‘ITV’ แจง บันทึกการประชุม ไม่ได้ต้องการสื่อสารว่ายังประกอบกิจการสื่ออยู่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/551247

15 มิ.ย. 2566

'ITV' แจง บันทึกการประชุม  ไม่ได้ต้องการสื่อสารว่ายังประกอบกิจการสื่ออยู่

บริษัท ไอทีวี จำกัด (มหาชน) ร่อนหนังสือชี้แจงแล้ว ทั้งบันทึกการประชุมและงบการเงิน ระบุไม่ได้ต้องการสื่อสารว่า “ยังประกอบกิจการสื่ออยู่”

15 มิ.ย. 2566 บริษัทไอทีวี จำกัด (มหาชน) ได้ออกเอกสารชี้แจงท่านผู้ถือหุ้น เรื่องรายงานการประชุมสามัญผู้ถือหุ้น ประจำปี 2566   จากเหตุการณ์ที่เผยแพร่ในสื่อเกี่ยวกับการบันทึกรายงานการประชุมสามัญผู้ถือหุ้น ประจำปี 2566 (“รายงานการประชุม”) แบบนำส่งงบการเงิน (ส.บช.3) ของบริษัท ไอทีวี จำกัด (มหาชน) (“บริษัท”) ปี 2565 และงบการเงินไตรมาส 1. ประจำปี 2566 ของบริษัท นั้นบริษัทขอเรียนชี้แจงข้อเท็จจริง ดังนี้

1. ในการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2566 (“การประชุมฯ”) บริษัทได้จัดประชุม เมื่อวันที่  26 เม.ย.  2566 โดยในการประชุมฯ ดังกล่าวมีทั้งหมด 9 วาระ วาระที่ 1 ถึงวาระที่ 8 เป็นวาระรายงาน/ อนุมัติและพิจารณาการดำเนินการทางธุรกิจตามการค้าปกติของบริษัท ส่วนวาระที่ 9 เป็นวาระอื่นๆ ซึ่งไม่ได้มีผู้ถือหุ้นเสนอวาระเพื่อพิจารณาและอนุมัติเพิ่มเติม บริษัทจึงเปิดโอกาสให้ผู้ถือหุ้นซักถาม ในเรื่องอื่น ๆ

ในการประชุมฯ ดังกล่าว มีคำถามที่ซ้ำซ้อนจากผู้ถือหุ้นหรือเป็นคำถามที่ไม่เกี่ยวข้องกับการดำเนินกิจการ ของบริษัท ดังนั้น การจัดทำบัน ทึกคำถามและคำตอบในรายงานการประชุม บริษัทจึงได้สรุปสาระสำคัญ ของคำถามและคำตอบในระหว่างการประชุมฯ เฉพาะที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินกิจการของบริษัทเท่านั้น เพื่อให้มีความกระชับและชัดเจนโดยมิได้จดบันทึกการประชุมฯ เป็นคำต่อคำ

ทั้งนี้ การบันทึกรายงานการประชุมที่เป็นประเด็นอยู่ในขณะนี้ เป็นการสรุปคำตอบจากคำถามหลายข้อ ที่ผู้ถือหุ้นส่งเข้ามา ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับข้อพิพาทเรื่องสิทธิตามสัญญาเข้าร่วมงานและดำเนินการสถานีวิทยุโทรทัศน์ฯ นั้น บริษัทได้บันทึกรายงานการประชุมไว้แล้วในวาระ 9 หน้า 14 ว่า “ผลคดีเป็นจุดสำคัญที่สุด หากผลคดียังไม่ออก เป็นไปได้ยากมากที่บริษัทจะดำเนินการใด ๆ ในขณะนี้…” 

สำหรับในส่วนที่มีการบันทึกรายงานการประชุมว่า “ปัจจุบัน บริษัทยังดำเนินกิจการอยู่ ตามวัตถุประสงค์ของบริษัทและมีการส่งงบการเงินและยื่นแบบภาษีเงินได้นิติบุคคลตามปกติ” นั้น

บริษัทไม่ได้ต้องการจะสื่อสารว่า บริษัทยังประกอบกิจการสื่ออยู่ แต่หมายถึงบริษัทยังคงดำเนินการอยู่ภายใต้วัตถุประสงค์ที่บริษัทได้จดทะเบียนไว้กับกรมพัฒนาธุรกิจการค้าโดยมิได้มีการเลิกกิจการแต่อย่างใด

ในส่วนของแบบนำส่งงบการเงิน (ส.บช.3) ของบริษัทประจำปี 2565 ที่บริษัทยื่นต่อกรมพัฒนาธุรกิจ การค้า กระทรวงพาณิชย์ เมื่อวันที่ 10 เม.ย. 2566 บริษัทขอเรียนว่า รายได้จาก การประกอบธุรกิจของบริษัทได้แสดงอยู่ในงบการเงินของบริษัท ประจำปี 2565 ซึ่งได้มีการตรวจสอบและลงนามรับรองโดยผู้สอบบัญชีรับอนุญาตและ ได้ยื่นต่อกระทรวงพาณิชย์

ซึ่งในงบการเงินดังกล่าวได้แสดงให้เห็นว่า รายได้ของบริษัทมาจากผลตอบแทนจากการลงทุนและดอกเบี้ยรับเท่านั้น ซึ่งงบการเงินฉบับดังกล่าว บริษัทได้ยื่นต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ เมื่อวันที่ 21 มี.ค. 2566 เช่นกัน

ในส่วนของงบการเงินไตรมาส 1 ประจำปี 2566 ของบริษัทที่มีการ โพสต์ในเว็บไซต์ http://www.itv.co.th ตามที่มีข่าวอยู่ในขณะนี้นั้น บริษัทขอเรียนให้ทราบว่างบดังกล่าวเป็นเพียงร่างงบการเงินที่ใช้ภายในบริษัทและยังไม่ได้มีการสอบทานหรือตรวจสอบจากผู้ตรวจสอบบัญชี จึงยังไม่สามารถนำไปอ้างอิงหรือ ใช้งานภายนอกบริษัทได้และ ไม่มีผลผูกพันทางกฎหมายใดๆ

บริษัทขอเรียนย้ำว่า การดำเนินการประชุมฯ การจัดทำรายงานการประชุม การนำส่งแบบนำส่งงบการเงิน และการดำเนินการต่างๆ ของบริษัทเป็นการดำเนินการทางธุรกิจตามปกติและเป็นไปตามกฎหมายทุกประการ

คณะกรรมการ บริษัท ไอทีวี จำกัด (มหาชน)

ITV ออกหนังสื่อชี้แจง กรณีบันทึกการประชุมและงบการเงินITV ออกหนังสื่อชี้แจง กรณีบันทึกการประชุมและงบการเงิน

ITV ออกหนังสื่อชี้แจง กรณีบันทึกการประชุมและงบการเงินITV ออกหนังสื่อชี้แจง กรณีบันทึกการประชุมและงบการเงิน

‘พิธา’ ลั่น อยากจะตั้งรัฐบาลให้เร็ว เพื่อผลักดัน ‘สิทธิชาติพันธุ์’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/551232

15 มิ.ย. 2566

‘พิธา’ ลั่น อยากจะตั้งรัฐบาลให้เร็ว เพื่อผลักดัน ‘สิทธิชาติพันธุ์’

‘พิธา’ ลั่น อยากจะ ‘ตั้งรัฐบาล’ให้เร็ว เพื่อผลักดันสิทธิชาติพันธุ์ และเศรษฐกิจชาติพันธุ์ พร้อมโปรโมท 2 สถานที่พักผ่อนที่ชื่นชอบ “ซู ลอดจ์ – ลั่นเจี๊ยะ ลอดจ์” ชวนคนไทยและต่างชาติ มาดื่มด่ำวัฒนธรรมพี่น้องชาติพันธุ์ ก่อนรับประทาน 9 อาหารพื้นเมืองอย่างอเร็ดอร่อย

นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกลและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี สมาคมศูนย์รวมการศึกษาและวัฒนธรรมของชาวไทยภูเขาในประเทศไทย เพื่อพบปะกลุ่มชาติพันธุ์เพื่อรับฟังปัญหา

แต่ก่อนที่จะเริ่มการหารือ พ่อแม่พี่น้องกลุ่มชาติพันธุ์ ได้มีการทำพิธีสู่ขวัญ ซึ่งเป็นพิธีกรรมของชาวม้งด้วย

ผู้นำชนเผ่าม้ง ได้นำใยกัญชงมาผูกข้อมือให้กับคุณพิธา ก่อนอวยพรเป็นภาษาม้ง เพื่อให้ชนะ มีสุขภาพดี ภายหลังทำพิธี ผู้ทำพิธีบอกว่า ขจัดสิ่งที่ไม่ดีออกไปหมดแล้ว มีแต่สิ่งดีๆที่อยู่กับตัว จากนั้นหัวหน้าชนเผ่ายกแก้วที่ใส่สุรา ขึ้นมาให้นายพิธาจิบ โดยบอกว่า เป็นสุราก้าวหน้า

โดยการหารือ กลุ่มชาติพันธุ์ ได้เสนอให้แก้ปัญหาด้านคุณภาพชีวิต ปัญหาที่ดิน ที่มีข้อเรียกร้องของ คืออยากรัฐบาลใหม่ ผลักดันนโยบายที่จะคุ้มครองกลุ่มชาติพันธุ์ และส่งเสริมให้เกิดอาชีพ และสามารถอยู่ในพื้นที่ได้อย่างมีความสุข ไม่เกิดการผลักดันให้ออกจากพื้นที่ และหากินอย่างยากลำบากเหมือนที่ผ่านมา

กลุ่มชาติพันธุ์ ทำพิธีสู่ขวัญ เป็นพิธีกรรมของชาวม้ง ให้กับ พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล และคณะกลุ่มชาติพันธุ์ ทำพิธีสู่ขวัญ เป็นพิธีกรรมของชาวม้ง ให้กับ พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล และคณะ

จากนั้นนายพิธา กล่าวว่า จุดประสงค์ของการหารือวันนี้ คืออยากให้ความมั่นใจว่านายกรัฐมนตรีคนต่อไปจะเป็นคนที่สนใจ ใส่ใจ และพร้อมที่จะเรียนรู้ถึงปัญหาและศักยภาพของพี่น้องชาติพันธุ์

“ให้ความมั่นใจได้ว่าผมสนใจ ใส่ใจและพร้อมที่จะเรียนรู้ คงไม่เสแสร้งว่าเอาใจทุกเรื่องของทุกคนเผ่า ทุกชาติพันธ์ุทั้งหมด แต่การที่เรามีผู้นำที่พร้อมที่จะเรียนรู้นวัตกรรมของเราก็จะเป็นแต้มต่อในการเมืองได้”

‘พิธา’ ลั่น อยากจะตั้งรัฐบาลให้เร็ว เพื่อผลักดัน ‘สิทธิชาติพันธุ์’

นายพิธา ย้ำว่า เพดานของพี่น้องชาติพันธุ์ไม่ได้อยู่แค่นี้ แต่อยู่สูงถึงขนาดผู้นำระดับประเทศอาจจะมาจากชาติพันธุ์ได้ มีความเป็นไปได้เช่นเดียวกัน

พอตนสนใจ ก็เลยมาใส่ใจในเรื่องความเป็นอาชีพเกี่ยวกับทางการ ตั้งแต่สมัยอยู่พรรคอนาคตใหม่ ซึ่งเป็นพรรคการเมืองเดียวที่มีปีกชาติพันธุ์ หลายคนอาจจะกังวลใจพี่ไม่ได้เห็นอยู่ใน MOU เพราะก้าวไกลเป็นพรรคเดียวที่ผลักดัน สนใจถึงขนาดที่มีปีกชาติพันธุ์ ตั้งแต่อดีตอนาคตใหม่ ความหลากหลายเราต้องโอบรับและส่งเสริม

2 ปีก ‘แรงงาน-ชาติพันธุ์’ สำคัญ

ทั้งนี้ พรรคก้าวไกลจะมีปีก 2 ปีกที่สำคัญ ปีกที่หนึ่งคือปีกแรงงาน ปีที่สองคือปีกชาติพันธุ์ เพราะฉะนั้นทั้ง 2 ปีกนี้จะมีความสำคัญมากต่อพรรคก้าวไกล ดังนั้น จึงเป็นเรื่องที่ใส่ใจมาก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องทวงคืนผืนป่า พ.ร.บ.อุ้มหาย จะมีการผลักดัน เป็นสิ่งที่พรรคก้าวไกลทำมาตลอด 4 ปีแล้วจะทำอะไร

“หวังว่าท่านจะเชื่อมั่นพอสมควรในผู้นำคนนี้”

จากนั้น นายพิธา ได้ออกมารับหนังสือจากกลุ่มสภาชนเผ่าพื้นเมืองแห่งประเทศไทย ซึ่งเป็นกลุ่มชาติพันธุ์ 40 ชนเผ่า จาก 5 ภูมิภาค และภาคีที่เกี่ยวข้อง ภายหลังรับฟังปัญหาเสร็จสิ้น

โดยตัวแทนกลุ่มได้อ่านแถลงการณ์แสดงความยินดี และประกาศเจตนารมย์ ต่อพรรคก้าวไกล มีเนื้อหา ระบุว่า ขอแสดงความยินดีต่อพรรคก้าวไกลที่มีเจตนารมน์ความเป็นประชาธิปไตย ลดความเหลื่อมล้ำ และมั่งหวังสร้างสังคมที่อยู่ร่วมกันอย่างเท่าเทียมและสงบสุข

และวันนี้ทางกลุ่มได้เห็นถึงความพนายามของกลุ่มอำนาจเก่าและฝ่ายอนุรักษ์นิยมที่ใช้อำนาจเผด็จการฉุดรั้งประเทศให้ถอยหลัง ไม่เคารพฉันทมติของประชาชน ไม่กระทำตนให้ถูกต้องตามครรลองในระบอบประชาธิปไตย ซึ่งเป็นอุปสรรคต่อก่รจัดตั้งรัฐบาลของพรรคก้าวไกลจึงขอเป็นกำลังใจให้ นายพิธา และพรรคก้าวไกล ให้ต่อสู้กับความอยุติธรรมหลังจากนี้

และทางสภาฯ ได้จัดทำกระดุม 5 เม็ด เพื่อเสนอเป็นแนวทางให้กับพรรคในการส่งเสริมและแก้ไขปัญหา

ทั้งนี้มั่นใจว่านายพิธา และพรรคก้าวไกล จะขับเคลื่อนชนเผ่าพื้นเมืองเพื่อเรียกร้องสิทธิ อัตลักษณ์ตัวตนที่มีมาหลายทศวรรษ และเชื่อมั่นว่า หลังจากนี้จะเป็นหมุดหมายแรกแห่งการชำระประวัติศาสตร์ของการกดขี่ชนเผ่าพื้นเมืองภายใต้รัฐบาลประชาธิปไตย เพื่อคืนสิทธิ คืนศักดิ์ศรี และยอมรับตัวตนของชนเผ่าพื้นเมืองในฐานะพลเมืองที่เป็นพลังสร้างสรรค์สังคมไทย เช่นเดียวกับประชาชนทุกคน เราจะไม่เป็นภาระให้พรรคก้าวไกลแต่จะเป็นหุ้นส่วนการแก้ไขปัญหา

ประชากรชาติพันธุ์ 7 ล้านคน

ขณะที่ นายพิธา บอกภายหลังหารือร่วมกันว่า เรื่องสิทธิของพี่น้องชาติพันธุ์ เป็นตัวบ่งบอกความเข้มแข็งของระบบประชาธิปไตยได้เป็นอย่างดี เพราะจากข้อมูลที่มีการศึกษาไว้ มี ประชากรชาติพันธุ์ประมาณ 7 ล้านคน จาก 60 กว่าล้านคนก็เกือบ10% แต่ยังมีปัญหาที่ดิน ปัญหาเกี่ยวกับสัญขาติ และปัญหาเด็กติด G และปัญหาเกี่ยวกับการบริหารเกี่ยวกับระบบสาธารณูปโภค ที่ยังเข้าไม่ถึง ถ้าได้รับการขับเคลื่อน สิทธิความเป็นพลเมืองของเขาเพิ่มขึ้น แต่ความเป็นชาติพันธุ์ก็ไม่ได้ลดลง 

ซึ่งเป็นสิ่งที่ต้องทำ และหากพี่น้องชาติพันธุ์ได้รับการเข้าถึงการบริการสาธารณะ และที่ดินทำกินอย่างที่ควรจะเป็น ก็จะเป็นผลดีของประเทศไทยทั้งประเทศ เพราะเป็นตัวที่บ่งบอกถึงความเข้มแข็ง ถึงความเป็นประชาธิปไตยในประเทศของเรา ดังนั้นจึงไม่ใช่เรื่องของพี่น้องชาติพันธุ์ และพรรคก้าวไกล อย่างเดียว แต่เป็นเรื่องของคนไทยทั้งประเทศ และเมื่อเราเห็นว่า สิทธิของชาติพันธุ์ เป็นเรื่องของสิทธิมนุษยชน ก็จะทำให้เข้าใจมากขึ้น

‘พิธา’ ลั่น อยากจะตั้งรัฐบาลให้เร็ว เพื่อผลักดัน ‘สิทธิชาติพันธุ์’

ทั้งนี้ก็อยากจะตั้งรัฐบาลให้เร็ว เพื่อผลักดันสิทธิชาติพันธุ์ และเศรษฐกิจชาติพันธุ์ เพราะเป็นเรื่องที่น่าสนใจ

อย่าพลาดมาพักผ่อน @ ‘ลีซู ลอดจ์-ลั่นเจี๊ยะ ลอดจ์’

“ส่วนตัวแล้วหากมีโอกาสได้ไปพักผ่อนกับเขาบ้าง ซึ่งก็ไม่ค่อยมีหรอก ถ้าจะไปเที่ยวมี 2 ที่คือ ลีซู ลอดจ์ อยู่ที่จ.เชียงใหม่ และ ลั่นเจี๊ยะ ลอดจ์ อยู่เชียงราย ก็ขอเชิญชวนคนไทยทั้งประเทศ และต่างประเทศไปดื่มด่ำวัฒนธรรมพี่น้องชาติพันธุ์ ในการท่องเที่ยวที่จะถึงนี้”

จากนั้นนายพิธา ก็ได้ร่วมรับประทานอาหารกับผู้นำกลุ่มชาติพันธุ์ เป็นอาหาร 9 อย่างจาก 9 ชนเผ่า เพื่อต้อนรับพรรคก้าวไกล

‘พิธา’ ลั่น อยากจะตั้งรัฐบาลให้เร็ว เพื่อผลักดัน ‘สิทธิชาติพันธุ์’

โดย นายพิธา เริ่มต้นรับประทาน ป่าปา เป็นขนมท้องถิ่น ซึ่งนายพิธา เรียกว่า ‘แพนเค้กลีซู’ และได้ชิมให้ดู พร้อมแบ่งให้กับสื่อทวลชนได้ลองชิมด้วย

‘พิธา’ ลั่น อยากจะตั้งรัฐบาลให้เร็ว เพื่อผลักดัน ‘สิทธิชาติพันธุ์’

และได้ลองชิม เหล้าข้าวโพด ก่อนจะรับประทานอาหาร ซึ่งนายพิธา ทานทั้งข้าวไรซ์เบอรี่ และข้าวเหนียว อย่างอเร็ดอร่อย และทานทุกอย่างที่ชาวบ้านแนะนำและนำมาให้

จากนั้นก็มาดื่มกาแฟดริฟ นายพิธา ขอ 2 แก้ว และชมว่าอร่อย แล้วมาแวะทานขนม ป่าปาอีก 1 ชิ้น ก่อนจะถ่ายรูปร่วมกับชาวบ้านกลุ่มชาติพันธุ์ และเดินทางต่อไปยังตลาดหางดง

‘พิธา’ ลั่น อยากจะตั้งรัฐบาลให้เร็ว เพื่อผลักดัน ‘สิทธิชาติพันธุ์’

เมนูอาหารเด็ดชนเผ่า

สำหรับเมนูอาหาร มีทั้ง ต้นไห่ว่านค้าวคาวดำ จากชนเผ่าลีซู ,ไก่สมุนไพร จากชนเผ่าคะฉิ่น ,ต้มไก่สมุนไพร จากม้ง ,ลาบไก่ จากม้ง ,โต๊ะสะเบือก ชนเผ่าละเวือะ ,ต่าพอเพาะ จากชนเผ่ากะเหรี่ยง ,ส่าจ้อย จากชนเผ่าลาหู่ ,ยำผักสมุนไพร จากเผ่าอาข่า

‘พิธา’ ลั่น อยากจะตั้งรัฐบาลให้เร็ว เพื่อผลักดัน ‘สิทธิชาติพันธุ์’
‘พิธา’ ลั่น อยากจะตั้งรัฐบาลให้เร็ว เพื่อผลักดัน ‘สิทธิชาติพันธุ์’
‘พิธา’ ลั่น อยากจะตั้งรัฐบาลให้เร็ว เพื่อผลักดัน ‘สิทธิชาติพันธุ์’

ปลอดประสพ ค้านรัฐบาลรักษาการ ผุด ‘คลองระบายน้ำฝั่งตะวันออก’ ค่าแสนล้าน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/551241

15 มิ.ย. 2566

ปลอดประสพ  ค้านรัฐบาลรักษาการ ผุด  'คลองระบายน้ำฝั่งตะวันออก'  ค่าแสนล้าน

ประธานด้านนโยบายปฏิรูปโครงสร้างพื้นฐานด้านการจัดการน้ำ เพื่อไทย ปลอดประสพ สุรัสวดี ติงแนวคิดรัฐบาลรักษาการ ที่มีโครงการจะทำ “คลองระบายน้ำฝั่งตะวันออก”  ระยะทาง 137 กิโลเมตร เงินลงทุนแสนล้าน ระบุผลการศึกษาทางวิชาการไม่ชัด ในทางการเมืองไม่ควรทำโครงการทิ้งทวน

นายปลอดประสพ สุรัสวดี ประธานด้านนโยบายปฏิรูปโครงสร้างพื้นฐานด้านการจัดการน้ำ พรรคเพื่อไทย แถลงว่า การที่รัฐบาล  พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่อยู่ระหว่างการเป็นรัฐบาลรักษาการ มีแนวโน้มที่จะดำเนินโครงการสร้าง “คลองระบายน้ำฝั่งตะวันออก”  ของแม่น้ำเจ้าพระยา ระยะทาง 137 กิโลเมตร มูลค่างบประมาณสูงนับแสนล้านบาท   เห็นว่า โครงการที่รัฐบาลรักษาการชุดนี้ประกาศออกมานั้น มีความผิดพลาดทั้งในทางวิชาการและความเหมาะสมในทางการเมือง  


จากการตรวจสอบโครงการ  “คลองระบายน้ำฝั่งตะวันออก”  ยังไม่ได้มีการศึกษาอย่างละเอียดถี่ถ้วนทั้งต้นน้ำ กลางน้ำและปลายน้ำ จึงเป็นเรื่องน่ากังวลว่าอาจสร้างผลกระทบกับประชาชนจำนวนมาก โดยเฉพาะในทางวิชาการ จะเห็นได้ว่าโครงการนี้ศึกษาและตัดสินใจเฉพาะในส่วนต้นน้ำเท่านั้น คือการเอาน้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยาส่วนเกินผ่านแม่น้ำชัยนาท-ป่าสัก เข้ามาเป็นระยะทางประมาณ 50 กิโลเมตร แต่ไม่ได้ศึกษาว่าหลังจากนั้นจนถึงอ่าวไทยจะบริหารจัดการอย่างไร และจะสร้างผลกระทบต่อประชาชนอย่างไร  

ขณะที่ในทางการเมือง รัฐบาลชุดปัจจุบันอยู่ระหว่างการเป็นรัฐบาลรักษาการ   ไม่ควรที่จะริเริ่มโครงการใหม่ที่ต้องใช้เวลานานนับ 10 ปี  กว่าจะเสร็จสิ้นโครงการ โดยใช้งบประมาณอีกนับแสนล้านบาท ซึ่งจะสร้างภาระทางงบประมาณให้กับรัฐบาลที่กำลังจะเข้ามาบริหารประเทศ


ที่ผ่านมารัฐบาลพรรคเพื่อไทย   ในสมัยน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ได้เคยทำโครงการแก้ไขปัญหาเรื่องน้ำเอาไว้แล้วตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ  และ ปลายน้ำ ซึ่งเมื่อรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ เข้ามา ก็ได้นำไปศึกษาแต่ก็ปฏิเสธที่จะดำเนินการตามที่ได้มีการศึกษาไว้แล้วอย่างรอบคอบ และท้ายที่สุดรัฐบาลรักษาการชุดนี้กลับริเริ่มโครงการใหม่เองในช่วงที่เป็นรัฐบาลรักษาการ ซึ่งเป็นที่น่ากังวลว่าโครงการใหม่นี้  ไม่ได้มีการศึกษาอย่างละเอียดรอบคอบทั้งระบบ

ในทางวิชาการพบว่า การผันน้ำมาในพื้นที่ภาคตะวันออกของประเทศ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีความเจริญและมีคนอาศัยอยู่จำนวนมากจะสร้างผลกระทบต่อประชาชนอย่างแน่นอน ที่สำคัญคือการนำน้ำมาออกใกล้พื้นที่สนามบินสุวรรณภูมิเป็นเรื่องที่อันตรายอย่างยิ่ง อีกทั้งคลองเดิมที่มีอยู่แล้วมีขนาดเล็กรับน้ำได้จำกัด แต่น้ำที่จะผันมามีปริมาณมากกว่า อาจทำให้เกิดปัญหาน้ำท่วมในพื้ันที่ที่น้ำผ่าน ซึ่งอาจต้องขยายคลองต่าง ๆ อีก  กระทบกับประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณริมคลองต่าง ๆ อีกทั้งคลองที่มีอยู่ในปัจจุบัน ทั้งชัยนาท-ป่าสัก และคลองระพีพัฒน์ เป็นคลองเพื่อการชลประทาน ไม่ได้มีโครงสร้างที่เหมาะสมที่จะใช้ในการระบายน้ำ

‘พิธา’ ลั่นเป็น ‘นายกฯ’ พร้อมขับเคลื่อน ‘สัญชาติ’- ที่ดินทำกิน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/551238

15 มิ.ย. 2566

‘พิธา’ ลั่นเป็น ‘นายกฯ’ พร้อมขับเคลื่อน ‘สัญชาติ'- ที่ดินทำกิน

‘พิธา’ ถกปัญหาของ ‘กลุ่มชาติพันธุ์’ ลั่น ‘นายกฯ’ คนต่อไปพร้อมขับเคลื่อน ‘สัญชาติ’ ความเท่าเทียม ที่ดินทำกิน การศึกษา พร้อมเผยชอบไปเที่ยวที่ลีซู ลอดจ์ เชียงใหม่ – ลั่นเจีย ลอดจ์ เชียงราย

นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ได้เดินทางไปพบปะกับพี่น้องกลุ่มชาติพันธุ์ สมาคมศูนย์รวมการศึกษาและวัฒนธรรมของชาวไทยภูเขาในประเทศไทย (ศ.ว.ท.) หรือ สมาคม Impect อำเภอสันทราย จ.เชียงใหม่ เพื่อพูดคุยเกี่ยวกับปัญหาที่พี่น้องชาติพันธุ์กำลังพบเจออยู่ในขณะนี้ อาทิ เรื่องของสัญชาติ,เรื่องที่ดินทำกิน,การบริหารจัดการพื้นที่ป่าและอุทยานแห่งชาติ,การศึกษา,การเข้าถึงสิทธิสวัสดิการสังคม และความเท่าเทียม 

หนุนท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม

รวมไปถึงสนับสนุนการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม นำไปสู่ชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นของกลุ่มชาติพันธุ์ และยังมีกลุ่มพี่น้องชาติพันธุ์ได้แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับประเด็นที่ทาง พรรคก้าวไกล จะนำเอากัญชากลับไปเป็นยาเสพติด

‘พิธา’ ลั่นเป็น ‘นายกฯ’ พร้อมขับเคลื่อน ‘สัญชาติ'- ที่ดินทำกิน

โดยอยากให้พรรคก้าวไกลแยกกัญชา กับ กัญชง ออกจากกัน ซึ่งนายพิธาก็ได้รับฟังปัญหาต่าง ๆที่ได้มีการนำเสนอมาในที่ประชุมและให้ความมั่นใจกับพี่น้องชาติพันธุ์ว่า “นายกรัฐมนตรีคนต่อไปของประเทศ มีความสนใจ ใส่ใจ และพร้อมที่จะเรียนรู้ปัญหาและศักยภาพของพี่น้องชาติพันธุ์ พี่น้องชนเผ่า

‘พิธา’ ลั่นเป็น ‘นายกฯ’ พร้อมขับเคลื่อน ‘สัญชาติ'- ที่ดินทำกิน

50 ชนเผ่าใน 26 จังหวัด

นายพิธา ยังได้กล่าวอีกว่า ทางพรรคก้าวไกลให้ความสนใจและใส่ใจพี่น้องชาติพันธุ์มาตั้งแต่สมัยที่ยังเป็น พรรคอนาคตใหม่ ซึ่งชนเผ่าพื้นเมืองในประเทศไทยมีจำนวนกว่า 7 ล้านคน จาก40 ถึง 50 ชนเผ่า ใน 26 จังหวัด ทั่วประเทศ คิดเป็นประมาณร้อยละ 10 จากคนไทยทั้งหมด 66 ล้านคน 

ดังนั้นปัญหาต่างๆ ที่สะท้อนมามีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะเรื่องการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม วิถีชนเผ่า และการผลักดันสิทธิพลเมืองของประชาชนกลุ่มชาติพันธุ์ให้เพิ่มขึ้น หากจัดตั้งรัฐบาลได้เร็วเท่าไหร่ การจัดการปัญหาต่าง ๆก็จะทำได้ไวตามไปด้วย และจะสามารถขับเคลื่อนไปได้ไกล โดยที่ความเป็นชนเผ่ายังคงอยู่ ไม่ได้ลดลง และยังจะเป็นการแสดงถึงความเข้มแข็งของประชาธิปไตยในไทยมากขึ้นด้วย

“ผมอยากจะสนับสนุนการท่องเที่ยวในรูปแบบของวัฒนธรรมของกลุ่มพี่น้องชาติพันธุ์ที่มีความเป็นเอกลักษณ์เป็นของตัวเอง ส่วนตัวเมื่อเวลาว่างก็จะไปพักผ่อนหย่อนใจอยู่ 2 ที่ ก็คือ ลีซู ลอดจ์ จังหวัดเชียงใหม่ กับ ลั่นเจีย ลอดจ์ จังหวัดเชียงราย ตนก็อยากจะขอเชิญพี่น้องคนไทยทั้งภายในประเทศและต่างประเทศได้ไปดื่มด่ำกับวัฒนธรรมของพี่น้องชาติพันธุ์” 

ทั้งนี้เมื่อนายพิธา กล่าวจบก็ได้รับมอบของที่ระลึกที่พี่น้องชาติพันธุ์ได้เตรียมเอาไว้ให้ พร้อมกับได้ถ่ายรูปร่วมกับผู้ที่มาร่วมกิจกรรมด้วยความเป็นการเอง หลังจากนั้นนายพิธาได้ร่วมรับประทานอาหารกลางวันร่วมกับพี่น้องชาติพันธุ์ในรูปแบบขันโตก 

‘พิธา’ ลั่นเป็น ‘นายกฯ’ พร้อมขับเคลื่อน ‘สัญชาติ'- ที่ดินทำกิน
‘พิธา’ ลั่นเป็น ‘นายกฯ’ พร้อมขับเคลื่อน ‘สัญชาติ'- ที่ดินทำกิน
‘พิธา’ ลั่นเป็น ‘นายกฯ’ พร้อมขับเคลื่อน ‘สัญชาติ'- ที่ดินทำกิน

9 เมนู จาก 9 ชนเผ่า

และมีอาหารอยู่ 9 เมนู จาก 9 ชนเผ่า โดยมีการสื่อความหมายว่า อาหาร 9 อย่างของพี่น้องชนเผ่าจะก้าวไปข้างหน้า พร้อม ๆกับพรรคก้าวไกล

‘พิธา’ ลั่นเป็น ‘นายกฯ’ พร้อมขับเคลื่อน ‘สัญชาติ'- ที่ดินทำกิน

ทำ ‘พิธีคีฮลัว’ เสริมบุญให้ ‘พิธา’ 

นอกจากนี้ทางผู้นำภูมิปัญญาม้งบ้านม่อนแจ่ม ได้ทำพิธีมัดมือ (คีฮลัว) หรือการสู่ขวัญตามประเพณีม้ง ให้กับนายพิธา โดยตามความเชื่อของชนเผ่าเชื่อว่าเป็นการปัดเป่าสิ่งที่ไม่ดีได้ออกไป และเป็นการเสริมบุญและความโชคดีให้แก่กัน

‘พิธา’ ลั่นเป็น ‘นายกฯ’ พร้อมขับเคลื่อน ‘สัญชาติ'- ที่ดินทำกิน
‘พิธา’ ลั่นเป็น ‘นายกฯ’ พร้อมขับเคลื่อน ‘สัญชาติ'- ที่ดินทำกิน

เดินหน้าไม่ถอย เรืองไกร ยื่นเอกสารเพิ่ม มาตรา 151 บี้ ‘พิธา’ ว่าด้วยคุณสมบัติ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/551233

15 มิ.ย. 2566

เดินหน้าไม่ถอย เรืองไกร   ยื่นเอกสารเพิ่ม มาตรา 151 บี้  'พิธา' ว่าด้วยคุณสมบัติ

หัวหอกการเคลื่อนไหวว่าด้วยคุณสมบัติ ของว่าที่นายกฯ ‘พิธา’ กรณี ถือหุ้นสื่อไอทีวี “เรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ” รุกมอบเอกสารให้กกต. จี้ตรวจสอบความผิดที่ยอมให้เสนอชื่อตนเองเป็นนายกรัฐมนตรี ย้ำ รัฐธรรมนูญมาตรา 98 (3)   ต้องไม่ถือหุ้นสื่อ ครอบคลุม วุฒิสภา ครม. ตุลาการศาลฯ

นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ สมาชิกพรรคพลังประชารัฐ  เปิดเผยว่า  ได้ส่งหลักฐานเพิ่มและขอให้  คณะกรรมการการเลือกตั้ง ( กกต. )นำไปตรวจสอบเพิ่มเติม กรณีตั้งกรรมการสืบสวนสอบสวนนายพิธา  ลิ้มเจริญรัตน์  หัวหน้าพรรคก้าวไกลแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี   ที่ถูกพิจารณาในคดีอาญา มาตรา 151 พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง สส. 2561  รวมทั้งขอให้ กกต.ตรวจสอบตามแบบสส. 4/20  ซึ่งเป็นหนังสือยินยอมให้เสนอชื่อลงสมัครเป็น สส.แบบบัญชีรายชื่อ  และ 4/30 หนังสือยินยอมให้เสนอชื่อรับแต่งตั้งเป็นนายกฯ ว่าเข้าข่ายตามความในมาตรา 132 หรือไม่

ทั้งนี้ได้นำส่งทางไปรษณีย์ พร้อมสำเนาหน้าเฟซบุ๊กพรรคก้าวไกล ที่ได้โพสต์ข้อความหัวข้อ  “คนโกงวงแตก ก้าวไกลชำแหละเพิ่มขบวนการปลุกผีไอทีวี”   ที่มีเนื้อหา กรณีนายชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกล   แถลงข่าวเปิดคลิปเสียงการประชุมผู้ถือหุ้นบริษัท ไอทีวี  จำกัด มหาชน  และสำเนาแบบส.ส.4/20 และ 4/30   โดยข้อความบางส่วนมีการกล่าวถึงตนแบบคลาดเคลื่อน   ไม่ตรงตามความจริง   ขอย้ำว่าการเดินทางมายื่นเรื่องร้องเรียนต่อ กกต.ที่ผ่านมาๆ ตนดำเนินการคนเดียว ไม่ได้ร่วมกับผู้อื่น    ส่วนที่นายชัยธวัช ระบุถึงกรณีที่กกต.จะดำเนินการ 151 กับ นายพิธา  ไม่มีหลักฐาน และน้ำหนักเพียงพอนั้น

เห็นว่าการดำเนินการของ กกต.ตามมาตรา 151 ควรหมายรวมถึงการกระทำตามแบบ ส.ส. 4/20 และ 4/30  จึงควรตรวจสอบตามมาตรา 151 ให้ครบถ้วน เพราะตามหนังสือยินยอมให้เสนอชื่อรับสมัครรับเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อ  และหนังสือยืนยอมให้เสนอชื่อแต่งตั้งเป็นนายกฯ ซึ่งนายพิธาจะต้องลงนามรองรับไว้แล้ว 

.

ขยายความ รัฐธรรมนูญมาตรา 98 (3)  จะต้องไม่ถือหุ้นสื่อ  

.

การส่งหนังสือนี้ เป็นการส่งเพิ่มเติมตามมาตรา 151  หลังจากเมื่อไม่กี่วัน  พรรคก้าวไกลมีการโพสต์ข้อความกล่าวอ้างถึงตนต่างๆ   ซึ่งยืนยันว่าทำคนเดียว   นอกจากส่งหลักฐานประกอบเพิ่มเติมแล้ว ยังอธิบายรัฐธรรมนูญมาตรา 98 (3)  จะต้องไม่ถือหุ้นสื่อ  ซึ่งใช้กับบังคับครอบคลุมไปถึงองค์กรอื่นๆ ด้วย เช่น วุฒิสภา คณะรัฐมนตรี รัฐมนตรี ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ  รวมถึงกรรมการองค์กรอิสระ และองค์กรตามรัฐธรรมนูญ ต้องไม่ถือหุ้นสื่อ    

ส่วนที่พรรคก้าวไกลพยายามแก้ต่างว่าถือหุ้นเพียง 4.2 หมื่นหุ้น  ก็ขอยกรัฐธรรมนูญมาตรา 187 ให้เห็นว่า ถ้ารัฐธรรมนูญจะกำหนดจำนวนหุ้น  ก็จะต้องระบุว่าถ้ารัฐมนตรีจะถือหุ้น หรือเป็นหุ้นส่วนในบริษัทห้างหุ้นส่วนจำกัดเกินกว่าร้อยละ 5  หากเกินนี้ แต่ไม่แจ้งหรือฝาก ก็จะต้องพ้นจากตำแหน่ง แต่หากเป็นการจัดการหรือก้าวก่ายแทรกแซงการทำงานของสื่อก็จะเข้าตามมาตรา 184 วรรค 4     อีกทั้งการที่ กกต.จะดำเนินคดีอาญาตามมาตรา 151 พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. ต้องดูในหนังสือยินยอมลงสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส. และแคนดิเดต  ว่าต้องไม่มีลักษณะต้องห้าม แต่เนื่องจากนายพิธา สมัคร 2 สถานะ ทั้ง สส.บัญชีรายชื่อ และสมัครแคนดิเดตนายกฯ ซึ่งห้ามเหมือนกัน  ตนจึงขอให้กกต.ตรวจสอบประเด็นนี้เพิ่มเติมเข้าไปด้วย 

ส่วนที่พรรคก้าวไกลมีการโต้แย้งว่า คุณสมบัติต้องห้าม  ไม่ครอบคลุมถึงคุณสมบัติแคนดิเดตนายกฯ   ต้องถามว่า  อ่านรัฐธรรมนูญมาตรา 89 วรรคสองเป็นหรือไม่  ขอให้คนพูดไปอ่านรัฐธรรมนูญมาตรา 89 วรรคสองและ พ.ร.ป. สส. มาตรา 14 วรรคสองด้วย  ส่วนพรรคก้าวไกล มีข้อสงสัยเกี่ยวกับรายงานงบการเงินไอทีวีปี 2565 ที่ยื่นต่อคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (กลต.)  และกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์   มีข้อความแตกต่างกัน เกี่ยวกับการทำกิจการสื่อและชี้พิรุธว่ารายงานงบฯ ที่ออกมาวันที่ 10 พ.ค. ตรงวันที่นายเรืองไกรนำมายื่นร้องนายพิธาที่ กกต.  เข้าข่ายว่าเป็นหนึ่งในขบวนการปลุกผีไอทีวี   


ตนให้ข่าวเรื่องหุ้นว่าจะมายื่น กกต.ตั้งแต่วันที่ 9 พ.ค.แล้ว  ว่าจะมายื่น กกต.วันที่ 10 พ.ค.  ซึ่งอยากให้ไปดูเฟซบุ๊กส่วนตัวของนายพิธา ที่โพสต์ข้อความชี้แจงเกี่ยวกับการร้องเรียนเรื่องนี้ เมื่อวันที่ 9 พ.ค. ว่าเจตนาสกัดพรรคก้าวไกล  เพราะพรรคกำลังทลายทุนผูกขาด  ไม่มีข้อความใดที่เขียนว่ามีการปลุกผีไอทีวี ส่วนถ้ามองว่ารายงานงบฯ ที่ส่ง กลต.และกรมพัฒนาธุรกิจการค้ามีพิรุธ  ก็เรียกให้สอบได้  แต่ตนไม่ได้ดูเอกสารฉบับนี้ของกลต. และตนสงสัยว่า ในเมื่อไอทีวีถูกถอดออกจากตลาดหลักทรัพย์แล้ว  เหตุใดยังต้องยื่นรายงานงบฯ ต่อ กลต.ด้วย  ซึ่งนายพิธาก็ได้โพสต์เฟซบุ๊กในวันที่ 6 พ.ค.ว่าบริษัทไอทีวีถูกถอดออกจากตลาดหลักทรัพย์แล้ว

เดินหน้าไม่ถอย เรืองไกร   ยื่นเอกสารเพิ่ม มาตรา 151 บี้  'พิธา' ว่าด้วยคุณสมบัติ

เรืองไกร ลีกิจวัฒนะ สมาชิกพรรคพลังประชารัฐ  

ศิธา ใส่ยับขบวนการขวาง ‘พรรคก้าวไกล’ ตั้งรัฐบาล ชี้ เรืองไกร รับงาน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/551219

15 มิ.ย. 2566

ศิธา ใส่ยับขบวนการขวาง 'พรรคก้าวไกล' ตั้งรัฐบาล  ชี้ เรืองไกร รับงาน

เลขาธิการพรรคไทยสร้างไทย น.ต.ศิธา ทิวารี ขย่มการออกมาเคลื่อนไหว ถือหุ้นสื่อไอทีวี ของ พิธา “พรรคก้าวไกล” เรื่องนี้ทำกันเป็นขบวนการ คนอยู่เบื้องหลัง อดีตผู้สมัคร สส.ภูมิใจไทย ถือว่าไม่ธรรมดา แบ่งงานกันทำ เป้าหมายเดียวกันขวางพรรคก้าวไกล จัดตั้งรัฐบาล

น.ต.ศิธา ทิวารี ประธานคณะกรรมการอำนวยการและพัฒนา และเลขาธิการพรรคไทยสร้างไทย (ทสท.) เปิดเผยว่า การร้องเรียน นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล เรื่องการถือหุ้นสื่อไอทีวี ที่ถูกมองว่ามีผู้อยู่เบื้องหลัง ซึ่งใหญ่กว่า นายนิกม์ แสงศิรินาวิน อดีตผู้สมัคร สส. พรรคภูมิใจไทย  เรื่องนี้ทุกคนก็น่าจะทราบกันอยู่แล้วว่า มีลักษณะของการแบ่งงานกันทำ โดยมีธงเป็นจุดมุ่งหมายไว้ แม้กระทั่งเมื่อวานนี้ (14 มิ.ย.) ตนได้ร่วมรายการลักษณะคล้ายกับการดีเบต ก็จะได้ยินบางคำ เช่น  “ดูซิว่า “พรรคก้าวไกล”  จะดึงพรรคร่วมไว้ได้นานแค่ไหน”  คำพูดแบบนี้ส่อให้เห็นสิ่งที่ตั้งใจได้ชัดเจน 

คำพูดที่ระบุว่า  “อยู่เฉยๆ ปล่อยให้เขาจัดตั้งรัฐบาลไป”  อันหมายถึง “พรรคก้าวไกล”  คำพูดแบบนี้ ทำให้ต่อจิ๊กซอว์เห็นภาพใหญ่ ถึงกลไกที่ฝังไว้ ในรัฐธรรมนูญ เช่น  เอา สว. 250 คน มาฝังไว้  ปล่อยให้กลไกที่ฝังเอาไว้ ทำงานของมันเอง แล้วก็ลอยตัวเหมือนว่าไม่ได้เกี่ยวข้อง ทั้งที่ประชาชนรู้    ขบวนการนี้เป็นการขัดขวางประชาธิปไตยของประเทศไทยไม่ให้เดินหน้า และไม่ว่าจะมีอีกกี่ด่านที่มาขัดขวางการจัดตั้งรัฐบาล ทั้งหมดล้วนเป็นพิธีกรรมที่มีธงอยู่แล้วว่า จะให้การเมืองของประเทศมีทิศทางไปทางไหน สิ่งที่ป้องกันได้คือ ให้ประชาชนรู้เท่าทัน และอีกฝ่ายจะรู้ว่า สิ่งที่ทำมีต้นทุนที่สูง 

สำหรับการยื่นเอกสาร ของนายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ สมาชิกพรรคพลังประชารัฐ  มีนักการเมืองอยู่เบื้องหลังนั้น ได้ยินข่าวมา  จึงกล้าเปิดเผย ขณะที่ นายเรืองไกร ก็ไม่ได้ปฏิเสธเรื่องนี้ แต่ให้กกต. เป็นผู้มาถามเอง ว่านักการเมืองคนนั้นเป็นใคร ดังนั้นเรื่องนี้ตนเป็นเพียงผู้เปิดประเด็น ซึ่งขั้นแรก นายเรืองไกร ก็ยอมรับว่ามีนักการเมืองเกี่ยวข้องจริง แต่ไม่เปิดเผยชื่อ  

ศิธา ใส่ยับขบวนการขวาง 'พรรคก้าวไกล' ตั้งรัฐบาล  ชี้ เรืองไกร รับงาน

น.ต.ศิธา ทิวารี ประธานคณะกรรมการอำนวยการและพัฒนา และเลขาธิการพรรคไทยสร้างไทย (ทสท.)

ลุ้น! รับรองสส.19 มิ.ย.นี้ ‘เลขา กกต.’ สั่งตั้งคกก. สอบปม ‘เอกสารหลุด’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/551199

15 มิ.ย. 2566

ลุ้น! รับรองสส.19 มิ.ย.นี้ ‘เลขา กกต.’ สั่งตั้งคกก. สอบปม ‘เอกสารหลุด'

แสวง บุญมี ‘เลขา กกต.’ สั่งตั้งคณะกรรมการสอบปมเอกสารเสนอ กกต.ประกาศผลเลือกตั้ง 66 หลุด ลุ้น กกต. จะประกาศรับรอง สส. 19 มิ.ย. 66

หลังมี ‘เอกสารหลุด’ จากคณะกรรมการการเลือกตั้ง  หรือ ‘กกต.’ เนื้อหาเอกสารหลุด ระบุรายว่าที่สส. 71 คน มีทั้งพรรคร่วมรัฐบาลเดิม และพรรคร่วมรัฐบาลใหม่ที่ถูกแขวน เล่นเอา ว่าที่สส.หลายคนตกใจแตกตื่นกันไปหมด และ กกต.ยังไม่ชี้แจงในเรื่องเอกสารกกต.หลุด แต่ล่าสุดมีความเคลื่อนไหวจาก กกต. แล้ว

ลุ้น 19 มิ.ย.นี้กกต.รับรองสส.

มีรายงานข่าว แจ้วว่า  ภายในสัปดาห์หน้า  คาดเป็นวันที่ 19 มิ.ย. 2566 กกต. เตรียมพิจารณารับรอง สส.แบบบัญชีรายชื่อ พร้อมกับ สส.แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง หลังได้พิจารณาไปแล้วว่าทั้ง 400 เขตเลือกตั้ง ว่าเขตใดมีคำร้องคัดค้านและไม่มีคำร้อง

โดยคาดว่า กกต. จะประกาศรับรอง สส.ได้เลย จากนั้นให้ สส.ทยอยไปรับเอกสารรับรองได้ที่สำนักงาน กกต.

ทั้งนี้มีรายงานว่าเมื่อวันที่ 14 มิ.ย. 66 นายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. สั่งตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริง กรณีเอกสารข้อมูลเสนอ กกต. ประกาศผลการเลือกตั้ง สส.แบบเขตครั้งที่ 1 ที่ถูกเผยแพร่ในโซเชียลมีเดีย 3 หน้ากระดาษ ซึ่งเอกสารดังกล่าวนั้นเป็นเอกสารจริงในชั้นสำนักงาน กกต. ที่เตรียมเสนอ กกต.พิจารณา

โดยในวันศุกร์ที่ 16 มิ.ย.2566  นายอิทธิพร บุญประคอง ประธาน กกต. จะร่วมการประชุมสมาคมแห่งสถาบันพัฒนาการเมืองและการเลือกตั้ง ซึ่งจะเป็นการประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2563-2565 และมีเสวนาวิชาการเรื่อง ทิศทางการเมืองไทยภายหลังการเลือกตั้งปี 2566 จัดขึ้นที่โรงแรมเซ็นทรา บายเซ็น ทาราศูนย์ราชการ แจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯ

ไอซ์ รักชนก ลั่นไม่ห่วงถูกแขวน เชื่อทีมกฎหมาย ‘ก้าวไกล’ รับมือไหว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/551202

15 มิ.ย. 2566

ไอซ์ รักชนก ลั่นไม่ห่วงถูกแขวน  เชื่อทีมกฎหมาย 'ก้าวไกล' รับมือไหว

ว่าที่ สส. กทม. เขต 28 พรรคก้าวไกล รักชนก ศรีนอก แจงประเด็นที่อยู่ในข่ายเป็นหนึ่งในเจ็ดว่าที่สส. “ก้าวไกล” ที่อยู่ในข่ายยังไม่ได้รับการรับรอง ย้ำไม่หนักใจ พร้อมสู้ในทุกเรื่อง เชื่อมือฝ่ายกกฎหมายพรรค ที่พร้อมสนับสนุน ทำใจพรรคชนะเลือกตั้ง มีเรื่องเข้ามาไม่มีที่สิ้นสุด

น.ส.รักชนก ศรีนอก หรือ  “ไอซ์ รักชนก”  ว่าที่ สส. กทม. เขต 28 พรรคก้าวไกล เปิดเผยว่า  จากที่มีประเด็น เป็นหนึ่งในเจ็ดของสส.จากพรรคก้าวไกล  ซึ่งไม่ได้รับการรับรองจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง  ( กกต.) ให้เป็นสส.   ขณะนี้กำลังรอเอกสารจาก กกต.ว่าเป็นประเด็นจากเรื่องใด  ทราบเพียงว่า

มีเรื่องร้องเรียน แต่ก็พร้อมที่จะชี้แจงทุกข้อที่ถูกร้องเรียน และจริง ๆ ก็ยังอยู่ในระยะเวลา 60 วัน ภายในการรับรอง ก็คือถ้าได้รับหนังสือแล้วไปชี้แจง ถ้าไม่มีมูลเรื่องก็อาจถูกปัดตกไป แต่ถ้าเรื่องมีมูลก็อาจจะถูกดำเนินการต่อ ก็ว่ากันไปแต่ตอนนี้ยังไม่ได้รับหนังสือ ในส่วนของพรรค “ก้าวไกล” ก็แจ้งมาว่าถ้าเอกสารมาถึงให้แจ้งทางพรรค  เพื่อจัดทีมกฎหมายติดตามดูว่าจะทำอย่างไรต่อไป 


สถานการณ์ในขณะนี้ เรื่องร้องเรียนมีอยู่แล้ว  เป็นผู้ชนะก็ต้องถูกร้องเรียน แต่ขอรอดูก่อนว่าเป็นเรื่องอะไร และคิดว่าทุกเรื่องชี้แจงได้หมด ถ้าข้อร้องเรียนถูกปัดตกไป สุดท้ายยังอยู่ในระยะเวลา 60 วัน ก็ยังได้รับการรับรอง ก็เข้าสภาโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีได้ปกติ  ยืนยันว่าไม่กังวล เพราะมีผู้ถูกร้อง 71 เขต หลายพรรคด้วยกัน ไม่ใช่มีเพียงพรรค “ก้าวไกล”  เมื่อมีเรื่องร้องเรียนก็ต้องชี้แจงไป 

“อันนี้น่าจะเป็นก้อนกรวดเล็ก ๆ ในรองเท้า คือก้าวไกลหรือผู้สมัครจากก้าวไกลเอง คงต้องเจออะไรอีกเยอะในอนาคต เพราะอย่างที่ทุกคนเห็น ตั้งแต่เราชนะมา งานเข้าไม่หยุดก็อยากให้ทุกคนทำใจให้ชินว่าเมื่อเราเป็นฝ่ายที่ต่อสู้เอาอำนาจกลับมาสู่มือพ่อแม่พี่น้องประชาชน เรื่องเหล่านี้คือเรื่องที่ก้าวไกลต้องเจอ พี่ทิม  (พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ) ต้องเจอ  สส.ก้าวไกลต้องเจอ มันเป็นเรื่องเล็กน้อยมาก ๆ ไม่อยากให้พี่น้องประชาชนไม่สบายใจ เพราะอย่างไเรราจัดตั้งรัฐบาลได้แน่นอน มันคงไม่มีอะไรมาหยุดยั้งพลังที่เหลือล้น ที่ประชาชนส่งมาให้เราได้   อยากให้ทำใจให้ชิน เพราะในอนาคตเราต้องเจอเรื่องแบบนี้กันอีกเยอะ ที่จะทำให้ประชาชนไม่สบายใจ แต่ก็อยากให้รู้เอาไว้ว่า กอดคอต่อสู้ไปด้วยกัน อย่าท้อกับเรื่องอะไรเล็ก ๆ แบบนี้ อย่าไปให้มันรบกวน รำคาญใจ เพราะต่อไปเราต้องเจออะไรอีก” 

น.ส.รักชนก  กล่าวด้วยว่า หลังได้รับชัยชนะในการเลือกตั้ง ก็ลงพื้นที่มาตลอดตั้งแต่ 15 พ.ค. ไม่มีวันไหนที่ไม่หยุดพบประชาชน เพราะหลังเลือกตั้ง เงินเดือน สส. ถูกจ่ายแล้ว ดังนั้นเพื่อให้ประชาชนได้ผลประโยชน์สูงสุด คุ้มค่าคุ้มภาษีมากที่สุด ก็ควรจะเริ่มทำงานโดยไม่ต้องรอให้กกต.รับรอง นี่คือการตอบแทนประชาชนที่มอบความไว้วางใจให้แบบดีที่สุด   ” เรื่องที่ถูกร้องเรียนน่าจะเป็นเรื่องที่มีผู้ช่วยหาเสียง อาจจะเป็นกรณีนายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ หรือไม่ แต่ทำเอกสารแจ้งไปแล้วว่าเป็นเหตุการณ์ที่เขามาเอง และเขาไม่ใช่ผู้ช่วยหาเสียง หรืออาจจะมีเรื่องอื่นๆ ก็คงต้องไปดูว่าจะเข้าข่ายเรื่องไหน ตอนนี้ได้แต่คาดเดาว่าต้องเตรียมเอกสาร เตรียมคำตอบเรื่องไว้  ”  น.ส.รักชนก ระบุ

ไอซ์ รักชนก ลั่นไม่ห่วงถูกแขวน  เชื่อทีมกฎหมาย 'ก้าวไกล' รับมือไหว

รักชนก ศรีนอก  ว่าที่ สส. กทม. เขต 28 พรรคก้าวไกล 

‘สุดารัตน์’ ยก ‘รพ.อบจ.ภูเก็ต’ ต้นแบบแก้ปัญหา สาสุข อย่างยั่งยืน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/551196

15 มิ.ย. 2566

'สุดารัตน์' ยก 'รพ.อบจ.ภูเก็ต' ต้นแบบแก้ปัญหา สาสุข อย่างยั่งยืน

‘สุดารัตน์’ ยก รพ.อบจ.ภูเก็ต ต้นแบบแก้ปัญหาขาดแคลน บุคลากรสาธารณสุข อย่างยั่งยืน ชู บูรณาการความร่วมมือท้องถิ่น-เอกชน มุ่งสร้างสุขภาพประชาชน

คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ หัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย ,น.ส.สุวดี พันธ์ุพานิช นายเจตุบัญชา อำรุงจิตชัย นายสรเทพ โรจน์พจนารัช รองโฆษกพรรคไทยสร้างไทย น.ส.ศุภนาถลดา รัตนาธนัชภัค พร้อมคณะ เยี่ยมชมการดำเนินงานและรับฟังปัญหา ในโอกาสครบรอบ 12 ปี รพ.อบจ.ภูเก็ต โดยมี นายอัครวัฒน์ ศิริธัญญ์ธนากร ปลัด อบจ.ภูเก็ต และคณะให้การต้อนรับ

เช้า ‘หมอ’ เยี่ยมชุมชน-ค่ำ ‘พยาบาล’ ไปฟื้นฟู

โดยคุณหญิงสุดารัตน์ กล่าว ชื่นชม นายเรวัติ อารีรอบ นายก อบจ.ภูเก็ต ทีมงาน ข้าราชการท้องถิ่น และบุคลากรทางการแพทย์ ที่ได้ทุ่มเททำงานเพื่อประชาชนชาวภูเก็ต รองรับผู้ป่วยนอกถึงวันละ 600 ราย แบ่งเบาภาระ โรงพยาบาล(รพ.)สังกัดกระทรวงสาธารณสุขได้มาก 

ความร่วมมือระหว่างท้องถิ่นกับเอกชน เป็นแนวทางที่ดี ทั้งการรักษาด้วยจิตบริการ และการมุ่งส่งเสริมสุขภาพป้องกันโรคถึงบ้านประชาชน ในโครงการคลินิกหัวเช้า ที่ส่งหมอไปเยี่ยมช่วงเช้าในชุมชน และโครงการพยาบาลหัวค่ำ ที่ให้พยาบาลไปฟื้นฟูดูแลถึงบ้านหลังเวลางาน

'สุดารัตน์' ยก 'รพ.อบจ.ภูเก็ต' ต้นแบบแก้ปัญหา สาสุข อย่างยั่งยืน
'สุดารัตน์' ยก 'รพ.อบจ.ภูเก็ต' ต้นแบบแก้ปัญหา สาสุข อย่างยั่งยืน

ซึ่งการถ่ายโอนภารกิจ รพ.สต. มายังท้องถิ่น จะเป็นประตูด่านหน้าเรื่องการส่งเสริมป้องกันโรคได้ดีเยี่ยม ขอให้กระทรวงสาธารณสุขเร่งประสานความเข้าใจหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงการยืมตัวข้าราชการที่ไม่ประสงค์โอนย้าย ให้มาช่วยงานในระยะหนึ่งก่อน ระหว่างการถ่ายโอน

สร้างสังคมอุดมสุขภาพ

“ปริมาณผู้ป่วยที่เพิ่มขึ้นไม่สัมพันธ์กับปริมาณบุคลากรทางการแพทย์ แม้จะเร่งผลิตแพทย์มากขึ้น ไทยสร้างไทยเสนอให้มุ่งเป้าสร้างสังคมอุดมสุขภาพ ให้ระบบสาธารณสุขยั่งยืน เน้นสร้างคนแข็งแรงก่อนป่วย เพื่อลดจำนวนผู้ป่วยในโรคที่เกี่ยวข้องกับพฤติกรรม เช่น ไขมัน ความดัน เบาหวาน และอุบัติเหตุ

ซึ่งจะทำให้ภาระงานของบุคลากรทางการแพทย์ลดลง และลดภาระค่าใช้จ่ายการรักษาของรัฐด้วย ผู้ป่วยจำนวนหนึ่งที่สามารถใช้บริการ หมอมือถือ (Mobile Doctor) ได้ ก็ควรส่งเสริม เพื่อไม่ต้องเดินทางไป รพ. โดยผู้ป่วยที่เข้าไม่ถึงเทคโนโลยีก็จะใช้เวลาในการรอคอยรักษาสั้นลง”

ด้าน น.ส.สุวดี กล่าวว่า ที่ผ่านมามีความร่วมมือระหว่าง รัฐและเอกชน เพื่อสาธารณสุข หลายรูปแบบ ใน รพ.สังกัดสาธารณสุข โรงเรียนแพทย์ รพ.ท้องถิ่น ซึ่งเป็นโมเดลการแก้ปัญหาความคล่องตัวในการดำเนินงาน ทั้งเรื่อง งบประมาณ การพัฒนาบริการ และบุคลากร โดย รพ.อบจ.ภูเก็ต ไว้วางใจให้เอกชนร่วมให้การรักษาผู้ป่วยทุกโรคทุกสิทธิมากว่า 12 ปี

'สุดารัตน์' ยก 'รพ.อบจ.ภูเก็ต' ต้นแบบแก้ปัญหา สาสุข อย่างยั่งยืน

รวมถึงงานส่งเสริมป้องกันโรค ความพึงพอใจของประชาชนอยู่ในระดับสูง และเป็นส่วนหนึ่งในการแบ่งเบาภาระรพ.จังหวัดซึ่งมีคนรอคอยรักษามาก โดยเฉพาะในช่วงเวลาวิกฤตฉุกเฉิน การพัฒนารูปแบบความร่วมมือระหว่างรัฐ-ท้องถิ่น-เอกชน จะเป็นอีกหนึ่งแนวทางในการพัฒนาระบบสาธารณสุขที่ยั่งยืนได้

'สุดารัตน์' ยก 'รพ.อบจ.ภูเก็ต' ต้นแบบแก้ปัญหา สาสุข อย่างยั่งยืน

‘กกต.’ ยังไม่แจง ปมเอกสารหลุด แขวนว่าที่ สส. 71 คน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/551197

15 มิ.ย. 2566

'กกต.' ยังไม่แจง ปมเอกสารหลุด แขวนว่าที่ สส. 71 คน

หลังจากมีเอกสาร “กกต.”หลุดออกมา ยังไม่มีคณะกรรมการการเลือกตั้งหรือเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้งออกมาชี้แจงในเรื่องนี้

ภายหลังจากมีเอกสารข้อมูล ประกาศผลการเลือกตั้ง สส.แบบแบ่งเขต ครั้งที่ 1 ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง เสนอให้คณะกรรมการการเลือกตั้งพิจารณาประกอบการรับรอง สส.พบว่า มีว่าที่ สส. 329 คน ที่ไม่มีเรื่องร้องคัดค้าน ส่วนอีก 71 คนมีเรื่องร้องคัดค้าน แบ่งเป็น พรรคภูมิใจไทยมากที่สุดคือ 21 คน, พรรคเพื่อไทย 20, พรรคพลังประชารัฐ 14, พรรคก้าวไกล 7, พรรค ประชาธิปัตย์ 3, พรรครวมไทยสร้างชาติ 3, พรรคไทยสร้างไทย 2  และพรรคเพื่อไทยรวมพลัง 1
 

ขณะที่สัปดาห์นี้กรรมการการเลือกตั้ง ยังไม่ได้มีการพิจารณารับรอง สส. เป็นเพียงการรับทราบ ตามที่สำนักงาน กกต.เสนอ โดยจะนำเข้าสู่การพิจารณาของ กกต.อีกครั้งสัปดาห์หน้า ที่คาดว่าจะรับรองและประกาศ สส.ให้ได้ 95% และประกาศในคราวเดียวกัน จากนั้นจะเปิดให้ สส.มารับเอกสารรับรอง ก่อนที่จะไปรายงานตัวต่อสภาผู้แทนราษฎร


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากมีเอกสาร กกต.หลุดออกมายังไม่มีคณะกรรมการการเลือกตั้งหรือเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้งออกมาชี้แจงในเรื่องนี้ โดยในวันพรุ่งนี้นายอิทธิพร บุญประคอง ประธาน กกต.จะเป็นประธานการประชุม ใหญ่สามัญประจำปี 2563 -2565 และงานสัมมนาวิชาการ ทิศทางการเมืองไทยหลังการเลือกตั้งปี 2566 ด้วย