เช็กที่นี่ 98 ลำดับ ‘สส.ปาร์ตี้ลิสต์’ พรรคประชาธิปัตย์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/546212

04 เม.ย. 2566

เช็กที่นี่ 98 ลำดับ 'สส.ปาร์ตี้ลิสต์' พรรคประชาธิปัตย์

’พรรคประชาธิปัตย์’ เปิดรายชื่อ 98 ลำดับ ‘สส.ปาร์ตี้ลิสต์’ ‘จุรินทร์‘ อันดับ1’ชวน-บัญญัติ’ อันดับ 2-3 สัดส่วนผู้หญิงมากถึง 17 คน เช็กรายละเอียดได้ที่นี่

ที่อาคารไอราวัตพัฒนา ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร ดินแดงเป็นวันแรกที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) เปิดรับสมัครเลือกตั้ง สส.แบบบัญชีรายชื่อ หรือ สส.ปาร์ตี้ลิสต์ และแจ้งรายชื่อบุคคลที่พรรคการเมืองมีมติจะเสนอสภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี ตามที่กกต.ประกาศจะเปิดรับสมัครระหว่างวันที่ 4-7 เม.ย.2566

ทั้งนี้ในส่วนของพรรคประชาธิปัตย์(ปชป.) ที่จับได้หมายเลข 26 มีผู้สมัครรับเลือกตั้ง สส.ปาร์ตี้ลิสต์ หรือสส.แบบบัญชีรายชื่อ จำนวน 98 ราย เรียงลำดับดังนี้

ลำดับที่ 1 นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์

ลำดับที่ 2 นายชวน หลีกภัย

ลำดับที่ 3 นายบัญญัติ บรรทัดฐาน

ลำดับที่ 4 คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช

ลำดับที่ 5 นายนิพนธ์ บุญญามณี

ลำดับที่ 6 นายองอาจ คล้ามไพบูลย์

ลำดับที่ 7 นายนราพัฒน์ แก้วทอง

ลำดับที่ 8 นายไชยยศ จิรเมธากร

ลำดับที่ 9 นายเกียรติ สิทธีอมร

ลำดับที่ 10 น.ส.จิตภัสร์ ตั๊น กฤดากร

ลำดับที่ 11 นางวทันยา บุนนาค

ลำดับที่ 12 นายสุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์

ลำดับที่ 13 นายสามารถ ราชพลสิทธิ์

ลำดับที่ 14 นายพิสิฐ ลี้อาธรรม

ลำดับที่ 15 นายอิสระ เสรีวัฒนวุฒิ

ลำดับที่ 16 น.ส.รัชดา ธนาดิเรก

สส.ปาร์ตี้ลิสต์ พรรคประชาธิปัตย์ สส.ปาร์ตี้ลิสต์ พรรคประชาธิปัตย์

สส.ปาร์ตี้ลิสต์ พรรคประชาธิปัตย์ สส.ปาร์ตี้ลิสต์ พรรคประชาธิปัตย์

ลำดับที่ 17 นายสุทัศน์ เงินหมื่น

ลำดับที่ 18 นายชำนิ ศักดิเศรษฐ์

ลำดับที่ 19 นางมัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข

ลำดับที่ 20 นายสุรบถ หลีกภัย

ลำดับที่ 21 ม.ร.ว.ศศิพฤนท์ จันทรทัต

ลำดับที่ 22 นายอภิชาต ศักดิเศรษฐ์

ลำดับที่ 23 นายบุณย์ธีร์ พานิชประไพ

ลำดับที่ 24 นายวิฑูรย์ นามบุตร

ลำดับที่ 25 นายบำรุง ปิยนามวาณิช

ลำดับที่ 26 พลเอกบุญเลิศ แก้วประสิทธิ์

ลำดับที่ 27 นายพิเชฏฐ พัฒนโชติ

ลำดับที่ 28 นายอรรถพร พลบุตร

ลำดับที่ 29 นายกูอาเซ็ม กูจินามิง

ลำดับที่ 30 นางรัชฎาภรณ์ แก้วสนิท

ลำดับที่ 31 นางดรุณวรรณ ชาญพิพัฒนชัย

ลำดับที่ 32 นายสุกิจ ก้องธรนินทร์

ลำดับที่ 33 นายธีระชาติ ปางวิรุฬห์รักษ์

ลำดับที่ 34 นายธนน เวชกรกานนท์

ลำดับที่ 35 นางมณทิพย์ ศรีรัตนา

ลำดับที่ 36 นายอับดลรอหมาน กาเหย็ม

ลำดับที่ 37 นายซารีฟุดดีน สารีมิง

ลำดับที่ 38 น.ส.เจนจิรา รัตนเพียร

ลำดับที่ 39 นายพายุ เนื่องจำนงค์

ลำดับที่ 40 นางขนิษฐา นิภาเกษม

ลำดับที่ 41 นายอรัญ วงศ์อนันต์

ลำดับที่ 42 นายธนชัย ศรีสงค์

ลำดับที่ 43 นายสมบัติ ชนะสิทธิ์

ลำดับที่ 44 นายชายพงษ์ นิยมกิจ

ลำดับที่ 45 นายสุรชัย สุริแสง

ลำดับที่ 46 นายประเสริฐ ทองนุ่น

ลำดับที่ 47 นายชัยรัตน์ โสดา

ลำดับที่ 48 นายคำนวน อินทรกุล

ลำดับที่ 49 นายทวีเกียรติ ใจดี

ลำดับที่ 50 นายกานต์ ปิงเมือง

ลำดับที่ 51 นางสุรภา ประยงค์ระวิกูล

ลำดับที่ 52 น.ส.สุภาพร ราธิเสน

ลำดับที่ 53 นายภูดิส แก้วตระกูลโชติ

ลำดับที่ 54 นายมงคล สินสมบูรณ์

ลำดับที่ 55 นายเรวัตร คงชาติ

ลำดับที่ 56 นายวันชัย ก้องเจริญพาณิชย์

ลำดับที่ 57 นางผุสดี วงศ์กำแพง

ลำดับที่ 58 นายรุจชรินทร์ ทองใหญ่

ลำดับที่ 59 นายณัฐชา ลิขิตกิจวรกุล

ลำดับที่ 60 นายฉัตรณพัฒน์ เทียนมงคล

ลำดับที่ 61 นายธนวัฒน์ ปัญญาสกุลวงศ์

ลำดับที่ 62 นายชยพงศ์ สายฟ้า

ลำดับที่ 63 นายอุทัย เสน่หา

ลำดับที่ 64 นายชานน สัมพันธารักษ์

ลำดับที่ 65 นายณรงค์ ปราบปัญจะ

ลำดับที่ 66 นายนวพล สุขเกษม

ลำดับที่ 67นายสุไกร เจริญใจ

ลำดับที่ 68 นางสาวซีนัท มะหะหมัด

ลำดับที่ 69 นายศุภสิทธิ์ ลิ้มตระกูล

ลำดับที่ 70 นายธัชพงศ์ ธรรมพุฒิพงศ์

ลำดับที่ 71 นายยุทธนา เลี่ยวสมบูรณ์

ลำดับที่ 72 นายสันติชนข์ สุคนธ์ทองเจริญ

ลำดับที่ 73 นายอุดมการณ์ วรกิจ

ลำดับที่ 74 นายชิษณุชา นวลปาน

ลำดับที่ 75 นางสาวลักษณีรายา คณานุรักษ์

ลำดับที่ 76 นายบุญมี บุญมีตระกูล

ลำดับที่ 77 นายสุกฤษฏิ์ชัย ธีระเริงฤทธิ์

ลำดับที่ 78 นายเนติธร พรพิทักษ์สิทธิ์

ลำดับที่ 79 นายสราวุธ ทับทอง

ลำดับที่ 80 นายพิศณุพงศ์ สิทธิโชคแก้วมูล

ลำดับที่ 81 นายสุรศักดิ์ วงค์วนิช

ลำดับที่ 82 ว่าที่ ร.ต.ธนิตศักดิ์ ดารามั่น

ลำดับที่ 83 ว่าที่ ร.ต.ไต้หวัน คำสร้าง

ลำดับที่ 84 พันตำรวจเอกวันชัย เปี่ยมสมบูรณ์

ลำดับที่ 85 นายณัฐพัชร์ วงศ์พัฒนาธนเดช

ลำดับที่ 86 นาวาเอกประจักษ์ วังกานนท์

ลำดับที่ 87 นายวรเดช ไชยนันทน์

ลำดับที่ 88 นางสาวอุ่นเรือน สุดประเสริฐ

ลำดับที่ 89 นายบุญคง วิลัยเลิศ

ลำดับที่ 90 นายชาติ พิทยาภักดี

ลำดับที่ 91 นายณิกษ์สรรค์ เตศิริ

ลำดับที่ 92 นายปกรณ์เกียรติ ประสงค์สุข

ลำดับที่ 93 น.ส.แพญาริณธ์ เจียอัตรเตชานน

ลำดับที่ 94 นายชริน เลี้ยงกาญจนกุล

ลำดับที่ 95 นายชำนาญ เกิดโสภา

ลำดับที่ 96 นายชาณุ พีรวศิน

ลำดับที่ 97 นายภูมิสรรค์ เสนีวงศ์ ณ อยุธยา

ลำดับที่ 98 นายนริศ ขำนุรักษ์

แกนนำพรรคประชาธิปัตย์แกนนำพรรคประชาธิปัตย์

ตุลาการ ปค. เสนอ ‘ยกฟ้อง’ คดีกกต.แบ่งเขตเลือกตั้งใหม่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/546207

04 เม.ย. 2566

ตุลาการ ปค. เสนอ 'ยกฟ้อง' คดีกกต.แบ่งเขตเลือกตั้งใหม่

ตุลาการศาลปกครอง เสนอเห็นควร ‘ยกฟ้อง’ คดีผู้มีสิทธิสมัครสส.กทม.-สุโขทัย-สกลนคร ฟ้องกกต. แบ่งเขตเลือกตั้งใหม่ เหตุผลเป็นไปตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 86

วันนี้ 4 เม.ย. ศาลปกครองสูงสุดออกนั่งบัลลังก์พิจารณาคดีนัดแรก ที่นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี รองหัวหน้าพรรคชาติพัฒนากล้า , นายพัฒนา สัพโส ผู้มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็น สส.จ.สกลนคร , นายวิรัตน์ วิริยะพงษ์ ผู้มีสิทธิลงสมัครรับเลือกตั้ง สส.จ.สุโขทัย และนายพัฒ ตั้งเบญจผล ผู้แทนพรรคประชาธิปัตย์ จาก จ.สุโขทัย ยื่นฟ้องคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กรณีขอให้เพิกถอนประกาศ กกต. เรื่องแบบแบ่งเขตเลือกตั้งที่ประกอบเป็นเขตเลือกตั้งกรุงเทพมหานคร จ.สกลนคร และ จ.สุโขทัย ลงวันที่ 16 มี.ค.2566 ตามลำดับ   

โดยตุลาการผู้แถลงคดีเสนอความเห็นควรยกฟ้อง เนื่องจากเป็นไปตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 86

การพิจารณาคดีครั้งนี้ มีเพียงผู้ฟ้องคดี 3 ราย คือ นายอรรถวิชช์ , นายวิรัตน์ และนายพัฒ เดินทางมาแถลงปิดคดีด้วยตัวเอง ตรงกันว่า ประกาศ กกต.เรื่องแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง ที่ประกอบเป็นเขตเลือกตั้งลงวันที่ 16 มี.ค.2566 การแบ่งเขตการเลือกตั้ง รูปแบบที่ 1 เป็นการรวมแขวง/ตำบลเพื่อกำหนดเป็นเขตเลือกตั้งใหม่ โดยไม่ได้ยึดหลักเกณฑ์รวมเขตปกครองครองอำเภอต่างๆ เป็นเขตการเลือกตั้ง ตามหลักเกณฑ์ที่ พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง สส. 2561 มาตรา 27 กำหนด เป็นการใช้ดุลพินิจไม่ชอบด้วยกฎหมาย ส่งผลให้เกิดความไม่เป็นธรรมต่อผู้ประสงค์จะสมัครรับเลือกตั้ง และกระทบสิทธิของประชาชน สร้างความสับสนในการใช้สิทธิเลือกตั้ง และกระทบต่อจำนวนราษฎรผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้ง ขณะที่ตัวแทนผู้รับมอบอำนาจจาก กกต.ขอส่งแถลงการปิคคดี ทั้ง 4 คดีเป็นลายลักษณ์อักษร

จากนั้นองค์คณะตุลาการเจ้าของสำนวนคดี ได้ให้ตุลาการผู้แถลงคดี ซึ่งเป็นตุลาการนอกองค์คณะแถลงความเห็นส่วนตัวที่องค์คณะจะนำไปประกอบการพิจารณาด้วย โดยตุลาการผู้แถลงคดีมีความเห็นในทั้ง 4 คดี ว่า 

ในการเลือกตั้ง สส. ในปี 2566 นี้ มีความแตกต่างจากการเลือกตั้งครั้งก่อน ทั้งในจำนวนราษฎร ที่กำหนดว่า ต้องเป็นผู้มีสัญชาติไทยเท่านั้น หรือ ต้องได้สัญชาติไทยมาแล้วไม่น้อยกว่า 5 ปี รวมทั้งส่วนของจำนวน สส.ที่เพิ่มขึ้นส่วนของ กรุงเทพมหานคร ที่เพิ่มจาก 30 คน เป็น 33 คน จ.สกลนคร เพิ่มจากเดิม 6 คน เป็น 7 คน และ จ.สุโขทัย เพิ่มจากเดิม 3 คน เป็น 4 คน ประกอบกับ รัฐธรรมนูญ มาตรา 86 (5) กำหนดว่า จังหวัดใดมีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้เกินหนึ่งคนให้แบ่งเขตจังหวัดออกเป็นเขตเลือกตั้งเท่าจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่พึงมี โดยต้องแบ่งพื้นที่ของเขตเลือกตั้งแต่ละเขตให้ติดต่อกัน และต้องจัดให้มีจำนวนราษฎรในแต่ละเขตใกล้เคียงกัน   

ดังนั้น เมื่อพิจารณาค่าเฉลี่ยจำนวนราษฎรในแต่ละเขตเลือกตั้ง ต่อจำนวน สส.1 คน เป็นตัวตั้ง ทั้งในเขตพื้นที่ของกรุงเทพมหานคร สกลนคร และ สุโขทัย ตามประกาศ กกต. เรื่องแบบแบ่งเขตเลือกตั้งที่ประกอบเป็นเขตเลือกตั้งลงวันที่ 16 มี.ค.2566 พบว่า จำนวนราษฎรในแต่ละเขตเลือกตั้ง ในพื้นที่ดังกล่าวมีจำนวนมาก หรือ มีจำนวนน้อย กว่าร้อยละ 10 ของค่าเฉลี่ยจำนวนราษฎรในแต่ละเขตเลือกตั้ง 162,766 คน ต่อจำนวน สส.1 คน จนเกินไป การที่ กกต. ออกประกาศ ในส่วนของกรุงเทพมหานคร 33 เขตเลือกตั้ง สกลนคร 7 เขตเลือกตั้ง และสุโขทัย 4 เขตเลือกตั้ง  

จึงเป็นการประกาศที่ชอบด้วยกฎหมาย เห็นควรที่ศาลปกครองสูงสุดจะพิจารณายกฟ้องในคดีนี้ หลังจบกระบวนนั่งพิจารณาคดี องค์คณะตุลาการเจ้าของสำนวนได้แจ้งคู่กรณีทุกฝ่ายว่า ศาลนัดฟังคำพิพากษาคคีในวันที่ 7 เม.ย.นี้ 

คลิป “บิ๊กป้อม” วิดีโอคอลคุย นศ.ธรรมศาสตร์ ย้ำต้องไม่มีขัดแย้ง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/546209

04 เม.ย. 2566

คลิป “บิ๊กป้อม” วิดีโอคอลคุย นศ.ธรรมศาสตร์ ย้ำต้องไม่มีขัดแย้ง

เผยคลิป “บิ๊กป้อม” วิดีโอคอลคุยกับนักศึกษาธรรมศาสตร์ ย้ำพร้อมพูดคุยทุกฝ่ายสลายความขัดแย้ง มุ่งทำให้ประเทศสงบ

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ได้วิดีโอคอลพูดคุยกับนักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต หลังนำผู้สมัครของพรรคพลังประชารัฐไปสมัคร ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ  โดยพูดถึงนโยบายของพรรคพลังประชารัฐในการก้ามข้ามความขัดแย้ง

โดยคลิปนี้ เปิดเผยอยู่ในแฟนเพจเฟซบุ๊ก “FC ลุงป้อม” มีความยาว 5 นาที ได้เนื้อหาระบุว่า พล.อ.ประวิตรทักทายกลุ่มนักศึกษาว่า “สวัสดีจ้ะ สบายดีครับ  ผมเพิ่งกลับจากการพา ส.ส.ไปสมัครเมื่อ 8 โมงที่ผ่านมา”

ตัวแทนนักศึกษาถามว่า สมัยหนุ่มๆ พล.อ.ประวิตร เล่นกีฬาอะไรบ้าง พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า “ผมชอบฟุตบอล  รักบี้ กอล์ฟ แต่ตอนนี้ว่ายน้ำอย่างเดียว”

คลิป “บิ๊กป้อม” วิดีโอคอลคุย นศ.ธรรมศาสตร์ ย้ำต้องไม่มีขัดแย้ง

นักศึกษาถามว่า กีฬาสามารถสร้างสามัคคีได้หรือไม่  พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า “ความขัดแย้งนั้น ผมเห็นว่าเราเป็นคนไทยด้วยกันต้องรักสามัคคีทุกคน ส่วนเรื่องการเมืองนั้น เราบังคับใครไม่ได้ ใครจะคิดอย่างไรก็เป็นของคนๆนั้น ใครจะไปอยู่พรรคไหนก็ว่ากันไป แต่ส่วนตัวไม่ชอบความรุนแรง เราต้องร่วมมือก้าวเป็นหนึ่งเดียวนำประเทศไปสู่ความเจริญก้าวหน้า หากใครมีอะไรก็มาคุยกัน พรรคพลังประชารัฐพร้อมคุยกับทุกคน ยินดีรับฟังทุกปัญหา และยิ่งเรื่องความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ผมพร้อมทำให้ประเทศสงบสุข และเป็นเรื่องแรกที่จะทำให้ประชาชนปลอดภัย”

นักศึกษาถามว่า เรื่องที่แกนนำกลุ่มผู้ประท้วงปะทะกับทีมรักษาความปลอดภัยของพรรคพลังประชารัฐที่เวทีหาเสียงบริเวณใต้สะพานพระราม 8 กังวลว่าจะเป็นสร้างภาพความขัดแย้งทางการเมืองในอนาคตจะเกิดขึ้นอีกหรือไม่ เพราะสังคมไม่สบายใจกับเหตุที่เกิดขึ้นนั้น พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า “หากยังอยู่ในกรอบ คงไม่มีทะเลาะกัน ต้องเบาๆ และพูดจากันว่าต้องการอะไร    ผมและพรรคพร้อมทำและรับฟังทุกคน แต่ความเห็นทางการเมืองนั้นผมจะบังคับให้ทุกคนมีความเห็นเหมือนกันคงเป็นไปไม่ได้ แต่ความเป็นคนไทยด้วยกันนั้น ต้องรักสามัคคีเป็นหนึ่งเดียวไม่ทะเลาะกัน ปราศจากความรุนแรง ขอให้นักศึกษามาช่วยกันนำประเทศให้จริญก้าวหน้า เพราะเป็นคนรุ่นหลังที่จะขึ้นมาทดแทน”

คลิป “บิ๊กป้อม” วิดีโอคอลคุย นศ.ธรรมศาสตร์ ย้ำต้องไม่มีขัดแย้ง

ในช่วงท้ายนักศึกษาอวยพร พล.อ.ประวิตร ให้ได้เป็นนายกฯคนที่ 30 โดย พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า “ผมจะได้เป็นนายกฯอยู่ที่พวกน้องๆว่าเลือกหรือไม่ หากเลือกผมก็ได้เป็น หากไม่เลือกก็ไม่เป็นไร เพราะผมมีความคิดว่า   ความเป็นหนึ่งเดียวของคนไทยทั้งหมดมีความสำคัญที่จะทำให้ประเทศก้าวหน้า โดยไม่มีความรุนแรง”

ตัวแทนแฟนเพจ FC ลุงป้อม ได้อธิบายกับนักศึกษาว่า  พล.อ.ประวิตรพร้อมคุยกับทุกฝ่ายในการสร้างความปรองดองและอยู่ในกรอบของกฎหมาย โดยเฉพาะกับคนรุ่นใหม่นั้น พล.อ.ประวิตร ยินดีที่จะพูดคุยด้วยตลอดเวลา และยังชี้แจงเหตุผลที่ พล.อ.ประวิตรเข้ามาทำงานการเมืองในช่วงรอยต่อความขัดแย้ง เช่น การทำหน้าที่รมว.กลาโหมในปี 2552, การเป็นรองนายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหมในปี 2557 และการมีส่วนร่วมก่อตั้งพรรคพลังประชารัฐ และการเป็นรองนายกรัฐมนตรีชุดปัจจุบัน

ตัวแทนแฟนเพจ FC ลุงป้อม ชี้แจงด้วยว่า แม้ พล.อ.ประวิตร จะพ้นตำแหน่ง ผบ.ทบ.มาหลายปีแล้ว แต่ในตอนนั้น พล.อ.ประวิตร ได้รับเชิญให้มาช่วยแก้ไขสถานการณ์ และเป็นคนกลางในการเจรจากับหลายฝ่ายให้การทำงานเดินหน้าเพราะตอนนั้นประเทศมีความขัดแย้งสูง จริงๆความตั้งใจของ พล.อ.ประวิตรในตอนนั้นจนถึงตอนนี้ พล.อ.ประวิตร อยากพักผ่อน แต่สถานการณ์ทำให้มีความจำเป็นที่ต้องเข้าไปเป็นคนกลางช่วยประสานฝ่ายต่างๆให้สถานการณ์คลี่คลายและบ้านเมืองเดินไปข้างหน้าโดยขัดแย้งน้อยที่สุด หากวันนี้ และวันข้างหน้าคนรุ่นใหม่ได้เข้าไปพูดคุยและร่วมงานกับ พล.อ.ประวิตรก็จะเป็นสิ่งที่ดี เพราะ พล.อ.ประวิตร เปิดกว้างในการรับฟังความเห็นของทุกคน และพร้อมจับมือกับทุกฝ่ายร่วมงานพัฒนาเพื่อนำพาบ้านเมืองเดินหน้าต่อไปด้วยการขจัดทุกปัญหา ร่วมกันพัฒนาอย่างยั่งยืน.

‘พรรคพลังประชารัฐ’ ยกทีมผู้สมัครสส.กทม. เยือนเนชั่นพรุ่งนี้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/546206

04 เม.ย. 2566

‘พรรคพลังประชารัฐ’ ยกทีมผู้สมัครสส.กทม. เยือนเนชั่นพรุ่งนี้

พรรคพลังประชารัฐ นำโดย “สกลธี ภัททิยกุล – อุตตม สาวนายน – นฤมล ภิญโญสินวัฒน์” นำทีมผู้สมัครสส. กทม.พบสื่อเครือเนชั่น พร้อมโชว์นโยบาย “ทำทันที กรุงเทพดีกว่านี้ได้”

พรรคพลังประชารัฐ นำทีมโดย นายสกลธี ภัททิยกุล หัวหน้าทีมกรุงเทพฯ ดร.อุตตม สาวนายน ประธานคณะกรรมการจัดทำนโยบายพรรคพลังประชารัฐ ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ กรรมการบริหารพรรคพลังประชารัฐ

‘พรรคพลังประชารัฐ’ ยกทีมผู้สมัครสส.กทม. เยือนเนชั่นพรุ่งนี้

มีกำหนดการนำผู้สมัครสส. เขตกรุงเทพ ของพรรคพลังประชำรัฐ เข้าพบปะสื่อในเครือเนชั่น ในช่วงบ่ายวันพุธที่ 5 เม.ย. 2566 ณ Town Hall ตึกเนชั่น

‘พรรคพลังประชารัฐ’ ยกทีมผู้สมัครสส.กทม. เยือนเนชั่นพรุ่งนี้

โดยการเดินทางมาพบสื่อเครือเนชั่นของพรรคพลังประชารัฐครั้งนี้ นอกจากนำผู้สมัครสส.กทม.ทั้ง 33 เขตมาแล้ว ยังมี อดีตสส. อดีตสก. ของพรรคเดินทางมาด้วย และจะมีการนำเสนอนโยบายเพื่อคกรุงเทพมหานคร และ ยุทธศาสตร์ในการเอาชนะคู่แข่ง ภายใต้นโยบาย “ทำทันที กรุงเทพดีกว่านี้ได้” 

‘พรรคพลังประชารัฐ’ ยกทีมผู้สมัครสส.กทม. เยือนเนชั่นพรุ่งนี้

สำหรับบรรยากาศการพบปะดังกล่าว สามารถรับชมการถ่ายทอดสดตลอดทั้งงานทางแฟนเพจ “คมชัดลึก” และทางรายการ Biz Insight ทางเนชั่นทีวีช่อง22 ช่วงเวลา 14.30-14.40 น.

‘พรรคพลังประชารัฐ’ ยกทีมผู้สมัครสส.กทม. เยือนเนชั่นพรุ่งนี้

ทั้งนี้การเดินทางมาพบปะสื่อในเครือเนชั่นของพรรคพลังประชารัฐ นับเป็นพรรคที่สองต่อจากพรรคเพื่อไทย ที่ยกทีมผู้สมัครสส.กทม.ทั้ง 33 เขต มาเยือนสื่อในเครือเนชั่นก่อนหน้านี้ >> (อ่านข่าวพรรคเพื่อไทยเยือนเนชั่นที่นี่)

เบื้องหลัง ‘สมุทรสาคร’ ทุกพรรคปิดดีลสมานฉันท์ ‘เบอร์เดียวทั้งจังหวัด

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/546203

04 เม.ย. 2566

เบื้องหลัง ‘สมุทรสาคร’ ทุกพรรคปิดดีลสมานฉันท์ ‘เบอร์เดียวทั้งจังหวัด

เลือกตั้ง66 จับเบอร์สส.เขต ‘จังหวัดสมุทรสาคร’ สุดฮือฮา พรรคพร้อมใจกันสมานฉันท์ ตกลงปิดดีล ‘เบอร์เดียวทั้งจังหวัด 

ผลการจับเบอร์สส.เขตจังหวัดสมุทรสาคร สร้างความฮือฮาให้การเลือกตั้ง 2566 ครั้งนี้ อาจจะเรียกว่าทุกพรรคสร้างความสมานฉันท์ “ปิดดีล” กันจนเป็นที่พอใจของทุกพรรคและทุกเขตเลือกตั้งก็ว่าได้

เพราะกรณีเบอร์ของ สส. เขตและสส.บัญชีรายชื่อ(เบอร์ของพรรค) มีโอกาสที่เบอร์จะเป็นคนละเบอร์มีโอกาสสูงมาก เช่น สส.เขตในจังหวัดแห่งหนึ่งได้เบอร์ 1 แต่เบอร์ของพรรคทั้งประเทศ คือ เบอร์ 3 กับสส.เขตอีกจังหวัดหนึ่ง พรรคเดียวกันจับได้เบอร์ 19 แต่สุดท้ายเบอร์ของพรรคได้เบอร์ 3  ก็ทำให้คนที่จะเลือกพรรคนี้ต้องจำให้แม่นสักหน่อย

และกรณีเบอร์ของสส.เขต แต่ละเขตเลือกตั้งในจังหวัดเดียวกัน แม้จะอยู่พรรคเดียวกัน แต่เมื่อคนละเขตเลือกตั้ง โอกาสที่จะจับได้เบอร์เดียวกันนั้นทังจังหวัดเกิดขึ้นไม่ใช่ง่ายเลยทีเดียว

แต่เรื่องนี้เกิดขึ้นแล้วที่จังหวัดสมุทรสาคร ในการรับสมัคร สส.เขต ที่จังหวัดสมุทรสาคร เมื่อวันที่ 3 เม.ย. 2566 ปรากฏว่ามี 10 พรรคการเมือง ส่งผู้สมัครทั้ง 3 เขตเลือกตั้ง

ปรากฏว่า เมื่อถึงเวลารับสมัคร เจ้าหน้าที่ กกต.สมุทรสาคร ได้ให้ผู้สมัครทุกพรรคการเมือง ทุกเขตเลือกตั้ง ไปตกลงกันก่อนที่จะยื่นใบสมัคร หากตกลงกันไม่ได้ ก็จะใช้วิธีการจับเบอร์ สรุปทุกพรรคการเมืองตกลงกันใช้เวลาเพียง 10 นาที และอยากได้เบอร์เดียวกันทั้ง 3 เขต เพื่อที่จะง่ายต่อการใช้หาเสียง

จากนั้นทุกพรรคทยอยจับเบอร์ และเมื่อจับได้เบอร์ไหนแล้วก็ใช้เบอร์นั้นทุกเขตเลือกตั้ง และให้ไปยื่นใบสมัครเรียงตามลำดับเบอร์ โดยเจ้าหน้าที่กกต.ที่รับสมัครได้บันทึกข้อตกลงเอาไว้ และในวันที่ 4 เม.ย. 66 ทางสำนักงาน กกต.สมุทรสาคร ก็ได้ประกาศการรับสมัคร ส.ส.เขตวันแรก พร้อมเบอร์ผู้สมัครแล้ว

เบื้องหลัง ‘สมุทรสาคร’ ทุกพรรคปิดดีลสมานฉันท์ ‘เบอร์เดียวทั้งจังหวัด
เบื้องหลัง ‘สมุทรสาคร’ ทุกพรรคปิดดีลสมานฉันท์ ‘เบอร์เดียวทั้งจังหวัด
เบื้องหลัง ‘สมุทรสาคร’ ทุกพรรคปิดดีลสมานฉันท์ ‘เบอร์เดียวทั้งจังหวัด
เบื้องหลัง ‘สมุทรสาคร’ ทุกพรรคปิดดีลสมานฉันท์ ‘เบอร์เดียวทั้งจังหวัด

ที่มา : สำนักงาน กกต.สมุทรสาคร

‘กกต.’ รองรับ 49 พรรค หาเสียงตามหมายเลขจับสลากได้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/546193

04 เม.ย. 2566

'กกต.' รองรับ 49 พรรค หาเสียงตามหมายเลขจับสลากได้

‘กกต.’ ตรวจสอบเอกสารครบ 49 พรรค หาเสียงตามหมายเลขจับสลากได้ ขณะที่แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี รอเปิดรายชื่อทางการอีกครั้ง ยืนยันบัตร 2 ใบ แตกต่างชัดเจนป้องกันความสับสน

เมื่อวันที่ 4 เม.ย. นายแสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) สรุปภาพรวมการรับสมัคร สส.บัญชีรายชื่อ วันแรกจำนวน 49 พรรค ว่า จากการตรวจสอบเอกสารหลักฐานทั้งหมด พบว่าทั้ง 49 พรรค มีเอกสารเรียบร้อย ดังนั้นหมายเลขที่จับไปในวันนี้ จึงใช้เป็นหมายเลขในการหาเสียง สส.บัญชีรายชื่อได้ นอกจากนี้มีพรรคการเมืองที่มายื่นเอกสารในช่วงหลังจาก 08.30 น. จำนวน 5 พรรคตามขั้นตอนจะได้รับหมายเลขเรียงลำดับเวลาที่มายื่นเอกสารทันที รวมเป็นทั้งหมดวันนี้มีพรรคการเมืองมาสมัครจำนวน 53 พรรคการเมือง 

ส่วนรายชื่อแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีมีการยื่นทั้งหมด 16 พรรค 20 คน หลังจากนี้ กกต.จะแจ้งอย่างเป็นทางการอีกครั้ง พร้อมเปิดรายชื่อผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อแต่ละพรรค ซึ่งจะตรวจสอบคุณสมบัติเช่นเดียวกับสส.แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง หากพบว่า ไม่มีคุณสมบัติจะไม่ประกาศรายชื่อ ซึ่งผู้ที่ถูกตัดรายชื่อออก สามารถยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาได้ หากศาลไม่คืนสิทธิให้พรรคการเมืองก็จะเหลือจำนวนผู้สมัครเท่าที่มีอยู่ ขณะที่แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีกฎหมายกำหนดให้กกต.เป็นเพียงผู้รับแจ้งชื่อเท่านั้น ไม่ได้มีหน้าที่ตรวจสอบคุณสมบัติ
 

นายแสวง กล่าวถึงการวิพากษ์วิจารณ์ทำไมไม่ให้พรรคการเมืองยื่นเอกสารก่อนให้จับหมายเลขเลยว่า กฏหมายกำหนดชัดเจน หมายเลขจับสลาก ไม่ใช่หมายเลขที่ใช้หาเสียง เมื่อเตรียมเอกสารครบถ้วนและชำระค่าธรรมเนียมครบถ้วนทุกพรรค ถือว่าหมายเลขดังกล่าวเป็นหมายเลขหาเสียงโดยอัตโนมัติ  

ส่วนการตรวจสอบคุณสมบัติแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ตามระเบียบปฏิบัติที่ผ่านมาไม่ต้องมีการตรวจสอบ หากแต่ได้รับเลือกเป็นนายกรัฐมนตรีแล้วคุณสมบัติต้องเป็นไปตามรัฐธรรมนูญที่กำหนดคุณสมบัติของรัฐมนตรี คณะรัฐมนตรี กับการเป็น สส. เช่นคุณสมบัติของรัฐมนตรี หากเคยถูกพิพากษาให้จำคุกก็ไม่สามารถดำรงตำแหน่งได้ และหากรู้ตัวอยู่แล้วว่าไม่มีคุณสมบัติ หากได้ดำรงตำแหน่งแล้ว ยังสามารถไปลาออกจากตำแหน่งที่นายกรัฐมนตรีได้ และกฎหมายเปิดให้ดำเนินการได้ เช่นการกระทำที่เป็นลักษณะต้องห้าม เช่น การถือหุ้น ต้องไปดำเนินการให้ถูกต้องแล้วค่อยนำรายชื่อขึ้นทูลเกล้าฯรับการแต่งตั้ง

ส่วนบัตรเลือกตั้ง 2 ใบ จะสร้างความสับสนให้ประชาชนหรือไม่ นายแสวง กล่าวว่า บัตรเลือกตั้งแบบเขตและแบบบัญชีรายชื่อแตกต่างกันชัดเจน บัตรเลือกตั้งจะให้หมายเลขผู้สมัครทั้งหมดอยู่หน้าเดียวกันและในหน่วยเลือกตั้งมีหมายเลขผู้สมัครและหมายเลขแบบบัญชีรายชื่อไว้อำนวยความสะดวกให้ประชาชนด้วย
นายแสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง นายแสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง

‘สุวัจน์-กรณ์-เทวัญ’ ‘แคนดิเดตนายกฯ’ ชพก.- หนุนรัฐบาล 300 เสียงขึ้นไป

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/546186

04 เม.ย. 2566

'สุวัจน์-กรณ์-เทวัญ' 'แคนดิเดตนายกฯ' ชพก.- หนุนรัฐบาล 300 เสียงขึ้นไป

‘ชาติพัฒนากล้า‘ ปาร์ตี้ลิสต์ เบอร์ 14 ส่งผู้สมัคร คนรุ่นใหม่ เพียง 39 คน ส่วน ‘สุวัจน์-กรณ์-เทวัญ’ ’แคนดิ เดตนายกฯ’ ย้ำจุดยืนหลัง เลือกตั้ง66 หนุนจัดตั้งรัฐบาล 300 เสียงขึ้นไป

นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ประธานพรรคชาติพัฒนากล้า นายกรณ์ จาติกวณิช หัวหน้าพรรคชาติพัฒนากล้า(ชพก.) นายเทวัญ ลิปตพัลลภ เลขาธิการพรรคชาติพัฒนากล้า ร่วมกันแถลงข่าวเปิดตัว ‘แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี’ ว่าการประชุมคณะกรรมการบริหารพรรค หลังจากที่เมื่อเช้าพรรคได้ยื่นสมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฏร ระบบบัญชีรายชื่อทั้งหมด 39 ท่านและหัวหน้าพรรคจับได้เบอร์ 14 

ที่ประชุมพรรควันนี้มีเรื่องที่สําคัญอยู่ 2 เรื่อง คือ 1.พิจารณาเสนอชื่อแคนดิเดตนายกฯ ของพรรคชาติพัฒนากล้า 3 ท่านตามรัฐธรรมนูญกำหนด คือ นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ประธานพรรค นายกรณ์ จาติกวานิช หัวหน้าพรรค และนายเทวัญ ลิปตพัลลภ เลขาธิการพรรค

นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ประธานพรรคชาติพัฒนากล้า  นายกรณ์ จาติกวานิช หัวหน้าพรรคชาติพัฒนากล้านายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ประธานพรรคชาติพัฒนากล้า นายกรณ์ จาติกวานิช หัวหน้าพรรคชาติพัฒนากล้า

นายสุวัจน์ กล่าวว่าแคนดิเดตนายกนายกฯ ต้องเป็นผู้ที่มีประสบการณ์ มีความรู้ ความสามารถทั้งทางด้านเศรษฐกิจ การเมือง ซึ่งก็ได้พิจารณาแล้วว่า 3 ท่าน เป็นผู้ที่มีความเหมาะสมและมีตําแหน่งที่สําคัญอยู่ในพรรค ดังนั้น เมื่อที่ประชุมมีมติดังกล่าว ในวันพรุ่งนี้พรรคจะนํารายชื่อไปยื่นกับทางกกต.ต่อไป

สองพี่น้อง:นายสุวัจน์-นายเทวัญ ลิปตพัลลภ  แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคชาติพัฒนากล้าสองพี่น้อง:นายสุวัจน์-นายเทวัญ ลิปตพัลลภ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคชาติพัฒนากล้า

2.เรื่องการจัดลำดับแบบบัญชีรายชื่อ หรือปาร์ตี้ลิสต์ เนื่องจากพรรคชาติพัฒนากล้าไม่ได้เป็นพรรคใหญ่มาก ฉะนั้น ลําดับที่นั่งตามเงื่อนไขของรัฐธรรมนูญจะได้ไม่เยอะ โดยเฉพาะเป็นบัตรสองใบ ขณะเดียวกันเราจะต้องสร้างคนรุ่นใหม่ สร้างอนาคตของประเทศที่จะมาช่วยบริหารพรรค 

ฉะนั้น เราจะมีการทํางานหลายระดับ คือ ใครเป็น สส. ในสภาฯ ใครจะบริหารบ้านเมืองก็หมายความว่า แคนดิเดตนายกฯ เราพยายามที่จะดูจากประสบการณ์ของพวกเรา 

จะเห็นได้ว่าในชาติพัฒนากล้าครั้งนี้ ส่วนใหญ่จะเป็นคนหนุ่มเยอะ มีผู้อาวุโสอยู่ท่านเดียว นพ.วรรณรัตน์ ชาญนุกูล อยู่ในระบบปาร์ตี้ลิสต์ เป็นผู้อาวุโสที่อย่างน้อยก็ค่อยบอกเด็กๆ ว่าอะไรควรทำ อะไรไม่ควรทำ ฉะนั้น เราจะมีคนหนุ่ม คนสาวที่อยากจะผลักดันคนตรงนี้มาเป็นปากเป็นเสียงไปทํางานในสภา 

“ผมและคุณกรณ์ ก็จะมาอยู่ที่แคนดิเดตนายกฯ ดูในเรื่องของการบริหารถ้าเราเข้าไปมีส่วนในการบริหารประเทศ ส่วนท่านเลขาพรรคก็ดูเป็นแม่บ้าน ลงเขตเลือกตั้ง”

ฉะนั้น รายชื่อปาร์ตี้ลิสต์จะเห็นคนรุ่นใหม่อย่าง คุณอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี,คุณอรัญ พันธุมจินดา,คุณวรวุฒิ อุ่นใจ,คุณเยาวภา บุรพลชัย,คุณอัครวรรณ เจริญผล,คุณอดุลย์ เลาหพล,คุณเอราวัณ ทับพลี,คุณยุทธนา วิริยะกิติ,และคุณบุษรา เสนะวีณิน

“วันที่ 14 พ.ค. 2566 ถ้าพี่น้องประชาชนตัดสินมาอย่างไรผ่านผลการเลือกตั้ง เราก็จะอยู่บนพื้นฐานว่าเรามีความจําเป็นต้องมีรัฐบาลที่มีเสถียรภาพ รัฐบาลที่มีเสียงข้างมาก จะเป็นโครงสร้างพื้นฐานส่วนหนึ่งที่ทําให้การทํางานในการแก้ไขต่างๆ เรียบร้อย” นายสุวัจน์ กล่าว

นายกรณ์ จาติกวานิช หัวหน้าพรรคชาติพัฒนากล้า แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี นายกรณ์ จาติกวานิช หัวหน้าพรรคชาติพัฒนากล้า แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี

หลังจากที่ชาติพัฒนากล้า ได้หมายเลขเลือกตั้งแล้ว จะประเดิมหาเสียงที่ จ.ภูเก็ต ในวันที่ 5-6 เม.ย. 2566  เพราะมั่นใจว่าจะมีโอกาสสูงที่คนของพรรคจะไปรับใช้ประชาชน ต่อจากนั้นจะลงพื้นที่ จ.นครราชสีมา ต่อไป

นายสุวัจน์ ยังกล่าวย้ำถึงการเมืองหลังเลือกตั้ง2566 ว่า พรรคชาติพัฒนากล้าไม่ได้ตั้งเงื่อนไขว่าจะรวม หรือไม่รวมกับใคร เพราะมองว่าต้องการสร้างรัฐบาลที่มีเสถียรภาพ 300 เสียงขึ้นไป

‘วราวุธ’ อ้อน ชาวสุพรรณฯ เลือกทั้งเบอร์คน-เบอร์พรรค

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/546187

04 เม.ย. 2566

‘วราวุธ’ อ้อน ชาวสุพรรณฯ เลือกทั้งเบอร์คน-เบอร์พรรค

คึกคัก “วราวุธ” นำทีม ชาติไทยพัฒนา อ้อน ชาวสุพรรณฯ เลือกทั้งเบอร์คน-เบอร์พรรค ฝาก กกต.ออกแบบบัตรเลือกตั้งเพื่อไม่ให้เกิดความสับสนกับพี่น้องประชาชนในการลงคะแนน

นายวราวุธ ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา นายประภัตร โพธสุธน เลขาธิการพรรคชาติไทยพัฒนา น.ส.กัญจนา ศิลปอาชา ประธานที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา  และคุณแม่แจ่มใส ศิลปอาชา นำทีมผู้สมัคร สส. สุพรรณบุรี ทั้ง 5 เขต สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ คู่บ้านคู่เมืองสุพรรณบุรี และ นำพวงดอกไม้กราบขอพรที่อนุสาวรีย์นายบรรหาร ศิลปอาชา นายกรัฐมนตรีคนที่ 21 อดีตหัวหน้าพรรคชาติไทย ก่อนที่เวลา 07.39 น. เดินทางไปยังมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต วิทยาเขตสุพรรณบุรี ซึ่งเป็นสถานที่รับสมัคร 
 

สำหรับผลการจับเบอร์ ในส่วนของผู้สมัครพรรคชาติไทยพัฒนา สรุปว่า นายสรชัด สุจิตต์ ได้เบอร์ 6 , นายณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ ได้เบอร์ 4 , นายนพดล มาตรศรี ได้เบอร์ 4 , นายเสมอกัน เที่ยงธรรม ได้เบอร์ 6 นายประภัตร โพธสุธน ได้เบอร์ 8 

วราวุธ ศิลปอาชาวราวุธ ศิลปอาชา


“ขอฝากพี่น้องชาวสุพรรณบุรีทั้ง 800,000 กว่าคน ว่าครั้งนี้ให้โอกาสพรรคชาติไทยพัฒนา ได้มีโอกาสเข้ามารับใช้พี่น้องชาวจังหวัดสุพรรณบุรีอีกครั้งหนึ่ง เราไม่เคยพูดว่าสุพรรณบุรีเป็นของพรรคการเมืองใดหรือตระกูลใด แต่การที่เราได้ทุ่มเททำงานกันมาตั้งแต่สมัยพ่อบรรหารมาจนถึงทุกวันนี้ เป็นสองชั่วอายุคนแล้ว และเราก็ยังขออาสาทำงานให้กับพี่น้องชาวสุพรรณบุรีต่อ เราทุ่มเทการทำงานตลอดระยะเวลา ไม่เพียงแค่ช่วงการหาเสียง ดังนั้นในวันที่ 14 พฤษภาคม นี้เข้าคูหาขอฝากพรรคชาติไทยพัฒนาทั้ง 5 เขต สุพรรณบุรี และบัญชีรายชื่อของพรรคชาติไทยพัฒนา ให้อยู่ในความดูแลของพี่น้องชาวจังหวัดสุพรรณบุรีทุกคนด้วย” นายวราวุธ กล่าว
 

นายวราวุธ กล่าวว่า พรรคชาติไทยพัฒนาไม่ประมาท ถึงแม้ว่าเราจะ มีโอกาสทำงานมานาน แต่เวลาเปลี่ยน ดังนั้นความประมาทก็จะเป็นหนทางสู่ความพ่ายแพ้ ซึ่งนี่คือสิ่งที่นายบรรหาร ศิลปอาชา นายกรัฐมนตรีคนที่ 21 ได้สอนไว้ และเป็นแนวทางการทำงานที่พรรคชาติไทยพัฒนายึดมาตลอด ทั้ง 5 เขตของเรา ผู้สมัครทุกคนเป็นผู้สมัครที่ไม่ประมาท และทำงานอย่างเข้มข้น ตามติดใกล้ชิดกับพื้นที่ ในวันนี้เป็นที่น่ายินดีว่ามีหลายพรรคที่ ให้ความสนใจลงสมัครในจังหวัดสุพรรณบุรีซึ่งถือเป็นเรื่องที่น่ายินดี เป็นความสวยงามในระบอบประชาธิปไตย แต่ละพรรคนั้นมีแนวทางต่างกันไป แต่ชาติไทยพัฒนามั่นใจว่าด้วยการที่ทำงานในพื้นที่มานาน และบวกกับความไม่ประมาท พรรคเราจะสามารถได้ครองใจได้คะแนนเสียงของพี่น้องชาวสุพรรณบุรีทั้ง 5 เขตเหมือนอย่างที่เคยทำมา

พรรคชาติไทยพัฒนาพรรคชาติไทยพัฒนา


นายวราวุธ กล่าวต่อว่า ส่วนเรื่องที่แต่ละเขตได้หมายเลขไม่เหมือนกันนั้น เป็นเรื่องที่ผู้สมัครในแต่ละเขต จะต้องหากลยุทธ์ในการทำงาน เพราะในวันที่ 4 เม.ย.จะมีการจับเบอร์ของแบบบัญชีรายชื่อ ก็เท่ากับว่าใครได้เบอร์เดียวกับพรรค ก็โชคดีไป แต่ถ้าได้คนละเบอร์ก็ต้องเร่งทำความเข้าใจกับพี่น้องประชาชนในพื้นที่ และขอฝากถึงคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ในการที่จะออกแบบบัตรเลือกตั้ง ทั้งสองชนิดว่าจะออกมาหน้าตาเป็นอย่างไร ขอฝาก กกต.ว่าจะออกแบบวิธีใดเพื่อไม่ให้เกิดความสับสนกับพี่น้องประชาชนในการลงคะแนน

ไทยสร้างไทย มองได้เลข 32 เป็นเลขดี มุ่งสร้างความเข้มแข็งปชช.

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/546176

04 เม.ย. 2566

ไทยสร้างไทย มองได้เลข 32 เป็นเลขดี มุ่งสร้างความเข้มแข็งปชช.

หัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย แย้มได้เลขดี หวังสร้างความเข้มแข็งให้ประชาชนครบ 32 ประการ ด้าน สุพันธุ์ ระบุมุ่งสร้างความแข็งแรงให้คนตัวเล็ก

คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ หัวหน้าพรรคไทยสร้างไทยและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ได้ให้สัมภาษณ์ภายหลังการจับฉลากการสมัครเลือกตั้งบัญชีรายชื่อว่า พอใจกับเลขที่ได้เลขใดก็เป็นเลขที่ชนะเหมือนกัน ปีที่เราจะสร้างให้คนไทยชนะและคนไทยแข็งแรงครบ 32 ประการจะทำให้คนไทยแข็งแรง

ไทยสร้างไทย มองได้เลข 32 เป็นเลขดี มุ่งสร้างความเข้มแข็งปชช.

ด้านนายสุพันธุ์ มงคลสุธี รองหัวหน้าพรรค และประธานคณะกรรมการด้านเศรษฐกิจของ พรรคไทยสร้างไทย  กล่าวว่า เราจะสร้างให้คนไทยแข็งแรงโดยเฉพาะคนตัวเล็กที่ได้รับความเหลื่อมล้ำอยู่พอสมควรการที่ได้เลข 32 นั้นก็เป็นการที่เราพักไทยสร้างไทยจะมาสร้างความแข็งแรงให้ครบถ้วน 32 ประการให้คนตัวเล็กได้กลับมาเข้มแข็ง 

ส่วนในเรื่องการตรวจสอบคุณสมบัติของกกตทักทายช่างไทยมีความกังวลหรือไม่นายสุพรรณตอบว่าไม่ได้มีความกังวลและมีความมั่นใจเพราะเราได้ตรวจสอบเอกสารมาอย่างชัดเจน

‘ประชาธิปัตย์’ ย้ำให้ความสำคัญทั้ง ลงพื้นที่ และ เวทีดีเบต ทุกรูปแบบ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/546170

04 เม.ย. 2566

‘ประชาธิปัตย์’ ย้ำให้ความสำคัญทั้ง ลงพื้นที่ และ เวทีดีเบต ทุกรูปแบบ

จุรินทร์ ยินดี ‘ประชาธิปัตย์’ ได้เบอร์ 26 บอกเลขไหนก็ดี แต่รอ กกต. ประกาศอย่างเป็นทางการก่อน เชื่อถ้าคนตั้งใจจะเลือกจำได้อยู่แล้ว ย้ำพรรคให้ความสำคัญ ทั้งลงพื้นที่ และเวทีดีเบตทุกรูปแบบ

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์(ปชป.) กล่าวภายหลังจากที่พรรคประชาธิปัตย์จับได้เบอร์ 26 ว่า เบอร์ 26 ก็ดีแต่ทั้งหมดจะยุติก็ต่อเมื่อกกต.ประกาศอย่างเป็นทางการ เพราะหากมีปัญหาอาจมีการเลื่อนเบอร์ต้องรอกกต.ประกาศ 

การได้เลข 2 ตัว ก็ไม่ได้มีปัญหา ในการหาเสียง เลขไหนก็ดีหมด เราไม่ได้ขึ้นอยู่กับตัวเลขอย่างเดียว ขึ้นอยู่กับการดำเนินการผลงาน และสิ่งที่พรรคประชาธิปัตย์สะสมมายาวนาน หมายเลขอะไรก็ไม่สำคัญกว่าสิ่งที่กล่าวมาแล้ว เบอร์อะไรก็เหมือนกัน ชาวบ้านจำได้ ชาวบ้านอาจจะต้องสังเกตหน่อย ไม่ยาก เชื่อว่าถ้าตั้งใจจะเลือกก็จำได้ 

ส่วนเบอร์บัญชีรายชื่อกับเบอร์ สส.แบบแบ่งเขตไม่ตรงกันประชาชนอาจจะต้องใช้ข้อสังเกต แต่มั่นใจว่าไม่มีปัญหา เพราะครั้งนี้เป็นการเลือกตั้งบัตร 2 ใบ เชื่อว่าเดี๋ยวพรรคการเมืองก็จะช่วยการประชาสัมพันธ์เรื่องนี้อยู่แล้ว สิ่งสำคัญ คือต้องเลือกพรรคประชาธิปัตย์ทั้งคนทั้งพรรค

ปาร์ตี้ลิสต์ ปชป.ปาร์ตี้ลิสต์ ปชป.

ผู้สมัคร สส.ปาร์ตี้ลิสต์ พรรคประชาธิปัตย์ ผู้สมัคร สส.ปาร์ตี้ลิสต์ พรรคประชาธิปัตย์

นายจุรินทร์ ยังกล่าวว่าให้ความสำคัญทั้งการลงพื้นที่ และขึ้นเวทีดีเบต ต้องบริหารจัดการเวลาไม่ให้เกิดปัญหา แต่สำหรับตนและพรรคประชาธิปัตย์ยินดีที่จะให้ความร่วมมือกับสื่อ รวมทั้งการดีเบตออนไลน์ด้วย

ส่วนท่าทางสัญลักษณ์มือ เบอร์สส.ปาร์ตี้ลิสต์ ของปชป.ทีไ่ด้เบอร์ 26  จะทำอย่างไร นายจุรินทร์กล่าวว่าขอรอ กกต. ประกาศอย่างเป็นทางการก่อน

นายจุรินทร์ นำทัพผู้สมัคร สส.ปาร์ตี้ลิสต์ นายจุรินทร์ นำทัพผู้สมัคร สส.ปาร์ตี้ลิสต์

ปชป.ปาร์ตี้ลิสต์ เบอร์ 26ปชป.ปาร์ตี้ลิสต์ เบอร์ 26

‘ประชาธิปัตย์’ ย้ำให้ความสำคัญทั้ง ลงพื้นที่ และ เวทีดีเบต ทุกรูปแบบ

ทีม ปชป.ทีม ปชป.