นที่มีอายุตั้งแต่ 12 ปีขึ้นไป และมีน้ำหนักตัวอย่างน้อย40 กิโลกรัม LAAB เป็นเครื่องมือเสริมสำหรับป้องกันโควิด-19 ในผู้ที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่องจากโรคประจำตัวที่มีอยู่หรือจากยากดภูมิคุ้มกัน ผู้ที่ตอบสนองต่อวัคซีนโควิด-19 ไม่ดี (ภูมิต้านทานไม่ขึ้น) รวมถึงผู้ที่ไม่สามารถรับวัคซีนโควิด-19 ได้ (มีการแพ้วัคซีนอย่างรุนแรง)

โดยสรุป 3 ปีผ่านไป…..โควิด-19 ยังอยู่และจะเป็นโรคประจำถิ่นคล้ายกับไข้หวัดใหญ่ การที่ทราบและตระหนักถึงความสำคัญของการป้องกัน จะทำให้ปลอดภัยจากการเป็นโควิด-19 ที่รุนแรงและการเสียชีวิต

ศ.พญ.ศศิโสภิณ เกียรติบูรณกุล

หน่วยโรคติดเชื้อ ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี

ราชวิทยาลัยอายุรแพทย์แห่งประเทศไทย

ไรมอน แลนด์ ประเดิมปีใหม่จัดนิทรรศการศิลปะ ‘โด่ง-พงษธัช’กับประติมากรรม-ภาพวาด Abstract

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/704623

ไรมอน แลนด์ ประเดิมปีใหม่จัดนิทรรศการศิลปะ  ‘โด่ง-พงษธัช’กับประติมากรรม-ภาพวาด Abstract

ไรมอน แลนด์ ประเดิมปีใหม่จัดนิทรรศการศิลปะ ‘โด่ง-พงษธัช’กับประติมากรรม-ภาพวาด Abstract

วันอังคาร ที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ไรมอน แลนด์ เดินหน้าจัดนิทรรรศการศิลปะต่อเนื่อง ล่าสุดต้อนรับปีใหม่ 2566 เชิญชมงาน “The Art of Living” ในรูปแบบ Pop-Up Art Display โชว์ผลงานของ “โด่ง-พงษธัช” ประติมากรผู้มีชื่อเสียงด้านผลงานประติมากรรมขนาดใหญ่ติดตั้งในสถานที่ชั้นนำต่างๆ มากมายทั้งในและต่างประเทศ อาทิ สยาม พรีเมียม เอาท์เล็ต, โรงแรม คิมป์ตัน มาลัย กรุงเทพฯ, โรงแรมโฟร์ซีซั่นส์ กรุงเทพฯ, โรงแรมฮิลตัน พัทยา และโรงแรมดับเบิลยูมัสกัต ประเทศโอมาน โดยนำผลงานประติมากรรมและภาพวาด Abstract สุดเอ็กซ์คลูซีฟมาให้ชม ภายใต้คอนเซ็ปต์ “Urban Gray” ให้ผู้ชมได้สัมผัสถึงผลงานที่มีความร่วมสมัยและหลากหลายมากขึ้น ภายในอาร์ต มิวเซียมใจกลางสาทร ณ สำนักงานขายคอนโดฯลักชัวรี่ เทตต์ สาทร ทเวลฟ์ ซอยประมวญ งานเปิดให้ผู้ที่รักศิลปะและบุคคลทั่วไปชมฟรี ถึง 27 มกราคมนี้

นายกรณ์ ณรงค์เดช ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายบริหาร บริษัท ไรมอน แลนด์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า นิทรรศการงานศิลปะ The Art of Living ที่เราเนรมิตสำนักงานขายโครงการคอนโดมิเนียมลักชัวรี่ เทตต์ สาทร ทเวลฟ์ สู่พื้นที่อาร์ต มิวเซียม เราได้จัดขึ้นต่อเนื่องตลอด 3 เดือนที่ผ่านมา ตั้งแต่ตุลาคม-ธันวาคม 2565 ซึ่งประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก มีนักสะสมงานศิลปะ บุคคลทั่วไป และนักท่องเที่ยวผู้ที่รักงานศิลปะเข้าชมงานศิลปะอย่างไม่ขาดสาย โดยงานนี้สะท้อนถึงความตั้งใจของไรมอน แลนด์ ที่สนับสนุนงานด้านศิลปะและส่งเสริมผลงานของศิลปินไทยที่มีความสามารถให้เป็นที่รู้จักในวงกว้าง รวมถึงร่วมสรรสร้างให้กรุงเทพฯ ก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางแห่งการท่องเที่ยวทางด้านศิลปะ ทั้งนี้งานดังกล่าวเราจะจัดต่อไปจนถึงเดือนมีนาคม 2566 โดยในเดือนมกราคมนี้ พบกับ Pop-Up Art Display นิทรรศการผลงานของ คุณโด่ง-พงษธัชที่จะมาจัดแสดงผลงานเอ็กซ์คลูซีฟที่รังสรรค์ขึ้นใหม่ภายใต้คอนเซ็ปต์ ‘Urban Gray’ ซึ่งงานเปิดให้เข้าชมฟรี ไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น คนรักงานศิลปะไม่ควรพลาด

ด้าน โด่ง-พงษธัช อ่วยกลาง ประติมากรแถวหน้าของไทย เล่าถึงผลงานในงาน “The Art of Living” ครั้งนี้ว่า งานประติมากรรมและภาพวาด Abstract ที่นำมาแสดงครั้งนี้มีผลงานทั้งหมดกว่า 20 ชิ้น เป็นภาพวาด Abstract ซึ่งถ่ายทอดออกมาภายใต้คอนเซ็ปต์ “Urban Gray” ประมาณ 20 ชิ้นซึ่งยังไม่เคยจัดแสดงที่ไหนมาก่อน ที่นี่เป็นที่แรก และประติมากรรมขนาดใหญ่ 2 ชิ้น ตั้งเด่นตระหง่านอยู่ที่สำนักงานขายโครงการฯ โดยผลงานนี้ทำจากแผ่นสเตนเลสหลายชิ้นมาประกอบกันเป็นรูปทรงโค้ง และด้วยคุณลักษณะของสเตนเลสนี้เอง ทำให้ผลงานสะท้อนบรรยากาศโดยรอบเกิดเป็นมิติและมุมมองใหม่ สร้างความแปลกใหม่ และทำให้พื้นที่อาร์ต มิวเซียมนี้กลายเป็น Iconic Art Space สร้างความประทับใจให้กับผู้พบเห็น โดยผู้ที่สนใจสามารถมาจับจองเป็นเจ้าของผลงานของโด่งได้ตั้งแต่วันนี้-27 มกราคมนี้ ที่ สำนักงานขาย เทตต์ สาทร ทเวลฟ์

ผู้รักในงานศิลปะสามารถมาร่วมเสพงานศิลป์ได้ตั้งแต่วันนี้ ถึง 27 มกราคม 2566 โดยทุกเดือนจะมีศิลปินสลับสับเปลี่ยนหมุนเวียนมาแสดงผลงาน ณ สำนักงานขาย เทตต์ สาทร ทเวลฟ์ ซอยประมวญ ทุกวัน ตั้งเเต่เวลา 9.30-18.00 น. งานนี้เข้าชมฟรีตลอดการจัดงาน หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้โทร.02-0291888, Line Official @raimonland หรือดูข้อมูลเพิ่มเติมที่เว็บไซต์ http://www.raimonland.com

สังสรรค์ต้อนรับเพื่อนจากโลซานน์ ด้วยบรรยากาศอบอุ่นเป็นกันเอง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/704608

สังสรรค์ต้อนรับเพื่อนจากโลซานน์  ด้วยบรรยากาศอบอุ่นเป็นกันเอง

สังสรรค์ต้อนรับเพื่อนจากโลซานน์ ด้วยบรรยากาศอบอุ่นเป็นกันเอง

วันอังคาร ที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ถือโอกาสฉลองรับปีกระต่าย 2566 ไปพร้อมๆ กับเลี้ยงต้อนรับ อ้อย ชอบธรรม เรมองต์ ที่บินมาจาก สวิตเซอร์แลนด์ ให้เพื่อนๆ ได้เลี้ยงรับกลับไทยอย่างชื่นมื่น เมื่อวันที่ 10 มกราคม 2566 งานนี้แม้เพื่อนในกลุ่ม วว. รุ่น 92 จะมาไม่ครบแต่ก็มีตัวแทนอย่าง ผาณิต พูนศิริวงศ์, ภาวิไล บุราวาศ, อัจฉรา เสริบุตร รวมทั้งเพื่อนจากอักษรศาสตร์ จุฬาฯ และรุ่นพี่วิศวะมาร่วมแจมสังสรรค์ให้บรรยากาศครึกครื้นไปด้วย ที่ร้านสะ-ระ-แหน่ ให้บริการอาหารสไตล์ไทยอีสาน เวียดนาม รสชาติจัดจ้านในย่านซอยอารีย์ ตกแต่งภายในร้านอย่างสวยงามและสะดุดตาด้วยชะลอมเครื่องสานและดอกไม้แห้งให้เลือกมุมถ่ายรูปได้อย่างเก๋ๆ อีกด้วย พร้อมกลิ่นอายบรรยากาศที่อบอุ่นและเป็นกันเอง เหมาะกับครอบครัว เพื่อนฝูงคู่รัก และเพื่อนร่วมงานชวนกันมาฉลองได้อย่างเพลิดเพลิน เปิดบริการตามปกติ ทุกวัน 10.30-22.00 น.สอบถามเพิ่มเติมโทร.02-6195174

‘เลดี้ อิน เรด’ ชุดน้ำชาลิมิเต็ด อิดิชั่น เฉลิมฉลองวันเกิดของสุภาพสตรีชุดแดง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/704610

‘เลดี้ อิน เรด’ ชุดน้ำชาลิมิเต็ด อิดิชั่น เฉลิมฉลองวันเกิดของสุภาพสตรีชุดแดง

‘เลดี้ อิน เรด’ ชุดน้ำชาลิมิเต็ด อิดิชั่น เฉลิมฉลองวันเกิดของสุภาพสตรีชุดแดง

วันอังคาร ที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

โรงแรมสยามเคมปินสกี้ กรุงเทพฯ ฉลองวันเกิดของสุภาพสตรีชุดแดงแอมบาสซาเดอร์ของแบรนด์เคมปินสกี้ ถูกก่อตั้งขึ้นตั้งแต่ปี 2553 ภายใต้เทรดมาร์ค Lady in Red ® เปรียบเสมือนเจ้าบ้านที่ทำการต้อนรับแขกผู้เข้าพักอย่างอบอุ่น เป็นสัญลักษณ์ของความเอาใจใส่ ความเป็นเลิศด้านการบริการและความใส่ใจในรายละเอียดที่ได้รับการยอมรับเป็นอย่างดีจากแขกผู้เข้าพักในโรงแรมเครือเคมปินสกี้ทุกแห่งทั่วโลก การต้อนรับด้วยรอยยิ้มของเลดี้ อิน เรด ยังสร้างความสุขและทำให้บรรยากาศการเข้าพักเป็นที่น่าจดจำ แขกผู้เข้าพักสามารถจำ เลดี้ อิน เรด ได้อย่างง่ายได้ด้วยการแต่งกายอันโดดเด่นในชุดสีแดงสง่างามด้วยดีไซน์ของชุดที่แตกต่างกันไปในแต่ละโรงแรมและประเทศที่แขกผู้เข้าพักไปเยือน ทั้งยังสะท้อนถึงประเพณีอันดีงามและสร้างความตื่นตาตื่นใจอีกด้วย

มร.ริชาร์ด เชสตัค กรรมการผู้จัดการของโรงแรมฯ กล่าวว่า “สุภาพสตรีและสุภาพบุรุษ แบรนด์แอมบาสซาเดอร์ในชุดสีแดงทุ่มเทเพื่อเอาใจและมีความชำนาญในการรังสรรค์ความบันเทิง ทำหน้าที่เป็นทั้งเจ้าบ้านที่ให้บริการอย่างสมบูรณ์แบบ เพื่อสร้างประสบการณ์อันน่าจดจำและเป็นทั้งผู้ช่วยวางแผนให้แก่แขกผู้มีเกียรติที่สามารถไว้วางใจได้ในระหว่างการเข้าพักที่โรงแรมฯ” ด้าน หัวหน้าพ่อครัวเบเกอรีชาวฝรั่งเศส เชฟแฟรงส์ อิสเทล ผู้เชี่ยวชาญด้านการทำขนมของโรงแรมฯ ร่วมเฉลิมฉลองวันเกิดของ เลดี้ อิน เรดฯ มอบประสบการณ์การจิบน้ำชายามบ่ายสไตล์ยุโรปแบบดั้งเดิมที่ได้รับแรงบันดาลใจจากความหลงใหลในความประณีตของงานฝีมือ การทำอาหารและวัฒนธรรมท้องถิ่น นำเสนอการต้อนรับอย่างอบอุ่นที่ทำให้ประสบการณ์ของแขกทุกท่านเป็นจริง

ดื่มด่ำกับช่วงเวลาพักยามบ่ายด้วยการจิบนํ้าชายามบ่ายแบบดั้งเดิมสไตล์ยุโรปด้วยการผสมผสานของ 14 นวัตกรรมรายการความอร่อยในเฉดสีแดงที่สวยงาม ขนมหวาน ได้แก่ ชอร์ตเบรดวานิลลาและเชอร์รี่ มาเดลีนราสเบอร์รี่ ข้าวอบกรอบสตรอว์เบอร์รี่ และมะม่วง ชูว์ เรด เวลเวท สีแดงกำมะหยี่ และทาร์ตยูสุเบอร์รี่ ของคาว ได้แก่ แซนด์วิชคาเวียร์ อะวูร์คา กราฟแลกซ์แซลมอนใส่หัวไชเท้า และโยเกิร์ตมะนาว คานาเป้วาฟเฟิลสลัดกุ้ง ซาวาริน คาปรีเซ่ บูดินนัวร์และทาร์ตราสเบอร์รี่ เพิ่มความตื่นเต้นด้วยกูเกิลฮัพฟ์รสราสป์เบอร์รี่เสิร์ฟพร้อมกับพาร์เฟต์เบอร์รี่ พลาดไม่ได้กับสโคนอันแสนคลาสสิก รสวานิลลา สตรอว์เบอร์รี่และช็อกโกแลต เสิร์ฟพร้อมแยมวานิลลาสตรอว์เบอร์รี่โฮมเมด เคิร์ดเกรปฟรุตคลอตเต็ดครีมเดวอนเชียร์ เสิร์ฟคู่กับชารอนเนอเฟลด์กลิ่นหอมและรสชาติมีเอกลักษณ์ ที่ได้คัดสรรมาอย่างประณีตโดย กิ่ง-นิภาพร หาญวิชัย มาสเตอร์ด้านการชงชา เพิ่มประสบการณ์การลิ้มรสชุดน้ำชายามบ่ายสีแดงอันโดดเด่นด้วยเสียงดนตรีอันไพเราะจากนักเล่นพิณชื่อดังอย่าง มาดาม ทองหยวน หวัง ด้วยการแสดงไลฟ์ที่มีเสน่ห์น่าหลงใหลทุกวันพุธ-วันอาทิตย์ บริการทุกวัน เวลา 14.00-17.00 น.ที่ 1897 เลานจ์ ล็อบบี้ของโรงแรมสยามเคมปินสกี้ กรุงเทพฯ จนถึงวันที่ 15 พฤษภาคม2566 สอบถามเพิ่มเติม โทร. 02-1629000, อีเมล dining.siambangkok@kempinski.com เยี่ยมชมเว็บไซต์ https://www.kempinski.com/en/siam-hotel ติดต่อ LINE @SiamKempinskiHotel

JASPAL ร่วมมือกับดีไซเนอร์ระดับโลก Orla Kiely ออกแบบ Lola ลายกระต่ายสุดเอ็กซ์คลูซีฟ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/704605

JASPAL ร่วมมือกับดีไซเนอร์ระดับโลก Orla Kiely  ออกแบบ Lola ลายกระต่ายสุดเอ็กซ์คลูซีฟ

JASPAL ร่วมมือกับดีไซเนอร์ระดับโลก Orla Kiely ออกแบบ Lola ลายกระต่ายสุดเอ็กซ์คลูซีฟ

วันอังคาร ที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

Orla Kiely และ วิลาสินี สิงห์สัจจเทศ

เรียกว่าเป็นคอลเลคชั่นประเดิมต้นปี 2566 ที่สดใสรับปีใหม่จริงๆ สำหรับ JASPAL x Orla Kiely ซึ่งนับเป็นการกลับมาร่วมงานกันเป็นครั้งที่ 2 แล้วหลังจากการร่วมงานครั้งแรกเมื่อปี 2562 ที่เรียกได้ว่าได้รับกระแสตอบรับในคอลเลคชั่นนั้นอย่างท่วมท้น มาในปีนี้ JASPAL x Orla Kiely (ยัสปาล xออร่า คีลี่) เตรียมกลับมาเพิ่มกลิ่นอายเทศกาลตรุษจีนและวาเลนไทน์นี้ให้โททัลลุคของคุณสุดปังกว่าที่เคย กับลายพริ้นท์อันเป็นเอกลักษณ์ที่คุณต้องห้ามพลาด! โดยมีเหล่าคนดังมาร่วมถ่ายทอดความพิเศษของคอลเลคชั่นในครั้งนี้ ได้แก่ ออกแบบ-ชุติมณฑน์ จึงเจริญสุขยิ่ง, เน๋ง-ศรัณย์ นราประเสริฐกุล และแฟชั่นนิสต้าตัวน้อย น้องมาตา-เด็กหญิงมาตาลินน์ป้องศรี นอกจากนี้ภายในงาน นำทีมโดยวิลาสินี สิงห์สัจจเทศ ผู้จัดการทั่วไป บริษัท ยัสปาล จำกัด และ Orla Kiely บินตรงจากอังกฤษมาร่วมภายในงานพร้อมกับเหล่าคนดัง แอฟ-ทักษอร ที่ควงคู่มากับลูกสาวคนสวย น้องปีใหม่, ปรางค์-อภินรา ศรีกาญจนา, พัดพัด-รัตน์ฟ้าไชยชื่นจิตต์, นัส-พิชฐญาณ์ โอสถเจริญผล,เบล-เศรษฐพร ก่อวาณิชกุล ฯลฯ โดยทุกคนมาร่วมชมแฟชั่นโชว์และร่วมยินดีกับคอลเลคชั่นใหม่ไปพร้อมๆ กัน ณ JASPAL Flagship Store ชั้น M ศูนย์การค้าไอคอนสยาม

เมื่อเป็นการกลับมาร่วมงานกันอีกครั้ง ย่อมต้องไม่ธรรมดา เพราะครั้งนี้Orla Kiely ดีไซเนอร์ชื่อดัง เจ้าของฉายา Queen of Prints ได้ดีไซน์ลวดลายสุดเอ็กซ์คลูซีฟให้พิเศษเฉพาะแบรนด์ JASPALโดยรังสรรค์เป็นลายกระต่ายที่มีชื่อว่า “Lola” (โลร่า) เพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของทุกคนในช่วงการเฉลิมฉลองตรุษจีน และเทศกาลวาเลนไทน์ที่กำลังจะมาถึง ซึ่งยังคงนำเอาเอกลักษณ์ลายดอกไม้ที่เป็นซิกเนเจอร์ของ Orla มาใส่ไว้ในคอลเลคชั่นนี้อย่างครบถ้วน เช่น การนำลายพริ้นท์มาลงบนเนื้อผ้า Jacquard เพื่อเพิ่มความพิเศษของชุดต่างๆ ลงไป อาทิ กี่เพ้า ที่มีการนำลาย Lola และลายหัวใจมาพริ้นท์ลงบนชุดเดรสสีชมพู สร้างความแตกต่างจากชุดกี่เพ้าทั่วไป เพื่อให้สามารถสวมใส่ได้ในหลายโอกาส นอกจากนี้ ยังสร้างสรรค์คอลเลคชั่นผู้ชายและเด็กๆ เพิ่มเติมมาเพื่อให้กลุ่มครอบครัวใส่แมทช์ลุคในเทศกาลต่างๆ ได้อย่างลงตัวยิ่งขึ้น

สำหรับไอเทมที่เป็น Must-Have สำหรับคอลเลคชั่น JASPAL x Orla Kiely ครั้งนี้ เริ่มจากไอเทมสำหรับสุภาพสตรีกับชุดเดรสลายพริ้นท์ florals สร้างเลเยอร์คลุมท็อปด้วยผ้าออแกนซ่าทั้งสีเหลือง และสีชมพู และชุดเดรสคอจีนลายพริ้นท์ Lola สามารถใส่ได้ทุกโอกาส และคอลเลคชั่นผู้ชายในครั้งนี้มีไอเทมที่เรียบง่ายแต่แฝงลุคสมาร์ทแคชชวลไว้ อาทิ เสื้อฮาวายรีสอร์ทเชิ้ตแขนสั้น ลายพริ้นท์ซิกเนเจอร์ เสริมลุคกึ่งทางการให้ดูเรียบแต่เท่ด้วยการแมทช์กับชุดสูท หรือจะแครี่เสื้อยืดสีแดงปักลายพริ้นท์ Lola ตรงกลาง ในช่วงเทศกาลตรุษจีนแบบมีสไตล์ก็ได้เช่นกัน สำหรับคุณแม่ที่อยากแมทช์ชุดคู่กับน้องๆ ครั้งนี้JASPAL ก็ครีเอทลุคสำหรับคุณหนูเป็น Kidswear ทั้งของเด็กหญิงและเด็กชาย ที่สามารถแมทช์กับคุณพ่อมาให้ด้วยกับลุค Mini-Me เดรสกี่เพ้าใส่คู่แม่ลูก เดรสสดใสสไตล์น่ารักสีชมพู และกระเป๋าลวดลายพิเศษ Lola ทั้ง 2 ไซส์

พร้อมเติมสีสันการแต่งตัวให้การเฉลิมฉลองตรุษจีนและเทศกาลวาเลนไทน์ในปีนี้ให้สนุกขึ้นกว่าที่เคย ด้วยคอลเลคชั่น JASPAL x Orla Kiely ที่ไม่ได้มีแค่ Ready-to-wear แต่ยังรังสรรค์แอคเซสซอรี่เข้าชุดเก๋ อาทิ Tote Bag, รองเท้า, หมอน Cushion, ต่างหู, แก้วน้ำ และสินค้าไลฟ์สไตล์ต่างๆให้เหล่า Collector ได้สะสมกันอีกด้วย

แอฟ-ทักษอร ควงคู่มากับลูกสาวคนสวย น้องปีใหม่

แอฟ-ทักษอร ควงคู่มากับลูกสาวคนสวย น้องปีใหม่

พัดพัด–รัตน์ฟ้า ไชยชื่นจิตต์

พัดพัด–รัตน์ฟ้า ไชยชื่นจิตต์

4 คุณหมอกูรูความงาม เผยเทรนด์ 2023 ‘รักใบหน้าตัวเองในเวอร์ชั่นที่ดีกว่า’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/704581

4 คุณหมอกูรูความงาม เผยเทรนด์ 2023 ‘รักใบหน้าตัวเองในเวอร์ชั่นที่ดีกว่า’

4 คุณหมอกูรูความงาม เผยเทรนด์ 2023 ‘รักใบหน้าตัวเองในเวอร์ชั่นที่ดีกว่า’

วันอังคาร ที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายแพทย์วินเซนต์ วอง

หมดยุคใช้รูปดาราเป็นเรฟเฟอเรนซ์ให้คุณหมอความงามกันแล้ว ล่าสุด เมนารินี เอสเธติกส์ ประเทศไทย (Menarini Aesthetics Thailand) เชิญ 4 คุณหมอกูรูด้านความงาม ร่วมเผยเทรนด์ความงามของคนรุ่นใหม่ กลุ่มผู้บริโภคชาว Millennials ที่จะเลิกสวยตามดารา แต่รักใบหน้าตัวเองในเวอร์ชั่นที่ดีกว่า ให้ความสำคัญกับการดูแลคงสภาพผิว ลดริ้วรอยและปรับรูปหน้า ด้วยคอนเซ็ปต์ Optimal Volumization & Less is more (น้อยแต่มาก)

1.กลุ่มอายุ 26-40 ปี มองว่าการฉีดฟิลเลอร์เป็นเรื่องปกติ มีไลฟ์สไตล์ที่เรียกว่า “PREJUVENATION” เน้นการป้องกันและฟื้นฟู

นายแพทย์วินเซนต์ วอง แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านความงาม ดูแลใบหน้าให้คนดังและเซเลบริตี้ระดับโลกมากมาย เผยว่า ผิวสะท้อนรูปแบบการใช้ชีวิต (Skin Mirrorsyour well being) เทรนด์ความงามหลังจากนี้จะมีมิติที่เปลี่ยนไป โดยกลุ่มที่แอ๊กทีฟมากๆ คือ ผู้บริโภคกลุ่ม Millennials อายุ 26-40 ปี พวกเขาจะไม่รอให้ผิวหย่อนคล้อยหมองคล้ำ หรือมีริ้วรอยแล้วค่อยมารับการรักษา แต่เขาจะค้นคว้า หาข้อมูล และศึกษาจนรอบด้านว่า Treatments ไหนเหมาะกับเขา แล้วจึงเข้าไปรับคำปรึกษากับแพทย์ โดยสิ่งที่พวกเขาต้องการไม่ใช่การหน้าเหมือนดาราคนไหน แต่เขาพึงพอใจที่จะเป็นตัวเองในเวอร์ชั่นที่ดีกว่า

เทรนด์การรักษาด้วยสารเติมเต็มก็จะแตกต่างจากอดีต เพราะแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านความงามจะ Tailormade ปรับรูปหน้าให้คนไข้ตามคาแร็กเตอร์และภาพลักษณ์ของเขา เช่น กลุ่ม LGBTQ+ ที่จะมีมิติของการคอนทัวร์ให้ใบหน้ารับกันแบบ Total face เป็นต้น ซึ่งนวัตกรรมล่าสุดในการยกกระชับรูปหน้า เรียกว่า XTRTM (eXcellent Three-Dimensional Reticulation) Technology คือ เทคโนโลยีที่มีในผลิตภัณฑ์ฟิลเลอร์อิตาลี (Italian Filler) ซึ่งเป็นนวัตกรรมในกลุ่มสารเติมเต็ม HA Dermal Filler มีเฉพาะในแบรนด์คุณภาพสูงระดับโลก จะสามารถฟื้นฟูยกกระชับปรับรูปหน้าแบบไดนามิก 3 มิติ ช่วยในการเติมเต็ม คอนทัวร์มิติของใบหน้า ยกกระชับและปรับรูปหน้าให้รับทุกองศา คนไข้จะเห็นผลลัพธ์ว่าใบหน้ายกกระชับขึ้นอย่างชัดเจนตั้งแต่หลังทำ และไม่ทิ้งเอฟเฟกท์ภายหลัง

2. เทรนด์ความงามของสาวเอเชีย รับอิทธิพลสายฝอแต่นำมาปรับในสไตล์เอเชีย

ผศ.พญ.แพรมาลา ฉายาวิจิตรศิลป์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังและความงาม เผยถึง Asian Beauty Trends ว่า สาวเอเชียรับวัฒนธรรมความงามและเปลี่ยนทัศนคติความสวยแบบเอเชีย มาเป็น “Globalization” มากขึ้น เช่นแต่ก่อนสาวเอเชียจะนิยมผู้หญิงที่ริมฝีปากบาง แต่เราจะเห็นว่าทุกวันนี้ริมฝีปากหนาได้รูปกลายเป็นที่นิยม ซึ่งสาวเอเชียโดยเฉพาะสาวไทยจะ concern จุดสำคัญบนใบหน้า ทั้งการทำตา 2 ชั้นการเสริมจมูก แก้ม หน้าผาก การเสริมคางให้รับกับจมูกและลดความกว้างของใบหน้าด้วยการสร้างมิติ เป็นต้น เช่น สาวไทยกลุ่ม Millennials แต่ละคนมีความ Individual สูง คนไข้จะหาข้อมูล ดูโซเชียลมีเดีย และเช็คมาก่อนแล้วว่าหมอความงามท่านไหนเก่งเรื่องอะไร แล้วจึงเลือกทำกับหมอคนนั้นๆ ดังนั้น เทรนด์ในการดูแลคนไข้กลุ่ม Millennials แพทย์จึงต้องเข้าใจว่าเขาต้องการอะไร พูดภาษาเดียวกับเขาและเข้าใจว่าความสวยในสายตาของเขาเป็นอย่างไร

3. จับตามองเทคโนโลยี XTRTM Technology และ Innovative Glass Syringe นวัตกรรมใหม่ล่าสุดในกลุ่มสารเติมเต็ม HA Dermal Filler เพื่อดูแลยกกระชับปรับรูปหน้า ในฟิลเลอร์อิตาลี (Italian Filler) ตอบโจทย์ความงามของคนกลุ่มมิลเลนเนียลในปี 2023

ดร.นพ.วรพล เวชชาภินันท์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังและความงาม สถาบันโรคผิวหนัง กล่าวถึงความแตกต่างของฟิลเลอร์รุ่นเก่า กับฟิลเลอร์อิตาลีที่มาพร้อมเทคโนโลยี XTRTM Technology และ Innovative Glass Syringe ว่า XTRTM Technology เป็นนวัตกรรมใหม่ล่าสุดในกลุ่ม HA Dermal Filler ที่ใช้เพียงในปริมาณที่เหมาะสม (Optimal Volumization) แต่สามารถให้ผลลัพธ์ในการยกกระชับและปรับรูปหน้าได้ในทันที ให้คนไข้ได้ลุคที่ดูดีแบบเป็นธรรมชาติ (Immediate lifting effect with natural look and feel) ไม่สร้างอาการแพ้หรือบวมขึ้นภายหลัง อีกทั้ง การมาพร้อมกับนวัตกรรม Glass Syringe ช่วยให้สัมผัสที่เบาคนไข้ไม่รู้สึกถึงแรงกด สะดวกต่อการใช้งานของแพทย์และความพึงพอใจของคนไข้ และยังช่วยลดขยะพลาสติกด้วยอีกทางหนึ่ง

4. เทรนด์การปรับรูปหน้าเปลี่ยนไป คนไข้ต้องการฟังการวิเคราะห์ใบหน้าของแพทย์ก่อนรับการรักษา

นพ.ดนัยย์ ประดิษฐสุวรรณ์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญทางด้านความงาม Aesthetics Practitioner & Surgeon กล่าวว่า เทรนด์การรับการรักษา ด้วยการปรับรูปหน้าเพื่อความงามและการชะลอวัยจะเปลี่ยนไป โดยคนไข้ต้องการปรึกษาพูดคุยและฟังการวิเคราะห์ใบหน้าจากแพทย์ก่อน เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด ตรงกับปัญหาและความต้องการของคนไข้ เช่น คนไข้ที่มีใบหน้าค่อนข้างตอบ มีร่องแก้ม ใต้ตาลึก ถ้าแพทย์วิเคราะห์แล้วว่าเกิดจากการสลายของชั้นไขมัน แพทย์จะแนะนำให้เพิ่ม Volume โดยใช้ฟิลเลอร์เพื่อการเติมเต็มและปรับรูปหน้า แต่ถ้าคนไข้ที่มีชั้นไขมันเยอะ มีปัญหาใบหน้าหย่อนคล้อย มีร่องแก้ม ใต้ตาลึก แพทย์จะแนะนำให้ใช้การร้อยไหมก่อนเพื่อเป็นการยกกระชับ หลังจากนั้นจึงใช้ฟิลเลอร์เพื่อเป็นการเติมเต็มในส่วนที่ยังขาด Volume ซึ่งการวิเคราะห์ของแพทย์จะมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โดยการมองสังเกตจากภายนอก และการสัมผัสร่วมด้วย เพื่อประเมินสาเหตุว่ามาจากโครงกระดูกของใบหน้าหรือจากส่วนใด จึงจะสามารถเลือกผลิตภัณฑ์ที่แก้ไขปัญหาได้ตรงจุด และการดูแลรักษาร่วมกันด้วยผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย (Multimodality) ทั้งการร้อยไหมอิตาลี (Italian Threads Lifting) และฟิลเลอร์อิตาลี (Italian Filler) เพื่อช่วยในการดูแลคนไข้ให้ดีที่สุด

ผศ.พญ.แพรมาลา ฉายาวิจิตรศิลป์

ผศ.พญ.แพรมาลา ฉายาวิจิตรศิลป์

ดร.นพ.วรพล เวชชาภินันท์

ดร.นพ.วรพล เวชชาภินันท์

นพ.ดนัยย์ ประดิษฐสุวรรณ์

นพ.ดนัยย์ ประดิษฐสุวรรณ์

เสน่ห์แห่งล้านนา อาหาร และของดี 7 ชนเผ่า ในงาน THE MALL AMAZING JOURNEY

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/704622

เสน่ห์แห่งล้านนา อาหาร และของดี 7 ชนเผ่า  ในงาน THE MALL AMAZING JOURNEY

เสน่ห์แห่งล้านนา อาหาร และของดี 7 ชนเผ่า ในงาน THE MALL AMAZING JOURNEY

วันอังคาร ที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

เดอะมอลล์ กรุ๊ป ชวนสัมผัสมหัศจรรย์สีสันมนต์เสน่ห์แห่งล้านนา ในงาน THE MALL AMAZING JOURNEY เหนือสุดแดนสยาม ตระการตากับวัฒนธรรมอันเป็นเอกลักษณ์ของจังหวัดเชียงราย ลิ้มรสความอร่อยเมนูหาทานยากจากยอดดอย โชว์วัฒนธรรมการแสดง และ สินค้าหัตถศิลป์มากมาย ตั้งแต่วันนี้-17 มกราคม 2566 ที่ GRAND HALL ชั้น G เดอะมอลล์ บางแค

ภายในงาน ได้ เนรมิตการตกแต่งให้ได้บรรยากาศกลิ่นอายของภาคเหนือ ยกแลนด์มาร์คไร่ชาดอยแม่สลอง ชิมกาแฟจากดอยผาฮี้ สนุกกับการแต่งกายชุดชาวเขา จำลองการเก็บชาจากไร่ชา ชมการแสดงทั้งโชว์วัฒนธรรมภาคเหนือสุดประทับใจเปิดประสบการณ์ลิ้มรสความอร่อยเมนูหาทานยาก จากยอดดอยทั่วภาคเหนือทั้ง 7 ชนเผ่า ได้แก่ อาข่า,อิ้วเมี่ยน, ลีซอ, ปกาเกอะญอ, ลาหู่, ไทใหญ่ และกะเหรี่ยงคอยาว เพลิดเพลินไปกับสินค้าหัตถศิลป์ท้องถิ่นของแต่ละชนเผ่า เริ่มจากอาหาร อาทิ เมนูน้ำพริกถั่วดิน, ยำผักกาดชนเผ่า, สามชั้นผัดรากหอมซูจากชนเผ่าอาข่า, น้ำพริกห่อวอ หรือ “ฮ่อวอ” ข้าวเบอะ (ต๊ะพอเผาะ) ลักษณะคล้ายโจ๊ก เป็นอาหารที่นิยมกินกันในวันสำคัญ งานบุญ งานเรียกขวัญ จากชนเผ่าปกาเกอะญอเป็นต้น

หรือเพลิดเพลินกับสินค้าหัตถศิลป์ท้องถิ่นของแต่ละชนเผ่า อาทิ กระเป๋าผ้า-หมวก ปักเย็บด้วยมือลวดลายเอกลักษณ์ลายผ้าเย็บปะติด รูปร่างเชิง เรขาคณิต สีสันสดใส ฉูดฉาดจาก ชนเผ่าลีซอ หรือลีซู, กระเป๋าสาน (สานด้วยจักตอกไม้ไผ่) จาก ชนเผ่าไทใหญ่ หรือคนไต, ตุ๊กตารูปแกะสลักกะเหรี่ยงคอยาวเครื่องประดับเงิน-ทองเหลือง ของที่ระลึกจากชนเผ่ากะเหรี่ยงคอยาว, ผ้าทอมือ ปักลาย (ลายมัดหมี่, ลายดวงตา, ลายงูเหลือม, การปักลูกเดือย) ของชนเผ่าปกาเกอะญอ หมวก เสื้อ ย่าม-กระเป๋า ปักลายอัตลักษณ์ชนเผ่าอาข่า เช่น ลายอาอูละโอ หรือลายลิ้นผีเสื้อ ซึ่งเป็นงานปักเย็บลายคล้ายลิ้นของผีเสื้อเวลาดูดน้ำหวาน ลายพาย หรือ ลายลูกเต๋า ลายปักสี่เหลี่ยมเล็กๆ วางต่อเหมือนลูกเต๋า จากชนเผ่าอาข่า, 

เสื้อผ้า ชุดผ้าปักลายเฉพาะแสดงถึงความเป็นเผ่าพันธุ์เมี่ยน (เย้า)  งานปักบนผืนผ้าของชาวเมี่ยนเป็นที่ยอมรับในความงดงาม และความประณีต เครื่องแต่งกายประจำเผ่าของชาวเมี่ยน มีทั้งผ้าคาดเอว ผ้าโพกศีรษะ และกางเกงที่ปักลวดลายด้วยด้ายหลากสีสันถึง 7 สี

นอกจากนี้ ยังมี เสื้อผ้าปักลายเย็บมือ ศิลปะการปัก ลายโหมะผิ (ลายเห็ดผี) ซึ่งเป็นลาย เฉพาะตัวของชนเผ่า ลาหู่ (มูเซอ) เลียนแบบจากธรรมชาติ ต้นไม้ สัตว์ สิ่งแวดล้อม ข้าวของเครื่องใช้ และวิถีชีวิตประจำวัน หรือเป็นลวดลายที่เป็นเรื่องเล่าตำนานความเชื่อต่างๆ อัตลักษณ์ลวดลายที่สะท้อนความเป็นชนเผ่าที่แท้จริง

คุณแหน : 17 มกราคม 2566

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/704613

วันอังคาร ที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ll JACK MA อภิมหาเศรษฐีจีนผู้ก่อตั้งอาณาจักรธุรกิจอี-คอมเมิร์ซ ALIBABA GROUP ที่เคยประสบความสำเร็จร่ำรวยโด่งดังเป็นพลุ แต่ลืมตัวไปคอมเม้นต์หลายเรื่องเกี่ยวกับระบอบการปกครองของจีน เลยถูกทางการจีนกำราบตั้งกฎเกณฑ์มากมายจำกัดการเติบโตของกรุ๊ป MA และล่าสุดสกัดไม่ให้กรุ๊ป MA นำอภิมหาโครงการการพาณิชย์ออนไลน์ ANT เข้าตลาดหลักทรัพย์ฯ จนฝ่ายผู้ดำเนินการต้องจำนนเอา ANT ขายออกไปเพื่อเป็นไปตามนโยบาย ระยะหลังมาก็ผันตัวไปพำนักอยู่ที่ประเทศญี่ปุ่นเป็นการชั่วคราว สัปดาห์ที่แล้วเปลี่ยนบรรยากาศบินมาเยือนไทย โดยมี สุภกิต เจียรวนนท์ ประธานกรรมการเครือเจริญโภคภัณฑ์ ต้อนรับ มีหลายโครงการที่น่าจะเป็น“MUTUAL INTERESTS” ทั้งสองฝ่าย อาทิ โครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน ซึ่งอาจพัฒนาเป็นโครงการสมาร์ทซิตี้สำหรับการพาณิชย์, ที่อยู่อาศัย, อนุรักษ์พลังงานและสิ่งแวดล้อม แต่กองทัพเดินด้วยท้อง ท่านประธานฯ จึงพา MA ไปสัมผัสมิชลินสตาร์ไข่เจียวปู ของ “เจ๊ไฝ” ที่ลือชื่อ…

ll ผ่านไปแล้วคอนเสิร์ต WORLD TOUR รับขวัญปีกระต่ายทองของสี่สาวกรุ๊ปอันดับหนึ่งของโลก “BLACKPINK” ที่สนามศุภชลาศัย สร้างความประทับใจให้เหล่า “บลิ้งค์” กว่า 80,000 คนรวมถึงบนอัฒจรรย์บ๊อกซ์วีไอพี อาทิ ชนัญดาทวีสิน ทายาทธุรกิจแสนล้าน “แสนสิริ”, สุริยน ศรีอรทัยกุล ไทคูนเพชรบิวตี้เจมส์ และอมิตา ทาทา ยัง ซูเปอร์สตาร์ ซึ่งหลายคนเห็นพ้องว่าเธอประสบความสำเร็จก่อนเวลาอันควร ถ้าเธอเกิดในวงการวันนี้ เชื่อว่าต้องโด่งดังระดับโลกด้วยความสามารถอันโดดเด่นไฮไลท์ จีซู-เจนนี่-โรเซ่-ลิซ่า นำเพลงดังของกรุ๊ปมาแสดงจนครบแล้ว ยังมีช่วงที่แต่ละคนยังได้แสดงเพลงเดี่ยวให้คุ้มค่าอีก คอนเสิร์ตครั้งนี้ถือว่าวงการเกาหลีให้เกียรติประเทศไทย โดยกำหนดให้เป็น FIRST DESTINATION ของเอเชี่ยนทัวร์ ต่อจาก เวิลด์ทัวร์ ของมหานครในยุโรป…

ll วันเด็กที่ผ่านมา Paper Planes วงดนตรีขวัญใจวัยรุ่นฟันน้ำนม ไป surprise เด็กๆที่ซาฟารีเวิลด์ โชว์เพลง “ทรงอย่างแบด” เด็กๆมีความสุขแบบตะโกนกันมาก ที่ได้เห็นเจ้าของเพลงแบบตัวเป็นๆ มามอบความสุขสนุกสนานให้พวกเขา…ยามนี้เพลงดังกล่าว แทบจะเรียกว่าเป็น “เพลงชาติ” ของเด็กวัยอนุบาลไปแล้วไม่มีเด็กอนุบาลคนไหนที่ร้องท่อนฮุคของเพลงนี้ที่ว่า “ทรงอย่างแบด แซดอย่างบ่อยฯ” ไม่ได้…ข่าวว่า เพลงดังมากมียอดวิวในยูทูบมากกว่า 50 ล้านวิวทีเดียว…

ll กิจกรรมวันเด็กของพงษ์ทอง โรจนกุล (วัยหลักเจ็ด) คือ ลงทุนซื้อชุดนักเรียน ปัก “อ.ส.” อักษรย่อของโรงเรียนอัปสรสวรรค์ สถาบันที่ร่ำเรียนสมัยเป็นเด็กมัธยมแล้วถ่ายภาพเป็นที่ระลึก ลงเผยแพร่ในโซเชียลให้เพื่อนๆ ได้อมยิ้มด้วยความเอ็นดู…

ll เพราะโควิดเป็นเหตุ สังเกตได้ ทำให้บ้านที่นนทบุรีของ พล.อ.อภิชัย-สุทธิกา วารุณประภา งดจัดงานวันเด็กมา 3 ปีแล้ว…ปีหน้าค่อยพิจารณากันใหม่…

ll เลือกตั้งก่อนหน้าการเลือกตั้งใหญ่ไปเรียบร้อยแล้ว คือการเลือกตั้งประธานรุ่นนักเรียนเก่าเทพศิรินทร์รุ่น 13-15 เมื่อวันเด็กที่ผ่านมา ประธานคนล่าสุดได้รับเลือกด้วยคะแนนเป็นเอกฉันท์คือ พล.อ.อ.มณฑล สัชฌุกร …ขอแสดงความยินดีด้วย !!…ll

บารอนเนส

ฝึกกล้ามเนื้อแขนด้วยหุ่นยนต์กายภาพ ฟื้นฟูที่ดีกว่าของผู้ป่วยหลอดเลือดสมอง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/704579

ฝึกกล้ามเนื้อแขนด้วยหุ่นยนต์กายภาพ ฟื้นฟูที่ดีกว่าของผู้ป่วยหลอดเลือดสมอง

ฝึกกล้ามเนื้อแขนด้วยหุ่นยนต์กายภาพ ฟื้นฟูที่ดีกว่าของผู้ป่วยหลอดเลือดสมอง

วันอังคาร ที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

โรคหลอดเลือดสมอง หรือ Stroke เกิดจากเส้นเลือดในสมองมีการแตก ตีบ หรือตัน ส่งผลให้เกิดความเสียหายของเนื้อสมอง ส่งผลให้เกิดแขนขาอ่อนแรง หรือเสียการควบคุม การประสานงานของแขนและขา ซึ่งหากได้รับการฟื้นฟูร่างกายอย่างทันท่วงทีและต่อเนื่อง ผู้ป่วยจะมีโอกาสกลับมาเคลื่อนไหวได้ใกล้เคียงปกติ โดยหัวใจสำคัญของการฟื้นฟูคือ “เข้ารับการฟื้นฟูอย่างถูกวิธีให้เร็วที่สุด”

นายแพทย์ฐชิภัทร เสรีอรุโณ แพทย์เวชศาสตร์ฟื้นฟู โรงพยาบาลเวชธานี กล่าวว่า นอกจากหุ่นยนต์กายภาพบำบัดส่วนขา เช่น Lokomat, C-Mill, และ Keeogo ที่โรงพยาบาลเวชธานีได้นำมาใช้ในการฟื้นฟูการเคลื่อนไหว การทรงตัว และการยืนเดินให้กับผู้ป่วยแล้ว ล่าสุดได้นำหุ่นยนต์กายภาพส่วนแขนและมือ เพื่อให้ผู้ป่วยได้ฟื้นฟูการเคลื่อนไหว การใช้งานแขนและมือได้อย่างครบวงจรจากเทคโนโลยีที่ทันสมัย ซึ่งจะช่วยเติมเต็มการฟื้นฟูให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

หุ่นยนต์กายภาพบำบัดแขนและมือที่เพิ่มเข้ามา ประกอบด้วย Luna EMG &Mezos SIT – หุ่นยนต์กายภาพบำบัดสำหรับผู้ป่วยอัมพฤกษ์ อัมพาต ที่มีปัญหากล้ามเนื้อแขนอ่อนแรง ทั้งในผู้ป่วยที่ยังไม่สามารถขยับแขนได้ และในผู้ป่วยที่ต้องการเพิ่มกำลังของกล้ามเนื้อแขน หุ่นยนต์ Luna มาพร้อมกับมอเตอร์ที่ช่วยพยุงแขน พร้อมด้วยเซ็นเซอร์ตรวจจับการเคลื่อนไหว ทำให้ผู้ป่วยได้เรียนรู้การเคลื่อนไหวที่ในรูปแบบที่ถูกต้อง เป็นไปตามหลักสรีระของการเคลื่อนไหวของมนุษย์ โดยขณะฝึกเครื่องจะบอกข้อมูลการฝึก ทำให้ผู้ป่วยฝึกการเคลื่อนไหวได้อย่างถูกต้องมากที่สุด

Hand of Hope – หุ่นยนต์กายภาพบำบัดมือสำหรับผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง อัมพฤกษ์อัมพาตที่กล้ามเนื้อมือไม่สามารถขยับได้ หรือแรงกำเหยียดมือยังไม่ดี หุ่นยนต์ Hand of Hope นี้จะช่วยให้ผู้ป่วยสามารถฟื้นฟูการเคลื่อนไหวของมือได้อย่างเป็นธรรมชาติและปลอดภัย ส่งเสริมการฟื้นตัวของระบบประสาทได้อย่างมีประสิทธิภาพ

Armeo Spring – หุ่นยนต์กายภาพบำบัดสำหรับผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองที่มีปัญหาแขนอ่อนแรง เหมาะสำหรับผู้ป่วยที่เริ่มขยับกล้ามเนื้อแขนได้ แต่แรงกล้ามเนื้อและการควบคุมการเคลื่อนไหวยังไม่ดีพอสำหรับการใช้งานในชีวิตประจำวันโดยหุ่นยนต์นี้ช่วยทำให้การฝึกการควบคุมและออกแรงกล้ามเนื้อทำได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยจะรายงานผลผ่านหน้าจอเพื่อให้ผู้ป่วยได้เรียนรู้และปรับการเคลื่อนไหวในรูปแบบที่ถูกต้อง

เมื่อผู้ป่วยมาพบแพทย์ แพทย์จะทำการประเมินระดับความสามารถการเคลื่อนไหวของผู้ป่วย แบ่งเป็นระดับ 0-5 โดยที่ระดับ 0-1 หมายถึงผู้ป่วยยังไม่มีแรงที่จะขยับหรือยังไม่มีแรงพอที่จะเคลื่อนไหวร่างกายได้, ระดับ 2-3หมายถึงกล้ามเนื้อเริ่มมีแรงขยับได้ เกร็งได้บ้าง แต่ยังไม่สามารถออกแรงต้านได้,ระดับ 4 หมายถึงกล้ามเนื้อมีแรงขยับและเริ่มออกแรงต้านได้บ้าง แต่ยังไม่เท่าคนปกติ, ระดับ 5 หมายถึงการออกแรงได้ปกติแต่ในผู้ป่วยบางรายอาจยังหลงเหลือความผิดปกติ เช่น การควบคุมประสานงานหรือความละเอียดของมือ

อย่างไรก็ตาม หากผู้ป่วยไม่ได้รับการฟื้นฟูอย่างทันท่วงที สิ่งที่เกิดขึ้นคือร่างกายจะเริ่มจดจำท่าทางในลักษณะที่ผิดทำให้การเคลื่อนไหวไม่เป็นธรรมชาติ หรือไม่ดีพอสำหรับการใช้งาน ดังนั้น เมื่อเริ่มมีอาการอ่อนแรงของกล้ามเนื้อแขนหรือไม่สามารถขยับแขนหรือมือได้ ผู้ป่วยควรได้รับการฟื้นฟูโดยเร็วที่สุดเพื่อผลลัพธ์ที่ดีกว่า โดยทั่วไป Golden Period หรือ ช่วงเวลาทองของผู้ป่วยคือภายใน 1-3 เดือน อย่างไรก็ตามหากเกิน 3 เดือนไปแล้วก็ยังได้ประโยชน์จากการฟื้นฟู เพียงแต่ผลลัพธ์อาจแตกต่างกันในผู้ป่วยแต่ละราย

‘Ethniq Jewelry’ จัดงานแกรนด์ โอเพนนิ่ง ฉลองเปิดตัวสาขาแรกในไทย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/704712

‘Ethniq Jewelry’ จัดงานแกรนด์ โอเพนนิ่ง ฉลองเปิดตัวสาขาแรกในไทย

‘Ethniq Jewelry’ จัดงานแกรนด์ โอเพนนิ่ง ฉลองเปิดตัวสาขาแรกในไทย

วันจันทร์ ที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2566, 20.14 น.

“แพท ณปภา” จับมือ “อาย กัญญาลักษณ์”  ร่วมงาน แกรนด์ โอเพนนิ่ง แบรนด์ เอทนิค จิวเวลรี่ (Ethniq Jewelry)  ฉลองเปิดตัวสาขาแรกอย่างยิ่งใหญ่  สำหรับเครื่องประดับ แบรนด์ดังจากอเมริกัน เอทนิค จิวเวลรี่  (Ethniq Jewelry) ที่ได้รับความนิยมอย่างล้นหลาม ด้วยยอดขายบนเว็ปไซต์อะเมซอน (AMAZON) เว็ปไซต์สำหรับนักช็อปอันดับ 1   มีวางจำหน่ายใน สหรัฐอเมริกา, เม็กซิโก ,แคนาดา ,ญี่ปุ่น ,บราซิล และเตรียมแผนที่จะขยายไปยังอีกหลายประเทศ ในเร็ว ๆ นี้  โดยได้เปิดตัวอย่างเป็นทางการแล้ว ณ Grand Royal Plaza พัทยา  เมื่อวันก่อน

สำหรับ เอทนิค จิวเวลรี่  (Ethniq Jewelry) มีแนวทางการออกแบบ เฉพาะตัว ร่วมสมัย คลาสสิค โมเดิร์น หรูหรา และสวยงาม ในราคาที่จับต้องได้ ด้วยการออกแบบ จากดีไซน์เนอร์ระดับโลก อย่าง  “มิสเตอร์ อังเดร  โกโรดนิเชฟ” (Mr.Manager Director) Commercial Director นำทีมการตลาดร่วมกับ เพื่อนสนิทอย่าง “มิสเตอร์ ไอกอร์  เมเซ็นเชฟ” (Mr.Commercial Director) Manager Director ผนึกกำลังร่วมบริหารงาน “เอทนิค จิวเวลรี่” (Ethniq Jewelry) โดยมี โรงงานผลิตเป็นของตัวเอง ที่ นิคมอุตสาหกรรม อัญธานี เจโมโปลิส  ผลิตและส่งออก จัดจำหน่ายทั่วทุกมุมโลก พร้อมทั้งยังส่งเสริมช่างฝีมือคนไทยที่มีความละเอียดอ่อน ให้ดังไกลถึงต่างแดน จึงไม่น่าแปลกใจที่ “เอทนิค จิวเวลรี่” (Ethniq Jewelry) จะติดยอดขายในอันดับต้นๆ ของเว็บไซต์ระดับโลก

สำหรับในประเทศไทย เอทนิค จิวเวลรี่ (Ethniq Jewelry) พร้อมส่งมอบ ความหรูหร่า หลากหลายดีไซน์ หลากหลายคอลเลคชั่น แก่คุณผู้หญิงและผู้ชายในทุกช่วงอายุ ทุกช่วงอารมณ์ พร้อมให้เลือกสรร แมชได้กับทุกการแต่งตัวในทุกวัน ในทุกโอกาส ทุกเทศกาล สวยหรูหราดั่งใจ “เอทนิค จิวเวลรี่’ (Ethniq Jewelry) พร้อมดูแลสไตล์คุณ ให้ดูดีได้ทุกวัน ในอนาคตอันใกล้นี้ เอทนิค จิวเวลรี่ (Ethniq Jewelry)  เตรียมพร้อม เปิดอีก 16 สาขา ทั่วประเทศ เร็วๆนี้ 

ล่าสุด เอทนิค จิวเวลรี่ (Ethniq Jewelry)  ได้เปิดตัวอย่างเป็นทางการ ไปเมื่อวันเสาร์ที่ 14 มกราคม ปี2566  ฉลองวันเด็กแห่งชาติ โดยในงานนี้ ได้ นักแสดง อารมณ์ดี อย่าง “แพท-ณปภา ตันตระกูล” มาเป็นพิธีกรหลักในงาน  พร้อมรับชม แฟชั่นโชว์ ไฮไลน์พิเศษ จากนางแบบ คนพิเศษ   “อาย-กัญญาลักษณ์ หนูแก้ว”  รองอันดับ 1 Miss Universe Thailand 2022 ที่มาพร้อมกับ คอลเลคชั่นใหม่ประจำปี 2566 จาก  แบรนด์ เอทนิค จิวเวลรี่ (Ethniq Jewelry)   อีกทั้งยังได้ร่วม เพลิดเพลิน ไปกับ นักร้องรับเชิญคนพิเศษ  “ลุลา-กันยารัตน์ ติยะพรไชย”  มาขับกล่อมบทเพลง ที่โด่งดังมากมาย ชิลๆ กับอคูสติกโฟคซองเบาๆ  ปิดท้าย 

-(016)