โยเกิร์ต ดัชชี่ จับมือ สถาบันมะเร็งแห่งชาติ เปิดแคมเปญ ‘ลำไส้ขอร้อง’ รณรงค์คนไทยปรับไลฟ์สไตล์ ลด ละ เลิก พฤติกรรมเสี่ยงต่อมะเร็งลำไส้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/740599

โยเกิร์ต ดัชชี่ จับมือ สถาบันมะเร็งแห่งชาติ เปิดแคมเปญ ‘ลำไส้ขอร้อง’  รณรงค์คนไทยปรับไลฟ์สไตล์ ลด ละ เลิก พฤติกรรมเสี่ยงต่อมะเร็งลำไส้

โยเกิร์ต ดัชชี่ จับมือ สถาบันมะเร็งแห่งชาติ เปิดแคมเปญ ‘ลำไส้ขอร้อง’ รณรงค์คนไทยปรับไลฟ์สไตล์ ลด ละ เลิก พฤติกรรมเสี่ยงต่อมะเร็งลำไส้

วันศุกร์ ที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ว่าที่ ร.ต.ท.หญิงนภา ศิริวัฒนากุล และ ระวิวรรณ มหาคชาภรณ์

โรคมะเร็งลำไส้ เป็นหนึ่งใน 3 อันดับแรก ที่ทำให้คนไทยเสียชีวิตเป็นจำนวนมาก จากสถิติพบว่า มีคนไทยเสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งลำไส้ เฉลี่ยถึงวันละ 14 คน โดยมีจำนวนผู้ป่วยรายใหม่ เพิ่มขึ้นวันละ 44 ราย หรือประมาณ 15,900 รายต่อปี สาเหตุหลักเกิดจากพฤติกรรมการบริโภค รวมไปถึงไลฟ์สไตล์ในการใช้ชีวิตของคนยุคใหม่ ที่ปรับเปลี่ยนไปตามสภาวะของสังคม จึงส่งผลให้เกิดผู้ป่วยด้วยโรคมะเร็งลำไส้เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

นางสาวระวิวรรณ มหาคชาภรณ์ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด กลุ่มบริษัทดัชมิลล์ เปิดเผยว่า “ผลิตภัณฑ์โยเกิร์ต ดัชชี่ ที่อยู่คู่กับคนไทยยาวนานกว่า 30 ปี ได้ตระหนักถึงปัญหา โรคมะเร็งลำไส้ ที่มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น ด้วยวิถีชีวิตความเป็นอยู่คนของรุ่นใหม่ มีไลฟ์สไตล์ที่ปรับเปลี่ยน เร่งรีบ จนอาจทำให้เกิดการละเลยต่อการดูแลสุขภาพ ด้วยความห่วงใยสุขภาพคนไทย จึงได้จัดแคมเปญ “ลำไส้ขอร้อง” โดยร่วมกับ สถาบันมะเร็งแห่งชาติ ซึ่งเป็นสถาบันที่ได้รับความเชื่อถือ ในฐานะผู้เชี่ยวชาญเรื่องโรคมะเร็ง และมีศักยภาพในการให้ข้อมูลการดูแลสุขภาพลำไส้อย่างถูกวิธี เพื่อสื่อสารให้กับประชาชนไทยได้เห็นความสำคัญของการดูแลลำไส้ ผ่านรูปแบบการสื่อสารที่เข้าใจได้ง่าย ยิ่งไปกว่านั้น คือ สนับสนุนแผนงานรณรงค์ต้านภัยโรคมะเร็ง ของสถาบันโรคมะเร็งแห่งชาติ ในการช่วย “รณรงค์ส่งกำลังใจให้ผู้รอดชีวิตจากมะเร็ง” โดยมอบเงินรายได้จากการขายโยเกิร์ตดัชชี่ผ่าน หนุ่มสาวดัชมิลล์ และดีไลท์ ตั้งแต่เดือนกรกฎาคม ถึง 31 สิงหาคม 2566 จำนวนถ้วยละ 10 สตางค์ สมทบบริจาคให้กับสถาบันมะเร็งแห่งชาติ เพื่อใช้เป็นค่าใช้จ่ายแก่ผู้ป่วยที่ต้องต่อสู้กับโรคมะเร็งต่อไป

แคมเปญ “ลำไส้ขอร้อง” มีแนวคิดว่า “ถ้าลำไส้..พูดได้” จะบอกและขอร้องอะไรกับคุณ? เพราะการใช้ชีวิตผ่านพฤติกรรมของคนรุ่นใหม่ เชื่อว่า “ลำไส้” อยากร้องบอกคนไทยทุกคนว่า โปรดหันมาเอาใจใส่กันบ้าง อันเป็นเหตุผลที่ โยเกิร์ต ดัชชี่ ให้ความสำคัญต่อการรณรงค์ให้คนไทยหันมาใส่ใจดูแลสุขภาพ พร้อมแนะวิธีการดูแลลำไส้ตัวเอง สร้างการตระหนักรู้ในการหลีกเลี่ยง เพื่อลดปัจจัยจากการเกิดโรคมะเร็งลำไส้ และผู้คนได้ ลด ละ เลิก พฤติกรรมเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็งลำไส้ ผ่านรูปแบบการประชาสัมพันธ์แบบบูรณาการ ผ่านสื่อ Offline และ Online อาทิ Facebook, YouTube และรายการที่มี Influence ต่างๆ รวมไปถึง สื่อประชาสัมพันธ์โครงการ ที่อยู่คู่กับรถจำหน่ายผลิตภัณฑ์ของหนุ่มสาวดัชมิลล์ และ ดีไลท์ ที่มีอยู่จำนวนกว่า 4,000 คัน ทั่วประเทศ เพื่อให้ข้อมูลดูแลสุขภาพลำไส้แก่ประชาชนได้อย่างทั่วถึง

ว่าที่ ร.ต.ท.หญิงนภา ศิริวัฒนากุล ผู้อำนวยการสถาบันมะเร็งแห่งชาติ กล่าวว่า “รู้สึกดีใจมากที่ สถาบันมะเร็งแห่งชาติ ได้เข้าร่วมในแคมเปญ ลำไส้ขอร้อง โดยจะทำหน้าที่ ส่งเสริมให้คนไทยมีความตระหนักรู้ และเข้าใจวิธีการหลีกเลี่ยงและลดปัจจัยเสี่ยงการเกิดโรคมะเร็งลำไส้ในแบบที่เข้าใจง่ายผลที่คาดหวัง ก็คือ คนไทยมีอัตราป่วยเป็นโรคมะเร็งลำไส้ลดน้อยลงกว่าเดิม อันจะนำมาซึ่งคุณภาพชีวิตที่ดีของคนไทย เมื่อประชากรมีสุขภาพดี จะได้มีพลังไปร่วมกันขับเคลื่อนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม ลดการสูญเสียงบประมาณในการรักษาพยาบาลได้อย่างมหาศาล นับว่า เป็นแคมเปญที่จะสร้างประโยชน์สุข ให้แก่สังคมไทยอย่างแท้จริง

พญ.หทัยวรรณ ม่วงตาด ผู้เชี่ยวชาญด้านศัลยศาสตร์ มะเร็งระบบทางเดินอาหาร กล่าวว่า “ปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญและก่อให้เกิดโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่และไส้ตรง อาทิ สูบบุหรี่, ดื่มแอลกอฮอล์, ภาวะอ้วนน้ำหนักเกิน, กินอาหารประเภทเนื้อสัตว์แปรรูปและเนื้อแดง โดยแนะนำว่าไม่ควรบริโภคเกิน 500 กรัมต่อสัปดาห์ อีกทั้ง คนรุ่นใหม่ยังมีพฤติกรรมละเลยการออกกำลังกายอีกด้วย สำหรับสัญญาณอันตรายว่าจะเป็นโรคมะเร็งลำไส้ ให้สังเกตลักษณะในการถ่ายอุจจาระว่าผิดปกติหรือไม่มีอาการ ท้องผูกสลับท้องเสีย อุจจาระบ่อยและไม่สุด บางครั้ง มีมูกปนเลือด รวมถึง มีอาการปวดท้อง แน่นท้องท้องอืด จุกเสียด บ่อยๆ ควรรีบพบแพทย์ เพื่อตรวจหาสาเหตุให้เร็วที่สุด เพื่อที่จะได้บำบัดรักษาได้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ทั้งนี้ การดูแลตัวเอง ด้วยการบริโภคโยเกิร์ตเป็นประจำ มีส่วนช่วยในเรื่องของระบบการขับถ่ายได้เป็นอย่างดี

ในการเปิดตัวแคมเปญ “ลำไส้ขอร้อง” ได้เปิดตัว “น้องลำไส้Mascot” โดยมีภารกิจในการให้ข้อมูลการดูแลลำไส้ที่มีประโยชน์กับประชาชนคนไทย ผ่านการประชาสัมพันธ์ ทั้งสื่อ Offline และ สื่อ Online ที่จะนำเสนอข้อมูลความรู้เกี่ยวกับวิธีการดูแลลำไส้ ผ่าน Online Platform ไม่ว่าจะเป็น Facebook, YouTube ด้วยรูปแบบ Edutainment และจะมีการจัด Charity Concert อีกทั้งยังมีหนังโฆษณาชุดใหม่หลายเวอร์ชั่น และ บทเพลง, Music Video (MV) ภายใต้แคมเปญ “ลำไส้ขอร้อง” ที่ได้ศิลปินวัยรุ่นชื่อดัง บอนซ์-ณดล ที่ร่วมแต่งเพลง และเล่น MV ให้กับแคมเปญนี้

สำหรับ ผลิตภัณฑ์ โยเกิร์ต ดัชชี่ ปัจจุบัน มีให้ได้เลือกรับประทานตามความต้องการ อาทิ โยเกิร์ตดัชชี่ สูตรปกติ (Regular) อร่อยและได้จุลินทรีย์ดีจากโยเกิร์ต, ดัชชี่ 0%ไม่มีไขมัน แคลอรี่น้อย น้ำตาลน้อยกว่า สำหรับผู้ที่อยากดูแลรูปร่าง,ดัชชี่ ไบโอ มีจุลินทรีย์ดีกว่า 20,000 ล้านตัว ทั้งโพรไบโอติก LGG และ B.Lactis ช่วยดูแลลำไส้, ดัชชี่ กรีกสไตล์ โยเกิร์ตเนื้อเนียน เข้มข้นพร้อมโปรตีน 2 เท่า และอิ่มอร่อยกับกราโนร่า, ดัชชี่ คิดส์ มีวิตามินและแคลเซียม เหมาะสำหรับเด็กๆ นอกจากนี้ ยังมีรสใหม่ คือ ดัชชี่กลิ่นพีชและไลม์ / กลิ่นพีชและแอปเปิ้ล สองรสใหม่นี้วางจำหน่ายเฉพาะที่ Lotus เท่านั้น

ทาสแมวห้ามพลาด! เปิดอาณาจักรของคนรักแมว ในงาน ‘23rd Thailand Cat Show 2023’ ปีที่ 5

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/740605

ทาสแมวห้ามพลาด! เปิดอาณาจักรของคนรักแมว  ในงาน ‘23rd Thailand Cat Show 2023’ ปีที่ 5

ทาสแมวห้ามพลาด! เปิดอาณาจักรของคนรักแมว ในงาน ‘23rd Thailand Cat Show 2023’ ปีที่ 5

วันศุกร์ ที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

เอาใจคนรักแมว บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) ร่วมกับ ชมรมผู้นิยมแมวแห่งประเทศไทย (CFCT Club) จัดงานแมวยิ่งใหญ่แห่งปี “23rd Thailand Cat Show 2023”ต่อเนื่องเป็นปีที่ 5 ระหว่างวันที่ 30 มิถุนายน-2 กรกฎาคม 2566 ที่ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เวสต์เกต ตอบรับสไตล์ของคนยุคนี้ที่ชอบอยู่คนเดียวเป็นโสด หรือแม้คู่แต่งงานแต่ไม่อยากมีลูก ทำให้เกิดเป็น Pet Humanization หรือ Pet Parents หรือที่เรียกกันว่า “ทาสหมา ทาสแมว”

ในงานถูกเนรมิตให้เป็นอาณาจักรของคนรักแมว เอาใจเหล่าทาสแมวด้วยกิจกรรมมากมายที่หลายคนรอคอยไม่ว่าจะเป็นการประกวดแมวหลากหลายสายพันธุ์ ซึ่งพลาดไม่ได้กับกิจกรรม Exclusive เฉพาะงานนี้เท่านั้น อาทิ การประกวดแมวส้ม “ตัวตึงแมวส้ม”แมวลายสลิด “สลิดบางใหญ่ ปี 4” และกิจกรรมพิเศษที่คุณจะได้พบกับ Breeder หรือผู้เพาะพันธุ์แมวมืออาชีพจากฟาร์มชั้นนำของเมืองไทย เช่น Scottish fold, Persian, Exotic, Lykoi, Oriental, Sphynx และ British Shorthair พร้อมเปิดตัวสินค้าใหม่เพื่อคนรักแมวจากแบรนด์ดังมากมาย อาทิ Royal Canin, Me-O, Ciao, CheerShare, PettoTomodachi, CAT n joy หรือกิจกรรมตรวจสุขภาพแมวฟรีจากโรงพยาบาลสัตว์ทองหล่อ กิจกรรมสอยดาวการกุศลกับมูลนิธิรักษ์แมวปันน้ำใจให้แมวจรกิจกรรมทำหมันแมวสัญจร โซนหาบ้านให้แมวจร พร้อมพบกับเหล่าเซเลบแมวดังในโลกโซเชียล เจ้าบารอล X บรูโน่เบน, ฮาชิ แมวสาวรัสเซีย, ซันนี่ (แมวของคุณรังสิมันต์ โรม), ต๊อก จากบ้านจอนรี และกิจกรรมพิเศษอื่นๆ อีกมากมาย

งานเปิดให้เข้าชมโดยไม่มีค่าใช้จ่าย ตั้งแต่วันที่30 มิถุนายน-2 กรกฎาคม 2566 ณ Westgate HALL ชั้น 4 ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เวสต์เกต ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Facebook: Central Westgate หรือ CFCT Club ชมรมผู้นิยมแมวแห่งประเทศไทย

MOTIF จัดนิทรรศการฉลอง 14 ปี Penta GLO Lamp

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/740609

MOTIF จัดนิทรรศการฉลอง 14 ปี Penta GLO Lamp

MOTIF จัดนิทรรศการฉลอง 14 ปี Penta GLO Lamp

วันศุกร์ ที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

โมทีฟ (MOTIF) จัดแสดงนิทรรศการ 14th Anniversary of GLO Lamp from PENTA Light ฉลองครบรอบ 14 ปี ของ GLO Lamp กับดีไซน์คอนเทมโพรารี่จากแบรนด์ PENTA Light แบรนด์ไลท์ติ้งชื่อดังจากอิตาลี ขึ้นแท่น MOTIF Best Seller มาตลอดนับตั้งแต่มีการผลิตออกมาตั้งแต่ปี 2009 แม้ว่าจะถูกออกแบบมา 14 ปีแล้ว แต่ดีไซน์ยังคงร่วมสมัยใหม่มาจนถึงปัจจุบัน

ในนิทรรศการนี้ โคมไฟ GLO กว่า 32 ดวงถูกนำมาจัดดิสเพลย์ในรูปแบบ Suspension Lamps ได้อย่างตระการตา ดีไซน์เรียบง่าย แต่แฝงไปด้วยรายละเอียดของขั้นตอนการผลิต ตัวโคมใช้แก้วที่ละเอียดจากเกาะ Murano ของอิตาลี มาเป่าทั้งชิ้นขึ้นรูปทรงกลม จนเกิดการสะท้อนเล่นกับแสงอย่างหรูหรา นำเสนอคุณภาพอันยอดเยี่ยมร่วมกับงานออกแบบที่น่าสนใจและน่าจดจำด้วยนวัตกรรมสมัยใหม่ที่ยังไม่มีแบรนด์ทำได้

GLO Lamp ออกแบบโดย Carlo Colombo สถาปนิกและนักออกแบบชาวอิตาลีที่สำคัญที่สุดคนหนึ่งของโลกยุคใหม่ และยังเป็นอาจารย์สอนการออกแบบที่ De Tao Masters Academy of Beijing ผลงานการดีไซน์ของ Carlo Colombo นั่นได้ปรากฏการณ์กับแบรนด์ดังระดับโลกมากมาย อาทิ Cartier, Flexform, Poliform, Giorgetti, Rugiano, Cappellini, Antoniolupi, Poltrona Frau, Penta Light, Elie Saab, Bentley.

นิทรรศการนี้ได้ศิลปินและสไตลิสต์ชื่อดังระดับแถวหน้าของเมืองไทยอย่าง เติ้ม-ดนีย์นาถ บุรกสิกร จับปลายพู่กันละเลงสีสันบนผืนผ้าแคนวาสขนาดใหญ่กว่า 6 เมตร เพื่อเติมเต็มพื้นที่ให้กับนิทรรศการ 14th Anniversary of GLO Lamp from PENTA ได้สมบูรณ์แบบอย่างลงตัว

และเพื่อเป็นการเฉลิมฉลองโอกาสครบรอบ 14 ของ Penta GLO Lamp โมทีฟ โดย อัครรัฐ วรรณรัตน์ กรรมการผู้จัดการ ของ MOTIF ได้รับเกียรติจาก ฯพณฯ เปาโล ดิโอนิซีเอกอัครราชทูตอิตาลี ประจำประเทศไทย, จาโคโม่ ลาบิซี ประธานหอการค้า ไทย-อิตาลี, จริยดี-เจย์ สเปนเซอร์, ศีกัญญา ศักดิเดชภาณุพันธ์, กรกนก ยงสกุล, ฟาเบเนเดทตี้, เป็นต้น มาร่วมงานครั้งนี้และเปิดพื้นที่ให้ผู้ที่ชื่นชอบในงานดีไซน์มาร่วมค้นหาแรงบันดาลใจเข้าชมได้ตั้งแต่วันนี้-5 กรกฎาคม 2566 ณ ชั้น 4 Central Embassy เวลา 10.00-20.00 น. ดูรายละเอียดงานเพิ่มเติมได้ที่ www.motifartofliving.com / http://www.facebook.com /motifartofliving

‘สิรพัฐ พิพัฒน์วีรวัฒน์’เปลี่ยนมุมมอง‘เดอมอนด์’ ลักซ์ชัวรี่ ไฟน์จิวเวลรี่ ฝีมือคนไทย ให้เป็นมรดกจากรุ่นสู่รุ่น

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/740608

‘สิรพัฐ พิพัฒน์วีรวัฒน์’เปลี่ยนมุมมอง‘เดอมอนด์’  ลักซ์ชัวรี่ ไฟน์จิวเวลรี่ ฝีมือคนไทย ให้เป็นมรดกจากรุ่นสู่รุ่น

‘สิรพัฐ พิพัฒน์วีรวัฒน์’เปลี่ยนมุมมอง‘เดอมอนด์’ ลักซ์ชัวรี่ ไฟน์จิวเวลรี่ ฝีมือคนไทย ให้เป็นมรดกจากรุ่นสู่รุ่น

วันศุกร์ ที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

กว่า 3 ทศวรรษแห่งความภาคภูมิใจที่ “Der Momd-เดอมอนด์” ไฟน์จิวเวลรี่เฮ้าส์ชั้นนำของไทยได้นำเสนอผลงานการสร้างสรรค์เครื่องประดับเพชรด้วยคุณภาพเพชรที่ดีเลิศ และความใส่ใจในทุกรายละเอียด จนเป็นหนึ่งแบรนด์จิวเวลรี่ของไทยที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล ทั้งในเอเชีย ออสเตรเลีย และประเทศต่างๆ ในตะวันออกกลาง

ล่าสุด สิรพัฐ พิพัฒน์วีรวัฒน์ ผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์ของเดอมอนด์ ทายาทรุ่นที่ 2ของเดอมอนด์ นำเสนอมุมมองใหม่ของความเป็นลักซ์ชัวรี่ ที่มองว่าการสวมใส่ไฟน์จิวเวลรี่จะไม่เน้นที่จะบ่งบอกฐานะของผู้สวมใส่ แต่จะเป็นสัญลักษณ์ของการแสดงออกถึงตัวตน และเป็นสัญลักษณ์แห่งความรักที่มีความหมายสามารถส่งต่อไปยังรุ่นสู่รุ่นได้

“มุมมองนี้ จะสร้างจุดยืนที่แตกต่างในการออกแบบเครื่องประดับเพชรให้เหมาะสมกับไลฟ์สไตล์ปัจจุบันมากยิ่งขึ้น และเปลี่ยนไฟน์จิวเวลรี่
ของแบรนด์ให้มีความเป็นปัจเจกบุคคล กลายเป็นเรื่องที่เข้าถึงได้ง่าย และสร้างอิสระที่จะใส่ไฟน์จิวเวลรี่ได้ในทุกวัน ให้ทุกคนได้สนุกไปกับการแต่งตัว
ในสไตล์ของตัวเองหรือสะสมเครื่องประดับที่ตัวเองชื่นชอบได้ รวมถึงเพิ่มโอกาสที่จะได้สร้างความทรงจำดีๆ จากไฟน์จิวเวลรี่ของเราได้” สิรพัฐ พิพัฒน์วีรวัฒน์ ผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์ของเดอมอนด์ ทายาทรุ่นที่ 2 ของเดอมอนด์ ที่ก่อตั้งโดย สุนทร และ สายสมร พิพัฒน์วีรวัฒน์ ผู้ที่อยู่ในครอบครัวที่คร่ำหวอดในวงการธุรกิจค้าขายเครื่องประดับเพชรและอัญมณีมาหลายรุ่น กล่าว

พร้อมเผยว่า “กว่า 15 ปี ที่ผมทำงานในธุรกิจเครื่องประดับเพชร ทำให้ผมสังเกตได้ว่าความหมายของคำว่าลักซ์ชัวรี่มีการเปลี่ยนแปลงไปตามยุคสมัย สำหรับเดอมอนด์เอง ลักซ์ชัวรี่ คือ ความอิสระที่จะได้แสดงออกหรือทำสิ่งต่างๆในแบบที่เราอยากทำ และเป็นตัวเราจริงๆ โดยที่เรามีความสุขไปกับมันและไม่ยึดติดกับภาพจำเดิมๆคำว่า “Reimagine Luxury” จึงกลายเป็นแนวความคิดใหม่ของเราในการทำงาน เพื่อที่จะแสวงหาความลักซ์ชัวรี่ในมุมมองใหม่ ที่เน้นการแสดงออกถึงความเป็นตัวตนและไลฟ์สไตล์ของผู้สวมใส่มากขึ้น เดอมอนด์จึงนำเสนอเครื่องประดับในมุมมองใหม่ๆ ด้วยจุดยืนที่แตกต่างนี้

ทั้งนี้ ทางแบรนด์ยังต้องกลับมาคำนึงถึง Heritage ของเราไว้เสมอ เพื่อสร้างเป็น Timeless Treasures ที่สามารถเข้ากับไลฟ์สไตล์ของลูกค้าของเราได้ เราตั้งใจจะเปลี่ยนภาพลักษณ์ของไฟน์จิวเวลรี่ให้เป็นเหมือนสัญลักษณ์แห่งการแสดงออกถึงตัวตน และสัญลักษณ์แห่งความรักที่จะสามารถส่งต่อไปยังรุ่นสู่รุ่น เป็นแรงบันดาลใจให้คนรุ่นใหม่สนใจอยากใส่เพชร อยากให้ทุกคนได้รู้สึกสนุกกับการใส่ไฟน์จิวเวลรี่ และสร้างเดอมอนด์ให้เป็นแบรนด์จิวเวลรี่ของไทยที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล”

ปัจจุบัน เดอมอนด์ ได้นำเสนอไฟน์จิวเวลรี่ในสไตล์ที่ร่วมสมัย มีดีเทลที่เป็นเอกลักษณ์ และมีความหรูหราที่จับต้องได้ มีดีไซน์ที่เน้นเรื่องความสมดุลระหว่างฟังก์ชั่นการใช้งาน และความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ ประกอบกับมาตรฐานการผลิตที่ประณีตที่ใส่ใจในทุกรายละเอียด โดยคำนึงถึงความสวยงามและดูดีที่สุดเมื่อสวมใส่อยู่บนร่างกาย เพื่อสามารถสร้างความมั่นใจให้กับผู้ที่สวมใส่ได้ ทั้งยังควรค่าแก่การสะสมและส่งมอบจากรุ่นสู่รุ่น ซึ่งสิ่งสำคัญต่างๆ เหล่านี้ถูกถ่ายทอดลงไปในไฟน์จิวเวลรี่ของเดอมอนด์ทั้ง 3 กลุ่มคือ เครื่องประดับคอลเลคชั่น เน้นดีไซน์ที่ไร้กาลเวลา สะท้อนความโดดเด่นที่เป็นเอกลักษณ์,เครื่องประดับคลาสสิก ที่เป็น Best-seller มีดีไซน์เรียบง่าย ประณีต มีคุณภาพ สง่างาม หรูหรา อ่อนช้อย ดีเทลที่ประณีต ฟังก์ชั่นและสวมใส่ได้ง่าย แต่สะท้อนให้บุคลิกภาพของผู้สวมใส่ให้ชัดเจนยิ่งขึ้น สามารถสร้างเอกลักษณ์ให้กับทุกลุค

ปิดท้ายกับ เครื่องประดับสำหรับคู่แต่งงานแหวนหมั้นทุกวงของเดอมอนด์ ถูกสร้างสรรค์ขึ้นมาด้วยความพิถีพิถันมากเป็นพิเศษ โดยตลอดระยะเวลา 31 ปี สร้างสรรค์แหวนหมั้นอันทรงคุณค่ามาแล้วกว่า 2,800 คู่ นอกจากนั้น ยังมอบประสบการณ์ในการเลือกซื้อแหวนหมั้น แหวนแต่งงาน ที่ดีที่สุดให้คุณลูกค้าทุกท่าน (Client Experience) ไม่ว่าจะมีความรู้เรื่องเพชรหรือไม่มีความรู้เรื่องเพชรมาก่อน เพื่อสร้างความประทับใจกับแหวนวงสำคัญวงนี้ไปตลอดอายุการใช้งาน หรือกระทั่งส่งต่อให้รุ่นลูกหลาน

“เดอมอนด์ มีความตั้งใจที่จะทำให้เครื่องประดับเพชรที่ดูเข้าถึงยากให้กลายเป็นง่าย ซึ่งผมเชื่อว่าทุกคนมีสิทธิ์ที่จะเข้าถึงไฟน์จิวเวลรี่ได้และมีอิสระที่จะใส่ไฟน์จิวเวลรี่ได้ทุกวัน จึงอยากส่งเสริมให้ทุกคนได้สนุกไปกับการแต่งตัวในสไตล์ของตัวเองอย่างไร้ความรู้สึกกังวล เพื่อให้ทุกคนได้มีโอกาสที่จะได้สร้างความทรงจำดีๆ จากไฟน์จิวเวลรี่ของเรา และเป็นแรงบันดาลใจให้คนรุ่นใหม่สนใจอยากใส่เพชรมากยิ่งขึ้น

ความเชื่อนี้ทำให้เราไม่หยุดพัฒนาและมักจะตั้งคำถามอยู่เสมอ ในอนาคตเราจะตั้งใจจะสร้าง Luxury Experience ของเราให้มีความเข้าถึงง่ายขึ้น โดยเริ่มตั้งแต่การเริ่มออกแบบสินค้า ลักษณะการสวมใส่ การพรีเซ็นต์สินค้า การให้ความรู้ และการบริการ รวมไปถึงองค์ประกอบต่างๆ ที่ลูกค้าเข้ามาสัมผัส ให้มีความผ่อนคลายมากขึ้น และขยายขอบเขตของสิ่งเดิมที่มีอยู่ รวมทั้งเพิ่มแนวความคิดใหม่ๆ ที่จะทำให้ประสบการณ์ของลูกค้าน่าจดจำมากยิ่งขึ้น” สิรพัฐ กล่าวทิ้งท้าย

ปัจจุบันร้านเดอมอนด์มีทั้งหมด 4 ทุกสาขา สยามพารากอน/ ซีคอนสแควร์ ศรีนครินทร์/ เมกาบางนา และเซ็นทรัล พัทยา บีท และค้นหาเรื่องราวและกิจกรรมของ “เดอมอนด์” ได้ที่ https://www.facebook.com/dermondjewelry/หรือ https://www.instagram.com/dermond_jewelry/ และ https://www.dermond.co.th/

คุณแหน : 30 มิถุนายน 2566

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/740614

วันศุกร์ ที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ll ดร.ณัฐพล ณัฏฐสมบูรณ์ รองปลัดกระทรวงดีอีเอส เป็นประธานเปิดงาน Thailand Software Fair 2022 มหกรรมรวมซอฟต์แวร์ไทย ยกระดับธุรกิจสู่ดิจิทัล จัดโดยสมาคมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ไทย..

ll สำรวย เกษกุล รอง ผวจ.ศรีสะเกษ เปิดโครงการฝึกอบรมเพิ่มทักษะการพัฒนากสิกรรมสู่ระบบเศรษฐกิจพอเพียงรูปแบบ โคก หนอง นาและการสร้างและพัฒนาพื้นที่ต้นแบบในการพัฒนาคุณภาพชีวิตตามหลักทฤษฎีใหม่ประยุกต์สู่เขตพัฒนาเศรษฐกิจพอเพียง จ.ศรีสะเกษ..

ll เพื่อนๆ ยินดีกับ ชูเกียรติ มาลินีรัตน์ ที่ได้เป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ในคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล..

ll วงดาว ถนอมบูรณ์เจริญ พร้อมชาวกลุ่ม DT ชวนเพื่อนๆ Digital CEO#5 กว่า 50 คน ไปล่องเรือแม่น้ำเจ้าพระยาและชมพลุ งานนี้ใช้เรือขนาดจุได้ 3-4 ร้อยคนซึ่ง ดร.คณพศ นิจสิริภัช,อโรชา นันทมนตรี,ศ.นพ.ก้องเกียรติ กูณฑ์กันทรากร,ดร.จรวยพรภัทรลีสมสิริ,วีณา เลิศนิมิตร,นวชัย เกียรติก่อเกื้อ,ดร.เอื้อมพร ปัญญาใส,นพ.อดิศร วิตตางกูร,ดร.โชคชัย เอี่ยมฤทธิไกร,วัลภา สถิรชวาล,ปารณีย์ อำนวยรักษ์สกุล,ณรงค์ฤทธิ์โชตินุชิตตระกูล,ไชยวุธ จาตุรงคกุล,พิมรา ศรีสุกใส,เอกชัย ตั้งรัตนาวล,พญ.แคทรียา เทนสิทธิ์,ดร.ศิพัฒน์ ไตรอุโฆษ,ราชิต ไชยรัตน์,วิศิษฏ์ เตชาวัฒนากูล ไม่พลาด..

ll ภูกิจดิศธรานนท์ และทีมบริหาร บจ.เรียล สมาร์ทสุดปลื้มที่หลังจากเพิ่งได้รับรางวัลเกียรติคุณด้านองค์กรนวัตกรรมดีเด่นในงานมอบรางวัลนวัตกรรม ล่าสุด บจ.เรียล สมาร์ทก็ได้รับรางวัลพระราชทานในสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ อีก 2 รางวัล คือ SMEs Excellence Awards รางวัลความเป็นเลิศในธุรกิจบริการประเภท Gold Award และรางวัลแห่งความเป็นเลิศด้านการบริหารจัดการดิจิทัล(Thailand Digital ExcellenceAwards)ประเภท Digital Enablement Award โดยมี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชานายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธี..

llมิตรสหายร่วมยินดีกับ ภก.คงเกียรติ ฉัตรหิรัญทรัพย์ ซีอีโอ บียอนด์ เทรนนิ่งคว้ารางวัลผู้ประกอบการดีเด่นด้านการใช้เทคโนโลยีซอฟต์แวร์ไทย เพื่อพัฒนาองค์กร(ATSI-Digital Entrepreneur Award)หมวดธุรกิจการศึกษาและอีเลิร์นนิ่ง จัดโดยสมาคมอุตสาหกรรมซอฟต์แวร์ไทย..

ll ทรรฐวิลี วิวัชร์ธนคุณ วันเกิดปีนี้ถวายหมูปิ้งและชงน้ำปานะถวายพระเณร พร้อมไปปล่อยปลา 100 กก. แล้วพาเหล่าลูกน้องไปเลี้ยงข้าว ตกเย็นไล่โทรขอพรผู้ใหญ่ที่นับถือทั้งหลาย..

ll น้องๆ เภสัชฯ มช. ชื่นชม ภก.อรรถพล อุดมวนิช แม้อายุย่าง 75 ปี แต่ก็แข็งแรงมากไปร่วมเดินขึ้นดอยงานรับน้อง มช. ทุกปี..ll

น้องใหม่

ชวนสายคราฟต์มาสโลว์ไลฟ์ในงาน‘sacit Craft Fair’ ช็อปศิลปหัตถกรรมไทยวิถี Eco Trend

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/740615

ชวนสายคราฟต์มาสโลว์ไลฟ์ในงาน‘sacit Craft Fair’  ช็อปศิลปหัตถกรรมไทยวิถี Eco Trend

ชวนสายคราฟต์มาสโลว์ไลฟ์ในงาน‘sacit Craft Fair’ ช็อปศิลปหัตถกรรมไทยวิถี Eco Trend

วันศุกร์ ที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ภาวี โพธิ์ยี่ พร้อมด้วย ดวงตา พงษ์วิไลย์ และ ทวีพร พรุ่งจำรัส Miss Grand Thailand 2023 เยี่ยมชมร้านผ้าไทย

“sacit” ชวนสายคราฟต์มาสโลว์ไลฟ์ สโลว์ใจในงาน “sacit Craft Fair” ประจำปี 2566 ช็อปงานคราฟต์ดีไซน์ร่วมสมัยและงานศิลปหัตถกรรมไทย ในวิถี Eco Trend เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมกว่า 45 ร้านค้า ที่พร้อมใจกันขับเคลื่อนเพื่อโลกที่ยั่งยืน ด้วยสินค้าไอเดียคนไทย และกิจกรรมบันเทิงครบรสที่เดอะมอลล์ ไลฟ์สโตร์ ท่าพระ โดยหลังจากนี้เตรียมพบกันครั้งที่ 3วันที่ 4-10 กรกฎาคม เซ็นทรัล พระราม 9 และครั้งที่ 4 วันที่ 17-23 สิงหาคม เดอะมอลล์ โคราช

นายภาวี โพธิ์ยี่ รักษาการแทนผู้อำนวยการสถาบันส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทย กล่าวว่า สถาบันส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทย (องค์การมหาชน) หรือ sacit จัดงาน “sacit Craft Fair” ประจำปี 2566 ภายใต้แนวคิด “Sustainspiration” ซึ่งเป็นการรวมกันระหว่าง Sustainability +Inspiration เมื่อแรงบันดาลใจถูกเจียระไนผ่านกาลเวลา ผ่านภูมิปัญญาทักษะแบบดั้งเดิม จนกระทั่งโลกได้เดินทางสู่เทรนด์แบบสมัยนิยม ถ่ายทอดเรื่องราวความเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และขับเคลื่อนเป็นผลงาน “คราฟต์บันดาลใจสู่ความยั่งยืน” งานคราฟต์เหล่านี้ จึงไม่เพียงแต่ยกระดับ สร้างมูลค่าเพิ่ม แต่ยังสร้างความยั่งยืนให้แก่ชุมชน และโลกได้ถึงขีดสุด

ด้วยแนวคิดนี้ sacit ยังคงนำเสนอผลิตภัณฑ์และผลงานศิลปหัตถกรรมไทย ที่แสดงถึงการต่อยอดทักษะความคิดสร้างสรรค์ของผู้ผลิต ที่มีความเข้าใจด้าน BCG Model ด้านการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับวัสดุที่มีในท้องถิ่น วัสดุเหลือใช้หรือของที่มีมากในชุมชน ไปจนถึงกระบวนการผลิตที่ไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม สร้างขยะน้อยที่สุด แต่เพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์ได้มากที่สุด ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแฟชั่นแบบยั่งยืน หรือ Sustainable Fashion โดยสนับสนุนสินค้าประเภท Slow Fashion เป็นสินค้าที่ถูกสร้างและผลิตขึ้น เพื่อนำไปสู่โลกที่สมดุลมากกว่าเดิม และยังตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนเมืองในปัจจุบันได้ ซึ่งงานในครั้งนี้จะช่วยสร้างโอกาส สร้างรายได้และเพิ่มช่องทางการกระจายสินค้าหัตถกรรมไทยให้เป็นที่รู้จักเพิ่มมากขึ้น

สำหรับการจัดงาน “sacit Craft Fair ” ประจำปี 2566 ในปีนี้ได้รับความร่วมมือที่ดียิ่งจากบริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด ซึ่งในวันนี้เราจัดงานขึ้นที่เดอะมอลล์ ท่าพระ ตั้งแต่วันที่ 22-28 มิถุนายน 2566 รวม 7 วัน โดยมีร้านจำหน่ายผลิตภัณฑ์งานคราฟต์กว่า 45 ร้านอาทิ เครื่องแต่งกาย เครื่องประดับเครื่องเงิน เครื่องทอง เครื่องปั้นดินเผา ของตกแต่งบ้าน งานจักสานงานโลหะ งานผ้า งานกระดาษ งานไม้ ซึ่งงานเหล่านี้ ส่วนใหญ่เป็นสินค้าแบบ Sustainable Fashion หรือ Slow Fashion คุณภาพดี ผลิตอย่างใส่ใจ ไม่ต้องวิ่งตามกระแส

ด้าน ดวงตา พงษ์วิไลย์ ผู้อำนวยการใหญ่การตลาด เดอะมอลล์ ช้อปปิ้งเซ็นเตอร์ กล่าวว่า ทางบริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด ต้องขอขอบคุณสถาบันส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทย (องค์การมหาชน) หรือ sacit ที่ให้เกียรติในการใช้สถานที่จัดงานมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งที่ผ่านมามีกระแสตอบรับจากประชาชนกลุ่มคนรักงานคราฟต์เป็นอย่างดี และยิ่งในปีนี้sacit ได้ชูไฮไลท์ BCG Model ซึ่งเป็นเทรนด์นิยมของผู้บริโภคปัจจุบัน จึงมีแนวโน้มที่ผู้บริโภคจะมาเที่ยวงานนี้เพิ่มมากขึ้น จึงต้องขอขอบคุณ sacit เป็นอย่างยิ่ง ที่ให้เรามีส่วนร่วมกับกิจกรรมดีๆ อีกครั้ง

นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมบันเทิงครบรส เติมเต็มบรรยากาศการช้อปปิ้งให้สนุกขึ้น ทั้งการแสดงดนตรีสดทุกวัน, โชว์พิเศษจากศิลปินดารา พร้อมพูดคุยเกี่ยวกับ Sustainspiration “คราฟต์บันดาลใจสู่ความยั่งยืน” เชื่อมโยงกับเรื่อง BCG และ Soft Power อาทิ ทวีพร พรุ่งจำรัส Miss Grand Thailand 2023, ว่าน วันวาน, YourMood,จีน่า วิรายา, DoubleBam, ปิงปอง ธงชัย มาสโลว์แฟชั่น แล้ว Go Greenไปด้วยกัน

สำหรับผู้ที่สนใจ sacit Craft Fair พบกันงานครั้งที่ 3 ระหว่างวันที่ 4-10 กรกฎาคม เซ็นทรัล พระราม 9,ครั้งที่ 4 วันที่ 17-23 สิงหาคม เดอะมอลล์ โคราช สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมโทร.1289 หรือติดตามได้ทาง http://www.facebook.com/sacitofficial

COS ร่วมกับศิลปินดัง STEPHEN DOHERTY เฉลิมฉลองช่วงซัมเมอร์นี้ไปกับคอลเลคชั่นแคปซูล

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/740616

COS ร่วมกับศิลปินดัง STEPHEN DOHERTY  เฉลิมฉลองช่วงซัมเมอร์นี้ไปกับคอลเลคชั่นแคปซูล

COS ร่วมกับศิลปินดัง STEPHEN DOHERTY เฉลิมฉลองช่วงซัมเมอร์นี้ไปกับคอลเลคชั่นแคปซูล

วันศุกร์ ที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

COS แบรนด์แฟชั่นจากอังกฤษ มีประกาศความร่วมมือครั้งล่าสุดกับ สตีเฟน โดเฮอธี (Stephen Doherty) ศิลปินผู้ทำงานข้ามสาขาจากแมนเชสเตอร์ผลงานลิมิเต็ดอิดิชั่น
ที่มาพร้อมกับงานสร้างสรรค์ลวดลายดอกไม้สุดพิเศษด้วยฝีมือและความตั้งใจผ่านเส้นสายของหมึกและเทคนิคสีน้ำชวนให้เห็นภาพรวมของการแต่งตัวในฤดูร้อนนี้ได้เป็นอย่างดีผลงานนำเสนอการเบ่งบานของดอกไม้โดยการร่วมมือกันในครั้งนี้ถือเป็นการเฉลิมฉลองให้กับความสวยงามของธรรมชาติในรูปแบบที่งดงามที่สุด

นี่คือการทำงานร่วมกันของโลกแห่งศิลปะและแฟชั่นภายในคอลเลคชั่นประกอบไปด้วยเสื้อผ้าและเครื่องประดับ 17 รายการที่เป็นตัวแทนนำเสนอความงดงามด้วยจินตนาการภาพดอกไม้ของสตีเฟนบนแคนวาสในรูปแบบผ้าไหมและผ้าลินินเปลี่ยนภาพโครงสร้างเสื้อผ้าสุดคลาสสิกของ COS ให้แตกต่างจากที่เคยชุดเสื้อผ้าในคอลเลคชั่นนี้แต่ละชิ้นออกแบบเพื่อให้สามารถจับมิกซ์และแมทช์ให้เข้ากัน เกิดเป็นสไตล์ที่หลากหลายได้ไม่รู้จบสวมใส่ได้หลายรูปแบบทั้งทางการหรือในโอกาสพิเศษ

การใส่ใจกับทักษะฝีมือด้วยงานปักลูกปัดด้วยความประณีตอย่างสูงสุดในส่วนของเสื้อเกาะอกส่วนของการตกแต่งช่วงเอวสร้างเป็นสไตล์ที่หลากหลายและองค์ประกอบอื่นๆ ที่ใช้งานได้จริงลายพิมพ์ดอกไม้ยังปรากฏอยู่บนเครื่องประดับต่างๆ รวมถึงบนรองเท้าแตะ หรือผ้าพันคอผ้าไหม

คอลเลคชั่นแคปซูลพร้อมวางจำหน่ายแล้วที่ COS สาขาสยามพารากอนเท่านั้น

‘จริงใจ มาหา…นคร’สะท้อนความสำเร็จ‘โครงการ จริงใจ Farmers’ Market’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/740611

‘จริงใจ มาหา...นคร’สะท้อนความสำเร็จ‘โครงการ จริงใจ Farmers’ Market’

‘จริงใจ มาหา…นคร’สะท้อนความสำเร็จ‘โครงการ จริงใจ Farmers’ Market’

วันศุกร์ ที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

(ซ้าย) พิริยะ กมลเดชเดช, ญนน์ โภคทรัพย์, ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์, กีรติ รัชโน, พิชัย จิราธิวัฒน์, บุษบา จิราธิวัฒน์ และ อรุษ นวราช ร่วมเปิดงาน

ปิดฉากลงแล้วสำหรับงาน “จริงใจ มาหา…นคร” สะท้อนความสำเร็จของโครงการ จริงใจ Farmers”Market ทั้ง 33 จังหวัด ซึ่งเป็นตลาดค้าปลีกรูปแบบใหม่ที่เปิดโอกาสให้เกษตรกรมาจำหน่ายสินค้าโดยไม่ผ่านพ่อค้าคนกลาง โดยบริษัท เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ CRC ร่วมกับโครงการเซ็นทรัล ทำโครงการด้านความยั่งยืนของกลุ่มเซ็นทรัลเดินหน้าผลักดันและพัฒนาคุณภาพสินค้าพร้อมสร้างรายได้คืนสู่ชุมชนอย่างต่อเนื่อง เพื่อช่วยให้เกษตรกรไทยมีคุณภาพชีวิตที่ดีและมีรายได้ที่ยั่งยืน พร้อมคาดการณ์ภายในสิ้นปี 2566 ตลาดจริงใจ Farmers’ Market จะมีทั้งสิ้น 39 สาขาใน 34 จังหวัดทั่วไทย และครอบคลุม10,360 ครัวเรือน

งานมหกรรมสินค้าจากชุมชนเกษตรกรทั่วไทย “จริงใจ มาหา…นคร”ได้ยกขบวนสินค้าผลผลิตทางการเกษตร 4 ภาค ทั้งผักผลไม้ปลอดสารพิษผลผลิตแปรรูป, งานหัตถกรรม, สินค้า GI และของดีประจำท้องถิ่นมากกว่า 1,000 รายการ ส่งตรงจากเกษตรกรไทยจาก 33 จังหวัดทั่วประเทศ มาจำหน่าย ณศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ โดยพิธีเปิดงานได้รับเกียรติจาก กีรติ รัชโน ปลัดกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธานเปิดงาน

พิชัย จิราธิวัฒน์ กรรมการบริหาร กลุ่มเซ็นทรัล กล่าวว่า งาน “จริงใจ มาหา…นคร” เป็นการสะท้อนความสำเร็จของโครงการ จริงใจ Farmers’ Market ทั้ง 33 จังหวัด ซึ่งเป็นตลาดค้าปลีกรูปแบบใหม่ที่เปิดโอกาสให้เกษตรกรมาจำหน่ายสินค้าได้โดยไม่ผ่านพ่อค้าคนกลาง โดยมุ่งไปที่ผักผลไม้ปลอดภัย ปลอดสารพิษ และเกษตรอินทรีย์ รวมถึงอาหารพร้อมรับประทาน โดยคอนเซ็ปต์การดำเนินงานจริงใจ มาหา…นคร ปีนี้ได้คำนึงถึงการปรับเปลี่ยนการใช้วัสดุอุปกรณ์ในการจัดงาน (CarbonNeutral) ที่ไม่ส่งผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม ตั้งแต่การ Reuse วัสดุภายในงาน จนถึงเมื่อใช้งานแล้วจะนำกลับมาใช้ซ้ำหรือนำไป Recycle อย่างถูกวิธี รวมไปถึงการคำนวณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากกิจกรรมที่เกิดขึ้นทั้งหมด ตั้งแต่การใช้ไฟฟ้าการเดินทางของผู้มาร่วมงาน อาหารและเครื่องดื่ม ตลอดจนขยะที่เกิดขึ้นภายในงาน และจะทำการชดเชยปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้เท่ากับศูนย์ เพื่อเป็นต้นแบบของการจัดกิจกรรมที่มีความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมและลดผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ

(ซ้าย) บรูน่า ซิลวา, จรสพรรณ สวัสดิวัตน์ ณ อยุธยา,ฐิติพงษ์ ล้อประเสริฐ

ญนน์ โภคทรัพย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ CRC กล่าวว่า จากความตั้งใจของเซ็นทรัล รีเทล ที่มุ่งมั่นขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากด้วยการสร้างรายได้ สร้างงาน สร้างอาชีพ สร้างชุมชน และสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างยั่งยืน ด้วยแนวคิด Creating Shared Value (CSV) นำมาสู่จุดเริ่มต้นในการช่วยเหลือเกษตรกรให้มีอาชีพ รายได้และมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นอย่างยั่งยืน โดยเราได้ใช้ศักยภาพ ประสบการณ์ ความเชี่ยวชาญและองค์ความรู้ต่างๆ ในการทำงานร่วมกันกับเกษตรกรอย่างเป็นระบบตั้งแต่ต้นทางจนถึงปลายทาง เพื่อเพิ่มช่องทางจัดจำหน่ายและเพิ่มมูลค่าสินค้าทางการเกษตร จนสามารถขับเคลื่อนเศรษฐกิจชุมชนให้เป็นรูปธรรม และต่อยอดมาเป็นโครงการ ตลาดจริงใจ Farmers’ Market ที่ชูจุดเด่นเรื่องการคัดสรรผักผลไม้ปลอดภัย ปลอดสารพิษ มาวางจำหน่ายในห้างสรรพสินค้าและซูเปอร์มาร์เก็ตในเครือของเซ็นทรัล รีเทลได้เป็นผลสำเร็จ ทำให้เกษตรกรสามารถขายสินค้าได้โดยตรงกับผู้บริโภค สามารถสร้างรายได้กลับคืนสู่ชุมชนและเกษตรกรไปแล้วกว่า 1,094 ล้านบาท ทั้งยังเป็นตลาดต้นแบบที่ปลอดถุงพลาสติก 100% โดยได้เริ่มสาขาแรกที่ท็อปส์ มาร์เก็ต เซ็นทรัลพลาซา อุดรธานี เมื่อปีพ.ศ. 2561 จนประสบความสำเร็จ และกลายเป็นโมเดลต้นแบบในหลายพื้นที่ทั่วไทย โดยในปี 2565 มีตลาดจริงใจ Farmers’ Market ทั้งหมด 33 สาขาใน 28 จังหวัด รวม 9,696ครัวเรือน สร้างยอดขายถึง 250 ล้านบาทพร้อมทั้งคาดการณ์ว่าภายในสิ้นปี 2566ตลาดจริงใจ Farmers’ Market จะมีทั้งสิ้น 39 สาขา ใน 34 จังหวัดทั่วไทย และครอบคลุม 10,360 ครัวเรือน

จุ๋ย-จรสพรรณ สวัสดิวัตน์ ณ อยุธยา กล่าวว่า งานนี้ได้เปิดโอกาสให้คนกรุงเทพฯ ได้รู้ว่าประเทศเรามีของดีมากมายขนาดไหน จากการได้มาเดินเที่ยวแค่งานเดียว ที่ผ่านมาเราเองก็เห็นมาตลอดว่าโครงการ CSV ที่เซ็นทรัลทำมีมากมาย แต่บางทีเราเองอาจจะไม่รู้ในรายละเอียด พอมางานนี้ได้มีโอกาสเดินไปที่โซน Central Tham Communities ได้ฟังเกษตรกรผู้เพาะปลูกตัวจริงมาเล่าเรื่องเกี่ยวกับสินค้าที่เขามาขายสินค้า ทำให้เรารู้เรื่องราวความเป็นมาและสิ่งที่เซ็นทรัลทำเข้าไปช่วยเหลือ สำหรับตลาดจริงใจ Farmers’ Market เราเองก็เห็นอยู่ที่วางขายหน้าท็อปส์และได้อุดหนุนสินค้าบ่อยๆ อยู่แล้ว เพราะชอบตรงที่คอนเซ็ปต์ที่ให้เกษตรกรสามารถขายสินค้าได้โดยตรงกับผู้บริโภค โดยไม่ผ่านพ่อค้าคนกลาง สิ่งนี้ทำให้สามารถสร้างรายได้กลับคืนสู่ชุมชนและเกษตรกรได้แบบทางตรงเลยเชื่อว่าโครงการลักษณะนี้จะทำให้ความเป็นอยู่ของเกษตรกรชาวไทยอยู่ได้อย่างยั่งยืน

‘ห้างโรบินสัน’ รีเทิร์นซิกเนเจอร์แคมเปญแห่งปี ‘ROBINSON SALESATION #2 รักสิ่งไหนเอาไปลดสิ่งนั้น’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/740678

‘ห้างโรบินสัน’ รีเทิร์นซิกเนเจอร์แคมเปญแห่งปี  ‘ROBINSON SALESATION #2 รักสิ่งไหนเอาไปลดสิ่งนั้น’

‘ห้างโรบินสัน’ รีเทิร์นซิกเนเจอร์แคมเปญแห่งปี ‘ROBINSON SALESATION #2 รักสิ่งไหนเอาไปลดสิ่งนั้น’

วันพฤหัสบดี ที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 20.21 น.

ความสำเร็จของแคมเปญ ROBINSON SALESATION #1 ในไตรมาสแรก มี.ค.66 ดันยอดขายเติบโตกว่า 23% และมีทราฟฟิกเพิ่มขึ้นถึง 11% เมื่อเทียบกับช่วงไตรมาสแรกของปี 65 “ROBINSON SALESATION #2 (โรบินสัน เซลเซชั่น #2) รักสิ่งไหนเอาไปลดสิ่งนั้น” ด้วยความคุ้มค่าครองใจครอบครัวสายช้อปทั่วไทย กับสแตมป์ส่วนลดและเครดิตเงินคืนรวมสูงสุด 2,800 บาท เมิ่อช้อปครบตามเงื่อนไข และการกลับมาอีกครั้งของกิจกรรมพิเศษทุกวันเสาร์กับการแจกสติกเกอร์ส่วนลดสูงสุด 90% พร้อมส่วนลดจากแบรนด์และร้านค้าที่ร่วมรายการอีกมากมาย รวมทั้งดีลโปรโมชั่นสุดพิเศษแบบจัดเต็มตลอดแคมเปญฯ ตั้งแต่วันที่ 29 มิ.ย. 66 – 16 ก.ค. 66 ที่ห้างโรบินสันทุกสาขา และทุกช่องทางการช้อปปิ้งสุดสะดวกของห้างฯ Live สุดคุ้ม “ROBINSON SALESATION #2” ที่แจกหนักไม่แพ้มาห้างฯ ในวันที่ 7 ก.ค.66 เวลา 17.30 น.เป็นต้นไป ทาง Facebook Fanpage: Robinson Department Store เปญฯ ในทุกแพลทฟอร์ม ผ่านดารา อินฟลูเอนเซอร์ทั้งในและนอกองค์กร เพื่อสร้างกระแสในสื่อออฟไลน์ และออนไลน์ที่ครอบคลุมและเข้าถึงครอบครัวสายช้อปทั่วไทย 15% และมีทราฟฟิกเพิ่มขึ้นราว 10% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 65

สเตฟาน จูเบิร์ท 

นายสเตฟาน จูเบิร์ท ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส ฝ่ายสื่อสารการตลาด บริษัท โรบินสัน จำกัด (มหาชน) ในเครือเซ็นทรัล รีเทล กล่าวตอกย้ำการเป็นผู้นำของเดสติเนชั่นแห่งการช้อปคุ้มในตลาดรีเทลว่า “คงปฏิเสธไม่ได้ว่า ROBINSON SALESATION ได้กลายเป็นซิกเนเจอร์แคมเปญที่เข้าไปอยู่ในใจของครอบครัวลูกค้าห้างโรบินสันไปแล้วเป็นที่เรียบร้อย เพราะนอกจาก “ความคุ้มค่า” ที่ตอบโจทย์อินไซด์นักช้อปในยุคเศรษฐกิจฟื้นตัวเช่นนี้ แคมเปญฯ ยังมี “ความสนุก” ที่ถือเป็นดีเอ็นเอสำคัญของห้างโรบินสันในการสร้างความสุขให้ทุก ๆ วันของชีวิต จนกลายเป็นอีกหนึ่งแคมเปญของห้างฯ ที่นักช้อปต่างรอคอย ด้วยเหตุนี้จึงเป็นที่มาของการจับมือพันธมิตรแบรนด์และร้านค้าชั้นนำต่าง ๆ จัด ‘ROBINSON SALESATION #2’ ขึ้นอีกครั้ง ในคอนเซ็ปต์ ‘รักสิ่งไหน เอาไปลดสิ่งนั้น” ซึ่งเรายังคงมอบความคุ้มค่าผ่านกิจกรรมแจกสติกเกอร์ส่วนลดสูงสุด 90% และเพิ่มความพิเศษด้วยการเพิ่มจำนวนการแจกสติกเกอร์ส่วนลด 20 – 90% และคูปองส่วนลดจากแบรนด์ชั้นนำและร้านค้าที่ร่วมรายการ รวมทั้งยังคงจัดเต็มกับ Lucky items และโปรโมชั่นสุดพิเศษตลอดแคมเปญฯ บนแพลทฟอร์มที่แข็งแกร่งของเราทั้งห้างฯ และออนไลน์ อีกทั้งเราได้วางแผนสื่อสารแคมเปญฯ นี้ผ่านการใช้ดารา อินฟลูเอนเซอร์ทั้งในและนอกองค์กรทั่วทุกภูมิภาคของประเทศ เพื่อสร้างการรับรู้ จดจำแคมเปญฯ ทั้งในสื่อออฟไลน์ และออนไลน์ที่มีศักยภาพครอบคลุมและเข้าถึงกลุ่มครอบครัวลูกค้าห้างโรบินสันทั่วไทย จึงทำให้เรามั่นใจว่าแคมเปญฯ ในครั้งนี้จะมอบความคุ้มค่าและความสุขสนุกในการช้อปปิ้งที่มากขึ้น และได้รับการตอบรับที่ดีจากครอบครัวลูกค้าห้างโรบินสันไม่แพ้ครั้งที่ผ่านมาอย่างแน่นอน

นพดล พลายระหาญ

ด้าน นายนพดล พลายระหาญ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ฝ่ายการตลาด บริษัท โรบินสัน จำกัด (มหาชน) ในเครือเซ็นทรัล รีเทล กล่าวถึงปรากฏการณ์ความคุ้มที่โลกต้องจำของ ROBINSON SALESATION เพิ่มเติมว่า “จากความสำเร็จของแคมเปญฯ ในไตรมาสแรกช่วงเดือน มี.ค. 66 ที่ผ่านมาในห้างโรบินสันทุกสาขาทั่วประเทศ ที่มีจำนวนครอบครัวลูกค้าห้างโรบินสันที่เข้าร่วมกิจกรรมแจกสติกเกอร์ทั้งหน้าร้านและออนไลน์เพิ่มขึ้นถึง 60% โดยกลุ่มสินค้าที่ได้รับความนิยม คือ สินค้าแฟชั่นสตรี, สินค้านาฬิกาและเครื่องประดับ, สินค้า YOUNG FASHION และแฟชั่นผู้ชาย ตามลำดับ ซึ่งส่งผลให้ยอดขายของแคมเปญฯ เติบโตราว 23% เมื่อเทียบกับช่วงไตรมาสแรกของปี 65 เราจึงเดินหน้าต่อยอดความสำเร็จสร้างปรากฏการณ์ความคุ้มแบบต่อเนื่องกับแคมเปญ ‘ROBINSON SALESATION #2 รักสิ่งไหนเอาไปลดสิ่งนั้น’ ซึ่งเราการันตีถึงความคุ้มค่าที่มากขึ้นจากความร่วมมือจากพันธมิตรแบรนด์ ร้านค้าชั้นนำ บัตรเครดิตเซ็นทรัล เดอะวัน และบัตรเครดิตชั้นนำที่ร่วมรายการ ที่พร้อมใจร่วมมอบความคุ้มค่าผ่าน “สติกเกอร์ส่วนลด” และดีลโปรโมชั่นสุดพิเศษอีกมากมาย โดยเราคาดว่าแคมเปญฯ จะมีความคึกคัก และช่วยกระตุ้นการจับจ่ายของครอบครัวลูกค้าห้างโรบินสันและในเศรษฐกิจภาพรวมได้เป็นอย่างดี อีกทั้งเราประเมินว่าแคมเปญฯ จะช่วยดันยอดขายเดือนแรกของครึ่งปีหลังโตราว 15% และมีทราฟฟิกเพิ่มขึ้นราว 10% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 65

META COSMIC โชว์นวัตกรรมใหม่ ‘เขย่า ฉีด เช็ด’ พร้อมดึง ‘แน็ก ชาลี’ นั่งพรีเซนเตอร์ชายคนแรก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/740543

META COSMIC โชว์นวัตกรรมใหม่ ‘เขย่า ฉีด เช็ด’ พร้อมดึง ‘แน็ก ชาลี’ นั่งพรีเซนเตอร์ชายคนแรก

META COSMIC โชว์นวัตกรรมใหม่ ‘เขย่า ฉีด เช็ด’ พร้อมดึง ‘แน็ก ชาลี’ นั่งพรีเซนเตอร์ชายคนแรก

วันพฤหัสบดี ที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 14.33 น.

บริษัท META COSMIC เดินหน้าลุกตลาดมูสกำจัดขนสูตรเย็นเจ้าแรกของไทยอย่างต่อเนื่อง กับคุณสมบัติที่โดดเด่น “อ่อนโยนและปลอดภัยต่อผิวหนัง” พร้อมดึงหนุ่มสุดฮอต “แน็ก ชาลี” เป็นพรีเซนเตอร์ชายคนแรก เพื่อการันตรีว่า Cosmic เป็นผลิตภัณฑ์ที่สามารถกำจัดขนได้จริงทั้งผู้ชายและผู้หญิง

มูสกำจัดขน Cosmic ถือเป็นการนำเอานวัตกรรม มูส มาใช้ในการกำจัดขนเป็นเจ้าแรกๆของไทย และมีชื่อเสียงโด่งดัง  ในตลาดออนไลน์เป็นอย่างมาก มีรีวิวยืนยันคุณภาพจริงจากลูกค้ามากมาย ส่งผลให้สามารถขยายฐานลูกค้าออกไปได้อย่างรวดเร็ว เมื่อพูดถึงมูสกำจัดขน เชื่อว่า Cosmic จะเป็นแบรนด์แรกๆที่ลูกค้านึกถึงเสมอมา

อีกจุดแข็งของ Cosmic ที่มีความโดดเด่น คือ ใช้แล้วขนหลุดเกลี้ยงจริง และอ่อนโยน ไม่ระคายเคือง ไม่ทำร้ายผิว และยังเป็นแบรนด์เดียวที่ทำมูสเป็นสูตรเย็น ทำให้สินค้ามีความแตกต่างจากแบรนด์คู่แข่ง และก้าวนำคนอื่นอยู่เสมอ  สร้างยอดขายมากกว่า 2,000,000 กระป๋อง

คุณสมบัติผลิตภัณฑ์ “Cosmic มูสกำจัดขนสูตรเย็นเจ้าแรกในไทย”

Cosmic ถนอมผิวเย็นสบาย ปลอดภัยด้วยสารสกัดจากธรรมชาติ  ไม่ว่าจะเป็น บีเทน (Betaine) จากบีทรูท ที่ให้ความชุ่มชื้น ลดการระคายเคือง, พาราฟินเหลว (Paraffinum Liquidum) ช่วยลดการระคายเคืองและการแพ้, เมล็ดมีโดว์โฟม (Meadowfoam Amidopropyl) ช่วยลดการสูญเสียน้ำของผิว, สารสกัดกำยาน (Boswellia Serrata Gumi) ช่วยลดการอักเสบ ช่วยกู้ผิวไม่ให้เสื่อมโทรม, ไขมันปาล์ม (Hydrogenated Palm) ช่วยให้ผิวเนียนนุ่ม, โปตัสเซียมไทโอไซยาเนต (Potassium Thiocyanate) ช่วยกำจัดขนได้อย่างอ่อนโยน

Cosmic เอาอยู่ทุกปัญหาขน ไม่ว่าจะเป็นปัญหา ขนรักแร้ ขนหน้าอก ขนน้องสาว ขนแขน ขนขา พร้อมให้ความรู้สึกเย็นสบายไม่ทำร้ายผิว ที่สำคัญใช้ได้ทั้งชายและหญิง ไม่มีส่วนผสมของน้ำมันแร่ พาราเบน และซิลิโคน ทำให้ไม่เกิดการอุดตันของรูขุมขน และที่สำคัญไม่ทำให้เกิดอาการคันอีกด้วย เพียง 3 ขั้นตอนง่ายๆ “เขย่า ฉีด เช็ด” **ยกเว้นผิวหน้า ควรทดสอบการระคายเคืองก่อนใช้ในทุกครั้ง และเช็ดผิวอย่างเบามือ เพื่อลดการระคายเคืองของผิวอันเป็นที่รักของคุณ