เส้นทางผู้นำ : ‘สุวัจน์’ พร้อมเป็นนายกฯ ‘ชาติพัฒนากล้า’ อาสากู้วิกฤตชาติ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/548593

จีรพงษ์ ประเสริฐพลกรัง

09 พ.ค. 2566

เส้นทางผู้นำ : ‘สุวัจน์’ พร้อมเป็นนายกฯ ‘ชาติพัฒนากล้า’ อาสากู้วิกฤตชาติ

เลือกตั้ง 2566 : ‘สุวัจน์ ลิปตพัลลภ’ สัมภาษณ์พิเศษเนชั่น ‘Road to the Future : เส้นทางผู้นำ’ โชว์นโยบาย ‘ชาติพัฒนากล้า’ พร้อมป็นนายกรัฐมนตรี ลุยแก้ปัญหาปากท้อง หนุนเลือกตั้งผู้ว่าฯแต่ไม่ทุกจังหวัด ชู ยกระดับทหารเกณฑ์ให้มีเกียรติ กองทัพต้องปฏิรูปให้เหมาะกับบริบท 

แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคชาติพัฒนากล้า นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ให้สัมภาษณ์พิเศษกับเนชั่นทีวีใน ‘รายการ Road to The Future เส้นทางผู้นำ’ ซึ่งเป็นรายการพิเศษเฉพาะการเลือกตั้ง 2566 ที่เชิญแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีมาสัมภาษณ์เท่านั้น

โดยนายสุวัจน์อาสากู้วิกฤตประเทศ เสนอนโยบาย งานดี มีเงิน ของไม่แพง โคราชโนมิกส์ และเสนอนโยบายแนวทางการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ ที่มุ่งมั่นแก้ปัญหาให้ประเทศชาติ และประชาชนได้อย่างแท้จริง 

เส้นทางผู้นำ : ‘สุวัจน์’ พร้อมเป็นนายกฯ ‘ชาติพัฒนากล้า’ อาสากู้วิกฤตชาติ

https://www.facebook.com/plugins/video.php?height=314&href=https%3A%2F%2Fwww.facebook.com%2Fnationinsight%2Fvideos%2F763511248755095%2F&show_text=false&width=560&t=0

จากนั้นผู้ดำเนินรายการ ให้นายสุวัจน์ สุ่มจับคำถามที่มาจากประชาชน ที่สะท้อนถึงปัญหาต่างๆและขอฟังแนวทางการแก้ไขปัญหา

มีจุดยืนอย่างไร ในระหว่าง2ขั้วอำนาจของโลก โดยที่ไทยยังได้รับประโยชน์สูงสุด ? 

นายสุวัจน์ กล่าวว่า หลังเกิดปัญหาการแพร่ระบาดไวรัสโควิด สงครามการค้า มีการแบ่งขั้วใหม่ทางเศรษฐกิจ ทำให้แต่ละประเทศต้องเลือกขั้ว บทบาทของไทย ในจุดยืนที่เหมาะสม ต้องเป็นมิตรกับทุกฝ่ายและต้องยืนอยู่ได้อย่างมีศักดิ์ศรี เมื่อเราเข้าได้กับทุกฝ่าย พร้อมกับอาศัยความร่วมมือกับอาเซียนเพื่อเป็นเกราะป้องกันผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจให้เรา ความมั่นคงในวันนี้ เป็นความมั่นคงทางเศรษฐกิจ การจะทำให้มั่นคงได้ ต้องดำเนินนโยบายต่างประเทศให้เหมาะสม 

เส้นทางผู้นำ : ‘สุวัจน์’ พร้อมเป็นนายกฯ ‘ชาติพัฒนากล้า’ อาสากู้วิกฤตชาติ

บริบททางสังคมโลกในวันนี้เปลี่ยนไปจากอดีต เราจึงต้องอาศัยความเป็นมิตรกับหลายๆประเทศ เพื่อลดศัตรู สมัยพล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ เป็นนายกฯ ใช้ความเป็นผู้นำในอาเซียน ดำเนินนโยบาย เปลี่ยนสนามรบเป็นสนามการค้ามาแล้ว ผลจากการดำเนินนโยบายดังกล่าว ทำให้ไทยและประชาชนต่างได้รับผลประโยชน์ ในวันนี้ก็เช่นกัน ต้องเอาเกียรติภูมิ ที่เรามีอยู่แล้วกลับคืนมา เพื่อให้มาเป็นภูมิคุ้มกันทางเศรษฐกิจของเราด้วยอีกทาง 

จุดยืนในการเลือกตั้งผู้ว่าราชการทุกจังหวัด?

นายสุวัจน์ กล่าวว่า การเลือกตั้งผู้ว่าราชการนั้น เห็นด้วย แต่อาจไม่ใช่จากทุกจังหวัด ในกทม. เป็นเมืองหลวง เมืองเศรษฐกิจ มีความสลับซับซ้อน ดังนั้นจึงต้องมีตัวแทนจากคนกทม.เข้าไปบริหารจัดการปัญหาต่างๆ การเลือกตั้งผู้ว่าราชการ ต้องดูจังหวัดที่มีความเหมาะสม มีอัตลักษณ์เฉพาะ เช่น ภูเก็ต เป็นเมืองท่องเที่ยว มีอัตลักษณ์ชัดเจน มีทรัพยากร มีทะเล มีสถาปัตยกรรม มีแหล่งอาหาร มีวัฒนธรรม มีเรื่องซอฟท์ พาวเวอร์

ซึ่งถ้าได้ผู้ว่ามาจากการแต่งตั้ง อาจไม่เข้าใจในเรื่องเหล่านี้ เพราะมาแล้วก็ไป อาจขาดความต่อเนื่องทางการบริหาร เช่นเดียวกับ นครราชสีมา กำลังจะมีรถไฟความเร็วสูง มีทรัพยากร ถูกยกให้เป็น ดินแดน3มงกุฎ โคราชได้มรดกโลกมาแล้ว 2 มงกุฎ คือ 1.อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ 2.เขตชีวมณฑล ต.สะแกราช อ.ปักธงชัย และรอการประเมินรับรองอุทยานธรณีโลก หรือโคราชจีโอพาร์ค ขึ้นทะเบียนเป็นอุทยานธรณีโลก

ซึ่งผู้ว่าราชการ ควรมาจากคนท้องถิ่น ที่มีความเข้าใจในเรื่องต่างๆได้ดี ทั้งนี้ยืนยันว่า เห็นด้วยกับการเลือกตั้งผู้ว่าราชการจังหวัด แต่ไม่ได้หมายความว่า ทุกจังหวัดจะต้องมีการเลือกตั้ง ต้องดูทั้งความเหมาะสม โครงสร้างทางเศรษฐกิจ และทรัพยากร รวมทั้งเรื่องอื่นๆประกอบด้วย 

เส้นทางผู้นำ : ‘สุวัจน์’ พร้อมเป็นนายกฯ ‘ชาติพัฒนากล้า’ อาสากู้วิกฤตชาติ

เห็นด้วยหรือไม่กับการยกเลิกการเกณฑ์ทหารและการปฏิรูปกองทัพ? 

แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคชาติพัฒนากล้า ตอบว่า ประเทศชาติต้องมีความมั่นคง มีทหาร เพียงแต่จะมีมากน้อยเพียงใด ต้องมาดู ในวันนี้ ทหารเกณฑ์ อาจถูกมองไปในทาง ไม่มีเกียรติ เพราะถูกนำไปใช้เป็นคนใช้ หรือ คนขับรถบ้าง เราต้องทำให้ทหารเหล่านี้ มีเกียรติ มีความก้าวหน้า หรือแม้แต่นำเป็นข้อมูลอ้างอิงได้ หากผ่านการเกณฑ์ทหารแล้ว เมื่อไปสมัครงาน ทำให้เขารู้สึกมีแต้มต่อ

คนผ่านการเกณฑ์ทหารย่อมมีวินัย ความกตัญญู ความจงรักภักดี ถ้าเราทำให้ภาพลักษณ์เหล่านี้ยอมรับได้ ทำให้เขารู้สึกมีเกียรติ ศักดิ์ศรี ไปพร้อมกับการส่งเสริมอาชีพ เชื่อว่าน่าจะแก้ปัญหาเหล่านี้ได้ 

การปฏิรูปกองทัพนั้น รัฐธรรมนูญมาตรา ระบุชัด รัฐต้องปรับปรุงประสิทธิภาพการบริหาร กำลังพล ถ้าปฏิรูปกองทัพ ไม่ได้เป็นอะไรที่ไม่ดี เหมือนปฏิรูประบบส่วนราชการอื่นๆ บริบทความมั่นคง เปลี่ยนจากยุค50ปีที่แล้ว จากพรมแดน แต่วันนี้เราอยู่ในอาเซียน เรามีเพื่อนเยอะ มีนโยบายต่างประเทศเหมาะสม บทบาทในอาเซียน 

ดังนั้นความจำเป็นกำลังทหาร อาจจะลดน้อยลง เพราะขึ้นอยู่กับบริบท เราจะดำเนินนโยบายรักษาประเทศอย่างไร ทหารอย่างเดียว หรือ ต่างประเทศด้วย หรือว่า ไฮบริดคู่ขนาน ทำทั้ง2ส่วน ถ้าดำเนินนโยบายที่ถูกต้อง กองทัพก็ต้องดูว่า เป็นอย่างไร มีบุคลากรแค่ไหน กองทัพมีอยู่ปัจจุบัน เสริมสร้างศักยภาพประเทศได้เต็มที่หรือไม่ 

ถ้าทหารไม่ยุ่งการเมือง ที่เราพูดกันมาก เพราะมีบางส่วนมาเกี่ยวรัฐประหาร ยุ่งเกี่ยวการเมือง เมื่อไม่รบ ทหารแสดงบทบาทชัดเจนช่วงน้ำท่วม น้ำแล้ง หรือเกิดโรคระบาด ตนเห็นทหารไปช่วยเหลือชาวบ้าน แจกอาหาร ตั้งโรงครัว ถือเป็นภาพลักษณ์ที่ดี ในการใช้ศักยภาพของกองทัพและกำลังคน ให้เกิดประโยชน์ช่วยเหลือชาวบ้าน 

เส้นทางผู้นำ : ‘สุวัจน์’ พร้อมเป็นนายกฯ ‘ชาติพัฒนากล้า’ อาสากู้วิกฤตชาติ

คิดอย่างไรกับนโยบายประชานิยมที่ใช้งบประมาณสูงลิ่ว? 

นายสุวัจน์ กล่าวว่า นโยบายพรรคชาติพัฒนากล้า ให้ความสำคัญเรื่องประชานิยมเป็นลำดับสุดท้าย จากข้อมูลทางเศรษฐกิจ หนี้ครัวเรือนสูงกว่า 90 เปอร์เซ็นต์ของจีดีพี ไม่รู้จะไปเก็บภาษีจากส่วนไหนเพิ่ม งบลงทุนก็เหลือน้อย โครงสร้างทางสังคมเปลี่ยนไปเป็นสังคมผู้สูงอายุมากขึ้น ประกอบกับวันนี้ มีปัญหาค่าไฟ ค่าน้ำมันแพง เศรษฐกิจถดถอยอีก 

จากปัญหาดังกล่าว ประชานิยมควรเป็นสิ่งสุดท้ายที่ควรเลี่ยง เราอยากเอาเบ็ดไปให้ประชาชน มากกว่าการให้ปลา พรรคชาติพัฒนากล้า ไม่อยากสร้างภาระให้ลูกหลาน เราให้ความสำคัญประชานิยมน้อย แต่สิ่งที่ควรทำ นำเอาจุดแข็งด้านการท่องเที่ยว การเกษตร ซอฟท์พาวเวอร์ นำเอาจุดแข็งมาต่อยอด เสริมความเข้มแข็งให้ประชาชน และดึงรายได้ต่างๆเข้าประเทศดีกว่า เมื่อเขาเข้มแข็งแล้ว อาจไม่จำเป็นต้องพึ่งประชานิยม

นายสุวัจน์ กล่าวในตอนท้ายว่า เหตุที่ต้องเลือกพรรคชาติพัฒนากล้า เพราะในวันนี้ประเทศอยู่ในความเสี่ยง ในวิกฤต แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ตนเป็นส.ส.หลายสมัย รัฐมนตรีหลายกระทรวง มีประสบการณ์ทางการบริหาร จากประสบการณ์ที่มีคิดว่าจะบริหารจัดการให้ประเทศชาติพ้นจากวิกฤตได้ บ้านเมืองมีปัญหาทั้งทางเศรษฐกิจ ทางการเมือง ก็มีปัญหาเปรียบเหมือนก้อนกรวดในรองเท้า ทำให้การแก้ปัญหาประเทศต่างๆเดินไม่สะดวก

“พรรคชาติพัฒนากล้า มีจุดยืนชัด ไม่ทะเลาะกับใคร เดินทางสายกลาง ประณีประนอม ไม่สร้างความขัดแย้ง แต่จะสร้างเสถียรภาพทางการเมืองให้เกิดขึ้น ที่จะทำให้เกิดพลังในการแก้ปัญหา มองว่าตนก็มีความพร้อม ขอให้ไว้วางใจตนและพรรคชาติพัฒนากล้า จะกู้วิกฤตให้ประชาชนได้”นายสุวัจน์ กล่าว
 

ขอบคุณคลิปจาก Nation Insight

ติดตามในรายการ Road to the Future : เส้นทางผู้นำ เวลา 17.25 น. ทาง NationTV

‘ประธานกกต.’ พร้อมสู้ หากโดนฟ้อง มั่นใจทำงานสุจริต

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/548583

09 พ.ค. 2566

'ประธานกกต.' พร้อมสู้ หากโดนฟ้อง มั่นใจทำงานสุจริต

‘ประธานกกต.’ มั่นใจทำงานสุจริต หากโดนฟ้องพร้อมสู้ ชี้ยังไม่มูลเหตุ ‘เลือกตั้ง’ เป็นโมฆะ ยอมรับเหตุการณ์ 7 พ.ค. พบความผิดพลาดบ้าง ยินดีให้ทุกภาคส่วนร่วมตรวจสอบ ด้าน ‘เลขากกต.’ เผย ยังไม่พบไม่มีการจ่าหน้าซอง

เมื่อวันที่ 9 พ.ค. ที่ลานคนเมือง ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร นายอิทธิพร บุญประคอง ประธานกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) พร้อมด้วย นายแสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง เข้าร่วมกิจกรรม Big Day การเลือกตั้ง ส.ส. เป็นการทั่วไป พ.ศ. 2566 เพื่อเชิญชวนผู้มีสิทธิเลือกตั้งออกไปใช้สิทธิเลือกตั้ง ส.ส. ในวันอาทิตย์ที่ 14 พ.ค.66 

นายอิทธิพร เปิดเผยว่า ตั้งเป้าผู้ออกมาใช้สิทธิ ไว้ที่ 80% ขึ้นไป ตั้งใจและจะประชาสัมพันธ์ให้มากที่สุดในทุกระดับ วันนี้เป็นการเปิดตัวจริงจังอีกครั้ง หวังว่าประชาชนจะพร้อมใจกันออกมาใช้สิทธิ ขอให้ดูกฎ กติกา ให้เรียบร้อย เพื่อป้องกันไม่ให้บัตรเสีย โดยตั้งเป้าว่าไม่อยากให้บัตรเสียเกิน 2% ซึ่งจะพยายามทำทุกวิถีทาง สร้างความมั่นใจ สร้างความเข้าใจให้ทุกคนได้ทราบก่อนเข้าคูหาเลือกตั้ง


ส่วนที่มีคนจะไปฟ้องร้องเอาผิด กกต. ตามมาตรา 157 หรือการเลือกตั้งครั้งนี้จะเป็นโมฆะ หรือล้างไพ่ใหม่ นายอิทธิพร มองว่า เป็นแค่กระแสและความคิดของคนที่เห็นว่าการทำงานของ กกต. เป็นอย่างไร ซึ่งเป็นสิทธิที่จะดำเนินการได้ กกต. ไม่ได้อยู่เหนือกฎหมาย และต้องปฏิบัติตามกฏหมาย เพราะเราเป็นเจ้าหน้าที่เป็นพนักงาน ถ้าเห็นว่าการทำงานของ กกต. บกพร่องและต้องได้รับการพิจารณา พร้อมสู้คดี ที่สู้เพราะเราปฏิบัติงานโดยสุจริต ตามกฎหมาย ตอนนี้ไม่มีปัจจัยที่ต้องเป็นห่วงว่าการเลือกตั้งจะเป็นโมฆะ และการเลือกตั้ง 14 พฤษภาคม เสียงลงคะแนนเป็นอย่างไรก็เป็นเช่นนั้น

กกต.รณรงค์หาเสียงเลือกตั้ง กกต.รณรงค์หาเสียงเลือกตั้ง

นายอิทธิพร กล่าวถึงความผิดพลาดเลือกตั้งล่วงหน้า เมื่อ 7 พ.ค. ที่ผ่านมาเพื่อไม่ให้ซ้ำรอยวันที่ 14 พ.ค. ว่า ทุกครั้งที่มีการเลือกตั้งแล้วเกิดปัญหา จะต้องตรวจสอบหาสาเหตุและหาวิธีแก้ไขให้เร็วที่สุด เพื่อไม่ให้กระทบสิทธิของผู้ที่ใช้สิทธิไปแล้ว นั่นคือเป้าหมายหลัก ซึ่งกำชับสร้างความเข้าใจให้กับผู้ปฏิบัติงานว่า จุดไหนที่ต้องระมัดระวังไม่ให้เกิดความผิดพลาดอีก ส่วนที่ กกต. ตกเป็นเป้าและถูกโจมตี ตนไม่รู้สึกตกเป็นเป้าและถูกถล่ม แต่อีกทางรู้สึกดีใจว่าการทำงานของเรามีคนช่วยตรวจสอบ ทั้งการทำงานของ กกต. และการเลือกตั้งเป็นสิ่งที่ดี ทำให้สามารถแก้ปัญหาได้ทันท่วงที ถ้าไม่มีการตรวจสอบจากภาคประชาชนโดยสื่อมวลชน การทำงานของ กกต. อาจไม่ 100%

ส่วนปัญหาการใส่รหัสหน้าซองผิดและการที่ไม่ได้จ่าหน้าซองเลย ประธาน กกต. กล่าวว่า คนที่ลงทะเบียนใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้า 2.2 ล้านคน มีข้อผิดพลาดแต่ไม่เยอะ พบว่ามีการกรอกเขตเลือกตั้งผิด ไม่ใช่กรอกรหัสไปรษณีย์ แต่เมื่อมีการหย่อนบัตรลงไปในหีบเลือกตั้งแล้ว หลัง 17.00 น. ก็จะมีการตรวจสอบแต่ละหน้าซองว่าถูกต้องหรือไม่ และจะแก้ไขแล้วส่งไปในจุดหมายที่ควรจะเป็น

นายแสวง เสริมว่า เมื่อเกิดปัญหาการจ่าหน้าซองผิด สำนักงาน กกต. ได้แจ้งไปยัง ผอ.เขตเลือกตั้งทั่วประเทศ ว่า ก่อนมอบบัตรให้กับไปรษณีย์ขอให้ตรวจหน้าซองก่อน เมื่อประสานไปทางไปรษณีย์ก่อนรับให้ตรวจนับว่าหน้าซองมีการกรอกตัวเลขหรือไม่ ซึ่งจากการตรวจสอบแล้วจนถึงวันนี้ ไม่พบว่า ไม่มีการจ่าหน้าซอง มีแต่การกรอกเกรดผิดก็ต้องมีกรรมการวินิจฉัย

ความคืบหน้าการร้องเรียนเกี่ยวกับการเลือกตั้ง ทั้งหมด 101 เรื่อง โดย 38 เรื่อง เป็นการให้เงินซื้อเสียง อีก 34 เรื่อง เป็นการหลอกลวงใส่ร้าย (จากวันที่ 7 พ.ค. มี 92 เรื่อง) ทั้งนี้หากมีการร้องเรียนต้อเข้าไปตรวจสอบและรวบรวมข้อเท็จจริง โดยคณะกรรมการประจำจังหวัด มีเวลาภายใน 20 วัน แต่หากยังไม่เสร็จ สามารถต่อเวลาได้อีกครั้งละ 15 วัน โดยขอมาทางเลขาฯ กกต. และต้องผ่านคณะอนุกรรมการ กกต. วินิจฉัยอีกครั้ง ถ้ามีเหตุเชื่อได้ว่ามีการทุจริตเลือกตั้งก็จะรับเป็นคำร้องและดำเนินการตามระเบียบต่อไป ส่วนจะดำเนินการเสร็จก่อนการเลือกตั้งหรือไม่ขึ้นอยู่กับพยานหลักฐาน เพราะหากเป็นคำร้องแล้วการซื้อเสียงถือว่าผิดมาตรา 73 (1) ต้องมีการดำเนินคดีอาญาให้ใบส้มหรือไม่ หรือต้องไปศาล ซึ่งต้องให้ความเป็นธรรมกับพวกร้องและผู้ถูกร้อง จะเร่งรัดไม่ได้ ให้เป็นไปตามขั้นตอน 

ส่วนความคืบหน้าที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) ส่งมติการขอใช้งบประมาณ เพื่อช่วยเหลือประชาชนเรื่องค่าไฟฟ้านั้น ประธาน กกต. ระบุว่า ทราบว่าจะมีการเสนอต่อที่ประชุม กกต. ในวันพฤหัสนี้

บัตรเลือกตั้ง 2 ใบบัตรเลือกตั้ง 2 ใบนายอิทธิพร บุญประคองนายอิทธิพร บุญประคอง

ย้อนไทม์ไลน์ ปี2566 ‘ทักษิณ’ ประกาศ ‘อยากกลับบ้าน’ กี่ครั้ง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/548578

09 พ.ค. 2566

ย้อนไทม์ไลน์ ปี2566 'ทักษิณ' ประกาศ 'อยากกลับบ้าน' กี่ครั้ง

นี่ไม่ใช่ครั้งแรก หรือปีแรกที่ ‘ทักษิณ ชินวัตร’ อดีตนายกรัฐมนตรีคนที่ 23 ของประเทศไทย ประกาศ ‘อยากกลับบ้าน’ หลังใช้ชีวิตกินหรูอยู่สบาย ลี้ภัยต่างแดน ร่วม 17 ปี

ย้อนเหตุการณ์รัฐประหารในประเทศไทยเมื่อปี 2549 โดยคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข หรือคปค.ที่มี “บิ๊กบัง” พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ในขณะนั้น เป็นหัวหน้าคณะ เข้ายึดอำนาจ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร (ยศขณะนั้น) นายกรัฐมนตรีคนที่ 23 ระหว่างร่วมการประชุมที่องค์การสหประชาชาติ ในมหานครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา

การรัฐประหารปี 2549  นำไปสู่การแต่งตั้ง พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ เป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 24 พร้อมแต่งตั้ง “ครม.ขิงแก่” บริหารราชการแผ่นดิน แทนรัฐบาลทักษิณ

ทักษิณ ชินวัตร หลังยึดอำนาจ เขาถูกดำเนินคดีทางการเมืองมากมาย รวมถึงการถูกถอดยศ “พลตำรวจโท” และต้องลี้ภัยไปอยู่ต่างประเทศ โดยทักษิณ ออกจากประเทศไทย ปี 2550 จนถึงปัจจุบัน

28 ก.พ. 2551 ทักษิณ ชินวัตร คุกเข่าก้มกราบแผ่นดินไทย 28 ก.พ. 2551 ทักษิณ ชินวัตร คุกเข่าก้มกราบแผ่นดินไทย

28 ก.พ. 2551 ทักษิณ ชินวัตร มีโอกาสกลับมาเหยียบแผ่นดินไทย เขาเดินทางด้วยเครื่องบินจากฮ่องกงถึงสนามบินสุวรรณภูมิ จ.สมุทรปราการ เมื่อมาถึงเขาได้สวมกอด “ครอบครัว” และทักทายบุคคลที่มาต้อนรับ จากนั้นได้คุกเข่าก้มกราบแผ่นดินไทย กลายเป็นภาพแห่งประวัติศาสตร์ และการกลับหนนั้นถือเป็นครั้งสุดท้ายที่ได้ “กลับบ้าน” มาเหยียบมาตุภูมิ

ตอดเวลาของการลี้ภัยต่างแดน ทักษิณ เดินทางเข้า-ออกในหลายประเทศ ทั้งกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ, กัมพูชา, มหานครดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์, ฮ่องกง, สิงคโปร์ และกรุงปักกิ่ง ประเทศจีน

17 ปีที่ผ่านมา ทักษิณดึงคนใน “ตระกูลชินวัตร” เข้ามามีบทบาททางการเมืองไทยหลายคน โดยคนในครอบครัวชินวัตรเป็นนายกรัฐมนตรีถึง 3 คน คือ ทักษิณ ชินวัตร, ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร น้องสาว นายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของประเทศไทย นายกรัฐมนตรีคนที่ 28 นอกจากนั้นยังมี สมชาย วงศ์สวัสดิ์ นายกรัฐมนตรีคนที่ 26 สามีของ เยาวภา (ชินวัตร) วงศ์สวัสดิ์ น้องสาวของทักษิณ

ล่าสุด อุ๊งอิ๊ง-แพทองธาร ชินวัตร บุตรสาวคนเล็ก เดินเข้าสู่ถนนการเมืองตามรอยพ่อ ปัจจุบันเป็นหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย เพิ่งคลอดลูกชายคนที่2 ด.ช.พฤจ์ธาษิณ สุขสวัสดิ์ ชื่อเล่น ธาษิณ 

อุ๊งอิ๊ง แพทองธาร ชินวัตร บุตรสาวคนเล็ก เดินเข้าสู่ถนนการเมืองตามรอยพ่อ อุ๊งอิ๊ง แพทองธาร ชินวัตร บุตรสาวคนเล็ก เดินเข้าสู่ถนนการเมืองตามรอยพ่อ

อุ๊งอิ๊ง มักถูกถามถึงอนาคตของบิดาเรื่องการ “กลับบ้าน” อยู่เสมอทั้งจากสื่อมวลชนในประเทศ และต่างประเทศ

ตลอดปี2565 ทักษิณ เคยประกาศผ่านสื่อถึง 6 ครั้งว่า ‘อยากกลับบ้าน’ ไล่เลียงมาตั้งแต่วันที่ 4 มกราคม,  2 มีนาคม , 19 กรกฏาคม ,23 กรกฏาคม .26 กรกฏาคม และวันที่ 29 กันยายน 

ล่าสุด ‘คมชัดลึก’ รวบรวมมาให้ว่าตั้งแต่ต้นปี2566 จนถึงปัจจุบัน ‘ทักษิณ’ กล่าวถึงการอยากกลับบ้าน กลับแผ่นดินเกิด กลับไทย มาแล้วกี่ครั้ง

ย้อนไทม์ไลน์ปี66 ทักษิณประกาศ ‘อยากกลับบ้าน’

24 ม.ค. 2566

ทักษิณ ประกาศจากกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษจะกลับบ้านในปี 2566

24 มี.ค. 2566

สำนักข่าวเกียวโด-สำนักข่าววนิเคอิ ประเทศญี่ปุ่ญ รายงานบทสัมภาษณ์ของ นายทักษิณ ชินวัตร ขอกลับบ้าน

  • กลับมารับโทษจำคุกในไทย
  • ใช้ชีวิตที่เหลืออยู่กับครอบครัว
  • ไม่ว่าผลการเลือกตั้ง2566 จะออกมาเป็นอย่างไรก็ตาม
  • เหมือนติดอยู่ในคุกขนาดใหญ่มา 16 ปี
  • พวกเขากีดกันไม่ให้อยู่กับครอบครัว
  • ทุกข์ทรมานอีกครั้งในคุกที่เล็กกว่านั้น ก็ไม่เป็นไร
  • เลือกตั้ง2566เชื่อมั่นเพื่อไทยจะชนะ

9 พ.ค.2566

ทักษิณ โพสต์ ทวิตเตอร์Thaksin Shinawatra ขอกลับบ้าน

  • อยากกลับมาเลี้ยงหลาน
  • กลับไทยก่อนวันเกิด 26 ก.ค.66
  • 17 ปีที่ต้องพลัดพรากจากครอบครัว
  • ตอนแก่แล้ว

9 พ.ค.2566

ทักษิณ ทวิตซ้ำ กลับบ้านแน่

  • ไม่เป็นภาระพรรคเพื่อไทย
  • เข้าสู่กระบวนการกฎหมาย
  • ช่วงรัฐบาลรักษาการของพล.อ.ประยุทธ์
  • ตัดสินใจด้วยตัวเอง
  • ด้วยความรักผูกพันธ์กับครอบครัว
  • แผ่นดินเกิดและเจ้านายของเรา

นับรวม 19 ครั้ง ที่่ ‘ทักษิณ ชินวัตร” อดีตนายกรัฐมนตรีคนที่ 23 ของประเทศไทย ประกาศ “อยากกลับบ้าน” กลับไทยหลังใช้ชีวิตกินหรูอยู่สบายลี้ภัยต่างแดนร่วม 17 ปี

…กมลทิพย์ ใบเงิน…เรียบเรียง

โต้กลับ ‘แรมโบ้’ ยัน รทสช. จ่ายงบเลือกตั้งให้ผู้สมัครทุกคนตามกฎหมาย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/548575

09 พ.ค. 2566

โต้กลับ 'แรมโบ้' ยัน รทสช. จ่ายงบเลือกตั้งให้ผู้สมัครทุกคนตามกฎหมาย

‘แรมโบ้’ ยืนยัน ผู้สมัคร รทสช. รับงบประมาณหาเสียงครบทุกคนตามกฎหมาย มองเป็นเรื่องส่วนบุคคล อย่าเหมารวม ด้าน ‘เสธหิ’ ฟาดไม่ใช่สถาบันการเงิน มีงบตามกติกา

เมื่อวันที่ 9 พ.ค. นายเสกสกล อัตถาวงศ์ รองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) ในฐานะดูแลพื้นที่ภาคอีสาน เปิดเผยกับผู้สื่อข่าว คมชัดลึก ถึงกรณี สส.ในพรรครวมตัวร้องเรียนอ้างไม่ดูแล ไม่รักษาสัญญาเรื่องหาเสียงเลือกตั้งว่า ยืนยันพรรคให้เงินผู้สมัครตามกฎหมายเลือกตั้ง ไม่ได้ไปรับปากว่าจะให้ใครเท่าไหร่ ซึ่งไม่ทราบว่านายปรีชา เร่งสมบูรณ์สุข ผู้สมัคร สส.เลย แกนนำร้องเรียนไปตกลงกับใคร แต่ไม่ใช่ตน ไม่ได้ประสานกันโดยตรง 

หลังจากนี้จะเรียกเข้ามาพูดคุยหรือไม่ เป็นเรื่องทางผู้ใหญ่ของพรรค ขณะเดียวกันคนที่ทำให้พรรคเสียหายหรือมีผลกระทบต่อพรรค ก็ต้องตั้งคณะกรรมการพิจารณาตามขั้นตอน และคิดว่าไม่เป็นความขัดแย้งภายในพรรค เพราะใกล้เลือกตั้งแล้ว ไม่มีผลกระทบ เป็นความรู้สึกส่วนบุคคลอย่าเอามาเป็นภาพรวม คนในพรรคส่วนใหญ่ยังเดินหน้า เพื่อสู้ให้ถึงวันเลือกตั้ง เป็นเพียงแค่บางคนที่รู้สึกไม่ได้ดั่งใจหรือไม่พอใจ ซึ่งมองว่าเป็นปัญาหาเล็กๆ และทุกพรรคก็มีปัญหากันหมด ทั้งนี้ขอให้กำลังใจทุกคน ทุกอย่างต้องทำตามภายใต้กรอบกฎหมาย
ผู้สมัคร รทสช. บุกพรรคทวงถามสัญญาผู้สมัคร รทสช. บุกพรรคทวงถามสัญญา

นายเสกสกล กล่าวเพิ่มเติม การหาเสียงของพรรครวมไทยสร้างชาติ เน้นเรื่องประชาสัมพันธ์นโยบายและผลงานของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรค ไม่มีนโยบายใช้เงินซื้อเสียงจูงใจให้ประชาชน หรือทำผิดกฎหมายการเลือกตั้งหรือระเบียบกกต. เพราะเสี่ยงใบดำ-ใบแดง 

ดังนั้นเมื่อเห็นร่วมกันว่าเสียสละเป็นนักรบแล้ว สู้ในนามพรรครวมไทยสร้างชาติแล้ว อยากให้พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกฯต่อ เราต้องสู้ มีกำลัง มีงบเท่าไรก็แค่นั้น ทำตามกติกา ไม่ออกมาโวยวายเรียกร้องสร้างความเสียหายให้กับพรรค เหตุการณ์นี้มองว่าไม่น่ามีผลอะไร เพราะคนก็เข้าใจดีในภาคอีสานสมัคร 133 เขต ทุกคนต่างดีใจภูมิใจได้อยู่บ้านหลังเดียวกันและช่วยงานกับพล.อ.ประยุทธ์ และในฐานะเป็น 1 ผู้ดูแลพื้นที่ภาคอีสาน ยืนยันผู้สมัครได้รับงบทุกคนภายใต้กรอบของกฎหมาย 

นายเสกสกล อัตถาวงศ์นายเสกสกล อัตถาวงศ์

ส่วนจะเป็นการดิสเครดิตทางการเมืองช่วงโค้งสุดท้ายก่อนเลือกตั้งหรือไม่ นายเสกสกล กล่าวว่า ก็ไม่เข้าใจว่าสิ่งที่ทำได้ประโยชน์อะไร เคยบอกแล้ว อย่าไปทำอะไรที่กระทบภาพลักษณ์ต่อพรรค เพราะเราพร้อมที่จะออกมาสู้ช่วยสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ สู้ตามกติกาขอคะแนนด้วยความบริสุทธิ์จากเสียงสวรรค์ คือ ประชาชน จึงมองว่าผู้สมัครบางคนอาจจะคิดว่า สู้ด้วยวิธีการเหมือนพรรคอื่นทำ แต่พรรคเราไม่ทำ 

ยังเชื่อมั่นว่า ประชาชนให้การตอบรับลงคะแนนให้กับพรรครวมไทยสร้างชาติ วันนี้บ้านเมืองกำลังแบ่งกันเป็น 2 ฝ่าย คือ ฝ่ายที่กำลังคิดเปลี่ยนแปลงคิดร้ายต่อบ้านเมือง โดยอ้างประชาธิปไตย ซึ่งมองว่าเป็นประชาธิปไตยจอมปลอม อีกฝ่ายที่เลือกลุงตู่กำลังสร้างความมั่นคงปกป้องสถาบันหลักของชาติ

“ค่าใช้จ่าย ค่าป้าย ค่าหาเสียง เราก็ดูแลทุกคน ขอให้เชื่อมั่น ไม่ต้องเก็บมาคิดว่าจะกระทบอะไร เพราะความนิยมในกระแสลุงตู่ในภาคอีสานยิ่งดีวันดีคืนพรรคมีความนิยมมากขึ้น อยากให้ผู้สมัครทุกคนตั้งใจเดินหาเสียงขอคะแนน ช่วยเสนอผลงานและนโยบายของพรรค อย่าห่วงเรื่องอื่น พรรคเราไม่มีอะไรทำผิดกฎหมาย” นายเสกสกลกล่าว

ด้านนายหิมาลัย ผิวพรรณ หรือ เสธหิ ระบุว่า พรรคการเมืองไม่ใช่สถาบันการเงิน ดังนั้นการดูแลอาจไม่ครบถ้วน รวมถึงควรจะศึกษาอุดมการณ์และนโยบายของพรรคว่าเข้ากับความคิดของท่านหรือไม่ ด้านอื่นๆนั้นเราต้องการทำพรรคบริสุทธิ์ ยุติธรรม โปร่งใส อยู่ภายใต้กรอบของรัฐธรรมนูญและกรรมการการเลือกตั้ง จึงไม่มีงบในการใช้จ่ายอะไรนอกเหนือจากกติกา เพราะพรรคมีอุดมการณ์และอุดมคติ ปกป้องสถาบัน รับใช้ชาติและประชาชน ไม่ต้องใช้งบประมาณมากมาย 

“ผู้ที่ต้องการเล่นการเมืองต้องพร้อมจริงๆ ถึงจะมาเล่นการเมือง เพราะการเมือง คือการเสียสละเพื่อให้ประชาชน คือการเสนอตัวมารับใช้ประชาชนไม่เป็นภาระให้ประชาชน”
นายหิมาลัย ผิวพรรณนายหิมาลัย ผิวพรรณ

ทำไม ‘ทักษิณ’ ประกาศ ‘กลับไทย’ เดือน ก.ค. ปี2566

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/548573

09 พ.ค. 2566

ทำไม 'ทักษิณ' ประกาศ 'กลับไทย' เดือน ก.ค. ปี2566

‘ทักษิณ ชินวัตร’ มหาเศรษฐีระดับโลก ขอ ‘กลับไทย’ เดือน ก.ค.ปี2566 ในจังหวะชีวิตที่ ‘อุ๊งอิ๊ง แพทองธาร’ ลูกสาวคนเล็ก มีโอกาสชิมลางในตำแหน่งผู้นำประเทศค่อนข้างสูง

กินหรูอยู่สบาย 17 ปี ชีวิตผู้ลี้ภัยในต่างแดนของ “ทักษิณ ชินวัตร” อดีตนายกรัฐมนตรีคนที่ 23 ของประเทศไทย ขึ้นแท่นมหาเศรษฐีระดับโลก และมีทรัพย์สินคงที

ข้อมูลจาก Forbes ได้มีการจัดอันดับ “มหาเศรษฐีทั่วโลก” ปี2565 ที่มีทรัพย์สินรวมมูลค่ากว่าพันล้านบาท จำนวน 2,668 คน ในจำนวนนี้มี “เศรษฐีไทย” อยู่ในนั้นด้วย โดยเฉพาะ “ทักษิณ ชินวัตร” มีทรัพย์สินคงที่ เมื่อเทียบกับปี2564 คือมีทรัพย์สินที่ 2,000,000,000 ดอลลาร์สหรัฐ (คิดเป็นเงินไทย 67,142,000,000 บาท)และถูกจัดให้เป็น“มหาเศรษฐี” ในอันดับที่ 1,513 ของโลก

วิถีชายสูงวัย โหยหาครอบครัว

วิถีชายสูงวัยในต่างแดน แม้มีทรัพย์สินเงินทองล้นฟ้า แต่ลึกๆ ในใจทักษิณ “อยากกลับบ้าน” อยากกลับไทย อยากมาอยู่กันพร้อมหน้าครอบครัว เฉกเช่นเดียวกับชายสูงวัยทั่วไป ในวัยที่ร่วงโรย ธรรมชาติไม่ปราณี เขาก็ไม่ต่างจากนั้น แม้ร่ำรวยหรือยากจนก็อยากใช้ชีวิตอยู่กับครอบครัว

ทักษิณ แตกต่างจากชายไทยสูงวัย ตรงที่เขาเป็นอดีตผู้นำประเทศไทย เป็นมหาเศรษฐีระดับโลก และเรียกได้ว่ามีคนรักเขามากกว่าคนเกลียด หากสื่อลองยิงคำถามเหล่านี้และหาคำตอบจากปากคนอีสานและคนภาคเหนือ จะบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า ทักษิณ คือผู้นำที่พวกเขาโหยหามาตลอด 17 ปี

อุ๊งอิุ๊ง แพททองธาร ชินวัตร ลูกสาวคนเล็กของทักษิณ ชินวัตรอุ๊งอิุ๊ง แพททองธาร ชินวัตร ลูกสาวคนเล็กของทักษิณ ชินวัตร

แต่ในมุมการเมืองช่วงโค้งสุดท้ายก่อนเลือกตั้ง 14 พฤษภาคม นี้ แน่นอน ทักษิณ ถูกมองว่า การขอ “กลับบ้าน” ของเขา เป็นเพียงการหาเสียงช่วยพรรคเพื่อไทยและ “อุ๊งอิ๊ง แพทองธาร ชินวัตร” ลูกสาวคนเล็กเท่านั้น 

ทำไมต้องกลับบ้าน เดือน ก.ค.ปี2566

นี่ไม่ใช่ครั้งแร หรือปีแรกที่ “ทักษิณ ชินวัตร” อดีตนายกรัฐมนตรี ประกาศเดินทางกลับประเทศไทยในเดือน กรกฏาคม 2566 เป็นช่วงเวลาที่คาดว่าจะเปิดประชุมสภา หลังเลือกตั้ง 2566 สิ้นสุดลง เพื่อเลือกประธานและรองประธานสภาได้แล้ว

ทักษิณให้เหตุผลถึงการ “กลับไทย” ว่าตัดสินใจเอง “ด้วยความผูกพันกับครอบครัว แผ่นดินเกิด และเจ้านายของเรา”

“ผมขออนุญาตอีกครั้ง ผมตัดสินใจแล้วว่าจะกลับบ้านไปเลี้ยงหลานภายในเดือนกรกฎาคมนี้ ก่อนวันเกิดผมครับ ขออนุญาตนะครับ

เกือบ 17 ปีแล้วที่ต้องพลัดพรากจากครอบครัว ผมก็แก่แล้วครับ” ทักษิณทวีตข้อความผ่านบัญชีทวิตเตอร์เช้าวันนี้ (9 พ.ค. 2566)

ทำไม 'ทักษิณ' ประกาศ 'กลับไทย' เดือน ก.ค. ปี2566

ต่อมาเวลา 10.20 น. นายทักษิณทวีตข้อความเพิ่มเติม โดยระบุว่า “ไม่ต้องกังวลว่าผมจะเป็นภาระพรรคเพื่อไทย ผมจะเข้าสู่กระบวนการกฎหมาย และวันที่ผมกลับยังเป็นช่วงรัฐบาลรักษาการของ พล.อ. ประยุทธ์ อยู่ ทั้งหมดคือการตัดสินใจของผมเองด้วยความรักความผูกพันกับครอบครัว/แผ่นดินเกิดและเจ้านายของเรา”

ทำไม 'ทักษิณ' ประกาศ 'กลับไทย' เดือน ก.ค. ปี2566

ทักษิณ อดีตนายกรัฐมนตรี คนที่ 23 ของไทย เป็นบิดาของ “อุ๊งอิ๊ง” น.ส.แพทองธาร ชินวัตร แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ลำดับที่ 1 ของพรรคเพื่อไทย (พท.) และมีแนวโน้มว่าหลังการเลือกตั้ง 2566 พรรคเพื่อไทยมีโอกาสจะได้รับความไว้วางใจจากประชาชนด้วยคะแนนเสียงจำนวนมากถึงขั้นจัดตั้งรัฐบาลตามผลโพลที่พรรคเพื่อไทยสำรวจ และสอดคล้องกับสารพัดโพล

ทักษิณ อ้อนคนไทยขอกลับก่อนวันเกิดของเขา นั่นหมายถึง ก่อนวันที่ 26 กรกฏาคม 2566 ที่เขามีอายุครบ 74 ปี เป็นผู้สูงอายุที่ชายสูงวัยค่อนประเทศตาร้อน เพราะเขามีหลานถึง 7 คนได้ชื่นชมยินดี เป็นใครบ้างจะไม่ “อยากกลับบ้าน” เพื่อมาอยู่กลางวงล้อมอันแสนอบอุ่นของลูกหลาน แม้จะต้องแลกด้วยการสิ้นอิสรภาพ แต่นั่นเป็นเงื่อนไขที่เขายอม ท่ามกลางกระแสดีลลับ ดีลลวงแผนกลับไทย

ทักษิณ ชินวัตร ทักษิณ ชินวัตร

เดือนกรกฏาคม จังหวะชีวิตเอื้ออำนวย หาก “อุ๊งอิ๊ง” ลูกสาวคนเล็กอาจจะกลายเป็นผู้นำประเทศ ทุกอย่างคงไม่เลวร้ายไปมากกว่าที่เขาบอกเหมือนติดคุกมา 16 ปี อย่างน้อยมีโอกาสร่วมฉลองวันเกิด 74 ปี ท่ามกลางครอบครัว พร้อมหน้าลูกหลาน และญาติมิตร ที่เขาโหยหามาตลอดระยะเวลา 17 ปี

…กมลทิพย์ ใบเงิน..เรียบเรียง

สรุปดราม่าร้อนๆ ‘พรรครวมไทยสร้างชาติ’ ฉายตัวหนังสือขึ้นเสา สะพานพระราม8

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/548565

09 พ.ค. 2566

สรุปดราม่าร้อนๆ 'พรรครวมไทยสร้างชาติ' ฉายตัวหนังสือขึ้นเสา สะพานพระราม8

สรุปดราม่าการเมืองสุดร้อน ‘พรรครวมไทยสร้างชาติ’ ฉายตัวหนังสือชวนคนกาให้ลุงตู่ได้อยู่ต่อ ขึ้นเสาสะพานพระราม8 เดือดถึงกทม.สั่งเบรกแคมเปญเพราะไม่ใช่พื้นที่หาเสียง ป้ายใหญ่เกินขนาดส่อเค้าผิดกฎหมายเลือกตั้ง

หลังจากที่มีกระแสดราม่ากรณีที่ ‘พรรครวมไทยสร้างชาติ’ มีการฉายโปรเจ็กเตอร์เป็นตัวอักษร เพื่อเป็นการหาเสียงให้แก่พรรค โดยมีหลายข้อความที่ได้มีการฉายขึ้นไปบนเสาสะพานพระราม8 เช่น  รวมไทยสร้างชาติ 22 ,ลุงตู่อยู่ต่อ  กา 22 มั่นคง มั่นคั่ง  หลังจากที่มีภาพดงกล่าวปรากฎออกก็สร้างความสงสัยให้แก่สังคม ว่ากรณีที่ฉายโปรเจ็กเตอร์ในบนเสาสะพานพระราม 8 นั้น สามารถทำได้หรือไม่ และการขออนุญาตกับทางกรุงเทพมหานครซึ่งเป็นเจ้าของพื้นที่ได้ทำถูกต้องตามขั้นตอนหรือไม่  

  • เปิดรายละเอียดในหนังสือขออนุญาตใช้พื้นที่ 

‘พรรครวมไทยสร้างชาติ’ ขอไช้พื้นที่ได้สะพานพะราม8 เพื่อแสดงถึงการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้งในพื้นที่กรุงเทพมหานคร เพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ไห้ประชาชบผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งในพื้นที่กรุงเทพมหานครได้รับทราบถึงเบอร์พรรค เพื่อเป็นข้อมูลในการตัคสินใจใช้สิทธิ์เลือกตั้งในการนี้เพื่อให้การเตรียมการจัดการสถานที่จัดกิจกรรมดังกล่างเป็นไปด้วยความเรียบร้อย จึงขอความอนุเคราะห์ไช้สถานที่บริเวณลานริมแม่น้ำฝั่งศาลาแปดเหลี่ยมและไฟฟ้าสวนหลวงพระรามแปด ตั้งแต่วันที่ 8-12 พ.ค. 2566 ตั้งแต่เวลา 20.00 – 02.00น. ของทุกวัน (วันที่ 8 พ.ค. 2566 ขอเข้าติดตั้งระบบ 16.00 น.)
 

หนังสือขออนุญาตหนังสือขออนุญาต

  • กทม.โร่แจ้งเสาสะพานพระราม8 ไม่ได้อนุญาตให้ใช้เป็นพื้นที่หาเสียง 

ล่าสุด นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (ผู้ว่าฯกทม.)  ได้มีการแถลงเพื่อชี้แจ้งถึงกรณีการจอให้พื้นที่เพื่อทำการหาเสียงของ “พรรครวมไทยสร้างชาติ” ว่า หลังจากที่ได้รับหนังสือขออนุญาตไปแล้ว กทม.ได้อนุญาตไปตามปกติ เนื่องจากเข้าใจว่าเป็นการขออนุญาตใช้พื้นที่ด้านล่างในหารหาเสียงเท่านั้น  เพราะเสาสะพาน ตัวสะพานไม่ได้อนุญาตให้ใช้เป็นพื้นที่หาเสียง รวมทั้งกทม.ไม่อนุญาตให้มีการฉายโปรเจ็กเตอร์ขึ้นไปบนเสาสะพานพระราม 8 อยู่แล้ว เพราะแสงไฟจะทำให้วิสัยทัศน์ในกานขับขี่ไม่ดี อีกทั้งพื้นที่ดังกล่าวยังเป็นพื้นที่ที่ไม่ได้อนญาตให้ใช้หาเสียง ดังนั้นหาพรรคจะปราศัย หรือรณรงค์อะไรจะสามารถดำเนินการได้ตามพื้นที่ที่ กทม. กำหนดเท่านั้น ทางกทม.ได้ทำหนังสือชี้แจงไปยังพรรคเพื่อให้ยุติการทำเแคมเปญรณรงค์ให้คนออกมาใช้สิทธิ ส่วนจะผิดกกต.หรือไม่คงต้องมีการเสนอเรื่องให้กกต.อีกครั้งว่าทำได้หรือไม่  อย่างไรก็ตามคาดว่าจะเป็นการฉายโปรเจ็กเตอร์ที่ตั้งอยู่พื้นที่ในสวนขึ้นไปบนเสาสะพาน  โดยกทม.จะส่งหนังสือไปยังพรรค เพื่อให้ยุติการฉายตัวหนังสือในวันเวลาดังกล่าว 

ภาพจากทวิตเตอร์  อ้น ทิพานัน ศิริชนะ ภาพจากทวิตเตอร์ อ้น ทิพานัน ศิริชนะ

  • ไม่ลำเอียง พรรคไหนแค่ตรวจเอกสารไม่ละเอียด 

ยืนยันไม่มีการลำเอียง แต่อาจจะมีความคลาดเคลื่อนในการสื่อสาร ไม่ได้มีความตั้งใจเอื้อแก่พรรคการเมืองใด เพราะมีรายละเอียดไม่ชัดเจน ทุกคนมีเจตนาอยากให้การเสียงเป็นไปตามที่เรากำหนดไว้ อย่างไรก็ตามหากพรรคการเมืองจะมีการใช้พื้นที่ปราศัยจะต้องมีการขออนุญาตทุกพื้นที่ก่อน  ทั้งนี้ต้องย้ำว่ากทม.ไม่มีนโยบายให้ใช้พื้นที่ของกทม.ทำเป็แคมเปญหาเสียง เรื่องการตรวจสอบคงต้องเป็นของกกต.ที่จะต้องไปตรวจสอบว่าdkiหาเสียงเป็นไปตามกฎหมายกำหนดหรือไม่

ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ชัชชาติ สิทธิพันธุ์

  • “พรรครวมไทยสร้างชาติ” ร่อนหลังสือยุติฉายตัวหนัสือบนสะพานพระราม 8 ทันที

หลังจากที่ต้านกระแสสังคมไม่ไหว “พรรครวมไทยสร้างชาติ” ได้ร่อนหลังสือชี้แจ้งการหาเสียงในลักษณะดังกล่าว โดยระบุ ว่า เรื่อง ชี้แจงข้อเท็จจริงตามที่ปรากฏข่าวว่ามียิงการเลเซอร์ข้อความเชิญชวนให้เลือกหมายเลขของพรรครวมไทยสร้างชาติบนเสาสะพานพระราม 8 เมื่อคืนวันที่ 8 พ.ค. ที่ผ่านมานั้น พรครวมไทยสร้างชาติขอชี้แจงว่า พรรคฯไม่ได้เป็นผู้ดำเนินการดังกล่าว และได้สั่งการให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงโดยเร่งด่วนจากการตรวจสอบพบว่านางสาวทิพานวัน  ศิริชนะ ได้ขออนุญาตต่อปลัดกรุงเทพมหานครเพื่อดำเนินการดังกล่าวด้วยจดหมายส่วนตัว  โดยไม่ได้หารือหรือแจ้งให้พรรคฯ ทราบหรือขออนุญาตผู้บริหารพรรคแต่อย่างใดเมื่อพรรคได้ทราบข้อเท็จจริงดังกล่าวแล้วก็ได้ตำหนิและทำหนังสือตักเตือนพร้อมทั้งสั่งการไปยัง นางสาวทิพานัน ให้หยุดดำเนินการดังกล่าวโดยทันทีทั้งนี้ พรรคฯรู้สึกเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิด ขึ้นและต้องขออภัยอย่างยิ่งมา ณ โอกาสนี้พรรครวมไทยสร้างชาติ วันที่ 9 พฤษภาคม 2566

รวมไทยสร้างชาติส่งหนังสือชี้แจ้งรวมไทยสร้างชาติส่งหนังสือชี้แจ้ง

  • เงื่อนการขอใช้พื้นที่ของกทม. หาเสียงไม่นับรวมอาคาร และสะพานที่อยู่ในความดูแล 

การขอใช้พื้นที่ที่กทม.กำหนดไว้ทั้งหมด 16 จุดนั้น ผู้ขอใช้ต้องเป็นว่าที่ผู้สมัคร สส.แบบแบ่งเขต หรือพรรคการเมืองที่จะส่งผู้สมัคร ยื่นคำร้องต่อหัวหน้าหน่วยงานที่ดูแลรับผิดชอบสถานที่นั้นๆ ในวัน และเวลาราชการ โดยต้องยื่นคำร้องล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 3 วัน ผู้ยื่นคำร้องขอใช้สถานที่จะต้องจัดเตรียมวัสดุอุปกรณ์และเวทีในการปราศรัยหาเสียงมาเอง โดยกรุงเทพมหานคร จะอำนวยความสะดวกในเรื่องของสถานที่ หากเกิดความเสียหายในการใช้สถานที่จัดเวทีปราศรัยหาเสียง จะต้องเป็นผู้รับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นทั้งหมดส่วนหลักเกณฑ์อื่นๆ ให้เป็นไปตามที่หน่วยงานผู้ดูแลรับผิดชอบสถานที่กำหนด

  • ส่อเค้าโปรเจ็กเตอร์ฉายตัวหนังสือจะผิดกฎหมายเลือกตั้ง  

นายสมชัย ศรีสุทธิยากร  อดีตคณะกรรมการเลือกตั้ง ระบุว่า ตรวจสอบแล้ว ป้ายดังกล่าว เป็นการยิงเลเซอร์จากพื้นที่ สวนสาธารณะ สวนหลวงพระราม 8 โดยพรรคขออนุญาตใช้สถานที่หาเสียง แต่ไม่ได้ขออนุญาตการใช้เลเซอร์ยิงข้อความไปที่เสาสะพานพระราม 8 โดยกรณีดังกล่าวถือว่า ผิดกฎหมายเลือกตั้ง เนื่องจากขนาดป้ายใหญ่เกินกว่าขนาดที่ กกต.กำหนด โดยขนาดป้ายหา เสียงใหญ่สุด คือ 1.30 x 2.45 เมตร   นอกจากนี้สะพานพระราม 8 เป็นทรัพย์สินของราชการ มีหน่วยงานราชการดูแลหากมีคำขอที่ผิดกฎหมาย หน่วยราชการไม่สามารถอนุมัติได้และอาจเข้าข่ายการวางตัวไม่เป็นกลาง และการใช้ทรัพยากรของรัฐเพื่อสนับสนุนพรรคการเมือง หากเป็นการกระทำโดยพลการของเอกชน หน่วยราชการที่ดูแลต้องแจ้งความดำเนินคดีฐานบุกรุก อย่างไรก็ตามหาก กกต.เห็น แล้วไม่จัดการใดๆ ถือว่า กกต.ละเว้นการปฏิบัติ

ภาพจากทวิตเตอร์อ้น ทิพานัน ศิริชนะภาพจากทวิตเตอร์อ้น ทิพานัน ศิริชนะ

ผู้สมัคร ‘รทสช.’ บุกพรรค ทวงสัญญา อ้างไร้การดูแลหาเสียงเลือกตั้ง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/548560

09 พ.ค. 2566

ผู้สมัคร 'รทสช.' บุกพรรค ทวงสัญญา อ้างไร้การดูแลหาเสียงเลือกตั้ง

ผู้สมัคร ‘สส.เลย’ นำทัพ อีสาน-เหนือ ร้องเรียนหน้า ‘พรรครวมไทยสร้างชาติ’ หลังพรรคเมิน ไม่ดูแลค่าใช้จ่ายหาเสียงเลือกตั้งตามสัญญา หัวหน้าพรรคไม่คุย เลขาพรรคไม่อ่านLINE

เมื่อวันที่ 9 พ.ค.66. นายปรีชา เร่งสมบูรณ์สุข ผู้สมัคร สส.เลย นำทีม ผู้สมัครสส.ภาคอีสานและภาคเหนือ เกือบ 10 คน เดินทางมาที่ทำการพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) หลังไม่ได้รับการดูแลจากพรรคเรื่องการหาเสียงเลือกตั้ง

นายปรีชา กล่าวว่า วันนี้มาเป็นตัวแทนภาคเหนือและภาคอีสาน ภาคกลางบางส่วน ให้ชี้แจงประชาชนทราบว่า ผู้สมัครเหล่านี้มีความตั้งใจและปรารถนาดีจะไปรับใช้ประชาชน แต่การติดต่อประสานงานกับพรรคไม่ได้รับความเป็นธรรม ตามที่บอกว่าจะดูแลตามกฏหมายเลือกตั้ง ผู้สมัครบางคนไม่ได้รับเงินค่าน้ำมัน ค่าป้ายโฆษณา และสุดท้ายถูกพรรคลอยแพ หลายคนไม่กล้ามาเพราะใจไม่ถึง จึงเป็นตัวแทนมาที่พรรค แม้ที่ผ่านมา พรรคดูแลนิดหน่อย แต่ไม่ถึงตามที่กฎหมายเลือกตั้งกำหนดไว้ 
 

นายปรีชา เล่าว่า หัวหน้าพรรคยังไม่เคยคุยกับพวกตน รวมถึงส่งข้อความหาเลขาธิการพรรค ก็ไม่อ่าน หมายความว่าอย่างไร พอตนจะมาแถลงข่าวก็บอกว่าไม่ต้องมา ซึ่งการออกมาในช่วงนี้จะส่งผลเสียต่อพรรคหรือไม่นั้น ทุกอย่างขึ้นอยู่กับพี่น้องประชาชน รู้ดีว่าพวกตนลงพื้นที่อย่างไร แต่ยืนยันยังเดินหน้าทางการเมือง เพียงแต่สิ่งที่รับปากกับประชาชนไว้ ไม่สามารถทำได้ จึงขอโทษประชาชนด้วย และมาด้วยความอึดอัดใจ ไม่ได้ต้องการทำลายใคร 

“ส่วนตัวเป็นนักการเมืองเป็นอดีตรัฐมนตรี 2 กระทรวง ในชีวิตการเมือง ไม่เคยเจอการเมืองแบบนี้ และถ้าสัญญาณที่ส่งไปวันนี้ผู้ใหญ่ของพรรคยังคงนิ่งเฉยก็ไม่สนใจแล้ว เพราะสนใจแต่พี่น้องประชาชน แต่อยากส่งกระแสจิตให้ผู้ใหญ่ของพรรคทราบ อาจหูบอด หรือไม่ได้ยิน “

นายปรีชา เร่งสมบูรณ์สุขนายปรีชา เร่งสมบูรณ์สุข

ด้านนายสมชอบ นิติพจน์ ผู้สมัคร สส.นครพนม กล่าวว่า วันนี้จะมาบอกว่า หลายยุทธศาสตร์ที่วางเอาไว้ไม่เป็นไปตามข้อตกลง เช่น จนถึงทุกวันนี้ยังไม่ได้รับการตอบรับจากพรรค ถึงการเชิญพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ไปปราศรัยที่จ.นครพนม เมื่อกระบวนการหาเสียงไม่ครบจึงเกิดความไม่มั่นใจว่าจะได้รับเสียงสนับสนุนจากประชาชน จึงอยากออกมาขอโทษว่า ไม่สามารถทำได้ครบตามกระบวนการหาเสียง ซึ่งหากประชาชนยังรักก็ขอให้เลือกพรรคและผู้สมัครของพรรคเพื่อนำนโยบายที่ดีไปปฏิบัติ และส่วนตนขอยุตติการหาเสียงในเขตไปก่อน

ร้องเรียนพรรครวมไทยสร้างชาติร้องเรียนพรรครวมไทยสร้างชาติ

พรรครวมไทยสร้างชาติพรรครวมไทยสร้างชาติ

‘กทม.’ สั่งยุติ ยิงเลเซอร์หาเสียง ‘รทสช.’ บนสะพานพระราม8

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/548552

09 พ.ค. 2566

'กทม.' สั่งยุติ ยิงเลเซอร์หาเสียง 'รทสช.' บนสะพานพระราม8

‘ชัชชาติ’ ชี้แจง ‘ทิพานัน’ ทำเรื่องขอใช้พื้นที่หาเสียงจริง แต่สื่อสารคลาดเคลื่อน จนท.ไม่คิดมีฉายข้อความบนเสาสะพาน แจงยุติแล้ว

เมื่อวันที่ 9 พ.ค. นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ชี้แจงความคืบหน้าตรวจสอบพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) ยิงเลเซอร์หาเสียงบริเวณเสาบนสะพานพระราม 8 ว่า จากการตรวจสอบ พบว่า น.ส.ทิพานัน ศิริชนะ ผู้สมัครบัญชีรายชื่อรทสช. ทำหนังสือ(นามส่วนตัว) ขออนุญาตใช้สถานที่ลานริมแม่น้ำสวนหลวงพระราม8 พร้อมแนบเอกสารจุดที่จะขอใช้และรูปแบบการใช้งาน ตั้งแต่วันที่ 8-12 พ.ค. เวลา 20.00 – 02.00 น.ของทุกวัน แต่ไม่ได้ระบุข้อความว่ายิงเลเซอร์ขึ้นไปบนสะพาน มีเพียงภาพประกอบ

นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ 

ต่อมานายสุพจน์ หล้าจำศิล ผู้อำนวยการสำนักงานปกครองและทะเบียน กทม. มีหนังสือตอบกลับว่าสามารถใช้สถานที่ดังกล่าวได้ เวลาเปิด-ปิดของสวนหลวงพระราม8 เวลา 05.00-21.00น. หากเกิดความเสียหายจากการใช้สถานที่ให้ผู้ขอใช้เป็นผู้รับผิดชอบ และต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์อย่างเคร่งครัด พร้อมแนบหลักเกณฑ์การใช้สถานที่ 10 ข้อ โดยกรุงเทพมหานคร อนุญาตให้พรรคการเมืองใช้สถานที่หาเสียง บริเวณสวนหลวงพระราม 8 และใต้สะพานพระราม 8 ทั้ง เพราะนโยบายของเรา คือ เปิดพื้นที่สาธารณะให้เผยแพร่รณรงค์ มีพื้นที่ในการแลกเปลี่ยนความเห็นกัน 

นายชัชชาติ กล่าวว่า เข้าใจว่าเป็นการขออนุญาตหาเสียงปกติ ไม่ทราบว่าฉายภาพบนสะพาน(เครื่องฉายตั้งในสวน) ซึ่งไม่ได้อยู่ในส่วนที่อนุญาตมอบทราบแล้วจะไม่อนุญาตให้มีการฉายข้อความอีก และมองว่าผู้สมัครไม่มีเจตนาที่ไม่ถูกต้อง ต้องให้ความเป็นธรรมกับผู้สมัครเช่นกัน เพราะเขียนมาแล้วแต่เราอาจจะเห็นไม่ชัดเจน ไม่ได้ดูรายละเอียดว่า ขอฉายข้อความ 

หลังจากนี้จะแจ้งผู้สมัครให้ทราบ เพราะอยู่นอกพื้นที่ที่เราอนุญาต ต้องให้หยุด เพราะไม่มีนโยบายอนุญาตให้ใช้ภาพบนสะพานหรืออาคารของกทม. เพราะเกรงเรื่องความปลอดภัยของผู้ที่สัญจรไปมาด้วย 

ส่วนเรื่องจะผิดกฎหมายหาเสียงหรือไม่ เป็นอีกเรื่อง ไม่เกี่ยวกับกรุงเทพหมานคร ต้องเสนอให้กกต.พิจารณาอีกครั้ง ว่า อนาคตการยิงเลเซอร์แบบนี้ทำได้หรือไม่ ซึ่งไม่ใช่แค่กรุงเทพมหานคร แต่รวมไปถึงยิงเลเซอร์บนอาคารเอกชน จะมีค่าใช้จ่ายอย่างไร เป็นหน้าที่กกต.ชี้แจงกับผู้สมัครต่อไป 

นายชัชชาติ ยืนยันไม่เอื้อประโยชน์ให้ใคร เพราะไม่มีเหตุผลไปช่วยใคร ทุกคนพยายามทำตามข้อระเบียบ อย่าถามเรื่องความลำเอียง เพราะเรื่องมีที่มาที่ไป ถือเป็นบทเรียน เกี่ยวกับการขออนุญาตใช้สถานที่ หลังจากนี้ต้องดูให้ละเอียดเพิ่มขึ้น

ส่วนจะเป็นความผิดพลาดของเจ้าหน้าที่พิจารณาเอกสารหรือไม่ มองว่าเป็นความคลาดเคลื่อนเรื่องการสื่อสาร ไม่ถึงขั้นผิดพลาดหรือไม่ อาจจะรายละเอียดไม่ชัดเจน ซึ่งจะไม่มีการลงโทษ ทุกคนทำด้วยความบริสุทธิ์ใจ

ด้านนายสุพจน์ กล่าวว่า การขอใช้สถานที่ต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่สำนักสิ่งแวดล้อมกำหนด หากใช้ไฟฟ้า ผู้ใช้รับผิดชอบ 

เอกสารขอใช้สถานที่เอกสารขอใช้สถานที่นายสุพจน์ หล้าจำศิลนายสุพจน์ หล้าจำศิล

‘ทักษิณ’ ทวีตซ้ำกลับบ้านแน่ ช่วงรัฐบาลรักษาการประยุทธ์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/548549

09 พ.ค. 2566

'ทักษิณ' ทวีตซ้ำกลับบ้านแน่ ช่วงรัฐบาลรักษาการประยุทธ์

“ทักษิณ ชินวัตร” ทวีตข้อความย้ำเดินทางกลับประเทศไทยอย่างแน่นอน พร้อมเข้าสู่กระบวนการทางกฎหมาย และวันที่กลับยังเป็นช่วงรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์

9 พ.ค.2566 นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ทวีตข้อความผ่านทวิตเตอร์ ส่วนตัว Thaksin Shinawatra ต่อเนื่องจากข้อความที่ประกาศ “ขอเดินทางกลับประเทศไทย เพื่อเลี้ยงหลานภายในเดือนกรกฎาคมนี้ก่อนวันคล้ายวันเกิด วันที่ 26 ก.ค. นี้”  

โดยข้อความทวีตล่าสุด ของนายทักษิณ ระบุว่า “ไม่ต้องกังวลว่าผมจะเป็นภาระพรรคเพื่อไทย ผมจะเข้าสู่กระบวนการกฎหมายและวันที่ผมกลับยังเป็นช่วงรัฐบาลรักษาการของ พล.อ.ประยุทธ์อยู่ ทั้งหมดคือการตัดสินใจของผมเองด้วยความรักผูกพันธ์กับครอบครัว/แผ่นดินเกิดและเจ้านายของเรา”

ทักษิณ ทวิตซ้ำ ย้ำกลับไทยพร้อมเดินเข้าสู่กระบวนการทางกฎหมาย ทักษิณ ทวิตซ้ำ ย้ำกลับไทยพร้อมเดินเข้าสู่กระบวนการทางกฎหมาย

กกต. ส่งเรื่อง ปลัดกทม. ตรวจสอบปม ‘รทสช.’ ยิงเลเซอร์หาเสียงบนสะพานพระราม 8

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/548539

09 พ.ค. 2566

กกต. ส่งเรื่อง ปลัดกทม. ตรวจสอบปม 'รทสช.' ยิงเลเซอร์หาเสียงบนสะพานพระราม 8

‘ประธานกกต.’ ส่งเรื่องให้ปลัดกทม.สอบ ปม ‘รทสช.’ ยิงเลเซอร์หาเสียงบนสะพานพระราม หากพบผิดจริง ดำเนินคดี กำชับทุกพรรคหาเสียงโค้งสุดท้ายอย่าให้เกิดข้อครหา

เมื่อวันที่ 8 พ.ค. นายอิทธิพร บุญประคอง ประธานกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กล่าวถึงกรณีที่พรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) ยิงเลเซอร์หาเสียงบริเวณเสาบนสะพานพระราม 8 มีทั้งโลโก้พรรค และระบุข้อความเชิญชวน เช่น “กาเบอร์ 22” ซึ่งเป็นเบอร์ของพรรค , มั่นคงมั่นคั่งลุงตู่อยู่ต่อ 

กกต. ส่งเรื่อง ปลัดกทม. ตรวจสอบปม 'รทสช.' ยิงเลเซอร์หาเสียงบนสะพานพระราม 8

ล่าสุดส่งเรื่องให้ ปลัดกทม. ในฐานะเจ้าของพื้นที่ เพื่อดำเนินการตรวจสอบแล้วว่า มีการขออนุญาตใช้พื้นที่หาเสียงหรือไม่ ซึ่งปกติการใช้สถานที่ราชการต้องขออนุญาตก่อน และเจ้าของสถานที่จะเป็นผู้พิจารณา หากตรวจสอบพบว่ามีความผิด ก็จะผิดเรื่องการวางป้ายหาเสียงที่ไม่เป็นไปตามที่กฎหมายกำหนดและจะดำเนินคดีต่อไป

ส่วนจะเหมาะสมหรือไม่ ส่วนตัวคิดว่าพรรคการเมืองนั้นน่าจะเข้าใจเรื่องดังกล่าวเป็นอย่างดี เพราะก่อนเปิดรับสมัครเลือกตั้งได้ชี้แจงกับพรรคการเมืองและผู้สมัครแล้ว โดยกรณีดังกล่าวเจ้าของพื้นที่คือ กทม. หากอนุญาตก็ต้องอนุญาตทั้งหมด เพื่อรักษาความเป็นกลาง

​​​​​​

นายอิทธิพร ฝากย้ำไปถึงพรรคการเมืองหาเสียงช่วงโค้งสุดท้ายก่อนการเลือกตั้งวันที่ 14 พ.ค. เรื่องระเบียบการหาเสียงและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เหลือเวลาอีกไม่กี่วัน ขอให้ทุกท่านยึดมั่นในการหาเสียงอย่างถูกต้อง การเลือกตั้งครั้งนี้ยอมรับว่า ผู้สมัครและพรรคการเมืองมีความสำคัญอย่างยิ่งในการทำให้ไม่เกิดข้อครหา 

นายอิทธิพร บุญประคองนายอิทธิพร บุญประคองกกต. ส่งเรื่อง ปลัดกทม. ตรวจสอบปม 'รทสช.' ยิงเลเซอร์หาเสียงบนสะพานพระราม 8