กกต. เคาะแล้ว 14 พ.ค. ‘เลือกตั้ง 2566’ หลัง ยุบสภา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/545270

21 มี.ค. 2566

กกต. เคาะแล้ว 14 พ.ค. 'เลือกตั้ง 2566' หลัง ยุบสภา

คณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. ประกาศให้วันที่ 14 พ.ค. เป็นวัน ‘เลือกตั้ง 2566’ หลังประกาศ ยุบสภา เพื่อให้มีการเลือกตั้งใหม่

ภายหลังมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศ ยุบสภา เพื่อจัดให้มีการเลือกตั้ง 2566 ซึ่งขั้นตอนนับจากนี้ เป็นเรื่องที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง
(กกต.) จะออกประกาศ กำหนดวันเลือกตั้ง ภายใน 5 วัน นับตั้งแต่วันที่มีประกาศยุบสภา


ล่าสุดมีรายงานว่า กกต. ได้กำหนดวันเลือกตั้งแล้ว คือ วันที่ 14 พ.ค. 2566 โดยนาย แสวง บุญมี เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง จะแถลงรายละเอียดกับสื่อมวลชน เวลา 16.00 น.

นับถอยหลังเลือกตั้งใหม่

• กกต. ต้องประกาศกำหนดวันเลือกตั้งทั่วไป ตามพระราชกฤษฎีกา ซึ่งต้องไม่เร็วกว่า 45 วัน และไม่ช้าเกิน 60 วัน  ( 14 พฤษภาคม 2566 )

• กำหนดวันรับสมัคร ภายใน 5 วัน นับแต่วันที่มีพระราชกฤษฎีกายุบสภา หรือไม่เกิน 25 มีนาคม 2566

• หลังจากนั้น จะมีการเปิดรับสมัครเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เป็นเวลา 5 วัน

• ประกาศบัญชีรายชื่อผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ม.46) ภายใน 7 วัน นับแต่มีการปิดรับสมัคร

• กกต.ต้องประกาศกำหนดหน่วยเลือกตั้ง/ที่เลือกตั้ง(ม.30) และประกาศบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้ง (ม.36 )  ก่อนวันเลือกตั้งไม่น้อยกว่า  25 วัน

 

• ส่งหนังสือแจ้งเจ้าบ้าน(ม.36)/สรรหา,แต่งตั้งคณะกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง(ม.19) ก่อนวันเลือกตั้งไม่น้อยกว่า 20 วัน

• ส่วนการแจ้งเปลี่ยนแปลงหน่วยเลือกตั้ง/ที่เลือกตั้ง (ม.30) , แจ้งเพิ่มชื่อ – ถอนชื่อ ( ม.37, ม.38 )  ก่อนวันเลือกตั้งไม่น้อยกว่า 10 วัน

• ผู้มีสิทธิเลือกตั้งต้องแจ้งเหตุที่ไม่อาจไปใช้สิทธิเลือกตั้ง (ม. 33 ) ภายใน 7 วัน ก่อนการเลือกตั้ง

• ต้องกำหนดให้มีวันลงคะแนนเลือกตั้งล่วงหน้าในเขตเลือกตั้ง/นอกเขตเลือกตั้ง 1 วัน

แนะทางออกปัญหา ‘รถไฟฟ้าสายสีส้ม’ และ ‘รถไฟฟ้าสายสีเขียว’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/545268

21 มี.ค. 2566

แนะทางออกปัญหา 'รถไฟฟ้าสายสีส้ม' และ 'รถไฟฟ้าสายสีเขียว'

แก้ม่ยาก ปัญหา ‘รถไฟฟ้าสายสีส้ม’ และ ‘รถไฟฟ้าสายสีเขียว’ ฟังจากผู้เชี่ยวชาญด้านการวางระบบจราจรเมืองใหญ่ ดร.สามารถ ราชพลสิทธิ์

ผู้เชี่ยวชาญด้านการวางระบบจราจรเมืองใหญ่แนะเปิดโอกาสนักลงทุนต่างชาติร่วมประมูลรถไฟฟ้าสายสีส้มหลังศาลปกครองพิพากษาและให้ BTSC เป็นผู้รับสัมปทานลงทุนงานระบบรถไฟฟ้าสายสีเขียว รวมถึงระบบอาณัติสัญญาณ สื่อสาร และระบบตั๋ว และให้บริการเดินรถ เพื่อให้มีการเดินรถแบบต่อเนื่องได้

เสวนา รถไฟฟ้าสายสีส้มและสีเขียวมีปัญหา หากพรรคการเมืองของท่านได้เป็นรัฐบาลจะแก้ไขปัญหานี้อย่างไร โดย ดร.สามารถ ราชพลสิทธิ์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ผู้เชี่ยวชาญด้านการวางระบบจราจรเมืองใหญ่แนะแนวทางการแก้ปัญหารถไฟฟ้าสายสีส้มและรถไฟฟ้าสายสีเขียวไว้ดังนี้

ทางออกรถไฟฟ้าสายสีส้ม

ในส่วนโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม ควรทางแก้ปัญหาการประมูลหาเอกชนเข้าร่วมลงทุนในการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีส้มตะวันตก (บางขุนนนท์-ศูนย์วัฒนธรรมฯ) และเดินรถตลอดสายทั้งช่วงตะวันตกและตะวันออก (บางขุนนนท์-ศูนย์วัฒนธรรมฯ-มีนบุรี) 2 ทางเลือก ซึ่งต้องรอผลการพิจารณาคดีของศาลปกครอง หากศาลปกครองสูงสุดพิพากษาว่าทั้ง 2 คดี ชอบด้วยกฎหมาย และ รฟม. สามารถชี้แจงต่อสังคมได้

รฟม. ควรเจรจาต่อรองกับ บริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BEM ผู้ชนะการประมูลครั้งที่ 2 ให้ลดรับเงินสนับสนุนสุทธิจาก รฟม. จาก 78,287.95 ล้านบาท เหลือใกล้เคียงกับเงินสนับสนุนสุทธิที่ BTSC ขอรับจาก รฟม. ในการประมูลครั้งที่ 1 คือ 9,675.42 ล้านบาท หาก BEM ไม่ยอม ขอเสนอให้ รฟม. ยกเลิกการประมูลครั้งที่ 2 แล้วเปิดประมูลใหม่

หากไม่ต้องการรอผลการพิจารณาขอศาลปกครอง การยกเลิกการประมูลครั้งที่ 2 แล้วเปิดประมูลใหม่ จะเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด

ทางออกรถไฟฟ้าสายสีเขียว

ดร.สามารถ มองว่าปัญหาของรถไฟฟ้าสายสีเขียวส่วนต่อขยายที่ 2 (แบริ่ง-สมุทรปราการ และหมอชิต-คูคต) คือหากผู้เดินรถไม่ใช่ บริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน)  หรือ BTSC ผู้โดยสารจะต้องเปลี่ยนขบวนรถ ไม่สามารถเดินทางแบบต่อเนื่องได้ และจะต้องเสียค่าแรกเข้าซ้ำซ้อน กทม. (โดยคณะกรรมการตามคำสั่ง คสช. ที่ 3/2562)

จึงแก้ปัญหาโดยต้องการให้ BTSC เป็นผู้รับสัมปทานลงทุนงานระบบรถไฟฟ้า อาณัติสัญญาณ สื่อสาร และระบบตั๋ว และให้บริการเดินรถ เพื่อให้มีการเดินรถแบบต่อเนื่อง และไม่มีค่าแรกเข้าซ้ำซ้อน ทั้งนี้ กทม. ต้องรับโอนหนี้งานโยธาส่วนต่อขยายที่ 2 มาจาก รฟม.

ปัญหาที่ตามมาก็คือ กทม. ไม่มีเงินชำระหนี้ให้ BTSC และ รฟม. ซึ่งถึงวันนี้ กทม. เป็นหนี้ BTSC เกือบ 5 หมื่นล้านบาท ซึ่งเป็นหนี้จากค่าจ้างเดินรถและค่าติดตั้งระบบไฟฟ้าและเครื่องกลส่วนต่อขยาย อีกทั้ง ยังมีหนี้จากเวลานี้จนถึงปีสิ้นสุดสัญญาสัมปทานคือปี พ.ศ. 2572 อีกก้อนใหญ่

กทม. (โดยคณะกรรมการตามคำสั่ง คสช.) จึงเจรจากับ BTSC ให้ BTSC รับหนี้ทั้งหมดแทน กทม. แลกกับการขยายสัมปทานรถไฟฟ้าสายสีเขียวส่วนหลักให้ BTSC เป็นเวลา 30 ปี ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2572-2602 โดยมีเงื่อนไขให้ BTSC แบกภาระหนี้สินทั้งหมดที่ กทม. มีอยู่กับ BTSC และ รฟม. พร้อมกับแบ่งรายได้ให้ กทม. ไม่น้อยกว่า 2 แสนล้านบาท

กำหนดให้ BTSC เก็บค่าโดยสารในอัตรา 15-65 บาท การแก้ปัญหาโดยวิธีนี้ ผู้ว่าฯ กทม. คนที่แล้ว (ผู้ว่าฯ อัศวิน) เห็นด้วย แต่ผู้ว่า กทม. คนปัจจุบัน (ผู้ว่าฯ ชัชชาติ) ไม่เห็นด้วย

แนวทางการแก้ปัญหารถไฟฟ้าสายสีเขียวจึงมี 2 ทางเลือกคือ

ทางเลือกที่ 1: ชำระหนี้ให้ BTSC แล้วเปิดประมูลหาผู้เดินรถไฟฟ้าใหม่ก่อนถึงปี พ.ศ. 2572

ทางเลือกที่ 2: หากไม่สามารถชำระหนี้ได้ก็ขยายสัมปทานรถไฟฟ้าสายสีเขียวส่วนหลักให้ BTSC เช่นเดียวกับที่ รฟม. แก้ปัญหารถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินส่วนต่อขยาย โดยการขยายสัมปทานรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินส่วนหลักให้ BEM

4 หัวหน้าพรรค ‘ประชาธิปัตย์’ ผนึกกำลังสู้ศึก ‘เลือกตั้ง’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/545242

21 มี.ค. 2566

4 หัวหน้าพรรค 'ประชาธิปัตย์' ผนึกกำลังสู้ศึก 'เลือกตั้ง'

‘ประชาธิปัตย์’ ผนึกกำลังอดีตหัวหน้าพรรค สู้ศึก ‘เลือกตั้ง’ ย้ำส่งผู้สมัครสส.ทุกจังหวัด ชัดทั้งนโยบายและตัวบุคคล

พรรคประชาธิปัตย์ ผนึกกำลังอดีตหัวหน้าพรรค สู้ศึกเลือกตั้ง66 เดินหน้าปูพรมหาเสียง หวังผลเลือกตั้งเต็มที่  พร้อมส่งผู้สมัครสส. ครบทุกจังหวัด มีนโยบายและจุดยืนทางการเมืองที่ชัดเจน


นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ ฐานะหัวหน้า พรรคประชาธิปัตย์ ยังไม่ทราบกรณีที่นายชวน หลีกภัย ระบุว่าจะวางมือทางการเมือง นายชวนถูกยกให้เป็นปูชนียบุคคลทางการเมืองของประเทศ และเป็นบุคลากรที่มีคุณค่ากับพรรคประชาธิปัตย์เป็นอย่างยิ่ง

อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ทั้ง 3 คน คือ นายชวน หลีกภัย นายบัญญัติ บรรทัดฐาน และนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ได้พูดคุยหารือกันแล้วและทั้งหมดเห็นตรงกันว่า ทุกท่านจะมาช่วยพรรคหาเสียง ตามแนวทางที่ถนัดของแต่ละคน ซึ่งทุกคนยืนยันชัดเจน



โดยเฉพาะนายอภิสิทธิ์ ยังเป็นสมาชิกพรรคที่พร้อมจะมาช่วยงานพรรคอย่างเต็มที่ แต่การลงสมัครรับเลือกตั้งเป็น สส.บัญชีรายชื่อนั้น สรุปความเห็นตรงกันว่าไม่ประสงค์ลงเลือกตั้งเป็น สส.  ส่วนนายชวน เห็นว่าประสงค์จะลงสมัคร สส.

ทั้งนี้พรรคประชาธิปัตย์ ลงสนามเลือกตั้งด้วยความมั่นใจ เพราะมีความพร้อมในการส่งผู้สมัครครบทุกจังหวัด และครบทั้ง 500 คน ซึ่งขณะนี้เตรียมพร้อมแล้ว ทั้งตัวบุคคล นโยบายและจุดยืนทางการเมืองที่ชัดเจนอยู่แล้ว 

‘รมว.อว.’ ยืนยัน ไม่พบค่า ‘ซีเซียม’ เกินมาตรฐานทั้งไทยและประเทศเพื่อนบ้าน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/545262

21 มี.ค. 2566

'รมว.อว.' ยืนยัน ไม่พบค่า 'ซีเซียม' เกินมาตรฐานทั้งไทยและประเทศเพื่อนบ้าน

‘รมว.อว.’ ยืนยัน ปส.ตรวจสอบค่า ‘ซีเซียม’ ไม่พบเกินมาตรฐานทั้งไทยและประเทศเพื่อนบ้าน ยังไม่รับรายงานมีผู้ป่วยเข้ารักษารพ.

เมื่อวันที่ 21 มี.ค. ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม(อว.) เปิดเผยความคืบหน้าพบ “สารซีเซียม 137” สารกัมมันตรังสีว่า สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ (ปส.) ตรวจสอบข้อมูล เบื้องต้นยังไม่มีอะไรที่น่าวิตกมากนัก แต่ยังต้องระวัง จากการตรวจดิน น้ำ อากาศ 2 จุดคือ จุดที่ซีเซียมหาย และจุดที่พบซีเซียมนั้น ไม่มีค่าของกัมมันตรังสีที่มากกว่าค่าปกติในระดับที่เป็นอันตราย รวมถึงยังตรวจทั่วประเทศอีก 18 จุด ในน้ำ ในทะเลอีก 5 จุด ซึ่งทั้งหมดรายงานว่า ในประเทศไทยยังไม่พบระดับซีเซียมที่เกินกว่าพื้นฐาน ขอให้เบาใจได้ 

นอกจากนี้ประสานไปยังประเทศเพื่อนบ้านขอให้รายงานเข้ามาและรายงานต่อองค์การระดับโลกที่ควบคุมเกี่ยวกับกัมมันตรังสี ได้รับทราบด้วยว่าปริมาณซีเซียมที่มีอยู่ในดิน น้ำ อากาศ ประเทศรอบบ้านของไทยไม่มีระดับที่ผิดปกติอะไร ถ้าเป็นแบบนี้ก็จะมั่นใจ

ส่วนผู้บาดเจ็บหรือเสียหายทางสุขภาพจากกัมมันตรังสียังไม่มีรายงานทั้งจากโรงพยาบาลหรือมหาวิทยาลัยในสังกัดกระทรวง อว. และโรงพยาบาลสังกัดกระทรวงสาธารณสุข ถือว่าเบาใจเพิ่มขึ้น แต่ไม่ละเลย โดยวันนี้จะเชิญคณบดีคณะแพทยศาสตร์ของโรงเรียนแพทย์ทั้งหมดกว่า 20 แห่งเข้าประชุมสั่งการและให้เตรียมการ

ทั้งนี้ได้ส่งเจ้าหน้าที่ลงไปทำความเข้าใจและให้ความรู้ มีสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติเข้าไปตั้งกองบัญชาการส่วนหน้า มีนักนิวเคลียร์ฟิสิกส์ระดับนำไปอยู่ในพื้นที่เช่นกัน และขอความร่วมมือให้จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ที่มีคณะวิชาหรือสาขาที่มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับปรมาณูและกัมมันตรังสี เข้ามาตรวจสอบด้วย พร้อมเชิญสื่อมวลชนมาร่วมรับรู้การตรวจวัดปริมาณซีเซียมว่าไม่มีปริมาณอันตราย ซึ่งเรื่องนี้นายกรัฐมนตรีกำชับต้องปิดเผยข้อมูลกับพี่น้องประชาชน ไม่ใช่เพียงแค่รายงานเท่านั้น ยืนยันไม่มีการช่วยเหลือโรงงานอย่างแน่นอน

ส่วนที่มีนักวิชาการออกมาระบุต้องเฝ้าตรวจสอบหลายปีนั้น ดร.เอนก กล่าวว่า ให้ใช้เวลาเต็มที่เพื่อให้ประชาชนสบายใจ และจะสอบถามไปยัง IAEA ซึ่งมีหน้าที่ดูแลกัมมันตรังสีทั่วโลกว่ามีรายงานสารซีเซียมไปโผล่ประเทศใดหรือไม่

นักวิชาการ ประเมิน วันเลือกตั้ง ลงตัว 14 พ.ค.

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/545248

21 มี.ค. 2566

นักวิชาการ ประเมิน วันเลือกตั้ง ลงตัว 14 พ.ค.

ประเมินสถานการณ์ 2 นักวิชาการเชื่อ ลงตัววันเลือกตั้ง วันที่ 14 พ.ค. ‘ยุทธพร’ ชี้ ต้องไต่สวนฉุกเฉินปมแบ่งเขตเลือกตั้งกทม. หวั่นส่งผลกระทบหากลงคะแนนไม่พร้อมกัน ‘สุขุม’ มอง ‘ประยุทธ์’ ตัวเลือกเดียวของฝ่ายอนุรักษ์นิยม

การยุบสภา ได้ประกาศอย่างเป็นทางการแล้ว นับจากนี้การเลือกตั้งจะคึกคักและร้อนแรงไปอีกขั้น รายการ คมชัดลึก เนชั่นทีวีพูดคุยกันในประเด็นดังกล่าว หัวข้อ 20 มีนา ยุบสภา!!! หา “นายกฯ” คนต่อไป

รายการคมชัดลึก พูดคุยประเด็น 20 มีนา ยุบสภา!!! หา “นายกฯ” คนต่อไป รายการคมชัดลึก พูดคุยประเด็น 20 มีนา ยุบสภา!!! หา “นายกฯ” คนต่อไป


รศ.สุขุม นวลสกุล อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยรามคำแหง กล่าวถึงเรื่องการกำหนดวันเลือกตั้งว่า เท่าที่มีประสบการณ์การเลือกตังในวันหยุดยาวไม่ค่อยเจอ จึงประเมินว่า การเลือกตั้งจะกำหนดในวันที่ 14 พ.ค. ส่วนในเรื่องการประเมินใครเสียเปรียบได้เปรียบ ไม่ใช่ประเด็นสำคัญ แต่การเลือกกำหนดวันเลือกตั้งช่วงวันหยุดยาวหรือวันหยุดสั้น มีผลต่อคนไปลงคะแนนมากกว่า 

รศ.สุขุม นวลสกุล อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยรามคำแหง รศ.สุขุม นวลสกุล อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยรามคำแหง
ด้าน รศ.ดร.ยุทธพร อิสรชัย อาจารย์ประจำสาขาวิชารัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช มองไปในทิศทางวันที่ 14 พ.ค. เช่นกัน และได้กล่าวอีกว่า จากการคาดการณ์ว่า จะมีการยุบสภาก่อนหน้านี้คือ 15 มี.ค. เพราะต้องรอฟังคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ในเรื่องตีความนับจำนวนประชากรคนไทย รวมทั้งการรับฟังความเห็นการแบ่งเขตเลือกตั้ง ทุกอย่างต้องขยับไปพร้อมกันทั้งหมด และไม่ติดในเรื่องของประเด็นวันหยุด ส่วนเรื่องที่น่ากังวลขณะนี้ คือ การร้องศาลปกครอง ในเรื่องของการแบ่งเขตเลือกตั้งของ กทม.

รศ.ดร.ยุทธพร อิสรชัย อาจารย์ประจำสาขาวิชารัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราชรศ.ดร.ยุทธพร อิสรชัย อาจารย์ประจำสาขาวิชารัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช

เพราะ กทม.มีพื้นที่การปกของ 50 เขต แต่เขตเลือกตั้งมีเพียง 33 เขต ส่วนประเด็นวันเรื่องตั้งที่จะส่งผลกับการได้เปรียบเสียเปรียบ ไม่มีผลอะไรมากนัก ยิ่งการยืดเวลาออกไปเป็นสิ่งที่พรรคการเมืองมองว่าเป็นเรื่องที่ดี เพราะเท่ากับยืดเวลาหาเสียงออกไป ส่วนการใช้เวลาในการหาเสียงไม่ได้จะหาเสียงในกรอบเวลาที่กำหนด แต่การหาเสียงเริ่มต้นมาก่อนหน้านี้แล้ว บางว่าที่ผู้สมัคร สส.แบ่งเขต  หาเสียงล่วงหน้าเป็นสองปี สามปี ส่วน สส.บัญชีรายชื่อไม่มีปัญหา ด้วยการรับรู้ข่าวสารในปัจจุบันมีความรวดเร็ว

ในเรื่องการร้องศาลปกครอง มีการกังวลในเรื่องการเลือกตั้งที่หากเกิดขึ้นไม่พร้อมกัน รศ.ดร.ยุทธพร บอกว่า จะมีปัญหา เพราะเป็นการเลือกตั้งทั่วไป ไม่ได้เป็นการเลือกตั้งซ่อม ต้องเกิดขึ้นพร้อมกันทั่วประเทศ ถ้าศาลปกครองเพิกถอนในเรื่องการแบ่งเขตเลือกตั้ง จะส่งผลกระทบ กกต.ก็ต้องไปขยับไทม์ไลน์การเลือกตั้งทั้งหมด ซึ่งสามารถขยับได้เล็กน้อยเท่านั้น เพราะฉะนั้นกระบวนการไต่สวนฉุกเฉินเป็นเรื่องสำคัญสำหรับคดีนี้ เพราะถ้ากำหนดวันเลือกตั้ง รับสมัครไปแล้ว ถึงจะมีคำวินิจฉัยเป็นเรื่องใหญ่เลย ดังนั้นควรทำให้ชัดเจนก่อน


ส่วน รศ.สุขุม มองเป็นเรื่องไม่น่าหนักใจ ถ้ากกต.แบ่งเขตผิด ถือว่าผิดกฎหมาย ถ้าศาลปกครองชี้ว่าผิด กกต.ต้องรับผิดชอบ ในเรื่องการแบ่งเขตพื้นที่ใหม่ เป็นการแบ่งตามสัดส่วนจำนวนประชากรที่เพิ่มขึ้น ต้องผ่านการคิดรอบคอบมาแล้ว ถ้าทำผิดพลาดในเรื่องนี้ ก็จะมีปัญหาถูกฟ้องร้อง ขณะนี้ที่ อ.ยุทธพร มองว่า การแบ่งเขตในต่างจังหวัดทำง่ายกว่า เพราะสามารถที่จะปักหมุดพื้นที่ได้ แต่ละอำเภอจะสมดุลกับเขตเลือกตั้งหรือไม่ แต่ในกทม.ความหนาแน่นประชากรไม่เหมือนต่างจังหวัด เขตการปกครองกับเขตการเลือกตั้งก็ไม่เท่ากัน ปัญหาคือ กกต.ไปแบ่งเขตเป็นชิ้นเล็กๆ เหมือนการตัดแบ่งขนมเค้กแล้วนำมารวมเป็นก้อนใหญ่ ก็ทำให้เกิดปัญหากับว่าที่ผุ้สมัครบางรายที่มองว่าการทำแบบนี้ไม่เป็นธรรม ด้วยการที่ไปหาเสียงล่วงหน้าในพื้นที่ไว้แล้ว วิธีการแก้ไขในอนาคตคือควรนำระบบAIมาใช้ในการแบ่งเขตเลือกตั้ง แล้วให้พรรคการเมืองตรวจสอบ
 

ขณะที่การประเมิน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จะลง สส.บัญชีรายชื่อ หรือ จะเป็นเพียงแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ของพรรครวมไทยสร้างชาติ เพียงอย่างเดียว รศ.สุขุม กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จะไม่ลง สส.บัญชีรายชื่อ เพราะเชื่อว่าความนิยมมีมากแล้ว คิดว่ารวมไทยสร้างชาติสามารถไปได้ ไม่จำเป็นต้องลงสส.บัญชีรายชื่อ เพราะเคยยืนยันแล้วว่า การมาเป็นนายกฯหลังการเลือกตั้งปี2562 มาจากประชาธิปไตย เพราะถ้าลงสส.บัญชีรายชื่อในครั้งนี้จะเท่ากับว่าก่อนหน้านี้ไม่เป็นประชาธิปไตย

อ.ยุทธพร มองว่า พล.อ.ประยุทธ์ ไม่ใช่สินค้าที่จะขายได้ จึงต้อ งเลือกเส้นทางการเมืองมาที่รวมไทยสร้างชาติ ในพลังประชารัฐจะเห็นได้ว่า เมื่อพล.อ.ประยุทธ์ออกมา เส้นทางเปิดกว้างขึ้น ไม่ว่าจะเป็นจดหมาย 5 ฉบับของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ การประกาศเป็นนายกฯ ก้าวข้ามความขัดแย้ง แม้แต่ พล.ต.อ. เสรีพิสุทธ์ เตมียเวส หัวหน้าพรรคเสรีรวไทย ยังประกาศว่าถ้าไม่มีพล.อ.ประยุทธ์ โอกาสที่ 2 พรรคจะรวมงานกันก็มีความเป็นไปได้ รวมไปถึงความเป็นไปได้ในการดีลระหว่างพลังประชารัฐและเพื่อไทย  การมาอยู่กับทีมที่ออกมาจากพลังประชารัฐ จึงเป็นตัวเลือกเดียว และควรที่จะลงสส.บัญชีรายชื่อ เพื่อความชัดเจนและต้องลง เพราะเป็นจุดขายเดียวของรวมไทยสร้างชาติ ไม่มีชื่อของคนที่มีชื่อเสียงในพรรค การดึงเสียงจากบัญชีรายชื่อจึงมีความสำคัญ การลงคะแนนของบัตรแบ่งเขต สามารถประเมินได้พอสมควร ใครจะได้ ใครจะไม่ได้ แต่การเลือกลงคะแนนของพรรค เป็นเสมือนการเลือกนายกฯทางอ้อม สถานการณ์ตอนนี้แต่ละฝ่ายทางการเมือง ยังไม่มีการประกาศชูใครที่จะเป็นแคนดิเดตนายกฯ จึงทำให้พล.อ.ประยุทธ์ ต้องลง สส.บัญชีรายชื่อ 


ในประเด็นการยุบสภาตอนใกล้ครบวาระ รศ.สุขุมต้องยอมรับว่า ความพร้อมของพรรคการเมืองที่ตั้งใหม่ ต้องขอใช้เวลาให้มากที่สุด เป็นเรื่องธรรมดาที่ต้องใช้ความได้เปรียบ ส่วนที่มองว่าพล.อ.ประยุทธ์เอาเปรียบในการลงพื้นที่ ก็ตำแหน่งหน้าที่เอื้ออำนวย เป็นเรื่องปกติของคนเป็นนักการเมือง  


ภาพการกินข้าวของ พล.อ.ประวิตร กับ นายอุทิน ชาญวีรกูล รศ.สุขุม บอกว่า เป็นการส่งสัญญาณอย่างแน่นอน เพราะมีนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ เข้าพบด้วย ทำให้มองว่าเป็นส่งสัญญาณหลังที่ถูกนายชูวิทย์ กมลวิศิษฏ์โจมตีต่อเนื่อง ซึ่งมองได้ว่าฝ่ายชูวิทย์ มีสายสัมพันธ์กับทาง นายหิมาลัย ผิวพรรณ หรือเสธ.หิ เสมือนเป็นการเตือนอีกฝ่าย อย่ารุกล้ำกันมากไป เพราะต่างฝ่ายต่างแข่งกันจริงจัง โดยเฉพาะ 2 บิ๊ก ตอนพล.อ.ประยุทธ์โดนหยุดปฏิบัติหน้าที่  มีอนุทินไปเยี่ยมที่กระทรวงกลาโหม ครั้งนี้ไปกินข้าวกับ พล.อ.ประวิตร เป็นการบอกโดยนัยว่ามีทางไป


ส่วนอ.ยุทธพร บอกว่า ภูมิใจไทยออกทะเลเจอคลื่นลมมรสุมเยอะ จึงต้องไปหลบในป่ารอยต่อ เป็นยุทธศาสตร์ของภูมิใจไทย เพราะสถานการณ์เจอมรสุมรอบด้าน จึงเป็นเหตุผลที่ภูมิใจไทยต้องสร้างตัวเองให้เป็นทางเลือกหลายทาง ทั้งการเข้าร่วมกับพล.อ.ประยุทธ์ต่ออีดหนึ่งสมัย หรือ ตัวอนุทินเองที่จะเป็นนายกรัฐมนตรี พอมีประเด็นเกิดขึ้น ก็ต้องสร้างทางเลือก เช่นไปสนับสนุนพลังประชารัฐ ภูมิใจไทยพยายามสร้างสมดุลทางการเมือง และหากเกมภูมิใจไทยมาลักษณะนี้ อ.ยุทธพร มองว่าสะเทือนรวมไทยสร้างชาติ เพราะความเป็นไปได้ในการจัดมือของเพื่อไทยก็ยังมีอยู่ และกับอีกหลายพรรคก็มีความเป็นไปได้เช่นกัน เพื่อไทยความนิยมก็มาแรง โอกาสจับมือกับภูมิใจไทย และมีความเป็นไปได้มีจำนวนสส.เกิน3หลัก พล.อ.ประยุทธ์เหนื่อยในการหาพันธมิตร และมีไม้เด็ดในเรื่อง สว.250 เสียง ส่วนเรื่องสภาผู้แทนราษฏรนั้น ก็ต้องดูในการรวมเสียง รวมทั้งมีบันได 4 ขั้น รัฐธรรมนูญที่ออกแบบมา ขั้นที่2คือการรวบรวมบ้านเล็กบ้านใหญ่ มุ้งทางการเมือง ขั้นที่3การดีลกันหลังเลือกตั้ง และสว. ขั้นที่4 เป็นนายกฯและเดินหน้าต่อ ต้องดุกันว่า พล.อ.ประยุทธ์จะไปได้ครบทั้ง 4ขั้นบันไดหรือจะจบที่ขั้นไหน
ส่วนอ.สุขุม มองว่า พล.อ.ประยุทธ์มั่นใจในการเป็นตัวเลือกเดียวของฝ่ายอนุรักษ์นิยม และประชาชนที่อยู่ในง่ายนี้มองที่ พล.อ.ประยุทธ์มากกว่าพล.อ.ประวิตร ในภาพความเป็นทหาร คนมองพล.อ.ประยุทธ์มีความเด็ดขาดไปในทางจอมพลสฤษดิ์ พล.อ.สุจินดา คราประยูร ส่วนพล.อ.ประวิตรไปในลักษระแบบพล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตนายกรัฐมนตรี มีความประนีประนอมในทุกด้าน 

‘เพื่อไทย’ ไหว้ ‘ศาลหลักเมือง’ อวยพร ประยุทธ์ สุขภาพดี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/545244

21 มี.ค. 2566

'เพื่อไทย' ไหว้ 'ศาลหลักเมือง' อวยพร ประยุทธ์ สุขภาพดี

เอาฤกษ์เอาชัย ‘เพื่อไทย’ไหว้ ‘ ศาลหลักเมือง’ ลั่นเดินหน้าหาเสียงเลือกตั้งเต็มที่ อุ๊งอิ๊ง มอบภาระกิจ เศรษฐา ปราศรัยแทน

อุ๊งอิ๊ง อวยพร พล.อ.ประยุทธ์ สุขภาพแข็งแรง ระหว่าง พาแกนนำเพื่อไทย ไหว้ศาลหลักเมืองหลัง ยุบสภา ยืนยัน จากนี้จะเดินเครื่องเลือกตั้งเต็มที่ พร้อมเลือกตั้งวันนี้ หรือ พรุ่งนี้ก็ได้ เล็งรื้อยุทธศาสตร์ 20 ปี เปลี่ยนตัวผู้สมัครเป็นกระบวนการคัดเลือก ไม่เกี่ยวกับหลีกทาง ทางการเมือง

แกนนำพรรคเพื่อไทย เข้าสักการะศาลหลักเมือง กรุงเทพฯประกอบด้วย นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย นายเศรษฐา ทวีสิน ประธานที่ปรึกษาหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย และนางพวงเพ็ชร ชุนละเอียด ประธานคณะกรรมการประสานงานด้านการเมืองพื้นที่

น.ส.แพทองธาร บอกว่า การมาไหว้ศาลหลักเมือง ไม่เกี่ยวกับการยุบสภา เพราะวางแผนไหว้ศาลอยู่แล้ว แต่เมื่อมีการยุบสภาแล้วจากนี้ถือว่าเป็นการเดินหน้าหาเสียงเลือกตั้งอย่างเต็มที่จากนี้จะเป็นนายเศรษฐาช่วยเดินเต็มกำลัง เพราะมีกำหนดการคลอดก่อนวันที่ 14 พฤษภา

แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทยแพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย

นอกจากนี้ยังอวยพรวันเกิด พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ในโอกาสครบรอบวันเกิด 69 ปี ให้มีสุขภาพแข็งแรง ทำงานตามกรอบของรัฐบาลนี้ให้ได้มากที่สุด โดยต้องดูประโยชน์ของประชาชนเป็นหลัก

เมื่อถามว่ามีโอกาสที่ชื่อของ น.ส.แพทองธารจะได้เข้าไปอยู่ในผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อหรือไม่ น.ส.แพทองธาร กล่าวว่า ขึ้นอยู่กับกรรมการบริหารพรรคจะพิจารณา ส่วนตัวอยู่ตรงไหนก็ได้ ที่มีส่วนช่วยประเทศชาติ

ส่วนพื้นที่ก็ยังมีการปรับเปลี่ยนตัวผู้สมัครซึ่งทำให้คนสังเกตว่ามีการหลีกทางให้  ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า แกนนำพรรคพลังประชารัฐ นพ.ชลน่าน กล่าวว่า เรื่องนี้เป็นเพียงข้อสังเกต ซึ่งข้อเท็จจริงแล้วอยู่ในกระบวนการ 

หากมีการรับฟังเสียงจากพี่น้องประชาชนผ่านช่องทางการทำไพรมารีโหวต กรรมการสรรหา และกรรมการบริหาร ก็ยังสามารถเปลี่ยนตัวผู้สมัครได้ตลอดเพราะเป็นขั้นตอนกระบวนการคัดเลือก

เช็กที่นี่ ‘คุณสมบัติผู้สมัครสส.’ รอ กกต.ไฟเขียว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/545239

21 มี.ค. 2566

เช็กที่นี่ 'คุณสมบัติผู้สมัครสส.' รอ กกต.ไฟเขียว

ลุ้นกกต. กำหนดวันสมัครรับเลือกตั้ง ‘คุณสมบัติผู้สมัครสส.’ มีข้อห้ามอย่างไร ใครเข้าเกณฑ์สมัครได้บ้าง เช็กได้ที่นี่

ระเบียบ คณะกรรมการการเลือกตั้งหรือกกต. ว่าด้วยการเลือกตั้ง สส. กำหนดให้ ภายใน 5 วัน นับแต่วันที่พระราชกฤษฎีกาให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นการเลือกตั้งทั่วไปใช้บังคับ ให้ กกต.ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเกี่ยวกับการเลือกตั้งตามที่บัญญัติไว้ในกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ตามแบบ ส.ส. 1/1

คือต้องกำหนดวันเลือกตั้งภายใน5 วัน นับแต่มีพระราชกฤษฎีกายุบสภา และกำหนดวันรับสมัครเลือกตั้งไม่น้อยกว่า 5 วัน

ในกรณีมีเหตุจำเป็นเฉพาะพื้นที่ที่ทำให้ไม่สามารถดำเนินการรับสมัครรับเลือกตั้งได้ เนื่องจากเกิดจลาจล อุทกภัย อัคคีภัย เหตุสุดวิสัยหรือเหตุจำเป็นอื่นในเขตเลือกตั้ง ให้คณะกรรมการประกาศกำหนดวันรับสมัครเพิ่มเติมได้และอาจกำหนดให้ดำเนินการรับสมัครรับเลือกตั้งในท้องที่อื่นก็ได้ในกรณีที่มีพระราชกฤษฎีกาให้มีการเลือกตั้งแทนตำแหน่งที่ว่าง ให้นำความในวรรคหนึ่ง และวรรคสองมาใช้บังคับโดยอนุโลม
 

คุณสมบัติผู้สมัครสส.แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง และแบบบัญชีรายชื่อ ต้องมีคุณสมบัติตามมาตรา 41 คือมีสัญชาติไทย อายุไม่ต่ำกว่า 25 ปี และสังกัดพรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่งแต่เพียงพรรคการเมืองเดียวเป็นเวลาติดต่อกัน ไม่น้อยกว่า90วันนับถึงวันเลือกตั้ง เว้นแต่ในกรณีที่มีการเลือกตั้งทั่วไปเพราะเหตุยุบสภา ระยะเวลาดังกล่าวให้ลดลงเหลือ 30วัน

กราฟฟิคคุณสมบัติผู้สมัครสส.กราฟฟิคคุณสมบัติผู้สมัครสส.

มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้าน หรือเคยศึกษาในสถานศึกษาหรือเคยรับราชการหรือปฏิบัติหน้าที่ในหน่วยงานของรัฐที่ตั้งอยู่ในจังหวัดที่จะสมัคร หรือไม่น้อยกว่า 5 ปี ไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 42 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ.2561

บุคคลใดประสงค์จะสมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ให้มีสิทธิสมัคร รับเลือกตั้งในนามของพรรคการเมืองใดได้เพียงพรรคการเมืองเดียวและจะสมัครรับเลือกตั้งแบบแบ่ง เขตเลือกตั้งหรือแบบบัญชีรายชื่อแบบใดแบบหนึ่งได้เพียงแบบเดียว

กราฟฟิค คุณสมบัติผู้สมัครสส.เขตกราฟฟิค คุณสมบัติผู้สมัครสส.เขต

คุณสมบัติผู้สมัครสส.แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง ที่สำคัญคือต้องเป็นผู้ซึ่งพรรคการเมืองที่ตนเป็นสมาชิกส่งสมัครรับเลือกตั้งและได้รับการสรรหาตามหลักเกณฑ์และ วิธีการที่กำหนดไว้ในกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง โดยจะสมัครรับเลือกตั้ง เกินหนึ่งเขตมิได้ และต้องไม่เป็นบุคคลที่มีรายชื่ออยู่ในบัญชีรายชื่อผู้สมัครแบบบัญชีรายชื่อ

นอกจากนี้ ต้องมีหลักฐานแสดงการเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาเป็นเวลาติดต่อกันสามปีนับถึงปีที่ สมัครรับเลือกตั้งของผู้สมัคร เว้นแต่เป็นผู้ไม่ได้เสียภาษีเงินได้ ให้ท าหนังสือยืนยันการไม่ได้เสียภาษี พร้อมทั้งสาเหตุแห่งการไม่ได้เสียภาษี ตามแบบ ส.ส. 4/7และเสียค่าธรรมเนียมการรับสมัคร คนละ 10,000 บาท

‘บิ๊กตู่’ เปิดใจหลังราชกิจจาฯประกาศ ‘ยุบสภา’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/545211

20 มี.ค. 2566

'บิ๊กตู่' เปิดใจหลังราชกิจจาฯประกาศ 'ยุบสภา'

‘บิ๊กตู่’ ขอบคุณพรรคร่วมรัฐบาล ทำงานเพื่อชาติ ดีใจอย่างน้อยทำงานสร้างเงินเข้าประเทศ ฝากรัฐบาลหน้าสานต่อภารกิจที่ไม่สำเร็จ

วันนี้ 20 มี.ค. หลังเว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาประกาศพระราชกฤษฎีกา “ยุบสภา” ผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2566 มีผลตั้งแต่วันนี้

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ทุกอย่างเป็นไปตามขั้นตอนตามข้อกฎหมาย นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ ที่ได้ทรงโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมทรงลงพระปรมาภิไธยตามที่รัฐบาลได้เสนอไป 

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่าภายหลังยุบสภามีอะไรจะพูดหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ไม่มีอะไร ขอบคุณทุกคน ขอบคุณรัฐสภาที่ช่วยกันทำงานมาหลายปี ทั้งสำเร็จและไม่สำเร็จ แต่ทุกคนได้ช่วยกันทำเพื่อประเทศชาติ พร้อมยืนยันว่า ตนเองไม่มีความขัดแย้งใดๆ กับใคร

ส่วนความพึงพอใจผลงานตลอด 4 ปีที่ผ่านมา พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ตนเองไม่สามารถตอบคำถามนี้ได้ ต้องถามประชาชนว่าพอใจหรือไม่ว่า ได้รับอะไรไปมากน้อยเพียงใด แต่รัฐบาลได้ทำอะไรมากมายตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ซึ่งรัฐบาลยังมีอีกหลายเรื่องที่พยายามทำ แต่มีความติดขัด ทั้งการออกกฏหมายที่ยังมีปัญหาอยู่ที่ยังค้างคาอยู่ หวังว่ารัฐบาลหน้าจะดำเนินการให้เรียบร้อยได้ 

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า สิ่งที่ภูมิใจที่สุด จากการทำหน้าที่นายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ขอบคุณในความร่วมมือของทุกคน โดยเฉพาะพรรคร่วมรัฐบาล ที่ร่วมกันผลักดันนโยบาย เป็นผลงานในรัฐบาลของเรา ในวันข้างหน้าหากจะทำอะไรหรือทำสิ่งใด ยังต้องมีการหารือกันในการประชุมคณะรัฐมนตรี ที่ผ่านมาดีใจ อย่างน้อยก็ได้สร้างสิ่งดีๆ ขึ้นมา เป็นรายได้ของประเทศ ทั้ง EEC การสร้างอุตสาหกรรมใหม่และมีการลงทุนจำนวนมากและเสริมสร้างมูลค่าหลายหมื่นล้าน

ส่วนได้อะไรจากการเมือง คงต้องได้ เพราะทำงานกับการเมือง ปฏิเสธไม่ได้ก็เป็นนักการเมืองในฐานะผู้บริหาร สิ่งที่ออกมาได้ นายกรัฐมนตรีเป็นคนตัดสินใจ เสนอมาได้เพื่อตัดสินใจนำเข้า ครม. หลังจากนี้ยังทำงานกับพรรคร่วมรัฐบาลเช่นเดิม เพื่อประชาชน ประเทศชาติ ไม่ได้ทำเพื่อการเมือง 

การลงสนามการเมืองแบบเต็มตัวครั้งนี้ ครอบครัวตนเองตัดสินใจ เป็นห่วงเพราะคงไม่มีใครอยากให้สามีเป็นนักการเมืองเต็มตัว แต่ภรรยาของตนเองไม่ยุ่งเรื่องพวกนี้ แต่ยังดูแลสุขภาพด้วยความห่วงใย มีการตักเตือนและให้กำลังใจตลอด เพราะตนเองเป็นสามี

โดยภายให้สัมภาษณ์เสร็จสิ้นได้ร่วมวงถ่ายภาพกันสื่อมวลชนประจำทำเนียบรัฐบาลเป็นที่ระลึก

ต่อมาประมาณ 16.50 น. พล.อ.ประยุทธ์เดินทางออกจากทำเนียบรัฐบาล พร้อมกับเปิดกระจกรถ โบกมือทักทาย

‘เลือกตั้ง’ วันไหน ฟังคำอธิบายจาก ‘สมชัย ศรีสุทธิยากร’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/545213

20 มี.ค. 2566

'เลือกตั้ง' วันไหน ฟังคำอธิบายจาก 'สมชัย ศรีสุทธิยากร'

‘สมชัย ศรีสุทธิยากร’ อดีตกรรมการการเลือกตั้ง อรรถาธิบาย ‘เลือกตั้งวันไหน’ หลังยุบสภา คาดรับสมัครสส. 3 – 7 เม.ย.ยี้

ยุบสภาแล้ว เลือกตั้งวันไหน ฟังจาก สมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. เรียงลำดับไว้พอสังเขป

สมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้งโพสต์เฟซบุ๊ก อธิบายขั้นตอนที่จะตามมาหลังยุบสภาตามลำดับดังนี้

ยุบสภาแล้วเลือกตั้งวันไหน

  1.  รอ กกต.ประชุมกันภายใน 5 วัน เพื่อกำหนดวันเลือกตั้งและปฏิทินงาน  น่าจะมีความชัดเจนภายในวันศุกร์ที่ 24 มี.ค. 2566 
  2. คาดหมายวันเลือกตั้งน่าจะเป็นวันอาทิตย์ที่ 14 พ.ค. 2566  และเลือกตั้งล่วงหน้า (เฉพาะนอกเขต)  วันที่ 7 พ.ค. 2566
  3.  การรับสมัครคาดว่าจะมีขึ้นภายใน 2 สัปดาห์หลังวันยุบสภา  โดยคาดว่า จะรับสมัครเขต วันที่ 3-7 เม.ย.2566 และ รับสมัครบัญชีรายชื่อ 4-6 เม.ย. 2566
  4. พรรคการเมืองที่ประสงค์ส่งผู้สมัคร ต้องทำ primary vote ตามวิธีการที่ กกต. กำหนด  และออกหนังสือรับรองแก่ผู้สมัคร ให้เรียบร้อยก่อนวันสมัคร

เมื่อยุบสภา แล้วคดีทุจริตเลือกตั้งในช่วง 180 วัน จะโยนทิ้งเลยหรือไม่ อดีต กกต.อธิบายว่า เป็นความเข้าใจของนักการเมือง พรรคการเมือง และ เจ้าหน้าที่ กกต.บางคนว่า พอยุบสภา คดีทำผิดกฎหมายเลือกตั้งจะเริ่มนับตั้งแต่วันยุบสภา ดังนั้น การทำผิดกฎหมายก่อนหน้านี้ถือเป็นการยกเลิกกันไป นับหนึ่งกันใหม่

ภาพประกอบจ่ากเฟซบุ๊ก สมชัย ศรีสุทธิยากร ภาพประกอบจ่ากเฟซบุ๊ก สมชัย ศรีสุทธิยากร

ความเข้าใจดังกล่าว ถูกเพียงครึ่งเดียว โดยหากผู้กระทำผิดไม่ได้เป็นผู้สมัคร ก็ไม่มีความผิด แต่หากเขาสมัครเป็นผู้สมัครจะเขต หรือ บัญชีรายชื่อ กกต.ได้ออกระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้งว่าด้วยการหาเสียง ฉบับที่ 3 พ.ศ. 2565 ข้อ 18/1 บังคับใช้แก่ผู้ประสงค์จะสมัครรับเลือกตั้งด้วย

แปลง่าย ๆ ว่าหากทำผิดวันนั้น วันนี้ไม่ได้เป็นผู้สมัครก็แล้วไป แต่พอมีกฤษฎีกาเลือกตั้ง มีการรับสมัคร แล้วคุณเป็นผู้สมัคร ก็ไม่รอด มาตรา 132  ใน พ.ร.ป. สส. 2561

เช็ก ‘นโยบายพรรคเพื่อไทย’ ยกระดับ ‘คนไทยให้ไม่จนอีกต่อไป’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/545208

กฤษณะ ศรีทอง

20 มี.ค. 2566

เช็ก 'นโยบายพรรคเพื่อไทย' ยกระดับ 'คนไทยให้ไม่จนอีกต่อไป'

เช็ก ‘นโยบายพรรคเพื่อไทย’ ยกระดับ ‘คนไทยให้ไม่จนอีกต่อไป’ พร้อมกระตุ้นเศรษฐกิจระดับมหาภาค เศรษฐกิจดิจิทัล และเกษตรกับการประมง เพื่อขับเคลื่อนไปสู่อนาคตข้างหน้า

จับตาสนามเลือกตั้งอย่างต่อเนื่อง หลังจากที่หลาย พรรค การเมือเริ่มต้นหาเสียง ว่าง นโยบาย กันอย่างดุเดือด เพื่อเรียกคะแนนโหวตจากประชาชน โดยเฉพาะ นโยบาย กระตุ้นเศรษฐกิจ ที่เรียกว่าไม่มี พรรค ไหนยอม พรรค ไหนกันเลย 


และ นโยบาย ขับเคลื่อนเศรษฐกิจที่น่าจับตา และถูกพูดถึงทุกหลังจากจบการปราศรัย ดูเหมือนจะเป็น “นโยบายพรรคเพื่อไทย” ที่ประกาศชัดเจนว่าจะนำพาคนให้ให้หลุดพ้นจากความยากจน และสร้างรายได้ที่มั่นคงให้กับคุณทุกเพศทุกวัย สำหรับ “นโยบายพรรคเพื่อไทย” ด้านเศรษฐกิจของมาในแนวคิด “คนไทยให้ไม่จนอีกต่อไป” โดยมี นโยบาย ที่น่าสนใจดังนี้ 


นโยบายคนไทย ไม่จนอีกต่อไป 

ทุกครอบครัวมีรายได้ไม่น้อยกว่า 20,000 บ./เดือน เป็นการลดช่องว่างรายได้ให้กับคนไทย ช่วยทำให้คนไทยมีรายได้มากกว่าเงินเฟ้อ สาเหตุเพราะประเทศไทยนั้นมีอัตราเติบโตรายได้ของประชาชนในประเทศส่วนใหญ่น้อยมากในอาเซียน ทำให้ พรรค เพื่อไทยมี นโยบาย ช่วยเติมรายได้ให้กับทุกครอบครัวให้มีรายได้ไม่น้อยกว่า 20,000 บ./เดือน เช่น เมื่อมีรายได้แค่ 13,000 บ./เดือน ทางรัฐก็จะเติมให้ 7,000 บ. กลายเป็น 20,000 บ/เดือน ในระยะชั่วคราวจนกว่า นโยบาย ฟื้นฟู เศรษฐกิจ จะยั่งยืน โดยจะทำให้เกิดค่าแรงขั้นต่ำ 600 บาทต่อวัน เงินเดือนคนจบริญญาตรีเริ่มต้นที่ 25,000 บาทต่อเดือนร่วมทั้งข้าราชการ ภายในปี พ.ศ.2570 

ภาพจากพรรคเพื่อไทยภาพจากพรรคเพื่อไทย

นโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจระดับมหาภาค

เติมเงินให้ทุกคนใช้จ่ายใกล้บ้านผ่านกระเป๋าเงินดิจิทัล คนไทยทุกคนที่มีอายุเกิน 16 ปีขึ้นไป จะได้กระเป๋าเงินดิจิทัล (Digital Wallet) ซึ่งสามารถใช้จ่ายได้ในชีวิตประจำวัน ใช้ได้เฉพาะร้านค้าชุมชนและต้องไม่เกินรัศมี 4 กม. เงินดิจิตัลนี้มีอายุใช้งานได้ 6 เดือนและร้านค้าสามารถนำเงินมาแลกเปลี่ยนเป็นเงินบาทได้ทางธนาคารรัฐได้ในชภายหลัง วิธีนี้สามารถกระตุ้นเศรษฐกิจหมุนเวียนได้ในระดับชุมชน เพื่อให้แน่ใจว่า เศรษฐกิจ ไทยสามารถกลับมายังยื่นอีกครั้งตั้งแต่ระดับชุมชนจนไปถึงระดับประเทศ


นโยบายเกษตรและการประมง

 ทำการผลักดันและแก้ปัญหาภาคเกษตรกรให้ตรงจุดด้วยการเปลี่ยนความคิดภาคเกษตรกรไทย ด้วยหลักคิด ตลาดนำ นวัตกรรมเสริม เพิ่มรายได้ คือผลิตสิ่งที่ตลาดต้องการ มิใช่เพียงเพราะถนัดหรือคุ้นเคย พร้อมสร้างรายได้ของเกษตรกรเพิ่มขึ้นเป็น 3 เท่าภายในปี 2570 จากรายได้เฉลี่ย 10,000 บาท/ไร/ปี เพิ่มเป็น 30,000 บาท/ไร/ปี พร้อมพักนี้เกษตรกรทั้งต้นและดอกเบี้ยเป็นระยะเวลา 3 ปี

นโยบายเศรษฐกิจดิจิทัล 

สุดท้าย นโยบาย เทคโนโลยีการประมวลผลและจัดเก็บ (blockchain hub) และ เทคโนโลยีทางการเงิน (fintech center) ของอาเซียน เป็นการ blockchain ที่จะสามารถ ทำให้ไทยเป็นศูนย์กลางของ fintech ของอาเซียน โดย blockchain จะเป็นโครงสร้างเคลื่อข่ายสำคัญที่ทำให้  fintech จะทำให้คนไทยสามารถระดมทุนจากทั่วโลกได้ โดยเฉพาะภาคธุรกิจขนาดเล็ก รวมถึงผู้มีความสามารถด้านอื่นๆ ที่จะสามารถขายผลงานของตนเองไปทั่วโลกได้อย่างสะดวกมากขึ้น ผ่านระบบง่ายๆเหมือนแอพพลิเคชั่นธนาคาร

ภาพจากพรรคเพื่อไทยภาพจากพรรคเพื่อไทย