MTW โฮลดิ้งเชื่อมั่นผลประกอบการไตรมาส2เติบโตอย่างต่อเนื่องเกินคาด

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/740512

MTW โฮลดิ้งเชื่อมั่นผลประกอบการไตรมาส2เติบโตอย่างต่อเนื่องเกินคาด

MTW โฮลดิ้งเชื่อมั่นผลประกอบการไตรมาส2เติบโตอย่างต่อเนื่องเกินคาด

วันพฤหัสบดี ที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 13.20 น.

หลังจาก MTW ในฐานะผู้ประกอบธุรกิจผลิตและจำหน่ายเสื้อผ้าสำเร็จรูปภายใต้เครื่องหมายการค้าของบริษัทและรับจ้างผลิตตามคำสั่งซื้อของลูกค้า (OEM) และได้นำกำไรมาลงทุนในธุรกิจผลิตและจำหน่ายรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าในนามบริษัท เดโก้ กรีน เอนเนอร์จี จำกัด ได้นับหนึ่งเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์เอ็มเอไอ (mai) ในช่วงปลายปี 2565 ที่ผ่านมา โดยวางหมุดหมายที่สำคัญระดมทุนเพื่อเสริมแกร่งธุรกิจ วันนี้เราจะมาอัพเดตแผนงาน รวมทั้งการก้าวเดินต่อจากนี้ของ MTW สู่อุตสาหกรรมรถ EV ของ Deco สู่ความยั่งยืน

สำหรับ MTW ถือเป็นผู้ประกอบการในหมวดกลุ่มสินค้าอุตสาหกรรมในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) ประกอบธุรกิจผลิตและจำหน่ายเสื้อผ้าสำเร็จรูปภายใต้เครื่องหมายการค้าของบริษัท  และรับจ้างผลิตตามคำสั่งซื้อของลูกค้า (OEM) พร้อมกันนี้ได้ลงทุนในธุรกิจผลิตและจำหน่ายรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าในนาม บริษัท เดโก้ กรีน เอนเนอร์จี จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อยที่ MTW ถือหุ้นร้อยละ 85 ฉะนั้นกล่าวโดยสรุปได้ว่า MTW เรามีกลุ่มธุรกิจอยู่ 2 รายการ คือ


(1) ผลิตและจำหน่ายเสื้อผ้าสำเร็จรูปภายใต้ตราสินค้าซึ่งจดทะเบียนเป็นเครื่องหมายการค้าของบริษัท ได้แก่ “Anoko” “Noble” “Over Bick’C” และ “S Sport” และตราสินค้าอื่นๆ เช่น “SuperKool” เป็นต้น ลักษณะการจำหน่ายสินค้าเป็นการขายผ่านหน้าร้านสาขาทั้ง 2 แห่ง และขายผ่านหน้าโรงงาน ปัจจุบันมีร้านทำเลที่ตั้งอยู่ในแหล่งซื้อขายปลีก-ส่งเสื้อผ้าสำเร็จรูปหลักของประเทศไทย มีกำลังสามารถผลิตเสื้อสำเร็จรูปรวม 1.8 ล้านตัวต่อปี


(2) ผลิตและจำหน่ายรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า ภายใต้เครื่องหมายการค้า DECO บริษัทมีตัวแทนจำหน่ายรถจักรยานยนต์ไฟฟ้ากระจายอยู่ทั่วประเทศและมีกำลังการผลิตรวมในเบื้องต้น อยู่ที่ 50,000 คันต่อปี หลังจากโรงงานผลิตแห่งใหม่สร้างเสร็จและพร้อมเดินไลน์ผลิตได้เต็มที่ภายในไตรมาส 3 ของปีนี้ ทั้งนี้การดำเนินธุรกิจ ผลิต และจำหน่ายยานพาหนะพลังงานไฟฟ้าภายในประเทศ และกำลังวางแผนการส่งออกต่างประเทศ โดยมีสินค้าดังต่อไปนี้ Electric Motorcycles (มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า) , Electric Bicycles (จักรยานไฟฟ้า) , Spare Parts (ชิ้นส่วนอะไหล่) และ Lithium Batteries (แบตเตอรี่ลิเธียม)​ขณะที่รายได้ในปี 2564 กลุ่มบริษัทมีสัดส่วนรายได้จากธุรกิจรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าและธุรกิจเสื้อผ้าสำเร็จรูป คิดเป็นร้อยละ 58 : 42 สำหรับช่องทางการจัดจำหน่าย ธุรกิจเสื้อผ้าสำเร็จรูปทั้งขายส่งผ่านโรงงานและขายผ่านหน้าร้านในสัดส่วนประมาณร้อยละ 75 : 25 ตามลำดับ ส่วนธุรกิจรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าจะจำหน่ายผ่านตัวแทนจำหน่ายเป็นหลัก
 
ผลประกอบการไตรมาสที่ 1/66​นายกฤตเมธ ตั้งพิชญโพธิวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร MTW เปิดเผยว่า ทั้ง 2 ธุรกิจ ยอดขายรวมโตต่อเนื่องกว่า 300% เมื่อเทียบจากไตรมาสเดียวกันในปี 2565  โดยมีปัจจัยบวกมาจากอุปสงค์ความต้องการของผู้บริโภคในการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าโดยเฉพาะจักรยานยนต์ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น รวมทั้งการเข้ามาของนักท่องเที่ยวที่เพิ่มมากขึ้นทำให้ธุรกิจเสื้อผ้าสำเร็จรูปมีความต้องการที่เพิ่มสูงขึ้นตามลำดับ และดูทิศทางแล้วมีโอกาสที่จะมีออเดอร์เพิ่มตามขึ้นด้วยจากกำลังซื้อทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ​สำหรับรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าถือเป็นส่วนสำคัญในการสร้างรายได้ในช่วงไตรมาสที่ผ่านมา โดยขณะนี้จักรยานยนต์ไฟฟ้า DECO มียอดจดทะเบียนแล้วกว่าหมื่นคัน พร้อมกันนี้อีกปัจจัยที่สำคัญที่ทำให้ DECO ได้รับความเชื่อมั่นคือ การสนับสนุนการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าจากภาครัฐ ที่ทางบริษัท เดโก้ กรีน เอนเนอร์จี จำกัด ได้ลงนามเข้าร่วมโครงการ โดยผู้ที่ซื้อจักรยานยนต์กับทาง DECO จะได้สิทธิประโยชน์จากเงินอุดหนุน 18,000 บาทต่อคัน


มั่นใจเติบโตในไตรมาสที่ 2-3 /66​นายกฤตเมธ ระบุว่า ในช่วงไตรมาสที่ 2 และ 3 ของปี เชื่อมั่นว่า MTW จะเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยมี 2 ปัจจัยหนุนดังนี้
​1.ภายไต้ MTW บริษัท DECO ที่กำลังสร้างโรงงานแห่งใหม่เพื่อขยายกำลังการผลิตนั้น ขณะนี้โรงงานแห่งใหม่นี้มีความคืบหน้าไปแล้วกว่า 95% แล้ว โดยข้อมูลล่าสุด (เดือนมิถุนายน 2566) ระบุว่าเครื่องจักรไลน์ผลิตที่ทันสมัยได้ส่งมาถึงโรงงานแล้ว อยู่ระหว่างกำลังติดตั้ง ซึ่งสามารถผลิตรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า DECO มากกว่าปัจจุบันหลายเท่า ทั้งนี้คาดว่าเมื่อติดตั้งแล้วเสร็จจะสามารถเพิ่มกำลังการผลิตมากกว่า 4-5 เท่าหรือกว่า 4000-5000 คัน/เดือน ตั้งเป้าปีนี้ยอดขายอยู่ที่ 15,000 คัน และที่สำคัญโรงงานแห่งนี้ออกแบบที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม คำนึงถึงผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในทุกภาคส่วน เพื่อสะท้อนการดำเนินงานและการกำกับกิจการที่ดีภายใต้หลักธรรมาภิบาล
​2.อุปสงค์ยานยนต์ไฟฟ้าที่เพิ่มสูงขึ้น ข้อมูลจากกรมขนส่งทางบกระบุไว้ว่าในปี 2565 ที่ผ่านมา พบว่า ตัวเลขการจดทะเบียนรถยนต์ไฟฟ้าประเภทรถยนต์นั่งส่วนบุคคล เติบโตเพิ่มขึ้นเกือบๆ 400% พร้อมกันนี้เรื่องของน้ำมันที่ยังมีราคาผันผวนปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องทำให้ตลาดรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าได้รับความสนใจเพิ่มมากยิ่งขึ้น จากปัจจัยข้างต้น DECO ถือเป็นหนึ่งทางเลือกในตลาดจักรยานยนต์ไฟฟ้ามุ่งสร้างถนนสีเขียว

​นายกฤตเมธ กล่าวต่อไปว่า ที่ผ่านมากับยอดขายรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า เดโก้ สามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจำนวน 11,578 ตันคาร์บอนไดออกไซด์ (tCO2e) หรือ เทียบเท่าการปลูกต้นไม้ใหญ่จำนวน 1,253,135 ต้น และที่สำคัญเป้าหมายใหญ่ของ MTW คือ เดินหน้าสานต่อพันธกิจที่สำคัญในการดำเนินธุรกิจทั้งในแง่ส่งมอบประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้าผ่านรถจักรยานยนต์ไฟฟ้ามีส่วนช่วยสำคัญในการช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สู่ชั้นบรรยากาศ รวมทั้งเป็นส่วนหนึ่งของการช่วยภาครัฐในการขับเคลื่อนนโยบายสู่การใช้รถ EV ให้ได้ 1.2 ล้านคัน ภายในปี 2579

รายการ LIFE VARIETY : แพทย์หญิง จักจิตรกอร์ สัจจะเดว์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/740510

รายการ LIFE VARIETY : แพทย์หญิง จักจิตรกอร์ สัจจะเดว์

วันพฤหัสบดี ที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 13.16 น.

รายการ LIFE VARIETY : แพทย์หญิง จักจิตรกอร์ สัจจะเดว์

ออกอากาศวันเสาร์ที่ 17 มิถุนายน 2566 ทาง NBT 2HD ช่องหมายเลข 2 เวลา 14.05 – 14.30 น.

‘ศ.ดร.นพ.เฉลิม หาญพาณิชย์’ เข้ารับพระราชทานโล่ประกาศเกียรติคุณ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/740497

'ศ.ดร.นพ.เฉลิม หาญพาณิชย์' เข้ารับพระราชทานโล่ประกาศเกียรติคุณ

‘ศ.ดร.นพ.เฉลิม หาญพาณิชย์’ เข้ารับพระราชทานโล่ประกาศเกียรติคุณ

วันพฤหัสบดี ที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 12.46 น.

เมื่อวันจันทร์ที่ 26 มิถุนายน พุทธศักราช 2566 เวลา 18.30 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พร้อมด้วยสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จออก ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต พระราชทานพระบรมราชวโรกาส ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม พระราชทานโล่ประกาศเกียรติคุณให้แก่ ศ.ดร.นพ.เฉลิม หาญพาณิชย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บางกอก เชน ฮอสปิทอล จำกัด (มหาชน) ในฐานะผู้สนับสนุนโครงการมูลนิธิกาญจนบารมี ในการเข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทน้อมเกล้าน้อมกระหม่อม ถวายรถหน่วยคัดกรองมะเร็งเต้านมโดยเครื่องเอ็กซเรย์เต้านมเคลื่อนที่ (Mammogram) ในสตรีกลุ่มเสี่ยงและด้อยโอกาส

ปัจจุบัน มะเร็งเต้านมถือเป็นมะเร็งที่พบมาก และพบได้บ่อยเป็นอันดับ 1 ในผู้หญิงไทยและทั่วโลก โดยจากข้อมูลของกระทรวงสาธารณสุข (Health Data Center) ปี 2565 พบว่า หญิงไทยเป็นมะเร็งเต้านม มากที่สุด จำนวน 38,559 ราย ส่วนมากพบในหญิงอายุ 60 ปี ขึ้นไป มากที่สุดจำนวน 19,776 ราย รองลงมา คือ อายุ 50-59 ปี จำนวน 12,181 ราย และ อายุ 40-49 ปี จำนวน 5,177 ราย

-(016)

แจ้งเกิดโปรเจกท์เพื่อสังคมกับไอเดีย‘พวงหรีดหัวใจ’ สื่อสารช่องทางบริจาคอวัยวะ สร้างอาชีพเสริมให้ชุมชน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/740328

แจ้งเกิดโปรเจกท์เพื่อสังคมกับไอเดีย‘พวงหรีดหัวใจ’  สื่อสารช่องทางบริจาคอวัยวะ สร้างอาชีพเสริมให้ชุมชน

แจ้งเกิดโปรเจกท์เพื่อสังคมกับไอเดีย‘พวงหรีดหัวใจ’ สื่อสารช่องทางบริจาคอวัยวะ สร้างอาชีพเสริมให้ชุมชน

วันพฤหัสบดี ที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 06.35 น.

Carenation และ Adapter Digital Group บริษัทเอเจนซี่โฆษณา ร่วมแจ้งเกิดโปรเจกท์เพื่อสังคมไอเดียใหม่ The Heart Wreath หรือ พวงหรีดหัวใจ พวงหรีดแห่งการทำดี ช่วยทำให้คนรับรู้ถึงโครงการบริจาคอวัยวะมากขึ้น และ 25% ของราคาพวงหรีดได้บริจาคให้กับองค์กรการกุศล และยังสร้างอาชีพเสริมกระจายรายได้เข้าชุมชน 

“The Heart Wreath” หรือ พวงหรีดหัวใจ เกิดจากการรวมตัวกันของสององค์กร โดย Adapter Digital Group บริษัทเอเจนซี่โฆษณา และ Carenation องค์กรด้านกิจการเพื่อสังคม (Social Enterprise) ที่เล็งเห็นถึงปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นในสังคม โดยนำเสนอทางเลือกใหม่สำหรับการนำพวงหรีดไปใช้ประโยชน์ไม่เพียงแต่เพื่อคนที่จากไปเท่านั้น แต่ยังสามารถส่งต่อคุณค่าจากพวงหรีดนี้ไปยังสังคมและชุมชนได้ด้วย 

 พวงหรีด คนส่วนใหญ่เข้าใจว่าเป็นสัญลักษณ์ของความสูญเสีย แต่ในทางตรงกันข้าม โดยทาง Carenation และAdapter Digital Group ต้องการสื่อสื่อสารกับผู้ที่มาร่วมงานฌาปนกิจถึงความตั้งใจในโครงการนี้ เพื่อให้เห็นว่าพวงหรีดสามารถสร้างโอกาสการมีชีวิตใหม่ให้กับผู้รอรับบริจาคอวัยวะที่มีอยู่เป็นจำนวนมาก ถ้ามีสักคนในงานที่ยินดีแสดงความจำนงเป็นผู้บริจาคอวัยวะ ให้ร่างกายได้สร้างประโยชน์ในวันใดวันหนึ่งที่ต้องจากโลกนี้พวงหรีดหัวใจก็ได้ทำหน้าที่ได้ตามตั้งใจ และ ง่ายขึ้น แค่เพียงสแกน QR Code บนพวงหรีด
เท่านั้น

นอกจาก “พวงหรีดหัวใจ” จะทำหน้าที่เป็นช่องทางสื่อสารโครงการบริจาคอวัยวะให้เข้าถึงคนในวงกว้างได้รับรู้แล้ว ทางแคร์เนชั่น (Carenation) จะนำรายได้ 25% ของพวงหรีดไปบริจาคตามความประสงค์ของผู้ซื้อพร้อมใบเสร็จเพื่อนำไปลดหย่อยนภาษี และคืนประโยชน์สู่สังคมต่อไป

ขณะที่ในส่วนของกระบวนการผลิต “พวงหรีดหัวใจ” จะให้ความสำคัญกับวัสดุที่นำมาใช้ในการผลิตพวงหรีด โดยเป็นนำส่วนประกอบต่างๆ มาจากป่าปลูกหมุนเวียน เพื่อลดปัญหาสิ่งแวดล้อม ขณะเดียวกันก็เป็นการสร้างงานสร้างอาชีพช่วยกระจายรายได้ให้กับผู้มีรายได้น้อยในชุมชน

ร่วมสร้างโอกาสการมีชีวิตใหม่ให้กับผู้รอรับบริจาคอวัยวะ สนใจสั่งซื้อ “พวงหรีดหัวใจ” ได้ที่ www.care-nation.com โทร. 092-9629524 และทาง https://line.me/R/ti/p/%40gzy2715m (Line ID : @care-nation) โดยทุกการสั่งซื้อสามารถเลือกองค์กรบริจาคเอง และรับใบเสร็จใช้ลดหย่อนภาษี พร้อมสะสมแต้ม The One ได้ 2x โดยมีบริการจัดส่งฟรีในกทม.และสมุทรสาคร (นอกพื้นที่คิดค่าส่งตามระยะทาง)

ศิริราชเผยนวัตกรรมใหม่ ครั้งแรกของเอเชีย ปลูกถ่ายเซลล์ไฟโบรบลาสต์เพื่อรักษาริ้วรอยบนใบหน้า

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/740324

ศิริราชเผยนวัตกรรมใหม่ ครั้งแรกของเอเชีย  ปลูกถ่ายเซลล์ไฟโบรบลาสต์เพื่อรักษาริ้วรอยบนใบหน้า

ศิริราชเผยนวัตกรรมใหม่ ครั้งแรกของเอเชีย ปลูกถ่ายเซลล์ไฟโบรบลาสต์เพื่อรักษาริ้วรอยบนใบหน้า

วันพฤหัสบดี ที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ศ.นพ.อภิชาติ อัศวมงคลกุล คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล เป็นประธานเปิดงานแถลงข่าว “ครั้งแรกของเอเชียศิริราชคิดค้นนวัตกรรมการปลูกถ่ายเซลล์ไฟโบรบลาสต์ เพื่อการรักษาริ้วรอยบนใบหน้า” ณ ห้องประชุมสิรินธร อาคารเฉลิมพระเกียรติ ชั้น G โรงพยาบาลศิริราช โดยมี ศ.ดร.พญ.อุไรวรรณ พานิช หัวหน้าภาควิชาเภสัชวิทยา ศ.พญ.รังสิมา วณิชภักดีเดชา อาจารย์ประจำภาควิชาตจวิทยา ผศ.ดร.นพ.พัฒนา เต็งอำนวย คณบดีวิทยาลัยการแพทย์บูรณาการ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์และกรรมการบริหาร บริษัท เซลแทค จำกัด พร้อมด้วย ศ.คลินิก นพ.วิศิษฎ์ วามวาณิชย์ ผู้อำนวยการ โรงพยาบาลศิริราช รศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ผู้อำนวยการสถาบันบริหารจัดการเทคโนโลยีและนวัตกรรม มหาวิทยาลัยมหิดล ร่วมเป็นสักขีพยาน

ศ.นพ.อภิชาติ อัศวมงคลกุล คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า โรงพยาบาลมีวิสัยทัศน์ให้การสนับสนุนงานวิจัยของบุคลากร เพื่อการพัฒนานวัตกรรมทางการแพทย์ที่ล้ำสมัยโดยเฉพาะเรื่องหัตถการความงาม ช่วยแก้ไขปัญหาความปลอดภัยที่อุบัติจากการฉีดสารเติมเต็มในปัจจุบัน ลดผลข้างเคียงที่จะเกิดขึ้น โดยผลลัพธ์ที่ได้นั้นจะมีประสิทธิภาพสูงสุดสำหรับผู้รับการรักษา สร้างความเข้าใจที่ถูกต้องแก่ประชาชนในวงกว้างก่อนการตรวจรักษา

ศ.พญ.รังสิมา วณิชภักดีเดชา อาจารย์ประจำภาควิชาตจวิทยา กล่าวว่า จากองค์ความรู้เดิมพบว่าเซลล์ที่เกี่ยวข้องกับการเกิดริ้วรอยคือเซลล์ชั้นหนังแท้หรือเรียกว่าเซลล์ชนิดเดอมอลไฟโบรบลาสต์ (Dermal Fibroblasts) เป็นเซลล์สำคัญในการผลิตคอลลาเจน ที่ช่วยพยุงโครงสร้างเซลล์ให้ผิวหนังแข็งแรง ริ้วรอยและความยืดหยุ่นที่น้อยลง ดังนั้น เซลล์ชนิดเดอมอลไฟโบรบลาสต์จึงมีความน่าสนใจในการศึกษาและน่าจะตอบโจทย์สามารถนำมาพัฒนา เพื่อโอกาสในการเกิดผลข้างเคียงจากการฉีดฟิลเลอร์ในท้องตลาดทั่วไปได้เป็นอย่างดี

ศ.ดร.พญ.อุไรวรรณ พานิช หัวหน้าภาควิชาเภสัชวิทยา กล่าวถึงการพัฒนาการเพาะเลี้ยงเซลล์ไฟโบรบลาสต์ว่าการพัฒนานวัตกรรมที่ใช้เซลล์รักษาโรคหรือแก้ไขความผิดปกติ เรียกว่าเป็นการรักษาด้วยเซลล์ หรือเซลล์บำบัด โดยเรามีทีมที่มีความเชี่ยวชาญในการเพาะเลี้ยงเซลล์ผิวหนัง ตั้งแต่แยกเซลล์เดอมอลไฟโบรบลาสต์จาก Tissue และการเลี้ยงเซลล์ โดยใช้อาหารเลี้ยงเซลล์ที่ได้มาตรฐานและสัดส่วนที่พอเหมาะ ทำให้ได้เซลล์ Dermal Fibroblasts ที่แข็งแรงและมีประสิทธิภาพในการผลิตคอลลาเจนและแก้ไขปัญหาของผู้รับบริการได้ตามเป้าหมายโดยการวิจัยครั้งนี้ได้ตีพิมพ์ในวารสารทางการแพทย์และจดอนุสิทธิบัตรเทคนิคการเพาะเลี้ยงเซลล์ไฟโบรบลาสต์เป็นที่เรียบร้อยแล้วนอกจากนี้ยังพบว่าเซลล์ผิวหนังทั้งชนิดที่อยู่ที่ชั้นหนังกำพร้าและ Dermal Fibroblasts สามารถหลั่งสารชีวโมเลกุลที่ช่วยชะลอความเสื่อมสภาพของเซลล์ข้างเคียง ทำให้เซลล์ซ่อมแซมตัวเองได้ในระดับโมเลกุล ไม่ว่าจะเป็นการแสดงออกของยีนที่ควบคุมการสร้างคอลลาเจน และกลไกต่างๆ เช่น การยับยั้งภาวะอักเสบ ภาวะเครียดของเซลล์ เป็นต้น

จากผลการวิจัยในระยะเวลา 1 ปี ที่ผ่านมา พบว่าเซลล์ไฟโบรบลาสต์สามารถคงอยู่ในชั้นผิวหนังได้นานอย่างน้อย 1 ปี โดยที่ประสิทธิภาพการทำงานเท่าเดิม ผู้รับบริการจึงไม่จำเป็นต้องฉีดกระตุ้นบ่อยครั้ง นำมาสู่การรักษาทางคลินิก สำหรับผู้ที่สนใจต้องเก็บเซลล์บริเวณหลังหู ประมาณ 3-4 มิลลิเมตร จากนั้นส่งชิ้นเนื้อดังกล่าวเข้าสู่ห้องปฏิบัติการ เพื่อเลี้ยงเซลล์ไฟโบรบลาสต์จนได้ปริมาณที่ต้องการ และจึงนำมาฉีดกลับเข้าไปยังบริเวณที่ผู้รับบริการมีปัญหา โดยฉีดทั้งสิ้น 3 ครั้ง
ระยะเวลาห่างกันประมาณ 4-6 สัปดาห์ ภายหลังจากการฉีด ผู้รับบริการจะไม่เกิดอาการแพ้ ดังเช่นที่พบหลังการฉีดฟิลเลอร์ เนื่องจากเซลล์ไฟโบรบลาสต์ที่ฉีดนั้น มีลักษณะคล้ายน้ำเกลือสีขาวขุ่น เมื่อฉีดเข้าสู่ร่างกายจึงไม่ทำให้เส้นเลือดเกิดการอุดตันได้

ทั้งนี้ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ม.มหิดล ได้ร่วมมือกับ บริษัท เซลแทค จำกัด เพื่อขยายพื้นที่ให้บริการแก่ประชาชนในวงกว้าง รวมถึงได้ส่งเสริมพัฒนาผลิตภัณฑ์และนวัตกรรมใหม่ๆในเชิงพาณิชย์อย่างเป็นรูปธรรมต่อไปสำหรับประชาชนที่สนใจสามารถติดต่อสอบถามข้อมูลได้ที่ศูนย์เลเซอร์ผิวหนังศิริราช ติดต่อสอบถามที่โทร.02-4199933 หรือ 02-4199922 เพื่อติดต่อขอรับคำปรึกษาและเข้าใช้บริการ

Klean&Kare น้ำเกลือคุณภาพตอกย้ำความมั่นใจคนรักสุขภาพ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/740323

Klean&Kare น้ำเกลือคุณภาพตอกย้ำความมั่นใจคนรักสุขภาพ

Klean&Kare น้ำเกลือคุณภาพตอกย้ำความมั่นใจคนรักสุขภาพ

วันพฤหัสบดี ที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

Klean&Kare (คลีนแอนด์แคร์) ผลิตภัณฑ์น้ำเกลือสุขภาพที่ได้รับความไว้วางใจจากกลุ่มลูกค้าผู้ใส่ใจสุขภาพ จัดงาน “Klean&Kare ใส่ใจดูแลให้มากกว่าทุกวัน Make Everyday Moments” เพื่อตอกย้ำความสำเร็จในการเป็นผลิตภัณฑ์ที่ครองใจผู้บริโภค และส่วนแบ่งการตลาดผลิตภัณฑ์น้ำเกลือขวดปลายแหลมอันดับ 1 ในประเทศไทย ก้าวขึ้นเป็นผู้นำกลุ่มเวชภัณฑ์น้ำเกลือปราศจากเชื้อ เตรียมขยายฐานผู้บริโภคในต่างประเทศ พร้อมเปิดตัวพรีเซ็นเตอร์ลุคคลีนมาดแคร์คนแรกและครั้งแรกของแบรนด์ Klean&Kare “นาย-ณภัทร เสียงสมบุญ”

จากความสำเร็จที่ Klean&Kare เน้นย้ำถึงการรักษาคุณภาพและใส่ใจการผลิตโดยคำนึงถึงลูกค้าเป็นสำคัญต่อเนื่องกว่า 35 ปี ยังคงมุ่งมั่นพัฒนาผลิตภัณฑ์รวมถึงมอบความห่วงใยผู้บริโภคทุกกลุ่มเป้าหมาย ให้ได้รับสิ่งที่ดีที่สุดในยุคที่ต้องเผชิญกับการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส โควิด-19 รวมถึงค่าฝุ่น PM2.5 ที่ทวีความรุนแรงขึ้น ด้วยน้ำเกลือที่มีจุดเด่นด้านนวัตกรรมและความปราศจากเชื้อ (Sterile) มีตัวยา 0.9% โซเดียมคลอไรด์ผลิตด้วยเกลือจากประเทศนิวซีแลนด์ สมดุลกับน้ำในร่างกายทำให้ไม่เกิดการระคายเคือง ใช้ได้ในทุกเพศทุกวัย เป็นผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนสำคัญในการใช้ในชีวิตประจำวัน สามารถพกพาไว้ติดตัว ติดกระเป๋า ด้วยคุณสมบัติการออกแบบบรรจุภัณฑ์ที่สะดวกในการใช้งาน อาทิ ล้างทำความสะอาดบาดแผล ล้างโพรงจมูก กลั้วปากกลั้วคอ ล้างคอนแทคเลนส์ ล้างตา เช็ดทำความสะอาด ฯลฯ เน้นย้ำถึงความต้องการของกลุ่มลูกค้า รวมถึงตอบโจทย์ของผู้บริโภคที่ต่างตอบรับและยอมรับในคุณภาพของ Klean&Kare โดย พันตรีสมิทธิ์ ปราสาททองโอสถ กรรมการผู้จัดการ A.N.B. LABORATORIES CO., LTD และรองประธานคณะผู้บริหาร กลุ่มธุรกิจที่นอกเหนือจากโรงพยาบาล (Non Hospital) บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) ตอกย้ำความเชื่อมั่นกลุ่มผู้บริโภคชาวไทย พร้อมขยายฐาน Klean&Kare สู่ตลาดต่างประเทศเพิ่มขึ้น คาดจะสร้างยอดขายทั้งในและต่างประเทศให้เติบโต 25% ในปีนี้

โดยการจัดงานครั้งนี้ของ Klean&Kare เพื่อสร้างการรับรู้และตอกย้ำภาพลักษณ์ของแบรนด์ โดยสื่อถึงผลิตภัณฑ์แห่งผู้นำตัวจริงด้านน้ำเกลือขวดปลายแหลม โดยเป้าหมายระยะแรกของ Klean&Kare คือแนะนำแบรนด์กับผู้บริโภคเป้าหมายอย่างกลุ่มผู้รักสุขภาพ ได้รู้จักกับ Klean&Kare ว่าเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านน้ำเกลือ ส่วนเป้าหมายระยะยาว คือ การเป็นแบรนด์ที่ผู้บริโภคใช้น้ำเกลือในชีวิตประจำวัน ซึ่ง Klean&Kare สามารถใช้ได้ในทุกเพศทุกวัย ไม่ใช่เฉพาะกับการล้างแผลเพียงเท่านั้น โดยเราตั้งเป้าหมายจะสร้างผลประกอบการเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง มุ่งเน้นครองใจลูกค้า 4 กลุ่มหลัก คือ โรงพยาบาล ร้านขายยาชั้นนำ ร้านค้าชั้นนำ และลูกค้าช่องทางออนไลน์ โดยมีแผนเชิงรุกตลาดทั้งในและต่างประเทศเพิ่มเติม ร่วมพัฒนาคุณภาพสินค้าภายในองค์กรอย่างใส่ใจเพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุดของผู้บริโภค โดยปัจจุบันน้ำเกลือแบรนด์ Klean&Klare มีช่องทางการจัดจำหน่ายที่ 7-11, Save Drug, Dr.Pharma, Watsons, Boots, Big C, Lotus’s ร้านขายยาชั้นนำและร้านค้าชั้นนำทั่วประเทศรวมถึงช่องทางออนไลน์ Shopee, Lazada, BeDee แอปพลิเคชั่น เป็นต้น

สำหรับงาน “Klean&Kare ใส่ใจดูแลให้มากกว่าทุกวัน Make Everyday Moments” ที่จัดขึ้นเมื่อเร็วๆ นี้ ได้เปิดตัวพรีเซ็นเตอร์คนแรกของแบรนด์ “นาย-ณภัทร เสียงสมบุญ” หนุ่มลุคคลีนมาดแคร์ มาร่วมพูดคุยกับผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพที่จะทำให้คุณใส่ใจสุขภาพในทุกวันของคุณ ให้มากกว่าทุกวัน เพราะการดูแลใส่ใจคุณภาพชีวิตถือเป็นสิ่งที่สำคัญและจำเป็นอย่างยิ่ง”

‘เจนนี่-เจนนิเฟอร์ โจนส์’เด็กใต้ป้ายสุราษฎร์ พร้อมชิงมงกุฎ มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2023

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/740355

‘เจนนี่-เจนนิเฟอร์ โจนส์’เด็กใต้ป้ายสุราษฎร์  พร้อมชิงมงกุฎ มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2023

‘เจนนี่-เจนนิเฟอร์ โจนส์’เด็กใต้ป้ายสุราษฎร์ พร้อมชิงมงกุฎ มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2023

วันพฤหัสบดี ที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

เปิดใจครั้งเเรก! “เจนนี่-เจนนิเฟอร์ โจนส์ MUT SURAT” ลูกครึ่งไทย-อเมริกัน เพชรเม็ดงามมากความสามารถ จากทีมเด็กใต้ป้ายสุราษฎร์ พร้อมชิงมงฯ มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2023

เรียกได้ว่าเฟ้นกันอย่างหนักและสดๆ ร้อนๆ สำหรับกองประกวด “มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ สุราษฎร์ธานี 2566” (Miss Universe Thailand Surat Thani 2023) โดย 2 CD (City Directors) ผู้ถือลิขสิทธิ์ การประกวด “พราวฟ้า” การัญชิดา คุ้มสุวรรณ นักแสดงสาวสวย อินฟลูเอนเซอร์ ผู้มากประสบการณ์ในวงการบันเทิงและผู้ที่หลงรักในวงการนางงาม กับ “เสี่ยโบ๊ท” ณัฐเดช วชิรรัตนวงศ์ CEO บริษัท ไดมอนด์ บรอดคาสติ้งจำกัด ที่คัดเลือกสาวงามกันอย่างเข้มข้น เพื่อเป็นตัวแทนของจังหวัดสุราษฎร์ธานี โดยเฟ้นหาสาวงามที่สวย เก่ง มีความสามารถ เพื่อเป็นแรงบันดาลใจให้กับผู้อื่นได้

สำหรับสาวงามที่ออร่าพุ่ง ชนะใจผู้ถือลิขสิทธิ์และได้รับตำแหน่ง “มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ สุราษฎร์ธานี 2566” (Miss Universe Thailand Surat Thani 2023) ได้แก่ เจนนี่-เจนนิเฟอร์ โจนส์ ลูกครึ่งไทย-อเมริกัน อายุ 23 ปี จบการศึกษาปริญญาตรี คณะมนุษยศาสตร์ สาขาวิชาภาษาเพื่อการสื่อสาร (หลักสูตรนานาชาติ) สาขาวิชาภาษาอังกฤษ-ภาษาฝรั่งเศส สามารถสื่อสารได้ 3 ภาษา ไทย อังกฤษ ฝรั่งเศส

เจนนี่-เจนนิเฟอร์ เปิดเผยว่า รู้สึกตื่นเต้นและดีใจมากๆ ที่ได้เป็นตัวแทนมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ สุราษฎร์ธานี ส่วนตัวติดตามการประกวดมิสยูนิเวิร์สมาตลอด ประทับใจในไหวพริบและสติปัญญาที่มีความเฉลียวฉลาดของนางงามรุ่นพี่ มารีญา พูลเลิศลาภ มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2560 และชื่นชอบมนต์เสน่ห์ของ อแมนด้า ออบดัม มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2563 สำหรับเวทีการประกวดมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ เจนนี่มองว่าเป็นเวทีที่เปิดโอกาสให้กับผู้หญิง ที่มีความมั่นใจได้มาแสดงศักยภาพของตนเอง และเจนนี่ก็พร้อมแสดงออกมาให้เห็น

“เจนนี่พัฒนาตัวเองในทุกๆ ด้าน ทั้งการเดินบุคลิกภาพ และพร้อมเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ อยู่เสมอ หลังได้รับตำแหน่งเจนนี่ได้เรียนต่อยมวยที่ยิมของค่ายมวยเพชรยินดี ได้ใส่ชุดนักมวยและเรียนรู้เทคนิคการป้องกันตัวจากผู้เชี่ยวชาญ การมูฟเม้นต์ร่างกาย ท่าทางการยืน สนุกและท้าทายมากๆ ค่ะ และตอนนี้ก็พร้อมเข้ากองประกวดฯ มุ่งสู่การเป็นมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2566 ค่ะ”

ทั้งนี้ มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ สุราษฎร์ธานี 2566 (Miss Universe Thailand Surat Thani 2023) จะได้รับเงินสดทันที 100,000 บาท พร้อมร่วมการประกวดมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2566 (Miss Universe Thailand 2023) ระหว่างเดือนกรกฎาคม-สิงหาคม 2566 โดยจะเก็บตัวที่จังหวัดขอนแก่น ในวันที่ 2-6 สิงหาคม 2566 ก่อนเข้าสู่รอบคัดเลือกในวันที่ 18 สิงหาคม 2566 และรอบตัดสินในค่ำคืนวันที่ 20 สิงหาคม 2566

ผู้ที่ได้ครองตำแหน่ง “มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2566” (Miss Universe Thailand 2023) จะได้รับรางวัลมงกุฎเกียรติยศจาก “Mouawad” และอีกมากมาย พร้อมเป็นตัวแทนประเทศไทยไปประกวด “มิสยูนิเวิร์ส 2023” (Miss Universe 2023) ช่วงเดือนธันวาคม 2566 ณ ประเทศเอลซัลวาดอร์

สามารถติดตามความเคลื่อนไหวและการประกวดของ “มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ สุราษฎร์ธานี 2566” (Miss Universe Thailand Surat Thani 2023) ได้ที่เฟซบุ๊ก MUT Surat Thani

S&P ครบรอบ 50 ปี เปิดเวทีค้นหาเชฟหน้าใหม่อาหารไทยร่วมสมัย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/740386

S&P ครบรอบ 50 ปี เปิดเวทีค้นหาเชฟหน้าใหม่อาหารไทยร่วมสมัย

S&P ครบรอบ 50 ปี เปิดเวทีค้นหาเชฟหน้าใหม่อาหารไทยร่วมสมัย

วันพฤหัสบดี ที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

บริษัท เอส แอนด์ พี ซินดิเคท จำกัด (มหาชน) ผู้นำธุรกิจร้านอาหารไทยก้าวเข้าสู่ปีที่ 50 จัดงานแถลงข่าว โครงการ “การแข่งขันการปรุงอาหารไทยร่วมสมัยระดับประเทศในโอกาส S&P ครบรอบ 50 ปีเพื่อส่งเสริมอัตลักษณ์อาหารไทยร่วมสมัยและยังเป็นการผลักดันซอฟต์ พาวเวอร์ภูมิปัญญาอาหารไทยสู่อาหารโลกชิงเงินรางวัลมูลค่ากว่า 180,000 บาทซึ่งมีผู้บริหารระดับสูง นำโดย ภัทราศิลาอ่อน ประธานกรรมการ, ประเวศวุฒิไรวา ประธานกรรมการบริหาร และ วิทูร ศิลาอ่อน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ร่วมงาน โดยมี อรรถประคุณหังสิต ประธานเจ้าหน้าที่สายปฏิบัติการธุรกิจ S&P, มณีสุดา ศิลาอ่อน ประธานเจ้าหน้าที่สำนักพัฒนาความยั่งยืน และ เชฟสมศักดิ์ รารองคำ นายกสมาคมเชฟประเทศไทย ร่วมให้รายละเอียดการจัดการแข่งขัน ในงานยังมีพระเอกหนุ่มภณ-ณวัสน์ ภู่พันธัชสีห์ มาร่วมโชว์ฝีมือปรุงเมนูอาหารไทยร่วมสมัยซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันที่ 23 มิถุนายน 2566 ณ S&P Hall สุขุมวิท 26

อรรถ ประคุณหังสิต ประธานเจ้าหน้าที่สายปฏิบัติการธุรกิจ S&P บริษัท เอส แอนด์ พี ซินดิเคท จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “ปีนี้ เอส แอนด์ พี ดำเนินธุรกิจครบรอบ 50 ปี เราเป็นผู้นำธุรกิจเชนร้านอาหารแบรนด์ไทยที่มีสาขามากที่สุดในประเทศ และเติบโตเคียงคู่สังคมไทยมายาวนานในโอกาสครบรอบ 50 ปีนี้จึงมีแคมเปญและจัดกิจกรรมเฉลิมฉลองในวาระพิเศษนี้เพื่อมุ่งเน้นพัฒนาทักษะเพิ่มขีดความสามารถของบุคลากรในการประกอบอาชีพด้านธุรกิจอาหาร รวมถึงยกระดับอุตสาหกรรมอาหารไทยสู่ระดับสากลอีกทั้งยังเป็นการเปิดโอกาสให้ประชาชนทั่วไปมีส่วนร่วมในการสืบสานเอกลักษณ์และรสชาติอาหารไทยผ่านรูปแบบการแข่งขันปรุงอาหารไทยร่วมสมัย ตลอดจนเป็นการส่งเสริมวัฒนธรรมอาหารไทยพื้นถิ่นในทุกภูมิภาคให้อยู่กับคนไทยและมีชื่อเสียงระดับโลก”

มณีสุดา ศิลาอ่อน ประธานเจ้าหน้าที่สำนักพัฒนาความยั่งยืนและสื่อสารองค์กร กล่าวว่า โครงการ “การแข่งขันการปรุงอาหารไทยร่วมสมัยระดับประเทศ ต้องการเฟ้นหาสุดยอดนักปรุงอาหารไทยร่วมสมัยตัวจริง โดยได้แบ่งการแข่งขันออกเป็น 3 รอบ รอบแรกเปิดรับสมัครทางออนไลน์ โดยคัดเลือกผู้สมัครจาก 4 ภาคทั่วประเทศ เพื่อหาตัวแทนภาคละ 5 คน รวมเป็น 20 คน สำหรับผู้ที่เข้าสู่รอบรองชนะเลิศจะได้รับการอบรมทักษะการประกอบอาหาร เทคนิคการปรุง รวมถึงวิธีการนำเสนอโดย เชฟชุมพล แจ้งไพร ผู้เชี่ยวชาญด้านอาหารไทย เพื่อคัดเลือกเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศจำนวน 10 คน ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 21 สิงหาคม 2566 นี้ นอกจากนี้ ได้เชิญคณะกรรมการที่มีชื่อเสียงและคร่ำหวอดในวงการอาหารไทย ได้แก่ เชฟสมศักดิ์ รารองคำ นายกสมาคมเชฟประเทศไทย ร่วมเป็นคณะกรรมการกิตติมศักดิ์ พร้อมด้วยผู้บริหารและผู้เชี่ยวชาญด้านอาหารที่อยู่คู่ครัว เอส แอนด์ พี มานานเกือบ 50 ปี ร่วมเป็นคณะกรรมการด้วย

สำหรับกติกาการแข่งขัน และเกณฑ์การให้คะแนนนอกจากเรื่องรสชาติความอร่อยแล้ว คณะกรรมการจะให้ความสำคัญในเรื่องความสะอาด การเลือกใช้วัตถุดิบอย่างคุ้มค่า และเกิดประโยชน์สูงสุดรวมถึงความคิดสร้างสรรค์ในการรังสรรค์เมนู ตลอดจนการนำเสนอเมนูที่น่าสนใจด้วยทักษะการปรุงอาหารที่มีความเชี่ยวชาญ”

เชฟสมศักดิ์ รารองคำ นายกสมาคมเชฟประเทศไทย กล่าวว่า “ต้องชื่นชมคนรุ่นใหม่ที่กล้าคิดกล้าที่จะทำนอกกรอบ นำวิทยาศาสตร์และเครื่องมือต่างๆ มาประยุกต์ใช้ แต่ยังคงรสชาติของความดั่งเดิมทำให้เป็นอาหาร Fine Dining ที่นิยมในปัจจุบัน เชฟไทยจึงเป็นตัวเลือกอันดับต้นๆ ในธุรกิจโรงแรมและร้านอาหารทั่วโลก สำหรับการแข่งขันการปรุงอาหารไทยร่วมสมัย ระดับประเทศ ในโอกาส S&P ครบรอบ 50 ปี จะเป็นอีกหนึ่งเวทีที่เปิดโอกาสให้เชฟไทยได้พิสูจน์ฝีมือและยังเป็นการสร้างมูลค่าให้กับเมนูอาหาร ซึ่งนอกจากจะเป็นการสร้างประสบการณ์ให้กับผู้เข้าประกวดแล้ว ยังเป็นการยกระดับทักษะฝีมือสู่มาตรฐานวิชาชีพเชฟในอนาคต”

เชฟหรือผู้ชื่นชอบการทำอาหารไทยสนใจร่วมเข้าแข่งขันการปรุงอาหารไทยร่วมสมัยระดับประเทศในโอกาส S&P ครบรอบ 50 ปี สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติม และส่งใบสมัคร ได้ที่ https://www.facebook.com/snpfood ตั้งแต่วันนี้-วันที่ 23 กรกฎาคม 2566

เชฟสมศักดิ์ รารองคำ

เชฟสมศักดิ์ รารองคำ

ภณ-ณวัสน์ ภู่พันธัชสีห์ และ อรรถ ประคุณหังสิต

ภณ-ณวัสน์ ภู่พันธัชสีห์ และ อรรถ ประคุณหังสิต

มหกรรมแสดงสินค้านวัตกรรมและเทคโนโลยีจากเกาหลีใต้ ‘G-FAIR KOREA 2Nd ASEAN+ 2023’ ครั้งยิ่งใหญ่ในไทย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/740329

มหกรรมแสดงสินค้านวัตกรรมและเทคโนโลยีจากเกาหลีใต้  ‘G-FAIR KOREA 2Nd ASEAN+ 2023’ ครั้งยิ่งใหญ่ในไทย

มหกรรมแสดงสินค้านวัตกรรมและเทคโนโลยีจากเกาหลีใต้ ‘G-FAIR KOREA 2Nd ASEAN+ 2023’ ครั้งยิ่งใหญ่ในไทย

วันพฤหัสบดี ที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

จังหวัดคยองกี (Gyeonggi) ประเทศเกาหลีใต้ ร่วมกับ คยองกีบิสซิเนสเซ็นเตอร์ กรุงเทพฯ (Gyeonggi Business Center Bangkok หรือ GBC Bangkok) จัดงานแสดงสินค้า G-FAIR KOREA 2Nd ASEAN+ 2023 จัดแสดงสินค้านวัตกรรมและเทคโนโลยี จากประเทศเกาหลีใต้ มากกว่า 1,000 รายการ พร้อมผู้ประกอบการที่มีชื่อเสียงกว่า 107 บริษัท ระหว่างวันที่ 6-7 กรกฎาคมนี้ ที่ชั้น 22 บางกอกคอนเวนชั่นเซ็นเตอร์ เซ็นทาราแกรนด์ เซ็นทรัลเวิลด์ กรุงเทพฯ

คิม ดงยอน ผู้ว่าราชการจังหวัดคยองกี กล่าวว่า เพื่อสนับสนุนและผลักดันความเจริญด้านธุรกิจและนวัตกรรมเทคโนโลยี ระหว่างประเทศไทยและประเทศเกาหลีใต้ จึงได้มีการจัดงาน G-FAIR KOREA 2Nd ASEAN+ 2023 ขึ้น เพื่อส่งเสริมองค์ความรู้เรื่องเทคโนโลยีนวัตกรรมต่างๆ และเพื่อที่ผู้ประกอบการชาวไทยจะได้แลกเปลี่ยนทางด้านธุรกิจกับผู้ประกอบการเกาหลีและพัฒนาสังคมและเศรษฐกิจเมืองไทยร่วมกัน โดยจังหวัดคยองกี ในฐานะศูนย์กลางทางอุตสาหกรรมที่ใหญ่ที่สุดในประเทศเกาหลีใต้ มี GDP คิดเป็น 25% ของประเทศเกาหลีใต้ หรือเอเชีย ทำให้เราเชื่อมั่นในศักยภาพและความพร้อมเป็นกำลังหลักในการร่วมพัฒนาเศรษฐกิจร่วมกันระหว่างประเทศเกาหลีใต้และประเทศไทย”

ด้าน ลี ซางจุน ผู้จัดการคยองกีบิสซิเนสเซ็นเตอร์ กรุงเทพฯ หรือ GBC Bangkok กล่าวว่า การร่วมมือครั้งนี้ถือเป็นครั้งสำคัญที่จะทำให้บริษัทในเกาหลีใต้ สามารถร่วมมือทางเศรษฐกิจในด้านของเทคโนโลยีและนวัตกรรม โดยองค์กร GBSA และ GBC Bangkok มีความยินดีเป็นอย่างยิ่ง หากบริษัทในประเทศไทยต้องการเยี่ยมชมบริษัทสตาร์ทอัพ และกิจการต่างๆ ที่ประเทศเกาหลีใต้ เนื่องจาก GBC และ GBSA เป็นองค์กรภายใต้รัฐบาลเกาหลีที่เชื่อมต่อและสานสัมพันธ์ทางธุรกิจระหว่างบริษัทในประเทศไทย และบริษัทจากทางเกาหลีใต้ โดยผู้ที่สนใจสามารถติดต่อหรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://gfairbkk.com/

ภายในงานมหกรรม G-FAIR KOREA 2Nd ASEAN+ 2023 มีการจัดแสดงสินค้าจากผู้ประกอบการชาวเกาหลีใต้มากกว่า 107 บริษัท แบ่งเป็นหมวดหมู่ K-Smart Factory (Industrial Equipment), K-Smart City (Architecture / Construction /Home Electronics) K-Lifestyle (Consumer Goods), K-Smart Health (Health, Food & Beverage),
K-Culture (Beauty , Fashion) และในปี 2566 นี้ มีนวัตกรรมทางด้าน AI, AR, สินค้ากลุ่ม Smart ต่างๆ

อีกทั้ง ยังมีการจัดสัมมนาทางธุรกิจ โดยบุคคลที่มีชื่อเสียงในวงการธุรกิจ สถาปัตยกรรมต่างๆ อาทิ ฮยอนจุน ยู อาจารย์มหาวิทยาลัยชื่อดังของเกาหลี Hongik University และ CEO, Space Consulting Group กับหัวข้อ The Vibrant City of
Tomorrow และการบรรยายจาก KCIT, aCommerce, Posco,I Solar, Hanwha Q Cell ที่จะช่วยให้เกิดองค์ความรู้ การแลกเปลี่ยนแนวทางการบริหารจัดการ และการนำระบบอัจฉริยะต่างๆ ของเกาหลีเพื่อมาปรับใช้ให้สอดคล้องกับระบบต่างๆ ของประเทศไทย นอกจากนี้ ยังเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการ นักธุรกิจ หรือผู้ที่สนใจเทคโนโลยีการผลิต นวัตกรรมสุดล้ำ เข้าร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนเรื่องธุรกิจกับผู้เชี่ยวชาญจากทางเกาหลีใต้โดยตรง สามารถลงทะเบียน
เพื่อเข้าร่วมงานได้ที่ http://gfairbkk.com/visitor-registration

มช.เปิดศูนย์ให้บริการด้านสุขภาพจิต ‘CMU MIND’ ช่วยพิงไหล่ในวันที่ใจล้า

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/740319

มช.เปิดศูนย์ให้บริการด้านสุขภาพจิต  ‘CMU MIND’ ช่วยพิงไหล่ในวันที่ใจล้า

มช.เปิดศูนย์ให้บริการด้านสุขภาพจิต ‘CMU MIND’ ช่วยพิงไหล่ในวันที่ใจล้า

วันพฤหัสบดี ที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2566, 06.00 น.

เพราะสุขภาพจิตก็สำคัญไม่แพ้กันมาเช็คสักหน่อยว่าพลังใจยังไหวอยู่หรือเปล่าที่ “CMU MIND” ศูนย์ให้บริการด้านสุขภาพจิตสำหรับนักศึกษาและบุคลากรมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ด้วยแบบทดสอบทางจิตวิทยา การให้บริการคำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญ สามารถพูดคุยได้ทุกเรื่องโดยไม่มีค่าใช้จ่าย ให้มหาวิทยาลัยเชียงใหม่เป็นอีกหนึ่งพื้นที่ที่คอยช่วยเหลือแบ่งเบาเรื่องราวในใจของคุณ

CMU MIND หรือ CMU MENTAL HEALTH CENTER เป็นศูนย์ดูแลและให้บริการด้านสุขภาพจิตแก่นักศึกษา และบุคลากรมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ โดยเครื่องมือประเมินสุขภาพจิตเบื้องต้น ได้แก่ แบบวัดพลังใจ แบบประเมินความเครียด แบบสำรวจตนเอง ช่วยคัดกรองความเสี่ยงต่อปัญหาสุขภาพจิตเพื่อเข้ารับบริการการให้คำปรึกษากับนักจิตวิทยาโดยตรง ท่ามกลางสภาวะสังคม และการแบกรับเรื่องราวในชีวิตแต่ละคนมีความแตกต่างกัน การแลกเปลี่ยนพูดคุยและระบายความวิตกกังวล รับข้อมูลข่าวสารจากช่องทางที่เชื่อถือได้จะช่วยผ่อนคลาย และบรรเทาความกังวลใจได้เป็นอย่างดี

ทั้งนี้ ผู้ที่สนใจสามารถประเมินสุขภาพใจตนเองเบื้องต้นได้ที่ https://mentalhealth.cmu.ac.th/ หากต้องการนัดหมายเพื่อตรวจวินิจฉัย-รักษาทางสุขภาพจิต ติดต่อพี่พยาบาลห้องตรวจศูนย์สุขใจ โทร.053-944988 (วันจันทร์ถึงศุกร์ 08.00-16.00 น.) โดยแจ้งชื่อ-สกุล รหัสนักศึกษา เบอร์ติดต่อ และวันเวลาที่สะดวกผ่านช่องทาง เพจ CMU MIND : https://www.facebook.com/CMUMinds หรือโครงการบ้านหลังที่สอง คณะมนุษยศาสตร์ มช. : https://www.facebook.com/CMU Counseling Services, Line Official : https://cmu.to/AshomeCMU-LineOA

ไม่เพียงแต่ CMU Mind และ โครงการบ้านหลังที่สอง ที่เป็นศูนย์ให้บริการปรึกษาเชิงจิตวิทยาสำหรับนักศึกษาทุกคณะ ภายในรั้วม่วงแห่งนี้ยังมีที่พักใจตามหน่วยงานต่างๆ ให้แต่ละคนได้เลือกตามความสบายใจอีกด้วย อาทิ Pak Jai – พักใจ – ให้บริการปรึกษาเชิงจิตวิทยา สำหรับนักศึกษาที่พักอยู่หอพักใน มช., Science Care ดูแลใจ – ให้บริการปรึกษาเชิงจิตวิทยาสำหรับนักศึกษาและบุคลากรคณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่,Entaneer Mind Friend – ให้บริการปรึกษาเชิงจิตวิทยาสำหรับนักศึกษาและบุคลากรคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่,PREM ROOM : ห้องเปรม ให้บริการปรึกษาเชิงจิตวิทยาสำหรับนักศึกษาคณะเทคนิคการแพทย์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่,ส.บายใจ-ByHeart ให้บริการปรึกษาเชิงจิตวิทยาสำหรับนักศึกษาคณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่,SMC : Sound Mind Clinic FON CMU ให้บริการปรึกษาเชิงจิตวิทยาสำหรับนักศึกษาคณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่, Heal up for u – ครูมช. ให้บริการปรึกษาเชิงจิตวิทยาสำหรับนักศึกษาคณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่, CMUbs CARE บริการให้คำปรึกษาสำหรับนักศึกษาคณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่, Aggie Mind บริการให้คำปรึกษาสำหรับนักศึกษาคณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และงานบริการการศึกษาและพัฒนาคุณภาพนักศึกษา บริการให้คำปรึกษาสำหรับนักศึกษาคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่