‘ฟอร์มรัฐบาลก้าวไกล’ พรรคการเมืองประสานเสียง ต้องให้เวลา ‘ก้าวไกล’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/549116

16 พ.ค. 2566

'ฟอร์มรัฐบาลก้าวไกล' พรรคการเมืองประสานเสียง ต้องให้เวลา 'ก้าวไกล'

พรรคการเมืองประสานเสียง ต้องเดินตามวิถีประชาธิปไตย หัวใจสำคัญต้องเคารพเสียงประชาชน หนุนพรรคอันดับหนึ่งที่ได้เสียงข้างมากได้จัดตั้งรัฐบาล ต้องให้เวลา พิธา ‘ฟอร์มรัฐบาลก้าวไกล’ เต็มที่

คะแนนเสียงศรัทธาประชาชนที่มีต่อพรรคก้าวไกล เฉพาะคะแนนปาร์ตี้ลิสต์อย่างไม่เป็นทางการ 14,118.420 เสียง นำโด่งทุกพรรคการเมือง เป็นแกนนำ ‘ฟอร์รัฐบาลก้าวไกล’ ท่ามกลางกระแสอาจจะเป็นได้เพียงรัฐบาลทิพย์ หากนักการเมือง และพรรคการเมืองไม่สนับสนุนโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีคนที่30 ที่ชื่อ“พิธา ลิ้มเจริญรัตน์” หัวหน้าพรรคก้าวไกล

ดูเหมือนว่าท่าทีของพรรคการเมือง ถูกปั่นกระแสโลกโซเชียล จนเกิดความสับสน “ก้าวไกลถูกโดดเดี่ยว” ชนิดที่เรียกได้ว่าบรรดา “ด้อมส้ม” มโนไปไกลถึงขั้นอาจจะตั้งรัฐบาลไม่ได้ นั่นหมายถึงพลังคนรุ่นใหม่อาจจะจำเป็นต้องลงสู่ถนนด้วยหรือไม่?

‘ประชาธิปัตย์’ ทั้งหนุน-ให้เวลาก้าวไกลฟอร์มรัฐบาล

นิพนธ์ บุญญามณี รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เปิดมุมมองในเรื่องนี้กับ “คมชัดลึก” ว่า แฟนคลับก้าวไกลอย่างคิดไปไกลกว่านั้น อย่าวิตกกังวนว่าพรรคก้าวไกลจะไม่สามารถรวบรวมเสียงจนไม่สามารถจัดตั้งรัฐบาลสำเร็จ

ต้องให้เวลาพรรคก้าวไกล ที่สำคัญพรรคการเมืองต้องตระหนัก เมื่อพี่น้องประชาชนคนไทยให้ความไว้วางใจพรรคก้าวไกลมากที่สุด กว่าทุกพรรคการเมือง ทั้งคะแนนเสียง สส.ปาร์ตี้ลิสต์ และคะแนนเสียงจาก สส.เขต เป็นพรรคอันดับหนึ่งต้องได้จัดตั้งรัฐบาล

“ผลเลือกตั้ง 2566 ทางกกต. ยังต้องใช้เวลาภายใน 60 วัน ในการตรวจสอบก่อนจะรับรองผลเลือกตั้ง การฟอร์มรัฐบาลก้าวไกลก็เช่นกัน ต้องรวบรวมเสียงให้ได้ 376 เสียง

ผมทราบมาว่าแกนนำก้าวไกลกำลังประสานขอคุยกับ สว. สังคมต้องให้เวลาในขั้นตอนนี้ พรรคการเมืองที่ได้เสียงข้างมาก ควรรวบรวมเสียงเพื่อจัดตั้งรัฐบาล พรรคประชาธิปัตย์ไม่มีปัญหาอะไร พร้อมสนับสนุนขบวนการประชาธิไตยอยู่แล้ว” นินพธ์ ย้ำจุดยืนปชป.
 

คาดว่าสัปดาห์หน้าประชาธิปัตย์ จะนัดประชุมกรรมการบริหารพรรค หลัง ‘จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์’ หัวหน้าพรรคลาออก อีกทั้งยังไม่มีการประชุม สส.ใหม่ที่ได้รับเลือกตั้ง2566 

“เร็วเกินไปที่จะทำแบบนั้น ต้องรอให้ กกต.รับรองผลการเลือกตั้งภายใน 60 วัน เช่นเดียวกับปชป. เมื่อหัวหน้าพรรคลาออกต้องเลือกกรรมการบริหารพรรคภายใน 60 วัน”นิพนธ์ ย้ำ

พิธา ลิ้มเจริญรัตน์  หัวหน้าพรรคก้าวไกล พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล

‘เพื่อไทย’ ให้เวลาก้าวไกลรวมเสียงจัดตั้งรัฐบาล

สุทิน คลังแสง รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ระบุว่า ตามหลักประชาธิปไตยต้องเคารพเสียงประชาชน และพรรคการเมืองที่ได้ลำดับหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็น สส. หรือสว. การโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีก็ต้องฟังเสียงประชาชน เดินตามวิถีประชาธิปไตยให้มากที่สุด เว้นแต่ว่าเดินเต็มที่แล้วไม่ได้ ค่อยมาว่ากัน แต่ต้องเดินตามวิถีประชาธิปไตย ต้องเคารพประชาชน

“ผมเชื่อว่า สว.จะทำอะไรต้องคำนึงให้ประเทศเดินหน้าไปได้ วันนี้ก็เดินมาตามวิถีที่ถูกต้องแล้ว จากผลของการเลือกตั้ง2566 ที่ได้เห็นเจตนารมณ์ของประชาชน เราทุกส่วนก็ต้องทำตามเจตนารมณ์ของประชาชนให้บรรลุเป้าหมาย การออกเสียงใดที่บิดเบือนเจตนารมณ์หรือทำให้เป้าหมายของประชาชนไปไม่ถึงก็ไม่ควรทำ และต้องให้เวลาพรรคก้าวไกลรวมเสียงจัดตั้งรัฐบาล”สุทิน กล่าวย้ำ

ผลเลือกตั้ง2566 อย่างไม่เป็นทางการผลเลือกตั้ง2566 อย่างไม่เป็นทางการ

‘ภูมิใจไทย’ หนุนพรรคลำดับที่ 1 จัดตั้งรัฐบาล

ขณะที่ท่าทีของพรรคภูมิใจไทย ภายใต้การนำของ “อนุทิน ชาญวีรกุล” ออกแถลงการณ์ว่า พรรคภูมิใจไทย ขอบคุณประชาชน ที่ให้การสนับสนุนพรรคภูมิใจไทย ได้คะแนนเป็นลำดับที่ 1 จำนวน 68 เขตเลือกตั้ง และ คาดการณ์ว่าจะได้ สส.ระบบบัญชีรายชื่อ จำนวน 3 คน

พรรคภูมิใจไทย ขอเรียนยืนยันหลักการของพรรค ให้พรรคการเมืองที่ได้รับเลือกตั้งลำดับที่ 1 จัดตั้งรัฐบาล และ ขอเรียนว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทยไม่เคยให้สัมภาษณ์ หรือ แสดงความคิดเห็นใดๆ เกี่ยวกับการจัดตั้งรัฐบาล

ทั้งนี้พรรคภูมิใจไทยจะรอการประกาศผลเลือกตั้ง อย่างเป็นทางการจากกกต.ก่อน จากนั้นจะประชุมคณะกรรมการบริหารพรรค เพื่อพิจารณากำหนดแนวทางการดำเนินงานของพรรคต่อไป โดยจะคำนึงถึงประโยชน์ของประชาชนเป็นลำดับแรก และจะแถลงให้ประชาชนทราบอย่างเป็นทางการ

เร็วๆ นี้ก้าวไกลแถลงจัดตั้งรัฐบาล

ชัยธวัส ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกล สวมบทตัวแทนของพรรค เริ่มดีลพรรคร่วมฝ่ายค้าน เพื่อ ฟอร์มรัฐบาลก้าวไกล โดยเริ่มจากคุยกับพรรคเพื่อไทยก่อน เพราะเป็นพรรคใหญ่ และเมื่อสรุปได้แล้วก็จะชวนพรรคที่เหลือมาพูดคุยกัน แต่เฉพาะหน้าก่อน ‘พิธา’ ได้โทรประสานด้วยตนเอง กับอีก 4 พรรคกาเรมือง  คือ ประชาชาติ ,ไทยสร้างไทย. เสรีรวมไทย และพรรคเป็นธรรม คาดว่าภายในสัปดาห์นี้จะแถลงความชัดเจนจัดตั้งรัฐบาลได้

ชัยธวัส ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกล สวมบทตัวแทนของพรรค เริ่มดีลพรรคร่วมฝ่ายค้าน เพื่อฟอร์มรัฐบาลก้าวไกลชัยธวัส ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกล สวมบทตัวแทนของพรรค เริ่มดีลพรรคร่วมฝ่ายค้าน เพื่อฟอร์มรัฐบาลก้าวไกล

“ยังมีเวลาอีกเกือบ 2 เดือน พรรคก้าวไกลคงไม่ได้อยู่เฉยๆ จะขอประสานงานพูดคุยกับ สว. และเสียงของสังคมก็มีส่วนสำคัญในการกำหนดทิศทางการเมืองไทย และวันนี้ ยังมั่นใจว่า สว.จำนวนไม่น้อยที่มีวุฒิภาวะ ปรารถนาดีกับบ้านเมือง หลายท่านเป็นผู้ใหญ่ เห็นการเมืองมามาก เห็นความขัดแย้งทางการเมืองมามาก คงไม่อยากเห็นทางตันหรือวิกฤตทางการเมือง” ชัยธวัส ระบุ

เมื่อพรรคการเมืองประสานเสียง ทุกพรรคการเมืองต้องเดินตามวิถีประชาธิปไตย เคารพเสียงประชาชน หนุนพรรคก้าวไกลที่ได้เสียงอันดับหนึ่ง และให้เวลา‘ พิธา ลิ้มเจริญรัตน์’ หัวหน้าพรรคก้าวไกล เป็นแกนนำในการ ‘ฟอร์มรัฐบาลก้าวไกล’ แม้อาจจะใช้เวลาบ้าง?

…กมลทิพย์ ใบเงิน..เรียบเรียง

‘ผบ.เหล่าทัพ’ งดออกเสียงเลือก ‘นายกรัฐมนตรี’ เป็นกลางทางการเมือง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/549111

16 พ.ค. 2566

'ผบ.เหล่าทัพ' งดออกเสียงเลือก 'นายกรัฐมนตรี' เป็นกลางทางการเมือง

‘ผบ.เหล่าทัพ’ ในฐานะตำแหน่ง สว. งดออกเสียงเลือก ‘นายกรัฐมนตรี’ ไม่ว่าเป็นใคร จากพรรคไหน เพื่อความเป็นกลางทางการเมือง

ผบ.เหล่าทัพ แสดงจุดยืน งดออกเสียงเลือก “นายกรัฐมนตรี” เพื่อความเป็นกลางทางการเมือง หลังการเลือกตั้งผ่านพ้นไปเมื่อวันที่ 14 พ.ค.

ขณะนี้อยู่ระหว่างพรรคอันดับ 1 รวบรวมเสียง เพื่อจัดตั้งรัฐบาล  รวมถึงรอคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) รับรองผลการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการภายใน 60 วัน

จากนั้นจะเข้าสู่ขั้นตอนรัฐสภา โดยเปิดประชุมสภา โหวตเลือกนายกรัฐมนตรี จากเสียงของ สส. และ สว. ต้องได้กึ่งหนึ่ง หรือ ไม่น้อยกว่า 376 เสียง 

โดย สว. 250 เสียง นั้น มีผู้บัญชาเหล่าทัพ (ผบ.เหล่าทัพ) ประกอบด้วย พล.อ.สนิธชนก สังขจันทร์ ปลัดกระทรวงกลาโหม , พล.อ.เฉลิมพล ศรีสวัสดิ์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด (ผบ.ทสส.) , พล.อ.ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) , พล.ร.อ.เชิงชาย ชมเชิงแพทย์ ผู้บัญชาการทหารเรือ (ผบ.ทร.) , พล.อ.อ.อลงกรณ์ วัณณรถ ผู้บัญชาการทหารอากาศ (ผบ.ทอ.) และ พล.ต.อ. ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ผ่านมา ผบ.เหล่าทัพ มีจุดยืนเพื่อไม่ให้เกิดข้อครหาวางตัวไม่เป็นกลาง และในฐานะที่มีตำแหน่ง สว. จึง ประกาศไม่รับเงินเดือน งดออกเสียงในประเด็นทางการเมือง และในฐานะที่กองทัพเป็นหน่วยงานรัฐ ซึ่งเป็นเจตนารมณ์เดียวกันของ ผบ.เหล่าทัพ และยึดปฏิบัติถือเป็นแนวทางเดียวกัน 

โดยการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีครั้งนี้ ไม่ว่าแคนดิแดตนายกฯ จะมาจากพรรคการเมืองใด ผบ.เหล่าทัพ ยืนยัน “งดออกเสียง”

มาตรฐานก้าวไกล ฉุดรั้งเส้นทางสู่ ตำแหน่งนายกรัฐมนตรี คนที่ 30

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/549109

16 พ.ค. 2566

มาตรฐานก้าวไกล ฉุดรั้งเส้นทางสู่ ตำแหน่งนายกรัฐมนตรี คนที่ 30

เส้นทางสู่ตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนที่ 30 ของแคนดิเดต จากพรรคก้าวไกล มีอุปสรรคมาจากมาตรฐาน การเมืองใหม่ ในช่วงหาเสียงเลือกตั้ง

ประเด็นถกเถียงเรื่องการเลือกนายกรัฐมนตรีในที่ประชุมรัฐสภา มีที่มาจากรัฐธรรมนูญมาตรา 272 ในบทเฉพาะกาลที่มีสาระสำคัญว่า ในระหว่างห้าปีแรกนับแต่วันที่มีรัฐสภาชุดแรกตามรัฐธรรมนูญนี้ การให้ความเห็นชอบบุคคลซึ่งสมควรได้รับแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี ต้องดำเนินการในที่ประชุมร่วมรัฐสภาซึ่งประกอบไปด้วยสมสาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภา

บทเฉพาะกาลมาตราเดียวกันนี้ กำหนดให้ มติที่เห็นชอบการแต่งตั้งบุคคลใดให้เป็นนายกรัฐมนตรีตามมาตรา 159 วรรคสาม ต้องมีคะแนนเสียงมากกว่ากึ่งหนึ่งของจํานวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของทั้งสองสภา ต้องมีคะแนนเสียงมากกว่ากึ่งหนึ่งของจํานวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของทั้งสองสภา เสียงที่ต้องใช้ในการลงมติเลือกนายกรัฐมนตรี นี้เอง ที่ทำให้เกิดการถกถียงกันในเรื่องที่ยังมาไม่ถึง   

การที่คณะกรรมการการการเลือกตั้ง ยังไม่ได้รับรองผลการเลือกตั้ง  นั่นหมายถึงว่า ยังมีเวลาอีกเกือบ 60 วันตามกฎหมาย  ส่วนการเปิดประชุมรัฐสภา กำหนดให้ต้องดำเนินการภายใน 15 วัน หลังจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง รับรองผลการเลือกตั้ง ไม่น้อยกว่า 95 % แล้ว  เท่ากับว่าในระหว่างนี้ พรรคแกนนำจัดตั้งรัฐบาล ยังมีเวลา หาคะแนนเสียงสนับสนุนให้เป็นไปตามกฎหมายกำหนด ซึ่งจากการรวบรวมเสียงของพรรคอดีตฝ่ายค้าน ยังขาดเสียงสับสนุนอีกราว 50 เสียง เท่านั้น

เสียงสนับสนุนที่ว่า พรรคก้าวไกลจะหาได้จากไหน

1.คือหาได้จากพรรคการเมืองที่เหลือในสภา ไม่ว่าจะเป็นพรรคพลังประชารัฐ พรรครวมไทยสร้างชาติ พรรคประชาธิปัตย์ และพรรคภูมิใจไทย แต่ก็ต้องแลกมากับการกลืนน้ำลาย เพราะการสร้างมาตรฐานไว้ในช่วงหาเสียงเลือกตั้ง

2. คือหาได้จากสมาชิกวุฒิสภา ที่เคยรณรงค์ไว้ว่า ไม่ควรเข้ามายุ่งเกี่ยวกับการเลือกนายกรัฐมนตรี สมาชิกวุฒิสภาบางส่วน จึงมีท่าที งดออกเสียง

นี่เป็นอุปสรรคสำคัญในการเข้าสู่ ตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ของแคนดิเดต จากพรรคก้าวไกล คือดอกผลของการเมืองแบบใหม่  ที่พรรคก้าวไกลเชื่อมั่นมาตั้งแต่ต้น

‘กัณวีร์ สืบแสง’ มีดีอะไร ทำไม ‘พิธา’ เลือก ปิดประตู ตั้งรัฐบาลเสียงข้างน้อย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/549107

16 พ.ค. 2566

'กัณวีร์ สืบแสง' มีดีอะไร ทำไม 'พิธา' เลือก ปิดประตู ตั้งรัฐบาลเสียงข้างน้อย

ทำความรู้จัก ‘กัณวีร์ สืบแสง’ จากนักมนุษยชน สู่ นักการเมือง ปักธงรบชายแดนใต้ เปิดเหตุผล ทำไม ‘พิธา’ เลือก ปิดประตู ตั้งรัฐบาลเสียงข้างน้อย

ชื่อของ “พรรคเป็นธรรม” เป็นหนึ่งในลิสต์ 6 พรรคการเมือง ที่ “พิธา ลิ้มเจริญรัตน์” หัวหน้าพรรคก้าวไกล แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ประกาศดึงเข้าเป็นพรรคร่วมรัฐบาล 310 เสียง ปิดประตูตั้งรัฐบาลเสียงข้างน้อย

“กัณวีร์ สืบแสง” เป็น สส.บัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 1 หนึ่งเดียวของพรรคเป็นธรรม ที่ประชาชนเทใจเลือก ฝ่าด่านพลังส้ม เข้ามาเป็นว่าที่ สส.ทำให้หลายคนโฟกัสมาที่ชื่อ “พรรคเป็นธรรม” และ “กัณวีร์ สืบแสง” เป็นใคร ทำไมเขาถึงเป็นผู้ถูกเลือกจาก แคนดิเดตนายกฯ จากก้าวไกล ให้เข้าร่วมเป็นหนึ่งในการจัดตั้งรัฐบาล

กัณวีร์ สืบแสง กัณวีร์ สืบแสง

เส้นทางนักมนุษยชน

“กัณวีร์ สืบแสง” มีชื่อเล่นว่า นวล เป็นคนรุ่นใหม่ ที่มีประสบการณ์ การทำงานด้านสิทธิมนุษยชนมาโดยตลอด เขาเป็นอดีตหัวหน้าสำนักงานภาคสนาม สำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัย แห่งสหประชาชาติ (UNHCR) ใน 8 ประเทศ เช่น ประเทศไทย (แม่ฮ่องสอน) เมียนมา บังคลาเทศ ซูดาน ซูดานใต้ และ ฟิลิปปินส์  มีประสบการณ์ทำงานด้านมนุษยธรรม ในพื้นที่สงคราม การช่วยเหลือผู้พลัดถิ่นภายในประเทศ และผู้ลี้ภัย รวมถึงมีประสบการณ์ทำงานในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้

กัณวีร์ สืบแสงกัณวีร์ สืบแสง

ปัจจุบัน “กันวีร์” เป็นประธานมูลนิธิสิทธิเพื่อสันติภาพ ซึ่งจากประสบการณ์งานด้านมนุษยธรรมและสิทธิมนุษยชน ทำให้เขามีความตั้งใจที่จะผลักดันนโยบาย “สันติภาพกินได้” และ “มนุษยธรรมนำการเมือง” ตรงกับอุดมการณ์ของพรรคเป็นธรรม ที่อยากเห็น ประชาชนเป็นใหญ่ ประชาธิปไตยต้องเป็นธรรม

กัณวีร์ สืบแสงกัณวีร์ สืบแสง

จากนักมนุษยชนสู่นักการเมือง

เมื่อปี 2565 กัณวีร์ สืบแสง เริ่มต้นงานการเมืองกับคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ หัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย ได้รับการวางตัวให้เป็นว่าที่ผู้สมัคร สส.เขตสวนหลวง-ประเวศ กรุงเทพมหานคร แต่ยังไม่ได้ลงสมัคร เขาได้ตัดสินใจลาออกในปีเดียวกัน ก่อนที่จะลงมาทำงานภาคประชาชน ในนามมูลนิธิสิทธิเพื่อสันติภาพ โดยเป็นประธานมูลนิธิ ขับเคลื่อนด้านสิทธิมนุษยชนในจังหวัดชายแดนใต้ และประเด็นเรื่องผู้ลี้ภัย

และด้วยความเป็นคนชอบการเมืองมาตั้งแต่เด็ก เขาจึงเลือกเรียนด้านรัฐศาสตร์ และความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ตามที่เขาเคยให้สัมภาษณ์ไว้ แต่เคยผิดหวังและหมดหวังกับการเมืองไทย เพราะคิดว่าอาจทำอะไรไม่ได้ จึงตัดสินใจสมัครไปทำงาน UNHCR

กัณวีร์ สืบแสงกัณวีร์ สืบแสง

กัณวีร์ เคยบอกว่า เหตุผลที่อยากมาทำงานการเมือง เพราะอยากจะนำประสบการณ์ในการช่วยเหลือผู้คนเหล่านี้มาร่วมสร้างไทย ในเวลาต่อมากัณวีร์ได้ย้ายมาร่วมงานกับพรรคเป็นธรรม ในตำแหน่งประธานยุทธศาสตร์พรรค และรองหัวหน้าพรรค ก่อนจะขึ้นสู่ตำแหน่งเลขาธิการพรรค และเป็นว่าที่ สส.ปาร์ตีลิสต์ หนึ่งเดียวที่ผ่านเข้ามาได้

กัณวีร์ สืบแสงกัณวีร์ สืบแสง

กางนโยบายพรรคเป็นธรรม

  • ยุบการปกครองส่วนภูมิภาค เห็นด้วยกับการให้ผู้ว่าราชการจังหวัดมาจากการเลือกตั้ง
  • พัฒนาเศรษฐกิจชายแดน
  • สร้างสันติภาพในปาตานี
  • ยกเลิกกฎหมายพิเศษทุกฉบับที่ใช้ในปาตานี
  • แก้ไขกฎหมายความมั่นคง
  • ร่างรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับ
  • ปฎิรูปกระบวนการยุติธรรม
  • ปฎิรูปกองทัพ
  • ถอนทหารออกจากพื้นที่ปาตานี
  • ยกเลิกการเกณฑ์ทหาร
  • ยุบ ศอ.บต.และ กอ.รมน.
  • สร้างรัฐสวัสดิการถ้วนหน้า  เป็นต้น

ที่ผ่านมา กัณวีร์ สืบแสง มีบทบาทในการนำเสนอนโยบายด้านสิทธิมนุษยชน นโยบายระหว่างประเทศ และการสร้างสันติภาพชายแดนภาคใต้/ปาตานี จนเป็นที่ยอมรับ และพิธาได้กล่าวถึงความสามารถของเขา รวมทั้งสนใจในนโยบายสิทธิมนุษยชน และสันติภาพ นั่นจึงน่าจะเป็นเหตุผลเพียงพอ ที่ทำให้แคนดิเดตนายกฯ เลือก กัณวีร์ สืบแสง ว่าที่ สส.หนึ่งเดียวของพรรคเป็นธรรม ร่วมเป็นหนึ่งในการจัดตั้งรัฐบาล 

ขอบคุณภาพจากเฟซบุ๊ก : กัณวีร์ สืบแสง Kannavee Suebsang

ยังไม่ทันเข้าสภาฯ ‘ณธีภัสร์’ ว่าที่สส.ก้าวไกล แถลงลาออก รับผิดปมเมาแล้วขับ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/549106

16 พ.ค. 2566

ยังไม่ทันเข้าสภาฯ ‘ณธีภัสร์’ ว่าที่สส.ก้าวไกล แถลงลาออก รับผิดปมเมาแล้วขับ

เลือกตั้ง66 : ‘เตอร์ ณธีภัสร์ กุลเศรษฐสิทธิ์’ ว่าที่ สส.พรรคก้าวไกล แถลงลาออก รับผิดชอบ เพราะเคยโดนคดีเมาแล้วขับเมื่อคืนนี้

น.ส.ณธีภัสร์ กุลเศรษฐสิทธิ์  หรือ เตอร์ ว่าที่ สส.บัญชีรายชื่อพรรคก้าวไกล ไปไม่ถึงฟัน ยังไม่ทันได้เข้าไปทำงานในสภา ก็ต้องตัดสินใจลาออกเพราะเคยโดนคดีเมาแล้วขับหลังจากฉลองเมื่อคืนที่ผ่านมา

พรรคก้าวไกล เปิดแถลงข่าวด่วน หลังมีรายงานว่า “เตอร์ – ณธีภัสร์ กุลเศรษฐสิทธิ์” ว่าที่ สส.บัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 27 ถูกจับเมาแล้วขับ และมีการยื้อเป่าแอลกอฮอล์จากเจ้าหน้าที่ตำรวจ 

ยังไม่ทันเข้าสภาฯ ‘ณธีภัสร์’ ว่าที่สส.ก้าวไกล แถลงลาออก รับผิดปมเมาแล้วขับ

โดย เตอร์ – ณธีภัสร์ ว่าที่สส.ก้าวไกล แถลงน้ำตาคลอว่า ต่อกรณีที่เป็นข่าวว่าเมาแล้วขับ อย่างแรกขอกล่าวขอโทษพี่น้องประชาชนทุกท่าน และน้อมรับความผิดที่เกิดขึ้นทั้งหมด และจะเข้าสู่กระบวนการทางกฎหมายเฉกเช่นประชาชนคนหนึ่งเหมือนประชาชนทั่วไป 

“รู้สึกเสียใจมากๆ ที่ทำให้พี่น้องประชาชนผิดหวัง และขอลาออกจากการเป็นสส.บัญชีรายชื่อ ซึ่งการไม่เป็นสส.จะไม่สามารถโหวตสมรสเท่าเทียมที่ผลักดันมาตลอดได้”

น.ส.ณธีภัสร์ กล่าวว่า ทั้งหมดเป็นการตัดสินใจร่วมกันของตัวเองและพรรค โดยเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อวานได้ไปพบเพื่อนตอน 5 ทุ่ม และได้ดื่มไป 3-4 แก้ว เมื่อเจอด่านก็จอดรถ ไม่มีท่าทีขัดขืนไม่ทำตามตำรวจ โดยได้โทร.หาเพื่อนให้มาอยู่เป็นเพื่อนเท่านั้น ตนได้ยินยอมกับตำรวจว่าจะเป่า ไม่ได้หลีกเลี่ยงจะไม่ยอมเป่า จากนี้จะปฏิบัติตัวให้ดีขึ้นตามที่ประชาชนคาดหวัง เรื่องที่เกิดขึ้นเป็นความผิดส่วนตัว ไม่เกี่ยวข้องกับพรรค

‘บิ๊กตู่’ เปิดใจ หลังคะแนนเสียงไม่พอให้ ‘ทำต่อ’ ย้ำยึดอุดมการณ์เดิม (คลิป)

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/549099

16 พ.ค. 2566

'บิ๊กตู่' เปิดใจ หลังคะแนนเสียงไม่พอให้ 'ทำต่อ' ย้ำยึดอุดมการณ์เดิม (คลิป)

‘บิ๊กตู่’ อบอุ่นใจ ‘พรรคใหม่’ แต่กระแสตอบรับดี แม้คะแนนเสียงไม่เพียงพอให้ ‘ทำต่อ’ ให้คำสัญญายึดมั่นชาติ ศาสนา กษัตริย์ และประชาชน ไม่ว่าอยู่บทบาทใด

เมื่อวันที่ 16 พ.ค. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา  ประธานคณะกรรมการกำหนดแนวทางและยุทธศาสตร์พรรครวมไทยสร้างชาติ กล่าวขอบคุณพี่น้องประชาชนไทยในนามตัวแทนพรรครวมไทยสร้างชาติ โดยมีเนื้อหาว่า 

“พี่น้องประชาชนที่รัก ผม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในนามพรรครวมไทยสร้างชาติ ขอบคุณพี่น้องประชาชนที่ได้ออกมาใช้สิทธิ์ในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม ที่ผ่านมา

ในระหว่างการเลือกตั้ง พรรครวมไทยสร้างชาติได้นำเสนอนโยบายที่สำคัญหลายเรื่องที่เราเชื่อมั่นว่า จะช่วยให้ประเทศชาติและประชาชนมีความสุข มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นและประเทศมั่นคงแข็งแรงเพียงพอที่จะผ่านพายุแห่งความขัดแย้งในการจัดระเบียบโลกใหม่ 

ถึงแม้ว่าเป็นพรรคคใหม่ แต่พรรคได้รับการตอบรับอย่างดีและเป็นที่น่าพอใจ เราได้เห็นพี่น้องบางท่านออกจากโรงพยาบาลมาใช้สิทธิ์ เราได้เห็นคนที่เดินทางจากต่างประเทศกลับมาบ้านเกิดเมืองนอน เพื่อมาลงคะแนนเลือกตั้ง รวมทั้งผู้สูงวัย กลุ่มเปราะบางต่างๆ เราได้รับแรงใจ สนับสนุนมาจากทุกช่องทาง ทั้งที่เจอหน้ากัน ผ่านจดหมาย ผ่านการสื่อสารออนไลน์ การสนับสนุนลงคะแนนเสียงของท่านทำให้เราอบอุ่นใจ แม้จะไม่มีจำนวนเพียงพอที่จะทำให้เราเป็นผู้ “ทำต่อ” ทั้งหมด หลังจากที่ได้ทำมาแล้วและทำอยู่ 

“พรรครวมไทยสร้างชาติ ยืนยันว่า เราจะยังคงยึดมั่นในแนวทางของพรรค อุดมการณ์ของพรรครวมไทยสร้างชาติ ไม่เปลี่ยนแปลง นั่นคือ ยึดมั่นใน ชาติ ศาสนา กษัตริย์ และประชาชน ไม่ว่าจะอยู่ในฐานะหรือบทบาทใดๆ ก็ตาม นี่คือ คำสัญญา ขอบคุณครับ” พลเอกประยุทธ์ กล่าว 

คลิปฉบับเต็ม

‘บิ๊กตู่’ ย้ำเป็น ‘นายกฯ’ อยู่ จนกว่ามีรัฐบาลชุดใหม่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/549087

16 พ.ค. 2566

'บิ๊กตู่' ย้ำเป็น 'นายกฯ' อยู่ จนกว่ามีรัฐบาลชุดใหม่

‘บิ๊กตู่’ ย้ำเป็นยัง ‘นายกฯ’ อยู่ จนกว่ามีรัฐบาลชุดใหม่ ปัดตอบหันหลังทางการเมือง หลัง รทสช. แพ้เลือกตั้ง ฝากคนไทยรักและสามัคคี ไม่สร้างความขัดแย้ง

เมื่อวันที่ 16 พ.ค. ภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี  ให้สัมภาษณ์ด้วยสีหน้ายิ้มแย้มครั้งแรกหลังนับผลคะแนนเลือกตั้งว่า วันนี้เรายังคงทำหน้าที่เป็นรัฐบาล ทำหน้าที่ที่เราต้องทำต่อไปให้ดีที่สุด อยากจะกล่าวในนาม “นายกรัฐมนตรี” และ “รัฐบาล” ถึงพี่น้องประชาชนที่เคารพ ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาหลายปี ขอขอบคุณทุกคนที่ให้กำลังใจในการทำงานของตนเองและรัฐบาลมาตลอด และพวกเราทุกคนก็ทราบดีว่าผ่านการเลือกตั้ง ผ่านกระบวนการตามระบอบประชาธิปไตยมาแล้ว

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา

ขอขอบคุณ ประชาชนที่ร่วมกันออกมาใช้สิทธิเลือกตั้ง มาใช้สิทธิของตนเอง 

“ขอแสดงความยินดีกับทุกพรรคการเมือง ที่ได้รับคะแนนเสียงจากประชาชน และจากนี้ไปจะเข้าสู่กระบวนการจัดตั้งรัฐบาล” 

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า ยินดี จากนี้ไปขอให้คนไทยทุกคนได้ร่วมมือกันสร้างความรัก ความสามัคคี ความมีเสถียรภาพ ให้กับประเทศชาติโดยปราศจากความขัดแย้ง ร่วมมือกันพัฒนาชาติ บ้านเมือง กันต่อไป เพื่อให้เกิดความมั่นคง มั่งคั่งและยั่งยืนยึดมั่นในสถาบันหลักของชาติให้มั่นคงและปลอดภัย “สำหรับผมระหว่างที่ รอรัฐบาลใหม่จะปฏิบัติหน้าที่ในฐานะนายกรัฐมนตรีและหัวหน้ารัฐบาลต่อไปให้ดีที่สุด ขอบคุณครับ” 

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่าหันหลังให้การเมืองหลังจากแพ้เลือกตั้งหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ ตอบสั้นๆว่า “โนคอมเมนต์” ก่อนที่จะเดินออกจากโพเดียมแถลงข่าว และไม่ตอบคำถามของผู้สื่อข่าวที่พยายามถามว่า นายกรัฐมนตรียังสู้ใช่ไหม 

ผู้สื่อข่าวถามต่อว่า มีโอกาสที่พรรคเพื่อไทยจะมาจับมือกับขั้วรัฐบาลเดิมเพื่อลอยแพพรรคก้าวไกลหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ ตอบว่า “ไม่รู้ ก็มองไปสิ”

บรรยากาศหลังประชุมคณะรัฐมนตรีเสร็จสิ้น บรรยากาศหลังประชุมคณะรัฐมนตรีเสร็จสิ้น

เริ่มแล้ว กกต. เปิดให้ร้องคัดค้านผลการเลือกตั้ง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/549080

16 พ.ค. 2566

เริ่มแล้ว กกต. เปิดให้ร้องคัดค้านผลการเลือกตั้ง

ร้องคัดค้านการเลือกตั้ง ที่กกต. เริ่มแล้ว ให้เวลา 30 วัน กกต.มีเวลา 90 วัน พิจารณาคำร้อง นับแต่วันที่รับพิจารณา

สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. เปิดเผยขั้นตอนการรับคำร้องคัดค้านการเลือกตั้งโดยผู้มีสิทธิ์ยื่นคำร้องคัดค้าน ได้แก่ ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง


ผู้สมัคร หรือพรรคการเมืองที่ส่งผู้สมัครรับเลือกตั้ง โดยขั้นตอนการรับคำร้อง และพิจารณาคำร้องของ กกต. ประกอบด้วย

1. ผู้ร้องยื่นคำร้องให้เจ้าหน้าที่ กกต.ยื่นตั้งแต่วันประกาศกำหนดวันเลือกตั้งคำร้องเกี่ยวกับการเลือกตั้ง สส. จนถึง 30 วัน นับแต่ประกาศผลการเลือกตั้งยื่นตั้งแต่วันเลือกตั้ง จนถึง 180 วันเว้นแต่คำร้องที่เกี่ยวกับค่าใช้จ่ายในการเลือกตั้ง

คำร้องเกี่ยวกับการนับคะแนนต้องยื่นระหว่างเวลาที่ยังนับคะแนนไม่แล้วเสร็จหรือ ในกรณีคำร้องเกี่ยวกับการรวมคะแนนเลือกตั้งให้ยื่นก่อนประกาศผล การนับคะแนนที่หน่วยเลือกตั้ง



2.เจ้าหน้าที่รับเรื่องตรวจสอบคำร้องว่ามีรายละเอียดไม่ครบถ้วน ส่งกลับผู้ร้องแก้ไขคำร้องร ายละเอียดครบถ้วน ส่งพิจารณาคำร้องซึ่ง กกต.ดำเนินการภายใน 3 วัน

3. กกต. ตรวจมูลกรณี ดำเนินการภายใน 7 วัน

4. ดำเนินการสืบสวน / ไต่สวน ดำเนินการให้แล้วเสร็จ ภายใน 20 วัน (ขยายเวลาสูงสุด รวม 90 วัน)

5.เลขาธิการ กกต. ตรวจสำนวนและมีความเห็นดำเนินการให้แล้วเสร็จ ภายใน 60 วัน(นับแต่วันรับดำเนินการ)

6.คณะอนุวินิจฉัย ตรวจุสอบและทำความเห็นอีกครั้งดำเนินการไม่เกิน 90 วัน(นับแต่วันที่ได้รับสำนวน)


7. กกต. ดำเนินการพิจารณาวินิจฉัยชี้ขาดดำเนินการไม่เกิน 90 วัน(นับแต่วันที่มีการประชุม)


8. ส่งคำวินิจฉัยให้ผู้เกี่ยวข้องทราบภายใน 60 วัน (นับแต่วันที่มติ)

กราฟฟิคประกอบข่าวจาก กกต.กราฟฟิคประกอบข่าวจาก กกต.

‘ธนกร’ ไม่ยกมือโหวต ‘พิธา’ เป็นนายกฯ คาด ‘เพื่อไทย’ อาจเป็นแกนนำรัฐบาล

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/549077

16 พ.ค. 2566

'ธนกร' ไม่ยกมือโหวต 'พิธา' เป็นนายกฯ คาด 'เพื่อไทย' อาจเป็นแกนนำรัฐบาล

‘ธนกร’ ไม่ยกมือโหวต ‘พิธา’ เป็นนายกฯ ไม่เห็นด้วยกับนโยบาย ชี้อาจเห็น ‘เพื่อไทย’ แกนนำรัฐบาล ท่าที 2 พรรคไม่ชัดเจน ขณะที่ ‘บิ๊กตู่’ อาจวางมือทางการเมืองให้เวลากับครอบครัว

เมื่อวันที่ 16 พ.ค. นายธนกร วังบุญคงชนะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงกระแสขอให้พรรคการเมืองสนับสนุนให้ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ เป็นนายกรัฐมนตรี ว่า ทำไมตนต้องยกมือให้ ไม่ได้เห็นด้วยกับนโยบายของนายพิธา ตนเป็นหนึ่งใน 36 เสียงที่ไม่ได้เห็นด้วยตั้งแต่แรก เป็นไปไม่ได้ที่จะไปยกมือให้ แต่ก็ยอมรับเสียงจากประชาชน ซึ่งก็ตั้งให้ได้แล้วกัน และก็คิดว่าท่านก็ตั้งได้ แต่สุดท้ายจะได้หรือไม่ได้ 2-3 เดือนก็รู้  ซึ่งที่ผ่านมาพรรคร่วมฝ่ายค้านก็สามารถตั้งได้ พรรคอันดับ 1 ตั้งไม่ได้ อันดับ 2 ใครรวมเสียงข้างมากได้ก็ตั้งรัฐบาลไป

เมื่อถามว่าหากพรรคเพื่อไทย ซึ่งเป็นอันดับ 2 จัดตั้งรัฐบาลพรรครวมไทยสร้างชาติจะไปอยู่ในสมการนี้หรือไม่ นายธนกร ระบุว่า ตอบแทนพรรคไม่ได้ แต่ก็คิดว่าพรรคที่ได้อันดับ 2 มีโอกาสจะตั้งรัฐบาล เพราะดูแถลงการณ์ต่างๆ ยังไม่เห็นชัดเลยว่าจะไปด้วยกันได้ ต้องดูเงื่อนไขและ MOU ก่อน เพราะถ้าไปด้วยกันไม่ได้ แล้วมันจะไปต่อได้อย่างไร แต่ก็ไม่ขอไปก้าวล่วงฝ่ายที่มีเสียงข้างมากก็ให้ว่ากันไป พวกตนได้เสียงมาไม่เยอะ เราก็ยอม

ส่วนการจัดตั้งรัฐบาล 310 เสียง จะมีความเข้มแข็งพอหรือไม่ นายธนกร กล่าวว่า รัฐบาล 300 กว่าเสียงย่อมไปได้อยู่แล้ว แต่ตนมองว่ายังพอมีเวลาอยู่ พรรคเพื่อไทยแพ้แค่ 10 เสียงเอง เขาคงให้โอกาสพรรคที่ชนะก่อน เพราะถ้าตั้งไม่ได้พรรคอันดับ 2 ก็ตั้งได้ เหมือนรัฐบาลที่ผ่านมา ตนเชื่อว่าพรรคการเมืองทุกพรรคก็ต้องคิดไปถึงสิ่งที่เป็นอันตรายต่อประเทศ เขาไม่น่าจะไปสุด ยังมีเวลาอีก 2-3 เดือนในการจัดตั้งรัฐบาล 

เมื่อถามว่าหากเลือกตั้งในสภาไม่ได้ พรรคเพื่อไทยจะจัดตั้งรัฐบาลใช่หรือไม่ นายธนกร กล่าวว่า ไม่ขอไปกล่าวล่วงพรรคเขา แต่พรรครวมไทยสร้างชาติ 36 เสียงก็พร้อมที่จะทำหน้าที่ฝ่ายค้าน ก็รอให้เขาจัดตั้งไปก่อนไม่รู้ว่าจะจบเมื่อไหร่ และ สว.ก็มีอิสระ อย่าไปดูแคลน มีหัวจิตหัวใจ บางทีไปดูแคลนเขามากเกินไป แล้วอยู่ๆจะให้เขาช่วยโหวตให้ คิดว่ามันก็ต้องดู

นายธนกร วังบุญคงชนะ นายธนกร วังบุญคงชนะ

นอกจากนี้นายธนกรยังเล่าถึงเหตุการณ์พบและให้กำลังใจ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เมื่อวานนี้ (15 พ.ค.) ว่า ท่านอารมณ์ดีไม่มีความเครียด ต่างก็ให้กำลังใจกัน เมื่อมีการจัดตั้งรัฐบาลได้ พล.อ.ประยุทธ์คงจะวางมือและพักผ่อน เพราะทำงานให้ประเทศมายาวนายตั้งแต่รับราชการทหาร ช่วงดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีก็ได้สร้างคุณประโยชน์ความดีให้กับประเทศมากมาย ซึ่งตนก็เชื่อว่าประชาชนคนไทยได้เห็นกับสิ่งที่ พล.อ.ประยุทธ์ทำ ไม่ว่าอย่างไรก็ท่านจะอยู่ในใจคนไทยทั้งประเทศ ท่านไม่ได้ไปไหนเลยตลอดระยะเวลา 7-8 ปี ตนก็จะมีโอกาสได้ชวนท่านไปพักผ่อนบ้าง 

ส่วนจะลาออกจากตำแหน่งประธานยุทธศาสตร์พรรครวมไทยสร้างชาติหรือไม่ ตนไม่แน่ใจ แต่พรรครวมไทยสร้างชาติก็คงต้องอยู่ต่อไป เพราะมี สส.ถึง 36 คน ดังนั้นการทำงานในพรรคหัวหน้าพรรค เลขาธิการพรรค พวกเราก็ยังสามารถทำงานด้วยกันได้ไม่มีปัญหาอะไร ยังทำหน้าที่เป็นตรวจสอบรัฐบาลได้

นายธนกร กล่าวต่อว่า การจัดตั้งรัฐบาลเพิ่งเริ่มต้น อยากเห็นบรรยากาศคนที่เป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ควรมีวุฒิภาวะมากกว่านี้ ไม่ควรพูดจาเหน็บแนมหรือกระแนะกระแหน ผู้ใหญ่ของบ้านเมือง โดยเฉพาะ สส. ลูกพรรคก็ไม่ควรก้าวล่วงหน่วยงานบางหน่วยงาน ใช้วาจาที่ไม่เหมาะสม ไม่ควร เพราะการเลือกตั้งผ่านมาแล้ว ฉะนั้นหน่วยงานทหารต่างๆ ก็ไม่ควรไปกรุเรื่องว่าจะเกิดเรื่องนั้นเรื่องนี้ เพราะว่ามันไม่จริง 

“วันนี้ท่านกำลังจะเป็นรัฐบาลก็ควรมีวุฒิภาวะผู้ใหญ่มากกว่านี้ ไม่ควรไปพูดจาว่าร้ายหน่วยงานรัฐต่างๆ ส่วนตนเองพร้อมที่จะเป็นฝ่ายค้านและให้เกียรติว่าที่รัฐบาล ซึ่งการเมืองก็ควรว่ากันไปไม่ควรสร้างวาทะกรรมให้เกิดความขัดแย้ง โดยฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาลทำงานร่วมกันได้ เพียงแต่มีคนละบทบาทหน้าที่”

เมื่อถามย้ำว่า ที่คิดว่าพล.อ.ประยุทธ์จะวางมือภายหลังจากได้รัฐบาลใหม่ใช่หรือไม่  นายธนกร ระบุว่า ท่านไม่ได้พูด ตนแค่คิดเองว่า เมื่อท่านไม่ได้อยู่ในจุดนี้ ท่านก็ควรมีเวลากับครอบครัวเหมือนประชาชนคนไทยปกติ ตนก็บอกว่ายินดีจะทำงานให้ตลอดชีวิต เพราะท่านมีความเมตตากับตน ซึ่งวันนี้ประชาชนควรให้รัฐบาลใหม่ได้แสดงฝีมือ เพราะเราก็เห็นตัวอย่างมาแล้วในการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ที่ได้รับคะแนนท่วมท้นเหมือนกัน แล้วสุดท้ายเป็นอย่างไร เพราะวันนี้เราต้องให้เกียรติประชาชน เลือกพรรคก้าวไกลมาเยอะ ก็ต้องให้เขาแสดงฝีมือบริหารประเทศ นโยบายหลายอย่างก็ทำไป 

‘สุวัจน์’ ยินดีกับ พิธา-ก้าวไกล-เพื่อไทย ร่วมกัน ‘จัดตั้งรัฐบาล’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/549052

15 พ.ค. 2566

'สุวัจน์' ยินดีกับ พิธา-ก้าวไกล-เพื่อไทย ร่วมกัน 'จัดตั้งรัฐบาล'

‘สุวัจน์’ ยอมรับผลการเลือกตั้ง2566 ขอบคุณทุกคะแนน ของพี่น้องประชาชน และชาวโคราช ยินดีกับพิธา-ก้าวไกล-เพื่อไทย ที่ได้ร่วมกัน ‘จัดตั้งรัฐบาล’

นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ประธานพรรคชาติพัฒนากล้า ได้กล่าวยอมรับผลการเลือกตั้งว่า พรรคชาติพัฒนากล้าได้ สส.ต่ำกว่าเป้าหมายที่คาดหวัง ต้องยอมรับการตัดสินใจของพี่น้องประชาชน การเลือกตั้ง2566 พี่น้องประชาชนออกมาใช้สิทธิ์สูงมาก แสดงถึงความตื่นตัวทางการเมือง จากกระแสการเมืองในช่วงโค้งสุดท้ายก่อนเลือกตั้ง 

ขอแสดงความยินดีกับนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล และพรรคเพื่อไทย ที่ได้ร่วมกันจัดตั้งรัฐบาล รวมถึงทุกพรรคการเมืองที่มี สส.ในสภาที่จะมาทำหน้าที่แก้ไขปัญหาบ้านเมืองร่วมกัน 

ต่อไปก็เป็นเรื่องของการจัดตั้งรัฐบาล ก็หวังว่าคงจะเป็นไปได้ด้วยความเรียบร้อย มีการเมืองที่มีเสถียรภาพ ลดความขัดแย้ง มีความร่วมมือในการทำงานร่วมกัน

นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ประธานพรรคชาติพัฒนากล้า นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ประธานพรรคชาติพัฒนากล้า

ขอขอบพระคุณทุกคะแนน และกำลังใจของพี่น้องประชาชน และชาวโคราชที่มอบให้กับพรรคชาติพัฒนากล้า สส.ของพรรคจะทำหน้าที่ให้ดีที่สุด และผลักดันนโยบายต่างๆ ที่แถลงไว้ก่อนเลือกตั้ง เพื่อแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจให้กับพี่น้องประชาชนให้สำเร็จต่อไป

นายสุวัจน์ ขอบคุณทุกคะแนน ที่คนไทยและชาวโคราชเลือกพรรคชาติพัฒนากล้านายสุวัจน์ ขอบคุณทุกคะแนน ที่คนไทยและชาวโคราชเลือกพรรคชาติพัฒนากล้า

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กกต.แถลงผลการเลือกตั้ง2566 ปรากฏว่าพรรคชาติพัฒนากล้า(ชพก.) ได้สส.เขต 1 ที่นั่ง จากเป้าหมายที่หวังไว้ 4 ที่นั่ง