‘ชัยวุฒิ’ ประกาศ ไม่จับขั้วฝ่าย ‘ยกเลิก ม.112 ‘ ฝาก ปชช. ตัดสินทิศทางประเทศ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/546677

12 เม.ย. 2566

'ชัยวุฒิ' ประกาศ ไม่จับขั้วฝ่าย 'ยกเลิก ม.112 ' ฝาก ปชช. ตัดสินทิศทางประเทศ

‘ชัยวุฒิ’ ยืนยัน พปชร. ไม่ร่วมงานพรรคเสนอนโยบาย ยกเลิก ม.112-เกณฑ์ทหาร พร้อมฝากประชาชนตัดสินอนาคตประเทศ เมินตอบหากเพื่อไทยจัดตั้งรัฐบาลสำเร็จ เลือกนายกฯได้หรือไม่

เมื่อวันที่ 12 เม.ย. ภายหลังเสร็จสิ้นพิธีสืบสานวัฒนธรรมประเพณีสงกรานต์ ประจำปี 2566 นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เปิดเผยว่า วันนี้นายกรัฐมนตรีอวยพร ขอให้ทุกคนมีความเจริญก้าวหน้า เพราะถือว่าเป็นปีใหม่ไทย แต่วันนี้พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ไม่ได้เดินทางมา เนื่องจากติดภารกิจ 

ส่วนกรณีที่พล.อ.ประวิตร ให้สัมภาษณ์ทำนองจะไม่จับมือกับพรรคที่ ยกเลิก ม.112 นายชัยวุฒิ กล่าวว่า พรรคพลังประชารัฐมีจุดยืนชัดเจน ทำงานมา4 ปี มีแนวคิดอย่างไร ดูแล ชาติบ้านเมืองให้สงบสุข ไม่ขัดแย้ง เรื่องที่เป็นปัญหา ไม่ทำแน่นอน หากมีพรรคไหน หากพรรคไหนเสนอนโยบสยที่ไม่เห็นด้วย เช่น ยกเลิก ม.112 ยกเลิกเกณฑ์ทหาร เราไม่สามารถร่วมงานกันได้อยู่แล้ว ไม่ใช่อคติ แต่เป็นเรื่องการทำงานร่วมกัน

นายชัยวุฒิ เชื่อว่า ขณะนี้อุณหภูมิการเมืองกำลังร้อนแรงถึงจุดสูงสุดแล้ว แต่พอใกล้เลือกตั้ง ก็ทำไรไม่ได้มาก อยู่ที่ประชาชนตัดสินใจ จากนโยบาย การทำงาน เชื่อว่าคงจะไม่มีความร้อนแรงมากกว่านี้แล้ว อยู่ที่ประชาชนต้องตัดสินใจ ว่า อยากให้บ้านเมืองเดินทางไปทางไหน ไม่ใช่แค่นโยบายที่รับนโยบายจากรัฐบาลหน้าอย่างเดียว แต่เป็นอนาคตของประเทศ เรื่องของอุดมการณ์ด้วยว่าเราจะทำให้บ้านเมืองเป็นอย่างไร ฝากให้คิด

เมื่อถามว่าขณะนี้พรรคเพื่อไทย ยังไม่แสดงจุดยืนชัดเจนเรื่อง ม.112 แต่ทำไมเหมือนจะตัดออก นายชัยวุฒิ กล่าวว่า ตอบไม่ได้ ไม่ทราบ 

ส่วนหากพรรคเพื่อไทยได้เสียงเกินกึ่งหนึ่งของสภา จะสามารถเลือกนายกรัฐมนตรีได้หรือไม่ ไม่ทราบ เป็นไปตามกระบวนการรัฐธรรมนูญ 

นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์

‘เงินดิจิทัล’ เพื่อไทย ใช้งบประมาณน้อยกว่า ‘ประชานิยม’ พลังประชารัฐ 5 เท่า

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/546679

12 เม.ย. 2566

'เงินดิจิทัล' เพื่อไทย ใช้งบประมาณน้อยกว่า 'ประชานิยม' พลังประชารัฐ 5 เท่า

เปรียบเทียบนโยบาย ‘ประชานิยม’ หลายพรรคการเมือง ที่ใช้งบฯมากที่สุด ไม่ใช่ ‘เงินดิจิทัล’ ของเพื่อไทย แต่เป็นนโยบายพลังประชารัฐ

ในขณะที่ นโยบายกระเป๋าเงินดิจิทัล ของพรรคเพื่อไทย ถูกโจมตีอย่างหักว่าเป็นทวดประชานิยม แต่เมื่อเปรียบเทียบกับนโยบายของหลายพรรคการเมือง ที่ใช้งบประมาณ ในการหาเสียงเลือกตั้ง กลับพบว่า นโยบายของพรรคเพื่อไทย ไม่ได้ใช้งบประมาณ สูงที่สุด ตรงกันข้ามกลับเป็น พรรคพลังประชารัฐ นโยบายเดียวใช้เงินงบประมาณมากเป็น 4 เท่า ของพรรคเพื่อไทย

สมชัย ศรีสุทธิยากร ประธานยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนนโยบายพรรคเสรีรวมไทยโพสต์เฟซบุ๊ก เปรียบเทียบนโยบายประชานิยมของพรรคการเมือง รวมพรรคเสรีรวมไทยของตัวเอง ให้เห็นว่าพรรคไหน ใช้งบประมาณผ่านประชานิยมมากกว่ากัน ในหัวข้อรวมประชานิยม ใครจ่ายมากกว่าใคร ใครจะให้อะไรมากกว่า มีรายละเอียดดังนี้

เพื่อไทย เติมเงิน 10,000 บาท ใส่กระเป๋าเงินดิจิทัล  ให้คนอายุ 16 ปีขึ้นไป 54 ล้านคน ให้ครั้งเดียว 540,000 ล้านบาท 

พรรคลุงตู่(รวมไทยสร้างชาติ)  เติมเงินในบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 1,000 บาทต่อเดือน 14 ล้านคน  ตกปีละ 168,000 ล้านบาท  4 ปี 672,000 ล้านบาท

พรรคเสรีรวมไทย บำนาญประชาชน 65 ปีขึ้นไป เดือนละ 3,000 บาทต่อเดือน 8.3 ล้านคน ตกปีละ 298,800 ล้านบาท 4 ปี 1,195,200 ล้านบาท

พรรคก้าวไกล ไทยสร้างไทย  บำนาญประชาชน 60 ปีขึ้นไป เดือนละ 3,000 บาท 12 ล้านคน ตกปีละ 432,000 ล้านบาท 4 ปี 1,728,000 ล้านบาท

ขณะที่พลังประชารัฐ มีนโยบายเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ  60 ปี 3,000 บาท  70 ปี 4,000 บาท 80 ปี 5,000 บาท   4 ปี คิดไม่ออกแล้วว่าต้องจ่ายเท่าไหร่  แต่มากกว่า 2 ล้าน ล้านบาท หรือ นโยบายเดียว เท่ากับ 4 เท่าของนโยบาย 10,000 บาท เพื่อไทย ยังไม่นับรวมลุงป้อม 700 เติมเงินในบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 700 บาทต่อเดือน   14 ล้านคน ตกปีละ  116,600 ล้านบาท  4 ปี  466,400 ล้านบาท

‘พรรคประชาชาติ’ รับข้อเสนอ ช่วยเหลือ ‘กลุ่มต้มยำ’ ในมาเลเซีย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/546674

12 เม.ย. 2566

'พรรคประชาชาติ' รับข้อเสนอ ช่วยเหลือ 'กลุ่มต้มยำ' ในมาเลเซีย

‘กลุ่มต้มยำ’ ในมาเลเซีย ซึ่งเป็นพี่น้องจาก จังหวัดชายแดนใต้ หวัง ‘พรรคประชาชาติ’ เป็นรัฐบาล ให้การช่วยเหลือคนเดือดร้อน

เครือข่ายกลุ่มต้มยำ ซึ่งเป็นคนไทย จากจังหวัดชายแดนใต้ ที่ไปทำงานอยู่ในมาเลเซีย หวังพรรคประชาชาติ เป็นปากเป็นเสียง ช่วยเหลือ ผู้คนที่ยังต้องทำมาหากิน อยู่ในต่างแดน เมื่อได้เข้าไปเป็นรัฐบาล ทั้งเรื่องใบอนุญาตทำงาน ต่ออายุใบอนุญาติ และ การนำผู้เสียชีวิต กลับภูมิลำเนา

พรรคประชาชาตินำคณะผู้สมัคร สส.แบบแบ่งเขต ทั้ง 19 เขตในภาคใต้ เดินทางไปเยี่ยมเยียนพบปะคนไทยที่ทำงานอยู่ในประเทศมาเลเซีย นำโดยนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา หัวหน้าพรรค  พ.ต.อ. ทวี สอดส่อง เลขาธิการพรรค และคณะ ไปร่วมงานเลี้ยงละศีลอดที่จัดขึ้นโดยภาคีเครือข่ายสมาคมผู้ประกอบการร้านต้มยำไทยในมาเลเซีย

งานนี้มีคนไทยจำนวนหลายร้อยคนในมาเลเซีย ทั้งกลุ่มผู้ประกอบการร้านต้มยำไทย กลุ่มนักศึกษาไทย กลุ่มพนักงานออฟฟิศ และผู้ประกอบอาชีพอื่นๆด้วย ซึ่งเดินทางมาจากหลายรัฐของมาเลเซีย ทั้งตรังกานู เปรัค ปาหัง โยโฮร์บารู มะละกา และสลังงอร์ เข้าร่วมกันอย่างคับคั่ง

กลุ่มเครือข่ายต้มยำพบพรรคประชาชาติกลุ่มเครือข่ายต้มยำพบพรรคประชาชาติ

นายโจฮารี อะหมัด ตัวแทนภาคีเครือข่ายสมาคมร้านต้มยำ     นายมูฮัมหมัดนอ บินยูโซะ สมาคมมิตรภาพต้มยำมาเลเซีย และ   นายมุสตาปา บินอิสมาอีล ผู้ประกอบการร้านต้มยำในรัฐโยโฮร์บาห์รู ขอให้พรรคประชาชาติผลักดันเรื่องการขอใบอนุญาตทำงาน (Work permit)

คุ้มครองความปลอดภัยในมาเลเซีย เพื่อให้ผู้ทำงานในมาเลเซียได้ทำงานอย่างมีความสุข ลดค่าทำเนียมใบอนุญาตทำงานในมาเลเซีย และขอให้ยืดอายุใบอนุญาตจาก 45 ปี เป็น 55 ปี รวมถึงให้สถานทูตอำนวยความสะดวกเมื่อมีผู้เสียชีวิต ในการเคลื่อนย้ายศพกลับไปยังภูมิลำเนา ซึ่งปัจจุบันมีขั้นตอนที่ยุ่งยากและล่าช้ามาก


พ.ต.อ. ทวี สอดส่อง เลขาธิการพรรคประชาชาติ ยืนยันว่าว่า ประชาชาติคือประชาชน สิทธิ์ที่ประชาชนจะได้รับจากพรรคประชาชาติจะประกอบไปด้วย คือประชาชนจะต้องมีชีวิตที่ดีขึ้น
และกฎเกณฑ์หรือกฎหมายต้องไม่ขัดกับอุดมการณ์ความเชื่อหรือหลักศาสนา ต้องสอดรับกับอัลกุรอาน หรือคัมภีร์ตามความเชื่อของตนเอง


พรรคประชาชาติต้องสร้างคนเพื่อให้คนไปสร้างชุมชนและสร้างชาติ การสร้างคนคือการสร้างเด็ก สร้างครู สร้างคุณภาพชีวิต  ช่วงที่ดำรงตำแหน่ง เลขาธิการ ศอ.บต.ดูแล 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งมีประชาชน ไปอยู่ในหลายประเทศ

โดยเฉพาะที่มาเลเซีย พี่น้องในมาเลเซียทำบุญคุณให้กับประเทศชาติมากมาย ช่วยโอบรับคนที่ไม่มีงานทำ ต้องอพยพมาหางานทำที่นี่ ให้เงินเดือน ให้ค่าจ้าง รัฐบาลจึงควรจ่ายค่าเวิร์คเปอร์มิตให้ หากเป็นรัฐบาล  จะดูแลประชาชนตั้งแต่เกิดจนถึงกุโบร์ ด้วยรัฐสวัสดิการ

‘ประวิตร’ สายตรงอวยพร ปชช. เดินทางกลับภูมิลำเนา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/546666

11 เม.ย. 2566

'ประวิตร' สายตรงอวยพร ปชช. เดินทางกลับภูมิลำเนา

‘ประวิตร’ วีดีโอคอล หา ปชช. ที่กำลังรอรถกลับภูมิลำเนา อวยพรเดินทางปลอดภัย มีความสุข สมหวัง ขณะเดียวกันถูกอวยพรกลับ ขอให้เป็น ‘นายกคนที่ 30’

เมื่อวันที่ 11 เม.ย. เฟซบุ๊ก “FC ลุงป้อม” โพสต์คลิปวิดีโอ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เเละหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ วิดีโอคอลอวยพรประชาชนเดินทางกลับภูมิลำเนาในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ในหลายจุด เช่น สถานีกลางบางซื่อ, สถานีขนส่งหมอชิต 2 และวินรถตู้ตรงข้ามหมอชิต2

โดยทีมงานได้เข้าไปทักทายและเชิญชวนให้พูดคุยกับ พล.อ.ประวิตร ผ่านวิดีโอคอลโดยตรง

พล.อ.ประวิตร กล่าวอวยพร “ขอให้ทุกคนเดินทางปลอดภัย ปลอดอุบัติเหตุ และขอให้มีความสุข สมปราถนา สมหวัง ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ และตลอดไป”

ขณะที่มีครอบครัวหนึ่งได้กล่าวสวัสดี พล.อ.ประวิตร เเละอวยพรให้มีสุขภาพเเข็งเเรง ขอให้ได้เป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 30 ตามที่ตั้งใจ

ก่อนที่ พล.อ.ประวิตรจะกล่าวขอบคุณและฝากให้เลือกพรรคพลังประชารัฐและผู้สมัครของพรรคด้วย

พล.อ.ประวิตร วีดีโอคอลประชาชนเดินทางกลับภูมิลำเนาพล.อ.ประวิตร วีดีโอคอลประชาชนเดินทางกลับภูมิลำเนา

พล.อ.ประวิตร วีดีโอคอลประชาชนเดินทางกลับภูมิลำเนาพล.อ.ประวิตร วีดีโอคอลประชาชนเดินทางกลับภูมิลำเนาพล.อ.ประวิตร วีดีโอคอลประชาชนเดินทางกลับภูมิลำเนาพล.อ.ประวิตร วีดีโอคอลประชาชนเดินทางกลับภูมิลำเนา

‘ลุงป้อม’ อวยพรปีใหม่ไทย ขอคะแนนเสียงเลือก ‘พรรคพลังประชารัฐ’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/546662

11 เม.ย. 2566

'ลุงป้อม' อวยพรปีใหม่ไทย ขอคะแนนเสียงเลือก 'พรรคพลังประชารัฐ'

กรรมการบริหารพปชร.และสื่อมวลชน รดน้ำดำหัวและรับพรจาก ‘พล.อ.ประวิตร’ ในโอกาสเทศกาลสงกรานต์ พูดอ้อนขอคะแนนเสียงเลือก ‘พรรคพลังประชารัฐ’

เมื่อวันที่  11 เม.ย. ก่อนเริ่มการประชุมคณะกรรมการบริหารพรรคพลังประชารัฐ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ เปิดให้สมาชิกพรรคและสื่อมวลชน รดน้ำขอพรเทศกาลสงกรานต์ ประจำปี2566 ตามประเพณีของคนไทย  
 

โดยมีนายสันติ พร้อมพัฒน์  รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลังและเลขาธิการพรรค , นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดีอีเอสและรองหัวหน้าพรรค , นายสกลธี ภัททิยกุล หัวหน้าทีมกทม. , นายไพบูลย์  นิติตะวัน รองหัวหน้าพรรค , นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ เหรัญญิกพรรคพลังประชารัฐ , นายวราเทพ รัตนากร  กรรมการนโยบายและฝ่ายอำนวยการพรรคพลังประชารัฐ และ นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ กรรมการบริหารพรรค เป็นต้น ท่ามกลางบรรยากาศอบอุ่นชื่นมื่น 

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ

ด้าน พล.อ.ประวิตร ก็มีสีหน้าสดใส และยิ้มแย้ม อย่างเป็นกันเอง พร้อมอวยพรสงกรานต์ขอให้สื่อมวลชนทุกคน มีสุขภาพแรงกายที่แข็งแรง มีอายุมั่นขวัญยืน เดินทางปลอดภัย เงินทองไหลมาเทมา และประสบกับความสำเร็จ มีความสุขตลอดทั้งปีใหม่ไทยนี้ และขอบคุณทุกคนที่ร่วมทำงานด้วยกันมาตลอด ปิดท้ายด้วยกล่าวอย่างอารมณ์ขันว่า “ขอให้เลือกพรรคพลังประชารัฐด้วยนะ เบอร์ 37 นะครับทุกคน”

ส่วนประชาชนที่ในการเดินทางกลับบ้านช่วงเทศกาลสงกรานต์ปี 66  พล.อ.ประวิตร อวยพรว่า ขอให้พี่น้องประชาชนเดินทางกลับบ้านโดยปลอดภัย และ ปราศจากโรคภัยไข้เจ็บ และขอให้มีแต่ความสุข สมหวังตลอดปีใหม่ ขอให้สำเร็จตามหวังทุกอย่าง 

นายสันติ ขอพร พล.อ.ประวิตรนายสันติ ขอพร พล.อ.ประวิตร

นายชัยวุฒิ ขอพร พล.อ.ประวิตรนายชัยวุฒิ ขอพร พล.อ.ประวิตร

เหตุผลทำไม ‘ไทยสร้างไทย’ คือ ทางรอดประเทศ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/546657

11 เม.ย. 2566

เหตุผลทำไม 'ไทยสร้างไทย' คือ ทางรอดประเทศ

‘สุดารัตน์’ ขอเสียงคนกทม. เลือก ‘ไทยสร้างไทย’ ทางรอดประเทศ ปราบเผด็จการ ปราบโกง ทลายรวยกระจุกจนกระจาย ด้วยนโยบายเศรษฐกิจสร้างความแข็งแรงในคนตัวเล็ก

เมื่อวันที่ 11 เม.ย. บริเวณ ชั้น 1 ตึกเนชั่น ทีมพรรคไทยสร้างไทย นำโดย คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ หัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี , นายสุพันธุ์ มงคลสุธี รองหัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยผู้บริหารพรรคและผู้สมัคร กทม. 33 เขต เยือนสื่อในเครือเนชั่นทีวี โครงการ Road To Future เลือกตั้ง 66 อนาคตประเทศไทย

คุณหญิงสุดารัตน์ เปิดเผยว่า การเลือกตั้งครั้งนี้จะทำให้ประเทศไทยไปรอด เพราะวันนี้เราอยู่ท่ามกลางสงครามการเมือง 2 ขั้ว ต่างแยกชิงอำนาจมาตั้งแต่รัฐประหารปี 2549 เกิดรัฐประหารมาแล้ว 2 ครั้ง ผ่านมา 17 ปี ประชาชนทุกข์หรือสุขมากขึ้น เราจะอยู่แบบเดิมต่อไปหรือไม่ หากเลือกแบบเดิม จะไม่สามารถออกพ้นจากสงครามนี้ได้ ซึ่งคาดว่าหลังจบการเลือกตั้งจะเกิดสงครามความขัดแย้งครั้งใหม่ที่ใหญ่กว่าเดิม ถามว่าประชาชนไปต่อไหวหรือไม่ ไม่ไหวแล้ว หากแก้การเมืองไม่ได้ ก็ไม่สามารถแก้เศรษฐกิจได้ 

ขณะนี้ประชาชนไม่มีเวลารอแล้ว ดังนั้นเลือก ไทยสร้างไทย เบอร์ 32 เราจะสร้างชัยชนะให้กับประชาชนเอง เราพรรคใหม่จะพาประชาชนไปรอด เพราะ พรรคใกหม่ แต่หัวใจเดิม มีประสบการณ์ ทำงานได้ทันที เศรษฐกิจดี พาประเทศเดินหน้าได้ ที่สำคัญเผด็จการจะไม่ได้กลับมา เราจะไม่สร้างวิกฤตเพิ่มเติมให้กับประเทศ ไม่สร้างเงื่อนไขให้เกิดการรัฐประหารอย่างแน่นอน 

คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์

สำหรับนโยบายเศรษฐกิจนั้น เราจะเปลี่ยนรูปร่างจากสามเหลี่ยม รวยกระจุกจนกระจาย เป็นลูกรักบี้ คือ รวยนิดเดียวจนนิดเดียว คนตรงกลางพออยู่พอกินและมีรายได้ ไม่มีหนี้ ซึ่งได้ประกาศไปแล้วว่า SME หรือ คนตัวเล็ก เป็นวาระแห่งชาติ ซึ่งเราจะสร้างพลังด้วยกองทุนสร้างไทย 3 แสนบาท โดยเอาเงินจากลุงที่กู้และผ่อนยังไม่หมด เพื่อนำมาสนับสนุนคนตัวเล็ก ให้เข้าถึงเงินทุนต่างๆ โดยให้เอกชนเข้ามาร่วมบริหาร ไม่ได้ให้รัฐทำและปล่อยเงินไม่ได้

ไทยสร้างไทยจะไม่แจกบัตรคนจน เพราะเราไม่ต้องการให้ประชาชนเป็นขอทาน แต่เราจะแจกบัตรเครดิต กู้ 5,000-50,000 บาท ตลอดชีวิตตราบใดที่ไม่เบี้ยวหนี้ ซึ่งปัจจุบันคนตัวเล็ก ต้องเสียดอกเบี้ยนอกระบบร้อยละ 20 ต่อเดือน หรือ 240% ต่อปี ในขณะที่คนรวยเสียดอกเบี้ยเพียง 2-3% ต่อปี แล้วเมื่อไรคนจน 90% ของประเทศจะรวย ทำแบบนี้เราให้ดอกเบี้ยไม่ถึง 1% ต่อเดือน ไปล้างหนี้นอกระบบ นำเงินไปทำมาหากิน

ด้านนายสุพันธ์ กล่าวว่า การเมืองและเศรษฐกิจต้องไปด้วยกัน ต้องยอมรับว่าวันนี้ ปัญหาเศรษฐกิจของประเทศเราคือคนตัวเล็ก ดังนั้นนโยบายของเราคือดูแลคนตัวเล็ก ให้กลับมาเข้มแข็ง แข็งแรงยิ่งขึ้นและเป็นรูปธรรม สร้าง SME ให้เข้มแข็ง ที่สำคัญสร้างความสุขให้กับประชาชน และปราบคอรัปชั่นให้หมดไป

ด้านน.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ รองหัวหน้าพรรคและผอ.เลือกตั้ง พูดถึงการปราบคอรัปชั่นว่า ตนเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรตั้งแต่ปี 2550 10 กว่าปีที่ผ่านมา สิ่งสำคัญของประเทศ คือ การทุจริตคอรัปชั่น งบลงทุนของประเทศไทยสูงมาก ทุกบาททุกสตางค์ควรจะไปสร้างความสุขให้ประชาชน แต่วันนี้หลายโครงการเดินไปไม่ได้ ทำไม่เสร็จ ถูกจับได้บนความทุจริต ดังนั้นจึงเป็นปัญหาหลักสำคัญที่เราจะต้องประกาศสงคราม ถึงขั้นตอนตั้งศูนย์ปราบโกง

พรรคไทยสร้างไทย

‘บิ๊กตู่’ หวั่น ‘เงินดิจิทัล’ กระทบคลัง ยันรบ.นี้ จ่ายถึงผู้เดือดร้อนจริง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/546646

11 เม.ย. 2566

'บิ๊กตู่' หวั่น 'เงินดิจิทัล' กระทบคลัง ยันรบ.นี้ จ่ายถึงผู้เดือดร้อนจริง

‘บิ๊กตู่’ หวั่นนโยบายแจก ‘เงินดิจิทัล 10,000 บาท’ กระทบคลัง แม้การเงินประเทศเริ่มดีขึ้น ยืนยันรัฐบาลชุดนี้ จ่ายเงินถึงผู้เดือดร้อนจริง

เมื่อวันที่ 11 เม.ย. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่างถึงนโยบายเติมเงินดิจิทัล 10,000 บาทของพรรคเพื่อไทยว่า ตนไม่ได้อยากไปยุ่งกับใครเพราะเป็นเรื่องการหาเสียงของแต่ละพรรค ซึ่งกระทรวงการคลังขอให้ระมัดระวังเรื่องสถานะทางการเงินการคลังของประเทศ แต่ขณะนี้ถือว่ามีแนวโน้มดีขึ้น อาจจะยังไม่เป็นที่พอใจของประชาชน ก็ขอให้เห็นใจรัฐบาลด้วย ซึ่งอาจจะต้องใช้เวลาและระมัดระวังให้มากที่สุด

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า ในส่วนของรัฐบาลนั้น ที่ผ่านมาใช้จ่ายไปให้ถึงผู้ที่เดือดร้อนจริงๆ เช่น บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ สามารถบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนได้พอสมควร ทั้งนี้งบประมาณปี 2567 ที่ตั้งไว้ หากจะต้องแก้ ก็ต้องไปแก้ในสภา 

ส่วนกรณีเวทีดีเบตก่อนการเลือกตั้ง ถือเป็นเรื่องที่ดี กำชับตัวแทนพรรครวมไทยสร้างชาติขอให้สุภาพเรียบร้อย ไม่ขัดแย้งกับพรรคใด ไม่ว่าจะรู้จักหรือไม่รู้จักก็ตาม เพราะตนไม่ใช่ฝ่ายตรงข้ามกับใคร มองประชาชนและประเทศชาติเป็นหลักตลอดเวลา ต้องให้เกียรติซึ่งกันและกัน และในฐานะประธานยุทธศาสตร์พรรคก็ต้องมั่นใจว่าพรรคจะได้เกิน 100 ที่นั่ง เป็นธรรมดาของทุกพรรคการเมือง ทำอะไรก็ต้องทำด้วยความถูกต้องสุจริตตามนโยบายของพรรค ขอให้เชื่อมั่นในตัวหัวหน้าพรรค แต่หากทุกคนต้องการความหวือหวา ตนก็ไม่รู้จะทำอย่างไร พร้อมย้ำขอให้ระมัดระวังเรื่องความเสียหาย ขนาดใหญ่จะตามมา

‘ขิง เอกณัฏ’ ไม่เชื่อโพล ‘ลุงตู่-รทสช.’ ตกต่ำ ชี้พลาดเลือกตั้งหลายยก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/546634

11 เม.ย. 2566

'ขิง เอกณัฏ' ไม่เชื่อโพล 'ลุงตู่-รทสช.' ตกต่ำ ชี้พลาดเลือกตั้งหลายยก

‘ขิง เอกณัฏ’ มั่นใจ 33 เก้าอี้กทม.ตกเป็นของ รทสช. เมินโพลกระแสลุงตู่และพรรค เชื่อนโยบายบัตรสวัสดิการพลัส เบี้ยคน-ชรา ยังขายได้ ด้าน ‘ลอรี่’ ชู ประกันสังคมฟรีแลนซ์-ทหารอาสา ของเด็ดปชช.ไม่ค่อยรู้

เมื่อวันที่ 11 เม.ย. ที่บริเวณ ชั้น 1 อาคารเนชั่น นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ เลขาธิการพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) นำผู้สมัคร สส.กทม. 33 เขต เยือนสื่อในเครือเนชั่นทีวี โครงการ Road To Future เลือกตั้ง 66 อนาคตประเทศไทย


นายเอกนัฏ เปิดเผยว่า ขณะนี้มีความพร้อม 101% สำหรับสนามเลือกตั้งกทม. กระแสตอบรับดีมาก ตนอยู่ในวงการการเมืองกทม.มา 10 กว่าปี ครั้งนี้มั่นใจมาก เพราะกระแส พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หรือ ลุงตู่ และพรรค รทสช. ดีวันดีคืน กว่าจะถึงวันที่ 14พ.ค. มั่นใจจะปักหลักนำชัยชนะมาสู่พรรคได้แน่  

ส่วนโพลต่างๆ ที่สำรวจพบว่า ลุงตู่ และ พรรค มักอยู่อันดับที่ 3 นั้น นายเอกนัฏ มองว่า ผลโพล กทม. ไม่เคยแม่น ไม่เชื่อ เพราะ เป็นการสำรวจจังหวัดนั้น ตอนนั้น โดยเฉพาะในกทม. อดีตเมื่อปี 2554 สำรวจประชาธิปัตย์แพ้เพื่อไทย แต่พอถึงเวลาเลือกตั้งกลับชนะ ส่วนปี 2562 สำรวจบอกว่า พรรคพลังประชารัฐจะมีสส.ไม่ถึง 3 คน อย่างมากสุด 2 คน ปรากฏว่า ได้สส. 13 คน สำหรับปีนี้ 2566 วันนี้ตัวเลขของพล.อ.ประยุทธ์ และ รทสช. ห่างจาก เพื่อไทยและก้าวไกลเพียง 5-6% เท่านั้น จึงเชื่อว่า วันเลือกตั้ง พลังเงียบจะออกมาพลิกเกมได้ 

นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์

ด้าน น.ส.รัดเกล้า สุวรรณคีรี หรือ เนเน่ ผู้สมัครเขตบางพลัดและเขตบางกอกน้อย ลูกสาวของ ดร.ไตรรงค์ สุวรรณคีรี พูดถึงนโยบายเด็ดของพรรคที่ประชาชนชื่นชอบอย่างมาก คือ 2 1,000 บาท บัตรสวัสดิการพลัส หรือ บัตรลุงตู่ 1,000 , เพิ่มเบี้ยคนชรา 1,000 บาท และ 1 10,000 บาท ผู้ถือบัตรยังมีสิทธิกู้ฉุกเฉินในวงเงิน 10,000 บาทต่อคน โดยสามารถนำบัตรนี้ไปเป็นหลักประกันเงิน ซึ่งเป็นนโยบายที่ทำให้ประชาชนไม่เป็นหนี้นอกระบบ 

ยืนยันหากได้เป็นสส.ทำหน้าที่ในสภาอย่างดีที่สุด เพราะผู้สมัครของเรา ไม่ใช่ลงพื้นที่เพียงให้ประชาชนรู้จักเรา แต่เราลงพื้นที่เพื่อที่เราจะรู้จักทุกคนด้วย ดังนั้น เราเข้าใจปัญหา และความเดือดร้อนประชาชนเปลี่ยนแปลงทุกวัน เราจะอัพเดตทุกวันเช่นกัน

น.ส.รัดเกล้า สุวรรณคีรี (ขวาสุด)น.ส.รัดเกล้า สุวรรณคีรี (ขวาสุด)

ด้านพงศ์พล ยอดเมืองเจริญ หรือ ลอรี่ ผู้สมัครเขตสวนหลวงและเขตประเวศ หนุ่มโปร์ไฟล์ดี จบเมืองนอก  นักธุรกิจสตาทอัพ เปิดใจว่า ตนอาสามาเป็นผู้สมัครที่รวมไทยสร้างชาติเพื่อหนึ่งในทางเลือกของบุคคลธรรมดาที่จะลุกขึ้นมาทำงานการเมือง แต่ตนไม่ประกาศว่าจะเป็นนักการเมือง แต่จะมาเป็นนักพัฒนาบ้านเมืองของเราโดยเฉพาะ สวนหลวง-ประเวศ พื้นที่ที่ตนรับผิดชอบ หาบ้านเมืองเรามีเยอะ แทนที่จะมานั่งเล่นเกมการเมือง ซึ่งพรรครวมไทยสร้างชาติมีเสน่ห์เชื่อมต่อคนทุกรุ่นได้ดี สำหรับผู้สมัครทั้งหมด เค้าเข้ามาทำงานเพื่อประชาชนและไม่ได้มาแบบเล่นๆ ทำอย่างไรจะเป็นตัวแทนที่ดีที่สุด 

นายพงศ์พล กล่าวถึงสาเหตุทำไมเลือก รทสช. เพราะ เป็นตัวเลือกที่ดีและแข็งแรงที่สุด ไม่สุดโต่งอย่างที่ใครว่า ไม่ได้เป็นอย่างที่โซเชียลยัดเยียดให้เราเป็น เราทำหน้าที่ของเรา เราจะอาสาทำให้ดีที่สุด 

นอกจากนี้นโยบายที่นอกจากบัตรสวัสดิการพลัส รทสช.ยังมีทีเด็ด เช่น ประกันสังคมฟรีแลนซ์ เหมาะคนกรุง เพราะคนส่วนใหญ่มีอาชีพรับจ้างอิสระหรือบางคนตกงาน รับจ้างวันต่อวัน บัตรนี้สามารถคุ้มครองประกันสุขภาพได้โดยรัฐออกให้ครึ่งหนึ่ง 300-400 บาท ช่วยให้เขาสามารถมีอิสระในชีวิตมากขึ้น และนโยบายทหารอาสา เพิ่มสวัสดิการทหาร ซึ่งเราไม่ได้จะยกเลิกการเกณฑ์ทหาร 100% แต่เพิ่มสวัสดิการมากขึ้น เรียนปริญญาตรีในค่ายทหาร ซึ่งจะทำให้คนกลับมาเกณฑ์ทหารมากขึ้น ดังนั้นจะเหลือทหารที่เกณฑ์ 30% ยกเลิก 70% ถือว่าไปด้วยกันได้ 
นายพงศ์พล ยอดเมืองเจริญนายพงศ์พล ยอดเมืองเจริญ

อดีต กกต. ห่วง ‘นโยบาย’ หลาย ‘พรรคการเมือง’ ไม่คำนึงถึงกฎหมาย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/546635

11 เม.ย. 2566

อดีต กกต. ห่วง 'นโยบาย' หลาย 'พรรคการเมือง' ไม่คำนึงถึงกฎหมาย

การเลียนแบบกันออก ‘นโยบาย’ ที่ต้องใช้งบประมาณแผ่นดินของหลาย ‘พรรคการเมือง’ ทำให้อดีต กกต. กังวลว่า จะผิดกฎหมายวินัยการเงินการคลัง

อดีตกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. ห่วงการเลียนแบบ นโยบายของหลายพรรคการเมือง ที่ใช้งบประมาณแผ่นดินจำนวนมาก หลัง กกต. ระบุว่าสามารถทำได้ ทั้งที่ในข้อเท็จจริง การทำนโยบาย ควรคำนึงถึงขีดความสามารถทางงบประมาณรายจ่ายของประเทศ เช่น ปี 2568 มี 3.3 ล้านล้านบาท เป็นงบลงทุน 20.5 % ที่เหลือเป็นรายจ่ายประจำ และการก่อหนี้สาธารณะ ต้องไม่เกินเพดาน 70 %  ของ GDP

สมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้งระบุว่า หากจะเอางบประมาณแผ่นดินมาใช้ในนโยบายประชานิยม ต้องพิจารณาว่าจะเอามาจากส่วนใด  หากจะตัดงบลงทุนก็ต้องเติมกลับเข้าไป เพราะ กฎหมายวินัยการเงินการคลังกำหนดไว้ชัดว่า งบลงทุนต้องไม่น้อยกว่า 20% หากจะกู้ก็ต้องมีเหตุและผลที่เหมาะสม เพราะจะส่งผลต่อหนี้สาธารณะของประเทศ

จากการเปรียบเทียบในเชิงตัวเลข หลายพรรคใช้งบประมาณมากกว่าพรรคเพื่อไทยหลายเท่า เช่น นโยบายเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุของพรรคพลังประชารัฐ ที่ระบุว่าจะให้คนอายุ 60 ปีขึ้นไป คนละ 3,000 บาท  70 ปีขึ้นไป 4,000 บาท และ 80 ปีขึ้นไป 5,000 บาท หากจ่าย 4 ปี งบประมาณจะอยู่ที่  2 ล้านล้านบาท มากกว่าของพรรคเพื่อไทยถึง 4 เท่า

ในทางกฎหมายต้องพิจารณา 2 เรื่อง คือเป็นความผิดสัญญาว่าจะให้ ตามมาตรา 73 (1) แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยการเลือกตั้ง ซึ่งหน้าที่การตีความควรเป็นของคณะกรรมการการเลือกตั้ง ไม่ใช่หน้าที่ของเลขาธิการ กกต.  ทั้งนี้ไม่ควรมีสิทธิมาพูดก่อนล่วงหน้า จะผิดหรือไม่ขึ้นอยู่กับการวินิจฉัยของ กกต. และกฎหมายวินัยการเงินการคลังของรัฐ ปี 2561

ซึ่งเกิดจากการประชุมระดมความคิดจากนักวิชาการ ผู้มีประสบการณ์ในการบริหารการเงินการคลังภาครัฐ ที่มองปัญหาเศรษฐกิจของประเทศที่อาจได้รับผลกระทบจากการดำเนินนโยบายที่มุ่งได้รับคะแนนนิยมจากประชาชน มากกว่า ความมั่นคงและยั่งยืนทางเศรษฐกิจของประเทศ ซึ่งมีข้อกำหนดทางวินัยการเงินการคลังเกี่ยวกับการกู้ยืมเงินจะทั้งในหรือนอกประเทศ ของหน่วยราชการ รัฐวิสาหกิจ ต้องไม่เกินเพดานหนี้สาธารณะ ซึ่งปัจจุบันกำหนดไว้ ไม่เกิน ร้อยละ 70 ของ GDP.

กฎหมายวินัยการเงินการคลัง กลายเป็นข้อห้ามและข้อจำกัดในการดำเนินนโยบายที่หวือหวา จึงมีลักษณะเป็นแนวอนุรักษ์นิยม (Conservative) และอาจเป็นไม่ถูกใจของพรรคการเมืองแนวเสรีนิยม (Liberalist) ทั้งนี้เพื่อมุ่งรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจเป็นหลัก แต่ตราบใดที่ กฎหมายยังมีอยู่ ก็ยังจำเป็นต้องยึดถือ จนกว่าคณะรัฐมนตรี หรือ สภาผู้แทนราษฎร ชุดใหม่ จะเห็นว่า ไม่เป็นประโยชน์ ก็สามารถใช้กลไกทางนิติบัญญัติในการแก้ไขในอนาคตได้

ส่วนมาตรา 57 ของ พ.ร.ป.พรรคการเมืองฯ ที่กำหนดว่าพรรคการเมืองต้องระบุแหล่งที่มาในการใช้งบประมาณ แต่มาตราดังกล่าวไม่ค่อยมีผลในการบังคับใช้ และ กกต.เองมีข้อจำกัดในการวิเคราะห์ อาจไม่มีผู้เชี่ยวชาญทางเศรษศาสตร์มหภาคที่จะบอกว่าตัวเลขต่าง ๆ จะก่อให้เกิดผลกระทบอย่างไร ส่วนบทลงโทษในมาตรานี้ค่อนข้างน้อย คือการตักเตือน และปรับแค่วันละ 10,000 บาทจนกว่าจะมีการแก้ไขให้ถูกต้อง ซึ่งขณะนี้มีการส่งข้อมูลเพียงไม่กี่พรรคเท่านั้น

‘ประชาธิปัตย์’ ชี้ จับขั้วรัฐบาลล่วงหน้า ถือว่าดูถูกประชาชน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/546625

11 เม.ย. 2566

'ประชาธิปัตย์' ชี้ จับขั้วรัฐบาลล่วงหน้า ถือว่าดูถูกประชาชน

ไม่มีนโยบาย พาประเทศไปตายดาบหน้า พรรค’ประชาธิปัตย์ ‘ชี้ จับขั้วรัฐบาลก่อนการเลือกตั้ง ถือเป็นการดูถูกประชาชน

พรรคประชาธิปัตย์จุดยืนชัดเจน ไม่จับขั้วรัฐบาล ก่อนการเลือกตั้ง ถือเป็นการดูถูกประชาชน ที่ยังไม่ได้ที่ให้คำตอบว่าสุดท้ายแล้วเขาต้องการให้พรรคไหนเป็นรัฐบาล ใครรวมเสียงข้างมากได้สามารถไปเป็นรัฐบาลได้ ประชาชนตอบคนแรก ถ้าประชาชนยังไม่ตอบ ต้องไม่ตอบก่อนประชาชน และไม่มีนโยบาย พาประเทศ ไปตายเอาดาบหน้า และเชื่อมั่นว่ามี เสียงตอบรับที่ดีขึ้น 

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการเลือกตั้งว่า การเลือกตั้งเที่ยวนี้เราก็ทำอย่างเต็มที่ ไม่มีปัญหาอะไร พรรคประชาธิปัตย์ได้รณรงค์หาเสียงมาโดยตลอด ซึ่งมั่นใจว่าเสียงตอบรับดีขึ้น ยังมีพลังเงียบ และมีพลังประชาธิปัตย์อีกจำนวนมากที่พร้อมจะกลับมาช่วยหนุนพรรคประชาธิปัตย์ในการเลือกตั้งเที่ยวนี้

ดูได้จากการปราศรัยที่นครสวรรค์ล่าสุด มีคนหลายหมื่นมาร่วมฟังปราศรัยและสนับสนุนพรรคเกินความคาดหมาย ทำให้ได้เห็นว่าสิ่งที่เราประเมินจากการลงพื้นที่ว่าประชาธิปัตย์มีเสียงตอบรับดีขึ้นนั้น เมื่อถึงเวลาก็ได้เห็นภาพที่เป็นรูปธรรมปรากฎขึ้นว่าเป็นไปได้จริง

ส่วนการจับขั้วทางการเมืองก่อนการเลือกตั้งนั้น นายจุรินทร์ ยังยืนยันว่า เรื่องนี้ขอให้ประชาชนตอบก่อน ตนยังไม่เปลี่ยนหลักในเรื่องนี้ พร้อมกับยืนยันชัดเจนว่าจะเป็นขั้วไหนอย่างไรนั้น เป็นเรื่องผลการเลือกตั้ง ใครไปจับขั้วก่อนก็ไม่ได้แปลว่าจะเป็นไปตามนั้น แต่ถ้าจับกันแล้วตั้งรัฐบาลได้เลยก็ไม่ต้องมีเลือกตั้ง แล้วจะเรียกว่าเป็นประชาธิปไตยได้อย่างไร

พรรคประชาธิปัตย์ยืนหลักเคารพเสียงประชาชน มีหลักคิดไม่เปลี่ยน มีความชัดเจน ทั้งนโยบาย จุดยืน อุดมการณ์มั่นคง ประชาชนไว้วางใจในนโยบายได้ ไม่พาประเทศหลงทางในอนาคตแน่นอน ไม่ว่าจะเป็นนโยบายการเมือง เศรษฐกิจ สังคม มีความชัดเจนในตัว และ ประเมินว่าได้รับเสียงตอบรับดีขึ้นเป็นลำดับ ย้ำนโยบายของพรรคการเมืองต้องไม่พาประเทศไปตายเอาดาบหน้า และต้องมีความชัดเจนถึงที่มาที่ไป