‘โซลานจ์ เดคเคอร์’ คว้า ‘Miss International Queen 2023’ คนล่าสุด

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/739893

‘โซลานจ์ เดคเคอร์’ คว้า ‘Miss International Queen 2023’ คนล่าสุด

‘โซลานจ์ เดคเคอร์’ คว้า ‘Miss International Queen 2023’ คนล่าสุด

วันอังคาร ที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

สาวทรานส์เจนเดอร์จากเนเธอร์แลนด์ มิสโซลานจ์ เดคเคอร์ (Miss Solange Dekker) อายุ 27 ปี คว้ามงกุฎ Miss International Queen 2023 ไปครอง ท่ามกลางเสียงเชียร์สนั่นเวทีประกวดในค่ำคืน Coronation Night ที่โรงละครทิฟฟานี่ โชว์ พัทยา จ.ชลบุรี โชว์ศักยภาพ ตอบคำถามด้วยความมั่นใจ เอาชนะใจกรรมการและกองเชียร์ทุกคนขณะที่รองอันดับหนึ่ง ได้แก่ มิสคาทริชา ไซริอา แคมเซอร์ (Qatrisha Zairyah Kamsir) จากประเทศสิงคโปร์ และ
รองอันดับสอง มิสเมโลนี มอนโร (Melony Munro) จากประเทศสหรัฐอเมริกา

Miss International Queen เวทีแห่งปรากฏการณ์ความงามของสาวทรานส์เจนเดอร์ อันดับหนึ่งของโลก ไม่ใช่แค่การประกวดนางงาม แต่เป็นเวทีสำหรับบุคคลข้ามเพศในการแสดงความสามารถและส่งเสริมการยอมรับและความเข้าใจ เป็นการเฉลิมฉลองความหลากหลายและความเท่าเทียม

‘เอเพรส’ผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมที่จะมาปฏิวัติวงการเส้นผมของไทย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/739820

‘เอเพรส’ผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมที่จะมาปฏิวัติวงการเส้นผมของไทย

‘เอเพรส’ผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมที่จะมาปฏิวัติวงการเส้นผมของไทย

วันอังคาร ที่ 27 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 05.55 น.

เอเพรส (epres™) ผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมประสิทธิภาพสูงระหว่างทำเคมีระดับมืออาชีพ ถือเป็นแบรนด์น้องใหม่ที่คิดค้นและสร้างสรรค์โดย ดร.เอริค เพรสลี่ (Dr.Eric Pressly) นักวิทยาศาสตร์และนักพัฒนาผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมระดับโลกของแบรนด์โอลาเพล็กซ์ (OLAPLEX) พร้อมวางจำหน่ายในประเทศไทยเร็วๆ นี้ ขณะเดียวกัน ถือเป็นโอกาสพิเศษที่ ดร.เพรสลี่ ได้เดินทางมาเยือนประเทศไทยเพื่อทำการแนะนำ epres ให้เป็นที่รู้จักของแวดวงผลิตภัณฑ์เส้นผม โดยประเทศไทยถือเป็นหนึ่งในประเทศภายใต้แคมเปญเดินสายทัวร์ตลาดแถบเอเชีย ได้แก่ ไต้หวัน สิงคโปร์ เวียดนาม มาเลเซีย และฮ่องกง

เอเพรส (epres™) เป็นผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสำหรับทุกสภาพเส้นผม และเหมาะอย่างยิ่งที่จะนำไปใช้งานร่วมกับผลิตภัณฑ์และการทำเคมีทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะใช้กับครีมเปลี่ยนสีผม ครีมฟอกสีผม ผลิตภัณฑ์ยืดผม การทำเคราตินทรีตเมนต์การดัดผม ครีมปรับสภาพเส้นผมเพื่อลดการพันกันของเส้นผม ครีมยืดผมที่ใช้ในซาลอนหรือแม้แต่ผมที่ยังไม่เคยผ่านกระบวนการทางเคมีใดๆ ก็สามารถใช้ได้เช่นกัน เนื่องจากสูตรทรีตเมนต์ที่ได้รับการจดสิทธิบัตรของ epres สามารถดูแลครอบคลุมเส้นผมทุกสภาพและทุกกระบวนการของการทำผม อีกทั้ง ยังมีประสิทธิภาพที่เหลือเชื่อ ช่วยซ่อมแซมพันธะไดซัลไฟด์ของเส้นผม (bond) ที่ขาดให้มีความแข็งแรงและนุ่มนวลมากขึ้น ลดปัญหาผมแตกหักเสียหาย ขาดง่าย และชี้ฟูของเส้นผมพร้อมฟื้นฟูสภาพเส้นผมให้กลับมีความแข็งแรงมากยิ่งขึ้น

ผลิตภัณฑ์ภายใต้แบรนด์ epres จะพร้อมวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการที่ซาลอนและร้านขาย
ผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมชั้นนำในช่วงไตรมาส 4 ของปี 2566 นี้ผู้ที่สนใจสามารถติดตามและดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.facebook.com/epresthailand

สกสว. จัดงาน ‘TRIUP FAIR 2023’ มุ่งสร้างการเติบโตให้เศรษฐกิจไทยจากงานวิจัยและนวัตกรรม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/739861

สกสว. จัดงาน ‘TRIUP FAIR 2023’ มุ่งสร้างการเติบโตให้เศรษฐกิจไทยจากงานวิจัยและนวัตกรรม

สกสว. จัดงาน ‘TRIUP FAIR 2023’ มุ่งสร้างการเติบโตให้เศรษฐกิจไทยจากงานวิจัยและนวัตกรรม

วันจันทร์ ที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 20.08 น.

สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) ร่วมกับหน่วยงานภาคีเครือข่ายในระบบวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (ววน.) ผนึกกำลังภาคเอกชนนำโดยสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย แถลงข่าวการจัดงานมหกรรมส่งเสริมการใช้ประโยชน์จากงานวิจัยและนวัตกรรม ประจำปี 2566 (TRIUP FAIR 2023) ระหว่างวันที่ 18-19 กรกฎาคม 2566 ณ รอยัลพารากอนฮอลล์ 5 ศูนย์การค้าสยามพารากอน ปรากฏการณ์ครั้งสำคัญของวงการวิจัยและนวัตกรรมที่รวบรวมผลงาน นักวิจัย ผู้ประกอบการ และหน่วยงานในระบบนิเวศที่มีกลไกสนับสนุนภาคธุรกิจกว่า 60 หน่วยงานมาไว้ในที่เดียวกัน พร้อมตั้งเป้าหมายการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้กับภาคเอกชนและสร้างผลกระทบทางเศรษฐกิจจากงานวิจัยและนวัตกรรมให้เป็นรูปธรรม

โอกาสนี้ ศ.กิตติคุณ นพ.สุทธิพร จิตต์มิตรภาพ ประธานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (กสว.) กล่าวว่า จากสถานการณ์และความเคลื่อนไหวของบริบทต่าง ๆ ที่ดำเนินไปอย่างรวดเร็วทั้งในระดับประเทศ และระดับโลก เล็งเห็นว่าทุกภาคส่วนของไทยต้องให้ความสำคัญกับการนำวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมไปใช้ประโยชน์เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน และเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันของประเทศให้มากยิ่งขึ้น ที่ผ่านมาประเทศไทยได้ประกาศใช้พระราชบัญญัติส่งเสริมการใช้ประโยชน์ผลงานวิจัยและนวัตกรรม พ.ศ. 2564 (TRIUP Act) ซึ่ง พ.ร.บ. ฉบับนี้เป็นหนึ่งในกฎหมายเพื่อการปฏิรูปเศรษฐกิจของประเทศ ที่ช่วยปลดล็อกความเป็นเจ้าของผลงานวิจัยและนวัตกรรม เร่งส่งเสริมการใช้นวัตกรรมของประเทศ โดยคาดหวังให้ทุกภาคส่วนเห็นความสำคัญของ พ.ร.บ. ฉบับนี้ และสามารถใช้กฎหมายให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อการพัฒนาประเทศดังเช่นตัวอย่างความสำเร็จของประเทศที่มีการใช้กฎหมายในลักษณะนี้แล้ว

รองศาสตราจารย์ ดร.ปัทมาวดี โพชนุกูล ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) กล่าวว่า สกสว. ในฐานะหน่วยงานที่มีหน้าที่ขับเคลื่อน พ.ร.บ. ฉบับดังกล่าว และเป็นหน่วยงานที่ส่งเสริมให้เกิดนำผลงานวิจัยและนวัตกรรมไปใช้ประโยชน์เพื่อการพัฒนาในมิติต่าง ๆ เห็นว่าการจะนำผลงานวิจัยและนวัตกรรมไปใช้ประโยชน์ให้เกิดผลกระทบสูงต่อประเทศนั้น ต้องอาศัยพลังและความร่วมมือจากภาคีทุกภาคส่วน โดยปีนี้จะเริ่มจากภาคเศรษฐกิจ ดังนั้น สกสว. พร้อมด้วยหน่วยงานพันธมิตร ได้แก่ หน่วยบริหารและจัดการทุนวิจัย (PMU) มหาวิทยาลัย สถาบันวิจัย ภาคเอกชนนำโดยสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย หอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย หน่วยงานภาครัฐที่กำกับดูแลกลไกหนุนเสริมการพัฒนาภาคธุรกิจ รวมถึงหน่วยงานภาคการเงิน การลงทุน จึงได้ผนึกกำลังกันจัดงาน “มหกรรมส่งเสริมการใช้ประโยชน์จากงานวิจัยและนวัตกรรม ประจำปี 2566 (TRIUP FAIR 2023)” ภายใต้แนวคิด “Journey to Impact : เส้นทางจากงานวิจัยและนวัตกรรมสู่การยกระดับเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ” ในการจัดงานครั้งนี้มีจุดมุ่งเน้นสำคัญ คือ การเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาร่วมกันวางเป้าหมายร่วมในการผลักดันผลงานวิจัยและนวัตกรรมให้ไปสู่การสร้างผลกระทบที่เป็นรูปธรรม ภายใต้ 3 ประเด็นหลัก ได้แก่ การแพทย์และสุขภาพ เกษตรและอาหารมูลค่าสูง และ Net Zero Emission โดยมีเป้าหมายการทำงานร่วมกันเป็นระยะเวลา 5 ปี เพื่อแสดงให้เห็นว่าเส้นทางการไปสู่การใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์ที่สามารถสร้างผลกระทบทางเศรษฐกิจของผลงานวิจัยและนวัตกรรมด้านต่าง ๆ ให้เป็นรูปธรรมนั้น จะต้องมีกระบวนการ และมีหน่วยงานที่ต้องเข้ามาหนุนเสริมในแต่ละขั้นตอนอย่างไร และภาพการทำงานใน 3 ประเด็นหลักนี้จะนำไปสู่การขยายโมเดลการทำงานในประเด็นสำคัญอื่น ๆ ของประเทศต่อไป

ด้าน นายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า ส.อ.ท. ซึ่งเป็นตัวแทนของภาคอุตสาหกรรมได้ร่วมเป็นพันธมิตรหลักในการจัดงานครั้งนี้ โดยมองว่างาน TRIUP Fair 2023 จะเป็นโอกาสให้ผู้ประกอบการและภาคเอกชนได้พบกับผลงานวิจัยและนวัตกรรมพร้อมใช้ได้จริง กว่า 300 ผลงาน ในส่วนของผู้ประกอบการเครือข่าย ส.อ.ท. ได้ให้ความสนใจและมาร่วมแสดงผลงานวิจัยและนวัตกรรมกว่า 70 บริษัท ซึ่งเชื่อมั่นว่าการจัดงานในครั้งนี้จะช่วยกระตุ้นและส่งเสริมให้เกิดการยกระดับศักยภาพ และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้อุตสาหกรรมไทยจากการประยุกต์ใช้ผลงานวิจัยต่อไป

ประธาน ส.อ.ท. กล่าวเสริมว่า นอกจากความร่วมมือในการจัดงาน TRIUP Fair 2023 แล้ว ส.อ.ท. ยังเป็นภาคเอกชนรายแรกของประเทศไทยที่ได้รับเงินทุนสนับสนุนจำนวน 1 พันล้านบาทจากกองทุนส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ของ สกสว. ในการดำเนินโครงการ ‘กองทุนอินโนเวชั่นวัน’ ภายในกรอบระยะเวลา 3 ปี เพื่อสนับสนุนสตาร์ทอัพรุ่นใหม่ที่มีทักษะ ความรู้ ความสามารถ และมีฝีมือด้านเทคโนโลยีให้เติบโตได้ภายในประเทศ และสามารถก้าวไปแข่งขันกับประเทศอื่น ๆ ได้ โดยจะเชื่อมต่อธุรกิจสตาร์ทอัพที่มีนวัตกรรมเข้ากับ SMEs ภาคอุตสาหกรรมในเครือข่ายสมาชิกของเราที่ต้องการนวัตกรรมเข้ามาสนับสนุนธุรกิจ เพื่อส่งเสริมการพัฒนาให้เติบโตอย่างยั่งยืน ซึ่งสอดรับกับนโยบาย ONE FTI ของสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยในวาระปี 2565 – 2567 นี้ และ ส.อ.ท. มุ่งมั่นขับเคลื่อนนโยบายไปสู่การปฏิบัติงานที่มีเป้าหมายในการเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้อุตสาหกรรมไทยเพื่อประเทศไทยที่เข้มแข็งกว่าเดิม

ขณะที่ คุณกอบสุข เอี่ยมสุรีย์ รองประธานคณะกรรมการส่งเสริมนวัตกรรมและวิจัย หอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวในฐานะภาคเอกชนที่มีสมาชิกกลุ่ม Startup และ SMEs อยู่ทั่วประเทศว่า หน่วยงานมีพันธกิจสำคัญในการร่วมมือกับหน่วยงานภายนอกเพื่อส่งเสริมผู้ประกอบการ โดยยึดถือหลักการ CCS ได้แก่ Connect เชื่อมโยงการทำงาน ภาครัฐ เอกชน Competitive มุ่งเน้นการยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ และ Sustainable มุ่งสู่การพัฒนาผู้ประกอบการ สร้างเศรษฐกิจไทยให้ยั่งยืน ซึ่งการจัดงาน TRIUP Fair 2023 ครั้งนี้ หอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ภายใต้นโยบาย ‘Connect the Dots’ ได้มีส่วนร่วมประชาสัมพันธ์ไปยังสมาชิกที่นักธุรกิจรุ่นใหม่ (Young Entrepreneur chamber of commerce; YEC) และ ผู้ประกอบการในเครือข่ายเพื่อเข้าร่วมงานและเข้าร่วมกิจกรรมการเจรจาธุรกิจ (Business matching) โดยมองว่าผลงานวิจัยและนวัตกรรมจะช่วยสร้างความเข้มแข็งและการเติบโตด้านนวัตกรรมให้กับผู้ประกอบการได้จริง

งาน TRIUP FAIR 2023 ที่จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 18-19 กรกฎาคม 2566 นั้น มีกิจกรรมไฮไลท์สำคัญ อาทิ การจัดแสดงผลงานวิจัยและนวัตกรรมของนักวิจัยและผู้ประกอบการไทยกว่า 300 ผลงานที่พร้อมจะต่อยอดสู่เชิงพาณิชย์ และจะช่วยสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันให้แก่ภาคธุรกิจพร้อมเปิดพื้นที่การทำ Business Matching ให้แก่ผู้ที่สนใจ การจัดให้มีเวทีเสวนา และการอบรมเชิงปฏิบัติการที่เหมาะกับนักวิจัยและผู้ประกอบการโดยมีวิทยากรทั้งในประเทศและต่างประเทศมาร่วมแลกเปลี่ยน กิจกรรม Pitching การจับคู่ธุรกิจ การให้คำปรึกษาจากหน่วยงานต่าง ๆ กว่า 60 หน่วยงาน อาทิ เรื่องทุนวิจัย การจัดการทรัพย์สินทางปัญญา ห้องปฏิบัติการตรวจวิเคราะห์ต่าง ๆ การรับรองมาตรฐานสินค้านวัตกรรม การขึ้นทะเบียนผลิตภัณฑ์ บัญชีนวัตกรรม มาตรการภาษี 200% รวมถึงกลไกด้านการตลาดทั้งในและต่างประเทศ และรับสิทธิพิเศษต่าง ๆ ด้านการเงิน การลงทุนเพื่อผู้ประกอบการฐานนวัตกรรม และผู้สนใจที่ต้องการผลักดันผลงานวิจัยและนวัตกรรมสู่เชิงพาณิชย์

นอกจากนี้ภายในงานยังมีกิจกรรม Audition คัดเลือกผู้เข้าร่วมรายการ Shark Tank Thailand รวมถึงการจำหน่ายสินค้านวัตกรรมเพื่อกระตุ้นการใช้ผลงานวิจัยและนวัตกรรมของไทย เป็นต้น “สำหรับการจัดงานในครั้งนี้เชื่อว่าจะเป็นกลไกที่ช่วยให้ภาคเอกชน ผู้ประกอบการ สามารถเข้าถึงผลงานวิจัยและนวัตกรรม และสามารถนำไปใช้ประโยชน์ในการสร้างการเติบโตให้กับธุรกิจ และสร้างความแตกต่างในการแข่งขันได้จริง อีกทั้งจะทำให้สังคมเห็นว่าทุกภาคส่วนของไทยพร้อมแล้วที่จะพาประเทศไทยไปสู่ประเทศที่พัฒนาแล้วด้วยงานวิจัยและนวัตกรรม” ผู้อำนวยการ สกสว. กล่าว

-(016)

อินเตอร์ฟาร์มา ดึง ‘คิมเบอร์ลี่’ ชวนยิ้มสวยสุขภาพช่องปากดี ด้วย YUUU

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/739813

อินเตอร์ฟาร์มา ดึง ‘คิมเบอร์ลี่’ ชวนยิ้มสวยสุขภาพช่องปากดี ด้วย YUUU

อินเตอร์ฟาร์มา ดึง ‘คิมเบอร์ลี่’ ชวนยิ้มสวยสุขภาพช่องปากดี ด้วย YUUU

วันจันทร์ ที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 17.33 น.

บริษัท อินเตอร์ฟาร์มา จำกัด (มหาชน) ผู้นำด้านโปรไบโอติก ผู้คิดค้นและพัฒนายาสีฟันโปรไบโอติกช่วยสร้างสมดุลแบคทีเรียที่ดี ให้มีมากกว่าแบคทีเรียไม่ดี ช่วยลดปัญหาในช่องปากต่างๆ ทั้งเรื่องกลิ่นปาก ฟันผุ ปัญหาเหงือกอักเสบ เสียวฟัน ง่ายครบ จบในหลอดเดียว  และได้รับความเชื่อถือครองใจคนรักสุขภาพปากอย่างสูง เพื่อขอบคุณผู้บริโภคจึงจัดงาน “YUUU BY INTERPHARMA FANS MEET” พร้อมเปิดหนังโฆษณาตัวใหม่.!!  ยาสีฟัน YUUU โดยพรีเซ็นเตอร์นางเอกสาวสวย “คิมเบอร์ลี่ แอน โวลเทมัส” ในวันเสาร์ที่ 24 มิถุนายน  2566  ณ บริเวณหน้า Tops  ชั้น G  ศูนย์การค้าเซ็นทรัล  ปิ่นเกล้า

#YUUU #Topspinklao #Topssupermarket

ภายในงานได้รับเกียรติจาก ดร. ตฤณวรรธน์ ธนิตนิธิพันธ์ ประธานกรรมการบริหาร ให้เกียรติเป็นประธานฯ และพบกับนางเอกสาว “คิมเบอร์ลี่” พรีเซ็นเตอร์ ยิ้มสวย สดใส ร่วมพูดคุยถึงภาพยนตร์โฆษณาตัวใหม่.!! ในการดูแลรักษาช่องปากและฟันให้สะอาด แข็งแรง สดชื่น  ด้วยยาสีฟัน YUUU และชมโชว์พิเศษบทเพลงไพเราะส่งความรักแทนคำขอบคุณจากพรีเซ็นเตอร์ยิ้มสวย และกิจกรรมถ่ายภาพแบบใกล้ชิดกับรอยยิ้มสดชื่นมั่นใจของสาวคิม ให้เหล่าแฟนคลับได้ฟินอินเลิฟกันทั่วหน้า

YUUU ยาสีฟันที่แก้ปัญหาแบบบูรณาการครบจบในหลอดเดียว และเป็นเจ้าแรกในประเทศไทยที่ได้รับการรับรองว่าเป็นสูตร Holistic Oral Health Care  มีส่วนผสมหลัก 2 ชนิดสำคัญ  คือ “โปรไบโอติก”  จากงานวิจัยพบว่า มีส่วนช่วยในเรื่องการลด Streptococcus mutans หรือแบคทีเรียก่อโรค(เชื้อโรค) สาเหตุของกลิ่นปาก เหงือกอักเสบ ฟันผุ  และ “น้ำมันสนเกาหลี”  ช่วยลดการสะสมของแบคทีเรีย โรคเหงือกอักเสบได้เป็นอย่างดี    เสริมทัพด้วยสารสกัดจากธรรมชาติอีก 6 ชนิด ได้แก่  Licorice root extract (ชะเอมเทศ), Grape Fruit seed extract, Rosmary leaf extract, Propolis extract, Carmellia Sinensis leaf extract และ Panax ginseng root extract (โสม) เสริมรวมกัน ช่วยลดการอักเสบ ป้องกันฟันผุ เหงือกอักเสบ บรรเทาอาการเจ็บคอ ฆ่าเชื้อโรคในช่องปาก และที่สำคัญที่สุดคือ ช่วยดับกลิ่นปาก ให้ลมหายใจหอมสดชื่น ให้คุณมั่นใจได้ตลอดทั้งวัน 

หากคุณต้องการมีรอยยิ้มสวยแบบมั่นใจและมีสุขภาพในช่องปากที่แข็งแรง คิดถึง ยาสีฟัน YUUU  สามารถเลือกช้อป YUUU ได้จากทุกช่องทางจัดจำหน่าย โรงพยาบาล คลินิก ร้านขายยา โมเดิร์นเทรดทั้ง Supermarket, Hypermarket, Convenience Store และ Specialty store รวมถึงช่องทางออนไลน์ โดยสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมกับเภสัชกรผู้เชี่ยวชาญ โทร. 094-9569536, Website, Shopee, Line ID : @interpharma, Facebook: Interpharma Thailand และ IG : @interpharmaofficial 

-(016)

Technogym เปิดตัว ‘Technogym Run’ นวัตกรรมลู่วิ่งไฟฟ้า ตอบสนองการออกกำลังกายที่หลากหลาย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/739807

Technogym เปิดตัว 'Technogym Run' นวัตกรรมลู่วิ่งไฟฟ้า ตอบสนองการออกกำลังกายที่หลากหลาย

Technogym เปิดตัว ‘Technogym Run’ นวัตกรรมลู่วิ่งไฟฟ้า ตอบสนองการออกกำลังกายที่หลากหลาย

วันจันทร์ ที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 17.19 น.

Technogym เดินหน้าขยายฐานลูกค้ารับเทรนด์สุขภาพแรง ชูกลยุทธ์ Tailormade solutions มุ่งตอบโจทย์ลูกค้าเฉพาะบุคคล เปิดตัว “Technogym Run” นวัตกรรมลู่วิ่งไฟฟ้า  ตอบสนองการออกกำลังกายที่หลากหลาย

Technogym ประเทศไทย ตอกย้ำแบรนด์อันดับหนึ่งด้านอุปกรณ์เครื่องออกกำลังกายระดับโลก เปิดตัว Technogym Run ลู่วิ่งไฟฟ้าที่ปฏิวัติวงการ อัดแน่นไปด้วยเทคโนโลยีทันสมัยที่สุดในโลก ผสมผสานระหว่างการออกกำลังกายแบบ Cardio และ Power ในเครื่องเดียว พร้อมฟังก์ชันการใช้งานครบครัน ตอบโจทย์การออกกำลังกายที่หลากหลายมากขึ้น  

นายสุรเชษฐ์ อมรรัตนเวช กรรมการบริหาร Technogym ประเทศไทย เปิดเผยว่า ปัจจุบัน Technogym เป็นผู้นำตลาดอุปกรณ์และเครื่องออกกำลังกายที่เป็นที่รู้จักไปทั่วโลกในฐานะแบรนด์อุปกรณ์ออกกำลังกายชั้นนำระดับโลก ที่ผสมผสานนวัตกรรมเทคโนโลยีด้านการออกกำลังกายและสุขภาพเข้าไว้ด้วยกัน พร้อมด้วยการออกแบบสไตล์อิตาลี คุณภาพที่เป็นเอกลักษณ์ และความสะดวกในการใช้งาน โดยมีความมุ่งมั่นพัฒนาอุปกรณ์และนวัตกรรมการออกกำลังกายรูปแบบใหม่ๆ เพื่อตอบสนองเทรนด์และความต้องการของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว โดยการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ทุกครั้งจะมุ่งตอบโจทย์ลูกค้า แต่ละเซ็กเมนต์ที่มีความต้องการแตกต่างกัน ล่าสุดได้เปิดตัว Technogym Run” ลู่วิ่งไฟฟ้าที่ใช้งานได้หลายฟังก์ชั่น โดยรวบรวมการออกกำลังกายตั้งแต่การวิ่ง พาวเวอร์เทรนนิ่ง และการฝึก Bootcamp ไว้ในลู่วิ่งเครื่องเดียว ทำให้สามารถตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า และเทรนด์ของตลาดที่หลากหลายมากขึ้น

ทั้งนี้ จากจุดแข็งของ Technogym แบรนด์อันดับหนึ่งด้านอุปกรณ์เครื่องออกกำลังกายระดับโลกจากประเทศอิตาลี ที่มีอุปกรณ์ออกกำลังกายหลากหลายมากที่สุดในตลาด และเป็นอุปกรณ์คุณภาพระดับพรีเมียมที่มาพร้อมกับซอฟท์แวร์ที่อัพเดทอย่างสม่ำเสมอ ทำให้ผู้ใช้งานสามารถเข้าถึงคอนเทนต์การฝึกการออกกำลังกายตามเป้าหมาย และทำให้เครื่องออกกำลังของ Technogym เพียงหนึ่งเครื่องสามารถตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าได้หลากหลาย สามารถสร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้าได้มากขึ้น  

“นักวิ่งแต่ละคนต่างมีเป้าหมายและความต้องการแตกต่างกัน ทั้งวิ่งเพื่อต้องการจะรักษาความฟิต เพื่อการลดน้ำหนัก เพื่อการพัฒนาศักยภาพของตนเองให้ดีขึ้น หรือ ภายในหนึ่งครอบครัวที่มีผู้ใช้งานตามจุดประสงค์ที่ต่างกัน เช่นผู้ฝึกวิ่งในระยะเริ่มต้นไปจนถึงนักวิ่งที่ฝึกซ้อมเพื่อการแข่งมาราธอนและไตรกีฬา จึงจำเป็นต้องมีลู่วิ่งไฟฟ้าที่ตอบโจทย์ทุกคนได้” นายสุรเชษฐ์ กล่าว         

ปัจจุบันกลุ่มลูกค้าของ Technogym แบ่งเป็นกลุ่ม B2B คือ โรงแรม, ที่อยู่อาศัย คอนโด หมู่บ้านจัดสรร, โรงพยาบาลและ Wellness Center, บริษัท สำนักงาน, สถานศึกษา, และฟิตเนส และกลุ่ม B2C คือลูกค้าที่ซื้ออุปกรณ์ออกกำลังกายใช้ในบ้าน ซึ่งที่ผ่านมามีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง จากพฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่ที่หันมาให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพมากขึ้น

“ลูกค้ากลุ่ม end-user หลายคนปรับพื้นที่ภายในบ้านให้สามารถวางอุปกรณ์ออกกำลังกายได้จนไปถึงการเปลี่ยนห้องที่ไม่ได้ใช้งานให้เป็น Home gym ทำให้ตลาดในกลุ่มของผู้ใช้งานส่วนตัวที่บ้านเติบโตอย่างมาก ในส่วนกลุ่ม B2B ธุรกิจต่างๆ ก็ปรับตัวให้สอดรับกับ Wellness trends มากขึ้น เช่น โรงแรมหรือคอนโดจะมีฟิตเนสมากกว่า 1 ที่ เพื่อให้แขกเข้าถึงการออกกำลังกายง่ายขึ้น โดยอาจมี Fitness studio ขนาดเล็กให้แขกสามารถจองไปใช้งานแบบส่วนตัว หรือใช้ในการจัดคลาสออกกำลังกายกับเพื่อนเป็นกลุ่มเล็กๆ หรือในส่วนธุรกิจฟิตเนสเองก็มีการออกแบบโปรแกรมที่ personalized ให้กับ member มากขึ้น” นายสุรเชษฐ์ กล่าว

สำหรับกลยุทธ์การเติบโตของ Technogym มุ่งให้ความสำคัญทั้งในแง่การดูแล และประสบการณ์ที่ลูกค้าจะได้รับ ทั้งลูกค้าปัจจุบันและการสร้างฐานลูกค้าใหม่ๆ ผ่านกลยุทธ์ Tailormade เพื่อตอบโจทย์และแก้ไขปัญหาให้กับลูกค้ามากที่สุด ในส่วนกลุ่มลูกค้าปัจุบัน ทางแบรนด์จะมีการดูแลประสบการณ์ให้กับลูกค้าอย่างต่อเนื่อง ทำให้เมื่อลูกค้าต้องการเลือกซื้ออุปกรณ์ออกกำลังกายเพิ่มเติม Technogym จะเป็นแบรนด์ที่ลูกค้านึกถึงด้วยคุณภาพและการบริการที่ตอบโจทย์ของลูกค้า ส่วนกลุ่มลูกค้าใหม่ จากเทรนด์การดูแลสุขภาพที่มาแรงต่อเนื่อง ทำให้กลุ่มลูกค้าทั้ง end-user และธุรกิจต่างๆ เห็นถึงความสำคัญของการมีโซนสำหรับการออกกำลังกายมากขึ้น จะเป็นส่วนสำคัญในการขยายฐานลูกค้ากลุ่มใหม่ๆ มากขึ้น           

“เราพบว่าผู้ใช้งานมีความต้องการที่ personalized มากขึ้น และต้องการเห็นผลลัพท์ของการออกกำลังกายในแต่ละครั้ง รวมไปถึงความหลากหลายของการออกกำลังกาย ดังนั้นอุปกรณ์ออกกำลังกายต้องสามารถตอบโจทย์ผู้ใช้งานได้ Technogym เข้าใจและเห็นถึงความสำคัญในส่วนนี้จึงออกแบบอุปกรณ์ที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้ใช้งานให้สามารถเข้าถึงคอนเทนต์การออกกำลังกายแบบ personalized การแสดงผลลัพท์การออกกำลังกาย รวมไปถึง  wellness on the go หรือการเข้าถึงการออกกำลังกายได้ทุกที่ทุกเวลา” นายสุรเชษฐ์ กล่าว

ปัจจุบัน Technogym ในประเทศไทยมี 2 สาขา ที่เอกมัยและเซ็นทรัล เอ็มบาสซี โดยมี 2 รูปแบบคือ Experience Center และ Boutique สำหรับสาขาเซ็นทรัล เอ็มบาสซีจะเป็น Boutique ที่มีการตกแต่งที่สวยงาม เน้นตอบโจทย์ลูกค้า B2C โดยวางไอเท็มหลักที่ลูกค้ามักเลือกไว้ใน Home gym ที่มีพื้นที่ค่อนข้างจำกัด ขณะที่สาขาเอกมัยจะเป็นการผสมผสานระหว่าง Boutique และ Experience Center เข้าด้วยกัน ตอบโจทย์ทั้งลูกค้า B2B และ B2C โดยจำลองประสบการณ์ต่างๆ ที่ผู้ใช้งานจะได้รับจากการออกกำลังกายในสถานที่ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นโรงแรม, ฟิตเนส, Wellness Center, Sport club ให้ลูกค้าสามารถทดลองใช้เครื่องได้อย่างเต็มที่ โดยต้นปี 2567 มีแผนเปิดสาขาใหม่ที่จังหวัดภูเก็ต ซึ่งจะเป็นการผสมผสานระหว่าง Boutique และ Experience Center ไว้ในที่เดียว

สำหรับ Technogym Run คือลู่วิ่งไฟฟ้ารุ่นใหม่ล่าสุดของแบรนด์ ที่เกิดจากประสบการณ์ในการคิดค้นและพัฒนานวัตกรรมเพื่อการออกกำลังกายมามากกว่า 30 ปี ของ Technogym ทำให้ Technogym Run เป็นลู่วิ่งไฟฟ้าที่อัดแน่นไปด้วยเทคโนโลยีทันสมัยที่สุดในโลก ฟังก์ชันการใช้งานครบครัน รวมการออกกำลังกายหลากหลายรูปแบบอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน ตั้งแต่การวิ่ง พาวเวอร์เทรนนิ่ง และการฝึก Bootcamp ไว้ในลู่วิ่งเครื่องเดียว

หน้าจอคอนโซล Technogym Live ขนาด 27 นิ้ว ที่ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถเลือกประสบการณ์การวิ่งที่ต้องการได้จากโปรแกรมและโหมดการฝึกที่หลากหลาย ได้แก่ cardio, strength หรือ high-intensity จากโปรแกรมออกกำลังกายบน Technogym Live ตามที่ผู้ใช้งานต้องการ อย่างเช่น Trainer-led Sessions, Routines ที่ปรับการออกกำลังกายได้ตามเป้าหมาย และ Virtual Outdoor ที่จำลองการออกกำลังกายแบบเสมือนจริง สามารถปรับความเร็วและความชันได้ตามเส้นทางที่ผู้ใช้งานเลือก

นอกจากนี้ Technogym Live ยังมีตัวเลือกความบันเทิงไม่รู้จบ ไม่ว่าจะเป็น Netflix, YouTube, TV, โซเชียลมีเดีย และอีกมากมาย ยังรวมไปถึงการฝึก Bootcamp ที่ตัวคอนโซลยังมีโปรแกรมสำหรับออกกำลังกายที่สามารถใช้งานร่วมกับ Technogym Bench เพื่อผลลัพธ์การออกกำลังกายที่ดีที่สุด

-(016)

CJ MORE จับมือดิสนีย์ฯ ส่งคอลเลกชั่น DISNEY PRINCESS จากแบรนด์ UNO

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/739803

CJ MORE จับมือดิสนีย์ฯ ส่งคอลเลกชั่น DISNEY PRINCESS จากแบรนด์ UNO

CJ MORE จับมือดิสนีย์ฯ ส่งคอลเลกชั่น DISNEY PRINCESS จากแบรนด์ UNO

วันจันทร์ ที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 17.12 น.

CJ MORE เอาใจสาวกเจ้าหญิงดิสนีย์ จับมือ เดอะ วอลท์ ดิสนีย์ ประเทศไทย ส่งคอลเลกชัน DISNEY PRINCESS จากแบรนด์ UNO พาเหรดขบวนสินค้าลิขสิทธิ์กว่า 50 รายการให้ช้อปกันได้แล้ววันนี้!

ร่วมสัมผัสประสบการณ์สุดอัศจรรย์ และสร้างแรงบันดาลใจกับแคมเปญใหม่ล่าสุด ภายใต้ความร่วมมือของ “ซีเจ มอร์” (CJ MORE) และ “เดอะ วอลท์ ดิสนีย์ ประเทศไทย” (The Walt Disney (Thailand)) ในคอลเลกชัน DISNEY PRINCESS จากแบรนด์ UNO

ให้แฟนๆ ของเหล่าเจ้าหญิงดิสนีย์ได้เพลิดเพลินกับขบวนสินค้าลิขสิทธิ์ กว่า 50 รายการ .ไม่ว่าจะเป็น สินค้าไลฟ์สไตล์ แฟชั่น เครื่องเขียน และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ในลวดลายสุดน่ารักของเหล่าคาแรกเตอร์ในดวงใจ อาทิ แอเรียล, ซินเดอเรลล่า, สโนว์ไวท์, ราพันเซล, และ แบลล์ ที่พร้อมให้ช้อปกันได้แล้ววันนี้ ที่ CJ MORE ทุกสาขาทั่วประเทศ!

พุ่งตัวไปช้อปสินค้าลิขสิทธิ์สุดเอ็กซ์คลูซีฟ ในคอลเลกชัน DISNEY PRINCESS จากแบรนด์ UNO กันได้แล้วที่ CJ MORE กว่า 1,000 สาขาทั่วประเทศไทย โดยตรวจสอบหรือสาขาใกล้คุณได้ที่ https://www.cjexpress.co.th/branch ภายในงาน Disney100 at Asiatique และร้านค้าอย่างเป็นทางการ UNO & A-Home บนแอปพลิเคชัน Shopee และ Lazada ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทาง Facebook CJ MORE หรือ Tiktok CJ MORETH

-(016)

ยูโอบี เปิดตัวแคมเปญ ‘U-Green’ รุกตลาดสินเชื่อบ้านภายใต้คอนเซ็ปต์รักษ์โลก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/739798

ยูโอบี เปิดตัวแคมเปญ 'U-Green' รุกตลาดสินเชื่อบ้านภายใต้คอนเซ็ปต์รักษ์โลก

ยูโอบี เปิดตัวแคมเปญ ‘U-Green’ รุกตลาดสินเชื่อบ้านภายใต้คอนเซ็ปต์รักษ์โลก

วันจันทร์ ที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 17.02 น.

ยูโอบี ประเทศไทย เปิดตัวแคมเปญ “U-Green” เดินหน้ารุกตลาดสินเชื่อบ้านภายใต้คอนเซ็ปต์รักษ์โลก

กรุงเทพฯ, 26 มิถุนายน 2566 – ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย เปิดตัวแคมเปญ “U-Green” ปล่อยผลิตภัณฑ์สินเชื่อบ้านรุกตลาดสินเชื่อบ้านภายใต้คอนเซ็ปต์รักษ์โลก อาทิ UOB Refinance สินเชื่อบ้านรีไฟแนนซ์ที่มาพร้อมกับวงเงินกู้เพิ่ม Green Top Up และ UOB Green Cash to Home สินเชื่อบ้านแลกเงิน เพื่อช่วยเพิ่มสภาพคล่องทางการเงินสำหรับลูกค้าที่ต้องการรีโนเวทบ้าน ติดตั้งระบบโซลาร์ หรือติดตั้งเครื่องชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าภายในบ้าน ตอบโจทย์ความต้องการบ้านรักษ์โลก

โดยธนาคารยังมอบสิทธิประโยชน์ด้านการเงินของแคมเปญนี้ให้กับลูกค้าที่ต้องการติดตั้งระบบโซลาร์สำหรับที่อยู่อาศัย ผ่านบริการ PEA Solar ของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ที่ธนาคารร่วมเป็นพันธมิตรทางการเงิน

นายยุทธชัย เตยะราชกุล รองกรรมการผู้จัดการใหญ่บุคคลธนกิจ ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย กล่าวว่า “ในช่วงปีที่ผ่านมา ผู้บริโภคต่างหันมาให้ความสำคัญกับการใช้ชีวิตอย่างยั่งยืนมากขึ้น ยูโอบีจึงได้เพิ่มโซลูชันสินเชื่อบ้านภายใต้คอนเซ็ปต์รักษ์โลก เพื่อเติมเต็มความต้องการของผู้บริโภคที่ต้องการปรับเปลี่ยน ต่อเติมบ้านเพื่อให้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งจะทำให้ผลิตภัณฑ์สินเชื่อบ้านของยูโอบีมีความหลากหลายและครบถ้วนยิ่งขึ้น”

ภายใต้แคมเปญ “U-Green” ลูกค้าใหม่จะสามารถขออนุมัติสินเชื่อรีไฟแนนซ์ที่อยู่อาศัยพร้อมกับ Green Top Up ด้วยอัตราดอกเบี้ยเฉลี่ยใน 3 ปีแรก ร้อยละ 3.49 ต่อปี (MRR – 5.06) วงเงินกู้สูงสุด 100% ของราคาประเมิน ผ่อนชำระนานสูงสุด 30 ปี สำหรับลูกค้าเดิมของยูโอบีที่ยังมีวงเงินเหลือจากหลักประกันสามารถยื่นขออนุมัติสินเชื่อ Green Top Up เพิ่มได้ ด้วยอัตราดอกเบี้ยพิเศษ เฉลี่ยร้อยละ 4.69 ต่อปี ใน 3 ปีแรก วงเงินกู้สูงสุด 95% ของราคาประเมิน ผ่อนชำระนานสูงสุด 30 ปี

สำหรับลูกค้าที่เป็นเจ้าของที่อยู่อาศัยที่ปลอดภาระ สามารถนำที่อยู่อาศัยมาเปลี่ยนเป็นเงินก้อนได้ผ่าน UOB Green Cash to Home เพื่อนำเงินไปใช้ในวัตถุประสงค์ต่างๆ ภายใต้คอนเซ็ปต์รักษ์โลก เช่น รีโนเวทบ้านเพื่อเพิ่มอากาศถ่ายเทให้สะดวกรับแสงธรรมชาติมากขึ้น และลดการใช้ไฟฟ้า ปรับปรุงภูมิทัศน์ภายนอกบ้านเพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียว ติดตั้งระบบโซลาร์เพื่อลดการใช้พลังงานภายในบ้าน และหรือติดตั้งเครื่องชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า ด้วยอัตราดอกเบี้ยพิเศษเริ่มต้นเพียงร้อยละ 4.39 ต่อปี เฉลี่ยใน 3 ปีแรก วงเงินกู้สูงสุดร้อยละ 80 ของราคาประเมิน วงเงินเริ่มต้น 500,000 บาท สูงสุด 50 ล้านบาท ผ่อนชำระนานสูงสุด 30 ปี

นอกจากนี้ ยูโอบี ยังได้ประกาศความร่วมมือกับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคเมื่อเร็วๆ นี้ เพื่อเพิ่มทางเลือกให้กับลูกค้าที่ต้องการติดตั้งระบบโซลาร์ภายในบ้าน ผ่านบริการ PEA Solar โดยลูกค้าสามารถใช้สิทธิประโยชน์ภายใต้แคมเปญ U-Green นี้ได้เช่นเดียวกัน

ผู้ที่สนใจสามารถยื่นคำขอสินเชื่อ พร้อมรับอัตราดอกเบี้ยพิเศษข้างต้นตั้งแต่วันนี้ ถึง 30 กันยายน 2566  

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับสินเชื่อบ้านของยูโอบีได้ที่ https://www.uob.co.th/homeloan/ และสามารถใช้บริการขอสินเชื่อออนไลน์ได้โดยคลิก ที่นี่ สอบถามเพิ่มเติมได้ที่เบอร์ 02-093-2030 หรือผ่าน LINE @uobhomeloan

‘ฉลองครบรอบ 40 ปี สี่มุมเมือง’ แจกใหญ่ ให้โชค 40 ปี 40 รางวัล

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/739793

'ฉลองครบรอบ 40 ปี สี่มุมเมือง' แจกใหญ่ ให้โชค 40 ปี 40 รางวัล

‘ฉลองครบรอบ 40 ปี สี่มุมเมือง’ แจกใหญ่ ให้โชค 40 ปี 40 รางวัล

วันจันทร์ ที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 16.46 น.

“ฉลองครบรอบ 40 ปี สี่มุมเมือง” แจกใหญ่ ให้โชค 40 ปี 40 รางวัล ตลาดสี่มุมเมือง คืนกำไรแทนคำขอบคุณ ห้ามพลาด 1-25 กรกฎาคม 66 นี้เท่านั้น

ตลาดสี่มุมเมือง ตลาดค้าส่งผักผลไม้ของสดชั้นนำของเอเชีย ฉลองครบรอบ 40 ปี จัดโปรโมชั่นยิ่งใหญ่แห่งปี คืนกำไรแทนคำขอบคุณ ให้ผู้ซื้อ พ่อค้าแม่ค้า ผู้ประกอบการ และ SME แจกใหญ่ ให้โชค 40 ปี สี่มุมเมือง 40 รางวัล 1-25 กรกฎาคม 66 นี้

เพียงซื้อสินค้าผัก ผลไม้ เนื้อสัตว์ ของสด ของแห้ง หรือเครื่องปรุง ทุกตลาดครบ 5,000 บาท รับสิทธิ์ชิงรางวัลใหญ่ อาทิ รถ อีซูซุ ดีแมคซ์ มูลค่า 700,000 บาท รถมอเตอร์ไซค์ ฮอนด้า 150,000 บาท ทองคำ มูลค่า 120,000 บาท จักรยานไฟฟ้า สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า สมาร์ททีวี บัตรเติมน้ำมัน และรางวัลอื่น ๆ อีกมากมายรวม 40 รางวัล หมดเขต 25 กรกฎาคม 2566 จับรางวัลและประกาศผลวันที่ 26 กรกฎาคม 2566 ทางไลฟ์สดเพจตลาดสี่มุมเมือง

ตลาดสี่มุมเมือง เปิดให้บริการทุกวันตลอด 24 ชั่วโมง เดินทางสะดวกด้วย 2 เส้นทาง คือ จากถนนพหลโยธิน เลยสนามบินดอนเมืองเพียง 10 นาที และถนนโลคัลโร้ด-กำแพงเพชร 6 ห่างจากสนามบินดอนเมืองเพียง 5 นาทีติดตามรายละเอียดโปรโมชั่น และกิจกรรมเพิ่มเติมได้ที่ http://www.facebook.com/ taladsimummuang หรือ http://www.simummuangmarket.com สอบถามเพิ่มเติม call center ได้ 24 ชั่วโมง 02-995-0610-3

-(016)

พบกับ The Chef Riders มื้อค่ำเพื่อการกุศล ที่เลอ เมอริเดียน สุวรรณภูมิ กรุงเทพฯ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/739765

พบกับ The Chef Riders มื้อค่ำเพื่อการกุศล ที่เลอ เมอริเดียน สุวรรณภูมิ กรุงเทพฯ

พบกับ The Chef Riders มื้อค่ำเพื่อการกุศล ที่เลอ เมอริเดียน สุวรรณภูมิ กรุงเทพฯ

วันจันทร์ ที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 14.51 น.

พบกับ The Chef Riders มื้อค่ำเพื่อการกุศลสุดพิเศษ ณ ห้องอาหาร Latest recipe เลอ เมอริเดียน สุวรรณภูมิ กรุงเทพฯ กอล์ฟ รีสอร์ท แอนด์ สปา

มิถุนายน 2566 – เตรียมพบกับ The Chef Riders มื้อค่ำเพื่อการกุศลที่ เลอ เมอริเดียน สุวรรณภูมิ กรุงเทพฯ กอล์ฟ รีสอร์ท แอนด์ สปา เร็วๆ นี้ กับมื้ออาหารสุดพิเศษที่รังสรรค์เมนูจากวัตถุดิบที่มุ่งให้ความสำคัญในด้านความยั่งยืน เพื่อนำรายได้ไปช่วยเหลือเด็กด้อยโอกาสในประเทศไทย

มื้อค่ำเพื่อการกุศลในครั้งนี้จะจัดขึ้นใน วันศุกร์ที่ 7 กรกฎาคม 2566 เพื่อระดมทุนช่วยเหลือองค์กร “Save The Children” หรือ “มูลนิธิช่วยเหลือเด็ก (ประเทศไทย)” องค์กรไม่แสวงหาผลกำไร ที่อุทิศตนเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของเด็กและเยาวชน

สอดคล้องกับความมุ่งมั่นของแมริออทในการเสาะหาและเลือกใช้วัตถุดิบในท้องถิ่นที่มีความยั่งยืนมาใช้ในการประกอบอาหาร มื้อค่ำเพื่อการกุศลในครั้งนี้จะมีการใช้วัตถุดิบจากผู้ผลิตท้องถิ่นชาวไทย รวมถึงฟาร์มขนาดเล็กเป็นหลัก โดยวัตถุดิบต่างๆจะถูกนำมารังสรรค์เป็นอาหารจานอร่อยโดยเชฟไรเดอร์ที่มีวิสัยทัศน์ 5 ท่านจากโรงแรมในเครือแมริออท ได้แก่ เอ็กเซ็กคิวทีฟเชฟ เกทาโน ปาลัมโบ (Gaetano Palumbo) จากรอสซินีส์ ห้องอาหารอิตาเลียนที่ได้รับรางวัลมิชลิน โรงแรมเชอราตัน แกรนด์ สุขุมวิท อะ ลักชัวรี คอลเลคชั่น โฮเต็ล กรุงเทพฯเอ็กเซ็กคิวทีฟ เชฟ เอ็กซ์ อรรถพล ถังทอง จากห้องอาหารพระยา คิทเช่น โรงแรมแบงค็อก แมริออท เดอะ สุรวงศ์, เอ็กเซ็กคิวทีฟ เชฟ มาร์โค คัมมาราตา (Marco Cammarata) จากห้องอาหารเลเทส เรซิพี โรงแรม เลอ เมอริเดียน กรุงเทพ , เชฟอาหารอิตาเลียน ดานิโล แอสสา (Danilo Aiassa) จากห้องอาหาร ฟาโวลา โรงแรม เลอ เมอริเดียน สุวรรณภูมิ กรุงเทพฯ กอล์ฟ รีสอร์ทแอนด์ สปา และ เอ็กเซ็กคิวทีฟ เชฟ ปรเมธ ประสานศักดิ์ จากโรงแรม เลอ เมอริเดียน สุวรรณภูมิ ซึ่งจะเป็นผู้ควบคุมดูแลอาหารมื้อค่ำการกุศล ณ ห้องอาหารเลเทส เรซิพี ในครั้งนี้

เหล่าเชฟมากความสามารถทั้ง 5 ท่านพร้อมใจกันนำเสนออาหาร 5 คอร์สสุดพิเศษ ณ ห้องอาหารเลเทส เรซิพี ห้องอาหารนานาชาติ ที่เป็นซิกเนเจอร์ของ เลอ เมอริเดียน สุวรรณภูมิ กรุงเทพฯ กอล์ฟ รีสอร์ท แอนด์ สปา รีสอร์ท เดินทางสะดวกสบาย ตั้งอยู่ใกล้กับสนามบินสุวรรณภูมิ เพียง 15 นาที

ความคิดริเริ่มด้านการกุศลนี้เป็นส่วนหนึ่งของพันธกิจขององค์กรในแง่ของความรับผิดชอบต่อสังคมของแมริออท ที่มีชื่อว่า “Serve 360” ซึ่งอุทิศให้กับการทำความดีในทุกทิศทาง สอดคล้องกับจุดมุ่งหมายในการพัฒนาเพื่อความยั่งยืนขององค์การสหประชาชาติ โดยรายได้จากการจัดงานมื้อค่ำเพื่อการกุศลในครั้งนี้จะนำไปบริจาคให้กับมูลนิธิช่วยเหลือเด็ก (ประเทศไทย)

The Chef Riders Charity Dinner 

อาหารมื้อค่ำเพื่อการกุศล 5 คอร์ส ราคา 2,500 บาทสุทธิต่อท่าน 

สมาชิก แมริออท บอนวอย รับคะแนน 1,000 คะแนน เมื่อร่วมอาหารมื้อค่ำเพื่อการกุศลในครั้งนี้

วันศุกร์ที่ 7 กรกฎาคม 2566 เวลา 18.00-22.30 น. ณ ห้องอาหารเลเทส เรซิพี, เลอ เมอริเดียน สุวรรณภูมิ กรุงเทพฯ กอล์ฟ รีสอร์ท แอนด์ สปา

สำรองที่นั่ง กรุณาโทร 02 118 7777 หรืออีเมลหาเราที่ reservations.lmsb@lemeridien.com

ติดตามข่าวสารและโปรโมชั่นของทางรีสอร์ทได้ในช่องทางสื่อสังคมออนไลน์ เฟซบุ๊ค และ อินสตาแกรม @LeMeridienSuvarnabhumi หรือ LINE: @LMSuvarnabhumi

Pride Month สู่ Pride Palade จากการล่าแม่มด LGBTQ+สู่การส่งเสริมความหลากหลาย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/739755

Pride Month สู่ Pride Palade จากการล่าแม่มด LGBTQ+สู่การส่งเสริมความหลากหลาย

Pride Month สู่ Pride Palade จากการล่าแม่มด LGBTQ+สู่การส่งเสริมความหลากหลาย

วันจันทร์ ที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 14.15 น.

Pride Month หรือเดือนแห่งความภาคภูมิใจของกลุ่มคนหลากหลายทางเพศ ถูกจัดขึ้นตลอดเดือนมิถุนายนของทุกปี  ปีนี้มีการจัดกิจกรรมเพื่อเฉลิมฉลองเทศกาลนี้หลายแห่งทั่วโลก รวมถึงประเทศไทยด้วยเช่นกัน และไฮไลท์ของกิจกรรมก็คือ Pride Palade  และแม้ Pride Month จะสิ้นสุดลง แต่การเรียกร้องและอยากให้ทุกคนตระหนักถึงคุณค่าของความเป็นมนุษย์ ทุกคนมีความเท่าเทียม  ไม่ว่าจะเป็นเพศใดก็ตาม  จะยังคงดำเนินต่อไป…หากคุณวางแผนท่องเที่ยวในปีต่อๆ ไป แล้วอยากร่วมแสดงจุดยืนความหลากหลายและเท่าเทียมใน Pride Palade ของเมืองใหญ่ๆ ในโลก เตรียมตัวเองไว้ให้พร้อม !!  

เหตุใด ไพรด์ พาเหรด ช่วงมิถุนายนของทุกปี ถึงเป็นกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์แห่งความเท่าเทียม

ผู้คนหลากรุ่นหลายวัย ต่างสาขาอาชีพ ต่างรสนิยม อวดสีสันการแต่งกาย และการแสดงออกเชิงสร้างสรรค์บนท้องถนน และจุดแลนด์มาร์กสำคัญๆ หลายเมืองใหญ่ทั่วโลก ระหว่างร่วมขบวนพาเหรดไพรด์ ซึ่งกลายเป็นวาระประจำในช่วงเดือนมิถุนายนของทุกปี ย้ำภาพการแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ที่มุ่งประเด็นส่งเสริมความหลากหลายทางเพศและความเท่าเทียมกันในสังคม

ยิ่งในยุคสื่อออนไลน์ และโซเชียลมีเดียแพร่กระจายข่าวสารอย่างรวดเร็ว ภาพขบวนพาเหรดสนุกสนาน อวดความความสวิงสวายไปกับการแต่งกาย อุปกรณ์ตกแต่งร่างกายสีสันสวยงาม ทั้งดึงดูดและสะกดสายตา ผู้คน แต่ที่เหนือไปกว่าภาพงดงามเหล่านั้น คือใจความของการรณรงค์เพื่อส่งเสริมความหลากหลายทางเพศ และความเท่าเทียมกันของบรรดา LGBTQ+

ทวนกันหน่อยว่า LGBTQ+ คือใคร มีอะไรบ้าง…

แม้คุณจะเรียกผู้มีความหลากหลายทางเพศทุกคนว่า “เกย์” แบบฝรั่งว่า แต่ศัพท์สากลใช้คำว่า LGBTQ+ (แอลจีบีทีคิวพลัส) เป็นคำที่หมายถึงกลุ่มที่มีความหลากหลายทางเพศ ไม่ว่าจะเป็น เลสเบี้ยน เกย์ ไบเซ็กชวล ทรานเจนเดอร์ เควียร์ ฯลฯ

  • Lesbian (เลสเบี้ยน) คือผู้หญิงที่ชอบผู้หญิงด้วยกัน
  • Gay (เกย์) คือผู้ชายที่ชอบผู้ชาย แต่ความหมายดั้งเดิมคือ หมายถึงคนที่ชอบเพศเดียวกัน หรือเรียกอีกอย่างว่า Homosexual
  • Bisexual (ไบเซ็กชวล) คือคนที่ชอบทั้งผู้ชาย และผู้หญิง
  • Transgender (ทรานเจนเดอร์) คือคนข้ามเพศ เช่น ผู้หญิงที่มีจิตใจเป็นผู้ชาย หรือผู้ชายที่มีจิตใจเป็นผู้หญิง ที่เราเรียกสั้น ๆ ว่าทรานส์ และปรับเปลี่ยนเพศสภาพไปตามจิตใจ
  • Queer (เควียร์) คือการเรียกกว้างๆ โดยหมายถึงกลุ่มคนที่ไม่ได้มีเพศตามคนในสังคมทั่วไป และไม่จำกัดกรอบ
  • ส่วนพลัส ที่บวกเพิ่มเติมมานอกจากนี้ อาทิ IAN คือ I =  Intersex (อินเตอร์เซ็กซ์) – ผู้ที่มีภาวะเพศกำกวม ระบุเพศไม่ได้ มีลักษณะทางกายภาพแตกต่าง A = Asexual (อะเซ็กซวล) – ผู้ที่ไม่มีแรงดึงดูดทางเพศ แต่มีรักโรแมนติกและเพศสัมพันธ์ได้ N = Non-Binary (น็อน-ไบนารี่) – ผู้ที่ไม่ต้องการระบุเพศของตัวเอง ไม่จำกัดอยู่ที่เพศชายหรือหญิง หรือภาษาปากว่า ไม่มีเพศ

ที่มาและความหมายของธงหลากสี

สัญลักษณ์ธงหลากสี หรือติดปากเรียกันว่าธงสีรุ้งที่เราคุ้นตาในขบวนพาเหรด pride month มายังไง สีรุ้งที่มาเป็นสัญลักษณ์ของคนกลุ่มนี้มีจุดเริ่มต้นมาจากการออกแบบธงสีรุ้งของ Gilbert Baker ศิลปินชาวอเมริกันและนักขับเคลื่อนสิทธิมนุษยชนของเกย์ในปี 1978 ซึ่งได้แรงบันดาลใจมาจากธงชาติของประเทศสหรัฐอเมริกาในวาระฉลองครบรอบ 200 ปี ในปี 1976 โดยในแรกเริ่มธงนี้มีด้วยกันทั้งหมด 8 สี ได้แก่ สีชมพู ฮอตพิงก์ ที่มีความหมายสื่อถึงเรื่องเพศ สีแดง หมายถึงชีวิต สีส้ม หมายถึงการเยียวยา สีเหลือง หมายถึงแสงอาทิตย์ที่ส่องสว่าง สีเขียว หมายถึงธรรมชาติ สีฟ้า เทอร์ควอยต์ หมายถึงเวทมนต์ สีน้ำเงิน หมายถึงความสามัคคี สีม่วง หมายถึงจิตวิญญาณอันแน่วแน่ ในภายหลังถอดสีฮอตพิงก์และเทอร์ควอยต์ออก เพราะยากต่อการผลิตและนำไปสื่อสาร จึงเหลือเพียง 6 สีที่เราคุ้นตา แดง ส้ม เหลือง เขียว น้ำเงิน ม่วง

กำเนิด Pride month สู่ Pride Palade

Pride month มีจุดเริ่มต้นในสหรัฐอเมริกา ช่วงยุค 60-70s กลุ่มชาว LGBTQ+ ถูกมองว่าเป็นผู้ที่มีจิตผิดปกติ ไม่ได้ยอมรับจากสังคม และผิดกฎหมาย พวกเขาจึงมักรวมตัวกันที่ ‘บาร์ลับ’ หรือ ‘บาร์เฉพาะกลุ่ม’ และแม้จะความพยายามผลักดันให้สถานที่ถูกกฎหมายแต่ก็ไม่สำเร็จ กระทั่งในวันที่ 28 มิถุนายน 1969 ที่นิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา กลุ่ม LGBTQ+ รวมตัวกันแสดงออกถึงตัวตนความหลากหลายทางเพศ ณ บาร์เล็กๆ Stonewall Inn แต่ถูกตำรวจบุกเข้าจับกุม และเกิดปะทะกันอย่างรุนแรง

จากเหตุการณ์นั้น ผู้คนออกมาชุมนุม ต่อต้านอยู่หลายวัน กลายเป็นประเด็นนำสู่การเปลี่ยนแปลงในภาคสังคม ปี 1970 ผู้คนในสหรัฐอเมริกาต่างออกมาเดินขบวนเพื่อรำลึกถึงเหตุการณ์จลาจลในครั้งนั้น ทำให้เดือนมิถุนายนกลายเป็นเดือนแห่งความเฉลิมฉลองเพื่อความเท่าเทียมเทียมของกลุ่มบุคคลที่มีความหลากหลายทางเพศ หรือ Pride month จนปัจจุบันได้กลายเป็น ขบวนพาเหรดไพรด์ที่จัดขึ้นในหลายประเทศ

จากความรุนแรงสู่ พาเหรดใน Pride Month สะท้อนให้เห็นถึงประวัติศาสตร์ของขบวนการขับเคลื่อนเพื่อความเท่าเทียม ทำให้ผู้ถูกเลือกปฏิบัติในสังคมทางใดทางหนึ่ง หมายรวมไปถึงคนต่างสีผิว ต่างเชื้อชาติ ต่างกันในทางใดทางนึงในสังคมได้มีพื้นที่แสดงออก ล้วนเป็นส่วนหนึ่งของการเฉลิมฉลองครั้งนี้ได้ทั้งสิ้น

Pride Month ไม่ได้เป็นแค่เรื่องการเฉลิมฉลอง และความสนุกสนานเพียงอย่างเดียว แต่ลึกๆ แล้วมันเป็นการเรียกร้องและอยากให้คนได้ตระหนักถึงคุณค่าของความเป็นมนุษย์ ไม่ว่าจะเป็นเพศใดก็ตาม ทุกคนมีความเท่าเทียม และมีคุณค่าของความเป็นมนุษย์เหมือนกัน และให้ทุกคนเกิดความเห็นอกเห็นใจ

หากคุณวางแผนท่องเที่ยวในปีต่อๆ ไป แล้วอยากร่วมแสดงจุดยืนความหลากหลายและเท่าเทียมใน Pride Palade ของเมืองใหญ่ๆ ในโลก NYC Pride นิวยอร์ก สหรัฐอเมริกาEuroPride & Pride Week เวียนนา ออสเตรีย Madrid Gay Pride มาดริด สเปน Amsterdam Gay Pride อัมสเตอร์ดัม เนเธอร์แลนด์ Mexico City Gay Pride เม็กซิโกซิตี้ เม็กซิโก Stockholm Pride สต็อกโฮล์ม สวีเดน Tel Aviv Gay Pride เทลอาวีฟ อิสราเอล Dublin Gay Pride ดับลิน ไอร์แลนด์ Tokyo Rainbow Pride โตเกียว ญี่ปุ่น Taiwan LGBT Pride ไทเป ไต้หวัน Metro Manila Pride มะนิลา ฟิลิปปินส์

การเปิดงาน Bangkok Pride Parade 2023 มีตัวแทนกลุ่มความหลากหลายทางเพศได้ขึ้นกล่าวความรู้สึก พร้อมร่วมไว้อาลัยและเปิดไฟฉายให้กับกลุ่มหลากหลายทางเพศที่เสียชีวิตทั่วโลกเป็นเวลา 10 นาทีด้วย ทั้งนี้ กิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับความหลากหลายทางเพศมีต่อเนื่องไปตลอดเดือนมิถุนายน ซึ่งในทุกๆ ปี จะเป็นเดือนสำคัญของเหล่า LGBTQ+ ทั่วโลกที่จะได้ออกมาทำกิจกรรมสนุกสนานรื่นเริง

พาเหรดครั้งนี้ บริษัท มาสเตอร์ สไตล์ จำกัด (มหาชน) ภายใต้การดำเนินงานโรงพยาบาลมาสเตอร์พีช โรงพยาบาลศัลยกรรมความงามชั้นนำของประเทศไทย หนึ่งในภาคเอกชนที่เล็งเห็นความสำคัญของความเท่าเทียม สนับสนุนความหลากหลายทางเพศของผู้คนในสังคม ร่วมขบวน Bangkok Pride Parade 2023 ครั้งนี้ด้วยความสดชื่น สดใส และเปี่ยมพลังไปพร้อมๆ กับหลายองค์กร

รองซีอีโอ มาสเตอร์ ประกาศ LGBTQ+ พร้อมรับคำขอแต่งงานจากแฟนสาว

ระหว่างพาเหรดครั้งนี้แม้ผู้บริหารหญิงเก่งอย่าง  ดาว – ลภัสรดา เลิศภานุโรจ รอง CEO ของมาสเตอร์ ไม่ได้อยู่ในขบวนไพรด์ แต่ก็แว่วข่าวดังไปทั่วโซเชียลมีเดีย หลังประกาศตัวว่าเป็น LGBTQ นอกจาก Lucky in Game แล้วยัง Lucky in Love ด้วย เพราะล่าสุดผู้บริหารหญิงเก่งโดนเซอร์ไพร์สขอแต่งงานจากแฟนสาว จุ๋ม-จิญรัช ภัทรวรนิชท์ ต้อนรับ Pride Month โดยทั้งคู่คบหาดูใจกันมานาน 19 ปี ทำเอาทะเลหัวหินหวานเชื่อมกันเลยทีเดียว กำลังใจมาเต็มขนาดนี้ ทั้งรักเปรี้ยง งานปัง ปีนี้เราคงได้เห็น MASTER มีผลงานเติบโตแบบก้าวกระโดดแน่นอน

-(016)