‘ผู้สมัครส.ส.’ทั้งสองระบบต้องผ่านการสรรหาจากสาขาพรรคการเมือง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/541961

30 ม.ค. 2566

'ผู้สมัครส.ส.'ทั้งสองระบบต้องผ่านการสรรหาจากสาขาพรรคการเมือง

กฎหมายพรรคการเมือง กำหนดให้การส่งผู้สมัครส.ส.ทั้งสองระบบ ต้องผ่านการสรรหาแต่สุดท้าย ให้’กรรมการบริหารพรรค’ชี้ขาด

พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง(ฉบับที่2)พ.ศ.2566 มีสาระสำคัญ ว่าด้วยการส่งผู้สมัครส.ส.ทั้งสองระบบดังนี้

  • พรรคการเมืองซึ่งประสงค์จะส่งผู้สมัครฯส.ส.เขตจังหวัดใด ต้องมีสาขาหรือตัวแทนพรรคการเมืองในจังหวัดนั้น
  • ต้องมีการสรรหาผู้สมัครส.ส.เขต กำหนดระยะเวลาในการเปิดรับสมัครฯ
  • สาขาหรือตัวแทนพรรคแต่ละจังหวัดเป็นผู้ให้ความเห็นชอบในเบื้องต้น
  • สาขาหรือตัวแทนพรรคส่งรายชื่อผู้เข้ารับการสรรหาทั้งหมดพร้อมเหตุผลให้กรรมการบริหารพรรคชี้ขาด
  • การส่งผู้สมัครส.ส.บัญชีรายชื่อต้องมีคณะกรรมการสรรหากำหนดวันเวลาการรับสมัคร แจ้งกรรมการบริหารพรรค สาขาหรือตัวแทนประจำจังหวัดทราบ
  • กรรมการบริหาร หัวหน้าสาขา หรือตัวแทนประจำจังหวัดเป็นผู้เสนอรายชื่อให้คณะกรรมการสรรหา
  • กรรมการสรรหาจัดทำบัญชีรายชื่อผู้สมัครฯไม่เกิน100 คน โดยคำนึงถึงความเท่าเทียมระหว่างเพศ
  • หัวหน้าสาขาหรือตัวแทนพรรคการเมืองจัดรับฟังความเห็นจากสมาชิกพร้อมเหตุผลส่งคืนกรรมการสรรหา
  • กรรมการสรรหาส่งบัญชีรายชื่อให้กรรมการบริหารพรรคให้ความเห็นชอบ
  • ไม่ต้องดำเนินการสรรหาผู้สมัครส.ส.ทั้งสองระบบนี้ใหม่ หากได้ดำเนินการสรรหาไว้ก่อนกฎหมายฉบับนี้ใช้บังคับ
  • สาขาหรือตัวแทนพรรคการเมืองที่มีอยู่เดิมให้เป็นสาขาหรือตัวแทนพรรคการเมืองตามกฎหมายฉบับนี้ หากมีทั้งสองอย่างให้เลือกอย่างใดอย่างหนึ่งและต้องแจ้งกกต.
  • ห้ามไม่ให้สาขาหรือตัวแทนพรรคการเมืองปล่อยคนนอกที่ไม่ได้เป็นสมาชิกพรรคแสดงความเห็นในที่ประชุมสรรหาผู้สมัครฯ

อ่านรายละเอียดกฎหมายพรรคการเมืองได้ตามลิ้งค์ด้านล่างนี้

พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2566

ไม่ได้สมคบคิดกับใคร ขอ45วัน’แบ่งเขตเลือกตั้ง’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/541954

30 ม.ค. 2566

ไม่ได้สมคบคิดกับใคร ขอ45วัน'แบ่งเขตเลือกตั้ง'

เลขาฯ ‘กกต.’ ยืนยันขอเวลา 45 วัน แบ่งเขตเลือกตั้ง อยู่ในกรอบกฎหาย ไม่ได้เอื้อประโยชน์ ให้พรรคการเมืองใดเตรียมการเลือกตั้ง

กกต.ยืนยันว่าเวลา 45 วันที่ขอไว้ใช้แบ่งเขตเลือกตั้งเป็นไปตามกรอบกฎหมาย แต่ปรับเปลี่ยนได้หากมีการยุบสภา  เตรียมหารือ กรรมการการเลือกตั้งบ่ายวันนี้ เพื่อดำเนินการให้เร็วที่สุด

แสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง ยืนยันว่า เข้าพบวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐนตรี เพื่ออธิบายขั้นการการเตรียมเลือกตั้งของ กกต. ไม่ได้มีการหารือเรื่องยุบสภา เพราะเป็นหน้าที่ของรัฐบาล แต่กกต. มีความจำเป็นที่จะต้องได้ 45 วัน เพื่อเตรียมความพร้อม แต่หลังจากนั้นก็เป็นเรื่องของส่วนงานอื่น ที่เขาจะต้องไปพิจารณา กกต. อยากเตรียมการเลือกตั้งทุกอย่างให้มีความพร้อม ไม่ต้องการสร้างมีเงื่อนไข

เรื่องที่หลายพรรคการเมืองเกรงว่าจะมีการแบ่งเขตเลือกตั้งแปลกประหลาดซ้ำรอยการเลือกตั้งปี 2562 นั้น เชื่อว่าเป็นเพียงความเห็นบางพรรค หรือบางคน ที่ไม่ถูกใจการแบ่งเขต  เพราะทำให้เขาไม่ได้ประโยชน์ แต่ยืนยันว่ากกต.แบ่งเขตตามกฏหมายเวลา 45 วัน ไม่ได้เอื้อประโยชน์ให้พรรคการเมืองใด ถามว่า ถ้าไม่มีการแบ่งเขตเลือกตั้งแล้ว จะมีการเลือกตั้งได้หรือไม่  แล้วแต่ใครจะจินตนาการอย่างไร

ผู้สื่อข่าวถามว่า หากยึดตามไทม์ไลน์ขณะนี้ จะยังมีการเลือกตั้งไม่เกินวันที่ 7 พฤษภาคม 2566 หรือไม่ เลขาฯกกต.บอกว่า วันดังกล่าวเป็นกรณีหากรัฐบาลอยู่ครบวาระ  กกต. มีแผนการทำงานอยู่แล้วไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ส่วนจะเลือกตั้งวันไหนก็ต้องรอนายกรัฐมนตรีและตอนนี้ยังไม่ครบวาระ กกต. ยังไม่มีไทม์ไลน์ ตอนนี้ยังไม่มีการเลือกตั้ง

เลขาฯกกต.บอกว่าการเลือกตั้งจะเกิดขึ้นในช่วงใด   ก็เป็นเรื่องของคนทุกคนในชาติ ไม่ว่าจะอยู่ในช่วงวันหยุดกี่วัน หากทุกคนได้รู้และเตรียมตัวว่าจะมีการเลือกตั้งในวันไหนก็ขอให้มาใช้สิทธิกันให้มากๆ และไม่ว่าจะหยุดกี่วันกกต. ก็ต้องทำงานเหมือนเดิมตามที่มีปฏิทินงานที่วางไว้อยู่แล้ว

สาระสำคัญกฎหมายเลือกตั้งแบบ’บัตรเลือกตั้ง2ใบ’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/541944

30 ม.ค. 2566

สาระสำคัญกฎหมายเลือกตั้งแบบ'บัตรเลือกตั้ง2ใบ'

กกต.อำนาจล้นฟ้าสั่งยกเลิกการเลือกตั้งได้แค่ส่อว่าไม่สุจริต เปิดสาระสำคัญกฎหมาย’เลือกตั้ง’ส.ส. ที่มาสภา500

ในจำนวน 32 มาตราของพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส. (ฉบับที่2) พ.ศ.2566 หรือกฎหมายเลือกตั้งส.ส. มีสาระสำคัญประกอบด้วย

  • ส.ส.500 คน เป็นส.ส.เขต400 คน บัญชีรายชื่อ 100 คน
  • พรรคการเมืองที่จะส่งส.ส.บัญชีรายชื่อได้ ต้องส่งส.ส. เขตก่อน
  • เป็นการเลือกตั้งแบบบัตรเลือกตั้ง2ใบ
  • เขตเลือกตั้งที่ไม่มีผู้มีสมัครรายใดได้คะแนนมากกว่า คะแนนงดออกเสียง ให้กกต.จัดการเลือกตั้งใหม่โดยผู้สมัครฯรายเดิมไม่มีสิทธิสมัครอีก
  • ส.ส.บัญชีรายชื่อมาจากผลรวมคะแนนแบบบัญชีรายชื่อของทุกพรรคหารด้วย100 ผลลัพธุ์=คะแนนเฉลี่ยของส.ส.บัญชีรายชื่อ1คน
  • หากยังมีส.ส.บัญชีรายชื่อไม่ครบ ให้พรรคการเมืองที่มีเศษจากการคำนวณมากที่สุดได้ส.ส.เพิ่มอีก 1 คนตามลำดับ
  • พรรคการเมืองใด มีลำดับคะแนนเท่ากัน ทำให้จำนวนส.ส.  เกิน100คน ให้กกต.กำหนดให้พรรคการเมืองที่มีคะแนนเท่ากันมาจับสลาก
  • ส.ส.บัญชีรายชื่อของแต่ละพรรคการเมืองเรียงลำดับตามโควต้าที่ได้รับจากการคำนวณ
  • หากมีเหตุอันควรสงสัยว่าการเลือกตั้งไม่สุจริตทั้งก่อนเลือกตั้งหรือในวันเลือกตั้ง กกต.มีอำนาจยกเลิกการเลือกตั้ง สั่งให้มีการเลือกตั้งใหม่ หรือนับคะแนนใหม่ได้

อ่านรายละเอียดกฎหมายเลือกตั้งส.ส.ได้ตามลิ้งค์ด้านล่างนี้

พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส.(ฉบับที่ 2) พ.ศ.2566

แค่’แบ่งเขตเลือกตั้ง’ไม่ต้องใช้เวลาถึง45 วัน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/541938

30 ม.ค. 2566

แค่'แบ่งเขตเลือกตั้ง'ไม่ต้องใช้เวลาถึง45 วัน

อดีตกรรมการการเลือกตั้ง แจงไทม์ไลน์ ทำไมใช้เวลาแบ่งเขตเลือกตั้งได้ ภายใน 25 วัน ไม่ต้องลากยาว 45 วัน ตามที่เลขาฯ ‘กกต.’ ระบุ

การแบ่งเขตเลือกตั้งตามกฎหมายเลือกตั้งส.ส.ที่ประกาศใช้เมื่อวันที่ 28 มกราคมที่ผ่านมา สามารถดำเนินการให้แล้วเสร็จได้ ภายในเวลา 25 วัน โดยไม่ต้องใช้เวลาถึง 45 วัน ตามที่เลขาฯกกต.ออกมาพูดไว้ก่อนกฎหมายบังคับใช้  

สมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง ตั้งข้อสังเกตไว้ในโพสล่าสุดวันนี้ว่า การที่เลขาฯกกต.ระบุว่าการแบ่งเขตเลือกตั้งต้องใช้เวลา 45 วัน หลัง พ.ร.ป. 2 ฉบับมีผลบังคับใช้  คล้าย ๆ จะบอกว่า รัฐบาลไม่ควรยุบสภาก่อน 15 มีนาคม 2566โดยจำแนก 45 วัน คือ เวลาสำหรับ กกต.จังหวัดเตรียมการแบ่งเขต 5-7 วัน สำหรับฟังความเห็น 10 วัน สำหรับ กกต.ตัดสินใจเรื่องแบ่งเขต 7 วัน  รวม 25 วัน ส่วนที่สอง สำหรับพรรคการเมือง ทำไพรมารีโหวต 20 วัน รวมแล้ว 45 วัน พอดีนั้น

มีข้อเท็จจริงที่น่าสนใจคือ การแบ่งเขตที่ทำโดยจังหวัดได้เตรียมการมาเป็นปี ทำเสร็จนานแล้ว สามารถประกาศรับฟังความคิดเห็นได้ทันที  ตัดขั้นตอนช่วงที่หนึ่งได้ 7 วัน และขั้นสุดท้าย ตัดได้อีก 3 วัน  จึงเหลือเพียง 15 วันน่าจะเพียงพอ

กระบวนการทำ primary vote สำหรับจังหวัดที่มีเขตเลือกตั้งเท่าเดิม พรรคการเมืองสามารถทำได้ทันที เพราะ พรป. พรรคการเมืองฉบับใหม่ มีผลใช้บังคับแล้ว  เหลือเพียงแค่จังหวัดที่มีเขตเลือกตั้งเพิ่ม ต้องรอ กกต.แบ่งเขตก่อน จึงไม่จำเป็นต้องใช้เวลาถึง 20 วัน ลดเหลือ 10 วันก็เพียงพอ

รวม 2 กิจกรรม ไม่ต้องใช้เวลาถึง 45 วัน แต่ใช้แค่ 25 วัน ก็เพียงพอ หากขยัน และไม่เกรงใจบางพรรคที่ยังตั้งตัวแทนจังหวัดไม่เสร็จ

อดีตกรรมการการเลือกตั้ง ชี้ว่า พ.ร.ป 2 ฉบับ ประกาศใช้แล้ว มีผลวันที่ 29 มกราคม 2566 หากบวกไป 45 วัน คือ 15 มีนาคม 2566

หากยุบสภา 15 มีนาคม 2566 เลือกตั้งช้าสุด คือ 14 พฤษภาคม 2566 แต่หากยุบสภาลากไปถึง 22 มีนาคม 2566 เลือกตั้งช้าสุดคือ 21 พฤษภาคม 2566 ซึ่งประยุทธ์ เคยบอกว่า จะไม่ให้มีปัญหาต่อผู้สมัคร ส.ส. จึงน่าจะเป็นไปได้ว่า การยุบสภาจะเกิดขึ้นในระหว่างวันที่ 15-22 มีนาคม 2566 

 โดยจะขยับวันเลือกตั้งออกไปเป็น 14 หรือ 21 พฤษภาคม 2566  ใครอยากย้ายพรรค หากเชื่อในสัจจะ ความตั้งใจของประยุทธ์ ก็ไม่ต้องย้ายช่วงนี้ รอยุบสภาก่อนได้  แต่หากคิดว่าสัจจะไม่มีจริง  ให้รีบย้ายก่อน 7 กุมภาพันธ์ 2566  เพราะหากสภาอบู่ครบวาระ ผู้สมัครส.ส.ต้องสังกัดพรรคการเมือง 90 วันก่อนการเลือกตั้ง

อ้อนหนัก”เพื่อไทย”ขอเสียงคนเมืองกาญจน์แลนด์สไลด์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/541922

29 ม.ค. 2566

อ้อนหนัก"เพื่อไทย"ขอเสียงคนเมืองกาญจน์แลนด์สไลด์

“หมอชลน่าน-อุ๊งอิ๊ง”ขอเสียงคนเมืองกาญจน์กาเพื่อไทย 2 ใบ ประกาศแลนด์สไลด์ได้ นโยบายที่พูดไว้ทำได้แน่ พร้อมจับตาหลัง”ยุบสภา”ปล่อยนโนบายเด็ดอีก 7 ข้อ

เมื่อวันที่ 29 ม.ค. นายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน และหัวหน้าพรรคเพื่อไทย นางสาวแพทองธาร ชินวัตร หรือ อุ๊งอิ๊ง ประธานคณะที่ปรึกษาด้านการมีส่วนร่วมและนวัตกรรม และหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ผู้อำนวยการครอบครัวเพื่อไทย พร้อม ส.ส. และสมาชิกพรรค ลงพื้นจังหวัดกาญจนบุรี เพื่อพบปะผู้ประกอบการท่องเที่ยว และประชาชน 


นายแพทย์ชลน่าน กล่าวว่า หากพี่น้องประชาชนชาวกาญจนบุรีพร้อมจะเปลี่ยนแปลงเพื่อลูกหลาน เพื่ออนาคตของบ้านเมือง และเพื่อความสุขของทุกคน ขอให้เลือกเพื่อไทยให้แลนด์สไลด์ครบทั้ง 5 เขต ต้องเปลี่ยนผู้แทนราษฎรและเปลี่ยนพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ออกไป ด้วยการกาเพื่อไทยทั้ง 2 บัตร  มั่นใจว่าจะได้รับเสียงสนับสนุนจากพี่น้องชาวเมืองกาญจน์และจะสามารถทำงานร่วมกันกับนายสุรพงษ์ ปิยะโชติ หรือหมอหนุ่ย ชนะเลือกตั้ง นายก อบจ.กาญจนบุรี  ในระดับท้องถิ่น และผลักดันการเมืองระดับชาติได้ดียิ่งขึ้น แลนด์สไลด์ไม่ไกลเกินเอื้อม หลัง“ยุบสภา”พรรคเพื่อไทยมีทีเด็ดเตรียมประกาศ 7 นโยบายทันที

นายแพทย์ชลน่าน เล่าว่า ตนลงพื้นที่พบคุณลุงคนหนึ่ง เปิดเสื้อให้ดูแผลผ่าหัวใจ ที่ผ่านการผ่าหัวใจ 3 เส้น คาผ่าเส้นละ 10 บาท จากโครงการ 30 บาทรักษาทุกโรค เมืองกาญจน์เปลี่ยนได้ด้วยนโยบายของพรรคเพื่อไทย จะขับเคลื่อนได้ด้วยนายกรัฐมนตรีที่เข้าใจประชาชน ใครเป็นแคนดิเดตนายกฯของเพื่อไทย ไม่ต้องประกาศ เพราะประชาชนประกาศแทนแล้ว


“ขอพี่น้องประชาชน พี่น้องคนเสื้อแดง อย่าหวั่นไหว อย่าตกใจ พระพุทธเจ้าจะตรัสรู้ได้ต้องชนะมาร เป็นเพียงมารผจญเท่านั้น สิ่งสำคัญที่สุดคือการแลนด์สไลด์เพื่อนำพาความสุขของพี่น้องประชาชนกลับคืนมา”นายแพทย์ชลน่านกล่าว

นายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่านและหัวหน้าพรรคเพื่อไทยนายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่านและหัวหน้าพรรคเพื่อไทย

ด้านนางสาวแพทองธาร กล่าวว่า จากที่รับฟังปัญหาประกอบการการท่องเที่ยวและผู้ประกอบการธุรกิจสินค้าโอทอปต่างสะท้อนเป็นเสียงเดียวกันว่า แม้เมืองกาญจนบุรีจะเป็นเมืองท่องเที่ยว และประเทศเริ่มเปิดให้นักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาท่องเที่ยวแล้ว แต่ธุรกิจต่างๆ ยังคงซบเซา ส่งผลให้ยังคงใช้ชีวิตอย่างยากลำบาก ซึ่งหากเพื่อไทยได้เป็นรัฐบาล จะสร้างให้เป็นอีกหนึ่งแลนด์มาร์กสำคัญของการท่องเที่ยวเที่ยวในสายตานานาชาติ 

ส่วนปัญหาที่ดินทำกินซึ่งเป็นปัญหาหลักของพี่น้องชาวเมืองกาญจนบุรีจำนวนมาก เนื่องจากพบว่าที่ดินยังถูกผูกอยู่กับกฎหมายที่เป็นบทเฉพาะการตั้งแต่สมัยสงครามโลก ซึ่งสิทธิที่ทำกินไม่ชัดเจน พรรคเพื่อไทยจะนำข้อมูลไปพัฒนาเป็นนโยบาย ไม่ต้องโยกย้ายถิ่นฐานไปทำงานต่างถิ่น สร้างเศรษฐกิจระดับจังหวัดให้เข้มแข็ง นโยบายค่าแรง 600 บาท/วัน และค่าแรงปริญญาตรีขั้นต่ำ 25,000 บาท เป็นไปได้จริงอย่างแน่นอน ทั้งหมดนี้จะเกิดขึ้นได้ ถ้าเพื่อไทยแลนด์สไลด์ทั้งแผ่นดิน กาญจบุรีแลนด์สไลด์ทั้งจังหวัด

นางสาวแพทองธาร ชินวัตร หรือ อุ๊งอิ๊ง หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทยนางสาวแพทองธาร ชินวัตร หรือ อุ๊งอิ๊ง หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย

พรรคเพื่อไทยปราศรัยจังหวัดกาญจนบุรีพรรคเพื่อไทยปราศรัยจังหวัดกาญจนบุรี

“ประชาธิปัตย์”เปิดตัวผู้สมัครภูเก็ต พร้อมแฉสาเหตุแพ้เลือกตั้งปี 62

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/541918

29 ม.ค. 2566

"ประชาธิปัตย์"เปิดตัวผู้สมัครภูเก็ต พร้อมแฉสาเหตุแพ้เลือกตั้งปี 62

“ประชาธิปัตย์”เปิดตัว 3 ผู้สมัครภูเก็ต มั่นใจกวาดส.ส.ได้ครบ แฉสาเหตุแพ้”พรรคพลังประชารัฐ”เมื่อปี2562 จนได้เทวดาที่หายตัวได้ 2 ตน

เมื่อวันที่ 29 ม.ค. นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมด้วย นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ผู้บริหารและแกนนำพรรค เปิดตัวว่าที่ผูัสมัคร ส.ส.จังหวัดภูเก็ต ประกอบด้วย นายกวี ตันสุคตานนท์ อดีตรองนายกเทศมนตรีเทศบาลภูเก็ต , นายชัยยศ ปัญญาไวย ประธานสภาทนายความจังหวัดภูเก็ต และ นางสาวพลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์  สมาชิกสภาเทศบาลตำบลวิชิต จังหวัดภูเก็ต ภายใต้สโลแกน “ประชาธิปัตย์ หยัดได้”

เปิดตัว 3 ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ภูเก็ตเปิดตัว 3 ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ภูเก็ต

นายจุรินทร์ มั่นใจ เลือกตั้งปี2566 สามารถกวาดที่นั่งส.ส.ภูเก็ตได้ครบ 3 เขต เพราะไม่เคยทอดทิ้งชาวภูเก็ต แม้กระทั่งไม่มีนักท่องเที่ยวสักคนก็ตาม

โดยบางช่วงที่ปราศรัย ยังพูดถึง สาเหตุการที่เคยพ่ายแพ้ให้พรรคพลังประชารัฐ 2 ที่นั่ง(ขณะนั้นมี2เขต) เนื่องจากโดนสึนามิทางการเมืองลูกใหญ่ เป็นการเลือกตั้งครั้งนั้นในสถานการณ์ที่ไม่ปกติ ประชาชนถูก บังคับแบ่งฝัก แบ่งฝ่าย ต้องเลือก “เอาทักษิณ-ไม่เอาทักษิณ” ทำให้ไม่ได้เลือกผู้แทน แต่ได้เลือก”ตู่” ทำให้ได้เทวดามา 2 ตน จนล่าสุดกลายเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่หายตัวได้ ซึ่งจังหวะนี้สร้างเสียงฮือฮาให้ชาวภูเก็ตเป็นอย่างมาก 

นายจุรินทร์ กล่าวด้วยว่า เลือกตั้งครั้งหน้า จะเป็นการแข่งขันระหว่างสถาบันการเมืองและพรรคการเมืองเฉพาะกิจ ซึ่งพรรคเฉพาะกิจตั้งขึ้นมาเพื่อหนุนคนเดียวเป็นเทพเจ้าแห่งความถูกต้อง สั่งการได้ทุกเรื่องหากประชาชนเลือกก็จะได้อนาคตเฉพาะกิจ 

ส่วนที่ขณะนี้หลายพรรคการเมืองกระหน่ำลงพื้นที่ภาคใต้นั่น นายจุรินทร์ ถึงกับบอกว่า “กลัว…กลัวไม่มา” เพราะยิ่งมามาก เสียงยิ่งแตก แต่ยังมั่นใจในฐานเสียงของพรรคประชาธิปัตย์

"ประชาธิปัตย์"เปิดตัวผู้สมัครภูเก็ต พร้อมแฉสาเหตุแพ้เลือกตั้งปี 62
ชาวภูเก็ตฟังปราศัยจากพรรคประชาธิปัตย์ชาวภูเก็ตฟังปราศัยจากพรรคประชาธิปัตย์

“ไทยสร้างไทย”ข้องใจคำสั่งย้าย”หมอสุภัทร”หลายข้อ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/541914

29 ม.ค. 2566

"ไทยสร้างไทย"ข้องใจคำสั่งย้าย"หมอสุภัทร"หลายข้อ

“ไทยสร้างไทย”ข้องใจคำสั่งย้าย”หมอสุภัทร” พบข้อสงสัยหลายอย่าง ทั้งไม่แจ้งเหตุผล เป็นตำแหน่งทำได้จนเกษียณ เปลี่ยนตัวคนเซ็นคำสั่งไม่กี่วัน

หลังจากนพ.สวัสดิ์ อภิวัจนีวงค์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข ปฏิบัติราชการแทนปลัดกระทรวงสาธารณสุข ลงนามคำสั่งย้ายข้าราชการ นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลจะนะ ไปดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการโรงพยาบาลสะบ้าย้อย สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสงขลา 

เมื่อวันที่ 29 ม.ค. ดร.สุวดี พันธุ์พานิช คณะทำงานสาธารณสุข และ ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. กทม. เขต 1 พรรคไทยสร้างไทย ออกมาเรียกร้องให้กระทรวงสาธารณสุขทบทวนคำสั่งโยกย้าย โดยที่นพ.สุภัทรยังไม่ได้รับการชี้แจงเหตุผล และตำแหน่งปัจจุบันไม่ใช่ตำแหน่งบริหาร สามารถทำงานที่เดิมได้จนเกษียณอายุราชการ 

ตั้งข้อสงสัยถึงกระบวนการโยกย้ายข้าราชการ เพียงไม่กี่วันมีคำสั่งสลับตัวผู้มีอำนาจควบคุมในพื้นที่ ก่อนออกระเบียบให้อำนาจเพิ่มในการโยกย้ายและตั้งกรรมการพิจารณา ประกาศคำสั่งการแบบไร้การพูดคุยในพริบตา

ขณะที่การออกระเบียบตั้งกรรมการพิจารณาเรื่องอื่นกลับช้า ที่ผ่านมาลักษณะแบบนี้มีแต่การลงโทษร้ายแรง อย่าลืมว่าหากพบความผิดปกติ ไม่เป็นธรรม ผู้สั่งการก็จะมีความผิดตามกฎหมาย

ดร.สุวดี กล่าวต่อว่า ข้าราชการแพทย์มีสิทธิมีเสียงในการบริหารและร่วมมือกับกระทรวงสาธารณสุขเพื่อดูแลสุขภาพประชาชน ทุกความเห็นมีความหมาย เพราะต่างเคารพในความแตกต่าง ความเชี่ยวชาญ การวิจารณ์นโยบายมีส่วนสำคัญเพื่อแสวงหาทางออกร่วมกัน รวมถึงการทำงานอาสาของกลุ่มแพทย์เพื่อเสริมรัฐในช่วงที่ทรัพยากรมีจำกัด ล้วนแต่เป็นการแบ่งปันเพื่อประโยชน์ของประชาชน คำสั่งโยกย้ายนี้ได้บั่นทอนกำลังใจบุคลากรทางการแพทย์ทั้งใหญ่เล็ก ลดทอนความภาคภูมิใจและแรงบันดาลใจในการทำงาน

ดร.สุวดี พันธุ์พานิชดร.สุวดี พันธุ์พานิช

“พรรคชาติพัฒนากล้า”ผุดไอเดียชูนโยบาย”เศรษฐกิจสายมู”

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/541909

29 ม.ค. 2566

"พรรคชาติพัฒนากล้า"ผุดไอเดียชูนโยบาย"เศรษฐกิจสายมู"

“พรรคชาติพัฒนากล้า”ผุดไอเดียชูนโยบาย”เศรษฐกิจสายมู” 1 จังหวัดต่อ 1 พันล้าน สร้างรายได้สู่ภาคธุรกิจและชุมนุม

ปัจจุบัน “สายมู” ถือเป็นอีกหนึ่งที่พึ่งทางจิตใจของใครหลายๆคน ทั้งโชคลาภ การงาน สุขภาพ ความรัก เป็นต้น จนบางแห่งกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยว สร้างรายได้และกระตุ้นเศรษฐกิจในแหล่งชุมนุม เนื่องจากมีผู้คนหลั่งไหลไปสักการะ

พรรคชาติพัฒนากล้าผุดไอเดียสร้าง “เศรษฐกิจสายมู” หรือเศรษฐกิจสีขาว ขึ้นมา ในนโยบายเศรษฐกิจ 7 สี  หรือ Spectrum Economy ที่จะหารายได้เข้าประเทศ 5 ล้านล้านบาท  
 

โดยนายกรณ์ จาติกวณิช หัวหน้าพรรคชาติพัฒนากล้า เห็นว่า ท่องเที่ยวสาย “มูเตลู” ไม่ใช่ความงมงาย แต่คือความเชื่อและความศรัทธาที่อยู่คู่กับคนไทยมานาน แม้แต่ในช่วงการแพร่ระบาดโควิด19 ทุกจังหวัดเหลือเที่ยวบินเพียงวันละ1-2เที่ยว แต่ที่จ.นครศรีธรรมราช กลับมีเที่ยวบิน 50 กว่าเที่ยว เพราะมีวัดเจดีย์ หรือ วัดไอ้ไข่ เงินสะพัดไปสู่ทั้งระดับภาคธุรกิจและระดับชุมชน มีนักท่องเที่ยวไปอุดหนุนกันอย่างอุ่นหนาฝาคั่ง 

พรรคชาติพัฒนากล้า มีนโยบาย คือ 1 จังหวัด 1 พันล้าน จากสร้างแหล่งท่องเที่ยวศักดิ์สิทธิ์ จังหวัดไหนไม่มีสถานที่ที่ดึงความน่าสนใจได้เพียงพอก็สร้างขึ้นใหม่ 

นายกรณ์ยังยกตัวอย่าง หลวงปู่ทวดองค์ใหญ่ที่จ.พระนครศรีอยุธยา ที่ผลักดันสร้างขึ้นมาจากความคิดของนายกอุ๊ วัชรพงศ์ ระดมสิทธิพัฒน์ ที่ปรึกษาเศรษฐกิจพรรคชาติพัฒนากล้า จนทำให้ชาวบ้านสามารถนำสินค้ามาขายโดยรอบได้ รายได้กระจายไปสู่ชุมชนและคนอยุธยาอย่างประเมินค่าไม่ได้ หรือแม้แต่พระพิฆเนศองค์ยืนที่องค์ยืนที่ จ.ฉะเชิงเทรา และ การสร้างหลวงปู่โต วัดโบสถ์ อ.สามโคก จ.ปทุมธานี จนกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของจังหวัดด้วย

 
“หากลงทุนหลักพันล้านต่อ 1 แหล่งท่องเที่ยว เราจะได้เงินกลับคืนมาอย่างมหาศาล ดูแหล่งท่องเที่ยวระดับโลกอย่างเจ้าแม่กวนอิมที่ฮ่องกง วัดอาซากุสะที่ญี่ปุ่น โบสถ์ที่งดงามในยุโรป หรือแม้แต่พระพรหมเอราวัณที่บ้านเรา ต่างก็เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่คนทั่วโลกอยากมาชมด้วยตาตัวเอง”นายกรณ์ กล่าว 

สิ่งสำคัญของการส่งเสริมการท่องเที่ยวต้องมี 3 มิติควบคู่กัน ได้แก่ 1. เพิ่มนักท่องเที่ยว ที่เราต้องลงทุนในระบบสาธารณูปโภค ลงทุนในการอนุรักษ์ดูแลธรรมชาติ 2. เพิ่มเวลาที่นักท่องเที่ยวอยู่กับเรา จาก 10 วันเป็น 12 วัน ต้องเพิ่มแหล่งท่องเที่ยวให้หลากหลายและดึงดูด และ 3. เพิ่มเงินที่นักท่องเที่ยวใช้ตอนอยู่กับเรา เพิ่มการใช้จ่ายจับจ่าย ต้องเพิ่มมูลค่าสินค้าเราให้มีราคามากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นของฝาก อาหาร ที่พัก ฯลฯ ซึ่งยุทธศาสตร์สายมูตอบโจทย์ทั้ง 3 มิติ

ด้านนายกอุ๊ กล่าวเสริมว่า ตนเป็นคนแปดริ้ว หัวใจการท่องเที่ยวของเมืองแปดริ้วมีเพียงแห่งเดียวเท่านั้นคือ วัดหลวงพ่อโสธร คนมาปีละหลายล้านคน แต่สิ่งที่พบคือมีเพียงเป้าหมายเดียวในการมาปิดทองไหว้หลวงพ่อและไม่ได้ไปไหนต่อ วัดอื่นไม่มีคนรู้จักไม่มีเกจิไหนหรือพระพุทธรูปใดจะทาบรัศมีและแข่งบารมีกับหลวงพ่อได้ นี่คือจุดแข็งเบอร์1 ของ แต่ในจุดแข็งกลับมีจุดอ่อนแฝงอยู่ 

การสร้างแหล่งท่องเที่ยวครบวงจร สามารถพลิกโฉมเมืองแปดริ้ว มีเงินสะพัดเกิดการค้าขาย เกิดอาชีพ เกิดความเจริญในพื้นที่จากที่เคยเป็นเมืองอับคนไม่ไป ที่ดินราคาแพงขึ้น ชาวบ้านรวยขึ้น เงินหมุนเวียนทั้งระบบเป็นหลายพันล้านบาทต่อปี และที่สำคัญ มีความยั่งยืน และนี่คือการท่องเที่ยวอีกรูปแบบที่สร้างขึ้นใหม่ในยุคปัจจุบัน

นโยบาย"เศรษฐกิจสายมู"นโยบาย”เศรษฐกิจสายมู”

Tantikorn and Arisa Enjoy Double Delights at 1st Junior Asian Tour

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ The Nation.

https://www.nationthailand.com/lifestyle/sport/40024440

Tantikorn and Arisa Enjoy Double Delights at 1st Junior Asian Tour

Tantikorn and Arisa Enjoy Double Delights at 1st Junior Asian Tour

SUNDAY, JANUARY 29, 2023

THE NATION

Tantikorn Klinpeng and Arisa Bintachitt won the boys’ and girls’ open and B class titles as the inaugural Junior Asian Tour golf tournament came to a conclusion at the Southern Hills Golf & Country Club in Hat Yai, Songkhla on Sunday.

Tantikorn, a protégé from the Thongchai Jaidee Golf Academy, signed off with a 73 and a total one over-par-217 to triumph in the boy’s B class (age 13-14), beating Sarunyapong Hongamata by 17 strokes. His total of 217 also propelled him to the boy’s open crown.
 

“I was unable to hit the driver the way I wanted to and missed some fairways. So, I had to switch to a 3 wood on some holes,” said the 13-year-old from Rayong province.

“I’m happy that I won, but I should have done better. There were some mistakes I shouldn’t have made. I need to go home and try to fix this issue,” added Tantikorn who won the JAT Qualifiers last December. 

Tantikorn and Arisa Enjoy Double Delights at 1st Junior Asian Tour

In the girls’ B class, Arisa bounced back from two bogeys on the second and fourth holes to fire three birdies at the back and finished her campaign with a 71 and a three-day total of two over-par-218. She beat Thai-French Louise Uma Landgraf by six strokes.

“I was trying to be patient out there, hitting one shot at a time,” said Arisa who also won the girl’s open trophy. “I had to stay solid, focus on my breathing technique and tried not to rush. It was so amazing to win this week,” she added.

Tantikorn and Arisa Enjoy Double Delights at 1st Junior Asian Tour

In the A class (age 15-18) division, Wittaya Ngamhom pipped Ingtawan Wangrungwichaisri in the boys’ category by a stroke after each hit an ending 75. Wittaya’s seven over-par-223 saw him walk away with the victory with Ingtawa coming at second on 224. The girls’ trophy belonged to Pryfon Prom-on who closed with a 74 and a total 14 over-par-230, 34 shots better than Peeyaporn Intasae.

Winners in class A and B will be granted wildcard entries into the Thailand Mixed circuits 1-3 due later this year. Each also receives 500 points on the JAT Order of Merits which will be used to award wildcards for the Asian Mixed Stableford Challenge. 

Tantikorn and Arisa Enjoy Double Delights at 1st Junior Asian Tour

The season-opening edition is one of the six JAT circuits to be held in Thailand this year. It is competed in a stroke-play format and divided into three age groups: 10-12 years, 13-14 years, and 15-18 years.  

Each stop features World Amateur Golf Ranking (WAGR) and Junior Golf Scoreboard which will serve as the path for youngsters to pursue their golf career in the future. Apart from opportunities to gain world ranking points, youngsters with outstanding results on the Asian Junior Tour will receive wildcards into prestigious events including the LPGA, Ladies European Tour, Asian Tour, TrustGolf Tour and several professional events due in Thailand.

The second circuit of the Junior Asian Tour will take place at Grand Prix Golf Club in Kanchanaburi between March 17-19.

Tantikorn and Arisa Enjoy Double Delights at 1st Junior Asian Tour

JD Central discontinues operations in Thailand on March 3

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ The Nation.

https://www.nationthailand.com/business/corporate/40024456

JD Central discontinues operations in Thailand on March 3

JD Central discontinues operations in Thailand on March 3

MONDAY, JANUARY 30, 2023

Online shopping platform JD Central (www.jd.co.th) announced on Monday that it was discontinuing its operations in Thailand from March 3, though customer service will be available until March 31.

In a Facebook announcement, the company said the JD Central Official Store will stop accepting orders from 11.59pm on February 15, while the JD Central platform with other vendors will stop accepting orders from 11.59pm on March 3.

The company has promised to fulfil all orders placed on or before March 3. The time taken for deliveries will be determined by the third-party logistics provider and seller.

JD Central’s customer service centre will continue providing after-sales services for completed orders until March 31, from 9am to 6pm, via live chat, phone (02) 030 4599 and e-mail cs@jd.co.th.

JD points and discount coupons can be used until March 3, while product warranty will not be affected by the discontinuation of the platform.

JD Central is an e-commerce platform set up in 2018 by Thailand’s Central Group and China’s e-commerce operator JD.com. It was named the Best e-Commerce Solution and Best e-Commerce Campaign – B2B in the Marketing Asia e-Commerce Awards 2020 hosted by Singapore’s “Marketing” magazine.

Related Stories

JD Central officially launches

JD Central marks first year’s success with shopping fest

JD Central, JD.com forge e-commerce partnership with govt agencies, UTCC