ปชป.ขอ สส. ยก จ.กระบี่ ‘มาดามเดียร์’ ฟาดกระทบชิ่งปมรถไฟฟ้าสีส้ม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/546606

10 เม.ย. 2566

ปชป.ขอ สส. ยก จ.กระบี่ 'มาดามเดียร์' ฟาดกระทบชิ่งปมรถไฟฟ้าสีส้ม

แกนนำประชาธิปัตย์ ลุยหาเสียงภาคใต้ ‘บัญญัติ’ หวังกระบี่ได้ สส.ยกจังหวัด ‘มาดามเดียร์’ ฟาดกระทบชิ่งปมรถไฟฟ้าสีส้ม เชียร์คนใต้อย่ายอมให้เขาเอาเงินหลักร้อยมาแลก ‘ธนวัช ภูเก้าล้วน’ ขอเดินหน้าผลักดัน มหาวิทยาลัยอันดามัน

นายบัญญัติ บรรทัดฐาน ประธานกรรมการสภาที่ปรึกษา และอดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมด้วย น.ส.วทันยา บุนนาค ประธานคณะทำงานนวัตกรรมการเมือง ช่วยนายสาคร เกี่ยวข้อง ผู้สมัคร สส. กระบี่ พรรคประชาธิปัตย์ หมายเลข 5 ปราศรัยขอคะแนนสนับสนุนจากประชาชน 

โดยมี นายธนวัช ภูเก้าล้วน ผู้สมัคร สส. กระบี่ เขต 1 หมายเลข 3 , น.ส.พิมพ์รพี พันธุ์วิชาติกุล ผู้สมัคร สส. กระบี่ เขต 3 หมายเลข 5 และ นายทวีเกียรติ ใจดี ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ ในนามทีมกระบี่ ร่วมปราศรัยด้วย

โดย นายสาคร ยืนยันว่า หากได้กลับเข้าไปในสภาอีกครั้งจะเดินหน้าผลักดัน พ.ร.บ.ปาล์มน้ำมันและผลิตภัณฑ์ปาล์มน้ำมัน เพื่อจะได้ดูแลพี่น้องเกษตรกรสวนปาล์มให้มีชีวิตที่ดีขึ้น ซึ่งในสภาชุดก่อนตน และ สส.พิมพ์รพี ได้ช่วยกันผลักดันจนสามารถตั้งกรรมาธิการขึ้นมาพิจารณา แต่ท้ายที่สุดกลับไม่สามารถนำเข้าสู่การพิจารณาของสภาได้ เพราะมี พ.ร.บ.กัญชามาขัดขว้างไม่ให้เข้าพิจารณาได้ ซึ่งทุกครั้งที่กฎหมายกัญชาเข้าสภา สภาล่มทุกครั้ง ไปขอให้ถอนออกไปเพื่อให้กฎหมายอื่นที่สำคัญต่อประชาชนก็ไม่ยอม ทั้งที่พรรคการเมืองอื่นๆทุกพรรคก็ไม่เห็นด้วย

ปชป. หวัง สส.กระบี่ ยกจังหวัด

นายบัญญัติ กล่าวว่า เห็นบรรยากาศในการปราศรัยวันนี้รู้สึกมีกำลังใจ มีความหวังมากขึ้น ทำให้มั่นใจว่าการเลือกตั้งครั้งนี้พรรคประชาธิปัตย์จะไม่ผิดหวัง และหวังว่าจังหวัดกระบี่จะได้ สส.จากพรรคประชาธิปัตย์ยกทั้งจังหวัด เพื่อความเป็นเอกภาพในการทำงานในจังหวัด มีพลังทางการเมืองที่จะสามารถผลักดันการพัฒนาความเจริญก้าวหน้าให้กับจังหวัดมากยิ่งขึ้น และวันนี้ขอย้ำว่าพรรคประชาธิปัตย์พร้อมจริงๆ แม้จะมีคนออกไปจากพรรคประชาธิปัตย์ แต่ก็ยังมีคนไหลกลับเข้ามาอีกจำนวนมาก

“ท่ามกลางคนไหลออกของพรรคประชาธิปัตย์ยุคนี้ เรามีเลือดใหม่คนรุ่นใหม่ไฟแรงไหลเข้า โดยเฉพาะผู้สมัครใน กทม. มีคนรุ่นใหม่จำนวนมาก มีทุกอาชีพ ทั้งกัปตัน หมอ รวมถึงนักกีฬาทีมชานิ นี่คือวิวัฒนาการของพรรคการเมือง และก็เป็นความมุ่งปรารถนาของพรรคประชาธิปัตย์ เพราะคนที่ก่อตั้งต้องการสร้างพรรคการเมืองที่ให้อยู่ยั่งยืนยงกับประเทศไทย เราจึงยืนอยู่ได้มาโดยตลอด มีคนเข้า มีคนออก วันนี้จึงพูดได้เต็มคำว่าพรรคเป็นของคนทุกรุ่นในประเทศนี้” นายบัญญัติ กล่าว

แกนนำประชาธิปัตย์ ลุยหาเสียง จ.กระบี่แกนนำประชาธิปัตย์ ลุยหาเสียง จ.กระบี่

แกนนำประชาธิปัตย์ ลุยหาเสียง จ.กระบี่แกนนำประชาธิปัตย์ ลุยหาเสียง จ.กระบี่

นายบัญญัติ บรรทัดฐาน อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ช่วยผู้สมัคร สส. กระบี่ หาเสียงนายบัญญัติ บรรทัดฐาน อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ช่วยผู้สมัคร สส. กระบี่ หาเสียง

ผู้แทนที่ได้มาด้วยศรัทธา ความไว้ใจของประชาชน งานอย่างเดียวเท่านั้นที่จะตอบแทนความศรัทธาไว้วางใจของพี่น้องประชาชนได้ ต่างกับผู้แทนที่ได้มาด้วยการเอาเงินมาแจก เพราะเขาถือว่าเขาซื้อแล้ว เขาให้แล้ว ขาดตัวกันไปเลย

นายบัญญัติ ดีใจเห็นมวลชนมาให้กำลังใจ ปชป. จำนวนมากนายบัญญัติ ดีใจเห็นมวลชนมาให้กำลังใจ ปชป. จำนวนมาก

ภารกิจที่สำคัญของผู้แทนราษฎรที่ว่านี้ คือเข้าไปถอนทุน และไม่เพียงแค่ถอนทุน แต่ยังจะต้องเตรียมทุนเอาไว้สำหรับการเลือกตั้งครั้งหน้าอีก และเมื่อได้ทั้งถอนทุน สะสมทุน ก็นำไปสู่การทุจริตคอรัปชั่น หรือที่เรียกว่า ธุรกิจการเมือง ซึ่งบุคคลที่ต่อต้านเรื่องนี้มายาวนานคือ นายชวน หลีกภัย อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์

มาดามเดียร์ ฟาดปมรถไฟฟ้าสีส้มมาดามเดียร์ ฟาดปมรถไฟฟ้าสีส้ม

‘มาดามเดียร์’ฟาดปมรถไฟฟ้าสีส้ม

ขณะที่ น.ส.วทันยา เน้นย้ำถึงการเป็นสถาบันการเมืองของพรรคประชาธิปัตย์ ที่กล้าพูดได้ว่าเป็นพรรคการเมืองเดียวที่ไม่มีนายทุน ไม่มีเจ้าของ ซึ่งเหตุผลที่ต้องย้ำเรื่องนี้เพราะเป็นเรื่องสำคัญ เนื่องจากหากเลือกผู้แทนจากพรรคการเมืองที่มีนายทุน เมื่อเข้าไปในสภา นักการเมืองเหล่านั้นก็จะคำนึงถึงแต่ผลประโยชน์ของนายทุนมากกว่าประชาชน โดยที่ไม่ไม่มีประชาชนอยู่ในสมการใดของเขา

น.ส.วทันยา ยังกล่าวถึงการประมูลรถไฟฟ้าสายสีส้มที่มีปัญหา เกี่ยวกับการทุจริตที่มูลค่าสูงถึง 68,000 ล้านบาท ซึ่งหากนำเงินจำนวนดังกล่าวมาทำถนนในพื้นที่ภาคใต้ได้อีกหลายเส้นทาง หรือเอาไปดูแลอนาคตการศึกษาของลูกหลานเราก็สามารถให้เรียนฟรีจนจบปริญาตรีได้อย่างสบาย รวมถึงยังสามารถนำไปพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนใต้ได้อีกมากมาย

“แต่ลองคิดดู พี่น้องจะยอมหรือให้เขาเอาเงินจำนวนเพียงแค่หลักร้อย สองร้อย สามร้อย หลักพันบ้าง มาซื้อสิทธิของพี่น้อง ทำแบบนี้แปลว่าเขาดูถูกคนใต้เกินไปไหม แล้วคนใต้จะยอมให้พรรคเหล่านี้ดูถูกเราแบบนี้หรอ ถ้าไม่ยอม เราก็ต้องไม่ยอมให้พรรคการเมืองที่ฉ้อฉลมาเอาเปรียบเราอีกต่อไป” น.ส.วทันยา กล่าว

ป้ายหาเสียงผู้สมัคร สส.ปชป.จ.กระบี่ป้ายหาเสียงผู้สมัคร สส.ปชป.จ.กระบี่

จากนั้น นายบัญญัติ และ น.ส.วทันยา พร้อมด้วยผู้สมัคร สส. ทีมกระบี่ ทั้ง 4 คนของพรรคประชาธิปัตย์ ได้เดินทางต่อไปยังตลาดคลองเหนือ เพื่อปราศรัยขอคะแนนเสียงให้กับ นายธนวัช ภูเก้าล้วน ผู้สมัคร ส.ส. กระบี่ เขต 1 หมายเลข 3 ที่ตลาดเทศบาลตำบลเหนือคลอง

ผู้สมัคร สส.ปชป.จ.กระบี่ผู้สมัคร สส.ปชป.จ.กระบี่

แกนนำปชป.ลุยใต้หาเสียงช่วยผู้สมัคร สส.แกนนำปชป.ลุยใต้หาเสียงช่วยผู้สมัคร สส.

โดย นายธนวัช กล่าวว่า วันนี้ตนได้รับโอกาสให้ลงสมัคร สส.ในนามพรรคประชาธิปัตย์ ปชป.เป็นสถาบันการเมืองเดียวที่ยั่งยืน และไม่ใช่เรื่องง่ายที่พรรคการเมืองจะอยู่ยั่งยืนได้นานขนาดนี้ แต่ตนก็ไม่เข้าใจว่าคนอื่นที่ดูถูกพรรคประชาธิปัตย์ว่าจะสูญพันธุ์ จะตกต่ำ ซึ่งคิดว่าหากเขาคิดแบบนั้นจริงเขาจะไม่พูดถึงพรรคประชาธิปัตย์ แต่การที่เขาพูดถึงพรรคประชาธิปัตย์แบบนั้นก็เพราะเขากลัวว่าเราจะปลุกพรรคประชาธิปัตย์กลับมาอีกครั้ง ปลุกความดีที่พรรคประชาธิปัตย์เคยได้พัฒนาจังหวัดกระบี่มายาวนาน วันนี้พรรคประชาธิปัตย์กลับมาแล้ว ฟื้นกลับมาแล้ว และมีความหวังกลับมาแล้ว

มหาวิทยาลัยอันดามัน

นายธนวัช ยังได้ย้ำถึงนโยบายของพรรคประชาธิปัตย์ที่เกี่ยวกับการศึกษา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการเรียนฟรีจนถึงปริญญาตรี ที่จะลดภาระค่าใช้จ่ายของผู้ปกครอง รวมถึงมีนโยบายสนับสนุนให้เด็กได้ดื่มนมโรงเรียนฟรี 365 วัน

“หากผมได้เข้าไปเป็นตัวแทนของพี่น้องชาวกระบี่ในสภา ตนจะเดินหน้าผลักดันให้เกิด “มหาวิทยาลัยอันดามัน” ให้เกิดขึ้นที่จังหวัดกระบี่ให้ได้ เพื่อที่จะทำให้ให้ลูกหลานของเราไม่ต้องไปเรียนต่างจังหวัด”นายธนวัช กล่าว

ประชาชนมาให้กำลังใจและฟังปราศรัยพรรคประชาธิปัตย์ ประชาชนมาให้กำลังใจและฟังปราศรัยพรรคประชาธิปัตย์

ทีมเศรษฐกิจ ‘เพื่อไทย’ บุก ‘เขตสวนหลวง’ -ประเวศ จับเข่าคุยนักธุรกิจ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/546604

10 เม.ย. 2566

ทีมเศรษฐกิจ 'เพื่อไทย' บุก 'เขตสวนหลวง' -ประเวศ จับเข่าคุยนักธุรกิจ

ขยายแนวคิด เงินดิจิตอล ทีมเศรษฐกิจ พรรค ‘เพื่อไทย’ จับเข้าคุยนักธุรกิจ ‘เขตสวนหลวง’ – ประเวศ ช่วยผู้สมัคร สส. หาเสียง

ทีมเศรษฐกิจ พรรคเพื่อไทยพบปะผู้ประกอบการ SME ณ ศูนย์ประสานงานพรรคเพื่อไทย ซอยพัฒนาการ 35  กรุงเทพมหานคร พร้อมล้อมวงคุยในหัวข้อ เขตสวนหลวง-ประเวศ แลนด์สไลด์ สะเทือนถึงดวงดาว ปลดปล่อยศักยภาพเศรษฐกิจไทย”

เพื่อไทยล้อมวงคุย นักธุรกิจ เขตสวนหลวง - ประเวศเพื่อไทยล้อมวงคุย นักธุรกิจ เขตสวนหลวง – ประเวศ

โดยมีตัวแทนผู้ประกอบการจากหลากหลายสาขา เช่น ผู้ประกอบการภาคการท่องเที่ยว  , ธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม , อสังหาริมทรัพย์ ,ประกันภัย, E-sport ,Startup, E-Commerce & Social Commerce  ร่วมหารือ แลกเปลี่ยน ตั้งคำถามในนโยบายต่างๆ กับพรรคเพื่อไทยอย่างคึกคัก

นายเศรษฐา ทวีสิน  แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคเพื่อไทย และประธานที่ปรึกษาหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช ประธานคณะทำงานนโยบาย พรรคเพื่อไทย และประธานกรรมการด้านเศรษฐกิจ พรรคเพื่อไทย

ดร.ปานปรีย์ พหิทธานุกร ​​ที่ปรึกษาคณะกรรมการด้านเศรษฐกิจ พรรคเพื่อไทย และนางพวงเพ็ชร ชุนละเอียด ประธานคณะกรรมการประสานงานด้านการเมืองพื้นที่กรุงเทพมหานคร  พร้อมด้วยผู้สมัคร ส.ส.กทม.พรรคเพื่อไทย ได้แก่

นายนวธันย์ ธวัชวงศ์เดชากุล ผู้สมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.กทม.เขตคลองเตย เขตวัฒนา เบอร์ 11, นายอรรฆรัตน์ นิติพน ผู้สมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.กทม. เขตประเวศ (ยกเว้นแขวงหนองบอน)  เขตสะพานสูง (เฉพาะแขวงทับช้าง) เบอร์ 13,  นายธกร เลาหพงศ์ชนะ  ผู้สมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.กทม. เขตสวนหลวง เขตประเวศ (เฉพาะแขวงหนองบอน)  เบอร์ 9

นายเศรษฐา เน้นย้ำว่า การใช้กระเป๋าเงินดิจิทัล 10,000 บาท ใช้ในรัศมี 4 กิโลเมตรจากที่อยู่อาศัยตามบัตรประชาชนภายใน 6 เดือน   โดยมุ่งหวังกระตุ้นเศรษฐกิจชุมชน กระจายความเจริญออกไปทุกหัวระแหงของประเทศไทย เพื่อให้เกิดการใช้จับจ่ายอย่างรวดเร็ว 

นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช ประธานคณะทำงานนโยบาย พรรคเพื่อไทย และประธานกรรมการด้านเศรษฐกิจ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า สิ่งที่สำคัญของพรรคเพื่อไทยที่สืบทอดเจตนารมณ์จากพรรคไทยรักไทย และพลังประชาชน คือ พรรคเพื่อไทย หัวใจคือประชาชน 

การรณรงค์เพื่อให้พรรคเพื่อไทยชนะการเลือกตั้งแบบแลนด์สไลด์ เพื่อให้ได้มาซึ่งอำนาจรัฐ ได้จัดตั้งรัฐบาลเพื่อสร้างรายได้  ประชาชนกินดี อยู่ดี 

นอกจากกระเป๋าเงินดิจิทัล 10,000 บาท ซึ่งเป็นมาตรการระยะสั้นเสมือนการปั๊มหัวใจของประชาชน  เรายังมีนโยบายอื่นๆ เพื่อฟื้นคืนความสง่างามของประเทศไม่ให้รั้งท้ายอาเซียนอย่างที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน เช่น นโยบาย 1 ครอบครัว 1 ซอฟต์พาวเวอร์ เป็นต้น

ตัวแทนจากผู้ประกอบการกลุ่มต่างๆ และประชาชนได้ทยอยสอบถาม แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับพรรคเพื่อไทย ในประเด็นต่างๆ เช่น



1.พรรคเพื่อไทยมีนโยบายส่งเสริมอุตสาหกรรมด้านเนื้อหา หรือคอนเทนต์อย่างไร ซึ่งนายอรรฆรัตน์ นิติพน ผู้สมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.กทม. เขตประเวศ (ยกเว้นแขวงหนองบอน)  เขตสะพานสูง (เฉพาะแขวงทับช้าง) กล่าวว่า การส่งเสริมซอฟต์พาวเวอร์อย่างเป็นระบบผ่าน องค์กรที่จะจัดตั้งขึ้นมา ชื่อ THACCA ซึ่งจะพัฒนาระบบ และบูรณาการทุกอย่าง ครบไว้ที่นี่

ธกร เลาหพงศ์ชนะ ผู้สมัคร สส. เขตสวนหลวง - ประเวศ พรรคเพื่อไทยธกร เลาหพงศ์ชนะ ผู้สมัคร สส. เขตสวนหลวง – ประเวศ พรรคเพื่อไทย

2.พรรคเพื่อไทยจะนำเอาเทเลเมดิซีนมาใช้ในวงกว้างอย่างไร
ซึ่งนายธกร เลาหพงศ์ชนะ  ผู้สมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.กทม. เขตสวนหลวง เขตประเวศ (เฉพาะแขวงหนองบอน)  เบอร์ 9  บอกว่า ในอนาคตข้างหน้าจะมีการนำเทเลเมดิซีนมาใช้ ซึ่งเบื้องต้นจะมีการนำมาปรึกษาเพื่อรักษาผู้ป่วยโรคซึมเศร้าในเบื้องต้น และจะ ช่วยให้คนไทยเข้าถึงสาธารณสุขได้ง่ายขึ้น

‘สมศักดิ์’ ชี้นโยบาย ‘แจกเงินดิจิทัล’ มาแรง คว้าชัยชนะเลือกตั้ง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/546599

10 เม.ย. 2566

'สมศักดิ์' ชี้นโยบาย 'แจกเงินดิจิทัล' มาแรง คว้าชัยชนะเลือกตั้ง

‘สมศักดิ์’ ติวเข้ม ผู้สมัคร 200 คน กำชับแจงนโยบายให้ปชช.เข้าใจ โว ‘แจกเงินดิจิทัล’ มาแรง อาจคว้าชัยชนะ ‘เลือกตั้ง’ ครั้งนี้

เมื่อวันที่ 10 เมษายน 2566 นายสมศักดิ์ เทพสุทิน แกนนำพรรคเพื่อไทยและอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ติวเข้มผู้สมัคร สส.พรรคเพื่อไทย ทั่วประเทศ กว่า 200 คน เน้นย้ำฟังเสียงสะท้อนของประชาชน สื่อสารนโยบายของพรรค โดยเฉพาะ “แจกเงินดิจิทัล 10,000 บาท ​​​​​​” ที่เชื่อว่ากำลังมาแรงแซงโค้งทุกพรรค 

นายสมศักดิ์ กล่าวว่า ตนเป็น สส. มา 10 สมัย ตั้งแต่ปี 2526 ไม่เคยแพ้การเลือกตั้งแม้แต่ครั้งเดียว ชี้ให้ว่า การสื่อสารนโยบายของพรรคเป็นสิ่งสำคัญ ต้องทำให้ประชาชนเข้าใจและสามารถบอกต่อได้ ขณะนี้ทราบว่าพี่น้องประชาชนชื่นชอบและสนับสนุน ยังไม่พบว่ามีการปฎิเสธนโยบายของเรา ถือเป็นเครื่องมือสำคัญในการชนะเลือกตั้ง

นายสมศักดิ์ เทพสุทินนายสมศักดิ์ เทพสุทิน

จากประสบการณ์ของตน คนที่จะเลือกแบ่งเป็น 4 กลุ่ม คือ 1.ญาติพี่น้อง 2.เพื่อนสมัยเรียน ครู 3.ผลงานการช่วยส่วนรวม 4.นโยบายพรรค ซึ่งขณะนี้ ผู้สมัครของพรรคเพื่อไทยทุกคนได้เปรียบ ยังไม่มีพรรคใดมีนโยบายที่ดีกว่าเราแน่นอน เชื่อมั่นนโยบายเติมเงิน “กระเป๋าเงินดิจิทัล 1 หมื่นบาท” จะทำให้ทุกคนชนะการเลือกตั้ง เพราะขณะนี้กระแสแรงเหลือล้น ทุกฝ่ายให้ความสนใจ ส่วนพรรคอื่น เขาคิดนโยบายไม่ทัน จึงอาจใช้ปัจจัยอื่นมาสู้กับนโยบายของเรา ดังนั้นต้องรักษาคะแนนไว้ให้ได้ ให้ถึงวันเลือกตั้ง ทุกคนต้องมีผู้ช่วยหาเสียง หรือ แกนนำในเขตเลือกตั้ง อย่างน้อยหน่วยละ 10 คน เพื่อให้แกนของเราไปสื่อสารนโยบายของพรรค สู้กับปัจจัยอื่นของพรรคต่างๆ

นายสมศักดิ์ กล่าวถึงวิธีการจัดตั้งรัฐบาลว่า การจะให้พรรคเพื่อไทยเป็นรัฐบาล ต้องเลือกทั้งคนและพรรค แบบแลนด์สไลด์ เพราะรัฐธรรมนูญ ปี 60 กำหนดให้ สว.250 คน มาร่วมกับ สส. 500 คน เลือกนายกรัฐมนตรีด้วย ดังนั้นการจัดตั้งรัฐบาลเสียงต้องเกินครึ่งของ 750 เสียง คือ 376 เสียง ต่างจากกติกาปกติ ที่ใช้แค่เสียงของ สส.เท่านั้น และเป็นที่ทราบกันดีว่า 250 สว.นั้นมาจากใครเป็นผู้แต่งตั้ง 

“เราจึงต้องเน้นย้ำให้กับพี่น้องประชาชนได้เข้าใจว่า เราถูกเอาเปรียบ อีกฝั่งมี 250 เสียงในมือเป็นทุน เขาหาเพิ่มอีกแค่ 126 เสียง ก็ตั้งรัฐบาลได้ ขอให้ช่วยกันเลือกพรรคเพื่อไทยทั้งคนและพรรค เบอร์ 29 แบบแลนด์สไลด์ เป็นเสียงของประชาชนโดยตรง เพื่อให้เกิดความอยู่ดีกินดีขึ้น” นายสมศักดิ์ กล่าว

นายสมศักดิ์ ติวผู้สมัครพรรคเพื่อไทย 200 คนนายสมศักดิ์ ติวผู้สมัครพรรคเพื่อไทย 200 คนนายสมศักดิ์ติวผู้สมัครพรรคเพื่อไทย 200 คน นายสมศักดิ์ติวผู้สมัครพรรคเพื่อไทย 200 คน

‘เผ่าภูมิ’ แจงปมร้อน ‘แจกเงินดิจิทัล’ ไม่ใช่เงินสกุลใหม่ ไม่เอื้อบริษัทใด

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/546585

10 เม.ย. 2566

'เผ่าภูมิ' แจงปมร้อน 'แจกเงินดิจิทัล' ไม่ใช่เงินสกุลใหม่ ไม่เอื้อบริษัทใด

‘เผ่าภูมิ’ ชี้แจง 10 ประเด็น นโยบาย ‘แจกเงินดิจิทัล’ ยืนยันไม่ใช่เงินสกุลใหม่ ไม่เสี่ยง ไม่เอื้อบริษัทเอกชน ถึงมือทุกคน 16 ปีขึ้นไป ตรวจสอบได้

เมื่อวันที่ 10 เม.ย. ดร.เผ่าภูมิ โรจนสกุล รองเลขาธิการและกรรมการเลขานุการ โฆษกคณะกรรมการด้านเศรษฐกิจพรรคเพื่อไทย ออกมาชี้แจงดราม่า 10 ประเด็น เกี่ยวกับนโยบาย “แจกเงินดิจิทัล 10,000 บาท” 
1. กระเป๋าเงินดิจิทัลไม่ใช่คริปโตเคอร์เรนซี่ ไม่ใช่เงินสกุลใหม่ แต่เป็นเหรียญ (คูปอง) หรือสิทธิ์การใช้เงิน ที่ใช้ Blockchain เขียนเงื่อนไขลงไปในนั้น เพื่อนโยบายการคลังที่ตรงจุด สามารถเอามาแลกเป็นเงินบาทได้ทุกเมื่อ
2. เหรียญ (คูปอง) หรือสิทธิ์การใช้เงิน ที่ใช้ในกระเป๋าเงินดิจิทัล ไม่มีความเสี่ยง ไม่มีการเก็งกำไร ไม่มีการถูกทุบ ไม่มีการขาดทุน ไม่มีการสร้างมูลค่า ไม่สามารถแลกเปลี่ยนด้วยสินทรัพย์ดิจิทัลอื่นได้ ไม่มีราคาตก-ราคาขึ้น เพราะทุกเหรียญมีค่าเท่าเงินบาทเสมอ รับประกันโดยรัฐบาล

3. กระเป๋าเงินดิจิทัล ไม่มีผลกระทบใดๆทั้งสิ้นต่อความมั่นคงของระบบการเงิน ไม่เกี่ยวกับทุนสำรองระหว่างประเทศ เพราะไม่ใช่การสร้างสกุลเงินใหม่
4. กระเป๋าเงินดิจิทัล เงิน 10,000 บาท ลงถึงมือประชาชนทุกคน (16 ปี ขึ้นไป) ทุกบาททุกสตางค์ ใช้จ่ายจริง ซื้อของได้จริง ไม่มีการสูญหายของงบประมาณ ตรวจสอบได้ทุกธุรกรรมตลอดเส้นทาง
5. กระเป๋าเงินดิจิทัล ไม่ใช่กรณีเดียวกับ Bitcoin Luna USDT ตามมีผู้กล่าวอ้าง เหล่านั้นออกโดยเอกชนและมุ่งหมายเป็นสื่อกลางการแลกเปลี่ยน กระเป๋าเงินดิจิทัลคือเหรียญ (คูปอง) หรือสิทธิ์การใช้เงิน ที่ใช้ Blockchain เขียนเงื่อนไขลงไป ออกโดยรัฐบาล ไม่ใช่สกุลเงินคู่ขนานกับเงินบาท

6. กระเป๋าเงินดิจิทัลไม่เกี่ยวข้องกับบริษัทเอกชนตามที่มีผู้กล่าวอ้าง ไม่เกี่ยวกับการซื้อบริษัท ไม่เกี่ยวกับการฟอกเงิน ไม่เกี่ยวกับการลงทุน เป็นข้อกล่าวอ้างที่ไม่ได้อยู่บนฐานของข้อเท็จจริง ทั้งหมดใช้งบประมาณจากภาครัฐและโอนตรงถือมือประชาชนทุกคน (16 ปีขึ้นไป) ง่ายๆและตรงไปตรงมา
7. กระเป๋าเงินดิจิทัลกระตุ้นเศรษฐกิจระดับหมู่บ้าน ระดับชุมชน ในตลาด สร้างธุรกรรมระหว่างรายย่อย ตรงข้ามกับวิธีเดิมที่ต้องซื้อในร้านใหญ่หรือกลุ่มทุน
8. กระเป๋าเงินดิจิทัล ใช้ระบบ Blockchain มีความปลอดภัยสูงสุด สูงกว่าระบบที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน รู้เส้นทางการเงินทุกธุรกรรม รู้ผู้รับ รู้ผู้จ่าย เป็นระบบที่มีความโปร่งสูงสุด ตรวจสอบได้ทุกธุรกรรม
9. กระเป๋าเงินดิจิทัลไม่ก่อให้เกิดเงินเฟ้อ ปัจจุบันระดับกำลังซื้อของประเทศตกต่ำ เศรษฐกิจตกต่ำกว่าศักยภาพมาก สภาวะดังกล่าวไม่นำสู่เงินเฟ้อที่เกิดจากอุปสงค์ได้ รวมทั้งกระเป๋าเงินดิจิทัล สามารถจัดสรรเงินจากงบประมาณ ไม่มีการขึ้นอัตราภาษีใดๆ
10. พรรคเพื่อไทยสนับสนุน Central Bank Digital Currency (CBDC) และเดินหน้าพัฒนาร่วมกันธนาคารแห่งประเทศไทย เพื่อเป็นแพลตฟอร์มเปิดสำหรับทุกคน เพื่อยกระดับระบบการเงินของประเทศเพื่อรองรับเศรษฐกิจดิจิทัล

ดร.เผ่าภูมิ โรจนสกุลดร.เผ่าภูมิ โรจนสกุล

พรรคเพื่อไทย พร้อมแจงที่มางบประมาณ นโยบาย ‘เงินดิจิทัล’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/546584

10 เม.ย. 2566

พรรคเพื่อไทย พร้อมแจงที่มางบประมาณ นโยบาย 'เงินดิจิทัล'

พรรคเพื่อไทย พร้อมแจงที่มาของงบประมาณ ตามนโยบาย ‘เงินดิจิทัล’ รอเพียงหนังสืออย่างเป็นทางการจาก กกต. ไม่กลัวโทษปรับห้าแสน บวกวันละหมื่นบาท หากดำเนินการไม่ทันตามกำหนด

พรรคเพื่อไทย เตรียมเอกสารพร้อมแจงที่มาเงินงบประมาณ นโยบายกระเป๋าเงินดิจิทัล โดยขณะนี้ รอเพียงหนังสือจาก กกต. ซึ่งจะมีเวลา 7 วัน นับจากได้รับหนังสือ หลังรองเลขาฯกกต. ออกมาเตือนว่า หากไม่ชี้แจงตามกรอบเวลาที่กำหนดมีโทษ ปรับ 5 แสน และค่าปรับวันละหมื่นบาทจนกว่าดำเนินการเสร็จ

พ.ต.ต.ณัฐวัฒน์ เสงี่ยมศักดิ์ รองเลขาธิการ กกต. รับผิดชอบงานด้านพรรคการเมือง เปิดเผยว่า ขณะนี้ กกต. ยังไม่ได้รับแจ้งจากพรรคเพื่อไทย ถึงที่มาของเงินและวงเงินที่ต้องใช้ ในนโยบายหาเสียง แจกเงินในกระเป๋าเงินดิจิทัลให้​คนไทยอายุ 16 ปีขึ้นไปคนละ 10,000 บาท​ ตามที่ กกต.มีหนังสือให้ชี้แจงกลับมาโดยเร็ว

รองเลขาฯ กกต. ยืนยันว่า ไม่ได้เฉพาะเจาะจงให้พรรคเพื่อไทยชี้แจงเท่านั้น  แต่จะมีหนังสือแจ้งไปยังทุกพรรคการเมืองที่ส่งผู้สมัครลงรับเลือกตั้ง ถ้านโยบายหาเสียงของพรรคใดเป็นนโยบายที่ต้องใช้จ่ายเงิน ก็ต้องมีการแจ้งรายละเอียดตามเงื่อนไข 3 ข้อที่กฎหมายกำหนด หากไม่ดำเนินการหรือดำเนินการไม่ครบถ้วนจะมีโทษทางอาญา

โดยตามขั้นตอนแล้ว  ถ้าสำนักงาน กกต. มีหนังสือไปแล้วยังไม่แจ้งกลับมา ก็จะมีการเสนอ กกต.ออกเป็นคำสั่ง ถ้าหากยังไม่ดำเนินการอีกก็จะมีโทษทางอาญา  โดยเป็นโทษปรับ 500,000 บาท นับแต่วันที่ กกต. กำหนดให้แจ้ง และปรับอีกวันละ 10,000 บาทจนกว่าจะดำเนินการให้ถูกต้อง ยืนยันว่า กกต.ต้องบังคับใช้กฎหมายให้เป็นไปตามกรอบ

ลิณธิภรณ์ วริณวัชรโรจน์ รองเลขาธิการพรรคเพื่อไทย รักษาการณ์ โฆษกพรรค ลิณธิภรณ์ วริณวัชรโรจน์ รองเลขาธิการพรรคเพื่อไทย รักษาการณ์ โฆษกพรรค

ลิณธิภรณ์ วริณวัชรโรจน์ รองเลขาธิการพรรคเพื่อไทย รักษาการณ์ โฆษกพรรค บอกกับคมชัดลึกว่า พรรคไม่ได้กังวลเรื่องดังกล่าว เพราะขณะนี้ เตรียมเอกสารไว้พร้อมแล้ว รอเพียงหนังสือจากกกต. ซึ่งตามปกติ จะลงเวลาให้ชี้แจงภายใน 7 วัน และกกต.คงกำหนดันเวลามาให้ พรรคไม่มีปัญหาในเรื่องนี้ แต่อย่างใด

‘พรรคเปลี่ยน’ เสนอยกเลิก ‘เกณฑ์ทหาร’ ตัดวงจรธุรกิจมืด

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/546580

10 เม.ย. 2566

'พรรคเปลี่ยน' เสนอยกเลิก 'เกณฑ์ทหาร' ตัดวงจรธุรกิจมืด

‘พรรคเปลี่ยน’ ไม่เห็นด้วยระบบ ‘เกณฑ์ทหาร’ แนะใช้วิธีรับสมัครใจ เพื่อตัดวงจรธุรกิจมืดจับใบดำ-ใบแดง เริ่มตัวหัวละ 40,000 บาท พร้อมแนวคิดนโยบายส่งคนพิการเรียนจบ ปวช.

เมื่อวันที่ 10 เม.ย. นายพันธ์ธวัช นาควิสุทธิ์ หรือ นอท หัวหน้าพรรคและผู้สมัครระบบบัญชีรายชื่อพรรคเปลี่ยน หมายเลข 20 เปิดเผยถึงกรณีมีดราม่าผู้ป่วยติดเตียงต้องเข้ารายงานตัวเกณฑ์ทหารว่า  ปัจจุบันสามารถใช้เทคโนโลยี เช่น ใช้ video call ติดตามได้ ไม่จำเป็นต้องนำผู้ป่วยไปถึงสถานที่เกณฑ์ทหาร ซึ่งพรรคเปลี่ยนไม่เห็นด้วยกับการเกณฑ์ทหาร

อยากขอให้มีการยกเลิก หันมาใช้วิธีการรับสมัครด้วยความสมัครใจแทน พร้อมกำหนดให้ชัดเจนว่าวันที่ 1 เมษายน จะเป็นวันรับสมัครและกำหนดจำนวนทหารที่ต้องการในแต่ละปี เพื่อทำอาชีพทหาร เป็นอาชีพ ที่น่าภาคภูมิใจ มีเงินเดือนเพียงพอสามารถเลี้ยงชีพได้ จนต้องมีการแย่งกันสอบเข้าเป็นทหาร นอกจากนี้ยังเป็นอาชีพในฝันของเด็กๆ  

นายพันธ์ธวัช นาควิสุทธิ์นายพันธ์ธวัช นาควิสุทธิ์

นายพันธ์ธวัช ยอมรับว่า ทหารมีความจำเป็นปกป้องชายแดนและอธิปไตย แต่ไม่เห็นความจำเป็นต้องมีทหารเกณฑ์ เพราะส่วนใหญ่ไปรับใช้นาย เมื่อฝึกจบก็ปลดประจำการ อีกทั้งยังมองว่า การเกณฑ์ทหารอาจเป็นช่องทางธุรกิจ มีรายได้จากการจับใบดำใบแดง เริ่มที่อัตรากลางๆประมาณ 40,000 บาท เสื้อผ้าเครื่องแต่งกาย การหักหัวคิว หรือ เมื่อฝึกเสร็จไม่ต้องกลับเข้ากรม หักค่าหัวคิวเงินเดือนครึ่งหนึ่ง ต้องไปทำงานรับใช้บ้านนาย ทำให้ไม่สามารถยกเลิกการเกณ์ทหารได้

ส่วนนโยบายประชานิยมของพรรคอื่น เช่น การแจกหรือ เพิ่มเงินโครงการต่างๆ ไม่ขอพูดถึง เพราะต้องศึกษาก่อนว่าหาเงินมาจากไหน และเป็นเรื่องที่ประชาชนเป็นผู้ตัดสินใจ หากทำได้ พรรคก็ยินดีด้วย เพราะทุกนโยบายของทุกพรรคต่างก็ร่วมกันทำเพื่อให้เกิดประโยชน์กับประชาชนสูงสุด โดยเฉพาะนโยบายของพรรคเปลี่ยน ที่ทำได้จริง ทุกอย่างมีเหตุผลสถิติทางตรรกะทั้งหมด และคาดว่าจะหาเงินได้  55,000 ล้านบาท 
 

สำหรับนโยบายพรรคเปลี่ยน 6-7 นโยบาย มีวิธีการหาเงินชัดเจนที่เคยบอกแล้วว่า จะนำเงินจากความต้องการสลากกินแบ่งรัฐบาล 200 ล้านใบ ที่ยังขาดอยู่ 100 ล้านใบ ยืนยันพรรคสามารถทำให้ได้ภายใน 1 ปี นำเม็ดเงินนี้ มาทำนโยบายธนาคารโอกาส กองทุนโอกาส เพื่อช่วยเหลือกลุ่มหาเช้ากินค่ำที่เป็นสารตั้งต้นต่อยอดสู่นโยบายอื่นๆ 

นายพันธ์ธวัช กล่าวเพิ่มเติมว่า ล่าสุดพรรคได้มีแนวคิดเรื่องพัฒนาการศึกษา จากการพูดคุยกับผู้สมัคร สส. บัญชีรายชื่อ ในฐานะนายกสมาคมผู้พิการภาคตะวันออก ที่สะท้อนความต้องการของผู้พิการอยากจะเรียนอาชีวะ พรรคจึงมีนโยบายจัดการศึกษาให้กับผู้พิการฟรีจนสำเร็จการศึกษาระดับ ปวช. โดยจะมีค่าใช้งบประมาณปีละ 350  ล้านบาท ฝึกวิชาชีพจะทำให้มีอาชีพและมีคุณค่าในชีวิตเพิ่มขึ้น หากตนได้เข้าสู่สภา จะผลักดันคุณภาพชีวิตอาชีพครูและโรงเรียนในพื้นที่ห่างไกลติดตั้งโซลาเซลล์ ลดค่าใช้จ่าย เพิ่มเงินเดือน ค่าตอบแทนสูงขึ้นทุกโรงเรียนต้องเท่าเทียมไม่แบ่งเกรด 

พรรคเปลี่ยนยกเลิกเกณฑ์ทหารพรรคเปลี่ยนยกเลิกเกณฑ์ทหาร

ร้อง ‘เพื่อไทย’ ยาบ้าระบาด ผู้สมัครชวน กาคน-กาพรรค เปิดศึกทำสงครามนโยบาย 3 ป.

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/546567

10 เม.ย. 2566

ร้อง 'เพื่อไทย' ยาบ้าระบาด ผู้สมัครชวน กาคน-กาพรรค เปิดศึกทำสงครามนโยบาย 3 ป.

ชาวบ้านร้องผู้สมัครพรรค ‘เพื่อไทย’ หลังยาบ้าระบาดหนัก ลูกหลานติดงอมแงม ‘พลภูมิ’ ชวนกาทั้งคนและพรรค ลุยเดินหน้านโยบายปราบยาเสพติด 3 ป. จริงจัง ลั่นมั่นใจ 3 เขตในกทม.ชนะแน่

เมื่อวันที่ 10 เม.ย. นายพลภูมิ วิภัติภูมิประเทศ ผู้สมัคร สส.กทม เขต บึงกุ่ม(เฉพาะแขวงคลองกุ่ม)-คันนายาว เบอร์ 7 พรรคเพื่อไทย ลงพื้นที่ไปยังชุมชน-หมู่บ้านในพื้นที่ โดยชาวบ้านต่างสะท้อนปัญหาความเดือดร้อนจาก “ยาเสพติด” ที่ระบาดอย่างหนัก ส่งผลกระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่และความปลอดภัย

นายพลภูมิ กล่าวว่า จากการลงพื้นที่มีชาวบ้าน พ่อแม่ ผู้ปกครอง บ่นเรื่องยาเสพติดมาก รองจากปัญหาเศรษฐกิจปากท้อง เพราะลูกหลานกลับไปติดยา ไม่เรียนหนังสือ ไม่ทำมาหากิน เป็นความทุกข์ของคนเป็นพ่อเป็นแม่ และเป็นเรื่องที่เกี่ยวพันกับความยากจน เพราะเมื่อเศรษฐกิจไม่ดี ยาเสพติดก็จะมา ดังนั้นจึงได้บอกกับประชาชนว่า ให้เลือกพรรคเพื่อไทย เพราะเรามีนโยบายในเรื่องยาเสพติดอย่างจริงจัง คือ เน้นปราบปรามผู้ผลิตและผู้ขาย จะทำไปพร้อมๆกับการเจรจากับประเทศเพื่อนบ้านตามแนวชายแดน เพื่อทำลายแหล่งผลิตถาวรและเปลี่ยนผู้เสพเป็นผู้ป่วย บำบัด ลดการกลับไปใช้ยาเสพติด โดยชาวบ้านฝากความหวังไว้กับตน บอกจะเลือก พลภูมิ เบอร์ 7 เป็นคนทำงาน ไม่เคยทิ้งพื้นที่ แก้ไขปัญหาต่างๆทันที ดังนั้นจึงมั่นใจว่าชนะอย่างแน่นอน
 นายพลภูมิ วิภัติภูมิประเทศนายพลภูมิ วิภัติภูมิประเทศ

เช่นเดียวกับนายพงศกร รัตนเรืองวัฒนา ผู้สมัคร สส.กทม.เขตบางกะปิ-วังทองหลาง เบอร์ 6 พรรคเพื่อไทย ลงพื้นที่ของตัวเอง ประชาชนต่างพูดถึงปัญหายาเสพติด มีข่าวคนเมายาคลุ้มคลั่งทำร้ายร่างกาย ฆ่า คนในครอบครัว และคนรอบข้างไม่เว้นแต่ละวัน ถึงเวลาแล้วที่จะให้พรรคเพื่อไทยเข้าไปบริหารประเทศ เพราะนโยบายชัดเจน จับ ปรับ ผู้ค้าผู้ขาย เจอที่ไหนจับที่นั่น เปลี่ยนผู้เสพเป็นผู้ป่วย นำเข้ารักษาการบำบัด คืนสู่สังคม หรือคืนสู่ครอบครัวโดยเร็ว

น.ส.เพ็ญพิสุทธิ์ จินตโสภณ ผู้สมัคร ส.ส.กทม.เขตบางคอแหลม-ยานนาวา พรรคเพื่อไทย เบอร์ 5 กล่าวเพิ่มเติมถึงนโยบาย 3 ป. คือ

ป. 1 ปราบยาเสพติด ใครที่ผลิตหรือขาย เจอเมื่อไรจับเมื่อนั้น

ป. 2 เปิดการคุยเจรจากับประเทศเพื่อนบ้าน และคุยการค้าเสรีเพื่อเพิ่มเงินในกระเป๋า

ป. 3 เปลี่ยนผู้เสพให้เป็นผู้ป่วย รักษาให้หาย กลับมาเป็นลูกหลานของเราได้เหมือนเดิม

ซึ่งที่ผ่านมาการทำงานของรัฐบาลชุดนี้ มีข้อผิดพลาดบกพร่อง จนทำให้ยาเสพติดระบาดไปทั่ว อย่างไรก็ตามผู้สมัครทั้ง 3 เขต ต่างยืนยันเป็นเสียงเดียวกันว่า ได้รับการตอบรับอย่างดีจากชาวบ้านในพื้นที่ เนื่องจากต้องการเห็นความเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้น มั่นใจเป้าหมายแลนด์สไลด์ กทม. 33 เขต ของพรรคเพื่อไทยไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป
 

นายพงศกร รัตนเรืองวัฒนานายพงศกร รัตนเรืองวัฒนา

น.ส.เพ็ญพิสุทธิ์ จินตโสภณน.ส.เพ็ญพิสุทธิ์ จินตโสภณ

‘ประชาธิปัตย์’ แถลงนโยบายอัดฉีด 1 ลลบ. กระตุ้นเศรษฐกิจ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/546563

10 เม.ย. 2566

'ประชาธิปัตย์' แถลงนโยบายอัดฉีด 1 ลลบ. กระตุ้นเศรษฐกิจ

‘ประชาธิปัตย์’ แถลงแนวทางกระตุ้นเศรษฐกิจ เตรียมอัดฉีด 1 ลลบ. ลดหนี้สาธารณะและครัวเรือน แถลงมาตรการทั้งระยะสั้นและระยะยาว เชื่อ GDP โตขึ้นอย่างน้อย 5%

เมื่อวันที่ 10 เม.ย. ทีมเศรษฐกิจพรรคประชาธิปัตย์ แถลงข่าวแนวทางกระตุ้นเศรษฐกิจ “อัดฉีดเศรษฐกิจ 1 ล้านล้านบาทใครได้อะไร” นำโดย ดร.พิสิฐ ลี้อาธรรม อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง และประธานคณะกรรมการนโยบายพรรคประชาธิปัตย์ , นายเกียรติ  สิทธีอมร อดีตประธานผู้แทนการค้าไทยประธานคณะกรรมการต่างประเทศ พรรคประชาธิปัตย์ , ดร.สามารถ ราชพลสิทธิ์ อดีตรองผู้ว่าฯกทม. ผู้เชี่ยวชาญด้านคมนาคมขนส่งโครงสร้างพื้นฐาน และโครงการขนาดใหญ่ และม.ร.ว. ศศิพฤนท์  จันทรทัต อดีตซีอีโอ บล. กรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) 
 

ดร.พิสิฐ กล่าวว่า พรรคประชาธิปัตย์มีนโยบายเศรษฐกิจมหภาคและมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ ด้วยเงิน 1 ล้านล้านบาท โดยมีเป้าหมายสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจที่สูงกว่า 5% ต่อปี พร้อมลดช่องว่างระหว่างประชากรโดยไม่สร้างหนี้สาธารณะหรือบั่นทอนการทำงานของระบบการเงิน และลดหนี้ครัวเรือน เพื่อให้เศรษฐกิจเข้มแข็งมีเสถียรภาพและยั่งยืน ผ่าน 16 นโยบาย 

ระยะสั้น โดยเพิ่มสภาพคล่องแก้ข้อจำกัดเงินทุนหมุนเวียน โดยแบ่งเป็น
-ระดับฐานราก จัดตั้งธนาคารหมู่บ้านและชุมชน แห่งละ 2 ล้านบาท ตามพ.ร.บ.สถาบันการเงินประชาชน พ.ศ.2562 วงเงิน 1.8 แสนล้านบาท 
-ระดับกลาง จะปลดล็อคกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) ให้ข้าราชการในวงเงิน 1 แสนล้านบาท และปลดล็อคกองทุนสำรองเลี้ยงชีพให้พนักงานบริษัทในวงเงิน 2 แสนล้านบาท สามารถนำเงินกองทุนทั้งสองรวม 300,000 ล้านบาท ไปซื้อบ้านหรือลดหนี้ที่อยู่อาศัย 
-ระดับ SME โดยการเพิ่มทุน SME และ START UP วงเงิน 3 แสนล้านบาท ให้ธุรกิจมีเงินใหม่เพื่อการลงทุน ซึ่งหากพรรคประชาธิปัตย์ได้เข้ามาเป็นแกนนำรัฐบาล จะเริ่มทำทันทีภายใน 3 เดือน

ระยะยาว จะปรับโครงสร้างและปลดล็อคข้อจำกัด
-ที่ดิน ออกโฉนด 1 ล้านแปลง  ให้สิทธิทำกินในที่ดินรัฐ อุดหนุนเงิน 3 ล้านบาทสำหรับการรวมแปลงที่ดินใหญ่
-ประมง ผ่อนคลายมาตรการา IUU 
-แรงงานให้เรียนฟรีถึงป.ตรี สาขาที่ตลาดต้องการ 
-เทคโนโลยี อินเตอร์เน็ต 1 ล้านจุด 
ในส่วนมาตรการที่เหลืออีก 6 เรื่องจะมีผลในการลดความเหลื่อมล้ำและกระจายรายได้ คือ 1.ประกันรายได้สินค้าเกษตรหลัก 5 ตัว 2.ชาวนารับ 30,000 บาท จากที่ดิน ไร่ละ 2,000 บาท  ไม่เกิน 15 ไร่ 3.ประมงพื้นบ้านกลุ่มละ 100,000 บาท 4.ด้านปศุสัตว์ผู้เลี้ยงโคนมจะได้ประโยชน์จากเรื่องนมโรงเรียน 365 วัน 5.ชมรมผู้สูงอายุ 30,000 บาทต่อปี และ6. บัตรประชาชนใบเดียวรักษาพยาลและการตรวจโรคฟรี ซึ่งรวมแล้วคาดว่าจะใช้เงิน 2.2 แสนล้านบาท

 ทีมเศรษฐกิจพรรคประชาธิปัตย์ ทีมเศรษฐกิจพรรคประชาธิปัตย์

ดร.พิสิฐ กล่าวต่อ GDP ไทยโตช้าที่สุดในอาเซียน จากผลกระทบวิกฤตซ้อนวิกฤต ทั้งจากเงินเฟ้อ การขาดดุลกับต่างประเทศ การขาดดุลการคลัง โดยเฉพาะรายได้ที่ขาดหายไปจากผลกระทบโควิด-19 ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมากว่า 3 ล้านล้านบาท ซึ่งรัฐได้มีมาตรการช่วยเหลือที่ได้ดำเนินการไปแล้ว คือ เงินกู้ตามพ.ร.ก. โควิด-19 2 ฉบับ (2563-2565) รวมประมาณ 1.5 ล้านล้านบาท รวมถึงรายได้ที่เก็บได้ต่ำกว่าประมาณการ (2563-2565) ประมาณ 5 แสนล้านบาท เพราะฉะนั้นยังมีหลุมรายได้ที่ขาดไปอีก 1 ล้านล้านบาท พรรคประชาธิปัตย์จะอุดหลุมรายได้ตรงนี้จะอัดฉีดเม็ดเงิน 1 ล้านล้านบาท เพื่อให้GDPโตเกิน 5% ตามศักยภาพที่เรามีอยู่ ซึ่งถ้าโตต่ำกว่าระดับ 5% จะไม่เป็นที่สนใจจจากนักลงทุน 

โดยมีเงื่อนไขสำคัญ คือ ลดหนี้ครัวเรือนจากที่แตะ 90%ของ GDP และไม่สร้างหนี้สาธารณะจากที่ทะลุ 60%ของ GDP เราจะทำให้ระบบการเงินไทยแข็งแรง และมีเงินใหม่เข้ามา เศรษฐกิจหมุนเวียน โดยต้องทำภายใน 3-4 เดือน ซึ่งเรามีเงิน 8 แสนล้านบาทรออยู่แล้วในระบบการเงินการคลัง ส่วนอีก 2 แสนล้านบาทจากการปรับโครงสร้างระบบงบประมาณและการบริหารการจัดเก็บรายได้และเงินนอกงบประมาณ 

‘ชาติไทยพัฒนา’ สู้นโยบาย ลงทุน ‘คาร์บอนเครดิต’ วราวุธ ‘ผู้นำโลกใหม่’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/546557

10 เม.ย. 2566

'ชาติไทยพัฒนา' สู้นโยบาย ลงทุน 'คาร์บอนเครดิต' วราวุธ 'ผู้นำโลกใหม่'

เลือกตั้ง66 ชาติไทยพัฒนา ปาร์ตี้ลิสต์ หมายเลข 18 พร้อมนำไทยสู่ WOW ว้าวไทยแลนด์ สู้นโยบายลงทุน ‘คาร์บอนเครดิต’ ป้องกันกำแพงภาษีจากนานาชาติ ดัน วราวุธ ศิลปอาชา เป็น ผู้นำโลกใหม่

Key Points:

  • ลงทุนปรับระบบการวัดคาร์บอนเครดิต 8,000-10,000 ล้านบาท คาดสร้างรายได้เข้าประเทศปีละ 1 แสนล้านบาท เพื่อสร้างแต้มต่อให้ประเทศ ป้องกันกำแพงภาษี ด้านสิ่งแวดล้อมจากนานาชาติ
  • นำประเทศไทยกลับไปยืนบนเวทีโลก อย่างมีเกียรติและศักดิ์ศรี หัวหน้าพรรคการเมืองที่จะนำไทยกลับไปยืนบนเวทีโลกได้อย่างสง่างามอีกครั้งคือ นายวราวุธ ศิลปอาชา หน.ชาติไทยพัฒนา
  • ขอ 25 เสียงหนุนพรรคเสียงข้างมากจัดตั้งรัฐบาล

ลงทุนคาร์บอนเครดิต

ศ.ดร.กนก วงษ์ตระหง่าน รองหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา และเลขานุการคณะกรรมการนโยบายและยุทธศาสตร์พรรคชาติไทยพัฒนา(ชพท.) ตอบปมสงสัยเลือกตั้ง2566 ทำไมประชาชนควรเลือกชาติไทยพัฒนา กับ “คมชัดลึก” ว่านโยบายชาติไทยพัฒนาจะลงทุนปรับระบบการวัดคาร์บอนเครดิต 8,000-10,000 ล้านบาท ให้ได้มาตรฐานสากล คาดสร้างรายได้เข้าประเทศปีละ 1 แสนล้านบาท เพื่อสร้างแต้มต่อให้ประเทศ ป้องกันกำแพงภาษี ด้านสิ่งแวดล้อมจากนานาชาติ

นโยบายคาร์บอนเครดิตเป็นวาระเร่งด่วน ทำทันทีและทำได้จริง หากไม่รีบดำเนินการไทยจะถูกกีดกันทางการค้า ในกลุ่มอียูคิดราคาคาร์บอนเครดิต ตกตันละ  2,000 บาท ในการนำเข้าสินค้าเสื้อผ้าที่มีคาร์บอน

พรรคชาติไทยพัฒนา  หมายเลข 18พรรคชาติไทยพัฒนา หมายเลข 18

นั่นหมายถึง ผลักดันการพัฒนาเกษตรกรสมัยใหม่ ปลูกพืช เลี้ยงสัตว์ ที่เหมาะสมต่อฤดูกาล และสภาพภูมิประเทศ ส่งเสริมการทำเกษตรยั่งยืน เพื่อสามารถขายคาร์บอนเครดิตได้ให้กับบริษัทเอกชนและภาครัฐ ในการสร้างแต้มต่อคาร์บอนเครดิต ให้กับประเทศไทย เพื่อป้องกันกำแพงภาษี ด้านสิ่งแวดล้อมจากนานาชาติ

‘วราวุธ ศิลปอาชา’ คุณสมบัติผู้นำโลกใหม่

ทุกวันนี้ประเทศไทยไม่ได้อยู่บนเวทีโลกแล้ว 8 ปีที่ผ่านมาโลกมองข้ามประเทศไทยไป ดังนั้นสิ่งสำคัญที่ต้องทำ คือนำประเทศไทยกลับไปยืนบนเวทีโลกอย่างมีเกียรติและศักดิ์ศรี หัวหน้าพรรคการเมืองที่จะนำไทยกลับไปยืนบนเวทีโลกได้อย่างสง่างามอีกครั้ง คือ นายวราวุธ ศิลปอาชา

นายวราวุธ ศิลปอาชา เป็นผู้นำที่มีวิสัยทัศน์ กล้าตัดสินใจ มีบทบาทโดดเด่นในเวทีการประชุมระดับนานาชาติในช่วง 4 ปี ที่ผ่านมา มีภาวะผู้นำสูง ต่างชาติให้การยอมรับให้เกียรติ และเกรงใจ เป็นคนที่เข้าถึงปัญหาลุยมา 70 จังหวัด แม้เป็นนักเรียนนอก เมื่อพบประชาชนมีความอ่อนน้อมถ่อมตน เข้าใจ รับฟัง และเคียงข้างประชาชน นี่คือคุณสมบัติ ผู้นำโลกใหม่ ไม่เป็นตัวตลกในสายตาชาวโลก

ขอ 25 เสียงหนุนพรรคเสียงข้างมากจัดตั้งรัฐบาล

ชาติไทยพัฒนาขับเคลื่อนนโยบาย WOW ว้าวไทยแลนด์ ประกอบด้วย สร้างความมั่งคั่ง Wealth สร้างโอากาส Opportunity และ สร้างคุณภาพชีวิตที่ดีเพื่อทุกคน Welfare for All 

อีกทั้งชาติไทยพัฒนา ไม่เคยทะเลาะกับใคร ไม่เคยเป็นคู่ขัดแย้ง และไม่เคยสร้างความขัดแย้ง เพราะเสียเวลาในการทำงานรับใช้ประชาชน นายวราวุธ ศิลปอาชา เป็นบุคคลที่นานาชาติให้การยอมรับ ไม่ใช่เพราะว่าพูดภาษาอังกฤษเก่ง แต่มีสติปัญญาในการทำงานที่เป็นหลักฐานชัดเจน และเรายังมีบุคลากรคนอื่นที่ยังมีประสบการณ์มายาวนานมากมาย ชาติไทยพัฒนาจะทำให้เห็นว่าคนเก่งเท่านั้นจะนำพาประเทศไปสู่สิ่งที่ดีกว่า เลือกหมายเลข 18 ชาติไทยพัฒนา ขอเพียง 25 เสียงหนุนพรรคเสียงข้างมากจัดตั้งรัฐบาล

กลิ่นตุๆ ‘ปชป.’ ข้องใจนโยบายแจกเงินดิจิทัล 1 หมื่น เอื้อธุรกิจบางครอบครัว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/546552

10 เม.ย. 2566

กลิ่นตุๆ 'ปชป.' ข้องใจนโยบายแจกเงินดิจิทัล 1 หมื่น เอื้อธุรกิจบางครอบครัว

‘ปชป.’ ตั้ง 5 ข้อสงสัย นโยบายแจกเงินดิจิทัล 1 หมื่นบาท เอื้อธุรกิจครอบครัวหรือไม่ อัด กระตุ้นเศรษฐกิจไม่ตรงจุด ไม่เกิดประโยชน์ ปชช.-ประเทศชาติ

เมื่อวันที่ 10 เม.ย. นายเกียรติ สิทธีอมร อดีต สส. และผู้สมัคร สส. แบบบัญชีรายชื่อพรรคประชาธิปัตย์ ตั้งข้อสังเกตถึงนโยบายแจกเงินดิจิทัล 10,000 บาท ของพรรคเพื่อไทย แตกต่างจากพรรคประชาธิปัตย์ที่ต้องการกระตุ้นเศรษฐกิจให้เติบโตอย่างน้อย 5% ไม่สร้างหนี้เพิ่ม เปลี่ยนเงินที่มีอยู่ในระบบมาใช้ และกระจายเศรษฐกิจไปสู่ฐานรากอย่างมั่นคง

โดยตั้งข้อสังเกตุ 5 ข้อ 

1. นโยบายดังกล่าวไม่ชัดเจนทั้งเคลื่อนตัวเลขระยะเวลาการแจกเงิน มีทั้งบอกแจก 6 เดือน หรือ แจกเพียง 1 ครั้ง รวมถึงที่มาของเงิน วันหนึ่งบอก เอาจาก 5 แสนล้าน อีกวันบอกเอาจากงบประมาณ งบส่วนกลาง 30% หรือ 3 หมื่นล้านบาท ทุกอย่างไม่ตรงกัน 

ล่าสุด ทราบข่าวว่า ทางนั้นได้ไปชี้แจงคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)แล้ว ซึ่งคำถามอยู่ที่กกต.ว่า พรรคการเมืองเสนอนโยบายแบบนี้ทำได้หรือไม่ ไม่ใช่เป็นการโยนหินถามทางไปวันๆแล้วผลกระทบเป็นอย่างไร

2. พรรคประชาธิปัตย์ไม่เห็นด้วยนำเงินภาษีประชาชนแจกคนรวย ใน 55 ล้านคน อาจจะมีคนที่ต้องการความช่วยเหลือ 10-15 ล้านคน แต่ที่เหลืออีก 35 ล้านคน ไม่ได้ต้องการเงินช่วยเหลือ แต่เอาภาษีไปให้เขาเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ 

ตนคิดว่าหากเป็นเช่นนี้ไม่เห็นด้วย เพราะกลายเป็นเอาเงินภาษีประชาชนไปใช้ และช่วยคนที่มีรายได้เพียงพออยู่แล้ว จะอ้างกระตุ้นเศรษฐกิจ ฟังไม่ได้ เพราะมีอีกหลายวิธีที่ทำได้

3. ทำไมเริ่มแจกตั้งแต่อายุ 16 ปีขึ้นไปหากจะช่วยนักเรียนกู้เงินกยศ. เรายินดี ตรงเป้า แต่หากจะช่วยนักเรียนที่ไม่เดือดร้อน ตนไม่เห็นด้วย เช่น นักเรียนที่ขับรถไปเรียนหรือพ่อแม่ขับรถมาส่งทุกวัน เพราะภาษีของประชาชนได้มายาก นำไปใช้แบบนั้นไม่ได้

4. ภาษีมีจำกัด ภาระของประเทศมีเยอะ ทุกบาททุกสตางค์เอาไปใช้ต้องเข้าเป้า ไม่ใช่กระจายไปหมดเป็น “เบี้ยหัวแตก”

พร้อมนำเสนอวิธีง่ายๆคือ คนไหนไม่มีบัญชีธนาคาร หรือ มีบัญชีธนาคารแต่ ไม่ถึง 10,000 บาท นำเงินเติมไปให้เขาจึงจะตรงเป้า ถึงมือคนที่จำเป็นต้องช่วยจริงๆ และไม่ต้องผ่านกระเป๋าดิจิทัลใคร 

5. ทำไมต้องเป็นเงินดิจิทัล ซึ่งทราบมาว่า บริษัท แสนสิริ จำกัด เข้าไปซื้อหุ้นบริษัท เอ็กซ์สปริง แคปปิตอล จำกัด (XPG) เมื่อปี 2021เป็นที่เรียบร้อย เป็นธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และธุรกิจทรัพย์สินดิจิทัล ทำไมบังเอิญแบบนี้ และทำไมต้องบังคับคน 80% ใช้เงินดิจิทัล ซึ่งบริษัทดังกล่าวขายสกุลเงินดิจิทัลดังนั้นเป็นอุตสาหกรรมในครอบครัวหรือไม่ เรื่องนี้ตนก็ไม่ทราบ แต่วันที่ขายทรัพย์สินดิจิทัลเพื่อแจกประชาชน บริษัทนี้จะรวยทันที

นอกจากนี้ยังพบปัญหาร้านค้าจะรับเงินดิจิทัลหรือไม่ สามารถไปขึ้นเงินกับใคร และจะโดนลดค่าเงินหรือไม่ เพราะที่ผ่านมาเงินดิจิทัลผันผวนมาก แบงค์ระดับโลกเกิดผลกระทบ ซึ่งมองว่า ผลดีไม่พอ เห็นแต่ประโยชน์ของบริษัททรัพย์สินดิจิทัล แต่ไม่เห็นประโยชน์กับประชาชนและประเทศชาติ พร้อมขอให้คนที่แถลงนโยบายออกมีชี้แจงให้เกิดความชัดเจน เพราะยังมีอีกหลายวิธี หากจะกระตุ้นเศรษฐกิจใช้เงินน้อย ได้ผลมาก แต่มีวิธีนี้ คือ ใช้เงินมาก ได้ผลน้อย

นายเกียรติ สิทธีอมร (คนกลาง)นายเกียรติ สิทธีอมร (คนกลาง)