มาถึงไทยแล้ว‘แกงกะหรี่พร้อมรับทานนานาชาติ’ไอเทมขายดีในมูจิ ญี่ปุ่น

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/707683

มาถึงไทยแล้ว‘แกงกะหรี่พร้อมรับทานนานาชาติ’ไอเทมขายดีในมูจิ ญี่ปุ่น

มาถึงไทยแล้ว‘แกงกะหรี่พร้อมรับทานนานาชาติ’ไอเทมขายดีในมูจิ ญี่ปุ่น

วันอังคาร ที่ 31 มกราคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

มูจิ ประเทศไทย (MUJI) ชวนลิ้มลอง MUJI CURRY แกงกะหรี่สำเร็จรูป 5 รสชาติ ได้แก่ BUTTER CHICKEN CURRY, DHAL CURRY, CHICKEN RENDANG, CHICKEN MASAK LEMAK และ CHICKEN KEEMA CURRY ไอเทมขายดีใน MUJI ประเทศญี่ปุ่นโดดเด่นด้วยเอกลักษณ์ผลิตภัณฑ์อาหารยอดฮิตระดับโลกจากต้นแบบแนวคิด Learn locally เรียนรู้จากวัฒนธรรมท้องถิ่นที่ร้าน MUJI ได้ไปเปิดสาขา แล้วพัฒนาต่อยอดจากต้นตำรับท้องถิ่น ผสานความพิถีพิถันในสไตล์ MUJI ที่ใช้วัตถุดิบที่ดีที่สุด รวมทั้งไม่มีการแต่งกลิ่น สีและรสชาติ จนเกิดกลายเป็น MUJI CURRY พร้อมมอบประสบการณ์ทางรสสัมผัสของแกงกะหรี่ที่คงอัตลักษณ์ท้องถิ่น ให้ทั้งผู้บริโภคนักท่องเที่ยวที่มองหารสชาติที่คุ้นเคยและผู้บริโภคชาวไทยได้ลิ้มลองรสชาติแกงกะหรี่ใหม่จากเมนูท้องถิ่นที่แตกต่าง วางจำหน่ายแล้วที่ร้าน MUJI ทุกสาขาทั่วประเทศ

จากพันธกิจหลักของ MUJI ในการดำเนินธุรกิจแบบยั่งยืน โดยใส่ใจในชุมชนท้องถิ่นในทุกๆ มิติ ด้วยเหตุนี้เมื่อ MUJI ได้ขยายการดำเนินธุรกิจเข้าสู่ประเทศต่างๆจึงเกิดเป็นอีกหนึ่งต้นแบบแนวคิดสำคัญที่ MUJI ได้ยึดถือคือ แนวคิด Learn locally เรียนรู้จากวัฒนธรรมท้องถิ่น นั่นคือการเข้าไปทำความรู้จัก เรียนรู้ และแลกเปลี่ยนองค์ความรู้กับชุมชนท้องถิ่น จนเกิดการสร้างผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ โดยให้ความเคารพในแก่นวิถีท้องถิ่น คงอัตลักษณ์วัฒนธรรม แต่ยกระดับด้วยการเพิ่มมูลค่าในด้านกระบวนการผลิต การคัดสรรวัตถุดิบคุณภาพ ควบคุมมาตรฐาน และพิถีพิถันในสไตล์ของ MUJI โดยเฉพาะวัฒนธรรมอาหาร ซึ่งนับว่ามีความโดดเด่นหลากหลาย และแตกต่าง แม้ว่าจะเป็นเมนูอาหารชนิดเดียวกัน จึงเป็นจุดกำเนิดของ MUJI CURRYแกงกะหรี่สำเร็จรูป 5 รสชาติ ที่ล่าสุดได้นำเข้ามาวางจำหน่ายแล้วที่ร้าน MUJI ทุกสาขาทั่วประเทศ

MUJI เปิดตำรับ MUJI CURRY ชวนเรียนรู้วัฒนธรรมอาหารของแกงกะหรี่นานาชาติ สะท้อนผ่านรสสัมผัสแห่งวิถีท้องถิ่นที่แตกต่าง แกงกะหรี่สำเร็จรูป 5 รสชาติ จากแหล่งกำเนิดหลายประเทศ ผ่านการคัดสรรวัตถุดิบคุณภาพดี เพื่อให้ได้กลิ่นและรสชาติที่กลมกล่อมของแกงกะหรี่ตามตำรับดั้งเดิม ปราศจากการแต่งกลิ่น สี และรสชาติ ผสมผสานวัตถุดิบและเครื่องเทศจากธรรมชาติ เพื่อให้ได้รสชาติและกลิ่นที่แท้จริงออกมา สามารถรับประทานอย่างง่ายดาย โดยไม่จำเป็นต้องปรุงรสหรือเติมเนื้อสัตว์เพิ่ม วิธีการรับประทานสามารถเลือกได้สองวิธี คือ ใช้เตาประกอบอาหาร เพียงนำถุงแกงกะหรี่ใส่ลงไปในหม้อที่ต้มน้ำเดือด โดยไม่ต้องฉีกซอง เป็นเวลา 5-7 นาที ทั้งนี้ MUJI CURRY ได้ใช้บรรจุภัณฑ์แบบฟู้ดเกรดที่ทนความร้อนได้ จึงปลอดภัยไม่เป็นอันตรายต่อร่างกาย หรือใช้ไมโครเวฟ เพียงเทแกงกะหรี่ใส่ภาชนะที่สามารถนำเข้าไมโครเวฟได้ และนำไปอุ่นประมาณ 1.5-2 นาที ใช้กำลังไฟ 700 วัตต์ ก็สามารถรับประทานได้ทันที โดยเสิร์ฟกับข้าวสวยร้อนๆ ขนมปัง หรือแป้งนาน ก็ได้รสชาติอร่อยถูกปาก

MUJI CURRY แกงกะหรี่ 5 รสชาติ ประกอบด้วย MUJI CURRY รสชาติ BUTTER CHICKEN CURRY แกงกะหรี่ไก่ผสมเนย รสชาติดั้งเดิมจากประเทศอินเดีย MUJI CURRY รสชาติ DHAL CURRY แกงกะหรี่ถั่วสำเร็จรูปรสชาติดั้งเดิมจากประเทศอินเดีย MUJI CURRY รสชาติ CHICKEN MASAK LEMAK แกงไก่ในกะทิผสมขมิ้น รสชาติดั้งเดิมจากประเทศมาเลเซีย MUJI CURRY รสชาติ CHICKEN KEEMA CURRY แกงกะหรี่ไก่สำเร็จรูป รสชาติดั้งเดิมจากประเทศอินเดีย

MUJI CURRY รสชาติ CHICKEN RENDANG แกงไก่เรินดัง รสชาติดั้งเดิมจากประเทศอินโดนีเซีย

MUJI CURRY แกงกะหรี่สำเร็จรูปทั้ง 5 รสชาติที่อุ่นง่ายพร้อมทาน ในราคาชวนลิ้มลองเพียง 139 บาท วางจำหน่ายแล้ววันนี้ ที่ร้าน MUJI ทุกสาขาทั่วประเทศ ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติม Facebook: MUJI Thailand และ Instagram: MUJI_Thailand / LINE Official Account : @MUJIThailand

รู้จักอาการปวดท้อง รู้ไว รักษาได้ตรงจุด

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/707692

รู้จักอาการปวดท้อง รู้ไว รักษาได้ตรงจุด

รู้จักอาการปวดท้อง รู้ไว รักษาได้ตรงจุด

วันอังคาร ที่ 31 มกราคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

“โอ้ย ปวดท้องจัง!” เมื่อได้ยินคนข้างๆ ร้องขึ้นมาแบบนี้เราอาจคิดถึงอาการที่เกี่ยวกับระบบทางเดินอาหารหลักๆไม่กี่แบบ เช่น โรคกระเพาะอาหาร อาหารเป็นพิษ หรือท้องอืดท้องเฟ้อ แต่แพทย์เตือนให้เราสังเกตลักษณะอาการปวดท้องให้ดี เพราะอาการเจ็บป่วยทั่วไปนี้อาจเป็นเพียงยอดภูเขาน้ำแข็งที่ซ่อนภาวะโรคร้ายแรงอื่น ๆ ไว้โดยที่เราไม่รู้ตัว

อาการปวดท้อง ไม่ใช่ โรคกระเพาะเสมอไป

โรคกระเพาะอาหาร เป็นคำเรียกรวมกว้างๆ ของอาการปวดท้องที่คาดว่าน่าจะมีความผิดปกติที่กระเพาะอาหาร หรือลำไส้เล็กส่วนต้น เช่น กระเพาะอาหารอักเสบ หรือมีแผล อาการปวดด้วยโรคกระเพาะมักจะปวดใต้ลิ้นปี่ เป็นอาการปวดจุก เสียด แน่น หรือแสบท้อง อึดอัดท้องหลังมื้ออาหาร หรืออิ่มเร็วกว่าปกติ โดยบางรายอาจมีอาการของกรดไหลย้อนร่วมด้วย เช่น แสบร้อนกลางหน้าอก เรอเปรี้ยว

พญ.สาวินี จิริยะสิน แพทย์ผู้ชำนาญการโรคระบบทางเดินอาหาร ศูนย์ทางเดินอาหารและตับ โรงพยาบาลวิมุต กล่าวว่า “เรื่องหนึ่งที่หมออยากแก้ไขความเข้าใจผิดเกี่ยวกับโรคกระเพาะอาหารก็คือการกินข้าวไม่ตรงเวลาไม่ใช่สาเหตุหลักของการเกิดโรคกระเพาะ โดยทั่วไป อาการกระเพาะอาหารอักเสบหรือแผลในกระเพาะอาหารมี 2 สาเหตุที่พบได้บ่อย ได้แก่ การติดเชื้อแบคทีเรียในกระเพาะอาหารหรือลำไส้เล็กส่วนต้นที่ชื่อว่า Helicobacter pylori และการกินยาแก้ปวดกลุ่ม NSAIDs ซึ่งก่อให้เกิดการระคายเคืองหรือทำให้กระเพาะอาหารหรือลำไส้เกิดเป็นแผลได้ สาเหตุที่เหลืออาจเป็นอย่างอื่น เช่น โรคมะเร็งกระเพาะอาหาร ถ้าสงสัยว่าอาการปวดท้องเป็นจากโรคกระเพาะ สามารถทานยาลดกรดเพื่อรักษาเบื้องต้นก่อนได้ ถ้าอาการไม่ดีขึ้นแนะนำมาพบแพทย์เพื่อพิจารณาตรวจหาสาเหตุและทำการรักษาต่อไป”

ดังที่กล่าวไปว่าหากรักษาเบื้องต้นไม่หาย เราควรไปพบแพทย์เพื่อตรวจหาความผิดปกติที่แท้จริง เช่น หากปวดจุกลิ้นปี่สงสัยโรคกระเพาะก็พิจารณาส่องกล้องตรวจทางเดินอาหารและลำไส้เล็กส่วนต้น หากปวดท้องหนักมาก ปวดเกร็งทั้งท้อง นอนไม่ได้เลย อาจเป็นอาการจากกระเพาะอาหารทะลุ ซึ่งการเอกซเรย์ธรรมดาก็สามารถเห็นได้และสามารถผ่าตัดได้เลย นอกจากนี้ยังมีการอัลตราซาวนด์ช่องท้องซึ่งใช้ตรวจความผิดปกติของตับ โรคนิ่วในถุงน้ำดีหรือนิ่วในท่อน้ำดี นอกจากนี้ยังมีการสืบค้นด้วยวิธีอื่นๆ ได้แก่ การตรวจเลือด ตรวจปัสสาวะ หรือการตรวจด้วยเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ (CT scan) ตามดุลยพินิจของแพทย์

เราจะทราบได้อย่างไรว่าอาการปวดท้องของเราเป็นแบบไหน?

“ในทางการแพทย์ เราแบ่งลักษณะการปวดท้องออกเป็น 3 แบบ” พญ.สาวินี จิริยะสิน อธิบาย “แบบที่ 1 คือปวดจากอวัยวะภายใน ซึ่งจะเป็นการปวดแบบปวดลึก ปวดบิดไม่สามารถระบุตำแหน่งได้ชัดเจน ส่วนแบบที่ 2 คือการปวดท้องตามตำแหน่งของอวัยวะนั้นๆ สามารถระบุตำแหน่งได้ชัดเจน และแบบที่ 3 คือการปวดร้าว ซึ่งเป็นการปวดที่ร้าวหรือแผ่ไปยังบริเวณอื่นๆ ตามการลำเลียงของเส้นประสาท เช่น ปวดท้องใต้ลิ้นปี่แล้วปวดร้าวไปที่บริเวณหลัง คิดถึงโรคตับอ่อนอักเสบ หรือ ปวดท้องแล้วร้าวลงขาหนีบ คิดถึงนิ่วในท่อไต เป็นต้น”

ลักษณะอาการปวดท้องที่คนไข้สามารถสังเกตตัวเองได้ คือ แบบที่ 2 หรือการปวดท้องตามตำแหน่งของอวัยวะ ซึ่งในทางการแพทย์จะแบ่งช่องท้องของคนไข้เป็น 9 โซน ได้แก่ โซน 1 : ช่องท้องด้านขวาบนจะเป็นอวัยวะเช่น ตับ ถุงน้ำดีท่อน้ำดี ซึ่งอาจเป็นสาเหตุของโรคฝีหนองในตับ ถุงน้ำดีอักเสบ นิ่วในถุงน้ำดี ฯลฯ โซน 2 : กลางลำตัวบริเวณลิ้นปี่ ซึ่งเป็นบริเวณของกระเพาะอาหาร ตับอ่อน อาการปวดอาจเกิดจากกระเพาะอาหารอักเสบ ติดเชื้อแบคทีเรีย Helicobacter pylori มีแผลในกระเพาะอาหารหรือลำไส้เล็กส่วนต้น หรือภาวะตับอ่อนอักเสบ โซน 3 : ช่องท้องด้านซ้ายบน เช่น ม้าม (อาจเกิดจากการขาดเลือดของม้าม ซึ่งเจอได้น้อยในเวชปฏิบัติ)

โซน 4 และโซน 6 : บริเวณเอว หมายถึง ด้านข้างสะดือซ้ายและขวา อวัยวะได้แก่ ไต ท่อไต ลำไส้ใหญ่ ซึ่งอาจเกิดจากกรวยไตอักเสบ นิ่วในท่อไต ลำไส้ใหญ่อักเสบ ไปจนถึงมะเร็งลำไส้ใหญ่

โซน 5 : ตรงกลางท้องรอบสะดือ อวัยวะคือลำไส้เล็ก ที่อาจเกิดจากลำไส้เล็กอักเสบหรือไส้ติ่งอักเสบในระยะเริ่มต้น โซน 7 และโซน 9 : ท้องน้อยด้านซ้ายและขวา ซึ่งนอกจากไส้ติ่งที่ช่วงแรกจะมีอาการปวดรอบสะดือ หลังจากนั้น 6-8 ชั่วโมง จะมีการย้ายตำแหน่งมาปวดบริเวณขวาล่างเมื่อการอักเสบลุกลามมากขึ้น อวัยวะอื่นๆ ได้แก่ ปีกมดลูก รังไข่ และลำไส้ใหญ่ทั้งสองด้าน โดยอาจเกิด ปีกมดลูกอักเสบ เยื่อบุมดลูกเจริญผิดที่ กระเปาะของลำไส้ใหญ่โป่งพองอักเสบ ซึ่งมักพบด้านซ้ายมากกว่าด้านขวา โซน 8 : บริเวณท้องน้อยเหนือหัวหน่าว จะเป็นส่วนของกระเพาะปัสสาวะ มดลูก ซึ่งอาจเกิดจาก กระเพาะปัสสาวะอักเสบ มดลูกอักเสบ เยื่อบุมดลูกเจริญผิดที่ ซึ่งต้องซักประวัติตกขาว ประจำเดือนเพิ่มเติม และแนะนำปรึกษา สูตินรีแพทย์

โพรไบโอติกส์ ช่วยสร้างสมดุลระบบทางเดินอาหารได้จริงหรือ?

ลำไส้ใหญ่ของเราเป็นที่อยู่อาศัยของจุลินทรีย์ราวห้าร้อยชนิดซึ่งมีทั้งชนิดที่ดีและไม่ดี การศึกษาทางการแพทย์พบว่าจุลินทรีย์ชนิดดีที่มีความสำคัญต่อสุขภาพหลักๆ มีอยู่2 ชนิด ได้แก่ แลคโตบาซิลลัส (Lactobacillus) กับ ไบฟิโดแบคทีเรียม (Bifidobacterium) โดยพบว่าในลำไส้ของคนที่ป่วยมักมีจุลินทรีย์สองชนิดนี้น้อยกว่าคนปกติ ฉะนั้น หากเราเติมจุลินทรีย์ที่ดีในรูปแบบของผลิตภัณฑ์เสริมอาหารโพรไบโอติกส์เข้าสู่ร่างกายก็จะช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันโรคได้ และมีงานวิจัยสนับสนุนด้วยว่าโพรไบโอติกส์สามารถช่วยรักษาอาการท้องเสียหรือลำไส้แปรปรวน ตลอดจนช่วยปรับสมดุลลำไส้ได้

อาการปวดท้องแบบไหนที่ต้องไปพบแพทย์

“หากเรามีอาการปวดท้องรุนแรงมากและต่อเนื่องเกิน 6 ชม. ร่วมกับมีไข้ อาเจียนอย่างมาก มีเลือดออกทางเดินอาหาร ปวดร้าวทะลุหลัง ปวดเกร็งทั้งท้อง ฯลฯ อาการเหล่านี้อาจเป็นโรคที่ต้องมีการผ่าตัดเร่งด่วน หรือได้รับการรักษาทันที เช่น กระเพาะทะลุ ไส้ติ่งอักเสบ ถุงน้ำดีอักเสบ ท่อน้ำดีอุดตัน ตับอ่อนอักเสบเฉียบพลัน เป็นต้น หรืออาการปวดท้องน้อยในผู้หญิงวัยเจริญพันธุ์ ร่วมกับมีเลือดออกทางช่องคลอด ซึ่งอาจเกิดจากการแท้งบุตร หรือท้องนอกมดลูกก็ต้องรีบมาพบแพทย์ทันทีเช่นกัน” พญ.สาวินี จิริยะสิน กล่าวทิ้งท้าย

ข้อมูลเพิ่มเติมหรือขอรับคำปรึกษากับแพทย์เกี่ยวกับระบบทางเดินอาหาร สามารถติดต่อได้ที่ศูนย์ทางเดินอาหารและตับ โรงพยาบาลวิมุต พหลโยธิน หรือโทร. 02-0790054

สามย่านมิตรทาวน์ จับมือ เขตปทุมวัน ช่วยมิตรผู้ค้าชุมชน ผุดโครงการ ‘HELLO HAB-RE (ฮัลโหล หาบเร่)’เปิดพื้นที่ขายของฟรี!!

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/707685

สามย่านมิตรทาวน์ จับมือ เขตปทุมวัน ช่วยมิตรผู้ค้าชุมชน ผุดโครงการ ‘HELLO HAB-RE (ฮัลโหล หาบเร่)’เปิดพื้นที่ขายของฟรี!!

สามย่านมิตรทาวน์ จับมือ เขตปทุมวัน ช่วยมิตรผู้ค้าชุมชน ผุดโครงการ ‘HELLO HAB-RE (ฮัลโหล หาบเร่)’เปิดพื้นที่ขายของฟรี!!

วันอังคาร ที่ 31 มกราคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

สามย่านมิตรทาวน์ เดินหน้าตอกย้ำการเป็นพื้นที่สร้างสรรค์ให้แก่มิตรชุมชนและสังคมอย่างต่อเนื่อง หลังจากสนับสนุนพื้นที่ช่วยเหลือร้านค้าภายในศูนย์ฯ รวมถึงเปิดโอกาสให้ร้านค้าหน้าใหม่และผู้ประกอบการที่ต้องการทดลอง หรือเริ่มต้นธุรกิจกว่า 200 ร้านค้าผ่านแคมเปญ “ตลาดมิตรช่วยมิตร” มาแล้ว ปีนี้ธีรนันท์ กรศรีทิพา หัวเรือใหญ่สามย่านมิตรทาวน์ ร่วมกับสำนักงานเขตปทุมวัน จัดโครงการ “HELLO HAB-RE (ฮัลโหล หาบเร่)” เปิดพื้นที่ขายของฟรี!!สำหรับช่วยเหลือผู้ค้าหาบเร่แผงลอยและผู้ค้ารายย่อยย่านเขตปทุมวัน เพื่อสร้างโอกาสในการประกอบอาชีพและเป็นการจัดระเบียบผู้ค้าให้มีพื้นที่ค้าขายที่สะอาด ปลอดภัย ใกล้ชุมชนอีกทั้งยังเป็นส่วนหนึ่งในการกระตุ้นเศรษฐกิจชุมชนในภาพรวมของเมือง จัดเต็มทั้งอาหารคาวหวานและเครื่องดื่ม ราคาย่อมเยา เปิดตลาดทุกวันจันทร์-วันศุกร์ เริ่มดีเดย์ 1 กุมภาพันธ์ 2566 รอบเช้า 08.00-13.00 น.รอบบ่าย 15.00-20.00 น. ณ ลานด้านข้างสามย่านมิตรทาวน์ (ฝั่งซอยจุฬา 42) สามย่านมิตรทาวน์ เปิดให้บริการทุกวัน เวลา 10.00-22.00 น. และสำหรับโซน 24 ชม. เปิดให้บริการตามปกติ

กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ พระราชทานรางวัล สมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล 2565

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/707702

กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ พระราชทานรางวัล สมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล 2565

กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ พระราชทานรางวัล สมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล 2565

วันอังคาร ที่ 31 มกราคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงฉายพระฉายาลักษณ์ร่วมกับผู้ได้รับพระราชทานรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล ประจำปี 2565 พร้อมด้วยคู่สมรส และคณะ จากซ้าย ศ.คลินิก นพ.สุพัฒน์ วาณิชย์การ เลขาธิการมูลนิธิฯ, ศ.นพ.อภิชาติ อัศวมงคลกุล รองประธานมูลนิธิฯ, พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ ประธานองคมนตรี, แอนเจลา เจน แม็กดอนัลด์, ออลกา ลาฟรีเนนโก, ศ.นพ.ราล์ฟ เอ. ดีฟรอนโซ, นพ.ดักลาส อาร์. โลวี, เบเวอร์ลี่ เอ. ม็อค, ดร.จอห์น ที. ชิลเลอร์, เอมี่ อี. ชิลเลอร์, เกว็นโดลิน คาร์ดโน, พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ ศ.นพ.วิจารณ์ พานิช คณะกรรมการมูลนิธิฯ

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินแทนพระองค์ ไปพระราชทานรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล ประจำปี2565 และงานพระราชทานเลี้ยงอาหารค่ำ เพื่อเป็นเกียรติแก่ผู้ได้รับพระราชทานรางวัลและคู่สมรส โดยผู้ได้รับพระราชทานรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล ประจำปี 2565 สาขาการแพทย์ ได้แก่ ศ.นพ.ราล์ฟ เอ. ดีฟรอนโซ และสาขาการสาธารณสุข ได้แก่ นพ.ดักลาส อาร์. โลวี, ดร.จอห์น ที.ชิลเลอร์ และ ศ.นพ.เอียน เอช. เฟรเซอร์ ณ พระที่นั่งจักรีมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง เมื่อวันที่ 26 มกราคม พ.ศ.2566

ในการนี้ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พระราชทานพระราชดำรัสแก่ผู้ได้รับพระราชทานรางวัล ความว่า“ในการดูแลสุขภาพอนามัยของมวลมนุษยชาตินั้น การป้องกันไม่ให้เกิดโรคและภาวะแทรกซ้อนในบางโรคมีความสำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าการรักษาโรคโดยตรง ดังเช่นผลงานของ ศ.นพ.ราล์ฟ เอ. ดีฟรอนโซ ที่ได้ศึกษาพยาธิสรีรวิทยาโรคเบาหวาน ชนิดที่ 2 จนสามารถรักษาและควบคุมไม่ให้เกิดภาวะแทรกซ้อน ซึ่งเป็นอันตรายถึงชีวิตได้ กับผลงานของ นพ.ดักลาส อาร์. โลวี, ดร.จอห์นที. ชิลเลอร์ และ ศ.นพ.เอียน เอช.เฟรเซอร์ อันเป็นงานที่ต่อยอดจากผลงานของ ศ.เกียรติคุณ นพ.ฮารัลด์ซัวร์ เฮาเซ่น ผู้ได้รับพระราชทานรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล สาขาการสาธารณสุข ประจำปี 2548 จากการค้นพบเชื้อไวรัสฮิวแมนแปบปิลโลมา หรือเอชพีวี ซึ่งเป็นสาเหตุของการเกิดมะเร็งปากมดลูก โดยสามารถคิดค้นวัคซีนต้านไวรัสชนิดนี้ได้สำเร็จ และได้นำไปใช้อย่างกว้างขวางทั่วโลกในปัจจุบัน

ข้าพเจ้าขอแสดงความนิยมชื่นชมด้วยอย่างยิ่ง ที่ท่านทั้ง 4ได้รับรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล ประจำปี 2565 ทั้งเต็มใจยินดีที่จะกล่าวว่าผลงานอันเกิดจากความวิริยอุตสาหะและเสียสละอดทนของทุกท่านครั้งนี้ เป็นการเสริมสร้างความเจริญก้าวหน้าอันยิ่งใหญ่ให้แก่การแพทย์และการสาธารณสุขของโลกก่อให้เกิดประโยชน์อันไพศาลแก่มวลมนุษยชาติอย่างแท้จริง”

ศ.นพ.ราล์ฟ เอ. ดีฟรอนโซ สาขาวิชาเบาหวาน ภาควิชาอายุศาสตร์มหาวิทยาลัยเท็กซัส สหรัฐอเมริกา ผู้ได้รับพระราชทาน รางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล ประจำปี 2565 สาขาการแพทย์ กล่าวว่า “สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก ทรงเป็นแบบอย่างที่ดีแก่วงการแพทย์ไทย ตนเองก็ได้น้อมนำพระองค์ท่านเป็นแบบอย่างในการทำงาน เป็นระยะเวลากว่า 20 ปีที่ได้วิจัยพัฒนายา และก่อตั้งศูนย์รักษาผู้ป่วยเบาหวานที่ใหญ่ที่สุดในสหรัฐ เพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยที่ยากลำบาก ผมเริ่มต้นศึกษาวิจัยเกี่ยวกับโรคเบาหวานในปี ค.ศ. 1980 ขณะนั้นในวงการแพทย์เชื่อว่าโรคเบาหวานเกิดจากการที่ร่างกายสร้างอินซูลินไม่เพียงพอ แต่ตนมองว่าน่าจะเกิดจากการที่ร่างกายดื้ออินซูลินต้องใช้เวลาเกือบ 20 ปี กว่าแนวคิดนี้จะได้รับการยอมรับ และนำไปสู่การพัฒนายาเมทฟอร์มิน (metformin) และยาในกลุ่มที่ยับยั้งการดูดกลับน้ำตาลผ่านช่องทางขนส่งร่วมที่ไตให้เป็นที่ยอมรับในการใช้เป็นยารักษาผู้ป่วยโรคเบาหวานชนิดที่ 2 และผู้ป่วยโรคไตที่เกิดจากเบาหวานในการทำงานสิ่งที่ยากคือการยอมรับ ดังนั้นเมื่อเราคิดหรือพัฒนาสิ่งใหม่ๆ ได้ก็ต้องยึดมั่นเดินหน้าต่อไป หากเราเชื่อมั่นว่าสิ่งที่ทำนั้นจะสามารถสร้างประโยชน์ต่อมนุษยชาติได้”

นพ.ดักลาส อาร์. โลวี รองผู้อำนวยการสถาบันมะเร็งแห่งชาติ สถาบันสุขภาพแห่งชาติสหรัฐอเมริกา ผู้ได้รับพระราชทานรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล ประจำปี2565 สาขาสาธารณสุข กล่าวว่า“เป็นเกียรติแก่เราทั้ง 3 คนที่ได้รับพระราชทานรางวัลเจ้าฟ้ามหิดล ประจำปี 2565 เป็นการรับรางวัลในนามสุภาพสตรีทุกคน เพราะผลงานนี้เราทำเพื่อช่วยให้ผู้หญิงปลอดภัยจากโรคมะเร็งปากมดลูก อันเป็นปัญหาสุขภาพร้ายแรงอันดับต้นๆ ของผู้หญิงทั่วโลกการได้รับรางวัลนี้เป็นกำลังให้ผมมุ่งมั่นที่จะทำงานวิจัยพัฒนาที่จะสร้างประโยชน์ต่อมวลมนุษยชาติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่ด้อยโอกาส ให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างเท่าเทียม”

ด้าน ดร.จอห์น ที. ซิลเลอร์รองหัวหน้าปฏิบัติการมะเร็งระดับเซลล์ สถาบันมะเร็งแห่งชาติสถาบันสุขภาพแห่งชาติ สหรัฐอเมริกา ผู้ได้รับพระราชทาน รางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล ประจำปี 2565 สาขาสาธารณสุข กล่าวเสริมว่า “การพัฒนาวัคซีนป้องกันไวรัสเอชพีวี แม้จะประสบความสำเร็จในการรณรงค์ให้ผู้หญิงรับวัคซีนนี้ แต่จำนวนผู้หญิงที่ได้รับวัคซีนก็ยังไม่มากพอ แต่สำหรับประเทศไทยเป็นที่น่าชื่นชมว่าประสบความสำเร็จมากที่มีจำนวนผู้หญิงได้รับวัคซีนป้องกันไวรัสเอชพีวีในสัดส่วนที่สูงเมื่อเทียบกับสหรัฐอเมริกาเป้าหมายต่อจากนี้คือการรณรงค์ให้เด็กและสตรีทั่วโลกได้รับวัคซีนป้องกันไวรัสเอชพีวีมากขึ้น เพราะจะช่วยลดอุบัติการณ์การเกิดมะเร็งปากมดลูกได้อย่างมีประสิทธิภาพลดจำนวนผู้เสียชีวิตและทำให้มีสุขภาพที่ยืนยาว”

ทั้งนี้ ศ.นพ.เอียน เอช. เฟรเซอร์ไม่สามารถเดินทางเข้ารับพระราชทานรางวัลด้วยตัวเองได้ แอนเจลา เจนแม็กดอนัลด์ เอกอัครราชทูตเครือรัฐออสเตรเลียประจำประเทศไทย จึงเข้ารับพระราชทานรางวัลแทน

รางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล เป็นรางวัลที่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้จัดตั้งขึ้น เพื่อถวายเป็นพระราชานุสรณ์แด่สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก ในโอกาสฉลอง 100 ปี แห่งการพระราชสมภพ1 มกราคม 2535 ดำเนินงานโดยมูลนิธิรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดลในพระบรมราชูปถัมภ์ ซึ่ง สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงเป็นประธาน มอบรางวัลให้แก่บุคคลหรือองค์กรทั่วโลกที่มีผลงานดีเด่นเป็นประโยชน์ต่อมวลมนุษยชาติโดยแบ่งเป็นทางด้านการแพทย์1 รางวัล และด้านการสาธารณสุข 1 รางวัล แต่ละรางวัลประกอบด้วย เหรียญรางวัลประกาศนียบัตร และเงินรางวัล 100,000 ดอลลาร์สหรัฐ

ศ.นพ.ราล์ฟ เอ. ดีฟรอนโซ เข้ารับพระราชทานรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล ประจำปี
2565 สาขาการแพทย์

ศ.นพ.ราล์ฟ เอ. ดีฟรอนโซ เข้ารับพระราชทานรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล ประจำปี 2565 สาขาการแพทย์

นพ.ดักลาส อาร์. โลวี เข้ารับพระราชทานรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล ประจำปี 2565 สาขาการสาธารณสุข

นพ.ดักลาส อาร์. โลวี เข้ารับพระราชทานรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล ประจำปี 2565 สาขาการสาธารณสุข

ดร.จอห์น ที. ชิลเลอร์ เข้ารับพระราชทานรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล ประจำปี 2565 สาขาการสาธารณสุข

ดร.จอห์น ที. ชิลเลอร์ เข้ารับพระราชทานรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล ประจำปี 2565 สาขาการสาธารณสุข

แอนเจลา เจน แม็กดอนัลด์ เอกอัครราชทูตออสเตรเลียประจำประเทศไทย เป็นผู้แทน ศ.นพ.เอียน เอช. เฟรเซอร์ เข้ารับพระราชทานรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล ประจำปี 2565 สาขาการสาธารณสุข

แอนเจลา เจน แม็กดอนัลด์ เอกอัครราชทูตออสเตรเลียประจำประเทศไทย เป็นผู้แทน ศ.นพ.เอียน เอช. เฟรเซอร์ เข้ารับพระราชทานรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดล ประจำปี 2565 สาขาการสาธารณสุข

บำรุงราษฎร์ก้าวสู่ปีแห่งความเป็นเลิศ Medical and Wellness Destination

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/707699

บำรุงราษฎร์ก้าวสู่ปีแห่งความเป็นเลิศ Medical and Wellness Destination

บำรุงราษฎร์ก้าวสู่ปีแห่งความเป็นเลิศ Medical and Wellness Destination

วันอังคาร ที่ 31 มกราคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ ประกาศตั้งเป้าสู่ปีแห่งความเป็นเลิศ (Year of Excellence) ในงานแถลงข่าวปี 2566 และพร้อมมุ่งมั่นเพื่อก้าวสู่จุดหมายแห่งการดูแลสุขภาพและสุขภาวะที่น่าเชื่อถือที่สุด ซึ่งเป็นวิสัยทัศน์ใหม่ของปีนี้ ด้วยการผนึกความเชี่ยวชาญและต่อยอดของการรักษาโรคซับซ้อนเข้ากับการดูแลเชิงป้องกัน

ภญ.อาทิรัตน์ จารุกิจพิพัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบำรุงราษฎร์ริเริ่มและวางรากฐานเวชศาสตร์เชิงป้องกันเป็นแห่งแรกในเอเชีย ภายใต้ชื่อศูนย์ส่งเสริมสุขภาพไวทัลไลฟ์ ซึ่งเป็นสถาบันเวชศาสตร์ชะลอวัยแบบบูรณาการ โดยยังคงยึดหลัก 4C1W เป็นปัจจัยหลักเพื่อก้าวสู่ปีแห่งความเป็นเลิศ ประกอบด้วย 1. Critical Care การรักษาผู้ป่วยภาวะวิกฤต 2. Complicated Care การรักษาผู้ป่วยที่มีอาการซับซ้อนหลายโรคหรือโรคหายาก 3. Cutting-edge technology การให้ความสำคัญและประยุกต์ใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยี 4. Collaboration of expertise and partners การทำงานที่สอดประสานกันและการแสวงพันธมิตรที่เข้มแข็ง และ 1. W = Wellness การแพทย์เชิงป้องกัน”

สำหรับปี 2566 ภายใต้แนวคิดของ 4C1W บำรุงราษฎร์ประกาศให้เป็นปีสู่ความเป็นเลิศ (Year of Excellence) โดยมีเสาหลักด้านความเป็นเลิศ 4 ประการ ได้แก่ ความเป็นเลิศด้านบุคลากร (People Excellence) บุคลากรโรงพยาบาล คือทรัพย์สินที่มีค่าที่สุด บำรุงราษฎร์มีนโยบายที่ชัดเจนและต่อเนื่องในการสรรหา สร้าง รักษา และพัฒนาบุคลากรให้เติบโตไปพร้อมกับองค์กร ตลอดจนปลูกฝังวัฒนธรรมองค์กรที่แข็งแกร่งจากรุ่นสู่รุ่น หนึ่งในกิจกรรมที่บำรุงราษฎร์ทำมาโดยตลอด คือ การสร้างและพัฒนาให้มีบุคลากรด้านการแพทย์และการพยาบาลที่ทรงคุณค่าให้แก่โรงพยาบาลและแก่ประเทศชาติ ซึ่งรวมถึงการให้ทุนการศึกษาแก่พยาบาล

ศ.นพ.นิมิต เตชไกรชนะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ศูนย์พัฒนาและฝึกอบรมบุคลากรบำรุงราษฎร์ และรองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายงานวิจัยและการศึกษา โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ ให้ข้อมูลเพิ่มว่า โรงพยาบาลมีสถาบันทางวิชาการที่ส่งเสริมด้านการศึกษาและฝึกอบรมเพื่อให้บุคลากรมีความรู้ที่ทันสมัยอยู่เสมอ ถือได้ว่าปัจจุบันบำรุงราษฎร์เป็น “สถาบันวิชาการทางการแพทย์ภาคเอกชน” หรือ Academic Private Hospital อย่างเต็มรูปแบบอีกทั้ง ยังสนับสนุนให้แพทย์และบุคลากรได้มีโอกาสทำงานวิจัย ตีพิมพ์ผลงานในวารสารทางวิชาการทั้งในระดับชาติและนานาชาติ ซึ่งนับเป็นการถ่ายทอดแบ่งปันองค์ความรู้ขององค์กรไปสู่สาธารณชนอีกด้วย โดยล่าสุด บำรุงราษฎร์ได้รับรางวัลสุดยอดองค์กรไทย Thailand Best Employer Brand Award 2023 ได้แก่ รางวัลองค์กรนายจ้างยอดเยี่ยมของไทย และรางวัลองค์กรยอดเยี่ยมด้านการใช้เทคโนโลยีเพื่อฝึกอบรมและเรียนรู้ รวมถึงได้รับการยกย่องจาก Hospital ManagementExcellence Award 2022 ให้เป็นผู้ชนะเลิศในหมวดความหลากหลาย (Diversity) ในฐานะองค์กรด้านสาธารณสุขที่มีบทบาทโดดเด่นในการเคารพความแตกต่างหลากหลาย นับเป็นเครื่องการันตีถึงความเป็นเลิศด้านบุคลากร

ความเป็นเลิศทางการแพทย์ (Clinical Excellence) การแพทย์ นับเป็นหัวใจสำคัญที่ช่วยขับเคลื่อนการดำเนินธุรกิจโรงพยาบาลและสร้างความเชื่อมั่นให้ผู้รับบริการ รศ.นพ.ทวีสินตันประยูร ประธานปฏิบัติการด้านการแพทย์ โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ อธิบายว่า นับตั้งแต่ก่อตั้งโรงพยาบาลและก้าวเข้าสู่ปีที่ 43 บำรุงราษฎร์ได้ให้ความสำคัญในการพัฒนาและยกระดับศูนย์รักษาโรคมาโดยตลอด ซึ่งในปีนี้ โรงพยาบาลมีการยกระดับศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์ (Center of Excellence) ได้แก่ สถาบันหัวใจ ศูนย์มะเร็งฮอไรซัน ศูนย์โรคระบบประสาท ศูนย์ทางเดินอาหารและตับและลำไส้ และศูนย์จักษุ ซึ่ง 5 ศูนย์ความเป็นเลิศนี้ เปรียบเสมือนเรือธงในการขับเคลื่อนการรักษาพยาบาลในปี 2566 ขณะที่ศูนย์การรักษาอื่นๆ ยังคงให้บริการด้วยคุณภาพมาตรฐานและมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องตามมาตรฐานของบำรุงราษฎร์ทุกประการ ตลอดจนมีแผนระยะยาวในการเตรียมแพทย์รุ่นใหม่ให้มีความพร้อมในการก้าวขึ้นมาเป็นแพทย์ผู้ชำนาญการและแพทย์ผู้บริหารของโรงพยาบาลในรุ่นต่อไป (Building Tomorrow Doctors) ด้วยการออกแบบหลักสูตรพัฒนาแพทย์ที่เป็นแบบฉบับของบำรุงราษฎร์เอง รวมไปถึงการขยายศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์ อาทิ ศูนย์มะเร็ง ร่วมกับโรงพยาบาลพันธมิตร ได้แก่ โรงพยาบาลพิษณุเวช และโรงพยาบาลนครธน เพื่อให้ผู้ป่วยมีโอกาสได้เข้าถึงการรักษาที่มีคุณภาพมาตรฐาน

ภญ.อาทิรัตน์ จารุกิจพิพัฒน์

ภญ.อาทิรัตน์ จารุกิจพิพัฒน์

รศ.นพ.ทวีสิน ตันประยูร

รศ.นพ.ทวีสิน ตันประยูร

ศ.นพ.นิมิต เตชไกรชนะ

ศ.นพ.นิมิต เตชไกรชนะ

BEM ร่วมกับ BMN เปิดตัว Metro Art : อาร์ต สร้างสีสันด้วยงานศิลป์ใจกลางเมืองที่ MRT พหลโยธิน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/707635

BEM ร่วมกับ BMN เปิดตัว Metro Art : อาร์ต สร้างสีสันด้วยงานศิลป์ใจกลางเมืองที่ MRT พหลโยธิน

BEM ร่วมกับ BMN เปิดตัว Metro Art : อาร์ต สร้างสีสันด้วยงานศิลป์ใจกลางเมืองที่ MRT พหลโยธิน

วันอังคาร ที่ 31 มกราคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

เพราะศิลปะสอดแทรกอยู่ในชีวิตของเราตั้งแต่วินาทีแรกที่เราเกิด ศิลปะจึงมีความสำคัญและเป็นพื้นฐานของการสร้างสรรค์สิ่งต่างๆ ในโลกใบนี้ ดังนั้น บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) (BEM) ผู้ให้บริการทางพิเศษและรถไฟฟ้า MRT สายสีน้ำเงินและสีม่วง ร่วมกับ บริษัท แบงคอก เมโทร เน็ทเวิร์คส์ จำกัด (BMN) ผู้ให้บริการสื่อโฆษณาและพื้นที่จัดกิจกรรมในระบบรถไฟฟ้า MRT ผนึกกำลังพันธมิตรด้านศิลปะชั้นนำ ดึงศิลปะสู่ใจกลางเมืองกรุง เปิดตัว “เมโทร อาร์ต” (Metro Art) เนรมิตพื้นที่กว่า 1,000 ตร.ม. ให้เป็นอาร์ต สเปซแห่งใหม่ใจกลางกรุงเทพฯในสถานีรถไฟฟ้า MRT พหลโยธิน ตั้งเป้าเป็นอาร์ต เดสทิเนชั่นใหม่ของคนที่รักศิลปะทั้งชาวไทย และชาวต่างชาติ โดยมีเซเลบฯสายอาร์ตคนดังร่วมงานมากมาย

วัฒนา สิทธิไวทยาภรณ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ งานพัฒนาเชิงพาณิชย์และสื่อสารองค์กร บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BEM เปิดเผยว่า “BEM มีแนวคิดที่อยากเห็นสังคม ชุมชน และสถาบันครอบครัว ได้มีการใช้เวลาทำกิจกรรมร่วมกันอย่างสร้างสรรค์ โดยเฉพาะงานศิลปะแขนงต่างๆ ดังนั้นBEM จึงได้ร่วมกับ รฟม.ททท. และ BMN ปรับปรุง MRT สถานีพหลโยธิน ให้เป็นศูนย์รวมงานด้านศิลปะของศิลปินระดับโลก และเปิดโอกาสให้กับศิลปินหน้าใหม่ได้มีโอกาสแสดงผลงานด้านศิลปะ และดนตรี นอกจากนี้ ยังจัดให้มีศูนย์การเรียนรู้ด้านศิลปะ เพื่อเป็นพื้นที่ในการทำ Workshop ให้กับนักเรียน นักศึกษา ประชาชนทั่วไปที่มาสร้างสรรค์ผลงานกับวิทยากรผู้เชี่ยวชาญ โดยไม่มีค่าใช้จ่ายตลอดปี 2566 หวังว่า Metro Art จะมอบความสุขให้กับชุมชน และผู้โดยสารที่เดินทางด้วยรถไฟฟ้า MRT ตาม Concept “Happy Journey with BEM”

วิทสุวัฒน์ อำคาเพท กรรมการผู้จัดการบริษัทแบงคอก เมโทร เน็ทเวิร์คส์จำกัด (BMN) กล่าวว่า “Metro Art ณ สถานีพหลโยธิน ครั้งนี้ จะเป็น Art Space และ Art Destination แห่งใหม่ใจกลางเมือง เป็นพื้นที่เติมพลัง สร้างความสดชื่นผ่อนคลาย ลดความเหนื่อยล้าและสร้างประสบการณ์ใหม่ๆ ให้กับผู้ใช้บริการทุกคน รวมทั้งสนับสนุนผลงานของศิลปินไทย ผ่านการเดินทางที่สะดวกและรวดเร็วของรถไฟฟ้า MRT อีกด้วย”

สำหรับกิจกรรมที่จะเกิดขึ้นที่ Metro Art สถานีพหลโยธิน มีไฮไลต์สำคัญที่การจัดแสดงงานของศิลปินคนดัง ทั้งแนวโมเดิร์นอาร์ตและแนวคลาสสิก ที่หาชมได้ยากสับเปลี่ยนไปทุก 3 เดือน โดย 2 ศิลปินไทยที่มีชื่อเสียงกลุ่มแรกที่มาจัดแสดงงานหลังเปิด Metro Art อย่างเป็นทางการ ได้แก่ PRJ และ The Jum ที่สร้างสรรค์ผลงานที่โดดเด่นและมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวนอกจากนี้ ยังมีพื้นที่สำหรับทำกิจกรรมศิลปะอยู่มากมาย ไม่ว่าจะเป็น Art LearningCentre หรือศูนย์การเรียนรู้ทางศิลปะโดยร่วมกับเครือข่ายสีน้ำนานาชาติ หรือ IWS Thailand (International Watercolor Society Thailand) ที่สร้างขึ้นเพื่อเป็นพื้นที่สำหรับเรียนรู้ทางศิลปะในแขนงต่างๆ รวมทั้ง IWS Gallery และ IWS Shop โชว์รูมสำหรับการแสดงงานและขายผลงานศิลปะที่มีมูลค่าสูงนับล้านบาท และยังได้รับความร่วมมือจาก Galleria Benetti ที่จะมาจัดทำโซน Paint Here Alright ที่จะนำสินค้าไลฟ์สไตล์มาให้ทุกคนได้สร้างสรรค์ในแบบของตัวเอง ตลอดจน Art Market ตลาดนัดงานศิลป์ที่ได้ 10ML เข้ามาบริหารจัดการ รวมไปถึงการแสดงดนตรีสดอีกมากมายจากศิลปินที่มีชื่อเสียงตลอดทั้งปี 2566

อาจารย์บันชา ศรีวงศ์ราช ประธานเครือข่ายสีน้ำนานาชาติ ประเทศไทยและศิลปินสีน้ำระดับ World Masterคนไทยคนแรกหนึ่งเดียวในระดับโลก กล่าวว่า ขอบคุณ BEM และ BMN ที่สร้าง Metro Art ขึ้น เพื่อเป็นอาร์ตอคาเดมีใจกลางกรุงเทพฯ สำหรับถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านศิลปะ นอกจากนี้ ทาง IWS Thailand ยังได้นำผลงานศิลปะของศิลปินระดับโลกมาจัดแสดงให้ชมอย่างใกล้ชิด เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้กับเยาวชน และผู้ที่สนใจอีกด้วย จึงอยากเชิญชวนทุกคนเข้ามาสร้างเสริมความรู้ เที่ยวชม และเพลิดเพลินไปกับเสน่ห์ของงานศิลปะที่ Metro Art กันมากๆ ครับ

ไอติม – ภริมโรจน์ ภิญโญ หรือ PRJ ศิลปินแนว Contemporary Art ชื่อดัง ที่จัดแสดงผลงาน “ความสุขในโลกของเจ้าก้อน” เล่าว่า เจ้าก้อน (JAO GON) เปรียบเสมือนตัวแทนของ PRJ ที่จะพาทุกคนมาผจญภัยในโลกอีกด้าน โลกอีกฝั่งที่เต็มไปด้วยความสุข ความสนุกสนาน ถูกเล่าเรื่องผ่าน Forest City ป่าแห่งความคิดสร้างสรรค์ เป็นแหล่งพลังงานและความสุขที่งอกงามขึ้นมาเรื่อยๆ เมืองที่เจ้าก้อนได้ทำตามใจ ทำตามสิ่งที่ตนเองชอบและเป็นตัวเองได้อย่างอิสระ ให้เจ้าก้อนได้มาปลอบประโลม และเติมพลังให้คนที่รีบเร่ง เครียด และเหนื่อยล้าจากการทำงานที่เดินทางผ่านสถานีรถไฟฟ้า MRT พหลโยธินแห่งนี้ครับ

ส่วน จั้ม-ณภัทร จงจิตตโพธาหรือ The Jum ศิลปินแนว Pop Art กล่าวว่า ผมได้นำคาแร็กเตอร์ Fire Friends มาใส่ในเรื่องราว Fire Friends Town เมืองแห่งความสนุกสนาน ที่ถูกซ่อนอยู่ใต้ดินที่ทุกคนสามารถเดินทางด้วย MRT จากสถานีอื่นๆ และเมื่อมาถึงจะได้พบกับเหล่าผองเพื่อน Fire Friends ที่รอต้อนรับผู้คนที่ผ่านไป-มา ส่งความสุข สร้างแรงบันดาลใจและเติมไฟให้กับคนที่หมดไฟ สิ้นหวัง ท้อแท้จากเหตุการณ์ต่างๆ ที่ต้องเจอ ให้กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง ซึ่งผมตั้งใจสร้างสรรค์ผลงานเพื่อให้ทุกคนมีความสุข และยิ้มให้กับการใช้ชีวิตได้อีกครั้ง

Metro Art : The Inspiring District เปิดให้ผู้ที่สนใจเข้าชมและร่วมกิจกรรมต่างๆ ได้ทุกวันตั้งแต่เวลา 06.00- 21.00 น. โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ผู้สนใจสามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Facebook : Metro Mall Bangkok

คุณแหน : 31 มกราคม 2566

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/707704

วันอังคาร ที่ 31 มกราคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ll คืนวันเสาร์ที่ผ่านมามีการถ่ายทอดสด “มวยไทย” ที่ต้องถือว่าเป็นปรากฏการณ์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติการณ์ โดยมีสถานีรับสัญญาณถ่ายทอดไปยัง 179 ประเทศนับเป็นจำนวนผู้ชมทั่วโลกหลายร้อยล้านคน เป็นการประกบคู่มวยไทย-เทศ ระดับโลกสลับด้วยคู่การชิงเข็มขัดแชมป์โลก แต่ละคู่ได้เงินทิปโบนัสหลายล้านบาท ภายใต้ชื่อรายการ “ONE-CHAMPIONSHIP” โดยมี CEO ชาตรี ศิษย์ยอดธง เป็นประธานจัด… ชาตรีเป็นลูกครึ่งไทย-ญี่ปุ่นถูกยกย่องเป็นนักธุรกิจหมื่นล้านมีแบ๊กกราวนด์การศึกษาที่โดดเด่นมากสำเร็จป.ตรี ที่มหาวิทยาลัยดัง TUFTS UNIVERSITY ศึกษาต่อปริญญาโททางธุรกิจที่สถาบันสุดยอด HARVARD ต่อมาประสบความร่ำรวยจากการเป็นเจ้าของกองทุน HEDGE FUND มูลค่า 500 ล้านดอลลาร์ แต่ยอมทิ้งชีวิตอันหรูหราในวอลสตรีท เพื่อสิ่งที่ตนใฝ่ฝัน สร้างสถาบันส่งเสริมศิลปะการต่อสู้มวยไทยโดยมีนักกีฬาระดับโลกกว่า 500 คน…

ll คนทั่วไปได้แต่หวั่นใจว่าภาพลักษณ์ตำรวจไทยจะตกต่ำลงไปแค่ไหน หลังจากที่กรณีนักท่องเที่ยวสาวจีนโพสต์คลิปว่าสามารถใช้เงินเพื่อรับบริการ VVIP จากตำรวจไทย ทั้งรับตัวจาก Gate สนามบินอย่างละเมิดกฎหมาย แล้วพาออกมาขึ้นรถลีมูซีน โดยไม่ต้องผ่านกระบวนการตรวจลงตรา นอกจากนั้นยังมีมอเตอร์ไซค์ไฟกะพริบตำรวจพาโลดแล่นบนถนนปราศจากทราฟฟิก ส่งจนถึงโรงแรมที่หมาย ร้อนจนถึงผบ.ตร.ต้องสั่งสอบด่วน ผลปรากฏว่าผู้ร่วมปฏิบัติการนอกแถวครั้งนี้มีนายตำรวจการท่องเที่ยวและตำรวจกองจราจรอีก 2 นาย… อันที่จริงการดำเนินการนอกแถวนี้มีมานานแล้ว แต่สมัยก่อนเราไม่มี CYBER WORLD เหตุจึงไม่ปรากฏต่อสายตาชาวโลก ตัวอย่างหนึ่ง สมัยก่อนมีเจ้าพ่อกาสิโนมาเก๊าชื่อ “ซ” ทำธุรกิจดังทั้งในไทยและมาเก๊า เมื่อเขาเดินทางมาสนามบินในไทยก็ไม่เคยผ่านพิธีการแต่อย่างใด ลงเครื่องได้ก็ทะลุออกมาขึ้นลีมูซีน โดยมีรถฉลามบกตำรวจไฟกะพริบคุ้มกันให้ตลอดรายการที่เขาพำนักอยู่ในไทย สบายใจไม่มีใครกล้าร้องเรียน…

ll พิธีการงานศพ ประสาน ศรัณยะวาทิน มี 2 วัน จัดขึ้นที่ Chapel of Hogbin Drive, Coffs Harbour ออสเตรเลีย วันที่ 3 ก.พ. 11.30 น. โดยจะมีการถ่ายทอดสดทางเฟซบุ๊กเพื่อให้ญาติๆ และเพื่อนๆ ทางเมืองไทย และเมืองอื่นๆ เข้าร่วมไว้อาลัยพร้อมกัน (จะแจ้งลิงก์ให้ทราบก่อนวันงาน)…และวันที่ 5 ก.พ. 09.00 น. จัดไว้อาลัย ที่วัดไทยใน Adelaide วัดล่าง…ญาติมิตรโปรดทราบทั่วกัน…

ll สวดพระอภิธรรม บุญมาศ ทองสุข จัด 18.00 น. ที่ศาลา 8 วัดพระศรีมหาธาตุ บางเขน ประชุมเพลิง 14.00 น. ณ เมรุ 1…

ll ขอแสดงความเสียใจในการจากไปของ รศ.พิทยา บุนนาค นักวิชาการด้านประวัติศาสตร์ศิลปะจากไปเมื่อเช้าวันอาทิตย์ที่ 29 ม.ค. สิริอายุ 80 ปี ด้วยติดเชื้อในกระแสเลือด สวดพระอภิธรรมที่วัดสันป่าสัก หางดง เชียงใหม่ ถึง 4 ก.พ. …

ll เมืองไทยอากาศหนาวเย็นหลายวันมาแล้ว ธนษร กีรติบุตร บันทึกเทปรายการ “Music On Wheels” บนดอยสะเมิง ท่ามกลางความเย็นยะเยือก…

ll สุเทพ-วันจันทร์ บวรพานิช เพิ่งกลับจากชื่นชมธรรมชาติสวยงาม ที่ สปป.ลาว…

ll งานสิงห์ดำสัมพันธ์ 2566 จัดที่คณะรัฐศาสตร์ จุฬาฯ เมื่อวันก่อน…ข่าวว่า สิงห์ดำรุ่น 21 นำโดย อนุชา โมกขะเวส ประธานรุ่นฯ รวมตัวกันมาขานชื่อได้มากที่สุด…รักกันแน่นแฟ้น น่าชื่นชมแท้ๆ เทียว !!…ll

บารอนเนส

H&M HOME ต้อนรับช่วงเวลาแห่งความสดใส

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/707645

H&M HOME ต้อนรับช่วงเวลาแห่งความสดใส

H&M HOME ต้อนรับช่วงเวลาแห่งความสดใส

วันอังคาร ที่ 31 มกราคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

H&M HOME ขอต้อนรับคุณสู่คอลเลคชั่นสำหรับ Spring ที่เต็มไปด้วยสินค้าที่ให้ความรู้สึกสดชื่นไม่ว่าจะเป็นแจกันโคมไฟผ้าและอื่นๆ ที่ออกแบบมาให้เข้ากับช่วงเวลาที่สดใสในฤดูที่กำลังจะมาถึงพร้อมรูปทรงที่เป็นธรรมชาติลวดลายที่ผสมผสานเป็นหนึ่งเดียวและสีสันที่มีตั้งแต่สีเบจอ่อนๆ ไปจนถึงสีฟ้ารวมไปถึงสีสะดุดตาต่างๆ อย่างสีชมพูและสีเขียวโดยคอลเลคชั่น Spring มีจำหน่ายในร้านตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป

เมื่อความสดใสกลับมาสู่บ้านของเราอีกครั้ง H&M HOME นำเสนอฤดูกาลแห่งรูปทรงที่เป็นธรรมชาติและทันสมัย ไม่ว่าจะเป็นแจกันทรงสูงและทรงกลมที่ทำจากแก้วและเซรามิกเพื่อเพิ่มความมีชีวิตชีวาให้แก่บ้าน หรือปลอกหมอนลวดลายสวยงามสีฟ้าอ่อน สีเขียว และสีน้ำตาลลวดลายเรขาคณิต เบาะไหมพรมทรงกลมช่วยเติมความโดดเด่นให้แก่โซฟา เข้ากันได้อย่างดีกับผ้าห่มและปลอกหมอนลายตารางสีฟ้าและขาว

สำหรับในช่วงนี้ที่อากาศยังคงเย็นอยู่และเหมาะแก่การดื่มอะไรอุ่นๆ ที่บ้าน ลองใช้แก้วทรงแปลกตาพร้อมหูจับขนาดใหญ่ที่มาในสีฟ้าอ่อนและสีน้ำเงิน อีกทั้งยังเหมาะแก่การนำไปวางตกแต่งในตู้เก็บของอีกด้วย เสิร์ฟมื้อกลางวันด้วยจานชามเซรามิกและไม้ รวมถึงแก้วหลากสี ตั้งแต่สีเขียวไปจนถึงสีฟ้าที่สามารถวางซ้อนกันได้ เพื่อเพิ่มความสดใสให้กับทุกมื้ออาหาร

สำหรับการตกแต่งเตียงต้อนรับฤดูใบไม้ผลิเลือกผ้าปูเตียงผ้าฝ้ายสุดนุ่มสีฟ้าอ่อน ซึ่งมีให้เลือกทั้งสำหรับขนาดเตียงเดี่ยวและเตียงคู่ หรือผ้าปูเตียงสีเบจลายขาว ตกแต่งด้วยสีฟ้าเพื่อเพิ่มความสดใส สำหรับใครที่อยากได้สีที่จัดจ้านคอลเลคชั่นนี้ของ H&M HOME มาพร้อมกับชุดผ้าปูเตียงสีแดง สีขาว สีเหลือง สีส้ม สีม่วง และสีฟ้า ทั้งแบบคัลเลอร์บล็อกและลายทาง ซึ่งช่วยสร้างบรรยากาศสดใสให้แก่บ้านของคุณ

เพิ่มความสว่างให้แก่บ้านด้วยโคมไฟหลากสีจากคอลเลคชั่นนี้ มีทั้งโคมไฟทรงกลมขนาดเล็กสีเทา สีแดงราสเบอร์รี่ และสีส้ม หรือโคมไฟขนาดใหญ่สีเปลือกไข่หรือสีฟ้าอมเทาถ้าอยากได้โคมไฟตั้งพื้นที่มีรูปทรงหมุน ก็มีให้เลือกทั้งสีส้มอ่อนและสีเขียวอ่อน พร้อมโคมไฟตั้งโต๊ะสไตล์เดียวกันในสีส้มแก่ โป๊ะโคมไฟมีทั้งแบบทรงกรวยลายจีบสีขาวหรือสีฟ้า และสไตล์เอ็มไพร์แบบพิมพ์ลายในโทนสีเหลืองและสีเขียว ถ้าคุณต้องการของแต่งบ้านที่สะดุดตาและโมเดิร์นต้องไม่พลาดโคมไฟตั้งโต๊ะดีไซน์ตาข่ายเมทัลลิกที่สะกดทุกสายตา

​วธ. เชิญชวนพุทธศาสนิกชนเข้าวัดปฏิบัติธรรมวันธรรมสวนะ ‘ครอบครัวหิ้วตะกร้า ศรัทธาอิ่มบุญ อุดหนุนชุมชน’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/707783

​วธ. เชิญชวนพุทธศาสนิกชนเข้าวัดปฏิบัติธรรมวันธรรมสวนะ ‘ครอบครัวหิ้วตะกร้า ศรัทธาอิ่มบุญ อุดหนุนชุมชน’

​วธ. เชิญชวนพุทธศาสนิกชนเข้าวัดปฏิบัติธรรมวันธรรมสวนะ ‘ครอบครัวหิ้วตะกร้า ศรัทธาอิ่มบุญ อุดหนุนชุมชน’

วันจันทร์ ที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2566, 20.06 น.

นายอิทธิพล คุณปลื้ม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม (รมว.วธ.) เปิดเผยว่า วิถีชีวิตดั้งเดิมของสังคมไทยในอดีตมีพระพุทธศาสนาเป็นหลักยึดเหนี่ยวจิตใจ พุทธศาสนิกชนจึงมีศรัทธาในการทำบุญตักบาตร เข้าวัดร่วมกันทั้งครอบครัวเป็นประจำในวันธรรมสวนะหรือวันพระ ซึ่งเป็นประเพณีที่ได้ปฏิบัติสืบต่อกันมาเป็นเวลาช้านาน กระทรวงวัฒนธรรม โดยกรมการศาสนา ได้เห็นถึงความสำคัญดังกล่าวจึงได้จัดโครงการเข้าวัดปฏิบัติธรรมวันธรรมสวนะ “ครอบครัวหิ้วตะกร้า ศรัทธาอิ่มบุญ อุดหนุนชุมชน”

ในส่วนกลาง มีกำหนดจัดกิจกรรมต้นแบบ ในวันอาทิตย์ที่ 29 มกราคม 2566 ณ วัดบำเพ็ญเหนือ เขตมีนบุรี กรุงเทพมหานคร เชิญชวนข้าราชการ เจ้าหน้าที่หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน นักเรียน นักศึกษา และประชาชนทั่วไป พาครอบครัว ทั้ง ปู่ ย่า ตา ยาย พ่อ แม่ และลูก หิ้วตะกร้าใส่ภัตตาหาร ดอกไม้ ธูปเทียน เข้าวัดร่วมทำบุญด้วยการถวายภัตตาหารแด่พระสงฆ์ด้วยเอาหารสุขภาพ รักษาศีล และเจริญจิตตภาวนา เติมบุญให้เต็ม เมื่ออิ่มบุญแล้วหิ้วตะกร้าไปอุดหนุนผลิตภัณฑ์วัฒนธรรมของชุมชนตลาดน้ำขวัญเรียม เป็นการกระจายเกิดกระแสเงินหมุนเวียน เพื่อช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจชุมชนและช่วยลดปริมาณการใช้บรรจุภัณฑ์พลาสติกลดโลกร้อน

นายอิทธิพล คุณปลื้ม กล่าวว่า วันพระ มีคำเรียกอีกคำหนึ่งว่า วันธรรมสวนะ (ธรรมสวนะ หมายถึง การฟังธรรม) มีความสำคัญในทางพระพุทธศาสนา ตามความหมายของวันพระ หมายถึง วันประชุมของพุทธศาสนิกชนเพื่อปฏิบัติกิจกรรมทางศาสนาประจำสัปดาห์ โดยวันพระมีกำหนดตามปฏิทินจันทรคติ โดยมีเดือนละ 4 วัน ได้แก่

วันขึ้น 8 ค่ำ, วันขึ้น 15 ค่ำ, วันแรม 8 ค่ำ และวันแรม 15 ค่ำ วันพระในปัจจุบันเป็นวันสำคัญที่พุทธศาสนิกชนจะได้ถือโอกาสเข้าวัดเพื่อทำบุญถวายภัตตาหารแด่พระสงฆ์และฟังพระธรรมเทศนา ซึ่งการทำบุญนั้นเป็นการสร้างเหตุปัจจัยแห่งความสุขกายสุขใจให้เกิดขึ้นแก่ตัวเองและผู้อื่น ผลที่ได้รับย่อมนำความสุขกายสุขใจมาให้แก่ตนเองและผู้อื่นทั้งในปัจจุบันและอนาคต นอกจากนี้ ชาวพุทธยังถือว่าวันพระไม่ควรทำบาปใดๆ อีกด้วย

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม (รมว.วธ.) กล่าวต่ออีกว่า การจัดโครงการเข้าวัดปฏิบัติธรรมวันธรรมสวนะหรือวันพระนั้นจะมีส่วนช่วยในการส่งเสริมสนับสนุนให้พุทธศาสนิกชนได้เข้าวัดทำบุญเป็นประจำทั้งในวันพระและวันธรรมดาเพิ่มมากขึ้น อีกทั้งยังเป็นการเสริมสร้างความอบอุ่นและเข้มแข็งของสถาบันครอบครัวผ่านการทำกิจกรรมร่วมกันในวันพระ พุทธศาสนิกชนสามารถนำหลักธรรมทางพระพุทธศาสนาไปปรับใช้ในการดำเนินชีวิตให้เกิดความสงบสุขแก่ตนเอง สังคม และประเทศชาติ เมื่อกรมการศาสนาได้ดำเนินการจัดกิจกรรมต้นแบบในส่วนกลางแล้ว จะได้ขอความร่วมมือผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครให้สำนักงานเขตในกรุงเทพมหานครร่วมจัดกิจกรรมดังกล่าวต่อไป ในส่วนภูมิภาค ร่วมกับจังหวัด และสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัด จัดกิจกรรมต้นแบบวันพระ 4 ภาค และขอความร่วมมือผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัดดำเนินกิจกรรมดังกล่าวตามวิถีชีวิตและตามบริบทของแต่ละพื้นที่ เพื่อเป็นแบบอย่างที่ดีแก่พุทธศาสนิกชนทั่วไป

-(016)

CMUBS คว้ารางวัล Top 5 ระดับประเทศ จากเวที Thailand Accounting Challenge 2023

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/707705

CMUBS คว้ารางวัล Top 5 ระดับประเทศ จากเวที Thailand Accounting Challenge 2023

CMUBS คว้ารางวัล Top 5 ระดับประเทศ จากเวที Thailand Accounting Challenge 2023

วันจันทร์ ที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2566, 17.08 น.

คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (CMUBS) ยกทัพนักศึกษาร่วมการแข่งขันตอบคำถามทางบัญชีระดับประเทศ ครั้งที่ 9  ประจำปี 2566 “Thailand Accounting Challenge 2023” โดยสภาวิชาชีพบัญชี ในพระบรมราชูปถัมภ์จัดขึ้น ณ ศูนย์อบรมสัมมนาศาสตราจารย์เกียรติคุณ     เกษรี ณรงค์เดช กรุงเทพมหานคร โดย 2 ทีมนักศึกษา CMUBS คว้าชัยกวาดรางวัล รองชนะเลิศอันดับ 1 และรองชนะเลิศอันดับ 3 จาก 121 ทีมทั่วประเทศ 66 สถาบัน สร้างความปลาบปลื้มและภูมิใจแก่คณะและมหาวิทยาลัยเชียงใหม่เป็นอย่างมาก ด้วยเป็นเพียงสถาบันเดียวที่ทัพนักศึกษาสามารถสร้างผลงานระดับ Top 5 ได้ทั้งหมด โดยผลการแข่งขัน 

รางวัลชนะเลิศ ทีม T017 มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

รางวัลรองชนะเลิศอันดับที่ 1 ทีม T008 มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

รางวัลรองชนะเลิศอันดับที่ 2 ทีม T004 มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

รางวัลรองชนะเลิศอันดับที่ 3 ทีม T074 มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

และ รางวัลรองชนะเลิศอันดับที่ 4 ทีม T073 จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

สำหรับการแข่งขันตอบคำถามทางบัญชีระดับประเทศ สภาวิชาชีพบัญชีฯ จัดขึ้นต่อเนื่องเป็นครั้งที่ 9 เพื่อชิงโล่รางวัล ใบประกาศเกียรติคุณ และทุนการศึกษารวมมูลค่า 125,000 บาท จากนายกสภาวิชาชีพบัญชี โดยเป็นเวทีที่ให้นักศึกษาแสดงศักยภาพเพื่อทดสอบความรู้ความสามารถทางด้านการบัญชี ส่งเสริมการทำงานเป็นทีม และยังเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่สามารถพบปะกับเพื่อนต่างสถาบันอีกด้วย

-(016)