COACH เปิดตัว‘THE COACH TABBY SHOP’ เฉลิมฉลองการแสดงออกและการปลดปล่อยตัวตน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/726904

COACH เปิดตัว‘THE COACH TABBY SHOP’ เฉลิมฉลองการแสดงออกและการปลดปล่อยตัวตน

COACH เปิดตัว‘THE COACH TABBY SHOP’ เฉลิมฉลองการแสดงออกและการปลดปล่อยตัวตน

วันพฤหัสบดี ที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

Coach เปิดตัว The Coach Tabby Shop เพื่อเฉลิมฉลองช่วงเวลาสำคัญที่เราจะได้แสดงความเป็นตัวของตัวเองที่สุด เนรมิตป๊อปอัพที่ ธารา ฮอลล์ ชั้น M ไอคอนสยาม ให้กลายเป็นสถานีรถไฟใต้ดินที่สอดแทรกความขี้เล่นตามแบบฉบับชาวนิวยอร์ก ซึ่งผู้เข้าชมจะสามารถเพลิดเพลินกับไอศกรีมบาร์รวมถึงเลือกซื้อสินค้าไอคอนิครุ่นใหม่ล่าสุดจากแบรนด์ โดยมี บิวกิ้น-พุฒิพงศ์,โบว์-เมลดา, ยอร์ช-ยงศิลป์, จูเน่-เพลินพิชญา, บลู-พงศ์ทิวัตถ์ และ อ๊ะอายและ โจริญ จากวง 4EVE มาร่วมงานเปิดตัวในครั้งนี้

The Coach Tabby Shop นำแนวคิดแบบนิวยอร์กอันโดดเด่นของแบรนด์มาสู่ประเทศไทย โดยเชิญชวนผู้เข้าชมให้สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อทำแบบทดสอบสั้นๆ และแลกรับไอศกรีมฟรี จากความร่วมมือกับร้านไอศกรีมออร์แกนิคอย่าง Laylow ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากสีสันใหม่ๆ ของคอลเลคชั่น Tabby สร้างสรรค์ออกมาเป็นรสชาติที่หลากหลายเพื่อเป็นการเฉลิมฉลองให้กับจิตวิญญาณที่กล้าแสดงออกของ Tabby นอกจากนี้ลูกค้ายังสามารถปรับแต่งกระเป๋า Coach และเครื่องหนังขนาดเล็กด้วยการตกแต่งโดยช่างฝีมือจากแบรนด์ที่ craftsmanship bar ได้อีกด้วย

จากวิสัยทัศน์ของ สจ๊วต วีเวอรส์ (Stuart Vevers) ครีเอทีฟไดเรคเตอร์ของ Coach ที่พัฒนาต้นแบบกระเป๋าจากยุค 70 และ ฮาร์ดแวร์ซิกเนเจอร์ของ Coach ที่ทำให้ Tabby ถ่ายทอดดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ในแบบอเมริกันสำหรับคนรุ่นใหม่ได้อย่างสมบูรณ์แบบ สามารถแวะมาร่วมกิจกรรมตั้งแต่วันนี้จนถึง 1 พฤษภาคม 2566 และเลือกซื้อกระเป๋า Tabby รุ่นล่าสุดและคอลเลคชั่น Spring 2023 ได้ที่ร้าน Coach สาขาสยามพารากอนและไอคอนสยาม หรือผ่านเว็บไซต์ Coach

Coach เป็นแบรนด์แฟชั่นระดับโลกที่โดดเด่นในเรื่องเครื่องหนังเครื่องแต่งกาย รองเท้า น้ำหอม แว่นตาและแอคเซสซอรี่ไลฟ์สไตล์อันหลากหลายที่มีความหรูหราแบบสมัยใหม่ ก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 1941 และมีชื่อเสียงมาอย่างยาวนานในเรื่องงานฝีมือที่มีคุณภาพที่แสดงถึงความมั่นใจในแบบฉบับของมหานครนิวยอร์ก งานออกแบบของแบรนด์นั้นเกิดจากวิสัยทัศน์อันทันสมัย เปลี่ยนภาพความหรูหราให้เข้ากับปัจจุบัน แต่ยังคงไว้ซึ่งความน่าเชื่อถือ และนวัตกรรมอันเป็นเอกลักษณ์ของ Coach สินค้าของ Coach นั้นมีวางจำหน่ายใน 55 ประเทศทั่วโลก ผ่านทางเครือข่ายของร้านค้าที่ดำเนินการโดยตรง,ร้านค้าปลีก, การขายให้กับลูกค้าขายส่ง, ผ่านผู้จัดจำหน่ายรายย่อย และช่องทางออนไลน์ผ่าน coach.com

‘เพราะการให้ที่เล็กน้อย ก็สามารถเปลี่ยนโลกใบนี้ได้’ มูลนิธิรามาธิบดีฯ เอาใจแฟนคลับกระต่ายน้อย ปีเตอร์ แรบบิท

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/726902

‘เพราะการให้ที่เล็กน้อย ก็สามารถเปลี่ยนโลกใบนี้ได้’  มูลนิธิรามาธิบดีฯ เอาใจแฟนคลับกระต่ายน้อย ปีเตอร์ แรบบิท

‘เพราะการให้ที่เล็กน้อย ก็สามารถเปลี่ยนโลกใบนี้ได้’ มูลนิธิรามาธิบดีฯ เอาใจแฟนคลับกระต่ายน้อย ปีเตอร์ แรบบิท

วันพฤหัสบดี ที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

“Even the smallest one can change the world” – เพราะการให้ที่เล็กน้อย ก็สามารถเปลี่ยนโลกใบนี้ได้ จากข้อความที่เป็นที่รู้จักของวรรณกรรมชื่อดัง PETER RABBIT มาสู่ “การให้ที่ยิ่งใหญ่ด้วยการให้ชีวิตและความสุข” ผ่านของที่ระลึกการกุศลคอลเลคชั่นล่าสุดโดย มูลนิธิรามาธิบดีฯ ได้รับลิขสิทธิ์แท้จากวรรณกรรมเยาวชน เดอะ เทล ออฟ ปีเตอร์ แรบบิท (The Tale of Peter Rabbit) ซึ่งนับเป็นครั้งแรกในการจัดทำเป็นของที่ระลึกการกุศลอีกด้วย

จากวรรณกรรมเยาวชนสุดคลาสสิกกว่า 120 ปี ผลงานของเบียทริกซ์ พอตเตอร์ นักเขียนและนักวาดภาพประกอบชาวอังกฤษ ผู้ถ่ายทอดเรื่องราวการผจญภัยสุดน่ารักของปีเตอร์กระต่ายน้อยผู้ซุกซน และผองเพื่อนลงบนหนังสือที่สามารถครองใจเด็กทั่วโลก โดย มูลนิธิรามาธิบดีฯ เข้าใจถึงผู้คนทุกเพศทุกวัยที่ต้องการส่งต่อความสุขให้แก่คนที่รัก จึงได้จัดทำเป็นของที่ระลึกการกุศลคอลเลคชั่นล่าสุด PETER RABBIT และนำรายได้ทั้งหมดสมทบทุนโครงการเพื่อผู้ป่วยยากไร้ รวมทั้งจัดซื้อเครื่องมือแพทย์ เพื่อคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี

พรรณสิรี คุณากรไพบูลย์ศิริ

พรรณสิรี คุณากรไพบูลย์ศิริ ผู้จัดการมูลนิธิรามาธิบดีฯ กล่าวถึงการทำงานร่วมกับคาแร็กเตอร์ระดับโลก PETER RABBIT ว่า “มูลนิธิรามาธิบดีฯ จึงมีความตั้งใจอย่างมากในการจัดทำของที่ระลึกการกุศลให้มีความสวยงาม และหลากหลายถูกใจผู้ที่ต้องการทำบุญ โดยครั้งนี้ได้นำความน่ารักของวรรณกรรมจากอังกฤษ ปีเตอร์ แรบบิท พร้อมคาแร็กเตอร์ในเรื่อง เบนจามินบันนี่ มิสซิสแรบบิท ทอมมี่ คิทเทน มิสซิส ทิกกี้ วิงเคิล และลูกสาวทั้ง 3 ฟลอบซี่ม๊อบซี่ คอตตอนเทล มาส่งต่อความสดใส เพื่อให้ผู้ที่ชื่นชอบตัวการ์ตูนจากนิทานชื่อดังอย่าง ปีเตอร์ แรบบิท ได้ร่วมสะสมของที่ระลึกการกุศลลิขสิทธิ์แท้ ซึ่งครั้งนี้ก็พิเศษมากมีข้าวของเครื่องใช้ใหม่ๆ ที่ไม่เคยผลิตมาก่อน อย่างเช่นผ้ากันเปื้อน จะซื้อไว้ใช้เองก็ดี หรือเป็นของขวัญก็ได้ รับรองว่าสุขใจทั้งผู้ให้ และถูกใจผู้รับอย่างแน่นอน นอกจากนี้ยังได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการทำบุญกับรามาธิบดีฯ อีกด้วย”

สำหรับของที่ระลึกในคอลเลคชั่นการกุศลนี้ มีให้เลือกหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น หมวดเครื่องแต่งกาย ได้แก่ เสื้อยืดทีเชิ้ตสำหรับเด็กและผู้ใหญ่ ชุดนอนแบบเดรสกระโปรงและแบบเสื้อกางเกงผ้ากันเปื้อน ผ้าพันคอ หมวก หมวดกระเป๋ารูปแบบต่างๆ ได้แก่ กระเป๋าผ้าร่มพับเก็บ กระเป๋าสะพายและกระเป๋าถือผ้าแคนวาส กระเป๋าใส่เหรียญ ปิดท้ายด้วยหมวดของใช้ในบ้าน ได้แก่ หมอนรองคอ ร่ม แก้วน้ำเก็บอุณหภูมิ และสมุดฉีก ทั้งหมดนี้มาในราคาจับต้องได้ เริ่มต้นที่ 69-729 บาท

“Peter Rabbit” (ปีเตอร์ แรบบิท)วรรณกรรมเยาวชนที่อยู่ในหัวใจของผู้อ่านมารุ่นแล้วรุ่นเล่า ถ่ายทอดเรื่องราวจากจินตนาการของ เบียทริกซ์ พอตเตอร์สุภาพสตรีชนชั้นกลางชาวอังกฤษจากครอบครัวช่างปั้นหม้อ ที่ผู้ปกครองสนับสนุนให้เธออ่าน เขียน สอนดนตรี และศิลปะ แม้จะไม่ได้ไปโรงเรียน แต่เบียทริกซ์ ก็เป็นนักเรียนที่มีความกระตือรือร้น รักธรรมชาติ และชอบวาดภาพสิ่งต่างๆ ที่เห็นรอบตัว ในทุกฤดูร้อนเธอใช้เวลาในช่วงวัยเยาว์อย่างมีความสุขที่ทะเลสาบดิสทริกต์กับสัตว์เลี้ยงตัวน้อยๆ เช่น นก หนู กระต่าย และได้กลายเป็นวรรณกรรมเยาวชนอันโด่งดังระดับโลก ซึ่งปัจจุบันคาแร็กเตอร์ของปีเตอร์ แรบบิท และครอบครัวรวมทั้งผองเพื่อน ได้โลดแล่นอยู่ในใจคน บนหลากหลายแพลตฟอร์ม

ร่วมเป็นส่วนหนึ่งสานต่อ “การให้ไม่สิ้นสุด” กับครั้งแรก! ของคอลเลคชั่น ของ PETER RABBIT ที่มาในรูปแบบของที่ระลึกการกุศล เริ่มวางจำหน่ายแล้ว ที่มูลนิธิรามาธิบดีฯ (โรงพยาบาลรามาธิบดี และ สถาบันการแพทย์จักรีนฤบดินทร์ จ.สมุทรปราการ) หรือสั่งออนไลน์ที่ www.ramafoundation.or.th, LINE @RAMAFOUNDATION, LINE SHOPPING และ Robinhood สอบถามเพิ่มเติมโทร.02-2012222 ในวันและเวลาราชการ ติดตามข่าวสารมูลนิธิรามาธิบดีฯ ได้ที่ FB • IG • LINE @RAMAFOUNDATION

ธ.กรุงเทพ จับมือ สภากาชาดไทย ระดมพลังบริจาคโลหิต ‘80 แสนซีซี 80 ปี ธ.กรุงเทพ’ ยึดมั่นจุดยืน ‘เพื่อนคู่คิด’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/726885

ธ.กรุงเทพ จับมือ สภากาชาดไทย ระดมพลังบริจาคโลหิต  ‘80 แสนซีซี 80 ปี ธ.กรุงเทพ’ ยึดมั่นจุดยืน ‘เพื่อนคู่คิด’

ธ.กรุงเทพ จับมือ สภากาชาดไทย ระดมพลังบริจาคโลหิต ‘80 แสนซีซี 80 ปี ธ.กรุงเทพ’ ยึดมั่นจุดยืน ‘เพื่อนคู่คิด’

วันพฤหัสบดี ที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ระดมพลังบริจาคโลหิต ธ.กรุงเทพ จำกัด (มหาชน) นำโดย ชาติศิริ โสภณพนิช กก.ผจญ., พจณี คงคาลัย ผช.ผจญ. จับมือ สภากาชาดไทย โดย รศ.พญ.ดุจใจ ชัยวานิชศิริ ผอ.ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย, ปิยนันท์ คุ้มครอง ผช.ผอ.ด้านจัดหาโลหิตและภาพลักษณ์องค์กร ศูนย์บริการโลหิตฯ

ธนาคารกรุงเทพ จัดโครงการใหญ่เตรียมฉลอง 80 ปี สร้างสรรค์สิ่งดีเพื่อสังคม จับมือ ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย ตั้งโครงการ “80 แสนซีซี 80 ปี ธนาคารกรุงเทพ” ระดมพลัง ผู้บริหาร-พนักงาน-ลูกค้า-ผู้สนใจ ร่วมเป็น “ผู้ให้” บริจาคโลหิตให้ได้ 8 ล้านซีซี เพิ่มปริมาณเลือดสำรองในระบบ ช่วยเหลือชีวิตเพื่อนมนุษย์กว่า 60,000 คน พร้อมตอกย้ำจุดยืน “เพื่อนคู่คิด” พร้อมอยู่เคียงข้างสังคมไทยในทุกสถานการณ์

ชาติศิริ โสภณพนิช กก.ผจญ.ธ.กรุงเทพ จำกัด (มหาชน)

ชาติศิริ โสภณพนิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ธนาคารกรุงเทพมีความมุ่งมั่นที่จะดำเนินธุรกิจเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน บนจุดยืนของการเป็น “เพื่อนคู่คิด” ที่พร้อมเคียงข้างลูกค้าและสังคมไทยมาอย่างยาวนาน รวมถึงในโอกาสที่ธนาคารจะครบปีที่ 80 ของการดำเนินธุรกิจในวันที่ 1 ธันวาคม 2567 ธนาคารจึงมีความตั้งใจจัดตั้งโครงการ “80 แสนซีซี 80 ปี ธนาคารกรุงเทพ” โดยร่วมกับศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย เชิญชวนคนไทยมาร่วมกันเป็น “ผู้ให้” ผ่านการบริจาคโลหิตตั้งแต่วันนี้จนถึง 30 พฤศจิกายน 2567 โดยมีเป้าหมายระดมการบริจาคโลหิตให้ได้ถึง 8 ล้านซีซี ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการช่วยเหลือชีวิตเพื่อนมนุษย์ในสังคมได้ไม่น้อยกว่า 60,000 คน

รศ.พญ.ดุจใจ ชัยวานิชศิริ ผอ.ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย

“ธนาคารกรุงเทพ ตระหนักถึงความสำคัญของโลหิตสำรอง ที่ผ่านมาได้จัดกิจกรรมรับบริจาคโลหิตมาอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่ปี 2539 นับรวมกว่า 26 ปี แม้ในช่วง 3 ปี ที่เกิดปัญหาการแพร่ระบาดของโควิด-19 ต้องงดจัดกิจกรรมในพื้นที่ของธนาคาร แต่ผู้บริหาร พนักงาน รวมถึงลูกค้าและผู้สนใจต่างยังคงร่วมใจกันเดินทางไปบริจาคโลหิตโดยตรงที่ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทยอย่างต่อเนื่องเช่นเดิมดังนั้น เมื่อสถานการณ์ต่างๆ กลับสู่ภาวะปกติ ประกอบกับในโอกาสที่ธนาคารจะก้าวเข้าสู่ปีที่ 80 ในปี 2567 ธนาคารจึงตั้งใจจัดตั้งโครงการเพื่อสร้างสรรค์ประโยชน์ต่อสังคมไทย ผ่านโครงการ “80 แสนซีซี 80 ปี ธนาคารกรุงเทพ” เพื่อระดมการบริจาคโลหิต และสะท้อนถึงจุดยืนของธนาคารกรุงเทพ ที่ทำหน้าที่เป็น “เพื่อนคู่คิด” ให้แก่ลูกค้าและสังคมไทยในทุกสถานการณ์” ชาติศิริ กล่าว

ทั้งนี้ สถิติการบริจาคโลหิตจากหน่วยรับบริจาคเคลื่อนที่ของธนาคารกรุงเทพ ตั้งแต่ปี 2539-2565 ธนาคารกรุงเทพ โดยผู้บริหาร พนักงาน และลูกค้าของธนาคาร ได้ร่วมบริจาคโลหิตแล้วรวมกว่า 16,613,350 ซีซี สามารถนำไปช่วยเหลือชีวิตคนได้แล้วกว่า 141,912 คน แม้ในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ระหว่างปี 2562-2565 โครงการของธนาคารกรุงเทพยังคงมีส่วนร่วมสำหรับการบริจาคโลหิตรวมกว่า 1,897,600 ซีซี สามารถนำไปช่วยเหลือชีวิตคนได้กว่า 14,032 คน

รศ.พญ.ดุจใจ ชัยวานิชศิริ ผู้อำนวยการศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย กล่าวว่าธนาคารกรุงเทพถือเป็นอีกหนึ่งในองค์กรพันธมิตรของสภากาชาดไทย ที่ให้ความร่วมมือในการจัดกิจกรรมรับบริจาคโลหิตมาอย่างต่อเนื่องถึง 27 ปี ซึ่งในโอกาสที่ธนาคารกรุงเทพ ก้าวสู่ปีที่ 80 สภากาชาดไทยมีความยินดีและขอขอบคุณอย่างยิ่งที่ธนาคารกรุงเทพได้จัดโครงการดังกล่าวขึ้นซึ่งเป็นโครงการที่จะสานต่อภารกิจการเป็น “ผู้ให้” ได้อย่างแท้จริง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสถานการณ์ปัจจุบันที่ความต้องการโลหิตสำรองยังคงเพิ่มสูงขึ้น เนื่องจากขณะนี้หลายโรงพยาบาลทยอยเรียกตัวผู้ป่วยที่ต้องเลื่อนการผ่าตัดจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 เข้ารับการรักษา ปริมาณโลหิตที่ได้รับบริจาคในแต่ละวันจึงถูกส่งต่อไปยังโรงพยาบาลเพื่อนำไปใช้ช่วยรักษาชีวิตผู้ป่วยในทันที ทำให้ไม่มีปริมาณโลหิตสำรองคงเหลือในคลังสำหรับใช้ในภาวะฉุกเฉิน

“สภากาชาดไทยขอบคุณธนาคารกรุงเทพ ในฐานะสถาบันการเงินขนาดใหญ่ที่อยู่คู่กับสังคมมาอย่างยาวนานได้จัดโครงการใหญ่ซึ่งเป็นโครงการที่จะช่วยสร้างบุญกุศลอันยิ่งใหญ่ เพราะเลือดทุกหยดที่ได้มาจะถูกนำไปใช้ในการช่วยเหลือชีวิตเพื่อนมนุษย์ซึ่งขณะนี้ความต้องการเลือดยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลต่างๆ ที่มีการเดินทางข้ามจังหวัดหรือเดินทางไกล ทำให้การเกิดอุบัติเหตุเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ดังนั้น เมื่อสภากาชาดมีปริมาณเลือดสำรองมากขึ้นเท่าไหร่ก็จะสามารถนำไปช่วยเหลือชีวิตผู้ป่วยได้เร็วยิ่งขึ้นเท่านั้น” รศ.พญ.ดุจใจ กล่าว

ผู้สนใจเข้าร่วมโครงการ “80 แสนซีซี 80 ปีธนาคารกรุงเทพ” สามารถร่วมบริจาคโลหิตได้ที่ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย ภาคบริการโลหิตแห่งชาติ 12 แห่งทั่วประเทศ หน่วยรับบริจาคโลหิตเคลื่อนที่และโรงพยาบาลแต่ละจังหวัดที่เป็นโรงพยาบาลสาขาบริการโลหิต เพียงสแกนคิวอาร์โค้ด กรอกข้อมูล ร่วมสะสมจำนวนซีซีกับโครงการ นอกจากนี้ ธนาคารกรุงเทพร่วมกับศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย จะจัดตั้งหน่วยรับบริจาคโลหิตเคลื่อนที่ ธนาคารกรุงเทพ อาคารสำนักงานใหญ่สีลม และอาคารพระราม 3 เพื่ออำนวยความสะดวกรับบริจาคโลหิตให้กับผู้บริหาร พนักงาน ลูกค้าและผู้สนใจและจะจัดต่อเนื่องทุก 3 เดือนจนถึงเดือนพฤศจิกายน 2567 สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ธนาคารกรุงเทพ โทร.1333 หรือ 02-6455555

ทันตแพทย์อาสา ครั้งที่ 2

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/726891

ทันตแพทย์อาสา ครั้งที่ 2

ทันตแพทย์อาสา ครั้งที่ 2

วันพฤหัสบดี ที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

มูลนิธิเฮอริเทจ (ประเทศไทย)ภายใต้การดูแลของเครือเฮอริเทจผู้ผลิตและจัดจำหน่ายอาหารและเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ ร่วมกับ หน่วยทันตกรรมเคลื่อนที่ คณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น จัดทำโครงการ ทันตแพทย์อาสา ครั้งที่ 2 “ส่งต่อรอยยิ้ม แบ่งปันความสุข 4 ภาค” นำโดย วลัยทิพย์ ซื่อตรงมั่นคง ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารองค์กร เครือเฮอริเทจ, รศ.ทพญ.อโนมา รัตนะเจริญธรรม รองคณบดีฝ่ายบริหาร คณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น และ ผศ.ทพญ.พรทิพย์ ผจงวิริยาทร หัวหน้าแขนงวิชาทันตกรรมสำหรับเด็ก คณะทันตแพทยศาสตร์
มหาวิทยาลัยขอนแก่น

พร้อมด้วยบุคลากรจากหน่วยทันตกรรมเคลื่อนที่ ร่วมใจให้บริการด้านทันตกรรมแก่เด็ก และเยาวชน พื้นที่ชุมชนบ้านบัวใหญ่ ในการขูดหินปูน อุด ถอน และเคลือบฟลูออไรด์ฟันตลอดจนสอนการแปรงฟันอย่างถูกวิธี ณ โรงเรียนชุมชนบ้านบัวใหญ่ จังหวัดขอนแก่น เมื่อวันก่อน

กลับมาแล้ว Off Menu Bangkok 2023 เทศกาลอาหารไฟน์ไดนิ่ง‘นอกเมนู’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/726900

กลับมาแล้ว Off Menu Bangkok 2023 เทศกาลอาหารไฟน์ไดนิ่ง‘นอกเมนู’

กลับมาแล้ว Off Menu Bangkok 2023 เทศกาลอาหารไฟน์ไดนิ่ง‘นอกเมนู’

วันพฤหัสบดี ที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

Off Menu เทศกาลอาหาร Fine Dining รูปแบบใหม่สำหรับผู้ที่หลงใหลในรสชาติที่คาดไม่ถึง เทศกาลนี้ถูกจัดขึ้นเพื่อส่งเสริมและสนับสนุนร้านอาหาร รวมถึงผู้ที่อยู่ในวงการอาหารและเครื่องดื่มของประเทศไทย โดย Off Menu ตั้งใจจะมอบประสบการณ์ที่หาไม่ได้จากที่อื่น ด้วยการผสมผสานความร่วมมืออย่างลงตัวระหว่างเชฟและมิกโซโลจิสต์ทั้งจากในและนอกประเทศ รวมถึงความบันเทิงในงานอีกมากมาย

ปีนี้งาน Off Menu Bangkok 2023 จัดขึ้นตั้งแต่วันที่ 27-29 เมษายน 2566 ณ โรงแรม The Peninsula Bangkok พบกับเมนูสุดพิเศษตามแบบฉบับ “นอกเมนู” ที่คุณไม่สามารถหาจากที่ไหนอีก โดยเหล่าเชฟชื่อดังระดับมิชลินกว่า 13 คน จะมาร่วมกันรังสรรค์เมนูที่ไม่เหมือนใคร พร้อมนำเสนอรสชาติที่แปลกใหม่จากการผสมผสานวัตถุดิบไทยเข้าด้วยกัน

ผู้เข้าร่วมงานจะได้ลิ้มลองอาหารจานพิเศษ จำนวน 10 เมนู ที่ปรุงโดยเชฟระดับมิชลิน รวมถึงยังได้เพลิดเพลินไปกับค็อกเทลสุดสร้างสรรค์จากมิกโซโลจิสต์ชั้นนำของประเทศไทย ที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากวัตถุดิบพื้นถิ่นไทย มารังสรรค์เป็นเอ็กซ์คลูซีฟเมนูเครื่องดื่ม จำนวน 2 แก้ว ให้คุณได้จิบเคล้าเสียงเพลง เพลิดเพลินไปกับบรรยากาศคลาสสิกริมแม่น้ำเจ้าพระยา

โดยสุดยอดเชฟผู้เชี่ยวชาญด้านการทำอาหารที่จะมาร่วมงานในครั้งนี้มีมากมาย มากกว่า 13 คน จะมาจับคู่กันรังสรรค์เมนูพิเศษจากวัตถุดิบของไทยที่เป็นเอกลักษณ์ อาทิ เชฟ Amerigo Sesti และ เชฟ Yoan Martin จากร้าน J’aime โรงแรม U Sathorn Bangkok และ เชฟ Evelyn Yap จากร้าน Happivore ที่จะมาร่วมรังสรรค์ เมนูฟิวชั่น “larb pak pate’ en croute” ซึ่งใช้ส่วนผสมจาก แครอท พริก มะเขือเทศ กะหล่ำปลี
สีม่วง เห็ด ผักชี มะนาว ข้าวคั่ว หัวหอม ผักชีเวียดนาม สะระแหน่ และน้ำปลาห่อด้วยแป้งเพสตรี้ เสิร์ฟพร้อมของหวาน Magnum 2.0 อันแสนละมุน ที่ประกอบด้วย เยรูซาเล็มอาติโช๊คซอร์เบต์ คาราเมลกาแฟ เม็ดมะม่วงหิมพานต์ ครัมเบิลกาแฟ และเยรูซาเล็มอาติโช๊คชิป ที่ผสมผสานกันอย่างลงตัวระหว่างรสชาติ และเนื้อสัมผัสอันเป็นเอกลักษณ์

หรือเชฟ Henk Savelberg จากร้าน Savelberg และ เชฟ ณัฏฐพล ภวไพบูลย์ จากร้าน Wang Hinghoi ที่จะมาร่วมสร้างสรรค์เมนูแสนพิเศษร่วมกัน ได้แก่ Thai Vongole ที่มาพร้อมกับหอยสด ไวน์ขาว และซอสครีม ไปจนถึง Twin Pani Puri ที่นำเสนอการผสมผสานที่ลงตัวของรสชาติแกงกะหรี่ และต้มยำกุ้ง เสิร์ฟคู่กับมันฝรั่งบดเข้มข้นที่มีรสชาติเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว นอกจากนี้ ยังพบกับเชฟมากฝีมืออีกมากมาย รอคอยให้ได้มาสัมผัสกับเมนูอาหารสุดแปลกใหม่ ที่ไม่สามารถหาได้จากที่ไหนได้อีก จากประสบการณ์เชฟมิชลินสตาร์เหล่านี้ในงานเดียว

สามารถซื้อบัตรได้ที่หน้างานในราคา 3,980 บาทต่อท่าน โดยผู้ร่วมงานสามารถเลือกเข้าร่วมงานได้จาก 3 วันได้แก่ วันที่ 27 เมษายน, วันที่ 28 เมษายน หรือ วันที่ 29 เมษายน 2566 ตั้งแต่เวลา 18.00-20.00 น.ข้อมูลเพิ่มเติมคลิกที่ เว็บไซต์ : https://utm.io/offmenubkk2023,อินสตาแกรม : @OffMenuThailand | #offmenubkk และเฟซบุ๊ค : Off Menu Thailand

นิทรรศการเฉลิมฉลองความเป็นเลิศของอิตาเลียน FENDI Baguette‘hand in hand’ในเมืองโตเกียว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/726906

นิทรรศการเฉลิมฉลองความเป็นเลิศของอิตาเลียน  FENDI Baguette‘hand in hand’ในเมืองโตเกียว

นิทรรศการเฉลิมฉลองความเป็นเลิศของอิตาเลียน FENDI Baguette‘hand in hand’ในเมืองโตเกียว

วันพฤหัสบดี ที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

เพื่อเป็นเกียรติแก่การชื่นชมงานฝีมือของช่างฝีมือชาวอิตาลีที่มีมาอย่างยาวนาน FENDI จัดงานนิทรรศการเพื่อฉลองการริเริ่ม FENDI Baguette “hand in hand” ณ ย่านฮาราจูกุและย่านโอโมเตะซันโด ศูนย์กลางศิลปะและวัฒนธรรมในเมืองโตเกียว โดยจัดขึ้นเป็นแห่งที่สองของโลกและเป็นแห่งแรกนอกประเทศอิตาลี ถัดมาจากนิทรรศการภายในสำนักงานใหญ่ของ FENDI ณ Palazzo della Civiltà Italiana ในกรุงโรมเมื่อปี 2564

โครงการ Hand in Hand เกิดขึ้นทั่วอิตาลีในปีค.ศ.2020 แต่มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องทั่วโลก ความร่วมมือระดับพื้นเมืองระหว่าง FENDI และช่างฝีมือท้องถิ่นเพื่อเน้นให้กระเป๋ารุ่น Baguette ซึ่งออกแบบโดย Silvia Venturini Fendi ผู้อำนวยการช่างศิลป์ฝ่ายเครื่องประดับและชุดสุภาพบุรุษ ในปีค.ศ. 1997 เป็นไอคอนของบ้านและผืนผ้าใบที่จดจำได้ทันที เพื่อการเปลี่ยนแปลงตลอดกาล ความคิดริเริ่ม “จับมือ” ของ FENDI Baguette ส่งเสริมให้กลุ่มช่างศิลป์และการเวิร์กช็อปที่หลากหลายตีความ Baguette โดยใช้งานฝีมือในท้องถิ่นเพื่อเปลี่ยนการรังสรรค์กระเป๋าถือแบบดั้งเดิมให้เป็นงานศิลปะวัตถุที่แท้จริง ชื่อ “hand in hand” แสดงถึงการเผชิญหน้ากันระหว่างมือของช่างฝีมือท้องถิ่นกับมือของช่างฝีมือ FENDI มอบชีวิตให้กับการทำงานร่วมกันที่ไม่เหมือนใคร โดยเทคนิคการทำมือแบบดั้งเดิมอันมีคุณค่าลึกซึ้งมารวมกันเพื่อสร้างผลงานที่ไม่เหมือนใครเหล่านี้ชิ้นชนิด นอกเหนือจากการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ FENDI ที่เป็นช่างฝีมือแล้ว “การจับมือกัน” เพื่อสร้างเครือข่ายความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นของมนุษย์ และเป็นขั้นตอนสำคัญในการรักษาและส่งต่องานฝีมือหายาก ความคิดสร้างสรรค์ และฝีมืออันชาญฉลาดของเหล่าช่างฝีมือท้องถิ่นจากทั่วโลก

เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองการเปิดนิทรรศการ FENDI Baguette “hand in hand” ณ เมืองโตเกียวเมซง (Maison) ได้เชิญช่างฝีมือชาวญี่ปุ่น Aya Nishikata รุ่นที่ 4 ของตระกูลซึ่งเป็นเจ้าของ Nishikata Senshoku Kobo และเป็นช่างฝีมือแบบดั้งเดิมที่อายุน้อยที่สุดในจังหวัดโทชิกิ ซึ่งเข้าร่วมโครงการนี้เพื่อเชิดชูงานฝีมือดั้งเดิมของญี่ปุ่นซึ่ง ยังใช้เทคนิคการทอทองแบบดั้งเดิม Nishikata รังสรรค์ Baguette ด้วยด้ายวูลล์ โดยเริ่มจากการย้อมด้วยมือในสีอ่อน เช่น สีน้ำเงินคราม สีม่วงสีชมพูเชอรี่ สีส้ม สีเหลือง และสีเทา โดยใช้ใบไม้จากพืชหลากหลายชนิดรากรวมไปถึงลำต้น นำมาทอด้วยเครื่องทอมือ รากหรือลำต้นแล้วทอด้วยเครื่องทอมือ กระเป๋าเสร็จสิ้นโดยใช้เทคนิค Tsuzure Ori (ผ้าทอประดิษฐ์) ซึ่งเป็นศิลปะการทอมือชั้นเลิศของญี่ปุ่น มาช่วยเพิ่มความเข้มของสีและความซับซ้อนของการออกแบบเพื่อแสดงออกถึงความรู้สึกของศิลปินอย่างเต็มที่

ในงานนิทรรศการยังมีหนังสือ FENDI Baguette “hand in hand” ฉบับใหม่วางจำหน่าย พร้อมกับส่วนแทรกอุทิศให้กับ Baguette โดย Aya Nishikata เพื่อเป็นพยานถึงการมาถึงของความคิดริเริ่มในญี่ปุ่น หนังสือเล่มนี้ถูกนำเสนอเป็นครั้งแรกในเดือนพฤศจิกายน 2565 เนื่องในโอกาสครบรอบ 25 ปีของ Baguette เพื่อเป็นเกียรติแก่ FENDI “การร่วมมือกัน” ซึ่งเป็นการนำผลงานของช่างฝีมือชาวอิตาลี 30 คนมารวมกัน

นิทรรศการเปิดให้บุคคลทั่วไปเข้าชมโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายไปจนถึงวันที่ 8 มีนาคม 2566 โดยจองเข้าชมล่วงหน้าทางออนไลน์เท่านั้น ที่บัญชีทางการของ Fendi Line official หรือคลิกดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ : https://www.fendi.com/jp/info/inside-fendi/hand-in-hand

‘ข้าวมาบุญครอง สาดความสุข สร้างรอยยิ้มให้ผู้สูงวัย’ มอบข้าวสร้างสุขให้ชาวบางพระ ฉะเชิงเทรา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/726883

‘ข้าวมาบุญครอง สาดความสุข สร้างรอยยิ้มให้ผู้สูงวัย’  มอบข้าวสร้างสุขให้ชาวบางพระ ฉะเชิงเทรา

‘ข้าวมาบุญครอง สาดความสุข สร้างรอยยิ้มให้ผู้สูงวัย’ มอบข้าวสร้างสุขให้ชาวบางพระ ฉะเชิงเทรา

วันพฤหัสบดี ที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

บริษัท พี อาร์ จี คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ผู้บริหารกลุ่มธุรกิจในเครือข้าวมาบุญครอง ลงพื้นที่ภายในตำบลบางพระ จังหวัดฉะเชิงเทรา เดินหน้าสานต่อโครงการ “ข้าวมาบุญครองสาดความสุข สร้างรอยยิ้มให้ผู้สูงวัย”ต่อเนื่องเป็น ปีที่ 2 มอบผลิตภัณฑ์ข้าวขาวคุณภาพดีคัดพิเศษ จำนวน 1.15 ตัน, น้ำดื่มคูลพลัส จำนวน 2,700ขวด และร่วมมอบทุนการศึกษาให้นักเรียนที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ เพื่อสร้างความสุข มอบความอบอุ่นใจ เป็นของขวัญวันปีใหม่ไทย ให้กับชาวตำบลบางพระ จังหวัดฉะเชิงเทรา

สมเกียรติ มรรคยาธร กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท พี อาร์ จี คอร์ปอเรชั่นจำกัด (มหาชน) กล่าวว่า เครือพี อาร์ จีคอร์ปอเรชั่น เราดำเนินธุรกิจด้านอาหารจึงอยากสร้างความสุขในช่วงใกล้เทศกาลวันสงกรานต์ และวันผู้สูงอายุผ่านผลิตภัณฑ์ในเครือพี อาร์ จี คอร์ปอเรชั่น จึงมีการจัดกิจกรรมมอบความสุขให้กับผู้สูงอายุ ผ่านโครงการ“ข้าวมาบุญครอง สาดความสุข สร้างรอยยิ้มให้ผู้สูงวัย” ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 โดยเป็นการส่งมอบความสุขไปยังพื้นที่ต่างๆจากจุดเริ่มต้นในปีที่ผ่านมา ได้จัดโครงการที่มูลนิธิมิตรภาพสงเคราะห์คนชราหญิง ติวานนท์ ซึ่งเป็นมูลนิธิที่ดูแลผู้สูงวัยในพื้นที่สำนักงานใหญ่ของเครือพี อาร์ จี คอร์ปอเรชั่น ในปีนี้เราได้ขยายพื้นที่สร้างความสุขมาจัดที่ตำบลบางพระ จังหวัดฉะเชิงเทรา ซึ่งทาง อบต.บางพระ ได้มีกำหนดจัดกิจกรรมเพื่อผู้สูงวัยพอดี จึงได้ร่วมมือกับหน่วยงานท้องถิ่น และพันธมิตรในภาคเอกชน เพื่อให้เข้าถึงกลุ่มผู้สูงวัยและสนับสนุนผลิตภัณฑ์ให้หลากหลายมากยิ่งขึ้น

สุพจน์ เพียรบุญ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลบางพระ กล่าวว่า ทางองค์การบริหารส่วนตำบลบางพระ ได้มีการจัดประชุมโครงการประชาคมระดับตำบล เพื่อจัดทำแผนพัฒนาท้องถิ่นซึ่งจะจัดขึ้นปีละ 1 ครั้ง โดยในครั้งนี้ได้มีกำหนดจัดโครงการใกล้ช่วงเทศกาลวันสงกรานต์และวันผู้สูงอายุ ทางองค์การบริหารส่วนตำบลฯ จึงอยากมอบความสุขให้กับผู้สูงวัย รวมไปถึงผู้มีรายได้น้อยที่ต้องการความช่วยเหลือหลังเผชิญกับผลกระทบจากเศรษฐกิจ ซึ่งเครื่องอุปโภคและบริโภคคือสิ่งของที่จำเป็นมากในการดำรงชีพ มีข้าว มีน้ำติดครัวไว้ก็อุ่นใจ กิจกรรมในครั้งนี้ขอขอบคุณข้าวมาบุญครอง ที่ให้การตอบรับ และร่วมสนับสนุนผลิตภัณฑ์เป็นอย่างดี ในการให้ความช่วยเหลือผู้สูงวัยที่มีรายได้น้อยผู้พิการที่ไม่สามารถประกอบอาชีพได้ รวมทั้งมอบทุนการศึกษาให้นักเรียนที่เรียนดี แต่ขาดแคลนทุนทรัพย์ รวมทั้งสิ้นกว่า 230 ราย หากท่านใดสนใจอยากร่วมสนับสนุนสิ่งของ เพื่อช่วยเหลือชุมชนภายในตำบลบางพระ จังหวัดฉะเชิงเทรา หรือสามารถแจ้งความประสงค์มาที่องค์กรบริหารส่วนตำบลบางพระได้โดยตรงที่โทร.038-517412 หรืออีเมล admin@bangphra.go.th.

นิโอ ทาร์เก็ต และอินฟลูเอ็นเชี่ยลแบรนด์ สิงคโปร์ มอบรางวัลแก่ผู้นำหญิงเก่งแห่งปี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/726898

นิโอ ทาร์เก็ต และอินฟลูเอ็นเชี่ยลแบรนด์ สิงคโปร์ มอบรางวัลแก่ผู้นำหญิงเก่งแห่งปี

นิโอ ทาร์เก็ต และอินฟลูเอ็นเชี่ยลแบรนด์ สิงคโปร์ มอบรางวัลแก่ผู้นำหญิงเก่งแห่งปี

วันพฤหัสบดี ที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

พิพัฒน์ รัชกิจประการ รมว.กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นประธานมอบรางวัลอันทรงเกียรติ

นับเป็นการรวมตัวครั้งสำคัญของผู้นำหญิงเก่งจากองค์กรชั้นนำของเมืองไทย นิโอ ทาร์เก็ต และอินฟลูเอ็นเชี่ยลแบรนด์ สิงคโปร์ ร่วมจัดงานประกาศและมอบรางวัลแก่ท็อปแบรนด์ ที่ทรงอิทธิพลต่อผู้บริโภคสูงสุด และแบรนด์ที่ประสบความสำเร็จในการดำเนินธุรกิจสูงสุดต่อเนื่องในประเทศไทย และเอเชียรวมกันกว่า 50 แบรนด์ รวมถึงรางวัลสุดยอด 8 ซีอีโอแถวหน้าของเมืองไทยและเอเชีย พร้อมประกาศ 4 รางวัลผู้นำธุรกิจที่สามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงหรือปรับโฉมธุรกิจให้เติบโตอย่างโดดเด่น ซึ่งเรียกว่า เอ้าท์สแตนดิ้ง ลีดเดอร์ รวมถึงซีอีโอหญิงหนึ่งเดียวที่ได้รับรางวัลสุดยอดซีอีโอแห่งปี ซึ่งเป็นไฮไลท์การจัดงานครั้งนี้ เพื่อเป็นเกียรติและเป็นกำลังใจแก่ทั้งแบรนด์และผู้บริหาร ที่มุ่งมั่นในการสร้างแบรนด์ให้มีคุณภาพ เป็นที่ชื่นชอบของผู้บริโภค และเป็นต้นแบบในการบริหารองค์กรและดำเนินงานด้านการตลาดที่ประสบความสำเร็จสูงสุดแห่งปี ที่โรงแรมชาเทรียม แกรนด์ กรุงเทพฯ

(ขวา) วรรณี ลีลาเวชบุตร ยินดีกับสุดยอดซีอีโอแห่งปี จันทร์นภา สายสมร

นางวรรณี ลีลาเวชบุตร ผู้ก่อตั้งและประธานกรรมการบริหาร บริษัท นิโอ ทาร์เก็ต จำกัด กล่าวว่า “งานมอบรางวัลครั้งนี้ได้รับเกียรติจากนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาเป็นประธานในพิธีและเป็นผู้มอบรางวัลอันทรงเกียรติ โดยมีผู้บริหารระดับสูง นักธุรกิจ และตัวแทนจากหลากหลายแบรนด์และองค์กรที่มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลายทั้งในประเทศไทยและระดับภูมิภาคเอเชีย เข้าร่วมรับรางวัลจำนวนมาก การจัดงาน 2022 ASIA CEO SUMMIT & AWARD CEREMONY นี้ นับเป็นการมอบรางวัลใหญ่แห่งปี ที่จัดทำขึ้นใน ٦ ประเทศทั่วเอเชีย และจัดขึ้นต่อเนื่องปีนี้เป็นปีที่ ١٠ แล้ว โดยความร่วมมือกับบริษัท อินฟลูเอ็นเชี่ยล แบรนด์ ประเทศสิงคโปร์ ประกาศและมอบรางวัลแก่แบรนด์ที่ทรงอิทธิพลต่อผู้บริโภคมากที่สุด (Top Influential Brands) รางวัลแบรนด์ที่ประสบความสำเร็จในการดำเนินธุรกิจสูงสุดต่อเนื่อง (Outstanding Brands) รางวัลผู้บริหารองค์กรชั้นนำ (Top CEOs)”

ภฤตยา สัจจศิลา คว้ารางวัลผู้นำดีเด่น

“ความพิเศษของปีนี้ ได้มีการมอบรางวัลให้แก่ผู้บริหารหญิงหัวเรือใหญ่จากองค์กรชั้นนำในไทย ในชื่อรางวัลผู้นำดีเด่น (Outstanding Leaders)มีผู้ได้รับรางวัลทั้งหมด ٤ ท่าน ได้แก่นางสาวปวริศา ชุมวิกรานต์ ประธานเจ้าหน้าที่สายงานภาพลักษณ์และสื่อสารองค์กร บริษัท เอฟดับบลิวดีประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) นางศิริพรเดชสิงห์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายงานการสื่อสารองค์กร บริษัท สยามแม็คโคร จำกัด (มหาชน) นางภฤตยาสัจจศิลา กรรมการผู้จัดการ บริษัท อาคเนย์ประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) และ นางสาววรลักษณ์ ตุลาภรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มการตลาด บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด รวมถึง ซีอีโอหญิงหนึ่งเดียวที่ได้รับรางวัลสุดยอดซีอีโอแห่งปี ได้แก่ นางสาวจันทร์นภา สายสมรประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เทคโนเซล(เฟรย์) จำกัด” วรรณี กล่าวปิดท้าย

ปวริศา ชุมวิกรานต์ กับรางวัลผู้นำดีเด่น

บริษัทนิโอ ทาร์เก็ต ในฐานะผู้จัดงาน รู้สึกภาคภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุน และผลักดันให้องค์กรผู้ประกอบการ และเจ้าของธุรกิจที่เป็นของไทย ให้มีชื่อเสียง เป็นที่ยอมรับ เป็นการเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันได้ทั้งในระดับประเทศและระดับสากลและก้าวสู่การเป็นองค์กรที่มีความเป็นเลิศที่ดีที่สุดในเอเชีย

วรลักษณ์ ตุลาภรณ์ และ วรรณีลีลาเวชบุตร

วรลักษณ์ ตุลาภรณ์ และ วรรณีลีลาเวชบุตร

ศิริพร เดชสิงห์ กับรางวัลผู้นำดีเด่น

ศิริพร เดชสิงห์ กับรางวัลผู้นำดีเด่น

ไมโครเวฟ ตัวช่วยอุ่นร้อนอาหาร ปลอดภัยทั้งผู้บริโภคและสิ่งแวดล้อม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/726889

ไมโครเวฟ ตัวช่วยอุ่นร้อนอาหาร  ปลอดภัยทั้งผู้บริโภคและสิ่งแวดล้อม

ไมโครเวฟ ตัวช่วยอุ่นร้อนอาหาร ปลอดภัยทั้งผู้บริโภคและสิ่งแวดล้อม

วันพฤหัสบดี ที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

โลกยุคดิจิทัล ทำให้มนุษย์สามารถติดต่อสื่อสารกันได้ทั่วทุกมุมโลกโดยไม่มีข้อจำกัดด้านเวลา ทำให้ชีวิตความเป็นอยู่ของมนุษย์ง่ายขึ้น สามารถทำงานที่บ้านและที่อื่นๆ ได้ตามความสะดวก ลดความเร่งรีบในชีวิตประจำวันที่ต้องแข่งขันกับเวลาลง คุณภาพชีวิตดีขึ้นจากการรับประทานอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการมากขึ้นแทนอาหารจานด่วน หรือ อาหารฟาสต์ฟู้ด และหนึ่งในสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับไลฟ์สไตล์ของคนยุคนี้ รวมถึงรูปแบบการปรุงอาหารที่ทันสมัยมากขึ้น คือ เตาไมโครเวฟ ที่ช่วยให้การรับประทานได้อาหารอย่างปลอดภัยและถูกสุขอนามัย

รศ.ดร.สุรเชษฐ์ หลิมกำเนิด

แม้ไมโครเวฟไม่ใช่ของใหม่ แต่เราท่านจำเป็นต้องรู้จักวิธีการทำงานและวิธีการใช้งานอย่างถูกต้องเพื่อความปลอดภัยทั้งของผู้บริโภคและอาหาร โดย รศ.ดร.สุรเชษฐ์หลิมกำเนิด ภาควิชาฟิสิกส์ คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยให้ความรู้เรื่องการทำงานของไมโครเวฟว่า ไมโครเวฟเป็นคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าที่มีความถี่สูงมากถึง 2,450 ล้านรอบต่อวินาที (แต่ไม่ใช่รังสีในแบบของกัมมันตภาพรังสี) มีลักษณะคล้ายกับคลื่นวิทยุแต่มีความถี่สั้นกว่า นอกจากใช้ในการให้ความร้อนกับอาหารแล้วยังใช้เป็นสัญญาณไวไฟสำหรับส่งอินเตอร์เนตอีกด้วย ซึ่งคลื่นไมโครเวฟไม่เป็นอันตรายและไม่กระจายหรือสะสมในร่างกายมนุษย์ โดยมีแม็กนิตรอนที่เป็นตัวเปลี่ยนพลังงานไฟฟ้าเป็นคลื่นไมโครเวฟ

ทั้งนี้ คลื่นไมโครเวฟจะพุ่งเข้าสู่อาหารจากทุกทิศทุกทางจากด้านในเตาแล้วแผ่กระจายไปสู่อาหาร เมื่อคลื่นไปกระทบอาหาร ทําให้โมเลกุลของอาหารเกิดการสั่นและเสียดสีกัน เกิดเป็นความร้อนทําให้อาหารสุกอย่างรวดเร็ว เช่นเดียวกับการที่เราถูมือและแขนเพื่อให้เกิดความอบอุ่น ความร้อนที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วนี้ จะช่วยรักษาคุณค่าของอาหารไว้อย่างครบถ้วน นอกจากความสะดวกและรวดเร็วกว่าวิธีการดั้งเดิมในการให้ความร้อนด้วยเตาแก๊สหรือเตาทั่วไปผ่านกระบวนการหุง ต้ม อบ นึ่ง ปิ้ง ย่าง ทอด ไมโครเวฟยังช่วยประหยัด เพิ่มความปลอดภัย และไร้เขม่าควัน

ผู้บริโภค จำเป็นต้องรู้และเข้าใจวิธีการใช้เตาไมโครเวฟอย่างถูกต้องและปลอดภัย 3 ประการ คือ 1.คลื่นไมโครเวฟไม่สามารถทะลุผ่านภาชนะที่เป็นโลหะหรือมีส่วนผสมของโลหะได้ คลื่นจะสะท้อนกลับ (Reflection)ผิวเคลือบโลหะของภาชนะอาจเกิดความร้อนสูง เกิดเป็นประกายไฟหรือเปลวไฟ ทำอันตรายกับเตาไมโครเวฟได้ 2.คลื่นไมโครเวฟสามารถทะลุผ่าน (Transmission) ภาชนะที่ทำจากแก้ว กระดาษ ไม้ เซรามิกและพลาสติกได้ จึงเป็นภาชนะที่ใช้ได้ดีในเตาไมโครเวฟ และ 3.อาหารทั่วๆ ไป ประกอบด้วยโมเลกุลของน้ำ ซึ่งจะดูดซึมคลื่นไมโครเวฟ ทําให้อาหารร้อนอย่างรวดเร็ว แต่ตัวคลื่นจะหายไปทันทีหลังจากให้ความร้อนโดยไม่สะสมในอาหารแต่อย่างใด

สำหรับภาชนะที่ใช้กับไมโครเวฟได้ดี คือ ภาชนะกระเบื้อง เช่น จาน ชาม ถ้วย หรือภาชนะก้นลึกที่ใช่รับประทานอาหาร ภาชนะแก้วทนไฟ ภาชนะแก้วที่ใช้สําหรับเตาธรรมดา ภาชนะแก้วที่ทนความร้อน เช่น ไพเร็กซ์คอร์นนิ่งแวร์ เครื่องเคลือบเซรามิกและเครื่องปั้นดินเผา ภาชนะกระดาษใช้สําหรับอาหารที่ต้องการให้ความร้อนไม่มาก เช่น การอุ่นอาหารหรืออาหารที่ใช้เวลาทำให้สุกสั้นมากและสําหรับอาหารที่ไม่มีมันมาก ภาชนะพลาสติก เช่น ถุงพลาสติกทนร้อน และภาชนะพลาสติกที่ออกแบบมาโดยเฉพาะกับการใช้งานและต้องระบุด้วยว่าใช้กับเตาไมโครเวฟได้ (Microwavable) ส่วนภาชนะที่ควรหลีกเลี่ยง คือ ภาชนะโลหะ ภาชนะเคลือบโลหะหรือมีขอบเป็นโลหะ เงิน ทอง อะลูมิเนียมฟอยด์ และภาชนะประเภทไม้

“นอกจากความสะดวกสบายแล้ว ไมโครเวฟยังปรุงอาหารได้หลายรูปแบบ และช่วยคงคุณค่าของอาหาร ทั้งรสและสีสันน่ารับประทานไว้ได้ไว้ครบถ้วน เพราะการประกอบอาหารด้วยเตาอบไมโครเวฟใช้เวลาเพียงเล็กน้อย ทําให้ยังประหยัดเวลาและพลังงาน” รศ.ดร.สุรเชษฐ์ กล่าว

ทั้งนี้ การใช้เตาไมโครเวฟ มีข้อควรระวังดังนี้

• อย่าใช้เตาไมโครเวฟในขณะที่ประตูเปิดอยู่ จะทําให้คลื่นไมโครเวฟพุ่งออกมาด้านนอกเป็นอันตรายได้อย่างไรก็ดี ตามปกติแล้วเตาไมโครเวฟจะมีกลไกที่จะไม่ทำงานหากประตูตู้เปิดอยู่

• อย่าใช้เตาอบไมโครเวฟที่ชํารุดเสียหาย มีการผุกร่อนของผนังเตาประตูปิดไม่สนิทบานพับและสลักนิรภัยแตกหัก และกระจกของประตูแตก

• ห้ามเปิดเครื่องใช้งานโดยไม่มีอาหารหรือนํ้าอยู่ในเตา เพราะอาจทำความเสียหายกับตู้เองเนื่องจากพลังงานที่ส่งออกมาไม่ได้นำไปใช้ในการอุ่นอาหาร

• ต้องเปิดฝาภาชนะประเภทขวดที่มีอาหารบรรจุอยู่ ก่อนนำเข้าไมโครเวฟ เพื่อป้องกันไม่ให้ความดันที่เพิ่มขึ้นจากอุณหภูมิที่สูงขึ้นดันให้ภาชนะแตก ดังนั้นจึงไม่ควรนําไข่ทั้งฟองเข้าเตาอบ เพราะจะทําให้ไข่แตกกระจายได้

• ห้ามทอดอาหาร หรือคั่วข้าวโพดในเตาอบไมโครเวฟ เพราะความร้อนที่สูงเมื่อเจอกับน้ำมัน อาจจะทำให้อาหารลุกไหม้ได้

• ห้ามใช้ เตาไมโครเวฟอุ่นสารเคมี อบผ้าหรือกระดาษที่เปียกให้แห้ง เพราะจะทําให้เกิดการลุกไหม้และทำให้เตาอบชํารุด

• ไม่ควรซ่อมหรือปรับเตาไมโครเวฟด้วยตัวเอง ควรเรียกช่างผู้ชำนาญการมาตรวจสอบเท่านั้น

เตาไมโครเวฟ นับเป็นเครื่องไฟฟ้าอีกหนึ่งชนิดที่อำนวยความสะดวกในยุคดิจิทัล ช่วยให้ชีวิตประจำวัน
ไม่ต้องใช้เวลานานกับการปรุงอาหาร อย่างถูกต้อง แต่ก็จำเป็นต้องเรียนรู้ถึงข้อดีและข้อเสียของไมโครเวฟและใช้ประโยชน์อย่างถูกต้องและเข้าใจ เพื่อความปลอดภัยของผู้ใช้และการรักษาคุณค่าทางโภชนาการของอาหารไว้ให้ครบถ้วน รศ.ดร.สุรเชษฐ์ กล่าวย้ำ

ฉลองครบรอบ 18 ปี ‘BOND’ คว้า ‘ไบร์ท นรภัทร’ นั่งแท่นพรีเซนเตอร์หวังสร้างสังคม ที่ผู้ชายพร้อมทุกสถานการณ์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/726958

ฉลองครบรอบ 18 ปี ‘BOND’ คว้า ‘ไบร์ท นรภัทร’ นั่งแท่นพรีเซนเตอร์หวังสร้างสังคม ที่ผู้ชายพร้อมทุกสถานการณ์

ฉลองครบรอบ 18 ปี ‘BOND’ คว้า ‘ไบร์ท นรภัทร’ นั่งแท่นพรีเซนเตอร์หวังสร้างสังคม ที่ผู้ชายพร้อมทุกสถานการณ์

วันพุธ ที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2566, 18.32 น.

ปากต่อปากไม่หยุด แรงได้อีกๆ ฮอตฮิตติดใจ ฟีเวอร์สุดๆ ดาราหล่อแรงอภิมหาเสน่ห์ ที่มีผลงานโดนใจเยอะไบร์ท นรภัทร วิไลพันธุ์’ ดาวรุ่งพุ่งแรงมาก ได้เวลาโกยเงินครั้งใหญ่แล้ว กับการเป็น พรีเซนเตอร์คนแรกของแบรนด์ดัง ‘บอนด์’ BOND ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดเฉพาะที่สำหรับผู้ชาย ที่ได้รับความไว้ใจเชื่อใจอย่างสูง ทำให้ขายดียาวนานมาถึง 18 ปีแล้ว

ผู้บริหารไฟแรง กฤตพล ลิมปิผลไพบูลย์ ผู้ก่อตั้ง บริษัท บอนด์ อินโนเวนเจอร์ จำกัด BOND INNOVENTURE ผู้ผลิตและจัดจำหน่าย ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดเฉพาะที่สำหรับผู้ชาย เปิดใจตรงๆ ว่า ‘บอนด์’ BOND เกิดขึ้นจากการตั้งคำถามว่า ‘ทำไมน้ำยาทำความสะอาดจุดซ่อนเร้น ถึงมีแต่ของผู้หญิง แล้วผู้ชายล่ะ?’

คุณภาพระดับโลกนำหน้า บริษัท บอนด์ อินโนเวนเจอร์ จำกัด BOND INNOVENTURE ก่อตั้งขึ้นในเดือนสิงหาคม พ.ศ. 2547 เพื่อมาตอบโจทย์การดูแลเฉพาะที่ของผู้ชาย โดยผลิตภัณฑ์ตัวแรก คือ ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดเฉพาะที่สำหรับผู้ชาย ที่คำนึงถึงความสะอาด และกลิ่นหอมติดทนนาน

โดยนำศาสตร์ของการออกแบบน้ำหอม มาใช้ในการคิดค้นสูตรของผลิตภัณฑ์ และกลิ่นหอมเพื่อคุณผู้ชายโดยเฉพาะ ที่ทำให้ บอนด์ BOND เป็นผู้นำเจ้าตลาดด้านการดูแลจุดซ่อนเร้นสำหรับผู้ชาย มายาวนานกว่า 18 ปี

ล่าสุด BOND เปิดตัวดาราหล่อแรงเกินต้าน ‘ไบร์ท นรภัทร วิไลพันธุ์’ พรีเซนเตอร์คนแรกของแบรนด์ ภายใต้คอนเซป ‘Always Ready’ กับภาพลักษณ์ของผู้ชายที่รักสะอาด กลิ่นตัวหอมและพร้อมเผชิญทุกสถานการณ์ ตัวแทนคนรุ่นใหม่ หวังขยายกลุ่มลูกค้าให้กว้างขึ้น

ในปี พ.ศ. 2566 Bond บอนด์ ได้ทำการ Relaunch Brand ครั้งใหญ่ ปรับโลโก้และแพกเกจใหม่  ร่วมกับการพัฒนาสูตรเดิม และเพิ่มสูตรใหม่ เพื่อเพิ่มพื้นที่ทางการตลาดในกลุ่ม Men’s Care หรือ Men’s Grooming คาดว่า ‘ไบร์ท นรภัทร’ จะเป็นแม่เหล็กอย่างดีเยี่ยมให้แบรนด์ สามารถเพิ่มการรับรู้ได้มากขึ้น 20% ภายในเดือน สิงหาคม พ.ศ. 2566

ทำไมต้อง ‘ไบร์ท นรภัทร’

ผู้บริหารและทีมการตลาด ได้มองเห็นภาพของผู้ชายทันสมัยคนหนึ่งที่มีลุค หล่อ เท่ ดูสะอาด และให้ความรู้สึกเป็นชายสูง ตรงกับคำ ที่กำลังเป็นกระแสในปัจจุบัน ‘ฟีลชายแท้’ ซึ่ง ‘ไบร์ท นรภัทร’ ตอบโจทย์ทั้งหมด กับคาร์แรคเตอร์ของแบรนด์มาก

ไม่ว่าจะเป็นไอดอลเรื่องการทำงาน แฟชั่น และการใช้ชีวิตที่สามารถเอื้อมถึงได้ และทางทีมการตลาด ยังมองเห็นอีกภาพที่ ‘ไบร์ท นรภัทร’ กับ บอนด์ Bond สามารถสร้างภาพใหม่ให้เกิดขึ้นร่วมกันได้

บอนด์ BOND ขวดใหม่แตกต่างจากขวดเดิมไหม?

นอกจากคุณไบร์ท ที่มาเป็นพรีเซนเตอร์แล้ว บอนด์ BOND ยังปรับสูตรใหม่! ขนาดใหม่! เพื่อบุกตลาดผลิตภัณฑ์สำหรับผู้ชายอย่างเต็มที่ ครั้งนี้ บอนด์ BOND มาด้วยกันทั้งหมด 4 สูตรโครตปัง! ต้องลอง!  

Aries (แอรีส) ขวดสีแดงสูตรอุ่น กลิ่นที่เป็นเอกลักษณ์ของบอนด์ BOND ผสานคุณค่าของโสมสกัดและขิง ช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของโลหิต เป็นไอเทมเสริมพลังได้

Darkwiz (ดาร์ควิซ) ขวดสีน้ำเงินสูตรเย็น กับกลิ่นที่ดูสุขุมนุ่มลึก ให้ความรู้สึกเย็นยาวนาน เหมาะกับ active lifestyle

White Shadow (ไวท์ แชโดว์) ขวดสีเหลืองสูตรบำรุง ที่มีส่วนผสมของนาโนไวท์ ปรับให้ผิวกระจ่างใส เนียนนุ่มน่าสัมผัส กลิ่นหอมละมุนยิ่ง

Natural (เนเชอรัล) สูตรธรรมชาติ อ่อนโยนต่อผิว ให้กลิ่นหอมของไอแดดทะเลทราย ได้ผ่านการทดสอบจากแพทย์ผิวหนัง ว่าไม่ระคายเคือง และอ่อนโยนต่อผิวบอบบาง

Bond Intimate Wash for men สูตรใหม่! ต้องลอง! ขนาด 130 ml ในราคาพิเศษสุดแค่ 245 บาท หาซื้อด่วนได้ที่ Boots, Watsons, Top และเดอะมอลล์ The Mall หรือช่องทางออนไลน์ที่ Tiktok Shop, Shopee,  Lazada, Line@ และ http://www.bondthailand.com

ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทาง TIKTOK : @bondentertainment , LINE@ : @bondthailand , INSTAGRAM : @bond.thailand , FACEBOOK : https://www.facebook.com/BondThailand