‘ช่อ-พรรณิการ์’ ปลื้มคะแนน ‘ก้าวไกล’ มาแรง ใกล้ได้ร่วมจัดตั้งรัฐบาล

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/547363

22 เม.ย. 2566

'ช่อ-พรรณิการ์' ปลื้มคะแนน 'ก้าวไกล' มาแรง ใกล้ได้ร่วมจัดตั้งรัฐบาล

‘ช่อ-พรรณิการ์’ ปลื้มคะแนน ‘ก้าวไกล’ มาแรง แม้เงินทุนมีน้อย เพราะไม่ได้ขอแก๊งสีเทา นายทุน นายพล ขอพลัง ปชช. เจ้าของพรรค ขยันโปรโมทลงโซเชียล เพื่อชัยชนะเลือกตั้ง

เมื่อวันที่ 22 เม.ย. 66 ที่สามย่านมิตรทาวน์ กทม. น.ส.พรรณิการ์ วานิช ผู้ช่วยหาเสียงพรรคก้าวไกลขึ้นปราศรัย ประกาศพรรคก้าวไกลเดินทางมาถึงจุดที่กำลังจะได้ร่วมจัดตั้งรัฐบาล หลังคะแนนนิยมที่เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด 


โดยน.ส.พรรณการ์ กล่าวว่า พรรคก้าวไกลว่าเกิดจากหัวคะแนนธรรมชาติ คือ ประชาชนผู้สนับสนุนพรรค หากย้อนกลับไป 3-4 เดือนก่อน ทุกคนยังเป็นห่วงพรรคก้าวไกลว่าไม่มีป้ายหาเสียง ไม่ค่อยเห็นการรณรงค์หาเสียงของผู้สมัคร นั่นเพราะพรรคก้าวไกลทุนน้อย แต่ช่วงสุดท้ายของการเลือกตั้ง ทำให้ต้องทุ่มทรัพยากรหาเสียงกัน ซึ่งทั้งหมดมาจากการทอดผ้าป่าของประชาชน รับเงินบริจาคจากประชาชนกว่า 12.5 ล้านบาท ในเวลาเพียงแค่ 1 เดือน ถ้าไม่ขอเงินจากประชาชน จะให้ไปขอเงินจากทุนผูกขาด พ่อค้ายาเสพติด หรือนายพลคนไหน พรรคก้าวไกลกำลังทำให้เห็นว่าการเมืองของประชาชน ออกเงินโดยประชาชน ไม่เกรงใจใครนอกจากประชาชนเป็นไปได้จริง

ส่วนคะแนนนิยมพรรคก้าวไกลที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องนั้น น.ส.พรรณิการ์ กล่าวว่า 3 เดือนที่แล้ว มีแต่คนบอกว่าภายใต้ระบบเลือกตั้งนี้พรรคก้าวไกลเป็นไปไม่ได้ แต่ในวันนี้โพลสำนักต่างๆ คะแนนนิยมของพรรคก้าวไกลเพิ่มสูงขึ้นมาก ไม่ว่าจะเป็นเนชั่นโพลพรรคก้าวไกลมีคะแนนนิยม 23.5%, มติชน-เดลินิวส์โพลจัดอันดับให้นายกอันดับหนึ่งในใจประชาชนคือพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ เฉลี่ยแล้วทุกโพลพรรคก้าวไกลมีคะแนนเฉลี่ย 21% ในวันนี้พรรคก้าวไกลมาไกลกว่าพรรคอนาคตใหม่ เพราะวันที่พรรคอนาคตใหม่ชนะการเลือกตั้งมีคะแนนนิยมในโพล 17%

“พวกเขายุบพรรคเรา พวกเขาตัดสิทธิ์ธนาธร ปิยบุตร พรรณิการ์ เพื่อที่จะได้พรรคก้าวไกลที่เติบโตทะลุเพดานยิ่งกว่าสมัยอนาคตใหม่ พวกเรายิ่งทุบยิ่งหวาน ยิ่งทุบยิ่งโต ยิ่งกระทืบจมดิน ยิ่งเติบโต เป็นต้นไม้ที่เราปลูกร่วมกันคือพรรคก้าวไกล” พรรณิการ์กล่าว

ช่อ-พรรณิการ์ช่อ-พรรณิการ์

น.ส.พรรณการ์ ระบุว่า วันนี้ทุกกระแสบอกพรรคก้าวไกลโตพร้อมแล้วสำหรับการเปลี่ยนแปลง วันนี้เปิดเข้าไปในแอพพลิเคชันติ๊กต๊อกเจอแต่พรรคก้าวไกล ซึ่งเราไม่มีปัญญาทำคลิปวีดีโอเป็นเป็นหมื่นเป็นแสนคลิปที่อยู่ในโลกออนไลน์ ทั้งหมดรวมแล้วจะเป็นฝีมือของหัวคะแนนก้าวไกล ที่เป็นพรรคที่มีหัวคะแนนเยอะที่สุดในประเทศไทย เพราะเป็นหัวคะแนนธรรมชาติที่เกิดจากประชาชน ในหนึ่งวันที่ทำ 1 คลิป 1 สตอรี่ 1 โพสต์ สื่อสารนโยบายของพรรคก้าวไกล คะแนนพักทำงานหนักขนาดนี้จะไม่ชนะเลือกตั้งได้อย่างไร นี่คือการเมืองที่สนุกสนาน สร้างสรรค์ เราไม่จำเป็นต้องไปใส่ร้ายพูดให้ร้ายใคร เพราะประชาชนเห็นตำตามาตลอด 8 ปีอยู่แล้ว

วันนี้ 8 ปีที่แล้ว มีคนตราหน้าอนาคตใหม่ว่าเป็นไปไม่ได้ มาวันนี้พรรคก้าวไกล คือ พรรคที่ประชาชนยอมจ่ายเงินเพื่อที่จะไปหาเสียง เวลาป้ายหาเสียงโดนพ่นสเปรย์สีใส่ มีพี่วินมอเตอร์ไซค์จอดเพื่อเช็ดป้ายให้คนเห็นหน้าพิธาชัดๆ วันนี้พรรคไกลเดินทางมาถึงจุดที่เรากำลังจะได้ร่วมจัดตั้งรัฐบาล ไม่ใช่ด้วยพิธา ไม่ใช่ด้วยผู้สมัคร สส.เขต แต่ด้วยหัวคะแนนธรรมชาติทุกคนที่ทำงานทุกวันเพื่อพรรคการเมืองอันเป็นที่รักของเรา

“ขอแรงประชาชนหัวคะแนนธรรมชาติพรรคก้าวไกลว่า อีก 22 วัน เรากำลังจะเข้าสู่การเลือกตั้งขอให้หัวคะแนนธรรมชาติทุกท่าน เพิ่มความแข็งขันเพิ่มการผลิต tiktok เพิ่มความขยันเปลี่ยนสตอรี่ ขอให้ทุกท่านช่วยกันเปลี่ยนคะแนนนิยมจาก 21% ให้ทะลุ 31% เพื่อชนะและเพื่อเป็นรัฐบาล ไม่ใช่เพื่อให้คน 400 คนที่ได้เป็น สส. เขต เพื่อให้คน 100 คน ได้เป็น สส. บัญชีรายชื่อ แต่วันนี้เราทำงานร่วมกันเพื่อพิสูจน์ว่าพรรคก้าวไกล คือ พรรคที่จำเป็นต้องมีอยู่และจะมีอยู่อย่างยั่งยืนถาวรตลอดกาลในการเมืองไทย” พรรณิการ์กล่าว

พรรคก้าวไกลปราศรัยสามย่านมิตรทาวน์พรรคก้าวไกลปราศรัยสามย่านมิตรทาวน์

เนชั่นดีเบต : พปชร. ลั่นลดค่าไฟ 2.50 บาท ชู ‘ลุงป้อม’ เป็นนายกฯก้าวความขัดแย้ง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/547366

22 เม.ย. 2566

เนชั่นดีเบต : พปชร. ลั่นลดค่าไฟ 2.50 บาท ชู 'ลุงป้อม' เป็นนายกฯก้าวความขัดแย้ง

ชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ลั่นจะลดค่าไฟ 2.50 บาท มั่นใจ ลุงป้อมจะเป็นนายกฯที่พาก้าวความขัดแย้ง ขุดสารพัดนโยบายแจกและดูแล เชื่อคนไทยจะมีความสุข

นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ กล่าวบนเวทีดีเบตเครือเนชั่น เวทีดีเบตภาคเหนือกับนโยบายที่กินได้ ที่จ.นครสวรรค์ ว่า นโยบายพรรคพลังประชารัฐ หากได้เป็นรัฐบาล พล.อ.ประวิตร ได้เป็นนายกรัฐมนตรี ประกอบด้วย บัตรประชารัฐ 700 บาทต่อเดือน เบี้ยสูงอายุเพิ่มให้ 60 ปี รับ 3 พันบาทต่อเดือน 70ปี รับ 4 พันบาทต่อเดือน อายุ 80 ปีขึ้นไปรับ 5 พันบาทต่อเดือน ลดค่าไฟบ้าน 2.50 บาทต่อหน่วย อุตสาหกรรม 2.70 บาทต่อหน่วย และจะทำให้ราคาน้ำมันลดลง นโยบายที่บอกเป็นนโยบายเร่งด่วน หวังช่วยเหลือประชาชน

“แนวทางการทำงานของรัฐบาลที่จะเกิดหลังเลือกตั้งพล.อ.ประวิตร ได้พูดนโยบาย ก้าวข้ามความขัดแย้ง วันนี้สังคมแบ่งเป็นทั้ง ซ้ายจัด ขวาจัด สังคมทำไมต้องแบ่งฝ่าย ทำไมต้องเลือกจะจับมือกับใคร รัฐบาลที่มีพล.อ.ประวิตร เป็นนายกฯ ประสานได้ทุกฝ่าย คิดต่างได้แต่ต้องทำงานด้วยกันได้ ต้องก้าวข้ามความขัดแย้ง จะทำให้เกิดความสงบสุข เกิดความเชื่อมั่น การค้าการขายก็จะเดินหน้าไปได้ ปัญหาที่เกิดทั้งเรื่องพลังงาน ความยากจน”

เนชั่นดีเบต : พปชร. ลั่นลดค่าไฟ 2.50 บาท ชู 'ลุงป้อม' เป็นนายกฯก้าวความขัดแย้ง

ชมดีเบตสดๆ คลิก

นอกจากนี้เราจะปรับโครงสร้างราคาพลังงาน เพื่อช่วยเหลือประชาชน เรื่องความยากจน ประชาชนยังขาดเงินทุน เราจึงจะจัดเงินสนับสนุนให้คนละ 3 หมื่นบาท เพื่อให้ก้าวข้ามความยากจนให้ได้ มีกองทุนพลังประชารัฐกว่า 3 แสนล้านบาท ดูแลเอสเอ็มอี สตาร์ทอัพ ธุรกิจใหม่ๆที่ยังขาดเงินทุน เมื่อเลือกตั้งแล้ว ต้องได้รัฐบาลที่พร้อมทำงานให้ประชาชน ทำให้คนไทยอยู่อย่างมีความสุข โดยไม่ขัดแย้ง

เนชั่นดีเบต : พปชร. ลั่นลดค่าไฟ 2.50 บาท ชู 'ลุงป้อม' เป็นนายกฯก้าวความขัดแย้ง

เนชั่นดีเบต : เพื่อไทย ลุยแก้รธน. ลั่น ปิดกัญชาเสรี-ยกเลิกเกณฑ์ทหาร

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/547365

22 เม.ย. 2566

เนชั่นดีเบต : เพื่อไทย ลุยแก้รธน. ลั่น ปิดกัญชาเสรี-ยกเลิกเกณฑ์ทหาร

‘จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์’ จัดหนักประเทศไทยโดนแช่แข็ง 8 ปี ชี้เพื่อไทยจะมาปลดล็อคสู้ความยากจน เดินหน้าแก้รธน. ปิดกัญชาเสรี และยกเลิกเกณฑ์ทหาร ชี้ต้องเกิดจากการสมัครใจ

นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ผู้สมัคร ส.ส.เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย กล่าว บนเวทีดีเบตเครือเนชั่น เวทีดีเบตภาคเหนือกับนโยบายที่กินได้ ที่จ.นครสวรรค์ ว่า ประเทศถูกแช่แข็ง มา 8 ปี ศัตรูของพรรคเพื่อไทยคือความยากจน และแก้ปัญหาการเมือง เราจะเดินหน้าร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ผ่านส.ส.ร. พร้อมแก้ไขกรอบยุทธศาตร์ชาติ 20 ปี

ด้านสังคม เราจะแก้ไขปัญหายาเสพติดที่มีราคาถูก และปิดปัญหาการเปิดเสรีกัญชา เราจะเดินหน้าสร้างสังคมเท่าเทียม พร้อมแก้ไขปัญหาฝุ่น ผ่านพ.ร.บ.อากาศสะอาด โดยมีกลไกภาษี ผลักดันภาระรับผิดชอบให้อุตสาหกรรมรายใหญ่ ซึ่งขายอาหารสัตว์ให้ต่างชาติหลายแสนล้านบาท

นอกจากนี้เราจะแก้เรื่องการเกณฑ์ทหารเป็นระบบสมัครใจ หากกองทัพต้องการกำลังพลเพิ่ม ต้องทำสวัสดิการให้ดี เพื่อให้ประชาชนตัดสินใจเข้าสู่กองทัพด้วยตัวเอง

เนชั่นดีเบต : เพื่อไทย ลุยแก้รธน. ลั่น ปิดกัญชาเสรี-ยกเลิกเกณฑ์ทหาร

ชมดีเบตสดๆ คลิก

ด้านเศรษฐกิจ หลายปีที่ผ่านมาประเทศไทยมีจีดีพีโตเพียง 2% แต่พรรคเพื่อไทยจะทำให้จีดีพีโตร้อยละ 5 ต่อปี และเกลี่ยรายได้ที่มากขึ้นให้กับประชาชนอย่างเท่าเทียม

เราจะพักหนี้เกษตรกร 3 ปี โดยภายใน 4 ปี รายได้เกษตรกรจะมีมากขึ้นกว่า 3 เท่า เพื่อให้พี่น้องเกษตรกรลืมตาอ้าปากได้

เนชั่นดีเบต : ชาติพัฒนากล้า ลั่นทำให้ค่าไฟถูกลงทันที ถ้าได้เป็นรัฐบาล

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/547364

22 เม.ย. 2566

เนชั่นดีเบต : ชาติพัฒนากล้า ลั่นทำให้ค่าไฟถูกลงทันที ถ้าได้เป็นรัฐบาล

“อรรถวิชญ์ สุวรรณภักดี รองหัวหน้าพรรคชาติพัฒนากล้า” ลั่นบนเวทีดีเบตเครือเนชั่น ที่จ.นครสวรรค์ จะทำให้ค่าไฟถูกลงทันที 93 สตางค์ถ้าได้เป็นรัฐบาล

นายอรรถวิชญ์ สุวรรณภักดี รองหัวหน้าพรรคชาติพัฒนากล้า กล่าวบนเวทีดีเบตเครือเนชั่น เวทีดีเบตภาคเหนือกับนโยบายที่กินได้ ที่จ.นครสวรรค์ว่า นโยบายสำคัญตอนนี้คือ ของแพง และมีเรื่องของพลังงาน ค่าไฟแพง เพราะเราตั้งสำรองไฟเกิน ใครเป็นคนเซ็นสัญญา 5000 เมกะวัตต์ อยู่ยุครัฐบาลยิ่งลักษณ์ และคนที่สองคือ พล.อ.ประยุทธ์ ที่เซ็นก่อนยุบสภาให้ไปอีก 2 ที่ ให้กับบริษัทใหญ่

พรรคชาติพัฒนากล้า เรายืนยันว่าค่าเอฟที 93 สตางค์จะลดลงทันที เพราะก๊าซธรรมชาติในอ่าวไทยลงแล้ว กฟผ.อย่าผลักภาระให้ประชาชน เราจะทำโครงการโซล่าร์รูฟท็อป ดอกเบี้ยและภาษีเป็นศูนย์ ประชาชนยังขายไฟให้กับภาครัฐได้ด้วย

วันนี้ที่เอกชนรวย เพราะหลายรัฐบาลไม่สนับสนุนโรงไฟฟ้าแสงอาทิตย์ เราไม่เคยรู้เลย เราผลิตไฟได้เท่าไหร่ รัฐบาลในอดีตเป็นต้นเหตุมาถึงวันนี้ ถ้าทำโซล่าร์รูฟท็อป ดูศักยภาพประชาชนผลิตได้เท่าไหร่ เพียงเท่านี้ ราคาค่าไฟก็ถูกลง

เนชั่นดีเบต : ชาติพัฒนากล้า ลั่นทำให้ค่าไฟถูกลงทันที ถ้าได้เป็นรัฐบาล

ชมถ่ายทอดสด คลิก

ส่วนเรื่องเกษตร ต้องปรับรูปแบบสหกรณ์ให้เข้มแข็งขึ้น อยากให้สหกรณ์แปรรูปใหม่ เข้าตลาดหลักทรัพย์ได้ ซึ่งเกิดขึ้นแล้วที่ นิวซีแลนด์ ขอฝากบอกพี่น้องชาวภาคเหนือ เราไม่ขายข้าวเป็นวัตถุดิบอย่างเดียว จะให้ขายข้าวได้ในราคาที่แพงขึ้น

‘ไทยสร้างไทย’ ชวนลงชื่อฟ้อง ‘ค่าไฟแพง’ เอื้อประโยชน์ให้เอกชน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/547358

22 เม.ย. 2566

'ไทยสร้างไทย' ชวนลงชื่อฟ้อง 'ค่าไฟแพง' เอื้อประโยชน์ให้เอกชน

‘ไทยสร้างไทย’ ชวนร่วมลงชื่อฟ้อง ‘ค่าไฟแพง’ ภาครัฐที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ชี้เอื้อประโยชน์ให้เอกชน ทำสัญญาสร้างโรงไฟฟ้าผลิตเกิน 60% ปชช.รับเคราะห์เสียส่วนเกิน 26,000 ล้านบาท/ปี 

เมื่อวันที่ 22 เม.ย. คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ หัวหน้าพรรคไทยสร้างไทยและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี เบอร์ 32 พร้อมด้วย น.ต.ศิธา ทิวารี แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี , นายรณกาจ ชินสำราญ คณะทำงานด้านเศรษฐกิจ , นายนรุตม์ชัย บุนนาค ผู้สมัคร ส.ส.บางคอแหลม-ยานนาวา ร่วมกันเชิญชวนประชาชนลงชื่อ (ลิงค์ด้านล่าง) “ฟ้องค่าไฟแพง” กับผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด โดยให้ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลางวินิจฉัยว่าเป็นการกระทำทุจริตหรือไม่ และเป็นสาเหตุที่ทำให้ประชาชนต้องจ่ายค่าไฟฟ้าที่ไม่ได้ใช้จริงให้เอกชน 0.7 บาท/หน่วย โดยที่เอกชนไม่ได้ผลิตไฟฟ้าแม้แต่หน่วยเดียว


หลังประชาชนต้องประสบปัญหาค่าไฟแพง เนื่องจากรัฐทำสัญญาให้เอกชนสร้างโรงไฟฟ้าเกินความจำเป็นถึงเกือบ 60% ทำให้ประชาชนต้องจ่ายค่าไฟสูงเกินความเป็นจริง ทั้งที่เอกชนเจ้าของโรงไฟฟ้าไม่ต้องผลิตไฟแม้แต่ 1 MW. ซึ่งฟ้องครั้งนี้เป็นความผิด ฐาน “สร้างความเสียหายจากการดำเนินนโยบายที่ส่อไปในทางเอื้อประโยชน์ให้กับเอกชน”  มองว่า สัญญาระหว่างรัฐกับเอกชนเจ้าของโรงไฟฟ้า น่าจะส่อไปในทางเอื้อผลประโยชน์ให้เอกชน เพราะความต้องการใช้ไฟฟ้าจริงอยู่ที่ 33,000 เมกะวัตต์ แต่กลับอนุมัติให้สร้างโรงไฟฟ้าเพื่อผลิตไฟฟ้าสูงถึง 54,000 เมกะวัตต์ เกินความจำเป็นเกือบ 60% ทำให้คนไทยต้องจ่ายค่าไฟส่วนเกิน 26,000 ล้านบาท/ปี 

คุณหญิงสุดารัตน์ และ นายนรุตม์ชัยคุณหญิงสุดารัตน์ และ นายนรุตม์ชัย

ทั้งนี้หากพรรคไทยสร้างไทยได้เป็นรัฐบาล มีแนวทางปรับลดค่าไฟฟ้าให้เป็นธรรม ไม่เกิน 3.50 บาท/หน่วย ด้วย 3 ขั้นตอนดังนี้

1.  ปรับค่า FT ลดค่าพร้อมจ่าย (AP) 0.70 บาท/หน่วย และลดค่าประกันความร้อน (EP)  0.30 บาท/หน่วยทันที  จะสามารถลดค่าไฟฟ้า 1 บาท/หน่วย และจะเปลี่ยนนโยบายการจัดสรรแก๊ส LNG เพื่อให้มาใช้ผลิตไฟฟ้าให้ประชาชนก่อน เพื่อลดต้นทุนค่าไฟ 

2. เจรจากับเอกชนที่รับสัญญาโรงไฟฟ้าเก่าใกล้ปลดระวาง ให้ดำเนินการปลดระวางเร็วขึ้น โรงไฟฟ้าใหม่ ที่ยังไม่จ่ายไฟฟ้าเข้าระบบเชิงพาณิชย์ หรือ COD ให้ชะลอเวลา COD ออกไปก่อน ส่วนที่รับสัญญาไปแล้วแต่ยังไม่สร้างให้ชะลอการสร้างออกไป และที่สำคัญต้องหยุดการให้สัมปทานโรงไฟฟ้าใหม่กับเอกชนรายใหญ่

เพิ่มสัดส่วนการรับซื้อไฟฟ้าจากต่างประเทศ 30-40% เช่น การรับซื้อไฟฟ้าจาก สปป.ลาว ในรูปแบบรัฐต่อรัฐ (G to G) เพราะราคาถูกเพียง 2.89 บาท/หน่วย สามารถใช้ได้ถึงกรุงเทพฯ โดยมีเงื่อนไขต้องไม่ใช่ไฟฟ้าที่มาจากเขื่อนกั้นแม่น้ำโขง

3. สนับสนุนให้เกิดโรงไฟฟ้าชุมชนอย่างจริงจัง เป็นพลังงานสะอาด เช่น แสงแดด ลม,ขยะ อย่างเต็มที่ บริหารจัดการอย่างโปร่งใส รวมถึงสนับสนุนการติดแผงโซลาร์เซลล์ ให้บ้านประชาชน โดยรัฐอุดหนุน ทำให้ประชาชนได้ใช้ไฟฟ้าฟรีบางส่วน ลดค่าใช้จ่าย  เพราะทุกวันนี้เป็นการจัดสรรทรัพยากรแบบคอร์รับชั่นเชิงนโยบายแบบบูรณาการณ์ ให้นายทุนทั้งสิ้น บนความทุกข์ยากและยากจนของประชาชน 

น.ต.ศิธา ทิวารี น.ต.ศิธา ทิวารี

สำหรับการฟ้องจะดำเนินการกับหน่วยงานภาครัฐ ใน 3ส่วน คือ 
1. สร้างความเสียหายจากการดำเนินนโยบายที่ผิดพลาด ด้วยการให้เอกชนทำสัญญาสัมปทาน ผลิตไฟฟ้ามากเกินความจำเป็นเป็นจำนวนมาก เป็นเหตุให้ประชาชนต้องจ่ายค่าไฟฟ้าแพงกว่าที่ควรเป็น
2. การจัดสรรก๊าซธรรมชาติจากอ่าวไทยซึ่งมีต้นทุนถูก ไปให้กับเอกชนไปใช้ในการผลิตสินค้าอื่น ส่งผลให้ต้องนำเข้า LNG จากต่างประเทศทดแทน ทำให้ต้นทุนการผลิตแพงกว่าถึง 5เท่า อันเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้ค่าไฟแพง ซึ่งขัดต่อรัฐธรรมนูญมาตรา 43 และมาตรา 57 
3. ขอให้ศาลมีคำสั่งคุ้มครอง ในส่วนข้อตกลงกับเอกชน ในการสร้างโรงไฟฟ้าที่ยังไม่จำเป็น (ดีมานด์ทิพย์) ให้พักการดำเนินการไว้ก่อน จนกว่าประเทศจะมีความต้องการจริง ในการใช้พลังงานเพิ่มเติม 

ลงชื่อ “ฟ้องค่าไฟแพง” ได้ที่ https://forms.gle/gWm2AoZbZP1Dwtj59

ไทยสร้างไทย เชิญลงชื่อฟ้องค่าไฟแพงไทยสร้างไทย เชิญลงชื่อฟ้องค่าไฟแพง

‘สุชาติ’ ยกนโยบาย ‘แรงงาน’ สู้ศึกเลือกตั้ง66

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/547354

22 เม.ย. 2566

'สุชาติ' ยกนโยบาย 'แรงงาน' สู้ศึกเลือกตั้ง66

‘สุชาติ’ ขึ้นปราศรัยเวทีชลบุรี ชูนโยบายเกี่ยวกับแรงงาน ชนะเลือกตั้ง66 ดัน พ.ร.บ.ประกันสังคม 3 ขอ คืนเงินชราภาพผู้ประกันตน เพิ่มเงินเลี้ยงดูบุตร 1,000 บาท เสนอโรงพยาบาลประกันสังคม

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 21 เมษายน 2566 ที่ทำการพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) จ.ชลบุรี นายสุชาติ ชมกลิ่น รองหัวหน้าพรรค นำทีมผู้สมัคร สส.ชลบุรี ทั้ง 10 ขึ้นเวทีปราศรัยประกาศจะทำเพื่อผู้ใช้แรงงานและพี่น้องประชาชนเมื่อกลับมาเป็นรัฐบาลอีกครั้ง โดยเฉพาะผลักดัน พ.ร.บ.ประกันสังคม 3 ขอ ให้แล้วเสร็จ เพื่อให้สามารถคืนเงินชราภาพผู้ประกันตนมาตรา 33 และมาตรา 39 จำนวน 30 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งเงินในส่วนนี้ไม่ใช่เงินของรัฐบาล แต่เป็นเงินของกองทุนประกันสังคม ให้ผู้ประกันตนได้นำไปใช้ก่อนได้ เพิ่มเงินชราภาพ อายุ 55 ปี เป็น 10,000 บาท 

รวมทั้งปรับเพิ่มเงินเลี้ยงดูบุตร จากเด็กแรกเกิ ดจนถึง 6 ขวบ จากเดิม 800 ปรับเป็น 1,000 บาท ผู้ประกันตนมีประมาณ 12 ล้านคน ตนจะเสนอให้มีโรงพยาบาลประกันสังคม เพื่อรักษาดูแลผู้ประกันตนยามเจ็บป่วย เป็นความภาคภูมิใจของผู้ใช้แรงงาน ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นนโยบายที่คิดไว้ทั้งหมดแล้วเพื่อสร้างรากฐานความมั่นคงให้กับพี่น้องผู้ใช้แรงงาน 

นายสุชาติ ชมกลิ่นนายสุชาติ ชมกลิ่น

นายสุชาติ กล่าวถึงผลงานก่อนหน้านี้ในช่วงที่เกิดโควิด -19 ระบาดในปี 2563 ตนและทีมงานเฮ้งพึ่งได้ ลงพื้นที่ร่วมฉีดพ่นยา สเปรย์ฆ่าเชื้อโควิดและมอบสิ่งของเครื่องอุปโภคบริโภค โดยไม่เกรงกลัว คิดเพียงอย่างเดียว ถ้าไม่ลงไปช่วยแล้วพี่น้องประชาชนจะพึ่งใคร ซึ่งตนเข้ามาเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานในช่วงที่โควิดกำลังระบาด สิ่งที่คิดอยู่ตลอดเวลาว่าทำอย่างไรให้ผู้ใช้แรงงานไม่ต้องถูกเลิกจ้าง ทำอย่างไรไม่ให้คนตกงาน 
ซึ่งเป็นโจทย์ที่ท้าทายของรัฐมนตรีแรงงาน แต่รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีก็สามารถนำพาประเทศให้รอดพ้นจากโควิด-19 มาได้ โดยมีผลงานมากมายดังนี้
-ขอวัคซีนโควิดจากกระทรวงสาธารณสุข เพื่อนำไปฉีดให้กับผู้ใช้แรงงานในสถานประกอบการ เพื่อได้ออกไปทำงานได้ไม่นำเชื้อโควิดมาติดคนที่บ้าน จึงเกิดวัคซีนมาตรา 33 ขึ้นมา ทั่วโลกไม่มีกระทรวงแรงงานใดนำวัคซีนมาฉีดในโรงงานมีเพียงประเทศไทยประเทศเดียวที่ได้ทำ 
-เปิดจุดตรวจคัดกรองโควิดแบบ RT-PCR 100 เปอร์เซ็นต์ เช่น ที่สนามไทย – ญี่ปุ่น ดินแดง เมื่อตรวจพบเชื้อจะนำไปรักษาที่ Hospitel ที่สำนักงานประกันสังคมเช่าโรงแรมกว่า 50,000 ห้อง 
-เยียวยานายจ้างและผู้ประกันตนในพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด เนื่องจากสถานประกอบกิจการปิดชั่วคราว เช่น ห้างสรรพสินค้า แคมป์คนงาน แต่ไม่ปิดโรงงานทำให้ภาคธุรกิจส่งออกสามารถรักษาการจ้างงานต่อไปได้ จนประเทศไทยสามารถชิงส่วนแบ่งการตลาดจากประเทศเพื่อนบ้านที่ซัพพลายเชนปิดได้ โดยบริษัทยานยนต์หลายแห่งได้จ่ายโบนัสให้พนักงานสูงสุดถึง 8.5 เท่า ซึ่งเป็นผลพวงจากโครงการแฟคทอรี่แซนบ็อก 

ลดเงินสมทบให้แก่ผู้ประกันตนเพื่อรักษาการจ้างงาน 12 ล้านคน รักษาธุรกิจให้สามารถเดินหน้าต่อไปได้ 
-จ่ายเงินเยียวยาผู้ประกันตนมาตรา 40 เฉพาะที่จังหวัดชลบุรี กว่า 7 แสนคน คนละ 10,000 บาท คิดเป็นเม็ดเงินกว่า 7,000 ล้านบาท 
-รัฐบาลให้เงิน SME หัวละ 3,000 บาท
-สามารถรักษาการจ้างงานไว้ 5.5 ล้านคน 
ขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ ตามระบบไตรภาคี
-เปิดตลาดส่งออกแรงงานไปทำงานในซาอุอาระเบียในรอบ 32 ปี

นายสุชาติ ยืนยันว่า ไม่ว่าจะพรรคการเมืองใด ใครจะมาเป็นรัฐบาลก็ขอให้ทำเพื่อประชาชน ขอให้เป็นผู้รับใช้ประชาชน ตนยินดีทุกคนที่จะมาร่วมอุดมการณ์เสียสละทำงานเพื่อพี่น้องประชาชนด้วยกัน ขอให้มองประชาชนเป็นเจ้านาย 

อย่างไรก็ตามพรุ่งนี้ (22 เม.ย.) นายสุชาติและทีมงานจะลงพื้นที่เดินสายไปพบปะกับชาว อ.พานทอง จ.ชลบุรี 

ชาวชลบุรีฟังปราศรับพรรครวมไทยสร้างชาติชาวชลบุรีฟังปราศรับพรรครวมไทยสร้างชาติ

‘เศรษฐา’ ขอแรงชาวเพชรบูรณ์เลือก ‘เพื่อไทย’ เข้ามาแก้ปัญหาค่าน้ำ-ไฟ-น้ำมัน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/547351

22 เม.ย. 2566

'เศรษฐา' ขอแรงชาวเพชรบูรณ์เลือก 'เพื่อไทย' เข้ามาแก้ปัญหาค่าน้ำ-ไฟ-น้ำมัน

‘เศรษฐา’ ปราศรัยเวที จ.เพชรบูรณ์ ขอคะแนนเลือก ‘เพื่อไทย’ เข้ามาแก้ปัญหาเศรษฐกิจและยาเสพติด ย้ำอย่าให้ใครแอบอ้าง พรรคพี่ พรรคน้อง

เมื่อวันที่ 22 เม.ย. 2566 นายเศรษฐา ทวีสิน แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย และประธานที่ปรึกษาหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย นายจาตุรนต์ ฉายแสง กรรมการยุทธศาสตร์ พรรคเพื่อไทย และผู้สมัคร สส.ระบบบัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทย นายสุทิน คลังแสง  รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทยและผู้สมัคร สส.ระบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ผู้อำนวยการครอบครัวเพื่อไทย พร้อมด้วย ผู้สมัคร สส.เพชรบูรณ์ ได้แก่ สุทัศน์ จันทร์แสงศรี ผู้สมัคร ส.ส.เพชรบูรณ์ เบอร์ 5 นายชัยณรงค์ สืบสุรีย์กุล สส.เพชรบูรณ์ เบอร์ 8 , นายจำเนียร โฉมงาม สส.เพชรบูรณ์ เบอร์ 1 , นายทวีศักดิ์ อนรรฆพันธ์ เบอร์ 7 สส.เพชรบูรณ์, นายสุประวีย์ อนรรฆพันธ์  ผู้สมัคร สส.เพชรบูรณ์ เบอร์ 7 , นายเกรียงไกร ปานสีทอง ผู้สมัคร  สส.เพชรบูรณ์ เบอร์ 5 ลงพื้นที่ปราศรัยที่โรงเรียนวิทยานุกูลนารี อ.เมือง จ.เพชรบูรณ์

นายเศรษฐา เปิดเผยว่า ยอมรับไม่ได้ที่ขณะนี้ค่าไฟแพง ทำให้รายจ่ายของพี่น้องประชาชนสูงขึ้น วันนี้นายพิชัย นริพทะพันธุ์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เข้ามารับฟังปัญหาที่นี่ ถ้าพรรคเพื่อไทยเป็นรัฐบาลเราจะจัดการเรื่องค่าน้ำ ค่าไฟค่าน้ำมัน และค่าน้ำมันดีเซล ต้องต่ำกว่า 30 บาทต่อลิตร ซึ่งมองว่าพรรคร่วมรัฐบาลปัจจุบันนี้ ระดมหาเสียง จะทำให้ ค่าน้ำ-ค่าไฟ ถูกลง แต่เหตุใดจึงมาพูด เหตุใดไม่ทำในตอนนี้ รัฐบาลบริหารจัดการมา 8 ปี ถึงเวลาแล้วที่ต้องเปลี่ยนแปลงเพราะทำไม่ได้  ไม่มีความสามารถในการจัดการ ถึงเวลาแล้วที่พรรคเพื่อไทยต้องเข้ามาจัดการปัญหานี้ 

 นายเศรษฐา ทวีสินนายเศรษฐา ทวีสิน

ส่วนราคาเกษตร ในสมัยรัฐบาลนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ราคายางกิโลกรัมละ 80-100 บาทได้ พรรคเพื่อไทยมีแนวคิดเรื่องการตลาดนำ นวัตกรรมเสริม แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทยทั้ง 3 คนจะเดินทางออกไปทั่วโลกเพื่อเอาสินค้าดี ๆ ของพี่น้องประชาชนออกไปขยายตลาดทำให้ราคาดีขึ้น นวัตกรรมต่างๆที่เรามาช่วยเสริม เช่น ปุ๋ยเคมีจะทดแทนด้วยปุ๋ยอินทรีย์ ทำให้รายจ่ายต่ำลง และรายได้สุทธิสูงขึ้น เราเชื่อมั่นว่ารายได้เกษตรกรต่อปีจะเพิ่มขึ้น 3 เท่าและราคาค่าแรงขั้นต่ำ จะเพิ่มขึ้น 600 บาท เงินเดือนปริญญาตรี 25,000 บาท ภายใน 4 ปี พรรคเพื่อไทย คิดใหญ่ ทำเป็น เราทำได้ 

นายเศรษฐา ยืนยันว่า ตั้งแต่พรรคไทยรักไทย พรรคพลังประชาชน พรรคเพื่อไทย นำนโยบายดีๆมานำเสนอให้พี่น้องและทำได้เสมอ ไม่ว่าจะเป็น 30 บาทรักษาทุกโรค หรือ OTOP ดังนั้นนโยบาย “เงินดิจิทัล” 10,000 บาท ถึงมือพี่น้องประชาชนแน่นอน เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจให้กับชุมชนให้เกิดขึ้นโดยเร็ว รัฐบาลปัจจุบันเยียวยาแบบหยอด ข้าวต้ม 500-1,000 บาท ไม่เพียงพอ  

นอกจากปัญหาเศรษฐกิจแล้ว ปัญหาใหญ่ระดับประเทศ คือ “ยาเสพติด” ผู้นำระดับประเทศต้องให้ความสำคัญผู้เสพจะต้องถูกเปลี่ยนให้เป็นผู้ป่วย เมื่อรักษาหายแล้ว ต้องหาอาชีพเสริมให้พวกเขา สอนให้พวกเขามีวิธีการทำมาหากินจะได้ไม่หวนกลับมาเสพยาอีก ยาเสพติดมีหลายหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้อง หากนายกรัฐมนตรีไม่ลงมาดูแลหรือเจ้าภาพเอง จะแก้ไขปัญหานี้ไม่ได้ ซึ่งหากพรรคเพื่อไทยเป็นนายกรัฐมนตรี จะเป็นเจ้าภาพจัดการให้หมดสิ้นไปจากประเทศไทย 

“ขอใจพี่น้องชาวเพชรบูรณ์ให้ เพื่อไทยมีโอกาสเข้าไปจัดการปัญหาคาราคาซังที่นานเกินควร ให้โอกาสทำสิ่งที่ดี ๆ เพื่อนำมาซึ่งชีวิตที่ดีกว่ามีเกียรติมีศักดิ์ศรีให้กับพี่น้องประชาชน ขอทุกคะแนนเสียงในวันที่ 14 พฤษภาคมนี้ ให้เลือก สส.เพชรบูรณ์จากพรรคเพื่อไทยทั้ง 6 คนเข้าสู่สภา และพรรคเพื่อไทยเบอร์ 29 อย่าให้ใครมาบอกว่า เป็นพรรคพี่ พรรคน้อง กาเพื่อไทยทั้ง 2 ใบ แลนด์สไลด์ทั้งแผ่นดิน” นายเศรษฐา กล่าว

เพื่อไทยลงพื้นที่จ.เพชรบูรณ์เพื่อไทยลงพื้นที่จ.เพชรบูรณ์เพื่อไทยปราศรัยที่จ.เพชรบูรณ์เพื่อไทยปราศรัยที่จ.เพชรบูรณ์ชาวจ.เพชรบูรณ์ชาวจ.เพชรบูรณ์เพื่อไทยลงพื้นที่จ.เพชรบูรณ์เพื่อไทยลงพื้นที่จ.เพชรบูรณ์

‘ปชป.’ ร่วมยินดีวันอีฎิ้ลฟิตริ ให้ความสำคัญทุกวัฒนธรรม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/547345

22 เม.ย. 2566

'ปชป.' ร่วมยินดีวันอีฎิ้ลฟิตริ ให้ความสำคัญทุกวัฒนธรรม

‘ปชป.’ ร่วมยินดีวันอีฎิ้ลฟิตริ เน้นให้ความสำคัญความหลากหลายทางวัฒนธรรม ด้าน ‘ชนินทร์’ เตรียมดึงนโยบายอัดฉีดเงินเศรษฐกิจรากหญ้า ขอคะแนนเสียงประชาชน ยืนยันนโยบายพรรคไม่ฉาบฉวย

เมื่อวันที่ 22 เม.ย. 2566 นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมด้วย น.ส.วทันยา บุนนาค หรือ มาดามเดียร์ ประธานคณะทำงานนวัตกรรมการเมือง น.พ.พลวิทย์ เจริญพงศ์ ผู้สมัคร สส.กทม. เขตทวีวัฒนา-ตลิ่งชัน หมายเลข 3 และนายชนินทร์ รุ่งแสง ผู้สมัคร สส. กทม. เขตบางพลัด-บางกอกน้อย หมายเลข 7 ได้เดินทางร่วมงานวันอีฎิ้ลฟิตริ

นายชนินทร์ กล่าวว่า วันนี้ถือเป็นงานที่สำคัญของพี่น้องมุสลิม พรรคประชาธิปัตย์ได้เน้นถึงความหลากหลายทางวัฒนธรรม โดยพื้นที่บางพลัด บางกอกน้อย มีศาสนสถานที่มีลักษณะเป็นพหุวัฒนธรรมจำนวนมาก จากการลงพื้นที่ที่ผ่านมา ทีมงานของพรรคประชาธิปัตย์ ได้ทำงานมาอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะมีตำแหน่งหรือไม่มีตำแหน่ง และตนก็เป็นคนในพื้นที่ ตั้งแต่ดำรงตำแหน่งเป็นสมาชิกสภาท้องถิ่น สมาชิกสภากรุงเทพฯ ทำงานที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชนตลอดมา โดยเฉพาะวิกฤตการณ์แพร่ระบาดโควิด 19 ช่วยเหลือพี่น้องประชาชนเท่าที่จะทำได้ 

องอาจ - มาดามเดียร์องอาจ – มาดามเดียร์

การเลือกตั้งครั้งนี้ ทุกอย่างอยู่ที่ประชาชน หากตนได้รับโอกาสให้กลับมาทำหน้าที่เป็นผู้แทน มั่นใจว่าจะสามารถทำงานได้ทันที จะไปบอกว่ามั่นใจ 100% คงไม่ได้ เพราะยังเหลือเวลาอีก 20 กว่าวัน ที่จะต้องไปแนะนำ ทำความเข้าใจกับบทบาทของพรรคการเมืองให้ประชาชนได้รับทราบ รวมถึงการสร้างความเข้าใจในนโยบายของพรรค เพื่อให้เห็นถึงความสำคัญที่ยั่งยืนมากกว่าการออกนโยบายที่ฉาบฉวย แล้วไม่เหลืออะไรให้ประเทศ ไม่เหลืออะไรให้ลูกหลาน แต่นโยบายของพรรคประชาธิปัตย์จะเป็นอะไรที่จับต้องได้มากกว่า

นายชนินทร์ กล่าวต่อว่า ต้องมีการอัดฉีดเม็ดเงินในระบบเศรษฐกิจให้ถึงกลุ่มรากหญ้า เม็ดเงิน 1 ล้านล้านบาท เรื่องนี้ชัดเจนมากที่สุด แก้ปัญหาในระยะยาวและสิ่งสำคัญคือไม่ต้องกู้ ซึ่งจะทำให้เกิดความเท่าเทียมและกระจายรายได้ให้ถึงกลุ่มรากหญ้าโดยตรง ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญที่ตนจะลงพื้นที่ไปชี้แจงทำความเข้าใจกับประชาชน

สำหรับวันอิฎิ้ลฟิตริ จะตรงกับวันที่ 1 ของเดือนเซาวาล ตามปฏิทินอิสลาม โดยในปีนี้ จุฬาราชมนตรีได้ประกาศให้วันอิฎิ้ลฟิตริตรงกับวันที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2566 โดยเป็นวันที่พี่น้องชาวมุสลิมออกจากเทศกาลถือศีลอดเป็นวันแรก หลังจากที่ได้ถือศีลอดมาตลอดระยะเวลา 1 เดือน ซึ่งเป็นวันแห่งรางวัล และการตอบแทนสำหรับผู้ผ่านการทดสอบประจำปีในเดือนรอมฎอน โดยในวันอิฎิ้ลฟิตรินี้

นายชนินทร์ รุ่งแสงนายชนินทร์ รุ่งแสง
ปชป.ร่วมงานวันอีฎิ้ลฟิตริ ปชป.ร่วมงานวันอีฎิ้ลฟิตริ

5 เหตุผล ‘นายกรัฐมนตรีคนที่ 30’ ทำไมต้องเป็น ‘คุณหญิงสุดารัตน์’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/547344

22 เม.ย. 2566

5 เหตุผล 'นายกรัฐมนตรีคนที่ 30' ทำไมต้องเป็น 'คุณหญิงสุดารัตน์'

‘วรวุฒิ’ เปิด 5 เหตุผล ทำไม ‘นายกรัฐมนตรีคนที่ 30’ ต้องเป็น ‘คุณหญิงสุดารัตน์’ ไม่มีประวัติด่างพร้อย งานยากทำสำเร็จ

เมื่อวันที่ 22 เมษายน 2566 นายวรวุฒิ โตวิรัตน์ รองโฆษกพรรคไทยสร้างไทย เปิด 5 เหตุผล ที่นายกรัฐมนตรีคนที่ 30 ต้องเป็นผู้หญิง ชื่อ คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ หัวหน้าพรรคไทยสร้างไทยและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี

1. เป็น นักการเมือง และแคนดิเดตนายกฯ ฝั่งประชาธิปไตย ที่มีประสบการณ์ทางการเมืองมามากกว่า 30 ปี อยู่ร่วมทุกข์ ร่วมสุข กับประชาชนมายาวนาน

2. เป็น ผู้ที่เคยดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีกระทรวงต่างๆ หลายกระทรวง จึงมีประสบการณ์การทำงาน การบริหารงานมามาก และมีผลงานเป็นที่ประจักษ์

3. เป็น ผู้ที่สามารถขับเคลื่อนการทำงานร่วมกัน ระหว่างภาคการเมืองและภาคราชการได้อย่างดี

4. ไม่ เคยมีความด่างพร้อยในเส้นทางการเมือง ไม่เคยมีการทุจริต ไม่มีคอรัปชั่น ซื่อสัตย์ สุจริต มาตลอดชีวิตการเมือง

5. ไม่ มี(งานยาก)อะไรที่คุณหญิงฯ ทำไม่ได้ ทั้งโรคระบาดใหญ่ ไข้หวัดนก หรือ การขับเคลื่อนโครงการ “30 บาท รักษาทุกโรค” ให้เกิดขึ้นได้จริ

นายวรวุฒิ กล่าวต่อ นี่คือ 3 (เป็น) + 2 (ไม่) เหตุผลที่เชื่อมั่นใน ว่าที่นายกฯหญิงคนถัดไปของประเทศไทย และเชื่อว่าหลายคนมีมุมมองเช่นเดียวกัน บางคนอาจคิดไม่ตรงกัน แต่เคารพในความคิดเห็นผ่านทุกคะแนนเสียงแน่นอน ต่อจากนี้ไปเป็นหน้าที่ของพี่น้องประชาชนที่จะตัดสินใจในการเลือกผู้นำและรัฐบาลที่จะนำพาประเทศไทยเจริญก้าวหน้า ออกจากวิกฤติความขัดแย้งการเมืองสองขั้ว ทำให้ประชาชน “แข็งแรงก่อนป่วย รวยก่อนแก่”  ด้วยมือของท่านเอง ผ่านคูหาเลือกตั้ง ในวันที่ 14 พฤษภาคม นี้

คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์นายวรวุฒิ โตวิรัตน์นายวรวุฒิ โตวิรัตน์

‘บิ๊กป้อม’ ยินดี ป.ป.ช. เปิดผลสอบคดียืมนาฬิกาเพื่อน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/547340

22 เม.ย. 2566

'บิ๊กป้อม' ยินดี ป.ป.ช. เปิดผลสอบคดียืมนาฬิกาเพื่อน

‘บิ๊กป้อม’ ยินดี ป.ป.ช. เปิดผลสอบคดียืมนาฬิกาเพื่อน ตามคำสั่งศาลปกครองสูงสุด จะได้รู้ความจริง เมิน ‘เศรษฐา’ ไม่จับขั้ว แจง ‘ก้าวข้ามความขัดแย้ง’ หมายถึง ประชาชน

เมื่อวันที่ 22 เม.ย. พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ เปิดเผยถึงกรณี ศาลปกครองสูงสุด มีคำพิพากษาให้สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เปิดผลการไต่สวนคดียืมนาฬิกาเพื่อนว่า ก็อยากให้เปิดเผย อยากให้เปิดนานแล้ว อยากให้รู้ความจริงว่าเป็นอย่างไร ตนไม่มีปัญหา ยืนยันไม่มีอะไร ไม่ได้เอาของใครมา และที่ยืมมาก็เอาไปคืนแล้ว 
 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวาน (21 เม.ย.) ศาลปกครองสูงสุดพิพากษาให้ ป.ป.ช. เปิดรายงานการสอบสวนคดีดังกล่าวภายใน 15 วัน ตั้งแต่วันที่มีคำพิพากษาออกมา โดยให้เปิดเผยข้อเท็จจริง พยานหลักฐานเอกสารทั้งหมด ความเห็นของเจ้าหน้าที่ป.ป.ช.ทุกคนที่รับผิดชอบเรื่องนี้ และรายงานการประชุมของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้
 

ส่วนกรณีที่นายเศรษฐา ทวีสิน แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย ประกาศจะไม่จับมือกับพรรคพลังประชารัฐ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ไม่เป็นไร ก็ว่ากัน ตนก็ไม่ได้ประกาศว่าจะจับมือกับใคร พร้อมถามกับนักข่าวว่า ผมประกาศป่าว 

ด้านผู้สื่อข่าวตอบว่า ประกาศว่าจะก้าวข้ามความขัดแย้ง พล.อ.ประวิตร กล่าวต่อว่า ประกาศก้าวข้ามความขัดเเย้งจริง คือ อยากให้ประชาชนเป็นหนึ่งเดียว ต้องการให้ประชาชน อยู่ร่วมกัน ร่วมมือกัน เมื่ออาศัยแผ่นดินเกิด ทำให้แผ่นดินเกิดมีความเจริญ ประเทศเพื่อนบ้านเเบ่งเป็น 4-5 ฝ่าย ยังรวมกันได้ ยังนำความเจริญมาสู่ประเทศได้ แล้วเราละ ยังไม่มีความแตกแยก ยังไม่ใช้การสู้รบกันมากเลย เราไม่เห็นต้องทำอะไรเลย ให้คนรู้ว่าเป็นคนไทยต้องตอบแทนคุณแผ่นดิน

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ