ซี-เอมี่ รัก 19 ปี ชีวิตคู่ที่ไม่มีอะไรเข้ากัน! น้ำตาไหลพูดถึง อ๋อม อรรคพันธ์

https://www.thairath.co.th/entertain/celeb/2823011

ซี-เอมี่ รัก 19 ปี ชีวิตคู่ที่ไม่มีอะไรเข้ากัน! น้ำตาไหลพูดถึง อ๋อม อรรคพันธ์

31 ต.ค. 2567 14:01 น.

ซี-เอมี่ รัก 19 ปี ชีวิตคู่ที่ไม่มีอะไรเข้ากัน! น้ำตาไหลพูดถึง อ๋อม อรรคพันธ์

คู่สามีภรรยา ซี ศิวัฒน์ และ เอมี่ กลิ่นประทุม ควงแขนกันมาเปิดใจในรายการ WOODY FM แบบลึกซึ้งถึงเรื่องราวความรัก 19 ปีที่ไม่มีอะไรเข้ากันได้เลย ความแตกต่าง การปรับตัว และเรื่อง SEX น้ำตาไหลเล่าถึงเพื่อนรัก อ๋อม อรรคพันธ์ ในเรื่องที่ทำให้เสียใจ เผยตัวตนจริงๆ อ๋อมเป็นคนแบบไหน

คุณทั้งคู่คบกันมา 19 ปี?

เอมี่ กลิ่นประทุม : ใช่ค่ะ ปีนี้ครบรอบที่แต่งงาน Anniversary 10 ปี

ซี ศิวัฒน์ : คบกับมา 9 ปี แล้วก็ Anniversary 10 ปี รวมกันเป็น 19 ปี ไม่น่าเชื่อว่าเราสองคนจะทนกันได้นานขนาดนี้

เอมี่-ซี : (หัวเราะ)

เวลาที่คนเราอยู่ด้วยกันในวันแรกกับวันนี้ แน่นอนว่าเราเปลี่ยนทุกวินาที มีช่วงไหนไหมที่รู้สึกว่าไม่เข้ากันเลย?

ซี ศิวัฒน์ : มีตั้งแต่ช่วงแรกๆ ที่คบกันเลย ไม่เข้ากันเลย ไม่มีอะไรเหมือนกันเลย

เอมี่ กลิ่นประทุม : วันนี้ก็ยังไม่เข้า (หัวเราะ)

ซี ศิวัฒน์ : จนกระทั่งวันนี้ก็ยังไม่มีอะไรที่เข้ากันสักอย่าง

เอมี่ กลิ่นประทุม : อย่างที่พี่วู้ดดี้เจอเอมี่ก็ไม่ค่อยอยู่กับซีนะ

มิติไหนที่มีความแตกต่างกัน?

ซี ศิวัฒน์ : อย่างที่ผมเคยพูดไว้ว่าไม่ทราบว่าคู่อื่นเป็นยังไง คู่อื่นอาจจะมีช่วง Puppy Love เป็นช่วงมีความสุข เราก็เป็นแบบนั้นแต่สั้นมาก เพราะว่าเราสองคนเกิดมาที่เป็นผู้นำทั้งคู่ เอมี่ ก็จะเลี้ยงน้องดูแลครอบครัวมา ผมก็มีความเป็นผู้นำ มีความมั่นใจในตัวเองสูงมาก เมื่อสองคนมาเจอกันมันเหมือนเสือสองตัวอยู่ถ้ำเดียวกันไม่ได้ เพราะฉะนั้นเราจะมีความเป็นตัวเอง 100% มันจึงขัดแย้งกันอย่างมหาศาล

เอมี่ กลิ่นประทุม : จะเป็นแบบฉันก็มีเหตุผลของฉัน เธอก็มีเหตุผลของเธอ แล้วเราก็ใช้ชีวิตมาแบบนี้ รู้สึกว่าทางนี้คือดีกว่า แต่พอไปๆ มาๆ มันกลับกลายเป็นเติมเต็มซึ่งกันและกันโดยที่มันแปลกๆ โดยที่ไม่มีใครสามารถเปลี่ยนฉันได้แน่นอน แต่พอคบกันทำไมฉันยอมฟังเธอ ทำไมเธอยอมฟังฉัน

ซี ศิวัฒน์ : เหมือนเรามีวิวัฒนาการทางด้านความคิดโดยเฉพาะบริบทของความรัก มันเปลี่ยนแปลงไปตอนไหนก็ไม่รู้ ทั้งๆ ที่ช่วงแรกคือคน 2 คนที่ชอบกัน แต่นิสัยเป็นสิ่งที่ไม่ชอบเลย เมื่อก่อนคือไม่ใช่เลย แล้วไม่คิดว่าจะมาเติมเต็ม คือมันล้นแก้วเรามาก ด่ากันตลอดเวลา อยู่ๆ วันหนึ่งเรากลับไปฟังอีกฝ่ายหนึ่งโดยที่เราก็ไม่รู้ตัว เขาและผมไม่ใช่สเปกของกันและกันตั้งแต่แรก ซึ่งคิดว่าไม่น่ารอด แต่ด้วยอะไรก็ไม่รู้ จนกระทั่งเราทะเลาะกันช่วงปีแรกหรือว่าเราจะหยุดกันแค่นี้ ก็ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับเขา เพราะผมรู้สึกว่าไม่ไหวแล้ว พอเดินเข้าไปในบ้านเขาก็เดินมาจับมือว่า เฮ้ย! หรือว่าอีกสักฮึบไหม ซึ่งเขาไม่เคยพูดเลย

เอมี่ กลิ่นประทุม : คือเราโตมาแบบคนเอาใจ ผิดถูกยังไงเธอก็ต้องง้อฉัน เป็นคนเอาแต่ใจตัวเองมากๆ แล้วคนนี้เขาไม่ตามเรา ทำให้เรามองย้อนดูตัวเอง เลยคิดว่าคนนี้น่าสนใจ ท้าทาย ที่ทำให้ตัวเราอยากปรับปรุงตัวเอง ทั้งๆ ที่อยู่มาบนโลกใบนี้ไม่เคยอยากปรับปรุงตัวเองเลย

อะไรที่คุณปรับ?

เอมี่ กลิ่นประทุม : การยอม ปกติไม่เคยยอมรู้สึกว่าเราถูกเสมอ ถ้าเธอรักฉันเธอต้องเข้าใจฉัน เขาทำให้เรายอมเข้าไปจับมือแล้วขอโทษคนแรก ก็แปลกประหลาดมาก การขอโทษคือเหมือนเป็นการเสียศักดิ์ศรีมาก แล้วเราได้คุยกัน แล้วได้ฟังอีกฝ่ายว่าเขารู้สึกยังไง ทำให้เราโตขึ้น ตั้งแต่ใช้ชีวิตมารู้สึกว่าเพิ่งจะเป็นผู้ใหญ่ตอนคบกับเขา

เรื่อง Sex คุยกันไหม?

ซี ศิวัฒน์ : คือถ้าคุยจริงจังไม่มี แต่คุยออกโซเชียลมีเดียแบบตลกมีพูด ในช่วงเวลานี้เอมี่เขาจะเป็นช่วงที่โฟกัสหนักมาก ผมจะไม่กดดัน แต่ก็มีอำแกล้งในโซเชียลมีเดีย แต่ถ้าเขาไม่ก็คือไม่ ก็จะเข้าใจเขา เพราะผมจะให้เกียรติเขามากในเรื่องนี้ ผมจะเข้าใจว่าบางทีที่เขาจะต้องโฟกัสอะไรก็แบบเหนื่อยแล้ว ซึ่งเขาก็มีบอกวิธีการนะ ว่าให้ผมคลุกวงในไปเลยไม่ต้องมาขออนุญาต แต่ก็มีนะถ้าเกิดผมไม่ไหวจริงๆ ผมก็ไม่แคร์นะ

การจากไปของ อ๋อม อรรคพันธ์ รู้ว่าพวกคุณรักเขามาก เลยอยากพูดเรื่องของการจากลา เรามีเวลาอยู่บนโลกนี้ที่จำกัดกับตัวเองและคนที่เรารัก หรือแม้แต่เพื่อนที่จากไปได้มีโอกาสได้คุยกันบ้างไหม?

ซี ศิวัฒน์ : คุยครับ แต่ว่าอาจจะไม่ได้คุยแบบจริงจัง คือเมื่อก่อนตอนเราไปปาร์ตี้กันก็จะมี อ๋อม อรรคพันธ์ มา เขาจะมีอยู่คาแรกเตอร์หนึ่งคือ มีความไม่มั่นใจในตัวเอง ว่าเวลาที่อยู่ในสังคมเพื่อนด้วยกันแล้วกลัวว่าจะไม่ได้ถูกรัก สมมติว่าถ้านั่งกับพี่วู้ดดี้ เขาจะถามพี่บ่อยมากว่า พี่วู้ดดี้รักผมไหม รำคาญผมหรือเปล่า แล้วสักพักหนึ่งเขาก็จะถามอีกว่า พี่รักผมไหม

ซึ่งจริงๆ แล้วเราอยู่ตรงนั้นเพื่อเขาเสมอ ทั้งๆ ที่ผมรำคาญมัน แต่จะอยู่กับมัน แล้วเอมี่ก็เป็นแบบนั้น ที่เอมี่ร้องไห้เสียใจเพราะรู้สึกกับบางโมเมนต์ที่อาจจะพูดออกไปโดยที่ไม่ได้ตั้งใจ แล้วทำให้เราได้รู้ว่าบางทีไม่รู้จริงๆ นะ ว่าคนๆ นี้เราจะมีโอกาสได้เห็นหน้าเขาไปอีกนานแค่ไหน หรือแม้กระทั่งตัวเอง

เอมี่ กลิ่นประทุม : (น้ำตาไหล) เราจะเป็นคนที่เพื่อนเข้าถึงง่าย ทุกคนก็จะโทรหาเรา อ๋อมก็เช่นกัน เขาจะคุยกับเราบ่อย แต่เราจะเป็นคนรำคาญ ก็จะมีด่าเหมือนกัน อย่างเช่นถ้าใครโทรหามากๆ ก็จะไม่รับโทรศัพท์แล้ว ซึ่งมีอยู่ช่วงหนึ่งอ๋อมเขาก็จะโทรมา เราก็รับบ้างไม่รับบ้าง แต่พอรู้ว่าเขาป่วย เราก็จะแบบต้องไปหามันนะ ต้องไปให้กำลังใจ ซึ่งช่วงแรกๆ ก็โทรคุยตลอด พอหลังๆ รู้สึกว่าเขาดีขึ้นแล้ว เราก็ไม่ค่อยได้ไปหา ไม่ได้สนใจ พอย้อนกลับไปดูแชตก็จะมีประโยคหนึ่งว่า… “ถ้าว่างก็มาหาด้วยนะ ไม่อยากไปไหน ไม่อยากให้ใครเห็น” แล้วเราไม่รีบไปหาเขาเลย

รู้สึกว่าเราเป็นหนึ่งในไม่กี่คนที่เขายอมพูดแบบนี้ และมี่ก็ไม่รู้เวลามันจะมีอยู่แค่นั้นนะเราคิดว่าเขาดีขึ้นแล้ว ก็เลยเป็นความรู้สึกที่แย่ แล้วเราไม่เคยเสียใครแบบใกล้ตัว ก็เลยจัดการอารมณ์ไม่เป็น อย่างพี่ซีเขาก็จะปล่อยวางอารมณ์ได้ แต่เราจะเป็นคนคิดวนไปวนมา ว่าตอนนี้เขาอยู่ไหน จะรู้ไหมว่าเรารักเขานะ เราเป็นเพื่อนนะ แต่บางทีเรามองข้ามไป เดี๋ยวพรุ่งนี้ไปๆ จนมันไม่มีแล้ว ในวันที่จะได้คุยกับเขาอีก (น้ำตาไหล)

อ๋อม อรรคพันธ์ ในมุมที่คนไม่เคยเห็น ตัวตนเป็นยังไงถึงทำให้พวกคุณรักเขา?

ซี ศิวัฒน์ : ผมว่าเขาเป็นคนที่จริงใจมากๆ เป็นคนที่ไม่ได้คิดอะไรซับซ้อนเลย เป็นยังไงพูดแบบนั้น แล้วก็มีความเป็นสุภาพบุรุษโดยเฉพาะกับทีมงาน เวลาเขาถ่ายละคร ผมไม่เคยร่วมงานกับเขา เพิ่งจะมาทราบว่าเวลาอ๋อมเห็นแม่บ้านมาทำงาน เขาก็จะสะกิดทีมงานว่าช่วยเอาเงินไปให้หน่อยโดยที่ไม่ได้ออกหน้า เพราะถ้าเกิดอ๋อมเดินไปเดี๋ยวเขาจะอาย เขาเป็นคนแบบนั้น ถึงผมจะเป็นเพื่อนกับเขามานาน

ผมเกิดวันนี้ 27 ม.ค. ส่วนอ๋อมเกิดวันที่ 28 ม.ค. ทุกปีอ๋อมก็จะมางานวันเกิดผมเสมอ เขาก็เป็นผู้ชายธรรมดาทั่วไป แต่ทุกวันนี้ผมเองก็ไม่รู้จริงๆ ว่าเพราะอะไรเวลามาอยู่ด้วยกันแบบนี้แล้ว เขาถึงไม่มั่นใจในตัวเอง แล้วก็มีคาแรกเตอร์ที่แปลกๆ กลัวเพื่อนจะไม่รักหรือรำคาญ ที่พูดวนอะไรแบบนี้ ซึ่งผมก็ไม่เคยได้มีโอกาสจับเข่าคุยกันจริงจัง แต่ทุกครั้งเชื่อไหมแม้ว่าผมจะเป็นคนเดียวที่คุยกับอ๋อมมากที่สุด ทุกวันนี้ผมก็ยังไม่รู้เลยว่ามันคุยกับผมเรื่องอะไรบ้าง แต่ที่บอกได้คือคำว่า มึงรักกูหรือเปล่า ทุกคนที่ไปถามอ๋อมจะพูดประโยคนี้เสมอ บางทีพูด 10-20 ครั้งคนก็รำคาญเพราะอยากจะคุยเรื่องอื่น

เอมี่ กลิ่นประทุม : (หัวเราะ)

ซี ศิวัฒน์ : ถ้าถามว่าทำไมคนถึงรักอ๋อม ณ โมเมนต์ตอนนั้นคืออาจจะมองว่าน่ารำคาญ แต่ความเป็นจริงแล้วนี่คือ เป็นผู้ชายคนหนึ่งที่มีความน่ารักมาก ที่เขาต้องการความรัก คือเป็นพระเอกแนวหน้าของประเทศไทย เขาไม่มีความอีโก้อะไรเลย ให้เกียรติทุกคนเสมอ นี่เป็นเหตุที่ทุกคนมาถามผมว่าทำไมถึงนั่งคุยกับเขาได้ เพราะผมรู้ว่าเขาเป็นคนดี ถ้าคนๆ นี้ต้องการความรักจากผมขนาดนี้ เราก็อยู่ให้เขาถาม และผมก็อยู่แบบนี้ตลอดจริงๆ กล้าพูดได้เต็มปากเลยในทุกๆ ปีที่เราได้มาเจอกัน ผมอยู่ตรงนั้นกับเขาเสมอ

ชมคลิป

คลิกเพื่ออ่าน ข่าวบันเทิง เพิ่มเติม

ณวัฒน์ ขุดประวัติแฉ ND เมียนมา มีคนไทยหนุนหลังซื้อลิขสิทธิ์ สุดท้ายขอเงินคืน

https://www.thairath.co.th/entertain/celeb/2822981

ณวัฒน์ ขุดประวัติแฉ ND เมียนมา มีคนไทยหนุนหลังซื้อลิขสิทธิ์ สุดท้ายขอเงินคืน

31 ต.ค. 2567 12:25 น.

ณวัฒน์ ขุดประวัติแฉ ND เมียนมา มีคนไทยหนุนหลังซื้อลิขสิทธิ์ สุดท้ายขอเงินคืน

เรื่องราวใหญ่โต สำหรับดราม่าประกวด Miss Grand International 2024 ประเด็นนางงามจากเมียนมา รายการ คนดังนั่งเคลียร์ ช่อง 8 ในเครือ อาร์เอส กรุ๊ป จึงขอเชิญ ณวัฒน์ อิสรไกรศีล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท มิสแกรนด์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) มาร่วมพูดคุยถึงกรณีดังกล่าว หลายคนสังเกตว่า มิสแกรนด์เมียนมา ไม่สมควรได้รองอันดับ 2 จริงหรือไม่ แถมมิสแกรนด์อินเดีย เหมาะสมจริง ได้มาเพราะบอสช้อยส์หรือเปล่า  และจริงไหม ฮตูแอนท์ หลวิน ND มิสแกรนด์เมียนมา มีคนไทยเปย์หนักช่วยซื้อลิขสิทธิ์

ทราบมาว่าไปมีเรื่องมีราวกับประเทศอีกซีกนึงว่า การประกวด สถานี การจัดงานออร์แกไนซ์ไม่สมเกียรติศักดิ์ศรี ก็ขนนางงามขึ้นเครื่องกลับ ซื้อตั๋วเครื่องบินในวันเดียวได้มาหมดเลย?

“อย่าว่าวันเดียวเลยครับ ผมไม่เคยพูดถึงเรื่องปัญหานี้เลยนะ เพราะผมพยายามจะหุบปากให้มากที่สุด พูดกันตามภาษาชาวบ้าน ผมกลัวว่าฟางเส้นสุดท้ายมันจะกลายเป็นเรื่องอื่น เพราะเราเคยมีประสบการณ์ละครเมืองไทย อยู่แล้ว 1 เรื่อง และช่วงหลังเขาก็ขู่แล้วว่า เขาจะไปหา หรือทำอะไรกับสถานทูต เราก็ยิ่งต้องเงียบมากๆ ที่สุดของการเงียบ ทุกคนบอกว่าทำไม คุณณวัฒน์เงียบมาก ลำพังผมชนได้อยู่แล้ว เวลาผมพูดเรื่องงาน ผมบอกชัดเจน ผมคุยกับเขาเพราะบริษัทเขา กับบริษัทผม ไม่เกี่ยวกับประชาชนประเทศเขา ไม่ได้เกี่ยวกับเรื่องของประเทศชาติ แต่เขาจะให้เหตุผลว่า การพูดอะไรของเราคือ การทำลายประเทศเขาหมด มันจะคุยกันได้ไงต่อ ผมก็หยุด

และนาทีที่ผมกลับมาก็คือว่า มีการเอามาเฟียมานั่งฟัง มานั่งเคลียร์กับผมด้วย อ้าวธรรมดาเราไม่เคยเห็นหน้าคนนี้ อยู่ๆ ลักษณะเป็นมาเฟีย อยู่ๆ มานั่ง แล้วพยายามกดดันเรา ตอนประมาณเที่ยงคืนกว่าที่นั่งคุยกัน และคุยกันไม่จบ และให้เชิญคนนี้ ซึ่งเราไม่รู้จัก เราไม่รู้ว่ามีอาวุธหรือเปล่า พูดกันตรงๆ และทำไมหน้าตาต้องดุดันขนาดนั้น และเรา พูดอะไรปั๊บ เขาก็จะยืนแอ็ก

และเราก็จะบอกกับเจ้าของ 2 คน ผัวเมีย กับน้อง และพนักงานเขาอีกคนนึงว่า คนนี้เราไม่เคยดีลงานด้วยนะ เราไม่เคยรู้จักกันมาก่อนในชีวิตเลย เรารู้จักกันมากี่ปีแล้ว เราไม่ได้เกี่ยวข้องกับบุคคลคนนี้ ที่มานั่งอยู่ ข้างคุณเนี่ย เรารู้สึกไม่สบายใจ เพราะเวลาเราจะคุย คุณก็มาชี้หน้า พนักงานเราขึ้นมาพูดคุย ก็มายืนชี้หน้าให้นั่ง เริ่มจุ้นจ้าน บงการ เราก็เลยบอกว่า เอาคนนี้ออก แล้วเราจะคุยกันว่าเราจะแก้ปัญหาอย่างไร เพราะตอนนี้ปัญหามันเยอะไปหมด ถ้าไม่เอาคนนี้ออก เราคุยกันต่อไม่ได้ ฯลฯ”

ตอนนี้เขากำลังเมาท์กันว่า จัดทุกอย่างได้สวยหรูแต่ถึงเวลาตัดสินการประกวด ขาดความเที่ยงธรรม คนที่เขาได้รอง 2 เขาต้องคืน เขาไม่แฮปปี้บอสช้อยส์?

“อาจารย์คำว่า เที่ยงธรรม ผมว่าคนในโลกใบนี้ เขาเข้าใจนะ แต่ว่าสำหรับคนบางคน คนบางกลุ่มเขาไม่เข้าใจ ก็เรื่องของเขา เราจะทำอย่างไรได้ ในเมื่อผู้อำนวยการกองประกวดเมียนมา ชื่อคุณฮตู น้องแตแต และทีมงานทั้งหมดที่เขาคุม กันตลอดเวลา เขาอย่างไรก็ไม่ยอมรับผลหรอก เพราะเขาเป็นอะไรไม่รู้ในกระบวนการความคิด เขาจะคิดอยู่อย่างเดียวว่าเขามาที่นี้ เขาต้องที่ 1 เท่านั้น ผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเขาไปย้อมความคิดนี้อย่างไร จนทำให้ผมคิดว่า มันมีปัญหาอะไรที่เกิดขึ้น เบื้องหลังของพวกเขาหรือเปล่า อันนี้ผมคิดไปเองนะ จริงเท็จไม่รู้ เช่น ไปเอาเงินทุนมาจากใคร และไปสัญญากับเขาหรือเปล่าว่าไปเที่ยวนี้ ได้ที่ 1 แน่ เพราะว่า มิสเตอร์ณวัฒน์คอนเฟิร์ม หรือสนิทกับผม”

แล้วคุณณวัฒน์ไปคอนเฟิร์มหรือเปล่า?

“ใครจะไปกล้าคอนเฟิร์ม ถ้ามีคอนเฟิร์มตายแน่ๆ มันต้องมีหลักฐาน มันไม่คอนเฟิร์มหรอก แต่นี่มันเป็นกุศโลบายของคนที่อยากจะไปได้นายทุนเอาเงินมาหล่อเลี้ยงองค์กรหรือเปล่าว่า เอานะ ขอสัก 20 ล้านปีนี้เราได้มงที่ 1 แน่นอน เราชนะแน่ เพราะฉะนั้น ขอเงินมาเพื่อมาดูแลน้อง มาเป็นค่าใช้จ่าย ก็อาจจะเป็นไปได้ คิดไปเองนะ หรือ เขาบอกน้องว่าชนะแน่นอน เพราะว่าน้องเอง ครอบครัวของน้องก็ไม่ยากจน ผมก็ไม่รู้ว่าใครเป็นคนลงทุน เพราะมันต้องใช้เงินลงทุนเยอะ ไม่แน่ก็อาจจะเป็นครอบครัวของน้องที่ยอมจ่ายทุกอย่าง ที่เราเห็นในภาพทั้งหมด และตอนนี้ ก็คือไปสัญญาว่าที่ 1 แน่นอน ด้วยเหตุผลอะไรก็ไม่รู้ มันเลยกลายเป็นเรื่องที่เขามั่นใจว่าเขามาที่นี่ เขาต้องได้ที่ 1 เท่านั้น ฯลฯ

คนที่ชื่อนีนีสวยนะปีที่แล้วที่เวียดนามเป็นเจ้าภาพ นีนีเป็นรอง 1 เรียนที่สิงคโปร์ จบปริญญามาจากต่างประเทศ สมองเขาไม่ยอมคน เพราะเขาเป็นเด็กอิมพอร์ต เป็นลูกสาวคนเดียว หลังจากที่เขามงมิสแกรนด์เมียนมา ช่วงรอที่จะประกวดแกรนด์อินเตอร์ มงได้ 15 วัน เขาก็ทะเลาะกับผู้จัดการ เราเรียกว่าไดเรกเตอร์แล้วกัน ไอ้ฮตูนี่แหละ เขาก็ทะเลาะกันเพราะว่า ฮตูพยายามแนะนำนีนี ให้รู้จักกับผู้ชายคนนึง ใช้คำว่าแนะนำแล้วกันนะ จะได้ดูดี ซึ่งนีนีไม่เอา ไม่สนใจ ไม่ยอมก็เลยทะเลาะกัน

หลังจากนั้นนีนีก็ดูแลตัวเองมาตลอดจนถึงเข้ากองเมื่อเดือนตุลาคม ไม่เคยซัพพอร์ตนีนีสักบาทเดียว ยกเว้น ชุดวันไฟนอล ชุดเดียวที่ทำมาให้และบังคับ นีนีก็เลยใส่ให้สีเหลือง เพื่อให้มันจบทุกอย่าง และก็ไปเรียกเก็บเงินค่าแฟรนไชส์ คือทุกประเทศต้องจ่ายค่าลิขสิทธิ์เรา ถูกไหม เขาจ่ายมาแล้ว แต่ฮตูไปขอนีนี เธอต้องจ่ายค่าลิขสิทธิ์ให้ฉันด้วย เพราะแม่เธอรวย แต่ว่านีนีและแม่ไม่ยอมจ่าย ก็ทะเลาะวิวาทกัน ก็ขาดกันไป เนื่องจากเขาจ่ายตั้งแต่มงแล้ว 15 วันจนตลอดเกือบ 1 ปี คือเหตุการณ์ที่เกิดกับนีนี ก็ประหลาด ตอนนี้นีนีก็จะแถลงข่าวที่พม่า เพราะเขาถูกทางนู้นเล่นงานหนัก”

พูดถึง ราเชล คุปตะ สวยนะ?

“สวยครับ ต้องยอมรับครับว่า การทำงานกับคนอินเดียไม่ใช่เรื่องง่าย ผมเป็นคนพูดตรงๆ มันก็ไม่ใช่เรื่องง่าย ที่ทำงานโฟลว์ทุกอย่าง แต่อินเดียคนนี้ เป็นคนที่คุยกันแล้วรู้เรื่อง และรู้สึกว่ามันมีจุดหมายปลายทางเดียวกัน คนอินเดียอาจจะเป็นคนที่พูดจาไพเราะ หวาน แต่คนนี้ผมลองเทสต์หลายครั้ง มีความตั้งใจผิดปกติ ค่อนข้างชัดเจน มีอยู่วันนึงเขาทำมะม่วงกวนมาให้ และติดสติกเกอร์ป๊ะป๋าณวัฒน์ เขาบอกว่า ถ้าทำอันนี้ขาย รับรองขายดีทั่วประเทศ และขายดีที่อินเดีย

ผมก็คิดว่าเด็กคนนี้มีความคิดเป็นธุรกิจ คือคนเราพูดได้ เพื่อให้ตัวเองดูดี แต่แค่พูดแล้วไปเลย อย่าลืมนะผมขนมให้อาจารย์ขาย แล้วผมก็จะตามอาจารย์ ผมมีไอเดียแชร์ แสดงว่าคนฟอลโลว์ที่อยากให้เห็นเป็นรูปธรรม ไม่ใช่พูดเป็นนามธรรม เราหา 4B บอดี้ดีไหม ได้ บิ้วตี้ ได้ สมอง ไม่ต้องพูดถึง คนอินเดียพูดเก่ง สมองดี สุดท้าย บิสซิเนส เขาตอบผมในโจทย์นี้ได้ดี เพราะฉะนั้นเร็วๆ นี้ มะม่วงกวนราเชลก็จะออกสู่ท้องตลาด”

น้องหลินล่ะ ทำไมติดแค่ 20 เอง?

“เราประกวดก็ต้องยอมความชัดเจนว่า ถ้าเราไม่ถึง บริบทของแกรนด์ไทยแลนด์ ต้องบอกแฟนคลับทุกคน บริบทแกรนด์ไทยแลนด์ กับแกรนด์อินเตอร์ไม่เหมือนกัน แกรนด์ไทยแลนด์ของเราเสิร์ฟเฉพาะคนไทยก่อน ถามว่าเราคาดหวังชนะอินเตอร์ไหม เราคาดหวังบางปี แต่บางปี พูดกันตรงๆ เราไม่คาดหวังเลย อย่างปีหลิน เราไม่ได้คาดหวังชนะอินเตอร์นะ แต่เราคาดหวังให้เขาเป็นสตาร์ เพื่อหาเงิน ช่วยกันทำมาหากินในบริษัท ตอนนั้นหลินก็มีละคร 2 เรื่อง และอื่นๆ เราต้องการบุคลากรแบบนี้ อีกจำนวนนึงแล้วอินเตอร์ เราค่อยโฟกัสชนะอีกสัก 2-3 ปีก่อน”

ฮตู ก่อนที่จะมาทำ ND เขาทำมาหากินอะไร คุณณวัฒน์น่าจะพอรู้จักบ้าง อยู่เมืองไทยมานานหรือยัง?

“คือรู้ว่าเขาอยู่เมืองไทยเป็นหลัก พูดตรงๆ อยู่มานานแล้ว ก่อนจะมาเป็น ND เขาทำงานกับผม 3 ปีเศษนะ ยาวๆมานะ ตั้งแต่ก่อน 3 ปีที่แล้ว ผมก็ไม่รู้เขาอยู่เมืองไทยมานานแค่ไหน หลายคนก็บอกว่าเขาอยู่ เม้าท์มอยไปอยู่เพราะมีบารมีผู้หลักผู้ใหญ่ ก็อาจจะเอ็นดูกัน คือมันมีคนเม้าท์มอยแบบนี้ ผมก็ไม่เชื่อ”

และได้เห็นหรือยังถึงไม่เชื่อ?

“เอาจริงๆ นะ ผมแค่ฟังแล้วก็ผ่าน อะไรที่เราทำงานด้วย ผมจะไม่ลงไปลึกขนาดนั้น”

ณวัฒน์ได้เห็นคลิปแล้วใช่ไหม เขาบอกว่าอลังการงานสร้างมาก?

“(ส่ายหัว) ถามคนทางบ้านเถอะ เขาน่าจะรู้ดีกว่าทุกคนในโลกใบนี้ คนทางบ้านเลย อาจารย์รู้ไหม สิ่งหนึ่งที่เราสงสัยเวลาเขาโอนเงินไปมา เขาโอนจากธนาคารในประเทศไทย บางที่เราก็งงนะ รู้ไหมว่า เหมือนเอาเรื่องเขามาเปิดโปง เขาวางมัดจำเป็นเจ้าภาพผม ผมเพิ่งรู้ตอนเริ่มมีเรื่องคือ เขาไปเอาเงินคนไทยคนนึงมาให้ผม”

คนไทยคนนั้นเรารู้จักด้วย?

“คนไทยคนนั้น ผมก็พอรู้จัก แต่ขออนุญาตไม่พูดถึง และคนไทยคนนั้นก็ตามมาขอเงินคืนจากบริษัทผม”

คืนไหม?

“ไม่คืน เราไม่เคยมีสัญญากับคนนั้น”

เขามาขอเงินคืนทำไม?

“เขาบอกว่า ผู้ชายคนนั้นอ้างว่า จะได้เป็นประเทศเจ้าภาพบลาๆ เสร็จเรียบร้อยแล้วล่ะ เอาเงินมาใช้ก่อน เสร็จแล้วพอใช้มาครึ่งทาง มันไปขุดอีกไม่ได้มั้ง หรืออย่างไรก็แล้วแต่ มันก็เลยหยุดอยู่แค่นั้น เสร็จเรียบร้อยพอเขาไม่มีให้ เราก็ยกเลิกถูกไหม เรายกเลิก อ้าวคนที่จ่ายตังค์อยู่ไหน ฉันว่าฉันให้เธอแล้วจะได้ไปนั่งอาจจะเป็นประธาน เคียงข้างหรืออะไร ตอนนี้ฉันก็ไม่ได้อะไรแล้ว ตกลงเป็นอย่างไร”

เขาเป็นสปอนเซอร์กันแบบไหน?

“ผมไม่ทราบ”

และในช่วงท้ายรายการคุณณวัฒน์พูดถึงเรื่องประเด็น ดิ ไอคอน ว่า กบ ไมโคร เป็นลิสต์ SUPER VIP ของบอสพอล และภรรยาบอสกันต์มีสิทธิ์โดนไปด้วย เพราะทำทั้งธุรกิจ และธุรกรรม และเป็นคนที่มีส่วนเกี่ยวข้องอีกด้วย

ชมคลิป

คลิกเพื่ออ่าน ข่าวบันเทิง เพิ่มเติม

แฟนๆ ใจหาย วิทวัจน์ สุทรวิเนตร์ ประกาศเกษียณ ยุติรายการตีสิบเดย์

https://www.thairath.co.th/entertain/news/2822978

แฟนๆ ใจหาย วิทวัจน์ สุทรวิเนตร์ ประกาศเกษียณ ยุติรายการตีสิบเดย์

31 ต.ค. 2567 11:58 น.

แฟนๆ ใจหาย วิทวัจน์ สุทรวิเนตร์ ประกาศเกษียณ ยุติรายการตีสิบเดย์

ทำเอาแฟนๆ ใจหายไม่น้อย เมื่อเพจ ตีสิบเดย์ At Ten Day ได้โพสต์แจ้งข่าวว่า วิทวัจน์ สุนทรวิเนตร์ เจ้าของรายการชื่อดัง จะขอเกษียณและหยุดทำรายการ ตีสิบเดย์ หลังจากที่ทำมานานถึง 27 ปี เอาไว้ว่า 

“40 ปี ที่โลดแล่น แดนโทรทัศน์

วิทวัจน์ ขอเกษียณ หยุดสรวลเส

หยุดรายการ 27 ปี ตีสิบเดย์

จึงขอเซย์ กู๊ดบาย ปลาย พอ.ยอ.

#ตีสิบเดย์ เทปสุดท้าย 30 พ.ย. 67

#ไม่ไปต่อ #ไม่มีดราม่าอะไรนะจ๊ะ”

งานนี้ก็มีแฟนๆ เข้ามาคอมเมนต์แสดงความคิดเห็นเอาไว้มากมายว่า “สี่ทุ่มสแควร์สแควร์ จนถึงตีสิบของพวกเรา, ขอให้มีความสุขในวัยเกษียณค่ะ, ขอบคุณครับที่ให้ความสนุก เสียง หัวเราะ ก่อนนอนสมัยก่อน ผมดู ตั้งเเต่ รายการ 4 ทุ่มเเสควร์ ช่อง 7 วันพฤหัสบดี 4 ทุ่ม จนถึงปัจจุบันเป็นรายการ ตี 10. ขอบคุณครับ, ขอบคุณสำหรับรอยยิ้มและเสียงหัวเราะที่มอบความสนุกให้กับผู้ชมตลอดเวลาที่ผ่านมาครับ, อยากดูต่อไม่อยากให้หยุด”

มดดำ คชาภา คอนเฟิร์ม นัท มีเรีย ไม่ได้ท้อง หลังมีคลิปว่อนโซเชียล

https://www.thairath.co.th/entertain/news/2822938

มดดำ คชาภา คอนเฟิร์ม นัท มีเรีย ไม่ได้ท้อง หลังมีคลิปว่อนโซเชียล

31 ต.ค. 2567 11:30 น.

มดดำ คชาภา คอนเฟิร์ม นัท มีเรีย ไม่ได้ท้อง หลังมีคลิปว่อนโซเชียล

หลังจากที่มีคลิปของ นัท มีเรีย ในตอนที่ขึ้นคอนเสิร์ต Dance Arena Grammy RS Concerts ที่เป็นการรวมศิลปินสุดฮอตยุค 90 ขึ้นเวทีมาดวลกัน จากทั้งฝั่ง RS และฝั่ง Grammy 

ซึ่งในคลิปดังกล่าว นัท มีเรีย กำลังโชว์อยู่บนคอนเสิร์ต แต่หลายคนที่เห็นคลิปต่างพากันโฟกัสที่หน้าท้องของนักร้องสาวคนดัง และพากันสงสัยว่า เจ้าตัวกำลังตั้งครรภ์หรือไม่ พร้อมร่วมแสดงความยินดีกันจำนวนมากและหลายเป็นข่าวในตอนนี้

ล่าสุด ในรายการข่าวใส่ไข่ ที่ออกอากาศทางช่องไทยรัฐทีวี ช่อง 32 ที่ออกอากาศทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 17.45-19.00 น. มดดำ คชาภา ที่เป็นหนึ่งในพิธีกรได้พูดถึงเรื่องที่หลายคนกำลังสงสัย พร้อมกับคอนเฟิร์มข่าวนี้เอาไว้ว่า

“ฉันว่าชุด ไม่ท้องแล้ว ถ้าท้องท้องไปนานแล้ว ไม่ท้องหรอก เชื่อเถอะ คุณนายนัท 49 แล้ว จะมาท้องอะไรตอนนี้ ก็ต้องรอออกมาเคลียร์ชัดๆ แล้วกัน แต่ไม่ท้องหรอก ร้อยเปอร์เซ็นต์”

เปิ้ล ชไมพร เปิดใจวัยเด็กป่วยโปลิโอ มีผลถึงตอนโต โต้ตกอับอยู่บ้านเช่า (คลิป)

https://www.thairath.co.th/entertain/celeb/2822950

เปิ้ล ชไมพร เปิดใจวัยเด็กป่วยโปลิโอ มีผลถึงตอนโต โต้ตกอับอยู่บ้านเช่า (คลิป)

31 ต.ค. 2567 11:25 น.

เปิ้ล ชไมพร เปิดใจวัยเด็กป่วยโปลิโอ มีผลถึงตอนโต โต้ตกอับอยู่บ้านเช่า (คลิป)

เป็นการเปิดใจครั้งแรกของ 2 คู่ซี้ในวงการบันเทิงอย่าง ตุ๊กตา อุบลวรรณ บุญรอด และ เปิ้ล ชไมพร สิทธิวรนันท์ ที่คบกันมากว่า 30 ปี มาเม้าท์มอยความสัมพันธ์ในวงการ และเปิดใจย้อนวัยในวันวานของแต่ละคน รวมไปถึงอัปเดตอาการล่าสุดของพ่อตุ๊กตา และข่าวลือตกอับของเปิ้ล จนต้องไปอยู่บ้านเช่า ผ่านรายการ “คุยแซ่บโชว์” ทางช่อง one 31

ครั้งแรกที่เจอกันต่างมองกันและกันยังไง?

ตุ๊กตา : พี่เปิ้ลเจอครั้งแรก เขาเป็นคนอ่อนโยน ใจดี น่ารัก ผู้หญิงคนนี้ใจดีจัง แม้เป็นพี่นะ แต่ก็ยกมือไหว้ทุกคน เขาจะเรียกพี่หมด ส่วนเราเป็นสายบู๊ กระทืบหมด กระทืบผู้ชายก็กระทืบมาแล้ว ทอมก็กระทืบมาแล้ว สาเหตุเพราะถ้าเราเห็นอะไรไม่ถูกต้อง ในตอนวัยรุ่นนะ บางทีกฎหมายมันช้า มันหลายอย่าง บางทีความยุติธรรมกว่ามันจะมา มันต้องใช้เวลา ถ้าเราไม่ผิด เราโดนโกง เราถูกหลอก เราก็ต้องทำ มีอะไรพร้อมมีเรื่อง ไม่ด่า เดินไปกระทืบ เคลียร์แล้วจบ ไม่พูดอะไร แล้วไปจ่ายปรับจบ ไม่เคยโดนกระทืบกลับ แต่ธัญญ่าน่ากลัวกว่า (หัวเราะ)

เปิ้ล : สนิทกันเพราะรถเราเสีย เราต้องถ่ายละครด้วยกัน อาศัยรถไปมา เพราะต้องถ่ายที่ต่างจังหวัด และเขาเป็นคนพูดตรงๆ ง่ายๆ เข้าใจภาษาของเรา เพราะเราพูดไม่รู้เรื่อง (หัวเราะ) เราชอบพูดคนเดียว แต่ตุ๊กเขาเป็นคนอารมณ์ร้อนในตอนนั้น แต่ตอนนี้เราแรงกว่า (หัวเราะ)

ตุ๊กตา : แต่ตอนนี้เราใจเย็น มี 2 สาเหตุ 1 มาจากคุณธัญญ่ากับคุณเปิ้ล ชไมพร เขาจะปลอบเราในเวลาเราร้อน ส่วนคุณญ่า ชวนเราเข้าธรรมะ แนะนำให้เราสวดมนต์ ส่วนเปิ้ลใจร้อนแบบโก๊ะๆ (ยิ้ม) และเป็นคนชอบเดินสะดุด วันละ 20-30 รอบ

เปิ้ล : ตอนเด็กๆ เราเป็นโปลิโอ ก็เดินลำบาก หม่าม้าก็พาไปกายภาพจนเรากลับมาเดินได้ มันทำให้เหมือนเดินสะดุดตลอด ตอนนั้นที่รักษา คือเราหยอดยาไม่ครบ มันก็มีอาการ แม่พาไปกายภาพ อาทิตย์ละครั้งที่ต้องไปกายภาพ แต่พอกลับมาบ้าน กายภาพเอง เอาจักรยานสามล้อ แม่จับผูกขา และก็จับลากไป หรือว่าหมอไหนดี ก็พาไปนวด และตอนนี้ก็เดินปกติ แต่ก็ต้องคอยระวัง เราออกกำลังกายด้วย

ตุ๊กตาต้องคอยสอนอะไร เห็นว่ามีดุด้วย?

ตุ๊กตา : เราก็ช่วยแนะนำแต่งตัว แต่งหน้า เราก็จะดุว่าให้เขาทาปาก กรีดตา เราสอนให้เขาเขียนคิ้ว ติดขนตาเป็น (ยิ้ม)

ดูแลมา 30 ปี เคยทะเลาะกันไหม?

ตุ๊กตา : ไม่เคยเลย ไม่เคยงอนกัน ไม่เคยเข้าใจผิดอะไรกันเลย ไม่มีอะไรบาดหมาง เป็นเพื่อนคนแรกในชีวิตที่เป็นดาราด้วยกัน ไม่เคยต้องเคลียร์อะไร ก็ยังถามว่าพี่เปิ้ล เราจะทะเลาะกันตอนไหนดี (ยิ้ม)

เปิ้ล : แต่เราก็รับรู้ได้ว่าบางช่วงตุ๊กเขาก็จะเครียด อย่างไม่ได้คุยกันนาน แต่เหมือนเรานอนๆ ก็นึกถึงเขาว่าตุ๊กมีเรื่องอะไรหรือเปล่า 2-3 วันสลัดความคิดนี้ไม่ออก เราก็เลยโทรหาว่าเป็นไง สรุปว่าเขาก็มีความกังวลใจ

ตุ๊กตา : เหมือนเขามีเซ้นส์ แต่เรามีปัญหา เราก็ไม่เคยโทรหาเขา ไม่อยากให้เครียด แต่นางก็โทรมาเหมือนผีหลอก เหมือนรู้ว่าเรากำลังเครียด ตลอด 30 ปี นางโทรมา จนเราคิดว่านางน่ากลัว นางส่งใครตามมาหรือเปล่า

เปิ้ล : เราเคยบอกว่าถ้ามีปัญหาอะไร ให้โทรมา โทรศัพท์เราเปิด 24 ชม.

อย่างเรื่องล่าสุด คุณพ่อของตุ๊กตาป่วย?

ตุ๊กตา : อาการดีขึ้น ตั้งแต่ เม.ย. อาการเป็นไตวายเฉียบพลัน ติดเชื้อในกระแสเลือด ติดเชื้อในกระเพาะปัสสาวะ เลือดเป็นกรด ต้องใช้คำว่าแทบจะเอาชีวิตไม่รอด ครั้งล่าสุดที่เกิด คือพ่อไม่กินข้าวเลย 10 วันติดต่อ จนไตวายเฉียบพลัน เราพยายามดูแล แต่แม่เชิญพระมาสวด บอกให้ปล่อยพ่อไปเถอะเพราะพ่อหัวใจหยุดเต้นมาแล้ว หัวใจสโตก ล่าสุดเฉียดตาย พ่อกำลังจะไป แม่บอกให้ปล่อยไปเถอะ เราก็บอกแม่ว่าถ้าต้องปั๊ม จะไม่ปั๊ม แต่ถ้าไปรักษาครั้งนี้ ความหวังจะริบรี่ แต่ถ้ามีหวังก็จะทำ แม่ถอดใจ แต่ไม่มีลูกคนไหนจะเห็นพ่อจากไปต่อหน้าต่อตา แม่เขาเป็นห่วงค่าใช้จ่าย แต่เราก็สู้ ซึ่งตอนนี้ก็เป็นหลักล้าน

ถามว่าเหนื่อยไหม เหนื่อยนะ บอกไม่เหนื่อยคือหลอกตัวเอง แต่พอเห็นหน้าพ่อแม่ เราก็มีความสุข เรามีชีวิตอยู่เพื่อพ่อกับแม่ เราคิดว่าเกิดมาจากกรรม บางคนอาจจะไม่เชื่อ แต่นี้เป็นกรรมที่ดีที่ได้ดูแลพ่อแม่ ถ้าวันไหนที่ท่านต้องจากไป เราจะรู้สึกดีที่เราได้ดูแลท่านดีที่สุด ส่วนคุณแม่เราก็ต้องพาแม่ไปรักษาตา ฉีดยาเข็มละ 3 หมื่น ตุ๊กตาโชคดีที่เวลาเราโพสต์คลิป และมีคนเข้ามาให้กำลังใจ เป็นกำลังใจดีๆ จากโซเชียล เราโพสต์ไม่ได้ต้องการอวดใคร แต่พอหลังบ้านมีคนมาถามวิธีดูแลคุณพ่อ รู้สึกเราได้บุญ เป็นพลัง มีกำลังใจ ทุกคนอยากถูกรางวัลที่หนึ่ง แต่เรารู้สึกได้แฟนดี ไม่รังเกียจพ่อเรา เขาดูแลพ่อให้เวลาเราไปทำงาน (ร้องไห้)

ตุ๊กตา : วันแรกที่เขาพูดได้ หลังจากพูดไม่ได้มานาน พูดว่าหิวข้าว (ร้องไห้) เขาไม่ยอมกินอะไรเลย ตั้งแต่ป่วยมา พอเขาพูดมา เรายังคิดว่าจริงเหรอ ก่อนหน้านี้เราก็คิดว่าพ่อมีภาวะลืมกลืนจากสโตรกไหม กำลังฝึกกายภาพ ไม่ให้เป็นผู้ป่วยติดเตียง

และข่าวของ เปิ้ล ชไมพร ชีวิตตกอับ อยู่ห้องเช่า?

เปิ้ล : เราก็ตกใจเหมือนกัน ชีวิตปกติ ไม่ได้ลำบาก อยู่กับคุณแม่ พี่ชาย ครอบครัว บางทีรูปที่เขาลงไป เราก็แค่ถ่ายกับแม่บ้านเท่านั้นเอง

ตุ๊กตา : ตุ๊กตาเป็นคนถ่ายรูปนั้นเอง พี่เปิ้ลลืมโทรศัพท์ไว้ในห้องน้ำ แม่บ้านเก็บไว้ให้ เราก็ถ่ายรูปไว้ เพื่อโพสต์ขอบคุณ แต่คนก็ไปตีความว่าลำบาก หรือรูปที่เหมือนสร้างบ้าน ตุ๊กตาทำรายการ ก็ไปสร้างบ้านให้คน ต้องไปก่อสร้าง สร้างบ้านให้เขา แล้วคนก็เอาภาพนี้มาลง ว่าชีวิตพี่เปิ้ล ชไมพรลำบากมากเลย

เปิ้ล : ตอนแรกก็เครียด ปรึกษาตุ๊กว่ายังไงดี แต่เราก็เป็นห่วงความรู้สึกแม่ กลัวเขาเครียด 3-6 เดือนก็เอามาลงอีก กับข่าวเดิมๆ ตกอับ ไม่มีงาน เราก็ถ่ายละครตลอด เราอยู่กับแม่ เราเกาะแม่แน่นมาก ไม่ปล่อยแม่เลย

พี่ตุ๊กตาเดือดแทนเลย?

ตุ๊กตา: เดือดแทน ไปตอบเมนต์แทน มันไม่ใช่ความจริง พี่เปิ้ลเขามีชีวิตที่อยู่ดีมีสุข มีการมีงานทำ ไม่ได้มีชีวิตที่แย่เหมือนที่คุณไปพิมพ์ ทำให้คนเข้าใจว่าชีวิตดาราคนนี้แย่มาก

เห็นว่า เปิ้ล ชไมพร มีสามีแล้ว?

เปิ้ล: เป็นสามีที่รักมาก (ยิ้ม) เขาเป็นสามีของทุกๆ คน พี่กงยู (ยิ้ม) เรียกว่าคลั่งมาก ตามทุกโซเชียล

พี่เปิ้ลเคยให้สัมภาษณ์ว่าชาตินี้จะขอขึ้นคานตลอดชีวิต ยังใช้คำนี้อยู่ไหม?

เปิ้ล : ยังใช้คำนี้อยู่ค่ะ อาจจะมีลงๆ ขึ้นๆ บ้างแล้วแต่ (หัวเราะ) ก็มีความสุขดี ณ ตอนนี้ อยู่กับครอบครัว

เคยบอกความในใจกันไหมว่ารู้สึกยังไงบ้าง?

เปิ้ล : อยากบอกตุ๊กว่าเป็นห่วงเขาในทุกๆ อย่าง ทุกๆ เรื่อง ขอบคุณที่เพื่อนคนนี้ไม่เคยทิ้งเพื่อนคนนี้เลย ไม่ว่าจะมีความสุข ความทุกข์ หรือว่าในช่วงไหนแย่ๆ เขาก็จะคอยช่วยเหลือเรา สุขภาพเขาดูแลอยู่แล้ว แต่อยากจะบอกเขาว่าให้ดูแลเรื่องความเครียด สมองเขารัน 24 ชม. เวลานอนสมองเขายังรันเลย เราเป็นห่วงเขา เพราะเขาเป็นเสาหลักของทุกๆ คนในบ้าน รักมาก เขาไม่ใช่แค่เพื่อน เขาเป็นหนึ่งในครอบครัวเรา

ตุ๊กตา : จะไม่ค่อยได้บอกเขา จะไม่ได้มีโมเมนต์หวานๆ จะบอกพี่เปิ้ลว่าขอบคุณที่ไม่เคยทิ้งกันเลย คนเข้ามาในชีวิตตุ๊กเยอะ เวลาที่ตุ๊กมีผลประโยชน์กับใคร คนๆ นั้นก็จะดีกับตุ๊ก แต่พอเวลาที่ตุ๊กหมดอำนาจ หมดผลประโยชน์ คนเหล่านั้นก็จะหายไป แต่ว่าพี่เปิ้ลต่อให้ตุ๊กจะมีหรือไม่มี หรือจะลำบากแค่ไหน เขาจะอยู่ข้างๆ เราตลอด ขอบคุณเขาที่ไม่เคยทิ้ง เขาจะถามตลอด มีเงินใช้ไหม ตังค์พอไหม พี่มีเงินเก็บนะ เอาตังค์พี่ไปสิ เขาอยู่ในทุกช่วงเวลาที่ต่อให้คนอื่นมองไม่เห็นคุณค่าของเรา แต่พี่เปิ้ลเห็นคุณค่าของเราเสมอ

ชมคลิป

คลิกเพื่ออ่าน ข่าวบันเทิง เพิ่มเติม

นุ๊ก สุทธิดา ถูกกล่าวหาทำ เต๋า-มอส ทะเลาะขั้นเลิกคบ ปมนี้ไม่มีใครเป็นกาวใจได้

https://www.thairath.co.th/entertain/news/2822926

นุ๊ก สุทธิดา ถูกกล่าวหาทำ เต๋า-มอส ทะเลาะขั้นเลิกคบ ปมนี้ไม่มีใครเป็นกาวใจได้

31 ต.ค. 2567 10:07 น.

นุ๊ก สุทธิดา ถูกกล่าวหาทำ เต๋า-มอส ทะเลาะขั้นเลิกคบ ปมนี้ไม่มีใครเป็นกาวใจได้

ทำเอานักร้องสาว-นักแสดง นุ๊ก สุทธิดา ถึงกับต้องรู้สึกลำบากใจ เมื่อต้องมาตอบปัญหาเรื่องของ เต๋า สมชาย ที่ชายคนสนิท กับ มอส ปฏิภาณ หลังจากที่กระแสข่าวออกว่า 2 เพื่อนซี้ทะเลาะกันถึงขั้นประกาศเลิกคบ และบางแหล่งข่าวบอกต้นเหตุทำให้ 2 เพื่อนซี้ทะเลาะกันคือ นุ๊ก สุทธิดา อีกด้วย

ล่าสุดได้เจอ นุ๊ก สุทธิดา ก็ไม่พลาดที่จะถามเรื่องข่าวความสัมพันธ์ของ เต๋า-มอส ซึ่งเจ้าตัวก็ได้เปิดเผยว่า 

– ไม่ใช่ว่าตนไม่อยากเป็นกาวใจให้มอส-เต๋า แต่มันเป็นไม่ได้ ภรรยาเต๋าก็เป็นไม่ได้

– นิสัยเต๋าเขาไม่ฟังใคร มีความคิดเป็นของตัวเองชัดเจน เวลาตัดสินใจหรือจะทำอะไร ไม่มีใครเตือนหรือพูดอะไรได้ ส่วนมากจะเป็นการรับฟัง แต่โดยรวมเขาเป็นคนมีเหตุผลและตัดสินใจในเชิงที่ดี เวลาพวกตนพูดอะไรบางทีเต๋าก็งอน บางเรื่องบางอย่างก็ไม่ใช่เรื่องที่ตนต้องพูด

– แต่ถ้าเต๋าโทรมา หรือพูดอะไรตนรับฟังเสมอ รักอีกฝ่ายนะ เพราะอยู่กันมาตั้งแต่อายุ 14 แต่ตนไม่เคยเข้าข้างเพื่อนในทางที่ผิด อะไรที่รับฟังก็รับฟัง แต่อะไรที่มันเยอะไปก็จะพูดบ้าง พูดได้เท่าที่ได้

– แต่ในความรู้สึกตน มองว่าเต๋าเป็นคนจริงใจ เป็นคนรักแรง และรักมอสมาก เต๋าเคยเล่าให้ตนฟังว่าสนิทกันมาตั้งแต่ครอบครัวมอส เต๋ารักมอสมาก

– แต่ตนไม่เคยคุยกับมอสแบบสนิทสนม เพิ่งเจอกันปีเดียว แต่ดูว่ามอสเป็นคนรอมชอม ทั้งที่ลึกๆ มอสอาจจะอยากพูดก็ได้ ตนเลยคิดว่าเดี๋ยวก็คงดีกัน เพราะมันเหมือนคนรักแรงเกลียดแรง เดี๋ยวงอนกันแป๊บเดียว เพราะลึกๆ ที่ฟังเต๋าเล่าคือเขารักมอส ก็เลยคิดว่าพอมันหายงอนกันแล้ว ความรักก็จะกลับมาเหมือนเดิม เพียงแค่รอจังหวะ เพราะมอสไม่ใช่คนที่อยากจะไฟว้ อยากจะรบอยู่แล้ว 

– ตนรู้ปัญหาบ้าง เขามีพูดบ้าง แต่เอาจริงๆ ไม่ได้อยากฟังแบบวิเคราะห์เจาะลึก ฟังผ่านๆ เพราะมันมีหลายอย่างที่ตนไม่ได้เห็นด้วยกับเขาไปซะทุกอย่าง แต่เขาเป็นพี่ชายเรา

– วันนึงที่เขามาหา ตนก็ต้องยืนอยู่ข้างเขาอยู่แล้ว แต่ก็ต้องยืนแบบไม่ใช่ให้เพื่อนหลงผิด ถ้าอันไหนที่พูดได้ก็พูด ถ้าอันไหนที่พูดไม่ได้ก็จะเงียบ แต่ตนว่ามันอาจจะมีการเข้าใจอะไรผิดกันบางอย่าง มันอาจจะมีคนอื่นมาพูดอะไรหรือเปล่า ก็เป็นเรื่องการทำงานนั่นแหละ

– คิดว่าสองคนนี้จะกลับมาร่วมงานกันได้ แต่มันอาจจะไม่ใช่วันนี้ อาจจะต้องใช้เวลานิดนึง 

– เต๋ามาปรึกษาบ้างเป็นช่วงๆ มีคุยบ้างเล็กน้อย แต่ไม่ได้มากมายอะไร แต่มันไม่ใช่เรื่องของตน ย้ำว่า มอสเต๋าสนิทกันมากกว่าตนด้วยซ้ำ

– ยอมรับว่ารู้สึกหนักใจที่ต้องมาตอบคำถามแทน เพราะการที่ต้องมาพูดเรื่องของคนอื่นดีไม่ดีก็เข้าตัวเสมอ โดนมาหลายรอบแล้ว เป็นความอึดอัดมากๆ แต่มันมีข่าวมาว่าต้นเหตุเป็นเพราะตนก็มี เป็นข่าวใต้น้ำ ก็ท่องไว้ในใจ ไม่ได้ทำก็คืนคนที่พูดไป 

“กงนน” เกทับ “กงยู” ตอนแอฟอยู่กับตนเองหน้าบานกว่า แต่งงานอีก 3 ปี อาจจะเร็วกว่านั้น (คลิป)

https://www.thairath.co.th/entertain/celeb/2822771

31 ต.ค. 2567 07:15 น.

“กงนน” เกทับ “กงยู” ตอนแอฟอยู่กับตนเองหน้าบานกว่า แต่งงานอีก 3 ปี อาจจะเร็วกว่านั้น (คลิป)

เรียกว่าฟ้าลิขิตไว้แล้วจริงๆ หลังหนุ่ม นนกุล ชานน สันตินธรกุล เผยภาพลับโพสต์อวยพรวันเกิด แอฟ ทักษอร ภักดิ์สุขเจริญ ด้วยภาพเมื่อ 11 ปีก่อนที่เจ้าตัวถ่ายร่วมเฟรมกับสแตนดี้ของ “มณีจันทร์” ตัวละครที่ แอฟ แสดงในหนังตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช เลยถูกแซวหนักมาก ว่าหลงรักมาตั้งแต่วันนั้นหรึอเปล่า เจอ นนกุล มาร่วมงานเสวนาแลกเปลี่ยนความรู้ “ทักษะของนักแสดง Monologue : Round Table” จัดโดย สมาคมนักแสดง (ประเทศไทย) Thai On-Screen Actor Association ร่วมกับ Thailand Creative Content Agency, สมาคมผู้กำกับภาพยนตร์ไทย, กรมส่งเสริมวัฒนธรรม และกระทรวงวัฒนธรรม ที่ห้องกมลทิพย์บอลรูม โรงแรม เดอะ สุโกศล กรุงเทพ เพื่อแลกเปลี่ยน และให้ความรู้กับผู้สนใจในด้านการแสดง ช่วยเปิดมุมมองและประสบการณ์ด้านการแสดงให้กับนักแสดง นักศึกษา และบุคคลทั่วไป

ถามถึง รูปที่ลงอวยพรวันเกิดแอฟ?

“อ๋อ…เราเพิ่งค้นพบรูปนี้ได้ไม่นานมานี้ เพื่อนส่งมาให้ครับ เรื่องของเรื่องคือผมกับพี่แอฟไปงานแต่งงานเพื่อนคนหนึ่งของผม แล้วเพื่อนอีกคนที่เป็นเพื่อนร่วมห้องกับผมก็แซวขึ้นมาว่า รู้มั้ยเมื่อก่อนจำได้เลยไปเมืองจำลองเนี่ย เคยไปถ่ายรูปกับพี่เค้านะรู้เปล่า เราก็งงว่าไปถ่ายตอนไหน จนเพื่อนเอารูปให้ดู เราก็ตกใจว่า เฮ้ย! มีได้ไงเนี่ย ประเด็นคือในรูปนั้นไม่มีเพื่อนผมคนที่บอกด้วยนะ ผมก็เลยยิ่งงงว่ามันเก็บไว้ทำไม แต่ก็รู้สึกว่าตลกดี เลยขอให้เพื่อนส่งรูปนั้นมาให้หน่อย ส่วนพี่แอฟเค้าเห็นรูปนั้นตั้งแต่วันงานแต่งเพื่อนผมแล้ว ผมก็เลยบอกเค้าว่าเดี๋ยวถึงวันเกิดผมจะลงรูปนี้นะ พี่เค้าก็ขำ”

เพื่อนคือผู้มาก่อนกาล?

“(หัวเราะ) ปกติคนเราไม่น่าเก็บรูปคนอื่นไว้ ทั้งที่ไม่มีตัวเองอยู่ในรูปนั้น งงมากว่า 11 ปี เก็บมาได้ยังไง เพื่อนบอกว่าเก็บไว้ที่คลาวด์ แล้วคือตัวผมเองจำโมเมนต์นั้นไม่ได้ แต่เพื่อนผมดันจำได้ โมเมนต์ที่ไปถ่ายรูปวันนั้นคือผมไปดูหนังตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช แล้วก็รู้สึกว่าตัวละครมณีจันทร์น่ารักดี”

แสดงว่าที่พี่เกรซ มหาดำรงค์กุล แซวว่า “หลงรักแม่มณีจันทร์ ตั้งแต่ครานั้นรึ” เป็นเรื่องจริงสิ?

“โอ๊ย…ตอนนั้นมันไกลเกินเอื้อมมากครับ เราไม่รู้เลยว่าวันหนึ่งจะได้มาเจอพี่เค้า”

พรหมลิขิตแหละ?

“ขอบคุณครับ แต่ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าใช่ไหม”

แล้ววันเกิดแอฟที่ผ่านมามีอะไรพิเศษอีกไหม?

“ถ้ามากกว่าปีที่แล้วก็มีน้องปีใหม่มาด้วยครับ ปีนี้ก็ไปทำบุญกันตั้งแต่เช้า รู้สึกว่าเป็นโมเมนต์ที่ดีนะ คือผมไม่ใช่คนหวานไง ก็จะขนลุกเวลาตัวเองทำอะไรหวานๆ แต่ผมรู้สึกแฮปปี้มากเวลาที่ขับรถแล้วมีพี่แอฟกับน้องปีนั่งอยู่ในรถด้วย ทุกอย่างมันดูเรียบง่ายสำหรับผมดี ไม่ต้องฝืนตัวเองมากมาย ส่วนของขวัญอย่างอื่น ผมก็มีของเล็กๆน้อยๆ พวกเครื่องประดับให้พี่เค้า แต่ไม่ใช่งานแฮนด์เมดนะ เพราะผมไม่มีฝีมือเรื่องนั้นเลย แล้วก็ไม่ใช่แหวนด้วย”

ล่าสุดเพิ่งสัมภาษณ์ว่าอีก 3 ปีอยากแต่ง นึกว่าให้แหวนไว้เลย?

“ผมก็ยังคงคำเดิมครับ แต่อย่างที่เคยบอกว่าอาจจะเร็วกว่านั้น”

ดูมั่นใจในความรักครั้งนี้มาก?

“ผมก็จะพยายามเต็มที่ที่สุด ไม่ว่าความรักกี่ครั้งจะเกิดขึ้นในชีวิต”

ล่าสุดได้ข่าวว่าไปส่งแอฟไปดูกงยู?

“ไม่ๆๆ ผมไม่ได้พาพี่เค้าไป ผมอยู่กับน้องปีเพราะเค้ามีกิจกรรมวันนั้นพอดี”

หลายคนแซวว่า แม่แอฟ มี กงนน อยู่แล้ว ยังไปหา กงยู อีก?

“ผมโอเคเลย โอกาสแบบนี้มันนานๆเกิดขึ้นที ฉะนั้นให้เค้าไปเถอะ เราก็เข้าใจอารมณ์อยู่แล้วว่าปลื้มดารานักแสดงคนไหน”

หลังดูจบเค้ามาเล่าอะไรให้ฟังหรือเปล่า?

“ไม่มีครับ”

เค้าเคยบอกว่ากับคนนี้ขอไปดูเลย?

“เป็นพูดเชิงแซวๆ เล่นมากกว่า”

ตอนกลับมาเจอหน้าเค้าอิ่มเอมเลยมั้ย?

“เนี่ยๆ ขยี้อะ(ยิ้ม)”

แต่ตอนต่อแถวเข้างาน หน้าแม่แอฟยิ้มบานแฉ่งเลยนะ?

“อะๆชงมาขนาดนี้ เอาเป็นว่าอยู่กับผมบานกว่าครับ (หัวเราะ)”.

ชมความน่ารักของ คริสติน – เม 2 สาวคู่จิ้น ดาวคู่ใหม่ของวงการยูริ

https://www.thairath.co.th/entertain/news/2822872

ชมความน่ารักของ คริสติน - เม 2 สาวคู่จิ้น ดาวคู่ใหม่ของวงการยูริ

30 ต.ค. 2567 21:11 น.

ชมความน่ารักของ คริสติน – เม 2 สาวคู่จิ้น ดาวคู่ใหม่ของวงการยูริ

เป็นคู่จิ้นคู่ใหม่ของวงการบันเทิง สำหรับ คริสติน กุลสตรี มิชารัลสกี้ กับ เม เมธกานต์ เอนกธนะสุวรรณ ซึ่งทั้งคู่ได้โคจรมาเจอกันครั้งแรกในซีรีส์แซฟฟิกแนวโรแมนติกแฟนตาซีเรื่อง Reverse 4 You ดาวบริวาร The Series จากค่ายกันตนา โมชั่น พิคเจอร์ส ในบทของ พี่โฟร์ กับ จัตวา และล่าสุดซีรีส์เรื่องนี้ก็ได้สตรีมมิ่งทั่วโลกทาง Netflix เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

โดย เม กับ คริสติน ได้เล่าถึงการทำงาน และการร่วมงานกันเป็นครั้งแรก กับทาง บันเทิงไทยรัฐออนไลน์ บอกว่า

เม “หนูเพิ่งเข้าวงการถ่ายแบบ ได้ 2 ปี หลังเรียนจบค่ะ แล้วก็ยังไม่ได้มีอะไรมาก ซีรีส์เรื่อง Reverse 4 You The Series เป็นเรื่องแรกค่ะ ก่อนหน้านี้มีผลงานภาพยนตร์เรื่อง Faces of Anne แล้วก็มี MV ต่างๆ ค่ะ”

คริสติน “คริสติน กุลสตรี มิชารัลสกี้ ค่ะ เป็นลูกครึ่งไทย-จีน-เยอรมัน ในพาร์ทการทำงาน จริงๆ เข้าวงการมาตั้งแต่ช่วง 15-16 ตอนนั้นเริ่มประกวดมิสทีนไทยแลนด์ แล้วได้มีโอกาสไปทำงานที่ต่างประเทศค่ะ พอกลับมาเมืองไทย เหมือนโชคดี มีโอกาสโชคดีได้ไปออดิชั่น 2 โปรเจกต์ รวมถึง Reverse 4 You The Series ด้วย แล้วอีกเรื่องหนึ่งคือ Pattaya Heat ก็ดีใจมากๆ ที่เราได้รับโอกาสทั้ง 2 เรื่องเลย ซึ่งเป็นงานแสดง 2 เรื่อง ถ้าคนไปหาคงจะเห็นแหละ แต่ถ้าให้หนูนับ 1 ใหม่ หนูก็จะนับเป็น 2 เรื่อง เรากล้าพูดได้เต็มปากว่านี่แหละคือ นักแสดง

ส่วนงานถ่ายแบบ เริ่มตั้งแต่ประมาณปลาย 15 ย่างเข้า 16 ตอนนี้คริส 29 ก็ประมาณ 10 ปีอัพแล้วค่ะ”

Reverse 4 You The Series เป็นซีรีส์แซฟฟิก (ซีรีส์คู่หญิงหญิง) เรื่องแรก?

เม “ตอนไปแคสก็ได้เล่าเรื่องย่อให้ฟังค่ะ ว่าเรื่องนี้เป็นยังไง มันมาจากนิยายเนอะ ซึ่งนิยายเรื่องนี้มีความแฟนซี มีความโรแมนติก แล้วก็มีติ่งคอมเมดี้เล็กน้อย ด้วยความที่เป็นตัวเมนะคะ รู้สึกว่าน่าสนใจมากๆ ทั้งคาแรกเตอร์ด้วย และตัวสตอรี่ไลน์ของเรื่องด้วย มีปม น่าติดตามมาก เพราะว่าปกติเมเป็นคนชอบอ่านหรือว่า ชอบดูอะไรที่เกี่ยวกับมันมีปมอยู่แล้ว ก็รู้สึกดีใจมากๆ ค่ะ ที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของซีรีส์เรื่องนี้”

คริสติน “วันที่เค้าติดต่อมาเราไม่ได้คิดนะว่ามันเป็นแซฟฟิก มันเป็นศัพท์ใหม่เนอะ คำว่าแซฟฟิก เพราะก่อนหน้านี้มันเป็น ยูริ เราไม่ได้คิดค่ะ ไม่ได้โฟกัสตรงนั้น แค่รู้สึกว่าอันนี้ก็เป็นผลงานแสดงอีกชิ้นหนึ่ง แล้วตัวบทเค้าน่าสนใจ เราได้มีการอ่านสคริปต์ที่เค้าส่งมา แล้วก็ไปออดิชั่น

เราก็รู้สึกว่า คาแรกเตอร์ที่ชื่อ โฟร์ เค้าเหมือนเราเลยเนอะ ดูภายนอกเป็นคนหยิ่ง เป็นมือตบตัวตึง หนูเลยคิดว่าน่าสนใจ ก็เลยไปแคสต์ แล้วพอมาทราบว่าคู่ของเราเป็นผู้หญิงนะ รู้สึกดีใจค่ะ แล้วพอตอนนี้มันค่อนข้างเป็นกระแสนิยมในบ้านเรา รวมถึงต่างประเทศด้วย ก็ยิ่งรู้สึกยินดีเข้าไปใหญ่เลย เพราะว่าเราก็ได้พรีเซนต์สิ่งนี้ออกไป ให้คนในทั้งในประเทศและต่างประเทศได้เห็นว่า สิ่งนี้มันมีอยู่จริงนะคะ มันเป็นความรักที่มีอยู่จริง”

เม “แล้วมันไม่ใช่เรื่องแปลกนะคะ อย่างตอนนี้ที่เห็นว่าซีรีส์ GL กำลังมา หรือก่อนหน้านี้ที่มี BL จริงๆ มันไม่ใช่เรื่องใหม่สำหรับโลกใบนี้ด้วยซ้ำ ถ้าสำหรับประเทศนี้เนอะ จริงๆ มันมีมานานแล้ว แต่ว่าอาจจะไม่ได้แพร่หลายในหลายๆ ประเทศหรือในหลายๆ สังคม เรื่องของความหลากหลายทางวัฒนธรรมด้วย ซึ่งก็ดีใจเนอะ ที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการซัพพอร์ต สิ่งที่เราทำ อาจจะเป็นซอฟท์พาวเวอร์จากแฟนๆ ด้วย นอกจากแฟนๆ ในไทย ยังมีอินเตอร์เนชั่นแนลแฟนที่ตามดูซีรีส์ของพวกเราในหลายๆ ประเทศ ก็ดีใจค่ะที่มัน world wide เพราะอยู่ใน Netflix ทั่วโลก 192 ประเทศเลย”

ในวันที่แคสติ้ง เค้าบอกว่าคู่เราเคมีเข้ากันดีมาก?

คริสติน “คืออันนี้เหมือนเคยมีคนมาถามพวกหนูนั่นแหละ แต่พอเอาจริงๆ พวกหนูไม่ทราบ ซึ่งวันที่เราไปแคสหรือไปออดิชั่น เราไม่ได้เห็นเทปตัวเองหรอก ในวันที่เค้ายังไม่ได้ประกาศ แต่พอเค้าให้เราดู ในฐานะนักแสดง เราก็บอกไม่ได้เหมือนกันว่า คู่เรา 2 คน คือคู่กันที่สุด หนูก็ไม่รู้จริงๆ แต่ว่าในสายตาคนอื่น รวมถึงผู้ใหญ่และท่านผู้ชม คนดูอย่างนี้ เค้าก็บอกว่า เคมีเรา 2 คนน่ารักมาก เข้ากันมาก หนูก็ดีใจมากๆ นะ แล้วก็ขอบคุณทุกคนมากๆ แต่ถ้าถามหนู 2 คนสามารถเห็นมันเองได้มั้ย หนูไม่เห็น”

เม “ในฐานะที่เราเป็นนักแสดง เราไม่สามารถบอกได้ว่า คู่เราเคมีดีมากค่ะ มันไม่ใช่เนอะ แต่ว่าได้รับฟีดแบ็กมาจากผู้ใหญ่ แล้วก็พี่ๆ ทุกคนที่ฟีดแบ็กซีรีส์ของเรานะคะ ก็ฟีดแบ็กตรงกันว่าเราเคมีได้ แต่ในความคิดหนู ตั้งแต่ตอนแคสวันแรกที่เจอเค้า หนูไม่ได้แคสกับเค้าคนเดียว หนูแคสกับเค้าคนแรก แล้วก็มีอีกประมาณ 2-3 คนค่ะ ในฐานะคนที่แคสกับหลายๆ คน ในความรู้สึกหนู หนูคอนเน็คกับเค้าสุด อันนี้อาจจะเป็นส่วนหนึ่งที่เค้าบอกว่า เคมีดีรึเปล่า”

เขินมั้ย?

เม “เขินสิคะ เขินอยู่แล้วมั้ย”

คริสติน “ก็น่ารักดี ก็เป็นประสบการณ์ที่ดีค่ะ คือจริงๆ มันก็เป็นพาร์ทหนึ่งของการแสดง แต่ถ้าถามว่ามันมีความเขินมั้ย มันก็มีนะ ถามว่าที่ผ่านมาเราก็มีผลงานการแสดงก่อนหน้านี้ มีเลิฟซีน พี่เชื่อมั้ยเราประหลาดกับผู้ชาย ไม่แน่ใจ แต่เราไม่ได้รู้สึกเขิน แต่กับเค้า หนูเขิน หรืออาจจะเป็นเพราะเราเป็นฝ่ายทำรึเปล่า พี่ว่ามั้ย ใช่มั้ย หรือหนูคิดไปเอง คือหนูไม่ค่อยมั่นใจเหมือนกัน เวลาเราแสดงปกติทั่วไป เราเป็นคู่ผู้หญิงผู้ชาย เค้าก็จะเริ่มก่อน มันไม่ค่อยมีหรอกอะไรที่เป็นผู้หญิงแล้วโผเข้าไปแบบนี้ แล้วอันนี้น่าจะเป็นครั้งแรกของหนูที่เก่งกล้าสามารถ เราจะพาเดธอไปให้ถึงจุดมุ่งหมายที่เฝ้าฝัน”

ถ้าขอพลังวิเศษได้ 1 อย่างอยากเห็นอะไร?

เม “ในเรื่องหนูจะได้ย้อนเวลาใช่มั้ยคะ แต่ถ้าตัวเมเอง เมอยากเห็นอนาคต แต่รู้สึกว่าไม่อยากย้อนอดีตแล้ว ถ้าเป็นหนู แต่ก่อนหนูจะเลือกย้อนอดีตไปแก้ไข แต่รู้สึกว่าพอโตขึ้นนิดนึงจะรู้สึกว่า ไม่ดีกว่า ถ้าตอนนั้นมันไม่ดี แล้วเราจะทำทำไม ตอนนั้นมันคือสิ่งที่ดีที่เราทำได้แล้ว ไม่ย้อนแล้วดีกว่าค่ะ ก็เลยเห็นอนาคตดีกว่าค่ะ”

คริสติน “หนูจะตอบเหมือนเดิมตลอดไป หนูอยากให้ทุกคนมีความสุขค่ะ ถ้าหนูได้พลังวิเศษ เพราะว่าหนูรู้สึกว่าตั้งแต่โควิดอ่ะ คนเราเจ็บปวด ต่อสู้อะไรกันมาเยอะมาก และหนูจะพูดเหมือนเดิมตลอดว่า ถ้าหนูมีพลังวิเศษ เราไม่ต้องไปกล่อมประสาทเค้าแล้วบอกว่า มีความสุขเถอะจ้า โลกนี้ไม่มีความทุกข์ ไม่ใช่ แต่แค่ถ้ามันสามารถทำให้ใครสักคนที่เค้ากำลังเจ็บปวดจนไม่อยากจะมีวันพรุ่งนี้ เราก็อยากทำให้เค้ามีความสุข ความสุขมันก็เป็นส่วนหนึ่งที่มันดีกับจิตใจค่ะ มันมีแค่นี้แหละ ไม่งั้นก็ขอให้สุขภาพแข็งแรง แฮปปี้ มีความสุข”

เม “มันก็แค่นี้แหละ ชีวิตอ่ะ”

สนิทกันมากน้อยขนาดไหน?

เม “เรารู้จักกันครั้งแต่วันที่มาแคสเลยค่ะ ประมาณ 2 เนอะ”

คริสติน “สนิทกันก็ค่อนข้างประมาณมาก”

เม “ก็ประมาณมากค่ะ ก็มีประมาณนึง แต่ไม่รู้ว่าจะตอบถูก 100% รึเปล่า แต่ก็มีช่วงหนึ่งที่เค้าไปโลดแล่นที่ฮ่องกงค่ะ”

เมกับคริสตินมีอะไรอยากบอกกันมั้ย?

(เม – คริสติน หันหน้ามามองกันแล้วพูดว่า) “ขอบคุณนะ”

คริสติน “เราผ่านอะไรกันมาเยอะมาก ถ้าไม่มีเค้าก็ไม่มีหนู”

เม “ถ้าไม่มีเค้าก็ไม่มีหนูเหมือนกัน ก็ไม่มีอะไรจะบอก นอกจากขอบคุณเลยจริงๆ จริงๆ เค้าก็รู้อยู่แล้ว”

คริสติน “ไม่เศร้านะ เป็นการขอบคุณที่มีเค้าอยู่ แล้วมันดีไง ก็มันมากกว่านั้นมันคือขอบคุณที่ทำให้เราเจอน้องเม มันแบบขอบคุณจริงๆ มันไม่ใช่เรื่องเศร้า แต่ก็ร้องไห้บ่อยอยู่ เวลาพูดอะไรอย่างนี้ แต่มันก็น่ารัก”

ปกติเถียงกันบ่อยมั้ย?

คริสติน “หนูน่ะไม่ทราบ แต่แฟนๆ บอกว่า 2 คนนี้ชอบเถียงกัน”

เม “แฟนๆ บอกว่า เถียงกันอีกนะคะ ชอบ เราก็ ฮ่ะ เถียงกันบ่อยเหรอ โอเค”

แล้วใครเป็นคนแบบยอม?

เม “ไม่มีใครยอมใครอยู่แล้ว (หัวเราะ) ไม่ค่ะ ก็ผลัดกันแหละ”

คริสติน “ก็ถ้ารู้ว่าสู้ไม่ได้ เงียบดีกว่า”

ใครเป็นคนเงียบบ่อยสุด?

คริสติน “พี่โฟร์ใจร้าย คริสตินไม่ได้ใจร้าย”

เม “น่าจะหนูนี่แหละ ไม่รู้อ่ะ ไม่ได้สังเกตเหมือนกัน”

คุยกันบ่อยมั้ย?

เม “คุยกันทุกวันค่ะ”

อยากจะฝากบอกอะไรกับทุกคน?

เม “พวกเรานะคะ พี่คริสติน เม นะคะ ฝากซีรีส์ของเราด้วย เรื่อง Reverse 4 You ดาวบริวาร นะคะ”

คริสติน “สามารถดูย้อนหลังได้ที่ Netflix นะคะทุกคน เวิร์ลไวด์เลย”

เม “ใช่ค่ะ ฝากด้วยนะคะ แล้วก็ช่องทางส่วนตัวของพี่คริส”

คริส “อินสตาแกรม gulasatree ค่ะ แล้วก็ของน้องเมนะคะ”

เม “maetk แล้วก็ติดตามตารางงานของพวกเราได้ที่ กันตนา โมชั่น พิคเจอร์ส ค่ะ”

นุ๊ก สุทธิดา เผยสาเหตุยังไม่ผ่าตัดมะเร็ง เคาท์ดาวน์ตัวเอง ทำในสิ่งที่อยากทำ

https://www.thairath.co.th/entertain/celeb/2822868

นุ๊ก สุทธิดา เผยสาเหตุยังไม่ผ่าตัดมะเร็ง เคาท์ดาวน์ตัวเอง ทำในสิ่งที่อยากทำ

30 ต.ค. 2567 19:35 น.

นุ๊ก สุทธิดา เผยสาเหตุยังไม่ผ่าตัดมะเร็ง เคาท์ดาวน์ตัวเอง ทำในสิ่งที่อยากทำ

หลังจากที่นักร้องนักแสดงสาว นุ๊ก สุทธิดา เกษมสันต์ ณ อยุธยา ตั้งใจจะไปรักษามะเร็งที่ รพ.มะเร็งสมัยใหม่แสตมฟอร์ดกว่างโจว ประเทศจีน ด้วยการฉีดแร่ แต่เมื่อตรวจอย่างละเอียดพบว่าก้อนมะเร็งใหญ่กว่าที่คิดไว้ และมี 3 ก้อน คุณหมอจึงเห็นว่าไม่ควรที่จะฉีดแร่ ทำให้เหลือการรักษาเพียง 2 ทาง คือผ่าตัด และฉีดเซลล์ต้นกำเนิด

ล่าสุด นุ๊ก สุทธิดา เปิดใจถึงเรื่องนี้ รวมถึงการได้รับแต่งตั้งเป็นทูตต่อต้านมะเร็งระดับสากล โดยสมาคมมะเร็งป๋ออ้าย ณ สำนักงานให้คำปรึกษาและบริการส่งต่อเพื่อการรักษาโรคมะเร็ง อาคาร CW Tower ชั้น 27

ถามถึงการมาเป็นทูตกิตติมศักดิ์เพื่อต่อต้านมะเร็ง?
“รู้สึกว่าเป็นโอกาสที่ดีนะคะที่ได้ร่วมงานในครั้งนี้ เพราะว่า มันเป็นงานที่เราไม่ต้อง promote อะไร แค่ไปให้กำลังใจผู้ป่วยด้วยกัน พอเป็นผู้ป่วยกับผู้ป่วยคุยกัน มันจะมีพลังบางอย่างที่เราส่งมากัน ไม่ใช่แค่เราเป็นฝ่ายให้ ตัวเราเองก็เป็นฝ่ายได้รับเหมือนกัน เวลาที่เราได้ไปพูดคุยกับผู้ป่วยต่างๆ ค่ะ

กำลังใจเป็นเรื่องสำคัญนะคะ แต่อย่างแรกที่อยากจะให้รู้สึกก็คือ ไม่ว่าทุกอย่างจะมีค่าอย่างไร อยู่ที่เรามองมัน ถ้าเราคิดกับมันยังไง มันก็จะมีค่ากับเราอย่างนั้น อย่างที่สองคือกำลังใจจากรอบข้าง เป็นกำลังใจรอง คือถ้าผู้ป่วยไม่ว่าเหตุการณ์อะไรถ้าเราให้กำลังใจตัวเราเองก่อน ไม่พยายามต่อสู้เพื่อตัวเอง ต่อให้มีคนรอบข้างเป็น 100 คนก็ช่วยอะไรเราไม่ได้

แต่เมื่อผู้ป่วยเริ่มต่อสู้แล้ว บางทีกำลังใจมาแล้ว แต่บางทีการต่อสู้มันเหมือนโดดเดี่ยว เหมือนเวลาผู้ป่วยเข้าไปรักษา เขาจะเห็นคุณหมอที่ไม่ได้ป่วย ญาติที่ไม่ได้ป่วยมาดูแลเขา แต่เวลาเราไปเยี่ยมเหมือนเค้ามีเพื่อนที่จับมือกันรักษาไปด้วยกัน สู้ไปด้วยกันค่ะ“

กับโรงพยาบาลนี้มาเจอได้ยังไง?
”พี่โก้ (ธีรศักดิ์ พันธุจริยา) เขาก็แนะนำ ด้วยความที่ที่บ้านพี่โก้เองเค้าก็วุ่นวายเรื่องพวกนี้มาพอสมควร เค้าเป็นคนไปหามาว่านุ๊กลองมี second choice ไหม ตอนแรกแรกก็มาแค่ฟังกิจกรรม ยังไม่สนใจที่จะรักษา แต่พอได้คุยกับคุณหมอที่บินมาจากประเทศจีน ได้ฟังนวัตกรรมและแนวทางในการรักษา วิธีการที่เขามองมะเร็ง หรือการกินอาหาร โดยรวมมันค่อนข้างตรงจริตกับเรา เราเลยรู้สึกว่าแนวทางนี้เป็นแนวทางที่ดี และอยากให้เราทำการรักษา จากที่เมื่อก่อนรู้สึกว่ายังไม่พร้อม“

ก่อนจะเจอโรงพยาบาลนี้ แนวทางการรักษาของเราเป็นยังไงบ้าง?
” แนวทางการรักษาก็คือผ่าตัดเอามะเร็งไทรอยด์ออกเรียบร้อยแล้ว และจะมีมะเร็งที่กระจายไปต่อมน้ำเหลืองประมาณ 10 กว่าจุด ซึ่งเอาออกไปได้เกือบหมด หลังจากนั้นก็เป็นการกลืนแร่ เหมือนกับให้คีโมค่ะ การกลืนแร่คุณหมอก็หวังว่าอาจจะทำให้มะเร็งหมดไป แต่ปรากฏว่ามันก็ยังไม่หมดไป หลังจากนั้นก็อยู่ในขั้นตอนการตรวจเลือดทุก 3 เดือน อัลตราซาวนด์ทุก 6 เดือน ว่าที่เหลือมันโตขึ้นไหม มันโตขึ้นแค่ไหนในทุก 6 เดือน

แต่คุณหมอบอกว่าถ้าเราไม่สบายใจ คิดว่ามันใหญ่ขึ้น เราอยากจะผ่าก็ผ่าได้ ซึ่งตอนนั้นเรารู้สึกว่ายังไม่อยากผ่า ตอนนี้ก็ยังไม่อยากผ่า แต่ด้วยความที่มันมีทางเลือกแค่นี้ พอเรามาที่นี่ได้คุยมากขึ้น ทางโรงพยาบาลก็มีทางเลือกให้ 2-3 ทางเลือก แต่พอไปคุยจริงๆ แล้ว ได้ทำการตรวจอย่างละเอียดแล้ว เค้าก็ให้อยู่ 2 ช้อยส์ ก็คือผ่าตัดไปเลย ซึ่งเรายังไม่อยากเลือกทางนั้น กับอีกอันนึงคือการฉีดเซลล์ต้นกำเนิด อีกอย่างมันช่วยทำให้เซลล์โดยรวมของเราแข็งแรงและไม่กลายไม่ขยายใหญ่ขึ้น มันเป็นการชะลอ”

จริงๆ ตั้งใจจะไปฉีดแร่?
“ใช่ค่ะ ตอนแรกคิดว่าจะไปฉีดแร่ได้ เลยคิดว่าสบายสบายๆ ไม่ต้องผ่าตัด แต่ทีนี้พอคุณหมอไปตรวจแล้วปรากฏว่าก้อนมันใหญ่กว่าที่คิดไว้ สองมันไม่ได้มีก้อนเดียว มันมี 3 ก้อน คุณหมอก็บอกว่ามันไม่ควรที่จะฉีดแร่

คือต้องบอกก่อนว่าวัฒนธรรมไทยกับจีนไม่เหมือนกัน ของไทยจะประเภทแบบไม่เป็นไรนะ คุณหมอจะพูดอ้อมๆ ไม่ค่อยให้รายละเอียดชัดเจนมาก เราจะไม่ค่อยรู้ detail อะไรเยอะ ส่วนมากคุณหมอจะให้กำลังใจ แต่ที่จีนไปถึงวันแรกจะให้เวลากับเราเยอะมาก คุยละเอียด บอกว่าคุณรู้ไหมจากประวัติมีจุดเล็กๆ ที่ปอดด้วยนะ แล้วบอกว่าเวลาเป็นตรงนี้จะลามไปที่ปอดง่ายนะ

ซึ่งมันดีนะคะ เราจะได้ดูแลตัวเอง เพราะก่อนหน้านี้ก็คิดว่าโอเค เรียกว่าดีคนละแบบดีกว่า แต่ถามว่าวูบไหมมันก็วูบเหมือนกัน รอลุ้นพรุ่งนี้ว่าผลตรวจปอดจะเป็นยังไง

ก็อยากจะบอกทุกคนตรงนี้ว่าไม่ว่าจะป่วยหนักแค่ไหนมันเป็นปกตินะคะ คนเห็นนุ๊กแล้วคิดว่าเฮ้ย ทำไมนุ๊กดูไม่กลัว กลัวกันหมดทุกคนค่ะ และไม่แปลกที่จะกลัวด้วยค่ะ ให้มองว่าเป็นเรื่องปกติที่มีสิทธิ์ที่จะกลัวได้ แต่เราก็มีสิทธิ์ที่จะดีไซน์ชีวิตที่เหลืออยู่ วิธีการรักษาของเราไปในรูปแบบที่เราต้องการค่ะ“

ตอนที่รู้เรื่องจุดที่ปอดเป็นยังไง?
”อันนี้ตอนแรกก็วูบไปวันนึง พอตรวจพบคุณหมอก็ไม่ได้พูดอะไรต่อ แสดงว่าไม่ได้มีอะไร“

หลังจากนี้จะวางแผนการรักษายังไง?
”ด้วยความที่ตอนนี้ถ่ายละครด้วย และกำลังจะทำธุรกิจ เรายังไม่ว่างที่จะถึงขั้นผ่าตัดคอ แล้วก็ใจด้วยแหละที่ยังไม่เตรียมใจนอนเตียงผ่าตัดอีกครั้ง แต่ถามว่าอยากจะเคลียร์ให้มันหายออกไปไหม แน่นอนมันก็มีความอยากค่ะ ไม่อยากอยู่ร่วมกับมะเร็งไปนานๆ หรอกค่ะ แต่เรายังไม่พร้อม อาจจะเป็นในเรื่องทางเลือกที่คุณหมอให้ฉีดเซลล์ต้นกำเนิด ซึ่งก็มีบางประเทศที่อนุญาตให้ฉีดตามกฎหมาย

คือด้วยความที่เซลล์ต้นกำเนิดช่วยเรื่องภูมิคุ้มกัน หลักๆ ก็จะเป็นเรื่องของภูมิคุ้มกันที่จะทำให้เราไม่สรวนในแต่ละวันค่ะ มันทำให้เซลล์ของเราสมบูรณ์ไปด้วย พอเซลล์สมบูรณ์แข็งแรง มันก็ทำให้โอกาสการกลายพันธุ์น้อยลงค่ะ สำหรับคนที่ป่วย คุณหมอบอกว่าฉีดปีละครั้งก็ได้ แต่ถ้าคนที่ปกติหมายถึงว่าเซลล์เค้าอาจจะสมบูรณ์ ร่างกายแข็งแรงกว่า มันก็อาจจะ 2 ปีครั้ง บางคนคิดว่าฉีดแล้วโอเคแล้วก็ไม่ฉีดอีกก็ได้“

มีโอกาสที่จะเกิดผลข้างเคียงไหม?
”คุณหมอบอกว่าเหมือนกับว่าเราไปฉีดปุ๊บสามารถนั่งพักชั่วโมงนึงและเดินเล่นได้เลย โดยปกติทั่วไปค่ะ แต่ยังไม่ได้ฉีดค่ะ เพราะการฉีดตรงนี้มันต้องจองคิวอย่างน้อยสองวัน แต่ตอนนั้นเราไปแค่สามวัน ต้องวางแผนการรักษา มันสรวน มันผิดพลาด เพราะตอนแรกไปวางแผนอีกแบบนึง“

รักษาตัวมานานกี่ปีแล้ว?
”ตั้งแต่ช่วงโควิดค่ะ ก็เกือบ 4 ปีแล้ว“

ตอนนี้อยู่ในระยะไหน?
”อันนี้เป็นสิ่งเดียวที่ไม่ได้ถามหมอเลย เพราะว่าหมอไทยเนี่ย ตอนแรกถามคุณหมอว่าอยู่สเตทไหน คุณหมอบอกว่ามะเร็งไทรอยด์มันไม่เหมือนมะเร็งอื่นๆ ไม่ได้นับที่ขนาด แต่นับที่อายุ ต่อให้มีไซส์ที่เล็กแต่อายุเยอะก็ถือว่าเป็นสเตทลึก

เราก็เลยรู้สึกว่า คำว่าแก่กับมะเร็ง คำว่าแก่เจ็บกว่า เลยไม่รู้ดีกว่า งั้นหมอไม่ต้องบอกนะคะเจ็บ แต่เขาก็พูดว่าลามไปเยอะค่ะ อย่างที่บอกว่านุ๊กเป็นมาหลายปี มันมีก้อนที่คอแต่เราไม่ได้ใส่ใจ เราละเลยตัวเองมากๆ ตอนต่อประกันเค้าก็ปฏิเสธ บอกว่าผลเลือดประหลาด แต่เราก็หาไม่เจอว่ามันเป็นอะไร“

แฟนๆ ก็ตกใจกับข่าว?
”สามีกลับมาก็ถามเลย จากปกติไม่เคยถาม ก่อนบินเขายังหันมาถามว่าไปรักษาตัวเหรอ ยังมีมะเร็งที่ตัวอีกเหรอ เขาไม่เคยรู้หลังจากผ่านมา 3-4 ปี แล้วนี่ก็ไม่ได้พูดด้วย พอบินกลับมาเค้าคงรู้สึกผิด เค้าไม่เคยรู้มาก่อน เค้าเลยถามตั้งแต่วันแรกที่กลับมาว่า รักษาเป็นยังไงบ้าง

ก็เลยบอกเขาว่ายังไม่อยากพูดเรื่องมะเร็งตอนนี้คุยเรื่องอื่นได้ไหม เพราะไปอยู่โรงพยาบาล 3-4 วัน ได้ยินคำว่ามะเร็ง เยี่ยมผู้ป่วย เราก็รู้สึกเนอะ ต่อให้เราโอเค แต่พอเห็นเพื่อนร่วมทางของเราไม่ค่อยโอเค เราก็รู้สึก เราก็เลยบอกว่าอย่าพึ่งพูด ขอพักแป๊บนึง แล้วก็ทำงาน ไม่ค่อยอยากเล่าให้ใครฟัง เพราะยังรู้สึกตัวเองสรวนอยู่ ไม่อยากให้ใครเห็นสภาพตัวเองที่มันสรวนน่ะค่ะ

เพราะจริงๆ ก็เป็นตัวอย่าง เหมือนคุณพ่อนุ๊กต้องขอบอกว่าคุณพ่อก็เป็น เพิ่งตรวจเจอปีนี้ แล้วก็รักษา เขาไม่ยอมบอกนุ๊ก ว่าเค้าสเตทไหม ซึ่งก็โอเคเพราะว่าเป็นสิทธิ์ของเขา แต่ตอนที่ให้คีโม เค้าป่วยน้อยมาก แข็งแรงมาก น้ำหนักลดไม่กี่ กก. ถ้าเทียบกับคนแก่อายุเท่าเขา ทุกคนจะล้มเดินไม่ได้ เค้าเดินได้ปกติ แต่อาจจะมีอาการระบบย่อย การทานอาหาร ระบบขับถ่าย ทานข้าวบางทีทานไม่ลงเพราะคีโมมันทำให้ทานข้าวไม่ลง แต่นุ๊กเชื่อว่าส่วนหนึ่งเค้าเห็นว่าไอ้นุ๊กยังรอดเลย ยังใช้ชีวิตปกติ เค้าเลยเหมือนใจสู้ โชคดีที่ลูกชิงเป็นก่อน เลยรู้สึกว่าเวลาเราสรวน เราไม่อยากให้ใครเห็น“

ให้กำลังใจคุณพ่อยังไง?
”ไม่ได้ให้กำลังใจขนาดนั้น จะเน้นพาไปทานข้าว เค้าก็เหมือนลูกคะยั้นคะยอ ไม่อยากกินก็ต้องกินเป็นมารยาทเล็กๆ น้อยๆ ถามว่าเค้าเครียดไหม แรกๆเค้ากลัวนะนุ๊กว่า แต่พอเริ่มกระบวนการรักษา เริ่มทำใจได้ เค้าก็ปกติ

คือนุ๊กกับเขาค่อนข้างคล้ายกันเลยคือปกติ เราไม่คุยเรื่องมะเร็งเป็นปัจจัยหลัก อยู่แบบลืมๆ ค่ะ อยู่แบบเหมือนไม่มีมันอยู่ด้วยซ้ำ แต่กระบวนการรักษาก็รักษาไปค่ะ คุณพ่อเป็นมะเร็งลำไส้ค่ะ เค้าโชคดีมากที่ลูกสาวเป็นมะเร็งก่อน เค้าเลยรู้สึกว่ามีตัวอย่าง คือนุ๊กไม่เคยเครียดให้เค้าเห็น แม้แต่ที่บ้านก็ไม่เคย เราก็ใช้ชีวิตให้ปกติที่สุด อย่าไปคิดอะไรมาก“

เรื่องการผ่าตัดจะเกิดขึ้นเมื่อไร?
” ผ่าตัดนี่น่าจะอยู่ที่ใจเราก่อนค่ะ คือนุ๊กคุยกับแหม่ม วิชุดา ว่าอยากเป็นแหม่ม บินไปเกาหลีแล้ววางยาสลบขึ้นเตียงผ่าตัดทำได้ในเวลา 5 นาที แหม่มตัดสินใจเลย นุ๊กเคยอยู่กับเขาในตอนนั้น เก่งมากอ่ะ นุ๊กรู้สึกว่าการดมยามันเรื่องใหญ่ นุ๊กมีความเชื่อว่าเราตายไปครึ่งหนึ่งแล้วเวลาอยู่ในห้องผ่าตัด ไม่ว่าจะเป็นคลอดลูก เท่ากับเราตายไปครึ่งนึงแล้ว เราเลยรู้สึกว่ายังไม่พร้อม อีกอย่างก็มีธุรกิจที่เพิ่งจะเริ่มทำ ตอนนี้เลยคิดว่าอยากจะไปฉีดสเต็มเซลล์ก่อน ถ้าคุณพ่อไปได้ก็อยากจะชวนคุณพ่อไปด้วย

คือด้วยความที่เรายังห่วงลูก ห่วงเรื่องงาน และการผ่าตัดกว่าจะพักฟื้นเอฟเฟกต์มันก็เยอะ มันเหมือนมีอาการออฟฟิศซินโดรมมาร่วมด้วย เพราะพังผืดมันก็จะเกาะ กว่าจะยืดคอก็มึนหัวอีก มันเป็นช่วงที่ทำงานยากมาก แต่คิดว่าพอจบละคร 2 เรื่อง และลุยธุรกิจส่วนตัวแล้ว น่าจะไปอยู่ในช่วงของการดูแลตัวเองค่ะ”

เคยคิดไหมว่าชีวิตนี้จะไม่มีมะเร็งแล้ว?
“อู๊ย ตั้งแต่ที่ตอนเป็นครั้งแรก เอาแค่ตอนอัลตราซาวด์แล้วเห็นหน้าหมอก็อะไรเนี่ย นุ๊ก สุทธิดา ใช้ชีวิตเป็นนักร้อง เป็นนู่นเป็นนี่ วันนี้เป็นมะเร็งเหรอ มันคือฉันใช่ไหม มันเหมือนเราถูกรางวัลที่หนึ่งค่ะ แต่เป็นรางวัลที่หนึ่งที่ไม่อยากได้ ก่อนที่จะเริ่มกลัว แต่ขนลุกเหงื่อแตกนะคะตอนที่รู้“

เพื่อนๆ และคนในครอบครัวให้กำลังใจยังไงบ้าง?
”ขอบคุณพี่อั๋น ภูวนาท ไลน์มาคนแรก รู้สึกได้ว่าให้กำลังใจ แต่หลายคนเชื่อว่าเขาไม่พูด ก็เป็นอีกแนวหนึ่ง เขาเห็นว่านุ๊กไม่เคยพูดออกไป เค้าก็จะไม่พูดหรือถามกลับมา ส่วนลูกๆ นุ๊กว่าลึกๆ เขาก็กลัวแหละค่ะ แต่เด็กผู้ชายจะมีความแบบแม่ไม่เป็นอะไรหรอก แม่ตายยาก ลึกๆ ก็รู้ว่ากลัวนะ ก็ดูเศร้าๆ ไป แต่หลังจากที่เขาเห็นเราใช้ชีวิต แม่ก็ดูปกติ คงไม่เป็นไรหรอก น่าจะไม่ได้เครียดอะไร เขาก็ไม่ได้เครียดตามเรา เราก็ไม่อยากให้เครียด

อย่างลูกคนโต 2 คน จะบอกว่าแม่ตายยาก แม่ไม่ต้องกลัวหรอกนะ แต่คนเล็ก เราก็กลัวว่าด้วยสภาพมะเร็ง เราคงอยู่จนเขาเรียนจบมั้ง แต่ก็ก็คงน้อยไป ถ้าเขาเข้าช่วงวัยรุ่น เราจะได้อยู่ไหม เรากลัวสภาพจิตใจเขามากกว่า เราก็เอาหนังสือมาให้เค้าอ่าน มีอยู่วันนึงเค้าบอกว่าเค้าอ่านจบแล้วนะ ตอนจบแม่เค้าตายนี่ ทำไมยูเอาหนังสือนี้ให้ไออ่าน เราก็ก็จะบอกเขาว่าเพราะไอกลัวว่าถ้าไอตาย ยูจะอยู่ไม่ได้ เค้าก็อ๋อเหรอ แต่ยูต้องอยู่ให้ได้นะ จะคุยกันเล่นๆ แบบนี้ค่ะ“

ลูกคือเหตุผลสำคัญที่ทำให้เรารู้สึกว่าต้องพยายามหาหนทางต่างๆ เพื่อให้มีชีวิตต่อ?
”ใช่ค่ะ ถ้าอย่างอื่นเฉยๆ ค่ะ รู้สึกว่าใช้ชีวิตมาถึงจุดหนึ่งแล้ว หลังหลังเริ่มแต่งตัวหรือทำอะไรที่อยากจะทำจริงๆ มากขึ้น เมื่อก่อนเราต้องอิงกับละคร ไว้ผมยาวเพื่อเล่นเป็นแม่ เดี๋ยวนี้ตัดผมผมสั้นใส่วิก โค้งสุดท้ายเราต้องเริ่มเคาท์ดาวน์ตัวเอง เราต้องใช้ชีวิตแบบที่เป็นเรา ไม่ใช่แม่ของลูก ไม่ใช่คนในละครมากจนเกินไปค่ะ”

อะไรที่ทำให้เราต้องเริ่มเคาท์ดาวน์ตัวเอง?
”จริงๆ นุ๊กว่าทุกคนมีความรู้สึกว่าทุกคนต้องตาย แต่เชื่อไหมมันไม่มีใครฟีลคำพูดนี้ได้เท่าคนที่เห็นความตายตรงปลายจมูก เราผ่านการรอฟังผลแล้วเหงื่อแตกทุกรูขุมขน ใจฟังแล้วมันแวบ มันผ่านมาแล้ว เลยทำให้เรารู้ว่าจริงๆ ไม่ใช่แค่เราคนเดียว ชีวิตทุกคนเกิดมามันก็เคาท์ดาวน์ทันที ว่าเราจะไปเมื่อไหร่ มันถึงมีเรื่องของศาสนาเข้ามายึดเหนี่ยวจิตใจ ทำในสิ่งที่ดีที่สุดค่ะ”

คลิกเพื่ออ่าน ข่าวบันเทิง เพิ่มเติม

คนโฟกัสหน้าท้อง นัท มีเรีย สงสัยกำลังจะมีข่าวดี ร่วมแสดงยินดีกันจำนวนมาก

https://www.thairath.co.th/entertain/news/2822837

คนโฟกัสหน้าท้อง นัท มีเรีย สงสัยกำลังจะมีข่าวดี ร่วมแสดงยินดีกันจำนวนมาก

30 ต.ค. 2567 18:39 น.

คนโฟกัสหน้าท้อง นัท มีเรีย สงสัยกำลังจะมีข่าวดี ร่วมแสดงยินดีกันจำนวนมาก

เป็นอีกหนึ่งนักร้องตัวท็อปของวงการเพลง สำหรับ นัท มีเรีย และไม่นานมานี้ได้จับไมค์ขึ้นคอนเสิร์ต Dance Arena Grammy RS Concerts ที่เป็นการรวมศิลปินสุดฮอตยุค 90 ขึ้นเวทีมาดวลกัน จากทั้งฝั่ง RS และฝั่ง Grammy ชนิดที่ว่าไม่มีใครยอมใครเลยจริงๆ

โดยใน TikTok @khunsiriluck ได้โพสต์คลิปของ นัท มีเรีย ขณะโชว์อยู่บนคอนเสิร์ต แต่หลายคนที่เห็นคลิปต่างพากันโฟกัสที่หน้าท้องของ นัท มีเรีย และพากันสงสัยว่า กำลังตั้งครรภ์หรือเปล่า พร้อมร่วมแสดงความยินดีกันจำนวนมาก อาทิ

– ดูจากรองเท้าแล้ว น่าจะได้แสดงความยินดีนะคะ ยินดีด้วยค่ะ

– เราไม่ได้คิดคนเดียว พี่นัทมีน้องหรือเปล่าน๊า……

– ใช่เลยค่ะ…พี่นัทท้องแน่ๆ

– มีน้องเหรอคะ ถ้าจริงก็ยินดีด้วยค่ะ

– เราก็นึกว่าเราคิดอยู่คนเดียวพี่นัทมีน้อง

– เหมือนมีน้องเลยค่ะ

– เหมือนมีน้องเลย รอลุ้นนะคะ

– มีน้องแน่ๆ เลย ยินดีด้วยนะคะ

ขอบคุณภาพจาก TikTok @khunsiriluck