เจาะเมืองช้าง “อนุทิน” ดูด “แม่ใหญ่จิ๋ว” สายป้อม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/thong-yuttaphop/540475

ขุนน้ำหมึก

08 ม.ค. 2566

เจาะเมืองช้าง “อนุทิน” ดูด “แม่ใหญ่จิ๋ว” สายป้อม

ล้างอาถรรพ์เมืองช้างสีแดง “อนุทิน” ดูด “แม่ใหญ่จิ๋ว” ชนมณี บุตรวงษ์ เครือข่ายสายลุงป้อม ได้ลุ้นอีกหลายเขต ขนดาวรุ่งชน ส.ส.เพื่อไทย อายุเยอะ มีจุดอ่อนเพียบ

พรรคเซราะกราว “อนุทิน” ดูด “แม่ใหญ่จิ๋ว” ชนมณี บุตรวงษ์ อดีตผู้สมัคร ส.ส.สุรินทร์ พรรครวมแผ่นดิน เครือข่ายบ้านป่ารอยต่อฯ

“อนุทิน” หวังล้างอาถรรพ์เมืองช้างสีแดง คว้าตัว “แม่ใหญ่จิ๋ว” เสริมทัพ แถมมีสิทธิ์ลุ้นเขตชายแดนเขมร เพราะ ส.ส.อายุเยอะ ค่ายเพื่อไทย มีจุดอ่อนเพียบ

วันที่ 7 ม.ค.2565 อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย และศักดิ์สยาม ชิดชอบ เลขาธิการพรรคพร้อมคณะ ได้เปิดตัวแม่ใหญ่จิ๋ว-ชนมณี บุตรวงษ์ ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.สุรินทร์ เขต 4 ที่ศูนย์ประสานงานพรรค อ.ชุมพลบุรี จ.สุรินทร์ 

หลังจากนั้น อนุทินและศักดิ์สยาม ก็เดินทางไปเปิดสำนักงานพรรคภูมิใจไทย สุรินทร์ เขต 2  ของ ณัฏฐพล จรัสรพีพงษ์ อดีต ส.ส.สุรินทร์  

ที่น่าสนใจคือ แม่ใหญ่จิ๋ว-ชนมณี บุตรวงษ์ เป็นภรรยา พล.อ.สุรวัช บุตรวงษ์ รองหัวหน้าพรรครวมแผ่นดิน และเพิ่งเปิดตัวเป็นผู้สมัคร ส.ส.สุรินทร์ พรรครวมแผ่นดิน เมื่อเดือน ก.ย.ปีที่แล้ว

  แม่ใหญ่จิ๋ว ภรรยาอดีตนายทหาร สาย พล.อ.ประวิตร ย้ายจากพรรครวมแผ่นดินแม่ใหญ่จิ๋ว ภรรยาอดีตนายทหาร สาย พล.อ.ประวิตร ย้ายจากพรรครวมแผ่นดิน

‘สายบ้านป่ารอยต่อ’

หัวคะแนนแถวรัตนบุรี-ชุมพลบุรี ตั้งตัวไม่ทัน “แม่ใหญ่จิ๋ว” ชนมณี บุตรวงษ์ ย้ายปีเดียว 3 พรรครวด และมาจอดป้ายที่ค่าย “อนุทิน” ช่วงก่อนสิ้นปี 2566

แม่ใหญ่จิ๋ว-ชนมณี บุตรวงษ์ เกิดที่บ้านโคกก่อง ต.หนองบัวบาน อ.รัตนบุรี จ.สุรินทร์ หลังได้ดิบได้ดีมีสามีเป็นนายทหารใหญ่ ก็กลับมาพัฒนาบ้านเกิด 

เหตุที่แม่ใหญ่จิ๋ว สวมบทคนใจถึงพึ่งได้ เพราะเป็นภรรยา พล.อ.สุรวัช บุตรวงษ์ อดีต ผอ.ททบ. 5 และอดีต ผบ.หน่วยข่าวกรองทหาร และอดีตหัวหน้าศูนย์ประสานงานประเทศเพื่อนบ้าน ศูนย์ปฏิบัติการกองทัพบก

พล.อ.สุรวัช เป็นเตรียมทหารรุ่นที่ 14 รุ่นเดียวกับ พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร อดีตผบ.ทบ. และมีความใกล้ชิด พล.อ.วิชญ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา จึงจัดอยู่ในกลุ่มอดีตนายทหาร สายบ้านป่ารอยต่อฯ

เมื่อ พล.อ.วิชญ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา รั้งตำแหน่งหัวหน้าพรรคเศรษฐกิจไทย ได้ชักชวน พล.อ.สุรวัช ไปร่วมงานด้วย และเปิดตัวแม่ใหญ่จิ๋ว เป็นผู้สมัคร ส.ส.สุรินทร์ พรรคเศรษฐกิจไทย ช่วงเดือน เม.ย.2565

ถัดมา พล.อ.วิชญ์ ขัดแย้งกับ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า จึงแยกทางออกมาตั้งพรรครวมแผ่นดิน ตามคำแนะนำของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ 

วันเปิดตัวพรรครวมแผ่นดิน จึงมีชื่อ พล.อ.สุรวัช บุตรวงษ์ เป็นรองหัวหน้าพรรค และแม่ใหญ่จิ๋ว ก็หันมาสวมเสื้อพรรครวมแผ่นดิน

ช่วงต้นเดือน ก.ย.2565 พล.อ.วิชญ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา หัวหน้าพรรครวมแผ่นดิน เดินทางไปเปิดตัวแม่ใหญ่ ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.สุรินทร์ ที่บ้านโคกก่อง ต.หนองบัวบาน อ.รัตนบุรี จ.สุรินทร์ 

ยังไม่ข้ามเดือน แม่ใหญ่จิ๋วหันมาสวมเสื้อน้ำเงิน ทำเอาหัวคะแนนงุนงง จนกระทั่งต้นปี 2566 จึงมีการเปิดตัวในสีเสื้อพรรคเซราะกราวอย่างเป็นทางการ
 

‘ดาวรุ่งพรรคเซราะกราว’

“อนุทิน” ตั้งเป้าเจาะเมืองช้างสีแดงให้ได้ ส.ส.เพิ่มขึ้น ไม่เฉพาะแค่ปกรณ์ มุ่งเจริญพร ส.ส.สุรินทร์ เขต 1 และณัฏฐพล จรัสรพีพงษ์ อดีต ส.ส.สุรินทร์  เขต 2


คนสุรินทร์กำลังจับตามองไปที่ เฮียบอย-เรืองวิทย์ คุณวัฒนาพงษ์ ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.สุรินทร์ พรรคภูมิใจไทย เขต อ.ปราสาท เพราะนักธุรกิจหนุ่มรุ่นใหม่ ทายาท หจก.โรงสีไฟคูเป็งเส็ง

เจ้าของพื้นที่คือ ชูศักดิ์ แอกทอง ส.ส.สุรินทร์ 4 สมัย พรรคเพื่อไทย กลายเป็นจุดอ่อนของทีมเพื่อไทย เมืองช้าง เนื่องจากเป็น ส.ส.อาวุโส ไม่ค่อยลงพื้นที่ อาศัยกระแสทักษิณอุ้มเข้าสภาฯ

สมัยที่แล้ว ชูศักดิ์ ก็เกือบพ่าย พรชัย มุ่งเจริญพร จากพรรคภูมิใจไทย เพราะฝ่ายท้าชิงมีลูกขยัน แต่สู้ไม่ได้ตรงกระแสพรรค

หลังจาก พรชัย มุ่งเจริญพร ได้เป็นนายก อบจ.สุรินทร์ ก็แต่งตั้งเฮียบอย-เรืองวิทย์ คุณวัฒนาพงษ์ เป็นที่ปรึกษานายก อบจ. ลงทำงานพื้นที่ต่อเนื่อง จนชาวบ้านแถว อ.ปราสาท คาดการณ์ว่า ชูศักดิ์ แชมป์ 4 สมัย อาจถูกเฮียบอยสอยร่วงได้

สนามเลือกตั้ง ส.ส.สุรินทร์ กลายเป็นเมืองช้างสีแดง มาตั้งแต่การเลือกตั้งปี 2550 สมัยพรรคพลังประชาชน จนเปลี่ยนมาเป็นพรรคเพื่อไทย แต่พรรคภูมิใจไทยก็พยายามพลิกเกมสู้ ชูกลยุทธ์เกาะติดพื้นที่ ไม่หนีชาวบ้าน 


น่าจับตาดาวรุ่งค่ายสีน้ำเงินอย่าง ผกามาศ เจริญพันธ์, เฮียบอย-เรืองวิทย์ คุณวัฒนาพงษ์ และแม่ใหญ่จิ๋ว-ชนมณี บุตรวงษ์

คอลัมน์ … ท่องยุทธภพ           โดย … ขุนน้ำหมึก

ศึกบางกะปิ“หมิว สิริลภัส”ซ้ายส้ม ล้มพลังตู่“โอ๋ ฐิติภัสร์”

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/scoop/thong-yuttaphop/540459

ขุนน้ำหมึก

07 ม.ค. 2566

ศึกบางกะปิ“หมิว สิริลภัส”ซ้ายส้ม ล้มพลังตู่“โอ๋ ฐิติภัสร์”

ส่องสมรภูมิบางกะปิ “หมิว สิริลภัส” ค่ายส้ม ล้มแชมป์ “โอ๋ ฐิติภัสร์” ศิษย์ลุงตู่ ฉายภาพวัดพลังขวาเก่ากับซ้ายใหม่ แต่บ้านใหญ่เสียงแตก ไม่แกร่งเหมือนปี 2562

ผ่าสมรภูมิบางกะปิ “หมิว สิริลภัส” ค่ายก้าวไกล ท้าชนแชมป์ “โอ๋ ฐิติภัสร์”ศิษย์ลุงตู่ ฉายภาพวัดพลังปีกขวาเก่ากับปีกซ้ายใหม่ 

“หมิว สิริลภัส” มวยฟอร์มสด คนรุ่นใหม่หนุน “โอ๋ ฐิติภัสร์” ฐานบ้านใหญ่ไม่แกร่งเหมือนปี 2562 หวังพึ่งกระแสลุงตู่สถานเดียว

วันที่ 7 ม.ค.2566 พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ได้เปิดตัวหมิว-สิริลภัส กองตระการ ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.กทม.เขตบางกะปิ ที่ตลาดเคหะคลองจั่น ซึ่งก่อนหน้านี้ หมิว สิริลภัส นักแสดงหัวใจประชาธิปไตย ได้แนะนำตัวผ่านสื่อโซเชียลไปแล้ว

ปลายปีที่แล้ว พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้มาเยือนเขตบางกะปิ โดยมีเจ้าบ้านอย่าง โอ๋-ฐิติภัสร์ โชติเดชาชัยนันท์ ส.ส.กทม. ให้การต้อนรับ เหมือนเป็นการส่งสัญญาณว่า ส.ส.โอ๋ เตรียมย้ายไปสังกัดพรรครวมไทยสร้างชาติ

ผลการเลือกตั้ง ส.ส.กทม.ปี 2562 เขต 13 (เขตบางกะปิ และเขตวังทองหลาง เฉพาะแขวงพลับพลา) ฐิติภัสร์ โชติเดชาชัยนันต์ พปชร. ได้ 27,489    คะแนน เฉือนชนะตรีรัตน์ ศิริจันทโรภาส พท.ที่ได้ 23,912 คะแนน

ส่วนอันดับ 3 ณิชชา บุญลือ พรรคอนาคตใหม่ 23,707     คะแนน และอันดับ 4พริษฐ์ วัชรสินธุ์ พรรค ปชป. 17,958 คะแนน

‘พลังคนรุ่นใหม่’

พรรคก้าวไกล เลือก “หมิว สิริลภัส” ลงสนามเขตบางกะปิ ย่อมประเมินแล้วว่ามีโอกาสชนะ และเชื่อว่า “โอ๋ ฐิติภัสร์” แบกป้ายลุงตู่หาเสียง จะไม่ขลังเหมือนเก่า 

หมิว สิริลภัส เป็นดาราอีกคนหนึ่ง ที่แสดงจุดยืนทางการเมืองเปิดเผย ไม่มีแทงกั๊ก และวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของรัฐบาลประยุทธ์ 

  หมิว ก้าวไกล จะกลายเป็นผู้สมัคร ส.ส.กทม.ที่มีสีสันมากคนหนึ่ง หมิว ก้าวไกล จะกลายเป็นผู้สมัคร ส.ส.กทม.ที่มีสีสันมากคนหนึ่ง

ขณะที่ พลอย-ณิชชา บุญลือ อดีตผู้สมัคร ส.ส.เขตบางกะปิ พรรคอนาคตใหม่ ย้ายไปร่วมงานกับพรรคไทยสร้างไทย ของคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ 

สำหรับพรรคเพื่อไทย ก็ส่งคนหนุ่ม ไอซ์-พงศกร รัตนเรืองวัฒนา ประธานสภาวัฒนธรรม เขตบางกะปิ ลงชิงชัยในเขตบางกะปิ โดยไอซ์ พงศกร ได้พี่เลี้ยงชื่อ พลภูมิ วิภัติภูมิประเทศ ส.ส.กทม.เขตบึงกุ่ม-คันนายาว พรรคเพื่อไทย 

เดิมที ไอซ์-พงศกร จะลงสมัคร ส.ก.เขตบางกะปิ แต่มีการปรับแผน ส.ส.พลภูมิส่ง กี้-นภัสสร พละระวีพงศ์ ลงสมัคร ส.ก.แทน

กี้-นภัสสร จบการศึกษาด้านเศรษฐศาสตร์ระหว่างประเทศ มีประสบการณ์การทำงานด้านการเงินการธนาคารการตลาด และ E-Commerce ซึ่งกระแสอุ๊งอิ๊ง ส่งผลให้เธอได้รับเลือกตั้งเป็น ส.ก.

ทุกวันนี้ กี้-นภัสร ลงพื้นที่ทำงานร่วมกับ ไอซ์-พงศกร เพื่อปูทางสู่การเลือกตั้ง ส.ส.ที่จะมีขึ้นในกลางปีนี้

‘ขาลงลุงตู่’

หากมองการเมืองเชิงอุดมการณ์ “หมิว สิริลภัส” สีเสื้อก้าวไกล จัดอยู่ในกลุ่มแนวคิดซ้ายใหม่ ส่วน “โอ๋ ฐิติภัสร์” สีเสื้อ รทสช.เป็นตัวแทนของกลุ่มอนุรักษ์นิยม 

ส.ส.โอ๋ ฐิติภัสร์ ได้ชื่อว่าเป็นทายาทบ้านใหญ่บางกะปิ เนื่องจากบิดา ชัยวุฒิ จริยวิโรจน์สกุล เป็น ส.ก.บางกะปิ มาหลายสมัย ทั้งในสีเสื้อพลังไทย และไทยรักไทย

สมัยที่แล้ว ส.ส.โอ๋ได้กระแสลุงตู่มาอุ้ม ดึงฐานแฟนคลับ ปชป.มาได้ส่วนหนึ่ง จึงเอาชนะคู่แข่งเพื่อไทยและอนาคตใหม่ไปได้

เลือกตั้ง ส.ก.ครั้งที่แล้ว ทำให้ฐานเสียงบ้านใหญ่บางกะปิ แยกเป็น 2 สายคือ ส.ส.โอ๋ ส่งน้องชาย อัครพัชร์ โชติเดชาชัยนันต์ ลงสมัคร ส.ก.เขตบางกะปิ ในนาม พปชร.

ส่วน สมหมาย สกุลเมตตา โปรโมเตอร์มวยไทยชื่อดัง และเจ้าของค่ายมวย ส.สมหมาย ส่งลูกสาว กระถิน-นฤมล มิ่งขวัญ ลง ส.ก.เขตบางกะปิ ในนามกลุ่มรักษ์กรุงเทพ ทั้งที่ตอนเลือกตั้ง ส.ส.ปี 2562 ทีมงาน ส.สมหมาย ได้หาเสียงช่วย ส.ส.โอ๋ จนได้รับชัยชนะ

หลังเลือกตั้ง ส.ส.โอ๋ ได้ตั้ง กระถิน-นฤมล มิ่งขวัญ เป็นผู้ช่วย ส.ส. ก่อนกระถินจะลาออกไปสมัคร ส.ก.บางกะปิ ซึ่งทั้งน้องชาย ส.ส.โอ๋ และกระถิน ก็สอบตกทั้งคู่

ด้วยเหตุนี้ สมัยหน้า ส.ส.โอ๋ จึงขาดกองหนุน ส.สมหมาย แถมถูกรุมโดยว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.คนรุ่นใหม่จากพรรคเพื่อไทย ,พรรคก้าวไกล และพรรคไทยสร้างไทย  


คอลัมน์ … ท่องยุทธภพ          โดย … ขุนน้ำหมึก

“สุชาติ”ลาออกส.ส. คาดเดินตาม”บิ๊กตู่”ซบพรรครวมไทยสร้างชาติพรุ่งนี้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/540502

08 ม.ค. 2566

"สุชาติ"ลาออกส.ส. คาดเดินตาม"บิ๊กตู่"ซบพรรครวมไทยสร้างชาติพรุ่งนี้

“สุชาติ”ลาออกส.ส.แล้ว คาดยื่นหนังสือให้”พรรคพลังประชารัฐ”พรุ่งนี้ พร้อมจับมือกับ”พลเอกประยุทธ์”รับบทบาทใหม่ใน”พรรครวมไทยสร้างชาติ”

ความเคลื่อนไหวทางการเมืองที่น่าจับตาในวันพรุ่งนี้ (9ม.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม จะเปิดตัวเป็นสมาชิก “พรรครวมไทยสร้างชาติ” อย่างเป็นทางการ ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ซึ่งช่วงเวลาประมาณ 18.00 น. จะขึ้นกล่าวภารกิจ หรือ Mission และทิศทางการทำงานให้กับคนไทยทั้งชาติ คาดว่าจะผู้เข้าร่วมงานมากกว่า 5,000 คน หรืออาจจะถึงหลักหมื่นคน 

อีกหนึ่งที่น่าจับตาคือ จะมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) และนักการเมือง จากพรรคอื่นบางส่วน ตามพลเอกประยุทธ์มาพรรครวมไทยสร้างชาติด้วยเช่นกัน ซึ่งล่าสุด นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ได้ทำหนังสือลาออกจากการเป็นส.ส.แล้ว ตั้งแต่วันที่ 6 ม.ค.ที่ผ่านมา โดยระบุว่า

“ข้าพเจ้า นายสุชาติ ชมกลิ่น ปัจจุบันดำรงตำแหน่ง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบแบ่งเขต เลือกตั้ง จังหวัดชลบุรี เขต 1 หมายเลข 420 สังกัดพรรคพลังประชารัฐ มีความประสงค์ขอลาออกจากการเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร นับตั้งแต่วันที่ 6 มกราคม 2566 เป็นต้นไป”

ทั้งนี้คาดว่าช่วงเช้าวันพรุ่งนี้ นายสุชาติ จะยื่นหนังสือลาออกจากสมาชิกพรรคพลังประชารัฐ และเตรียมร่วมงานกับพรรครวมไทยสร้างชาติอย่างที่เคยประกาศเดินตามพลเอกประยุทธ์ 

นายสุชาติ ชมกลิ่น ลาออกจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรนายสุชาติ ชมกลิ่น ลาออกจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร

จบดีล”พรรคสร้างอนาคตไทย”ดึง”อร่าม โล่ห์วีระ”ร่วมงาน มั่นใจปักธงอีสานใต้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/540496

08 ม.ค. 2566

จบดีล"พรรคสร้างอนาคตไทย"ดึง"อร่าม โล่ห์วีระ"ร่วมงาน มั่นใจปักธงอีสานใต้

“พรรคสร้างอนาคตไทย”เจรจา”อร่าม โล่ห์วีระ”บ้านใหญ่ชัยภูมิร่วมงานสำเร็จ มั่นใจปักธงพื้นที่เจ้าถิ่นและอีสานใต้ได้แน่นอน เตรียมเปิดตัวทางการเร็วๆนี้

เมื่อวันที่ 8 ม.ค.66 นายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรคสร้างอนาคตไทย , นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เลขาธิการพรรค และนายวัชระ กรรณิการ์ รองเลขาธิการพรรคฝ่ายการเมือง พบปะ “อร่าม โล่ห์วีระ” นายกอบจ.ชัยภูมิ อดีตรัฐมนตรีและอดีต ส.ส.ชัยภูมิ หลายสมัย โดยมีการหารือส่งผู้แสดงเจตจำนงเป็นว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.พรรคสร้างอนาคตไทย ในจังหวัดชัยภูมิและพื้นที่อีสานใต้ ซึ่งถือเป็นการเปิดตัวร่วมงานกันอย่างเป็นทางการ 

นายอุตตม กล่าวว่า พรรคสร้างอนาคตไทยรู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้บุคคลที่มีชื่อชั้นและเป็นตัวจริงทางการเมืองของจังหวัดชัยภูมิเข้ามาร่วมทำงานกับพรรค เชื่อมั่นว่าด้วยประสบการณ์ทางการเมืองทั้งในสนามการเมืองท้องถิ่นและระดับประเทศของนายอร่าม จะเข้ามาเสริมให้การทำงานในพื้นที่จังหวัดชัยภูมิและพื้นที่อีสานใต้ให้เป็นที่จับตาและตอบโจทย์พี่น้องประชาชนไม่เป็นรองพรรคใดอย่างแน่นอน
 

ด้านนายสนธิรัตน์ ระบุว่า การพูดคุยกับนายอร่ามเกิดขึ้นมาช่วงเวลาระยะหนึ่งผ่านนายวัชระ ซึ่งมั่นใจในบ้านใหญ่ชัยภูมิอย่างนายอร่าม จะทำให้พรรคสร้างอนาคตไทยสามารถปักธงยกจังหวัดและพื้นที่อีสานใต้ให้มีความเข้มแข็งมากยิ่งขึ้น ในเร็วๆ นี้ พรรคจะมีการเปิดตัวนายอร่ามและว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. ของจังหวัดชัยภูมิ อย่างเป็นทางการอีกครั้งหนึ่ง

“เพื่อไทย”คัดค้าน สปสช.ชะลอจ่ายงบ คนไทย13.5 ล้านคนเดือดร้อน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/540494

08 ม.ค. 2566

"เพื่อไทย"คัดค้าน สปสช.ชะลอจ่ายงบ คนไทย13.5 ล้านคนเดือดร้อน

“เพื่อไทย”คัดค้าน สปสช. ชะลอจ่ายงบประมาณสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรค คนไทย13.5 ล้านคนเดือดร้อน แนะระหว่างรอข้อสรุป ขอให้บริการไปก่อนเหมือน 10 ปีที่ผ่านมา

หลังจากเมื่อวันที่ 14 ธ.ค. มติคณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บอร์ด สปสช.) มีมติชะลอการจ่ายเงินงบประมาณสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรคในส่วนของประชาชนที่ไม่ใช่สิทธิ “บัตรทอง” ออกไปก่อน เนื่องจากติดปัญหางบประมาณที่ครอบคลุมเฉพาะผู้มีสิทธิบัตรทองเท่านั้น โดยให้รอความเห็นจากสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีและคณะกรรมการกฤษฎีกา

เมื่อวันที่ 8 ม.ค. นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน และหัวหน้าพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า จากมติดังกล่าว มีผลให้งบป้องกันการติดเชื้อHIV งบประมาณระบบการดูแลระยะยาวด้านสาธารณสุขสำหรับผู้สูงอายุที่มีภาวะพึ่งพิง และกองทุนหลักประกันสุขภาพในระดับท้องถิ่นหรือพื้นที่เฉพาะส่วนของผู้ที่ไม่ได้ใช้สิทธิบัตรทองถูกชะลอไปอย่างไม่มีกำหนด ทำให้คนจำนวนมากที่ไม่ได้ใช้สิทธิบัตรทองได้รับความเดือดร้อน เช่น การฉีดวัคซีนที่จำเป็นและสำคัญในเด็ก , การให้ยาป้องกันในกลุ่มผู้ที่เสี่ยงติดเชื้อเอชไอวี , การให้ยายุติการตั้งครรภ์ และการให้ถุงยางอนามัยแก่ผู้ที่ไม่ได้ใช้สิทธิ์บัตรทองต้องถูกยกเลิกให้บริการจากสถานบริการเดิม แล้วให้ไปรับบริการจากสถานบริการอื่นตามสิทธิอื่นที่มีอยู่

นพ.ชลน่าน กล่าวว่า ที่จริงแล้วการให้บริการสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรคแก่ทุกสิทธิเป็นบทบาทที่ สปสช. ทำต่อเนื่องมา 10 กว่าปี งบประมาณที่ สปสช.ขอความเห็นชอบจากสภาผู้แทนราษฎรก็แจ้งไว้ว่า จะใช้งบประมาณก้อนนี้สำหรับประชาชนทุกสิทธิ ดังนั้นหากกังวลเรื่องข้อทักท้วงทางกฎหมาย ควรทำให้เกิดความชัดเจน แต่ต้องไม่สร้างผลกระทบต่อคนจำนวนมากมายเช่นนี้ โดยจัดให้บริการไปพลางก่อนเหมือนที่ได้ปฏิบัติมาเป็นเวลา 10 กว่าปี ระหว่างรอการพิจารณาทางกฎหมาย ซึ่งการชะลอจ่ายประมาณส่วนนี้ไป  รวมแล้ว 514 ล้านบาท  กระทบกับพี่น้องประชาชน 13.5 ล้านคน

ดังนั้นขอเรียกร้องให้ 

1.กระทรวงสาธารณสุข และ สปสช.ต้องรีบจัดสรรงบไปยังสถานบริการให้เร็วที่สุด ตามขั้นตอนและวิธีการเดิมไปก่อน เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับพี่น้องประชาชน
2.เร่งพิจารณาข้อกฎหมาย โดยคณะกรรมการกฤษฎีกาต้องรีบชี้ชัดในข้อกฎหมายโดยเร็ว  
3.อยากให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องพิจารณา ว่า การชะลอการจ่ายเงินส่วนนี้เป็นการละเมิด พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2566 หรือไม่  

นพ.ชลน่าน ศรีแก้วนพ.ชลน่าน ศรีแก้ว

นพ.ชลน่าน กล่าวว่า สิ่งนี้เกิดจากการตีความของคณะที่ปรึกษาทางกฎหมายที่มีข้อสังเกต จึงส่งไปให้คณะกฤษฎีกาตีความ ทั้งที่งบประมาณส่วนนี้ดำเนินการกันมาตั้งแต่ปี 2545 ไม่มีปัญหาอะไร อีกทั้งงบก้อนนี้อยู่ในงบประมาณปี 2566 ซึ่งผ่านการพิจารณาของรัฐสภาไปแล้ว 

“ขาเข้าสมาชิกรัฐสภาคำนวณให้หมด  แต่ขาออกเอางบไปพักเอาไว้  ถ้าเป็นผม จะปลดที่ปรึกษากฎหมายคนนี้ออก ถ้าไม่มีความชัดเจนในเรื่องนี้  รอการอภิปรายตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 152 เลย”

นายชานันท์ ยอดหงส์นายชานันท์ ยอดหงส์

ด้านนายชานันท์ ยอดหงส์ สมาชิกพรรคเพื่อไทยและผู้รับผิดชอบนโยบายด้านอัตลักษณ์และความหลากหลาย พรรคเพื่อไทย ยังพูดถึงการใช้ยาเพร็พ (PrEP) กับยาเป็ป (PEP) ซึ่งยาเป็บคือยาที่ป้องกัน HIV ทั้งหลังและก่อนรับเชื้อ โดยมีผลสำรวจพบว่า มีผู้บริโภคยาเพร็บในประเทศไทยถึง 2.4 – 2.5 หมื่นคนต่อปี และในจำนวนผู้รับยาเพร็บมีถึง 60% ที่รับยาผ่านคลินิกและศูนย์สุขภาพภาคประชาสังคม มีเพียง 15% ที่รับผ่านโรงพยาบาล ที่เหลือเป็นการซื้อบริโภคเอง แสดงให้เห็นถึงความแตกต่างของการเลือกรับบริการในการเข้าถึงยาอย่างมาก แต่จากประกาศของกระทรวงสาธารณสุข ทำให้คลินิกและศูนย์สุขภาพภาคประชาสังคมต้องยุติการให้ยา

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขต้องทราบดีกว่า บุคลากรทางการแพทย์มีภาระงานล้นมืออยู่แล้ว ทำไมถึงออกมาตรการยาเพร็พที่ทำให้บุคลากรทางการแพทย์ทำงานกันมากขึ้นและขัดกับหลักยุทธศาสตร์แห่งชาติว่าด้วยการยุติปัญหาเอดส์ ตั้งแต่ปี 2560-2573 ที่ตั้งเป้าลดผู้อยู่ร่วมกับเชื้อ HIV รายใหม่ไม่เกิน 1,000 คนต่อปี และปี 2573 จะขจัดโรค HIV หรือเอดส์ไปจากประเทศไทย จึงขอให้เรียกร้องให้คลินิกและศูนย์สุขภาพภาคประชาสังคมดำเนินการให้บริการยาเพร็พต่อไปได้ โดยมีภาครัฐสนับสนุนงบประมาณ

“ไทยสร้างไทย”แนะรัฐปราบมาเฟียท่องเที่ยว เตือนชะลอมาตรการ ไทยอาจเสียโอกาส

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/540486

08 ม.ค. 2566

"ไทยสร้างไทย"แนะรัฐปราบมาเฟียท่องเที่ยว เตือนชะลอมาตรการ ไทยอาจเสียโอกาส

“พรรคไทยสร้างไทย”แนะรัฐบาลปราบมาเฟียท่องเที่ยว กระตุ้นแลนด์มาร์คทุกจังหวัด เตือนอย่าชะลอมาตรการ อาจทำประเทศเสียโอกาส

เมื่อวันที่ 8 ม.ค. 2566 นายสุพันธุ์ มงคลสุธี รองหัวหน้าพรรคและประธานคณะกรรมการด้านเศรษฐกิจพรรคไทยสร้างไทย เปิดเผยถึงกรณีประเทศจีนเปิดประเทศวันแรกว่า เป็นโอกาสของประเทศไทยที่จะดึงนักท่องเที่ยวจีนมาท่องเที่ยวในประเทศไทยมากขึ้น จากการประเมินคาดว่า ปีนี้ไทยอาจมีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาถึง 25 ล้านคน จากทั่วโลก และจะสามารถสร้างเศรษฐกิจจำนวนมหาศาลให้กับประเทศ 

แต่กังวลอาจเกิดปัญหามาเฟียและผู้มีอิทธิพลด้านการท่องเที่ยว โกงหรือโก่งราคาขึ้น รวมทั้งคิวรถเถื่อนต่างๆ ซึ่งรัฐต้องเร่งจัดการ ไม่ให้เกิดการแย่งกันกินและเที่ยว รวมถึงเร่งช่วยเหลือผู้ประกอบการ SMEs ที่ยังไม่ฟื้นดีจากวิกฤตโควิดให้กลับมาเปิดกิจการได้ และ ต้องมีการเกลี่ยพื้นที่การท่องเที่ยวไปยังเมืองรอง ไม่ให้เกิดการแออัดและกระจกตัวอยู่แค่บางพื้นที่ สร้างแลนด์มาร์คกระตุ้นนักท่องที่ยวใช้จ่ายในและอยู่ในไทยยาวขึ้น 

นายสุพันธุ์ แนะรัฐเตรียม ATK วัคซีน และ ยาให้พร้อม เพื่อที่จะรับมือกับความเสี่ยงที่มาพร้อมกับการเปิดประเทศ ต้องมีการสร้างสมดุลย์ระหว่างการสร้างรายได้ให้ประเทศ และ การเตรียมพร้อมด้านสาธารณสุขให้ดี หากชะลอเวลาหรือมีมาตรการใดๆมาเพิ่ม จะทำให้ประเทศสูญเสียโอกาสที่จะสร้างรายได้และอาจเกิดมาตรการตอบโต้ด้านเศรษฐกิจจากจีน ซึ่งจะกระทบกับรายได้ของประเทศอย่างมาก 

3 บิ๊กกระทรวง เตรียมต้อนรับนักท่องเที่ยวจีน หลังเปิดประเทศวันนี้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/540484

08 ม.ค. 2566

3 บิ๊กกระทรวง เตรียมต้อนรับนักท่องเที่ยวจีน หลังเปิดประเทศวันนี้

วันพรุ่งนี้(9ม.ค.) รัฐมนตรี 3 กระทรวง เตรียมต้อนรับนักท่องเที่ยวจีนเดินทางเข้าประเทศไทย พร้อมจัดตั้งศูนย์รับมือสถานการณ์ในท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ

วันนี้ 8 ม.ค. 65 เป็นวันแรกที่ชาวจีนสามารถเดินทางออกจากประเทศได้ หลังปิดประเทศมานานตั้งแต่การแพร่ระบาดโควิด19 ซึ่งประเทศไทยถือเป็นหนึ่งจุดหมายปลายทาง จึงได้มีการเตรียมรับมือจำนวนนักท่องเที่ยวที่จะเพิ่มขึ้น โดยกรมควบคุมโรคจะเป็นผู้กำหนดมาตรการและแนวทาง ร่วมกับกระทรวงและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง


น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ในวันพรุ่งนี้ (9 ม.ค. 65)  เวลาประมาณ 12.15 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วยนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา จะเข้าร่วมต้อนรับนักท่องเที่ยวกว่า 286 คน จากเที่ยวบิน  MF833 สาธารณประชาชนจีนที่เดินทางมาจากเมืองเซี่ยเหมิน มายังท่าอากาศสุวรรณภูมิ

นอกจากนี้จะตรวจความพร้อมบริการในท่าอากาศยาน เช่น จุดตรวจหนังสือเดินทางขาเข้า การแก้ไขปัญหากระเป๋าสัมภาระล่าช้า การให้บริการรถสาธารณะ เพื่อรับมือนักท่องเที่ยวที่จะเพิ่มขึ้นในระยะต่อไป รวมถึงจะจัดตั้งศูนย์ประสานงานร่วม 3 กระทรวง เพื่อติดตามข้อมูล แก้ไขปัญหา ช่วยเหลืออำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยว

ทั้งนี้เมื่อวันที่ 5 ม.ค. 66 กระทรวงที่รับผิดชอบมีการประชุมกำหนดมาตรการรองรับการเดินทางเข้าประเทศไทยเพื่อป้องกันควบคุมโรคโควิด19 โดยก่อนเข้าประเทศต้องฉีดวัคซีนโควิด19 อย่างน้อย 2 เข็ม หากมีอาการป่วยทางเดินหายใจ ควรเลื่อนการเดินทางและรักษาให้หายก่อนเพื่อลดการแพร่โรค หากประเทศใดมีข้อกำหนดให้ผู้เดินทางต้องมีผลตรวจ RT-PCR เป็นลบ ก่อนเข้าประเทศต้องให้ซื้อประกันสุขภาพเดินทางที่ครอบคลุมการตรวจรักษาโรคโควิด19 เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพหากตรวจพบบเชื้อหรือป่วย 

น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีน.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

“ประชาธิปัตย์”ดึงพาณิชย์-เกษตรฯ นำร่องศูนย์ฝึกอาชีพบางกอกน้อยแบบครบวงจร

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/540480

08 ม.ค. 2566

"ประชาธิปัตย์"ดึงพาณิชย์-เกษตรฯ นำร่องศูนย์ฝึกอาชีพบางกอกน้อยแบบครบวงจร

“ประชาธิปัตย์”ดึงกระทรวงพาณิชย์และกระทรวงเกษตรฯ นำร่องศูนย์ฝึกอาชีพบางกอกน้อยแบบครบวงจร ผลิตสินค้าคุณภาพ พร้อมส่งเสริมการตลาดทันสมัย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวานนี้ (7 ม.ค. 2566) นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมด้วยผู้บริหารพรรคและผู้รับผิดชอบพื้นที่กรุงเทพมหานคร (กทม.) ลงพื้นที่ศูนย์ฝึกอาชีพ วัดสุทธาวาส เขตบางกอกน้อย กทม.  โดยศูนย์ดังกล่าวนายชนินทร์ รุ่งแสง อดีต ส.ส.กทม. ในฐานะผู้ริเริ่มผลักดันก่อตั้ง


นายจุรินทร์ กล่าวว่า ศูนย์ฝึกฯนี้ผลิตสินค้าดี มีคุณภาพ มีครูสอน แต่ที่ต้องเติมคือเรื่องการตลาด ซึ่งจะประสานให้กระทรวงพาณิชย์เข้ามามีส่วนช่วยเสริมด้านการตลาด ไม่ว่าจะเป็นตลาดออฟไลน์ หรือตลาดออนไลน์ เพราะภาคการผลิตควรควบคู่กับภาคการตลาด และมีอัตลักษณ์ของการออกแบบการผลิตควบคู่ไปด้วย  
 

ในพื้นที่กรุงเทพฯ สามารถสร้างศูนย์ฝึกอาชีพเหล่านี้เพิ่มเติมได้ต่อไปในอนาคต และสามารถส่งเสริมให้ชุมชนที่สนใจสามารถทำรายได้ ทั้งจากการผลิตสินค้าที่เป็นอัตลักษณ์พื้นที่และสามารถดึงนักท่องเที่ยวเข้ามาได้ด้วย 

ด้านนายชนินทร์ กล่าวว่า ศูนย์ฝึกอาชีพฯแห่งนี้ก่อตั้งขึ้นเมื่อ ปี2546 ตลอดระยะเวลากว่า 20 ปีที่ผ่านมา สร้างงานสร้างอาชีพให้กับประชาชนมาแล้วไม่ต่ำกว่า 100,000 คน ที่เข้ารับการอบรมในหลักสูตรต่างๆ เช่น การซ่อมคอมพิวเตอร์ การซ่อมโทรศัพท์มือถือ การทำอาหารว่าง และการแปรรูปสมุนไพร การตัดเย็บเสื้อผ้าสตรี ช่างเสริมสวย เป็นต้น พรรคประชาธิปัตย์ ให้ความสำคัญกับการฟื้นเศรษฐกิจฐานรากของประชาชนทุกกลุ่มให้เกิดการพัฒนาอาชีพและเพิ่มรายได้

หนึ่งในแนวนโยบายสำคัญที่กำลังดำเนินการ คือ การทำผ่านโครงการสำคัญของกระทรวงต่าง ๆ ที่พรรคประชาธิปัตย์ดูแล  ทั้งในส่วนของกระทรวงพาณิชย์ และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น การส่งเสริมและพัฒนาผู้ประกอบการระดับชุมชน ผู้ประกอบการ วิสาหกิจขนาดกลาง ขนาดย่อม และรายย่อย หรือ MSMEsกลุ่มประชาชน ให้มีการพัฒนาทักษะอาชีพ ผ่านศูนย์ฝึกอาชีพ ถือเป็นหนึ่งแหล่งเรียนรู้ที่สำคัญเป็นประโยชน์โดยตรงต่อประชาชน ดังนั้นนายจุรินทร์จึงสนับสนุนอย่างเต็มที่ “ทำได้ไว ทำได้จริง” คือ การพัฒนาต่อยอดการดำเนินงานของศูนย์ฝึกอาชีพฯ ให้สอดรับกับโลกการค้าในยุคดิจิทัล ด้วยการจัดอบรมหลักสูตรอาชีพที่ทันสมัยตรงกับที่ตลาดต้องการ ส่งเสริมการตลาดยุคดิจิทัล สร้างองค์ความรู้ผลิตสินค้าที่ได้คุณภาพมีมาตรฐาน ส่งเสริมสตาร์ทอัพ และที่สำคัญต้องมีการช่วยประสานและจัดแหล่งเงินทุนเพื่อให้เกิดผลสำเร็จในการดำเนินธุรกิจด้วย

ด้าน น.ส.จิตภัสร์ ตั๊น กฤดากร ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ รองเลขาธิการพรรค กล่าวว่า ได้รับมอบหมายจากนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ให้ดูแลพื้นที่กทม. ฝั่งธนบุรี ซึ่งมีทั้งหมด 15 เขต โดยในการเลือกตั้งปี 2554 พรรคประชาธิปัตย์ได้รับการเลือกตั้งส.ส.ทั้งหมด ที่ผ่านมาอดีตส.ส.และ ส.ก.ได้ลงพื้นที่อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในพื้นที่เขตบางกอกน้อย-บางพลัด นายชนินทร์ ทำงานช่วยเหลือพี่น้องประชาชนมากมาย หลายโครงการ เช่น โครงการบ้านฟ้าใส่ใจอาสา ที่ซ่อมแซมบ้านผู้สูงอายุ , โครงการไถ่เติมสุข ช่วยชาวบ้านในยุคเศรษฐกิจฝืดเคือง เป็นต้น ขณะนี้พรรคเตรียมความพร้อมไว้แล้ว ทั้งด้านนโยบาย และตัวบุคคลที่จะขออาสาเข้ามารับใช้พี่น้องประชาชน มั่นใจว่า มีศักยภาพเพียงพอสำหรับพื้นที่กรุงเทพฯ และจะกลับมาได้รับความไว้วางใจจากประชาชนชาวกรุงเทพฯอีกครั้งในการเลือกตั้งที่จะมาถึงนี้

ศูนย์ฝึกอาชีพบางกอกน้อยศูนย์ฝึกอาชีพบางกอกน้อยศูนย์ฝึกอาชีพบางกอกน้อยศูนย์ฝึกอาชีพบางกอกน้อย

ผู้ว่าฯกทม. เร่งผลักดันคลองสามวาเป็น ‘แหล่งท่องเที่ยว’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/540463

07 ม.ค. 2566

ผู้ว่าฯกทม. เร่งผลักดันคลองสามวาเป็น 'แหล่งท่องเที่ยว'

‘ผู้ว่าฯกทม.’ สัญจร เขตคลองสามวา รับปากแก้ปัญหาการจราจร เชื่อมรถไฟฟ้าสองสาย และเตรียมผลักดันให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวตามอัตลักษณ์

ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวภายหลังร่วมประชุมกับคณะผู้บริหารกรุงเทพมหานคร ผู้บริหารเขตคลองสามวา และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในกิจกรรม ผู้ว่าฯ สัญจร เขตคลองสามวา วันนี้ ว่า

เขตคลองสามวาเป็นเขตที่มีประชากรมากที่สุดใน 50 เขต และมีหมู่บ้านจัดสรรเพิ่มขึ้นเกือบ 100% ปัญหาหลักของพื้นที่คือถนน เนื่องจากมีถนนจำนวนมาก เป็นถนนเส้นหลัก 9 เส้น ถนนเส้นรอง 6 เส้น และ 394 ซอย บางแห่งมีสภาพชำรุดทรุดโทรมจากการเกิดน้ำท่วม ถนนจึงเป็นปัญหาอันดับต้น ๆ ของคลองสามวา

ผู้ว่าฯกทม.ตรวจเยี่ยมคลองสามวาผู้ว่าฯกทม.ตรวจเยี่ยมคลองสามวา

ถัดมาคือเรื่องของประชากรกว่า 210,000 คน ทำให้การให้บริการของฝ่ายทะเบียนมีความหนาแน่น อีกทั้งยังมีประชาชนพื้นที่ใกล้เคียงมาใช้บริการจำนวนมาก โดยเฉลี่ยมีประชาชนมาต่อคิวใช้บริการทำบัตรประชาชนวันละ 140 คน จึงได้กำชับให้มีการปรับปรุงการให้บริการตรงนี้ด้วย

  • เร่งผลักดัน คลองสามวาเป็นแหล่งท่องเที่ยวในอนาคต

ผู้ว่าฯกทม.บอกว่า การที่เขตมีจำนวนประชากรมากแต่งบประมาณที่ได้มีจำกัด จึงต้องพิจารณาจัดสรรทรัพยากรให้แก่เขตเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงนี้ด้วย ในเรื่องของการเชื่อมต่อระบบขนส่งสาธารณะ

ในพื้นที่เขตคลองสามวามีรถไฟฟ้าสายสีชมพู แต่การเชื่อมต่อระบบยังไม่ดีเท่าที่ควร จึงอาจจะนำระบบของ Feeder มาใช้เพื่อช่วยแก้ปัญหาดังกล่าว การดำเนินโครงการสวนสาธารณะซึ่งพบว่าในพื้นที่มีสวนขนาดใหญ่ 3 แห่ง แต่ตั้งอยู่ในแขวงที่อาจไม่มีประชาชนอาศัยอยู่มาก จึงได้สั่งการให้เขตเร่งจัดหาสวนในพื้นที่ที่มีประชาชนอาศัยอยู่จำนวนมากเพิ่มเติม


สำหรับปัญหาไฟฟ้าส่องสว่างดับกว่า 800 ดวง ก็ได้กำชับให้ประสานการไฟฟ้านครหลวงเร่งแก้ไขโดยเร่งด่วนแล้ว ทั้งนี้พบว่าพื้นที่เขตคลองสามวาเป็นพื้นที่ที่มีอัตลักษณ์ มีแหล่งท่องเที่ยวจำนวนมาก มีการผสมผสานกันระหว่างเมืองและชนบท ซึ่งในอนาคตอาจจะเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญของเมือง

  • ปัญหา หาบเร่แผงลอย ต้องเอาใจเขามาใส่ใจเรา 

ผู้ว่าฯกทม. กล่าวถึงปัญหาหาบเร่แผงลอย ว่า  เมื่อเมืองเปิด
โควิดหาย คนก็ออกมาทำงานปกติ นักท่องเที่ยวกลับมาเยอะ จุดผ่อนผันเดิมที่มีอยู่ต้องจัดระเบียบและปรับภาพลักษณ์ให้สวยงาม นอกจุดผ่อนผันก็ต้องดูแลไม่ให้กีดขวาง นโยบายเรายังไม่ได้อนุญาตเพิ่มเติม แต่หลังจากเปิดเมืองก็อยากให้เศรษฐกิจไปได้ ตรงไหนผลักดันให้เข้าไปอยู่ในซอยได้ก็ต้องเร่งทำให้เรียบร้อย แม้เห็นใจอยากให้ชีวิตคนที่ยากลำบากเดินต่อไปได้แต่ก็ต้องไม่เบียดบังคนอื่น

มหาดไทยประกาศจำนวนประชากรแล้ว กกต.’แบ่งเขตเลือกตั้ง’ ได้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/540322

07 ม.ค. 2566

มหาดไทยประกาศจำนวนประชากรแล้ว กกต.'แบ่งเขตเลือกตั้ง' ได้

ประเทศไทย ขยับเข้าใกล้ ‘เลือกตั้ง’ อีก หลังสำนักทะเบียน ประกาศจำนวนประชากรไทย สิ้นปี 2565 กกต.เดินหน้า แบ่งเขตเลือกตั้งได้แล้ว

ประกาศสำนักทะเบียนกลาง เรื่องจำนวนราษฎรทั่วราชอาณาจักร ตามหลักฐานการทะเบียนราษฎร ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2565  ตามมาตรา 45 พระราชบัญญัติการทะเบียนราษฎร 2534  ประกาศจำนวนราษฎรทั่วราชอาณาจักรตามหลักฐานการทะเบียนราษฎร  แยกเป็นกรุงเทพมหานครและจังหวัดต่างๆ

โดยพบว่าทั่วประเทศมีจำนวนราษฎร รวมทั้งสิ้น    จำนวน  66,090,475 คน   เป็นสัญชาติไทย  จำนวน 65,106,481 คน  แบ่งเป็นชาย จำนวน      31,755,072 คน  หญิง จำนวน 33,351,449 คน และจำนวนราษฎรไม่ได้สัญชาติไทย  983,994 คน  แบ่งเป็นชาย 515,583 คน หญิง 468,411 คน   โดยกรุงเทพมหานคร  มีจำนวนราษฎรมากที่สุด  5,494,936 คน

ข้อมูลประชากร ณ สิ้นปี 2565ข้อมูลประชากร ณ สิ้นปี 2565มหาดไทยประกาศจำนวนประชากรแล้ว กกต.'แบ่งเขตเลือกตั้ง' ได้มหาดไทยประกาศจำนวนประชากรแล้ว กกต.'แบ่งเขตเลือกตั้ง' ได้

แสวง บุญมี เลขาฯกกต. ที่เคยระบุว่าการแบ่งเขตเลือกตั้งต้องรอประกาศ จำนวนประชากรจากกระทรวงมหาดไทย  บอกกับคมชัดลึกว่า การคำนวณส.ส.เขตจะคิดจากจำนวนประชากรที่มีสัญชาติไทย หารด้วยจำนวนเขตเลือกตั้ง ตามระบบแบ่งซึ่งการเลือกตั้งครั้งนี้ หากไม่มีอะไรผิดพลาดจะมีส.ส.เขตทั้งสิ้น 400 เขต คิดเป็นสัดส่วนจำนวนราษฎร162,766คน ต่อ ผู้แทนฯ 1 คน 

โดยมีหลักเกณฑ์อื่นๆดังนี้คือ


-จังหวัดที่มีประชากรน้อยกว่านี้ ให้มี ส.ส. เลย 1 คน โดยทั้งจังหวัดถือเป็นหนึ่งเขตเลือกตั้ง

-จังหวัดที่มีประชากรเกินจำนวนนี้ ให้มี ส.ส. ได้ 1 คน ทุกๆ จำนวนราษฎรที่ถึงเกณฑ์

– ถ้าจัดสรรตาม 2 ข้อแรกแล้ว ส.ส. ยังไม่ครบ 400คน จังหวัดที่เหลือเศษจำนวนประชากรมากที่สุดจากข้อ 2 ได้ ส.ส. เพิ่ม 1 คน เรียงลำดับไปเรื่อยๆ

-การแบ่งเขตเลือกตั้งภายในจังหวัด ต้องจัดให้แต่ละเขตมีจำนวนประชากรใกล้เคียงกัน

– อยู่ในอำเภอเดียวกัน แต่คนละตำบล อาจอยู่คนละเขตเลือกตั้งก็ได้

ข้อมูลประชากรที่มีสัญชาติไทย ณ สิ้นปี ปฏิทิน ก่อนมีการเลือกตั้งดังกล่าวทำให้ กรุงเทพมหานครมีผู้แทนราษฎรได้ 33 คน  ระนองมีผู้แทนราษฎรได้ 1 คน  ขณะที่ยังต้องติดตามผลกระทบจากการแบ่งเขตเลือกตั้งใหม่ ตามจำนวนประชากรที่เพิ่มมากขึ้น ในแต่ละพื้นที่