ต้อนรับซัมเมอร์’เมษายน’นี้ ช่อง 3 เปิดละครเด็ด พร้อมรายการใหม่ สร้างความสุขล้นจอ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/722007

วันอังคาร ที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2566, 12.43 น.

ต้อนรับซัมเมอร์เดือนเมษายนนี้ ช่อง 3 เปิดละครใหม่แกะกล่อง 2 เรื่อง 2 รส “โปงลางฮักออนซอน”และ
“ชายแพศยา” พร้อมด้วยรายการใหม่จากมีมิติ 2 รายการ “ฮารามา (HARAMA)”, “จับแสนมือเปล่า”และรายการพิเศษเกาะติดสถานการณ์เลือกตั้ง 2566 “เปลี่ยนใหม่ หรือไปต่อ”ส่วนคอภาพยนตร์ต่างประเทศห้ามพลาดทุกคืนวันเสาร์ “แชนแนลทรีมูฟวี่ส์”วันอาทิตย์พบกับ “หนังดีวันอาทิตย์”ปิดท้ายด้วยทัพละครดังที่นำกลับมาลงจอสร้างความประทับใจให้ชมกันอีกครั้งและซีรีส์เกาหลี“ชีพพลีเพื่อชาติ หัวใจนี้เพื่อเธอ”

เริ่มกันที่ละครโรแมนติกคอมเมดี้อนุรักษ์ความเป็นไทยกับเครื่องดนตรีที่มีเอกลักษณ์เฉพาะถิ่นอีสาน
“โปงลางฮักออนซอน” เรื่องราวของโชคชะตาที่นำพาให้เขาและเธอต้องมาจับมือกันเพื่อพลิกฟื้นวงโปงลางที่เคยล่มสลายให้กลับมายิ่งใหญ่อีกครั้งแม้จะต้องเผชิญกับอันตรายรอบทิศก็ตาม ผลงานของผู้จัด “อาร์ต พนิตนาฏ ฉัตรวิไล” แห่งค่าย
แฟมิลี่พลัส ที่ได้นักแสดงนำอย่าง “เด่นคุณ งามเนตร” และ “ติ๊ต๊ะ ชญานิศ จ่ายเจริญ” มาถ่ายทอดความสนุก ออกอากาศ
ทุกวันจันทร์ – ศุกร์ เวลา 19.00 น.  เริ่มวันจันทร์ที่ 10 เมษายน 2566

ประชันความร้อนฉ่าของเหล่านักแสดงทั้งรุ่นใหญ่รุ่นเล็กใน “ชายแพศยา”ละครสะท้อนมุมมองของชีวิต ความรู้สึกผิดชอบชั่วดี และจิตสำนึกของมนุษย์ไม่ว่าจะเพศไหน ๆโดยผู้จัด“ปิ่น ณัฏฐนันท์ ฉวีวงษ์”แห่งค่ายละคร
“ทีวีซีน”ที่ได้นักแสดงแซ่บทั้งปริมาณและคุณภาพมาถ่ายทอดความสนุกทั้ง“ป๋อ ณัฐวุฒิ สกิดใจ”“มาสุ จรรยางค์ดีกุล”“ไอซ์ ภาณุวัฒน์ เปรมมณีนันท์”สยบด้วยความสวยร้ายของสาว ๆ “แอน สิเรียม ภักดีดำรงฤทธิ์”“พรีม รณิดา เตชสิทธิ์”และ “แคร์ ฉัตรฑริกา สิทธิพรม”ออกอากาศทุกวันศุกร์ เวลา 20.30 น. และวันเสาร์ – อาทิตย์ เวลา 20.25 น. เร็ว ๆ นี้

มีมิติกลับมาเพิ่มความร้อนแรงให้ช่อง 3 อีกครั้งกับ 2 รายการใหม่แกะกล่อง ประเดิมด้วย “จับแสนมือเปล่า”ที่จะพาผู้เข้าแข่งขันฝ่าเกมสุดท้าทาย เพื่อไปคว้าเงินรางวัลกลับบ้าน ใครคว้าได้เท่าไหร่ก็เอาไปเท่านั้นเลย ออกอากาศทุกวันอาทิตย์ เวลา 16.00 น. เริ่มวันอาทิตย์ที่ 23 เมษายน 2566

ต้อนรับความบันเทิงครั้งใหม่กับรายการ “ฮารามา (HARAMA)”เมื่อเหล่าซุปตาร์ทั่วไทยจะมาสวมบทบาทในหนังและละครดังที่คุณคิดถึง สร้างเสียงหัวเราะทำให้ทุกเย็นวันหยุดไม่เหงาอีกต่อไป นำทัพความสนุกโดยพิธีกรอารมณ์ดี “วิลลี่ แมคอินทอช”ออกอากาศทุกวันอาทิตย์ เวลา 18.20 น. เริ่มวันอาทิตย์ที่ 23 เมษายน 2566

มาเดินหน้าประเทศไทยไปพร้อมกันกับรายการพิเศษเกาะติดเลือกตั้ง 66 “เปลี่ยนใหม่ หรือไปต่อ”ที่จะเปิดเวทีให้แต่ละพรรคการเมืองเข้าร่วมสัมภาษณ์พูดคุย เพื่อนำเสนอความคิดเห็น พร้อมถกปัญหาบ้านเมืองและหาทางออกร่วมกันดำเนินรายการโดยทีมผู้ประกาศข่าวของช่อง 3ออกอากาศทุกวันอังคาร เวลา 22.30 – 23.30 น.ในวันที่4 เมษายน,
วันที่ 11 เมษายน , วันที่ 18 เมษายน , วันที่ 25 เมษายน , วันที่ 2 พฤษภาคม ปิดท้ายด้วยวันที่ 9 พฤษภาคม 2566
แล้วจะได้รู้กันว่าเลือกตั้งครั้งนี้ประเทศไทยจะเดินต่อไปในทิศทางไหน

คอภาพยนตร์ห้ามพลาดแชนแนลทรีมูฟวี่ส์ที่มาสร้างความสนุกทุกวันเสาร์ เวลา 23.40 น. เริ่มกันที่วันเสาร์ที่ 1 เมษายน 2566ภาพยนตร์ Fooling Around Jiang Hu (ถอดลายมังกรกู๋หว่าไจ๋)ต่อด้วยวันเสาร์ที่ 8 เมษายน 2566ภาพยนตร์ The Conmen In Vegas (เจาะเหลี่ยมคน 2 ตอน ถล่มลาสเวกัส)ส่วนวันเสาร์ที่ 15 เมษายน 2566พบกับภาพยนตร์ The Wesley’s Mysterious File (ดับเบิ้ลX คนพิฆาตโลก)และวันเสาร์ที่ 22 เมษายน 2566ภาพยนตร์เรื่อง Gorgeous (เบ่งหัวใจฟัดให้ใหญ่ปิดท้ายด้วยวันเสาร์ที่ 29 เมษายน 2566ภาพยนตร์เรื่อง Hot War (ซี.ไอ.เอ.วีอาร์ นักฆ่า 2000)

แฟน ๆ หลิวเต๋อหัว เตรียมชม “หนังดีวันอาทิตย์”ที่นำภาพยนตร์ของพระเอกตลอดกาลมาออกอากาศทุกวันอาทิตย์ เวลา 16.00 น.ตลอดเดือนเมษายนเริ่มต้นด้วยวันอาทิตย์ที่ 2 เมษายน 2566ภาพยนตร์Rich & Famous (ต้นตระกูลโหด)ต่อด้วย วันอาทิตย์ที่ 9 เมษายน 2566ภาพยนตร์ Tian Di (เหยียบดินให้ดังถึงฟ้า) และวันอาทิตย์ที่ 16 เมษายน 2566ภาพยนตร์ The Adventurers (แผนโจรกรรมสะท้านฟ้า)

ส่งท้ายด้วยละครที่นำกลับมาสร้างความประทับใจบนหน้าจออีกครั้งกับ“นางฟ้าอสูร”ผลงานชิ้นสุดท้ายของ
ผู้จัด-ผู้กำกับ รุ่นใหญ่ “อาเปี๊ยก พิศาล อัครเศรณี” ค่าย อัครพลโปรดักชั่น ที่ยังคงเสน่ห์ละครสไตล์ตบจูบที่ถูกใจแฟนละครทั่วบ้านทั่วเมืองซึ่งได้นักแสดงนำอย่าง “แม็คปวิช เวียงนนท์”และ “แจ็คกี้ ชาเคอลีนมึ้นช์มาร่วมงานกันออกอากาศ
ทุกวันจันทร์ – ศุกร์ เวลา 14.50 น. เริ่มวันพฤหัสบดีที่ 30 มีนาคม 2566

โชคชะตาชีวิต ที่ฟ้าไม่ได้กำหนด พบกับละครโรแมนติกดราม่า“ประกาศิตกามเทพ”ผลิตโดยค่าย ดี วัน ทีวี จำกัด ของผู้จัด “น้อง-พรสุดา ต่ายเนาว์คง” และการมาประกบคู่กันครั้งแรกของ “เต้ยพงศกรเมตตาริกานนท์”และนางเอกสาว “น้ำตาลพิจักขณา วงศารัตนศิลป์”ออกอากาศทุกวันจันทร์ – ศุกร์ เวลา 18.00 น. เริ่มวันพุธที่ 19 เมษายน 2566

สำหรับคอซีรีส์ต่างประเทศขอนำเสนอ ซีรีส์เกาหลี “ชีพพลีเพื่อชาติ หัวใจนี้เพื่อเธอ (Descendants of the sun)”กับการประกบคู่กันของซงจุงกิและซองเฮเคียว เรื่องราวความรักของหัวหน้าหน่วยรบพิเศษกับแพทย์อาสาหญิงที่ได้กลับมาพบกันอีกครั้งหลังเลิกรา ความใกล้ชิดในเวลายากลำบากทำให้ทั้งสองเข้าใจกันมากขึ้นความรักที่เคยดับไปก่อขึ้นมาใหม่อีกครั้ง ออกอากาศทุกวันจันทร์ – ศุกร์ เวลา 02.50 น. และวันเสาร์ – อาทิตย์ เวลา 02.40 น. เริ่มวันจันทร์ที่ 3 เมษายน 2566

ติดตามความบันเทิงมากมายบนหน้าจอช่อง 3 ทั้งละครเด็ด รายการและซีรีส์ดังที่จะมาสร้างความสนุก ทำให้ซัมเมอร์นี้ของผู้ชมร้อนแรงมากยิ่งขึ้น ตลอดทั้งเดือนเมษายนนี้ ห้ามพลาด “ดูทีวีกด 33 ดูมือถือกด 3Plus”

‘นิว วงศกร’เล่าวินาทีหน้ามืด กลางกองถ่ายเรือนชฎานาง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/722006

'นิว วงศกร'เล่าวินาทีหน้ามืด กลางกองถ่ายเรือนชฎานาง

‘นิว วงศกร’เล่าวินาทีหน้ามืด กลางกองถ่ายเรือนชฎานาง

วันอังคาร ที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2566, 12.42 น.

อันตรายใกล้ตัวสุดๆสำหรับช่วงนี้ยังคงมีอุณหภูมิสูง ทำให้อากาศร้อนอย่างต่อเนื่องล่าสุด “นิว วงศกร” ได้แชร์บทความ หลังจากที่ตนเคย เกิดอาการเป็นลม หน้ามืดวูบแบบไม่ทันตั้งตัวเนื่องจากสภาพอากาศที่ร้อนจัด ขณะที่กำลังอยู่ในฉากรำกลางแจ้ง ในกองถ่ายละคร เรือนชฎานาง ทางสถานีโทรทัศน์ช่อง8 งานนี้มีแฟน ๆ และคนบันเทิง มาคอมเมนต์แสดงความเป็นห่วงมากมาย

โดยเป็นฉากที่ หนุ่มนิว ต้องตีระนาดกลางแดดในฉากงานศพเป็นเวลา2วัน ติดต่อกัน ซึ่งการถ่ายทำในฉากนี้เป็นฉากใหญ่ในละครทำให้ใช้เวลาซ้อมรวมกับถ่ายทำค่อนข้างนานจนทีมงานเริ่มสังเกตอาการของ นิว เริ่มปากซีดขึ้นเรื่อยๆเจ้าตัว วูบลง จึงขอออกมาหลบแดดระหว่างถ่ายทำ เมื่อ นิว รู้สึกอาการดีขึ้นจึงเตรียมตัวถ่ายฉากต่อไป แต่ระหว่างถ่ายทำจริง กลับวูบลงไปกองอยู่ที่พื้นอีกครั้ง งานนี้สร้างความเป็นห่วงให้กับผู้กับกำกับและนักแสดงอื่นอีกมากมาย จึงต้องหยุดถ่ายทำฉากนี้ทันที

นิว เผยว่า “ขอบคุณทุกๆคนมากนะครับที่เป็นห่วงนิว ตอนนี้ร่างกายผมโอเคแล้ว สำหรับเหตุการณ์นี้น่าจะเกิดจากใส่เสื้อผ้าที่ไม่ระบายความร้อนและไปตีระนาดกลางแดดเป็นเวลานาน พอทุกครั้งที่ใส่สูทพอร่างกายระบายความร้อนไม่ได้ ก็จะมีอาการวูบอีกพอใส่เสื้อผ้าที่สบายก็รู้สึกดีขึ้น ทางผู้กำกับจึงสั่งปรับบทให้ใส่เสื้อผ้าที่สบายตัวมากขึ้น เลยคาดเดาเอาเองเพราะไม่ได้ไปหาหมอ ว่าสาเหตุน่าจะเกิดจากร่างกายระบายความร้อนไม่ทัน แล้วเป็นคนที่ไม่มีเหงื่อด้วยครับ ทำให้นิวเข้าใจตัวเองเลยว่า เราชะล่าใจเกินไปในการดูแลสุขภาพตัวเอง ผมยังมักทำกิจกรรมกลางแจ้ง ออกกำลังกาย และทำงานหนักๆกลางแดดอยู่เสมอเลยครับ มันสะสมตั้งแต่วันแรกจนถึงตอนที่มีอาการมันวูบเป็นลมกลางกองถ่าย เหมือนร่างกายกำลังบอกให้เราต้องพักผ่อน ถ้าหนักกว่านี้อาจจะน็อกไปเลยก็ได้ ทำให้ผมต้องประเมินตัวเองในการทำงานมากยิ่งขึ้นดูแลสุขภาพตัวเองให้ดีขึ้น ยิ่งช่วงนี้อุณหภูมิสูง อากาศที่ร้อนจัดทำให้เสี่ยงต่อโรคลมแดด หรือ ฮีทสโตรก ได้ อยากให้ทุกคนมองว่าเหตุการณ์แบบนี้ไม่ใช่เรื่องไกลตัวนะครับ และมันอันตรายมากเราเลยนึกขึ้นได้อยากจะโพสต์แชร์ ประสบการณ์ของเราและเตือนแฟน ๆ ทุกคน  นิวฝากความเป็นห่วงถึงทุกคนที่ยังทำงานกลางแจ้งให้ดูแลตัวเองมากๆ จะได้ป้องกันไม่ให้เกิดเรื่องเหล่านี้ครับ”

วงทรงไทย ค่ายKHAOSAN PLAYสุดปลื้ม ขึ้นรับรางวัล’The Inspirational’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/722004

วงทรงไทย ค่ายKHAOSAN PLAYสุดปลื้ม ขึ้นรับรางวัล'The Inspirational'

วงทรงไทย ค่ายKHAOSAN PLAYสุดปลื้ม ขึ้นรับรางวัล’The Inspirational’

วันอังคาร ที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2566, 12.40 น.

วงทรงไทย ค่ายKHAOSAN PLAYศิลปินหนุ่มวงร็อค เจ้าของซิงเกิ้ลเพลงใหม่ล่าสุด“คนไม่จริง”เพลงช้าสุดเจ็บปวดสะท้อนเรื่องราวความรักที่ย้อนแย้งความรู้สึกและเพลงฮิตทะลุร้อยล้านวิวอย่าง “ปิดตาข้างนึง”, “ดอกฟ้า” และ “นานานานานา” ล่าสุดสมาชิกทั้ง 4 คน ได้แก่ ปีเตอร์ – ร้องนำ, อาร์ม – กีตาร์, เกมส์ – เบส และ แบงค์ – กลองได้เข้ารับรางวัล The Inspirational” Inspirational Awards 2023จากงาน เทศกาลภาพยนตร์ “10Ext High School Film Festival 2023″ฐานะศิลปินผู้สร้างแรงบันดาลใจและกระตุ้นให้นักเรียนเยาวชนคนอื่น ๆ ดำเนินรอยตามในการส่งเสริมสื่อคุณภาพดีและสร้างพลังบวกให้แก่สังคม

วงทรงไทย กล่าวถึงความภูมิใจในครั้งนี้ว่า “รางวัล The Inspirationalเป็นรางวัลผู้สร้างแรงบันดาลใจให้แก่เยาวชน งานนี้จัดขึ้นเป็นครั้งแรกในประเทศไทย ที่จังหวัดนครราชสีมาเพื่อประกวดภาพยนตร์สั้นของนักเรียนมัธยมจากทั่วประเทศ ของบริษัท 10Extซึ่งเป็นบริษัทผลิตภาพยนตร์ ทางทีมงานเห็นการทำงานและการวางตัวของวง ทรงไทย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการโพสต์เรื่องราวต่างๆผ่าน Social ในด้านบวกๆ ให้กำลังใจคนส่งเสริมพลังด้านบวกให้แก่ทุกคนกับรางวัลที่ได้รับในครั้งนี้ วงทรงไทย รู้สึกภูมิใจมากๆครับ ที่มีคนเห็นว่าเราทำงานดีๆออกมาตลอดและสื่อสัตย์ในการทำงาน ตลอดระยะเวลาที่ทำงานเพลงมา หรือการเป็นนักดนตรี เป็นศิลปิน รางวัลที่เราได้มามีคุณค่าสำหรับวงมากๆ พอได้รางวัลมามันยิ่งทำให้เรามีกำลังใจมากขึ้นที่จะสร้างสรรค์งานเพลง และสร้างกำลังใจให้คนอื่นๆ ต่อไปและสิ่งที่ภูมิใจไปมากกว่านั้นคือเราได้พูดให้กำลังใจน้องๆที่มาร่วมงานนี้ด้วย เพราะว่าก็มีอีกหลายคนที่พลาดรางวัลและไม่เคยได้รับรางวัล ว่าอย่าเพิ่งท้อแม้วันนี้เราจะทำลงไปแล้ว แล้วยังไม่ได้ผลตอบรับแบบที่คนอื่นเค้าได้ แต่เราได้คุณค่ากับตัวเรากับใจเรา และกับคนที่เค้าเฝ้าดูเรา อย่างน้อยสุดก็คุณพ่อ คุณแม่ หรือเพื่อนๆเราครับ

สุดท้ายก็ขอฝากผลงานเพลง คนไม่จริงไว้ด้วยครับ คนที่เคยติดตามฟังเพลงทรงไทยมาก่อน เพลงนี้ไม่ผิดหวังแน่นอน ก็อยากให้ทุกๆคนชอบเพลง คนไม่จริง ครับ”แฟนเพลงสามารถติดตามวงทรงไทยได้ทางYou tube: https://youtu.be/dXI-yLSFzRIFB :songthaibandIG : @songthairockbandและทุกช่องโซเชียลมีเดียของ KHAOSAN PLAY#ทรงไทย #คนไม่จริง #KHAOSANPLAY #KhaosanEntertainment

นายกสมาคมแม่บ้านตำรวจ ร่วมคัดเลือก บุคคลต้นแบบ โครงการ Money Management and Investment

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/722253

นายกสมาคมแม่บ้านตำรวจ ร่วมคัดเลือก  บุคคลต้นแบบ  โครงการ Money Management and Investment

นายกสมาคมแม่บ้านตำรวจ ร่วมคัดเลือก บุคคลต้นแบบ โครงการ Money Management and Investment

วันอังคาร ที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2566, 21.23 น.

  นายกสมาคมแม่บ้านตำรวจ ร่วมคัดเลือก  “ บุคคลต้นแบบ “ โครงการ Money Management and Investment  สร้างความสุขทางการเงิน พัฒนาคุณภาพชีวิตตำรวจและครอบครัว 

วันที่ 4 เมษายน 2566 เวลา 13.00 น. ณ ห้องประชุม 2 ชั้น 2 อาคาร 1 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ    คุณสุมนา กิตติประภัสร์ นายกสมาคมแม่บ้านตำรวจ เป็นประธานการแสดงวิสัยทัศน์และสัมภาษณ์ผู้ที่เข้ารับการคัดเลือกให้เป็น “บุคคลต้นแบบ” ของโครงการ Money Management and Investment  ของจังหวัดจันทบุรี ซึ่งเป็นจังหวัดที่จัดอบรมนำร่องในระดับจังหวัดเป็นที่แรก โดยมีคุณณฐิกา ปิตะนีละบุตร กรรมการบริหารสมาคมฯ และที่ปรึกษาโครงการ คุณพรรณวดี ลดาวัลย์ ณ อยุธยา ผู้ช่วยผู้จัดการ หัวหน้ากลุ่มงานพัฒนาความรู้ตลาดทุน ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย คุณชยุต ปริญญาธนกุล วิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย พล.ต.ต. ผดุงศักดิ์ รักษาสุข ผบก.ภ.จว. จันทบุรี  พล.ต.ต.วิทยา สมานุหัตถ์ ผบก.สก. คุณทัชยา รักษาสุข ประธานแม่บ้านตำรวจภูธรจังหวัดจันทบุรี ร่วมเป็นกรรมการคัดเลือก

ในครั้งนี้มีข้าราชการตำรวจได้รับการคัดเลือกเข้าร่วมการแสดงวิสัยทัศน์และรับการสัมภาษณ์ ทั้งหมด 8 นาย จาก 8 โรงพัก ได้แก่ 1. ร.ต.ท.ชัยยศ บุตรชาดี รอง สว. (ป.) สภ.ทุ่งเบญจา 2. จ.ส.ต. ณัฐวุฒิ ไพรศรี ผบ.หมู่ (สส.) สภ.ขลุง 3. พ.ต.ท.ปรีชา สามารถ สว.อก.สภ.นายายอาม 4.ส.ต.ต. พีรวิชญ์ บุญศรีกุล ผบ.หมู่ (ป.) สภ.ตกพรม 5.ส.ต.ต.ภานุพงศ์ ตักโพธิ์ ผบ.หมู่ (ผช.พงส.) สภ.บ้านแปลง 6.ร.ต.ต.ยศวัจน์ โพธิ์พิทักษ์ รอง สว.(ป.) สภ.แหลมสิงห์ 7.ร.ต.อ.หญิง สุขใจ ดอกไม้ รอง สว.ธร.สภ.ท่าใหม่ และ8.ส.ต.ต. เอกบดินทร์ วิเศษศรี ผบ.หมู่ (ผช.พงส.) สภ.เกาะเปริด
    ตัดสินคะแนนตามหลักเกณฑ์ของตลาดหลักทรัพย์ฯ โดยจะมีการประกาศผลและพิธีมอบรางวัลในลำดับถัดไป

 สำหรับ โครงการ Money Management and Investment  นั้น สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และสมาคมแม่บ้านตำรวจ ได้ร่วมกับ ตลาดหลักทรัพย์ฯ จัดทำโครงการดังกล่าวขึ้น เพื่อส่งเสริมความรู้ด้านการวางแผนการเงินและการบริหารจัดการหนี้  เดินหน้าความร่วมมือภายใต้กรอบ 3 C คือ Cure แก้ไขเยียวยา Caution ป้องกัน และ Cultivate  เพื่อปลูกฝังทักษะ มุ่งหวังให้เกิดการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมนำไปสู่ความสำเร็จทางการเงินได้อย่างเป็นรูปธรรม ครอบคลุมกลุ่มเป้าหมายทั้งนักเรียนนายสิบตำรวจ นักเรียนนายร้อยตำรวจ ข้าราชการตำรวจ คู่สมรส และบุคคลในครอบครัวทั่วประเทศ เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันทางการเงิน สนับสนุนการบริหารจัดการเงินของข้าราชตำรวจและครอบครัว อาทิ การมีรายได้จากอาชีพเสริม เพื่อส่งเสริมความรู้ด้านการวางแผนการเงินและการบริหารจัดการหนี้ โดยใช้สื่อการเรียนรู้ของตลาดหลักทรัพย์ฯ ทั้งหลักสูตรด้านการเงิน การบริหารจัดการหนี้ และการลงทุน ปลูกฝังแนวทางแก้ไขปัญหาหนี้ได้ด้วยตนเอง ส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่ดี สร้างขวัญกำลังใจ และสามารถปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เป็นที่พึ่งให้กับประชาชน

มอบทุนเด็กกำพร้าตำบลยะรังซับน้ำตาก่อนเข้าเทศกาลเฉลิมฉลองฮารีรายออีดิ้ลฟิตรี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/722191

มอบทุนเด็กกำพร้าตำบลยะรังซับน้ำตาก่อนเข้าเทศกาลเฉลิมฉลองฮารีรายออีดิ้ลฟิตรี

มอบทุนเด็กกำพร้าตำบลยะรังซับน้ำตาก่อนเข้าเทศกาลเฉลิมฉลองฮารีรายออีดิ้ลฟิตรี

วันอังคาร ที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2566, 18.06 น.

วันที่ 4 เม.ย.66 ที่ห้องประชุมเมืองโบราณยะรัง บ้านจาเละ ต.ยะรัง จ.ปัตตานี นายซุลกิฟลี เฮงปิยา นายกองค์กรบริหารส่วนตำบลยะรัง พร้อมด้วยนายอับดุลเลาะ เจ๊ะแฮ อีหม่ามมัสยิดบ้านยือแรในฐานะประธานกองทุนเด็กกำพร้าตำบลยะรัง นำคณะกรรมการกองทุนเด็กกำพร้าจัดกิจกรรมมอบทุนให้เด็กกำพร้าในพื้นที่ตำบลยะรังประจำปี พ.ศ.2566 จำนวน 48ราย ปีนี้คณะกรรมการกองทุนฯได้มีมติร่วมกันจพมอบเป็นเงินสดให้กับน้อง ๆรายละสามพันบาท(3,000ยาท)ทั้งนี้เพื่อให้น้องๆสามารถเป็นค่าใช้จ่ายในการร่วมเฉลิมฉลองเทศกาลฮารีรายออิดิ้ลฟิตรีที่จะถึงในไม่กี่วันที่จะถึงนี้อย่างมีความสุขเหมือนครอบครัวอื่นๆเช่นจักหาซื้อเสื้อผ้าใหม่ อาหารการกินในวันดังกล่าว

โดยมีนายวันสุกรี แวมามะ นายอำเภอยะรังร่วมให้เกียรติเดินทางมาร่วมงานและร่วมกล่าวโอวาทแก่น้อง ๆกำพร้าและผู้ปกครอง เพื่อสร้างขวัญกำลังใจให้กับผู้ปกครองและน้องกำพร้าว่า”การดูแลเด็กกำพร้านั้นเป็นหน้าที่ที่พวกเราต้องดูแลให้เหมือนเขาไม่ได้กำพร้าบุพการี เป็นหน้าที่ที่อัลลอฮได้บัญญัติไว้ในพระคัมภีร์อัล-กุรอ่าน

นายซุลกิฟลี เฮงปียา นายก อบต.ยะรัง กล่าวว่าวันนี้ถือว่าเป็นวันสำคัญแล้วเป็นโอกาศที่ดีที่ทางกองทุนเด็กกำพร้าและผู้ด้อยโอกาสตำบล.ยะรัง ได้จัดกิจกรรมมอบทุนเด็กกำพร้า ศึ่งกิจกรรมนี้เราได้ร่วมกันกับคณะกรรมการกองทุนเด็กกำพร้า ประกอบด้วยชมรมกำนันผู้ใหญ่บ้าน ชมรมโต๊ะอีหม่าม และสมาชิก อบต.ยะรัง และผู้นำชุมชนต่างๆได้ร่วมไม้ร่วมมือในการจัดงบเด็กกำพร้าและผู้ด้อยโอกาสซึ่งเราได้ดำเนินการมาแล้วรวมระยะเวลา11ปี ทุกปีช่วง10วันสุดท้ายของเดือนรอมาฎอนเราก็จะมีการจัดกิจกรรมมอบทุนลักษณะนี้ ซึ่งจากการดูรายชื่อของเด็กกำพร้าและเด็กด้อยโอกาสในส่วนของตำบลยะรังมีเพิ่มขึ้น

นอกจากมอบทุนเงินสดให้กับน้องๆกำพร้า เรายังได้มอบถุงยังชีพที่มีปัจจัยข้าวสาร น้ำตาล น้ำมันพืชเพื่อเป็นปัจจัยให้กับครอบครัวใช้ในการหุ้งข้าวอาหารเฉลิมฉลองในวันฮารีรายอนี้อย่างมีความสุข

ด้านนางรอกีเยาะห์ เจะแล วัย 40ปี ได้จูงลูกสาวทั้ง 4 คน เพื่อมารับทุนเด็กกำพร้าในครั้งนี้ และได้เปิดใจกับทีมสื่อว่าสามีจากไปเมื่อห้าปีมาก่อนหน้านี้มีลูกด้วยกัน 9 คน มีลูกชาย 2 คน มึลูกสาวอีก7คน ก็ต้องกลายเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยวบับบั่นเดินหน้าสู้ชีวิตอาศัยกรีดยางเลี้ยงดูลูกทั้ง9คน เป็นสวนยางที่สามีทิ้งไว้เป็นมรดกจนสามารถมีรายได้เฉลี่ยเดือน 4-5 พันบาทก็นำรายได้มาแบ่งสัดส่วนให้กับลูกๆเพราะเป็นกองมรดก ลูกชายคนโต 2 คนก็ได้ไปเรียนที่สถาบันปอเนาะไปเรียนกีตาบ ส่วนน้องที่ยังเล็กอยู่อีก4 คน ซึ่งอยู่ในเกณฑ์เด็กกำพร้าจึงได้เดินทางมารับทุน ก็รู้สึกดีใจที่ผู้ใหญ่ใจดีที่มอบทุนให้กับลูกๆสาวทั้งสี่คนคนละ3พันบาท ก็จะได้นำเงินดังกล่าวไปหาซื้อเสื้อผ้าใหม่ ร้องเท้าใหม่เพื่อสวมใส่ในวันฮารีรายอนี้

ด้านนางรุส นะกะ วัย41 ปี ได้นำลูกชาย 2 คน เพื่อมารับทุนเด็กกำพร้าเช่นกัน คนหนึ่งชื่อ ดช.มูฮัมหมัดไฟซอล อายุ 9 ปี อีกคนที่แม่กำลังอุ่มอยู่ มีชื่อ ดช.มูฮัมหมัดไฟซาล อายุ 2 ปี 2 เดือน พร้อมเปิดใจว่าสามีจากไปปีกว่า ซึ่งขณะนั้นน้องมูฮัมหมัดไฟซาลอายุแค่ 6 เดือน ต้องกลายเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยวจนทุกวันนี้ รู้สึกดีใจมากที่ลูกได้รับมิอบทุนเด็กกำพร้าในวันนี้ ขอขอบคุณผู้ใหญ่ใจดี หวังว่าจะนำเงินนี้เพื่อจัดหาซื้อเสื้อผ้าใหม่ให้กับลูกๆเพื่อเฉลิมฉลองวันฮารีรายอ อิดิ้ลฟิตรีที่จะถึงนี้

วช. หนุนทีมวิจัย วว. พัฒนาฐานข้อมูลพื้นที่ป่าสงวนสะแกราช เขตสงวนชีวมณฑลแห่งแรกของไทย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/722183

วช. หนุนทีมวิจัย วว. พัฒนาฐานข้อมูลพื้นที่ป่าสงวนสะแกราช เขตสงวนชีวมณฑลแห่งแรกของไทย

วช. หนุนทีมวิจัย วว. พัฒนาฐานข้อมูลพื้นที่ป่าสงวนสะแกราช เขตสงวนชีวมณฑลแห่งแรกของไทย

วันอังคาร ที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2566, 17.41 น.

วช. หนุนทีมวิจัย วว. พัฒนาฐานข้อมูลพื้นที่ป่าสงวนสะแกราช เขตสงวนชีวมณฑลแห่งแรกของไทยเพื่อใช้ในการตั้งรับกับสภาวะการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และพัฒนาชุมชนรอบพื้นที่เพื่อความยั่งยืนของทรัพยากรธรรมชาติ

ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กล่าวว่า “สะแกราช”  นอกจากจะเป็นเขตสงวนชีวมณฑล แห่งแรกของไทยที่องค์การยูเนสโกขึ้นทะเบียนไว้ เมื่อ พ.ศ. 2519 ด้วยเป็นพื้นที่ที่มีความหลากหลายทางชีวภาพและมีระบบนิเวศป่าไม้ที่มีศักยภาพในการดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์สูงถึงปีละกว่า 1.4 แสนตันแล้ว ยังเป็นสถานที่เพื่อการวิจัยทางด้านสิ่งแวดล้อมและนิเวศวิทยาป่าเขตร้อน  ซึ่งปัจจุบันมีการวิจัยในพื้นที่แห่งนี้แล้วไม่น้อยกว่า 500 เรื่อง  ความรู้ดังกล่าวได้สร้างสรรค์ภูมิปัญญาแก่นักวิชาการและยังเป็นห้องปฏิบัติการธรรมชาติ สำหรับนักเรียน นักศึกษาใช้ในการศึกษาและวิจัยทางด้านธรรมชาติของป่าไม้    

อย่างไรก็ดี จากสภาพปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่ส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศป่าไม้ในปัจจุบัน และปัญหาการคุกคามทรัพยากรจากความต้องการใช้ประโยชน์จากชุมชนโดยรอบพื้นที่ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม โดย สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ได้ให้ทุนอุดหนุนการวิจัยประจำปีงบประมาณ 2564 กับโครงการ “การพัฒนาพื้นที่ป่าสงวน สะแกราช รองรับสภาวะการเปลี่ยนแปลงเพื่อความยั่งยืนทรัพยากรธรรมชาติ” ซึ่งมี “นายเฉลิมชัย จีระพันธุ์” ผู้อำนวยการศูนย์เชี่ยวชาญนวัตกรรมพลังงานสะอาดและสิ่งแวดล้อม สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.)  เป็นหัวหน้าโครงการฯ เพื่อให้ได้มาซึ่งข้อมูลสำหรับตั้งรับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ  และการพัฒนาชุมชนรอบพื้นที่สถานีวิจัยสิ่งแวดล้อมสะแกราช จังหวัดนครราชสีมา เพื่อให้บรรลุเป้าหมายของการเป็นพื้นที่สงวนชีวมณฑลที่มีความคงอยู่ของความหลากหลายทางชีวภาพและระบบนิเวศป่าไม้ของพื้นที่  

นายเฉลิมชัย จีระพันธุ์ หัวหน้าโครงการฯ กล่าวว่า  แผนงานวิจัยดังกล่าวประกอบด้วย 6 โครงการวิจัยย่อย ซึ่งมีทีมวิจัยทั้งจาก วว. มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี  โดยแบ่งเป็น 2ด้าน คือ การตั้งรับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ  และการพัฒนาชุมชนโดยรอบพื้นที่สงวนชีวมณฑล สะแกราช ทั้งนี้ ในส่วนของการตั้งรับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ จะมีทั้งการติดตามพลวัตป่าไม้ธรรมชาติและป่าฟื้นฟู เพื่อการจัดการป่าไม้อย่างยั่งยืนในพื้นที่สถานีวิจัยฯ มีการพัฒนาฐานข้อมูลชีวภาพของพื้นที่ป่าไม้ เช่น ฐานข้อมูลพรรณไม้ ได้แก่ ชนิดพรรณไม้ โครงสร้างสังคมพืช องค์ประกอบพรรณไม้และพลวัตป่าจากแปลงถาวร 8 แปลง และสถานภาพพรรณไม้ตามการประเมินของ หน่วยงาน IUCN Red List (2011) ซึ่งภายใต้การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศควรส่งเสริมการปลูกพืชที่มีอัตราการรอดสูง เช่น ตะเคียนหิน ยางนาและแดงร่วมกับไม้กระถินณรงค์ มีการประมาณงบดุลน้ำ โดยประยุกต์ใช้ข้อมูลด้านอุตุ–อุทกวิทยาในการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำในพื้นที่ พบว่างบดุลน้ำอยู่ในเกณฑ์ขาดดุลเกือบทุกปี และคาดการณ์ว่าในอีก 10 ปี ข้างหน้า หรือ ปี พ.ศ. 2575 ปริมาณน้ำท่าจะลดลงอย่างน้อย 45 – 59% แสดงให้เห็นถึงปริมาณน้ำในอนาคตไม่เพียงพอต่อการจัดการและการนำไปใช้ จึงควรทำฝายชะลอน้ำชั่วคราว และสร้างบ่อน้ำในไร่นา
นอกจากนี้ ยังมีการใช้ภาพถ่ายดาวเทียม ในการพัฒนาแบบจำลองเพื่อวิเคราะห์การเปลี่ยนแปลงการใช้ประโยชน์ที่ดินและความหลากหลายทางพืชพรรณจากผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของพื้นที่สงวนชีวมณฑลสะแกราชและการส่งเสริมการอนุรักษ์อย่างยั่งยืนของชุมชน   ซึ่งจากผลการวิเคราะห์การเปลี่ยนแปลงการใช้ประโยชน์ที่ดินตั้งแต่ปี2548 – 2573 พบว่า พื้นที่ป่าเต็งรังและทุ่งหญ้าภายในสถานีชีวมณฑลสะแกราชมีพื้นที่ลดลง  ในขณะที่พื้นที่เกษตรกรรม ได้แก่ ข้าวโพด อ้อย มันสำปะหลัง และพืชอื่น ๆ  มีพื้นที่เพิ่มขึ้น

สำหรับการโครงการด้านการพัฒนาชุมชนโดยรอบ มีการเพิ่มพื้นที่ป่าไม้มีค่าแบบผสมผสานในพื้นที่เกษตรกรรมและป่าเสื่อมโทรม ซึ่งเป็นที่กังวลกันถึงประเด็นของความยั่งยืนของการใช้ประโยชน์เห็ดป่าในอนาคต เพื่ออนุรักษ์พันธุกรรมของไม้มีค่าในพื้นที่ป่าสะแกราชที่ใกล้จะสูญพันธ์ อันเนื่องจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและการใช้ประโยชน์มากเกินไป  ได้มีการจัดทำฐานข้อมูลแหล่งเมล็ดพันธุ์ไม้วงศ์ยาง และพันธุ์ไม้มีค่าทางเศรษฐกิจ  มีการอบรมให้ความรู้แก่ชุมชนในการเพาะเชื้อเห็ดเอคโตไมคอร์ไรซา ในกล้าไม้มีค่าทางเศรษฐกิจ สนับสนุนกล้าไม้แก่ชุมชน จัดตั้งศูนย์การเพาะเชื้อเห็ดในพื้นที่พร้อมจัดทำแปลงสาธิต รวมถึงได้มีการส่งมอบต้นกล้าไม้ พืชกินได้ และเห็ดกินได้ เพื่อพัฒนาการสร้างความมั่นคงทางด้านอาหาร ลดการพึ่งพาทรัพยากรจากป่าธรรมชาติ และร่วมอนุรักษ์พรรณไม้และเชื้อเห็ดพื้นถิ่นที่สำคัญด้วยระบบธนาคาร เพื่อเกิดความมั่นคงทางความหลากหลายชีวภาพของป่า นอกจากนี้ยังมีการประเมินความต้องการการพัฒนาของชุมชนด้านเศรษฐกิจ สังคม และ สิ่งแวดล้อม เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนในพื้นที่สงวนชีวมณฑลสะแกราชอีกด้วย

นายเฉลิมชัย กล่าวต่อว่า ผลการศึกษาจากโครงการย่อยทั้ง 6 โครงการ รวมถึงแนวทางในการพัฒนาพื้นที่ป่าสะแกราชในอนาคต ได้มีการนำมาพิจารณาร่วมกับภารกิจหลักของพื้นที่ผ่านการจัดทำแผนยุทธศาสตร์การวิจัยสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย ปี พ.ศ. 2566–2570   ที่มุ่งเน้นการสร้างเครือข่ายความร่วมมือร่วมกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกภาคส่วน  โดยเฉพาะส่วนท้องถิ่นที่ต้องส่งเสริมให้เกิดโครงสร้างของวิสาหกิจ และการผลักดันให้ชุมชนก้าวไปสู่การดูแลและการใช้ประโยชน์ทรัพยากรในเขตรอบนอก  สอดคล้องกับบริบท ศักยภาพ และบริการของระบบนิเวศของพื้นที่สู่การสร้างพื้นที่สงวนชีวมณฑลสะแกราช  เพื่อพัฒนา เป็นแหล่งท่องเที่ยว และการพัฒนาผลิตภัณฑ์พืชผลการเกษตรตามแนวทาง BCG Model. 

‘ปลัด มท.’ เป็นประธานพิธีอัญเชิญหลวงพ่อโสธรขึ้นจากแม่น้ำบางปะกง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/722174

'ปลัด มท.' เป็นประธานพิธีอัญเชิญหลวงพ่อโสธรขึ้นจากแม่น้ำบางปะกง

‘ปลัด มท.’ เป็นประธานพิธีอัญเชิญหลวงพ่อโสธรขึ้นจากแม่น้ำบางปะกง

วันอังคาร ที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2566, 17.25 น.

“มหาศรัทธา มหามงคล บำเพ็ญกุศลวันเกิดหลวงพ่อโสธร” ปลัดมหาดไทย เป็นประธานพิธีอัญเชิญหลวงพ่อโสธรขึ้นจากแม่น้ำบางปะกง ประดิษฐาน ณ พระอุโบสถวัดโสธรวราราม วรวิหาร ครบรอบ 253 ปี ในงานสมโภชหลวงพ่อโสธร และงานประจำปีกลางเดือน 5 จังหวัดฉะเชิงเทรา ร่วมกับพุทธศาสนิกชนทั่วสารทิศ

วันนี้ (4 เม.ย. 2566) เวลา 14.00 น. ที่บริเวณมณฑลพิธี วัดโสธรวราราม วรวิหาร ตำบลหน้าเมือง อำเภอเมืองฉะเชิงเทรา จังหวัดฉะเชิงเทรา นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานฝ่ายคฤหัสถ์ในพิธีอัญเชิญหลวงพ่อโสธรขึ้นจากแม่น้ำบางปะกง ประดิษฐาน ณ พระอุโบสถวัดโสธรวราราม วรวิหาร ครบรอบ 253 ปี โดยได้รับเมตตาจาก พระเทพรัตนมุนี ที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค 12 ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสระเกศ ราชวรมหาวิหาร กรุงเทพมหานคร และพระราชภาวนาพิธาน วิ. เจ้าคณะจังหวัดฉะเชิงเทรา เจ้าอาวาสวัดโสธรวราราม วรวิหาร เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ โดยมีพระสงฆ์ทรงสมณศักดิ์ และคณะสงฆ์วัดโสธรวราราม วรวิหาร ร่วมประกอบพิธี โดยมี นายขจรเกียรติ รักพานิชมณี ผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา ศาสตราจารย์พิเศษ ดร.กิตติพงษ์ กิตยารักษ์ ปลัดกระทรวงยุติธรรม คนที่ 29 นายณัฐพงษ์ สงวนจิตร นางสาวฉัตรประอร นิยม รองผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา นายเชาวเนตร ยิ้มประเสริฐ ปลัดจังหวัดฉะเชิงเทรา นายกิตติ เป้าเปี่ยทรัพย์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดฉะเชิงเทรา หัวหน้าส่วนราชการ ข้าราชการ พนักงาน เจ้าหน้าที่ ผู้แทนภาคเอกชน ภาคีเครือข่าย และพุทธศาสนิกชนจำนวนมากร่วมพิธี

ในการนี้ พระราชภาวนาพิธาน วิ. เจ้าคณะจังหวัดฉะเชิงเทรา เจ้าอาวาสวัดโสธรวราราม วรวิหาร จุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัย เจ้าหน้าที่อาราธนาศีล ประธานสงฆ์ให้ศีล จากนั้น พระภาวนาวชิรมงคล รองเจ้าคณะจังหวัดลพบุรี เจ้าอาวาสวัดป่าธรรมโสภณ ทำพิธีบวงสรวง โปรยข้าวตอกดอกไม้ และพิธีย้อนรำลึกการอัญเชิญหลวงพ่อโสธรขึ้นจากแม่น้ำบางปะกงฯ 

จากนั้น พระราชภาวนาพิธาน วิ. เจ้าอาวาสวัดโสธรวราราม วรวิหาร พร้อมด้วยนายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย นายขจรเกียรติ รักพานิชมณี ผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา ศาสตราจารย์พิเศษ ดร.กิตติพงษ์ กิตยารักษ์ ปลัดกระทรวงยุติธรรม คนที่ 29 รองผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา หัวหน้าส่วนราชการ ประชาชน อัญเชิญองค์หลวงพ่อโสธรจากน้ำขึ้นเสลี่ยงขบวนแห่เข้าประดิษฐาน ณ พระอุโบสถวัดโสธรวราราม วรวิหาร โดยพระสงฆ์วัดโสธรวราราม วรวิหาร จำนวน 80 รูป เจริญชัยมงคลคาถา เป็นอันเสร็จพิธีอัญเชิญหลวงพ่อโสธรขึ้นจากแม่น้ำบางปะกง

นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า ประเพณีอัญเชิญหลวงพ่อโสธรขึ้นจากแม่น้ำบางปะกง เป็นพิธีอันเป็นมงคลที่จัดขึ้นเพื่อสมโภชวันคล้ายวันที่อาราธนาหลวงพ่อโสธรขึ้นจากแม่น้ำบางปะกงและอัญเชิญขึ้นมาประดิษฐาน ณ วัดโสธรวราราม วรวิหาร ซึ่งชาวจังหวัดฉะเชิงเทราถือว่างานประเพณีกลางเดือน 5 เป็นงานสมโภชวันเกิดหลวงพ่อโสธรอันเป็นพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองจังหวัดฉะเชิงเทรา โดยจากตำนานบันทึกหลักฐานได้กล่าวว่าประเพณีดังกล่าวมีมูลเหตุมาจากตำนานหลวงพ่อโสธร ซึ่งเกิดอภินิหารลอยน้ำมาขึ้นที่หน้าวัดหงส์ หรือวัดโสธรวราราม วรวิหารในปัจจุบัน โดยชาวบ้านได้พยายามฉุดขึ้นฝั่งหลายครั้งหลายหน แต่ไม่สามารถอัญเชิญหลวงพ่อโสธรขึ้นจากแม่น้ำบางปะกงได้ จนกระทั่งมีอาจารย์ผู้มีความรู้ทางไสยศาสตร์ผู้หนึ่ง ได้ตั้งศาลเพียงตาบวงสรวง นำสายสิญจน์คล้องกับพระหัตถ์พระพุทธรูป และชักชวนชาวบ้านให้ร่วมกันจับสายสิญจน์ชักองค์พระขึ้นมา จึงสามารถอาราธนาขึ้นฝั่งได้โดยง่ายด้วยคนเพียงไม่กี่คน และอัญเชิญมาประดิษฐาน ณ วิหารวัดหงส์ หรือวัดโสธรวราราม วรวิหารในปัจจุบันได้เป็นผลสำเร็จ เมื่อวันขึ้น 14 ค่ำ เดือน 5 ซึ่งสันนิษฐานว่าน่าจะอยู่ราวปี พ.ศ. 2313 สมัยต้นกรุงธนบุรี และประชาชนชาวจังหวัดฉะเชิงเทราได้สืบทอดวัฒนธรรมประเพณีดังกล่าวต่อกันมาจนถึงปัจจุบัน

‘ม.สวนดุสิต’แถลงการณ์ยอมรับผิด ตรวจคะแนนสอบ‘ผอ.สพท.’คลาดเคลื่อน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/722155

‘ม.สวนดุสิต’แถลงการณ์ยอมรับผิด ตรวจคะแนนสอบ‘ผอ.สพท.’คลาดเคลื่อน

‘ม.สวนดุสิต’แถลงการณ์ยอมรับผิด ตรวจคะแนนสอบ‘ผอ.สพท.’คลาดเคลื่อน

วันอังคาร ที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2566, 16.54 น.

‘ม.สวนดุสิต’แถลงการณ์ยอมรับผิด ตรวจคะแนนสอบ‘ผอ.สพท.’คลาดเคลื่อน

4 เมษายน 2566 รองศาสตราจารย์ ดร.ศิโรจน์ ผลพันธิน อธิการบดีมหาวิทยาลัยสวนดุสิต ได้ออกแถลงการณ์ ว่า ตามที่ มหาวิทยาลัยสวนดุสิต ได้รับจ้างเหมาดำเนินการคัดเลือกบุคคลเพื่อบรรจุและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ปี พ.ศ. 2565 โดยได้มีการดำเนินงานตามกระบวนการคัดเลือกฯ ตามขอบเขตของงานจ้างเสร็จสิ้นไปเมื่อวันที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2565 ภายหลังจากได้มีการประกาศบัญชีผู้ผ่านการคัดเลือกฯ สำนักงาน ก.ค.ศ. ได้ขอให้มหาวิทยาลัยสวนดุสิต ตรวจสอบคะแนนผลการประเมินภาค ค การสัมภาษณ์ ของผู้ได้รับคัดเลือกรายหนึ่งซึ่งขอให้เปิดเผยคะแนนการคัดเลือกฯว่ามีความคลาดเคลื่อนจากข้อเท็จจริงหรือไม่ (อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง : สอบ‘ผอ.สพท.’วุ่น!นับคะแนนผิด 1 แต้ม ศธ.ยันไม่ใช่ทุจริต)

เมื่อมหาวิทยาลัยสวนดุสิตได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงในเรื่องดังกล่าว พบว่า คะแนนผลการประเมินภาค ค การสัมภาษณ์ ของผู้ได้รับการคัดเลือกรายดังกล่าวมีความคลาดเคลื่อนจริง จึงได้ทำการตรวจสอบคะแนนประเมินภาค ก ภาค ข และภาค ค ของผู้เข้ารับการคัดเลือกทุกรายใหม่

ข้อเท็จจริงปรากฏว่า เฉพาะคะแนนผลการประเมินภาค ค การสัมภาษณ์ ของผู้เข้ารับการคัดเลือกฯ ที่คลาดเคลื่อนไม่ตรงกับข้อมูลในบัญชีคะแนนที่ส่งมอบงานจ้างให้แก่สำนักงาน ก.ค.ศ. โดยสาเหตุเกิดจาก ผู้ประมวลผลคะแนนของมหาวิทยาลัยสวนดุสิตได้ใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์ในการดึงข้อมูลคะแนนการสัมภาษณ์ของกรรมการคนที่ 2 มาเป็นคะแนนการสัมภาษณ์ของกรรมการคนที่ 1 ทำให้คะแนนประเมินภาคความเหมาะสม กับตำแหน่ง (ภาค ค) เฉพาะในส่วนคะแนนสัมภาษณ์ไม่ถูกต้อง ส่งผลให้คะแนนรวมภาค ก ภาค ข และภาค ค ของผู้เข้ารับการคัดเลือกส่วนใหญ่เกิดความคลาดเคลื่อน และทำให้ลำดับที่ของผู้ผ่านการคัดเลือกฯ มีการเปลี่ยนแปลง โดยมีทั้งผู้ที่ได้ลำดับที่คงเดิม สูงขึ้น และลดลง

หลังจากที่ได้ทราบเหตุแล้ว มหาวิทยาลัยสวนดุสิตมิได้เพิกเฉย โดยได้เร่งดำเนินการตรวจสอบคะแนนภาค ก ภาค ข และภาค ค ตลอดจนประมวลผลการคัดเลือกใหม่ทั้งระบบ และได้ทำหนังสือชี้แจงแจ้งต่อสำนักงาน ก.ค.ศ. ทันที 

ทั้งนี้ มหาวิทยาลัยสวนดุสิต ได้ดำเนินการแก้ไขความชำรุดบกพร่องของงานจ้าง และส่งมอบผลการประเมินที่ถูกต้องทั้งระบบตามเงื่อนไขในขอบเขตของงานจ้างให้แก่สำนักงาน ก.ค.ศ. เมื่อวันที่ 21 มีนาคม พ.ศ. 2566

จากเหตุดังกล่าว ถือเป็นความผิดพลาดบกพร่องของมหาวิทยาลัยสวนดุสิต ซึ่งเกิดผลกระทบต่อหลายฝ่ายมหาวิทยาลัยฯ ยอมรับในความผิดพลาดดังกล่าวนี้ และยินดีร่วมมือในการแก้ไขข้อบกพร่องตามมติของคณะกรรมการสรรหาผู้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา และสำนักงาน ก.ค.ศ. ในทุกกระบวนการ

ในการนี้ มหาวิทยาลัยฯ ขออภัยเป็นอย่างสูงต่อผู้เข้ารับการคัดเลือกที่ได้รับผลกระทบ คณะกรรมการสรรหาฯ และสำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ สำนักงาน ก.ค.ศ. ตลอดจนผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง โดยจะปรับปรุงการดำเนินงานให้มีความรอบคอบ รัดกุมและเพิ่มความระมัดระวังในการตรวจสอบ เพื่อมิให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้นอีก

สอบ‘ผอ.สพท.’วุ่น!นับคะแนนผิด 1 แต้ม ศธ.ยันไม่ใช่ทุจริต

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/722047

สอบ‘ผอ.สพท.’วุ่น!นับคะแนนผิด 1 แต้ม ศธ.ยันไม่ใช่ทุจริต

สอบ‘ผอ.สพท.’วุ่น!นับคะแนนผิด 1 แต้ม ศธ.ยันไม่ใช่ทุจริต

วันอังคาร ที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2566, 13.44 น.

สอบ‘ผอ.สพท.’วุ่น!นับคะแนนผิด 1 แต้ม ศธ.ยันไม่ใช่ทุจริต

4 เมษายน 2566 นายอรรถพล  สังขวาสี ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ปลัด ศธ.) เปิดเผยว่า ตามที่ที่ประชุมคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) เมื่อวันที่ 3 เม.ย.2566 มีมติเห็นชอบเพิกถอนรายชื่อผู้ได้รับการบรรจุและแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา(ผอ.สพท.) สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) เป็นการเฉพาะราย จำนวน  4 ราย เนื่องจากทางมหาวิทยาลัยสวนดุสิต (มสด.) มีการรวมคะแนนสอบภาค ค (สอบสัมภาษณ์) ผิดพลาดไป 1 คะแนนนั้น

สำหรับเรื่องนี้ส่งผลให้ลำดับคะแนนคลาดเคลื่อน จึงต้องมีการแก้ไขโดยให้ผู้ที่คะแนนในลำดับที่สูงกว่า 4 ราย ได้รับการบรรจุ ส่วนผู้ที่ถูกเพิกถอน 4 ราย ได้มีการเจรจา เพื่อหาแนวทางเยียวยา โดย 1 ราย นายอัมพร พินะสา เลขาธิการคณะการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาธิการ กพฐ.) ได้ให้มาช่วยราชการที่ส่วนกลาง ส่วนอีก 3 ราย ให้กลับไปเป็นรองผู้อำนวยการ สพท. เพื่อรอบรรจุแต่งตั้งอีกครั้งในเดือนตุลาคม 2566

อย่างไรก็ตาม การรวมคะแนนผิดพลาดครั้งนี้ ส่งผลให้ลำดับการแต่ตั้งและการขึ้นบัญชี คลาดเคลื่อนทั้งหมด แน่นอนว่าต้องมีผู้เสียสิทธิ โดยเมื่อเร็ว ๆนี้ กลุ่มรองผู้อำนวยการ สพท.ที่คิดว่าตัวเองเสียสิทธิ  ได้มายื่นหนังสือร้องเรียน และขอให้มีการตรวจสอบและยกเลิกการบรรจุแต่งตั้งผู้อำนวยการ สพท. ที่ดำเนินการไปในปี 2565 และทราบว่าผู้ที่เสียสิทธิจะไปร้องศาลปกครอง ซึ่งก็ถือเป็นสิทธิที่สามารถดำเนินการได้

“เรื่องนี้ อยู่ระหว่างการทำความเข้าใจกับผู้ไม่ได้รับความเป็นธรรม แต่อยากย้ำว่าความผิดพลาดครั้งนี้ ไม่ใช่เป็นเรื่องของการทุจริต แต่เป็นความผิดพลาดในการรวมคะแนน ผมและคณะกรรมการคัดเลือกทั้ง 7 คน ได้รายงานเรื่องนี้ ให้ น.ส.ตรีนุช  เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) รับทราบแล้ว ซึ่ง น.ส.ตรีนุช ก็เป็นห่วง หากมีการฟ้องร้อง คณะกรรมการทั้ง 7 คนก็ต้องรับผิดชอบ เพราะเป็นผู้ออกหลักเกณฑ์การคัดเลือกขึ้นมา ในส่วนของสำนักงานปลัดศธ. ได้สั่งการให้สำนักงาน ก.ค.ศ. ในฐานะผู้ว่าจ้างให้ไปดำเนินการเรียกร้องความเสียหายที่เกิดขึ้นกับทางมหาวิทยาลัยสวนดุสิต ซึ่งตามสัญญาจ้างจะต้องมีข้อตกลงการรับผิดชอบต่าง ๆอยู่ และในส่วนของสำนักงานปลัด ศธ. ก็จะให้ความเป็นธรรมกับทุกกลุ่ม และจะตั้งกรรมการสืบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับความผิดพลาดที่เกิดขึ้นต่อไป” ปลัดศธ. กล่าว

‘ไทยสร้างไทย’ ปาร์ตี้ลิสต์ เบอร์ 32 ประกาศ ผลักดันนโยบาย ดูแลคนไทยเกิดจนแก่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/546214

04 เม.ย. 2566

‘ไทยสร้างไทย’ ปาร์ตี้ลิสต์ เบอร์ 32 ประกาศ ผลักดันนโยบาย ดูแลคนไทยเกิดจนแก่

เลขาธิการพรรคไทยสร้างไทย ระบุ หมายเลข 32 เป็นเลขดี ประกาศ ผลักดันนโยบายดูแลประเทศ ให้ครบถ้วนสมบูรณ์ ชูการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัล เพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางรายได้ สังคม สุขภาพและการศึกษา

นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการพรรคไทยสร้างไทย(ทสท.) กล่าวภายหลัง พรรคไทยสร้างไทย จับสลากได้ หมายเลข สส.บัญชีรายชื่อ หรือ สส.ปาร์ตี้ลิสต์ หมายเลข 32 ว่า หมายเลขดังกล่าว เป็นเลขดี ซึ่งเหมือนร่างกายของคนเรา ที่ต้องมีอวัยวะครบถ้วน 32 ประการ 

ต่างจากสภาพของประเทศไทยในเวลานี้ ที่ยังไม่สมบูรณ์ครบถ้วน จึงจำเป็นอย่างยิ่ง ที่ต้องเร่งแก้ไข และเติมเต็มให้มีความสมบูรณ์ ครบถ้วน โดยเฉพาะในเรื่องของเศรษฐกิจปากท้อง การเติบโตทางเศรษฐกิจ โอกาสที่ยังมีความเหลื่อมล้ำ

ไทยสร้างไทย ยุติความขัดแย้ง

ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี การวิจัยและพัฒนา เนื่องจากช่วงเวลาเกือบ 20 ปีที่ผ่านมา เกิดวิกฤตการณ์ทางการเมือง ทำให้บ้านเมืองล้าหลังถดถอยลงมากในทุกมิติ 

นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการพรรคไทยสร้างไทยนายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการพรรคไทยสร้างไทย

พรรคไทยสร้างไทย จึงเข้ามาปลดล็อคประเทศ ยุติความขัดแย้งการเมืองสองฝ่าย ที่เลือกฝั่งหนึ่งก็ติดล๊อค เลือกอีกฝั่งก็ติดหล่ม ประเทศไม่สามารถเดินหน้าต่อไปได้ 

ดูแลคนไทยตั้งแต่เกิดจนแก่

โดยเฉพาะอย่างยิ่งการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัล มีความสำคัญอย่างมากในโลกยุคใหม่ เราจึงต้องช่วยกันสร้าง เพื่อให้ไทยเป็นศูนย์กลางของความทันสมัย ที่สุดแห่งหนึ่งในภูมิภาคเอเซีย วางนโยบายเพื่อสร้างความเท่าเทียมในด้านรายได้ ด้านสังคม สุขภาพและการศึกษา จึงเป็นที่มาที่พรรคได้วางยุทธศาสตร์ในการดูแล ประชาชนตั้งแต่เกิดจนแก่