มธ.คว้า 25 รางวัล‘นวัตกรรม-สิ่งประดิษฐ์เพื่อสังคม’ระดับโลก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/731052

มธ.คว้า 25 รางวัล‘นวัตกรรม-สิ่งประดิษฐ์เพื่อสังคม’ระดับโลก

มธ.คว้า 25 รางวัล‘นวัตกรรม-สิ่งประดิษฐ์เพื่อสังคม’ระดับโลก

วันอังคาร ที่ 16 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

คณาจารย์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) เข้ารับรางวัลการประกวดสิ่งประดิษฐ์และนวัตกรรมรวมกว่า 25 รางวัล ในงาน “The 48th International Exhibition of Inventions Geneva” ซึ่งจัดเมื่อปลายเมษายน 2566ณ นครเจนีวา สมาพันธรัฐสวิส ตอกย้ำความสำเร็จนโยบายของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ในการส่งเสริมและพัฒนางานวิจัยของมหาวิทยาลัยเพื่อก้าวไปสู่การเป็นมหาวิทยาลัยวิจัย

มอบนโยบายครูบางกระทุ่ม พร้อมเปิดภาคเรียน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/731051

มอบนโยบายครูบางกระทุ่ม พร้อมเปิดภาคเรียน

มอบนโยบายครูบางกระทุ่ม พร้อมเปิดภาคเรียน

วันอังคาร ที่ 16 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ดร.ผกาภรณ์ พลายสังข์ ผอ.สพป.พิษณุโลก เขต 2 นำประชุมมอบนโยบาย ข้อราชการ เตรียมความพร้อมก่อนเปิดภาค แก่ ผู้บริหาร และบุคลากรทางการศึกษา อำเภอบางกระทุ่ม โดยได้เน้นย้ำมาตรการด้านความปลอดภัย การใช้เทคโนโลยีในการบริหาร การจัดการเรียนการสอน หลักสูตรประวัติศาสตร์ท้องถิ่น Active Learning ให้โรงเรียนนำสู่การปฏิบัติ พร้อมกำกับติดตาม

โปรดเกล้าฯให้ผู้ว่าฯแม่ฮ่องสอน เชิญตะกร้าสิ่งของพระราชทาน มอบให้ญาติ ‘ส.อ. สมหมาย นาคสืบวงศ์’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/731105

โปรดเกล้าฯให้ผู้ว่าฯแม่ฮ่องสอน เชิญตะกร้าสิ่งของพระราชทาน มอบให้ญาติ 'ส.อ. สมหมาย นาคสืบวงศ์'

โปรดเกล้าฯให้ผู้ว่าฯแม่ฮ่องสอน เชิญตะกร้าสิ่งของพระราชทาน มอบให้ญาติ ‘ส.อ. สมหมาย นาคสืบวงศ์’

วันจันทร์ ที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 21.11 น.


“ในหลวง” โปรดเกล้าฯให้ผู้ว่าฯแม่ฮ่องสอน เชิญตะกร้าสิ่งของพระราชทานไปมอบญาติของ  สิบเอก สมหมาย  นาคสืบวงศ์ เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการพิทักษ์พื้นที่ หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพราน 30 ซึ่งเสียชีวิต

วันที่ 15 พฤษภาคม​  2566 เวลา 15.00 น.พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว  ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้   นายเชษฐา โมสิกรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน เชิญตะกร้าสิ่งของพระราชทานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี ไปมอบแก่ญาติของ  สิบเอก สมหมาย  นาคสืบวงศ์ เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการพิทักษ์พื้นที่ ชุดปฏิบัติการกองร้อยทหารพราน 3006  หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพราน 30 ซึ่งเสียชีวิตจากเหตุลอบวางระเบิดแสวงเครื่อง   ขณะลาดตระเวนตรวจเส้นทางบริเวณโรงเรียนบ้านเตาปูน หมู่ที่ 3 บ้านเงาะกาโป ตำบลบันนังสตา อำเภอบันนังสตา จังหวัดยะลา  เมื่อวันที่  12 พฤษภาคม​ 2566  ​ ณ บ้านเลขที่ 48 หมู่ที่ 5บ้านเมืองแพม ตำบลถ้ำลอด อำเภอปางมะผ้า จังหวัดแม่ฮ่องสอน 

การได้รับพระราชทานพระมหากรุณาธิคุณในครั้งนี้  ยังความปลื้มปีติและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณแก่ครอบครัวของ สิบเอก สมหมาย ฯ  อย่างหาที่สุดมิได้
 

‘osk 96’ย้อนเวลา 50 ปี สู่แดนสวนฯ’วันมหัศจรรย์ สุภาพบุรุษสวนกุหลาบวิทยาลัย’ปีที่ 12

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/731101

'osk 96'ย้อนเวลา 50 ปี สู่แดนสวนฯ'วันมหัศจรรย์ สุภาพบุรุษสวนกุหลาบวิทยาลัย'ปีที่ 12

‘osk 96’ย้อนเวลา 50 ปี สู่แดนสวนฯ’วันมหัศจรรย์ สุภาพบุรุษสวนกุหลาบวิทยาลัย’ปีที่ 12

วันจันทร์ ที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 20.47 น.

วันที่ 15 พ.ค. 66 ที่โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย 88 ถนนตรีเพชร แขวงวังบูรพา เขตพระนคร กทม. เปิดเทอมวันแรก บรรดานักเรียนศิษย์เก่าสวนกุหลาบวิทยาลัย รุ่น 96 osk 96 (92) ที่เข้าเรียนระหว่างปี พ.ศ.2516 -2520 จำนวน 180 คน เดินทางมาร่วมกิจกรรมต้อนรับน้องใหม่ นักเรียนศิษย์ปัจจุบัน รุ่น sk147 ที่เข้าเรียน ม.1 ปีการศึกษา 2566 เพื่อย้อนความหลังสมัยที่เพิ่งเข้ามาเรียนหนังสือ ม.ศ.1 (สู่แดนสวนฯ) เมื่อ 50 ปีที่แล้ว ภายใต้ชื่อกิจกรรม ”วันมหัศจรรย์ สุภาพบุรุษสวนกุหลาบวิทยาลัย” ที่จัดต่อเนื่องกันมาเป็นปีที่ 12 ซึ่งริเริ่มจัดขึ้นครั้งแรกโดยศิษย์เก่าสวนกุหลาบวิทยาลัยรุ่น 81 พล.ต.ท.ณัฐพงษ์ วัฒนสุคนธ์ ประธานรุ่น osk81 เมื่อปี พ.ศ.2555 ส่งต่อรุ่นต่อรุ่น

กิจกรรมในวันนี้กำหนดให้ศิษย์เก่าosk96 ทุกคนที่มาร่วมงานแต่งเครื่องแบบชุดนักเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย ร่วมกันเข้าแถวเคารพธงชาติและสวดมนต์ และเพลงโรงเรียน ในตอนเช้าพร้อมกับนักเรียนสวนกุหลาบฯ ศิษย์ปัจจุบัน บริเวณสนามหญ้าหน้าเสาธงและตึกยาวของโรงเรียน เพื่อเป็นการย้อนอดีตรำลึกถึงวันแรกที่ได้มีโอกาสเข้ามาเรียนในโรงเรียนแห่งนี้ พร้อมกับให้น้องศิษย์ปัจจุบันได้มองเห็นพี่ ๆ ศิษย์เก่าฯ ที่แต่ละท่านประสบความสำเร็จในอาชีพหน้าที่การงาน สร้างชื่อเสียงให้กับตนเอง ครอบครัว สถาบัน และประเทศชาติ เป็นตัวอย่างให้น้องๆ ได้ภาคภูมิใจในการได้เข้ามาเป็นนักเรียนสวนกุหลาบฯ สถาบันที่ผลิตบุคลากรที่ดีให้กับประเทศชาติมาเป็นเวลายาวนาน ดั่งคำกล่าวว่า “ความเป็นสวนกุหลาบนั้นเป็นตลอดชีวิต”

นายจิณณภัทร พิบูลวิทิตธำรง ผอ.รร.สวนกุหลาบวิทยาลัย กล่าวต้อนรับศิษย์เก่า-ปัจจุบัน ครูอาจารย์ ผู้ปกครอง ที่มาร่วมกิจกรรมวันนี้ว่า “เลือดในการสีโลหิต เลือกในจิต ชมพู-ฟ้า” วันนี้เปิดเรียนวันแรกปีการศึกษา 2566 ยินดีต้อนรับน้อง ม.1 รุ่น 147 เข้ามาเป็นครอบครัวสวนกุหลาบ ปีนี้เรื่องการเรียน แฟลตฟอร์ม ดิจิทัล จะเข้า มามีบทบาทกับการเรียนของเรามากขึ้น กิจกรรมสร้างความเป็นสุภาพบุรุษจะมีอย่างต่อเนื่องโดยเฉพาะปลายปีนี้ ที่รอคอยคือกิจกรรมฟุตบอลจตุรมิตร ที่จะจัดในช่วงเดือนพฤศจิกายน การเรียนของนักเรียนสวนกุหลาบนั้น นักเรียนจะต้องแบ่งเวลา ทั้งเรื่องของกิจกรรมและเรื่องการเรียนให้พอเหมาะพอดีโรงเรียนของเราสร้างวิชาชีพ วิชาการและวิชาชีวิต เราได้เห็นแบบอย่างของรุ่นพี่วันนี้รุ่น 96 มาเป็นแรงบันดาลใจให้กับพวกเราจะเห็นได้ว่านักเรียนสวนกุหลาบนั้นประสบความสำเร็จด้วยกันทุกคน ทั้งในแวดวงราชการ แวดวงธุรกิจเอกชนและอื่นๆ อีกมากมาย ขอให้เรายึดรุ่นพี่ของเราเป็นแบบอย่างพัฒนาตนเองไปสู่ การเป็นนักเรียนสวนกุหลาบที่ครบถ้วนสมบูรณ์ตามอัตลักษณ์ของพวกเรา วันนี้ยินดีต้อนรับทุกคนสู่การเปิดเรียนขอให้เราร่ำเรียนอยู่ในโรงเรียนด้วยความสุขทุกคน

ด้าน พล.ต.ท.ณัฐพงษ์ ผู้ริเริ่มกิจกรรม ฯ กล่าวว่า ตนขอกราบเท้าคุณครูที่เคารพและยินดีต่อผู้ปกครองนักเรียนสวนกุหลาบรุ่น 147 ทุกท่าน ตนเป็นศิษย์เก่าสวนกุหลาบรุ่น 81 เป็นเด็กสวนกุหลาบมาแล้วจนถึงวันนี้ 60 ปี เมื่อ 12 ปีที่แล้วในวันเดียวกันนี้รุ่นนี้เป็นรุ่นแรกที่ปฏิบัติเหมือนรุ่น 96 มารับน้องรุ่น 147 ในวันนี้ ซึ่งทำได้ดีมากขอยกย่องและเชิดชูที่สนับสนุนกิจกรรมงานวันนี้รุ่น 96 ได้สุดยอดเช่นเดียวกันกับน้องรุ่น 147 อีก 50 ปีข้างหน้าน้องก็จะต้องมาอยู่ตรงนี้เพื่อรับน้องรุ่น 197 ตนภูมิใจมากที่ได้เห็นเด็กนักเรียนมัธยมที่ดีที่สุดในโลกสถาบันศึกษาคู่ฟ้าเมืองไทยสวนกุหลาบวิทยาลัยแห่งนี้ ขอให้น้องทุกคนรักษาเกียรติภูมินี้ไว้ตลอดไป

ด้าน นายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมประธานรุ่น osk 96 กล่าวว่า ครูบาอาจารย์ทุกคนได้หล่อหลอมพวกเราให้เป็นสวนกุหลาบอย่างแท้จริงหลายคนจะบอกว่าโรงเรียนสวนกุหลาบมันคืออะไรผมบอกโรงเรียนในประเทศไทยโรงเรียนเดียวที่เป็นแบบสวนกุหลาบ เรามี ดีเอ็นเอ.อยู่ในกายทุกภาคส่วน  ทั้งในจิตใจ ในความคิด ตนขอการประกันเลยว่าน่าจะเป็นแห่งเดียวในโลกที่มีอัตลักษณ์แบบนี้ สวนกุหลาบแห่งนี้ได้เป็นโรงเรียนที่ได้สร้างคนรุ่นต่อรุ่น รุ่นแล้วรุ่นเล่า แล้วพี่ทุกรุ่น เรามีส่วนสำคัญในการที่จะเข้าไปดูแลบ้านเมืองช่วยเหลือ รับราชการเป็นข้าราชการ เป็นโรงเรียนที่ผลิตนายกฯ มากที่สุดในประเทศไทย เรามีทางรัฐมนตรีมี ผู้ว่าฯ เติบโตทั้งภาครัฐและภาคเอกชน เพราะฉะนั้นความหลากหลายของนักเรียนสวนกุหลาบซึ่งได้มีการคัดคนดีที่สุดมาเรียนโรงเรียนแห่งนี้ทั้งน้องรุ่น 147 และรุ่นก่อนหน้านั้นต่างก็รู้ถึงความยากลำบากที่จะเข้าโรงเรียนแห่งนี้ ดังนั้นทุกคนที่เข้ามาได้ต้องถือว่าท่านโชคดีและมีบุญที่ได้มาเรียนโรงเรียนนี้สำหรับในวันนี้ รุ่น 96 ได้ขอมอบสนามหญ้าที่ปูใหม่ให้เป็นของขวัญให้น้องได้ใช้ออกกำลังกายเพื่อสุขภาพแข็งแรง พร้อมผ้าพันคอรุ่นใหม่รูปตึกยาว ชมพูฟ้า สายรัดข้อมือสัญญลักษณ์ความเป็นสวนกุหลาบ

“ตนขอฝากน้องว่า สวนกุหลาบไม่ได้สอนให้เราเรียนเก่งเพียงอย่างเดียวนักเรียนเก่งมีเยอะหลายโรงเรียนแต่เรียนเก่งแล้วจะต้องเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติเป็นประโยชน์ต่อสังคมพี่ทุกคนที่ออกไปทำงานจะคำนึงถึงส่วนรวมประเทศชาติหวังว่าน้องทุกคนเมื่อเติบโตขึ้นไปวันหน้าน้องจะเป็นพลเมืองที่ดีเป็นคนที่มีคุณภาพ พุทธพจน์ ประจำโรงเรียนเรา คือ “สุวิชาโน ภวัง โหติ”แปลว่า ผู้รู้ดีเป็นผู้เจริญ”ขอให้จำขึ้นใจ ความเป็นสวนกุหลาบ คือ เป็นผู้นำ รักเพื่อน นับถือพี่ เคารพครูอาจารย์  กตัญญูพ่อแม่ ดูแลน้อง นี่คืออัตลักษณ์ความเป็นส่วนกุหลาบของพวกเรา”

น้องฟาดา ด.ช.ศุภณัฐ แสงสาตรา อายุ 12 ปี sk 147 และ น้องทองหนึ่ง ด.ช.กิตเมธา สุขเย็น เดลา โรซา อายุ 12 ปี นักเรียน ม.113 ศิษย์ปัจจุบัน sk 147 กล่าวว่า ตนรู้สึกภูมิใจที่สามารถสอบเข้ามาเรียนใน สถาบันที่มีชื่อเสียงแห่งนี้ได้เป็นโรงเรียนที่ใครๆ ก็คิดฝันที่อยากจะเข้ามาได้เรียน  เป็นโรงเรียนที่มีชื่อเสียงดีมาตั้งแต่ในอดีตขอให้ทุกคนที่ได้มีโอกาสเข้ามาเรียนในวันโรงเรียนแห่งนี้ได้มีความสุขในการเรียน

มช. พัฒนา ‘FoodPrompt’ ช่วยสร้างมื้ออาหาร ตอบโจทย์ผู้ประสบปัญหาทุพโภชนาการอย่างครบวงจร

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/731091

มช. พัฒนา 'FoodPrompt' ช่วยสร้างมื้ออาหาร ตอบโจทย์ผู้ประสบปัญหาทุพโภชนาการอย่างครบวงจร

มช. พัฒนา ‘FoodPrompt’ ช่วยสร้างมื้ออาหาร ตอบโจทย์ผู้ประสบปัญหาทุพโภชนาการอย่างครบวงจร

วันจันทร์ ที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 19.50 น.

มช. พัฒนา ‘FoodPrompt’ ช่วยสร้างมื้ออาหาร ตอบโจทย์ผู้ประสบปัญหาทุพโภชนาการอย่างครบวงจร

มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ โดยทีมวิจัยพัฒนา “FoodPrompt” เทคโนโลยีชาญฉลาดสำหรับให้โภชนบำบัดและผลิตอาหารแบบเฉพาะเจาะจง สามารถขึ้นรูปอาหารได้อย่างอัตโนมัติผ่านเครื่องขึ้นรูปอาหารสามมิติ พร้อมแอพพลิเคชั่นที่รองรับการทำงานของผู้ใช้ในการเลือกเมนูอาหารทั้งรสชาติและรูปทรง เพื่อตอบโจทย์ของผู้ประสบปัญหาทุพโภชนาการ มุ่งเน้นไปกลุ่มเปราะบาง (ผู้ป่วยสูงอายุในโรงพยาบาล) การก้าวย่างเข้าสู่วัยสูงอายุนั้นก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในหลากหลายมิติ โดยเฉพาะสุขภาพที่มีความเปลี่ยนแปลงอย่างเห็นได้ชัดจากการทำงานของร่างกายที่เราต้องมั่นดูแลอยู่เสมอ“ภาวะทุพโภชนาการ” หนึ่งในปัญหาที่ผู้สูงวัยมีความเสี่ยงสูงที่จะเป็นภาวะที่เสี่ยงต่อการที่ร่างกายได้รับสารอาหารไม่เพียงพอ อันเนื่องมาจากหลากหลายปัจจัย ทั้งความอยากอาหารลดลง ไม่สามารถรับประทานอาหารได้ การดูดซึมอาหารบกพร่อง ระบบร่างกายมีความเปลี่ยนแปลง หรือแม้กระทั่งความเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจและสังคมที่ส่งผลต่อผู้สูงวัย ภาวะการขาดสารอาหารมักเป็นอาการที่หลายคนไม่ทันสังเกต และมักไม่ได้รับการรักษาจนนำไปสู่ผลกระทบร้ายแรงต่าง ๆ ดังนั้นการส่งเสริมให้ผู้สูงวัยได้รับสารอาหารที่เพียงพอจะส่งผลดีต่อร่างกายเป็นอย่างมาก 

รองศาสตราจารย์ ดร.วัสสนัย วรรธนัจฉริยา ผู้ช่วยคณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ อาจารย์ประจำภาควิชาวิศวกรรมอุตสาหการ นำทีมวิจัยด้านเทคโนโลยีการผลิตและการจัดการขั้นสูง ได้แก่ อาจารย์นายแพทย์ปาณัสม์ เจษฎาพร, ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. กานต์ ปทานุคม, ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.จักริน ชวชาติ, ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.เอกสิทธิ์ จงเจริญรักษ์, รองศาสตราจารย์ ดร. สุพัฒน์ จิรานุสรณ์กุล, ศาสตราจารย์ ดร. ระดม พงษ์วุฒิธรรม, ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. เวชยันต์ รางศรี, อาจารย์ ดร.ใฝ่ฝัน ตัณฑกิตติ และอาจารย์ ดร.วิภาวดี อยู่อินทร์ ส่งผลงาน“FoodPrompt” เทคโนโลยีชาญฉลาดสำหรับให้โภชนบำบัดและผลิตอาหารแบบเฉพาะเจาะจง รางวัลการวิจัยแห่งชาติ ประเภทผลงานประดิษฐ์คิดค้น ระดับดี ประจำปีงบประมาณ 2566 สาขาเทคโนโลยีสารสนเทศและนิเทศศาสตร์ รับประกาศนียบัตรเชิดชูเกียรติคุณ และเงินรางวัลจำนวน 150,000 บาท จากสำนักงานวิจัยแห่งชาติ โดยได้รับพิจารณาว่าเป็นผลงานที่มีประโยชน์แก่ประเทศชาติ 
FoodPrompt หรือ Smart Technologies for Personalized Nutrition Support and Food Fabrication คือ แพลตฟอร์มที่ทีมผู้ประดิษฐ์จากสหสาขาวิชาร่วมกันพัฒนาขึ้น โดยเชื่อมโยงการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีในแต่ละสาขาตอบโจทย์ของผู้ประสบปัญหาทุพโภชนาการ มุ่งเน้นไปกลุ่มเปราะบาง (ผู้ป่วยสูงอายุในโรงพยาบาล) แพลตฟอร์มมีความแปลกใหม่ พัฒนาระบบที่ประกอบด้วยระบบประเมินโภชนาการที่เหมาะสมกับผู้ใช้แต่ละรายเพื่อนำไปสู่การผลิตอาหารแบบเฉพาะเจาะจง ผ่านการเชื่อมโยงด้วยระบบ IoT โดยในส่วนการวิเคราะห์การบริโภคจะผนวกระบบ AI ที่สามารถระบุชนิดอาหาร ปริมาณส่วนประกอบและปริมาณบริโภค พร้อมเปรียบเทียบกับสารอาหารที่จำเป็นจากฐานข้อมูลด้านสุขภาพของผู้ใช้ แล้วเชื่อมโยงข้อมูลเหล่านี้กับระบบการผลิตอาหารที่ถูกพัฒนาขึ้นให้มีสารอาหารสูงและสอดคล้องกับกลุ่มเป้าหมาย โดยสามารถขึ้นรูปอาหารได้อย่างอัตโนมัติผ่านเครื่องขึ้นรูปอาหารสามมิติ พร้อมแอพพลิเคชั่นที่รองรับการทำงานของผู้ใช้ในการเลือกเมนูอาหารทั้งรสชาติและรูปทรง ทำให้ผู้ป่วยได้รับสารอาหารอย่างเพียงพอผ่านอาหารที่สารอาหารสูงและรสชาติหลากหลาย ย่อมจะส่งผลให้สามารถจัดการปัญหาทุพโภชนาการได้อย่างครบวงจร ซึ่งนอกจากจะเป็นผลงานที่สามารถนำไปใช้ได้ตรงความต้องการของกลุ่มเป้าหมายแล้ว FoodPrompt ยังนับเป็นอีกหนึ่งผลงานชิ้นโบว์แดงปักตรงธงแดงของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ผลักดันงานวิจัย สู่การลงมือจริง และสร้างรูปธรรมแห่งมหาวิทยาลัยนวัตกรรมในขณะเดียวกัน

ก้าวให้ทันโลก! กองทุน ววน. เปิดเวทีรับฟังจากผู้เชี่ยวชาญเกาหลี มุ่งพัฒนาด้านวิทยาศาสตร์-นวัตกรรมของไทย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/731090

ก้าวให้ทันโลก! กองทุน ววน. เปิดเวทีรับฟังจากผู้เชี่ยวชาญเกาหลี มุ่งพัฒนาด้านวิทยาศาสตร์-นวัตกรรมของไทย

ก้าวให้ทันโลก! กองทุน ววน. เปิดเวทีรับฟังจากผู้เชี่ยวชาญเกาหลี มุ่งพัฒนาด้านวิทยาศาสตร์-นวัตกรรมของไทย

วันจันทร์ ที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 19.48 น.

สกสว. ร่วมมือ บพข. จัดสัมมนาเชิงนโยบาย “Technology Development in Thailand from Korean Perspectives: การพัฒนาเทคโนโลยีของไทยจากมุมมองผู้เชี่ยวชาญเกาหลีใต้” เพื่อพัฒนานโยบายด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมของไทยอย่างยั่งยืน

เมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม 2566 สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) ร่วมกับ หน่วยบริหารจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ (บพข.) จัดงานสัมมนาเชิงนโยบาย เพื่อพัฒนานโยบายด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมของไทย โดยได้รับเกียรติจาก ศ. ดร.จยอง ฮ๊อบ ลี ที่ปรึกษาอาวุโส บพข. เป็นวิทยากรพิเศษบรรยายในหัวข้อ “การพัฒนาเทคโนโลยีของไทยจากมุมมองผู้เชี่ยวชาญเกาหลีใต้” โดยมี คณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (กสว.) คณะกรรมการอำนวยการ สกสว. คณะกรรมการติดตามและประเมินผลการสนับสนุนวิทยาศาสตร์ การวิจัยและนวัตกรรม สกสว. สำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.) ประธานกรรมการบริหาร ผู้บริหารระดับสูง ของหน่วยบริหารและจัดการทุน (PMU) และประธานหน่วยบูรณาการเชิงประเด็นยุทธศาสตร์ วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ด้านเศรษฐกิจ (Strategic Agenda Team: SAT) เข้าร่วมการสัมมนา ดังกล่าว ณ โรงแรม วี กรุงเทพฯ

ศ. ดร.จยอง ฮ๊อบ ลี กล่าวว่า อุตสาหกรรมที่จะสร้างมูลค่าสูง ล้วนต่างต้องพึ่งพาองค์ความรู้ทางด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรม การพัฒนาเทคโนโลยีของไทยจึงมีความสำคัญในการข้ามพ้นกับดักประเทศรายได้ปานกลาง แต่จำเป็นต้องวางแผน ขับเคลื่อน และมีส่วนร่วมอย่างเป็นระบบ (Collective System) ตั้งแต่การเตรียมความพร้อมด้านกำลังคนที่มีศักยภาพ การพัฒนาขีดความสามารถของภาคอุตสาหกรรม การมีส่วนร่วมทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ภาควิชาการ โดยอาจเริ่มต้นจากการเลือกอุตสาหกรรมเป้าหมายที่มีศักยภาพ พร้อมสร้างความร่วมมือกับต่างประเทศที่มีประสบการณ์ นำไปสู่การขยายกำลังการผลิตในการเพิ่มโอกาสของการพัฒนาตลาดและการสร้างงานที่เพิ่มขึ้น ให้สามารถขับเคลื่อนประเทศได้ด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม ในลักษณะของกลุ่มความร่วมมือมากกว่าการพยายามพัฒนาเพียงองค์กรเดียว เพื่อนำไปสู่การแบ่งบันความรู้ เครื่องมือ และสิ่งอำนวยความสะดวกอื่น ๆ ดังที่มีการดำเนินการอยู่แล้วใน EECi และท้ายที่สุดได้กล่าวถึงข้อเสนอแนะ 3 ประเด็น คือ 1) ประเทศไทยและเกาหลีอาจมีความร่วมมือในลักษณะของ strategic partner โดยเฉพาะความร่วมมือในอุตสาหกรรมสุขภาพร่วมกับการพัฒนาด้านดิจิทัล เพราะเป็นการผนวกศักยภาพของแต่ละประเทศไว้ด้วยกัน 2) การพัฒนาแบบ Collective System มากกว่าการพัฒนาแบบแยกส่วน (individual) และ 3) แนะนำ 6 แนวทางการขับเคลื่อนเพื่อพัฒนาด้านเทคโนโลยีสำหรับประเทศไทยอย่างมีกลยุทธ์

จากนั้น รองศาสตราจารย์ ดร.ปัทมาวดี โพชนุกูล ผู้อำนวยการ สกสว. และ รศ.ดร.สิรี ชัยเสรี ผู้อำนวยการ บพข. ได้เปิดเวทีแลกเปลี่ยนแนวทางการยกระดับการพัฒนานโยบายด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมของไทยร่วมกับผู้บริหาร กสว. สกสว. สอวช. บพข.และประธานหน่วยบูรณาการเชิงประเด็นยุทธศาสตร์ สกสว. เพื่อมุ่งสู่การเพิ่มความสามารถด้านการแข่งขันของประเทศต่อไปในอนาคตอันใกล้ ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายของ สกสว. ที่เป็นหน่วยงานกลางของประเทศ มีหน้าที่ในการส่งเสริม สนับสนุน และขับเคลื่อนระบบวิจัยและนวัตกรรมของประเทศในทุกด้าน เพื่อให้เกิดการพัฒนาประเทศอย่างสมดุลและยั่งยืน ที่ประชุมเห็นตรงกันว่า ประเทศไทยยังต้องมีเป้าหมายที่ชัดเจน โดย BCG economy ยังเป็นประเด็นสำคัญที่เหมาะสมกับบริบทประเทศที่มีทรัพยากรที่หลากหลายและมีศักยภาพ แต่อาจต้องมีแนวทางการพัฒนาที่มองไปยังตลาดโลกมากขึ้น โดยแนวทางของการเลือกประเด็นสำคัญที่จะมุ้งเน้นอาจพิจารณาทั้งส่วนของความต้องการของการตลาด และโอกาสในการเติบโตของเทคโนโลยี ทั้งนี้แนวทางการพัฒนาเทคโนโลยีที่สร้างมูลค่าการตลาดได้จริงจึงต้องดึงภาคเอกชนและการบูรณาการของทุกภาคส่วนเข้ามามีส่วนร่วม เพื่อให้เกิดการปรับตัวได้ทันต่อสถานการณ์ 

ด้าน รศ. ดร.สิรี ชัยเสรี กล่าวเสริมว่า ประเทศไทยควรต้องมีการกำหนดประเด็นสำคัญที่จะขับเคลื่อนให้ชัดเจน มีการจัดลำดับความสำคัญและควรต้องส่งเสริมการมีส่วนร่วมทุกภาคส่วน ให้เกิดการทำงานอยู่บนแนวทางที่มุ่งเป้าไปในทิศทางเดียวกัน

โดย รศ.ดร.ปัทมาวดี โพชนุกูล ได้กล่าวสรุปในตอนท้ายว่า สำหรับการหารือในครั้งนี้ ได้แนวทางการขับเคลื่อนงาน ววน. 5 ประเด็น คือ 1) การมองถึงตลาดระดับโลกมากขึ้น 2) การมีเป้าหมายที่ชัดเจนและจัดลำดับความสำคัญ 3) การขับเคลื่อนแบบ Collective System ซึ่งระบบ ววน. อาจต้องพัฒนาไปสู่ Collective System เพิ่มมากขึ้น 4) การพัฒนาขีดความสามารถด้านการพัฒนากำลังคนที่ตอบโจทย์อุตสาหกรรม และ 5) การแก้ไขระเบียบข้อบังคับส่งเสริมให้เกิดเทคโนโลยีใหม่ ๆ ได้ดีขึ้น หรือเพื่อส่งเสริมให้เกิดการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมเป้าหมายมากขึ้น อีกด้วย

‘ทักษิณ’ ชี้ 3 ปัจจัย ‘เพื่อไทย’ แพ้เลือกตั้ง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/549135

16 พ.ค. 2566

'ทักษิณ' ชี้ 3 ปัจจัย 'เพื่อไทย' แพ้เลือกตั้ง

‘พรรคเพื่อไทย’ แพ้เลือกตั้ง มาจาก 3 ปัจจัย ‘ทักษิณ’ วิเคราะห์ผ่าน clubhouse เจอทั้งกระแส กระสุน และสส.ไม่ลงพื้นที่

ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี พูดผ่าน clubhouse ครั้งแรกหลังเลือกตั้ง ระบุ 3 เหตุปัจจัย เพื่อไทยแพ้การเลือกตั้งมาจาก 3 ปัจจัย ประกอบด้วยกระแสของพรรคก้าวไกล  กระสุนที่พรรคการเมืองอื่น ใช้ในการเลือกตั้ง และอดีตสส.หลาย คนทิ้งพื้นที่

โดยก่อนอุ๊งอิ๊งลาคลอดกระแสแรงมาก ทำให้สส.บางคนเหลิง กระแสดี ไม่ลงพื้นที่ 

แต่เมื่อการเลือกตั้งจบแล้ว โค้ช และนักกีฬา ไม่จำเป็นต้องตีกัน แต่ต้องไปฝีกใหม่  ปรับปรุง ให้ดีสรัป ให้เต็มที่ คนแก่ทางการเมืองต้องหลบให้คนรุ่นใหม่ ไม่ใช่ยุคของเรา ต้องปล่อยให้ ลูกหลานมาสานงานทางการเมือง ยกตัวอย่าง พิธา เข้ากับเมืองไทย ที่ว่า ปากเป็นเอก เลขเป็นโท หนังสือเป็นตรี พูดแล้วคนฟัง 

parliament ภาษาฝรั่งเศส แปลว่าพูด  เกิดเจนเนอเรชั่นแกปทางการเมือง เพราะไม่มีการเรียนรู้ แม้เด็กจะยังไม่มีประสบการณ์  ผู้ใหญ่ ก็สามารถสร้างการเรียนรู้ผ่านประสบการณ์ได้

กระแสไอโอ มีการปล่อยข่าวว่าเพื่อไทยจับมือกับพลังประชารัฐ ตั้งแต่ก่อนการเลือกตั้ง ผ่านการผลิตซ้ำ ตั้งแอคเค้าท์จำนวนมาก กระจายข่าว ตอกย้ำอย่างสมำเสมอ

พรรคเพื่อไทยวางมาตรฐานเรื่องสปิริตทางการเมืองไว้ เพราะเจอประสบการณ์มาหลายครั้ง แม้คนจะมองว่าเราซื่อจนกลายเป็นซื่อบื้อ  แต่ก็ไม่มีใครมาต่อว่า เมื่อแพ้เลือกตั้ง แต่เชื่อว่า การเปิดประชุมสภา เพื่อเลือกนายกรัฐมนตรี กกต. จะไม่ใช้เวลาถึง 60 วัน 

เชื่อว่า สมาชิกวุฒิสภาบางส่วนมีอิสระ การเลือกนายกรัฐมนตรี จะมีทางออกเสมอเช่นเดียวกับ การเมือง และส่วนตัวได้รับการยืนยันจาก อุ๊งอิ๊ง  แพทองธารว่าจะไม่ตั้งรัฐบาลแข่ง  เว้นแต่จะเกิดอุบีตเหตุกับพรรคก้าวไกล ซึ่งเป็นปัจจัยที่ พรรคเพื่อไทย เสนอแคนดิเดตนายกฯถึงสามคน

น.พ. สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี ผู้ช่วยหาเสียงพรรคเพื่อไทย ยอมรับว่าจากการนั่งดูโซเชี่ยลมีเดีย ต้องยอมรับความรู้สึกร่วม ที่ต้องการการเปลี่ยนแปลง อย่างแพร่หลาย เป็นสึนามิภายในเวลา 1 สัปดาห์ เป็นปัจจัยสำคัญ

หลายคนเสียดายนโยบาย ของพรรคเพื่อไทย ทั้งกระเป๋าเงินดิจิทัล และรถไฟฟ้า 20 บาท ตลอดสาย  โลกการเมืองยุคใหม่ ต้องให้ความสำคัญกับเทคโนโลยี

‘พริษฐ์’ ส่งจดหมายเปิดผนึกถึง สว. ยก 6 ข้อ ให้ ‘พิธา นั่งนายกฯ คนที่ 30

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/549133

16 พ.ค. 2566

'พริษฐ์' ส่งจดหมายเปิดผนึกถึง สว. ยก 6 ข้อ ให้ 'พิธา นั่งนายกฯ คนที่ 30

‘พริษฐ์’ ก้าวไกล โพสต์จดหมายเปิดผนึกถึง สว. ช่วยเป็น ‘กังหันลม’ โอบรับสายลมแห่งการเปลี่ยนแปลงที่สังคมปรารถนาไปด้วยกัน ยก 6 ข้อ ขอให้เหล่า สว. ยึดคำพูดของตัวในอดีต โหวตผ่านจัดตั้งรัฐบาล และให้ ‘พิธา’ เป็นนายกฯ

พริษฐ์ วัชรสินธุ ผู้จัดการการสื่อสารและการรณรงค์นโยบาย พรรคก้าวไกล โพสต์เฟซบุ๊ก จดหมายเปิดผนึก ถึงสมาชิกวุฒิสภา 250 คน ระบุว่า ถึงสมาชิกวุฒิสภาทุกท่าน ตลอด 4 ปีที่ผ่านมาในการรณรงค์เรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ผมยืนยันมาตลอดว่า ในบรรดาเนื้อหาทั้งหมดของรัฐธรรมนูญ 2560 มาตรา 272 ที่ให้อำนาจ สว. ที่มาจากการแต่งตั้ง มาร่วมเลือกนายกรัฐมนตรี เป็นมาตราที่เป็นปฏิปักษ์ที่สุดต่อระบอบประชาธิปไตย

ผมเชื่อว่าท่านเข้าใจดี ว่าการวิจารณ์ในลักษณะนี้ ไม่ได้มาจากอคติส่วนบุคคล แต่มาจากการยึดหลักการพื้นฐานของระบอบประชาธิปไตย ที่อำนาจสูงสุดเป็นของประชาชน ในการมี 1 สิทธิ 1 เสียง เพื่อกำหนดอนาคตของประเทศผ่านคูหาเลือกตั้ง ไม่มีประเทศไหนในโลกนี้ที่เป็นประชาธิปไตย ที่ให้ สว. ที่มาจากการแต่งตั้ง มีอำนาจในการมาร่วมเลือกนายกฯ และเปิดช่องให้ขัดเจตนารมณ์ของประชาชนที่แสดงออกผ่านคูหาเลือกตั้ง

หากท่านจะอ้างว่า บางประเทศที่เป็นประชาธิปไตย มี สว. แต่งตั้ง (เช่น สหราชอาณาจักร) ก็พึงตระหนักไว้ ว่า สว. ในประเทศเหล่านั้น มีอำนาจน้อยมาก (เช่น ชะลอร่างกฎหมาย) เพื่อให้อำนาจและที่มาสอดคล้องกัน หากท่านจะอ้างว่าบางประเทศที่เป็นประชาธิปไตย มี สว. ที่มีอำนาจเยอะ (เช่น สหรัฐอเมริกา) ก็พึงตระหนักไว้ว่า สว. ในประเทศเหล่านั้น มาจากการเลือกตั้ง เพื่อให้อำนาจและที่มาสอดคล้องกัน

และหากท่านจะอ้างว่าการมี สว. แต่งตั้งที่มีอำนาจเลือกนายกฯ มาจากการลงประชามติเมื่อปี 2559 ก็พึงตระหนักไว้ว่า ประชามติครั้งนั้น ไม่ได้เป็นประชามติที่เสรีและเป็นธรรมตามมาตรฐานสากล – หลายคนที่รณรงค์คัดค้านถูกจับกุมดำเนินคดี ในขณะที่คำถามพ่วงก็ถูกเขียนในลักษณะที่กำกวมและชี้นำโดยเจตนา

ดังนั้น ในเมื่อมาตรานี้ยังไม่ถูกยกเลิกไป วิธีการเดียวที่ท่านจะทำได้ เพื่อเคารพหลักการขั้นพื้นฐานของประชาธิปไตย คือ การสนับสนุน “นายกฯ และรัฐบาล ที่รวบรวมเสียงได้เกินกึ่งหนึ่งของสภาผู้แทนราษฎร” (งดออกเสียงไม่พอ เพราะรัฐธรรมนูญเขียนว่านายกฯ ต้องได้รับการ ‘เห็นชอบ’ เกินกึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกรัฐสภา ‘ที่มีอยู่’ (ไม่ใช่ ‘ที่ลงมติ’)) โดยไม่แสดงท่าทีหรือความเห็นเป็นอื่นใด ที่ไปกระทบต่อกระบวนการจัดตั้งรัฐบาลและการตัดสินใจของพรรคการเมืองหรือสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร

แต่ลึกๆ ผมก็เข้าใจว่าการอ้างอิงหลักประชาธิปไตยอย่างเดียว คงไม่สามารถโน้มน้าวทุกท่านได้ เพราะหากทุกท่านยึดมั่นในหลักการประชาธิปไตย ทุกท่านคงเห็นด้วยกับการยกเลิกอำนาจ สว. เลือกนายกฯ ไปแล้วตอนที่ถูกเสนอเข้าสู่การพิจารณาของรัฐสภาในช่วง 2563-65 (รวมกันถึง 3 ครั้ง)

ดังนั้น ผมเลยขอยกอีก 6 เหตุผล ที่เพียงแต่ขอให้ท่านเพียงยึดคำพูดของตัวในอดีต

1. บางท่านเคยโหวตสนับสนุนการยกเลิกอำนาจ สว. เลือกนายกฯ ในรัฐสภา

เรามี สว. ทั้งหมด 63 คน ที่เคยสนับสนุนการยกเลิก มาตรา 272 ที่ให้อำนาจ สว. เลือกนายกฯ (อย่างน้อย 1 ครั้ง จาก 3 ครั้งที่ถูกเสนอในรัฐสภาในช่วง 2563-65) แม้แต่ละท่านอาจมีเหตุผลที่แตกต่างกันออกไป แต่การลงมติของท่านแสดงให้เห็นว่าท่านเห็นตรงกันว่ามาตรา 272 มีปัญหาและไม่มีความจำเป็นต้องคงไว้อยู่ ดังนั้น ผมขอเรียกร้องไม่ให้ท่านเอามาตราที่ท่านเองก็เห็นว่าเป็นปัญหา มาขัดเจตนารมณ์ของประชาชนผ่านคูหาเลือกตั้ง

2. หลายท่านเคยบอกว่า ไม่จำเป็นต้องยกเลิกอำนาจ สว. เลือกนายกฯ เพราะอำนาจนี้ตามมาตรา 272 “ไม่มีความหมาย” “ไม่มีน้ำยา” และ “ไม่มีราคา”

สว. บางท่านเคยบอกว่า การมีอยู่หรือไม่ของอำนาจเลือกนายกฯ ของ สว. ไม่ใช่เรื่องสำคัญ เพราะใครก็ตามที่ได้รับเลือกให้เป็นหัวหน้ารัฐบาลก็ต้องได้รับเสียงข้างมากจาก สส. เสียก่อน โดยหาก สว. เลือกคนที่ไม่สามารถรวบรวมเสียงข้างมากได้ ก็ย่อมทำให้เกิดทางตันทางการเมือง เพราะรัฐบาลเสียงข้างน้อยจะไม่สามารถผ่านกฎหมายใดๆ ได้ ดังนั้น หากท่านยืนยันคำเดิมว่า มาตรานี้ไม่ได้มี ‘ราคา’ อะไร ก็อย่านำอำนาจที่ท่านมีจากมาตรานี้ มาโก่งราคาเพื่อบิดเบือนเจตนารมณ์ของประชาชนผ่านคูหาเลือกตั้ง

3. หลายท่านเคยอ้างว่า สนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ เป็น นายกฯ รอบที่แล้ว เพราะ พล.อ.ประยุทธ์ ได้รับการสนับสนุนจากเสียงข้างมากของ สส.

แม้ผมต้องยืนยันจุดยืนเดิม ว่าการมีอยู่ของอำนาจ สว. ในการเลือกนายกฯ ส่งผลต่อการตัดสินใจของพรรคการเมืองและกระบวนการจัดตั้งรัฐบาลในครั้งนั้น แต่ สว. หลายท่าน (รวมถึง สส. ซีกรัฐบาลเดิม) มักอ้างหลายครั้งว่า ที่ สว. โหวตให้ พล.อ.ประยุทธ์ ในการโหวตนายกฯ เมื่อปี 2562 เป็นเพราะ พล.อ.ประยุทธ์ ได้รับการสนับสนุนจาก สส. เกินกึ่งหนึ่ง (250+) ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชน ดังนั้น หากท่านใช้ตรรกะเดิมที่ท่านเคยอ้างว่า ท่านใช้ในการสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ เมื่อปี 2562 ท่านก็ควรต้องสนับสนุนนายกฯ ที่ได้รับการสนับสนุนจาก สส. เกินกึ่งหนึ่ง (250+) ในการเลือกนายกฯ ในปี 2566 เช่นกัน

4. หลายท่านพูดเสมอถึงความสำคัญของการให้ประเทศได้พัฒนาอย่างต่อเนื่อง โดยไม่เจอทางตัน

หากท่านต้องการให้ประเทศได้ ‘ไปต่อ’ โดยไม่เจอทางตัน ผมไม่เห็นเหตุผลใดที่ท่านจะไม่สนับสนุนนายกฯ และรัฐบาลที่ได้เสียงเกินกึ่งหนึ่งของสภาผู้แทนราษฎร เพราะไม่ว่าท่านจะมีความคิดเห็นส่วนตัวอย่างไรกับนายกฯ คนนั้น หรือพรรคที่อยู่ในรัฐบาลชุดนั้น แต่หากท่านไปสนับสนุนนายกฯ หรือพรรคที่ไม่ได้เสียงเกินกึ่งหนึ่งของสภาผู้แทนราษฎร นายกฯ หรือรัฐบาลเสียงข้างน้อยชุดนั้น จะไม่สามารถบริหารประเทศให้ไปต่อได้ กฎหมายจะไม่ผ่านสักฉบับ งบประมาณจะไม่ผ่านสักบาท และรัฐบาลก็จะล้มทันทีที่มีการเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจ ดังนั้น ในเมื่อท่านเองก็น่าจะเห็นเหมือนผมว่า การสนับสนุนนายกฯ ที่ได้รับการสนับสนุนจากแค่เสียงข้างน้อยของ สส. จะนำไปสู่ทางตัน ผมก็หวังว่า ท่านจะไม่เลือกนำพาประเทศไปเจอทางตันนั้น

5. หลายท่านพูดเสมอถึงความสำคัญของ ‘การตรวจสอบถ่วงดุลรัฐบาล’

หากท่านไม่ประกาศสนับสนุนหลักการว่าท่านจะโหวตให้นายกฯ และรัฐบาลที่รวบรวมเสียงได้เกินกึ่งหนึ่งของ สส. (เกิน 250 คน) แต่บีบให้เขาต้องรวบรวมเสียงให้ได้เกินกึ่งหนึ่งของสมาชิกรัฐสภา (เกิน 375 คน) ท่านกำลังกระทำสิ่งที่เสี่ยงจะบีบให้ฝ่ายค้าน (ไม่ว่าจะเป็นใครก็ตาม) ซึ่งมีหน้าที่หลักในการตรวจสอบถ่วงดุลรัฐบาล มีความอ่อนแอลงหรือมีเสียงน้อยลง

แม้พรรคก้าวไกลเรายืนยันว่า เราจะไม่หลงกลนี้ และเราจะไม่ตัดสินใจดึงพรรคที่อุดมการณ์ไม่ตรงกับเราเข้ามาร่วมเป็นรัฐบาล (โดยยังคงหวังว่าพรรคที่แม้ไม่ได้ร่วมรัฐบาลกับเรา แต่เห็นถึงความวิปริตของอำนาจ สว. ในการเลือกนายกฯ จะมาร่วมโหวตให้เราเป็นกรณีพิเศษ) แต่ผมเพียงอยากชี้ให้เห็นถึงความย้อนแย้งของท่านระหว่างการโยนให้พรรครัฐบาลต้องรวบรวมเสียงได้เกิน 375 เสียง กับคำพูดของท่านว่าต้องการจะสร้างระบบรัฐสภาที่มีการตรวจสอบถ่วงดุลรัฐบาลอย่างเข้มข้นโดยฝ่ายค้านที่เข้มแข็ง

6. หลายท่านพูดเสมอถึงความสำคัญของการไม่อยากเห็น ‘บ้านเมืองขัดแย้ง’

ผมขอยืนยันว่าแม้การมีความเห็นที่แตกต่างหลากหลายเป็นเรื่องปกติของสังคมที่หลีกเลี่ยงไม่ได้และไม่ควรต้องหลีกเลี่ยง แต่การบริหารจัดการความคิดเห็นที่แตกต่างไม่ให้ทวีคูณไปเป็นความขัดแย้งที่ดีที่สุด คือการมีกระบวนการตัดสินใจที่เป็นธรรมกับทุกฝ่าย

ดังนั้น ในเมื่อการเลือกตั้ง คือกระบวนการตัดสินใจที่เป็นธรรมกับประชาชนทุกกลุ่มความคิด เพราะเป็นการให้ประชาชนทุกคนทุกความคิด มี 1 สิทธิ 1 เสียง เท่าเทียมกัน หากท่านใช้อำนาจของท่านในทางใดที่เสี่ยงจะฝืนเจตนารมณ์ของประชาชนผ่านคูหาเลือกตั้ง ท่านเองจะเป็นคนที่นำบ้านเมืองไปสู่ความขัดแย้ง

ดังนั้น ผมขอเรียกร้องให้สมาชิกวุฒิสภาทุกท่าน สนับสนุน ‘นายกฯ และรัฐบาล ที่รวบรวมเสียงได้เกินกึ่งหนึ่งของสภาผู้แทนราษฎร’

“มันเป็นสิทธิของท่านในระบอบประชาธิปไตย ที่จะไม่เชื่อว่านายกฯ และรัฐบาล นี้ เป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์ที่สุดของประเทศ แต่มันไม่ควรเป็นสิทธิของท่านในระบอบประชาธิปไตย ที่จะขัดขวางเจตนารมณ์ของประชาชน ที่แสดงออกมาชัดเจนผ่านคูหาเลือกตั้งถึงความต้องการอยากเห็นการเปลี่ยนแปลง สายลมแห่งการเปลี่ยนแปลง พัดโชยมาถึงแล้ว และหากจะต่อยอดจากคำพูดของคุณหนุ่มเมืองจันท์ ถึงเวลาที่ท่านต้องเลือก ว่าท่านจะเลือกเป็นอะไรระหว่าง ‘กังหันลม’ ที่โอบรับและก้าวไปด้วยกันกับความเปลี่ยนแปลงที่สังคมปรารถนา กับ ‘กำแพง’ ที่ฉุดรั้งการเปลี่ยนแปลงที่สังคมต้องการไว้แค่เพียงชั่วคราว แต่ทิ้งรอยร้าวและซากปรักหักพังไว้ทั่วแผ่นดิน เมื่อวันที่สายลมมันแรงเกินกว่ากำแพงใดๆ จะต้านทานไว้ได้” พริษฐ์กล่าว

พริษฐ์ทิ้งท้ายด้วย #สวต้องเคารพเสียงประชาชน พร้อมระบุรายชื่อ สว. 63 คน ที่เคยสนับสนุนการยกเลิก มาตรา 272 ที่ให้อำนาจ สว. เลือกนายกฯ (อย่างน้อย 1 ครั้ง จาก 3 ครั้งที่ถูกเสนอในรัฐสภาในช่วง 2563-65) เช่น กล้านรงค์ จันทิก, คำนูณ สิทธิสมาน, จรุงวิทย์ ภุมมา, เฉลิมชัย เครืองาม, เฉลิมชัย เฟื่องคอน, ชาญวิทย์ ผลชีวิน, เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์, วันชัย สอนศิริ, วีระศักดิ์ โควสุรัตน์ ฯลฯ

สอบตก สส. แต่ดวงเฮง รับโชครางวัลที่1 24 ล้านบาทปลอบใจ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/549129

16 พ.ค. 2566

สอบตก สส. แต่ดวงเฮง รับโชครางวัลที่1 24 ล้านบาทปลอบใจ

ไม่ทันหายเศร้า ‘กำนันเผ่น’ สอบตก ‘สส.สมุทรสาคร’ ดวงเฮง ถูกรางวัลที่1 งวด 16/05/66 รับเละ 24 ล้านบาทปลอบใจ มีแรงสู้ต่อ

“เฮง” อดีตผู้สมัคร สส.สมุครสาคร พรรคเพื่อไทย ถูกรางวัลที่ 1 งวดประจำวันที่ 16 พ.ค. 66 โดยเฟซบุ๊กเพจ “สังคมข่าว สมุทรสาคร 2” โพสต์ภาพ นายอุดม กันม่วง หรือ สีหน้ายิ้มแย้มโชว์ “สลากกินแบ่งรัฐบาล” หมายเลข 132903 จำนวน 4 ใบ ได้รับเงินรางวัล 24 ล้าน พร้อมข้อความ ” 24 ล้านอยู่นี่เอง กำนันเผ่น กำนันอุดม กันม่วง อดีตกำนันตำบลพันท้ายนรสิงห์ อดีตผู้สมัคร สส.สมุทรสาคร พรรคเพื่อไทย เขต 1 ดวงเฮง ถูกลอตเตอรี่ งวดประจำวันที่ 16 พฤษภาคม 2566 รางวัลที่1จำนวน 4ใบ เป็นเงิน 24 ล้านบาท”

กำนันเผ่นถูกรางวัลที่ 1 กำนันเผ่นถูกรางวัลที่ 1

ขณะที่กำนันเผ่น โพสต์ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ระบุว่า “รางวัลปลอบใจครับ ถึงไม่ได้เป็น สส. แต่ได้รางวัลแบบนี้ ค่อยมีแรงสู้ต่อหน่อย รอยยิ้มของนักสู้ รู้จักแล้วจะรัก กำนันเผ่น”
กำนันเผ่น โพสต์ถูกรางวัลที่ 1 กำนันเผ่น โพสต์ถูกรางวัลที่ 1

สำหรับกำนันเผ่น ลงสมัคร สส.สมุครสาคร เขต 1 สังกัดพรรคเพื่อไทย เมื่อวันที่ 14 พ.ค. มีการเลือกตั้ง กำนันเผ่น ได้รับคะแนนเสียงจากประชาชนเป็นอันดับ 3 จำนวน 16,560 เสียง พ่ายแพ้ให้กับนายณัฐพงษ์ สุมโนธรรม จากพรรคก้าวไกล ต่อมาได้โพสต์ “ขอบคุณทุกคะแนนเสียงบริสุทธิ์จำนวน16,560เสียง ที่มอบให้กับผมนะครับ ถึงผมจะไม่ชนะในสนามแข่งขัน แต่พวกคุณทุกคนชนะใจผมเรียบร้อยแล้ว❤️ “

ผลการนับคะแนนไม่เป็นทางการจังหวัดสมัครสาครผลการนับคะแนนไม่เป็นทางการจังหวัดสมัครสาคร

กำนันเผ่นโพสต์หลังนับคะแนนเลือกตั้งกำนันเผ่นโพสต์หลังนับคะแนนเลือกตั้ง

‘ก้าวไกล’ นัดพรรคฝ่ายประชาธิปไตย ถก ‘จัดตั้งรัฐบาล’ 17 พ.ค.

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/549122

16 พ.ค. 2566

'ก้าวไกล' นัดพรรคฝ่ายประชาธิปไตย ถก 'จัดตั้งรัฐบาล' 17 พ.ค.

‘ก้าวไกล’ เตรียมตั้งคณะทำงานร่างเอ็มโอยู ควบคู่กับร่างเงื่อนไขในการเข้าร่วมรัฐบาล 17 พ.ค. 66 นัดพรรคการเมืองฝ่ายประชาธิปไตย หารือการ ‘จัดตั้งรัฐบาล’

หลัง กกต. แถลงผลเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการเมื่อ 15 พ.ค. 2566 ชัดเจนพรรคก้าวไกลมีคะแนนอันดับหนึ่ง จากทั้งหมด 67 พรรคการเมือง ทำให้ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรค ประกาศจับมือพรรคร่วมฝ่ายค้านเดิม เพื่อ “จัดตั้งรัฐบาล” และมอบหมายให้นายชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกล เป็นตัวแทนพรรค ดีลพรรคร่วมฝ่ายค้านเพื่อฟอร์มรัฐบาลก้าวไกล

ล่าสุดมีความเคลื่อนไหวจากมือดีลพรรคก้าวไกล โดยนายชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกล ได้ประสานมายังพรรคการเมืองฝ่ายประชาธิปไตย หรือพรรคการเมืองที่เคยร่วมทำงานกันในฝ่ายค้านปัจจุบัน

ไม่ว่าจะเป็นพรรคเพื่อไทย พรรคเสรีรวมไทย พรรคประชาชาติ และพรรคไทยสร้างไทย ที่เคยร่วมงานกันช่วงหลังเลือกตั้งปี2562 เพื่อพูดคุยถึงการ ‘จัดตั้งรัฐบาล’ ในเวลา 16.00น.ของวันที่ 17 พ.ค. 2566 ส่วนสถานที่ขณะนี้ทางพรรคก้าวไกลยังไม่ได้กำหนด

อย่างไรก็ตามเนื้อหาสาระเกี่ยวกับเงื่อนไขต่างๆในการเข้าร่วมรัฐบาลนั้นจะเป็นหน้าที่ของพรรคก้าวไกลเป็นหลัก และหลังการพูดคุยจะมีการตั้งคณะทำงาน เพื่อหารือข้อสรุปในประเด็นต่างๆ ทั้งเรื่องนโยบาย เรื่องตำแหน่ง เพื่อร่างเป็นบทสรุปออกมาก่อนจะมีการแถลงอย่างเป็นทางการอีกครั้งหนึ่ง

ทั้งนี้ มีรายงานจากพรรคก้าวไกลว่า ภายในสัปดาห์นี้ จะมีความชัดเจนในการฟอร์มรัฐบาลก้าวไกล หลังนายชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกล ได้ประสานทั้งพรรคการเมือง และสว. เรียบร้อยแล้ว