LYN BEAUTY อัปเดตเมคอัพ 3 สไตล์ หรูหราและเปี่ยมไปด้วยพลังสำหรับเอวี่เดย์ ลุค

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/733939

LYN BEAUTY อัปเดตเมคอัพ 3 สไตล์  หรูหราและเปี่ยมไปด้วยพลังสำหรับเอวี่เดย์ ลุค

LYN BEAUTY อัปเดตเมคอัพ 3 สไตล์ หรูหราและเปี่ยมไปด้วยพลังสำหรับเอวี่เดย์ ลุค

วันอังคาร ที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

เพราะในทุกสิ่งล้วนมีความงาม และความหรูหราควรเป็นสิ่งที่ทุกคนเข้าถึงได้ LYN BEAUTY (ลิน บิวตี้) ถ่ายทอดนิยามความงามที่หรูหรา ทว่าเป็นธรรมชาติ เรียบง่ายและจับต้องได้ เพราะเราเชื่อว่าความมั่นใจและสไตล์ที่เป็นตัวของตัวเอง คือเสน่ห์ที่แท้จริงของผู้หญิงที่ลอกเลียนแบบกันไม่ได้

LYN BEAUTY ส่งเสริมให้สาวๆ ทุกคนสามารถครีเอทเมคอัพลุคที่ใช่ในแบบฉบับของตัวเอง คิดค้นผลิตภัณฑ์ขึ้นเพื่อตอบโจทย์ความงามของผู้หญิงทุกสีผิว ทุกรูปแบบ ทุกสไตล์ รังสรรค์มาเพื่อผู้หญิงทุกคน รวมถึงคุณภาพการผลิตที่ส่งตรงจากประเทศชั้นนำอย่าง เยอรมนี อิตาลี เกาหลีใต้ และสหรัฐอเมริกา เพื่อให้ผลิตภัณฑ์ออกมาสมบูรณ์แบบที่สุด นอกจากนี้ แบรนด์ยังสนับสนุนความงามอย่างยั่งยืน เลือกใช้ส่วนผสมแบบวีแกน(Vegan) ที่ดีต่อผิวและดีต่อสิ่งแวดล้อม ปลอดภัยไม่ระคายเคือง และไม่มีการทดลองในสัตว์ (Cruelty-free) ภายใต้แนวคิด “Best for All” จน LYN BEAUTY กลายเป็นแบรนด์ที่ผู้คนยอมรับและได้รับรางวัลจากหลากหลายเวทีจึงอยากส่งต่อแรงบันดาลใจแห่งความงามผ่านเมคอัพ 3 สไตล์ เพื่อผู้หญิงสามารถเติมแต่งความสวยได้อย่างมั่นใจในทุกๆ วัน สะท้อนความเป็นตัวตนได้อย่างแท้ จริง 1.NATURAL GLOW เตรียมผิวหน้าให้โกลว์สวย เปล่งประกายดูสุขภาพดีเป็นปราการด่านแรกก่อนสาวๆ ออกจากบ้าน และเป็นพื้นฐานสำคัญของการแต่งหน้าทั้งหมด สร้างผิวสวยลุคธรรมชาติได้ทุกวันง่ายๆผ่านคีย์ไอเทมจาก LYN BEAUTY ที่มีครบครันทุกขั้นตอนตอบโจทย์สาวเอเชียทุกสีผิวที่แตกต่างไม่ว่าจะเป็นขั้นตอนการเตรียมผิวหน้าด้วย Smoothing Face Primer ที่จะช่วยเบลอรูขุมขนให้ผิวเรียบเนียนหรือถ้าใครมีจุดบกพร่องที่ต้องปกปิดก็สามารถแต่งแต้มด้วยPerfecting Velvet Foundation ที่ช่วยปรับสีผิวให้สม่ำเสมอแล้วเซตผิวด้วยแป้งฝุ่นLoose Finishing Powder เพื่อผิวสวยสมบูรณ์แบบตลอดวัน สร้างมิติให้ใบหน้าดูมีชีวิตชีวามากขึ้น ด้วยชิมเมอร์บลัช Cream Color Blush Stick เพื่อพวงแก้มสวยเป็นระเรื่อ พร้อมคอมพลีทลุคสวยกับเคล็ดไม่ลับที่เพิ่มความโกลว์ชุ่มฉ่ำให้เรียวปากอย่าง Jelly Lip Oil ออยล์บำรุงริมฝีปากเพิ่มความแวววาว หวานละมุน 2.EFFORTLESS NUDE เพราะสีผิว ของเราล้วนแตกต่างกัน ลิปสติกสีนู้ดจึงต้องมีความหลากหลายเฉด ไม่ว่าจะเป็นสีนู้ดชมพู สีนู้ดน้ำตาล สีนู้ดอมส้มไปจนถึงสีนู้ดเบจ และสีโทป ฯลฯ ให้คุณแต่งแต้มความสวยในแบบของคุณเองได้ในทุกวันทุกโอกาส ด้วย Splendor Matte Lipstick ลิปสติกเนื้อแมทท์ ที่มอบสัมผัสนุ่มเนียนไร้ที่ติพร้อมสีสันที่สดชัดและติดทนนานถึง 16 เฉดสี ขับสีผิวและสีปากโดยธรรมชาติให้ยิ่งดูสวยโดดเด่นแลดูหรูหรา พร้อมบำรุงเรียวปากให้ดูสุขภาพดีด้วยวิตามิน E ที่ให้ความชุ่มชื้น ทำให้ริมฝีปากไม่ดูแห้งกร้าน ปรับเปลี่ยนลุคสวยได้อย่างใจแบบไร้ข้อจำกัด และ 3.SOPHISTICATED GLARE ดวงตาเป็นอีกส่วนหนึ่งที่ควรให้ความสำคัญ LYN BEAUTY จึงออกแบบผลิตภัณฑ์มาอย่างครอบคลุมให้สาวๆนำไปรังสรรค์ความงามสุดโฉบเฉี่ยวโดดเด่น ให้ดวงตาเปี่ยมไปด้วยพลังโดยไม่ทิ้งเสน่ห์แห่งตัวตนด้วย Luminous Eye Crayon อายแชโดว์เนื้อดินสอที่มอบความเรียบลื่น สีสันคมชัด และไม่ไหลเลอะระหว่างวัน หรืออายแชโดว์พาเลทอย่าง The Eyeshadow Paletteที่มาพร้อม 6 ตลับเฉดสีที่แตกต่างเพื่อตอบโจทย์ทุกลุค หากในวันสบายๆ ที่ต้องการปัดแค่มาสคาร่า ก็มี The Ultimate Volume & Curl มาสคาร่า สองฟังก์ชั่นเพื่อขนตาดกดำ แลดูเป็นแพหนางอนงาม เพิ่มเสน่ห์ให้ดวงตาของคุณน่าค้นหาจนใครๆ ก็ต้องมนต์สะกด ถ้าอยากอัปลุคให้ฮอตเรียวปากสีแดงคือคำตอบกับลิปสติกแท่งโปรดอย่าง Cream Matte Lipstain ลิปสติกเนื้อลิควิดที่มอบโทนสีแดงคลาสสิก ติดตรึงยาวนาน ไม่ตกตามร่องและช่วยให้รูปปากดูสวยคมเป็นพิเศษช้อปผลิตภัณฑ์ได้แล้วที่ LYN BEAUTY Flagship Store ทั้ง 2 สาขา ได้แก่ ชั้น 2 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์, ชั้น 1 ศูนย์การค้าเซ็นทรัล พระราม 9 และภายในร้านLYN จำนวน 34 สาขาทั่วประเทศ ช่องทางออนไลน์ที่ www.lynaccs.com

Hazibition นิทรรศการใต้ฝุ่นควัน ฝุ่นภาคเหนือมาจากไหน แล้วใครต้องรับผิดชอบ?

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/733949

Hazibition นิทรรศการใต้ฝุ่นควัน   ฝุ่นภาคเหนือมาจากไหน แล้วใครต้องรับผิดชอบ?

Hazibition นิทรรศการใต้ฝุ่นควัน ฝุ่นภาคเหนือมาจากไหน แล้วใครต้องรับผิดชอบ?

วันอังคาร ที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

กรีนพีซ ประเทศไทย จัดนิทรรศการ “Hazibition : นิทรรศการใต้ฝุ่นควัน” นิทรรศการที่บอกเล่าเรื่องราวสาเหตุของปัญหาฝุ่นพิษข้ามพรมแดนที่เกิดขึ้นในภาคเหนือตอนบนของประเทศไทยเกือบทุกปี ว่าความจริงแล้วปัญหาฝุ่นมีที่มาอย่างไร ต้นเหตุสำคัญของปัญหาคืออะไร แล้วใครต้องรับผิดชอบ

ช่วงปลายเดือนมกราคมถึงต้นพฤษภาคม ปี 2566 ที่ผ่านมาถือเป็นวิกฤตฝุ่นพิษข้ามพรมแดนบริเวณภาคเหนือตอนบนที่ร้ายแรงที่สุดในรอบ 20 ปี ส่งผลให้ประชาชนกว่า 2 ล้านคนในภาคเหนือตอนบนของไทยประสบกับผลกระทบทางสุขภาพ ทำให้เครือข่ายประชาชนภาคเหนือลุกขึ้นมายื่นฟ้องนายกรัฐมนตรี และหน่วยงานภาครัฐที่ไม่ได้ใช้มาตรการทางกฎหมาย กลไกทางสิทธิมนุษยชน นโยบายและแผนที่มีอยู่ เพื่อกำหนดมาตรการป้องกันและจัดทำแผนฉุกเฉินเพื่อแก้ไขสถานการณ์วิกฤตฝุ่นได้อย่างมีประสิทธิภาพ

งานศึกษาวิจัยของกรีนพีซ ประเทศไทยพบว่า หนึ่งในเบื้องหลังของปัญหาฝุ่นพิษในพื้นที่อนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง (ภาคเหนือตอนบนของไทย ตอนบนของ สปป.ลาว และ รัฐฉานของเมียนมา) มีความเชื่อมโยงกับการขยายการลงทุนของบริษัทอุตสาหกรรมเนื้อสัตว์ของไทยเพื่อผลิตข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ เนื่องจาก 1 ใน 3 ของมลพิษอากาศข้ามพรมแดนในอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขงมีที่มาจากพื้นที่เผาไหม้ที่เกิดขึ้นในพื้นที่ปลูก “ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์” และผืนป่าในอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขงถูกทำลายกลายเป็นไร่ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ 10.6 ล้านไร่ ในช่วงระยะเวลาเพียงห้าปีเท่านั้น จากผลวิเคราะห์ภาพถ่ายดาวเทียมปี 2558-2563

ภายใต้หมอกควันมลพิษที่ปรากฏเกษตรกรและชนพื้นเมืองมักถูกมองเป็นจำเลยของสังคม ความไม่เป็นธรรมหนึ่งที่เกิดขึ้นกับคน ป่า และชุมชน คือ ทิศทางการพัฒนาประเทศที่มักถูกกำหนดขึ้นบนหลักคิดที่รัฐเป็นเจ้าของ เช่น สนับสนุนให้ปลูกพืชเชิงเดี่ยวอย่างเช่นข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ด้วยนโยบายต่างๆ เพื่อป้อนให้กับอุตสาหกรรม การมองปัญหาฝุ่นพิษภาคเหนือด้วยการโทษเกษตรกรเพียงฝ่ายเดียว แต่กลับ
ไม่เอาผิดบริษัทอุตสาหกรรมเนื้อสัตว์ต่อผลกระทบทางสุขภาพและสิ่งแวดล้อมที่เกิดขึ้นเป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ

นิทรรศการ Hazibition นิทรรศการใต้ฝุ่นควัน เปิดให้ผู้ที่สนใจเข้าชมได้ตั้งแต่วันที่ 23-25 มิถุนายน 2566 ที่ หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร (BACC) ชั้น 5 วันที่ 23-28 พฤษภาคม 2566 เวลา 10.00-19.00 น.

Grand Seiko ฉลอง 25 ปี 9S Caliber เปิด Pop Up Store ที่ คิง เพาเวอร์ รางนํ้า

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/733951

Grand Seiko ฉลอง 25 ปี 9S Caliber  เปิด Pop Up Store ที่ คิง เพาเวอร์ รางนํ้า

Grand Seiko ฉลอง 25 ปี 9S Caliber เปิด Pop Up Store ที่ คิง เพาเวอร์ รางนํ้า

วันอังคาร ที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

World of Grand Seiko ฉลองครบรอบ 25 ปี Grand Seiko 9S Caliber เปิดตัวGrand Seiko Pop Up Store ณ คราวน์ เอเทรียม คิง เพาเวอร์ รางน้ำ ซึ่งถูกตกแต่งในคอนเซ็ปต์ที่สะท้อนถึงแก่นแท้ของแบรนด์คือ ALIVE IN TIME และเรือนนาฬิกาดีไซน์งดงามเหนือกาลเวลา ผ่านความประณีตของคราฟส์แมนชิพญี่ปุ่นที่ผสานนวัตกรรมสุดล้ำเพื่อให้ได้เรือนเวลาที่เที่ยงตรง ซึ่งเป็นหัวใจหลักของแบรนด์ ท่ามกลางเซเลบริตี้คนรักนาฬิกา โดยมี มร.อากิระ ซากาอิริ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไซโก ประเทศไทย จำกัดและ ปวริศร์ เอี่ยมเอกพัฒนา Luxury Group Director บริษัท ไซโก ประเทศไทย จำกัด ให้การต้อนรับ ณ Grand Seiko Pop Up Store คราวน์ เอเทรียม คิง เพาเวอร์ รางน้ำ

มร.อากิระ ซากาอิริ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไซโก ประเทศไทย จำกัด เผยว่า Grand Seiko แบรนด์นาฬิกาลักซ์ชัวรี่ชั้นนำที่เน้นความเรียบหรูสไตล์ญี่ปุ่น โดยเผยโฉมนาฬิกาเรือนแรกในปี 1960 ด้วยรูปทรงอันเรียบง่ายและสง่างามแต่แฝงไปด้วยดีเทลในทุกมิติของทุกชิ้นงานซึ่งเป็นรูปแบบ Grand Seiko Style สำหรับ 9S Caliber กลไกที่ออกแบบขึ้นใหม่ทั้งหมดซึ่งเปิดตัวในปี 1998 เป็นตัวแทนแห่งการแสวงหาความเที่ยงตรงแม่นยำระดับสูงอย่างไม่สิ้นสุดของ Grand Seiko และเป็นจุดเริ่มต้นแห่งยุคใหม่ในการผลิตนาฬิกาจักรกลของแบรนด์ ในปีเดียวกันนั้นเอง มาตรฐาน “Grand Seiko Standard” ได้ถูกนิยามขึ้นใหม่โดยยกระดับมาตรฐานในการผลิตนาฬิกาของแบรนด์ และกำหนดระดับประสิทธิภาพขึ้นใหม่ซึ่งเหนือกว่ามาตรฐานที่ได้รับการยอมรับมากที่สุดในอุตสาหกรรมนาฬิกา ตลอดระยะเวลากว่า 25 ปีที่ 9S Caliber รูปแบบแรกได้ถูกพัฒนาขึ้นมาสู่การเป็นซีรี่ส์กลไกที่สมบูรณ์แบบด้วยฟังก์ชั่นการทำงานที่หลากหลาย และอีกหนึ่งประวัติศาสตร์บทใหม่ของ Grand Seiko กลไกโครโนกราฟจับเวลาชนิดจักรกลระดับความซับซ้อนสูงแบบแรกด้วยกลไกไฮ-บีท ทำงานที่ความถี่ 10 ครั้งต่อวินาทีและมีพลังงานสำรองยาวนานที่สุดในอุตสาหกรรมนาฬิกา ณ ขณะนี้

ปวริศร์ เอี่ยมเอกพัฒนา Luxury Group Director บริษัท ไซโก ประเทศไทย จำกัด กล่าวถึง Grand Seiko Pop Up Store ณ คราวน์ เอเทรียม คิง เพาเวอร์ รางน้ำ กล่าวว่า Grand Seiko (แกรนด์ ไซโก) เป็นแบรนด์นาฬิกาไฮเอนด์หนึ่งเดียวที่ผลิตจากญี่ปุ่น ซึ่งเป็นประเทศในเอเชีย แต่สามารถสร้างสรรค์นาฬิกาที่ได้รับการยอมรับในระดับโลกโดยเฉพาะความเที่ยงตรงระดับที่เหนือกว่ามาตรฐานที่ใช้กันอยู่ทั่วไปในวงการนาฬิกา นาฬิกาทุกเรือนของแกรนด์ ไซโก สะท้อนความประณีตของงานคราฟส์แมนชิพญี่ปุ่นโดยเฉพาะ การขัดเงาแบบซารัตสึ ศิลปะแห่งการสร้างสรรค์เทคนิคอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะ โดยเป็นศิลปะที่มีรากฐานมาจากการตีดาบ ซึ่งสำหรับชาวญี่ปุ่นแล้วดาบไม่ได้เป็นเพียงแค่อาวุธเท่านั้น แต่ยังเป็นสัญลักษณ์แห่งสวรรค์ที่จะมอบพลังให้ผู้ครอบครองรวมถึงเป็นผลงานศิลปะอย่างหนึ่งจากจุดเด่นที่แตกต่างของแกรนด์ ไซโก ทำให้แบรนด์เติบโตอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับปัจจุบันการท่องเที่ยวไทยเริ่มฟื้นตัวมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาเที่ยวในประเทศไทยมากขึ้นเรื่อยๆ รวมถึงนักท่องเที่ยวชาวไทยก็เริ่มเดินทางเที่ยวต่างประเทศ

ดังนั้นเพื่อเอื้ออำนวยความสะดวกให้ลูกค้าทั้งชาวไทยและต่างชาติจึงได้เปิด Grand Seiko Pop Up Store ณ คราวน์ เอเทรียมคิง เพาเวอร์ รางน้ำในคอนเซ็ปต์ The World of Grand Seiko พร้อมกับจัดแสดงเรือนเวลารุ่นไฮไลท์ ผ่านเรือนเวลา 3 รุ่นไฮไลท์ ได้แก่ Grand Seiko Evolution 9 Collection Tentagraph : SLGC001, Grand Seiko Evolution 9 Collection White Birch : SLGH005 และ Grand Seiko Kodo Constant-force Tourbillon โดยรุ่นนี้ ผลิตเพียง 20 เรือนเท่านั้นโดดเด่นด้วยดีไซน์หน้าปัดแบบเปลือย

ชมความงดงามของเรือนเวลาจาก Grand Seiko (แกรนด์ ไซโก) แบรนด์นาฬิกาลักซ์ชัวรี่ชั้นนำระดับโลก สัญชาติญี่ปุ่นมีประวัติยาวนานกว่า 60 ปี ได้ที่ Grand Seiko Pop Up Store ณ คราวน์ เอเทรียม คิง เพาเวอร์ รางน้ำ หรือติดตามทางออนไลนทุกช่องทาง

บาชโทลด์ ฉลอง 30 ปี เปิดตัว CORUM WATCH CLUB แห่งแรกในไทย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/733919

บาชโทลด์ ฉลอง 30 ปี เปิดตัว CORUM WATCH CLUB แห่งแรกในไทย

บาชโทลด์ ฉลอง 30 ปี เปิดตัว CORUM WATCH CLUB แห่งแรกในไทย

วันอังคาร ที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

บาชโทลด์ ผู้นำเข้านาฬิกาและเครื่องประดับหรูจากต่างประเทศ เฉลิมฉลองครบรอบ 30 ปี แห่งการก่อตั้งและการเป็นตัวแทนจำหน่าย นาฬิกา โฆรุ่ม (CORUM) แต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย โดย เทวินทร์ เรศานนท์ บาชโทลด์ และ Mr.Boon Chong Soon, Vice President โฆรุ่ม (CORUM) สวิตเซอร์แลนด์ ร่วมกันฉลองความพิเศษด้วยการเปิดตัวCORUM WATCH CLUB แห่งแรกในประเทศไทย เปิดโอกาสให้Watch Lovers และนักสะสมได้ชื่นชมนวัตกรรมแห่งนาฬิกา CORUM ผ่านกลไกและฟังก์ชั่นอันน่าทึ่ง จนต้องกล่าวว่าเป็นศิลปะบนข้อมือที่งดงามล้ำค่า

เทวินทร์ เรศานนท์ บาชโทลด์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท บาชโทลด์ จํากัด กล่าวว่า เป็นโอกาสพิเศษของ การฉลองครบรอบ 30 ปี ของ บาชโทลด์ ในเรื่องการก่อตั้งและการเป็นตัวแทนจำหน่ายนาฬิกา โฆรุ่ม (CORUM) โดยเฉพาะการเปิดCORUM WATCH CLUB ซึ่งเป็นแห่งแรกในประเทศไทย นักสะสมทั้งหลายจะได้ชื่นชม โฆรุ่ม (CORUM) รุ่นต่างๆ ที่มาพร้อมคุณภาพ ความคลาสสิก รวมถึงกลไกการทำงานอันเป็นเอกลักษณ์ ที่นักเล่นและนักสะสมรู้ดีว่า มันคือศิลปะความงามที่อยู่ในโฆรุ่ม (CORUM) ทุกเรือน

ตระการตาไปกับคอลเลคชั่นนาฬิกาที่ครองใจนักสะสมชาวไทย เช่น Bridge Collection (บริดจ์ คอลเลคชั่น)
ที่เชื่อกันว่าใครได้ครอบครองสะพานทองคํา ถือว่าได้ของขวัญที่สุดยอดแห่งความล้ำค่า, Heritage Collection : Coin Watch (รุ่นเหรียญทองคํา) ผลิตโดยการนำเหรียญทองคําโบราณมาผ่าครึ่งเป็นสองส่วนเพื่อใส่กลไกลงไปตรงกลาง จนกลายเป็นสุดยอดนวัตกรรมล้ำค่าทางประวัติศาสตร์อันยาวนาน และยังคงความคลาสสิกซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของโฆรุ่ม (CORUM) เอาไว้, Admiral (แอดมิรัลส์) นาฬิการุ่นที่ขายดีที่สุด ด้วยเอกลักษณ์ตัวเรือนทรง 12 เหลี่ยม หน้าปัดประดับด้วยสัญญาณนาวีแทนตัวเลข, Artisan (Art on dial) ศิลปะบนหน้าปัดนาฬิกา รุ่น Classical, รุ่น Feather Watch หน้าปัดประดับด้วยขนนกยูง อันเป็นสัญลักษณ์ของความสง่างาม

Corum ก่อตั้งในปี 1955 ด้วยการออกแบบกลไก ตัวเรือนหน้าปัด โดดเด่นด้วยลวดลายพิเศษไม่ซ้ำใคร ความสำเร็จทางเทคนิคมากมาย รักษาประเพณีการผลิตนาฬิกาของ Corum ที่ล้ำหน้า อย่างมีเอกลักษณ์ คลาสสิก เป็นอมตะมีคุณภาพและราคาสูง หลายๆ รุ่นมีจำนวนจำกัด เป็นที่ต้องการของผู้เล่นและนักสะสมนาฬิกาทั่วโลก

บาชโทลด์ เปิด CORUM WATCH CLUB ให้นักสะสมชื่นชม นวัตกรรมแห่งนาฬิกา CORUM ด้วยกลไก ฟังก์ชั่น ความงามและความล้ำค่าที่หาดูได้ยาก ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ที่ Corum Shop เกษรทาวเวอร์ ชั้น 2

Mr.Boon Chong Soon และ เทวินทร์ เรศานนท์ บาชโทลด์

Mr.Boon Chong Soon และ เทวินทร์ เรศานนท์ บาชโทลด์

Bridge Collection (บริดจ์ คอลเลคชั่น)

Bridge Collection (บริดจ์ คอลเลคชั่น)

Bridge Collection (บริดจ์ คอลเลคชั่น)

Bridge Collection (บริดจ์ คอลเลคชั่น)

Admiral (แอดมิรัลส์) รุ่นที่ขายดีที่สุด

Admiral (แอดมิรัลส์) รุ่นที่ขายดีที่สุด

โรคไตกับสภาวะอากาศร้อน (Kidney Disease Related to Hot Weather)

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/733953

วันอังคาร ที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ในยุคศตวรรษที่ 21 สภาวะเรื่องสิ่งแวดล้อมเป็นสิ่งที่สำคัญมากขึ้นและไม่ใช่ปัญหาที่ไกลตัวอีกต่อไป ปัญหาที่ได้ยินมาอย่างยาวนานคือ “สภาวะโลกร้อน” ซึ่งได้ทวีความรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ มีข้อมูลจาก NOAA (National Centers for Environmental Information) เปิดเผยว่า เดือนมกราคม 2566 ที่ผ่านมานี้ เป็นเดือนมกราคมที่ร้อนที่สุดเป็นอันดับ 7 ในสถิติ 174 ปี ที่ทาง NOAA ได้เก็บข้อมูลมา นอกจากนี้น้ำแข็งทะเลอาร์กติกและแอนตาร์กติก ก็ลดต่ำลงอย่างต่อเนื่องเช่นเดียวกัน

ในสภาวะอากาศที่ร้อนขึ้นแบบนี้ สุขภาพร่างกายก็เป็นสิ่งหนึ่งที่โดนกระทบด้วยเช่นกันมีข้อมูลการศึกษาตีพิมพ์ในเดือนตุลาคม 2565 ที่ผ่านมา ใน American Journal of Kidney Disease (AJKD) พบว่าในสภาวะอากาศที่ร้อนมากๆ สัมพันธ์กับอัตราการเป็นโรคไตที่ต้องมาห้องฉุกเฉินมากขึ้น โดยโรคไตที่พบนั้น ได้แก่ ภาวะไตวายเฉียบพลัน การเป็นนิ่วในทางเดินปัสสาวะ รวมไปถึงการติดเชื้อในทางเดินปัสสาวะ

ภาวะไตวายฉับพลัน (Acute Kidney Injury; AKI) คือภาวะที่การกรองของไตทำงานลดลงอย่างฉับพลัน ซึ่งสาเหตุเกิดจากสภาวะอากาศร้อนจะทำให้ร่างกายมีเหงื่อออกมากขึ้น เกิดภาวะขาดน้ำในร่างกาย มีการกระตุ้นฮอร์โมนต่างๆ ในไม่ว่าจะเป็น วาโซเพรสซิน(vasopressin) ระบบเรนิน-แองจิโอเทนซิน (renin-angiotensin system; RAS) และระบบประสาทอัตโนมัติที่ไต (renal sympathetic nerve system) ซึ่งทั้งหมดนี้ทำให้เลือดที่เข้ามาเลี้ยงที่ไตมีปริมาณลดลง ทำเกิดภาวะไตวายฉับพลันตามมา เช่นเดียวกันกับภาวะไตเสื่อมเรื้อรัง (Chronic Kidney Disease; CKD) ในสภาวะอากาศร้อนจะทำให้เกิดภาวะร่างกายขาดน้ำ กระตุ้น vasopressin ให้เพิ่มขึ้นเช่นกัน แต่นอกจากนี้ยังเกิดการสร้างน้ำตาลฟรุกโตส (fructose) เพิ่มขึ้น ซึ่งส่งผลให้มีความดันในไตเพิ่มสูงขึ้น ส่งผลให้ท่อไตบาดเจ็บ (tubularinjury) โดยกลไกนี้จะเกิดซ้ำๆ วนไปมา และในระยะยาวจะส่งผลให้เกิดภาวะไตเสื่อมเรื้อรังในที่สุด สำหรับนิ่วในทางเดินปัสสาวะนั้นพบอุบัติการณ์มากขึ้นในสภาวะอากาศร้อน สาเหตุมาจากปริมาณปัสสาวะที่ลดลง มีการตกตะกอนของแคลเซียมออกซาเลต (calcium oxalate) หรือกรดยูริก (uric acid) มากขึ้นในท่อไต ปัจจัยเสี่ยงที่พบได้คือ อาชีพที่ต้องทำงานกลางแจ้ง ดื่มน้ำน้อย และปริมาณปัสสาวะที่ออกน้อยลง เป็นต้น

จะเห็นได้ว่าการเข้าใจถึงสภาวะอากาศร้อนส่งผลต่อไตอย่างไร ทำให้เราสามารถป้องกันได้อย่างตรงจุดมากขึ้น การป้องกันหลักคือ หลีกเลี่ยงการทำให้เกิดสภาวะร่างกายขาดน้ำ ไม่ว่าจะเป็นการออกกำลังกายอย่างหนักกลางแจ้งในสภาวะอากาศที่ร้อน การดื่มน้ำชดเชยให้เพียงพอต่อปริมาณความต้องการของร่างกาย สวมเสื้อผ้าให้เหมาะสมกับสภาพอากาศให้สามารถระบายเหงื่อได้ดี และยิ่งในกลุ่มที่ร่างกายปรับตัวต่อสภาวะอากาศร้อนได้น้อยก็เป็นกลุ่มที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษได้แก่ เด็กเล็ก ผู้สูงอายุ และผู้ป่วยโรคเรื้อรังต่างๆ เป็นต้น

แพทย์หญิงรุ่งทิวา กิจเพิ่มเกียรติ

สาขาอายุรศาสตร์เฉพาะทางโรคไต คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี

ราชวิทยาลัยอายุรแพทย์แห่งประเทศไทย

‘ริเวอร์เดล ดิสทริค’ สร้างความสัมพันธ์อันดีหน่วยงานและชุมชน แข่งขันฟุตบอล ‘CSR BANGKADI CUP’ ครั้งที่ 1

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/733943

‘ริเวอร์เดล ดิสทริค’ สร้างความสัมพันธ์อันดีหน่วยงานและชุมชน  แข่งขันฟุตบอล ‘CSR BANGKADI CUP’ ครั้งที่ 1

‘ริเวอร์เดล ดิสทริค’ สร้างความสัมพันธ์อันดีหน่วยงานและชุมชน แข่งขันฟุตบอล ‘CSR BANGKADI CUP’ ครั้งที่ 1

วันอังคาร ที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

บริษัท เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน) โดยกลุ่มธุรกิจในโครงการ ริเวอร์เดล ดิสทริค เดินหน้าสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชนและสถานประกอบการต่างๆ ในพื้นที่เทศบาลเมืองบางกะดี โดยร่วมสนับสนุนพร้อมส่งทีมเข้าร่วมแข่งขันฟุตบอล “CSR BANGKADI CUP” ครั้งที่ 1 ประจำปี 2566

พิธีเปิดได้รับเกียรติจาก ณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร ผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี เป็นประธาน พร้อมด้วย กอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร ประธานกรรมการบริหารสวนอุตสาหกรรมบางกะดี และ ธวัชชัย อึ้งอัมพรวิไล นายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองบางกะดี พร้อมผู้แทนผู้ประกอบการต่างๆ ในพื้นที่ โดยมี ปรียานุช นันทโชติ ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายการเงิน บริษัท พี อาร์ จี คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ศตกมล วรกุล ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารองค์กร บริษัท เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน) วราภรณ์ ตติปาณิเทพ ผู้จัดการทั่วไป บริษัท เดอะไนน์ ติวานนท์ จำกัด ณิชาภา มุสิโก ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการสายสนับสนุน บริษัท แอพเพิล ออโต้ ออคชั่น (ไทยแลนด์) จำกัด นำทีมคณะผู้บริหาร ธุรกิจในโครงการริเวอร์เดล ดิสทริค ร่วมพิธีเปิดณ สนามกีฬาเทศบาลเมืองบางกะดี จังหวัดปทุมธานี

สำหรับการแข่งขันดังกล่าวมีทีมร่วมแข่งขันกว่า 18 ทีม โดยทีม Riverdale District FC อยู่ในสาย D ลงแข่งขันทั้งหมด 4 นัด ทำผลงานชนะ 1 แพ้ 3 ส่งผลให้ไม่ผ่านเข้ารอบ 8 ทีมสุดท้าย แต่ทั้งนี้ทีมยังได้รับรางวัลผู้รักษาประตูยอดเยี่ยม นอกเหนือจากเกมกีฬาที่สนุกสนานแล้ว ยังช่วยเสริมสร้างสุขภาพที่ดีให้กับพนักงาน รวมทั้งตอกย้ำความสัมพันธ์อันดีระหว่างหน่วยงานภาครัฐ ผู้ประกอบการในพื้นที่และชุมชนอีกด้วย

เด็กไทยคว้าชัย โครงงานวิทย์ฯ ระดับโลก REGENERON ISEF 2023

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/733942

เด็กไทยคว้าชัย โครงงานวิทย์ฯ ระดับโลก REGENERON ISEF 2023

เด็กไทยคว้าชัย โครงงานวิทย์ฯ ระดับโลก REGENERON ISEF 2023

วันอังคาร ที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ทีมเด็กไทยสร้างชื่อให้ประเทศไทยคว้ารางวัลสุดยอดนักวิทยาศาสตร์รุ่นเยาว์ Regeneron Young Scientist Awards รางวัลใหญ่เวทีโลก รับเงินรางวัลมูลค่ารวมมากกว่า 1.7 ล้านบาท พร้อมคว้าอันดับ 1 รางวัล Grand Award
สาขาสัตวศาสตร์ ในเวทีการประกวดโครงงานวิทยาศาสตร์และวิศวกรรมสำหรับเยาวชนระดับโลก REGENERON ISEF 2023 เฉือนคู่แข่งจาก 63 ประเทศ แถมทีมเยาวชนไทยคว้าอีก 8 รางวัล
บนเวทีระดับโลก รวม 10 รางวัล มูลค่ารางวัลรวมทั้งสิ้น $ 66,500 ที่จัดขึ้นโดย Society for Science & the
Public ณ เมืองดัลลัส รัฐเท็กซัส ประเทศสหรัฐอเมริกา ระหว่างวันที่ 13-19 พฤษภาคม ที่ผ่านมา

กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดยองค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ (อพวช.) หรือ NSM สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) และสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ร่วมกับ สมาคมวิทยาศาสตร์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ นำทีมเยาวชนไทยสร้างชื่อในเวทีโลกคว้าชัยจากการประกวดโครงงานวิทย์ฯ โดยปีนี้มีนักเรียนกว่า 1,600 คน จาก 63 ประเทศจากทั่วโลกและมลรัฐต่างๆ ทั่วประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งกระทรวง อว. ได้ส่งเยาวชนเข้าร่วมทั้งหมด 14 ทีม มาจาก 2 เวที ได้แก่ ค่ายนักวิทยาศาสตร์รุ่นเยาว์แห่งชาติ ประจำปี 2566 ภายใต้การสนับสนุนโดย NSM และสมาคมวิทยาศาสตร์ฯ และการประกวดโครงงานของนักวิทยาศาสตร์รุ่นเยาว์ ครั้งที่ 25 โดย สวทช. และมหาวิทยาลัยพันธมิตร ภายใต้การสนับสนุนงบประมาณโดย ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) ผลปรากฏว่า ทีมเยาวชนไทยจากโรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย กรุงเทพฯ ประกอบด้วย ปูรณ์ ตระกูลตั้งมั่น,ทีปกร แก้วอำดี และ ปัณณธร ศิริ โดยมี ชนันท์ เกียรติสิริสาสน์ เป็นอาจารย์ที่ปรึกษา สามารถคว้ารางวัลใหญ่ที่สุดของการประกวด คือ “รางวัลสุดยอดนักวิทยาศาสตร์รุ่นเยาว์” Regeneron Young Scientist Awards สนับสนุนโดย Regeneron and Society for Science ซึ่งถือเป็นรางวัลโครงงานนวัตกรรมการวิจัยที่สะท้อนถึงการทำงานอย่างจริงจังของนักวิทยาศาสตร์รุ่นเยาว์ในการหาคำตอบเพื่อแก้ปัญหาความท้าทายของโลกในอนาคต โดยใช้แนวที่สร้างสรรค์และแตกต่าง พร้อมทั้งได้รับเงินรางวัล $50,000 (มูลค่ามากกว่า 1.7 ล้านบาท) และคว้ารางวัลGrand Awards อันดับ 1 สาขาสัตวศาสตร์ พร้อมเงินรางวัล $5,000 (มูลค่ามากกว่า 170,000 บาท) กับโครงงาน “การเพิ่มอัตราการรอดของแมลงช้างปีกใส (Mallada basalis) จากพฤติกรรมการฟักและการเลือกกินอาหาร(Innovation for Optimizing Lacewing Survivability)” นอกจากนี้ ยังมีทีมเยาวชนไทยที่สามารถคว้ารางวัล Grand Awardsและ Special Awards มาครอบครองอีกหลากหลายสาขาอีกดวย

ผศ.ดร.รวิน ระวิวงศ์ ผู้อำนวยการ อพวช. หรือ NSM กล่าวว่า “ขอชื่นชมและแสดงความยินดีกับเยาวชนทุกคนที่พิสูจน์ให้เห็นว่าเด็กไทยเก่งไม่แพ้ชาติใดขอบคุณทุกคนที่ทุ่มเทแรงกายแรงใจ คว้ารางวัลอันทรงเกียรติและหวังว่าทุกผลงานจะนำไปต่อยอดในการพัฒนาและสร้างประโยชน์ในวงกว้างให้กับประเทศไทยต่อไปในอนาคต”

ศ.ดร.ดร.ชูกิจ ลิมปิจำนงค์ ผู้อำนวยการ สวทช. กล่าวว่า Regeneron ISEF 2023 เป็นเวทีที่มีความสำคัญด้านการแข่งขันโครงงานวิทย์ฯที่ใหญ่ที่สุดระดับโลกเปิดโอกาสให้เยาวชนไทยได้เรียนรู้และสนุกไปกับการทำกิจกรรมทางวิทยาศาสตร์นอกห้องเรียน ซึ่งเด็กและเยาวชนของชาติเป็นบุคคลที่มีบทบาทและส่วนสำคัญอย่างยิ่ง การสร้างนักวิจัยรุ่นใหม่ ซึ่งเป็นรากฐานและกำลังสำคัญในการพัฒนาด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีและการส่งเสริมให้เยาวชนมีประสบการณ์จากการแข่งขันบนเวทีโลกจะเป็นกุญแจสำคัญในการเตรียมความพร้อมให้เยาวชนของประเทศ

รศ.ดร.ธนัฏฐ์คุณ มงคลอัศวรัตน์ นายกสมาคมวิทยาศาสตร์ฯ กล่าวว่า “ขอแสดงความยินดีกับเยาวชนไทยทั้ง 14 ทีม ที่เข้าร่วมแข่งขันโครงงานวิทย์ฯ ระดับโลกถือเป็นประสบการณ์อันมีค่าที่หาไม่ได้ง่ายๆ หวังว่าเยาวชนทุกคนจะได้เก็บเกี่ยวประสบการณ์ความรู้จากการประกวดในครั้งนี้ มาพัฒนาต่อยอดเพื่อสร้างผลงานที่ยิ่งใหญ่ต่อไป”

มูลนิธิไทยเครดิตต่อยอดหลักสูตรความรู้ด้านการเงินเชิงลึก เสริมแกร่งผู้ประกอบการรายย่อยและมนุษย์เงินเดือน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/733918

มูลนิธิไทยเครดิตต่อยอดหลักสูตรความรู้ด้านการเงินเชิงลึก  เสริมแกร่งผู้ประกอบการรายย่อยและมนุษย์เงินเดือน

มูลนิธิไทยเครดิตต่อยอดหลักสูตรความรู้ด้านการเงินเชิงลึก เสริมแกร่งผู้ประกอบการรายย่อยและมนุษย์เงินเดือน

วันอังคาร ที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

เสริมความแกร่งให้กับบุคคลตัวเล็กๆ ในสังคม ปีนี้มูลนิธิไทยเครดิต ร่วมกับ คณะบัญชี มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ต่อยอดพัฒนาหลักสูตรความรู้และทักษะทางการเงินเชิงลึกสำหรับผู้ประกอบการรายย่อย “เตรียมตัวธุรกิจและการเงิน สำหรับผู้ประกอบการรายย่อย” หนุนธุรกิจเติบโตอย่างยั่งยืน พร้อมทั้งหลักสูตร “ความรู้ทางการเงินสำหรับมนุษย์เงินเดือน” สร้างเส้นทางวางแผนการเงินส่วนบุคคลสู่ความมั่นคงในวัยเกษียณ โดย นางกฤษณา อร่ามกุลชัย กรรมการธนาคารไทยเครดิต เพื่อรายย่อย จำกัด (มหาชน) ในฐานะตัวแทนมูลนิธิไทยเครดิต ได้เข้ารับมอบใบรับรองมาตรฐานหลักสูตร จาก ผศ.ลักขณา เศาธยะนันท์ คณบดีคณะบัญชี มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เมื่อเร็วๆ นี้

มร.รอยย์ ออกุสตินัส กุนารา รองประธานมูลนิธิไทยเครดิตเปิดเผยว่า ทั้งสองหลักสูตรใหม่นี้ได้ผ่านการรับรองมาตรฐานจากคณะบัญชี มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ซึ่งมูลนิธิฯ ได้สร้างสรรค์หลักสูตรทางการเงินขั้นสูงต่อยอดจากขั้นพื้นฐาน ให้เป็นหลักสูตรเชิงลึกที่มีเนื้อหาเข้มข้น ครอบคลุมทุกความต้องการของผู้ประกอบการรายย่อย และมีเครื่องมือที่สามารถนำไปปรับใช้ในการเพิ่มศักยภาพของธุรกิจให้เติบโตได้อย่างมั่นคง โดยจะจัดอบรมกลุ่มนำร่องจำนวน 500 คน ในรูปแบบการลงพื้นที่

หลักสูตร “ความรู้ทางการเงินสำหรับมนุษย์เงินเดือน” ถูกออกแบบเพื่อเสริมสร้างความมั่นคงทางการเงินไปจนถึงหลังเกษียณ ซึ่งจะเปิดกว้างให้กับทุกกลุ่มเป้าหมายของมนุษย์เงินเดือน หรือผู้มีรายได้ประจำ ทั้งในภาครัฐและภาคเอกชน โดยหลักสูตรจะกำหนดเส้นทางการวางแผนการเงินส่วนบุคคล ได้แก่ การสำรวจเป้าหมายทางการเงิน ข้อมูลฐานะการเงินทั้งทรัพย์สินและหนี้สิน การบริหารค่าใช้จ่าย การจัดการหนี้ การออมการคำนวณภาษี และการจัดการความเสี่ยงทางการเงิน โดยจะอบรมทั้งรูปแบบลงพื้นที่ และออนไลน์ผ่านเพจเฟซบุ๊ก “ตังค์โต Know-how” ในรูปแบบไลฟ์สดเดือนละ 2 ครั้ง ทุกวันพฤหัสบดีที่ 2 และ 4 ของทุกเดือน ซึ่งผู้เข้าอบรมสามารถพูดคุยกับวิทยากรได้แบบเรียลไทม์

มร.รอยย์กล่าวอีกว่า นอกจากบุคคลแล้ว องค์กรที่เล็งเห็นความสำคัญในการให้ความรู้และทักษะทางการเงินแก่บุคลากรขององค์กร สามารถติดต่อมายัง ศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์ โทร.02-6975454 ซึ่งมูลนิธิจะลงพื้นที่จัดฝึกอบรม ณ หน่วยงานที่แจ้งความประสงค์ โดยไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น

ด้าน ผศ.ลินดา พัฒนวิทยากุล อาจารย์ประจำคณะบัญชี มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ในฐานะประธานที่ปรึกษาโครงการรับรองมาตรฐานหลักสูตรความรู้ทางการเงินในโครงการ “ตังค์โต Know-how” กล่าวเพิ่มเติมว่า หลักสูตรความรู้และทักษะทางการเงินสำหรับผู้ประกอบการรายย่อยขั้นสูง จะเน้นเรื่องทำธุรกิจอย่างไรให้ประสบความสำเร็จ โดยมุ่งเน้นติดอาวุธสำคัญ 4 ด้านคือ การตลาด การเงิน การบัญชี และด้านภาษี โดยทั้งสองหลักสูตรได้ผ่านการพิจารณาและกลั่นกรองเป็นอย่างดีจากคณะทำงานที่ประกอบด้วยคณาจารย์จากคณะบัญชี เศรษฐศาสตร์ บริหารธุรกิจโลจิสติกส์และโซ่อุปทานแบบลีนรวมถึงผู้เชี่ยวชาญด้านภาษีTaxBugnoms จึงมั่นใจได้ว่าเป็นหลักสูตรที่มีประสิทธิภาพในทุกมิติ

“ภายใต้ปรัชญา Everyone Matters ทุกคนคือคนสำคัญ มูลนิธิจึงมุ่งมั่นที่จะยกระดับคุณภาพชีวิตและ EMpower เสริมสร้างพลังแกร่ง ให้แก่ผู้ประกอบการรายย่อย และบุคคลตัวเล็กๆ ในสังคม โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ผู้ที่ไม่สามารถเข้าถึงแหล่งความรู้ทางการเงินให้มีภูมิต้านทานทางการเงิน เพื่ออนาคตเติบโตอย่างยั่งยืน” มร.รอยย์กล่าวปิดท้าย

(ขวา) กฤษณา อร่ามกุลชัย รับมอบใบรับรองมาตรฐานหลักสูตร จาก ผศ.ลักขณา เศาธยะนันท์

(ขวา) กฤษณา อร่ามกุลชัย รับมอบใบรับรองมาตรฐานหลักสูตร จาก ผศ.ลักขณา เศาธยะนันท์

ผศ.ลินดา พัฒนวิทยากุล

ผศ.ลินดา พัฒนวิทยากุล

ไทยเครดิต พร้อมเสริมแกร่งผู้ประกอบการรายย่อยและมนุษย์เงินเดือน

ไทยเครดิต พร้อมเสริมแกร่งผู้ประกอบการรายย่อยและมนุษย์เงินเดือน

เมกาบางนา ดึง 4 ศิลปินดังร่วมสร้างสรรค์งานอาร์ต ภายใต้คอนเซ็ปต์‘THE MEETING PLACE’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/733950

เมกาบางนา ดึง 4 ศิลปินดังร่วมสร้างสรรค์งานอาร์ต ภายใต้คอนเซ็ปต์‘THE MEETING PLACE’

เมกาบางนา ดึง 4 ศิลปินดังร่วมสร้างสรรค์งานอาร์ต ภายใต้คอนเซ็ปต์‘THE MEETING PLACE’

วันอังคาร ที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

เมกาบางนา ศูนย์การค้าที่จะทำให้ทุกๆ วันเป็นวันที่พิเศษสำหรับทุกคนในครอบครัว ตอกย้ำความเป็นสถานที่แห่งการพบปะสังสรรค์ของผู้คนด้วยงาน “MEGA ART JOURNEY 2023” โดยได้รับความร่วมมือจาก 4 ศิลปินชื่อดังได้แก่ กอล์ฟ-ฐิติภูมิ เพ็ชรสังข์ฆาตหรือ ANOFFICERDIES สตรีทอาร์ตเจ้าของคาแร็กเตอร์ชื่อดังอย่างMILLIONSMONSTER, ต้น-เกษมวิทย์ ชวีวัฒน์ ศิลปินเจ้าของคาแร็กเตอร์ลิงขนฟู ที่มีชื่อว่า “POORBOY”, แม็กซ์-เกรียงไกร กิมสวัสดิ์ หนึ่งในศิลปินไทยที่มีผลงานโดดเด่นและมีสไตล์เป็นของตัวเองที่ชัดเจน และ นิวเยียร์-ปภากร ศรีกัลยกร ILLUSTRATOR & CREATIVE DESIGNER รุ่นใหม่ที่มีลายเส้นอันเป็นเอกลักษณ์มาร่วมสร้างสรรค์ผลงานศิลปะเพื่อถ่ายทอดคำว่า “THE MEETING PLACE” ผ่านคาแร็กเตอร์ที่มีเอกลักษณ์ของแต่ละคน เพื่อมอบประสบการณ์ใหม่และเติมเต็มความสุขให้กับลูกค้าเมกาบางนา ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป

พลินี คงชาญศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ศูนย์การค้าเมกาบางนา กล่าวว่า “งานนี้เราตั้งใจต่อยอดแนวคิด ที่ต้องการให้เมกาบางนา เป็นสถานที่ที่สามารถ ตอบโจทย์ทุกคนในครอบครัวได้ในทุกๆ โอกาส และสร้างประสบการณ์ที่แตกต่างให้กับลูกค้า ในทุกครั้งที่มาใช้บริการที่เมกาบางนาอยู่เสมอ โดยงาน MEGA ART JOURNEY 2023 นี้เราได้รับเกียรติจาก 4 ศิลปินชื่อดังทั้ง มาร่วมสร้างสรรค์ผลงานศิลปะ ภายใต้คอนเซ็ปต์ “THE MEETING PLACE” ผ่านคาแร็กเตอร์ที่มีเอกลักษณ์ของแต่ละคน ให้ลูกค้าได้ร่วมเดินทางไปกับเส้นทางศิลปะ เพื่อมอบประสบการณ์ใหม่ให้กับลูกค้าเมกาบางนา และดึงให้ทุกคนได้มีส่วนร่วมในทุกๆ กิจกรรม โดยครั้งนี้ ได้ส่งมอบประสบการณ์พิเศษนี้ผ่าน INSTALLATION ART ในแต่ละโซนทั้ง 4 โซน ที่ถูกออกแบบให้เข้ากับบรรยากาศเดิมของศูนย์การค้าได้อย่างลงตัว พร้อมทั้งอยากเชิญชวนให้ทุกคนมาเป็นส่วนหนึ่งของงานในครั้งนี้ และสร้างประสบการณ์พิเศษบนเส้นทางของงานศิลปะสมัยใหม่ไปด้วยกัน”

โดยภายในงาน เมกาบางนาได้เนรมิตพื้นที่ทั้ง 4 โซน ดังนี้ บริเวณทางเข้าอิเกีย กับคอนเซ็ปต์“THE MEETING POINT”ผลงาน SCULPTURE ในรูปแบบ2D จาก กอล์ฟ-ฐิติภูมิ เพ็ชรสังข์ฆาตเจ้าของคาแร็กเตอร์ชื่อดังอย่างมินเลี่ยนมอนสเตอร์, เมกา ฟู้ดวอล์ก (MEGA FOODWALK) โดยต้น-เกษมวิทย์ ชวีวัฒน์ เจ้าของคาแร็กเตอร์ลิงขนฟูที่ได้เนรมิตโซนนี้ให้เป็นอีกโซนที่น่าดึงดูดใจในคอนเซ็ปต์ ”WIND OF HAPPINESS” กับไฮไลท์คือลิงขนฟูตัวขนาดใหญ่ด้านหน้าโซนที่พร้อมให้ทุกคนได้ร่วมเก็บภาพความประทับใจนี้ไปพร้อมๆ กัน,ฟู้ดวอล์ก พลาซ่า (FOODWALK PLAZA) ผลงานที่เรียกได้ว่า แค่ชิ้นเดียวก็เอาโซนนี้ได้อย่างอยู่หมัดกับคาแร็กเตอร์ MAX โดย แม็กซ์-เกรียงไกร กิมสวัสดิ์ ศิลปินไทย
ที่มีผลงานโดดเด่นและมีสไตล์เป็นของตัวเองที่ชัดเจน เจ้าของคอนเซ็ปต์ “CHILLING WHILE FLYING IN THE SKY” และโซนสุดท้าย เมกา พลาซ่า (MEGA PLAZA) ผลงาน การออกแบบของ นิวเยียร์-ปภากร ศรีกัลยกร ILLUSTRATOR & CREATIVE DESIGNER รุ่นใหม่ที่มีลายเส้นอันเป็นเอกลักษณ์ กับคอนเซ็ปต์ “I DON’T WANT TO GO HOME” ที่ดึงเอาหลายๆ คาแร็กเตอร์ของผู้คนมาจัดทำเป็นตัวการ์ตูนลายเส้นน่ารัก สีสันสดใส เหมาะกับเป็นมุมพักผ่อนหรือเป็นมุมถ่ายภาพสำหรับสายคอนเทนต์ได้อีกด้วย  

คุณแหน : 30 พฤษภาคม 2566

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/733944

วันอังคาร ที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ll สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงพระกรุณาโปรดให้ พ.ต.อ.ณรัชต์ เศวตนันทน์ รองเลขาธิการพระราชวัง เป็นผู้แทนพระองค์ ไปเป็นประธานเปิดงานรณรงค์วันงดสูบบุหรี่โลก ประจำปี 2566 จัดโดย กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ณ ห้องอัศวิน แกรนด์ เอบี รร.อัศวิน แกรนด์ คอนเวนชั่น 31 พ.ค. 15.00 น. …

ll รัฐธรรมนูญไทยระบุให้คนไทยในต่างแดนมีสิทธิ์ที่จะลงคะแนนเสียงเลือกตั้งในไทยนับว่ามีประโยชน์อนันต์ กรณีไทคูนใหญ่ผู้จัดจำหน่ายทั้งเบียร์สิงห์และเบียร์ช้างในสหรัฐฯครอบคลุมทั้ง COAST-TO-COAST สุโชติ ปาลีวงศ์ ติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิดจากทั้งทางเนต และจากบุคคลสำคัญในวงการ ในเมื่อสถานการณ์ทั่วไปมีแนวโน้มว่าจะมีความยุ่งยากหลายซับหลายซ้อน ก่อนที่จะฟอร์มรัฐบาลใหม่ได้ ไทคูน อดใจรอไม่ไหวแจ้งลูกน้องต้องเดินทางเข้ากรุงเทพฯ เพื่อได้รับทราบเหตุการณ์ชนิดเฟิร์สแฮนด์เอง…

ll แหล่งข่าวสับสน หรือคนเขียนข่าวงุนงงไม่แน่ใจ วันก่อนเขียนข่าวว่า ศ.ดร.กฤษณา ไกรสินธิ์ จะลงเรือ Pacific World ที่อยู่ในกลุ่มของ Peace Boat ประเทศญี่ปุ่น ไปท่องเที่ยวทางเรือนาน 5 เดือนกลับ โดยจะเดินทางเร็วๆ นี้…แต่ปรากฏว่า ข่าวผิดพลาด กำหนดการที่จะท่องเที่ยวจริงๆ คือ ส.ค. ปีหน้า…เพราะการท่องเที่ยวแบบนี้ ต้องจองล่วงหน้าเป็นแรมปี…สนนราคาค่าใช้จ่ายกว่า 1 ล้านบาท …ดร.กฤษณา สำทับมาว่า เคยเดินทางรอบโลกไป 23 ประเทศแล้ว ยังขาดอีก 2 ประเทศ คือ ประเทศปานามา และหมู่เกาะฟิจิ ในมหาสมุทรแปซิฟิก ทริปนี้ออกเดินทางระหว่าง ส.ค.-ธ.ค. 2567…สว. ส่วนใหญ่นิยมการไปพักผ่อนแบบนี้ ด้วยสุขใจเกินคำบรรยายจริงๆ…

ll ปีนี้ ศิริพงษ์ ทิณรัตน์ ไปฉลองวันเกิดที่ เกาะคาปรี อิตาลี บรรยากาศชื่นมื่นมาก…ส่วน สุรศักดิ์ แก้วพรหมมาลย์ ขอไปทริปกับลูกชายที่ญี่ปุ่นนานหนึ่งสัปดาห์กลับ…

ll ขอแสดงความยินดีกับ ศ.เกียรติคุณ ดร.สุรพงษ์ โสธนะเสถียร ในโอกาสที่ โตได ลูกชายสุดที่รัก สำเร็จการศึกษาแพทยศาสตร์ ในปี 2023 ด้วยอายุ 22 ปี ที่ Royal Coledge of Surgeons in Ireland (RCSI) University เป็นมหาวิทยาลัยชื่อดังในยุโรป แล้วมาต่อโรคฤดูร้อนที่ปีนัง ตอนนี้บินกลับมาไทยเรียบร้อยแล้ว และจะกลับไปรับปริญญาในวันที่ 11 มิ.ย. …ท่ามกลางความปลาบปลื้มของคุณพ่อเป็นอย่างมาก…

ll ยินดีด้วย เป็นอย่างยิ่งกับ คุณแม่ชุติมา เสวิกุล ที่ได้รับรางวัล “คุณแม่ดีเด่น” ประจำปีนี้ และในปีเดียวกัน ชาครีย์นรทิพย์ เสวิกุล ลูกชายก็ได้รับรางวัล “ข้าราชการดีเด่น” ประจำปีนี้เช่นกัน…เรียกว่าเป็น “คนคุณภาพ” ทั้งครอบครัว…

ll ม.ร.ว.จิราวดี จุฑาสมิต มีนักร้องรุ่นหลานที่ชื่นชอบ DIMASH มีเชื้อสายจีนกับคาซัคสถาน…เป็น FC อาวุโสที่น่ารักคนหนึ่ง

ll ช่วงนี้ ดร.พิลาศพงษ์ ทรัพย์เสริมศรี ประธานกลุ่ม 60’s Singing Club ลาพักจากตำแหน่งประธานฯชั่วคราว เพราะมีงานต้องเดินทางไปต่างประเทศบ่อยๆ โดยมี สุวรรณา คู่ชีวิตไปไหนไปด้วยกันตลอด…“เหงา” เป็นไงสะกดไม่เป็นแล้ว !!…ll

บารอนเนส