ฮือฮา ดาวหางที่เพิ่งค้นพบ จะผ่านโลกครั้งแรกรอบ 5 หมื่นปี-เห็นด้วยตาเปล่า

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2597603

ฮือฮา ดาวหางที่เพิ่งค้นพบ จะผ่านโลกครั้งแรกรอบ 5 หมื่นปี-เห็นด้วยตาเปล่า

8 ม.ค. 2566 19:59 น.

ฮือฮา ดาวหางที่เพิ่งค้นพบ จะผ่านโลกครั้งแรกรอบ 5 หมื่นปี-เห็นด้วยตาเปล่า

อย่าพลาดชม ดาวหางที่เพิ่งถูกค้นพบเมื่อปีก่อน จะโคจรผ่านโลกและดวงอาทิตย์ จนสามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่าเป็นครั้งแรกในรอบ 5 หมื่นปี

เมื่อ 8 มกราคม 2566 สื่อต่างประเทศรายงานบอกชาวโลกอย่าพลาดชมดาวหาง C/2022 E3 (ZTF) โคจรผ่านโลกและดวงอาทิตย์ที่สามารถมองเห็นด้วยตาเปล่า เป็นครั้งแรกในรอบ 50,000 ปี และคาดว่าดาวหาง C/2022 E3 (ZTF) ซึ่งนักดาราศาสตร์เพิ่งค้นพบนี้ จะโคจรผ่านโลกในระยะใกล้ที่สุดในวันที่ 1 กุมภาพันธ์ ที่จะถึง

ในขณะที่ชาวโลกสามารถมองเห็นดาวหาง C/2022 E3 (ZTF) ได้ด้วยกล้องส่องทางไกล หรือแม้แต่ตาเปล่า เพียงแต่ท้องฟ้าจะต้องไม่มีแสงไฟจากเมืองหรือแสงพระจันทร์ส่องสว่างมากเกินไป

ดาวหาง C/2022 E3 (ZTF) ถูกนักดาราศาสตร์ที่ศูนย์ Zwicky Transient Facility ในรัฐแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา สังเกตเห็นขณะมันกำลังโคจรผ่านดาวพฤหัสบดีเมื่อเดือนมีนาคม ปี 2565

นิโคลัส บีเวอร์ นักฟิสิกส์ดาราศาสตร์ที่หอดูดาวปารีส กล่าวกับเอเอฟพีว่า ดาวหาง C/2022 E3 (ZTF) ถูกสร้างขึ้นโดยน้ำแข็งและฝุ่น สามารถเปล่งแสงออร่าสีเขียว โดยมีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 1 กิโลเมตร ซึ่งมีขนาดเล็กกว่าดาวหาง NEOWISE เป็นดาวหางดวงสุดท้ายที่มนุษย์สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า โดยมันพุ่งผ่านโลกในเดือนมีนาคมปี 2563

นิโคลัส บีเวอร์ กล่าวด้วยว่ามีความเป็นไปได้ที่หลังจากดาวหาง C/2022 E3 (ZTF) โคจรผ่านโลกและดวงอาทิตย์ครั้งนี้แล้ว มันจะถูกขับออกจากระบบสุริยจักรวาลของเราอย่างถาวร

ทั้งนี้ นักดาราศาสตร์เชื่อว่าดาวหาง C/2022 E3 (ZTF) มาจากเมฆออร์ต ซึ่งเป็นชั้นเมฆในอวกาศที่ล้อมรอบระบอบสุริยะอยู่เป็นทรงกลม และเป็นบ้านของวัตถุน้ำแข็งปริศนามากมาย โดยดาวหางได้โคจรผ่านโลกครั้งที่แล้วตั้งแต่ก่อนยุคหินเก่า ขณะที่มีมนุษย์ยุคหิน นีแอนเดอร์ทัลอยู่บนโลก

ที่มา : Aljazeera

เจ้าชายแฮร์รี่เผย รู้ข่าวควีนเอลิซาเบธที่ 2 สวรรคตจากเว็บไซต์ BBC

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2597540

เจ้าชายแฮร์รี่เผย รู้ข่าวควีนเอลิซาเบธที่ 2 สวรรคตจากเว็บไซต์ BBC

8 ม.ค. 2566 18:38 น.

เจ้าชายแฮร์รี่เผย รู้ข่าวควีนเอลิซาเบธที่ 2 สวรรคตจากเว็บไซต์ BBC

เจ้าชายแฮร์รี่ เผยรู้ข่าวควีนเอลิซาเบธที่ 2 สวรรคตจากเว็บไซต์ BBC ต้องเสด็จไปพระตำหนักบัลมอรัลคนเดียว เพราะพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 พระราชบิดามีกระแสรับสั่งไม่ให้เมแกนมาด้วย

เมื่อ 8 มกราคม 2566 สื่ออังกฤษรายงานครึกโครมเกี่ยวกับหนังสือบันทึกความทรงจำ ‘SPARE’ หรือ ‘ตัวสำรอง’ ของเจ้าชายแฮร์รี่ ดยุกแห่งซัสเซกซ์ ที่เนื้อหาสำคัญๆ ในหนังสือเล่มนี้ได้ถูกนำมาเผยแพร่ต่อสาธารณชน เนื่องจากมีสำนักข่าวในอังกฤษบางแห่งได้หนังสือเล่มนี้มาครอบครอง ก่อนจะมีการวางจำหน่ายหนังสือในวันที่ 10 มกราคมนี้ 

เนื้อหาสำคัญเรื่องหนึ่งในหนังสือเล่มนี้ เจ้าชายแฮร์รี่ ดยุกแห่งซัสเซกซ์ พระชนมายุ 38 พรรษา อ้างว่าพระองค์ได้รับทราบว่าสมเด็จพระราชินีเอลิซาเบธที่ 2 สวรรคตจากเว็บไซต์ของสำนักข่าวบีบีซี (BBC)

เจ้าชายแฮร์รี่เผย รู้ข่าวควีนเอลิซาเบธที่ 2 สวรรคตจากเว็บไซต์ BBC
หนังสือบันทึกความทรงจำ “SPARE” ของเจ้าชายแฮร์รี่ เตรียมวางจำหน่าย 10 มกราคม 2566

ขณะนั้นเจ้าชายแฮร์รี่ และเมแกน ดัชเชสแห่งซัสเซกซ์ ชายาวัย 41 ปี กำลังอยู่ในกรุงลอนดอน ขณะที่สำนักพระราชวังบักกิงแฮมออกแถลงการณ์เมื่อ 8 กันยายน 2565 ว่าสมเด็จพระราชินีเอลิซาเบธที่ 2 ซึ่งประทับที่พระตำหนักบัลมอรัล ในสกอตแลนด์ ต้องทรงอยู่ภายใต้การดูแลพิเศษทางการแพทย์ 

โฆษกส่วนพระองค์ของดยุกและดัชเชสแห่งซัสเซกซ์ เปิดเผยว่า เจ้าชายแฮร์รี่และเมแกนกำลังเดินทางไปยังสกอตแลนด์ ประมาณ 90 นาที หลังจากสำนักพระราชวังบักกิงแฮมได้ออกแถลงการณ์ดังกล่าวเมื่อเวลาเกือบ 14.00 น. ของวันที่ 8 กันยายน 2565 ตามเวลาท้องถิ่น

เจ้าชายแฮร์รี่เผย รู้ข่าวควีนเอลิซาเบธที่ 2 สวรรคตจากเว็บไซต์ BBC
เจ้าชายแฮร์รี่ กับเมแกน

แต่พอถึงเวลาราว 16.30 น. โฆษกส่วนพระองค์ของดยุกแห่งซัสเซกซ์ ได้แจ้งว่า เจ้าชายแฮร์รี่ได้เสด็จไปยังสกอตแลนด์เพียงลำพัง (โดยที่เมแกนไม่ได้เดินทางไปด้วย)

เจ้าชายแฮร์รี่ได้ทรงเขียนถึงเรื่องนี้ในหนังสือ SPARE ว่า ‘ขณะที่เครื่องบินกำลังเริ่มเคลื่อน ผมได้เห็นมือถือมีแสงสว่างวาบขึ้นมา เป็นข้อความที่ส่งมาจากเม็ก บอกให้ผมอ่านข่าวนี้โดยเร็วที่สุด ผมเข้าไปอ่านที่หน้าเว็บ BBC พระอัยยิกา (ย่า) ของผมสวรรคตแล้ว พระบิดาของผมได้เป็นกษัตริย์’

‘ผมผูกเนกไทสีดำ เดินลงจากเครื่องบินท่ามกลางฝนตกโปรยปราย’ เจ้าชายแฮร์รี่ ยังบอกเสริมว่า ‘ตอนนั้น พระบิดาของผมโทรศัพท์มาหาอีกครั้ง พระองค์บอกกับผมว่า ยินดีต้อนรับที่บัลมอรัล แต่… ต้องไม่มีเธอมาด้วย’

‘ท่านได้อธิบายเหตุผลต่างๆ ของท่าน แต่เหตุผลเหล่านั้นไม่ทำให้ผมเข้าใจได้ และมันจึงไม่ได้รับการเคารพเช่นกัน ผมไม่ทนเรื่องนี้จากท่าน’ เจ้าชายแฮร์รี่ทรงเปิดเผยถึงเหตุการณ์ในวันนั้น ในหนังสือ SPARE พร้อมเปิดเผยอีกว่า ‘อย่าแม้แต่จะคิดเกี่ยวกับการพูดถึงภรรยาของผมแบบนั้น มีการเสียใจที่พูดแบบนั้นออกมา ท่านได้พูดตะกุกตะกัก ไม่ต้องการให้วังมีคนมากเกินไป ไม่มีชายาของคนไหนมาเลย แม้แต่เคท พระองค์บอกกับผม ดังนั้น เม็กก็ไม่ควรมาด้วย’

เจ้าชายแฮร์รี่ทรงเดินทางออกจากพระตำหนักบัลมอรัล พร้อมกับพระราชบิดา และเจ้าชายวิลเลียม พระเชษฐา หลังจากได้มีการแสดงความอาลัยต่อสมเด็จพระราชินีเอลิซาเบธที่ 2 ผ่านไปแล้ว 12 ชั่วโมง

ช่างภาพหลายคนได้บันทึกภาพเจ้าชายแฮร์รี่ทรงนั่งด้านหลังของรถเรนจ์โรเวอร์เพียงคนเดียว ขณะมุ่งหน้าไปยังสนามบินเมืองแอเบอร์ดีน เมื่อเวลาประมาณ 09.20 น. ของวันที่ 9 กันยายน 2565

ที่มา : metro

ช็อก พบศพ 2 หนุ่ม ‘แข็งตาย’ อยู่ใต้ท้องเครื่องบินโดยสารที่โคลอมเบีย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2597375

ช็อก พบศพ 2 หนุ่ม 'แข็งตาย' อยู่ใต้ท้องเครื่องบินโดยสารที่โคลอมเบีย

8 ม.ค. 2566 15:51 น.

ช็อก พบศพ 2 หนุ่ม ‘แข็งตาย’ อยู่ใต้ท้องเครื่องบินโดยสารที่โคลอมเบีย

(ภาพประกอบ)

ช่างซ่อมบำรุงเครื่องบินในโคลอมเบียสุดช็อก พบศพหนุ่ม 2 ศพ ในสภาพแข็งตาย อยู่ใต้ท้องเครื่องบินโดยสารที่สนามบินในกรุงโบโกตา จนท.เร่งสืบหาสัญชาติ ยืนยันตัวตน

เมื่อ 8 ม.ค. 2566 อัลจาซีรารายงาน ช่างซ่อมบำรุงเครื่องบินในโคลอมเบียตกตะลึง พบศพชายหนุ่ม 2 ศพเสียชีวิตอยู่ใต้ท้องเครื่องบินลำหนึ่งของสายการบินเอเวียนกา ที่ท่าอากาศยานในกรุงโบโกตา เมืองหลวงโคลอมเบีย ขณะกำลังตรวจเช็กบำรุงเครื่องบินตามระยะกำหนด โดยทั้งสองศพอยู่ในสภาพหนาวจัดจนแข็ง และมีบางส่วนละลาย ขณะที่มีศพหนึ่งร่างกายถูกเผาไหม้

ตามรายงานระบุว่า เที่ยวบินล่าสุดของเครื่องบินโดยสารสายการบินเอเวียนกาลำนี้ เดินทางมาจากท่าอากาศยานกรุงซานติเอโก เมืองหลวงชิลี มายังท่าอากาศยานเอลโดราโดในกรุงโบโกตา เมื่อเย็นวันศุกร์ที่ 6 มกราคม ที่ผ่านมา

‘หลังจากเครื่องบินลำนี้เดินทางมาถึงท่าอากาศยานเอลโดราโด ในกรุงโบโกตา ได้พบร่างของชายหนุ่มทั้งสองที่เดินทางอย่างไม่ปกติมากับเครื่องบินลำนี้อยู่บริเวณใต้ท้องเครื่องบิน’ สายการบินเอเวียนกา ออกแถลงการณ์ พร้อมกับแสดงความเสียใจไปยังครอบครัวของชายหนุ่มทั้งสองที่เสียชีวิต

ขณะนี้เจ้าหน้าที่โคลอมเบียกำลังดำเนินการสอบสวนเพื่อสืบหาสัญชาติและระบุตัวตนชายหนุ่มสองศพ ซึ่งมีอายุประมาณ 15-20 ปีที่พยายามลักลอบเข้าประเทศ  

อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ขณะนี้ยังไม่พบเอกสารยืนยันตัวตนที่ศพของชายหนุ่มทั้ง 2 แต่มีศพหนึ่ง พบว่ามีเงินสกุลของประเทศโดมินิกันติดตัว และในกระเป๋าเดินทางใบหนึ่งพบว่ามีใบอนุญาตทำงานในโดมินิกัน จึงทำให้เจ้าหน้าที่คาดว่าชายทั้งสองคนนี้เดินทางมาจากประเทศนี้ และอาจหลบซ่อนอยู่ใต้ท้องเครื่องบินตั้งแต่วันที่ 3 มกราคม เพราะเป็นเที่ยวบินล่าสุดที่เครื่องบินลำนี้เดินทางออกมาจากโดมินิกัน

ตื่นเต้น จีนเปิดประเทศ ผู้โดยสารกลุ่มแรกเกือบ 400 คนมาจากสิงคโปร์ แคนาดา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2597325

ตื่นเต้น จีนเปิดประเทศ ผู้โดยสารกลุ่มแรกเกือบ 400 คนมาจากสิงคโปร์ แคนาดา

8 ม.ค. 2566 13:30 น.

ตื่นเต้น จีนเปิดประเทศ ผู้โดยสารกลุ่มแรกเกือบ 400 คนมาจากสิงคโปร์ แคนาดา

ผู้โดยสารกลุ่มแรกเกือบ 400 คนมาจากสิงคโปร์และแคนาดา เดินทางถึงจีน หลังเที่ยงคืนเข้าสู่วันที่ 8 มกราคม วันแรกที่จีนประกาศเปิดประเทศ ขณะที่ประชาชนในจีนและฮ่องกงหลั่งไหลเดินทางกันคึกคัก

เมื่อ 8 มกราคม 2566 สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน ผู้เดินทางต่างชาติกลุ่มแรกเดินทางมาถึงสนามบินต่างๆ ในเมืองกว่างโจว และเสิ่นเจิ้น ทางภาคใต้ของจีนแล้ว เมื่อเวลาหลังเที่ยงคืนของวันนี้ หลังจากรัฐบาลจีนได้ประกาศเปิดพรมแดนควบคุมการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ที่ดำเนินมานานเกือบ 3 ปี

สถานีโทรทัศน์ไชน่า โกลบอล เทเลวิชั่น เน็ตเวิร์ก (CGTN) รายงานว่า ภายใต้กฎใหม่ของการเปิดพรมแดนอย่างเสรีในจีน ทำให้ผู้โดยสารกลุ่มแรก 387 คนที่เดินทางมาจากสิงคโปร์และแคนาดา ไม่ต้องตรวจเชื้อโควิด-19 และไม่ต้องถูกกักตัวเป็นเวลา 5 วันที่สถานกักกันของรัฐบาลกลางแต่อย่างใด

ตื่นเต้น จีนเปิดประเทศ ผู้โดยสารกลุ่มแรกเกือบ 400 คนมาจากสิงคโปร์ แคนาดา

การผ่อนปรนมาตรการเดินทางกับชาวต่างประเทศ ถือเป็นการผ่อนคลายมาตรการป้องกันการระบาดของโรคโควิด-19 มาตรการสุดท้ายของทางการจีน หลังจากได้ยกเลิกนโยบาย ‘โควิดเป็นศูนย์’ ผ่อนปรนมาตรการคุมเข้มโควิด-19 ตั้งแต่ต้นเดือนธันวาคม 2565

ตื่นเต้น จีนเปิดประเทศ ผู้โดยสารกลุ่มแรกเกือบ 400 คนมาจากสิงคโปร์ แคนาดา

ขณะที่ยังมีรายงานว่าในวันนี้ ประชาชนในจีนและฮ่องกงพากันหลั่งไหลเดินทางข้ามพรมแดนทั้งทางบกและทางทะเล ระหว่างจีนกับเขตปกครองพิเศษฮ่องกงกันอย่างคึกคัก เนื่องจากเป็นวันแรกที่ทางการจีนประกาศเปิดประเทศ หลังปิดพรมแดนป้องกันการระบาดของโรคโควิด-19 มานานนับ 3 ปี

ที่มา : Aljazeera,Channelnewsasia

เทศกาลเดินทางครั้งใหญ่ในจีนเริ่มแล้วท่ามกลางสถานการณ์โควิด

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2597223

เทศกาลเดินทางครั้งใหญ่ในจีนเริ่มแล้วท่ามกลางสถานการณ์โควิด

8 ม.ค. 2566 11:53 น.

เทศกาลเดินทางครั้งใหญ่ในจีนเริ่มแล้วท่ามกลางสถานการณ์โควิด

จีนเริ่มการเดินทางเทศกาลฤดูใบไม้ผลิ หรือที่เรียกว่า “ชุนยุ่น” แล้วตั้งแต่วันที่ 7 ม.ค. เป็นช่วงเวลา 40 วัน ของการเดินทางเนื่องในเทศกาลตรุษจีน และถือเป็นการเคลื่อนย้ายคนประจำปีครั้งใหญ่ที่สุดในโลก

เทศกาลตรุษจีนปีนี้เริ่มต้นอย่างเป็นทางการในวันที่ 21 ม.ค. และจะเป็นปีแรกนับจากปี 2563 ที่จีนไม่ใช้มาตรการจำกัดการเดินทางในประเทศ หลังจากเมื่อเดือนที่แล้วจีนประกาศผ่อนคลายนโยบาย “โควิดเป็นศูนย์” หลังประชาชนในหลายเมืองจัดการประท้วงต่อความเข้มงวดของนโยบายดังกล่าว ที่รวมถึงการตรวจหาเชื้อบ่อยครั้ง การจำกัดการเดินทาง การล็อกดาวน์จำนวนมาก และสร้างความเสียหายอย่างหนักต่อจีน ที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับ 2 ของโลก

นักลงทุนหวังว่าการเปิดประเทศจะช่วยฟื้นฟูเศรษฐกิจจีนมูลค่า 17 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 573 ล้านล้านบาท) ที่ขยายตัวต่ำที่สุดในรอบเกือบครึ่งศตวรรษ

ด้านกระทรวงคมนาคมจีนคาดการณ์เมื่อวันศุกร์ว่า จะมีคนเดินทางมากกว่า 2,000 ล้านคน ในช่วง 40 วันของชุนยุ่น เพิ่มขึ้น 1 เท่าจากปี 2565 และคิดเป็นร้อยละ 70.3 ของการเดินทางในปี 2562 ก่อนมีโควิด

ชาวจีนหลายคนยินดีที่จะได้กลับไปฉลองตรุษจีนพร้อมหน้าครอบครัวที่บ้านเกิดเป็นครั้งแรกในรอบหลายปี แต่หลายคนตัดสินใจไม่เดินทางในปีนี้ เพราะเกรงว่าจะนำเชื้อไปติดผู้สูงวัย

ขณะที่มีความกังวลว่า การที่คนทำงานตามเมืองใหญ่เดินทางกลับบ้านเกิดในชนบท จะทำให้เกิดการระบาดใหญ่ตามชนบทที่มีเตียงไอซียูและเครื่องช่วยหายใจไม่เพียงพอ ทางการจีนแจ้งว่ากำลังเพิ่มบริการดูแลสุขภาพระดับชุมชน เพิ่มคลินิกสำหรับผู้ป่วยมีไข้ในชนบท และเปิดช่องทางด่วนสำหรับผู้ป่วยเสี่ยงสูง โดยเฉพาะผู้สูงวัยที่มีโรคประจำตัว ให้สามารถส่งตัวจากหมู่บ้านไปยังโรงพยาบาลที่มีความพร้อมได้โดยตรง

อย่างไรก็ดี ผู้เชี่ยวชาญบางคนอ้างผลสำรวจออนไลน์ว่า คนในชนบทมีอัตราการติดโควิดไม่ต่างจากคนในเมือง พื้นที่ส่วนใหญ่ของประเทศจึงน่าจะผ่านจุดสูงสุดของการระบาดไปแล้ว

นอกจากนั้นในวันนี้ (8 ม.ค.) จีนยังเปิดพรมแดนติดกับฮ่องกงอีกครั้ง และจะยกเลิกข้อกำหนดสำหรับผู้เดินทางมาจากต่างประเทศที่ต้องกักตัว ซึ่งจะทำให้ชาวจีนจำนวนมากสามารถเดินทางไปต่างประเทศได้เป็นครั้งแรก นับตั้งแต่การปิดพรมแดนเมื่อเกือบ 3 ปีก่อน โดยไม่ต้องกลัวว่าจะต้องถูกกักตัวเมื่อเดินทางกลับ.

อินเดียจับผู้บริหารธนาคารใหญ่ หลังเมา-ฉี่รด ผู้โดยสารหญิงบนเครื่องบิน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2597181

อินเดียจับผู้บริหารธนาคารใหญ่ หลังเมา-ฉี่รด ผู้โดยสารหญิงบนเครื่องบิน

8 ม.ค. 2566 10:54 น.

อินเดียจับผู้บริหารธนาคารใหญ่ หลังเมา-ฉี่รด ผู้โดยสารหญิงบนเครื่องบิน

ตำรวจอินเดียควบคุมตัวผู้โดยสารที่ถูกกล่าวหาว่าปัสสาวะใส่ผู้โดยสารหญิงบนเครื่องบินแล้ว โดยพบว่าเป็นผู้บริหารวาณิชธนกิจใหญ่ในสหรัฐฯ ที่ถูกไล่ออกจากงานหลังเป็นข่าว

โฆษกตำรวจอินเดีย เปิดเผยว่า อดีตผู้บริหาร “เวลส์ ฟาร์โก” (Wells Fargo) ธนาคารสัญชาติอเมริกันประจำสาขาในอินเดีย ซึ่งโดนกล่าวหาว่าปัสสาวะรดผู้โดยสารคนอื่น ขณะโดยสารบนเครื่องบินของสายการบินแอร์ อินเดีย ถูกจับกุมตัวแล้ว

สตรีวัย 72 ปี ร้องเรียนต่อสายการบินแอร์อินเดียเรื่องถูกนายชันการ์ มิชรา อดีตรองประธานเวลส์ ฟาร์โก สาขาอินเดีย ปัสสาวะใส่ขณะโดยสารชั้นธุรกิจเที่ยวบินจากนครนิวยอร์กของสหรัฐฯ ไปกรุงนิวเดลีของอินเดีย เมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน 2565

รายงานข่าวระบุว่า นายมิชรา เมาสุราในขณะก่อเหตุ และปัสสาวะโดยไม่ได้รูดซิปกางเกง ข่าวระบุว่า เขาได้หลบหนีและปิดโทรศัพท์มือถือ แต่ยังคงติดต่อเพื่อนผ่านทางสื่อสังคมออนไลน์ และใช้บัตรเครดิตชำระเงินที่เมืองบังกาลอร์  ทำให้ตำรวจสืบพบที่อยู่และจับกุมตัวมายังกรุงนิวเดลีเพื่อดำเนินคดีต่อไป ตำรวจกรุงนิวเดลียืนยันข่าวการจับกุมแต่ไม่ให้รายละเอียดใดๆ

หญิงผู้เสียหายกล่าวว่า แม้ว่าเธอจะได้รับชุดนอนและรองเท้าแตะหลังจากแจ้งลูกเรือว่าเสื้อผ้าและรองเท้าของเธอเปียกโชกไปด้วยปัสสาวะ แต่เธอก็ได้รับแจ้งให้กลับไปที่ที่นั่งหลังจากทำความสะอาดแล้ว

เธอกล่าวว่า ต่อมาผู้โดยสารคนหนึ่งบอกว่าเธอมีที่นั่งว่างหลายที่นั่งในชั้นเฟิร์สคลาส และเขาแนะนำให้ลูกเรือย้ายเธอเข้าไปนั่งในที่นั่งดังกล่าว แทนที่จะถูกบังคับให้นั่งในที่นั่งที่สกปรก พร้อมระบุว่า เห็นได้ชัดว่าลูกเรือไม่รู้สึกว่าการดูแลผู้โดยสารที่มีปัญหาเป็นสิ่งที่ควรให้ความสำคัญเป็นลำดับแรก และเมื่อเธอปฏิเสธที่จะกลับไปยังที่นั่งที่เปื้อนปัสสาวะ ซึ่งปูด้วยผ้าปูแต่ยังมีกลิ่นปัสสาวะอยู่ เธอจึงได้รับข้อเสนอให้นั่งบนที่นั่งของลูกเรือตลอดการเดินทางที่เหลือ 

มีรายงานว่าผู้กระทำความผิดออกจากสนามบินโดยไม่ถูกดำเนินการใดๆ เมื่อเครื่องลงจอด โดยแอร์อินเดียยื่นคำร้องต่อตำรวจเมื่อวันที่ 4 ม.ค. เนื่องจากรู้สึกว่าทั้งสองฝ่ายได้ยุติเรื่องนี้แล้ว

ด้านเวลส์ ฟาร์โก วาณิชธนกิจรายใหญ่ของสหรัฐฯ แจ้งเมื่อวันศุกร์ว่า ได้เลิกจ้างนายมิชราหลังจากทราบข่าวดังกล่าว

ขณะที่ นายแคมป์เบลล์ วิลสัน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร หรือซีอีโอของแอร์อินเดีย กล่าวขอโทษกรณีดังกล่าว และกล่าวว่า ลูกเรือ 4 คนและนักบิน 1 คน ถูกปลดออกจากตำแหน่ง และสายการบินกำลังทบทวนนโยบายการให้บริการเครื่องดื่มแอลกอฮอล์บนเที่ยวบิน

นายวิลสันร ะบุในถ้อยแถลงว่า สายการบินสามารถจัดการกับปัญหาได้ดีกว่านี้ และสัญญาว่าจะมีระบบการรายงานพฤติกรรมที่ไม่สุภาพ และระบบการรายงานเหตุการณ์ในลักษณะดังกล่าวที่มีประสิทธิภาพ สายการบินกำลังตรวจสอบประเด็นต่างๆ รวมถึงบริการเครื่องดื่มแอลกอฮอล์บนเที่ยวบิน การจัดการสถานการณ์และข้อร้องเรียนบนเครื่องบิน และการจัดการเรื่องร้องทุกข์.

เมืองบนเขาหิมาลัยอินเดียกำลังทรุดตัว วัดถล่ม-บ้านแตกร้าว ต้องอพยพประชาชน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2597023

เมืองบนเขาหิมาลัยอินเดียกำลังทรุดตัว วัดถล่ม-บ้านแตกร้าว ต้องอพยพประชาชน

8 ม.ค. 2566 04:14 น.

เมืองบนเขาหิมาลัยอินเดียกำลังทรุดตัว วัดถล่ม-บ้านแตกร้าว ต้องอพยพประชาชน

เมืองเล็กๆ แห่งหนึ่งของอินเดียบนเขาหิมาลัยกำลังเสี่ยงทรุดตัวอย่างหนัก จนทางการต้องอพยพประชาชนหลายร้อยครัวเรือน หลังวัดแห่งหนึ่งพังถล่มลงมา

เมื่อวันเสาร์ที่ 7 ม.ค. 2566 ทางการเมืองโจชีมัธ ในรัฐอุตตราขัณฑ์ ทางเหนือของประเทศอินเดีย ออกคำสั่งหยุดกิจกรรมการก่อสร้างทั้งหมดภายในเมือง และอพยพประชาชนหลายร้อยคนไปยังที่พักชั่วคราว หลังเกิดการทรุดตัวของพื้นดินจนทำให้วัดแห่งหนึ่งพังถล่ม และปรากฏรอยแตกร้าวขึ้นตามท้องถนนและบ้านเรือนมากกว่า 600 หลัง

ชาวบ้านในเมืองโจชีมัธ เผยว่า พวกเขาสังเกตเห็นรอยแตกร้าวตามบ้านเรือนมาสักพักแล้ว โดยเฉพาะช่วงหลังเกิดเหตุน้ำท่วมในปี 2564 ขณะที่ นายหิมันชู คูรานา ผู้บริหารเขตชาโมลี ซึ่งเป็นที่ตั้งของเมืองโจชีมัธ ระบุว่า ตอนนี้มีประชาชนอพยพไปยังค่ายพักพิงของทางการแล้วมากกว่า 60 ครัวเรือน และอาจเพิ่มขึ้นเป็น 600 ครัวเรือน

นายรันจิต ซินฮา เจ้าหน้าที่ระดับสูงของสำนักงานจัดการภัยพิบัติประจำรัฐอุตตราขัณฑ์ กล่าวว่า เหตุผลที่ทำให้พื้นดินทรุดตัวอาจมาจากความผิดพลาดในระบบท่อระบายน้ำ ส่งผลให้มีน้ำรั่วซึมใต้บ้านเรือนจนแผ่นดินทรุดตัว

ทั้งนี้ เมืองโจชีมัธ เป็นเมืองขนาดเล็ก มีประชากรราว 25,000 คน ตั้งอยู่ที่ความสูง 6,200 ฟุตจากระดับน้ำทะเล แต่เป็นเส้นทางแสวงบุญที่สำคัญของชาวฮินดู โดยในแต่ละปีจะมีผู้แสวงบุญจำนวนหลายหมื่นคนเดินทางผ่านเมืองแห่งนี้เพื่อไปยังเมืองบาดรินาธ และสถานที่แสวงบุญต่างๆ

แต่ด้วยความที่มีผู้มาเยือนเป็นจำนวนมาก ทำให้เมืองขยายตัวอย่างรวดเร็วในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา มีการก่อสร้างอาคารและถนนจำนวนมาก ซึ่งผู้เชี่ยวชาญเชื่อว่าอาจมีส่วนทำให้ดินทรุดตัว

พื้นที่แถบนี้ยังเผชิญฝนตกหนักอย่างกะทันหันนับพันครั้งในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ทำให้มีผู้เสียชีวิตหลายร้อยรายในปี 2556 และเกิดน้ำท่วมหนักในปี 2564 โดยผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่า การละลายอย่างรวดเร็วของธารน้ำแข็งบนภูเขาหิมาลัย ซึ่งเกิดจากภาวะโลกร้อน เป็นอีกเหตุผลที่ทำให้ภูมิภาคนี้เผชิญภัยพิบัติครั้งแล้วครั้งเล่า

นายคาวิตา อุปัธยา ผู้เชี่ยวชาญด้านนโยบายน้ำของอินเดีย ซึ่งเคยอาศัยอยู่ในเขตชาโมลี กล่าวว่า ระหว่างปี 2558 ถึงกลางปี 2564 เกิดฝนตกหนักและฝนตกกะทันหันในรัฐอุตตราขัณฑ์อย่างน้อย 7,750 ครั้ง ส่งผลกระทบอย่างหนักต่อเมืองโจชีมัธ และโครงการก่อสร้างจำนวนมากกับการไหลเข้ามาของนักท่องเที่ยวอย่างไม่มีการควบคุมก็มีส่วนทำให้ดินทรุด

“พื้นลาดเอียงของเมืองโจชีมัธก่อตัวจากเศษตะกอนจากดินถล่ม หมายความว่ามันมีขีดจำกัดว่าเมืองจะสามารถแบกรับอาคาร หรือกิจกรรมรบกวน เช่น การก่อสร้างโครงการใหญ่อย่างเขื่อนและถนนได้มากเพียงไร” นายอุปัธยา กล่าว.

ที่มา : ap

ไหนบอกหยุดยิง? รัสเซียโจมตีเมืองยูเครนต่อเนื่อง พลเรือนตาย 3 ศพ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2597021

ไหนบอกหยุดยิง? รัสเซียโจมตีเมืองยูเครนต่อเนื่อง พลเรือนตาย 3 ศพ

8 ม.ค. 2566 02:31 น.

ไหนบอกหยุดยิง? รัสเซียโจมตีเมืองยูเครนต่อเนื่อง พลเรือนตาย 3 ศพ

รัสเซียยังคงโจมตีเมืองต่างๆ ในยูเครนอย่างต่อเนื่อง แม้จะประกาศหยุดยิงเนื่องในวันออร์โธด็อกซ์คริสต์มาส เป็นเวลา 36 ชั่วโมง ทำให้มีพลเรือนเสียชีวิตหลายราย

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า รัสเซียประกาศหยุดยิงแต่เพียงฝ่ายเดียวเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา โดยเริ่มตั้งแต่เวลา 12.00 น. วันที่ 6 ม.ค. 2565 ไปจนถึงเวลา 24.00 น. วันเสาร์ที่ 7 ม.ค. 2566 อ้างว่าเพื่อให้ประชาชนได้เฉลิมฉลองวันคริสต์มาสของชาวคริสต์นิกายออร์โธด็อกซ์ซึ่งตรงกับว่าที่ 7 ม.ค.ของทุกปี

อย่างไรก็ตาม มีรายงานจากอย่างน้อย 7 แคว้นทางตะวันออกและตอนใต้ของยูเครนว่า รัสเซียยังคงโจมตีพวกเขาอย่างต่อเนื่อง โดยนาย ยาโรสลาฟ ยานูเชวิช ผู้ว่าการแคว้นเคอร์ซอน ระบุว่า รัสเซียโจมตีเข้ามาถึง 39 ครั้งในวันศุกร์ ทำให้เกิดไฟไหม้อาคารที่อยู่อาศัยและสถานีดับเพลิงในเมืองเคอร์ซอน มีผู้เสียชีวิต 1 ศพ บาดเจ็บอีก 7 ราย

ขณะเดียวกัน กองทัพยูเครนเผยว่า มีประชาชนเสียชีวิต 2 รายบาดเจ็บอีก 13 คน ในการโจมตีของรัสเซียที่เมืองบัคมุต ซึ่งตั้งอยู่ในภูมิภาคดอนบาสทางตะวันออก ส่วนนาย โอเลห์ ซีเนฮูบอฟ ผู้ว่าการแคว้นคาร์คิฟ โจมตีอาคารที่อยู่อาศัยและอาคารพาณิชย์จนเกิดไฟไหม้ แต่ไม่มีผู้เสียชีวิต

ที่แคว้นลูฮานสก์ ซึ่งเป็นแนวหน้าการปะทะของทหารยูเครนกับรัสเซีย นายเซอร์ฮี ไฮได ผู้ว่าฯ แคว้นลูฮานสก์ของยูเครน กล่าวว่า ในช่วง 3 ชั่วโมงแรกของการหยุดยิง รัสเซียยิงปืนใหญ่เข้าใส่ที่มั่นของฝ่ายยูเครน 14 ครั้ง และบุกโจมตีหมู่บ้านแห่งหนึ่ง 3 ครั้ง ทำให้พวกเขายิงปืนใหญ่จากรถถังเพื่อตอบโต้

ด้านนาย มิคาอิล ราซโวเชเยฟ ซึ่งรัสเซียแต่งตั้งเป็นผู้บริหารเมืองเซวาสโตโปล ในแคว้นไครเมีย กล่าวว่า ระบบป้องกันทางอากาศของพวกเขา ยิงทำลายโดรนลำหนึ่งที่ดูเหมือนว่าจะมาโจมตีเมืองท่าแห่งนี้ ซึ่งเป็นที่ตั้งฐานของกองเรือทะเลดำรัสเซีย เมื่อช่วงเช้ามืดวันเสาร์

ความเคลื่อนไหวล่าสุดเกิดขึ้นในขณะที่ สหรัฐฯ ประกาศว่าจะส่งอาวุธและความช่วยเหลืออื่นๆ มูลค่ารวม 3.75 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ให้แก่ยูเครน รวมถึงรถหุ้มเกราะ ‘แบรดลีย์’ ซึ่งมีสมญานามว่า ‘นักฆ่ารถถัง’ นอกจากนั้นสหรัฐฯ ยังส่งระบบมิสไซล์ป้องกันการโจมตีทางอากาศ ‘แพทริออต’ ให้ยูเครนด้วย

ที่มา : the guardian

อิหร่านประหารผู้ประท้วงอีก 2 คน ข้อหาฆาตกรรมเจ้าหน้าที่ความมั่นคง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2597018

อิหร่านประหารผู้ประท้วงอีก 2 คน ข้อหาฆาตกรรมเจ้าหน้าที่ความมั่นคง

8 ม.ค. 2566 01:31 น.

อิหร่านประหารผู้ประท้วงอีก 2 คน ข้อหาฆาตกรรมเจ้าหน้าที่ความมั่นคง

อิหร่านดำเนินการแขวนคอประหารชีวิตชายอีก 2 คน ข้อหาฆาตกรรมเจ้าหน้าที่ความมั่นคงระหว่างเกิดการประท้วงใหญ่ทั่วประเทศเมื่อหลายเดือนก่อน

เมื่อวันเสาร์ที่ 7 ม.ค. 2565 ทางการอิหร่านดำเนินการแขวนคอประหารชีวิตนาย โมฮัมหมัด มาห์ดี คารามี และนาย เซเยด โมฮัมหมัด ฮอสเซนี ซึ่งถูกศาลตัดสินว่ามีความผิดจริงในข้อหา ‘ทุจริตต่อแผ่นดิน’ (corruption on earth) แล้ว โดยทั้งสองคนถูกกล่าวหาว่า มีส่วนร่วมในการฆาตกรรมทหารนายหนึ่งระหว่างการประท้วงใหญ่เมื่อปลายปีก่อน

อัยการอิหร่านอ้างว่า เจ้าหน้าที่ รูฮอลเลาะห์ อาจามียาน ถูกจับถอดเสื้อผ้าและถูกสังหารโดยกลุ่มคนซึ่งออกมาร่วมตัวกันเพื่อแสดงความอาลัยต่อผู้ประท้วงที่ถูกสังหารไปก่อนหน้านั้น ทำให้นายคารมีและนายฮอสเซนีถูกศาลตัดสินประหารชีวิตในเดือนธันวาคม 2565

จำเลยทั้งสองคนยื่นอุทธรณ์คัดค้านคำตัดสินโดยอ้างว่า ในระหว่างถูกจองจำ พวกเขาถูกทรมานด้วยวิธีต่างๆ เพื่อให้รับสารภาพ รวมถึงการปิดตาแล้วช็อตด้วยปืนช็อตไฟฟ้า และใช้ท่อนเหล็กตีที่ฝ่าเท้า อย่างไรก็ตาม เมื่อ 3 ม.ค.ที่ผ่านมาศาลสูงสุดอิหร่านพิพากษายืนตามศาลชั้นก่อนให้ลงโทษประหารชีวิต

กลุ่มสิทธิมนุษยชนหลายกลุ่มประณามการไต่สวนที่เกิดขึ้นว่าเป็นการไต่สวนลวงโลก ครอบครัวของนายคารามีวัย 22 ปี เผยว่า พวกเขาไม่ได้รับอนุญาตให้พบเขาก่อนจะถูกประหารชีวิต ขณะที่กลุ่มสิทธิมนุษยชน CHRI ระบุว่า นักข่าวผู้สัมภาษณ์ครอบครัวของนายคารามีถูกตำรวจจับกุม และจนถึงตอนนี้ยังไม่ได้รับการปล่อยตัว

ทั้งนี้ การประท้วงใหญ่ที่ปะทุขึ้นเมื่อเดือนกันยายน 2565 ทำให้มีผู้ประท้วงถูกสังหารกว่า 516 ศพ ขณะที่อีก 19,262 คนถูกจับกุม มีเจ้าหน้าที่เสียชีวิต 68 นาย มีผู้ประท้วงถูกตัดสินประหารชีวิต 5 ราย ในจำนวนนี้ถูกสำเร็จโทษไปแล้ว 4 รายรวมกรณีล่าสุด และมีผู้ถูกตัดสินจำคุกอีก 11 คน

ที่มา : bbc

เควิน แม็คคาร์ธี เป็นประธานสภาสหรัฐฯ คนใหม่ หลังโหวต 15 รอบ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2597006

เควิน แม็คคาร์ธี เป็นประธานสภาสหรัฐฯ คนใหม่ หลังโหวต 15 รอบ

7 ม.ค. 2566 23:38 น.

เควิน แม็คคาร์ธี เป็นประธานสภาสหรัฐฯ คนใหม่ หลังโหวต 15 รอบ

เควิน แม็คคาร์ธี ได้รับเลือกเป็นประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ คนใหม่แล้ว หลังจากโหวตถึง 15 รอบ และมีการโต้เถียงกันอย่างหนักจน ส.ส.ฝั่งรีพับลิกันเกือบวางมวยกัน

เมื่อเช้ามืดวันเสาร์ที่ 7 ม.ค. 2566 ตามเวลาท้องถิ่นของสหรัฐฯ ในที่สุดนาย เควิน แม็คคาร์ธี ก็ได้รับเลือกให้เป็นประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ คนใหม่แล้ว หลังจากลงคะแนนเสียงกันถึง 15 รอบ แม้พรรครีพับลิกันของเขาครองเสียงข้างมากในสภา

ส.ส.รีพับลิกัน 20 คน รวมถึงสมาชิกกลุ่มการเมือง ‘House Freedom Caucus’ ซึ่งประกอบด้วย ส.ส.ฝ่ายขวาจัด ขัดขวางการรับตำแหน่งของแม็คคาร์ธีมาตั้งแต่วันอังคาร เนื่องจากมองว่า ส.ส.แคลิฟอร์เนียรายนี้ไม่อนุรักษ์นิยมเพียงพอที่จะเป็นผู้นำพวกเขา ต่อต้านนโยบายของรัฐบาลประธานาธิบดี โจ ไบเดน ของฝ่ายเดโมแครต

นายแม็คคาร์ธีต้องยอมประนีประนอมหลายอย่างเพื่อเกลี้ยกล่อม ส.ส.ฝ่ายต่อต้าน รวมถึงมอบเก้าอี้ในคณะกรรมการปกครอง (Rules Committee) ซึ่งมีอำนาจกำหนดระยะเวลาสำหรับการอิปรายร่างกฎหมายที่ยื่นต่อสภา เขายังตกลงลดจำนวน ส.ส.ขั้นต่ำที่ต้องมีเพื่อยื่นถอดถอนประธานสภา ให้เหลือ ส.ส.เพียง 1 คน ก็สามารถยื่นญัตติได้ ซึ่งอาจทำให้ต้องมีการโหวตเลือกประธานสภากันใหม่อีก

การลงคะแนนเสียงมาถึงจุดเปลี่ยนสำคัญในการโหวตรอบที่ 12 เมื่อแม็คคาร์ธีสามารถกล่อม ส.ส.รีพับลิกัน 14 คนให้ลงคะแนนให้เขา ก่อนที่ ส.ส.คนที่ 15 จะยอมโหวตให้ในรอบที่ 13 แต่แม็คคาร์ธียังขาดคะแนนโหวตจาก ส.ส.อีก 3 คนเพื่อให้ได้คะแนนเสียง 217 เสียงที่เขาต้องการเพื่อรับตำแหน่ง

ภายในสภาเกิดการโต่เถียงกันอย่างหนัก นายแมตต์ แกตซ์ ส.ส.จากรัฐฟลอริดาเพื่อมีเรื่องชกต่อยกับนาย ไมค์ โรเจอร์ ส.ส.แอละแบมา ซึ่งสนับสนุนนายแม็คคาร์ธี จน ส.ส.คนอื่นต้องเข้ามาจับทั้งคู่แยกออกจากกัน และการโหวตรอบที่ 14 จะประสบความล้มเหลว แต่สุดท้าย ส.ส.รีพับลิกันที่เหลือรวมถึงนายแกตซ์ ก็ยอมโหวตให้แม็คคาร์ธีในรอบที่ 15 และเหล่า ส.ส.ก็เริ่มเดินทางกลับในเวลาประมาณ 2.00 น. วันเสาร์ตามเวลาท้องถิ่น

ที่มา : bbc