สส. แบบบัญชีรายชื่อ คำนวณอย่างไร ดูได้ ที่นี่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/547503

24 เม.ย. 2566

สส. แบบบัญชีรายชื่อ คำนวณอย่างไร ดูได้ ที่นี่

กกต.เปิดเกณฑ์ คำนวณ สส. แบบบัญชีรายชื่อ จำนวน 100 คน สุดท้ายต้องการมีการจับฉลาก หากพรรคการเมืองมีคะแนนจากการคำนวณเท่ากัน

สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. เปิดหลักเกณฑ์ การคำนวณจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อตามมาตรา 128 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2561 และที่แก้ไขเพิ่มเติมถึง (ฉบับที่ 2 ) พ.ศ. 2566 มีเนื้อหาดังนี้

1. ให้รวมผลคะแนนทั้งหมดที่ทุกพรรคการเมืองได้รับจากการเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อทั้งประเทศ

เกณฑ์คำนวณ สส.บัญชีรายชื่่อของ กกต.เกณฑ์คำนวณ สส.บัญชีรายชื่่อของ กกต.


2. ให้นำคะแนนรวมจากข้อ 1  หารด้วย 100 ผลลัพธ์ที่ได้ให้ถือเป็นคะแนนเฉลี่ยต่อสมาชิกสภาผู้แหนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ 1 คน

เกณฑ์การคำนวณ สส. บัญชีรายชื่อของกกต.เกณฑ์การคำนวณ สส. บัญชีรายชื่อของกกต.

3. ในการคำนวณหาจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อที่แต่ละพรรคการเมืองจะได้รับ ให้นำคะแนนรวมจากการเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อที่แต่ละพรรคการเมืองได้รับหารด้วยคะแนนเฉลี่ยตาม ข้อ 2. ผลลัพธ์ที่ได้เฉพาะส่วนที่เป็นจำนวนเต็มคือจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อที่พรรคการเมืองนั้น ได้รับ

เกณฑ์การคำนวณ สส.บัญชีรายชื่อของ กกต. เกณฑ์การคำนวณ สส.บัญชีรายชื่อของ กกต.


4. ในกรณีที่จำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อที่พรรคการเมืองได้รับรวมกันทุกพรรคการเมืองมีจำนวนไม่ครบ 100 คน ให้พรรคการเมืองที่มีผลลัพธ์ที่เป็นเศษโดยไม่มีจำนวนเต็มและพรรคการเมืองที่มีเศษหลังจากการคำนวณตามข้อ 3.

พรรคใดเป็นหรือมีเศษจำนวนมากที่สุด ให้ได้รับจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายซื่ออีก 1 คนเรียงตามลำดับ จนกว่าจะมีจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อที่พรรคการเมืองทั้งหมดได้รับรวมกันครบจำนวน 100 คน

เกณฑ์การคำนวณ สส.บัญชีรายชื่อของ กกต.เกณฑ์การคำนวณ สส.บัญชีรายชื่อของ กกต.


5. ในการดำเนินการตามข้อ 4. ถ้าในลำดับใดมีเศษเท่ากันและจะทำให้จำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อเกินจำนวน 100 คน ให้ตัวแทนของพรรคการเมืองที่มีเศษเท่ากันจับสลากตามวันและเวลาที่คณะกรรมการการเลือกตั้งกำหนด

เพื่อให้ได้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายซื่อครบจำนวนและให้ถือว่า ผู้สมัครตามบัญชีรายชื่อผู้สมัครของพรรคการเมืองตามจำนวนที่พรรคการเมืองนั้นได้รับตามผล

การคำนวณได้รับเลือกตั้งเรียงตามลำดับหมายเลขในบัญชีรายชื่อของพรรคการเมืองนั้นจนครบจำนวน แต่ต้องไม่เกินจำนวนผู้สมัครแบบบัญชีรายชื่อเท่าที่มีอยู่ในแต่ละบัญชีรายชื่อผู้สมัครที่พรรคการเมืองนั้นได้ส่งสมัครจำนวนที่ยังขาดอยู่ให้เป็นไปตามมาตรา 83 วรรคสี่แห่งรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560และที่แก้ไขเพิ่มเติมถึง (ฉบับที่ 1) พ.ศ. 2564

ไทยสร้างไทย ชวนประชาชนฟ้อง ค่าไฟแพง วันพรุ่งนี้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/547502

24 เม.ย. 2566

ไทยสร้างไทย ชวนประชาชนฟ้อง ค่าไฟแพง วันพรุ่งนี้

นัดประชาชนที่เดือดร้อนจาก ค่าไฟแพง ร่วมฟ้องหน่วยงานรัฐต่อศาลอาญาคดีทุจริต วันพรุ่งนี้ ไทยสร้างไทยเดินตามนโยบาย 3.50 บาทต่อหน่วย

พรรคไทยสร้างไทย เชิญชวนประชาชนร่วมกันลงชื่อ เพื่อฟ้องหน่วยงานรัฐต่อศาลอาญา ทุจริตและประพฤติมิชอบกลางวันพรุ่งนี้ ฟ้องเจ้าหน้าที่ของรัฐที่เป็นต้นเหตุทำค่าไฟแพง ประชาชนต้องแบกรับค่าใช้จ่ายเพิ่มพร้อมทั้งให้นำเจ้าหน้าที่ของรัฐมาลงโทษและเพิกถอนสัญญาทาสดังกล่าวเนื่องจากความผิดพลาดของนโยบายที่ส่อว่าเอื้อเอกชนหลายราย

ตามนโยบายที่ได้ประกาศไปว่าจะปรับโครงสร้างพลังงาน ลดค่าไฟฟ้าให้เป็นธรรมไม่เกิน 3.50 บาท/หน่วย

ข้อกล่าวหาที่พรรคไทยสร้างไทยจะฟ้องศาลอาญาคดีทุจริต ให้พี่น้องร่วมกันตรวจสอบสัญญาที่เสียเปรียบซึ่งเป็นการเพิ่มภาระให้ประชาชน จากการอนุมัติให้สร้างโรงไฟฟ้ามากเกินความจำเป็นถึงเกือบ 60% หรือค่าความพร้อมจ่ายและการประกัน ความร้อน ซึ่งประชาชนต้องเป็นผู้จ่ายค่าไฟส่วนเกินที่โรงไฟฟ้าไม่ต้องผลิต แม้แต่เมกะวัตต์เดียว เปรียบเสมือน สัญญาทาสที่ปล้นประชาชนประกอบด้วย

  1. สร้างความเสียหายจากการดำเนินนโยบายที่ผิดพลาด ด้วยการให้เอกชนทำสัญญาสัมปทาน ผลิตไฟฟ้ามากเกินความจำเป็น ทำให้ประชาชนต้องจ่ายค่าไฟแพงกว่าที่ควรเป็น
  2. การจัดสรรก๊าซธรรมชาติจากอ่าวไทยซึ่งมีต้นทุนถูก ไปให้กับเอกชนใช้ในเรื่องอื่นๆ ส่งผลให้ต้องนำเข้า LNG จากต่างประเทศทดแทน ทำให้ต้นทุนเชื้อเพลิงแพงขึ้น อันเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้ค่าไฟแพง ซึ่งขัดต่อรัฐธรรมนูญมาตรา 43 และมาตรา 57
  3. ขอให้ศาลมีคำสั่งคุ้มครอง ในส่วนข้อตกลงกับเอกชน ในการสร้างโรงไฟฟ้าที่ยังไม่จำเป็น (ดีมานด์ทิพย์) ให้พักการดำเนินการไว้ก่อน จนกว่าประเทศจะมีความต้องการจริง ในการใช้พลังงานเพิ่มเติม

ไทยสร้างไทย ชวนฟ้องรัฐทำค่าไฟแพงไทยสร้างไทย ชวนฟ้องรัฐทำค่าไฟแพง

ผู้ที่ต้องการร่วม ฟ้องค่าไฟแพง กับพรรคไทยสร้างไทย   สามารถร่วมลงชื่อได้

ร่วมลงชื่อฟ้องร้องเรื่องค่าไฟแพงได้ที่นี่

น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ รองหัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย บอกว่า นับแต่ พรรคไทยสร้างไทยได้ประกาศเชิญชวนให้ ประชาชนร่วมลงชื่อ ฟ้อง ค่าไฟแพง ได้รับความสนใจ และมีพี่น้องประชาชนลงชื่อสนับสนุน พรรคไทยสร้างไทย เข้ามาเป็นจำนวนมาก ซึ่งต้องขอบคุณพี่น้องประชาชน และเชื่อว่า การร่วมลงชื่อเข้ามาจำนวนมากเป็นเพราะค่าไฟฟ้าในรอบเดือนนี้ สูงขึ้นกว่า 30% บางครัวเรือนสูงขึ้นเกือบเท่าตัว

“มีเสียงสะท้อนจากประชาชน ถึง ค่าไฟแพงเป็นประวัติการณ์ โดยระบุว่าประชาชนต้องมารับกรรม เพราะความผิดพลาดทางนโยบายของผู้มีอำนาจ ขณะที่หลายคนเปรียบเทียบ บิลค่าไฟฟ้าว่าอยู่บ้านเท่าเดิม เปิดไฟเท่าเดิม แต่ค่าไฟฟ้าแพงขึ้นหลายเท่าตัว หรือ ควบคุมดูแลค่าไฟไม่ได้ก็ควรรับผิดชอบด้วยการลาออก ไม่ใช่ให้ประชาชนเป็นผู้รับภาระ  เหล่านี้คือเสียงสะท้อน ของพี่น้องประชาชน” น.อ.อนุดิษฐ์ กล่าว

‘เพจรักลุงป้อม’ ปล่อยMV ‘ไม่รู้ ไม่รู้’ คำฮิตติดปากเอาใจวัยรุ่น

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/547494

24 เม.ย. 2566

'เพจรักลุงป้อม' ปล่อยMV 'ไม่รู้ ไม่รู้' คำฮิตติดปากเอาใจวัยรุ่น

‘เพจรักลุงป้อม’ ปล่อยMV ‘ไม่รู้ ไม่รู้’ คำฮิตติดปากของ พล.อ.ประวิตร ทำนองและเนื้อหาเอาใจวัยรุ่น เน้นย้ำผลงานและนโยบาย ‘มีลุง ไม่มีแล้ง’

เมื่อวันที่ 24 เม.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า แฟนเพจเฟซบุ๊ก เรารักลุงป้อม We love Lung Pom โพสต์คลิปวีดีโอและเพลง ไม่รู้ ไม่รู้ ของศิลปิน NCX ประกอบ ซึ่งเป็นภาพขณะที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี เดินทางด้วยรถไฟไปยัง จ.นครราชสีมา เพื่อปราศรัยใหญ่ รวมถึงมีภาพขณะลงพื้นที่ต่างๆ พร้อมแคปชั่น “ลุงป้อม ไม่รู้แต่ไม่มีแล้ง พาทุกคนหายจน ก้าวข้ามความขัดแย้ง” 

โดยเนื้อหาเพลงบางท่อน เนื้อร้อง “อะไรที่ฉันไม่รู้ฉันก็บอกว่าไม่รู้ ถึงดูจะไม่เอาไหนแต่ก็มี only you” ขณะเดียวกันมีข้อความเสริมมาคำว่า “ไม่รู้ แต่…ไม่มีแล้ง” ซึ่งตรงกับนโยบายพรรคพลังประชารัฐ  นอกจากนี้บางช่วงมีข้อความว่า “ไม่รู้ ไม่รู้” หลายครั้ง เหมือนกับคำพูดติดปากของ พล.อ.ประวิตร เวลาให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนเช่นกัน
 

ก่อนทิ้งท้ายด้วย “ใจบันดาลแรง” ซึ่งเป็นตำพูดสมัยที่ดำรงตำแหน่งรักษาการนายกรัฐมนตรี ทั้งนี้แฟนเพจดังกล่าวยังชวนติดตามความน่ารักของลุงป้อมได้เร็วๆ นี้ด้วย (คลิป)

ที่มา : เรารักลุงป้อม We love Lung Pom 

MV ไม่รู้ ไม่รู้MV ไม่รู้ ไม่รู้

MV ไม่รู้ ไม่รู้MV ไม่รู้ ไม่รู้

ร.อ.ธรรมนัส ขออย่าลากไปเอี่ยว ตัดสิทธิ์ สมัคร สส.นครนายก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/547486

24 เม.ย. 2566

ร.อ.ธรรมนัส ขออย่าลากไปเอี่ยว ตัดสิทธิ์ สมัคร สส.นครนายก

ไฟไหม้ นครนายก ไม่เกี่ยวกับพรรคพลังประชารัฐ ร.อ.ธรรมนัส โวย ชาญชัย อย่าลากไปเกี่ยวข้องปมถูกตัดสิทธิ์สมัคร สส.

ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ผู้สมัคร สส.เขต 1 จ.พะเยา พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ในฐานะประธานยุทธศาสตร์การเลือกตั้งภาคเหนือ กล่าวถึง นายชาญชัย  อิสระเสนารักษ์ ผู้สมัคร สส.นครนายก เขต 2 พรรคประชาธิปัตย์ ถูก ผอ.กกต. ประจำเขตเลือกตั้งที่ 2 นครนายก ตัดสิทธิ์การลงรับสมัคร สส.

ออกมาพาดพิงทำนองว่าเป็นเรื่องแปลกประหลาด ที่ถูกตัดสิทธิ์คนเดียว เพราะเห็นหลักฐานของ กกต.ทราบว่ามีชื่อนักการเมืองทั้งหมด 130 คน มีผู้สมัคร ส.ส.ระดับบิ๊กเนม รวมถึงพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวพรรค พปชร. รวมถึง ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า แกนนำพรรค พปชร. เหตุใดยังเดินหาเสียงได้ ไม่ถูกตัดสิทธิ์ นั้น

ขอชี้แจงว่า พล.อ.ประวิตร และตัวเขา ไม่ได้ถือหุ้นสื่อ จึงไม่เป็นความจริงตามที่นายชาญชัยเข้าใจผิด ที่สำคัญรายชื่อ 130 คน ที่ทางตลาดหลักทรัพย์ฯ แจ้งมา เพียงบอกว่าเป็นผู้มีหุ้นในตลาดหลักทรัพย์เท่านั้น ไม่ได้หมายความว่า ทั้ง 130 คนจะถือหุ้นสื่อแต่อย่างใด

อยากฝากบอกคุณชาญชัย ว่าให้กลับไปดูบทบัญญัติบุคคลต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้ง สส.ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยมาตรา 98(3) คือเป็นเจ้าของหรือผู้ถือหุ้นกิจการหนังสือพิมพ์หรือสื่อมวลชนใดๆ โดยข้อกฎหมายดังกล่าวเป็นบทบัญญัติห้ามเด็ดขาด  “เหตุการณ์ไม่ได้ถึงขั้นไฟไหม้สำเพ็ง แต่ไหม้เฉพาะนครนายก เขต 2 เท่านั้น” ร.อ.ธรรมนัส กล่าว

Exclusive : ‘พิธา’ มั่นใจ ‘ก้าวไกล’ กวาด สส. ทะลุ 160 มุ่งหน้าสู่ทำเนียบรัฐบาล

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/547484

24 เม.ย. 2566

Exclusive : 'พิธา' มั่นใจ 'ก้าวไกล' กวาด สส. ทะลุ 160 มุ่งหน้าสู่ทำเนียบรัฐบาล

Exclusive เลือกตั้ง66 : 3 บก. เปิดใจ ‘พิธา ลิ้มเจริญรัตน์’ มั่นใจ ‘พรรคก้าวไกล’ กวาด สส. ทะลุ 160 ที่นั่ง มุ่งหน้าสู่ทำเนียบรัฐบาล

รายการเนชั่นสุดสัปดาห์ โดย 3 บก. สัมภาษณ์พิเศษ “พิธา ลิ้มเจริญรัตน์” หัวหน้าพรรคก้าวไกล ในฐานะแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ย้ำความมั่นใจกระแสตอบรับจากประชาชนดีขึ้นทั่วประเทศอย่างต่อเนื่อง โดยคาดว่าจะได้ สส.เขตและคะแนนปาร์ตี้ลิสต์ รวม 160-170 ที่นั่ง 

ต่อไปนี้เป็นส่วนหนึ่งหนึ่งของคำตอบจากปากพิธา

พิธีกร : ที่บอกจะได้ 100 มั่นใจมาจากไหน

พิธา : 4 ปัจจัยคือ ผมเรียนการเมืองการปกครองมาจากเมืองนอกคือ วิธีคิดพอเอามาใช้กับประเทศไทย 4 ค ควาย คือ  คะแนน แคนดิเดต คู่แข่ง customer หรือ คนที่มาโหวต 

Exclusive : 'พิธา' มั่นใจ 'ก้าวไกล' กวาด สส. ทะลุ 160 มุ่งหน้าสู่ทำเนียบรัฐบาล

ค คะแนน

  • แต่ละพื้นที่ที่มีคะแนนเก่าตั้งแต่ปี 62 หรือคะแนนท้องถิ่นหรือคะแนน สก.ก็คือตั้งไว้ก่อน

ค แคนดิเดต

  • ที่ทำงานขยันขันแข็งมีจุดขายด้วยตัวเอง ขยันทำงานได้ดี ไปลองสืบถาม คือ ตอนนี้กฎหมายห้ามพรรคการเมืองทำโพล แต่พอลงไปสัมผัสได้ ลงพื้นที่ดูออกวิเคราะห์แยกเลย พอเข้าไปในซอย หลังคาสีเขียว สีเหลือง สีแดง สีแดงเขาไม่เลือกเรา สีเขียวเขาเลือกเราไปเจอเขาสักครั้งหนึ่ง สีเหลืองยังตัดสินใจไม่ได้ คนแบบนี้แสดงว่าแคนดิเดตทำงานเป็น

ค คู่แข่ง

  • คู่แข่งย้ายพรรคหรือบางพื้นที่แข่งกัน 7 พรรค คราวนี้ปี 66 กับปี 62 ไม่เหมือนกัน แต่ภาคใต้ผมหวังมากเลยเพราะแข่งกันเยอะและผมก็โพลดี

ค คนที่มาโหวต

  • เช่น  โหวตตรงกับนโยบายผม เป็นพี่น้องชาติพันธุ์ก็ดีหรือเป็นคนรุ่นใหม่ก็ดี อย่างเช่น สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ 55% อายุน้อยกว่าผม 55% ของคนที่มาใช้สิทธิ์ในต่างจังหวัดชายแดนภาคใต้อายุน้อยกว่า 40 มีแต่อนาคต ไม่มีอดีต เพราะฉะนั้นพื้นที่ 4 อันนี้ ผมก็วิเคราะห์ออกมาจาก 400 ที่เป็นกระดานทางการเมืองมีอันไหนที่ยุทธศาสตร์ 
Exclusive : 'พิธา' มั่นใจ 'ก้าวไกล' กวาด สส. ทะลุ 160 มุ่งหน้าสู่ทำเนียบรัฐบาล

ฉะนั้นออกมาประมาณ 160-170 ที่ คราวที่แล้วชนะ คือ รักษาเขตเดิม อันที่ 2 คือเพิ่มเขตใหม่จะแพ้แค่พรรคใหญ่ 5% ไม่มีปัจจัยไทยรักษาชาติ จาก 160 โอกาสชนะมีอยู่ที่ 50% 70% หรือ 75%

หรือตอนนี้ในที่สุดแน่นอนก็มีความขัดแย้งภายในพรรคทุกคนก็ทราบดี ทุกองค์กรความขัดแย้งขึ้นอยู่ที่ว่าคุณบริหารความขัดแย้งนั้นอย่างไร ที่ทำให้วิกฤตเป็นโอกาส ไม่ได้ให้วิกฤตเป็นหายนะ และผมทำให้วิกฤตเป็นโอกาสได้

ตอนนี้ทุกคนที่รวมพลังแบบสปิริตพรรคอนาคตใหม่ มีผู้ช่วยหาเสียงอย่างธนาธร (จึงรุ่งเรืองกิจ ผู้ช่วยหาเสียงพรรคก้าวไกล) ปิยบุตร (แสงกนกกุล ผู้ช่วยหาเสียงพรรคก้าวไกล) ช่อ (พรรณิการ์ วานิช ผู้ช่วยหาเสียงพรรคก้าวไกล) กลับมาช่วย

รวมถึงโรม (รังสิมันต์ โรม โฆษกพรรคก้าวไกล) วิโรจน์ (ลักขณาอดิศร ผู้สมัคร สส. แบบบัญชีรายชื่อพรรคก้าวไกล) เจี๊ยบ (อมรัตน์ โชคปมิตต์กุล อดต สส.พรรคก้าวไกล) ไอติม (พริษฐ์ วัชรสินธุ) และผม ทำให้การทำงานของเราเข้าฝักมากขึ้น

“ฉะนั้นจาก 160 – 170 จากการวิเคราะห์ออกมาแบบนั้นจะทำให้เปลี่ยนเป็นชัยชนะได้ 50% 70% หรือ 75% ขึ้นอยู่กับพวกเรา พรรค ขึ้นอยู่กับคนที่เดินคือ สส. ขึ้นอยู่กับทีมจังหวัดว่าทุ่มเทมากน้อยแค่ไหนในโค้งสุดท้าย”

Exclusive : 'พิธา' มั่นใจ 'ก้าวไกล' กวาด สส. ทะลุ 160 มุ่งหน้าสู่ทำเนียบรัฐบาล

พิธีกร : คู่แข่งสำคัญที่สุดที่จะไปสู่ 160 – 170 ได้คือเพื่อไทย

พิธา  : พอการแข่งขันในการเมืองเป็นเรื่องปกติและคนที่ได้ประโยชน์คือประชาชน แต่ครั้งนี้ผมชักจะไม่มั่นใจว่าเป็นการแข่งขันแบบเดิม แต่เป็นการขยายพายขยายพิซซ่าให้ใหญ่มากขึ้น ผมรู้สึกหลายครั้งในสาม จังหวัดชายแดนภาคใต้ป

พิธีกร : มีเสียงกระโดดจากฝั่งโน้นมาฝั่งนี้

พิธา : ใช่ หรือคนที่ยังไม่ตัดสินใจ และคนที่ยังเป็นกลางทางการเมือง หรือคนที่ยังไม่สนใจทางการเมือง หรือคนที่ไม่เคยคิดที่จะมาใช้สิทธิ์ พายใหญ่ขึ้น และผมเชื่อว่าโพลของเนชั่นจะเห็นว่าคนที่ยังไม่ตัดสินใจมีอยู่กี่เปอร์เซ็นต์ และถ้าการที่การเมืองแข่งขันกันเยอะ คึกคัก คนออกมาใช้สิทธิ์ ถ้าการเมืองน่าเบื่อคนจะไม่ออกมาใช้สิทธิ์ 60 – 70% ครั้งนี้ถ้าจะให้เปลี่ยนต้องมาใช้ถึง 80% ไม่ใช่ 75 -76%

เหมือนคราวที่แล้ว ยิ่งแข่งขันมากขึ้นก็ยิ่งคึกคักมากขึ้นไซส์ของพายจะยิ่งใหญ่มากขึ้นและผมยังเชื่อว่าบางครั้งมันไม่ใช่แค่แข่งกันภายในขั้วเดียวกันอย่างที่เราเคยอนุมานไป แต่นี่ขยายมากขึ้นจังหวัดภาคใต้ส่วนใหญ่เขตละแสนสมัยก่อนดูตัวเลขคุยแบบวิทยาศาสตร์อาจจะ 7 หมื่น 3 หมื่น

ดังนั้นถ้าผมได้ 20,000 ผมชนะ 7 หมื่นหาร 7 แต่ครั้งนี้ผมรู้สึกว่าอาจจะไม่ใช่แค่ 75 : 25 หรือ 70 : 30 แต่อาจจะเป็น 78 : 62 มันสามารถทำให้คนรู้สึกโดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังโควิด หลังโดนประมงโหดๆ หลังโดนท่องเที่ยวโหดๆ ราคายางแย่ ปาล์มแย่ ที่ดินภาคใต้ ใครบอกว่าจะกระจายอำนาจเลือกตั้งผู้ว่าฯ มันตอบโจทย์

พิธีกร : ขยายพายมากขึ้น 1 ในขั้วเดียวกันแข่งขันกัน 2 ข้ามขั้วมาเลือก 3 พลังเงียบที่ไม่เคยมาเลือก 4 คนที่เป็น first vote อะไรจะมั่นใจทำให้จำนวนมากขึ้น 

พิธา : ไม่ได้แค่มั่นใจ แต่ทำให้ใส่ใจด้วย ใส่ใจทั้ง 4 ก้อนแบบนั้นเลย และผมเชื่อว่าคนต่ำกว่า 40 ในรุ่นนี้ ถ้ามาใช้กันอย่างถล่มทลาย 80% ให้ได้อย่างที่ กกต.เคยพูดว่าจะทำได้จะน่าสนใจมาก 

Exclusive : 'พิธา' มั่นใจ 'ก้าวไกล' กวาด สส. ทะลุ 160 มุ่งหน้าสู่ทำเนียบรัฐบาล

พิธีกร : แปลว่าถ้าสมมติมากกว่า 75% คือโอกาสของก้าวไกล

พิธา : ตามหลักทฤษฎีสถิติการเมืองที่ไปดูทุกประเทศ ถ้าออกมาต่ำกว่า 60 เมื่อไหร่กระสุนชนะกระแส 75 ขึ้นไปกระแสชนะกระสุนทุกประเทศ ดังนั้นเวลาหาเสียงต้องบอกชัดเจน 14 พ.ค. เลือกตั้ง 8 โมงถึง 5 โมงเย็น ได้ใบจาก กกต. แล้วอยู่ที่วัดไหน พี่จะปิดร้านตอนเช้าหรือจะปิดร้านตอนเย็น เพื่อไปเลือกตั้ง

คราวนี้บัตร 2 ใบ ถ้าใบเขตเบอร์นี้ ถ้าไปพรรคจำโลโก้อย่างเดียว อะไรแบบนี้ต้องพูดให้ชัดเพื่อให้เขารู้สึกว่าการเลือกตั้งมันง่ายและยุติธรรม ซึ่งผมกังวลในเรื่องบัตรโหล เพราะคราวนี้ สส.เขตไม่มีชื่อ หากพูดกันตรงไปตรงมาที่สุด รักผู้สมัครผม จำชื่อได้แล้วว่าชื่อ ทนายแซม แรมโบ้ แต่พอเข้าไปแล้ว จำเบอร์ไม่ได้กาผิดอีก อันนี้คืออันที่ 1

และอันที่ 2 คือ มีข้ามเขตกันไปมา ไปหาเสียงที่โพนพิสัย แต่พอคนมาที่ตลาดอยู่ข้ามเขต ผมก็บอกเบอร์นี้ แต่พอถามอีกครั้งเช็กตำบล เพราะโพนพิสัยแบ่งเป็น 2 อัน เป็นอีกเขตหนึ่งต้องเบอร์ 7 หากเลือกเบอร์ 3 คือพรรคลุงตู่อีก บัตรโหลแบบนี้เยอะ

พิธีกร: จะแก้ยังไง

พิธา : แก้ให้จำให้ง่ายที่สุด วันที่เนชั่นมาสัมภาษณ์ผมว่าได้เบอร์อะไร 31 ผมยังเฉยๆ ผมยังบอกว่าพรรคก้าวไกลอยู่ตรงนี้ (ทำสัญลักษณ์โลโก้พรรค)  แค่นั้นพอ อย่าจำซ้ำไม่งั้นคุณจะต้องจำทั้งเขต จำทั้งเบอร์คน จำทั้งเบอร์พรรค จำทั้งวันที่ และต้องจำว่ากี่โมงถึงกี่โมง 

พิธีกร : 33 เขต กทม.ไม่เหมือนกันเลย 

พิธา : ผมไปตลาดมาก็มีตลาดวัฒนา ก็มีตลาดมาจากสีลมก็มี ตลาดที่อยู่บางบอนก็มี คือ ทุกคนมายืนที่ตลาดนี้ แต่คนที่มาเดินคือคนที่อยู่ในตลาดและป้ายข้างบนก็เขียนชัดและเขาก็บอกว่าเลือกเบอร์นี้ใช่ไหม ก็บอกว่าไม่ใช่ ใจเย็น หยุดฟังผมก่อน อันนี้มีความจำเป็น ซึ่งจริงๆ ไม่ควรเป็นนักการเมืองที่มาแก้เกมเรื่องนี้เป็นหน้าที่ของ กกต.ที่จะต้องทำให้การเลือกตั้งเป็นเรื่องง่าย ไม่สับสน ตอนนี้สิ่งที่กังวลคือ พ่อแก่แม่เฒ่าเริ่มกังวล เริ่มสับสนว่าแบบนี้ไม่ไปดีกว่า 

พิธีกร : ที่เป็นการแก้เกมกำไรของเขาใช่ไหม

พิธา : หวังว่าไม่เป็นแบบนั้น แต่ถ้าเป็นแบบนั้นก็แย่มากเกินไปและยังไม่พูดถึงเรื่องของการสลับเขตหนึ่งเดือนล่วงหน้า ซึ่งมันทำให้คนสับสน แน่นอนว่าเราเป็นผู้แทนราษฎร เราจะต้องมีพื้นที่ใหม่ขึ้นมา 30% เราก็ต้องเดิน แต่คนที่ไม่ใช่คนเลือก เขาก็บอกว่า คราวที่แล้วไปเขตนั้น คราวนี้มาเขตนี้แล้วเหรอ แล้วคนที่มาหาเสียงอยู่ไม่ใช่คนนี้ ต้องไปเลือกอีกคนหนึ่งแล้วใช่ไหม มันก็งง 

Exclusive : 'พิธา' มั่นใจ 'ก้าวไกล' กวาด สส. ทะลุ 160 มุ่งหน้าสู่ทำเนียบรัฐบาล

พิธีกร : ระหว่างคะแนนพรรคกับคะแนนเขตในรอบนี้ประเมินว่าสัดส่วนจะทิ้งห่างกันแค่ไหน

พิธา : ผมคิดว่าคราวนี้จะต้องกลับกันกับตอนอนาคตใหม่ ตอนนั้นบัญชีรายชื่อ 50 เขต 30 คราวนี้กลับกันอย่างต่ำ เขต 50 จาก 150 ที่ผมพูด อันนี้แสดงว่าผมมีโอกาสชนะ 33 – 34% บัญชีรายชื่อเอาให้ได้ตามโพล หวังว่าโพลจะ under อยู่นิดหน่อย เพราะว่าโพลอาจจะไม่ใช่เฉพาะของนิด้าโพล

หากพูดชัดๆ เวลาโพลออกผมไปดูข้างล่างก่อนเลย อ๋อ 2,000 ตัวอย่าง 200 ตัวอย่าง ความมั่นใจอยู่ที่ 97% สำรวจช่วงไหน สัมภาษณ์ด้วยการโทรไปถาม แสดงว่าเป็นคนที่อยู่บ้านว่างงาน ไม่ได้ทำงานอาจจะไม่ใช่คนรุ่นใหม่ 

อย่างก่อนหน้านี้โพลไทยรัฐออกมา 8 หมื่นกว่า มีค่าเฉลี่ยในกรุงเทพฯ เท่าไหร่มีออนไลน์ด้วยก็จะได้รู้ ซึ่งผมเคยทำโพลมาก่อนก็จะรู้ ผมเคยจ้างทำโพลเอกชนมาก่อน จึงรู้ว่ามันได้แค่ไหนจุดลำดับขนาดไหน ครั้งนี้เขตและบัญชีรายชื่อได้เท่านั้น ก็ควรที่จะให้มันสลับกัน

พิธีกร : สถานะของก้าวไกลรอบนี้ จะแปรสภาพมาจากพรรคที่อยู่เฉพาะกรุงเทพฯ อยู่เฉพาะเมืองมาเป็นพรรคครอบคลุมทั้งประเทศ

พิธา : ใช้นโยบายในการเข้าหาทั้งๆ ที่บางทีเขาอาจจะไม่รู้จัก ไม่สนใจไม่เคยเล่น tiktok แต่พอเราบอกว่าเรื่องเกี่ยวกับที่ดิน ส.ป.ก. ที่ถูกล็อกมานาน เรื่องหนี้สิน ธ.ก.ส ถ้าอายุเกิน 60 ชำระมาเกินครึ่งหนึ่งเราจะชำระให้ หรือธนาคารต้นไม้ให้รัฐเช่าที่ดินที่คุณมีอยู่แล้วและให้ต้นไม้มีมูลค่ามาจ่ายหนี้สินซะ หรือรัฐสวัสดิการเบี้ยผู้สูงอายุ 3 นโยบายนี้จะเป็นหัวใจหลักในการเข้าสู่ชนบทและมีคนมาเป็นพันทุกครั้งเพราะเราพูดเรื่องนี้ 

ขอกลับมาพูดเรื่องบัตรโหลต่อ หากคิดในแง่มุมของคนมองโลกในแง่ร้าย สมมติถ้าจะต้องใช้ 100 ใบทั่วประเทศ หากเขาพิมพ์มา 120 ใบใครจะรู้และ 20 ใบจะเกิดอะไรขึ้นไม่มีใครรู้

Exclusive : 'พิธา' มั่นใจ 'ก้าวไกล' กวาด สส. ทะลุ 160 มุ่งหน้าสู่ทำเนียบรัฐบาล

พิธีกร: นั่นมันโกงเลือกตั้ง 

พิธา : มองโลกในแง่ร้าย ผมอุตส่าห์อนุมาน พี่ยังมายัดใส่ปากผมอีก หรือช่วงหลังๆ ได้ยินว่าเลือกตั้งล่วงหน้า ได้ข่าวมาจากพี่น้องทหารตำรวจให้ไปเลือกตั้งล่วงหน้า ทั้งๆ ที่ไม่ได้อยากเลือกตั้งล่วงหน้า เพราะอะไรและ 7 พ.ค. ถึง 14 พ.ค. ใน 7 วันนั้นหีบเลือกตั้งล่วงหน้าไปอยู่ที่ใคร เราจะรู้ได้หรือไม่ว่าอันไหนคือเลือกตั้งล่วงหน้าเพราะเป็นบัตรโหล อันสุดท้าย อนุมานมาอีกเห็นบอกว่า บัตรสีเขียวกับบัตรสีม่วงข้างบนตรงกลางจะมีเลขที่อยู่ คุณจะต้องบอกล็อตมาว่า พิมพ์ล็อตที่เท่าไหร่เพื่อที่จะให้รู้ว่ามีการสลับไปสลับมาหรือไม่ 

ครั้งนี้ผมเห็นกับตาเพราะมีคนถ่ายรูปส่งมาให้ว่า เล่มที่มีระบุแต่ขีดบังไว้ พอถามไปที่มหาดไทยแล้ว กกต.เขาบอกว่าก็ยังใช้ได้อยู่ อันนี้ก็เป็นแค่อนุมานและเป็นความคิดในแง่ร้าย ซึ่งถ้าหากคุณอนุมานได้หลายรูปแบบคุณจะแก้ปัญหาได้ หากเกิดขึ้นจริงคุณจะมีวิธีที่จะตอบโจทย์ แต่หากไม่ได้อนุมานไว้ก่อน แล้วนี่คือการบริหารการเลือกตั้งและการบริหารประเทศ หากโควิดกลับมาอีกรอบจะเกิดอะไรขึ้น โรคอุบัติใหม่จะแก้อย่างไร สังคมสูงวัยเป็น 1 ใน 3 ซึ่งต้องวางแผน เพราะอย่างที่บอกประสบการณ์ใช้ไม่ค่อยได้

พิธีกร : กังวลหรือไม่กรณีเกมยุบพรรค 

พิธา : ไม่กังวล เพราะ 1) ราคาที่จะต้องจ่ายสูงเกินไปในการที่จะต้องมีการยุบพรรค 2) ในระดับจุลภาคเราไม่ประมาทกับเรื่องนี้ มีทีมทนายในการเตรียมตัว สงกรานต์ไปดูเลยทุกพรรคเห็นใส่เสื้อพรรคไปเล่นสงกรานต์ แต่พรรคผมมีทำอะไรที่เป็นมหรสพหรือไม่ หากเนชั่นเอาออกก็คือเนชั่นลงพื้นที่และถ่าย แต่ไม่มีการประชาสัมพันธ์จากพรรคผม คือไม่มีการตกม้าตาย ไม่มีพลาดด้วยเรื่องเล็กๆ น้อยๆ

บทเรียนมีกองอำนวยการเลือกตั้งของฝ่ายกฎหมายเข้มงวดมาก คุณอย่าไปเอาไม้บรรทัดของพรรคอื่นมาวัดกับพรรคผมว่า พรรคอื่นทำได้และพรรคเราก็เห็นประชาชนมาสนุก มารดน้ำผู้สูงอายุ อยากจะด้วย ไม่ได้ หยุด 

อยากจะถามกลับไปอีกอย่างหนึ่งว่า กรณีที่เกิดการยุบพรรคได้ง่ายแบบนี้หลายๆ ครั้งและฝ่ายประชาธิปไตยก็ไทยรักไทย พลังประชาชน อนาคตใหม่ ประเทศไหนในโลกนี้ที่มีเรื่องแบบนี้เยอะขนาดนี้หรือไม่ ไม่มี คือการที่พรรคการเมืองเกิดขึ้นมาได้โดยประชาชน ก็ต้องตายด้วยประชาชน

คือเขาไม่เลือกแล้ว หมดปัญญา หมดอายุไปแล้ว แต่ถ้าโดนอำนาจนอกเหนือจากที่มาจากประชาชนและยุบได้ ไม่มีประเทศไหนทำ คุยกับทุกประเทศทั้งทูตอเมริกา ถามเขาว่ามีไหม เขาบอกว่า ไม่เคยได้ยิน มีแต่ประเทศนี้เนี่ยแหละ 

Exclusive : 'พิธา' มั่นใจ 'ก้าวไกล' กวาด สส. ทะลุ 160 มุ่งหน้าสู่ทำเนียบรัฐบาล

พิธีกร : หากได้เป็นรัฐบาลจะแก้แน่นอน 

พิธา :ใช่ ผมคิดว่าต้องให้พรรคการเมืองเกิดได้ง่าย และตายได้ยาก  

พิธีกร : จะบอกอะไรกับประชาชนเลือกพรรคก้าวไกลเลือกพิธาเป็นนายกฯ

พิธา : ขอเชิญชวนพ่อแม่พี่น้องทุกท่านทุกการเลือกตั้งคือโอกาสในการสร้างทางการเปลี่ยนแปลงวันที่ 14 พ.ค.นี้ เรามีเลือกตั้งใหญ่กันทั่วประเทศ พรรคก้าวไกลตั้งใจที่จะเข้ามาทำงานทางการเมือง ไม่ได้ต้องการมีตำแหน่ง ไม่ต้องการมีจำนวนรัฐมนตรี แต่ต้องการเข้าสู่อำนาจรัฐที่ต้องการสร้างความเปลี่ยนแปลงที่ทั้งจับต้องได้มีประสิทธิภาพ มีทั้งอุดมการณ์ในการสร้างความเปลี่ยนแปลงให้กับพี่น้องประชาชนผ่านยุทธศาสตร์ที่ชื่อว่า การเมืองดี ปากท้องดี มีอนาคต

การเมืองดีคือ เอาทหารออกจากการเมือง ทำรัฐธรรมนูญใหม่ ปากท้องดีคือ การทำให้สิทธิในการทำอาหารกินเท่าเทียมกันทั้งหมดผ่านการทลายทุนผูกขาดและการช่วยพ่อค้าแม่ขาย SME มีอนาคตคือ การเลือกตั้งผู้ว่าฯ ด้วยตัวของท่านเอง

นี่คือทางรอดของประเทศไทย ไม่ได้เป็นทางเลือก ขอให้ท่านออกไปใช้สิทธิ์ใช้เสียงกันเถอะ วันที่ 14 พ.ค. ก้าวไกลทั้ง 2 ใบ กาก้าวไกลอย่างไม่ต้องลังเล เพื่อให้ประเทศไทยไม่เหมือนเดิม การเมืองดี ปากท้องดี มีอนาคตไปด้วยกัน

…..
รายการเนชั่นสุดสัปดาห์ ดำเนินรายการโดย 3 บก. ประกอบด้วย สมชาย มีเสน รองประธานกรรมการบริหารบริษัท เนชั่น มัลติมีเดีย กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) บากบั่น บุญเลิศ รองประธานกรรมการบริหารบริษัท เนชั่น มัลติมีเดีย กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) และวีระศักดิ์ พงษ์อักษร บรรณาธิการบริหารหนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ

แบ่งเขตเลือกตั้งใหม่ เขต 1 กทม. พรรคเพื่อไทย อาจไม่นอนมา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/547480

24 เม.ย. 2566

แบ่งเขตเลือกตั้งใหม่ เขต 1 กทม. พรรคเพื่อไทย อาจไม่นอนมา

สนามเลือกตั้งเขต 1 กทม. แม้พรรคเพื่อไทย ได้อดีต สส. จากพรรคพลังประชารัฐ แต่ยังไม่ใช่เครื่องชี้วัดว่าจะแบแบอร์

กทม. นับเป็นอีกหนึ่งสนามให้ชวนจับตา เพราะคือตัวแปรสำคัญที่ชี้วัดว่า เพื่อไทยจะแลนด์สไลด์หรือไม่ หรือจะถูกก้าวไกลสกัดจนหน้าคะมำ

สนามเลือกตั้ง กทม.รอบนี้ ถูกแบ่งเขตเลือกตั้งใหม่เป็น 33 เขต เพิ่ม สส.จากการเลือกตั้งปี 62 ขึ้นอีก 3 เก้าอี้ เขตใหญ่เชิงสัญลักษณ์ที่จับตากันมาก คือ เขตเลือกตั้งที่ 1 ประกอบด้วย เขตพระนคร เขตสัมพันธวงศ์ เขตบางรัก เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย และ เขตดุสิต (ยกเว้นแขวงถนนนครไชยศรี) ซึ่งเป็นพื้นที่ใจกลางกรุงเทพฯ และสถานการณ์ร้อนระอุ

เจ้าของเก้าอี้เดิม คือ กานต์กนิษฐ์ แห้วสันตติ จากพลังประชารัฐ เมื่อปี 62 แต่ปัจจุบันได้ย้ายมาสวมเสื้อเพื่อไทย ลงป้องกันแชมป์    สส.กานต์ เริ่มต้นการเมืองด้วยการเป็น ส.ก. มา 2 สมัย ก่อนกระโดดเข้าสู่เวทีระดับชาติในการเลือกตั้งครั้งที่แล้ว และประสบความสำเร็จอย่างรวดเร็วจากฐานเสียงของตนเอง และกระแส เลือกความสงบ จบที่ลุงตู่

รอบนี้กานต์กนิษฐ์ เดินลงพื้นที่ไม่ขาดสาย หลัง กกต.แบ่งเขตเลือกตั้งใหม่ กระทั่งได้เสียงตอบรับจากชาวบ้านมาไม่น้อยเหมือนกัน แต่ศึกครั้งนี้ ต้องมาเจอคู่แข่ง คนรุ่นใหม่ อย่าง สุวดี พันธุ์พานิช จากพรรคไทยสร้างไทย ดีกรีปริญญาเอกด้านสาธารณสุขศาสตร์ จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และเป็นกรรมการบริหาร บริษัท ธนบุรี เฮลท์แคร์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ที่ขออาสามาลงสนามการเมืองระดับชาติแบบเต็มตัว

โดยจะใช้ประสบการณ์ที่เคยได้รับทาบทามให้เข้าเป็นคณะทำงานของยงยุทธ วิชัยดิษฐ อดีตรองนายกฯ ในสมัยรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ด้วยการขอผลักดันนโยบายด้านสาธารณสุข ทั้ง 30 บาทพลัส สุขภาพดีถ้วนหน้า สู่ Well-being Society ใช้เทคโนโลยี AI สร้างสังคมอุดมสุขภาพ ป้องกันก่อนป่วย ดูแลสุขภาพด้วยหมอประจำตัว 24 ชั่วโมง

นโยบายเหล่านี้ คาดหวังว่าจะเป็นหมัดเด็ดขอคะแนนจากคนเขต 1 กทม. เพื่อต่อกรกับแชมป์เก่า

ส่วนพรรคลุงป้อมในฐานะแชมป์เก่าปี 62 ส่ง  สฤษดิ์ ไพรทอง หนุ่มรุ่นใหม่ มาเบียดเก้าอี้จาก เพื่อรักษาพื้นที่ให้ยังอยู่กับพลังประชารัฐตามเดิม ส่วนอีกพรรคที่ห้ามประมาท คือ ก้าวไกล ที่ดันหนุ่มหน้ามลคนรุ่นใหม่ อย่าง บูม ปารเมศ วิทยารักษ์สรรค์ มาเป็นคู่ท้าชิงในนามค่ายสีส้ม

สำหรับพรรคเก่าแก่อย่าง ประชาธิปัตย์ ส่งแชมป์เก่า 3 สมัย เจิมมาศ จึงเลิศศิริ ที่มากประสบการณ์การเมือง แต่พ่ายไปในการเลือกตั้งรอบที่แล้ว กลับมาทวงบัลลังก์คืนให้กับค่ายพระแม่ธรณีบีบมวยผม

เขต 1 เมืองหลวง จึงกลายเป็นสนามช้างชนช้าง ระหว่าง รุ่นใหม่ กับ รุ่นใหญ่ ประสานงา ชิงเก้าอี้ สส.  หลังปิดหีบ 14 พ.ค. จะได้รู้กันว่า หงส์ หรือ มังกร จะก้าวขึ้นโพเดียม เลือกตั้ง66

‘ปชป.’ สู้นโยบาย ‘ธนาคารหมู่บ้าน ชุมชน’ แห่งละ 2 ล้าน ‘กระตุ้นเศรษฐกิจ’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/547478

24 เม.ย. 2566

'ปชป.' สู้นโยบาย 'ธนาคารหมู่บ้าน ชุมชน' แห่งละ 2 ล้าน 'กระตุ้นเศรษฐกิจ'

ทีมเศรษฐกิจประชาธิปัตย์ ชูนโยบาย ‘ธนาคารหมู่บ้าน ชุมชน’ แห่งละ 2 ล้าน ใช้เงิน 1.6 แสนล้านบาท ช่วยเหลือประชาชนเข้าถึงแหล่งทุน ต่อยอดธุรกิจ ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ โปร่งใส ตรวจสอบได้ ไม่มีโกง

ม.ร.ว. ศศิพฤนท์ จันทรทัต อดีตประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า นโยบายธนาคารหมู่บ้าน ชุมชน แห่งละ 2 ล้าน ของพรรคประชาธิปัตย์จะเป็นแหล่งเงินที่สามารถทำให้ประชาชนทั่วทุกภูมิภาค สามารถเข้าถึงง่ายที่สุด ซึ่งจะกระจายลงไปใน 8 หมื่นหมู่บ้านหรือชุมชน ๆ ละ 2 ล้านบาท ใช้เงิน 1.6 แสนล้านบาท

“ เพื่อให้ประชาชนนำเงินไปใช้จ่ายในสิ่งที่จำเป็นไม่ใช่เพื่อการยังชีพแต่เพื่อต่อยอดธุรกิจของตนเอง โดยไม่ต้องมีหลักประกัน จะเป็นการปฏิรูประบบสถาบันการเงินในประเทศไทย ซึ่งจะทำให้ส่วนต่างระหว่างดอกเบี้ยเงินฝากและเงินกู้แคบลง คนที่นำเงินไปฝากจะได้ดอกเบี้ยมากกว่าธนาคารพาณิชย์”

ส่วนคนที่กู้เงินก็สามารถกู้ในอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำกว่า โดยใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วย เช่น ระบบ Application ซึ่งการทำงานจะไม่เหมือนกับธนาคารพาณิชย์ จะเป็น Database ของแต่ละชุมชน สร้างเครือข่ายที่เชื่อมต่อกัน ซึ่งจะเป็นนวัตกรรมทางการเงินที่จะทำให้ฐานการเงิน การคลังเปลี่ยนโฉมหน้าใหม่

ทีมเศรษฐกิจพรรคประชาธิปัตย์ ทีมเศรษฐกิจพรรคประชาธิปัตย์

ทั้งนี้นอกจากการช่วยเหลือทั้งการเงินและโอกาสการเข้าถึงแหล่งทุนในอนาคต และโนฮาวในการทำธุรกิจแล้ว พรรคประชาธิปัตย์จะนำกลไกตลาดเงินมาแก้ไขปัญหาหนี้เสียให้กับพี่น้องเกษตรกร ซึ่งปัจจุบันมีเกษตรกรที่เป็นหนี้สินจากการกู้ยืมเงินกับ ธ.ก.ส. และไม่สามารถบริหารจนกลายเป็นหนี้เสียจำนวนมากโดยพรรคประชาธิปัตย์จะเสนอให้ตั้งบรรษัทบริหารสินทรัพย์ (AMC) เฉพาะสำหรับเกษตรกรไทย ซึ่งขั้นตอนการดำเนินการคือซื้อหนี้เสียออกมาจาก ธ.ก.ส. เพื่อนำหนี้เสียของเกษตรกรมาปรับปรุงโครงสร้างหนี้ใหม่ เช่นเดียวกับหนี้เสียของผู้ประกอบการรายย่อย SME และกลุ่ม Start Up ก็จะใช้โครงสร้างและหลักการเดียวกัน

ดร.พิสิฐ ลี้อาธรรม กล่าวเสริมว่า พรรคประชาธิปัตย์เสนอให้มีธนาคารหมู่บ้าน ชุมชน เพื่อให้ชุมชนและหมู่บ้านตัดสินใจเองได้ แต่จะอยู่ในระบบการควบคุมตรวจสอบ โดยให้ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตรและธนาคารออมสินในชุมชนไปดูแลให้ตาม พ.ร.บ.สถาบันการเงิน จึงเชื่อว่าจะไม่เกิดปัญหาเหมือนโครงการในอดีตจนกลายเป็นหนี้เสีย

ชุมชนเป็นคนดูแลธนาคารหมู่บ้านฯ

นายเกียรติ สิทธีอมร กล่าวว่า ในส่วนนโยบายธนาคารหมู่บ้าน ชุมชน แห่งละ 2 ล้าน ต้องเน้นย้ำให้ชัดเจนว่า ไม่ใช่ธนาคารแห่งประเทศไทยมากำกับดูแล แต่หลักคิดคือ ให้ชุมชนดูแลชุมชน เพราะคนในชุมชนรู้ดีว่าใครน่าเชื่อถือ หรือไม่น่าเชื่อถือ ซึ่งหลักคิดนี้พิสูจน์มาแล้วในหลายประเทศว่าเป็นระบบที่ดีที่สุดในการกำกับดูแลสินเชื่อขนาดเล็ก (Micro Credit) อันนี้เป็นเป้าหมายชัดเจนของพรรคประชาธิปัตย์และเป็นจุดต่างเมื่อเปรียบเทียบกับนโยบายของพรรคการเมืองอื่นๆ

ฐานรากเข้มแข็งจะลดความเหลื่อมล้ำ

ทั้งนี้นายเกียรติ กล่าวย้ำว่า นโยบายของพรรคประชาธิปัตย์ที่ไปดูแลฐานรากให้เข้มแข็งจะลดความเหลื่อมล้ำด้วยตัวโครงการนั้น ๆ เอง แต่ถ้าไปดูนโยบายลักษณะเดียวกันบางพรรคกลับเพิ่มเหลื่อมล้ำ เช่น กรณีที่จะมีการนำเงินงบประมาณไปให้คนที่ไม่จำเป็นต้องช่วย อันนี้เพิ่มความเหลื่อมล้ำทันที

นโยบายปชป.ใช้เงินน้อยได้ผลเยอะ

รวมไปถึงนโยบายของพรรคประชาธิปัตย์จะเน้นใช้เงินน้อย แต่ต้องได้ผลเยอะ เพราะประเทศไทยมีเงินงบประมาณจำกัด เป็นเงินภาษีประชาชน ต้องใช้ด้วยความระมัดระวัง ต้องชัดเจนว่าใครเป็นคนได้ประโยชน์ ไม่ใช่หว่านไปทั่ว ธุรกิจรายเล็กรายน้อย อาชีพอิสระรายเล็กรายน้อย เป็นเป้าหมายสำคัญที่สุด ไม่ใช่ธุรกิจที่ยืนอยู่ได้บนขาตัวเอง เงินทุกบาททุกสตางค์จะลงไปที่กลุ่มของผู้ที่ปัจจุบันไม่สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้

ทั้งนี้ เป็นส่วนหนึ่งของการแถลงข่าว วาระประเทศไทย ครั้งที่ 3 “ปชป.ชูนโยบายกระตุ้น ศก.ไทย โดยไม่เพิ่มหนี้สาธารณะ”จากทีมเศรษฐกิจพรรคประชาธิปัตย์ นำโดย ดร.พิสิฐ ลี้อาธรรม อดีต รมช.กระทรวงการคลัง และประธานคณะกรรมการนโยบายพรรคประชาธิปัตย์ ม.ร.ว. ศศิพฤนท์ จันทรทัต อดีตประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) นายเกียรติ สิทธีอมร อดีตประธานผู้แทนการค้าไทย และประธานคณะกรรมการต่างประเทศ พรรคประชาธิปัตย์ ดร.สามารถ ราชพลสิทธิ์ อดีตรองผู้ว่าฯ กทม. ผู้เชี่ยวชาญด้านคมนาคมขนส่งโครงสร้างพื้นฐาน และโครงการขนาดใหญ่ พร้อมด้วยนางดรุณวรรณ ชาญพิพัฒนชัย รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ และทีมผู้สมัคร สส.แบบบัญชีรายชื่อ ณ ห้องประชุมชั้น 3 พรรคประชาธิปัตย์ อาคาร ม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมช

‘ไพบูลย์’ เตือน ‘สำนักโพล’ ระวังผิดกฎหมายเลือกตั้ง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/547469

24 เม.ย. 2566

'ไพบูลย์' เตือน 'สำนักโพล' ระวังผิดกฎหมายเลือกตั้ง

‘ไพบูลย์’ เตือน ‘สำนักโพล’ สำรวจความเห็นไม่สอดคล้องความเป็นจริง อาจผิด พ.ร.ป.เลือกตั้ง ม.72 ม.73(5) โทษจำคุกสูงสุด 10 ปี ปรับสูงสุด 200,000 บาท

เมื่อวันที่ 24 เม.ย. นายไพบูลย์ นิติตะวัน รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงการสำรวจความคิดเห็นของประชาชนในการเลือกตั้ง หรือ เรียกว่า “โพล” ว่า มีบางสำนักเผยข้อมูลน่าจะไม่สอดรับกับความเป็นจริงในคะแนนนิยมของผู้สมัคร สส. หรือพรรคการเมือง ในฐานะนักกฎหมาย เป็นห่วงว่า สำนักโพลเหล่านั้นอาจจะมีปัญหาข้อกฎหมาย ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2561 มาตรา 72 การสํารวจความคิดเห็นของประชาชน โดยมีเจตนาไม่สุจริต มีลักษณะเป็นการชี้นํา หรือมีผลต่อการตัดสินใจในการลงคะแนนเลือกหรือลงคะแนนไม่เลือกผู้สมัครผู้ใดจะกระทํามิได้

รวมถึงยังเข้าข่ายฝ่าฝืนมาตรา 73 ห้ามมิให้ผู้สมัครหรือผู้ใดกระทําการอย่างหนึ่งอย่างใดเพื่อจูงใจให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ลงคะแนนให้แก่ตนเองหรือผู้สมัครอื่น ให้งดเว้นการลงคะแนนให้แก่ผู้สมัคร หรือการชักชวนให้ไปลงคะแนน ไม่เลือกผู้ใดเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ด้วยวิธีการดังต่อไปนี้

(5) หลอกลวง บังคับ ขู่เข็ญ ใช้อิทธิพลคุกคาม ใส่ร้ายด้วยความเท็จ หรือจูงใจให้เข้าใจผิดในคะแนนนิยมของผู้สมัครหรือพรรคการเมือง

ทั้งนี้ตามมาตรา72และมาตรา 73(5) กฎหมายห้ามมิให้ผู้ใดซึ่งรวมถึงสำนักโพลต่างๆกระทําการอย่างหนึ่งอย่างใดเพื่อจูงใจให้เข้าใจผิดในคะแนนนิยมของผู้สมัครหรือพรรคการเมือง

ดังนั้นหากสำนักโพลใดฝ่าฝืนพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2561 มาตรา 73 (5) จะมีบทลงโทษตามมาตรา159 ต้องระวางโทษจําคุกตั้งแต่หนึ่งปี ถึงสิบปี หรือปรับตั้งแต่ 20,000 บาทถึง 200,000 บาท หรือทั้งจําทั้งปรับ และให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง ของผู้นั้นมีกําหนด 20 ปี

นายไพบูลย์ กล่าวว่า ขอให้สำนักโพลต่างๆระมัดระวังข้อกฎหมายในเรื่องดังกล่าวข้างต้น เพราะเชื่อว่าจะมีผู้มีสิทธิเลือกตั้งไปยื่นคำร้องขอให้ กกต. ตรวจสอบสำนักโพลดังกล่าว ซึ่งสามารถยื่นคำร้องได้จนถึง 30 วันหลังจากวันเลือกตั้ง ก็อาจจะทำให้สำนักโพลบางสำนักอาจมีปัญหาทางกฎหมายได้

ประชานิยม หลายพรรคหลักแสนล้าน ผ่าน กกต. พร้อมเลือกตั้ง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/547468

24 เม.ย. 2566

ประชานิยม หลายพรรคหลักแสนล้าน ผ่าน กกต. พร้อมเลือกตั้ง

รอประชาชนชี้ขาดวันเลือกตั้ง นโยบายประชานิยม หลายพรรคหลักแสนล้านบาท แจง กกต. ตามมาตรา 57 พรป.พรรคการเมืองแล้ว

นโยบายพรรคการเมืองที่ส่งผู้สมัคร สส.แบบบัญชีรายชื่อ ซึ่งต้องใช้จ่ายเงินงบประมาณ และเสนอให้ คณะกรรมการการการเลือกตั้ง พิจารณา ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ.2560 มาตรา 57  มีทั้งสิ้น 67 พรรคการเมือง  หลายพรรคมีนโยบายประชานิยมที่ต้องใช้ งบประมาณ หลักแสนล้านบาทขึ้นไป ยกตัวอย่างเช่น

พรรคภูมิใจไทย

มีนโยบายเงินกู้สำหรับผู้ที่บรรลุ นิติภาวะคนละ 50,000 บาท ต่อปี ผ่อนชำระวันละ150 บาท365 วัน ที่มางบประมาณ จากธนาคารพาณิชย์  ธนาคารรัฐ สถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ โดยมีประชากรที่บรรลุ นิติภาวะ (อายุ 20 ปี ขึ้นไป) ในปี 2566 จำนวน 51.49 ล้านคน ราว 2.6 ล้านล้านบาท โดยจะทำหน้าที่ประสานงาน  จัดหางบประมาณจากสถาบันข้าง ต้น  าดำเนินการตามนโยบายดังกล่าว

พรรคประชาชาติ

นโยบายหลัก ประชาชาติสร้างคน ประชาชนสร้างชาติ รัฐสวัสดิการ จากครรภ์มารดา ถึงเสันชีวิต ประมาณการใช้งบประมาณ 1.3 ล้านล้านบาท ครอบคลุมทุกด้าน โดยมีที่มาของงบประมาณ จากการปฏิรูประบบงบประมาณภายใต้รัฐธรรมนูญมาตรา 140 ตัดงบประมาณส่วนเกิน และเงินนอกงบประมาณ

พรรคไทยสร้างไทย

นโยบายทำให้ประชาชนมีความเป็นอยู่ที่ดีที่สุด ตั้งแต่เกิดจนแก่ ใช้เงินงบประมาณ 1.14 ล้านล้านบาท มีที่มา จาก งบประมาณปกติ การปรับโครงสร้างบประมาณประจำปี  และโยกงบประมาณในส่วนที่เกี่ยวข้อง เช่นเบี้ยผู้สูงอายุ เป็นต้น

นโยบายพรรคพลังประชารัฐนโยบายพรรคพลังประชารัฐ

พรรคพลังประชารัฐ

นโยบายบัตรประชารัฐ(700 บาท) ใช้งบประมาณ 1.3 แสนล้านบาท / แม่ บุตร ธิดา ประชารัฐ 1.7 แสนล้านบาท เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ 5 แสนล้านบาท และกองทุนประชารัฐ (แก้ปัญหาหนี้ มาตราการสินเชื่อ และการลงทุน ) 3 แสนล้านบาท  รวมใช้เงินงบประมาณในส่วนนี้ ราว 1 ล้านล้านบาท  มีที่มาจากการบริหารงบประมาณปกติ และงบประมาณเพิ่มเติม

พรรคก้าวไกล

นโยบายสวัสดิการตั้งแต่เกิด (ของขวัญแรกเกิด ,เงินเดือนเด็กเล็ก) ใช้งบประมาณ 5 หมื่นล้านบาท / สวัสดิการ เติบโต(การศึกษา)ใช้งบประมาณ 4.6 หมื่นล้านบาท  / สวัสดิการทำงาน(ค่าแรงขั้นต่ำ เงินเดือน ) ใช้งบประมาณ 5.6 หมื่นล้นบาท /สวัสดิการ ผู้สูงอายุ (เงินเดือน 3,000 บาท) ดูแลผู้ป่วยติดเตียง ใช้งบประมาณ 5 แสนล้านบาทดูแลทุกช่วงวัยอีก 9.8 หมื่นล้านบาท รวมงบประมาณที่ใช้ด้านสวัสดิการราว 7 แสนล้านบาท มีที่มาจากงบประมาณหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและ การปรับปรุงการจัดเก็บภาษี

นโยบายพรรคเพื่อไทยนโยบายพรรคเพื่อไทย

พรรคเพื่อไทย

นโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ ผ่านกระเป๋าเงินดิจิทัล ของพรรคเพื่อไทย เป็นนโยบายที่ใช้งบประมาณ 5.6 แสนล้านบาท แจ้งที่มาของงบประมาณกับ กกต. ว่าเป็นการใช้งบประมาณปกติ บวกกับการบริหารระบบภาษี

นโยบายพรรคประชาธิปัตย์นโยบายพรรคประชาธิปัตย์

พรรคประชาธิปัตย์

Start up – Sme ต้องมีแต้มต่อ งบประมาณ 3 แสนบ้านบาท ธนาคารหมู่บ้าน-ชุมชน ใช้งบประมาณ 1.6 แสนล้านบาท  รวม4.6 แสนล้านบาท ทั้งสองโครงการใช้เงินนอกงบประมาณ

พรรคเสรีรวมไทย

นโยบาย บำนาญประชาชน 3,000 บาท/เดือน สำหรับประชาชนที่มีอายุ 65 ปีขึ้นไป ใช้งบประมาณ 3 แสนล้านบาท มีที่มาจากการประหยัดงบประมาณและการปราบปรามคอรัปชั่น ไม่มีผลต่อภาระงบประมาณประจำปี

‘เพื่อไทย’ ฉะ กกต. สะเพร่า รูปผู้สมัครสลับพรรคอื่นในบัตรเลือกตั้ง ตปท.

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/547458

24 เม.ย. 2566

'เพื่อไทย' ฉะ กกต. สะเพร่า รูปผู้สมัครสลับพรรคอื่นในบัตรเลือกตั้ง ตปท.

‘เพื่อไทย’ เตรียมยื่น กกต. สอบบัตรเลือกตั้งนอกราชอาณาจักร หลังพบรูปผู้สมัครสลับพรรคอื่น ปชช.สับสน หวั่นลงคะแนนผิด

เมื่อวันที่ 24 เม.ย. นายชนินทร์ รุ่งธนเกียรติ รองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีที่ปรากฏเอกสารประกาศรายชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้ง สส.กทม. เขตเลือกตั้งที่ 11 ซึ่งออกโดยเอกอัคราชทูต ณ กรุงลอนดอน สำหรับการเลือกตั้งนอกราชอาณาจักรผิดพลาด โดยภาพผู้สมัคร สส.พรรคเพื่อไทย สลับกับพรรคอื่นว่า  ขณะนี้ฝ่ายกฎหมายพรรคเพื่อไทย อยู่ระหว่างการจัดเตรียมเอกสารยื่นต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ให้ทำการตรวจสอบและชี้แจงถึงสาเหตุของความผิดพลาดต่อกรณีดังกล่าวว่าเกิดขึ้นจากเหตุใด และแนวทางการรับผิดชอบ

เพราะสร้างความสับสน และอาจนำมาสู่การลงคะแนนผิดได้ รวมถึงสร้างความเสียหายให้กับพรรคเพื่อไทย แม้จะมีการแก้ไขเอกสารดังกล่าวแล้ว แต่ประชาชนที่รับเอกสารไปก่อนยังเกิดความสับสน

รายชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้งรายชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้ง

นายชนินทร์ กล่าวอีกว่า เป็นความสะเพร่าของ กกต. ซึ่งกังวลว่าจะกรณีเช่นนี้ในประเทศใดอีกหรือไม่ จึงขอให้ประชาชนร่วมกันจับตาและตรวจสอบการทำงานหลังจากนี้เป็นต้นไป หากเกิดเหตุพิรุธหรือข้อกังวลใดๆสามารถประสานส่งเรื่องมาที่พรรคเพื่อไทยได้โดยทันที

“พรรคเพื่อไทยขอให้ กกต. ใช้ความรอบคอบในการดำเนินการต่างๆให้มากขึ้น อย่าให้ถูกวิจารณ์ได้ว่ามีเจตนาบิดเบือนเสียงของประชาชน” นายชนินทร์กล่าว

บัตรเลือกตั้งบัตรเลือกตั้งเอกสารประกาศรายชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้งเอกสารประกาศรายชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้งนายชนินทร์ รุ่งธนเกียรตินายชนินทร์ รุ่งธนเกียรติ